Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Engineering Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 1861 - 1890 of 3655

Full-Text Articles in Engineering

การออกแบบการบูรณาการความร้อนของกระบวนการผลิตแอลฟ่าเมทิลเอสเตอร์ซัลโฟเนท, กฤตวิทย์ ชอบทำดี Jan 2020

การออกแบบการบูรณาการความร้อนของกระบวนการผลิตแอลฟ่าเมทิลเอสเตอร์ซัลโฟเนท, กฤตวิทย์ ชอบทำดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แอลฟ่าเมทิลเอสเทอร์ซัลโฟเนทเป็นสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากเคมีชีวภาพจากน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิวที่มีคุณภาพดีและมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโซเดียมโดเดซิลเบนซีนซัลโฟเนท โซเดียมลอริลอีเทอร์ซัลเฟต และโซเดียมโดเดซิลซัลเฟต ที่เป็นสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตมาจากปิโตรเลียม เนื่องจากแนวทางการใช้พลังงานเชื้อเพลิงของโลกเปลี่ยนแปลงในอนาคต จะส่งผลให้ความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์ในอนาคตมีแนวโน้มลดลง งานวิจัยนี้ได้ศึกษากระบวนการผลิตแอลฟ่าเมทิลเอสเทอร์ซัลโฟเนท เนื่องจากเป็นสารเคมีที่ใช้เมทิลเอสเทอร์เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการผลิต ทำให้เป็นโอกาสที่จะชดเชยการใช้เมทิลเอสเทอร์เป็นพลังงานเชื้อเพลิงที่ลดลงได้ ซึ่งในกระบวนการผลิตแอลฟ่าเมทิลเอสเทอร์ซัลโฟเนทเป็นกระบวนการผลิตที่คายพลังงานความร้อนออกจากกระบวนการผลิต จึงเห็นโอกาสในการนำพลังงานกลับมาใช้เกิดประโยชน์อีกทั้งเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิตของเเอลฟ่าเมทิลเอสเทอร์ซัลโฟเนทได้อีกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ของงานวิจัย คือ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนโดยการออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเครือข่าย ศึกษาและวิเคราะห์ผลการออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเครือข่ายและความเป็นไปได้ในการลงทุนโดยใช้โปรแกรม Aspen plus และ Aspen energy analyzer โดยผลการสร้างแบบจำลองพบว่าการใช้น้ำเป็นสารหล่อเย็นในกระบวนการผลิตจะส่งให้พื้นที่รวมของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนน้อยกว่าการใช้อากาศเป็นสารหล่อเย็นและแบบจำลองดังกล่าวสามารถผลิตไอน้ำจากกระบวนการผลิตได้ 25,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ที่ความดันของไอน้ำ 3 บาร์ สามารลดปริมาณการใช้เอททีลีนไกลคอนได้ 11,085 กิโลกรัมต่อชั่วโมงโดยใช้เมทานอลในกระบวนการผลิตมาแลกเปลี่ยนความร้อนแทนและสามารถลดพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนรวมของกระบวนการผลิตเหลือเป็น 394.70 ตารางเมตร


การวิเคราะห์ค่าสนามไฟฟ้าของระบบสายส่งไฟฟ้ากระเเสสลับเเรงดัน 230 Kv ที่ใช้งานในพื้นที่จำกัด, ภาคภูมิ ขนุนก้อน Jan 2020

การวิเคราะห์ค่าสนามไฟฟ้าของระบบสายส่งไฟฟ้ากระเเสสลับเเรงดัน 230 Kv ที่ใช้งานในพื้นที่จำกัด, ภาคภูมิ ขนุนก้อน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้วิเคราะห์ค่าสนามไฟฟ้าในระบบสายส่ง 230 kV ที่ใช้งานในพื้นที่จำกัดโดยใช้วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์. วัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์คือ การคำนวณค่าสนามไฟฟ้าบริเวณขอบเขตเดินระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบ 2 มิติ, เเบบ 3 มิติ, และวิธีเงาประจุ. การคำนวณค่าสนามไฟฟ้าสูงสุด 3 เฟสที่อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงได้แก่ วงแหวนเกลี่ยสนามไฟฟ้า, วงแหวนโคนา, และฉนวนพอลิเมอร์. การเปลี่ยนเเปลงค่าพารามิเตอร์ของวงเเหวนเกลี่ยสนามไฟฟ้าได้แก่ รัศมีท่อวงแหวน (r), รัศมีของแหวน (R), และ ระยะห่างจากรอยต่อสามทาง (H) ถูกนำมาใช้ปรับปรุงค่าสนามไฟฟ้าสูงสุด. สนามไฟฟ้าบริเวณขอบเขตเดินระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีค่าประมาณ 0.7 kVrms/m ณ ความสูง 1 m จากพื้นดิน. ค่าสนามไฟฟ้าต่ำกว่าเกณฑ์ของ กฟผ. ซึ่งระบุไว้ที่ 2 kVrms/m. ผลการคำนวณค่าสนามไฟฟ้าแสดงให้เห็นว่าสนามไฟฟ้าสูงสุดเกิดขึ้นที่เฟส B. สนามไฟฟ้าสูงสุดที่วงแหวนเกลี่ยสนามไฟฟ้า, วงแหวนโคโรนา, เเละฉนวนมีค่าเท่ากับ 13 kVp/cm 12 kVp/cm, และ 3 kVp/cm ตามลำดับ. สนามไฟฟ้าดังกล่าวมีค่าต่ำกว่าสนามไฟฟ้าวิกฤตในอากาศที่ 21 kVp/cm บนผิวตัวนำไฟฟ้า และ 6.4 kVp/cm บนผิวฉนวน. ผลการหาค่าที่เหมาะสมของพารามิเตอร์ได้ค่า r, R, เเละ H เท่ากับ 35 mm, 180 mm, และ 0.43 m ตามลำดับ. ค่าสนามไฟฟ้าลดลง 40 % เมื่อได้พารามิเตอร์ที่เหมาะสม. อย่างไรก็ตาม วงแหวนเกลี่ยสนามไฟฟ้าถูกวางใกล้กับกราวด์มากขึ้น. ระยะอาร์คระหว่างไฟฟ้าแรงสูงถึงกราวด์จะสั้นลงไปด้วยเมื่อ H ที่เพิ่มขึ้น.


