Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Educational Assessment, Evaluation, and Research Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2020

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 601 - 617 of 617

Full-Text Articles in Educational Assessment, Evaluation, and Research

การพัฒนาโปรไฟล์แบบเครือข่ายสำหรับการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูของนักศึกษา, ปุณทิศา กลัดทอง Jan 2020

การพัฒนาโปรไฟล์แบบเครือข่ายสำหรับการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูของนักศึกษา, ปุณทิศา กลัดทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาครูตามองค์ประกอบทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2) เพื่อออกแบบ และพัฒนาโปรไฟล์แบบเครือข่ายด้านทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 3) เพื่อวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาครูด้านทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจากการใช้โปรไฟล์ การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ลักษณะข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การเก็บข้อมูลแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เก็บข้อมูลจากนักศึกษาครู ครูพี่เลี้ยง อาจารย์นิเทศก์ และอาจารย์ในโรงเรียน จำนวน 245 คน โดยการใช้แบบสอบถาม และกลุ่มที่สอง เก็บข้อมูลจากอาจารย์พี่เลี้ยง และอาจารย์นิเทศก์ จำนวน 9 คน โดยการใช้แบบสัมภาษณ์ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยายและการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 การออกแบบโปรไฟล์แบบเครือข่ายนักศึกษาครู และระยะที่ 3 การทดลองใช้โปรไฟล์แบบเครือข่าย ตัวอย่างวิจัย คือ นักศึกษาครู ครูพี่เลี้ยง อาจารย์นิเทศก์ และอาจารย์ในโรงเรียน จำนวนรวม 36 คน ในระยะที่ 2 และ 3 ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ลักษณะข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาครู มี 10 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการวางแผนและการเตรียมการ 2) ด้านเนื้อหาสาระ 3) ด้านวิธีสอน 4) ด้านการวัดและประเมินผลผู้เรียน 5) ด้านทักษะการตั้งคำถาม 6) ด้านการจัดการชั้นเรียน 7) ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอน 8) ด้านความสัมพันธ์กับโรงเรียนและชุมชน 9) ด้านการปฏิบัติตน และ 10) ด้านวิจัยในชั้นเรียน โดยข้อมูลในส่วนนี้นำมาใช้ในการออกแบบและกำหนดข้อคำถามภายในโปรไฟล์แบบเครือข่าย 2. โปรไฟล์แบบเครือข่ายที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นประกอบด้วยฟังก์ชันการทำงานหลัก 4 ฟังก์ชัน ได้แก่ 1) ฟังก์ชันระบบหลัก 2) ฟังก์ชันผู้ถูกประเมิน 3) ฟังก์ชันผู้ประเมิน และ 4) ฟังก์ชันผู้ดูแลระบบ มีองค์ประกอบด้านทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 10 …


แนวทางการพัฒนาการเป็นโรงเรียนนวัตกรรม : การบูรณาการการวิเคราะห์ข้ามกรณีและการย้อนรอยกระบวนการ, ธัญวรัตม์ สิงห์จู Jan 2020

