Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Technology and Innovation Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1 - 30 of 207

Full-Text Articles in Technology and Innovation

Inclusive-Classroom Simulation Using Immersive Vr Technology : A Training Tool For Classroom Management With Asd Students, Jakkarin Thepvong Jan 2025

Inclusive-Classroom Simulation Using Immersive Vr Technology : A Training Tool For Classroom Management With Asd Students, Jakkarin Thepvong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study developed and evaluated the Inclusive Classroom Simulation (ICS), an immersive virtual reality (IVR) tool designed to improve pre-service teachers’ self-efficacy and attitudes toward managing inclusive classrooms with students on the autism spectrum. Using mixed-methods approach, including expert interviews, prototype development, usability testing, and a pre-post VR intervention, the study engaged pre-service teachers in realistic classroom scenarios that replicated ASD-related disruptive behaviors. Findings indicate that high sense of agency enchances classroom-management, self-efficacy and attitudes toward inclusive practices. Qualitative results further support the tool’s authenticity, usability, and potential for skill transfer to real-world teaching. The research expands VR-based teacher training …


An Empirical Study Of Immersive Technology Using Desktop Augmented Reality Software For Primary School In Thailand, Orakarn Laoharutanun Jan 2025

An Empirical Study Of Immersive Technology Using Desktop Augmented Reality Software For Primary School In Thailand, Orakarn Laoharutanun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research investigates learner engagement and reuse intention in immersive learning environments through the development and evaluation of a Desktop Augmented Reality (Desktop AR) application designed for primary school students in Thailand. Grounded in the 5E instructional model and the immersive engagement framework, the study identifies four key experiential factors—presence, embodiment, enjoyment, and novelty—that influence engagement and reuse intention in immersive learning. A multi-phase mixed-method design was employed. Phase I developed and tested a theoretical model using structural equation modelling with primary students aged 11 (Pratom6). Phase II involved designing a Desktop AR learning application, followed by expert validation of …


การบริหารจัดการงานบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติโดยใช้กระบวนการการค้นหาในปริภูมิสถานะ (กรณีศึกษา โรงงานผลิตสายไฟ), ณัฐวรรณ ทองแต้ม Jan 2025

การบริหารจัดการงานบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติโดยใช้กระบวนการการค้นหาในปริภูมิสถานะ (กรณีศึกษา โรงงานผลิตสายไฟ), ณัฐวรรณ ทองแต้ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาอัจฉริยะ (Intelligent Maintenance System:IMS) สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ โดยประยุกต์กระบวนการค้นหาในปริภูมิสถานะ (State Space Search) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนบำรุงรักษา งานวิจัยใช้กรณีศึกษาจากโรงงานผลิตสายไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งมีเครื่องจักรอัตโนมัติมากกว่า 20 เครื่องและอะไหล่มากกว่า 3,000 รายการต่อเครื่องจักร ระเบียบวิธีวิจัยใช้แนวทางแบบผสมผสาน (Mixed-method) ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสำรวจเชิงปริมาณเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับระบบการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาอัจฉริยะตามกรอบแนวคิดแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model: TAM) และการประเมินความเป็นไปได้ทางธุรกิจด้วยกรอบ (Business Model Canvas:BMC) พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมต้นแบบด้วยภาษา Python เพื่อจำลองการวางแผนการบำรุงรักษาอัจฉริยะด้วยการทดสอบทั้งอัลกอริทึมการค้นหาแบบไม่รู้ข้อมูล (Uninformed Search) และแบบรู้ข้อมูล (Informed Search) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการค้นหา ผลการวิจัยพบว่าการประยุกต์ใช้การค้นหาในปริภูมิสถานะสามารถระบุช่วงเวลาบำรุงรักษาที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากต้นทุนการบำรุงรักษา อายุคงเหลือของอะไหล่ และค่าความเสี่ยง อีกทั้งระบบยังสามารถจำลองสถานการณ์บำรุงรักษาในเดือนที่กำหนด งบประมาณต่อเดือน ปรับเปลียนอายุการใช้งานคงเหลือของอะไหล่ รวมถึงจำลองการชำรุดของอะไหล่เพื่อให้การวางแผนบำรุงรักษามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีการบำรุงรักษาตามรอบแบบเดิม ข้อเสนอจากการวิจัยชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาอัจฉริยะเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ และต่อยอดสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ตลอดจนการพัฒนาอัลกอริทึมขั้นสูงเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความฉลาดของระบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมในอนาคต


Educational Application For Automated Analysis Of Movie's Narrative Structure Based On Editing Patterns Of Popular Thai Films, Nuttanai Lertpreechapakdee Jan 2024

Educational Application For Automated Analysis Of Movie's Narrative Structure Based On Editing Patterns Of Popular Thai Films, Nuttanai Lertpreechapakdee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the narrative structures of popular Thai films and introduced an innovative approach to film education through the development of ‘Movie’s Narrative Structure Analyzer’ (MOVSA) mobile application. Through the analysis of shot duration patterns using machine learning techniques, five distinct narrative structures were identified in popular Thai films from 2006 to 2022. These include the Classical Three-Act Structure, Reverse Classical Three-Act Structure, Classical Four-Act Structure, Reverse Classical Four-Act Structure, and Roller Coaster Structure, reflecting both universal narrative patterns and the unique storytelling styles of Thai cinema. To further explore the implications of these narrative structures, the study examined …


Assessing Sustainable Innovation Development Potential Of Organizations In Emerging Economies, Weena Chamlertwat Jan 2024

Assessing Sustainable Innovation Development Potential Of Organizations In Emerging Economies, Weena Chamlertwat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis introduces an innovative approach to assessing the sustainable innovation development potential of organizations in emerging economies by developing a comprehensive assessment framework. This framework is tailored to address the challenges and opportunities in these regions. The extensive literature review identified four key dimensions essential for sustainable innovation development: Sustainability Orientation, Systemic Thinking, Stakeholder Inclusion, and Resilience, each further divided into three sub-dimensions, resulting in a detailed and comprehensive assessment framework comprising twelve sub-dimensions. Empirical validation using data from organizations in Thailand confirms the framework's reliability and effectiveness, reinforcing its applicability. The research led to the creation of the …


ระบบบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรม, ธนเศรษฐ์ โอชาญสิริ Jan 2024

ระบบบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรม, ธนเศรษฐ์ โอชาญสิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างระบบบำรุงรักษาสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรมในประเทศไทย ผ่านการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทดสอบต้นแบบ ประเมินการยอมรับจากผู้ใช้งาน และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงพัฒนาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากวรรณกรรมและข้อมูลปฐมภูมิจากการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เริ่มต้นจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 15 คน และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม 455 ชุด ร่วมกับการวิเคราะห์สายคุณค่าและการหารากสาเหตุของปัญหา ปัจจัยสำคัญที่พบ ได้แก่ การออกแบบระบบ คุณลักษณะของใบสั่งงาน การจัดสรรงาน การวางแผนงาน คุณภาพบุคลากร และความพร้อมของเครื่องมือ ส่วนตัวชี้วัดประสิทธิภาพ ได้แก่ ระยะเวลา ต้นทุน การจัดการข้อมูล และคุณภาพบริการ ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาพัฒนาต้นแบบระบบบำรุงรักษา โดยใช้หลักการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดแบบหลายวัตถุประสงค์และการเรียนรู้ด้วยเครื่อง เพื่อช่วยจัดกลุ่มข้อมูลให้สอดคล้องกับบริบทของโรงแรม จากนั้นนำไปทดสอบในโรงแรมต้นแบบ 5 แห่ง และปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้ใช้งาน 15 คน เมื่อทดลองใช้งานจริง ผู้ใช้งาน 36 คนให้การยอมรับระบบสูงถึงร้อยละ 94.44 การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่าระบบมีศักยภาพในตลาด โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2 ปี 1 เดือน


นวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล, รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ Jan 2024

นวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล, รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล (Digital Literacy Assessment Innovation) สำหรับผู้ประกอบการ โดยใช้กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีที่เชื่อมโยงระหว่าง ความสามารถเชิงพลวัต (Dynamic Capabilities), ความสามารถในการปรับตัว (Adaptive Capability), เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ การมุ่งเน้นดิจิทัล (Digital Orientation) เพื่อสร้างเครื่องมือที่สามารถช่วยผู้ประกอบการประเมินระดับทักษะดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือ และนำไปใช้ได้จริงทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร รวมถึงสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ การวิจัยดำเนินการในรูปแบบผสมผสาน (Mixed Methodology) โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพในการสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีและสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการ และใช้การวิจัยเชิงปริมาณเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะดิจิทัลและผลการดำเนินงานทางธุรกิจ โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ผลการวิจัยพบว่าระดับทักษะดิจิทัลสามารถวัดได้จาก 4 มิติ 10 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) มิติเศรษฐกิจดิจิทัล (DE: Access, Manage) 2) มิติการมุ่งเน้นดิจิทัล (DO: Learning Agility, Customer Centric Mindset) 3) มิติความสามารถเชิงพลวัต (DC: Strategic Thinking and Planning Strategy, Create) 4) มิติความสามารถในการปรับตัว (AC: Analysis and Synthesis, Problem Solving and Critical Thinking, Communication, Cybersecurity Awareness) โดยทุกมิติส่งผลต่อระดับทักษะดิจิทัล (DL) โดยเฉพาะความสามารถในการปรับตัว (AC) ที่มีอิทธิพลสูงสุด รองลงมาคือ DC และ DE ซึ่งส่งผลโดยอ้อมต่อผลการดำเนินงานทั้งด้านการเงิน (FP) และการตลาด (MP) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูปแบบ Web Application รองรับการใช้งานบน PC และ Smartphone ประกอบด้วยระบบลงทะเบียน การประเมินตามแบบสอบถามโครงสร้างมาตรฐาน การประมวลผลคะแนนตามค่าความสัมพันธ์จากโมเดลวิจัย และการวิเคราะห์ผลด้วย AI (Claude …


นวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพของรายการตัดเหล็กเส้นของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโดยการปรับตำแหน่งต่อทาบด้วยอัลกอริทึมแบบกลุ่มอนุภาค (Particle Swarm Optimization หรือ Pso) กรณีศึกษาของอาคารสูง, ธิติญา ทวีธรรมสถิตย์ Jan 2024

นวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพของรายการตัดเหล็กเส้นของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโดยการปรับตำแหน่งต่อทาบด้วยอัลกอริทึมแบบกลุ่มอนุภาค (Particle Swarm Optimization หรือ Pso) กรณีศึกษาของอาคารสูง, ธิติญา ทวีธรรมสถิตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้นำเสนอกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพของการออกแบบรายการตัดเหล็กเส้น ในการปรับตำแหน่งจุดต่อทาบของเหล็กเสริมภายในเสาคอนกรีตด้วยอัลกอริทึมแบบกลุ่มอนุภาค (Particle Swarm Optimization (PSO)) เพื่อให้เหลือเศษจากการตัดเหล็กของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กน้อยที่สุด ซึ่งได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1. เตรียมแบบก่อสร้างของโครงสร้างอาคารสูงจำนวน 2 อาคารที่ระบุรายละเอียดเหล็กของโครงการ มาตราฐานที่ต้องใช้ ความยาวเหล็กที่มีขายในท้องตลาดเพื่อนำเข้าระบบ 2. จัดกลุ่มเหล็ก แยกตามประเภท เช่น ชั้นของเสา ขนาดของเสา รูปแบบการเสริมเหล็ก รูปแบบปลายเหล็กงอหรือใช้ข้อต่อพิเศษ 3. กระบวนการคำนวณและประมวลผลในโปรแกรมที่พัฒนาจากการใช้อัลกอริทึมแบบกลุ่มอนุภาค ที่ได้กำหนดสมการตามมาตรฐาน ACI318 แล้ว เพื่อให้ทราบตำแหน่งต่อจุด ความยาวในการตัดเหล็กจากขนาดเหล็กมาตราฐาน และเมื่อได้ขนาดและปริมาณของเหล็กที่เป็นการตัดเหล็กประหยัดที่สุดจากโปรแกรมในชั้นที่ 1 ของอาคารแล้ว 4. ระบบจะทำการทำซ้ำที่ละชั้นจนครบทั้งตึก หลังจากนั้นในขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการนำข้อมูลที่ได้ออกมาแสดงรายละเอียดรายการตัดเหล็กที่ทำให้เหลือเศษน้อยที่สุดของทั้งอาคาร และส่งข้อมูลด้วยบาร์โค้ดเข้าเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อทำการสั่งตัดเหล็กตามรายการ โดยผลลัพธ์ที่ได้จากกรณีศึกษาอาคารสูงจำนวน 2 อาคารสามารถลดเศษเหล็กได้จากการใช้งานจริงจาก 13.88% ลดลงเหลือ 2.74% จากเหล็กทั้งโครงการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประหยัดต้นทุนและยังเป็นประโยชน์ในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย


นวัตกรรมการประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชันในการแบ่งส่วนตลาดตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุ, กรุณา แย้มพราย Jan 2024

นวัตกรรมการประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชันในการแบ่งส่วนตลาดตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุ, กรุณา แย้มพราย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรโลกส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เติบโตในทุกปี อย่างไรก็ตามการเข้าใจต่อความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุยังคงมีอุปสรรค โดยเฉพาะในการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามมักพบกับปัญหาการตอบไม่ครบถ้วนและความเบื่อหน่าย ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุที่เหมาะสมต่อการแบ่งส่วนตลาด พัฒนาแบบจำลองเกมมิฟิเคชันเพื่อใช้ในการแบ่งส่วนตลาด และประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของนวัตกรรมดังกล่าว โดยแบ่งดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ (1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแบ่งกลุ่มตามรูปแบบการดำเนินชีวิตผ่านข้อมูลเชิงคุณภาพ (2) พัฒนาแบบสอบถามและแบบทดสอบการยอมรับนวัตกรรมเกม (3) ออกแบบและทดลองใช้นวัตกรรมเกมเพื่อเก็บข้อมูล และ (4) ประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการยอมรับเทคโนโลยี ผลการวิจัยพบว่า (1) ตัวแปรด้านรูปแบบการดำเนินชีวิตตามกรอบ AIOs (กิจกรรม ความสนใจ ความคิดเห็น) เหมาะสมที่สุดในการแบ่งกลุ่มตลาดผู้สูงอายุ โดยสามารถจำแนกได้เป็น 11 กลุ่ม (2) พฤติกรรมในเกม เช่น เวลาเล่นเกม จำนวนคำถามที่ตอบ การเลือกเล่นเกมถามตอบ การใช้ตัวช่วย และตราสัญลักษณ์ที่ได้รับ มีความสัมพันธ์กับผลการวิเคราะห์รูปแบบชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ “เวลาเล่นเกม” ที่ให้ค่าความแม่นยำสูงสุด และจากข้อมูลพฤติกรรมในเกม สามารถจำแนกรูปแบบชีวิตได้เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ มุ่งมั่นในเป้าหมาย ยึดถือวัฒนธรรม ชื่นชมศิลปะ ใส่ใจสุขภาพ สนใจเทคโนโลยี สนใจด้านการเงิน และเชี่ยวชาญแฟชั่น (3) ด้านการยอมรับนวัตกรรม ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนกลุ่มนักการตลาดเน้นที่ความง่ายในการใช้งาน ทั้งสองกลุ่มมีระดับการยอมรับในระดับสูง แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถตอบโจทย์การเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้สูงอายุได้ และยังมีศักยภาพเชิงพาณิชย์


นวัตกรรมระบบประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะ, กันตภณ ผาณิตรัตน์ Jan 2024

นวัตกรรมระบบประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะ, กันตภณ ผาณิตรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนานวัตกรรมระบบการประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการเข้าสู่ระบบการค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลในปัจจุบัน การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจและองค์ประกอบเชิงยืนยัน รวมถึงการพัฒนาระบบต้นแบบตามวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบลำดับขั้น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยที่คัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ผลการวิจัยพบว่า ความพร้อมของผู้ประกอบการในการปรับเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะสามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (2) ความสามารถและทักษะของบุคลากร (3) ความพร้อมด้านการเงินและการลงทุน (4) วัฒนธรรมองค์กรและบริบทภายในองค์กร และ (5) ความสามารถด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้องค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการปรับตัวของกิจการต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เครื่องมือประเมินที่พัฒนาขึ้นมีความแม่นยำและความเชื่อถือได้สูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการวางแผนพัฒนากิจการ การกำหนดแนวทางการลงทุน และการกำหนดนโยบายภาครัฐเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นวัตกรรมบริการภาครัฐเพื่อการสนับสนุนภาคเอกชนด้านระบบการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง, วัลล์ธิดา รามสูต Jan 2024

นวัตกรรมบริการภาครัฐเพื่อการสนับสนุนภาคเอกชนด้านระบบการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง, วัลล์ธิดา รามสูต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบประเมินความพร้อม Internal Compliance Program (ICP Readiness Assessment Platform) เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลการค้าสินค้าสองทาง (Dual-Use Items: DUI) ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดทำระบบ ICP ในภาคเอกชน การศึกษาเชิงปริมาณดำเนินการกับกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม 200 ราย โดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) และการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรหลัก พบว่ามีปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) การกำกับดูแลกิจการและความเป็นผู้นำ (Corporate Governance and Leadership Oversight: CGLO), (2) กรอบกฎระเบียบภายนอก (External Regulatory Frameworks: ERF), (3) อิทธิพลจากห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Influence: SCI), และ (4) แนวโน้มธุรกิจที่ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและจริยธรรม (Corporate Social Responsibility and Ethical Practices: CSR) นอกจากนี้ การมีระบบ ICP ภายในองค์กรยังมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบ ICP (Higher Firms’ Performance of ICP)ในส่วนของการศึกษาเชิงคุณภาพ การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารหน่วยงานรัฐทำให้ได้ข้อค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแปรใหม่อีก 1 ตัว คือ “ผลประโยชน์และสิทธิพิเศษที่ได้รับจากการเข้าร่วม ICP (Benefits and Privileges of Participating in ICP)” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจจัดทำระบบ ICP ของบริษัทเอกชน ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนา แพลตฟอร์มประเมินความพร้อมระบบ ICP (ICP Readiness Assessment …


ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการประเมินความคุ้มค่าจากการจัดการพลังงานด้านอุปสงค์ กรณีศึกษาธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย, ลัลน์ชยา จิตรชัยธีร์กุล Jan 2024

ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการประเมินความคุ้มค่าจากการจัดการพลังงานด้านอุปสงค์ กรณีศึกษาธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย, ลัลน์ชยา จิตรชัยธีร์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการประเมินความคุ้มค่าจากการจัดการพลังงานด้านอุปสงค์ กรณีศึกษาธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการประเมินความคุ้มค่าจากการจัดการพลังงานด้านอุปสงค์ (Demand Side Management: DSM) สำหรับธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และ Machine Learning ในการพยากรณ์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ภายใต้บริบทของการมีส่วนร่วมในโครงการ Demand Response (DR) และการใช้พลังงานทดแทน การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยเริ่มจากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 ท่าน และการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าของธุรกิจศูนย์ข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า เทคนิค Multi-Layer Perceptron (MLP) ให้ค่าความแม่นยำในการพยากรณ์สูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิค LSTM และ ARIMA โดยมีค่า Mean Absolute Percentage Error (MAPE) ต่ำสุด ต้นแบบนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นถูกทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างธุรกิจศูนย์ข้อมูล ผลการทดสอบพบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อเดือน ผ่านการใช้ค่าพยากรณ์เป็น Baseline สำหรับการเข้าร่วมมาตรการ DR และการวางแผนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในด้านการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ผู้วิจัยได้พัฒนาซอฟต์แวร์ "Optiwatt" และวางแผนจัดตั้งธุรกิจ Energy Management Solutions Provider (EMSP) โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มในพื้นที่ EEC ผลการวิเคราะห์ทางการเงินแสดงความคุ้มค่าในการลงทุน โดยมีระยะเวลาคืนทุน 3 ปี มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 1.24 ล้านบาท และอัตราผลตอบแทนภายในร้อยละ 17.41 ผลการวิจัยนี้มีประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ โดยเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาโมเดลพยากรณ์ที่รวมปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและพลังงานทดแทน อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงานได้จริง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างยั่งยืน


A Study Of Developing Artificial Coral Innovation In Line With The Context Of Promoting Thailand’S Economy And Society, Chawin Poomee Jan 2024

