Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Materials Science and Engineering (888)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Chemical Engineering (656)
- Engineering Science and Materials (484)
- Physical Sciences and Mathematics (462)
-
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Industrial Engineering (372)
- Electrical and Computer Engineering (358)
- Operational Research (307)
- Civil Engineering (274)
- Construction Engineering and Management (274)
- Electrical and Electronics (264)
- Computer Engineering (243)
- Computer Sciences (235)
- Social and Behavioral Sciences (217)
- Environmental Sciences (216)
- Environmental Studies (216)
- Environmental Engineering (161)
- Mechanical Engineering (102)
- Applied Mechanics (101)
- Engineering Mechanics (100)
- Petroleum Engineering (88)
- Power and Energy (86)
- Biomedical Engineering and Bioengineering (40)
- Polymer Science (40)
- Geological Engineering (39)
- Metallurgy (39)
- Mining Engineering (39)
- Risk Analysis (38)
- Keyword
-
- Microstructure (9)
- Chitosan (7)
- Rice husk ash (7)
- Mechanical properties (6)
- Hardness (5)
-
- Heat treatment (5)
- Coating (4)
- Oxidation (4)
- Sintering (4)
- Stainless steel (4)
- Adhesion (3)
- Fatigue (3)
- Glass-ceramics (3)
- Hydroxyapatite (3)
- Layer-by-layer (3)
- Polypropylene (3)
- Powder metallurgy (3)
- Precipitation (3)
- Silica (3)
- Strain rate (3)
- X-ray diffraction (3)
- คลังสินค้า (3)
- AISI 4140 steel (2)
- Adsorption (2)
- And Nickel-Based Superalloy (2)
- Collagen (2)
- Corrosion (2)
- Cotton fabric (2)
- Cyclohexane (2)
- ECAP (2)
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 811 - 840 of 3637
Full-Text Articles in Engineering
Assessing The Impacts Of Household Contacts In Covid-19 Transmission Dynamic Modeling Through Small-World Network, Thanagun Dheravijaranayankul
Assessing The Impacts Of Household Contacts In Covid-19 Transmission Dynamic Modeling Through Small-World Network, Thanagun Dheravijaranayankul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the context of the ongoing COVID-19 pandemic, understanding household transmission has become crucial for formulating effective intervention strategies. This research investigated the impact of considering heterogeneous contact patterns in household settings by leveraging the small-world network (SWN) concept, characterized by high local clustering and short average path length. The methodology involved developing an agent-based simulation model with a two-layer contact network, distinguishing between household and non-household contacts. This simulation aimed to explore the impact of contact patterns on transmission dynamics as well as provide insights into tailored intervention strategies. We evaluate seven Non-Pharmaceutical Intervention (NPI) scenarios focusing on reducing …
การศึกษาผลของเสาเข็มเอียงในแท่นกลางทะเลต่อการต้านทานแรงจากแผ่นดินไหวและแรงกระแทกจากเรือ, กณิศ ขันการไถ
การศึกษาผลของเสาเข็มเอียงในแท่นกลางทะเลต่อการต้านทานแรงจากแผ่นดินไหวและแรงกระแทกจากเรือ, กณิศ ขันการไถ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงสร้างแท่นกลางทะเล (loading platform) ที่อยู่ตามชายฝั่งนั้นส่วนใหญ่ จะต้องสามารถรับแรงด้านข้างไม่ว่าจะเกิดจากแรงแผ่นดินไหว(Earthquake force), แรงกระแทกจากเรือ (Berthing force) ดังนั้นตัวโครงสร้างแท่นกลางทะเลจำเป็นต้องต้านทานต่อแรงด้านข้างได้ดี การใช้เสาเข็มเอียงเป็นที่นิยมในการรับแรงด้านข้าง ดังนั้นงานวิจัยนี้จะมุ่งเน้นไปการวิเคราะห์ปริมาณเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มมีผลอย่างไรต่อผลตอบสนองของโครงสร้าง โดยทำการสร้างแบบจำลองแท่นกลางทะเลที่มีความยาว 37 เมตรและกว้าง 47 เมตร โดยมีเสาเข็มทั้งหมด 96 ต้น โดยแบ่งเป็นด้านยาว 5 แถวและด้านกว้าง 9 แถว โดยที่การสร้างแบบจำลองออกเป็น 21 แบบจำลองโดยจะใช้โปรแกรม SAP2000 เพื่อที่จะศึกษาพารามิเตอร์ที่ทำการศึกษานั้นได้แก่ 1.มุมเอียงของเสาเข็ม 2.ปริมาณของเสาเข็มเอียง ที่ซึ่งจำนวนของเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มจะแตกต่างกันในแต่ละแบบจำลอง โดยจำนวนเสาเข็มเอียงนั้นแบ่งออกเป็น 0,8,16,24,40,60 ต้นและมุมเอียงของเสาเข็มแบ่งออกเป็น 1/3, 1/4, 1/6,1/8 ที่ซึ่งผลตอบสนองของโครงสร้างที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ แรงในแนวแกน, โมเมนต์ดัด, สัดส่วนการใช้งาน, การกระจัด โดยแรงภายนอกที่มาใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่แรงแผ่นดินไหวโดยใช้วิธีการตอบสนองแบบโหมดและแรงกระแทกของเรือ โดยผลจากวิเคราะห์ผลตอบสนองแบบโหมดพบว่าเมื่อเพิ่มจำนวนเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มพบว่าคาบตามธรรมชาติของลักษณะการสั่นในทางด้านข้างลดลงจาก 1.34 วินาที เหลือ 0.28 วินาที และในกรณีแรงแผ่นดินไหวผลตอบสนองของโครงสร้างพบว่าพารามิเตอร์ทั้งสองส่งผลอย่างมากโดยเมื่อเพิ่มจำนวนเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มเอียงนั้นพบว่าค่าการกระจัดลดลงจากแบบจำลองที่ไม่มีเสาเข็มเอียงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และความแตกต่างของผลตอบสนองระหว่างเสาเข็มตรงและเสาเข็มเอียงพบว่าแตกต่างกันอย่างมากในแรงในแนวแกนและอัตราส่วนการใช้งาน
ผลของคุณสมบัติของมวลรวมชนิดหินปูนที่มีต่อคุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุผิวทางสโตนมัสติกแอสฟัลต์, ณัฐชนน พันธพาณิชย์กุล
