Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Language and Literacy Education Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1 - 30 of 79

Full-Text Articles in Language and Literacy Education

การจัดการเรียนรู้การอ่านตามกลยุทธ์การอ่านเชิงสนทนาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการอ่าน และความเพลิดเพลินในการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, จักรณรงค์ อินพหล Jan 2025

การจัดการเรียนรู้การอ่านตามกลยุทธ์การอ่านเชิงสนทนาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการอ่าน และความเพลิดเพลินในการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, จักรณรงค์ อินพหล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาขั้นตอนการจัดการเรียนรู้การอ่านตามกลยุทธ์การอ่านเชิงสนทนาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการอ่านและความเพลิดเพลินในการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้การอ่านตามกลยุทธ์การอ่านเชิงสนทนาที่มีต่อสมรรถนะการอ่าน และความเพลิดเพลินในการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ตัวอย่างวิจัยได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 16 คน ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ คาบละ 1 ชั่วโมง รวม 16 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบวัดสมรรถนะการอ่าน 2) แบบวัดความเพลิดเพลินในการอ่านโดยการประเมินตนเอง และ 3) แบบวัดความเพลิดเพลินในการอ่านโดยการสัมภาษณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามกลยุทธ์ การอ่านเชิงสนทนา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (Relative Gain Score) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้การอ่านตามกลยุทธ์การอ่านเชิงสนทนาพัฒนาขั้น ประกอบด้วย 3 ขั้น ได้แก่ (1) ขั้นกำหนดวัตถุประสงค์และเตรียมตัวอ่าน (2) ขั้นตอบสนองต่อบทอ่าน และ (3) ขั้นประเมินค่าและคิดต่อยอดจากบทอ่าน และ 2) จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพพบว่า ได้ผลสอดคล้องกันคือนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้การอ่านตามกลยุทธ์การอ่านเชิงสนทนา มีพัฒนาการสมรรถนะการอ่านและความเพลิดเพลินในการอ่านตั้งแต่ระดับต้นขึ้นไปทุกคน


Guidelines For Designing Efl Textbooks To Promote Critical Reading Using Out-Of-Class English Materials, Chudakarn Pakarasang Jan 2025

Guidelines For Designing Efl Textbooks To Promote Critical Reading Using Out-Of-Class English Materials, Chudakarn Pakarasang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purposes of this mixed methods study were to 1) examine the extent to which critical reading instruction is embedded in Thai upper-secondary classrooms, and 2) propose guidelines for designing EFL textbooks to promote critical reading using out-of-class English materials for upper-secondary students. Data were collected through a questionnaire, classroom observations, and follow-up interviews. The research instruments consisted of 1) Teacher’s Critical Reading Teaching Practice Questionnaire, 2) observation field notes, and 3) semi-structured interview questions. The participants in the first phase were 91 English teachers in Bangkok, selected through purposive and convenience sampling. From this group, four model teachers were …


The Implementation Of Digital Extensive Reading To Enhance Reading Ability For Chinese Efl Learners, Xiaoyi Wu Jan 2025

The Implementation Of Digital Extensive Reading To Enhance Reading Ability For Chinese Efl Learners, Xiaoyi Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this study were: (1) to investigate the effect of Digital Extensive Reading on Chinese junior high school EFL learners’ reading ability, encompassing vocabulary knowledge, reading comprehension, and reading fluency; (2) to explore these learners’ opinions on DER. The participants were fifteen A2-level junior high school learners in China, selected via convenience sampling and engaged in nine 120-minute DER sessions. Both qualitative and quantitative data were collected. For the first research objective, descriptive statistics, the Wilcoxon signed-rank test and effect-size calculations were employed to analyze pre- and post-test scores on vocabulary knowledge and reading comprehension. Thematic analysis was …


การจัดการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์เพื่อเสริมสร้างการอ่านสะท้อนคิดและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ศุภณัฐ เดชรักษา Jan 2025

การจัดการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์เพื่อเสริมสร้างการอ่านสะท้อนคิดและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ศุภณัฐ เดชรักษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติก เซมินาร์ 2) ศึกษาผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์ในการเสริมสร้างการอ่านสะท้อนคิดและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ประชากร ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขนาดกลาง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 40 คน ในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดการอ่านสะท้อนคิด และแบบวัดการรู้ซึ้งถึงความรู้สึก เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขั้นของกิจกรรม การเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น สถิติวิเคราะห์ที่ใช้ ได้แก่ การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสองกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยหลายกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กันแบบวัดซ้ำ และการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมการเรียนรู้การอ่านบันเทิงคดีตามกลยุทธ์โซเครติกเซมินาร์ ประกอบด้วย 2 ขั้นหลัก ได้แก่ ขั้นการเตรียมบทอ่านและคำถามก่อนสัมมนา และขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นการวิเคราะห์บทอ่านรายบุคคล ขั้นการสัมมนาบทอ่าน ขั้นการเชื่อมโยงสู่ประสบการณ์ของตนเอง และขั้นการประเมินผลเพื่อสะท้อนการเรียนรู้และพัฒนา ผลการนำไปใช้กับตัวอย่างพบว่า คะแนนการอ่านสะท้อนคิดของนักเรียนหลังทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีพัฒนาการระหว่างจัด การเรียนรู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดทุกช่วงเวลา ส่วนคะแนนการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนหลังทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีพัฒนาการระหว่างจัดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดทุกช่วงเวลา


ผลการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอสที่มีต่อการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์, กุลสตรี มันทิกะ Jan 2025

ผลการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอสที่มีต่อการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์, กุลสตรี มันทิกะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ก่อนและหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอสทั้งในภาพรวมและจำแนกตามระดับการฟัง และ 2) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระหว่างได้รับการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอส ตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 จำนวน 25 คน โดยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการฟัง เพื่อความเข้าใจและแผนการจัดกิจกรรม ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจโดยภาพรวมหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมสูงกว่าก่อนได้รับการสอนซ่อมเสริมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาจำแนกตามระดับการฟังเพื่อความเข้าใจ พบว่า ทั้ง 5 ระดับ มีคะแนนเฉลี่ยหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมสูงกว่าก่อนได้รับการสอนซ่อมเสริมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนระหว่างได้รับการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอส พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจหลังการสอนสูงกว่าก่อนการสอนในทุกระดับการฟัง


การจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม เพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฏฐภัทร มูลหิลัญจน์เดชา Jan 2025

การจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม เพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฏฐภัทร มูลหิลัญจน์เดชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม 2) เพื่อเปรียบเทียบความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังได้รับ การจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบการอ่านเพื่อความเข้าใจ แบบวัดความผูกพันกับการอ่าน และแผนการจัดการเรียนรู้การอ่านวรรณคดีไทยเพื่อความเข้าใจตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ทั้งในภาพรวมและจำแนกตามระดับการอ่านสูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) คะแนนเฉลี่ยความผูกพันกับการอ่านของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามแนวคิดการสร้างความรู้เชิงสังคม หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ทั้งในภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบสูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05


กิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, พีระวัฒน์ วิบูลย์กุล Jan 2025

กิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, พีระวัฒน์ วิบูลย์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบ สืบสอบเป็นกลุ่มที่มีต่อความฉลาดรู้การอ่านของผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัยได้แก่ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร จำนวน 38 คน ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ รวม 16 คาบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่มร่วมกับ แนวทางการพัฒนาความฉลาดรู้การอ่าน แบบสอบกระบวนการอ่านและการนำผลการอ่านไปใช้ และแบบวัด ความผูกพันกับการอ่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยความฉลาดรู้การอ่านของผู้เรียนหลังได้รับการจัดกิจกรรมการอ่านตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบสอบเป็นกลุ่มทั้งในภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบสูงกว่าก่อนได้รับ การจัดกิจกรรมการอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาชุดการเรียนการสอนบทสนทนาภาษาไทยระดับกลางโดยใช้ทฤษฎีการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมสำหรับนักศึกษาจีน, ธวรุตต์ จุลคีรี Jan 2024

การพัฒนาชุดการเรียนการสอนบทสนทนาภาษาไทยระดับกลางโดยใช้ทฤษฎีการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมสำหรับนักศึกษาจีน, ธวรุตต์ จุลคีรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง "การพัฒนาชุดการเรียนการสอนบทสนทนาภาษาไทยระดับกลางโดยใช้ทฤษฎีการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมสำหรับนักศึกษาจีน" นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการเรียนการสอนบทสนทนาภาษาไทยระดับกลางโดยใช้ทฤษฎีการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม และ 2) ศึกษาผลการใช้ชุดการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา แบบแผนการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียวมีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง ประชากร คือ นักศึกษาจีนที่เรียนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศระดับกลางในสถาบันอุดมศึกษาในกรุงเทพมหานครที่เปิดสอนภาษาไทยให้นักศึกษาจีน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษาจีนที่เรียนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศระดับกลางในสถาบันอุดมศึกษาในกรุงเทพมหานคร จำนวน 11 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและการทดลอง คือ ชุดการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 1) กิจกรรมการเรียนการสอน 4 ขั้น 2) วัตถุประสงค์การเรียนการสอน 3) สาระการเรียนรู้ 4) สื่อการเรียนการสอน 5) เกณฑ์การให้คะแนนความสามารถในการสนทนาภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศระดับกลาง 6) แบบประเมินท้ายหน่วยการเรียนรู้ 7) แผนการจัดการเรียนการสอน 8) แบบฝึกปฏิบัติและเฉลย 9) แบบทดสอบก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอน รวมทั้งมีคู่มือครูและคู่มือนักศึกษาหรือบัตรคำสั่งงานสำหรับการใช้งานชุดการเรียนการสอน และ 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถการพูดสนทนาภาษาไทยระดับกลางของนักศึกษาจีนหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนฯ สูงกว่าก่อนได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนฯ


การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบทเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความเพลิดเพลินในการอ่านสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา, โชคอำนวย เอี่ยมนเรพร Jan 2024

การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบทเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความเพลิดเพลินในการอ่านสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา, โชคอำนวย เอี่ยมนเรพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาขั้นตอนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบท และ 2) ศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบท ที่มีต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจและความเพลิดเพลินในการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษา การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ที่ศึกษาประสิทธิผลของขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ตัวอย่างวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเอกชนชายล้วนขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 52 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบวัดการอ่านเพื่อความเข้าใจและแบบวัดความเพลิดเพลินในการอ่านก่อนและหลังการทดลอง และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบทที่พัฒนาขึ้น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบทเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความเพลิดเพลินในการอ่านสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) ขั้นเตรียมการคัดเลือกบทอ่าน มีขั้นตอนย่อย คือ สำรวจความรู้เดิมของนักเรียน และ คัดเลือกปรบทที่สัมพันธ์กับบทอ่าน และ (2) ขั้นจัดการเรียนรู้ มีขั้นตอนย่อย คือ (2.1) การสร้างความสนใจ (2.2) การอ่านตัวบทหลัก (2.3) การอ่านปรบท และ (2.4) การสะท้อนเจตคติ และ 2) ผลการทดลองใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยโดยใช้ปรบทมีความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจและความเพลิดเพลินในการอ่านสูงหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Effects Of Translanguaging In Reading Instruction On Chinese Undergraduate Students' English Reading Comprehension, Jingxuan Wang Jan 2024

Effects Of Translanguaging In Reading Instruction On Chinese Undergraduate Students' English Reading Comprehension, Jingxuan Wang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this study were to: 1) investigate the effects of translanguaging in improving English reading comprehension among Chinese undergraduate students, and 2) explore the opinions of Chinese undergraduate students towards the use of translanguaging in English reading instruction. The participants were 42 non-English major undergraduate students from a provincial university in Yunnan, China. The research instruments included pre- and post-tests of English reading comprehension, and semi-structured interviews. Results from the paired sample t-test at the .05 significance level revealed that students’ English reading comprehension improved significantly following the use of translanguaging in English reading instruction, especially among those …


การจัดการเรียนรู้การอ่านวรรณคดีไทยโดยใช้วงวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างความร่วมรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, วิทยานันท์ บุญกอง Jan 2024

การจัดการเรียนรู้การอ่านวรรณคดีไทยโดยใช้วงวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างความร่วมรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, วิทยานันท์ บุญกอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้การอ่านวรรณคดีไทยโดยใช้วงวรรณกรรมที่มีต่อการเสริมสร้างความร่วมรู้สึกสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง จำนวน 40 คน ใช้เวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ รวมทั้งสิ้น 12 คาบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินความร่วมรู้สึก และแบบบันทึกการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความร่วมรู้สึกภาพรวมหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาจำแนกตามองค์ประกอบ ทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความร่วมรู้สึกด้านความคิด ความร่วมรู้สึกด้านอารมณ์ความรู้สึก และความร่วมรู้สึกด้านพฤติกรรม พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกองค์ประกอบ 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความร่วมรู้สึกของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้การอ่านวรรณกรรมไทยโดยใช้วงวรรณกรรมเพื่อส่งเสริมความร่วมรู้สึกจำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า ความร่วมรู้สึกของนักเรียนระยะหลังดีขึ้นกว่าระยะแรกทุกองค์ประกอบ


การพัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้กระบวนการขยายมโนทัศน์ผ่านกิจกรรมทางภาษาสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ณัฐนันท์ สาริโก Jan 2024

การพัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้กระบวนการขยายมโนทัศน์ผ่านกิจกรรมทางภาษาสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ณัฐนันท์ สาริโก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการขยายมโนทัศน์ผ่านกิจกรรมทางภาษา (Extending Concepts through Language Activities: ECOLA) ที่มีต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-group pretest-posttest design) กลุ่มตัวอย่างวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนสาธิตมัธยมศึกษาสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการขยายมโนทัศน์ผ่านกิจกรรมทางภาษา จำนวน 3 หน่วยการเรียนรู้ คือ หน่วยการเรียนรู้บันเทิงคดีประเภทสัจนิยม หน่วยการเรียนรู้สารคดี และหน่วยการเรียนรู้บันเทิงคดีประเภทเรื่องราว โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การระบุวัตถุประสงค์การสื่อสาร 2) การอ่านในใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจที่กำหนด 3) การตกผลึกความรู้ความเข้าใจผ่านการเขียน 4) การอภิปรายผลการอ่าน และ 5) การเขียนและเปรียบเทียบผลการอ่านก่อนและหลังการอภิปราย และ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดการอ่านเพื่อความเข้าใจ ซึ่งครอบคลุมการอ่านเพื่อความเข้าใจ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับข้อเท็จจริง ระดับการวิเคราะห์ ระดับการประเมินค่า และระดับการประยุกต์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ dependent sample t-test ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยการอ่านเพื่อความเข้าใจหลังการจัดกิจกรรมเท่ากับ 27.43 คะแนน (S.D. = 2.80) ซึ่งสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย 21.27 คะแนน (S.D. = 5.28) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาคะแนนการอ่านเพื่อความเข้าใจจำแนกตามระดับทั้ง 4 คือ ระดับข้อเท็จจริง ระดับวิเคราะห์ ระดับประเมินค่า และระดับประยุกต์ พบว่าหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการขยายมโนทัศน์ผ่านกิจกรรมทางภาษา นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกระดับ แสดงให้เห็นว่า กระบวนการขยายมโนทัศน์ผ่านกิจกรรมทางภาษามีผลต่อการพัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ


Effects Of Ai-Assisted Collaborative Learning On English Speaking Skill Of Myanmar Undergraduate Students, Tin Lin Kyaw Jan 2024

Effects Of Ai-Assisted Collaborative Learning On English Speaking Skill Of Myanmar Undergraduate Students, Tin Lin Kyaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The present study endeavored to: 1) examine effects of AI-assisted collaborative learning on English speaking skill of Myanmar undergraduate students, and 2) explore opinions of Myanmar undergraduate students towards AI-assisted collaborative learning. This research is a quasi-experimental study. The participants were 32 participants, selected through convenience sampling, as they were administered English speaking lessons for eight class periods. The instructional instrument involved lesson plans, while the research instruments contained pre- and post-tests of English speaking, and semi-structured interviews. The research findings revealed that 1) there were substantial developments in students’ English speaking skill after the implementation of AI-assisted collaborative learning, …


Effects Of Drama-Based Instruction With Digital Learning Activities On English Oral Communication Ability Of Myanmar Secondary Efl Students, Nang Phong Noan Jan 2024

Effects Of Drama-Based Instruction With Digital Learning Activities On English Oral Communication Ability Of Myanmar Secondary Efl Students, Nang Phong Noan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Despite DBI’s documented benefits globally, few researchers have examined its integration with digital technologies in the Myanmar educational context. This quasi-experimental study aims to 1) investigate how drama-based instruction (DBI) combined with digital learning tools affects English oral communication ability among Myanmar secondary EFL students and 2) explore their perceptions towards the intervention. The study engaged 23 (Grade 5-9) EFL students from a language training school in Shan State, Myanmar. The 20-hour intervention combined systematic dramatic techniques, including drama games, readers’ theater, role-playing, character improvisation, and hot seating, with targeted digital learning tools (Padlet for collaborative discussions and peer feedback …


Exploration Of Global Englishes Orientation On English Textbooks In China, Lin Chen Jan 2024

Exploration Of Global Englishes Orientation On English Textbooks In China, Lin Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Given China’s growing global perspective in education and the widespread use of English as a Lingua Franca, this study examined the integration of Global Englishes (GE) principles in senior high school English textbooks. Using a qualitative content analysis, the textual, visual, and auditory elements in three textbooks approved by China’s Ministry of Education were examined. The analysis was guided by Rose and Galloway’s 2018 Global Englishes Language Teaching framework, focusing on six aspects: target interlocutors, ownership, norms, cultures, needs, and assessment criteria. Overall, the findings indicate a GE orientation across all three textbooks, evidenced by the representation of diverse English …


การจัดการเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ Please เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, กระต่าย วิรัชยานุกูล Jan 2024

การจัดการเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ Please เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, กระต่าย วิรัชยานุกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ PLEASE 2) วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระหว่างที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ PLEASE ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนคาทอลิกในสังกัดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เขต 1 จำนวน 28 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการ เกณฑ์การประเมินงานเขียนเรียงความเชิงวิชาการ แบบวิเคราะห์ผลงานเรียงความเชิงวิชาการ และแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ PLEASE และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยของความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ผลการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกลยุทธ์ PLEASE พบว่า ความสามารถในการเขียนเรียงความเชิงวิชาการของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเปลี่ยนแปลงดีขึ้นทุกองค์ประกอบ


การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว Jan 2024

การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา และ 2) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา ตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 จำนวน 33 นาย โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบวัดการรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเองและการอ่านเพื่อความเข้าใจ 2) แบบวัดความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเอง 3) แบบประเมินพฤติกรรมความรับผิดชอบต่อตนเอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาที่พัฒนาขึ้น มี 4 องค์ประกอบ คือ (1) วัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้ (2) เนื้อหาสาระและสื่อ (3) ขั้นการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ ขั้นเตรียม : การเลือกวรรณกรรมที่เสริมสร้างความรับผิดชอบ ขั้นสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรับผิดชอบ และขั้นสร้างความเข้าใจในการอ่านวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบ และ (4) การวัดและประเมินผล และ 2) ผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาโดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นพบว่า หลังการจัดการเรียนรู้ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหารสูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การจัดการเรียนการสอนเขียนโดยใช้โมเดล 4ex2 ร่วมกับเทคนิคสตอรี่บอร์ดเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษา, วิลาสินี เจียว Jan 2024

การจัดการเรียนการสอนเขียนโดยใช้โมเดล 4ex2 ร่วมกับเทคนิคสตอรี่บอร์ดเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษา, วิลาสินี เจียว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเขียนโดยใช้โมเดล 4Ex2 ร่วมกับเทคนิคสตอรี่บอร์ดเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษา และเพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนการสอนเขียนโดยใช้โมเดล 4Ex2 ร่วมกับเทคนิคสตอรี่บอร์ดเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษา ก่อน ระหว่าง และหลังเรียน ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 40 คน ของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครเขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ เกณฑ์การประเมินความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ และแผนการจัดการเรียนการสอนเขียน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) การจัดการเรียนการสอนเขียนที่พัฒนาขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ โดยมีหลักการ 4 ประการ คือ (1) การจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ (2) การจัดเตรียมปัจจัยที่เสริมสร้างการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ (3) การเสริมสร้างประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนเขียน (4) การควบคุมและการประเมินกระบวนการจัดการเรียนการสอนเขียน และมีขั้นตอนของการจัดการเรียนการสอนเขียนที่พัฒนาขึ้น 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) สร้างความสนใจในการเขียน (2) เรียนรู้และค้นคว้า (3) เรียบเรียงเขียนเนื้อหา (4) เชื่อมโยงกับชีวิตจริง 2) ผลของการจัดการเรียนการสอนเขียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ในภาพรวมสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์จำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า ด้านเนื้อหา และด้านการใช้ภาษา สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คะแนนเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการเขียนสารคดีเชิงสร้างสรรค์ใน 2 ระยะของการทดลองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Analysis Of Translanguaging In English Learning Of Thai Secondary Students, Dalton Le Jan 2024

Analysis Of Translanguaging In English Learning Of Thai Secondary Students, Dalton Le

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This mixed-methods study was conducted to develop a questionnaire that explores students’ translanguaging practices and translanguaging perceptions in Thai secondary school English language instruction. The study was conducted in two phases. In the first phase, classroom observations and teacher interviews were used to frame and categorize students’ translanguaging practices, which were then used to construct the Translanguaging Practices and Perceptions Questionnaire. In the second phase, the questionnaire was distributed to 430 Thai students from M4 to M6 at a public government school in Thailand. After distribution, a confirmatory factor analysis revealed that the proposed factors in the questionnaire had a …


การพัฒนาชุดการสอนดนตรีรองเง็งปัตตานีสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น, วสวัตติ์ นวลนาค Jan 2024

การพัฒนาชุดการสอนดนตรีรองเง็งปัตตานีสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น, วสวัตติ์ นวลนาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการสอนดนตรีรองเง็งปัตตานี สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2) ศึกษาผลการนำชุดการสอนดนตรีรองเง็งปัตตานีสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปทดลองใช้ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยการวิจัยและพัฒนา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) ชุดการสอนดนตรีรองเง็งปัตตานีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 2) แบบประเมินคุณภาพชุดการสอนสำหรับผู้เชี่ยวชาญ 3) แบบสังเกตพฤติกรรมด้านจิตพิสัยของผู้เรียน และ 4) แบบประเมินทักษะการขับร้องและเล่นดนตรีของผู้เรียน ตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 คน ได้จากการสุ่มแบบยกกลุ่ม (Cluster Sampling) ผลการวิจัยพบว่า ชุดการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นจากบทเพลงรองเง็งปัตตานีจำนวน 4 บทเพลง มีผลการประเมินคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับดี ผู้วิจัยได้นำข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญทุกท่านมาปรับปรุงองค์ประกอบต่าง ๆ จากนั้นนำไปทดลองใช้กับตัวอย่าง ผลการทดลองใช้ชุดการสอน แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านจิตพิสัย ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมด้านการรับรู้ (Receiving) มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่ระดับพฤติกรรมด้านการตอบสนอง (Responding) และด้านการสร้างคุณค่า (Valuing) มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีวินัยและความรับผิดชอบในการเรียนรู้มากขึ้น และ 2) ด้านทักษะพิสัย พบว่าโดยรวมนักเรียนมีทักษะในการร้องเพลงและปฏิบัติดนตรีได้คะแนนระดับดีอย่างสม่ำเสมอทั้ง 4 สัปดาห์ แม้ว่าในด้านทักษะการขับร้องเพลงยังมีความจำเป็นต้องพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มคุณภาพในการร้องเพลงให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการปรับปรุงชุดการสอนตามผลการใช้งาน ผู้วิจัยได้ทำการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุดการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสมบูรณ์ของชุดการสอน โดยเสนอแนวทางการปรับปรุงใน 4 ประเด็นที่มีความสำคัญและมีความจำเป็น ได้แก่ 1) การเพิ่มจำนวนสื่อให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียนในกลุ่ม 2) การปรับปรุงคู่มือการสอนและแผนการสอน 3) การปรับปรุงวิธีการสอนทักษะการขับร้อง และ 4) การจัดลำดับชุดการสอนใหม่