A Study Of Developing Artificial Coral Innovation In Line With The Context Of Promoting Thailand’S Economy And Society, Chawin Poomee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to develop innovative artificial reef technology to align with the context of promoting the Thai economy and society. The objectives were to understand the development direction of artificial reefs to meet the needs of tourists and conservationists, explore the feasibility of introducing new technology into artificial reef production, and study methods to reduce environmental destruction caused by reef deployment. The research employed exploratory and qualitative research methods, including in-depth interviews with a target group of 10 individuals and questionnaire surveys to study consumer behavior and product acceptance among a general consumer group of 100 individuals. Data analysis …


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านสุขภาพทางการเงินของพนักงานในบริษัทเพื่อช่วยให้ พนักงานมีทางเลือกในการจัดการเงินและบริษัทมีระบบสวัสดิการทางการเงินที่ดีเพื่อพนักงาน, ชัฏธน บุญภัทรทวีสุข Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านสุขภาพทางการเงินของพนักงานในบริษัทเพื่อช่วยให้ พนักงานมีทางเลือกในการจัดการเงินและบริษัทมีระบบสวัสดิการทางการเงินที่ดีเพื่อพนักงาน, ชัฏธน บุญภัทรทวีสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านการเงินของพนักงานในบริษัทวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม และปัญหาการกู้ยืม รวมถึงความต้องการในการใช้เครื่องมือของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ บริษัท ,พนักงานกู้, พนักงานให้กู้ ทั้งหมด 15 คน โดย พบว่า ความน่าเชื่อถือ ,การลดความเสี่ยง และระบบช่วยอัตโนมัติ เป็นคุณค่าที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสนใจ จึงได้พัฒนาต้นแบบเครื่องมือ ที่ช่วยให้บริษัท มีสวัสดิการช่วยเหลือ เมื่อพนักงานมีปัญหา ต้องการเงินกู้ฉุกเฉิน ช่วยลดปัญหา ดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้นอกระบบที่ 240%/ปี เหลือเพียง ไม่เกิน 20%/ปี ซึ่งจะช่วยให้ พนักงานยังมีเงินในการแก้ไขปัญหาส่วนบุคคลได้ และพนักงานที่ให้กู้ได้รับเงินยืมคืนและได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าการฝากเงินธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้พนักงานลดความกังวลลดการเข้าสู่วงจรหนี้ได้ โดยจากการประเมินโอกาสและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเครื่องมือนี้ จะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 700,000 บาท ธุรกิจสามารถคืนทุนได้ภายใน 4.13 ปี และมี IRR อยู่ที่ 18.57% โดยเครื่องมือมีความพร้อมในการพัฒนาต่อยอดต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก Durioextract (สารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร), ชัญญา สุขุมเจริญจิต Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก Durioextract (สารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร), ชัญญา สุขุมเจริญจิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการพิเศษนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก DurioExtract ซึ่งเป็นสารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก มีทุเรียนอ่อนจากการตัดแต่งกลายเป็นขยะถึง 85,000 ตันต่อปี​​​​​​​​​​​​​​​​ การนำผลทุเรียนอ่อนมาสกัดจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณขยะ ตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติที่กำลังเติบโต ทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรชีวภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย และสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ BCG ของประเทศไทย​​​​​​​​​​​​​​​​ จากผลการศึกษาวิจัยก่อนหน้าพบว่าสารสกัดจากทุเรียนอ่อนมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 2 เท่า ลดริ้วรอย เสริมการทำงานของจุลินทรีย์บนผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิว และยับยั้งกระบวนการไกลเคชั่นโดยลดการสร้าง AGEs ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยในโครงการพิเศษนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยต้นแบบที่มี DurioExtract เป็นส่วนผสม และศึกษาความต้องการและการยอมรับของตลาดด้วยการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 100 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากอาสาสมัคร 2 คน ผลปรากฏว่าสูตรที่มีประสิทธิผลสูงสุดมีลักษณะเป็นเจลใสที่เพิ่มความชุ่มชื้นได้ถึง 175.76% ควบคุมความมันของผิวได้ 51.72% และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ 40% การวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ เพศหญิง สัญชาติไทยอายุ 45-59 ปี ที่เป็นพนักงานบริษัทหรือผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ 25,001-50,000 บาทต่อเดือน อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง กับผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากทุเรียนเป็นส่วนประกอบสำคัญ จากการประเมินทางการเงินแล้ว พบว่าโครงการนี้มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 66,165,779.06 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 507.44% ในระยะเวลา 5 ปี ที่เงินลงทุนเริ่มต้น 1,500,000 บาท ซึ่งแสดงให้เป็นถึงโอกาศความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม Chatgpt ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในงานสรรหาบุคลากร: กรณีศึกษาของ Kbtg, ฐิติ วันตลา Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม Chatgpt ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในงานสรรหาบุคลากร: กรณีศึกษาของ Kbtg, ฐิติ วันตลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความเป็นไปได้และคุณูปการของการนำเทคโนโลยี ChatGPT มาใช้บนไลน์ออฟฟิศเซียลแอคเคาท์ เพื่อประโยชน์ในการสรรหาทรัพยากรบุคคลโดยใช้บริษัท KASIKORN Business-Technology Group (KBTG) เป็นกรณีศึกษา การศึกษามุ่งค้นหากลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการปรับใช้ ChatGPT เพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจในระยะยาวในการสรรหาบุคลากร รวมถึงการวิเคราะห์จุดแข็งและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การวิจัยนี้รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่ทำงานร่วมกับ KBTG จำนวน 10 คน และการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ให้ข้อมูลจำนวน 70 คน โดยรวมทั้งสิ้น 80 คน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประเมินผล การพัฒนาระบบ ChatGPT ในครั้งนี้ใช้ต้นทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท และคาดหวังผลตอบแทนรวมต่อปีที่สามารถคืนทุนภายใน 1 ปี โดยระบบ ChatGPT สามารถลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ได้ถึง 20% และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกระบวนการสรรหาบุคลากร การวิเคราะห์ ROI แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในเทคโนโลยี ChatGPT มีความคุ้มค่า โดยการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เช่น การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง การฝึกอบรมและกำกับดูแลการใช้งาน รวมถึงการวิเคราะห์ข้อร้องเรียนของลูกค้า การนำ ChatGPT มาใช้ในงานสรรหาบุคลากรของ KBTG จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนในระยะยาว ทั้งยังเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย หากมีการจัดการความเสี่ยงและปรับปรุงระบบต่อเนื่อง ChatGPT จะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการพัฒนากระบวนการทำงานและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับองค์กร