ผลของคุณสมบัติของมวลรวมชนิดหินปูนที่มีต่อคุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุผิวทางสโตนมัสติกแอสฟัลต์, ณัฐชนน พันธพาณิชย์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผิวทางส่วนใหญ่ในโครงข่ายถนนในประเทศไทยกว่าร้อยละ93 เป็น ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต โดยปัญหาหลักที่มักพบในผิวทางชนิดนี้ คือ ปัญหาการเกิดร่องล้อ (Rutting) ซึ่งการเกิดร่องล้อสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยวิธีการหนึ่งที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาการเกิดร่องล้อ คือ การใช้ผิวทาง สโตนมาสติกแอสฟัลต์ (SMA) ซึ่งเป็นแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้วัสดุมวลรวมขนาดคละเรียงข้ามขนาด (Gap Grade) เพื่อให้ผิวทางมีลักษณะหยาบเป็นพิเศษซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานการเกิดร่องล้อได้ โดยวัสดุมวลรวมส่วนใหญ่ที่นำมาออกแบบ ในประเทศไทย จะเป็นตะกรันเหล็ก(Slag) ซึ่งมีความทนทานและสามารถในการรับน้ำหนักได้ดี แต่มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งที่มาที่มีน้อยหาได้ยากในบางพื้นที่ ดังนั้นการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติทางวิศวกรรมของหินปูนที่จะนำมาทดแทนจึงมีความสำคัญ เนื่องจาก หินปูนสามารถหาได้ง่ายกว่าและมีราคาถูกกว่า โดยจากงานวิจัยที่ผ่านมาในอดีตพบว่า คุณสมบัติพื้นฐานของมวลรวมหินปูนด้อยกว่ามวลรวมตะกรันเหล็ก(Slag) จึงมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพก่อน โดยงานวิจัยครั้งนี้ จะทำการคัดคุณภาพโดยพิจารณาที่คุณสมบัติของมวลรวมหยาบ ได้แก่ การต้านทานการสึกหรอ รูปทรง และลักษณะพื้นผิวของมวลรวมหยาบ จากนั้นทำการทดสอบคุณสมบัติ Marshall Mix Design และ ทดสอบปัจจัยด้านสมรรถนะ ได้แก่ ค่าความต้านทานต่อแรงดึงทางอ้อม (Indirect Tensile Strength) ค่าโมดูลัสคืนตัว (Resilience Modulus) และ ความสามารถในการต้านทานการเสียรูปอย่างถาวร (Permanent Deformation) โดยทดสอบความสามารถในการต้านทานการเกิดร่องล้อ (Rutting Resistance Test) ด้วยเครื่อง Hamburg Wheel Tracking และ ทดสอบความสามารถในการต้านทานการเสียรูปอย่างถาวร โดยการ ทดสอบ Dynamic Creep พบว่า ความแบนและความยาวของมวลรวม (Flat and Elongation) และ การแตกหักของอนุภาค (Fractured Particles) ส่งผลต่อ ค่าเสถียรภาพ (Stability) และ ค่าการยุบตัว (Flow) ในผิวทางสโตนมาสติกแอสฟัลต์ (SMA) โดยจากผลการทดสอบพบว่า การคัดคุณภาพของมวลรวมชนิดหินปูน ส่งผลให้มี ค่าเสถียรภาพ (Stability) เพิ่มขึ้น ค่าการยุบตัว (Flow) ลดลงเล็กน้อย และไม่ส่งผล ต่อค่า Voids in Mineral Aggregates (VMA) ค่า …
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบอิทธิพลของความไว้วางใจในการทำงานต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างในแต่ละรูปแบบการส่งมอบโครงการ, พรธีรา สุเมธาธิกุล
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบอิทธิพลของความไว้วางใจในการทำงานต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างในแต่ละรูปแบบการส่งมอบโครงการ, พรธีรา สุเมธาธิกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อุตสาหกรรมก่อสร้างมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อไปในอนาคต โครงการก่อสร้างโดยทั่วไปมีลักษณะเฉพาะ มีการทำงานร่วมกันจากหลายฝ่าย เช่น เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา บริษัทที่ปรึกษา และผู้ออกแบบ เป็นต้น โดยแต่ละฝ่ายก็มีแรงจูงใจที่แตกต่างกัน บ่อยครั้งได้นำไปสู่ปัญหาความไว้ใจ ในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจภายในองค์การ หรือความไว้วางใจระหว่างองค์การ ทำให้โครงการประสบปัญหาล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงาน นำไปสู่ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น และส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการโดยรวม งานวิจัยนี้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความไว้วางใจในการทำงานและอิทธิพลของความไว้วางใจต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างที่มีการใช้รูปแบบการส่งมอบโครงการ (Project delivery methods, PDMs) ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น การส่งมอบโครงการแบบปกติ (Design-Bid-Build approach, DBB) และการส่งมอบโครงการที่มีการรวมสัญญา (Integrated Project Delivery approach, IPD) งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และเก็บรวบรวมจากผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้านของโครงการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยพัฒนากรอบแนวความคิดจากการทบทวนทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างแบบจำลองสมการโครงสร้าง (Structural equation modeling, SEM) สำหรับวิเคราะห์อิทธิพลของความไว้วางใจที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน ผลการศึกษาพบว่า ความไว้วางใจภายในองค์การ และความไว้วางใจระหว่างองค์การมีอิทธิพลทางบวกต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง โดยพบต่อว่า ความไว้วางใจสำคัญต่อโครงการก่อสร้างที่มีการใช้รูปแบบการส่งมอบโครงการที่มีการรวมสัญญามากกว่าโครงการก่อสร้างที่มีการใช้รูปแบบการส่งมอบโครงการแบบปกติ
Effect Of Temperature On Performance Of Crack Repair Materials On Rendered Walls, Pattharadej Sansara
Effect Of Temperature On Performance Of Crack Repair Materials On Rendered Walls, Pattharadej Sansara
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cracking on wall surfaces, especially exterior rendered walls, is frequently found. Hence, whenever cracks initiate, it is unavoidable to repair such crack even though it may not be attributed to structural issues, but it may be the ingress of water to infiltrate into the wall. However, even though these fine cracks are sealed with some repair materials, re-cracking still occurs. One factor that causes such failure is temperature. Therefore, this thesis focuses on how temperature influences the performance of crack repair materials since temperature can cause the crack movement and make the repair materials fail subsequently. Moreover, crack movement has …
Absence Seizures Detection Based On Embedded Machine Learning, Pimchanok Chatchavalvong
Absence Seizures Detection Based On Embedded Machine Learning, Pimchanok Chatchavalvong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Epilepsy is a common neurological disorder, affecting around 50 million people worldwide. One type of seizure is absence seizures, which are typically short, sudden lapses of consciousness, often going unnoticed and delaying diagnosis. Most absence seizure detection methods involve machine learning and deep learning techniques but are rarely implemented on an ultra-low-power microcontroller as an edge device. This paper presents the implementation of absence seizure detection algorithms on an ultra-low-power STM32L432KC microcontroller based on the Long Short-Term Memory network using an EEG database from the Faculty of Medicine at Chulalongkorn University. The algorithm was designed using 21 channels with a …
Impact Of Drainage Problem On Dynamic Behavior Of Ballasted Track-Bridge Structure, Ratabhat Wangtawesap
