Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Technology and Innovation (207)
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
-
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Publication Year
Articles 331 - 360 of 839
Full-Text Articles in Business
ปัจจัยโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, ณัฏฐชัย วัฒนาธิบดี
ปัจจัยโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, ณัฏฐชัย วัฒนาธิบดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ระบุตัวแปรทางด้านคุณภาพการบริการโลจิสติกส์ที่กระทบต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 2. เพื่อวิเคราะห์ระดับของอิทธิพลแต่ละปัจจัยต่อการใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยงานวิจัยนี้ได้แบ่งตัวแปรต้นออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้แก่ กลุ่มคุณภาพการบริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซประกอบไปด้วย การออกแบบเวปไซต์และแอพพลิเคชั่น ความง่ายในการเข้าใช้งาน คุณภาพของข้อมูล ตัวเลือกในการชำระเงิน และ ความปลอดภัยในการใช้งาน และกลุ่มที่ 2 ได้แก่กลุ่มที่กำหนดคุณภาพการบริการโลจิสติกส์ซึ่งประกอบไปด้วย ความเร็วในการจัดส่ง ตัวเลือกในการจัดส่ง คุณภาพในการจัดส่ง นโยบายการคืนสินค้า ต้นทุนการจัดส่ง และ ข้อมูลในการจัดส่ง โดยมีตัวแปรตามคือ ความพึงพอใจโดยรวมของผู้ใช้บริการแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และ ความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ งานวิจัยนี้ยืนยันได้ว่าคุณภาพการบริการที่สามารถรับรู้ได้ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการและส่งอิทธิพลต่อไปยังความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ข้อมูลในการวิจัยนี้ได้รวบรวมมาจากแบบสอบถามซึ่งมีจำนวนตัวอย่างทั้งหมด 373 ชุด ประกอบไปด้วยผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 – 44 ปี หรือเจนวายและมีประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ทั้ง 2 แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในประเทศไทย และใช้โมเดลสมการโครงสร้างในการยืนยันความสัมพันธ์ ผลการวิเคราะห์ระบุได้ว่ากลุ่มคุณภาพการบริการโลจิสติกส์มีอิทธิพลมากกว่าการบริการอื่นๆ ต่อความประสงค์จะใช้แพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ ความเร็วในการจัดส่ง มีความสำคัญที่สุดในกลุ่มคุณภาพการบริการโลจิสติกส์
การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าส้มโชกุนเบตง, ปิลันธนา ฟูดุลยวัจนานนท์
การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าส้มโชกุนเบตง, ปิลันธนา ฟูดุลยวัจนานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของส้มโชกุนอำเภอเบตงเพื่อหาโอกาสในการยกระดับโซ่คุณค่า โดยอำเภอเบตงเป็นพื้นที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีส้มโชกุนเป็นหนึ่งในพืชเอกลักษณ์ถิ่นในพื้นที่และอยู่ระหว่างการดำเนินการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical indication : GI) ซึ่งการวิจัยนี้ใช้การรวบรวมข้อมูลจากการสุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ผ่านการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญอันได้แก่ เกษตรกร ผู้รวบรวม ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง ผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ข้อมูลที่รวบรวมมาได้จะใช้ในการวิเคราะห์รายได้และต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าประกอบกับการวิเคราะห์ SWOT เพื่อระบุปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่า จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ TOWS เพื่อระบุทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับการปรับปรุงห่วงโซ่คุณค่า กลยุทธ์เพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่าได้แก่ 1) เกษตรกรจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน 2) เกษตรกรนำหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) มาใช้ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ 3) จัดตั้งช่องทางการขายตรงเพื่อการเข้าถึงผู้บริโภค 4 ) รัฐบาลส่งเสริมความร่วมมือของเกษตรกรรายย่อยเพื่อทำการเกษตรแบบเกษตรกรรายใหญ่ และ 5) สร้างโปรแกรมการศึกษาออนไลน์เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกของเกษตรกรต่อไป
ปัจจัยที่มีผลต่ออำนาจการต่อรองของโรงคัดบรรจุทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี, พรพากย์ คุณวัฒน์
ปัจจัยที่มีผลต่ออำนาจการต่อรองของโรงคัดบรรจุทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี, พรพากย์ คุณวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ในงานวิจัยคือ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่ออำนาจต่อรองของเกษตรกรต่อล้งต่างชาติที่จังหวัดจันทบุรี ด้วยการประเมินความสำคัญของปัจจัยต่างๆในหลายมิติที่มีต่ออำนาจต่อรองของล้งและต่อกำไรของเกษตรกร ผ่านการสำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ที่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 100 คน แบ่งเป็นวิธีสัมภาษณ์ตัวต่อตัว 67 คนและใช้แบบสอบถามออนไลน์ ผ่านช่องทาง google sheet 33 คน โดยกลุ่มปัจจัยที่ทำการศึกษาประกอบด้วย ลักษณะความสัมพันธ์หว่างเกษตรกรกับล้งต่างชาติ ลักษณะของอุตสาหกรรม การเข้าถึงทรัพยากร ลักษณะของเกษตรกร และลักษณะของผลิตภัณฑ์ ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับค่าอิทธิพลของปัจจัยที่มีต่ออำนาจต่อรองและต่อกำไรของเกษตรกรด้วย 5-point Likert Scale พบว่า ในความคิดเห็นของเกษตรกร ปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะเสริมให้ล้งมีอำนาจต่อรองสูง คือ การรวมกลุ่มกันของล้ง และการพึ่งพาล้งของเกษตรกร นอกจากนี้ เกษตรกรยังให้ความเห็นว่า ล้งต่างชาติมีอำนาจต่อรองในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วในขณะนี้ ในขณะที่นโยบายของรัฐ ไม่ส่งเสริมอะไรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพผลผลิต การยกระดับคุณภาพของผลผลิต หรือมาตรการที่ป้องกันไม่ให้ล้งต่างชาติมีการรวมตัวกัน จากผลการศึกษา จึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการไม่ให้ล้งต่างชาติมีอำนาจต่อรองสูงเกินไป โดยเกษตรกรไทยไม่พึ่งพาล้งมากเกินจำเป็น และดำเนินมาตรการไม่ให้เกิดการรวมกลุ่มกันของล้ง โดยรัฐบาลจะต้องเพิ่ม ช่องทางการจัดหน่ายให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ หรือ ส่งพ่อค้าชาวไทยเข้าไปเปิดตลาดในประเทศจีน และมีมาตรการให้เกิดการแข่งขันระหว่างล้ง เพื่อไม่ให้ล้งต่างชาติเกิดการรวมตัวกัน
การปรับปรุงกระบวนการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบัง – สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ของธุรกิจสายเรือกรณีศึกษา, มรกต ภู่มรกต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าในปัจุบัน และแนวทางการปรับปรุงในการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากท่าเรือแหลมฉบัง ข้อมูลทางสถิติปริมาณนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ปริมาณรถบรรทุกเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบัง และระยะเวลาขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการขนเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบได้แก่รูปแบบทางถนน และทางรถไฟ ปัญหาและแนวทางการปรับปรุงสามารถสรุปประเด็นหลักที่ควรปรับปรุง 3 ประเด็นสำคัญเรียงตามลำดับได้ดังนี้ 1. กระบวนการขนส่ง 2. การปฏิบัติงานภายในท่าเรือ 3. ขั้นตอนพิธีการศุลกากร โดยแนวทางปรับปรุงได้แก่ กระบวนการขนส่ง และการปฎิบัติงานภายในท่าเรือสามารถดำเนินการปรับปรุงนำระบบนัดหมายเข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ลดปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือ และการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนเป็นรูปแบบการขนส่งทางรถไฟ ขั้นตอนพิธีการศุลกากรสามารถปรับปรุงได้ด้วยกันพัฒนาการติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการเดินทาง และผลการเปรียบเทียบต้นทุนของรูปแบบการขนส่งทางถนนและทางรถไฟพบว่า ทางรถไฟสามารถประหยัดต้นทุน 4% สำหรับตู้ขนาด 20 ฟุต และ 25% สำหรับตู้ขนาด 40 ฟุต ซึ่งการวางแผนการเลือกใช้รูปแบบการขนส่งทั้ง สองรูปแบบผสมผสามกัน 2 วิธี โดยขึ้นอยู่กับอัตราส่วนที่เหมาะสมในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากท่าเรือแหลมฉบังไปยังสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบังให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางตู้คอนเทนเนอร์สายเรือแห่งหนึ่ง, วุฒิชัย บัวจำรัส
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางตู้คอนเทนเนอร์สายเรือแห่งหนึ่ง, วุฒิชัย บัวจำรัส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การจองระวางและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางคอนเทนเนอร์ของสายเรือแห่งหนึ่ง เก็บข้อมูลการจองระวางที่เกิดขึ้นภายในปี 2019 โดยเลือกสองเส้นทาง 6 ท่าเรือในการให้บริการมาศึกษา คือเส้นทางประเทศจีน ได้แก่ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือหนิงโบ และท่าเรือเซียะเหมิน และเส้นทางประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ท่าเรือนิวยอร์ค ท่าเรือนอร์ฟอล์ค และท่าเรือสะวันนา ด้วยการวิเคราะห์เทคนิคการถดถอยโลจิสติคแบบทวิ (Binary Logistic Regression) จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกเลิกการจองระวางได้แก่ 1)ท่าเรือทั้งสามของเส้นทางประเทศจีนเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ระยะเวลาเดินทางน้อยกว่า และยังเป็นเส้นทางที่มีการแข่งขันสูง 2)ตู้ควบคุมอุณหภูมิขนาด 40 ฟุต มีโอกาสในการยกเลิกน้อยเนื่องจากเป็นตู้ที่มีความต้องการมากในตลาด 3)ระยะการจอง โดยที่การจองล่วงหน้าเป็นระยะเวลายาวนานมีผลต่อการยกเลิกได้มากกว่าเหตุเพราะลูกค้ามีโอกาสเปลี่ยนแผนในการผลิตสินค้าหรือแผนการบรรทุกสินค้าได้มากกว่า 4)วันที่ทำการจอง มีโอกาสในการยกเลิกน้อยคือช่วงวันที่ 1 ถึงวันที่ 10 ของเดือน เพราะลูกค้ายังคงต้องการระวางคอนเทนเนอร์ให้ได้มากที่สุดเพื่อนำไปขายให้กับลูกค้าของตนอีกครั้ง 5)อัตราค่าระวาง ยิ่งค่าระวางมีราคาสูงโอกาสในการยกเลิกยิ่งสูงตามไปด้วยลูกค้ามักต้องการค่าระวางที่ต่ำที่สุดในตลาด เมื่อพบว่ามีสายเรือที่ให้ค่าระวางที่ต่ำกว่าก็พร้อมจะยกเลิกกับสายเรืออื่นทันที ผลจากศึกษาทำให้สายเรือต้องมีการบริหารความเสี่ยงในการยกเลิกซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สายเรือต้องยืนยันการจองด้วยข้อมูลของลูกค้าที่ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่แรก หลีกเลี่ยงการแก้ไขข้อมูลภายหลังลดการทำงานซ้ำซ้อนพร้อมกับตอบสนองโดยใช้เวลาให้เหมาะสมลดการรอคอยของลูกค้า ติดตามลูกค้าที่จองล่วงหน้านาน ๆ ก่อน 1 สัปดาห์ก่อนเรือออกเพื่อติดตามการลากตู้เปล่าและการคืนตู้สินค้า และควรมีการบันทึกพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อประกอบการพิจารณาการยืนยันการจองในครั้งถัดไป
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของความเท่าเทียมกันต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทาน เป็นงานวิจัยเชิงผสม (Mixed Research) ทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยประชากร คือผู้ประกอบการร้านขายยาปลีก ที่ได้รับอนุญาตให้ขายยาแผนปัจจุบันประเภท (ขย.1) และผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่งในประเทศไทย จากการรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการแจกแบบสอบถามออนไลน์ และเก็บแบบสอบถามเชิงรุกโดยเข้าไปสุ่มสอบถามที่ร้านขายยา ในเขต อำเภอเมือง จังหวัด นนทบุรี จากนั้นนำผลจากแบบสอบถามสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้วยความเท่าเทียม (Business fairness) ของร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ที่จะส่งผลต่อความไว้วางใจ (Trust) และความภักดี (Loyalty) ของร้านขายยาปลีก 2. เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของความไว้วางใจ (Trust) ต่อความภักดี (Loyalty) และการแนะนำโดยการบอกต่อ (Recommendation by Word of Mouth) ของร้านขายยาปลีก (Retail drugstores) ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) 3. เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ (Business survival) ให้กับร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจยาในยุคปัจจุบัน จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการกระจายความเป็นธรรม (Distributive Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .399 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ ปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .419 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 เห็นได้ว่าปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) นั้นส่งผลกับตัวแปรความไว้วางใจ (Trust) มากกว่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยต้นแบบที่การกระจายความเป็นธรรม ส่งผลต่อความไว้วางใจมากกว่า อาจเป็นผลจากระบบสาธารณสุขในประเทศของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน และช่วงเวลาในการทำการวิจัยอาจส่งผลต่อความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่เปลี่ยนไป ในด้านปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) ที่ .501 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 และปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยการแนะนำแบบบอกต่อ (Recommendation by …
