Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Engineering Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 931 - 960 of 3655

Full-Text Articles in Engineering

แนวทางการพัฒนาการจัดการการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในพื้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต, ปรีชาวุฒิ กี่สิ้น Jan 2023

แนวทางการพัฒนาการจัดการการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในพื้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต, ปรีชาวุฒิ กี่สิ้น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ระดับความสำคัญ ประสิทธิภาพ และเสนอแนวทางพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ในพื้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่หาดป่าตอง จำนวน 400 คน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการการท่องเที่ยว จำนวน 12 คน ใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความสำคัญและประสิทธิภาพ โดย 1) พฤติกรรมนักท่องเที่ยว พบว่า ส่วนใหญ่ท่องเที่ยว 2 ครั้งต่อปี ในวันเสาร์-อาทิตย์ เฉลี่ย 2 วันต่อครั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อการพักผ่อน รับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวจากสื่อบุคคล ตัดสินใจท่องเที่ยวด้วยตนเอง นิยมเดินทางท่องเที่ยวกับเพื่อน จัดการท่องเที่ยวด้วยตนเอง เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ให้ความสนใจกิจกรรมการรับประทานอาหารในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว พักในโรงแรม ใช้จ่ายในการเดินทาง 10,001-15,000 บาทต่อครั้ง ใช้จ่ายเป็นค่าที่พักแรมมากที่สุด 2) นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญต่อการจัดการด้านการเดินทางและการขนส่งมากที่สุด 3) นักท่องเที่ยวประเมินการจัดการประสิทธิภาพด้านการเดินทางและการขนส่ง โดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4) สามารถสร้างแนวทางได้สามแนวทาง คือ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล


การวิเคราะห์ความเสี่ยงของการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน, ศุภฤกษ์ พุกพัก Jan 2023

การวิเคราะห์ความเสี่ยงของการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน, ศุภฤกษ์ พุกพัก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง อีกนัยหนึ่งคือเทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ. 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ. 2065 โดยงานวิจัยนี้ได้ศึกษาการวิเคราะห์ความเสี่ยงและเสนอกลยุทธ์ของ CCS ที่มีผลต่อการบริหารจัดการในประเทศไทย พบว่า ผลการวิเคราะห์ผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้วย TOE, SWOT อาทิ เช่น 1) การสร้างกองทุนในการบริหารจัดการโดยตรง 2) การหาแหล่งเงินทุนในการอุดหนุน 3) การสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูลในการ MMV และกลยุทธ์ของเทคโนโลยี CCS อาทิ เช่น 1) การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบทางภาษีเพื่อรองรับการยกเว้นภาษี 2) การเสนอสิทธิประโยชน์และการลดหย่อนภาษีสำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนภายในประเทศ 3) การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ MMV ให้กับประชาชนรับทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ และขอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคหรือเชิงนโยบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าของการดำเนินงานเป็นระยะ ๆ และเร่งรัดการขับเคลื่อนการสนับสนุนเชิงนโยบาย มาตรการ หรือกลไกต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายที่ได้กำหนดไว้


ทัศนคติ การรับรู้ และความคาดหวังของประชาชนต่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง, อาทิตยา ศิริน้อย Jan 2023

ทัศนคติ การรับรู้ และความคาดหวังของประชาชนต่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง, อาทิตยา ศิริน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

“ตลาดคาร์บอน” (Carbon Market) กลไกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยโครงการหนึ่งที่สำคัญคือโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) ซึ่งป่าชุมชนบ้านโค้งตาบางได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนแห่งแรกเพื่อซื้อขายคาร์บอนเครดิต ดำเนินการตั้งแต่ ปี 2558 งานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติ การรับรู้ และความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต โดยการสัมภาษณ์ร่วมกับแบบสอบถาม พบว่า ประชาชนในชุมชนบ้านโค้งตาบางส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของป่าชุมชนในระดับมาก มีทัศนคติต่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในระดับมากที่สุด มีการรับรู้หรือความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในระดับมาก มีความคาดหวังต่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในระดับมากที่สุด และมีความคาดหวังต่อแนวทางในการบริหารจัดการรายได้จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในระดับมาก ทั้งนี้ ทัศนคติและการรับรู้ของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินโครงการประสบผลสำเร็จ และจากความคาดหวังของประชาชน คณะกรรมการป่าชุมชนสามารถกำหนดแผนเพื่อบริหารจัดการรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตนอกเหนือจากที่ต้องนำไปดูแลรักษาป่าตามระเบียบกรมป่าไม้


การพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดจากกากกาแฟและใบจามจุรี, จิตรภาณุ อัศวพิชญโชติ Jan 2023

การพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดจากกากกาแฟและใบจามจุรี, จิตรภาณุ อัศวพิชญโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาการนำกากกาแฟและใบจามจุรีที่เป็นมูลฝอย มาใช้ในการพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดนางรมทอง เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกนอกจากวัสดุดั้งเดิมที่มีการใช้เพาะเลี้ยงเห็ด อย่างขี้เลื่อยไม้ยางพารา จากการทดลอง พบว่าการใช้กากกาแฟเป็นส่วนผสมในอัตราส่วนร้อยละ 30 ของน้ำแห้งก้อนเห็ด สามารถเพิ่มปริมาณโปรตีนและน้ำหนักของผลผลิตที่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเพียงอย่างเดียว โดยผลผลิตดอกเห็ดมีน้ำหนักเฉลี่ยที่ 80.33±2.15 กรัม และมีปริมาณโปรตีนที่ 35.08±0.59% แต่เวลาที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเพียงอย่างเดียว โดยใช้เวลาเพาะเลี้ยงเฉลี่ยประมาณ 64 วัน และมีปริมาณคาเฟอีน 1.70 มก./ล. ในผลผลิตดอกเห็ด และการใช้ใบจามจุรีเป็นวัสดุผสมที่อัตราส่วนร้อยละ 30 ของน้ำหนักแห้งก้อนเห็ด ให้ผลผลิตในด้านของน้ำหนักและโปรตีน รวมถึงเวลาในการเพาะเลี้ยงที่เทียบเท่ากับการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเพียงอย่างเดียว โดยมีค่า 55.90±3.18 กรัม และ 31.64±0.76% ตามลำดับ รวมถึงใช้ระยะเวลาการเพาะเลี้ยงเฉลี่ยประมาณ 37 วัน จากการศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกในผลผลิตดอกเห็ด พบว่าปริมาณสารประกอบฟีนอลิกในผลผลิตเห็ดนางรมทองมีปริมาณที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยในแต่ละรูปแบบสัดส่วนผสม และก้อนเห็ดที่ผ่านการเก็บเกี่ยว มีส่วนประกอบของเถ้าที่น้อยกว่า 15% โดยน้ำหนักแห้ง และไม่มีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้ หากมีการลดความชื้นก่อนการนำไปใช้


การพัฒนาวัสดุคอมโพสิตจากรีไซเคิลพอลิสไตรีนผสมผงไม้ไผ่, ณัฐภัทร หัชชะวณิช Jan 2023