Impact Of Drainage Problem On Dynamic Behavior Of Ballasted Track-Bridge Structure, Ratabhat Wangtawesap
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recently, the railway industry has favored expanding its network through the widespread use of ballasted tracks due to their cost-effectiveness and ease of construction. However, rising global temperatures have led to more unpredictable weather and increased rainfall, causing drainage issues in Thai railway bridges. The dynamic properties of ballast significantly influence the safety and performance of these railway systems. By conducting experiments on submerged ballast layers and integrating this data as a variable parameter in an optimization process, the research identifies diverse ballast properties under varying drainage conditions and use these properties to develops a numerical model for train-ballasted track-bridge …
การสร้างเทสต์สคริปต์ของโรบอทเฟรมเวิร์คสำหรับการทดสอบเว็บแอปพลิเคชันบนพื้นฐานเงื่อนไขของฐานข้อมูล, รัฐสรรค์ เอกอัครชวกิตติ์
การสร้างเทสต์สคริปต์ของโรบอทเฟรมเวิร์คสำหรับการทดสอบเว็บแอปพลิเคชันบนพื้นฐานเงื่อนไขของฐานข้อมูล, รัฐสรรค์ เอกอัครชวกิตติ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การพัฒนาซอฟต์แวร์จำเป็นต้องมีกระบวนการหนึ่งที่เรียกว่าการทดสอบซอฟต์แวร์ เพื่อหาข้อผิดพลาดและแก้ไขข้อผิดพลาดก่อนส่งมอบซอฟต์แวร์ซึ่งทำให้ซอฟต์แวร์มีความน่าเชื่อถือ โดยการทดสอบซอฟต์แวร์ต้องมีข้อมูลทดสอบที่ใช้เป็นอินพุตของซอฟต์แวร์เพื่อให้ซอฟต์แวร์ประมวลผลและได้เอาต์พุตออกมา โดยในปัจจุบันหากกล่าวถึงเว็บแอปพลิเคชันถือเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมสำหรับการดำเนินการทางธุรกิจ ซึ่งเว็บแอปพลิเคชันทำงานร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลของซอฟต์แวร์ ทำให้การทดสอบซอฟต์แวร์มีความซับซ้อนเนื่องจากนักทดสอบต้องวิเคราะห์ มีความเข้าใจเงื่อนไขที่ระบุไว้อินพุตของซอฟต์แวร์และเงื่อนไขที่ระบุไว้ในฐานข้อมูลจึงจะสามารถสร้างกรณีทดสอบที่สอดคล้องกันได้ รวมถึงการทดสอบในปัจจุบันซึ่งใช้เฟรมเวิร์คการทดสอบแบบอัตโนมัติเป็นเครื่องมือทดสอบเพื่อลดเวลาในการทดสอบซอฟต์แวร์โดยการใช้เทสต์สคริปต์แต่การสร้างเทสต์สคริปต์สำหรับกรณีทดสอบต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจเฟรมเวิร์คการทดสอบแบบอัตโนมัติ เงื่อนไขของข้อมูลอินพุตและเงื่อนไขของฐานข้อมูลร่วมกันทั้งหมดจึงทำให้การสร้างเทสต์สคริปต์มีความซับซ้อนและใช้เวลานาน งานวิจัยนี้จึงช่วยให้นักทดสอบสามารถสร้างเทสต์สคริปต์ได้สะดวกมากขึ้นและสร้างข้อมูลทดสอบที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ จึงนำเสนอวิธีการสร้างเทสต์สคริปต์สำหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บที่พัฒนาด้วยไลบรารีรีแอคโดยการนำเข้าไฟล์เพื่อวิเคราะห์อินพุตฟิลด์และเงื่อนไขของอินพุตฟิลด์ เพื่อสร้างสคริปต์ทดสอบทำงานภายใต้โรบอทเฟรมเวิร์คและนำเข้าที่อยู่โปรเจกต์เรสต์เอพีไอของแบคเอนด์ที่พัฒนาด้วยจาวาสปริงค์เพื่อเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ที่ถูกทดสอบและวิเคราะห์เงื่อนไขของฐานข้อมูล จากนั้นนำเงื่อนไขของอินพุตฟิลด์และเงื่อนไขของฐานข้อมูลมาวิเคราะห์กรณีทดสอบเพื่อสร้างข้อมูลทดสอบด้วยวิธีการแบบวิเคราะห์ค่าขอบเขต แบบสุ่มเลือกค่า แบบการวิเคราะห์เงื่อนไขฐานข้อมูลและสร้างข้อมูลทดสอบแบบโดยดึงข้อมูลที่จัดเก็บเป็นข้อมูลทดสอบ หลังจากผู้วิจัยได้ทดสอบเครื่องมือ พบว่าการทำงานของเทสต์สคริปต์และข้อมูลทดสอบสามารถทำงานได้จริงภายใต้โรบอทเฟรมเวิร์ค
การตรวจจับบัตรประจำตัวประชาชนไทยของจริงจากวิดีโอ, อนิวรรตน์ คีรีนะ
การตรวจจับบัตรประจำตัวประชาชนไทยของจริงจากวิดีโอ, อนิวรรตน์ คีรีนะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การยืนยันตัวตนเป็นกระบวนการที่ผู้รับบริการต้องทำ เมื่อขอใช้บริการทางการเงินออนไลน์ในประเทศไทย ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนแสดงต่อผู้ให้บริการเพื่อเป็นหลักฐานสำหรับพิสูจน์ว่าเป็นผู้รับบริการรายนั้นจริง ในการยืนยันตัวตนออนไลน์ผู้รับบริการจะต้องถ่ายภาพหรือวิดีโอบัตรประจำตัวประชาชน อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการนี้มีความเสี่ยงที่ผู้รับบริการจะปลอมแปลงบัตรเป็นของบุคคลอื่น มาแอบอ้างขอรับบริการ เพื่อลดความเสี่ยงนี้ จึงได้นำรูปภาพฮอโลแกรมมาพิมพ์ไว้บนบัตรประจำตัวประชาชน ในการตรวจสอบหากตรวจพบฮอโลแกรม ก็สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นบัตรจริงได้ ช่วยให้การพิสูจน์บัตรมีความสะดวกมากขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก ตรวจจับฮอโลแกรมในวิดีโอที่บันทึกภาพบัตรประจำตัวประชาชนไทย โดยใช้โมเดล MobileNet SSD v2 เป็นแบบจำลอง มีการพัฒนาระบบจำแนกฮอโลแกรมโดยใช้รูปภาพระดับสีเทา (Grayscale) ในขั้นตอนการฝึกแบบจำลองรูปภาพระดับสีเทา มีการถ่ายโอนความรู้ (Transfer Learning) โดยถ่ายโอนค่าน้ำหนัก (Weight) โมเดลที่ผ่านการฝึกล่วงหน้า (Pre-trained Model) แบบจำลองโมเดลรูปภาพสีเป็นค่าตั้งต้นของแบบจำลองโมเดลรูปภาพระดับสีเทา ผลการวิจัยพบว่า mAP (mean Average Precision) ของ IoU (Intersection Over Union) ที่ 0.5 ถึง 0.95 ของโมเดลรูปภาพสี ผลการตรวจจับฮอโลแกรมมีประสิทธิภาพสูงกว่าโมเดลรูปภาพระดับสีเทา อยู่ที่ 0.57% แต่อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการตรวจจับบัตรประจำตัวประชาของจริงด้วยวิดีโอรูปภาพระดับสีเทา โมเดลมีความแม่นยำถึง 91.61% แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการตรวจจับบัตรประจำตัวประชาของจริงจากวิดีโอด้วยรูปภาพระดับสีเทา ที่มีความแม่นยำสูง
Projections Of Drought Indices Under Climate Change In The Upper Chao Phraya River Basin, Pech Ponleu
Projections Of Drought Indices Under Climate Change In The Upper Chao Phraya River Basin, Pech Ponleu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Climate change significantly impacts water resource management by intensifying the variability and frequency of extreme events like droughts. This study aims to understand drought processes and assess climate change impacts on drought in the Upper Chao Phraya River basin. The Standardized Precipitation Index (SPI) and Standardized Streamflow Index (SSI) of 3-, 6- and 12-month accumulation periods were estimated for historical from 1985 to 2014, near future (NF) from 2025 to 2054 and far future (FF) from 2070 to 2099 periods. Using GCMs from CMIP6 (MPI-ESM1-2-L, IPSL-CM6A-LR, and GFDL-CM4), bias-corrected via quantile mapping, we found good agreement with observed rainfall data. …
