Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Materials Science and Engineering (906)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Chemical Engineering (656)
- Engineering Science and Materials (502)
- Physical Sciences and Mathematics (462)
-
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Industrial Engineering (372)
- Electrical and Computer Engineering (358)
- Operational Research (307)
- Civil Engineering (274)
- Construction Engineering and Management (274)
- Electrical and Electronics (264)
- Computer Engineering (243)
- Computer Sciences (235)
- Social and Behavioral Sciences (217)
- Environmental Sciences (216)
- Environmental Studies (216)
- Environmental Engineering (161)
- Mechanical Engineering (102)
- Applied Mechanics (101)
- Engineering Mechanics (100)
- Petroleum Engineering (88)
- Power and Energy (86)
- Biomedical Engineering and Bioengineering (40)
- Polymer Science (40)
- Geological Engineering (39)
- Metallurgy (39)
- Mining Engineering (39)
- Risk Analysis (38)
- Keyword
-
- Microstructure (9)
- Chitosan (7)
- Rice husk ash (7)
- Mechanical properties (6)
- Hardness (5)
-
- Heat treatment (5)
- Coating (4)
- Oxidation (4)
- Sintering (4)
- Stainless steel (4)
- Adhesion (3)
- Fatigue (3)
- Glass-ceramics (3)
- Hydroxyapatite (3)
- Layer-by-layer (3)
- Polypropylene (3)
- Powder metallurgy (3)
- Precipitation (3)
- Silica (3)
- Strain rate (3)
- X-ray diffraction (3)
- คลังสินค้า (3)
- AISI 4140 steel (2)
- Adsorption (2)
- And Nickel-Based Superalloy (2)
- Collagen (2)
- Corrosion (2)
- Cotton fabric (2)
- Cyclohexane (2)
- ECAP (2)
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 2221 - 2250 of 3655
Full-Text Articles in Engineering
การปรับปรุงจำนวนพาเลทจัดเก็บของสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าในคลังสินค้า, ชมพูนุช เลื่องชัยเชวง
การปรับปรุงจำนวนพาเลทจัดเก็บของสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าในคลังสินค้า, ชมพูนุช เลื่องชัยเชวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หลายทศวรรษที่โรงงานผู้ผลิตได้ประยุกต์ใช้คลังสินค้าสัญญาซึ่งเป็นคลังสินค้าเฉพาะบริหารจัดการโดยผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ด้วยสัญญาระยะปานกลาง วิธีการเอาท์ซอสช่วยให้โรงงานมีความยืดหยุ่นในการให้บริการโลจิสติกส์ อาทิเช่น การรวมเที่ยวขนส่ง การเปลี่ยนหีบห่อสินค้า และ การรวมสินค้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดการคลังสินค้าขึ้นกับ จำนวนพาเลทที่จัดเก็บ และ ความถี่ที่พาเลทถูกเคลื่อนย้าย ดังนั้นการจัดเก็บที่ไม่ได้ประสิทธิภาพและการขนถ่ายซ้ำซ้อนจะนำไปสู่ค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการคลังสินค้าที่สูงขึ้น ดังเช่นคลังสินค้าสัญญากรณีศึกษา คลังสินค้ากรณีศึกษาประสบกับปัญหาสัดส่วนของพาเลทที่มีการจัดเรียงไม่ได้ประสิทธิภาพหรือเรียกว่า พาเลทเศษ มีปริมาณสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาสัดส่วนของการจัดเก็บพาเลทสูงขึ้นทำให้มีพื้นที่ว่างในคลังไม่เพียงพอ จากการวิเคราะห์ข้อมูลและการระดมความคิดของกลุ่มทำงานพบหนึ่งในต้นเหตุมาจากกลุ่มสินค้านำเข้า สาเหตุของปัญหาเกิดจากขนาดพาเลทไม้มาตรฐานที่ใช้ในกลุ่มประเทศอียูมีขนาดเล็กกว่าขนาดพาเลทไม้มาตรฐานที่ใช้ประเทศไทย ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนรูปแบบการวางกล่องสินค้าพบพาเลทไม้ใหม่โดยมิให้เกินขอบพาเลท หลังจากการปรับรูปแบบการเรียงกล่องสินค้าใหม่แล้วจะช่วยลดจำนวนพาเลทที่เรียงไม่ได้ประสิทธิภาพและสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่าเช่าพาเลทกับค่าเคลื่อนย้ายพาเลทของคลังสินค้าได้เท่ากับ 24.29% ของปี Y0 และ 21.65% ของปี Y1 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน
การกำหนดนโยบายการสั่งเติมพัสดุชิ้นส่วนหลักในงานประกอบตามคำสั่งซื้อ ในการผลิตระบบทำน้ำเย็น, ทิพวัลย์ นาสวรรค์
การกำหนดนโยบายการสั่งเติมพัสดุชิ้นส่วนหลักในงานประกอบตามคำสั่งซื้อ ในการผลิตระบบทำน้ำเย็น, ทิพวัลย์ นาสวรรค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดนโยบายการสั่งเติมพัสดุชิ้นส่วนหลักในงานผลิตตามคำสั่งซื้อ (Assemble-to-Order : ATO) ในโรงงานผลิตเครื่องทำระบบน้ำเย็น ซึ่งชิ้นส่วนหลักประกอบไปด้วย พัดลมระบายความร้อน 4 ชนิด และแผงแลกเปลี่ยนความร้อน 13 ชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลาย ชิ้นส่วนเหล่านี้ที่มีระยะเวลานำที่ยาวนาน ส่งผลให้มีระดับพัสดุมากเกินไป ทั้งการสั่งเติมพัสดุนั้นยังพึ่งพาประสบการณ์บุคคลเป็นส่วนใหญ่ และค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อมีค่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับราคาของชิ้นส่วน งานวิจัยจึงมุ่งเน้นในการกำหนดปริมาณพัสดุคงคลังเป้าหมายและปริมาณการสั่งเติมของชิ้นหลักให้สอดคล้องกับความต้องการที่เกิดขึ้น และได้มีนำเสนอแนวคิดของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS) สำหรับงานสั่งเติมพัสดุ จากการวิเคราะห์ความต้องการรายเดือนของชิ้นส่วนเหล่านี้การกระจายตัวของข้อมูลมีการแจกแจงแบบไม่ปกติ การทดสอบสถิติแบบนอนพาราเมตริกจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่ออธิบาย และหาค่าเฉลี่ยรายเดือนของความต้องการ เพื่อนำไปกำหนดค่าระดับพัสดุคงคลังเป้าหมายที่ระดับการให้บริการลูกค้า (Customer Service Level ) 95% รวมถึงการระบุพัสดุสำรอง (Safety Stock) และการคำนวนค่า Available-to-Promise (ATP) หรือจำนวนพัสดุที่สามารถขายลูกค้าได้เป็นหนึ่งในตัวตัดสินใจการสั่งเติม การทดสอบทำโดยการนำนโยบายพัสดุคงคลังใหม่ที่กำหนดขึ้น จำลองการทดสอบกับข้อมูลเดิมของปี 2561และข้อมูลความต้องการใหม่ในปี 2562 พบว่านโยบายใหม่มีระดับพัสดุคงคลังซึ่งคิดเป็นค่าเฉพาะวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนหลักอย่างเดียว ณ สิ้นปี 2562 ลดลง 42.4 % หรือคิดเป็น 396,809 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้จำนวนพัสดุคงคลังของชิ้นส่วนหลักก็ลดลง 37 % และระดับการให้บริการไม่ลดลงเนื่องจากไม่เกิดภาวะการขาดแคลนพัสดุเกิดขึ้น
การสังเคราะห์ผงโบรอนคาร์ไบด์ที่อุณหภูมิต่ำจากพรีเคอเซอร์ของกรดบอริกและแป้งข้าวเหนียวที่เตรียมด้วยกระบวนการแช่เยือกแข็ง-ละลาย, กรรณิการ์ เดชรักษา
