Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Health and Physical Education Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2018

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 511 - 514 of 514

Full-Text Articles in Health and Physical Education

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับนักเรียนประถมศึกษา: ประยุกต์ใช้กล้องสมาร์ตโฟนเอ็นโดไมโครสโคป, สริญญา รอดพิพัฒน์ Jan 2018

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับนักเรียนประถมศึกษา: ประยุกต์ใช้กล้องสมาร์ตโฟนเอ็นโดไมโครสโคป, สริญญา รอดพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับนักเรียนประถมศึกษา โดยใช้ทฤษฏีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถแห่งตน และแนวคิดการส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียน 2) พัฒนาและประเมินคุณภาพของกล้องสมาร์ตโฟนเอ็นโดไมโครสโคป และ 3) ประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนประถมศึกษาจำนวน 59 คน ได้จากการสุ่มอย่างแบบง่ายใน 1 โรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นและผ่านเกณฑ์คัดเข้า ทำการเก็บข้อมูล 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 6 สัปดาห์ และระยะติดตามผลหลังสิ้นสุดการทดลอง 4 สัปดาห์ นำข้อมูลที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบด้วยสถิติที วิเคราะห์ความแปรปรวณหลายตัวแปรแบบวัดซ้ำที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกิจกรรม 10 กิจกรรม คือ 1.1) สำรวจตรวจช่องปาก 1.2) ย้อมสีฟัน 1.3) ประเมินสุขภาพช่องปาก 1.4) ยิ้มสวยฟันสะอาด 1.5) เปิดรับข้อมูล 1.6) รับรู้ความเสี่ยง 1.7) มาทำความสะอาดช่องปากกันเถอะ 1.8) สงสัยซักถาม 1.9) ประสานสัมพันธ์บ้านโรงเรียน และ 1.10) แบ่งปันข้อมูล มีค่าดัชนีความสอดคล้องเฉลี่ยเท่ากับ 0.98 2) กล้องสมาร์ตโฟนเอ็นโดไมโครสโคปที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 2.1) กล้อง 2.2) เลนส์ 2.3) ด้ามจับและส่วนตรวจช่องปาก และ 2.4) การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ผลการประเมินคุณภาพจากการใช้งานอยู่ในระดับดี และมีความพึงพอใจในระดับดีมาก 3) ประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้พฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียน ด้านความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติ และสุขภาพช่องปากด้านความสะอาดของฟัน และสุขภาพเหงือกของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ในระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของบุคลากรกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา, สุตาภัทร ประดับแก้ว Jan 2018

การพัฒนาโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของบุคลากรกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา, สุตาภัทร ประดับแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของบุคลากรกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วย 1) พัฒนาโปรแกรมโดยการวิเคราะห์และสังเคราะห์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ และตรวจสอบคุณภาพของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น โดยการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง 2) ประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมโดยใช้กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง เป็นบุคลากรในสถานศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 40 คน ดำเนินการทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ทำการเก็บข้อมูล 3 ครั้ง คือ ระยะก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 8 สัปดาห์ และติดตามผลหลังสิ้นสุดการทดลอง 4 สัปดาห์ นำข้อมูลที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนหลายตัวแปรแบบวัดซ้ำที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 10 กิจกรรม คือ สร้างสัมพันธ์ เสริมพลังบวก ความหวัง สุขภาพองค์รวม ทบทวนตนเอง เป้าหมายมีไว้พุ่งชน โยคะคลายเครียด Let's relax โภชนาการต้องรู้ เมนูที่รัก และMy Idol โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.88 2) ประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้พฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในด้านความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และค่าความดันโลหิตของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผล และบุคลากรกลุ่มทดลองมีระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และค่าความดันโลหิตลดลง


8917: Athletic Training Student Application Of Quality Improvement During Clinical Education: A Report From The Athletic Training Clinical Education Network, B. C. Jones, C. E. Welch Bacon, J. M. Cavallario, S. E. Walker, R. C. Bay, B. L. Van Lunen Jan 2018

8917: Athletic Training Student Application Of Quality Improvement During Clinical Education: A Report From The Athletic Training Clinical Education Network, B. C. Jones, C. E. Welch Bacon, J. M. Cavallario, S. E. Walker, R. C. Bay, B. L. Van Lunen

Rehabilitation Sciences Faculty Publications

Context: A component of quality improvement (QI) is the ability to reflect on the effectiveness of one's practice. Past research has demonstrated that QI is more frequently implemented in patient encounters (PEs) in which athletic training students (ATSs) are assisting the preceptor. As one of the core competencies, QI will be a required curricular content component in all professional athletic training programs in 2020.

Objective: To assess whether ATSs are integrating concepts of QI during PEs as a part of their clinical experiences.

Design: Multisite, panel design.

Setting: Three Commission on Accreditation of Athletic Training Education-accredited professional athletic training programs …


Teacher’S Perceptions Of How They Influence Student Academic Performance In Vce Physical Education, Rachael J. Whittle, Amanda Telford, Amanda C. Benson Jan 2018

Teacher’S Perceptions Of How They Influence Student Academic Performance In Vce Physical Education, Rachael J. Whittle, Amanda Telford, Amanda C. Benson

Australian Journal of Teacher Education

This research explored teacher perceptions of how they influence academic performance of Victorian Certificate of Education (VCE) Physical Education students. VCE Physical Education teachers (n = 37) from 31 secondary schools in Victoria, Australia participated in a qualitative study using focus groups with a semi-structured interview schedule. Recorded focus group discussions were transcribed verbatim, coded and analysed (NVivo 11). A social-ecological model was used to categorise emergent themes. At the individual level teachers perceived content knowledge, expectations, passion and enthusiasm, pedagogical content knowledge and use of reflective practices to inform teaching as key factors influencing student academic performance. Social level …