แนวทางการพัฒนาการเป็นโรงเรียนนวัตกรรม : การบูรณาการการวิเคราะห์ข้ามกรณีและการย้อนรอยกระบวนการ, ธัญวรัตม์ สิงห์จู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรงเรียนนวัตกรรม (innovative schools) เป็นรูปแบบของโรงเรียนรูปแบบหนึ่งที่ส่งเสริมการใช้และสร้างนวัตกรรมในโรงเรียน เน้นพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคตให้ผู้เรียน อาทิ ทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้ลักษณะของโรงเรียนนวัตกรรมและกระบวนการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมโดยใช้การบูรณาการการวิเคราะห์ข้ามกรณีและการย้อนรอยกระบวนการจากโรงเรียนที่มีการปฏิบัติดี 2) เพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดการเป็นโรงเรียนนวัตกรรม และศึกษาสภาพการเป็นโรงเรียนนวัตกรรมของโรงเรียนในประเทศไทย 3) เพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาเป็นโรงเรียนนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย การวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การพัฒนาตัวบ่งชี้ลักษณะของโรงเรียนนวัตกรรมและกระบวนการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรม จากการศึกษาเอกสารและการบูรณาการการวิเคราะห์ข้ามกรณีและการย้อนรอยกระบวนการ กรณีศึกษา คือ โรงเรียนที่มีการปฏิบัติดีด้านนวัตกรรม 4 แห่ง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการลงพื้นที่ภาคสนามและการสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 การพัฒนาเครื่องมือวัดการเป็นโรงเรียนนวัตกรรม ตัวอย่างวิจัย คือ โรงเรียนที่มีการส่งเสริมด้านนวัตกรรม 109 แห่ง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ระยะที่ 3 การศึกษาสภาพการเป็นโรงเรียนนวัตกรรมของโรงเรียนในประเทศไทย ตัวอย่างวิจัย คือ โรงเรียนในจังหวัดกรุงเทพมหานคร 311 แห่ง จำแนกตามสังกัดโรงเรียน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย และระยะที่ 4 การจัดทำแนวทางการพัฒนาการเป็นโรงเรียนนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยการสัมภาษณ์และการทำแบบประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการตีความและสถิติเชิงบรรยาย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ตัวบ่งชี้ลักษณะของโรงเรียนนวัตกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) นโยบายโรงเรียนด้านนวัตกรรม 2) หลักสูตรเชิงนวัตกรรม 3) การจัดการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมของครู 4) ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของครู และ 5) ลักษณะทางกายภาพของโรงเรียน และตัวบ่งชี้กระบวนการพัฒนาโรงเรียนนวัตกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) การเรียนรู้เชิงนวัตกรรมของนักเรียน 2) การเรียนรู้เชิงนวัตกรรมของครู 3) การสร้างเครือข่ายชุมชน และ 4) ภาวะผู้นำนวัตกรรมของผู้บริหาร 2. เครื่องมือวัดการเป็นโรงเรียนนวัตกรรมเป็นแบบสอบถามการพัฒนาเป็นโรงเรียนนวัตกรรม มีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ (rating scale) จำนวน 37 ข้อ …


แนวทางการสนับสนุนและยกระดับทักษะของครูอาวุโสในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน: การใช้พีแอลเอส-เอสอีเอ็ม และไอพีเอ็มเอ, วริษฐา บุณยัษเฐียร Jan 2020

แนวทางการสนับสนุนและยกระดับทักษะของครูอาวุโสในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน: การใช้พีแอลเอส-เอสอีเอ็ม และไอพีเอ็มเอ, วริษฐา บุณยัษเฐียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันถึงสองครั้ง จากเทคโนโลยีดิจิทัล และโรคระบาด โรงเรียนจึงถูกท้าทายให้มีประสบการณ์การสอนและการเรียนรู้ทั้งในแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ และแบบผสมผสาน โดยเป็นการบังคับให้ครูต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว สถานการณ์นี้ทำให้เกิดปัญหาและความกังวลมากมายสำหรับครู โดยเฉพาะครูอาวุโสที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ซึ่งดูเหมือนจะถูกคุกคามจากการขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาครูผ่านการเสริมสร้างทักษะ (การเรียนรู้ชุดทักษะใหม่ทั้งหมดสำหรับงานใหม่) และการยกระดับทักษะ (การปรับปรุงและเพิ่มทักษะที่มีอยู่โดยมีเป้าหมายเพื่อความก้าวหน้า) เป็นการตอบสนองที่จำเป็นต่อทั้งการปฏิบัติงานของครูอาวุโส และโลกที่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันถึงสองครั้ง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์ทักษะในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและระดับทักษะของครูอาวุโส 2) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของทักษะในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของครูอาวุโสที่ต้องเสริมสร้างและยกระดับ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะที่ต้องเสริมสร้าง และยกระดับ 3) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างหรือยกระดับทักษะของครูอาวุโส 4) เพื่อนำเสนอแนวทางในการเสริมสร้างและยกระดับทักษะให้กับครูอาวุโส เก็บข้อมูลจากครูอาวุโสอายุ 40-60 โดยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย การวิเคราะห์สมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) การวิเคราะห์เมทริกซ์ความสำคัญและผลการปฏิบัติงาน (IPMA) และ โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ในโปรแกรม SPSS และ R ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. ทักษะที่สำคัญสำหรับครูอาวุโสในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มี 2 กลุ่ม ได้แก่ ทักษะการเป็นนวัตกรในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ได้แก่ ทักษะการเชื่อมโยงความคิด ทักษะการตั้งคำถาม ทักษะการสังเกต ทักษะการสร้างเครือข่าย และทักษะการทดลอง และทักษะการทำงานในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ได้แก่ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง และทักษะการสื่อสาร พบว่าครูอาวุโสที่มีภูมิหลังบางอย่าง เช่น ระดับการศึกษา จะมีระดับทักษะด้านต่าง ๆ แตกต่างกัน 2. ผลการวิเคราะห์ด้วย IPMA พบว่า ทักษะในกลุ่มทักษะการเป็นนวัตกรสามารถจัดลำดับเพื่อร่างความต้องการจำเป็น ในการเสริมสร้างและยกระดับทักษะได้ดังนี้ ทักษะการสร้างเครือข่าย ทักษะการทดลอง ทักษะการเชื่อมโยงความคิด ทักษะการตั้งคำถาม และทักษะการสังเกต ในส่วนของกลุ่มทักษะการทำงานในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทักษะการแก้ปัญหาเป็นทักษะที่มีลำดับความสำคัญสูงที่สุด รองลงมาคือ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการเชื่อมโยงความคิด และทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทักษะทั้งสองเท่ากับ .428. 3. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างหรือยกระดับทักษะของครูอาวุโส พบว่า ความพร้อมของโรงเรียนและจำนวนของหลักสูตรคุรุสภาที่เคยอบรมมีอิทธิพลต่อทักษะการเป็นนวัตกรและทักษะการทำงานในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลระหว่าง -.011 ถึง .038 อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการทำงานของครูมีอิทธิพลในระดับสูงกับทั้ง 2 ทักษะ …