การสังเคราะห์ผงโบรอนคาร์ไบด์ที่อุณหภูมิต่ำจากพรีเคอเซอร์ของกรดบอริกและแป้งข้าวเหนียวที่เตรียมด้วยกระบวนการแช่เยือกแข็ง-ละลาย, กรรณิการ์ เดชรักษา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โบรอนคาร์ไบด์เป็นวัสดุเซรามิกที่มีความแข็งสูงมาก เนื่องด้วยสมบัติเด่นทั้งในเชิงกลและทางกายภาพของโบรอนคาร์ไบด์ ทำให้โบรอนคาร์ไบด์ถูกนำไปประยุกต์ใช้งานหลากหลายด้าน ได้แก่ หัวพ่นทราย ส่วนประกอบโครงสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ วัสดุตัด และเกราะป้องกันกระสุนน้ำหนักเบา เป็นต้น งานวิจัยนี้มุ่งเน้นสังเคราะห์โบรอนคาร์ไบด์ความบริสุทธิ์สูง ที่อุณหภูมิต่ำด้วยวิธีคาร์โบเทอร์มิกรีดักชัน โดยใช้สารตั้งต้น ได้แก่ กรดบอริกและแป้งข้าวเหนียวเป็นแหล่งให้โบรอนและคาร์บอน ในการนี้ ได้ออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาอิทธิพลของตัวแปรในกระบวนการ ได้แก่ อัตราส่วนโดยโมลระหว่างกรดบอริกและแป้งข้าวเหนียว อัตราส่วนโดยโมลของ C/B2O3 เมื่อผ่านกระบวนการเผาแคลไซน์ ผลของอุณหภูมิ เวลา อัตราการไหลของก๊าซอาร์กอนในขั้นตอนการสังเคราะห์ ที่มีต่อองค์ประกอบเฟส รูปร่างและขนาดอนุภาคของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้ทดลองปรับปรุงวิธีการเตรียมสารตั้งต้น โดยการปรับเปลี่ยนเวลาที่ใช้ในการปั่นผสม และนำกระบวนการแช่เยือกแข็ง-ละลายมาใช้ในการขั้นตอนการเตรียมสารตั้งต้นผสม ผลจากการทดลองในงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า ตัวแปรในกระบวนการสังเคราะห์ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีอิทธิพลต่อคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ โดยงานวิจัยนี้ ผลิตภัณฑ์สูตร 2BA1GR ซึ่งสารผสมตั้งต้นถูกเตรียมโดยการปั่นผสมให้ความร้อนอุณหภูมิ 80oC เป็นเวลา 4 ชั่วโมง เผาสังเคราะห์อุณหภูมิ 1450oC เวลายืนไฟ 5 ชั่วโมง ในบรรยากาศก๊าซอาร์กอน กำหนดอัตราการไหลของก๊าซอาร์กอน 3 ลิตรต่อที แสดงสัดส่วนความเข้มของพีคโบรอนคาร์ไบด์ในผลิตภัณฑ์หลังเผาสูงสุด ผลิตภัณฑ์มีความบริสุทธิ์ 90% และสามารถเพิ่มความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์เป็น 93% ผลิตภัณฑ์สูตร 2.5BA1GR ซึ่งสารผสมตั้งต้นถูกเตรียมด้วยกระบวนการแช่เยือกแข็ง-ละลาย 8 รอบ โครงสร้างจุลภาคของผลิตภัณฑ์ที่สังเคราะห์ได้ประกอบด้วยผลึกโบรอนคาร์ไบด์ขนาด 7-10 ไมครอน ที่มีรูปร่างแปดเหลี่ยมปลายตัด กระจายตัวปะปนกับอนุภาคโบรอนคาร์ไบด์รูปร่างหลายเหลี่ยมหลากหลายขนาด
Synthesis Of Geopolymers Using Low Alkali Activator Content, Sitthisak Prasanphan
Synthesis Of Geopolymers Using Low Alkali Activator Content, Sitthisak Prasanphan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research was interested in using kaolin processing waste in the preparation of geopolymer in order to reduce the amount and increase the value of recyclable waste. Moreover, metakaolin of Japan was also used to synthesize geopolymers. Thus, this work aims to study the geopolymerization reaction mechanical properties, and microstructure of calcined kaolin pressing waste-based and metakaolin-based geopolymers in the presence of low alkali activator solution. The low content of alkali activator solution was employed to synthesize geopolymers by pressing method. Findings showed that geopolymer with the low alkali activator solution formed by pressing might promote in the higher degree …
Preparation Of Antimicrobial And Water Repellent Cotton Fabric Coated With Organosilane-Modified Cellulose Nanofiber From Sugarcane Bagasse Waste, Intatch Hongrattanavichit
Preparation Of Antimicrobial And Water Repellent Cotton Fabric Coated With Organosilane-Modified Cellulose Nanofiber From Sugarcane Bagasse Waste, Intatch Hongrattanavichit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nosocomial infection or hospital acquired infection is the major factor for micro- and macro- economic issues since this contagion provides physical and psychological suffering of infected patients and their own families. Moreover, the government has to subsidize for new case reduction and relief in which this infection trends to increase every year. Thus, this research aimed to solve this main issue by reducing the pathway of cross-contamination on the textile products. Coating textiles with antimicrobial and water-repellent material was selected for this work. The coating material was produced using cellulose nanofibers from sugarcane bagasse waste which sugarcane is the important …
Campaign Structure Distillation For Methyl Palmitate Separation From Palm Oil Biodiesel Using Vacuum Batch Distillation, Supakorn Songpanit
Campaign Structure Distillation For Methyl Palmitate Separation From Palm Oil Biodiesel Using Vacuum Batch Distillation, Supakorn Songpanit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, the competition of palm oil biodiesel production in Thailand will increase essentially in the sector for the next few years. Therefore, this study aims to find a new approach for converting palm oil biodiesel or fatty acid methyl ester mixture, into a specialty chemical to increase the value of palm oil biodiesel. Campaign structure distillation was considered to design a separation process using vacuum batch distillation, and turn only one batch process into the sequence of methyl ester cut as a continuous process. The objective is to study the effect of operating parameters on campaign structure distillation for methyl …
Effects Of Pyridine-Based Electron Donors On Ziegler-Natta Catalyst Performance In Ethylene/1-Hexene Copolymerization, Natchayapak Phiromphu
