Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Engineering Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2022

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 9151 - 9180 of 9306

Full-Text Articles in Engineering

การใช้ฝุ่นผงสังกะสีสำหรับการเตรียมวัสดุเชิงประกอบตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงซิงก์ออกไซด์/กราฟิติกคาร์บอนไนไตรด์เพื่อการสลายสีย้อม, วรรณวลี พรมสุวรรณ Jan 2022

การใช้ฝุ่นผงสังกะสีสำหรับการเตรียมวัสดุเชิงประกอบตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงซิงก์ออกไซด์/กราฟิติกคาร์บอนไนไตรด์เพื่อการสลายสีย้อม, วรรณวลี พรมสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงซิงก์ออกไซด์ (ZnO) โดยใช้ของเสียฝุ่นผงสังกะสีที่ได้จากกระบวนการชุบโลหะแบบจุ่มร้อนเป็นสารตั้งต้นผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มัล โดยศึกษาอิทธิพลของชนิดกรดที่ใช้ในการละลายฝุ่นผงสังกะสีและความเข้มข้นของโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่ใช้ในการตกตะกอนซิงก์ออกไซด์ ที่มีผลต่อเฟส สัณฐานวิทยา พื้นที่ผิวจำเพาะ และสมบัติการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงโดยการย่อยสลายสีย้อมอินทรีย์โรดามีนบีภายใต้การฉายแสงยูวี อนุภาคซิงก์ออกไซด์รูปทรงแบบแท่งที่เตรียมจากการละลายด้วยกรดไนตริกและตกตะกอนด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 6 M (ZnO(N-6M)) และผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มัลที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 ชั่วโมง ให้ประสิทธิภาพการย่อยสลายสีย้อมสูงที่สุด (89.7%) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับประสิทธิภาพการย่อยสลายสีย้อมของซิงก์ออกไซด์ทางการค้า (92.7%) งานวิจัยนี้ยังศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงภายใต้การฉายแสงที่ตามองเห็นของซิงก์ออกไซด์ที่สังเคราะห์ได้ผ่านการเตรียมเป็นวัสดุเชิงประกอบกับกราฟิติกคาร์บอนไนไตรด์ (g-C3N4) ทั้งนี้วัสดุเชิงประกอบ ZnO/g-C3N4 ที่เตรียมด้วยวิธีการบดผสมทางกายภาพ การกระจายผสมในตัวกลาง และการเผาแคลไซน์ร่วมระหว่าง ZnO และ g-C3N4 แสดงประสิทธิภาพตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงสำหรับการย่อยสลายสีย้อมโรดามีนบีภายใต้การฉายแสงที่ตามองเห็นต่ำกว่าประสิทธิภาพของ g-C3N4 เพียงอย่างเดียวอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่วัสดุเชิงประกอบ ZnO/g-C3N4 ที่สังเคราะห์ด้วยวิธีโซลโวเทอร์มัลที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง (1Z/gCN_Solv.150) แสดงประสิทธิภาพตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงที่ดีที่สุด สูงถึง 97.9% ซึ่งมีค่าสูงกว่าประสิทธิภาพการใช้ g-C3N4 เพียงอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากวัสดุเชิงประกอบมีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงกว่า(68.4 m2/g) และเกิดการสร้างโครงสร้างแบบเฮเทอโรจังก์ชันใน 1Z/gCN_Solv.150 ส่งผลให้มีอัตราการรวมตัวกันของอิเล็กตรอนและโฮลต่ำกว่า


การพัฒนาคอนกรีตทนไฟชนิดคอร์เดียไรต์-มุลไลต์โดยใช้ซีเมนต์ฐานแมกนีเซียมเป็นตัวเชื่อมประสาน, วาริณี คลังหิรัญ Jan 2022

การพัฒนาคอนกรีตทนไฟชนิดคอร์เดียไรต์-มุลไลต์โดยใช้ซีเมนต์ฐานแมกนีเซียมเป็นตัวเชื่อมประสาน, วาริณี คลังหิรัญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการเตรียมผลิตภัณฑ์คอนกรีตทนไฟชนิดคอร์เดียไรต์-มุลไลต์ซึ่งสามารถแข็งตัวเองได้ในแม่แบบโดยใช้ซีเมนต์ฐานแมกนีเซียมเป็นตัวเชื่อมประสาน ได้แก่ แมกนีเซียมซิลิเกตไฮเดรตซีเมนต์ แมกนีเซียมออกซีคลอไรด์ซีเมนต์ และแมกนีเซียมออกซีซัลเฟตซีเมนต์ โดยศึกษาผลของชนิดและอัตราส่วนส่วนผสมของซีเมนต์ฐานแมกนีเซียมที่ใช้เป็นตัวเชื่อมประสานต่อสมบัติของคอนกรีตทนไฟชนิดนี้ จากการทดลองพบว่าซีเมนต์ฐานแมกนีเซียมทั้ง 3 ชนิดนี้สามารถใช้เป็นตัวเชื่อมประสานเพื่อเตรียมคอนกรีตทนไฟชนิดคอร์เดียไรต์-มุลไลต์โดยได้ โดยเฟสซีเมนต์เหล่านี้ช่วยให้เกิดความแข็งแรงในชิ้นงานที่อุณหภูมิห้อง และเมื่อเผาที่อุณหภูมิสูง เฟสซีเมนต์จะสลายตัวเป็นเฟสแมกนีเซียและทำปฎิกิริยากับอะลูมินาและซิลิกาในส่วนผสมเกิดเป็นเฟสคอร์เดียไรต์ได้ ชิ้นงานที่เตรียมโดยใช้แมกนีเซียมซิลิเกตไฮเดรตซีเมนต์เป็นตัวเชื่อมประสานด้วยอัตราส่วนโดยโมลแมกนีเซียต่อซิลิกาเท่ากับ 1 มีสมบัติทางกายภาพดีที่สุด ชิ้นงานที่เตรียมโดยใช้แมกนีเซียมออกซีคลอไรด์ซีเมนต์ และแมกนีเซียมออกซีซัลเฟตซีเมนต์เป็นตัวเชื่อมประสานด้วยอัตราส่วนโดยโมลแมกนีเซียต่อแมกนีเซียมคลอไรด์เฮกซะไฮเดรต และแมกนีเซียต่อแมกนีเซียมซัลเฟตเฮปตะไฮเดรตเท่ากับ 3 เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด โดยสมบัติทางกายภาพของชิ้นงานที่เตรียมได้มีค่าใกล้เคียงอยู่ในช่วงของตัวอย่างทางการค้าและสามารถใช้งานได้ที่ 1200 องศาเซลเซียสโดยชิ้นงานยังไม่เกิดการหลอม เมื่อเปรียบเทียบการใช้ซีเมนต์ฐานแมกนีเซียมเป็นตัวเชื่อมประสานทั้ง 3 ชนิดนี้ พบว่าการเตรียมคอนกรีตทนไฟชนิดคอร์เดียไรต์-มุลไลต์โดยใช้แมกนีเซียมซิลิเกตไฮเดรตซีเมนต์เป็นตัวเชื่อมประสานมีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากไม่มีการสลายตัวเป็นไอกรดที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระหว่างกระบวนการเผา


การประยุกต์ฮีทไปป์แบบแบนเพื่อใช้ระบายความร้อนจากแผงโซล่าร์เซลล์, ยศพล เกื้อชาติ Jan 2022