การพัฒนากรอบการวัดสมรรถนะสำหรับโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทย, อริสรา จันทรโยธา
การพัฒนากรอบการวัดสมรรถนะสำหรับโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทย, อริสรา จันทรโยธา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนากรอบการวัดสมรรถนะและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องในการวัดผลการดำเนินงานของโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพร เพื่อจัดลำดับความสำคัญของตัวชี้วัดในโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทย โดยทำการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในบริษัทที่ผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการศึกษาประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) แบบสอบถามเรื่องตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรที่ใช้ตัวเลือกตอบเป็นมาตรส่วนประมาณค่าแบบลิเคิร์ต 4 ระดับ และ 2) แบบสอบถามการประเมินตัวชี้วัดที่สำคัญและเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรด้วยวิธีกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process, AHP) ที่ใช้มุมมองตามหลัก Balanced Scorecard (BSC) 4 มุมมองประกอบกับเพิ่มมุมมองในด้านคุณภาพของยารวมด้วย ผลการวิจัยพบว่าตัวชี้วัดที่มีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงสุดและควรนำมาเป็นตัวชี้วัดอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพรตามกรอบการวัดสมรรถนะ แต่ละมุมมอง มีดังนี้ 1.มุมมองด้านการเงิน คือ ต้นทุนการจัดการโซ่อุปทานทั้งหมดและต้นทุนรวมสินค้าต่อหน่วย 2.มุมมองด้านลูกค้า คือ ความพึงพอใจของลูกค้าด้านคุณภาพของสินค้า 3.มุมมองด้านกระบวนการภายใน คือ ประสิทธิภาพการผลิต 4.มุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด คือ 1) มีนโยบายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมหรือมีการร่วมมือระหว่างโรงงานและหน่วยงานอื่น 2) ด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน และ 3) ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบยาให้เหมาะสม และ 5.มุมมองด้านคุณภาพของยา คือ ความปลอดภัยของยา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญให้มุมมองด้านคุณภาพของยาเป็นกรอบการวัดสมรรถนะที่มีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือมุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต สำหรับการจัดลำดับตัวชี้วัดที่มีความสำคัญมากที่สุดใน 5 อันดับแรกในการศึกษานี้ ได้แก่ ความปลอดภัยของยา ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรักษา การพัฒนาบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย และเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานตามลำดับ ซึ่งผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ากรอบการวัดสมรรถนะและตัวชี้วัดในมุมมองด้านคุณภาพของยาควรนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการวัดผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณและสมุนไพร
คุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี: มุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ, เมธาวี แสงขาว
คุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี: มุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ, เมธาวี แสงขาว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวัง การรับรู้การให้บริการ และคุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี ในมุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลและลักษณะของธุรกิจที่มีผลต่อความคาดหวังและการรับรู้การให้บริการท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรี ในมุมมองของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เข้าใช้บริการท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในจังหวัดชลบุรีโดยเป็นสมาชิกในสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จำนวน 160 บริษัท ทำการวิเคราะห์สถิติโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพการให้บริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในเขตความรับผิดชอบของท่าเรือแหลมฉบัง ในภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในเกณฑ์ที่ควรปรับปรุง เรียงตามลำดับ ได้แก่ ความน่าเชื่อถือ การตอบสนองต่อผู้รับบริการ การให้ความมั่นใจ ความเป็นรูปธรรมของบริการ และการดูแลเอาใจใส่ ตามลำดับ ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านตำแหน่ง การศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานส่งผลต่อความคาดหวังก่อนเข้ารับบริการ และระดับการรับรู้ของตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเมื่อได้เข้ารับบริการของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ในเขตความรับผิดชอบของท่าเรือแหลมฉบังทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
การศึกษาอุปสรรคและการปรับใช้การจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, ณิชกานต์ อินทะวงศ์
การศึกษาอุปสรรคและการปรับใช้การจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, ณิชกานต์ อินทะวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล 2. เพื่อศึกษาปัญหาที่พบจากการใช้บริการการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล 3.เพื่อเป็นแนวทางในการปรับใช้การให้บริการระบบการจองระวางเรืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ทำการส่งออกสินค้าทางเรือในรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยออกไปต่างประเทศจำนวน 340 ราย และการวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์ในเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 5 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี ได้แก่ การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Beta = .581) มีความสำคัญต่อการเลือกใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน (Beta = .441) นอกจากนั้น ยังพบปัญหาการใช้บริการการจองระวางเรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขนส่งสินค้าทางทะเล ได้แก่ ความไม่เสถียรของระบบ ความไม่คุ้นเคยกับระบบ ระบบขาดความยืดหยุ่นการเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ไม่สะดวก บริษัทสายเรือแต่ละแห่งใช้ระบบที่ไม่เหมือนกัน ระบบข้อมูลแตกต่างกัน ความล่าช้าในการตอบรับการจอง การจองไม่เป็นไปตามที่ต้องการ มีข้อจำกัดในการส่งข้อมูลและการเรียกดูข้อมูลย้อนหลัง กระบวนการด้านข้อมูลเอกสารการขนส่งระหว่างประเทศ และการให้บริการดำเนินการจัดการให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ การพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องหรือการโฆษณาผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ลูกค้าหันมาเลือกใช้บริการ ตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนเส้นทางบริการระดับปฏิบัติการในอุตสาหกรรมการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ช่วยส่งเสริมความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการให้บริการ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการให้บริการประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