Effects Of Pyridine-Based Electron Donors On Ziegler-Natta Catalyst Performance In Ethylene/1-Hexene Copolymerization, Natchayapak Phiromphu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Linear low-density polyethylene (LLDPE) is a type of polymer that has been used in a wide range of applications because of its attractive mechanical properties. The mainly synthetic polyolefins are produced by supported Ziegler-Natta catalysts (ZN). The major components to modify ZN catalyst contain active Ti species precursor, aluminum alkyl cocatalyst, MgCl2 support and electron donor. The MgCl2-supported titanium catalysts have the multiple types of active centers. Thus, the copolymers having broad molecular weight distribution (MWD) and chemical composition distribution (CCD). However, the drawback of ZN catalyst is its very low comonomer insertion. In this research, the author would like …
การลดก๊าซเรือนกระจกจากการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการขยะมูลฝอยของสถานศึกษา, นิภาพร เดโชเกียรติถวัลย์
การลดก๊าซเรือนกระจกจากการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการขยะมูลฝอยของสถานศึกษา, นิภาพร เดโชเกียรติถวัลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถานศึกษาเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลาย จึงถือเป็นองค์กรที่สำคัญแห่งหนึ่งซึ่งมีการใช้พลังงานสูงทั้งในรูปพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดขยะปริมาณมาก ซึ่งหมายถึงเป็นแหล่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงด้วย งานวิจัยนี้ได้ทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรของสถานศึกษาพร้อมทั้งศึกษาแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการอนุรักษ์พลังงงานและการจัดการขยะมูลฝอย ผลการศึกษาพบว่า ในปีพ.ศ. 2561 มหาวิทยาลัย ก มหาวิทยาลัย ข และวิทยาลัย ค มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดเท่ากับ 5,912.32 6,487.32 และ 1,458.05 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตามลำดับ โดยการใช้พลังงานไฟฟ้าในขอบเขตที่ 2 และการกำจัดขยะในขอบเขตที่ 3 เป็นกิจกรรมที่ส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ มาตรการอนุรักษ์พลังงานซึ่งมีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกและมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ มาตรการการเปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำเย็นประสิทธิภาพสูง การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบเครื่องสูบน้ำเย็น การเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟแบบ LED และการติดตั้ง Solar rooftop บนอาคาร นอกจากนี้การจัดการขยะมูลฝอยซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก สามารถทำได้โดยการจัดการขยะแบบผสมผสาน ได้แก่ การฝังกลบร่วมกับการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ และการนำใบไม้มาทำสารปรับปรุงดิน
การวางแผนการจัดหาเหล็กแผ่นโดยพิจารณาร่วมกับการใช้ประโยชน์เศษเหล็กในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุก, กฤติยา อึ่งวรากร
การวางแผนการจัดหาเหล็กแผ่นโดยพิจารณาร่วมกับการใช้ประโยชน์เศษเหล็กในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุก, กฤติยา อึ่งวรากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องจากการผลิตรถบรรทุกของโรงงานกรณีศึกษามีกระบวนการตัดเหล็กม้วนโดยใช้การปั๊มขึ้นรูปกรอบประตูรถบรรทุก ซึ่งทำให้เกิดเศษเหล็กเหลือใช้เป็นจำนวนมาก โรงงานจึงมีแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศษเหล็ก โดยการใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกจำนวน 7 รายการชิ้นส่วน เพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวิธีการวางแผนการจัดหาเหล็กแผ่นโดยพิจารณาร่วมกับการใช้ประโยชน์เศษเหล็กในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกโดยการประยุกต์ใช้การวัดความแม่นยำของข้อมูลด้วยวิธี MAD ในการลดทอนความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ความต้องการชิ้นส่วนรถบรรทุกที่มีการปรับเปลี่ยนไปจนกว่าจะถึงกำหนดการส่งมอบ การศึกษาต้นทุนที่เกิดจากกิจกรรมในกระบวนการตัดเหล็กเพื่อกำหนดเกณฑ์การตัดสินใจ การใช้โปรแกรมเชิงเส้นในการจัดสรรเศษเหล็กให้แก่ชิ้นส่วนรถบรรทุกต่าง ๆ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนสูงสุด การประมาณค่าความเบี่ยงเบนของค่าสัมบูรณ์ของความคลาดเคลื่อนเพื่อกำหนดพัสดุคงคลัง และการประยุกต์ใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย เพื่อหาจำนวนเหล็กแผ่นที่จะต้องจัดหาจากผู้ขายตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อดำเนินทดสอบด้วยข้อมูลจริงตั้งแต่ ก.ย.2561 – เม.ย.2562 พบว่าโรงงานลดต้นทุนในการจัดหาเหล็กแผ่นลงได้ 19% คิดเป็นมูลค่า 866, 452 บาท นอกจากการจัดสรรเศษเหล็กเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบแล้วนั้นยังสามารถลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลความต้องการชิ้นส่วนรถบรรทุก 5 % และการปรับปรุงวิธีการคำนวณจำนวนเหล็กแผ่นเพื่อใช้เป็นพัสดุคงคลังลดลงได้ 65 % โดยยังคงตอบสนองต่อลูกค้าที่ระดับให้บริการที่ 95%
Phospholipid- And Gold-Induced Gelation Of Thai Silk Fibroin And Its Applications For Cell And Drug Delivery, Chavee Laomeephol
Phospholipid- And Gold-Induced Gelation Of Thai Silk Fibroin And Its Applications For Cell And Drug Delivery, Chavee Laomeephol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recently, an in situ gelation, which is a rapid sol-to-gel transition under mild conditions, has been employed, allowing an entrapment of cells or substances in 3D structures as well as tailorable geometries and point-of-care uses. Silk fibroin (SF), a natural polymer from Bombyx mori silkworm cocoons, was chosen in this study as a substrate for the in situ hydrogel fabrication, due to self-assembly characteristic and a presence of modifiable functional groups. However, regenerated SF solution poses a slow gelation (several days or weeks) which is impractical for an in situ application. Therefore, a phospholipid, dimyristoyl glycerophosphoglycerol (DMPG), and a gold …
Sorption Enhanced Chemical Looping Steam Ethanol Reforming For Hydrogen Production Using Calcium Oxide/Nickel Oxide/Iron Oxide Multifunctional Catalyst, Janenipa Saupsor
Sorption Enhanced Chemical Looping Steam Ethanol Reforming For Hydrogen Production Using Calcium Oxide/Nickel Oxide/Iron Oxide Multifunctional Catalyst, Janenipa Saupsor