การประยุกต์ฮีทไปป์แบบแบนเพื่อใช้ระบายความร้อนจากแผงโซล่าร์เซลล์, ยศพล เกื้อชาติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ฮีทไปป์แบบแบนเพื่อใช้ระบายความร้อนจากแผงโซล่าร์เซลล์ โดยแผงโซล่าร์เซลล์ที่ใช้เป็นแบบอะมอฟัส (ฟิล์มบาง) ขนาดยาว 1.25 เมตร และกว้าง 1 เมตร พิกัดกำลังไฟฟ้า 140 วัตต์ ทดสอบที่อุณหภูมิมาตรฐาน 25 องศาเซลเซียส จนกระทั่งเมื่อนำแผงโซล่าร์เซลล์ไปใช้งานจริงจะเกิดความร้อนสะสมทำให้แผงโซล่าร์เซลล์มีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้กำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลง จึงเป็นเหตุให้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาในครั้งนี้เพื่อต้องการลดอุณหภูมิแผง และเพิ่มการผลิตกำลังไฟฟ้าให้สูงขึ้น โดยได้ทำการทดลองเปรียบเทียบ แผงโซล่าร์เซลล์แบบปกติกับแผงโซล่าร์เซลล์ที่ติดตั้งฮีทไปป์แบบแบน ซึ่งท่อฮีทไปป์เป็นท่อทองแดงภายในท่อบรรจุวิกแบบเกลียวทำหน้าที่ดูดของเหลวทำงานจากส่วนควบแน่นกลับไปยังส่วนระเหย โดยติดตั้งทั้งหมดจำนวน 7 ท่อ แต่ละท่อประกอบด้วยท่อแบนส่วนระเหย ต่อเชื่อมกับ ท่อกลมส่วนควบแน่น มีน้ำกลั่นบรรจุอยู่ภายในท่อ ท่อแบนส่วนระเหยจะยึดติดกับด้านหลังของแผงโซล่าร์เซลล์ และมีซิลิโคนอยู่ระหว่างกลางเพื่อเป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อน ในการทดสอบได้วางแผงโซล่าร์เซลล์ทั้งสองแผงให้ได้รับแสงอาทิตย์เท่ากันตลอดเวลา และได้บันทึกค่าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังไฟฟ้าและอุณหภูมิแผงโซล่าร์เซลล์ของทั้ง 2 แผง และอุณหภูมิแวดล้อม การบันทึกค่าทำทุกเวลา 15 นาทีระหว่าง 11:30 น. ถึง 15:30 น. เป็นระยะเวลา 11 วัน ผลการทดสอบพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยแผงโซล่าร์เซลล์ปกติเท่ากับ 59.7 องศาเซลเซียส และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2,090 วัตต์-ชม. ตามลำดับ อุณหภูมิเฉลี่ยแผงโซล่าร์เซลล์ติดตั้งท่อฮีทไปป์เท่ากับ 57.3 องศาเซลเซียส และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2,340 วัตต์-ชม.ตามลำดับ โดยมีอุณหภูมิแวดล้อมเฉลี่ย 37.4 องศาเซลเซียส โดยสรุป แผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งท่อฮีทไปป์สามารถลดอุณหภูมิหลังแผงโซล่าร์เซลล์ลงได้ 2.4 องศาเซลเซียส และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น 250 วัตต์-ชม. หรือ 12 % จากแผงโซล่าร์เซลล์ปกติ


การอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ติดตั้งเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี : กรณีศึกษา, ศุภธัช อินทะวัง Jan 2022

การอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ติดตั้งเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี : กรณีศึกษา, ศุภธัช อินทะวัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี เป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่หน่วยวิจัยใช้ในการตรวจวิเคราะห์สารพิษในตัวอย่างดิน น้ำและพืชในพื้นที่การเกษตร ซึ่งห้องปฏิบัติการที่ติดตั้งเครื่องมือจะมีการควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 25±5 ๐C ตามมาตรฐานที่หน่วยวิจัยได้ทำการประเมินไว้ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลต่อความถูกต้องของการวิเคราะห์ตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม เครื่องแก๊สโครมาโทกราฟีจะมีการปล่อยความร้อนออกสู่บรรยากาศภายในห้องปรับอากาศทุกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นการวิเคราะห์ในแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นภาระต่อเครื่องปรับอากาศ งานวิจัยจึงมุ่งที่จะศึกษาหามาตรการประหยัดพลังงานในระบบปรับอากาศที่ติดตั้งเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี และตู้แช่เย็นที่ใช้เก็บตัวอย่าง โดยการตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศและการใช้พลังงานไฟฟ้าและการระบายความร้อนของเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี และตู้แช่เย็นภายในห้องปฏิบัติ ข้อมูลได้ถูกบันทึกแบบต่อเนื่องตลอดทั้งวันเพื่อหามาตรการประหยัดพลังงานในระบบปรับอากาศ จาก การวิเคราะห์พบมาตรการประหยัดพลังงานหลักๆ 3 มาตรการคือ 1) มาตรการล้างเครื่องปรับอากาศ 2) มาตรการปรับตั้งอุณหภูมิ set point ของเครื่องปรับอากาศ ให้สูงขึ้น และ 3) มาตรการลดพลังงานของตู้แช่แข็ง โดยสามารถลดพลังงานไฟฟ้าได้ 963.6 kWh, 1,660.0 kWh และ 49.9 kWh ต่อปี ตามลำดับ มาตรการที่ 1 มีระยะเวลาคืนทุน 0.83 ปี จึงมีความคุ้มค่าในการลงทุน ส่วนมาตรการที่ 2 และ 3 ไม่มีเงินลงทุนแต่สามารถลดค่าไฟฟ้า ได้ 6,640 บาท และ 200 บาทต่อปีตามลำดับ


การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการป้องกันอัคคีภัยกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา, อัยลดา วาปีทำ Jan 2022

การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการป้องกันอัคคีภัยกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา, อัยลดา วาปีทำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บ้านอยู่อาศัยในประเทศไทยเริ่มมีความสนใจในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าฯ ในหลายประเทศได้เกิดปัญหาการเกิดอัคคีภัยสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และชีวิต ในพื้นที่เกิดอัคคีภัยนักดับเพลิงจะมีความเสี่ยงอันตรายจากแรงดันกระแสไฟฟ้าที่สูงจึงเป็นที่มาของงานวิจัยนี้ โดยศึกษาความคุ้มค่าของการติดตั้งอุปกรณ์หยุดทำงานฉุกเฉินและไมโครอินเวอร์เตอร์ ขนาด 5 kWp 1 Phase ในพื้นที่ภาคกลาง โดยจำลองการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าฯ 3 กรณี ได้แก่กรณีที่ 1 ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา แบบทั่วไป กรณีที่ 2 ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งอุปกรณ์หยุดทำงานฉุกเฉิน และกรณีที่ 3 ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งไมโครอินเวอร์เตอร์ จากนั้นทำการสำรวจข้อมูล ราคาบ้านที่ติดตั้งไม่รวมทรัพย์สินภายในบ้านและราคาที่ดิน ราคาหลังคาบ้านที่ติดตั้ง ราคาระบบที่ติดตั้ง พื้นที่บ้านที่ติดตั้ง และนำข้อมูลที่ได้มาทำการหาราคาเฉลี่ย เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วนำแต่ละระบบมาเปรียบเทียบค่าพลังงานที่ผลิตได้ โดยโปรแกรม PVSyst ค่าพลังงานที่ผลิตได้ตลอดระยะเวลาโครงการ 25 ปี เท่ากับ 160,380, 165,481 และ 168,961 kWh ตามลำดับ นำข้อมูลที่ได้ทำการคำนวณทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาความคุ้มค่าของโครงการ มูลล่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 55,434.83, 42,531.10 และ -44,171.64 ตามลำดับ อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เท่ากับ 17.96%, 16.46% และ 10.67% ตามลำดับ ระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 5.27, 5.79 และ8.52 ปี ตามลำดับ ต้นทุนต่อหน่วยไฟฟ้าตลอดอายุโครงการ (LCOE) 1.53, 1.61 และ 2.03 บาทต่อหน่วย จำลองเหตุการณ์การเกิดอัคคีภัยใน 3 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุการณ์ที่ 1 เกิดอัคคีภัยความเสียหายเพียงแค่ระบบผลิตไฟฟ้าฯ บนหลังคา เหตุการณ์ที่ 2 เกิดอัคคีภัยความเสียหายในบริเวณหลังคาบ้านอยู่อาศัยทั้งหมด และเหตุการณ์ที่ 3 เกิดอัคคีภัยความเสียหายทั้งอาคารบ้านอยู่อาศัย สืบค้นข้อมูลการเกิดอัคคีภัยในประเทศไทยพบว่ามีการเกิดอัคคีภัยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นทุกๆปี จึงทำการสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญถึงมาตรฐานที่ใช้นิยมใช้ มาตรฐานวสท. และข้อกำหนดของการไฟฟ้า ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอัคคีภัยที่พบมากที่สุดคือ อุปกรณ์เชื่อมต่อ (MC4) และอุณหภูมิแวดล้อมพื้นที่ติดตั้ง ผลการวิจัยพบว่าหากพิจารณาความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ในการติดตั้งกรณีที่ …