การสกัดตารางและรายการบนเว็บเป็นอาร์ดีเอฟ, จุลเทพ นันทขว้าง Jan 2020

การสกัดตารางและรายการบนเว็บเป็นอาร์ดีเอฟ, จุลเทพ นันทขว้าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ทุกวันนี้ ลิงก์เดต้าได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของเว็บ นอกเหนือจากข้อมูลใหม่ที่สร้างขึ้นในรูปแบบซีแมนติกโดยเฉพาะ ส่วนหนึ่งมาจากการแปลงข้อมูลโครงสร้างที่มีอยู่ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลเปิดระดับห้าดาว อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อมูลจำนวนมากในรูปแบบโครงสร้างและกึ่งโครงสร้าง ตัวอย่างเช่นตารางและรายการซึ่งเป็นรูปแบบหลักที่มนุษย์ใช้อ่าน ยังรอการแปลงอยู่ งานวิจัยนี้กล่าวถึงงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแปลงตารางและรายการมาเป็นข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เครื่องสามารถอ่านได้ นอกจากนี้ยังเสนอวิธีการในการแปลงตารางและรายการเป็นรูปแบบ Resource Description Framework และยังคงเก็บโครงสร้างต้นฉบับที่จำเป็นไว้อย่างละเอียด ซึ่งทำให้สามารถที่จะสร้างข้อมูลโครงสร้างเดิมกลับมาได้ ระบบ TULIP ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาซีแมนติกเว็บ วิธีการที่เสนอมีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อเทียบกับงานอื่น ๆ เดต้าโมเดลของ TULIP สามารถรองรับการเก็บข้อมูลต้นฉบับอย่างครบถ้วน และสามารถนำมาแสดงใหม่ในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม เครื่องมือนี้สามารถใช้สร้างข้อมูลจำนวนมหาศาลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ใช้งานได้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม


การสรุปใจความสำคัญของข้อความแบบสกัดสำหรับข่าวท่องเที่ยวภาษาไทย, ศรัญญา นาทองห่อ Jan 2020

การสรุปใจความสำคัญของข้อความแบบสกัดสำหรับข่าวท่องเที่ยวภาษาไทย, ศรัญญา นาทองห่อ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมากและยังถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์มากมายโดยเฉพาะทางด้านการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ เพื่อลดเวลาในการอ่านข่าวหรืออ่านบทความและข่าวออนไลน์ต่างๆ จากการวิจัยที่ผ่านมามีการศึกษาและพัฒนาการสรุปใจความสำคัญของภาษาไทยเป็นจำนวนมาก ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการสรุปใจความสำคัญจากข่าวการท่องเที่ยวภาษาไทย 2 วิธีคือการเลือกประโยคจากการจัดกลุ่มประโยคด้วยเคมีนและการเลือกประโยคด้วยวิธีหาคำสำคัญประโยคจากหัวข้อข่าว โดยมีการพัฒนาและสร้างคลังข้อมูลรายการคำประสมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดคำ โดยการทดลองนี้ใช้ข้อมูลข่าวการท่องเที่ยวไทย ทั้งหมด 400 ข่าวสำหรับใช้ทดลองในการสรุปใจความสำคัญ และ 5,000 ข่าวสำหรับการสร้างคลังข้อมูลรายการคำประสม การวัดประสิทธิภาพของวิธีการที่นำเสนอ มีการวัดประสิทธิภาพการสรุปใจความสำคัญโดยการเปรียบเทียบผลจากการสรุปที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยเทียบกับผลสรุปที่ได้จากวิธีการที่นำเสนอ จากงานวิจัยนี้ในขั้นตอนการสร้างคำประสมได้คำประสมทั้งหมด จำนวน 2,340 คำ ผลการทดลองพบว่าวิธีตัดคำด้วยคัตคำร่วมกับตัดคำประสมได้ผลดีกว่าการตัดคำจากคัตคำเพียงอย่างเดียว และการสรุปใจความสำคัญโดยใช้การคำนวณค่าน้ำหนักของคำสำคัญโดยหาค่าความถี่ของคำจากหัวข้อข่าวเพียงอย่างเดียวและเลือกประโยคเรียงลำดับจากผลรวมความถี่ของคำสำคัญจากหัวข้อข่าวมีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงสุดโดยมีค่าความแม่นยำ ค่าความระลึกและค่าวัดประสิทธิภาพอยู่ที่ 0.8097 0.8367 และ 0.8216 ตามลำดับและเมื่อใช้คัตคำร่วมกับการตัดคำแบบเอ็นแกรมโดยวิธีการสรุปใจความสำคัญแบบเดียวกันได้ค่าความแม่นยำ ค่าความระลึกและค่าวัดประสิทธิภาพอยู่ที่ 0.8119 0.8398 และ 0.8242 ตามลำดับที่อัตราการบีบอัดร้อยละ 20


การประเมินระดับความเสี่ยงของต้นไม้ในเมืองด้วยเทคโนโลยีเครื่องสแกนเลเซอร์ภาคพื้นดิน, วาริน ชุบขุนทด Jan 2020

การประเมินระดับความเสี่ยงของต้นไม้ในเมืองด้วยเทคโนโลยีเครื่องสแกนเลเซอร์ภาคพื้นดิน, วาริน ชุบขุนทด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ต้นไม้ในเมืองมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเมือง ทั้งในด้านการควบคุมสภาพอากาศ ให้ร่มเงา ลดความร้อน และลดมลพิษ แต่อย่างไรก็ตามต้นไม้เหล่านี้อาจเกิดการเสื่อมโทรมและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่สัญจรไปมา จึงจำเป็นต้องมีการประเมินความเสี่ยงของต้นไม้ในเมืองโดยผู้ประเมินความเสี่ยง แต่ปัจจุบันเมืองไทยมีผู้ประเมินจำนวนน้อย จึงต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาทำงานด้านรุกขกรรม งานวิจัยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเก็บข้อมูลต้นไม้ของ TLS และประเมินความเสี่ยงของต้นไม้ได้อย่างแม่นยำ จากข้อมูลต้นจามจุรีทั้งหมด 4 ต้น ข้อมูล TLS สามารถประเมินค่าระดับความเสี่ยงเท่ากับผู้ประเมินความเสี่ยงทั้งหมด 3 ต้น แตกต่างอยู่ 1 ต้น โดยมีค่า R² เท่ากับ 0.818 และค่า RMSE เท่ากับ 0.353 แม้ว่าการศึกษาในครั้งนี้จะให้ผลดีแต่จำนวนตัวอย่างมีน้อยซึ่งอาจไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากรจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตโดยเพิ่มจำนวนตัวอย่างและชนิดของพรรณไม้


แบบจำลองสถานการณ์ของเหตุการณ์ที่ไม่ต่อเนื่องเพื่อประเมินประสิทธิภาพของท่าเรือบก กรณีศึกษาท่าเรือบกลาดกระบัง, พิพัฒน์ พิมพะนิตย์ Jan 2020

แบบจำลองสถานการณ์ของเหตุการณ์ที่ไม่ต่อเนื่องเพื่อประเมินประสิทธิภาพของท่าเรือบก กรณีศึกษาท่าเรือบกลาดกระบัง, พิพัฒน์ พิมพะนิตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ท่าเรือบกเป็นหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกหลักในเครือข่ายการขนส่งทางทะเล ที่ช่วยให้ผู้ขนส่งสามารถเข้าถึงภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกได้ ผ่านการเชื่อมต่อกับท่าเรือ ในขณะที่ผลกระทบของท่าเรือบกต่อประสิทธิภาพของการขนส่งแบบหลายรูปแบบนั้นค่อนข้างมีความชัดเจนในช่วงเวลาที่ผ่านมา การประเมินประสิทธิภาพของท่าเรือบกเองกลับมีความซับซ้อน เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับผู้ให้บริการที่หลากหลาย ซี่งแต่ละผู้ให้บริการต่างก็บริหารจัดการทรัพยากรภายใน หรือ CHE ที่มีจำนวนแตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้นำเสนอแบบจำลองสถานการณ์ของเหตุการณ์ที่ไม่ต่อเนื่อง เพื่อใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของท่าเรือบกลาดกระบัง (LICD) ในปัจจุบัน และในอนาคต ผ่านโปรเเกรม SIMIO โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ LICD ในปัจจุบัน และแผนการปรับปรุง LICD ใหม่ จากการศึกษา ผู้วิจัยพบว่า เมื่อพิจารณาจากประสิทธิภาพการใช้งานของทรัพยากรภายใน LICD ประสิทธิภาพโดยรวมของ LICD ในปัจจุบันมีค่าค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถบรรทุกหัวลากภายใน นอกจากนี้ผู้วิจัยยังพบว่า ประสิทธิภาพของการใช้งานทรัพยากรภายในมีแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีการเปลี่ยนสัดส่วนการขนส่งตามนโยบายการขนส่งใหม่ ในทำนองเดียวกัน ประสิทธิภาพโดยรวมของ LICD ในอนาคตนั้น ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับจำนวนของทรัพยากรภายในแต่ละประเภทที่ถูกสรรหามาในแต่ละรอบการสรรหา โดยรถเครนขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ปกติ หรือ FCL Crane จัดเป็นทรัพยากรภายในหลักที่มีแนวโน้มการใช้งานมากสูงสุด ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วางแผนจึงควรจัดหา FCL Crane ในแต่ละรอบการสรรหาให้เหมาะสมกับจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการขนถ่ายผ่าน LICD เพื่อให้ LICD สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