การประมาณค่าอัตรามรณะของผู้สูงอายุไทยโดยใช้วิธีการโฮริอูจิกับโคล และวิธีการมิทรา, ปาณิสรา แย้มสุข
การประมาณค่าอัตรามรณะของผู้สูงอายุไทยโดยใช้วิธีการโฮริอูจิกับโคล และวิธีการมิทรา, ปาณิสรา แย้มสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อคำนวณเบี้ยประกันภัยของสัญญาประกันชีวิตแบบบำนาญ ส่วนแรกเป็นการประมาณค่าอัตรามรณะของผู้สูงอายุไทยด้วย 6 ตัวแบบ คือ ตัวแบบกอมเพิทซ์ ตัวแบบคานนิสโต ตัวแบบกอมเพิทซ์โดยใช้วิธีการประมาณพารามิเตอร์โฮริอูจิกับโคล ตัวแบบกอมเพิทซ์โดยใช้วิธีการประมาณพารามิเตอร์มิทรา ตัวแบบคานนิสโตโดยใช้วิธีการประมาณพารามิเตอร์โฮริอูจิกับโคล ตัวแบบคานนิสโตโดยใช้วิธีการประมาณพารามิเตอร์มิทรา ข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วย ข้อมูลจำนวนประชากรปลายปีระหว่างปีพ.ศ. 2558 – 2564 จำแนกตามเพศและรายอายุ จากกระทรวงมหาดไทย และข้อมูลจำนวนการตาย ระหว่างปีพ.ศ. 2559 – 2564 จำแนกตามเพศและรายอายุ จากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ทำการเปรียบเทียบค่าอัตรามรณะที่ได้จากแต่ละตัวแบบ แต่ละวิธีการ เพื่อหาตัวแบบที่มีความเหมาะสม ด้วยค่าร้อยละสมบูรณ์ของความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย หลังจากนั้นนำอัตรามรณะที่ได้มาคำนวณเบี้ยประกันภัยของแบบประกันภัยตัวอย่างและทำการเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยสุทธิที่ได้และเบี้ยประกันภัยสุทธิที่คำนวณจากตารางบำนาญไทย ปี 2552 เบี้ยประกันภัยของสัญญาประกันชีวิตแบบบำนาญตัวอย่างที่มีระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี เป็นรายปี อายุของผู้เอาประกันภัย คือ 30 ถึง 50 ปี คุ้มครองถึงอายุครบ 110 ปี และใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละสองต่อปี พบว่าเมื่อผู้เอาประกันภัยมีอายุมากขึ้น เบี้ยประกันภัยสุทธิจะมีค่ามากขึ้น เบี้ยประกันภัยของเพศชายมีค่าน้อยกว่าเพศหญิงในช่วงอายุ 30 – 36 ปี แต่มากกว่าในช่วงอายุ 37 – 50 ปี นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยสุทธิที่คำนวณจากตารางบำนาญไทย ปี 2552 มีค่ามากกว่าเบี้ยประกันภัยที่คำนวณจากตัวแบบ อีกทั้งยังพบว่าการระบาดของโควิด 19 ไม่ส่งผลต่ออัตรามรณะ
การเปรียบเทียบแบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ Capm และแบบจำลอง Fama-French ในการอธิบายอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ, พรชิตา ชินตานนท์
การเปรียบเทียบแบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ Capm และแบบจำลอง Fama-French ในการอธิบายอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ, พรชิตา ชินตานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพและเปรียบเทียบความสามารถของแบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ในการอธิบายความผันผวนของอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ โดยศึกษาข้อมูลหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจสุขภาพ จำนวน 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ BCH, BDMS, BH, CHG และ MEGA ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 เป็นระยะเวลา 108 เดือน ผลการศึกษาพบว่า เมื่อพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจพหุคูณ (Adjusted R-Squared) แบบจำลองหกปัจจัยที่มีการกำหนดปัจจัยโมเมนตัมโดยใช้อัตราผลตอบแทนสะสม 2-12 เดือนก่อนหน้าสามารถอธิบายความผันผวนของอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ได้ดีที่สุด โดยอธิบายได้ 3 หลักทรัพย์ นอกจากนี้พบความสัมพันธ์ของความเสี่ยงตลาดและความเสี่ยงของขนาดกับอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจสุขภาพในทุกหลักทรัพย์ แต่ไม่พบความสัมพันธ์กับปัจจัยการลงทุน และเมื่อพิจารณาในช่วงก่อนและหลังการเกิดโควิด-19 พบว่าหลังการเกิดโควิด-19 ปัจจัยความสามารถในการทำกำไร กลายเป็นปัจจัยที่ไม่มีนัยสำคัญ แต่ปัจจัยด้านการลงทุนกลายเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญ
การคาดการณ์อัตรามรณะไทยตามสาเหตุของการตายด้วยวิธีการกระทบยอดรวม, สุพัตรา ยกซ้าย
การคาดการณ์อัตรามรณะไทยตามสาเหตุของการตายด้วยวิธีการกระทบยอดรวม, สุพัตรา ยกซ้าย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคาดการณ์อัตรามรณะของประชากรไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า แยกตามสาเหตุของการตายที่สำคัญ ได้แก่ โรคมะเร็งทุกชนิด โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด อุบัติเหตุจากการคมนาคมขนส่งทางบก โรคเบาหวาน และรวมทุกสาเหตุการตาย ตามบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-10) โดยใช้ตัวแบบ ลี-คาร์เตอร์ จากนั้นทำการกระทบยอดในแบบ Bottom-up และ Trace minimization forecasts (MinT) ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ จำนวนประชากรกลางปีและจำนวนประชากรที่เสียชีวิตแยกตามสาเหตุของการตาย จำแนกตามเพศและอายุ จากสถิติสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 – 2562 ผลการวิจัยพบว่า ค่าคาดการณ์อัตรามรณะของประชากรไทย เมื่อทำการกระทบยอดแบบ Bottom-up และแบบ Trace minimization forecasts (MinT) มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันทั้งเพศชายและเพศหญิง คือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและลดลงในช่วงอายุเริ่มต้น ยกเว้นการตายด้วยโรคมะเร็งทุกชนิดและอุบัติเหตุจากการคมนาคมขนส่งทางบก หลังจากนั้นค่าอัตรามรณะมีการเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายของช่วงอายุ ยกเว้นการตายด้วยโรคหัวใจขาดเลือด และโรคเบาหวานในเพศหญิง โดยที่การคาดการณ์กระทบยอดแบบ Trace minimization forecasts (MinT) มีความเหมาะสมกว่าแบบ Bottom-up นอกจากนั้นการวิจัยนี้ได้นำค่าอัตรามรณะที่คำนวณได้ไปใช้ในการคำนวณหาเบี้ยประกันภัยสุทธิของแบบประกันชีวิตตัวอย่าง ที่ให้ผลประโยชน์การตายตามสาเหตุการตายที่สำคัญด้วย
Flow-Performance Relationship In Defi Yield Aggregator, Apisara Pornprasith
Flow-Performance Relationship In Defi Yield Aggregator, Apisara Pornprasith