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research studied the hydrogen production via sorption enhanced chemical looping reforming process from ethanol both computationally and experimentally. In the computer simulation work, four hydrogen production processes including conventional ethanol steam reforming (ESR), sorption enhanced steam reforming (SESR), chemical looping reforming (CLR) and sorption enhanced chemical looping reforming (SECLR) were performed using NiO as the oxygen carrier and CaO as the CO2 sorbent, and simulated on the basis of energy self-sufficiency, i.e. process energy requirement supplied by burning some of the produced hydrogen. The process performances in terms of hydrogen productivity, hydrogen purity, ethanol conversion, CO2 capture ability and …
One-Pot Conversion Of Furfural To G-Valerolactone Over Co- And Pt-Doped Zsm-5 Catalysts, Warucha Auppahad
One-Pot Conversion Of Furfural To G-Valerolactone Over Co- And Pt-Doped Zsm-5 Catalysts, Warucha Auppahad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
γ-Valerolactone (GVL) is one of the useful biomass compounds produced via different reaction pathways from hemicellulose. Typically, GVL is produced by conversion of furfural using supported metal catalysts. In this study, Co- and Pt-doped /ZSM-5 catalysts with Co loadings (0-10 wt%) and Pt loadings (0.5-2 wt%) were prepared by impregnation method and employed in the one-pot conversion of furfural to GVL. The reactions were carried out in a 100 cm3 batch stainless steel reactor at 120 oC atmospheric pressure for 5 h. The products were analysed by gas chromatography (GC) and gas chromatography-mass spectroscopy (GC-MS). The major products were GVL, …
Development Of A Readiness Model For The Application Of Precast Concrete In Housing Construction: A Case Study In Myanmar, Aung Phone Myint
Development Of A Readiness Model For The Application Of Precast Concrete In Housing Construction: A Case Study In Myanmar, Aung Phone Myint
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Precast concrete construction has been verified that it is one of the solutions for the growth of urbanization and housing development. In addition, it helps to reduce the labor requirement and material wastage in construction. However, the use of precast concrete technology is not still popular and not widely used within the Myanmar housing construction industry. Moreover, there is no readiness assessment model encompassed the readiness of construction industry including major stakeholders who are representatives of the construction industry for accepting the new technology. Therefore, the aim of this study is to develop a readiness model that can assess the …
Process Improvement Of Housing Loan Product In Thailand Commercial Bank, Araya Santitrakulvech
Process Improvement Of Housing Loan Product In Thailand Commercial Bank, Araya Santitrakulvech
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
According to digital disruption has become key factor that stimulates changing in business nowadays including banking business. To respond through rapid change in customer behavior and become competitive among rivals, this research is aimed to improve business process of housing loan product in one of commercial banks in Thailand which is mainly operated in manual operation and paper process and believed to be main symptoms of bottleneck in lending process. The main objective of this research is to reduce lead time of housing loan business by going through the detail of business process to reveal wastes or non-value-added activities using …
A Study Of Price Elasticity Of Demand And Its Application In First Mile/Last Mile Service Collaboration Between Mass Transit And Ride Sharing Providers, Voragorn Warapiankul
A Study Of Price Elasticity Of Demand And Its Application In First Mile/Last Mile Service Collaboration Between Mass Transit And Ride Sharing Providers, Voragorn Warapiankul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Since today, Bangkok faces the big pollution and low mobility. One main reason is Bangkok people tend to travel by automobiles instead of the transit. The main problem of Bangkok transit especially Bangkok metro is the low accessibility to travel to/from the transit nodes and between nodes or as called First Mile Last Mile problem. Moreover, Bangkok metro transit fare is claimed that is too expensive compared to the cost of living and minimum wages in Bangkok. This research aims to study the price elasticity of demand for Bangkok metro which is the indicator of fare demand management in Bangkok …
Enhancement Of Municipal Wastewater Management System With Polluter Pays Principle (Ppp): A Case Study Of Cities In Thailand, Kwanmanas Meethavorn
Enhancement Of Municipal Wastewater Management System With Polluter Pays Principle (Ppp): A Case Study Of Cities In Thailand, Kwanmanas Meethavorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Poor water quality in public water bodies caused by several reasons mainly due to a lack of efficient WWM system and sufficient financial support. Polluter pays principle has long been a promising strategy to help improving water quality in pubic water bodies in Thailand. However, WW charge has not yet been practically levied. This research ains to evaluate factors affecting residents' preferences on WTPs for water quality improvement. Three different characteristic cities were selected as case studies. The technique applied to estimate WTPs is CVM to reveal key factors influencing WTP decision as well as WTP pay-out level. The result …