การพัฒนาวัสดุคอมโพสิตจากรีไซเคิลพอลิสไตรีนผสมผงไม้ไผ่, ณัฐภัทร หัชชะวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาวัสดุคอมโพสิตจากพอลีสไตรีนรีไซเคิล (RPS) ผสมกับผงไม้ไผ่ (BB) ที่ได้จากตะเกียบไม้ไผ่ใช้แล้ว เตรียมโดย เครื่องอัดรีดพลาสติกสกรูคู่ (Twin Screw Extruder) แล้วนำไปขึ้นรูปด้วยกระบวนการ ฉีดขึ้นรูป (Injection Molding Machine) โดยกำหนดอัตราส่วนของผงไม้เป็น 10, 20, 30 และ 40 %wt โดยตัวเมทริกซ์ของไม้พลาสติกคอมโพสิตเกิดจากการผสม RPS กับ อีวีโอเอช รีไซเคิล (REVOH) ในอัตราส่วน EVOH คือ 70, 60, 50, 40 30 เเละ 20 %wt ผลการทดลองพบว่าอัตราส่วนของเมทริกซ์ที่ดีที่สุดคือ 60:40 %wt และอัตราส่วนที่ดีที่สุดสำหรับไม้พลาสติกคอมโพสิตคือ 70:30 %wt โดยค่าสมบัติทางกลค่าลดลงตามปริมาณของ BB ที่เพิ่มขึ้น โดยมีการศึกษาการใช้สาร PE-G-MA ในปริมาณ 3%, 5% และ 7% %wt เพิ่มเติมโดยเลือกใช้ BB ที่อัตราส่วน 30 %wt และ 40 %wt ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนไม้พลาสติกคอมโพสิต 70:30 %wt ที่มีสาร PE-G-MA 3 %wt มีค่าสมบัติทางกลสูงสุด แต่เมื่อเพิ่มปริมาณสาร PE-G-MA เป็น 5% และ 7% %wt ค่าสมบัติทางกลจะลดลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในอัตราส่วนไม้พลาสติกคอมโพสิต 60:40 %wt ค่าสมบัติทางกลกลับเพิ่มขึ้นตามปริมาณสาร PE-G-MA ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สูตรที่ดีที่สุดของไม้พลาสติกคอมโพสิตคือ อัตราส่วน Blend 60:40 %wt โดยใส่สาร PE-G-MA 7 %wt นอกจากนี้ การคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์พบว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 31 …


การประเมินด้านพลังงานสำหรับการทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จันทร์จิรา ศรีทอง Jan 2023

การประเมินด้านพลังงานสำหรับการทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จันทร์จิรา ศรีทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แผนอนุรักษ์พลังงานในช่วงปี พ.ศ. 2561-2580 หรือ EEP 2018 ได้กำหนดเป้าหมายที่จะลดความเข้มการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ในปี พ.ศ. 2580 เมื่อเทียบกับ ปี พ.ศ. 2553 และภาคขนส่งเป็นสาขาเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานสูง จึงกำหนดเป้าหมายลดการใช้พลังงานไว้ที่ร้อยละ 36 ของเป้าหมายพลังงานที่ต้องการลดทั้งหมด และได้บรรจุมาตรการการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในมาตรการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง งานวิจัยนี้ศึกษาการประเมินปริมาณพลังงานเมื่อมีการทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงประเมินต้นทุนพลังงาน และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปี พ.ศ. 2565 โดยขั้นตอนการทดสอบอัตราการใช้พลังงานเป็นไปตาม REGULATION (EU) No. 134/2014 ขับขี่บนแชสซีไดนาโมมิเตอร์ด้วยการใช้รูปแบบวัฏจักรการขับขี่มาตรฐาน WMTC, stage 2 ผลการทดสอบอัตราการใช้พลังงานของรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็น 9.5 เท่าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สามารถประเมินต้นทุนพลังงาน และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในคิดเป็น 8.7 และ 4.9 เท่าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตามลำดับ และผลของปริมาณพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีการทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยสัดส่วน 100% ของจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสมในปี พ.ศ. 2565 สามารถลดปริมาณพลังงานได้ 2,931,807,066 kWh/year และสามารถลดต้นทุนพลังงานรวมถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 12,535,425,318 บาท/ปี และ 653,310 tCO2e/year ตามลำดับ และเพื่อเพิ่มทางเลือกในการประเมินความเป็นไปได้และการกำหนดทิศทางของนโยบายให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้จึงได้เสนอการประเมินปริมาณพลังงาน รวมถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และต้นทุนพลังงาน เมื่อมีการทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ระดับประสิทธิภาพพลังงานเบอร์ 5 จากการวิเคราะห์ผลของอัตราการใช้พลังงานของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5 พบว่ามีอัตราการใช้พลังงานเป็น 2 เท่าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5 เมื่อมีการทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5 พบว่า สามารถลดปริมาณพลังงาน รวมถึงต้นทุนพลังงานและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้น้อยกว่าการทดแทนด้วยด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5 ประมาณ 2 เท่า


การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสานในพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า: กรณีศึกษา บ้านสองแควพัฒนา จังหวัดเชียงราย, ธัญลักษณ์ เกตุโสภา Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสานในพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า: กรณีศึกษา บ้านสองแควพัฒนา จังหวัดเชียงราย, ธัญลักษณ์ เกตุโสภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสานในพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า กรณีศึกษา บ้านสองแควพัฒนา จังหวัดเชียงราย โดยพิจารณาจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าเพิ่มจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของชุมชนที่มีอยู่เดิม แบ่งรูปแบบการติดตั้งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบระบบพลังงานน้ำเครื่องยนต์ดีเซล รูปแบบระบบพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์ สำรองด้วยแบตเตอรี่ รูปแบบพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์ สำรองด้วยแบตเตอรี่และเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยวิธีวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ของโครงการ โดยใช้ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ อัตราผลตอบแทนทางการเงิน อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน และต้นทุนพลังงานไฟฟ้า รวมถึงพิจารณาผลประโยชน์จากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของระบบผลิตไฟฟ้า ผลการศึกษาพบว่าระบบพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์ สำรองด้วยแบตเตอรี่มีความน่าลงทุนมากที่สุด มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุนมากที่สุด คือ 1.15 และมีต้นทุนพลังงานต่อหน่วยต่ำที่สุด คือ 15.53 บาทต่อหน่วย และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 26,020 kgCO2eq/ปี ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


การวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียวและแบบสองหน้า บนทุ่นลอยน้ำในจังหวัดสระบุรี, วัลลภ ยอดเสนี Jan 2023

การวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียวและแบบสองหน้า บนทุ่นลอยน้ำในจังหวัดสระบุรี, วัลลภ ยอดเสนี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินพลังงานไฟฟ้าจากการติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ แบบทุ่นลอยน้ำ กรณีที่เลือกติดตั้งแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียวและแบบสองหน้า พร้อมทั้งประเมินความคุ้มค่าการลงทุน ในลักษณะวิเคราะห์เปรียบเทียบพลังงานไฟฟ้ากับต้นทุนการลงทุนและดำเนินการที่แตกต่างกัน ข้อมูลในการออกแบบติดตั้งได้จากโครงการอ้างอิงภายในพื้นที่แหล่งน้ำ ณ จังหวัดสระบุรี เปรียบเทียบความคุ้มค่าการลงทุนด้วยตัวบ่งชี้ทางการเงิน ได้แก่ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าตลอดอายุโครงการ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ อัตราผลตอบแทนภายในและระยะเวลาคืนทุน จากผลการประเมินพบว่าพลังงานไฟฟ้าของการติดตั้งรูปแบบแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียว ตลอดอายุโครงการได้เท่ากับ 33,103,493 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่รูปแบบแผงโซล่าเซลล์แบบสองหน้าได้เท่ากับ 34,136,578 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นพลังงานไฟฟ้าสูงกว่าแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียว ร้อยละ 3.12 ในส่วนผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าด้วยตัวชี้บ่งทางการเงิน สำหรับรูปแบบการติดตั้งด้วยแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียวและแบบสองหน้า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าตลอดอายุโครงการ เท่ากับ 1.33 และ 1.44 บาทต่อหน่วย มูลค่าปัจจุบันสุทธิ เท่ากับ 64,991,271 และ 64,843,834 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน เท่ากับ ร้อยละ 33.34 และ 32.16 ระยะเวลาคืนทุน 3.41 และ 3.56 ปี ตามลำดับ บ่งบอกให้เห็นว่าแผงโซล่าเซลล์แบบหน้าเดียว มีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่าแผงโซล่าเซลล์แบบสองหน้า สำหรับการติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ อ้างอิงรูปแบบและพื้นที่ติดตั้งจากโครงการ ณ จังหวัดสระบุรี


การประเมินวัฏจักรชีวิตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เทคโนโลยียานยนต์มลพิษต่ำในภาคขนส่งทางถนน, วิภาสพล อ่อนสอาด Jan 2023

การประเมินวัฏจักรชีวิตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เทคโนโลยียานยนต์มลพิษต่ำในภาคขนส่งทางถนน, วิภาสพล อ่อนสอาด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยียานยนต์และประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลตลอดอายุการใช้งาน ด้วยวิธีการประเมินวัฏจักรชีวิตด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น สำหรับการศึกษานี้จะเริ่มต้นจากประเมินวัฏจักรชีวิตเชื้อเพลิง (Fuel cycle) ตั้งแต่แหล่งกำเนิดของพลังงานเชื้อเพลิง ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ น้ำมันดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied petroleum gas) ก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed natural gas) พลังงานไฟฟ้า และพลังงานไฮโดรเจน ไปสู่การขับเคลื่อนสำหรับยานยนต์สันดาปภายใน (Internal combustion engine vehicle) และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric vehicle) ต่อมาประเมินวัฏจักรชีวิตของยานยนต์ (Vehicle cycle) ตั้งแต่การผลิตยานยนต์ไปสู่การกำจัดซาก จากนั้นจึงวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งวัฏจักรชีวิตเชื้อเพลิง และวัฏจักรชีวิตของยานยนต์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่ายานยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง ยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (E0) ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (E0) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ มีศักยภาพลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรได้ถึงร้อยละ 33.15, 30.44, 13.85 และ 13.07 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายใน (E0) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานหลักในปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ปล่อยมลพิษต่ำแล้ว เชื้อเพลิงประเภทชีวภาพ เป็นแนวทางเลือกอย่างหนึ่งที่มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


การประเมินคลัสเตอร์เพื่อตั้งโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยชุมชนกรณีศึกษาจังหวัดเชียงราย, อมรเทพ อรรถอาภา Jan 2023

การประเมินคลัสเตอร์เพื่อตั้งโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยชุมชนกรณีศึกษาจังหวัดเชียงราย, อมรเทพ อรรถอาภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 การแปลงของเสียเป็นพลังงาน (WtE) มีความสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่ด้วยความซับซ้อนของขั้นตอนการจัดตั้งโรงไฟฟ้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โครงการไม่บรรลุตามเป้าหมาย งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินจำนวนคลัสเตอร์ที่เหมาะสมของสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย 116 แห่งในจังหวัดเชียงรายเพื่อจัดตั้งโรงไฟฟ้า WtE บน 3 ฉากทัศน์ และประเมินศักยภาพกำลังการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับปริมาณขยะ ใช้โปรแกรม QGIS คัดกรองสถานที่ฯ ซึ่งคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสังคมและกฏหมายเป็นหลัก พบว่ามี 19 แห่งที่มีศักยภาพทำเลที่ตั้ง ใช้ซอฟต์แวร์ ออเรนจ์ กำหนดปริมาณคลัสเตอร์ที่เหมาะสมโดยเคมีนส์และค่าซิลลูเอท พบว่าการแบ่งเป็น 3 คลัสเตอร์เหมาะสมที่สุด และฉากทัศน์ขนส่งมีปริมาณขยะของ Outlier น้อยที่สุด ศักยภาพการผลิตไฟฟ้า 7.69 MWe รองมาคือฉากทัศน์ศูนย์กลาง 7.66 MWe และฉากทัศน์เชื้อเพลิง 7.57 MWe จากงานวิจัยมีข้อเสนอแนะว่าฉากทัศน์ขนส่งเหมาะสมที่สุดสำหรับจังหวัดเชียงรายเนื่องจากการขนาดกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าในแต่ละคลัสเตอร์มีการกระจายต่ำที่สุด, มีปริมาณขยะของสถานที่ฯที่เป็น outlier น้อยที่สุด อีกทั้งตำแหน่งที่ตั้งของโรงไฟฟ้าจะอยู่จุดที่เข้าถึงสะดวกที่สุดดังนั้นจะส่งผลกระทบต่อสังคมและชุมชนในแง่ของการสัญจรน้อยที่สุดด้วย


Correlation Between Meteorological Conditions, Pm2.5, And Covid-19 Mortality In Thailand, Viranphat Singrakphon Jan 2023

Correlation Between Meteorological Conditions, Pm2.5, And Covid-19 Mortality In Thailand, Viranphat Singrakphon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The appearance of a new strain of coronavirus led to a worldwide health crisis, affecting public health and economies globally, including Thailand since 2019. Previous research had suggested possible links between environmental factors and the surge in COVID-19 cases, but these connections remained uncertain. This study examined the ratios of indoor to outdoor (I/O) environments and investigated potential associations between fine particulate matter (PM2.5), meteorological conditions, and the Case Fatality Rate (CFR%) of COVID-19 in Bangkok and its surrounding metropolitan area from January to December 2021. Through Spearman’s Rank correlation analysis, the findings indicated a positive correlation between CFR% and …


Effects Of Tidal Variations On Nutrient Dynamics In The Chao Phraya River Estuarine Ecosystem, Korawee Khongmanont Jan 2023

Effects Of Tidal Variations On Nutrient Dynamics In The Chao Phraya River Estuarine Ecosystem, Korawee Khongmanont

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Chao Phraya River estuary is a coastal ecosystem that is very important for both ecological and economic services. Moreover, it is a very complex and constantly changing ecosystem due to pollution loading from human activities through the river freshwater runoff. On the other hand, the Chao Phraya River estuary is also polluted by the influence of tidal currents of the inner Gulf of Thailand. One of the most important and persistent problems in this ecosystem is eutrophication and its effects. Therefore, the present study is aimed to improve “how freshwater runoff and tidal phenomena are affecting nutrient dynamics in …


Fecal Microbiome In Lead-Exposed Industrial Workers, Chatchawan Praditwongsin Jan 2023