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Decentralized Finance (DeFi) is a new financial infrastructure with applications similar to traditional financial products, such as exchange, lending, derivatives, and asset management. This paper empirically investigates Yearn finance, one of the fastest-growing and largest in DeFi yield aggregator protocols for on-chain asset management, to demonstrate the flow-performance relationship and compare it with mutual funds in traditional finance. According to the findings, there is a positive non-linear relationship between fund flows and recent performance for using stablecoin deposited. In contrast, we cannot find this relationship for using cryptocurrency. Then, we look further into stablecoin holder behaviour and our findings show …
Investor’S Sentiment And Stock Return: An Empirical Study On The Thai Stock Market, Chang Chen
Investor’S Sentiment And Stock Return: An Empirical Study On The Thai Stock Market, Chang Chen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The effect of investor sentiment on stock returns is one of the most recent developments in finance. The empirical literature includes developed stock markets. However, emerging markets, notably the Thai stock market, lack study subjects. The purpose is to deeply comprehend the link between investor sentiment and Thai stock market return. The aims include customizing investor sentiment indices to explain the Thai stock market index's movement, estimating investor sentiment's predictive ability, providing stock investors with referable trading strategies, and providing suggestions for cross-section equity selection. This study initially employs Principal Component Analysis (PCA) to customize the composite indices, called the …
The Analysis Of Enhanced Momentum Strategies In The Stock Exchange Of Thailand, Chayakon Kamolsawat
The Analysis Of Enhanced Momentum Strategies In The Stock Exchange Of Thailand, Chayakon Kamolsawat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purpose of this study is to investigate the effectiveness of momentum strategies in investment portfolios, a well-known anomaly in the efficient market hypothesis, by portfolio are constructed by long winners and short losers. Specifically, the study focuses on the use of volatility to enhance momentum strategies in the Stock Exchange of Thailand from January 2013 to December 2022. The enhanced momentum strategies under investigation vary the portfolio weight with volatility and can be classified into constant volatility-scaled, constant semi-volatility-scaled, and dynamic-scaled approaches. The research aims to achieve two main objectives. Firstly, to analyze the potential of the enhanced momentum …
The Impact Of Government Response To Covid-19 On Stock Return Predictability, Disayadej Dangdej
The Impact Of Government Response To Covid-19 On Stock Return Predictability, Disayadej Dangdej
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recession is known to cause an increase in stock return predictability. The COVID-19 pandemics had not only resulted in sickness and loss of life but also plunged global economy into recession prompting governments to come up with measures to combat the disease. This paper first confirms that return predictability increased due the spread of COVID-19 using data from 41 countries on variations of popular predictors. Furthermore, it shows that government responses to COVID-19 alleviated the pandemic, the recession and reduced the return predictability with varying impact for different government measures. However, cases and deaths from COVID-19 which should have intensified …
Application Of Fractional Exponential Feature To Garch Model Variants For Improvement In Value-At-Risk Prediction, Chanet Saisatian
Application Of Fractional Exponential Feature To Garch Model Variants For Improvement In Value-At-Risk Prediction, Chanet Saisatian
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research studies about using GARCH model variants as a parametric way in estimation and prediction of daily Value-at-Risk (VaR), one of famous risk measurement especially in financial world. To cope with various stylized facts on market’s volatility, two mixed GARCH models are proposed in this research: HY-GJR-GARCH model, the hybrid between hyperbolic GARCH (HYGARCH) and GJR-GARCH models, and HY-MS-GARCH model as the amalgam between HYGARCH and Markov switching GARCH (MSGARCH) models. These mixed models, along with rich mathematical formulations and benefits from their base models, are expected that their performance in predicting daily VaR is advanced against the performance …
Accrual-Based Earnings Management And Real Earnings Management Around Two Key Corporate Governance Regulatory Regime Changes In Thailand, Noor Nayeem Hasnat Farhan
Accrual-Based Earnings Management And Real Earnings Management Around Two Key Corporate Governance Regulatory Regime Changes In Thailand, Noor Nayeem Hasnat Farhan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Two major corporate governance-related regulatory changes, one in 1999 and one in 2008, were implemented as a means to increase the independence of boards of directors of public companies in Thailand. I study whether each of these regulatory changes affects the degree of and leads to substitution of accrual-based earnings management (AEM) and real earnings management (REM), plus the effect of family ownership on the type and degree of earning management. The outcomes of the two regulatory changes are different with respect to earnings management. Univariate tests suggest no change in the levels of AEM and REM for the 1999 …
Why Is The Third Principal Component Of The Yield Curve Important: A Point Of View From Reverse Stress Test On Credit Portfolio, Phanuwat Ritpornnarong