Projecting Low Flow Indices To Climate Change Using Cmip6 For The Upper Chao Phraya River Basin, Thailand, Chantharath Yos
Projecting Low Flow Indices To Climate Change Using Cmip6 For The Upper Chao Phraya River Basin, Thailand, Chantharath Yos
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Human activities are impacting climate change. This is expected to cause a decrease in average runoff, leading to more frequent, longer, and more severe low-flow episodes at the catchment scale. Low-flow conditions can affect ecology, water quality, and water supply. The upper Chao Phraya River basin (CPRB) in Thailand has seen significant development and has experienced the effects of climate change. There is a critical question in the study of this region. Therefore, this study aims to develop low-flow indices, improve understanding of low-flow conditions, and assess the impacts of climate change on these indices. To assess the impact of …
การศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น Pm 2.5 ในกรุงเทพมหานคร, กิตติยาภรณ์ ศิวิชัย
การศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น Pm 2.5 ในกรุงเทพมหานคร, กิตติยาภรณ์ ศิวิชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาที่ไม่ก่อให้เกิดอาการอย่างฉับพลันทันที แต่ทำลายสุขภาพของมนุษย์เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ แม้ปัญหาของฝุ่น PM 2.5 นั้นรุนแรงจนก่อให้เกิดความตระหนักของประชาชน สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยยังคงย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง และสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำลง เนื่องจากฝุ่นนั้นกระจายตัวแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และแต่ละเวลา ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น PM 2.5 ผ่านเทนเซอร์และการแยกองค์ประกอบเทนเซอร์ ด้วยวิธี Tucker decomposition จนได้รูปแบบของฝุ่นในแต่ละเขตและเวลา ผู้วิจัยพบว่า รูปแบบความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 นั้นมีความสัมพันธ์กับแนวทางการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา พฤติกรรมของประชาชนทั้งก่อนและหลังการระบาดของโรคโควิด-19 การจราจร การก่อสร้าง และสถานที่สำคัญในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ผลลัพธ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า เราควรพิจารณาการกระจายจุดที่มีความหนาแน่นของประชากร การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว และในเขตต่าง ๆ ที่มีความเข้มข้นสูง
A Box-Behnken Design For Copper Recovery From E-Waste Pyrolysis Char By An Electrolysis Process, Chanut Thamcharoen
A Box-Behnken Design For Copper Recovery From E-Waste Pyrolysis Char By An Electrolysis Process, Chanut Thamcharoen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study presents the solvent extraction process for recovering copper from pyrolysis char derived from printed circuit boards (PCBs). To maximize copper yield, a response surface design based on the Box-Behnken design for the solvent extraction of PCBs char is proposed. Three process parameters of the extraction process were chosen as variable factors which are HCl concentration (2, 3, and 4 M), pulp density (50, 75, and 100 g/L) and reaction time (1, 2, and 3 h). The results from Analysis of Variance (ANOVA), R-squared (R2), and Adjusted R2 (R2adj) demonstrate the obtained regression model’s significance. The response surface method …
An Analysis Of Retail Promotion Effectiveness Using Agent-Based Modeling, Chutima Binsiravanich
An Analysis Of Retail Promotion Effectiveness Using Agent-Based Modeling, Chutima Binsiravanich
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In modern metropolitan environments, retailers engage in intense competition to attract consumers and increase profits. It is critical to develop an effective price promotion plan. However, the complexity of customer preferences and many product qualities in retail, especially for competitive products, makes it challenging to create effective promotional methods. This study proposes an agent-based simulation to represent the outcomes of strategic retail tactics where real-world testing for all strategies is not practical. In the simulation model, advertising efficacy and word-of-mouth influence drive consumer decisions, with subsequent judgments based on store price reductions. Twelve different promotion strategies (including different price reduction, …
การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ, ทรรศมล วงศ์จิตสุขเกษม
การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ, ทรรศมล วงศ์จิตสุขเกษม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เศษเหล็กคือวัสดุที่เกิดจากการหมุนเวียนชิ้นส่วนเหล็กที่ถูกคัดทิ้งให้กลับเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตเหล็กอีกครั้ง ถือเป็นวัตถุดิบหลักของกระบวนการหล่อหลอมเหล็ก และราคาเศษเหล็กที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเหล็กเปลี่ยนแปลงตาม การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กที่มีความแม่นยำจะส่งผลดีต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบ งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาการพัฒนาตัวแบบเพื่อใช้ในการพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงความแม่นยำของตัวแบบที่สร้างจากการใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับวิธีการแยกองค์ประกอบของข้อมูล โดยวิธีการทางสถิติและเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่ศึกษา ได้แก่ SARIMA, Linear regression, Support vector regression, XGBoost, ANN และ LSTM จากการศึกษาพบว่าตัวแบบ SARIMA และ LSTM สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำที่สุด แต่ตัวแบบ SARIMA ใช้เวลาน้อยกว่ามาก รองลงมาคือ ANN, Support vector regression, Linear regression และ XGBoost โดยตัวแบบ SARIMA มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์จากค่า MAPE ที่ 2.96% ส่วนวิธีการแยกองค์ประกอบของข้อมูลที่ศึกษา ได้แก่ EMD, CEEMDAN และ VMD จากการศึกษาพบว่าการแยกองค์ประกอบของข้อมูลโดยใช้ VMD สามารถเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ให้แก่เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องในการสร้างตัวแบบได้มากที่สุด รองลงมาคือ EMD และ CEEMDAN ตามลำดับ โดยที่เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้วิธีการแยกองค์ประกอบและให้ความแม่นยำมากที่สุดคือ Linear Regression ซึ่งตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบที่มีความแม่นยำมากที่สุดคือ VMD-LR มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ MAPE ที่ 1.18%