ระบบแบบสวมใส่สำหรับประเมินฟุเกิลเมเยอร์ของรยางค์ส่วนบนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, วรพงษ์ ณรงค์วงศ์วัฒนา Jan 2020

ระบบแบบสวมใส่สำหรับประเมินฟุเกิลเมเยอร์ของรยางค์ส่วนบนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, วรพงษ์ ณรงค์วงศ์วัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แบบประเมินฟุเกิลเมเยอร์ เป็นแบบประเมินผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เป็นที่ยอมรับกันในสากล เนื่องจากแบบประเมินมีความน่าเชื่อถือและครอบคลุมผู้ป่วยทุกระดับอาการ อย่างไรก็ตามแบบประเมินดังกล่าวนั้นใช้เวลาในการประเมินนาน และผู้ประเมินต้องมีความเชี่ยวชาญสูง ทางผู้วิจัยจึงได้สร้างระบบประเมินแบบใหม่ขึ้น โดยระบบสามารถประเมินผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอ้างอิงตามแบบประเมิน ส่วนการสั่งการ ของฟุเกิลเมเยอร์รยางค์บน งานวิจัยได้ทดสอบความแม่นยำในการตรวจวัดมุมการเคลื่อนที่ ให้ค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยที่ ± 2.24 องศา จากนั้นทดสอบการใช้งานระบบประเมินกับคนสุขภาพดี มีความแม่นยำในการประเมินคะแนนตามฟุเกิลเมเยอร์อยู่ที่ 96% และได้ทดสอบเปรียบเทียบกันระหว่าง การประเมินคะแนนฟุเกิลเมเยอร์ด้วยนักกิจกรรมบำบัด กับการประเมินด้วยระบบประเมินที่ออกแบบนี้ ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 20 ราย พบว่าให้ผล R=0.888 ที่ P=0.001 , นักกิจกรรมบำบัดใช้เวลาในการประเมินเฉลี่ย 6.25±1.57 นาที/ราย ในขณะที่ระบบประเมินนี้ใช้ระยะเวลา 9.25±1.50 นาที/ราย จากผลการทดลองพบว่ามีค่าคลาดเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 5.9 องศาซึ่งความเห็นของแพทย์เชี่ยวชาญถือว่ายอมรับได้ ในขณะที่ผลการทดสอบในผู้ป่วยพบว่าระบบสามารถประเมินคะแนนเปรียบเทียบกับแบบประเมินฟุเกิลเมเยอร์ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ สามารถใช้ระบบประเมินได้อย่างอัตโนมัติทั้งระบบ 27 กิจกรรมย่อย จากทั้งหมด 33 กิจกรรมย่อย ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการประเมินได้ง่ายยิ่งขึ้น


ระยะเวลาบำรุงรักษาที่เหมาะสมสำหรับเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน, เชาวลิต คำสุข Jan 2020

ระยะเวลาบำรุงรักษาที่เหมาะสมสำหรับเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน, เชาวลิต คำสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน เนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากสิ่งสกปรกที่เกาะติดที่แผงคอยล์เย็น และแผงคอยล์ร้อน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศโดยรวมลดลง ดังนั้นการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศจะทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มกลับคืนมาได้ในระดับหนึ่ง โดยประสิทธิภาพที่เพิ่มจะขึ้นอยู่กับความถี่ในการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ได้มีการศึกษาและจัดเก็บข้อมูลจากการเดินเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนขนาดทำความเย็น 3.6 kW จำนวน 2 เครื่อง โดยมีการจัดเก็บข้อมูลในระยะเวลา 6 เดือน แยกประเภทการจัดเก็บข้อมูล เป็น 2 ประเภท คือ 1) เครื่องปรับอากาศเครื่องที่ 1 ล้างทำความสะอาดแล้วทำการเก็บข้อมูลทุกๆ 1 เดือน เป็นระยะเวลา 6 ครั้งโดยไม่ทำความสะอาดเพื่อหาการเสื่อมประสิทธิภาพเนื่องจากความสกปรก และ 2) เครื่องปรับอากาศเครื่องที่ 2 ล้างทำความสะอาดทุกเดือนทำให้เครื่องสะอาดอยู่เสมอเพื่อใช้ปรับแก้พลังไฟฟ้าเนื่องจากอุณหภูมิภายนอกที่เปลี่ยนไป และนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพ ซึ่งขึ้นกับตัวแปรอิสระที่ใช้ศึกษาคือ อุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศ อุณหภูมิภายนอกห้อง ภาระทำความเย็น และความสกปรก การหาระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนนั้น คิดจากราคาค่าใช้จ่ายต่ำสุดซึ่งประกอบด้วยค่าทำความสะอาดและค่าพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความสกปรก จากการวิเคราะห์พบว่า อัตราการลดลงของประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน คือ ร้อยละ 3.01 ต่อเดือน และระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน คือ ทุกๆ ระยะเวลา 3 เดือน


การพัฒนาระบบติดตามสถานะรถยนต์สำหรับธุรกิจแบ่งปันรถยนต์โดยใช้ช่อง Obd-Ii, สรวิชญ์ สาครินทร์ Jan 2020

การพัฒนาระบบติดตามสถานะรถยนต์สำหรับธุรกิจแบ่งปันรถยนต์โดยใช้ช่อง Obd-Ii, สรวิชญ์ สาครินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจแบ่งปันรถเช่าทั่วโลกเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่การเช่ารถยนต์นั้นยังมีปัญหาอยู่สองข้อคือความไม่สะดวกต่อการทำสัญญาเช่ารถยนต์และการที่ไม่สามารถติดตามสถานะของรถยนต์ได้ เพื่อที่จะติดตามสถานะของถยนต์ เราต้องการระบบที่สามารถดึงข้อมูลดิบจากรถยนต์ส่งขึ้นสู่คลาวเซิฟเวอร์ในเวลาจริง ในช่วงเวลาเดียวกัน เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งได้ถูกนำไปใช้ในหลายๆอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เช่นอุตสาหกรรมการแพทย์ การเกษตร และการขนส่งอัจฉริยะ ดังนั้นธุรกิจแบ่งปันรถเช่านั้นจึงยังมีช่องว่างสำหรับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีนี้เช่นกัน งานวิจัยนี้ได้ทำการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อภายในรถยนต์เรียกว่ากล่องโคบอกซ์ อุปกรณ์สามารถดึงข้อมูลที่ต้องการจากรถยนต์และสั่งล้อคหรือปลดล้อคได้ด้วยช่องโอบีดีทู อุปกรณ์สามารถรับสัญญาณตำแหน่งจีพีเอสและส่งข้อมูลที่ต้องการสู่คลาวไฟร์เบสเซิฟเวอร์ได้บนเวลาจริง อย่างไรก็ตาม ระบบติดตามสถานะของรถยนต์นี้สามารถทำงานได้ดีในรถยนต์ Toyota Altis 2016 เท่านั้น ผู้วิจัยจึงมีแผนในการพัฒนาระบบติดตามเพื่อรองรับกับรถยนต์รุ่นต่างๆต่อไปในอนาคต


การประเมินผลระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่แบบวีอาร์เอฟภายหลังการติดตั้งสำหรับการรักษาเสถียรภาพและลดค่าไฟฟ้า : กรณีศึกษาโรงพยาบาลทั่วไป, ธีระศักดิ์ วาทโยธา Jan 2020

การประเมินผลระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่แบบวีอาร์เอฟภายหลังการติดตั้งสำหรับการรักษาเสถียรภาพและลดค่าไฟฟ้า : กรณีศึกษาโรงพยาบาลทั่วไป, ธีระศักดิ์ วาทโยธา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โดยทั่วไปการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์และแบตเตอรี่เพื่อสำรองไฟฟ้านั้น มักจะมีการประเมินโครงการก่อนการติดตั้งเสมอ ในส่วนของงานศึกษานี้จะเป็นการประเมินผลการทำงานที่เกิดขึ้นภายหลังการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาของโรงพยาบาล เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าและการนำแบตเตอรี่ Vanadium Redox Flow (VRF) มาใช้ในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ซึ่งโรงพยาบาลที่ศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง อยู่ในพื้นที่ปลายระบบสายส่งจึงมีเหตุการณ์ไฟตกไฟดับบ่อย รวมทั้งมีภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าที่สูง โรงพยาบาลจึงได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าและนำแบตเตอรี่มาใช้กักเก็บพลังงานเพื่อสำรองในยามฉุกเฉินกรณีการเกิดไฟตกไฟดับ โดยแบตเตอรี่จะจ่ายไฟในส่วนที่สำคัญคือ ห้องฉุกเฉิน ห้อง Lab ห้องคลอด ห้องผ่าตัด ในการศึกษาจะทำการจัดเก็บข้อมูลจากระบบตรวจวัดและบริหารจัดการพลังงานภายในอาคารของโรงพยาบาลผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ ข้อมูลผลการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ความเข้มแสงอาทิตย์ สถานะการทำงานของแบตเตอรี่ และปริมาณการใช้ไฟฟ้าของโรงพยาบาล ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2561 ถึงเดือน เมษายน 2562 จากการศึกษาพบว่า ระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 175,255.1 kWh/ปี สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าที่อัตราค่าไฟเฉลี่ยที่ 4.04 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 708,030 บาท คิดเป็นผลประหยัดพลังงานเทียบเท่าพันตันน้ำมันดิบได้เท่ากับ 0.0151 (ktoe/ปี) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าของโรงพยาบาลได้ประมาณ 56.2% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว และระบบกักเก็บพลังงานของแบตเตอรี่มีวงรอบการชาร์จและดิสชาร์จทั้งหมด 115 ครั้ง ซึ่งหมายถึงมีเหตุการณ์ไฟตกไฟดับจำนวน 115 ครั้ง โดยแบตเตอรี่จะทำงานอย่างต่อเนื่องทันทีโดยไม่รู้สึกว่าเกิดไฟตกหรือไฟดับ สามารถช่วยรักษาเสถียรภาพทางไฟฟ้าให้เกิดความมั่นคงทางไฟฟ้า ในห้องที่มีความสำคัญ ในกรณีไฟตกไฟดับ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาหรือวัคซีน รวมทั้งการรักษาในกรณีฉุกเฉินได้อย่างต่อเนื่อง


Joint Estimation Of Multiple Granger Graphical Models Using Non-Convex Penalty Functions, Parinthorn Manomaisaowapak Jan 2020

Joint Estimation Of Multiple Granger Graphical Models Using Non-Convex Penalty Functions, Parinthorn Manomaisaowapak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis considers joint learning of multiple sparse Granger graphical models to dis-cover underlying common and differential Granger causality (GC) structures across multiple time series. The proposed learning technique can be used in fMRI data analysis to infer a group-level brain network from a group of subjects or to uncover brain network differences among individuals with different brain conditions. By recognizing that the GC of a single mul-tivariate time series can be characterized by common zeros of vector autoregressive (VAR) lag coefficients, a group norm penalty is included in joint regularized least-squares estimations of multiple VAR models. Group-norm regularizations based …


Forecasting Model For The Transfer Line Exchanger Outlet Temperature Of A Cracking Furnace, Apisara Aungsutarn Jan 2020

Forecasting Model For The Transfer Line Exchanger Outlet Temperature Of A Cracking Furnace, Apisara Aungsutarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to use an application of a data analytic approach to improve the cracking furnace operation since the current process is operated based on past experience without data consideration leading to an inefficient operation. To improve the process, relationships between process input variables to the transfer line exchanger outlet temperature (TLExOT) were studied and the forecasting models for TLExOT were developed as TLExOT is a key parameter which can represent the process conditions. The models were developed to forecast TLExOT for the same day, 1, 3, and 7 days ahead for short and long term analysis. The significant …


Effect Of Hydrochloric Acid Modification On Different Clay Catalystsfor Esterification Of Ethanol And Acetic Acid, Kwanchanok Netcharoen Jan 2020

Effect Of Hydrochloric Acid Modification On Different Clay Catalystsfor Esterification Of Ethanol And Acetic Acid, Kwanchanok Netcharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to investigate the catalytic performance and characteristics of different clays with 0.5 M hydrochloric acid modification such as montmorillonite (HA-MMT), montmorillonite modified with Al (HA/Al-MMT), and kaolinite (HA-K) as a solid catalysts for esterification of ethanol and acetic acid. The reaction was performed in a batch reactor at 80oC, molar ratio of ethanol/acetic acid at 1.5, atmospheric pressure, and catalyst 10%wt of acetic acid for 1 hour. It revealed that hydrochloric acid-activated did not affect to the main structure and functional group of clays. All catalysts were tested for the catalytic performance in esterification of ethanol and …


Development Of Graft Copolymers Of Ultrafine Fully Vulcanized Powdered Natural Rubber With Styrene Or Acrylonitrile Monomers, Niratchaporn Rimdusit Jan 2020

Development Of Graft Copolymers Of Ultrafine Fully Vulcanized Powdered Natural Rubber With Styrene Or Acrylonitrile Monomers, Niratchaporn Rimdusit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Ultrafine fully vulcanized powdered natural rubber (UFPNRs) were prepared by electron beam irradiation of graft copolymers, i.e. DPNR-graft-polystyrene (DPNR-g-PS) and DPNR-graft-polyacrylonitrile (DPNR-g-PAN), followed by spray drying process. The graft copolymers were prepared by grafting with styrene or acrylonitrile monomer onto deproteinized natural rubber (DPNR) via emulsion polymerization. The effects of monomer contents and radiation doses on thermal properties, chemical structure, swelling behaviors, and morphology of UFPNRs, i.e. UFPNR-GST and UFPNR-GAN were investigated. The results found that the highest grafting efficiency of the DPNR-g-PS and the DPNR-g-PAN were obtained at 15 phr of styrene or acrylonitrile content which provided the highest …