Why Is The Third Principal Component Of The Yield Curve Important: A Point Of View From Reverse Stress Test On Credit Portfolio, Phanuwat Ritpornnarong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The focus of this study is to analyze the shape of the yield curve on credit portfolios during crises, specifically those that are exposed to both interest rate and credit risks. To achieve this, We utilized a reverse stress test (RST) and macroeconomic measures (such as GDP and U.S risk-free yields) from the period of 1981 to 2014 to estimate mathematical models. We then utilized a Monte Carlo simulation to determine the most likely scenario for the measures if the portfolio value reaches a pre-specified threshold. The researchers discovered that the shape of the stressed yield curves varied depending on …
Communicating Innovation And Sustainability In Family Businesses Through Successions, Chanun Somboonvechakarn
Communicating Innovation And Sustainability In Family Businesses Through Successions, Chanun Somboonvechakarn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Small and Medium-sized Enterprises (SMEs) contribute significantly to the economy, despite the fact that their survival rate is declining over generations. The purpose of this research is to create a communication model suitable for SMEs during succession for innovation and business sustainability. Fourteen innovative family SMEs in Thailand are selected using the assembled multiple-case study method, and in-depth individual interviews are conducted using the data triangulation method with the incumbents, successors, and long-serving non-family employees as participants from each business. There are two main findings. Issues regarding organizational innovation, social capital in the form of internal and external network relationships, …
Innovation Process Of Amorphous Cellulose - Graphene Oxide Hybrid Structure For Water Treatment In A Shrimp Farm, Kongkiat Phuphantrakun
Innovation Process Of Amorphous Cellulose - Graphene Oxide Hybrid Structure For Water Treatment In A Shrimp Farm, Kongkiat Phuphantrakun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Amorphous cellulose-graphene oxide bead composites are popularly employed in water purification. However, the existing fabrication methods of amorphous cellulose (AC) and amorphous cellulose-graphene oxide (ACGO) beads are complicated with many chemical use, multi-step, time and energy-consuming. In this research, we proposed an efficient method for fabricating amorphous cellulose-graphene oxide (ACGO) beads using less chemical under a simple 2-step approach. The production process of AC and ACGO beads was successfully fabricated via sulfuric acid (H2SO4) gelatinization and regeneration using eucalyptus paper as a raw material. The cellulose gel was droplet-extruded into deionized (DI) water and transformed into a solid bead via …
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า: กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า: กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัทในกรณีศึกษาใช้วิธีการวางแผนการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้จัดการและพนักงานฝ่ายดูแลสินค้าคงคลังซึ่งส่งผลให้สินค้าในบางช่วงเวลาขาดแคลน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตแบบฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อสายการผลิต ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อตั้งค่าใหม่ เสียโอกาสในการผลิตสินค้า และอัตราส่วนสินค้าที่ได้มาตรฐานจะลดลงจากค่าเฉลี่ย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาสินค้าคงคลังมีมากเกินความต้องการ เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นจากปกติ งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพยากรณ์ยอดขายสินค้าเข้ามาช่วยในการปรับปรุงแผนการผลิต เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลยอดขายย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือน โดยที่ใช้ข้อมูล 24 เดือนแรกในการหาตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลอีก 12 เดือนที่เหลือในการวัดผล ซึ่งพบว่ารูปแบบของข้อมูลยอดขายของ 7 กลุ่มสินค้าหลัก มีลักษณะคงที่ ไม่มีแนวโน้มและไม่มีฤดูกาลเหมือนกันหมด จึงเลือกใช้วิธีวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ในการกำหนดตัวแบบที่เหมาะสมตามแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ยอดขายและวางแผนการผลิตใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งที่ต้องสั่งผลิตสินค้าต่ำกว่ากำหนด และลดจำนวนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายในส่วนสินค้าคงคลังลง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าแผนการผลิตใหม่ที่ใช้การพยากรณ์ยอดขายเข้ามาช่วยในการวางแผน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเก็บรักษาสินค้าคงคลังโดยรวมลงเหลือ 4,188,094 บาท จากเดิม 4,646,831 บาท คิดเป็น 458,737 บาท หรือลดลง 9.87 %
ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, ณัฐินีพร รัตนวิชัย
ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, ณัฐินีพร รัตนวิชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่อง “ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (2) สร้างแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (3) พัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (4) ประเมินผลการยอมรับและการศึกษาเชิงพาณิชย์ของระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (5) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ (Business feasibility) ของนวัตกรรมระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) การวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิจัยเชิงปริมาณประกอบด้วยการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน การพัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม และการทดสอบการยอมรับ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 6 คน เรื่องแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม (2) แบบสอบถามสำหรับงานวิจัย สำหรับเก็บข้อมูล 