Geomechanical Modeling Of Salt Cavern Stability For Carbon Dioxide Storage In The Maha Arakham Formation, Northeastern Thailand, Narumas Pajonpai
Geomechanical Modeling Of Salt Cavern Stability For Carbon Dioxide Storage In The Maha Arakham Formation, Northeastern Thailand, Narumas Pajonpai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In Thailand, CO2 emissions quadrupled over the past three decades since 1989, with the power generation sector as the main contributor by burning fossil fuels to produce electricity. Therefore, the power generating industry has come under scrutiny and been pressed by society to take responsibility. Carbon Capture and Storage (CCS) is one of the many methods to deal with CO2 emissions. Generally, CO2 is captured and stored in geological formations, e.g. rock salt deposits. Salt caverns have been intensively studied regarding their usage for CO2 storage because of their favourable characteristics. In this research, the Finite Element Method (FEM, ANSYS …
การขจัดพอลิไซคลิกแอโรแมติกไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันไพโรไลซิสจากยางรถยนต์เหลือทิ้ง, สุรีกาญจน์ กิ่งพุทธพงษ์
การขจัดพอลิไซคลิกแอโรแมติกไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันไพโรไลซิสจากยางรถยนต์เหลือทิ้ง, สุรีกาญจน์ กิ่งพุทธพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
น้ำมันที่ได้จากการไพโรไลซิสยางรถยนต์เหลือทิ้ง (waste tire pyrolysis oil, WTPO) ประกอบไปด้วยสารประกอบพอลิไซคลิกแอโรมาติกส์ไฮโดรคาร์บอน (polycyclic aromatic hydrocarbon, PAHs) ประมาณ 10% โดยน้ำหนักเมื่อเทียบกับปริมาณ WTPO โดย PAHs ที่พบมากที่สุด คือ แนฟทาลีน ซึ่งมีความเป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม นี่จึงเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถนำ WTPO ไปใช้ในเครื่องยนต์ได้ ในงานวิจัยนี้จึงศึกษาการกำจัดแนฟทาลีนซึ่งเป็นแบบจำลองของ PAHs ผ่านกระบวนการไฮโดรจิเนชัน โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิลบนตัวรองรับแกมมาอะลูมินา (Ni/γ-Al2O3) ที่มีและไม่มีตัวสนับสนุนโมลิบดินัม (Mo) ทังเสตน (W) หรือ แพลตินัม (Pt) สำหรับภาวะที่ศึกษาในการไฮโดรจิเนชัน ได้แก่ ความดันแก๊สไฮโดรเจนเริ่มต้น (10-40 บาร์) อุณหภูมิ (250-400 องศาเซลเซียส) และระยะเวลาในการทำปฏิกิริยา (2-8 ชม.) ก่อนทำปฏิกิริยาตัวเร่งปฏิกิริยาถูกรีดักชัน (reduction) แบบอิน-ซิทู (in-situ) ที่ความดันแก๊สไฮโดรเจนเริ่มต้น 30 บาร์ อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชม. ในกรณีที่ไม่มีตัวสนับสนุน Ni ปริมาณ 1-30% โดยน้ำหนักเมื่อเทียบกับตัวรองรับถูกเตรียมลงบน γ-Al2O3 ที่ถูกเตรียมด้วยวิธีไฮโดรเทอร์มัล และค่าการเปลี่ยนแปลงแนฟทาลีนถูกวิเคราะห์ด้วยแก๊สโครมาโทกราฟี ตัวตรวจวัดชนิดเฟลมไอออไนเซชัน (GC-FID) พบว่าเมื่อใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีปริมาณ Ni 20% โดยน้ำหนักเมื่อเทียบกับตัวรองรับให้ค่าการเปลี่ยนแปลงแนฟทาลีนสูงสุดที่ 29.5% โดยภาวะที่ใช้ คือความดันไฮโดรเจนเริ่มต้น 30 บาร์ อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียส นาน 4 ชั่วโมง ในกรณีมีตัวสนับสนุน ตัวเร่งปฏิกิริยา NiMo NiW และ NiPt ให้ค่าการเปลี่ยนแปลงแนฟทาลีนสูงสุดที่ 44.7 46.4 และ 55.8% เมื่ออัตราส่วนเชิงอะตอมของตัวสนับสนุนเป็น 0.27 0.05 และ …
การประเมินประสิทธิภาพพลังงานหลังการเข้าใช้งานของอาคารประหยัดพลังงานที่ได้รับรางวัลตามเกณฑ์ Leed 2009, ยศยา ภัทรภูมีมิตร
การประเมินประสิทธิภาพพลังงานหลังการเข้าใช้งานของอาคารประหยัดพลังงานที่ได้รับรางวัลตามเกณฑ์ Leed 2009, ยศยา ภัทรภูมีมิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในการขอการรับรองการเป็นอาคารประหยัดพลังงานจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม มีตั้งแต่การทำตามข้อกำหนดขององค์กรในขั้นตอนการออกแบบ มีการประเมินว่าอาคารที่ออกแบบมีค่าการประหยัดพลังงานเท่าไหร่ รวมถึงการตรวจสอบวัสดุและทดสอบระบบในช่วงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ว่าอาคารยังสามารถประหยัดพลังงานได้ตามที่องค์กรรับรองไว้หรือไม่ แต่ยังไม่มีการตรวจสอบไปถึงการประเมินค่าการประหยัดพลังงานของอาคารจากโปรแกรมคำนวณตั้งต้นว่ามีความคลาดเคลื่อนมากน้อยเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบกับค่าการใช้พลังงานที่เกิดขึ้นจริงของอาคารหลังการเข้าอยู่อาศัย งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาหาตัวแปรความแตกต่างและเปรียบเทียบค่าการใช้พลังงานรวมของอาคารระหว่างการประเมินค่าการใช้พลังงานของอาคารโดย LEED ซึ่งใช้โปแกรม Energy Plus ในการคำนวณ เปรียบเทียบกับการคำนวณโดยโปรแกรม BEC และค่าการใช้พลังงานจริงของอาคารจากใบเสร็จชำระเงินค่าไฟฟ้า พบว่าตัวแปรที่มีผลต่อการคำนวณค่าการใช้พลังงานของอาคารระหว่างโปรแกรม Energy Plus และโปรแกรม BEC คือการระบุพื้นที่ใช้งานของอาคารที่ไม่เท่ากันและตัวแปรที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้ของโปรแกรม BEC ที่ถูกกำหนดไว้ตามการเลือกประเภทของอาคารคือ ชั่วโมงการใช้งาน จำนวนผู้ใช้อาคาร อัตราการระบายอากาศ และค่าความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศด้านนอก ทั้งยังมีส่วนที่โปรแกรม BEC ไม่สามารถระบุค่าได้เทียบเท่ากับโปแกรม Energy Plus คือการกำหนดสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารและสภาพภูมิอากาศ ต่อมาเมื่อทำการพิจารณาค่าการใช้พลังงานรวมของอาคาร พบว่าการทำนายค่าการใช้พลังงานรวมของอาคารจาก LEED มีค่าความแตกต่างจากค่าการใช้พลังงานจริงมากกว่าการคำนวณจากโปรแกรม BEC อาจเกิดจากค่าตัวเลขของตัวแปรที่ใช้ในการป้อนเข้ามีความคลาดเคลื่อนไปจากค่าการใช้งานจริง
การลดก๊าซเรือนกระจกจากการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการขยะมูลฝอยของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารศูนย์การค้า, ณัฐวดี ปลื้มชิงชัย
การลดก๊าซเรือนกระจกจากการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการขยะมูลฝอยของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารศูนย์การค้า, ณัฐวดี ปลื้มชิงชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อาคารศูนย์การค้าเป็นหนึ่งในอาคารพาณิชย์ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่สูงมากต่อปี ทุกกิจกรรมในอาคารสามารถเป็นแหล่งกำเนิดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งการใช้พลังงานและการเกิดขยะมูลฝอย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้พลังงานและการจัดการขยะมูลฝอยในอาคาร โดยใช้การประเมินคาร์บอนฟุตปริ้นท์องค์กร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการอนุรักษ์พลังงาน และการจัดการขยะมูลฝอยจากข้อเสนอแนะ ทั้งนี้ ได้ทำการศึกษากิจกรรม จากอาคารศูนย์การค้าในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาจำนวน 5 อาคาร ใช้ระยะเวลาศึกษาและรวบรวมข้อมูลเป็นระยะเวลา 1 ปี (ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม พ.ศ.2561) จากการศึกษาพบว่ากิจกรรมหลักที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกอาคารคือการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยปริมาณการใช้พลังงานมีความสอดคล้องกับขนาดของพื้นที่ เช่นเดียวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นตามขนาดพื้นที่อาคารอย่างมีนัยสำคัญ และเศษอาหารเป็นสัดส่วนที่พบมากที่สุดในสัดส่วนของขยะมูลฝอยที่จะถูกส่งกำจัดยังหลุมฝังกลบ จากการศึกษามาตรการอนุรักษ์พลังงานและวิเคราะห์ MAC จะแสดงผลประโยชน์การลงทุนของมาตรการอนุรักษ์พลังงานดังกล่าว ทั้งประโยชน์ในแง่สิ่งแวดล้อมที่จะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกและในแง่ทางเศรษฐศาตร์ที่จะลดต้นทุนในการดำเนินกิจการ การศึกษาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตปริ้นท์องค์กร (CFO), การวิเคราะห์ Marginal Abatement Cost (MAC), การวิเคราะห์มาตรการอนุรักษ์พลังงาน และแนวทางการจัดการขยะมูลฝอย จะเป็นข้อมูลตัวอย่างที่อาคารศูนย์การค้าทั่วไปสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอาคารได้เช่นเดียวกัน
การปรับปรุงพื้นผิวตะแกรงกรองตะกอนเพื่อลดการเกาะติดของฟิล์มอินทรีย์สำหรับระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ, เหมือนตะวัน อ่อนน้อม
การปรับปรุงพื้นผิวตะแกรงกรองตะกอนเพื่อลดการเกาะติดของฟิล์มอินทรีย์สำหรับระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ, เหมือนตะวัน อ่อนน้อม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการปรับปรุงพื้นผิวตะแกรงกรองตะกอนของเสียจากระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยวัสดุนาโนเพื่อป้องกันการเกาะติดของฟิล์มชีวภาพ โดยช่วงแรกเป็นการศึกษาการปรับปรุงพื้นผิวด้วยแนวทางต่างๆ ผลการทดลองพบว่าการพ่นเคลือบด้วยอนุภาคซิลิกาขนาดนาโนลงบนพื้นผิวตะแกรงหนา 1 ชั้นทำให้พื้นผิวตะแกรงมีสมบัติความไม่ชอบน้ำยิ่งยวดโดยวัดค่ามุมสัมผัสบนพื้นผิวได้มากกว่า 150º ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการวัดบนพื้นผิวตะแกรงแบบปกติ 30º ในขณะที่การสังเคราะห์ชั้นเลเยอร์ดับเบิลไฮดรอกไซด์ที่แทรกด้วยสเตียเรตไอออนสามารถเพิ่มค่ามุมสัมผัสได้เพียง 16º ทั้งนี้การปรับปรุงพื้นผิวทั้งสองแนวทางส่งผลให้พื้นที่การไหลของน้ำลดลงไม่เกินร้อยละ 5 และ 6 ตามลำดับ สำหรับการศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของตะแกรงที่ปรับปรุงพื้นผิว พบว่าโครงสร้างของอนุภาคซิลิกาขนาดนาโนและชั้นเลเยอร์ดับเบิลไฮดรอกไซด์มีความคงทนอยู่บนพื้นผิวตะแกรงได้สูงสุด 15 และ 10 วัน ตามลำดับ ภายใต้อัตราการไหลของน้ำที่ 750 ล./ชม. การทดลองช่วงสุดท้ายเป็นการประยุกต์ใช้หน่วยแยกตะกอนกับน้ำเสียจากระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำ พบว่าประสิทธิภาพในการแยกตะกอนของตะแกรงปกติ ตะแกรงที่สังเคราะห์ชั้นเลเยอร์ดับเบิลไฮดรอกไซด์และแทรกด้วยสเตียเรตไอออน และตะแกรงที่พ่นเคลือบด้วยอนุภาคซิลิกาขนาดนาโนมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 59 52 และ 65 ตามลำดับ ทั้งนี้ตะแกรงที่พ่นเคลือบด้วยอนุภาคซิลิกาขนาดนาโนสามารถป้องกันการสะสมของตะกอนและการเกาะติดของฟิล์มชีวภาพบนพื้นผิวตะแกรงได้นานกว่าตะแกรงปกติ 7-10 วัน ดังนั้นการปรับปรุงพื้นผิวตะแกรงให้มีสมบัติความไม่ชอบน้ำยิ่งยวดจึงเป็นแนวทางในการพัฒนาหน่วยแยกตะกอนในระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดฟิล์มชีวภาพเพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำงานได้ดียิ่งขึ้น
การประเมินค่าพารามิเตอร์ทางจลนศาสตร์ของปฏิกิริยาการออกซิไดซ์โทลูอีนบนตัวเร่งปฏิกิริยา V2o5/Tio2 มาใช้ออกแบบสำหรับปฏิกิริยา Scr, วราภรณ์ คิดการ
การประเมินค่าพารามิเตอร์ทางจลนศาสตร์ของปฏิกิริยาการออกซิไดซ์โทลูอีนบนตัวเร่งปฏิกิริยา V2o5/Tio2 มาใช้ออกแบบสำหรับปฏิกิริยา Scr, วราภรณ์ คิดการ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ทำการประมาณค่าพารามิเตอร์ทางจลศาสตร์ของปฏิกิริยาการออกซิไดซ์โทลูอีน ด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา V2O5/TiO2 ที่ปรับสภาพด้วยสารละลายกรดกำมะถันในการกำจัด โทลูอีน โดยตัวรองรับไทเทเนียได้รับการปรับสภาพด้วยสารละลายกรดกำมะถันที่มีความเข้มข้น 0, 0.2 และ 0.5 M ตัวเร่งปฏิกิริยาเตรียมด้วยวิธีเคลือบฝังแบบเปียก ทำการวิเคราะห์คุณลักษณะของตัวเร่งปฏิกิริยา V2O5/TiO2 ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ได้แก่ SEM-EDX, Nitrogen Physisorption, XRD และ NH3-TPD ทำการทดสอบความสามารถในการออกซิไดซ์โทลูอีนที่ความเข้มข้นของโทลูอีน 300 - 400 ppm และความเข้มข้นของ O2 3, 12 และ 21 %vol ในช่วงอุณหภูมิ 150-350 °C จากการศึกษาพบว่าที่ตัวเร่งปฏิกิริยาเดียวกัน เมื่อความเข้มข้นของ O2 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่า Conversion ของการออกซิไดซ์โทลูอีนดีขึ้นเล็กน้อย และตรวจพบ CO2 ในปริมาณที่ต่ำแสดงว่าโทลูอีนอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสารอินทรีย์ที่มีจุดเดือดสูง จากการประมาณค่าพารามิเตอร์ทางจลศาสตร์ของตัวเร่งปฏิกิริยา V2O5/TiO2 พบว่าในปฏิกิริยาการออกซิไดซ์โทลูอีน เมื่อความเข้มข้นของ O2 เพิ่มขึ้นค่าพลังงานกระตุ้นมีค่าลดลง โดยค่าพลังงานกระตุ้นที่ความเข้มข้น O2 3 %vol อยู่ในช่วง 44-49 kJ/mol ที่ความเข้มข้น O2 12 %vol อยู่ในช่วง 45-49 kJ/mol และที่ความเข้มข้น O2 21 %vol อยู่ในช่วง 39-45 kJ/mol เมื่อเปรียบเทียบปฏิกิริยาการออกซิไดซ์โทลูอีนในสภาวะที่มี NO ร่วมด้วยนั้น พบว่ามีปฏิกิริยาอื่นเกิดขึ้นร่วมด้วย โดยจะเห็นปฏิกิริยาเกิดขึ้นสองช่วงอย่างเด่นชัด คือ ช่วงอุณหภูมิ 150-200 °C มีพลังงานกระตุ้นที่ต่ำและช่วงอุณหภูมิ 250 °C ขึ้นไป ที่มีพลังงานกระตุ้น 45-50 kJ/mol และตรวจพบ CO2 อย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่า NO มีบทบาทในการเปลี่ยนสารมัธยันต์ที่เกิดจากการสลายตัวของโทลูอีนให้เปลี่ยนไปเป็น CO2