Sodium Hydroxide Post Treatment Optimization For Electrospun Nanofiber As The Support For Thin-Film Composite Membrane For Reverse Osmosis, Anniza Cornelia Augusty Jan 2022

Sodium Hydroxide Post Treatment Optimization For Electrospun Nanofiber As The Support For Thin-Film Composite Membrane For Reverse Osmosis, Anniza Cornelia Augusty

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Poly(acrylonitrile-co-methyl acrylate) (PAN-co-MA) was electrospun onto non-woven backing and used as the support for thin film nanofiber composite (TFNC) membranes. Post treatment via hydrolysis using NaOH solution was applied to the support layer. The effect of NaOH concentration, reaction temperature and reaction time on the support physicochemical properties, thin film morphology and surface chemistry, and membrane performances were investigated. Furthermore, the response surface methodology (RSM) – Box Behnken Design (BBD) experimental design was employed to find the optimal hydrolysis parameters condition and thus obtain the best NaCl rejection and pressure-normalized flux. The membrane characterizations, consisting of support pore size, chemical …


Deep Iterative Convolutional Neural Network For Face Image Super-Resolution, Hein Htet Aung Jan 2022

Deep Iterative Convolutional Neural Network For Face Image Super-Resolution, Hein Htet Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Face images are often used today for many purposes, including facial identification and recognition. Face identification is used in security to trace crimes. The face application performs poorly due to the camera's low quality and environmental degradation issues. In this thesis, we explore face image super-resolution, which raises low-resolution to high resolution images. We proposed a deep iterative convolutional neural network using attention mechanisms and spatial feature transformation for face super-resolution. The input low-resolution image is enlarged into a super-resolution face image. Then, the image has repeatedly estimated the alignment to enhance the super-resolution image. The experiment was conducted on …


การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของตอม่อสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กโดยพิจารณาความเสื่อมสภาพเนื่องจากผลกระทบของคลอไรด์, เกวลิน เทพสุภรณ์กุล Jan 2022

การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของตอม่อสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กโดยพิจารณาความเสื่อมสภาพเนื่องจากผลกระทบของคลอไรด์, เกวลิน เทพสุภรณ์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันการก่อสร้างและบำรุงรักษาสะพานได้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ช่วยในการพัฒนาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้มีความสะดวกสบายและความแม่นยำมากยิ่งขึ้น การที่สามารถรู้สภาพความเสียหายและสามารถทำการคาดคะเนความน่าจะเป็นในการชำรุดเสียหายของสะพานได้นั้น จะส่งผลให้เกิดการบำรุงรักษาสะพานได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชำรุดและก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้ที่สัญจรอยู่บนสะพาน งานวิจัยฉบับนี้จึงทำการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ (Reliability analysis) ของโครงสร้างตอม่อสะพาน ได้ทำการศึกษากรณีตัวอย่างสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี กม. 330+939.000 ซึ่งมีการใช้งานมายาวนานกว่า 28 ปี ที่ตั้งของสะพานอยู่บริเวณภาคตะวันออกของประเทศไทย มีระยะห่างจากทะเลอ่าวไทยเพียง 15-20 กิโลเมตร ทำให้ปริมาณคลอไรด์มีอิทธิพลต่อการเสื่อมสภาพของโครงสร้างเป็นอย่างมาก การที่เหล็กเสริมถูกกัดกร่อนเนื่องจากคลอไรด์เป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยในโครงสร้างที่สภาพแวดล้อมอยู่ใกล้ทะเล เมื่ออายุการใช้งานมากขึ้น สะพานและตอม่อสะพานมีโอกาสเกิดการชำรุดเสียหาย ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การชำรุดของตอม่อสะพานเนื่องจากอิทธิพลของคลอไรด์ โดยใช้โปรแกรม GID จำลองแบบ 3 มิติเสมือนจริง และใช้โปรแกรม ATENA พิจารณาแรงและการโก่งตัวที่เกิดขึ้น ซึ่งใช้หลักการวิเคราะห์ด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ (FEM) จากนั้นทำการหาค่าดัชนีความเชื่อมั่น (Reliability Index) ของโครงสร้างตอม่อของสะพาน โดยนำผล FEM มาวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของโครงสร้างสะพาน ด้วยโปรแกรม SARA จากการศึกษาพบว่าสามารถนำข้อมูลค่าดัชนีความเชื่อมั่นของโครงสร้าง เพื่อใช้อ้างอิงในการประเมินสภาพปัจจุบันของสะพาน และชี้วัดช่วงเวลาที่ควรทำการบำรุงรักษาต่อไป


Diabetic Retinopathy Severity Classification Using Convolutional Neural Network Withtransfer Learning, Pranajit Kumar Das Jan 2022

Diabetic Retinopathy Severity Classification Using Convolutional Neural Network Withtransfer Learning, Pranajit Kumar Das

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Diabetic Retinopathy is a common retina disease caused by diabetes that is very difficult to diagnose initially because of its asymptomatic nature, which leads to permanent vision loss. Early and accurate detection of diabetic retinopathy is an effective way to prevent blindness. While screening programs are the most effective means of detecting diabetic retinopathy, it has various limitations like time consuming, laborious tasks, require a lot of expert ophthalmologists and technicians with standardized medical equipment. Automatic diabetic retinopathy classification using artificial intelligence and computer vision techniques mostly overcome the above-mentioned limitations despite it still being a challenging task. In this …


Performance Study Of K2co3/Al2o3 Prepared Using Different Alkali Solution In Carbon Dioxide Capture And Adsorbent Regeneration, Tanawat Kitpattanasin Jan 2022

Performance Study Of K2co3/Al2o3 Prepared Using Different Alkali Solution In Carbon Dioxide Capture And Adsorbent Regeneration, Tanawat Kitpattanasin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, potassium carbonate supported on gamma alumina (K2CO3/γ-Al2O3) was investigated as a CO2 sorbent due to its expected high surface area, low energy consumption in regeneration, and non-toxicity. Different types of alkali solutions were used to modify the physical properties of the adsorbent including morphology, BET surface area, pore volume, and pore size. Preparation of the adsorbent was carried out via the impregnation method in which K2CO3 and γ-Al2O3 were added to an alkali solution. CO2 adsorption-desorption was carried out in a fixed bed reactor with a temperature swing process (35-250 °C). The reactor was fed with 12% …