500 คน (3) แบบรับรองแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน (4) แบบประเมินระบบคอมพิวเตอร์สาหรับประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับผู้เชี่ยวชาญ 3 คน (5) แบบประเมินผลการยอมรับระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับพนักงาน จำนวน 30 คน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาประกอบด้วย วิศวกรจากทีมพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ พนักงานฝ่ายบุคคล ผลการวิจัยพบว่า แบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบของพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม ได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน บรรยากาศสภาพแวดล้อมของงาน การสนับสนุนนวัตกรรมขององค์กร วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และภาวะผู้นาของผู้บริหาร การพัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมจากแบบจำลอง ได้รับการยอมรับว่าระบบมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการใช้งานในระดับสูง การศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด การบริการ และการเงิน พบว่า ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีโอกาสในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยวิธีการการกำหนดราคาแบบอัตราเดียว (Flat-rate pricing) และ การกำหนดราคาตามปริมาณการใช้งาน (Usage-based pricing) ด้านการวิเคราะห์การเงิน พบว่า ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 3 …
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญ และระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว และเสนอแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค IPA แบบสอบถามแบ่งตามกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างประเทศ จำนวน 140 ราย ผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ จำนวน 18 ราย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จำนวน 5 ราย ผลการวิจัยพบว่า (1) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน เป็นผู้มีการศึกษา ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและพนักงาน/ เจ้าหน้าที่บริษัท มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงถึงสูง เป็นชาวยุโรปและอเมริกามากที่สุด (2) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ให้ความสำคัญปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวภาพรวมรายด้านมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านการเงิน ด้านบริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ด้านกายภาพ ด้านสถานที่ท่องเที่ยว และด้านข้อมูลข่าวสาร ตามลำดับ (3) นักท่องเที่ยวฯ มีระดับความพึงพอใจต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว ภาพรวมรายด้านมากที่สุดในด้านการเงิน ด้านบุคลากร และด้านสถานที่ท่องเที่ยว ตามลำดับ (4) ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องดำเนินการให้มีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คือ ภาพรวมในด้านบริการในสถานประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัย สถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีการให้บริการที่หลากหลาย และปัจจัยโลจิสติกส์ที่ทำได้ดี คือ ด้านบุคลากร (บริการด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม เอาใจใส่) และด้านการเงิน (ค่าบริการ) ทั้งนี้ เพื่อเป็นเสริมจุดแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงในปัจจัย มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้บริการที่ดี (ด้านบุคลากร) และ มีบริการ Cashless ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยว (ด้านการเงิน)
นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช
นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาฯ 2) เพื่อศึกษาวิธีการนำไปใช้ฯ และ 3) ศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาก่อนและหลังจากการนำฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้หลักการคิดเชิงคำนวณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และการนำไปใช้ คือ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการประเมินการใช้งานของฮาร์ดแวร์ต้นแบบ และ ด้านการนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ฯ และ ในด้านการนำไปจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมิน Scoring Rubric ทั้งก่อนและหลังเรียน ทั้งนี้ได้ทําการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อศึกษาผลการพัฒนาหลักการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเปรียบเทียบ คะแนนแบบ Paired-samples T-Test ร่วมกับการอธิบายผล ผลการวิจัยพบว่า ฮาร์ดแวร์ฯ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนประถมศึกษา ผลการทดลองนำฮาร์ดแวร์ฯไปใช้ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษามีพัฒนาการด้านหลักการคิดเชิงคำนวณหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การบูรณาการระบบแสดงตนอัตโนมัติกับการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), จุฑามาศ พบสุข
การบูรณาการระบบแสดงตนอัตโนมัติกับการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), จุฑามาศ พบสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยเทคนิคเดลฟาย (Delphi technique) กับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) ด้วยข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) ที่มาจากการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการสัมภาษณ์ แสดงความคิดเห็น ผ่านแบบสอบถามของเทคนิค Delphi กำหนดประเด็นสำคัญของปัญหา เพื่อสร้างเครื่องมือและเก็บข้อมูล นำมาใช้สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแสดงว่าผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นเป็นหนึ่งเดียวกันในการบูรณาการระบบ AIS และการผลักดันเชิงนโยบายของ MDA ผลการวิจัยพบว่าผู้เชี่ยวชาญมีความเข้าใจการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเล โดยเชื่อว่าการให้อำนาจผู้นำประเทศ ในด้านนโยบายเกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ส่งผลต่อความมั่นคงทางทะเลและยุทธศาสตร์ของประเทศที่ยั่งยืน โดยพบประเด็นปัญหาในเรื่องที่ MDA มีผลในเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ ที่ใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุกด้าน จึงจำเป็นที่ต้องกำหนดหน่วยงานที่เข้าได้ถึงชั้นข้อมูลเพื่อการรักษาชั้นความลับ โดยให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นผู้ดำเนินการ อาศัยข้อมูลจากระบบ AIS เพื่อการรักษาความปลอดภัยในทะเลและตรวจสอบเรือที่ละเมิดอธิปไตยและกระทำผิดกฎหมาย ในน่านน้ำไทย โดยต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและผลประโยชน์สูงสุดที่ยั่งยืน ที่เกี่ยวเนื่องกับทะเลในทุกมิติ