Support Guidelines To Promote Growth Mindsets In Public Speaking For Upper Secondary Efl Students, Chawisa Inyai Jan 2024

Support Guidelines To Promote Growth Mindsets In Public Speaking For Upper Secondary Efl Students, Chawisa Inyai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to (1) explore the relationship between support and mindset in public speaking and (2) propose support guidelines to promote growth mindsets in public speaking among upper secondary EFL students. A two-phase sequential explanatory design of mixed methods was employed. In Phase 1, data were collected through the Mindset and Support in Public Speaking Questionnaire and semi-structured interviews. In Phase 2, data were collected through semi-structured interviews and an evaluation form designed to assess the support guidelines developed from the findings. Participants comprised three groups: (1) 250 Grade 12 students from five extra-large public schools in Bangkok, six …


ผลการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ที่มีต่อสมรรถนะการเขียนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ชุติมา หนูเกื้อ Jan 2023

ผลการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ที่มีต่อสมรรถนะการเขียนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ชุติมา หนูเกื้อ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบสมรรถนะการเขียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ก่อนทดลองและหลังการทดลอง 2) วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสมรรถนะการเขียนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระหว่างที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 40 คน ของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบวัดความสามารถในการเขียน แบบวัดเจตคติต่อการเขียน แบบบันทึกสมรรถนะการเขียนรายบุคคล แบบบันทึกการเรียนของนักเรียน และแผนการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยสมรรถนะการเขียนทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติหลังการจัดการเรียนการสอนสูงกว่าก่อนจัดการเรียนการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมรรถนะการเขียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ จำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบอิงบริบทร่วมกับเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้มีสมรรถนะการเขียนครั้งหลังดีขึ้นกว่าครั้งก่อนหน้าทุกองค์ประกอบ


Willingness To Communicate In English Of Thai Undergraduate Students In Online English Classrooms, Koravick Thiangtham Jan 2023

Willingness To Communicate In English Of Thai Undergraduate Students In Online English Classrooms, Koravick Thiangtham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purposes of this mixed-method study were to 1) investigate the level of WTC among undergraduate students in Thailand, and 2) investigate the relationship of English language online classroom environment and WTC among undergraduate students in Thailand. Following the sequential explanatory design, the study was divided into 2 phases 1) the quantitative phase which participants are 406 undergraduate students from universities in Bangkok area. The survey questionnaire which consisted of WTC section and English language online classroom environment section is deployed. 2) the qualitative phase, which the participants consisted of seven undergraduate students who were purposively selected from the WTC …


การพัฒนาการอ่านวิเคราะห์บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, สรัลชนา กีรตินิจกาล Jan 2023

การพัฒนาการอ่านวิเคราะห์บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, สรัลชนา กีรตินิจกาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกี สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และ2) ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีที่มีต่อการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตสังกัดมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 39 คน ใช้เวลาในการทดลอง 10 คาบ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบวัดการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียน ก่อนและหลังการทดลอง แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกี วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์โครงเรื่องตามองค์ประกอบ (2) วิเคราะห์ภูมิหลังและแรงผลักดันของตัวละคร (3) สร้างจินตนาการเกี่ยวกับฉากและวิเคราะห์อิทธิพลของฉาก (4) วิเคราะห์แก่นเรื่อง และ (5) เชื่อมโยงประสบการณ์เข้ากับเนื้อเรื่อง และ2) ผลการทดลองใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยการอ่านวิเคราะห์หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ปัจจัยและผลสำเร็จของการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุกของครูมัธยมศึกษา, ลดา โรจนเกียรติสกุล Jan 2023