การทำนายความผิดปกติทางธรณีวิทยาบริเวณหน้าอุโมงค์ด้วยคลื่นไหวสะเทือน, พลพัชร นิลวัชราภรณ์ Jan 2022

การทำนายความผิดปกติทางธรณีวิทยาบริเวณหน้าอุโมงค์ด้วยคลื่นไหวสะเทือน, พลพัชร นิลวัชราภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความผิดปรกติทางธรณีวิทยา เช่น บริเวณที่ชั้นหินแตกต่างจากสภาพโดยรอบ บริเวณโพรงถ้ำที่มีปริมาณน้ำสูง อาจทำให้เกิดปัญหาในระหว่างการขุดเจาะอุโมงค์ได้ เช่น การสูญเสียเสถียรภาพของหน้าอุโมงค์ การไหลทะลักของน้ำ และประสิทธิภาพในการขุดเจาะที่ลดลง ดังนั้นการทราบถึงตำแหน่งของความผิดปรกติทางธรณีวิทยาล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนความปลอดภัยและแผนปฏิบัติงานขุดเจาะอุโมงค์ ในการศึกษานี้ผู้วิจัยได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคนิคการตรวจวัดแบบ Tunnel Seismic Prediction มาทำนายตำแหน่ง และขนาดของความผิดปรกติทางธรณีวิทยาบริเวณหน้าอุโมงค์ โดยจำลองการแพร่กระจายคลื่นด้วยวิธี Spectral Element Method ในแบบจำลองชั้นหินที่มีความผิดปรกติทางธรณีวิทยา แล้วนำข้อมูลคลื่นที่สังเคราะห์ได้มาประมวลผลด้วยฟิลเตอร์แบบ F-K และการแปลผลแบบ Kirchhoff’s migration โดยคำนึงถึงทิศทางในการสั่นของคลื่น จากการศึกษาพบว่าวิธีการดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำนายตำแหน่ง และขนาดของความผิดปรกติทางธรณีวิทยา เมื่อเทียบกับการแปลผลด้วย Kirchhoff’s migration แบบดั้งเดิม


กลไกการสกัดในระดับโมเลกุลของการสกัดนิกเกิลด้วยระบบการสกัดด้วยตัวทำละลายธรรมชาติ, วัชรพงศ์ อำพรพงษ์ Jan 2022

กลไกการสกัดในระดับโมเลกุลของการสกัดนิกเกิลด้วยระบบการสกัดด้วยตัวทำละลายธรรมชาติ, วัชรพงศ์ อำพรพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้นำเสนอการแยกโลหะนิกเกิลออกจากสารละลายน้ำด้วยวิธีการสกัดด้วยตัวทำละลาย โดยนำตัวทำละลายธรรมชาติมาเป็นตัวทำละลายทางเลือก (น้ำมันรำข้าว, น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันทานตะวัน) ผลลัพธ์ที่ได้ พบว่า สารสกัด D2EHPA ในน้ำมันรำข้าวให้เปอร์เซ็นต์การสกัดนิกเกิลสูงสุด และมีประสิทธิภาพกว่าตัวทำละลายอุตสาหกรรม (เคโรซีน) นอกจากนี้เปอร์เซ็นต์ในการสกัดนิกเกิลเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อใช้สารสกัดเสริมฤทธิ์ระหว่าง D2EHPA + 1-octanol ซึ่งแสดงถึงการเสริมฤทธิ์กันของสารสกัดทั้งสองชนิด ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมเปอร์เซ็นต์การสกัดและการนำกลับของนิกเกิลสูงถึง 99.7% และ 88.0% ตามลำดับ นอกจากนี้มีการเสนอกลไกการสกัดนิกเกิลในระดับซุปราโมเลกุลาร์ด้วยทฤษฎีฟังก์ชันความหนาแน่น (DFT) ในการสกัดแบบเสริมฤทธิ์ ซึ่งพบว่าพันธะไฮโดรเจนในสารสกัดมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนประจุบวกกับนิกเกิลเกิดเป็นโลหะเชิงซ้อน และได้รับการวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันในการเกิดปฏิกิริยาด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโคปีจากการคำนวณและการทดลองเพื่อเป็นการยืนยันกลไกการสกัดที่ถูกต้อง


แนวทางการตัดสินใจการนำหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนหรือปฏิบัติร่วมกับพนักงานในการทำงาน, ชนาธิป ทองดอนน้อย Jan 2022

แนวทางการตัดสินใจการนำหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนหรือปฏิบัติร่วมกับพนักงานในการทำงาน, ชนาธิป ทองดอนน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับกรอบการตัดสินใจสำหรับการนำหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการหรือโคบอท เข้ามาใช้แทนที่แรงงานมนุษย์และ/หรือเพื่อทำงานร่วมกับคนงาน ในกรณีศึกษาของบริษัทที่ผลิตเลนส์แว่นตาผู้บริหารระดับสูงต้องการนำหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการเข้ามาใช้ในกระบวนการคัดแยกชิ้นงาน เนื่องจากกระบวนการนี้เป็นกระบวนการทำงานแบบซ้ำ ๆ ซึ่งส่งผลกระทบให้พนักงานเกิดความเมื่อยล้าและความเจ็บป่วยทางการยศาตร์ ในการตัดสินใจสำหรับการนำหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการทางโรงงานกรณีศึกษาได้ทำการพิจารณาเพียงด้านการเงินโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ดังนั้นบทความนี้จึงมุ่งเน้นสำรวจปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจใช้หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการในสายการผลิต โดยการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ (EFA) และการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงยืนยัน (CFA) ซึ่งเป็นขั้นตอนทางสถิติหลายตัวแปร ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรแฝง นอกจากนี้ได้ทำการจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม ARENA เพื่อตรวจสอบประโยชน์ของการนำโคบอทไปใช้ในกรณีศึกษาอีกด้วย


Production Of Γ-Valerolactone Via Catalytic Transfer Hydrogenation Of Furfuryl Alcohol Over Mfi-1 Catalysts, Kittitact Iamsaard Jan 2022

Production Of Γ-Valerolactone Via Catalytic Transfer Hydrogenation Of Furfuryl Alcohol Over Mfi-1 Catalysts, Kittitact Iamsaard

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

At present, the production of gamma-valerolactone (GVL) from renewable energy sources is gaining a lot of attention as GVL can be used to produce green chemicals and is environmentally friendly. In addition, can also be used as a fuel additive, organic solvents in the food industry, and pharmaceutical intermediates. The production of gamma-valerolactone directly from furfuryl alcohol in a single reactor is of great interest because it reduces the use of solvents number of production units, and the cost of producing a continuous reaction is carried out in a single reactor using secondary alcohols as a hydrogen donor was investigated …


ผลของวัสดุพื้นผิวสัมผัสที่มีต่อเสถียรภาพของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในการผลิตกรดเปอร์อะซีติก, ชัญญานุช พรหมมา Jan 2022