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน, อมร ขันสาลี Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน, อมร ขันสาลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร แต่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ยังต้องอาศัยพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ องค์กรจึงควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะนี้ให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยพบว่าบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็น กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เปิดกว้างรับสิ่งใหม่ ๆ และมีความรู้หลากหลาย ดังนั้นองค์กรควรส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อขยายมุมมอง นำไปสู่การคิดนอกกรอบและคิดเชิงนวัตกรรมแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยให้พนักงานเข้าถึงความรู้และข้อมูลใหม่ ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ยังมีข้อจำกัดด้านแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองและความหลากหลายของรูปแบบเนื้อหาการเรียนรู้ การศึกษาครั้งนี้นำเสนอแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์ที่มีคุณสมบัติดังนี้ 1) เป็นศูนย์กลางรวมความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และองค์ความรู้ใหม่ ๆ 2) นำกลไกเกมบางส่วนจากแนวคิดเกมมิฟิเคชัน (Gamification) มาใช้เพื่อกระตุ้นความสนใจและความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ 3) รองรับรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การดู การอ่าน และการฟัง โดยการออกแบบระบบทั้งหมดผู้ศึกษาได้อ้างอิงและประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เกมมิฟิเคชัน (Gamification) และความต้องการและแรงจูงใจของมนุษย์ ร่วมด้วยผลการศึกษาพบว่าพนักงานทั่วไปจำนวน 100 คน มีความเห็นว่าองค์ประกอบของเกมมิฟิเคชันมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ความรู้ออนไลน์ของพนักงานในระดับมากทุกกลุ่มปัจจัย ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยด้าน เพศ ช่วงอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และระดับการปฏิบัติงาน จากนั้นผู้ศึกษาได้นำผลการสำรวจไปออกแบบแพลต์ฟอร์มฯ โดยผู้ศึกษาได้พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและนำไปสาธิตและกลุ่มเป้าหมายซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พัฒนาบุคลากร จาก 5 ธุรกิจที่แตกต่างกัน โดยผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการทดลองนำไปใช้งาน


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เป็นการศึกษาการพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกพันธุ์หอมแม่จันและดอกพุดซ้อนเพื่อลดความเครียดเป็นหลักและเพิ่มความจำในกลุ่มคนอายุน้อย โดยพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกที่เพิ่มสารสกัดกลิ่นจากดอกพุดซ้อนที่ปลูกแบบอินทรีย์ ซึ่งนิยมปลูกในเชียงรายในวัฒนธรรมล้านนา นำมาผ่านกระบวนการ High Pressure Processing (HPP) ผลการวิเคราะห์สารพบว่าสามารถคงสารกาบาไว้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสารกาบาช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยลดความเครียด และสารในดอกพุดซ้อนมีสารหอมระเหยที่ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ ลดความวิตกกังวล สารที่มีประโยชน์และกลิ่นจึงเป็นสองกลไกที่เสริมกันในเครื่องดื่มต้นแบบนี้ ผลการสำรวจการตลาดด้านความต้องการผู้บริโภคและการยอมรับผลิตภัณฑ์ด้วยแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 312 ราย พบว่าร้อยละ 69.23 มีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์ และยินดีจ่ายในราคาสูงกว่าเครื่องดื่มธัญพืชทั่วไปไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มีการประมาณเงินลงทุน 1 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนภายใน 239% มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 3,637,220 บาท และระยะเวลาคืนทุนภายใน 1 ปี 6 เดือน


การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการวางแผนการเดินทาง ทำให้เกิดความต้องการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความสะดวกสบายและความเฉพาะเจาะจงของผู้ใช้ ความสามารถในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการผ่านแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี GPT ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสามารถปรับแต่งการเดินทางให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แชทบอทในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจการท่องเที่ยว การนำเทคโนโลยี GPT มาใช้ในการพัฒนาแชทบอททำให้สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และตอบสนองต่อคำถามของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การนิพนธ์นี้มุ่งเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจในการใช้แชทบอทสำหรับการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการ โดยการวิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว การประเมินความสามารถทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และการเสนอแนะเพื่อการบูรณาการเทคโนโลยีนี้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การศึกษานี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีแชทบอทมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย


นวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ, อุมาภรณ์ สมศิริวัฒนา Jan 2024

นวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ, อุมาภรณ์ สมศิริวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ จึงมีการศึกษาเพื่อค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ และนำมาพัฒนานวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอวัฒนธรรมไทยให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์และระยะของการศึกษา 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอและพัฒนาตัวชี้วัดที่ส่งผลต่อระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมประเภทสิ่งทอโดยการทบกวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์ หลังจากนั้นได้ทำการทดสอบความเที่ยงตรงของตัวชี้วัดและเก็บข้อมูลจากชุมชนและผู้ประกอบการจำนวน 130 ราย ผลการศึกษาพบว่า มีองค์ประกอบหลักด้านทุนวัฒนธรรม ดังนี้ 1. ความเป็นอัตลักษณ์ 2. การสร้างสรรค์ 3. การสร้างคุณค่า 4. การจัดการความรู้ 5.การสืบทอด องค์ประกอบหลักด้านความสามารถของชุมชน มีดังนี้ 1. ความสามารถด้านการพัฒนา 2. ความสามารถด้านการตลาด 3. ความสามารถด้านการดำเนินงาน 4. ความสามารถด้านทรัพยกรมนุษย์ 5. ความสามารถความเป็นผู้นำ 6.ความสามารถด้านเครือข่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ ในระยะที่ 2 สร้างแบบจำลองเครื่องมือการประเมินศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ และทดสอบการยอมรับนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐจำนวน 20 รายพบว่ามีการยอมรับและเห็นประโยชน์ มีความสนใจในการนำไปใช้งาน ในระยะที่ 3 จากการศึกษาการนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยวิเคราะห์ศึกษาในมิติของการวิเคราะห์ธุรกิจ ความคุ้มค่าในการลงทุนและลูกค้าเป้าหมาย พบว่า หน่วยงานภาครัฐ การศึกษา และภาคเอกชนที่ดูแลสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม สามารถนำเครื่องมือนี้ไปใช้ประกอบเป็นเครื่องมือในการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมประเภทสิ่งทออย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยมีผลตอบแทนการลงทุนภายใน (IRR) ร้อยละ 56 และมีค่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เป็นบวก และมีความเป็นไปได้ทั้งทางการตลาด การปฏิบัติงานและการลงทุน นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้งานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อคนในประเทศและเศรษฐกิจต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของการพัฒนาเครื่องดื่มโปรตีนที่ผ่านกระบวนการไกลเคชั่นจากพืชรสช็อกโกแลต, ลลิฉัตร์ ชัยศิรวรกิตติ์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของการพัฒนาเครื่องดื่มโปรตีนที่ผ่านกระบวนการไกลเคชั่นจากพืชรสช็อกโกแลต, ลลิฉัตร์ ชัยศิรวรกิตติ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้วิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของการพัฒนาเครื่องดื่มโปรตีนที่ผ่านกระบวนการไกลเคชั่นจากพืชรสช็อกโกแลต เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาบริโภคเครื่องดื่มโปรตีนจากพืชเพื่อสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ผู้วิจัยจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ด้วยเทคโนโลยีการไกลเคชั่น และประเมินศักยภาพทางการตลาดผ่านการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิตและผู้บริโภค ในทุกกระบวนการ กลุ่มตัวอย่าง 15 ท่าน ผลการศึกษานำมาใช้ออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถพัฒนาเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ผลิตได้ยอมรับนวัตกรรมการผลิตนี้ เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นพัฒนาเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มโปรตีนจากพืช และ คุณภาพให้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าในปัจจุบัน เนื้อสัมผัสกลืนง่าย แต่ยังคงมุ่งเน้นรสชาติตอบสนองรสชาติตามที่ผู้บริโภคต้องการ ผู้บริโภคคาดหวังถึงคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง รสชาติและราคาเหมาะสมเพื่อการบริโภคได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ การศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน โดยการผลิตแบบจ้างผลิต (OEM) การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงิน เมื่อจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ในราคา 59 บาท คาดการณ์ส่วนแบ่งตลาดที่ 5 % พบว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า มีมูลค่า ปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวก อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) สูง ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) อยู่ที่ 2.4 ปี ถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นและเหมาะสมแก่การลงทุน จากการศึกษางานวิจัยนี้ สรุปได้ว่า เครื่องดื่มโปรตีนที่ผ่านกระบวนการไกลเคชั่นจากพืชรสช็อกโกแลต เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพได้รับการยอมรับและมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมะม่วงเพื่อสุขภาพโดยใช้เทคโนโลยีเอนไซม์ในการลดปริมาณน้ำตาลซูโครสและเสริมพรีไบโอติก, มนัสชญาณ์ อู่สมบัติชัย Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมะม่วงเพื่อสุขภาพโดยใช้เทคโนโลยีเอนไซม์ในการลดปริมาณน้ำตาลซูโครสและเสริมพรีไบโอติก, มนัสชญาณ์ อู่สมบัติชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ฉบับนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์น้ำมะม่วงเพื่อสุขภาพโดยใช้เทคโนโลยีเอนไซม์ลดปริมาณน้ำตาลซูโครสและเสริมพรีไบโอติก และศึกษาความต้องการของผู้บริโภคที่ตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ รวมถึงศักยภาพของตลาดน้ำมะม่วงเพื่อสุขภาพ ร่วมกับการวิเคราะห์แนวทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อการจัดทำแผนธุรกิจ กลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเพื่อทราบถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและการยอมรับในผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 20 คน และวิธีวิจัยเชิงปริมาณด้วยการใช้แบบสอบถาม จำนวน 129 คน โดยกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่มคนที่ควบคุมน้ำหนัก ซึ่งต้องการเครื่องดื่มผลไม้ที่รสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพในราคาที่ 30 บาท ปริมาณ 250 มิลลิลิตร และราคา 120 บาท ปริมาณ 1,000 มิลลิลิตร และสะดวกต่อการซื้อในช่องทางการจัดจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์ ผลการวิจัยพบว่ามีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ ทั้งในเรื่องของความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการผลิต และโอกาสทางการตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตของผลิตภัณฑ์ จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน พบว่ามีความสามารถในการทำกำไรในอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เป็นบวก และมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 1.2 ปี ในขณะที่การศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์พบว่าผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมะม่วงลดน้ำตาล เนื่องจากมีความกังวลในเรื่องระดับน้ำตาลในมะม่วงที่อาจมีผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งงานวิจัยนี้มีโอกาสทางด้านการตลาดพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ได้