Development Of High Performance Ballistic Hard Armor Based On Fibers Reinforced Polybenzoxazine Alloy Filled With Nanoparticles, Phattarin Mora Jan 2020

Development Of High Performance Ballistic Hard Armor Based On Fibers Reinforced Polybenzoxazine Alloy Filled With Nanoparticles, Phattarin Mora

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The multilayered armor based on fabric reinforced polybenzoxazine (poly(BA-a)) nanocomposites was developed in this research. The effect of nano-SiO2 contents on mechanical property and ballistic impact response of poly(BA-a) nanocomposites is determined for using as strike panel. Essential properties of aramid fabric reinforced polybenzoxazine/urethane (poly(BA-a/PU)) composites influenced by multiwalled carbon nanotube (MWCNT) contents is also investigated for using as support panel. From the results, the mechanical property of the nanocomposite was improved with the addition of nanoparticles. The experimental energy absorption (EAbs) and ballistic limit velocity (Vbl) of the nanocomposites were subjected by 7.62×51 mm projectile at velocity of 847 …


Computational Fluid Dynamics Of Thermally Double Couple Reactor For Hydrogen Production Through Glycerol Reforming Using Heat From Methanol Production From Carbon Dioxide, Sasinun Thirabunjongcharoen Jan 2020

Computational Fluid Dynamics Of Thermally Double Couple Reactor For Hydrogen Production Through Glycerol Reforming Using Heat From Methanol Production From Carbon Dioxide, Sasinun Thirabunjongcharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Thermally double coupled reactor (TDCR) consisted of two concentric channels: 1) an inner tube to which CO₂ and H2 were fed as reactants for exothermic MS with Cu/ZnO/Al2O3 at 220°C and 50 bar, and 2) an outer annulus channel through which glycerol and steam were supplied for endothermic APGR with Pt/Al2O3 at 220˚C and 20 bar. The TDCR could operate without external heat supply when two reactions were coupled. A computational fluid dynamic (CFD) model was established to study this TDCR. Heat transfer from the exothermic channel to the endothermic channel helped increasing glycerol conversion when compared with a single …


The Potential Of Gold Mine Development Project : A Case Study Of Chifunde District In Mozambique, Sara Mario Mabecuane Jan 2020

The Potential Of Gold Mine Development Project : A Case Study Of Chifunde District In Mozambique, Sara Mario Mabecuane

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research presents the results of the gold exploration activities developed in the district of Chifunde, Province of Tete in Mozambique. The works showed that in the study area there are two types of deposits which are primary and secondary deposits. There was clear evidence that they have undergone high-grade metamorphism of greenschist due to the grenade occurrences in hornblende in the form of porphyroblast which indicated a high probability of gold occurrence inside amphibolic schist. The results of the SGS laboratory revealed that all samples collected in the area contained gold ranging from 1 to 2,500 ppb, whereas in …


Development Of Efficient Waste Management System For Guwahati City, Prantar Jyoti Talukdar Jan 2020

Development Of Efficient Waste Management System For Guwahati City, Prantar Jyoti Talukdar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As on today, in view of the exponential increase of population, fast urbanisation, technical advancements etc., globally, the waste management is becoming a subject of great concern. Apart from dealing with waste only, any waste management system has to encompass many other variants, including - environments, pollution, public health & hygiene, local eco-system etc. So, it is difficult to frame a common global policy or a country’s specific policy to meet all the requirements of the local service providers and customers. Preferentially, any waste management system need to be developed as per the requirements of the local endeavours. In this …


Effects Of Electrical Stimulation And Methyl Jasmonate Elicitation On Camptothecin Production In Tissue Culture Of Ophiorrhiza Ridleyana, Supakit Pisitpaibool Jan 2020

Effects Of Electrical Stimulation And Methyl Jasmonate Elicitation On Camptothecin Production In Tissue Culture Of Ophiorrhiza Ridleyana, Supakit Pisitpaibool

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to enhance plant camptothecin (CPT) production in vitro, 5-month-old Ophiorrhiza ridleyana Craib. The plant cultures were treated with methyl jasmonate (MeJA) solution (0, 20, 50, and 100 µM) dissolved in ethanol, which was applied to the surface of the solid culture medium. The CPT content in the roots, stems, and leaves of the MeJA-elicited tissue-cultured plants at 12 and 24 h after the elicitation was determined by high-performance liquid chromatography (HPLC). It was demonstrated that the maximum CPT content in the tissue-cultured plants was achieved after 12 h elicitation with 50 µM MeJA. The average CPT contents …


Recovery Of Ethyl Lactate From Washing Solution Originating From Drill Cuttings Treatment By Adsorption Process, Theary Peng Orng Jan 2020

Recovery Of Ethyl Lactate From Washing Solution Originating From Drill Cuttings Treatment By Adsorption Process, Theary Peng Orng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this study was to recover the washing solutions generated from drill cuttings washing process using an adsorption technology. Ethyl lactate (EL) was selected as an extracting agent for drill cuttings washing throughout the work. Various washing parameters including liquid-to-solid (L/S) ratio, washing time, mixing speed, rinse-to-solid (R/S) ratio, and rinsing time were studied with the aid of response surface methodology. Once the optimal washing conditions were obtained, the recovery of washing solutions, i.e., spent EL and rinsed water using the commercial granular activated carbon (GAC) and kapok fiber (KF) were investigated. Finally, the adsorbent modification and validation …


Integrative Co2 Capture And Utilization Process For Methanol Production Through Hydrogenation Reaction Of Co2-Rich Aqueous Penta-Ethylene Hexamine, Wachiramon Khuenkaew Jan 2020

Integrative Co2 Capture And Utilization Process For Methanol Production Through Hydrogenation Reaction Of Co2-Rich Aqueous Penta-Ethylene Hexamine, Wachiramon Khuenkaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, integration of CO2 capture process with CO2 conversion to methanol process was simulated by Aspen Plus 8.8. The integrative carbon capture and utilization of methanol production can be divided into three main units; CO2 capture unit, methanol synthesis unit, and purification unit. A comparative study between conventional methanol production (case I) and CO2-rich Penta-Ethylene Hexamine (PEHA) conversion to methanol (case II and III) was carried out. Process in case II and III has different product purification processes. In the conventional process, monoethanolamine (MEA) was used in absorber to capture CO2 while PEHA was used in case II …


Air Quality Assessment Due To Particulate Matter (Pm2.5 And Pm10) In Three Indian Cities (Delhi, Kolkata And Guwahati) And Implication On Health, Abhishek Dutta Jan 2020

Air Quality Assessment Due To Particulate Matter (Pm2.5 And Pm10) In Three Indian Cities (Delhi, Kolkata And Guwahati) And Implication On Health, Abhishek Dutta

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to understand the level of air pollution in three Indian cities, i.e., Delhi, Kolkata, and Guwahati, evaluate the predictive ability of multiple linear regression (MLR) forecast models and assess the association between air pollution and daily hospital visits for the respiratory diseases (ICD-10, J00-J99). This study found that the mean value of PM concentrations for 2016-2018 was substantially higher than standard in all three cities. During COVID-19 in 2019-2020, air pollution compared control measurement, PM2.5, PM10, NO2, and CO were reduced drastically for Delhi but O3 and SO2 took an upward surge. Frequency analysis indicated winter season …