การพัฒนาระบบการจัดการซ่อมบำรุงรักษาสำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ญานิกา ทากุดเรือ
การพัฒนาระบบการจัดการซ่อมบำรุงรักษาสำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ญานิกา ทากุดเรือ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมสำหรับการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง การศึกษาพบว่าเมื่อเครื่องจักรมีเหตุชำรุดจากการชำรุดกะทันหันต้องใช้เวลาในการซ่อมบำรุงรักษานาน ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตที่ต้องหยุดชะงัก จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพงานบำรุงรักษา การวิเคราะห์การไหลของข้อมูลในงานบำรุงรักษา รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการไหลของข้อมูลเพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน จึงได้มีการนำระบบจัดการงานบำรุงรักษาด้วยคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อพัฒนาระบบบริหารงานบำรุงรักษา เพื่อรวบรวม จัดเก็บ และบริหารจัดการงาน โดยวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันจากการหาค่าระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการเกิดเหตุขัดข้อง (MTBF) และค่าระยะเวลาเฉลี่ยในการซ่อมบำรุง (MTTR) ในการวางแผนการเปลี่ยนอะไหล่ก่อนการเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้เครื่องจักรมีความพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ ผลการวิจัยพบว่าเมื่อนำระบบการจัดการซ่อมบำรุงไปติดตั้ง อัตราความพร้อมในการทำงานของเครื่องจักร (Availability Rate) เพิ่มขึ้น 8.59% จาก 88.89% เป็น 97.48% ระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการเกิดเหตุขัดข้อง (MTBF) เพิ่มขึ้นขั้นต่ำ 42.04% จาก 88 วัน เป็นมากกว่า 125 วัน และระยะเวลาเฉลี่ยในการซ่อมบำรุง (MTTR) มีแนวโน้มลดลงค่าที่ลดลง
วิธีการฮิวริสติกส์แบบหลายวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตา, พูนสิริ วสุพงศ์พิพัฒน์
วิธีการฮิวริสติกส์แบบหลายวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตา, พูนสิริ วสุพงศ์พิพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ทรัพยากรทางการเกษตรเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องมีการวางแผนการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้เลือกศึกษาปัญหาการวางแผนการจัดตารางการเก็บเกี่ยว โดยใช้ถั่วลันเตาเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาปัจจัยและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตาในเครือข่ายที่มีโรงแช่แข็งถั่วลันเตา และกลุ่มเกษตรกรที่ทำสัญญาซื้อขายถั่วลันเตากับโรงแช่แข็งถั่วลันเตาล่วงหน้า โดยโรงแช่แข็งถั่วลันเตาจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการการเก็บเกี่ยวทั้งหมด จากข้อกำหนดต่าง ๆ ที่รวบรวมมา ผู้วิจัยได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์แบบหลายวัตถุประสงค์ และออกแบบวิธีการทางฮิวริสติกส์แบบการหาค่าเหมาะสมที่สุดด้วยการเคลื่อนที่ของกลุ่มอนุภาค (Particle Swarm Optimization: PSO) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นไปที่วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน 3วัตถุประสงค์ คือ 1. การลดต้นทุนที่ใช้ในการขนส่งถั่วลันเตา 2. การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่สิ่งแวดล้อม และ 3. การกระจายการเก็บเกี่ยวให้เกษตรกรได้รับการเก็บเกี่ยวอย่างเท่าเทียมกัน ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของวิธีการทั้ง 2 ผ่านปัญหาจำลองขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ โดยผู้วิจัยพบว่า วิธีการฮิวริสติกส์ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพค่อนข้างดี โดยวิธีการดังกล่าวสามารถหาผลเฉลยของปัญหาแบบวัตถุประสงค์เดี่ยวที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีการแม่นตรงผ่านโปรแกรม CPLEX นอกจากนี้ วิธีการฮิวริสติกส์ที่พัฒนาขึ้นยังสามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่วิธีการแบบแม่นตรงไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากปัญหาด้านความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์
Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon
Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Algorithmic trading helps traders automate their trading decisions using computer programs. One widely used approach is to employ technical indicators such as the Relative Strength Index (RSI) and the Stochastic Oscillator (Stoch) to identify overbought and oversold conditions in the market. This paper studies various strategies using RSI and Stoch indicators, i.e., buying in an oversold market and selling in an overbought market, and analyzes their impact on changing market conditions, such as bullish, bearish, and sideways markets. Specifically, the paper proposes comparing five trading strategies: RSI-only strategy, Stoch-only strategy, RSI-and-Stoch strategy, RSI-or-Stoch strategy and buy-and-hold strategy and finding their …
การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช
การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ตาเทียมเฉพาะบุคคลเป็นอุปกรณ์ทดแทนดวงตาที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของผู้ป่วยที่สูญเสียดวงตา โดยประดิษฐ์ขึ้นให้เหมาะสมกับตาข้างที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย ทำให้ต้องออกแบบเฉพาะบุคคล และใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประดิษฐ์ ทำให้การวางแผนการทำงานและการจัดตารางการทำงานเป็นไปได้ยาก ต้องเผื่อเวลาการนัดหมายผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดผลเสียกับผู้ป่วย ดังนั้นจึงต้องการให้เวลาเสร็จงานของการประดิษฐ์ตาเทียมและความล่าช้าน้อยที่สุด นอกจากนี้กระบวนการประดิษฐ์ยังมีความซับซ้อนและหลายขั้นตอน ทำให้ต้องพิจารณาทักษะการทำงานในการมอบหมายงานและจัดลำดับของงานประดิษฐ์ เพื่อลดเวลาสูญเปล่าจากการรอคอยในกระบวนการต้ม ผู้วิจัยได้นำเสนอแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และออกแบบขั้นตอนวิธีฮิวริสติกสำหรับการมอบหมายงานและจัดตารางการประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคล เพื่อให้มีเวลาเสร็จงานและเวลาล่าช้าน้อยที่สุด โดยได้นำเสนอวิธีเชิงพันธุกรรม ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาได้หลากหลาย รวมถึงสามารถพัฒนาเพื่อให้คำตอบที่ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบผลลัพธ์จากการใช้วิธีคัดเลือก วิธีสลับสมาชิก และวิธีกลายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีที่เหมาะสมมากที่สุด และใช้ขั้นตอนวิธีดังกล่าวในการทดสอบปัจจัยต่าง ๆ ผลจากการทดลองพบว่าวิธีเชิงพันธุกรรมใช้เวลาประมวลผลเพียง 34 วินาที ซึ่งน้อยกว่าแบบจำลองคณิตศาสตร์ถึง 98% รวมถึงให้ผลลัพธ์ของตารางการประดิษฐ์ตาเทียมที่ดี โดยมีการทำกระบวนการอื่นในระหว่างการรอต้มทุกครั้งเพื่อลดเวลารอคอยของนักประดิษฐ์ตาเทียม และผลจากการทดสอบปัจจัยพบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากกรณีที่พิจารณาเวลานัดหมายสามารถครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ได้มากกว่าการไม่พิจารณาเวลานัดหมาย และในการศึกษาความสำคัญของวัตถุประสงค์พบว่าควรจะให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมมากที่สุด ทั้งมุมมองด้านเวลาและความสมดุลของการมอบหมายงาน
Computational Fluid Dynamics Simulation Of Glycerol Steam Reformer Packed With Nonuniform Foam Catalyst, Thanawee Siripreedapat
Computational Fluid Dynamics Simulation Of Glycerol Steam Reformer Packed With Nonuniform Foam Catalyst, Thanawee Siripreedapat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the performance of a fixed bed reactor packed with a foam catalyst with non-uniform porosity for hydrogen production from glycerol steam reforming. COMSOL Multiphysics software was employed to model the reactor. The first scenario compared the pellet catalyst with industrial foams with different porosities (i.e., 10, 20, and 30 PPI). The second scenario adjusted the porosity of the industrial foam by rearranging porosity in the reactor's axial, then comparing performance, cost-effectiveness, and economic feasibility. The foam catalyst's open-cell structure allowed a maximum H2 yield of 65.95% using a reactor length five times shorter than pellet and a …
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบของเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็นเอสเอสต่างยี่ห้อ เพื่อหามุมองศาที่เหมาะสมสำหรับการใช้วิธีการเอียงเครื่องมือเพื่อรับสัญญาณบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง, กลย์ธัช อนันตกาลต์
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบของเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็นเอสเอสต่างยี่ห้อ เพื่อหามุมองศาที่เหมาะสมสำหรับการใช้วิธีการเอียงเครื่องมือเพื่อรับสัญญาณบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง, กลย์ธัช อนันตกาลต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานสำรวจและรังวัดบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง จำเป็นต้องเอียงเครื่องรับสัญญาณ แต่ไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับมุมเอียงที่เหมาะสม งานวิจัยนี้จึงเปรียบเทียบเครื่องรับสัญญาณ GNSS ที่มีเซนเซอร์ชดเชยการเอียง ในการรังวัดบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง โดยใช้วิธีการรังวัดโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ในทันทีเทคนิคสถานีอ้างอิงเสมือน เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายสถานีรับสัญญาณแบบต่อเนื่องของกรมที่ดิน, กรมแผนที่ทหาร และสถานี CUSV ทดสอบด้วยมุมเอียง 5° - 60° ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่โล่ง, พื้นที่มีสิ่งบดบังครึ่งหนึ่ง และพื้นที่มีสิ่งบดบังเกือบส่วนหนึ่ง ผลการวิจัยพบว่ามุมเอียงที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 30° - 50° มีค่าความคลาดเคลื่อนทางราบ 0.015 – 0.090 เมตร และทางดิ่ง 0.002 – 0.006 เมตร เนื่องจากระยะห่างจากกำแพงและพื้นดินที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้รังวัดในบริเวณที่มีสิ่งกีดขวางเพราะอาจเกิดการรบกวนของคลื่นหลายวิถีและคลื่นหลุดได้
Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim
Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In 2020, our world faced the impact of the COVID-19 situation, which caused a lot of harm and consequences in multiple aspects. Many organizations and sectors were affected a lot by the pandemic. This research performed a holistic analysis to extract the lessons learned based on health, economic, and tourism consequences. Both qualitative and quantitative methodologies were used to extract the best approach to prepare for the next pandemic. For the health aspect, the stepwise regression was used to extract the potential IHR States Parties Self-Assessment Annual Report (SPAR) health capacity provided by the World Health Organization (WHO) to deal …
การตรวจสอบความหนาของท่อไอน้ำด้วยวิธีถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์โดยใช้แผ่นรับภาพดิจิทัล, ณัฐธิดา สุขใส
การตรวจสอบความหนาของท่อไอน้ำด้วยวิธีถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์โดยใช้แผ่นรับภาพดิจิทัล, ณัฐธิดา สุขใส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบความหนาของท่อไอน้ำที่อยู่ภายใต้ฉนวนด้วยเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์แบบเคลื่อนที่และแผ่นรับภาพดิจิทัล เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วท่อไอน้ำของโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีลักษณะเป็นท่อเรียงติดกันเหมือนกำแพงสูง การกำหนดให้แหล่งกำเนิดรังสีอยู่กึ่งกลางของแผ่นรับภาพได้พอดีนั้นทำได้ยาก งานวิจัยชิ้นนี้จึงใช้เทคนิคการส่งผ่านของรังสีแกมมา คือ Cs-137 ความแรง 200 µCi ร่วมกับอุปกรณ์นับวัดแบบช่องเดี่ยว (Single Channel Analyzers;SCA) สแกนหาตำแหน่งที่มีค่านับวัดรังสีสูงสุด จากนั้นถ่ายภาพท่อไอน้ำด้วยเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์แบบเครื่อนที่รุ่น XRS3 ความต่างศักย์ 270 kV ร่วมกับแผ่นรับภาพดิจิทัลรุ่น VXTD-3643FCWV ถ่ายภาพท่อไอน้ำที่ทราบความหนาเทียบกับท่อไอน้ำที่ต้องการตรวจสอบ โดยการนำภาพถ่ายรังสีมาอ่านเป็นค่าความสว่างด้วยโปรแกรม ImageJ และเปรียบเทียบด้วยวิธีคลื่นเสียงความถี่สูง ผลการวิจัยพบว่าสามารถหาตำแหน่งกึ่งกลางของแหล่งกำเนิดรังสีได้อย่างแม่นยำ ขอบเขตของภาพที่เอกซ์โพเซอร์ 90 และ 99 พัลส์ ให้พื้นที่ 18.38 × 18.38 ตารางเซนติเมตร ผู้วิจัยจึงเลือกใช้เอกซ์โพเซอร์ที่ 90 พัลส์ ในการถ่ายภาพด้วยรังสี เนื่องจากสามารถถนอมอายุการใช้งานของเครื่องเอกซเรย์ได้มากกว่า และในการหาความหนาของท่อไอน้ำมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย 0.92 mm จากการเปรียบเทียบกับความหนาจริงของท่อไอน้ำ
การประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร, จินตสิทธิ์ ภู่พิชิต
การประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร, จินตสิทธิ์ ภู่พิชิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาการประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรโดยมีวัตุประสงค์ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรที่ตรวจวัดจากเครื่องมือวัดค่าการสะท้อนแสงของสีตีเส้นกับข้อมูลภาพถ่ายสายทางด้วยกล้องมัลติสเปกตรัมที่ประกอบไปด้วย 5 ช่วงความยาวคลื่น ซึ่งพื้นที่ศึกษาคัดเลือกจากโครงการที่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานการบำรุงและงานอำนวยความปลอดภัย (พ.ศ. 2564 – 2565) ของกรมทางหลวง โดยได้มีการออกแบบการเก็บข้อมูลสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับร่วมกับกล้องมัลติสเปกตรัม ที่ปัจจัยต่างกัน ได้แก่ ด้านเวลา ด้านความสูง และมุมกล้องในการถ่ายภาพ เพื่อหาเทคนิคและวิธีการที่ทำให้ภาพถ่ายมีคุณภาพสูงที่สุด และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวิเคราะห์ผลต่อไป ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉดสีที่ได้จากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายสายทางด้วยกล้องมัลติสเปกตรัม มีความสัมพันธ์กับค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร ที่เก็บด้วยเครื่องมือวัดค่าการสะท้อนแสงของสีตีเส้น ทั้งค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบย้อนกลับ (RL) และค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง (Qd) ทั้งเส้นจราจรสีขาวและสีเหลือง โดยค่าเฉดสีที่มีความสัมพันธ์กับค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรมากที่สุด คือ ค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง (Qd) บนเส้นจราจรสีเหลือง ซึ่งผลที่ได้จากการวิจัย สามารถเสนอการประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมในการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร เพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงเบื้องต้น และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการซ่อมบำรุงเส้นจราจรในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป
Ethylene Polymerization With Zirconocene/Methylalumoxane Catalyst On Mesocellular Foam Silica Support, Thanapoom Osathalert
Ethylene Polymerization With Zirconocene/Methylalumoxane Catalyst On Mesocellular Foam Silica Support, Thanapoom Osathalert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Silica is commonly used as a support material in metallocene catalytic systems (MTC). The silica-mesocellular foam (MCF-Si) is a three-dimensional spherical pore structure of silica. At present, MCF-Si is utilized as a catalyst support in a variety of chemical reactions, but for metallocene catalytic support, it has been less common. This research has two parts. Firstly, the feasibility of employing MCF-Si as a support material in metallocene catalytic systems was demonstrated through the investigation of methylaluminoxane (MAO) cocatalysts supported on two distinct types of structured mesoporous silica supports, namely Cab-Si and MCF-Si, in ethylene polymerization and ethylene/1-hexene copolymerization. In the …
การศึกษาพฤติกรรมการรับแรงของท่อคอนกรีตเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมเส้นใยแก้วแบบเส้นภายใต้การทดสอบแบบสามแกน, นุฮ์ เหร่าหมัด
การศึกษาพฤติกรรมการรับแรงของท่อคอนกรีตเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมเส้นใยแก้วแบบเส้นภายใต้การทดสอบแบบสามแกน, นุฮ์ เหร่าหมัด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของท่อคอนกรีตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 600 มิลลิเมตร โดยเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น (GFRP bar) 3 ท่อ โดยใช้วิธีการออกแบบทางตรง (Direct Design Method ) ซึ่งจะมีปริมาณเสริมวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น เท่ากับ 168.00 ตารางมิลลิเมตร (GFRP1P) 576.00 ตารางมิลลิเมตร (GFRP2P) และ 276 ตารางมิลลิเมตร (GFRP3P) โดยใช้วิธีการทดสอบแบบสามแกน (Three-Edge Bearing ) เพื่อหากำลังความต้านแรงอัดแตก และกำลังรับแรงกดสูงสุด อีกทั้งยังสังเกตรอยร้าว และลักษณะการวิบัติของท่อคอนกรีตเสริมวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น โดยจากผลการทดสอบพบว่า ท่อ GFRP1P GFRP2P และ GFRP3P มีค่าความต้านแรงอัดแตกเท่ากับ 42.70 66.72 และ 47.07 กิโลนิวตัน/เมตร และมีกำลังรับแรงกดสูงสุดเท่ากับ 47.26 79.43 และ 52.00 กิโลนิวตัน/เมตร ตามลำดับ โดยค่ากำลังรับแรงกดสูงสุดของท่อ GFRP1P และ GFRP3P น้อยกว่าท่อ RCP เท่ากับ 32.69 % และ 25.9 % ตามลำดับ ในส่วนของท่อ GFRP2P มากกว่าท่อ RCP 13.13 % ซึ่งลักษณะการวิบัติของท่อคอนกรีตเสริมจะเป็นลักษณะการวิบัติแบบเปราะ โดยท่อ GFRP1P และ GFRP3P จะวิบัติจากการแตกหักของวัสดุเสริมพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น (FRP rupture) ที่ผิวด้านนอกบริเวณด้านข้างของท่อ (Spring line) และท่อGFRP2P จะวิบัติจากสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวของคอนกรีตบริเวณด้านบนของท่อ (Concrete Cushing) โดยจากการเจาะสำรวจพบว่าเกิดการเคลื่อนตัวของวัสดุเสริมพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้นจากกระบวนการหล่อท่อ โดยท่อ GFRP1P และ GFRP3P จะเคลื่อนไปอยู่ในพื้นที่รับแรงอัด (Compression zone) แต่สำหรับท่อ GFRP2P เนื่องด้วยมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อยทำให้วัสดุเสริมยังอยู่ในพื้นที่รับแรงดึง (Tension zone) โดยเมื่อนำผลที่ได้ไปเปรียบกับ …
การออกแบบแผ่นเมตาเซอร์เฟซชนิดแพสซิฟโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อประยุกต์ใช้ในระบบสื่อสาร 5g และยุคถัดไป, ปณิธาน ละเอียดดี