ผลของวัสดุพื้นผิวสัมผัสที่มีต่อเสถียรภาพของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในการผลิตกรดเปอร์อะซีติก, ชัญญานุช พรหมมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ทำการศึกษาผลของวัสดุที่สัมผัสกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แล้วก่อให้เกิดการ สลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยวัสดุที่จะนำมาศึกษามีทั้งหมด 3 ชนิดได้แก่เหล็กกล้าไร้สนิม (SS304), อะลูมิเนียม และแก้วโบโรซิลิเกต ที่ไม่ผ่านการพาสซิเวต (passivation) และที่ผ่านการพาสวิเวตพื้นผิว ด้วยกรดไนตริกและกรดซัลฟิวริก และทำการศึกษาผลของวัสดุที่พื้นผิวสัมผัสกับกรดอะซีติก ที่มีต่อการผลิตกรดเปอร์อะซีติก 5%w/w และ 15%w/w โดยใช้กรดอะซีติกที่ผ่านการแช่วัสดุชนิดต่าง ๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนนำมาผลิตกรดเปอร์อะซีติก การสังเคราะห์กรดเปอร์อะซีติกทำโดยการผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ กรดอะซีติกที่ไม่ผ่านและผ่านการแช่วัสดุชนิดต่าง ๆ และน้ำ ในขวดพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) การทดลองกระทำที่อุณหภูมิห้องและติดตามการเปลี่ยนแปลงของกรดทั้งหมดในปฏิกิริยา ด้วยการไทเทรต การศึกษาในส่วนของการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์พบว่า มีเพียงเหล็กกล้าไร้สนิมที่ผ่านการพาสซิเวตด้วยกรดซัลฟิวริก จะไปเร่งการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ การศึกษาในส่วนของการผลิตกรดเปอร์อะซีติกพบว่าปัญหาลดลงของกรดเปอร์อะซีติกและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เมื่อเวลาผ่านไป เป็นผลมาจากการที่กรดเปอร์อะซีติกทำปฏิกิริยากับ HDPE ทำให้เกิดการสูญเสียอะตอมออกซิเจน แล้วสลายตัวกลับคืนเป็นกรดอะซีติก ที่ไปทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กลับมาเป็นกรดอะซีติกใหม่


Techno-Economic Analysis Of Dimethyl Carbonate Production From Alternative Processes Using Urea Alcoholysis Reaction, Chanon Bunsaksit Jan 2022

Techno-Economic Analysis Of Dimethyl Carbonate Production From Alternative Processes Using Urea Alcoholysis Reaction, Chanon Bunsaksit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Dimethyl carbonate (DMC) is a green reactant which plays an important role in industrial applications. DMC can be alternatively produced using urea and methanol as precursors. In this study, both direct and indirect urea alcoholysis pathways were simulated in terms of process performance and economic feasibility. For performance analysis, the energy consumption of the process related to CO2 emission was reported. It was found that the highest energy consumption lay in the separation of azeotropic mixture between DMC and methanol. Indirect urea alcoholysis processes via propylene carbonate and ethylene carbonate were investigated. The indirect alcoholysis process was able to achieve …


Synthesis Of Nano Porous Carbon From Black Liquor As Support Of Tungsten Phosphide Catalyst Supports For The Green Diesel Production, Tassanai Tempiam Jan 2022

Synthesis Of Nano Porous Carbon From Black Liquor As Support Of Tungsten Phosphide Catalyst Supports For The Green Diesel Production, Tassanai Tempiam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, we focused on the synthesis of mesoporous carbon derived from lignin extracted from black liquor. To develop suitable support material for metal catalysts in the deoxygenation of palm oil. The objectives encompassed the development of mesoporous carbon via chemical activation, investigation of the effect of a tungsten phosphide catalyst on a carbon support, and exploration of reaction parameters for deoxygenation. The optimized condition of 700 °C with a 1:1 ratio of activating agent (KOH) to precursor yielded nanoporous carbon with a surface area of 1,676.5 m2/g and a total pore volume of 1.091 cm3/g. The resulting material …


Source Apportionment Of Fine Particulate Matter Down To Nanoparticle In Bangkok By Positive Matrix Factorization (Pmf) Model, Thanaphum Manjantrarat Jan 2022

Source Apportionment Of Fine Particulate Matter Down To Nanoparticle In Bangkok By Positive Matrix Factorization (Pmf) Model, Thanaphum Manjantrarat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research study investigated the sources of particulate matter with sizes ranging from less than 0.1 to larger than 10 microns in Bangkok by installing Nanosampler at three measurement stations (Ari, Din Daeng, and Bang Na) for one year (January 2021-December 2021). The collected samples were analyzed for ion species, carbon species, and elemental components to identify the chemical composition. The results were then used to classify the sources of air pollution using the Positive Matrix Factorization (PMF) model. The study indicated that particulate matter levels are highest from December to March and lowest from April to November. The average …


Rapid Fabrication Of Ni Supported Mgo-Zro2 Catalysts Via Solution Combustion Synthesis For Steam Reforming Of Methane For Hydrogen Production, Paweennut Sintuya Jan 2022

Rapid Fabrication Of Ni Supported Mgo-Zro2 Catalysts Via Solution Combustion Synthesis For Steam Reforming Of Methane For Hydrogen Production, Paweennut Sintuya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Hydrogen is one of the most promising energy alternatives in terms of clean energy resources. Based on the current technologies, steam reforming of methane is considered at cost-effective process for hydrogen production in an industrial scale. In this study, a series of Ni-based catalysts supported on MgO-ZrO2 was synthesized using a solution combustion synthesis with urea as fuel due to its simple, rapid process, and enabling the synthesis of nano-sized materials. The catalytic performance of synthesized catalysts for steam reforming of methane was evaluated in a packed-bed reactor at 700ºC and under atmospheric pressure. The 20Ni/20MgO-ZrO2 catalyst exhibited good activity …


การพัฒนาฟิล์มผสมแบบยืดหยุ่นจากไฟโบรอินไหมไทยและอัลจิเนต โดยเชื่อมขวางด้วยแคลเซียมคลอไรด์, ปวีณณัฐ พงษ์บริบูรณ์ Jan 2022

การพัฒนาฟิล์มผสมแบบยืดหยุ่นจากไฟโบรอินไหมไทยและอัลจิเนต โดยเชื่อมขวางด้วยแคลเซียมคลอไรด์, ปวีณณัฐ พงษ์บริบูรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาฟิล์มผสมของไฟโบรอินไหมไทย (SF) และอัลจิเนตที่มีความยืดหยุ่นและคงตัว โดยเริ่มด้วยการศึกษาคุณลักษณะของสารละลายผสมของไฟโบรอินไหมและอัลจิเนตที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน (ความหนืดต่างกัน) สองชนิด ได้แก่ อัลจิเนตเกรดความหนืดต่ำ (LA) และอัลจิเนตเกรดความหนืดปานกลาง (MA) อัตราส่วนผสมโดยน้ำหนัก 50/50 60/40 และ 70/30 ค่าพีเอช 6 และ 8 ที่มีความเข้ากันได้เป็นเนื้อเดียวกันมาทำการขึ้นรูปเป็นฟิล์ม โดยที่สารละลาย SFLA ค่าพีเอช 6 และ 8 พบการแยกชั้นและตกตะกอนทุกอัตราส่วนผสม ในขณะที่สารละลาย SFMA ทุกอัตราส่วนผสม ที่ค่าพีเอช 8 มีความเข้ากันได้เป็นเนื้อเดียวกันในระดับมหภาค เนื่องจากสภาพประจุของสารละลายผสม SFMA มีความเป็นลบมาก ส่งผลให้อนุภาคคอลลอยด์มีการกระจายตัวได้ดีและมีเสถียรภาพสูง จึงเลือกสารละลายผสมดังกล่าวมาขึ้นรูปเป็นฟิล์มโดยวิธีการเทหล่อ และเชื่อมขวางด้วยวิธีการแช่ในสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่มีตัวทำละลายเป็นน้ำและเอทานอล ผลการศึกษาการเชื่อมขวางฟิล์มผสม เป็นเวลา 60 นาที พบว่าฟิล์มผสมสามารถคงรูปเป็นชิ้นได้ถึง 5 วันในสารละลายเกลือฟอสเฟตบัฟเฟอร์ ค่าพีเอช 7.4 อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส สำหรับผลการบวมตัวของฟิล์ม SFMA ที่เชื่อมขวางในสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักที่มีเอทานอล 30 เปอร์เซ็นต์เป็นตัวทำละลาย (SFMA2C30E) พบว่ามีการบวมตัวต่ำกว่าและมีความโปร่งใสน้อยกว่าฟิล์มที่เชื่อมขวางในสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ความเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักที่มีตัวทำละลายเป็นเอทานอล 30 เปอร์เซ็นต์ (SFMA1C30E) อีกทั้งฟิล์มผสม SFMA2C30E (ทั้งฟิล์มแห้งและฟิล์มเปียก) มีความแข็งแรงต่อแรงดึงสูงกว่าฟิล์มผสม SFMA1C30E ซึ่งคุณลักษณะและสมบัติต่าง ๆ ของฟิล์มผสม SFMA2C30E ล้วนเป็นผลมาจากการเชื่อมขวางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ ที่สามารถเกิดอันตรกิริยาด้วยพันธะไอออนิกระหว่างแคลเซียมไอออนกับหมู่คาร์บอกซิลของอัลจิเนต เกิดการก่อตัวเป็นโครงสร้างกล่องไข่ที่มีความแข็งแรง มีความหนาแน่นและเป็นระเบียบมากขึ้น และเอทานอล 30 เปอร์เซ็นต์ ที่ใช้เป็นตัวทำละลายร่วมในสารเชื่อมขวาง สามารถขจัดน้ำ โดยเข้าไปแทนที่โมเลกุลของน้ำที่ล้อมรอบสายโซ่โมเลกุลของไฟโบรอินไหมและอัลจิเนต และอาจมีส่วนเหนี่ยวนำการเกิดโครงสร้างทุติยภูมิแบบแผ่นพลีทเบต้าของไฟโบรอินไหมให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้นได้ นอกจากนี้สารสกัดของฟิล์มผสม SFMA2C30E ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ผิวหนังของหนู (L929) ตามมาตรฐานการทดสอบความเป็นพิษ ISO 10993-5 จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า ฟิล์มผสม SFMA2C30E ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสำหรับเป็นฟิล์มชีววัสดุทางเลือกที่สามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อประยุกต์ใช้ทางการแพทย์เฉพาะด้านได้