Fabrication And Characterization Of Bacterial Cellulose-Chitosan/Alginate/Gelatin Hydrogel Scaffolds For Application In Cartilage Tissue Engineering, Phasuwit Phassorn Phatchayawat Jan 2020

Fabrication And Characterization Of Bacterial Cellulose-Chitosan/Alginate/Gelatin Hydrogel Scaffolds For Application In Cartilage Tissue Engineering, Phasuwit Phassorn Phatchayawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Biopolymers of bacterial cellulose (BC), chitosan (C), alginate (A) and gelatin (G) were combined to fabricate three-dimensional (3D) hydrogel composite scaffolds for tissue engineering applications. The bacterial cellulose-chitosan/alginate/gelatin (BCC-AG) hydrogel scaffolds were characterized for chemical property by Fourier transform infrared (FT-IR) spectroscopic analysis, morphology by scanning electron microscopy (SEM), mechanical properties, degradability, biocompatibility and potential application in cartilage tissue engineering. Results from Fourier transform infrared (FT-IR) spectroscopy showed some weak interactions among BC, chitosan, alginate and gelatin, but no chemical interaction between those biopolymers was observed. The morphology of BCC-AG hydrogel scaffolds under SEM observation revealed that alginate and gelatin …


อิเล็กโทรดีโพสิชันของโครงสร้างนาโนของทองแดงออกไซด์บนแผ่นรองรับทองแดงสำหรับการรีดักชันเชิงไฟฟ้าของไนตรัสออกไซด์, สิรภัทร นิลวิเชียร Jan 2020

อิเล็กโทรดีโพสิชันของโครงสร้างนาโนของทองแดงออกไซด์บนแผ่นรองรับทองแดงสำหรับการรีดักชันเชิงไฟฟ้าของไนตรัสออกไซด์, สิรภัทร นิลวิเชียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการสังเคราะห์โครงสร้างนาโนของทองแดงออกไซด์บนแผ่นรองรับทองแดงโดยใช้วิธีอิเล็กโทรดีโพสิชันเพื่อให้ทองแดงมีพื้นที่ผิวสูงขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะทองแดงจากออกไซด์ในการทำปฏิกิริยารีดักชันเชิงไฟฟ้าของแก๊สไนตรัสออกไซด์ จากผลการศึกษาพบว่าปริมาณผลึกทองแดงออกไซด์แปรผันตามความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าซึ่งหากมีค่าสูงเกินไปจะส่งผลให้เกิดการเกาะติดของผลึกไม่เต็มพื้นผิว นอกจากนี้ อุณหภูมิของอิเล็กโทรไลต์ที่สูงขึ้นทำให้ปริมาณผลึกเพิ่มขึ้นรวมถึงเกิดผลึกขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย โดยพบว่าการอิเล็กโทรดีโพสิชันด้วยความหนาแน่นกระแสฟ้า -3.33 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตรและอุณหภูมิของอิเล็กโทรไลต์ 40 องศาเซลเซียสเป็นสภาวะที่ให้พื้นที่ผิวที่สูงที่สุด การอิเล็กโทรดีโพสิชันที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสก่อให้เกิดผลึกขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัดส่งผลให้พื้นที่ผิวในการทำปฏิกิริยาต่ำลง สำหรับการทำปฏิกิริยารีดักชันเชิงไฟฟ้าของแก๊สไนตรัสออกไซด์ด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะทองแดงจากออกไซด์นั้น พบว่าความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเกิดแก๊สไนโตรเจนแปรผันตามปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมระยะเวลาในการอิเล็กโทรดีโพสิชัน โดยเวลาอิเล็กโทรดีโพสิชันที่เหมาะสมคือ 30 นาที โดยเกิดปฏิกิริยารีดักชันของแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่ศักย์ไฟฟ้าเริ่มต้นประมาณ 0.2 V vs RHE และเกิดปฏิกิริยาการผลิตไฮโดรเจนที่ประมาณ -0.3 V vs RHE และเมื่อศักย์ไฟฟ้าสูงขึ้นทำให้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเกิดแก๊สไนโตรเจนสูงขึ้นจนถึงศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ -0.12 V vs RHE และลดต่ำลงที่ศักย์ไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งให้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเกิดไนโตรเจนสูงสุดเท่ากับ -8.61 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตร และประสิทธิภาพเชิงฟาราเดย์ของการเกิดไนโตรเจนเท่ากับร้อยละ 98.5±1.7 นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาทองแดงจากออกไซด์มีความเสถียรต่อการรีดักชันแก๊สไนตรัสออกไซด์เป็นเวลาอย่างน้อย 7 ชั่วโมง


การปรับปรุงสะพานทางหลวงจากผลกระทบแผ่นดินไหวด้วยระบบแยกฐานและการเสริมค่าความหน่วงโดยใช้เหล็กเดือย, ยงศักดิ์ จิวะตระกูลธรรม Jan 2020

การปรับปรุงสะพานทางหลวงจากผลกระทบแผ่นดินไหวด้วยระบบแยกฐานและการเสริมค่าความหน่วงโดยใช้เหล็กเดือย, ยงศักดิ์ จิวะตระกูลธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบโครงสร้างสะพานภายใต้แรงแผ่นดินไหวด้วยระบบแยกฐาน สามารถลดผลกระทบที่เกิดจากแรงกระทำได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันกลับทำให้โครงสร้างสะพานส่วนบนเกิดการเคลื่อนตัวที่มากขึ้นเป็นผลให้เกิดการชนกันระหว่างชิ้นส่วน และเกิดการวิบัติจากระยะรองรับช่วงสะพานที่ไม่เพียงพอ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาผลตอบสนองของชิ้นส่วนโครงสร้างสะพานที่ถูกออกแบบด้วยระบบแยกฐานและใช้เหล็กเดือยช่วยในการสลายพลังงานและลดการเคลื่อนที่ของคาน ซึ่งจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธีการไฟไนต์อิลิเมนต์ โดยใช้โปรแกรม SAP2000 การศึกษาเลือกพิจารณาสะพานแบบคานคอนกรีตอัดแรงรูปตัวไอ มีความยาวช่วงเสา 20 เมตร ทั้งหมด 5 ช่วง มีการติดตั้งแผ่นยางรองคานสะพานเป็นอุปกรณ์แยกฐาน นอกจากนี้จะทำการคัดเลือกคลื่นแผ่นดินไหวให้สอดคล้องกับการสั่นไหวของพื้นดินที่เกิดขึ้นใน จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย หลังจากทำการสร้างแบบจำลองจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธีการวิเคราะห์การตอบสนองไม่เชิงเส้นแบบประวัติเวลา โดยจะทำการเปรียบเทียบผลการตอบสนองของโครงสร้างสะพานทั้งก่อนและหลังการปรับปรุงโดยใช้เหล็กเดือย ซึ่งจะพิจารณาในกรณีที่เพิ่มความหนาของแผ่นยางรองคานสะพานจากเดิมขนาด 20 เป็น 100 มิลลิเมตร และทำการติดตั้งเหล็กเดือยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร เป็นอุปกรณ์ยึดรั้ง ผลการศึกษาพบว่าการเลือกปรับปรุงโดยการเลือกใช้เหล็กเดือยจำนวน 2 ชิ้น ติดตั้งในระนาบที่ยึดรั้งบริเวณจุดรองรับของโครงสร้างสะพานส่วนบนกับโครงสร้างสะพานส่วนล่าง ให้ผลการตอบสนองที่เหมาะสมมากกว่ากรณีก่อนการปรับปรุง โดยระยะการเคลื่อนตัวสูงสุดของคานรองรับแผ่นพื้นลดลงจาก 64 เป็น 51 มิลลิเมตร คิดเป็นร้อยละ 20 และยังช่วยลดผลการตอบสนองของโครงสร้างสะพานส่วนล่าง โดยเสาตอม่อเกิดการครากเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้แรงเฉือนสูงสุดที่ฐานลดลงร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับกรณีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างสะพาน