การแก้ไขปัญหาโรฮิงญาในมิติความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล, บุษยพรรณ ถิตานนท์
การแก้ไขปัญหาโรฮิงญาในมิติความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล, บุษยพรรณ ถิตานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาประเด็นปัญหาที่แท้จริงของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา (2) เพื่อศึกษาผลกระทบของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาทางทะเลต่อความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และ (3) เพื่อศึกษาหาแนวทาง และวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการ แก้ไขปัญหาของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยอย่างยั่งยืน เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งได้จากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปัญหาการลักลอบเข้าเมือง รวมทั้งทำการศึกษา ค้นคว้าแนวคิดและทฤษฎี รวมถึงเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการออกแบบคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า การหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยใช้เส้นทางทางทะเลมากขึ้น แต่ลดการแวะพักในประเทศไทยน้อยลง โดยมีต้นทางจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า ไปยังประเทศปลายทาง ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศอินโดนีเซีย ใช้ประเทศไทยเป็นทั้งทางผ่านและปลายทางเช่นเดียวกัน ซึ่งสาเหตุของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญานั้นเปลี่ยนแปลงจากเหตุผลด้านเศรษฐกิจมาเป็นด้านของสิทธิ สถานะพลเมือง และการกดขี่ รวมถึงการใช้ความรุนแรง ซึ่งมีต้นเหตุมาจากประเทศต้นทาง โดยงานวิจัยในครั้งนี้สามารถสรุปถึงผลกระทบการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาต่อความมั่นคงของชาติทางทะเลได้ว่า มีผลกระทบในเชิงลบระดับปานกลาง โดยมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์จากทะเล แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการค้ามนุษย์ การใช้เรือไม่ชักธง และการหลบหนีเข้าเมืองทางทะเลซึ่งเป็นผลสืบเนื่องต่อความมั่นคงทางบก
การพัฒนาระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อบ่งชี้การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในภาษาไทย, วรพงศ์ บำรุงศรี
การพัฒนาระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อบ่งชี้การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในภาษาไทย, วรพงศ์ บำรุงศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องง่าย และกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ด้านดีของสื่อสังคมออนไลน์ คือ สามารถใช้ติดต่อสื่อสารถึงกัน ส่วนผลในด้านลบคือ การที่สื่อสังคมออนไลน์ถูกใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการคุกคาม กลั่นแกล้งกัน การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียมีหลากหลายรูปแบบ สามารถสรุปใจความได้ว่า คือการคุกคามหรือทำร้ายผู้อื่น โดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมล์ ข้อความโต้ตอบแบบทันที ข้อความสั้น ห้องสนทนาออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เกิดความหวาดกลัว และรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อยากที่จะป้องกันตนเองและถูกกระทำซ้ำไปซ้ำมา งานวิจัยนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อนำระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาขาย่อยของภาษาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคอมพิวเตอร์และภาษาของมนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการนำมาใช้ในการเลือกเนื้อหา ข้อความ การตอบโต้กันบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลผลจากและได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสนอวิธีการใหม่ในการตรวจจับข้อมูลการกลั่นแกล่งบนโซเชียลมีเดียในข้อความภาษาไทยโดยการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์บน Twitter มาทำการประมวลผลผ่านกระบวนการและขั้นตอนในการวิเคราะห์ภาษาธรรมชาติ และสร้างตัวชี้วัดประสิทธิภาพและความแม่นยำของแบบจำลอง ด้วย Precision, Recall และ F-Measure พบว่า แบบจำลองมีค่าความแม่นยำในการทำนายผลลัพธ์อยู่ที่ร้อยละ 84.23
Does Accounting Quality Reduce External Financial Constraints?, Chapit Asirapongporn
Does Accounting Quality Reduce External Financial Constraints?, Chapit Asirapongporn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates how accounting quality relates to financial constraints at the firm level. In this study, our first hypothesis is that higher accounting quality reduces financial constraints at the firm level. Our second hypothesis is that higher accounting quality reduces financial constraints more after IFRS adoption in 2011 than before IFRS adoption in Thailand. Our third hypothesis is that higher accounting quality reduces financial constraints more in state-owned enterprises than in privately-owned enterprises. Lastly, auditing quality could be another proxy of accounting quality. Therefore, our fourth hypothesis is that higher auditing quality reduces financial constraints at the firm level. …
The Impact Of Moral Hazard In Institutional Environment On The Decision To Perform Partial Acquisition Or Full Acquisition, Thornthep Paengsawat
The Impact Of Moral Hazard In Institutional Environment On The Decision To Perform Partial Acquisition Or Full Acquisition, Thornthep Paengsawat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigates the impact of moral hazard on the corporate strategic decision regarding Mergers and Acquisitions. Whether the decision by the acquirer to make partial or full acquisitions is driven by moral hazard is the main implication of this research paper. Considering several subsamples of mergers and acquisition transactions, in domestic transaction, an increase in private benefits of control does increase the odd of making partial acquisition. Considering the subsample of cross-border acquisitions, private benefits of control still increases the odd of making partial acquisition but the effect is less pronounced. Having control for the profit-maximizing reasons to make …