Visible-Light Photocatalysis Of Au-, Ag- And Cu-Doped Titanium Dioxide Coated Plastic Film Synthesized By Condensation Method For Dye Degradation, Pattika Cheunwisat Jan 2022

Visible-Light Photocatalysis Of Au-, Ag- And Cu-Doped Titanium Dioxide Coated Plastic Film Synthesized By Condensation Method For Dye Degradation, Pattika Cheunwisat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The photocatalyst coated on plastic film is a good practice for water treatment. It provided a facile way to solve the particle aggregation and separation problem. Cu/TiO2, Ag/TiO2, and Au/TiO2 coated on PET film were prepared by two condensation methods depending on the mixing routes. A method of coating process was successfully completed and confirmed by various techniques. Their photocatalytic activity was investigated by the methylene blue dye degradation under visible light irradiation. The metal-doped titanium dioxide coated on film via method II showed the highest photocatalytic activity. The modification surface of TiO2 film photocatalyst by metal resulted in coverage …


การกำจัดสีรีแอคทีฟในน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วยเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนพลังงานสูง, พัศราภรณ์ สุวรรณวโรดม Jan 2022

การกำจัดสีรีแอคทีฟในน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วยเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนพลังงานสูง, พัศราภรณ์ สุวรรณวโรดม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ลำอิเล็กตรอนพลังงานสูงสามารถใช้บำบัดน้ำเสียทั้งในเชิงชีวภาพ (กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ) และในเชิงเคมี (ย่อยสลายโมเลกุลขนาดใหญ่และซับซ้อนให้เล็กลง) ในเวลาเดียวกันได้ งานวิจัยนี้จึงนำเทคโนโลยีลำอิเล็กตรอนพลังงานสูงมาใช้ในการกำจัดสีย้อมรีแอคทีฟในน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะเป็นสีที่นิยมนํามาย้อมผ้า มีความคงตัวในสิ่งแวดล้อมสูง ทนทานต่อการซักล้าง และยากต่อการกำจัด ในการศึกษานี้ได้สังเคราะห์น้ำผสมกับสีรีแอคทีฟจำนวน 6 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีชมพู สีฟ้า และสีดำ พร้อมกับเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจริงจากโรงงานย้อมผ้าในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 1 ตัวอย่าง นำมาฉายลำอิเล็กตรอนพลังงานสูง 10 MeV ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ปริมาณรังสีต่างๆ กัน ผลการวิจัยพบว่าความเข้มสี, pH, COD, BOD5 และ TDS ลดลงตามปริมาณรังสีที่เพิ่มขึ้น และปริมาณรังสี 10 kGy สามารถกำจัดสีในน้ำที่สังเคราะห์ได้ ~92% ส่วนน้ำทิ้งจริงจากโรงงานย้อมผ้าต้องใช้ปริมาณรังสีสูงขึ้นในช่วง 50 kGy จึงจะสามารถกำจัดสีได้ ~80% ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีลำอิเล็กตรอนพลังงานสูงในการกำจัดสีย้อมรีแอคทีฟ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากเพราะไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆ ในการบำบัด จึงไม่มีสารเคมีตกค้างออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นการคืนสภาพความสะอาดและความปลอดภัยให้แก่น้ำที่จะปล่อยออกสู่งสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน


Effect Of Air Pollution On Number Of Visits With Pneumonia And Influenza:Before Vs. During Covid-19 Outbreak In Thailand, Benjawan Roudreo Jan 2022

Effect Of Air Pollution On Number Of Visits With Pneumonia And Influenza:Before Vs. During Covid-19 Outbreak In Thailand, Benjawan Roudreo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The COVID-19 pandernic had effect on changes in people, environment, and health risk. This was a unique research opportunity to assess the effects on the risk of respiratory infectious diseases resulting from the changes in air pollution during COVID-19 outbreak. This study estimated the relative risks (RRs) of hospital visits with pneumonia and influenza associated with air pollution (PM10 PM25 NO2 and ⊖ y} by using Poison with generalized additive model (GAM) and compared the different RRs of pneumonia and influenza before vs. during the COVID-19 outbreak in Khon Kaen province and its vicinity. For results, before the COVID-19 period, …


การสังเคราะห์และประสิทธิภาพการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงของวัสดุเชิงประกอบไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียม/ซิงก์ออกไซด์, พิมพิชฌาณ์ บำรุงทรัพย์ Jan 2022