ปัจจัยและผลสำเร็จของการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุกของครูมัธยมศึกษา, ลดา โรจนเกียรติสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่หนึ่ง คือ เพื่อสังเคราะห์ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุก โดยใช้การวิจัยเอกสาร สังเคราะห์ข้อมูลหลักการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและหลักการจัดการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจ ได้ผลการวิจัยเป็นลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุก 3 ประการ คือ 1) การจัดการเรียนรู้การอ่านจับใจความร่วมกับการนำเสนอผลการอ่านผ่านการพูดและเขียนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนและครู 2) การจัดการเรียนรู้การอ่านวิเคราะห์และประเมินค่าที่ส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์และวิจารณญาณ 3) การจัดการเรียนรู้การอ่านที่เชื่อมโยงชีวิตจริงผ่านการสำรวจและสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของการอ่านเพื่อการเรียนรู้และการนำผลการอ่านไปปรับใช้ในชีวิตจริง วัตถุประสงค์ที่สองของการวิจัย คือ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยและผลสำเร็จของการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุกของครูมัธยมศึกษา โดยใช้การวิจัยเชิงสำรวจ ประชากร คือ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ สุ่มผู้ตอบแบบสอบถามแบบแบ่งชั้นตามขนาดโรงเรียน จำนวน 175 คน ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ จำนวน 50 คน โรงเรียนขนาดใหญ่ จำนวน 50 คน โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 45 คน โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 30 คน โดยใช้แบบสอบถาม 40 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่และร้อยละ จากนั้นสุ่มผู้ให้สัมภาษณ์แบบหลายขั้นตอน จำนวน 18 คน ในโรงเรียนที่นักเรียนประสบความสำเร็จในการอ่านจากโรงเรียน 4 ขนาด จำนวน 8 คน และโรงเรียนที่นักเรียนได้ผลสัมฤทธิ์การอ่านต่ำกว่ามาตรฐานจากโรงเรียน 3 ขนาด จำนวน 10 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุก คือ ครูจบการศึกษาตรงสาขาการสอนภาษาไทย มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี สอนภาษาไทยเป็นหลัก การจัดการเรียนรู้การอ่านร่วมกับการนำเสนอผลการอ่านผ่านการพูดและเขียน พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์และวิจารณญาณ เชื่อมโยงชีวิตจริงผ่านการสำรวจและสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของการอ่าน โรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ โครงการพัฒนาทักษะภาษาไทย ฐานการอ่านในชุมชน เขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุนสื่อการสอนอ่าน นวัตกรรมการอ่าน จัดสรรอัตรากำลัง จัดอบรมพัฒนาบุคลากร มหาวิทยาลัยจัดโครงการค่าย ส่งนิสิตสาขาการสอนภาษาไทยออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ อนุญาตให้บุคลากรภายในเป็นวิทยากรโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้การอ่านแบบเชิงรุก ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์การอ่านต่ำกว่ามาตรฐาน คือ ครูจบการศึกษาไม่ตรงสาขาการสอนภาษาไทย มีประสบการณ์น้อยกว่า 5 ปี สอนภาษาไทยควบคู่กับวิชาอื่น การจัดการเรียนรู้การอ่านด้วยการบรรยาย …


Using A Memory-Based Strategy For Vocabulary Instruction Via Online Games To Enhance The Vocabulary Size Of Secondary School Students, Wipasinee Honboonherm Jan 2023

Using A Memory-Based Strategy For Vocabulary Instruction Via Online Games To Enhance The Vocabulary Size Of Secondary School Students, Wipasinee Honboonherm

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this current research were 1) To explore the effect of a memory-based strategy for vocabulary instruction via online games to enhance vocabulary size and 2) To investigate the students’ opinion towards a memory-based strategy for vocabulary instruction via online games to enhance vocabulary size. Purposive sampling was applied to grade ten 37 students in one of the Thai public schools in Chiang Rai province. The research instruments consisted of lesson plans that included vocabulary online games to correspond with each step of the memory-based framework. The vocabulary size pre and post-tests, student reflections, and semi-structured. The analysis …


การพัฒนาชุดแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยปัญหาการอ่านภาษาไทยของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1, ธนภรณ์ ขาวดี Jan 2023

การพัฒนาชุดแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยปัญหาการอ่านภาษาไทยของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1, ธนภรณ์ ขาวดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยความสามารถในการอ่านภาษาไทยระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และเพื่อวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม จากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้แก่ 1) นักเรียนกลุ่มที่ใช้ในการพัฒนาชุดแบบทดสอบวินิจฉัย 2) นักเรียนกลุ่มที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ 3) นักเรียนกลุ่มที่ทดลองใช้ชุดแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยประกอบด้วยชุดแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัย จำนวน 4 ชุด ตามช่วงเวลา คือ หลังจากเรียนรายวิชาภาษาไทย ครบ 50 100 150 และ 200 ชั่วโมง โดยแต่ละชุดประกอบด้วยเอกสาร 5 ฉบับ ได้แก่ 1) คู่มือการดำเนินการทดสอบ 2) แบบทดสอบเพื่อวินิจฉัย ซึ่งประกอบด้วยแบบทดสอบ 4 ตอน ได้แก่ 2.1) แบบทดสอบการจำแนกตัวอักษร 2.2) แบบทดสอบการอ่านออกเสียงคำ 2.3) แบบทดสอบการอ่านสะกดคำ 2.4) แบบทดสอบการบอกความหมายของคำศัพท์ 3) แบบบันทึกผลการทดสอบ 4) แบบรายงานผลการทดสอบ และ 5) เอกสาร ง ข้อมูลประกอบการบันทึกผลและการวิเคราะห์ปัญหาการอ่าน โดยการตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยมีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.75-0.90 และค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.30-0.50 โดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบอยู่ระหว่าง 0.88-0.98 ซึ่งมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลการวินิจฉัยพบว่าปัญหาที่พบมากที่สุด คือ นักเรียนไม่สามารถจำแนกพยัญชนะและสระได้ รองลงมา คือ ปัญหาตัวสะกด และลำดับสุดท้าย คือ นักเรียนไม่เข้าใจหน้าที่ของพยัญชนะและสระเมื่อนำมาประสมในคำ


การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบพหุวิธีเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนมัธยมศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ, พีรดา เมลานี โรเบิร์ตสัน Jan 2023

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบพหุวิธีเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนมัธยมศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ, พีรดา เมลานี โรเบิร์ตสัน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบพหุวิธี และ 2) ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบพหุวิธีที่มีต่อความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนนานาชาติขนาดใหญ่ การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ที่ศึกษาประสิทธิผลของกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้การวิจัยกึ่งทดลอง ประชากรคือนักเรียนไทยระดับมัธยมศึกษาที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติขนาดใหญ่ในกรุงเทพ ฯ จำนวน 13 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนนานาชาติขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานครที่โรงเรียนและอาจารย์ภาษาไทยยินดีให้ทดลองใช้นวัตกรรมที่จัดทำนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบวัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจและแบบสะท้อนผลการอ่าน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยตามกิจกรมการเรียนรู้การอ่านที่พัฒนาขึ้น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ยมัชฉิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ผลการวิจัยพบว่ากิจกรรมการเรียนรู้การอ่านตามแนวคิดการเรียนรู้แบบพหุวิธีที่พัฒนาขึ้นมี 2 ขั้นหลัก คือ ขั้นเตรียมชุดสื่อพหุวิธีที่มีเนื้อความสัมพันธ์กันประกอบด้วย คลิปวีดิทัศน์ หนังสือภาพหรือการ์ตูน และชุดบทอ่านแบบบรรยายที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กัน และขั้นการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย ขั้นการดูและฟังคลิปวีดิทัศน์เพื่อสรุปความ ขั้นการอ่านวิเคราะห์สารหนังสือภาพ/การ์ตูน และขั้นการอ่านประเมินค่าบทอ่านแบบบรรยาย เมื่อนำกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ผลปรากฏว่านักเรียนมีความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจสูงกว่าก่อนการทดลอง


The Use Of Augmented Reality Direct Vocabulary Instruction Based On Cognitive Theory Of Multimedia Learning To Enhance Vocabulary Knowledge Of Thai University Students, Premkamon Hiranrakpattana Jan 2023

The Use Of Augmented Reality Direct Vocabulary Instruction Based On Cognitive Theory Of Multimedia Learning To Enhance Vocabulary Knowledge Of Thai University Students, Premkamon Hiranrakpattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

With the potential of augmented reality to merge the real word and computer-generated content together, it has the power to revolutionize English language education, especially in the vocabulary field. This study aimed to 1) investigate the effectiveness of the use of augmented reality direct vocabulary instruction based on cognitive theory of multimedia learning to enhance vocabulary knowledge of Thai university students and 2) explore the perceptions of Thai university students towards the instruction. The participants in this study were twenty Thai university students from the second to fourth year who enrolled in a conversation course at a public university in …


A Study Of Self-Directed Learning In Online English Reading Of Secondary School Students Attending Call Learner Training, Suttiya Khongyai Jan 2023

A Study Of Self-Directed Learning In Online English Reading Of Secondary School Students Attending Call Learner Training, Suttiya Khongyai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to study the self-directed learning in online English reading of secondary school students after they attended a CALL (Computer-assisted language learning) learner training. The ten-week training was designed based on the framework of Knowles (1975) and Romeo & Hubbard (2011) which included three types of sessions--training, consultation, and self-learning. The training sessions were structured using six steps of self-directed learning and included three parts: pedagogical training, strategic training, and technical training in each session. Seven students voluntarily signed up to attend the training and all of them completed the training and all the required tasks. The findings …