แนวทางการส่งเสริมการรับมือของครูสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน, วนัชพร ถาวรสมสุข Jan 2020

แนวทางการส่งเสริมการรับมือของครูสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน, วนัชพร ถาวรสมสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงควรมีแนวทางการส่งเสริมการรับมือของครูที่มีประโยชน์และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ ของนักเรียนในปัจจุบัน 2) เพื่อวิเคราะห์การจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมและการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีของครู 3) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลการจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยม และการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน 4) เพื่อจัดทำแนวทางการรับมือของครูสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน การวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์อิทธิพลการจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยม และการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีของครู ที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน ตัวอย่างวิจัยมีลักษณะข้อมูลเป็นแบบระดับสูงที่มีข้อมูล ในระดับล่างซ้อนอยู่ (nested) รวมจำนวนตัวอย่างในระดับครู 64 คน และระดับนักเรียน 1,157 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามสำหรับครูและนักเรียนวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย และวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลด้วยโปรแกรม Process macro for SPSS ระยะที่ 2 การจัดทำแนวทางการรับมือของครูสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากระยะที่ 1 ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน และปรับแก้ไขโดยสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายตัวแปรสังเกตได้ พบว่า ทุกตัวแปรมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาแยกตามสังกัด พบว่านักเรียนทั้ง 3 สังกัดโรงเรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้ไม่แตกต่างกัน 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณที่ได้จากการทำแบบประเมินตามการรับรู้ของตัวอย่างวิจัย พบว่า นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ครูมีการจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีของครูในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงคุณภาพที่พบว่า ครูมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ที่ต่ำกว่านักเรียน ทำให้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการจัด การเรียนรู้ได้ตามความต้องการของนักเรียนที่อยู่ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้ 3. ผลการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล พบว่าการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีของครู ได้รับอิทธิพลทางตรงจากการจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้วยค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.591 นอกจากนี้พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนได้รับอิทธิพลทางตรงจากการจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยม และ การปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีของครู อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้วยค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.002 และ 0.081 ตามลำดับ และได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากการจัดการเรียนรู้ของครูตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยม อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้วยค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล เท่ากับ 0.021 4. แนวทางการส่งเสริมการรับมือของครูสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนตามทฤษฎีการเชื่อมโยงนิยมในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คือ 1) ครูปรับเปลี่ยนกรอบคิดเรื่องการจัดการเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน …


แนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานที่หลากหลายของนักศึกษาครูในยุคดิจิทัล, จุฑามาศ เตชะภัททวรกุล Jan 2020

แนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานที่หลากหลายของนักศึกษาครูในยุคดิจิทัล, จุฑามาศ เตชะภัททวรกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ลักษณะงานที่หลากหลายและทักษะการทำงานที่หลากหลายของครูในยุคดิจิทัล 2) ประเมินความต้องการจำเป็นของนักศึกษาครูในการพัฒนาทักษะการทำงานที่หลากหลายในยุคดิจิทัลจากหลักสูตรผลิตครู 3) วิเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรผลิตครูในการพัฒนาทักษะการทำงานที่หลากหลายของนักศึกษาครูในยุคดิจิทัล และ 4) พัฒนาแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานที่หลากหลายของนักศึกษาครูให้สอดคล้องกับลักษณะงานครูในยุคดิจิทัล การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ลักษณะงานที่หลากหลายและทักษะการทำงานที่หลากหลายของครูในยุคดิจิทัลด้วยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการสนทนากลุ่มกับครูในโรงเรียน จำนวน 4 คน การประเมินความต้องการจำเป็นด้านทักษะการทำงานที่หลากหลาย เก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามการประเมินความต้องการจำเป็นด้านทักษะการทำงานที่หลากหลาย ตัวอย่างวิจัย คือ นักศึกษาครู จำนวน 103 คน และการวิเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรผลิตครู เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์นักศึกษาครู จำนวน 8 คน สนทนากลุ่มกับนักศึกษาครู จำนวน 5 คน และสนทนากลุ่มกับครูบรรจุใหม่ จำนวน 6 คน ซึ่งข้อมูลในระยะที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา สถิติบรรยาย และดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI) และระยะที่ 2 การพัฒนาแนวทางในการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานที่หลากหลายของนักศึกษาครูในยุคดิจิทัล โดยอิงจากข้อมูลในระยะที่ 1 และเก็บรวมรวมข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน โดยใช้แบบประเมินความเหมาะสม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติบรรยาย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ลักษณะงานของครูในโรงเรียนแบ่งเป็นงานด้านการจัดการเรียนการสอนและงานนอกเหนือการจัดการเรียนการสอน และครูที่มีทักษะความสามารถที่หลากหลาย ต้องมีทักษะย่อย 3 ด้าน คือ 1) ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 2) ทักษะการบริหารจัดการเวลา และ 3) ทักษะทางสังคม 2. นักศึกษาครูมีความต้องการจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาในด้านทักษะการบริหารจัดการเวลามากที่สุด รองลงมาคือทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะทางสังคมมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการพัฒนาน้อยที่สุด 3. สถาบันผลิตครูเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาครูเข้าสู่การปฏิบัติงานครูในสภาพจริงด้วย 2 กระบวนการหลัก คือ กระบวนการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรผลิตครู และกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู แต่อย่างไรก็ตาม ครูบรรจุใหม่ที่ผ่านการเตรียมความพร้อมมาแล้ว ยังพบปัญหาการทำงานที่หลากหลาย ซึ่งมี 7 ทักษะที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ ได้แก่ 1) ทักษะการปรับตัวทางสังคม 2) ทักษะการแก้ปัญหา 3) ทักษะการปฏิเสธ 4) ทักษะการบริหารจัดการ …


การพัฒนาบทเรียนออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยใช้การเรียนรู้แบบจุลภาคสำหรับนักศึกษาครู : การวิจัยเชิงทดลองแบบปรับเหมาะ, กฤษณ์ วิริยะสิทธารถ Jan 2020

การพัฒนาบทเรียนออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยใช้การเรียนรู้แบบจุลภาคสำหรับนักศึกษาครู : การวิจัยเชิงทดลองแบบปรับเหมาะ, กฤษณ์ วิริยะสิทธารถ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความสามารถหนึ่งที่สำคัญในยุคดิจิทัลสำหรับนักศึกษาครู คือ ความสามารถด้านการเขียนโค้ด ซึ่งนักศึกษาครูสามารถได้รับการพัฒนาด้วยบทเรียนออนไลน์ที่สร้างขึ้นตามแนวคิดการเรียนรู้จุลภาคที่ตอบสนองความต้องและปรับเหมาะกับความสามารถพื้นฐานของแต่ละคน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนโค้ดของนักศึกษาครูที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน 2) ออกแบบและพัฒนาบทเรียนออนไลน์ด้านการเขียนโค้ดโดยใช้การเรียนรู้แบบจุลภาค และ 3) เปรียบเทียบโปรไฟล์และความสามารถด้านการเขียนโค้ดระหว่างได้รับบทเรียนออนไลน์ด้านการเขียนโค้ดที่ออกแบบตามการเรียนรู้แบบจุลภาคที่มีรูปแบบแตกต่างกันของนักศึกษาครูที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบปรับเหมาะเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการเขียนโค้ดของนักศึกษาครู โดยกลุ่มทดลอง คือ นักศึกษาครูชั้นปีที่ 1-4 กำหนดขนาดตัวอย่าง 30 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกตามสะดวกเครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบสำรวจความพึงพอใจต่อลักษณะบทเรียนการเรียนรู้แบบจุลภาค และแบบทดสอบออนไลน์เกี่ยวกับความสามารถด้านการเขียนโค้ด ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนรวมและคะแนนองค์ประกอบด้านโปรแกรมระหว่างกลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่เคยเรียนการเขียนโค้ดกับกลุ่มที่ไม่เคยเรียนการเขียนโค้ด กลุ่มวิชาเอกคอมพิวเตอร์กับลุ่มวิชาเอกอื่น ๆ กลุ่มวิชาเอกคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์กับกลุ่มวิชาเอกอื่น ๆ 2. บทเรียนออนไลน์ด้านการเขียนโค้ดที่ออกแบบโดยแนวคิดการเรียนรู้แบบจุลภาคประกอบด้วย 3 โมดูลได้แก่ โมดูลการเขียนโค้ดแบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์ โมดูล ภาษา Scratch และ โมดูลภาษา Python ซึ่งแต่ละโมดูลก่อนเรียนจะได้รับการประเมินความสามารถด้านการเขียนโค้ดว่าอยู่ในระดับใดเพื่อที่จะได้รับบทเรียนที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน บทเรียนออนไลน์ด้านการเขียนโค้ดออกแบบขึ้นบนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ Canvas learning management system (Canvas lms) โดยมีสื่อการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นตามแนวคิดการเรียนรู้แบบจุลภาค ประกอบด้วย ข้อความบรรยาย เกม วิดีโอ วิดีโอเชิงโต้ตอบ (interactive video) เอกสารเชิงโต้ตอบ (interactive slide) โปรแกรมเขียนผังงานบนเว็บไซต์ draw.io เว็บเขียนภาษา Scratch Microsoft MakeCode arcade และหน้าต่างการเขียนโค้ดเชิงโต้ตอบบนเว็บ (interactive Python Console) 3. ผู้เข้าร่วมวิจัยได้รับการจำแนกตามความสามารถด้านการเขียนโค้ดเป็นกลุ่มต่ำ (L) กลุ่มกลาง (M) และกลุ่มสูง (H) เช่น LHM เป็นผู้เรียนที่เริ่มจากความสามารถในโมดูลที่ 1 ต่ำ และมีความสามารถปานกลางในโมดูลที่ 2 และมีความสามารถสูงในโมดูลที่ 3 พบว่า กลุ่ม MLL ได้คะแนนสัมพัทธ์สูงที่สุดเท่ากับ .57 น้อยที่สุดคือ กลุ่ม HML ได้คะแนนเท่ากับ .00 กลุ่ม …


Measurement Of Reading Literacy, Growth, And Learning Potential Of Grade 9 Students: Application Of Computerized Dynamic Assessment Concept, Yanika Lunrasri Jan 2020