การพัฒนาผนังสลายพลังงานแบบวิสโคอิลาสติก, ฐิติพงศ์ เจริญสุข Jan 2020

การพัฒนาผนังสลายพลังงานแบบวิสโคอิลาสติก, ฐิติพงศ์ เจริญสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาพัฒนาผนังสลายพลังงานแบบวิสโคอิลาสติก (Viscoelastic wall dampers) ด้วยวัสดุ Asphalt (ยางมะตอย) และ Polyisobutene (PIB) แม้ว่าในปัจจุบันมีผู้ผลิตอุปกรณ์สลายพลังงานสำหรับอาคารเพื่อต้านทานแผ่นดินไหวและแรงลมจำหน่าย แต่มีราคาแพงเพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษาที่สูง นอกจากนั้นยังพบว่า ส่วนใหญ่มีรูปแบบที่กระทบต่อความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม ในงานวิจัยนี้จึงพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาผนังสลายพลังงานแบบวิสโคอิลาสติกด้วยวัสดุที่มีราคาไม่แพง มีรูปแบบคล้ายผนังอาคารทั่วไปเพื่อไม่กระทบต่อความสวยงามของอาคาร โดยทำการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของผนังสลายพลังงานจากการทดสอบชิ้นงานตัวอย่างขนาดย่อส่วนในห้องปฏิบัติการ ภายใต้แรงกระทำแบบวัฏจักร (Cyclic testing) ตามมาตรฐาน ASCE 7-16 ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าวัสดุ PIB มีคุณสมบัติในการสลายพลังงานที่ดี และมีเสถียรภาพภายใต้การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จึงนำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของผนังสลายพลังงานชนิด PIB มาประมาณคุณสมบัติของผนังสลายพลังงานขนาดเท่าของจริง เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการสลายพลังงานกับผลิตภัณฑ์ผนังสลายพลังงานแบบหนืด (Viscous Wall Damper) ของต่างประเทศ ผลการศึกษาพบว่าผนังสลายพลังงานแบบวิสโคอิลาสติคที่พัฒนามีประสิทธิภาพในการสลายพลังงานดีกว่าผนังสลายพลังงานแบบหนืดอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สามารถลดขนาดและจำนวนผนังสลายพลังงานที่ต้องติดตั้งในอาคารได้ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออกแบบต้านทานแผ่นดินไหวและแรงลมที่อาจประหยัดและมีประสิทธิภาพกว่าวิธีการปกติที่นิยมเพิ่มขนาดส่วนโครงสร้างให้มีกำลังหรือสติฟเนสมากขึ้น


การวางตำแหน่งที่เหมาะที่สุดของตัวขยายแสงเอสโอเอสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลอีเทอร์เน็ต 100 กิกะบิต, พิชชากรณ์ สวัสดี Jan 2020

การวางตำแหน่งที่เหมาะที่สุดของตัวขยายแสงเอสโอเอสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลอีเทอร์เน็ต 100 กิกะบิต, พิชชากรณ์ สวัสดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของตัวขยายแสงเอสโอเอเพื่อขยายระยะทางของการสื่อสารทางแสงในการเชื่อมต่อโครงข่ายศูนย์ข้อมูล 100 กิกะบิต โดยใช้ดับเบิ้ลยูดีเอ็ม 4 ช่องสัญญาณในช่วงความยาวคลื่นในแถบความถี่โอ (1295 nm, 1300 nm, 1305 nm, และ 1310 nm) ด้วยอัตราการส่งข้อมูลช่องสัญญาณละ 25.78125 กิกะบิตต่อวินาทีตามมาตรฐาน 100GBASE-LR4 คุณภาพสัญญาณภายหลังการแทรกตัวขยายแสงเอสโอเอจะได้รับผลกระทบจาก (1) การเสื่อมโอเอสเอ็นอาร์เมื่อกำลังขาเข้าตัวขยายแสงเอสโอเอมีค่าต่ำ, (2) ผลกระทบรูปแบบบิตเมื่อกำลังขาเข้าตัวขยายแสงเอสโอเอมีค่าสูง, และ (3) เอ็กซ์จีเอ็มเมื่อใช้ขยายหลายช่องดับเบิ้ลยูดีเอ็ม เพื่อระบุการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของตัวขยายแสงเอสโอเอ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ประเมินคุณภาพสัญญาณจากแผนภาพรูปตาและรูปคลื่นของสัญญาณแสงรวมทั้งกราฟอัตราความผิดพลาดบิตและกราฟช่วงไดนามิก ซึ่งวัดจากการทดลองสองชุดคือ (1) ชุดแรกใช้อุปกรณ์วิจัยเพื่อเปรียบเทียบผลการทดลองกับการคำนวณผ่านโปรแกรม MATLAB ได้ และ (2) ชุดสองใช้อุปกรณ์เชิงพาณิชย์เพื่อบ่งบอกความรุนแรงของผลกระทบทั้งสามในลิงก์ดับเบิ้ลยูดีเอ็มที่ใช้จริง ผลการทดลองชุดแรกสรุปได้ว่า (1) ผลการทดลองใกล้เคียงกับผลการคำนวณอัตราความผิดพลาดบิตภายใต้ผลกระทบหลักของการเสื่อมโอเอสเอ็นอาร์ (2) ผลกระทบรูปแบบบิตไม่สามารถถูกคำนวณได้เนื่องจากเป็นผลกระทบแบบไม่เชิงเส้น โดยขึ้นอยู่กับเวลาฟื้นฟูของตัวขยายแสงเอสโอเอและลำดับไบนารี่การสุ่มแบบเทียมที่ใช้งาน, และ (3) การวางตำแหน่งที่เหมาะของตัวขยายแสงเอสโอเอคือ 40 กิโลเมตรจากภาคส่ง อีกทั้งผลการทดลองชุดสองสรุปได้ดังนี้ผลกระทบทั้งสามก่อให้เกิดโทษกำลังที่ต่างกันในการส่งข้อมูลอย่างไรก็ตามการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของตัวขยายแสงเอสโอเอในการทดลองนี้คือระยะทาง 40 กิโลเมตรเช่นเดียวกับการทดลองแรก ท้ายสุดเมื่อส่งข้อมูลทั้งสี่ช่องสัญญาณผ่านเส้นใยแก้วนำแสงระยะทางดังกล่าวและตัวขยายแสงเอสโอเอ พบว่าอัตราความผิดพลาดบิตมีค่าต่ำกว่า 10-12 พิสูจน์การรับส่งข้อมูลตามมาตรฐาน 100GBASE-LR4 ได้


อัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า, วรยุทธ วงศ์นิล Jan 2020

อัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า, วรยุทธ วงศ์นิล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เซลลูลาร์ออโตมาตาถือเป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่สามารถทำงานแบบระบบพลวัต ซึ่งประกอบไปด้วยสถานะจำกัดที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระบบเรียกเซลล์ แต่ละเซลล์จะเปลี่ยนสถานะไปยังสถานะใหม่พร้อมกันด้วยการอาศัยกฎการส่งผ่านที่ขึ้นอยู่กับเซลล์รอบ ๆ ด้วยเวลาแบบเต็มหน่วย แม้ว่าเซลลูลาร์ออโตมาตามีโครงสร้างและนิยามในแบบพื้นฐาน แต่สามารถสร้างระบบที่พฤติกรรมมีความซับซ้อนได้ สมบัติในการผันกลับได้ของเซลลูลาร์ออโตมาตาถือเป็นสมบัติสำคัญที่ได้รับความสนใจในหลายงานวิจัยและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานหลาย ๆ ด้านในทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่ายังถือมีข้อจำกัดของจำนวนกฎที่มีไม่มากที่มีสมบัติดังกล่าว ในงานวิจัยนี้ศึกษาและเสนออัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่านิยามเซลล์เพื่อนบ้านด้วยเวกเตอร์ ด้วยการแทนเซลลูลาร์ออโตมาตาด้วยกราฟสับเซตย่อยเราเสนอวิธีในการระบุสมบัติการผันกลับได้ในกราฟโดยการพิจารณาเส้นเชื่อมและจุดยอดที่เชื่อมถึงกัน นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังเสนอวิธีในการคำนวณสถานะก่อนหน้าสำหรับสถานะใด ๆ ของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติที่มีสมบัติผันกลับได้ภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า ซึ่งวิธีที่ได้เสนออยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาลักษณะของเซลล์เพื่อนบ้านด้วยการคำนวณทางเดินบนกราฟด้วยการดำเนินการของเมตริกซ์


การวิเคราะห์ข้อความภาษาธรรมชาติตามประมวลกฎหมายอาญา, วีรยุทธ ครั่งกลาง Jan 2020

การวิเคราะห์ข้อความภาษาธรรมชาติตามประมวลกฎหมายอาญา, วีรยุทธ ครั่งกลาง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้วิเคราะห์การบังคับใช้กฎหมายอาญาของประเทศไทย ในภาค1 บทบัญญัติทั่วไป และภาค2 เฉพาะความผิดเกี่ยวกับชีวิต มาตรา 288 และมาตรา 289 ในลักษณะ10 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ส่วนแรกของวิทยานิพนธ์นี้ใช้ความรู้ด้านกฎหมายอาญาและคำพิพากษาของศาลฎีกาในการสร้างกฎในการพิจารณาที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ และส่วนที่สองคือการฝึกฝนแบบจำลองด้วยชุดข้อมูลจากคำพิพากษาด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก โดยแก้ปัญหาความไม่สมดุลของกลุ่มข้อมูลฝึกสอนด้วยการสังเคราะห์ตัวอย่างข้อมูลในกลุ่มอื่น ๆ ให้มีจำนวนเท่ากับกลุ่มที่มากที่สุด และฝึกสอนด้วยโครงข่ายหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวทิศทางเดียวและสองทิศทาง ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบวกกลับประเภทหนึ่ง และเมื่อวัดประสิทธิภาพแบบจำลองด้วยค่าเฉลี่ยมหภาคเอฟวัน พบว่าแบบจำลองของหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวสองทิศทางให้ประสิทธิภาพสูงกว่าแบบทิศทางเดียว และการใช้ค่าถ่วงน้ำหนักเริ่มต้นจากเรียนรู้ด้วยคลังข้อมูลขนาดใหญ่อื่น ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าการใช้เฉพาะข้อมูลฝึกสอน และท้ายสุดทำการทดสอบความแม่นยำของแบบจำลองจากข่าวอาชญากรรมด้วยเทคนิคการหาค่าเฉลี่ยความน่าจะเป็น เพื่อใช้เป็นข้อมูลขาเข้าของกฎการพิจารณา พบว่าสอดคล้องกับความเห็นของนักกฎหมาย 59 %


การสร้างแบบจำลองปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบอ้อยด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียมเซนทิเนลสอง, ณัฐสรณ์ ธิติวัชรเดช Jan 2020

การสร้างแบบจำลองปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบอ้อยด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียมเซนทิเนลสอง, ณัฐสรณ์ ธิติวัชรเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกที่รายงานความสัมพันธ์ของคลอโรฟิลล์ในใบอ้อยโดยวิเคราะห์จากค่าใบเขียวที่วัดค่าจากกการดูดกลืนแสงของใบอ้อยซึ่งอ่านได้จากเครื่องคลอโรฟิลล์มิเตอร์เปรียบเทียบหาความสัมพันธ์กับช่วงคลื่นของภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel – 2 ด้วยแบบจำลองการวิเคราะห์ 4 วิธีการ คือ แบบจำลองการวิเคราะห์แบบถดถอยแบบง่าย แบบการวิเคราะห์แบบจำลองถดถอยแบบพหุคูณ แบบจำลองความสัมพันธ์แบบป่าสุ่ม และแบบจำลองการพยากรณ์ด้วยเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบแพร่กลับ ผลการหาความสัมพันธ์พบว่าแบบจำลองวิเคราะห์แบบถดถอยแบบง่าย พบว่าช่วงคลื่นที่ 3 ที่ช่วงคลื่นการสะท้อนแสงสีเขียวให้ผลความสัมพันธ์ที่ดีกว่าช่วงคลื่นอื่น ๆ ทั้งสองระดับรายละเอียดเชิงพื้นที่ 10 เมตร และ 20 เมตร เมื่อมีการผสมรวมของช่วงคลื่นหลายช่วงคลื่นเข้าด้วยกัน ด้วยแบบจำลองถดถอยพหุคูณ พบช่วงคลื่นที่เหมาะสมต่อความสัมพันธ์ของแบบจำลองคลอโรฟิลล์ โดยนำเสนอค่าความสัมพันธ์ R2 เท่ากับ 0.63 และ 0.69 ที่เก้าช่วงคลื่น (2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 11 และ 12) ในระยะย่างปล้อง และแก่และสุกในรายละเอียดเชิงพื้นที่ 10 เมตร ในการพยากรณ์ความสัมพันธ์ ในช่วงระยะย่างปล้องพบว่า แบบจำลองการพยากรณ์ด้วยเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบแพร่กลับให้ความสัมพันธ์ที่สูงกว่าแบบจำลองความสัมพันธ์แบบป่าสุ่ม โดยให้ค่าความสัมพันธ์ R2 เท่ากับ 0.75 และ 0.71 ตามลำดับ ในขณะที่ระยะแก่และสุกให้ค่าความสัมพันธ์ R2 เท่ากับ 0.79 และ 0.78 ตามลำดับ ผลการศึกษา สามารถนำแบบจำลองไปใช้ประยุกต์หาสัมพันธ์ระหว่างค่าปริมาณคลอโรฟิลล์กับภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel – 2 เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินสุขภาพ และคุณภาพของอ้อยต่อไป จากแนวคิดดังกล่าว ผู้วิจัยเสนอให้ลองสร้างแบบจำลองการวิเคราะห์ด้วยอัลกอริทึมประเภทการเรียนรู้เชิงลึก เพื่อยืนยันผลความสัมพันธ์ในการทดลองครั้งนี้