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการจัดการข้อมูลด้วยนวัตกรรมเพื่อการสืบสวน ป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์: กรณีศึกษาการจดจำเชิงความหมายและการสร้างแดชบอร์ดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, รัฐชิน เจริญรัมย์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการจัดการข้อมูลด้วยนวัตกรรมเพื่อการสืบสวน ป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์: กรณีศึกษาการจดจำเชิงความหมายและการสร้างแดชบอร์ดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, รัฐชิน เจริญรัมย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้ เกิดจากผู้จัดทำโครงการพบปัญหาในการรายงาน จัดเก็บ และติดตามข้อมูลในรูปแบบปัจจุบัน ผู้จัดทำโครงการจึงได้ศึกษาและพัฒนาต้นแบบกระบวนการ เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น โดยกระบวนการนี้ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนที่สูญเปล่าได้เป็นอย่างดี จากการศึกษาสามารถกล่าวได้ว่าระบบที่ผู้ศึกษาได้พัฒนาขึ้นเป็นระบบที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน มีความสนใจต่อการใช้งานหากได้พัฒนาระบบนี้แล้ว นอกจากนี้ระบบดังกล่าวยังสามารถพัฒนาปรับปรุงให้มีความหลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้งานได้อีกด้วย ผู้จัดทำโครงการจึงเห็นความสำคัญและปัญหา จึงได้ออกแบบการศึกษานี้เพื่อพัฒนาต้นแบบของกระบวนการ (Process) โดยการประยุกต์ใช้ระบบอันประกอบไปด้วย Line Official , Line Notify , Application Programing Interface (API), เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Google Sheet และ Looker Studio เนื่องจากผู้จัดทำโครงการเห็นว่าแพลตฟอร์มไลน์ (Line) เป็นแพลตฟอร์มหลักที่ใช้สื่อสารในองค์กรในปัจจุบัน จึงได้พัฒนาต้นแบบของระบบที่ประยุกต์ใช้กับแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่เดิม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถใช้งาน เข้าใจ เข้าถึงได้ง่าย และมีประโยชน์ ตามทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี ในการออกแบบต้นแบบระบบนี้ได้ใช้วิธีการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 10 คน นำมาปรับปรุงและออกแบบจนออกมาเป็นกระบวนการ (Process) ของต้นแบบของระบบ แดชบอร์ด และใช้วิธีตอบแบบสอบถามจากผู้ใช้งานจำนวน 100 คน เพื่อทดสอบการยอมรับเทคโนโลยี และนำข้อเสนอแนะ ไปพัฒนาและปรับปรุงระบบต่อไป จากการวิเคราะห์คุณค่าจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร โดยการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาระบบใหม่ในงบประมาณ 1,000,000 บาท พบว่าถ้าพัฒนาระบบนี้แล้วทางหน่วยงานจะมีระยะเวลาในการคืนทุนภายในเวลา 9 เดือน


นวัตกรรมโมเดลการจัดการกระบวนการผลิตในธุรกิจเครื่องดื่มชาที่มีการฆ่าเชื้อเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาโดยใช้หลักการแบบลีน บัญชีต้นทุนการไหลวัสดุและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง, ชนกพร กลิ่นโสภณ Jan 2023