Fecal Microbiome In Lead-Exposed Industrial Workers, Chatchawan Praditwongsin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lead exposure in industrial environments poses serious health risks. While its detrimental effects on human health are well-known, the connection between lead exposure and alterations in the fecal microbial community remains largely unexplored, highlighting a critical gap in our understanding of its wider health implications. This study explores the fecal microbiota of workers in a lead-utilizing factory, comparing individuals with blood lead levels (BLLs) above and below 3.06 µg/dL, and between those exposed to lead and those not exposed. The results demonstrate a strong correlation between lead exposure and BLLs, especially at levels below 3.06 µg/dL, with significant changes noted …


Ssvep-Bci In Augmented Reality In Realistic Environment, Bhuwit Chaiyarit Jan 2023

Ssvep-Bci In Augmented Reality In Realistic Environment, Bhuwit Chaiyarit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates Augmented Reality-based Steady-State Visual Evoked Potentials (AR-SSVEP) in Brain-Computer Interface (BCI) systems, utilizing Extended Filter Bank Canonical Correlation Analysis (Extended-FBCCA) for SSVEP recognition optimization across various frequencies in various scenarios. The 10 Hz stimulus consistently achieves the highest recognition accuracy. Frequency-specific variations at 12 Hz, 13 Hz, and 15 Hz highlight nuanced SSVEP responses. White stimuli yield PC-SSVEP recognition ranging from 68.32% to 81.98%, slightly outperforming AR-SSVEP-Controlled (63.59% to 73.23%). Red stimuli impact AR-SSVEP-Controlled less than PC-SSVEP, with recognition ranges of 68.65% to 76.30% and 67.97% to 76.72%, respectively. Comparisons show a general slight outperformance of PC-SSVEP, …


การจำลองกระบวนการผลิตไฮโดรเจนจากผักตบชวาโดยกระบวนการซูเปอร์คริติคัลวอเตอร์แก๊สซิฟิเคชั่นร่วมกับกระบวนการไตรรีฟอร์มมิ่ง, สิริกุล บุญเติม Jan 2023

การจำลองกระบวนการผลิตไฮโดรเจนจากผักตบชวาโดยกระบวนการซูเปอร์คริติคัลวอเตอร์แก๊สซิฟิเคชั่นร่วมกับกระบวนการไตรรีฟอร์มมิ่ง, สิริกุล บุญเติม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กระบวนการผลิตไฮโดรเจนจากผักตบชวาโดยกระบวนการซูเปอร์คริติคัลวอเตอร์แก๊สซิฟิเคชั่น (SCWG) ร่วมกับไตรรีฟอร์มมิ่ง (TR) ซึ่งประกอบด้วย ปฏิกิริยารีฟอร์มมิ่งด้วยไอน้ำยิ่งยวด (SR) ปฏิกิริยารีฟอร์มมิ่งด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (DR) และปฏิกิริยายาออกซิเดชันบางส่วน (PO) ซึ่งเป็นการรวมกันของปฏิกิริยาคายและดูดความร้อน ด้วยตัวกลางอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), น้ำ (H2O), และออกซิเจน (O2) ถูกนำมาเป็นสารตั้งต้นร่วมกัน และกระบวนการอื่นๆ ผ่านการจำลองการออกแบบกระบวนด้วยแบบจำลองเครื่องปฏิกรณ์เคมีแบบสมดุลด้วยโปรแกรม Aspen plus V.12.1 เพื่อหาแนวทางการออกแบบที่ดีที่สุด โดยเริ่มจากการแตกตัวชีวมวลเพื่อศึกษาหาผลิตภัณฑ์หลักของกระบวนการคือก๊าซสังเคราะห์ อันได้แก่ H2 และ CO แล้วศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตแก๊สไฮโดรเจนผ่านกระบวนไบรีฟอร์มมิ่ง ซึ่งตัวแปรที่ศึกษามุ่งเน้นศึกษา ได้แก่ อุณหภูมิ, ความดัน, และความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ใช้ในกระบวนการผลิตไฮโดรเจน โดยที่สภาวะดำเนินการที่อุณหภูมิ 950 °C และความดัน 1 bar ได้ผลลัพธ์จากการจำลอง โดยมีเศษส่วนโมลของ H2 และ CO เท่ากับ 0.4773 และ 0.5227 ตามลำดับ และพัฒนาการออกแบบกระบวนการซูเปอร์คริติคัลวอเตอร์แก๊สซิฟิเคชั่นร่วมกับไตรรีฟอร์มมิ่งโดยที่สภาวะดำเนินการที่อุณหภูมิ 950 °C และความดัน 200 bar ได้ผลลัพธ์จากการจำลอง โดยมีเศษส่วนโมลของ H2 และ CO เท่ากับ 0.4536 และ 0.5212 ตามลำดับ


หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติบนถนนภายนอกอาคาร, ดิษณ์กร วานิชรัตนกุล Jan 2023

หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติบนถนนภายนอกอาคาร, ดิษณ์กร วานิชรัตนกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อโดยเฉพาะชนิดที่ใช้การขับเคลื่อนแบบ skid-steering เป็นหุ่นยนต์ที่ใช้มากนอกอาคาร หุ่นยนต์ประเภทนี้มีการลื่นไถลขณะทำการเลี้ยว ทำให้อยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ วิทยานิพนธ์นี้ออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อใช้การขับเคลื่อนแบบ skid-steering และ ใช้วิธีการแยกจุดศูนย์กลางหมุนของแต่ละล้อหรือ Instantaneous Center of Rotation (Separated ICR) เพื่อลดปัญหาการลื่นไถล นอกจากนั้นจะใช้กล้องสเตอริโอร่วมกับระบบ V-SLAM (Visual Simultaneous Localization and Mapping) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเมื่อหุ่นยนต์เคลื่อนที่ไปตามพื้นผิวต่าง ๆ ผลลัพธ์จากการทดลองแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการชดเชยการลื่นไถลที่แตกต่างกันตามรัศมีการเลี้ยว ซึ่งจะพบว่าประเภทของพื้นผิวมีผลต่อวิธีการ Separated ICR ที่ใช้ในงานนี้น้อย ถึงแม้จะไม่สามารถประเมินความเสียดทานของพื้นผิวได้อย่างแม่นยำ ลักษณะของพื้นผิวไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการลดการไถล ทำให้วิธีการดังกล่าวเหมาะสมต่อการนำไปใช้งานจริงกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ นอกจากนั้นได้มีการจำลองการทำงานการไถลของระบบบังคับเลี้ยวแบบไถลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผลที่ได้ออกมาจากการจำลองการไถลถึงแม้จะไม่เหมือนกับผลการทดลองอย่างแม่นยำ แต่ก็มีแนวโน้มการไถลในลักษณะใกล้เคียงกัน ผลที่แตกต่างกันอาจเนื่องมาจากการจำลองความเสียดทานของพื้นผิวทำได้ค่อนข้างยาก แต่พื้นผิวที่งานวิจัยนี้สนใจแบบจำลองความเสียดทานมีผลไม่มากกับประสิทธิภาพของการชดเชยการลี่นไถล นอกจากนั้นวิทยานิพนธ์นี้ได้พัฒนาระบบ SLAM และระบบนำทางสำหรับใช้ภายนอกอาคารซึ่งสามารถใช้งานได้ดีในสภาพแวดล้อมระหว่างอาคารที่มีทางลาดและมีพื้นต่างระดับกัน


การป้องกันการเกิดออกไซด์ของโลหะดีบุกผสมบิสมัท 1% โดยน้ำหนัก, ภควัต พลมณี Jan 2023