การสังเคราะห์และประสิทธิภาพการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงของวัสดุเชิงประกอบไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียม/ซิงก์ออกไซด์, พิมพิชฌาณ์ บำรุงทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้ทำการศึกษาการสังเคราะห์วัสดุเชิงประกอบไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียม/ซิงก์ออกไซด์และทดสอบการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงสำหรับการสลายสีย้อมภายใต้การฉายแสงช่วงยูวี โดยเริ่มจากการสังเคราะห์ไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียมด้วยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลที่อัตราส่วนไทเทเนียมไอออนต่อแคลเซียมไอออนเท่ากับ 0.1 โดยอะตอม และศึกษาผลจากกระบวนการให้ความร้อนแก่วัสดุ พบว่าตัวอย่างไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียมที่ไม่ผ่านกระบวนการความร้อนแสดงการดูดซับและสลายสีย้อมเมทิลีนบลูได้ดีที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์พื้นที่ผิวจำเพาะมีค่าสูงที่สุด (199 ตารางเมตรต่อกรัม) จากนั้นสังเคราะห์วัสดุเชิงประกอบสังเคราะห์วัสดุเชิงประกอบไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียม/ซิงก์ออกไซด์ด้วยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลในอัตราส่วนที่แตกต่างกันระหว่างสารตั้งต้นซิงก์ไนเทรตเฮกซะไฮเดรตและไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียมและที่อุณหภูมิแตกต่างกัน ผลการทดลองพบว่าวัสดุเชิงประกอบไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียม/ซิงก์ออกไซด์มีประสิทธิภาพการสลายสีย้อมสูงกว่าตัวอย่างซิงก์ออกไซด์บริสุทธิ์ โดยตัวอย่างที่เตรียมที่อัตราส่วนแตกต่างกันระหว่างสารตั้งต้นซิงก์ไนเทรตเฮกซะไฮเดรตและไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียมเท่ากับ 85:15 และสังเคราะห์ด้วยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส แสดงสมบัติการดูดซับและสลายสีย้อมเมทิลีนบลูได้ดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างอื่น ๆ โดยสามารถสลายสีย้อมเมทิลีนบลูได้ร้อยละ 85.1 เมื่อทำการฉายแสงช่วงยูวีเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ดังนั้นการเตรียมวัสดุเชิงประกอบไฮดรอกซีอะพาไทต์เจือไทเทเนียม/ซิงก์ออกไซด์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสลายสีย้อมภายใต้การฉายแสงช่วงยูวีได้


Pesticide Intoxication On Hepatic And Renal Functions Among Farmers In Nakhon Ratchasima, Thailand, Ekarat Sombatsawat Jan 2022

Pesticide Intoxication On Hepatic And Renal Functions Among Farmers In Nakhon Ratchasima, Thailand, Ekarat Sombatsawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In developing countries, pesticides are commonly used to protect crops and increase productivity among agricultural workers. These might cause effects to their health. The study aimed to compare the various variables between the pesticides unexposed and unexposed groups and find an association between pesticide intoxication on erythrocyte acetylcholinesterase (AChE), and hepatic and renal functions in farmers. A comparative cross-sectional study was conducted with 30 nonfarmers and 71 farmers during August to October 2022. Socio-demographic characteristics and variables related to pesticide exposure were collected using a questionnaire-based interview. The erythrocyte AChE inhibition, hepatic, and renal functions were measured by EQM Test-mate …


ผลของการปรับแต่งตำแหน่งเอของเพอรอฟสไกต์ออกไซด์ฐานไททาเนต ต่อเฟส โครงสร้างทางจุลภาค และสมบัติไดอิเล็กทริก, สุรพงษ์ บุญเลี้ยง Jan 2022

ผลของการปรับแต่งตำแหน่งเอของเพอรอฟสไกต์ออกไซด์ฐานไททาเนต ต่อเฟส โครงสร้างทางจุลภาค และสมบัติไดอิเล็กทริก, สุรพงษ์ บุญเลี้ยง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาและพัฒนาสมบัติของวัสดุไดอิเล็กทริกในกลุ่มเพอรอฟสไกต์ออกไซด์ฐาน ไททาเนต โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ (1) ศึกษาการปรับแต่งไอออนตำแหน่งเอในเพอรอฟสไกต์ออกไซด์ ได้แก่ กลุ่มเอนโทรปีต่ำ BaTiO3 กลุ่มเอนโทรปีกลาง (Ba0.5Sr0.5)TiO3 และ (Ba0.333Sr0.333Ca0.333)TiO3 และกลุ่มเอนโทรปีสูง (Na0.2Bi0.2Ba0.2Sr0.2Ca0.2)TiO3 และ(K0.143Na0.143La0.143Bi0.143Ba0.143Sr0.143Ca0.143)TiO3 สามารถเตรียมด้วยวิธีปฏิกิริยาสถานะของแข็ง จากการเผาแคลไซน์ กลุ่มที่หนึ่งที่อุณหภูมิ 1300 องศาเซลเซียส กลุ่มที่สองที่อุณหภูมิ 1275 องศาเซลเซียส และกลุ่มที่สามที่อุณหภูมิ 975 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากเผาผนึกชิ้นงานเซรามิก พบว่ามีโครงสร้างผลึกเพอรอฟสไกต์บริสุทธิ์ที่ไม่มีเฟสแปลกปลอมเจือปนในทุกตัวอย่าง และมีโครงสร้างเป็นแบบคิวบิก ขนาดเกรนเฉลี่ยของเซรามิกอยู่ในช่วง 0.56-1.25 ไมโครเมตร ความหนาแน่นของเซรามิกสูงสุดเท่ากับ 5.23 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร สำหรับวัสดุที่มีจำนวนไอออนบวกที่ตำแหน่งเอต่างกัน พบว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนจากเฟอร์โรอิเล็กทริกปกติไปเป็นรีแลกเซอร์เฟอร์โรอิเล็กทริก เมื่อจำนวนไอออนบวกตำแหน่งเอเพิ่มขึ้น และค่าคงที่ไดอิเล็กทริกและค่าการสูญเสียไดอิเล็กทริกสูงที่อุณหภูมิห้องอยู่ที่ 2700 และ 0.05 ตามลำดับ สอดคล้องกับความหนาแน่น และโครงสร้างทางจุลภาคของเซรามิก (2) การเตรียมเซรามิกเอนโทรปีสูงเชิงซ้อน (1-x)(NBBSCT)-(x)(BT) ที่แปรค่า x = 0.0, 0.01, 0.02, 0.03 และ 0.04 โดยโมล ด้วยวิธีของผสมออกไซด์ เผาผนึกที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง พบว่าเซรามิกเอนโทรปีสูงเชิงซ้อนมีโครงสร้างเฟสเป็นแบบคิวบิกเดียว ยืนยันด้วยการวิเคราะห์ด้วยเทคนิครีทเวลด์ และเซรามิกมีการกระจายตัวขององค์ประกอบทางเคมีสม่ำเสมอในทุกตัวอย่าง เมื่อปริมาณการเติมด้วย BT เพิ่มขึ้นจาก 0.00 เป็น 0.02 โมล ขนาดเกรนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และขนาดเกรนลดลงเมื่อปริมาณการเติม BT เพิ่มขึ้นเป็น 0.03 และ 0.04 โมล ขณะที่ความหนาแน่นสูงสุดที่ 5.25 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร พบที่ปริมาณการเติม BT อยู่ที่ 0.02 โมล เมื่อวิเคราะห์สมบัติทางไฟฟ้า พบว่าเซรามิกแสดงพฤติกรรมเป็นแบบรีแลกเซอร์เฟอร์โรอิเล็กทริกในทุกตัวอย่าง โดยสมบัติไดอิเล็กทริก …


Exsolution Of La0.3sr0.7ti0.9co0.1o3-X Cathode For Co2 And H2o Co-Electrolysis Using Solid Oxide Electrolysis Cell, Sothearoth Heng Jan 2022

Exsolution Of La0.3sr0.7ti0.9co0.1o3-X Cathode For Co2 And H2o Co-Electrolysis Using Solid Oxide Electrolysis Cell, Sothearoth Heng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

One way to achieve carbon neutrality and sustainable future energy scenarios is through the valorization of CO2 into valuable chemicals using solid oxide electrolysis cells (SOECs). However, the electrochemical performance and sulfur tolerance of cathode materials used for SOECs under a gas feed containing H2S species still requires further development. In this study, we successfully synthesized in-situ exsolved Co nanoparticles decorated on the La0.3Sr0.7Ti0.9Co0.1O3-x (LSTC) perovskite oxide (ex-LSTC) under a reductive atmosphere at high temperatures. The electrolyte-supported single cell with the ex-LSTC cathode exhibited remarkable electrocatalytic activity toward CO2 and H2O co-electrolysis with a maximum current density of approximately 705 …