แบบจำลองพฤติกรรมการเลือกใช้ยานพาหนะร่วมกัน: กรณีศึกษาผู้ใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพมหานคร, วีรชัย โสธนนันทน์
แบบจำลองพฤติกรรมการเลือกใช้ยานพาหนะร่วมกัน: กรณีศึกษาผู้ใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพมหานคร, วีรชัย โสธนนันทน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การบริการมอเตอร์ไซค์แชริ่งจะเป็นทางเลือกในเดินทางที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นทางเลือกการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพมหานคร งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นวิเคราะห์หาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของผู้โดยสารที่ใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างมาเป็นการใช้บริการมอเตอร์ไซค์แชริ่ง โดยเจาะจงกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจของกรุงเทพมหานครจำนวน 349 ตัวอย่าง โดยใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงกล่าวอ้างด้วยการจำลองสถานการณ์สมมติ 6 สถานการณ์และสร้างแบบจำลองโลจิสติคทวินามบนพื้นฐานของทฤษฎีอรรถประโยชน์ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติด้วยโปรแกรม Rstudio จากผลของการศึกษาพบว่าตัวแปรที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการเลือกใช้บริการมอเตอร์ไซค์แชริ่งอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เวลาและค่าใช้จ่ายของรถจักรยานยนต์รับจ้าง ความเต็มใจจ่ายในการใช้บริการ ระยะเวลาเดินที่ยอมรับได้ ความถี่ในการใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างต่อสัปดาห์ การมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับตัวแปรระยะทางในการเดินทาง สถานะภาพการสมรส จำนวนรถจักรยานยนต์และจำนวนรถยนต์ในครอบครองครอบครองส่งผลเชิงลบต่อการเลือกใช้บริการมอเตอร์ไซค์แชริ่ง โดยมูลค่าเวลาในการเดินทางของผู้โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างของกลุ่มตัวอย่างมีค่าเท่ากับ 5.63 บาทต่อนาที
การประยุกต์ใช้เถ้าลอยและกากคอนกรีตในการผลิตฉนวนกันความร้อนและกำแพงกั้นเสียง, ชัชพงศ์ ณ ป้อมเพชร
การประยุกต์ใช้เถ้าลอยและกากคอนกรีตในการผลิตฉนวนกันความร้อนและกำแพงกั้นเสียง, ชัชพงศ์ ณ ป้อมเพชร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาการใช้เถ้าลอยและกากคอนกรีตเป็นองค์ประกอบในการขึ้นรูปมอร์ตาร์ในลักษณะของการแทนที่ปูนซีเมนต์ และแทนที่มวลรวมละเอียดตามลำดับ โดยเถ้าลอยที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เถ้าลอยถ่านหินลิกไนต์ เถ้าลอยถ่านหินบิทูมินัส และเถ้าลอยจากเตาเผาขยะชุมชน ส่วนกากคอนกรีตที่ใช้ในการศึกษาคือกากคอนกรีตจากโรงผลิตคอนกรีต งานวิจัยนี้ได้ศึกษาทั้งสมบัติทางเคมี และสมบัติทางกายภาพของเถ้าลอยและกากคอนกรีต รวมถึงสมบัติเพื่อการนำมอร์ตาร์ที่มีเถ้าลอยและกากคอนกรีตเป็นองค์ประกอบไปใช้ประโยชน์ ได้แก่ การรับแรงอัด สมบัติเชิงความร้อน และสมบัติเชิงเสียงของผลิตภัณฑ์ สำหรับเถ้าลอยและมอร์ตาร์ที่มีเถ้าลอยเป็นองค์ประกอบได้ศึกษาการชะละลายโลหะหนักด้วยวิธี Toxicity Characteristic Leaching Procedures (TCLP) วิธี Synthetic Precipitation Leaching Procedure (SPLP) และวิธี Waste Extraction Test (WET) เพิ่มเติม จากการศึกษาพบว่าเพื่อให้ได้มอร์ตาร์ที่มีความต้านแรงอัดตามมาตรฐาน มอก. 59-2561 จะสามารถใช้เถ้าลอยแทนที่ปูนซีเมนต์ได้ร้อยละ 25 - 50 สำหรับกากคอนกรีตสามารถใช้แทนที่มวลรวมละเอียดได้ถึงร้อยละ 100 ในด้านสมบัติเชิงความร้อนพบว่าผลิตภัณฑ์มีค่าสภาพการนำความร้อนอยู่ระหว่าง 0.08 – 0.33 วัตต์ต่อเมตรเคลวิน ซึ่งถือว่ามีสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี แต่ในด้านสมบัติเชิงเสียงพบว่าผลิตภัณฑ์ยังมีสมบัติไม่ถึงเกณฑ์ของกำแพงกั้นเสียงที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับการศึกษาปริมาณโลหะหนักในเถ้าลอยพบว่าโดยส่วนใหญ่มีค่าไม่เกินมาตรฐานยกเว้นปริมาณตะกั่ว (Pb) และสารหนู (As) ในเถ้าลอยจากเตาเผาขยะชุมชนที่ชะละลายด้วยวิธี TCLP และเถ้าลอยถ่านหินลิกไนต์ชะละลายด้วยวิธี WET ตามลำดับ แต่เมื่อนำเถ้าลอยขึ้นรูปเป็นมอร์ตาร์พบว่าผลิตภัณฑ์มีปริมาณโลหะหนักโดยส่วนใหญ่ลดลงและมีค่าไม่เกินมาตรฐาน
การประยุกต์ใช้ตะกอนจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่หินเพื่อการผลิตอิฐเผา, ณัฐวุฒิ ธงชัย
การประยุกต์ใช้ตะกอนจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่หินเพื่อการผลิตอิฐเผา, ณัฐวุฒิ ธงชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิเคราะห์หาสัดส่วนดินตะกอนจากอุตสาหกรรมเหมืองหินไปขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เป็นอิฐดินตะกอนโดยใช้ดินเหนียวเป็นส่วนผสม งานวิจัยเริ่มจาก1) วิเคราะห์คุณสมบัติของตะกอนเพื่อหาองค์ประกอบของแร่ธาตุและสารประกอบที่พบในดินตะกอน 2) ทำการออกแบบการทดลองเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อิฐดินตะกอนจากเหมืองหิน โดยมีตัวแปรต้นได้แก่ สัดส่วนผสมระหว่างตะกอนจากเหมืองและดินเหนียวตั้งแต่ร้อยละ 40 ถึง80 โดยน้ำหนัก และเผาที่อุณหภูมิ 900, 1000 และ1100 องศาเซลเซียส 3) ทำการทดสอบคุณสมบัติเชิงกลและเชิงกายภาพของผลิตภัณฑ์แล้วสรุปผลงานวิจัย จากการศึกษาพบว่าที่อุณหภูมิ 1100 องศาเซลเซียส และสัดส่วนของดินตะกอนต่อดินเหนียวเป็น 60:40 ให้ความต้านแรงอัดสูงสุด เท่ากับ 43.67 เมกกะปาสคาล ซึ่งสูงกว่าอิฐมอญและอิฐดินเผา คิดเป็น 49.95 และ33.6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในขณะที่ค่าอัตราการดูดซึมน้ำของอิฐดินตะกอนจากเหมืองที่สัดส่วนดังกล่าวมีค่าเท่ากับ 11.53 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าอิฐมอญและอิฐดินเผาถึง 53.87 และ 67.63 เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่าความหนาแน่นและค่าสูญเสียน้ำหนักของอิฐดินตะกอนจากเหมืองมีค่าเท่ากับ 1.37 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และ 17.37 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตของอิฐดินตะกอนจากเหมืองมีค่าต่ำกว่าอิฐดินเผา 24.76 เปอร์เซ็นต์
The Mixed Integer Non-Linear Programming For Combined Heat And Mass Exchanger Network Synthesis With The Effect Of Emcd And Emat On Economic Analysis, Eleonora Amelia
The Mixed Integer Non-Linear Programming For Combined Heat And Mass Exchanger Network Synthesis With The Effect Of Emcd And Emat On Economic Analysis, Eleonora Amelia