การป้องกันการเกิดออกไซด์ของโลหะดีบุกผสมบิสมัท 1% โดยน้ำหนัก, ภควัต พลมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเกิดฟิล์มออกไซด์ในดีบุกผสมบิสมัท 1% โดยน้ำหนักบนแผ่นขัดเงาจากปรากฎการณ์ออกซิเดชัน ทำให้ประสิทธิภาพของผงขัดบนแผ่นขัดเงาลดลง เพื่อให้ทราบถึงอัตราการเกิดออกซิเดชันในสภาวะที่ถูกจำกัดปัจจัยการเกิดฟิล์มออกไซด์คือ ออกซิเจนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ความชื้นในอากาศเป็นต้น จึงได้ทำการหาอัตราการเกิดออกไซด์ที่เกิดขึ้นโดยเทคนิคทางเคมีไฟฟ้า และทำการหาชนิดของฟิล์มที่เกิดขึ้นด้วยเทคนิคโฟโตอิเล็กตรอนสเปกโตสโกปี ปัจจัยที่ส่งผลในการเกิดออกซิเดชันที่ได้ศึกษาในงานวิจัยชิ้นนี้คือ เวลา และสิ่งแวดล้อมที่จำกัดออกซิเจนที่อุณหภูมิห้อง ผลของการทดสอบออกซิเดชันมีดังนี้ ในบรรยากาศปกติความชื้น 28%-35% พบการเกิดออกซิเดชันที่เป็นไปตามกฎของพาราโบลาที่มีสมาการคือ x = 8.7041t0.14 โดยที่ x คือความหนาของฟิล์มและ t คือเวลาที่ใช้ทดสอบออกซิเดชัน ในบรรยากาศแก๊สอาร์กอน, สุญญากาศ, บิวเทน และที่ห่อด้วยพลาสติก ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกฎพาราโบลา และมีแนวโน้มที่ฟิล์มจะมีความหนาน้อยกว่า แต่ต้องการเวลาในการทำการทดสอบมากกว่านี้เพื่อให้ได้ผลและแนวโน้มอัตราที่ชัดเจน ในการวิเคราะห์ผลจากเทคนิคโฟโตอิเล็กตรอนสเปกโตสโกปีในชิ้นงานที่ผ่านการทำออกซิเดชันในสุญญากาศและที่จัดเก็บด้วยการห่อพลาสติก พบว่าทั้งสองชิ้นงานโดยรวมแล้วมีชนิดของฟิล์มออกไซด์เป็นแบบเดียวกัน โดยจะประกอบไปด้วยไอออนของสารประกอบ SnO, SnO2, Sn(OH)2 และ Sn(OH)4 ซึ่งจากผลการทดลอง จะได้แบบจำลองของชั้นฟิล์มออกมาเป็นชั้น ๆ คือ ชั้นที่ 1 เป็นผิวนอกสุดมีออกไซด์ SnO2 และ Sn(OH)4 อยู่เป็นกลุ่มก้อนไม่สม่ำเสมอ (คลัสเตอร์) ชั้นที่ 2 เป็น SnO และ Sn(OH)2 ชั้นที่ 3 เป็น SnO2 และ Sn(OH)4


Loss Comparison Study Of Two-Level And Three-Level Inverters For Electric Vehicle Drives, Kaninnat Rosdee Jan 2023

Loss Comparison Study Of Two-Level And Three-Level Inverters For Electric Vehicle Drives, Kaninnat Rosdee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis investigates the efficiency of wide bandgap (WBG) semiconductor devices, specifically silicon carbide (SiC) and gallium nitride (GaN), in electric vehicle (EV) traction drive systems using two-level and three-level voltage source inverters (VSIs). The research aims to compare power losses and efficiency improvements by employing WBG devices in the inverters. Simulation results demonstrate that WBG devices significantly reduce conduction and switching losses in both inverter topologies compared to conventional silicon insulated-gate bipolar transistors (Si-IGBTs). SiC MOSFET, in particular, shows over 40% reduction in conduction losses and over 60% reduction in switching losses, leading to an overall efficiency improvement of …


การวิเคราะห์ผลกระทบของค่าส่งผ่านไฟฟ้าที่มีต่ออัตราค่าไฟฟ้าฐานในประเทศไทย, ภูรินทร์ ขำสุวรรณ Jan 2023

การวิเคราะห์ผลกระทบของค่าส่งผ่านไฟฟ้าที่มีต่ออัตราค่าไฟฟ้าฐานในประเทศไทย, ภูรินทร์ ขำสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงสร้างอัตราไฟฟ้าที่จะต้องสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงจากการลงทุนสินทรัพย์ การจัดหาพลังงานไฟฟ้า และเรียกเก็บในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม อย่างไรก็ตามในการจัดเก็บอัตราค่าไฟฟ้าจากประชาชนอาจยังไม่สะท้อนถึงต้นทุนอย่างชัดเจน เช่น ต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบส่ง และระบบจำหน่าย อีกทั้งยังมีโครงสร้างกิจการไฟฟ้าที่เป็นแบบผูกขาด ซึ่งอาจไม่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพให้การจัดหาไฟฟ้าได้ วิทยานิพนธ์นี้จึงได้วิเคราะห์การคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าด้วยวิธีที่สะท้อนถึงต้นทุนที่ชัดเจนมากขึ้น โดยพิจารณาถึงอัตราค่าไฟฟ้าแยกตามเขตพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนของการไฟฟ้าแต่ละพื้นที่มากขึ้น และได้สร้างสมมติฐานให้มีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประชาชนและบริษัทเอกชน เพื่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดซื้อขายไฟฟ้า โดยจะวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้าจะเรียกเก็บจากประชาชน พร้อมทั้งมีการกำหนดแนวทางกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าในกรณีที่มีบุคคลที่สามเข้ามาในตลาดให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น


การปรับสภาพน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันปาล์มด้วยปฏิกิริยาเฟนตันเสมือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพร่วมกับการใช้ตัวกลางถ่านชีวภาพจากกากกาแฟ, จุฬเชษฐ์ วุฒิวโรภาส Jan 2023