เซ็นเซอร์พอลิไดแอซิทิลีน/ผลึกนาโนซิงก์ออกไซด์สําหรับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย, กวินภพ เพ็ชรนาม Jan 2022

เซ็นเซอร์พอลิไดแอซิทิลีน/ผลึกนาโนซิงก์ออกไซด์สําหรับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย, กวินภพ เพ็ชรนาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัสดุฐานพอลิไดแอซิทิลีนมีสมบัติการตอบสนองโดยการเปลี่ยนสีต่อสิ่งเร้าภายนอก จึงมีความน่าสนใจในการพัฒนาเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดตัวทำละลายอินทรีย์ระเหยง่าย ในงานวิจัยนี้ทำการศึกษาการตอบสนองโดยการเปลี่ยนสีของวัสดุฐานพอลิไดแอซิทิลีนต่อตัวทำละลายอินทรีย์ระเหยง่าย โดยทำการปรับความไวในการตอบสนองด้วยการเติมผลึกนาโนซิงก์ออกไซด์ และการปรับความยาวสายโซ่อัลคินของพอลิไดแอซิทิลีน จากนั้นนำพอลิไดแอซิทิลีนบริสุทธิ์ และวัสดุเชิงประกอบพอลิไดแอซิทิลีน/ซิงก์ (II) ไอออน/ผลึกนาโนซิงก์ออกไซด์ที่เตรียมได้ มาทดสอบกับสารละลายอินทรีย์ระเหยง่าย 8 ชนิดที่มีโครงสร้าง และค่าคงที่ไดอิเล็กทริกที่แตกต่างกัน ผลการศึกษาพบว่าพอลิไดแอซิทิลีนบริสุทธิ์สามารถตอบสนองโดยการเปลี่ยนสีต่อสารละลายอินทรีย์ระเหยง่ายทั้งหมด โดยโครงสร้างแอลกอฮอล์แบบเส้นยาวจะรบกวนสายโซ่หลักในโครงสร้างพอลิไดแอซิทิลีนได้ดีกว่าแบบกิ่ง สำหรับวัสดุเชิงประกอบพอลิไดแอซิทิลีน/ซิงก์ (II) ไอออน/ผลึกนาโนซิงก์ออกไซด์จะเกิดการตอบสนองโดยการเปลี่ยนสีต่อสารละลายอินทรีย์ระเหยง่ายที่ความเข้มข้นที่สูงกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างที่เสถียรกว่าพอลิไดแอซิทิลีนบริสุทธิ์ และเกิดการเปลี่ยนสีต่อสารละลายระเหยง่ายที่มีค่าคงที่ไดอิเล็กทริกในช่วง 17-22 นอกจากนี้ ได้ทำการปรับความไวในการตอบสนองของวัสดุฐานพอลิไดแอซิทิลีนต่อสารละลายอินทรีย์ระเหยง่าย โดยทำการปรับเปลี่ยนความยาวสายโซ่อัลคินของพอลิไดแอซิทิลีน


การเตรียมกระจกที่มีสมบัติการทำความสะอาดตัวเองและป้องกันแสงสะท้อนโดยการเคลือบด้วยไทเทเนียมไดออกไซด์และแมกนีเซียมฟลูออไรด์, วริสรา สุวรรณเดชา Jan 2022

การเตรียมกระจกที่มีสมบัติการทำความสะอาดตัวเองและป้องกันแสงสะท้อนโดยการเคลือบด้วยไทเทเนียมไดออกไซด์และแมกนีเซียมฟลูออไรด์, วริสรา สุวรรณเดชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ในการเตรียมกระจกที่มีสมบัติการทำความสะอาดตัวเองและสามารถลดการสะท้อนของแสงโดยการเคลือบด้วยไทเทเนียมไดออกไซด์และแมกนีเซียมฟลูออไรด์ โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ส่วน คือ (1) การสังเคราะห์อนุภาคแมกนีเซียมฟลูออไรด์ ด้วยกระบวนการให้ความร้อนโดยไมโครเวฟ ศึกษาเวลาในการให้ความร้อนที่ 5, 10, 15 และ 20 นาที พบว่าอนุภาคที่ได้มีความบริสุทธิ์ เฟสเตตระโกนอล ขนาดผลึกเพิ่มมากขึ้นเมื่อเพิ่มเวลาในการให้ความร้อน มีลักษณะไม่สมมาตร กลวง เห็นขอบชัดเจน เมื่อเตรียมเป็นฟิล์มเคลือบบนกระจก พบว่าตัวอย่างอนุภาคที่ให้ความร้อน 15 นาที (MW-15) แสดงค่าการส่องผ่านแสงเฉลี่ยในช่วงความยาวคลื่น 400-700 นาโนเมตร เท่ากับ 89.93% ในขณะที่กระจกที่ไม่ได้เคลือบแสดงค่าการส่องผ่านแสง เท่ากับ 88.63% (2) การเตรียมฟิล์มไทเทเนียมไดออกไซด์บนพื้นผิวกระจก โดยสังเคราะห์ด้วยกระบวนการโซลเจลร่วมกับการเคลือบปั่นเหวี่ยง เคลือบบนพื้นผิวกระจก 1, 3 และ 5 รอบ ฟิล์มที่ได้เป็นเฟสอะนาเทส สม่ำเสมอ เกรนมีขนาดประมาณ 10 นาโนเมตร ค่าการส่องผ่านแสงลดลงเมื่อเพิ่มจำนวนรอบการเคลือบ โดยที่การเคลือบ 1, 3 และ 5 รอบมีค่าการส่องผ่านแสงเฉลี่ยในช่วงความยาวคลื่น 400-700 นาโนเมตร เท่ากับ 88.03, 78.22 และ 78.66 % และจากการทดสอบการย่อยสลายสีย้อมเมทิลีนบลู เปรียบเทียบผลอัตราการกู้คืนค่าการส่องผ่านแสง พบว่ากระจกที่เคลือบไทเทเนียมไดออกไซด์ 1, 3 และ 5 รอบ มีค่า 46.81, 47.15 และ 65.28% ที่เวลา 240 นาที และทุกตัวอย่างมีค่ามุมสัมผัสระหว่างพื้นผิวกับหยดน้ำต่ำกว่า 10 องศา (3) การเตรียมฟิล์มไทเทเนียมไดออกไซด์และแมกนีเซียมฟลูออไรด์บนพื้นผิวกระจก โดยกำหนดปริมาณ MW-15 เท่ากับ 1, 3, 5, 7 และ 9% ของปริมาณไทเทเนียมไดออกไซด์ และเคลือบลงบนกระจก 1, 3 และ 5 รอบ …


Photocatalytic Selective Hydrogenation Of Furfural To Furfuryl Alcohol On Graphene Modified Tio2 Catalysts, Supphanat Richaroenkij Jan 2022

Photocatalytic Selective Hydrogenation Of Furfural To Furfuryl Alcohol On Graphene Modified Tio2 Catalysts, Supphanat Richaroenkij

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Furfural is a furan derived from biomass, which can be converted to high-value chemical products which are useful for many industrial applications such as fuel additives, drugs, and polymer resin. In this research, photocatalytic selective hydrogenation of furfural to furfuryl alcohol was investigated in different phases of TiO2 including anatase, rutile, and P25 (mixed anatase/rutile phase) and graphene-modified TiO2 catalysts. The graphene-modified TiO2 was prepared by physical mixing method with graphene contents of 5-15wt%. The catalyst properties were characterized by X-ray diffraction (XRD), UV-Vis spectroscopy (UV-Vis), photoluminescence spectroscopy (PL), N2-physisorption, transmission electron spectroscopy (TEM), and X-ray photoelectron spectroscopy (XPS). The …