Measurement Of Reading Literacy, Growth, And Learning Potential Of Grade 9 Students: Application Of Computerized Dynamic Assessment Concept, Yanika Lunrasri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The aims of this research were to (1) develop and validate the computerized dynamic assessment for reading literacy and (2) study the effects of different types of prompting of the computerized dynamic assessment on reading literacy, growth of learning, and learning potential. The pilot samples were a total of 802 ninth-grade students in six secondary schools in Bangkok. The data for the main study was gathered from 541 ninth-grade students in eleven secondary schools in Bangkok. A quasi-experimental design was adopted. Research instruments were reading literacy tests for computerized dynamic assessment. The data were analyzed as follows: 1) ANCOVA statistics …


What Makes Collaborative Evaluation Approaches Collaborative? A Q Methodology Study On Program Evaluators’ Perceptions, Dax M. Weaver Jan 2020

What Makes Collaborative Evaluation Approaches Collaborative? A Q Methodology Study On Program Evaluators’ Perceptions, Dax M. Weaver

UNF Graduate Theses and Dissertations

The purpose of this study was to explore program evaluators’ perceptions about what they consider to be the essential practices, elements, or attributes of collaborative evaluation approaches (CEAs). This topic was investigated because of the increasing use of CEAs within the field and the ambiguity about what does and does not constitute a CEA. Several researchers have proposed frameworks that attempt to define the essential elements that distinguish CEAs from other evaluation approaches; however, the literature still lacks consensus on their exact nature. It was through an examination of evaluators’ viewpoints on the subject using Q Methodology that this study …


Defining Accountability And Best Practices In Private Schools Which Receive State Funds For Students With Intellectual And Developmental Disabilities, Debra L. Rains Jan 2020

Defining Accountability And Best Practices In Private Schools Which Receive State Funds For Students With Intellectual And Developmental Disabilities, Debra L. Rains

UNF Graduate Theses and Dissertations

Abstract

Accusations pertaining to insufficient accountability for private schools that provide alternative educational options for special education students have led to opposition to those same schools. The opposition results in part from the schools’ acceptance of state funded vouchers and scholarships. In Florida, state vouchers provide funds which support alternative educational placement for students from lower socio-economic status and/or who have identified disabilities. Because they are not subject to state or federal government jurisdiction, private schools have the right to set their own policies and procedures to determine appropriateness of curriculum, assessment, accountability, personnel training and development, funding, and governance …


Designing Leadership: Using Design Thinking To Create, Practices, And Implement A Formal Leadership Development Program, Jon Samuel Wedding Jan 2020

Designing Leadership: Using Design Thinking To Create, Practices, And Implement A Formal Leadership Development Program, Jon Samuel Wedding

University of the Pacific Theses and Dissertations

The purpose of this study is to examine what happens when design thinking is used to create a leadership development program, increase leadership competencies, and participants perceptions of design thinking. This study uses action research to examine the experiences and design thinking to create a leadership program in a formal hierarchical. This study collected data during a two-cycle action research process. The findings from this study revealed that design thinking can be used to create a formal leadership development program. The ability to use design thinking’s human centered design can also help increase the leadership competencies of trust and collaborations. …


Factors That Influence Students’ Decision To Drop Out Of An Online Business Course, Sandra Gail Robertson Jan 2020

Factors That Influence Students’ Decision To Drop Out Of An Online Business Course, Sandra Gail Robertson

Walden Dissertations and Doctoral Studies

Although online enrollments at community colleges have increased in recent years, student dropout rates in online classes have also increased and educational researchers wonder why students are dropping out of online courses and if online instruction can contribute to student success. The purpose of this generic qualitative study was to investigate the online experiences of students who dropped out of the Introduction to Business online course at a community college in a Mid-Atlantic state and the factors that led to their decision. The research questions concerned how students who took the Introduction to Business online course described their decision to …


Effects Of A Developmental English Program Redesign On Underprepared Students’ Academic Success, Susan Jean Konantz Jan 2020

Effects Of A Developmental English Program Redesign On Underprepared Students’ Academic Success, Susan Jean Konantz

Walden Dissertations and Doctoral Studies

The study explored first-year composition (FYC) success by students who were initially enrolled in developmental English at a public university in the western United States. The study site redesigned its developmental English program to increase time to completion and completion rates of FYC and minimize time to completion of that course by developmental students, yet no evaluation had been conducted to determine the effects of the redesigned program. The framework that supported this study was Adelman’s theory of academic momentum. Using a quantitative nonexperimental, causal-comparative design and census sample, the research question explored two dimensions of FYC completion, including (a) …