การปรับสภาพน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันปาล์มด้วยปฏิกิริยาเฟนตันเสมือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพร่วมกับการใช้ตัวกลางถ่านชีวภาพจากกากกาแฟ, จุฬเชษฐ์ วุฒิวโรภาส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการปรับสภาพน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันใช้แล้วจากครัวเรือนด้วยปฏิกิริยาเฟนตัน โดยใช้ถ่านชีวภาพกากกาแฟเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อเพิ่มความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพของน้ำมันก่อนจะนำเข้าสู่ระบบบำบัดทางชีวภาพแบบไร้อากาศเพื่อเพิ่มผลผลิตก๊าซชีวภาพ และปรับสภาพพื้นผิวของถ่านชีวภาพด้วยเหล็กแมกนีไทต์และแคลเซียมของกรดไขมันให้มีความเหมาะสมสำหรับปฏิกิริยาเฟนตันและเกิดการดูดซับน้ำมันเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิวของถ่านชีวภาพ โดยใช้น้ำมันปาล์มเป็นตัวแทนของน้ำมันใช้แล้วในน้ำเสียครัวเรือน การทดลองแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การทดลองที่ 1 การทดลองการดูดซับน้ำมันของถ่านชีวภาพกากกาแฟที่มีขนาด 0.05-1.18 (S), 1.7-2.0 (M) และ >2.8 มม. (L) และอุณหภูมิในการเผา 300 (BC300) 500 (BC500) และ 700 (BC700) °ซ พบว่าถ่านชีวภาพชนิด BC300_L มีประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำมันมากที่สุดที่ร้อยละ 73 โดยมีแนวโน้มที่จะดูดซับน้ำมันน้อยลงหากถ่านชีวภาพมีขนาดเล็กลง และจากการปรับสภาพถ่านชีวภาพด้วยเหล็กแมกนีไทต์ (BCF) และแคลเซียมของกรดไขมัน โดยศึกษาการติดกรดไขมันบนถ่านชีวภาพก่อน (BCFSCa) และหลัง (BCFCaS) การใส่แคลเซียม พบว่าถ่านชีวภาพทุกชนิดสามารถดูดซับน้ำมันได้เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการทดลอง (5, 10 และ 15 ก./ล.) โดยประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำมันของถ่านชีวภาพที่ผ่านและไม่ผ่านการปรับพื้นผิวมีความใกล้เคียงกัน การทดลองที่ 2 การปรับสภาพน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันปาล์มขั้นต้นด้วยปฏิกิริยาเฟนตัน พบว่าชุดการทดลองถ่านชีวภาพ BC และ BCF กลับตรวจพบค่า COD เพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในปฏิกิริยา และสูงกว่าค่า COD ตั้งต้นในชุดการทดลองส่วนใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดจากการออกซิไดซ์น้ำมันชีวภาพที่เกิดขึ้นจากการเผาถ่านชีวภาพ ในขณะที่ค่า COD ลดลงเมื่อเพิ่มปริมาณไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในชุดการทดลองถ่านชีวภาพ BCFSCa และ BCFCaS อาจเกิดจากแคลเซียมของกรดไขมันที่เคลือบอยู่บนพื้นผิวของถ่านชีวภาพช่วยลดการออกซิไดซ์น้ำมันชีวภาพที่เกิดขึ้น และพบว่าลำดับการติดกรดไขมันก่อนแคลเซียมทำให้ค่า COD ลดลงมากขึ้น หรือเกิดการออกซิไดซ์สารอินทรีย์ในระบบมากขึ้น การทดลองที่ 3 การทดลองบ่มก๊าซชีวภาพโดยจุลินทรีย์ไร้อากาศ โดยใช้น้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันปาล์มที่ผ่านการบำบัดขั้นต้นด้วยกระบวนการเฟนตันร่วมกับการใช้ถ่านชีวภาพ พบว่าสัดส่วนถ่านชีวภาพต่อจุลินทรีย์ที่ 0.25 ก./ก. VSS สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงที่สุด เมื่อเทียบกับที่ 0.75, 1.5 และ 2.5 ก./ก. VSS และจากการวิเคราะห์ค่า COD พบว่าถ่านชีวภาพขนาดเล็กสามารถลดค่า COD และผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงกว่าถ่านชีวภาพขนาดใหญ่ เมื่อทำการบ่มจุลินทรีย์ไร้อากาศร่วมกับถ่านชีวภาพแต่ละชนิดที่ผ่านกระบวนการเฟนตัน พบว่าทุกชุดการทดลองที่ผ่านการปรับสภาพน้ำเสียสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้มากกว่าน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันที่ไม่ได้ผ่านการปรับสภาพ ถ่านชีวภาพ BCFCaS700 ที่ผ่านการปรับสภาพด้วยเฟนตันที่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ …


การพัฒนาระบบนับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมชนิดคอนโวลูชัน, ณัทกร เกษมสำราญ Jan 2023

การพัฒนาระบบนับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมชนิดคอนโวลูชัน, ณัทกร เกษมสำราญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวินิจฉัยโรคและการวิเคราะห์ความผิดปกติของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและคลินิค จะต้องมีการตรวจร่างกาย สังเกตอาการ รวมถึงการซักประวัติผู้ป่วย ในบางครั้งแพทย์มีความจำเป็นต้องส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ในอดีตแพทย์จะตรวจด้วยการส่องกล้องจุลทรรศ์ถือเป็นมาตรฐาน เนื่องจากในประเทศไทยผู้เชี่ยวชาญอายุรแพทย์โลหิตวิทยามีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคเลือด ส่งผลให้คิวรอการนับเซลล์เม็ดเลือดของผู้ป่วยที่มีเซลล์ผิดปกติยาวนานหลายสัปดาห์ ได้มีการพัฒนาเครื่องนับเซลล์อย่างอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจความสมบูรณ์ของเลือดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดภาระงานของผู้เชี่ยวชาญในการส่องกล้องจุลทรรศน์ลง แต่การนำเครื่องนับอย่างอัตโนมัติมาใช้ในโรงพยาบาลในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากราคาต่อเครื่องสูงจึงมีเฉพาะโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สามารถจัดซื้อได้ และมีความบกพร่องที่สำคัญเมื่อเลือดของผู้ป่วยมีเซลล์ที่มีความผิดปกติที่พบได้น้อยในภาวะปกติปะปนมา เครื่องอาจจะไม่สามารถตรวจจับเซลล์ดังกล่าวได้ จึงมีการสร้างเกณฑ์การส่งตรวจซ้ำด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อให้ผลการตรวจที่ได้มีความถูกต้องแม่นยำ จึงเกิดแนวคิดที่จะสร้างระบบอัตโนมัติในการจำแนกชนิดของเซลล์เลือดแบบ AI-Assisted web application ด้วยการให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนประกบกับเลนส์ใกล้ตาของกล้องจุลทรรศน์ถ่ายภาพส่งไปให้ระบบตรวจจับเซลล์เม็ดเลือดที่ผิดปกติได้ ซึ่งสามารถแยกเซลล์เม็ดเลือดได้ 12 ชนิด เมื่อระบบได้รับภาพแล้วจะนับเฉพาะเซลล์ดังกล่าวโดยปัญญาประดิษฐ์ที่มีโครงสร้างตาม YOLOv5x และส่งรายงานการนับให้ผู้ใช้ภายในไม่กี่วินาที หลังจากการปรับแต่งหนึ่งในรุ่นของแบบปัญญาประดิษฐ์ให้ค่า mAP@50 ที่ร้อยละ 90 บนชุดทดสอบ ยังพบว่าระบบที่พัฒนาขึ้นช่วยให้ความสามารถของแพทย์ทั่วไปและนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิค ในการระบุตำแหน่งและชนิดของเซลล์เม็ดเลือด ใกล้เคียงกับอาจารย์อายุรแพทย์โลหิตวิทยา และลดระยะเวลาการนับได้ครึ่งนึง


การพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดโคนญี่ปุ่นจากกากกาแฟ, พงศ์ปณต สาเรือง Jan 2023

การพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดโคนญี่ปุ่นจากกากกาแฟ, พงศ์ปณต สาเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริโภคกาแฟที่มีเพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดของเสียจากกาแฟเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน กากกาแฟเป็นสิ่งที่ถูกนำมาหาทางใช้ประโยชน์ให้สูงสุดก่อนที่จะนำไปกำจัด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือใช้ในการดับกลิ่น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาและพัฒนาการนำกากกาแฟมาเป็นวัสดุผสมในการเพาะเลี้ยงเห็ดโดยพัฒนาสูตรของวัสดุเพาะเลี้ยงให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเห็ดโคนญี่ปุ่น Agrocybe Aegerita และตรวจสอบความสามารถในการเป็นปุ๋ยอินทรีย์ของวัสดุเพาะเลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์จากของเสียหลังการเพาะปลูกจนครบวงจร ผลการศึกษาพบว่าชุดการทดลองที่ใส่กากกาแฟลงในวัสดุเพาะ 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักได้ค่าผลผลิตที่มากที่สุดที่ 20.42 (±1.01) กรัม/100กรัม และสอดคล้องกับค่าประสิทธิภาพการใช้วัสดุเพาะ 34.71(±3.49)% และมีอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนอยู่ที่ 85.14(±5.34) โดยการใส่กากกาแฟที่มากเกิน 65 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักส่งผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยของเห็ด โดยผลผลิตอย่างดอกเห็ดสามารถดูดซึมคาเฟอีนที่อยู่ในวัสดุเพาะที่ผสมกับกากกาแฟได้ที่ 5.92(±0.34) nmol/mg และการศึกษาการใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยวัสดุเพาะหลังการเก็บเกี่ยว ไม่มีชุดการทดลองใดที่ผ่านเกณฑ์ของกรมการเกษตรในทุกพารามิเตอร์ โดยพบอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูงเกิน ขาดค่าธาตุอาหารหลัก และค่าการย่อยสลายที่สมบูรณ์ที่ต่ำเกินไป และเมื่อนำไปผ่านกระบวนการหมักปุ๋ย ในชุดการทดลองที่การใส่วัสดุเพาะเห็ดผสมกับฟางข้าวและมูลสัตว์ สามารถปรับสภาพให้เหมาะสมต่อเกณฑ์มาตรฐานของกรมการเกษตรได้ ถ้าได้มีการนำไปเพาะพันธุ์พืชเพื่อหาความเหมาะสมต่อการใช้งาน จะสามารถนำปุ๋ยนี้ไปขยายผลและใช้งานได้อย่างเหมาะสมต่อไป


การจัดสรรฟังก์ชันระนาบผู้ใช้สำหรับสถานการณ์การสื่อสารเวลาแฝงต่ำและความน่าเชื่อถือสูงยิ่งในโครงข่าย 5g, พฤกษ์ สระศรีทอง Jan 2023

การจัดสรรฟังก์ชันระนาบผู้ใช้สำหรับสถานการณ์การสื่อสารเวลาแฝงต่ำและความน่าเชื่อถือสูงยิ่งในโครงข่าย 5g, พฤกษ์ สระศรีทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอวิธีการคาดการณ์สำหรับการวางแผนการจัดสรรฟังก์ชันระนาบผู้ใช้ในโครงข่ายยุคที่ 5 ร่วมกับการประมวลผลขอบหลายการเข้าถึงในบริบทของการการสื่อสารยานพาหนะสู่ทุกสิ่งแบบเซลลูลาร์ที่มีความต้องการการสื่อสารที่มีความล่าช้าต่ำและรองรับการบริการแบบพลวัต การศึกษานี้ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกแบบเสริมแรงด้วยอัลกอริทึมโครงข่ายคิวเชิงลึกและตัวกระทำ-ตัวประเมินในการตัดสินใจเลือกตำแหน่งในการปรับใช้ฟังก์ชันระนาบผู้ใช้โดยอาศัยข้อมูลตำแหน่งและความเร็วของยานพาหนะ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าทั้งสองอัลกอริทึมมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในการลดความล่าช้าในการสื่อสาร โดยอัลกอริทึมตัวกระทำ-ตัวประเมินแสดงแนวโน้มในการปรับปรุงประสิทธิภาพเมื่อเพิ่มจำนวนการจำแนกประเภทยานพาหนะตามระดับความเร็ว นอกจากนี้ในอัลกอริทึมตัวกระทำ-ตัวประเมินยังมีความสามารถที่โดดเด่นในการทำงานแบบหลายตัวกระทำ ซึ่งมีศักยภาพในการจัดการฟังก์ชันระนาบผู้ใช้จำนวนมากในสภาพแวดล้อมโครงข่ายขนาดใหญ่และซับซ้อน การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอัลกอริทึมตัวกระทำ-ตัวประเมินแบบหลายตัวกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการฟังก์ชันระนาบผู้ใช้หลายตัวพร้อมกัน ส่งผลให้สามารถลดความล่าช้าในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามจำนวนฟังก์ชันระนาบผู้ใช้ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นในด้านการประมวลผลที่รวดเร็วและอัตราการย้าย ฟังก์ชันระนาบผู้ใช้ต่ำทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของระบบได้


The Effect Of Oxygen Vacancies On The Catalytic Performance For The Ketonization Of Methyl Palmitate Into Palmitone, Mohammad Yazdanpanah Jan 2023

The Effect Of Oxygen Vacancies On The Catalytic Performance For The Ketonization Of Methyl Palmitate Into Palmitone, Mohammad Yazdanpanah

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The ketonization of bio-derived fatty acid methyl esters (FAMEs) into added-value products is an increasingly attractive process. However, the role of oxygen vacancies (Ov) in thermal catalytic performance and catalyst lattice oxygen loss has received less attention. This study investigated the relationship between Ov level, acid-base density, and catalytic performance in the ketonization reaction using TiOx catalysts with varying Ov levels prepared by a modified sol-gel method. Density functional theory (DFT) simulations showed that Ov creation increased interatomic distances, leading to the formation of frustrated Lewis pairs (FLPs). The density of acidic and basic sites increased proportionally with Ov concentration. …


Covalent Organic Frameworks Based On Aldehyde And Amine Linkers As Artificial Solid Electrolyte Interphase For Zinc Anode In Aqueous Electrolyte, Vipada Aupama Jan 2023

Covalent Organic Frameworks Based On Aldehyde And Amine Linkers As Artificial Solid Electrolyte Interphase For Zinc Anode In Aqueous Electrolyte, Vipada Aupama

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Aqueous Zinc-based batteries (AZBBs) are an alternative battery technology being developed for commercial use due to their advantages such as low cost, safety, and eco-friendliness compared to Lithium-based batteries (LBBs). However, despite these benefits, AZBBs face challenges on the zinc anode, including the formation of zinc dendrites and side reactions, which reduce the battery's stability and lifespan. Recently, many strategies have been investigated to address these issues, such as modifying the electrolyte, separator, and anode structure, and specially modifying the zinc surface. One particularly promising strategy involves using an Artificial Solid Electrolyte Interphase (ASEI) developed from a covalent organic framework …


Ambient And Elevated Temperature Performance Of Geopolymer Concrete Containing Rubber And Graphene Nanoplatelets, Hafiz Waheed Iqbal Jan 2023

Ambient And Elevated Temperature Performance Of Geopolymer Concrete Containing Rubber And Graphene Nanoplatelets, Hafiz Waheed Iqbal

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Geopolymer concrete (GPC) is recognized as a promising alternative to conventional cement concrete due to its environmental sustainability properties. In this research work, crumb rubber (CR) was used to partially replace fine aggregate to reduce rubber waste, and graphene nanoplatelets (GNPs) were used as a nanomaterial to enhance the properties of GPC. Total 20 mix designs of fly ash-based GPC were made having 10% to 30% replacement of fine aggregate with CR and addition of 0.1% to 0.4% of GNPs as of binder percentage. The main objective of this research work is to assess the properties of these mix designs …


การเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน, เมธาฤทธิ์ แนมสัย Jan 2023

การเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน, เมธาฤทธิ์ แนมสัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเคลื่อนที่ของตะกอน ในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ประกอบด้วย แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ในการศึกษาได้ใช้ข้อมูลอุทกวิทยาย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2464 ถึง 2562 และข้อมูลสำรวจการไหลของน้ำและตะกอนในปี 2561 และ 2562 การวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำแต่ละสายได้ใช้วิธีการทางสถิติทั่วไป วิธี Mann-Kendall (MK) และวิธีโค้งทับทวี (DMC) ผลการศึกษา พบว่า ปริมาณตะกอนรายปีเฉลี่ยที่สถานีอุทกวิทยาใกล้ทางออกลุ่มน้ำของแม่น้ำปิง (สถานี P.17) วัง (สถานี W.4A) ยม (สถานี Y.16) และน่าน (สถานี N.67) ประมาณ 0.82, 0.26, 0.35 และ 1.88 ล้านตัน/ปี ตามลำดับ โดยการเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำทั้ง 4 สาย ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ในลักษณะแขวนลอยเป็นหลัก ยกเว้นแม่น้ำปิงด้านท้ายน้ำของเขื่อนภูมิพลที่เคลื่อนที่เป็นตะกอนท้องน้ำ ผลการศึกษาความผันแปรในเชิงเวลาของปริมาณตะกอนรายปี พบว่า หลายสถานีมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ สถานี P.1 ของแม่น้ำปิง สถานี W.16A, W.1C และ W.23 ของแม่น้ำวัง สถานี N.5A, N.7A, N.8A และ N.67 ของแม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานี C.2 ในทางกลับกันที่สถานี Y.1C และ Y.16 ของแม่น้ำยมกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนผลการศึกษาความผันแปรของปริมาณตะกอนในเชิงตำแหน่ง แสดงให้เห็นว่า ปริมาณตะกอนรายปีเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามระยะทางจากต้นน้ำไปยังท้ายน้ำ อย่างไรก็ตามปริมาณตะกอนในแม่น้ำยมและแม่น้ำวังมีการลดลงในแม่น้ำตอนล่างใกล้ทางออกของลุ่มน้ำ ผลการศึกษายังพบว่าการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล กิ่วลม แม่จาง กิ่วคอหมา และฝายแม่ยม ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อปริมาณตะกอนในแม่น้ำใกล้ทางออกลุ่มน้ำของแม่น้ำปิง วัง และยม ในขณะที่ใกล้ทางออกลุ่มน้ำของแม่น้ำน่านมีปริมาณตะกอนเพิ่มขึ้นหลังจากการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ แต่ปริมาณตะกอนกลับลดลงหลังจากการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำนเรศวรและเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน นอกจากนี้ยังพบว่า ปริมาณตะกอนที่สถานี C.2 หลังจากการสร้างอาคารชลศาสตร์ขนาดใหญ่ทั้ง 8 แห่ง ลดลงเพียง 31 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณตะกอนก่อนก่อสร้างเขื่อนภูมิพล …


Single Spring Gravity Compensator For A Multi Degree Of Freedom Manipulator Arm, Krittanai Sajjapongse Jan 2023

Single Spring Gravity Compensator For A Multi Degree Of Freedom Manipulator Arm, Krittanai Sajjapongse

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Designing industrial robots requires utmost attention to power consumption and safety, especially in today's environment where humans work closely with robots. However, due to their robust and weighty structures, most robotic manipulators are typically engineered with high-power systems to handle payloads and counteract gravity. This research develops a novel gravity compensator system that employs a single spring to counterbalance a multi-DOF manipulator. This system combines cam follower systems with a square root mechanism. We provide a general equation that applies to multiple degrees of freedom. Additionally, we designed and built a 3-DOF manipulator prototype. The experiment shows that our gravity …


Reactor Design By Integrating Absorption And Photocatalytic Oxidation Processes For Volatile Organic Compound (Voc) Removal From Polluted Gas Stream Of Storage Facilities In Petrochemical Industry, Phaly Ham Jan 2023

Reactor Design By Integrating Absorption And Photocatalytic Oxidation Processes For Volatile Organic Compound (Voc) Removal From Polluted Gas Stream Of Storage Facilities In Petrochemical Industry, Phaly Ham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Even petrochemical industry plays an important role in meeting the global energy demand, it is also responsible for emitting significant amounts of Volatile Organic Compounds (VOCs), which pose serious environmental and health hazards. In this thesis, we propose an innovative approach to address this issue by designing a multifunctional reactor that integrates absorption and photocatalytic oxidation processes for the removal of VOC from polluted gas streams of storage facilities, during loading, discharging, and cleaning process. This research encompasses four scopes (i) Comparative study of gas-liquid contactors: Bubble Column Reactor (BCR) and internal-loop Airlift Reactor (IL-ALR). The relative effect of reactor’s …


ผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มีพื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้แตกต่างกัน, วศิน จันทร์ทอง Jan 2023

ผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มีพื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้แตกต่างกัน, วศิน จันทร์ทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบอุโมงค์ในภาวะเพลิงไหม้โดยส่วนใหญ่พิจารณาให้พื้นผิวด้านในของอุโมงค์สัมผัสเพลิงไหม้ตลอดแนวเส้นรอบรูป อย่างไรก็ตาม ในการเกิดเพลิงไหม้จริง พื้นผิวของอุโมงค์อาจได้รับผลกระทบจากความร้อนเพียงบางส่วน เนื่องจากลักษณะของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นหรือการติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมภายในอุโมงค์ ส่งผลให้ผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์แตกต่างไป งานวิจัยนี้ศึกษาผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มีรูปแบบของพื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้ที่แตกต่างกัน 4 กรณีศึกษา ได้แก่ กรณีที่ 1 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้ตลอดแนวเส้นรอบรูปด้านในของอุโมงค์ กรณีที่ 2 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้เหนือระดับรางรถไฟ กรณีที่ 3 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้เหนือระดับกึ่งกลางความสูงของอุโมงค์ และ กรณีที่ 4 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้เหนือระดับรางรถไฟเว้นทางเดินด้านข้างอุโมงค์ โดยประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ในการวิเคราะห์การถ่ายโอนความร้อนและการวิเคราะห์โครงสร้าง รวมทั้งนำเสนอตัวคูณลดค่าความต้านทานวิกฤติสำหรับแผนภาพปฏิสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานโมเมนต์ดัดกับความต้านทานแรงตามแนวแกนเพื่อพิจารณากรณีเพลิงไหม้ที่เลวร้ายที่สุด ผลการศึกษาชี้ให้เห็นความแตกต่างของผลตอบสนองเชิงโครงสร้างอุโมงค์ภายใต้รูปแบบเพลิงไหม้ที่แตกต่างกัน โดยกรณีศึกษาที่ 3 เป็นรูปแบบเพลิงไหม้ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งยืนยันจากการวิเคราะห์รูปแบบเพลิงไหม้เพิ่มเติมอีก 6 กรณีศึกษาที่อ้างอิงจากรูปแบบเพลิงไหม้ในกรณีศึกษาที่ 3 ด้วยการเพิ่มและลดส่วนของพื้นผิวด้านในอุโมงค์ที่สัมผัสเพลิงไหม้อีก 15o 30o และ 45o จากแนวกึ่งกลางความสูงของอุโมงค์ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ผลจากการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับการพิจารณารูปแบบเพลิงไหม้สำหรับการออกแบบโครงสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินต่อไป