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The Combined Heat and Mass Exchanger Network Synthesis (CHAMENS) which comprised a win-win strategy simultaneously diminishing the emission alongside maximizing the profits of the whole systems has been accomplished in this work. The novelty comes from the development of the original stage-wise superstructure (SWS) to be able to overcome the problems including detailed cost considerations by using more accurate formularies to determine the exchanger configurations, initializations, favorable boundaries to solve the complexities, eradicate the number of the heat and mass exchangers, and decrease the TAC. The purpose of this work is generate the new applicable method which is noticeable and …
Structural And Optical Analysis Of Cubic Aln Nanostructure On Mgo (001) Substrate Grown By Molecular Beam Epitaxy, Nutthapong Discharoen
Structural And Optical Analysis Of Cubic Aln Nanostructure On Mgo (001) Substrate Grown By Molecular Beam Epitaxy, Nutthapong Discharoen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The effects of an intermediate cubic GaN (c-GaN) buffer layer on structural and optical properties of AlN films grown on MgO (001) substrate by PA-MBE have been investigated. There are 2 types of c-GaN intermediated layer; the one-step buffer layer with a 7nm thick LT c-GaN layer and a two-step buffer layers with a sequence of a 7 nm-thick and 200 nm-thick c-GaN layer. The surface morphology of the AlN film with two-step growth c-GaN buffer layer exhibits the grain boundary facet like a cubic structure. While the other films exhibit the mixing of the grain boundary corresponding with the …
Process Synthesis And Design Of Integrated Biorefinery In Pulp And Paper Industry, Ghochapon Mongkhonsiri
Process Synthesis And Design Of Integrated Biorefinery In Pulp And Paper Industry, Ghochapon Mongkhonsiri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Integration of biorefinery into pulp and paper industry has been considered as sustainable development for pulp and paper industry and lignocellulosic biorefinery. High value-added biochemical, biofuel and bioenergy productions could be implemented into existing pulp mills by material and utility integration. A systematic methodology employing a superstructure-based process synthesis, process design and innovation is an effective approach to explore potential pathways for both economic and environmental sustainability with support from computer-aided tools. A superstructure of the multi-product biorefinery process network with the pulp and paper industry is developed and optimized with the objective to maximize profit. The synthesis results project …
Techno-Economic Feasibility Analysis Of Hydrogen Recovery In Bio-Hydrogenated Diesel From Palm Oil For Methanol Synthesis Via Aspen Plus, Nitipat Phichitsurathaworn
Techno-Economic Feasibility Analysis Of Hydrogen Recovery In Bio-Hydrogenated Diesel From Palm Oil For Methanol Synthesis Via Aspen Plus, Nitipat Phichitsurathaworn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A bio-hydrogenated diesel (BHD) or green diesel can be produced from refined palm oil obtained from palm oil refinery. A simulation model of BHD production process from palm oil is developed by Aspen Plus. The conventional process which is the heterogeneous catalytic hydro-deoxygenation reaction of triglycerides required high H2/oil volumetric ratio. To reduce high hydrogen loss in gaseous by-product, the design of hydrogen gas recovery process of the BHD process by coupling with methanol synthesis is proposed. The two processes (i.e., conventional BHD process and BHD process coupled with methanol synthesis) are compared in terms of hydrogen recovery and economic …
การตั้งเป้าหมายพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องจักรการผลิตในโรงงานเคมีภัณฑ์, อังคนา สังข์ทองจีน
การตั้งเป้าหมายพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องจักรการผลิตในโรงงานเคมีภัณฑ์, อังคนา สังข์ทองจีน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาถึงการใช้พลังงานของโรงงานเคมีภัณฑ์ตัวอย่าง โดยเก็บข้อมูลเป็นระยะเวลา11เดือนของการใช้พลังงานจากระบบการติดตามการใช้พลังงาน (Energy Monitoring System) และ ข้อมูลของปริมาณผลผลิตต่อวันมาวิเคราะห์เพื่อเป้าหมายการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของโรงงานตัวอย่าง โดยแยกย่อยศึกษาแต่ละระบบในพื้นที่นั้นซึ่งประกอบด้วย ระบบไฟฟ้าสำหรับเครื่องจักรการผลิต ระบบอากาศอัด ระบบไฟส่องสว่าง ระบบระบายอากาศ และ ระบบทำความเย็น เพื่อกำหนดพลังงานฐาน (Energy Baseline) และ กำหนดเป้าหมายพลังงาน (Energy Target) ของพื้นที่การผลิตรายอาทิตย์และรายเดือนด้วยสมการเชิงเส้นแบบง่าย ในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการใช้พลังงานของระบบที่ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิต และใช้ค่าที่ดีที่สุดกำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานของระบบที่ปริมาณการใช้พลังงานไม่ขึ้นกับปริมาณการผลิต รวมทั้งนำข้อมูลการใช้พลังงานที่ความละเอียดทุก 30 วินาทีเปรียบเทียบกับโปรไฟล์อุณหภูมิของเครื่องจักร CMMP ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำหรับสร้างรูปทรงของชิ้นงาน จากการศึกษาพบว่าถ้าไม่มีแผนการผลิตนานกว่า 3 ชั่วโมงควรเปลี่ยนจากสแตนด์บายโหมด (Standby Mode) เป็นการปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งานจะลดปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ได้เฉลี่ย 390 kWh/day และเพื่อการสื่อสารที่ชัดเจนกับผู้เกี่ยวข้อง งานวิจัยฉบับนี้ได้มีการสร้างกระดานสรุปข้อมูลการใช้พลังงาน (Energy Dashboard) ด้วย Microsoft Power Bi เพื่อติดตามการใช้พลังงานรายวันของแต่ละพื้นที่การผลิต และมีกิจกรรม Green day เพื่อเพิ่มความตระหนักต่อการใช้พลังงานของพนักงานในโรงงาน