Perceptions And Experiences Of Nontraditional Undergraduate Students, Erica Beatrice Wattley Jan 2020

Perceptions And Experiences Of Nontraditional Undergraduate Students, Erica Beatrice Wattley

Walden Dissertations and Doctoral Studies

Nontraditional undergraduate students have had a high attrition rate over the course of a 4-year program at a for-profit northeastern university. The purpose of this study was to investigate the perceptions and experiences of nontraditional undergraduate dropout students about the influence of academic difficulties, social life, and unresolved educational and occupational goals on leaving the university before graduating. The conceptual framework was guided by Tinto’s model of student persistence. The research questions focused on nontraditional undergraduate student perceptions and experiences of academic difficulties, social life, and unresolved goals. A basic qualitative study design was used to capture the insights of …


Middle School Teachers’ Use Of Technology To Transform Mathematics Instruction, Camille Georgia James Jan 2020

Middle School Teachers’ Use Of Technology To Transform Mathematics Instruction, Camille Georgia James

Walden Dissertations and Doctoral Studies

AbstractIncorporating technology into instructional practices is needed to cultivate learners who are digitally competent to function in a society in which technology keeps evolving. The problem that exists at the study site is that although technology is available, it is primarily being used to enhance learning rather than transform learning. Transforming the teaching- learning process, requires the use of technology to modify and redefine learning. Therefore, the purpose of the study was to explore the extent to which middle school mathematics teachers in a PreK–8 independent day school in Denver, Colorado use digital technology as a transformative learning tool in …


A Program Evaluation Of A Community College’S New Faculty Seminar, Kari Mclean Proft Jan 2020

A Program Evaluation Of A Community College’S New Faculty Seminar, Kari Mclean Proft

Walden Dissertations and Doctoral Studies

A community college (CC) in the midwestern United States launched a New Faculty Seminar (NFS) in 1999 for new tenure-track faculty. The problem that prompted this project study is that the NFS has been implemented yearly since 1999 without a formal evaluation. Without an evaluation plan, college leadership cannot determine whether the program is meeting stated goals. The purpose of this program evaluation was to explore how faculty described the NFS inputs and processes they experienced and how they perceived the outcomes and impact of the NFS on their understanding of the CC environment and the development of their instructional …


Effects Of A Blended Basic Telemetry Course On The Telemetry Reading Proficiency Of Newly Licensed Registered Nurses, Joan Yankalunas Jan 2020

Effects Of A Blended Basic Telemetry Course On The Telemetry Reading Proficiency Of Newly Licensed Registered Nurses, Joan Yankalunas

Walden Dissertations and Doctoral Studies

Telemetry interpretation is a common skill required by registered nurses (RNs) to take care of patients in an acute care setting. Telemetry education guidelines are needed because there are no established standards for the amount, type, or scope of education needed for RNs who take care of patients on continuous telemetry monitoring. The purpose of this retrospective analysis design study, guided by Benner’s skill acquisition model and Kirkpatrick’s learning outcomes measurement theory, was to (a) determine the effect of a blended telemetry course, which is a combination of eLearning and an instructor-led class, on the telemetry reading proficiency of RNs …


Enhancing Academic Quality: Viewpoints Of Academics, Sajjad Rehman, Reham Al-Issa, Hessah Alasousi Jan 2020

Enhancing Academic Quality: Viewpoints Of Academics, Sajjad Rehman, Reham Al-Issa, Hessah Alasousi

Library Philosophy and Practice (e-journal)

This study examined faculty views and perceptions of the library and information science (LIS) programs of the six member nations of the Gulf Cooperation Council (GCC) in enhancing academic quality using formal assessment. Two focus groups were held in Kuwait and Muscat. In each focus group, nine participants discussed opportunities, practices, possibilities, and mechanics of assessment and assessment-based systems. It was found that these schools were active in assessment, as CILIP conducted extensive assessment in two programs, resulting in accreditation. Faculty members who participated in the focus groups agreed on the value and need of formal assessment. The participants discussed …