นวัตกรรมโมเดลการจัดการกระบวนการผลิตในธุรกิจเครื่องดื่มชาที่มีการฆ่าเชื้อเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาโดยใช้หลักการแบบลีน บัญชีต้นทุนการไหลวัสดุและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง, ชนกพร กลิ่นโสภณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบัน SMEs มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการจ้างงาน การพัฒนานวัตกรรมและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การศึกษาชิ้นนี้ มุ่งเน้น SMEs ผู้ผลิตเครื่องดื่มชาขนาดย่อมที่พบว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายที่ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรและการอยู่รอดของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และต้นทุนการผลิต การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมกระบวนการผลิตสู่การจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบทดลองโดยทำการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลในกระบวนการผลิตของธุรกิจผู้ผลิตเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มที่มีการฆ่าเชื้อเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาขนาดย่อมจำนวน 3 บริษัทในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อนำมาวิเคราะห์ตามแนวคิดลีนและบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุและดำเนินการระบุปัญหาด้วยการระดมสมองจากการทำ Kaizen Workshop จากนั้นนำเสนอแนวทางแก้ไขโดยการจัดทำเครื่องมือตามหลักการ Standard Work และเครื่องควบคุมอุณหภูมิไร้สาย จากนั้น ผู้วิจัยดำเนินการทดสอบผลการปรับปรุงกระบวนการโดยพิจารณาการแก้ปัญหา 2 เรื่องคือระยะเวลาการทำงานรวมและต้นทุนการผลิตรวมและต้นทุนของเสียในกระบวนการ ผลการศึกษาพบว่าการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องควบคุมอุณหภูมิสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตามเกณฑ์การทดสอบและผลการแก้ไขปัญหาในสายการผลิตทำให้ภายหลังการปรับปรุงสามารถลดระยะเวลากระบวนการผลิตรวมในบริษัท A, B และ C ได้ 21.4%, 21.9% และ 21.8% ตามลำดับและพบว่าสามารถลดต้นทุนของเสียในบริษัท A, B และ C ลงได้ 30.9%, 61.6% และ 34.3% ตามลำดับ จากนั้นนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการในการใช้ควบคุมความสูญเสียภายในกระบวนการผลิต โดยผลการทดสอบกับผู้ใช้งานตัวอย่างจำนวน 30 คนซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ผู้จัดการและหัวหน้างานในสายการผลิต พบว่านวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นที่ยอมรับและมีความง่ายต่อการใช้งาน


นวัตกรรมระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ, ประภารัตน์ อัศวเนตรมณี Jan 2023

นวัตกรรมระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ, ประภารัตน์ อัศวเนตรมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพการตลาดของผลิตภัณฑ์รังนก 2) พัฒนาคิวอาร์โค้ดชีวภาพ ที่สามารถติดลงบนพื้นผิวรังนก มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของรังนกด้วยการสแกนผ่านสมาร์ตโฟน และให้ผลในการตรวจสอบที่ถูกต้อง แม่นยำกว่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายรังนก 3) ศึกษาการยอมรับนวัตกรรมคิวอาร์โค้ดชีวภาพเพื่อระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนก และ 4) ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำต้นแบบคิวอาร์โค้ดชีวภาพมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากการทบทวนวรรณกรรม ทำให้เกิดแนวคิดในการพัฒนา และการผลิตชุดต้นแบบระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ ได้รับการพัฒนาโดยใช้กระบวนการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) ตามขั้นตอน Stage Gate ระบบเลือกใช้ 7 เทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาระบบคือ เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด, เทคโนโลยีด้านวัสดุชีวภาพ, เทคโนโลยีการพิมพ์ Inkjet, เทคโนโลยี GPS, เว็ปเทคโนโลยีบนเครื่องข่ายอินเตอร์เน็ต, เทคโนโลยี Cloud และเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ทั้งหมดเพื่อผลิตเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ ที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันการปลอมแปลง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้แม้รังนกไม่ถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์ จากแนวคิดของนวัตกรรมระบบตรวจสอบยัอนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ นำไปสู่การทดสอบการยอมรับนวัตกรรม ด้วยการวิจัยแบบผสมผสานคือ การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก กับกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรฟาร์มนกแอ่น ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารังนกสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม และการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการเก็บแบบสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ กับกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภค ที่มีประสบการณ์ซื้อวัตถุดิบอาหารพรีเมียม ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งสอง แสดงความตั้งใจในการยอมรับนวัตกรรมระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ การศึกษาเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำระบบตรวจสอบย้อนกลังรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพ มาใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยการประเมินด้านเทคโนโลยี การตลาด และการเงิน พบว่ามีความเหมาะสมที่ผู้ศึกษาจะนำนวัตกรรมมาใช้งานเชิงพาณิชย์ ด้วยการเลือกใช้วิธี Spin-off เพื่อทำตลาดเอง เนื่องจากผู้ถือครองนวัตกรรมมีความพร้อมในทุกด้านจากการประเมิน ทั้งนี้ระบบตรวจสอบย้อนกลับรังนกด้วยคิวอาร์โค้ดชีวภาพควรใช้วิธีการแจ้งลิขสิทธิ์ และจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าเพื่อขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จากการประเมินทางการเงินพบว่า ระยะเวลาคืนทุนของโครงการคือ 2 ปี 4 เดือนค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 4,914,697.73 บาท และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) จากการลงทุนเท่ากับ ร้อยละ 186.8%


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์, กุลนันท์ พันธุ์อนุกูล Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์, กุลนันท์ พันธุ์อนุกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ที่หลากหลาย ตั้งแต่การประมวลผลภาพ การสร้างภาพเสมือน การรู้จำอารมณ์ไปจนถึงการประมวลผลภาษาธรรมชาติ สามารถใช้ร่วมกันเพื่อสร้างโมเดลสัตว์เสมือนจริงที่มีลักษณะสมจริงทั้งรูปลักษณ์ภายนอก พฤติกรรม บุคลิก การแสดงออกทางอารมณ์ และการสื่อสารกับมนุษย์ ซึ่งจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและพัฒนาในทุกวันจะทำให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงเสมือนได้ราวกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิต งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการ ในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มคนเลี้ยงสุนัขและแมวในประเทศไทยที่มีความรักและความผูกพันกับสัตว์เลี้ยง ที่ต้องการมีตัวแทนสัตว์เลี้ยงที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้ในทุกที่ทุกเวลา จำนวนทั้งสิ้น 347 คน โดยกลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสนใจใช้แอปพลิเคชันเพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ที่ระดับปานกลางถึงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 72.2


ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและแนวทางการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือเพื่อสูงอายุ, ศุภวิชญ์ ถือคง Jan 2023

ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและแนวทางการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือเพื่อสูงอายุ, ศุภวิชญ์ ถือคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและแนวทางการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากปี พ.ศ. 2548 ระบุว่าประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปี เป็นต้นไป) อยู่ที่ 10.4% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2566 สัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20.08% แสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มลูกหลานมีความต้องการให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยป้องกันอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน งานศึกษาชิ้นนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไปจำนวนทั้งหมด 20 คน เพื่อศึกษาถึงความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้เครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุ ต่อมาคือการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านการสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มบุคคลทั่วไปจำนวนทั้งหมด 200 คน เพื่อทำความเข้าใจในการใช้เครื่องมือช่วยเหลือของผู้สูงอายุได้ลึกซึ่งมากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาพบว่ามีปัจจัยสำคัญสำคัญทั้งหมด 3 ปัจจัย คือ 1) การใช้งานเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้สูงอายุ 2) ความต้องการของฟังก์ชั่นในเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุ และ 3) รูปทรงของเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบพกพา นอกจากนี้การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุมีความต้องการเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและมีความปลอดภัยสูง รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน จากผลการศึกษาทำให้ได้แนวทางในการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและส่งเสริมการใช้งานเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบพกพาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามปัจจัยสำคัญต่าง ๆ โดยมีการพัฒนาแบบจำลองผลิตภัณฑ์แนวความคิด (Conceptual Product) ออกมาเป็นรูปแบบนาฬิกาข้อมือ ซึ่งได้มีการนำแบบจำลองเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบพกพา มาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาดและโอกาสในการต่อยอดออกสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต


Innovative Design Process For Iot-Enabled Home Use Medical Device, Apiwat Thongprasert Jan 2023

Innovative Design Process For Iot-Enabled Home Use Medical Device, Apiwat Thongprasert

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The transformative journey of healthcare is now shifting from hospital-based corrective care to the empowering realm of home-based preventive care. With the integration of Internet of Things (IoT) technology, the integration transforms medical devices into powerful tools with enhanced functionality, remote connectivity, and sensing capabilities. However, their true potential lies in their ability to adapt to users' lifestyles, highlighting the importance of emotional experience in daily routines. Thus, the success of these devices hinges on understanding factors related to users' perception and acceptance. However, startups and novice developers in the medical device sector face challenges in exploring these factors due …


การศึกษาการตอบสนองของอาหารแมวชนิดเปียกที่มีสารสกัดจาก Yucca Extract ที่ส่งผลต่อกลิ่นในสิ่งปฏิกูลของแมว, ภัทรวดี วิชัยยะ Jan 2023

การศึกษาการตอบสนองของอาหารแมวชนิดเปียกที่มีสารสกัดจาก Yucca Extract ที่ส่งผลต่อกลิ่นในสิ่งปฏิกูลของแมว, ภัทรวดี วิชัยยะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Yucca schidigera เป็นส่วนผสมที่สามารถเพิ่มลงในอาหารสัตว์เลี้ยงได้ เพื่อช่วยลดกลิ่นของเสีย การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มมันสำปะหลังในอาหารสัตว์เลี้ยงช่วยลดกลิ่นเสียได้มากถึง 26% การศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาการตอบสนองของอาหารแมวชนิดเปียกที่มีสารสกัดจาก Yucca Extract ที่ส่งผลต่อกลิ่นในสิ่งปฏิกูลของแมว” เพื่อศึกษาการลดแอมโมเนียในกระเพาะแมวจากสารสกัด Yucca Extract เพื่อศึกษาผลของการตอบสนองของสารสกัด Yucca Extract กับกลิ่นปฏิกูลของแมว เพื่อนำวิจัยไปต่อยอดในทางธุรกิจอาหารแมว ประเมินศักยภาพตลาด และการเงิน รวมถึงความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ มีการดำเนินการวิจัยในลักษณะผสมผสานการวิจัยแบบเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยการทดลองทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “อาหารเปียกที่มีส่วนผสมของ Yucca Extract” กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงทําการทดสอบเกี่ยวกับความพึงพอใจ ลักษณะ และ ปริมาณความต้องการของผู้บริโภค ผสมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Quanlitative Research) และใช้การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม (Questionnaire) เพื่อตอบโจทย์กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยให้แมวกลุ่มตัวอย่างจำนวน 31 ตัว กินผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีสารสกัด Yucca Extract 250 ppm. เป็นเวลา 14 วัน เจ้าของแมวรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบนี้ช่วยลดกลิ่นอุจจาระได้ ปานกลาง จำนวน 21 คน เจ้าของแมวรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบนี้ทำให้ไม่ต้องเก็บอุจจาระบ่อย น้อย จำนวน 20 คน ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเปียก ราคาอาหารเปียกที่เจ้าของยอมรับได้ ราคาน้อยกว่า 30 บาท ร้อยละ 93.6 การวัดปริมาณแอมโมเนียในอุจจาระแมวพบว่าแมวจำนวน 1 ตัวที่ค่าผลแอมโมเนียเท่าเดิมทั้งก่อน และหลังกินผลิตภัณฑ์ต้นแบบ คือ 0.052 mmol/g และแมวอีก 30 ตัวมีค่าผลแอมโมเนียลดลงเฉลี่ย 0.019 mmol/g ในภาพรวมผู้วิจัยจึงสรุปได้ว่าแอมโมเนียในอุจจาระแมวลดลงจริงแมวกลุ่มตัวอย่างหลังได้กินผลิตภัณฑ์ต้นแบบ แผนทางด้านการเงินที่ได้สมมุติฐาน มูลค่าปัจจุบันโครงการ (NPV) อยู่ที่ 2,444,381.83 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 314.5 ระยะเวลาคืนทุน 8.24 ดังนั้นระยะเวลาคืนทุนของโครงการเท่ากับ 8 ปี


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เซลโลกัม (อนุพันธ์และโมเลกุลอื่น ๆ ของเซลลูโลส), ยศพันธ์ พัชรพสิษฐ์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เซลโลกัม (อนุพันธ์และโมเลกุลอื่น ๆ ของเซลลูโลส), ยศพันธ์ พัชรพสิษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการของตลาด โอกาสทางธุรกิจ และความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เซลโลกัม (อนุพันธ์เซลลูโลส) โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม 5 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิตไอศกรีม ซอสและเครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และเนื้อสัตว์ ผลการศึกษาพบว่าผู้ผลิตที่สัมภาษณ์ทุกคนใช้สาร MCC และ CMC เฉลี่ย 0.06-0.82% ของกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มความข้นหนืด ความคงตัว และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ โดยการใช้งานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิต ปัญหาหลักคือการละลายยาก ราคาสูง และมีผลต่อรสชาติ ปัจจัยหลักในการเลือกใช้คือความสามารถในการละลาย ราคา และไม่มีผลต่อรสชาติ ตลาดสารคงตัวอาหารจากอนุพันธ์เซลลูโลสทั่วโลกมีมูลค่า 402.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 603.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2034 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) 4.1% สำหรับประเทศไทย มีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 3,800 ล้านบาทต่อปี แสดงถึงโอกาสทางการตลาดที่ดี เศษวุ้นมะพร้าวซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเซลโลกัมเกิดขึ้นสูงถึง 11-20% ของกำลังการผลิตวุ้นมะพร้าว ผู้ผลิตต้องเสียค่ากำจัด 100,000-400,000 บาทต่อปี และสนใจส่งมอบของเสียเหล่านี้ให้ผู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ผลิตภัณฑ์เซลโลกัมมีจุดเด่นด้านต้นทุนการผลิตต่ำจากการใช้วัสดุเหลือทิ้ง ทำให้ราคาขายต่ำกว่าคู่แข่งนำเข้า 16.5% และยังสอดคล้องกับแนวโน้มความยั่งยืนและการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐ แสดงให้เห็นว่าเซลโลกัมเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทางการตลาดและความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ในระดับสูง