การออกแบบแผ่นเมตาเซอร์เฟซชนิดแพสซิฟโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อประยุกต์ใช้ในระบบสื่อสาร 5g และยุคถัดไป, ปณิธาน ละเอียดดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้ใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ออกแบบเมตาเซอร์เฟซชนิดแพสซิฟสำหรับระบบสื่อสาร 5G และยุคถัดไป แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องที่เลือกใช้คือ conditional generative adversarial network (cGAN) โดยแบบจำลองดังกล่าวจะถูกฝึกฝนให้สามารถออกแบบยูนิตเซลล์สำหรับใช้สร้างเป็นแผ่นสะท้อนคลื่นที่ทำงานในช่วงความถี่คลื่นมิลลิเมตรของเทคโนโลยี 5G แบบจำลอง cGAN จะถูกฝึกฝนโดยใช้โครงแบบชุดไฮเพอร์พารามิเตอร์ 48 โครงแบบ โดยค่าไฮเพอร์พารามิเตอร์ของแต่ละโครงแบบเป็นค่าไฮเพอร์พารามิเตอร์ที่บทความที่เกี่ยวข้องนิยมเลือกใช้ แบบจำลอง cGAN จะถูกประเมินผลโดยใช้ความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (MAE: mean absolute error) ระหว่างเฟสเป้าหมายกับเฟสของยูนิตเซลล์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยแบบจำลอง cGAN จากผลการทดสอบแบบจำลอง cGAN ทั้ง 48 โครงแบบ พบว่าแบบจำลองที่ใช้จำนวนชุดเป็น 64 อัตราการเรียนรู้เป็น 0.0003 ขนาดเวกเตอร์แฝงเป็น 40 และใช้การอัปเดตตัวคัดครั้งเดียวต่อการอัปเดตตัวก่อกำเนิดหนึ่งครั้ง เป็นแบบจำลองที่ให้ค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยต่ำที่สุด โดยแบบจำลองดังกล่าวนี้สามารถทำการออกแบบแผ่นสะท้อนเมตาเซอร์เฟซที่ใช้งาน ณ ความถี่ 26 GHz และ 28 GHz ของช่วงความถี่คลื่นมิลลิเมตร 5G ได้อย่างสำเร็จ
การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรงในโครงสร้างที่พักอาศัย, ธนายุต กฤษฎากมล
การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรงในโครงสร้างที่พักอาศัย, ธนายุต กฤษฎากมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันการก่อสร้างที่พักอาศัยมีความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารให้มากขึ้น ปัจจัยหลักที่ทำให้บ้านสูญเสียพลังงานเกิดจากคุณสมบัติของผนังที่มีความเป็นฉนวนความร้อนที่ต่ำ ทำให้ตัวบ้านเกิดความร้อนสะสมจากแสงอาทิตย์ จึงต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำความเย็น เพื่อลดการใช้พลังงานดังกล่าว วัสดุคอนกรีตมวลเบาจึงถูกนำมาผลิตเป็นอิฐก้อนเพื่อใช้ก่อผนังทดแทนอิฐประเภทเดิม อย่างไรก็ตามคอนกรีตมวลเบานั้นนอกจากคุณสมบัติการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติเชิงกลที่สามารถแบกทานแรงอัดได้ในระดับหนึ่งด้วย งานวิจัยนี้จึงศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ผนังคอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรง (Bearing wall) เพื่อใช้วัสดุผนังให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาพิจารณารูปแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ก่อสร้างด้วยผนังคอนกรีตมวลเบาชนิดหล่อในที่ (Cast-in-place lightweight concrete) เพื่อให้ได้คุณสมบัติเชิงกลที่สม่ำเสมอ แล้วทำการวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้างผนังตามมาตรฐาน ACI 530/530.1-13 ด้วยโปรแกรม ETABs โดยกำหนดให้ผนังบ้านมีความหนา 20 เซนติเมตร ผลการศึกษาพบว่าผนังคอนกรีตมวลเบาสามารถใช้เป็นผนังรับแรงได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน ACI และจากการศึกษาพบว่าข้อจำกัดของผนังชนิดนี้คือต้องเสริมเหล็กในส่วนผนังที่อยู่เหนือช่องเปิด เนื่องจากผนังไม่สามารถต้านทานแรงดัดที่เกิดขึ้นได้
การปรับปรุงซีโอไลท์เอที่ได้จากเถ้าลอยเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเอสเทอริฟิเคชันของเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตท, เบญญาภา แสนสุขทวี
การปรับปรุงซีโอไลท์เอที่ได้จากเถ้าลอยเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเอสเทอริฟิเคชันของเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตท, เบญญาภา แสนสุขทวี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาถึงการปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์เอที่ได้จากเถ้าลอย (ZA-SYN) โดยการเติมโลหะออกไซด์สองชนิดได้แก่ V2O5 และ CuO ที่ความเข้มข้นร้อยละ 3, 6, และ 9 โดยน้ำหนักด้วยวิธีเคลือบฝังแบบเปียก จากนั้นนำไปวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค เช่น SEM-EDX, N2-physisorption, XRD, และอื่นๆ และนำมาทดสอบในปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชันระหว่างเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตท พบว่า ตัวเร่ง 3V/ZA-SYN ให้ค่าร้อยละการเปลี่ยนของกรดแลกติกสูงที่สุดคิดเป็น 58.89% และ 9Cu/ZA-SYN คิดเป็น 48.38% การทดสอบความสถียรภาพของตัวเร่งโดยการใช้ซ้ำ 3 ครั้ง พบว่า ZA-SYN (Re 3) ให้ค่าร้อยละการเปลี่ยนของกรดแลกติก 42.34%, 9Cu/ZA-SYN (Re 3) 8.87% และ 3V/ZA-SYN (Re 3) 18.24% ซึ่งให้เห็นถึงความความคงทนและประสิทธิภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา นอกจากนี้ได้มีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง ZA-SYN และ Zeolite A เชิงพาณิชย์ (ZA-COM) พบว่า ZA-COM ให้ค่าการเปลี่ยนแปลงของกรดแลกติกมากกว่า 18.3% เมื่อเทียบกับ ZA-SYN อย่างไรก็ตาม 3V/ZA-COM ให้ค่าการเปลี่ยนแปลงของกรดแลกติกต่ำกว่า 3V/ZA-SYN เนื่องจาก V2O5 ลดความเป็นกรดของตัวเร่งปฏิกิริยา ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพของ ZA-SYN ด้วย V2O5 ที่มีความเข้มข้น 3% สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชันระหว่างเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตทได้เช่นเดียวกับ ZA-COM
Development Of Environmentally Friendly Dental Waste Transportation Method In Myanmar, Phyo Thiri Kyaw
Development Of Environmentally Friendly Dental Waste Transportation Method In Myanmar, Phyo Thiri Kyaw
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study delves into dental waste management practices in Yangon City, Myanmar, with a primary focus on optimizing waste transportation routes for environmental sustainability. Through a comprehensive survey of 13 dental clinics in each of the 13 townships in the Western Yangon District, the research employs a blend of quantitative and qualitative methods, including survey, GIS analysis and observational studies. The optimization cases explore diverse strategies for waste transportation routes, revealing that Cases 2 and 3 surpass the baseline scenario in terms of travel distance. These tailored optimization strategies showcase the effectiveness of creating environmentally friendly waste collection routes for …