Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Technology and Innovation (207)
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
-
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Publication Year
Articles 241 - 270 of 839
Full-Text Articles in Business
ทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก, ณัฐมน สีดี
ทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก, ณัฐมน สีดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการค้นคว้าวิจัยอิสระฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก (Mini Zen Garden) เพื่อเป็นกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อกระตุ้นให้มีส่วนร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคม การศึกษาเทคโนโลยีการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ที่เหลือทิ้งจากอุจสาหกรรมอาหารทะเลให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ด้วยการทำให้ขยะเปลือกหอยแมลงภู่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นการกำจัดขยะด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ โดยเปลือกหอยแมลงภู่เกิดจากแผ่นอะราโกไนต์เรียงตัวกันเป็นระเบียบกลายเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตที่ค่อนข้างบริสุทธ์มากถึงร้อยละ 95-99 และประกายมุก เมื่อทำให้แตกหัก หรือหลุดเป็นแผ่นเดี่ยวซึ่งมีขนาดเล็ก และคุณภาพที่ตรงตามคุณสมบัติ เช่น สีขาวสะอาด ขนาดเล็กละเอียด ที่เหมาะสมสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก (Mini Zen Garden) โดยกระบวนการผลิตเป็นกรีนโปรดักส์มีการออกแบบกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ไม่เกิดของเสียจากกระบวนการผลิต
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ธนเสฏฐ์ สิงหะสุริยะ
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ธนเสฏฐ์ สิงหะสุริยะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคตระหนักถึงการดูแลสุขภาพมากขึ้นจากหลายปัจจัย ดังนั้นผู้วิจัยจึงเล็งเห็นโอกาสในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคดังกล่าว รวมถึงความสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ด้วยเทคโนโลยี จึงนำงานวิจัยดังกล่าวมาศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อประเมินศักยภาพตลาดและพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่ให้ความสนใจในด้านสุขภาพจำนวน 15 คน และสำรวจการยอมรับในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จากผลการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่ากลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายคาดหวังให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงคือต้องการผลลัพธ์ที่ได้จากการรับประทาน ราคาที่จับต้องได้ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จากการสำรวจการยอมรับในผลิตภัณฑ์ พบว่าผู้บริโภคมีความสนใจในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ร้อยละ 81.3 ประเด็นสำคัญในการพิจารณาในการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดคือ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ผู้บริโภคที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และความสะดวกสบายด้านสถานที่จัดจำหน่าย สำหรับผู้บริโภคเลือกซื้อเครื่องดื่มโปรตีนเวย์เพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อเป็นหลัก การพิจารณาในการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดคือ ชนิด และคุณภาพของโปรตีนเวย์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ เนื่องจากผู้บริโภคเน้นผลลัพธ์ที่ได้จากการทานโปรตีนเวย์ จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินจากการจ้างผลิต (OEM) แทนการจัดตั้งโรงงานผลิต โดยมีเงินลงทุนเริ่มต้น 2,100,000 บาท ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินในกรณีปกติ (Base case) ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคา 25 บาท โดยผลการคาดคะเนส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 5 พบว่ามีความคุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากธุรกิจสามารถสร้างกำไรซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวก เท่ากับ 31,527,319 บาท และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) เป็นบวก เท่ากับ 145.5% และมีระยะเวลาคืนทุนของธุรกิจ (Payback Period) เท่ากับ 1.38 ปี จึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์
นวัตกรรมกังหันลมแกนนอนขนาดเล็กแบบไร้เพลาสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบลมระบายอุตสาหกรรม, วชิระ พุทธิแจ่ม
นวัตกรรมกังหันลมแกนนอนขนาดเล็กแบบไร้เพลาสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบลมระบายอุตสาหกรรม, วชิระ พุทธิแจ่ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ลมระบายที่ถูกปล่อยทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมเป็นแหล่งพลังงานลมที่มีศักยภาพสูงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากการไหลของลมสม่ำเสมอ มีความเร็วลมสูง แต่การผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมระบายอุตสาหกรรมยังไม่เป็นที่แพร่หลายเนื่องจากพบว่าเกิดผลกระทบเชิงลบต่อประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศเมื่อนำกังหันลมแบบดั้งเดิมไปใช้ ผู้วิจัยได้สร้างนวัตกรรมกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดเหล่านี้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสร้างต้นแบบนวัตกรรมกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมระบายอุตสาหกรรม ศึกษาการยอมรับผลิตภัณฑ์จากมุมมองลูกค้า และประเมินความสามารถในการลงทุนเชิงพาณิชย์ งานวิจัยนี้มี 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก ทำการศึกษาทฤษฎี งานวิจัย สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องเพื่อหาช่องว่างในการวิจัย นำสนอแนวคิดสร้างสรรค์แบบอเนกนัย แล้วเลือกแบบที่มีความเป็นไปได้มาทำม็อคอัพเพื่อพิสูจน์แนวคิด ผลการศึกษาพบว่าต้นแบบกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาสามารถหมุนได้ที่ความเร็วลม 5 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป ขั้นตอนที่สอง ทำการออกแบบและสร้างต้นแบบกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลา ศึกษาการไหลของลมระบายผ่านกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาโดยโปรแกรมสร้างแบบจำลองการไหลและการทดสอบจากต้นแบบจริงในห้องปฏิบัติการ ศึกษาผลกระทบต่อระบบลมระบายเมื่อติดตั้งใช้งานและความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าของต้นแบบกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาที่มุมของแกนยึดใบพัดที่ต่างกัน พบว่าในเชิงเทคนิคต้นแบบกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาที่มีมุมของแกนยึดใบพัดตั้งแต่ 105 ถึง 150 องศา สามารถหมุนได้ที่ความเร็วรอบในช่วง 25 ถึง 275 รอบต่อนาที เมื่อความเร็วลมตั้งแต่ 4 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป มีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าและมีความเป็นไปได้ในการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยที่ลมระบายสามารถไหลผ่านกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาสู่ภายนอกได้ โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อประสิทธิภาพการระบายลม ขั้นตอนที่สาม ทำการออกแบบและปรับปรุงต้นแบบสำหรับการทดสอบภาคสนาม พบว่ากังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาสามารถติดตั้งและใช้งานในพื้นที่ที่จำกัดได้ โดยไม่มีผลกระทบเชิงลบต่อระบบลมระบายเช่นเดียวกับผลในห้องปฏิบัติงานและทราบถึงแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงขึ้นและมีความคุ้มค่ามากขึ้นในมุมมองของผู้บริโภคต่อไป ขั้นตอนที่สี่ ทำการศึกษาการยอมรับนวัตกรรมด้วยแบบสอบถาม โดยการสำรวจกลุ่มเป้าหมายจำนวน 322 คน พบว่าผู้ประเมินเห็นคุณค่าของนวัตกรรม มีการยอมรับเทคโนโลยีในระดับสูง และมีความสนใจอย่างมากที่จะนำกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาไปใช้งาน ขั้นตอนสุดท้าย จัดทำแผนการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยการจัดตั้งธุรกิจแบบสตาร์ทอัพดำเนินการผลิตกังหันลมแกนนอนแบบไร้เพลาสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมระบายอุตสาหกรรม ใช้เงินทุนเริ่มต้น 100 ล้านบาท จากการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงิน ธุรกิจนี้มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ โดยมีระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 3.17 ปี อัตราผลการตอบแทนการลงทุนคือ ร้อยละ 16.1 มูลค่าปัจจุบันในการลงทุนเของโครงการนี้เป็นบวก โครงการนี้มีความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ
การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสที่มีส่วนผสมใบข้าวหอมมะลิที่มีสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากสารฟลาโวนอยด์, บุษราคัม สมิตร
การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสที่มีส่วนผสมใบข้าวหอมมะลิที่มีสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากสารฟลาโวนอยด์, บุษราคัม สมิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสที่มีส่วนผสมใบข้าวหอมมะลิที่มีสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากสารฟลาโวนอยด์ และศึกษาความต้องการของตลาดรวมถึงศักยภาพในการทำธุรกิจ ร่วมกับการวิเคราะห์แนวการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อการจัดทำแผนธุรกิจและกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ โดยวิจัยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจใช้ระเบียบวิธีวิจัยเพื่อทราบถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและการยอมรับในผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึก ด้วยกลุ่มเป้าหมายจำนวน 12 คน และวิธีวิจัยเชิงปริมาณด้วยการใช้แบบสอบถามจำนวน 100 คน เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลนำไปสู่การวางแผนธุรกิจและรับรู้ถึงความเป็นไปได้ของการยอมรับในผลิตภัณฑ์ ผลการศึกษาพบว่าความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์และการยอมรับของผู้บริโภค รวมถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีมีความพร้อมค่อนข้างสูง โดยมีกลยุทธ์ทางการตลาดคือ มุ่งเน้นให้เห็นถึงรสชาติอาหารอร่อยขึ้นและมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพจากสารต้านอนุมูลอิสระจากใบข้าว กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มคนที่คำนึงถึงสุขภาพ กลุ่มคนที่เป็นโรค NCDs และกลุ่มคนที่ดูแลผู้ป่วยดังกล่าว ราคาขายจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ราคา 79 บาท ขนาด 50 กรัม และ ราคา 179 บาท ขนาด 150 กรัม มีช่องทางการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเพื่อสุขภาพชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ ด้านการศึกษาความเป็นไปได้ในทางการเงินของธุรกิจผงปรุงรสที่มีส่วนผสมใบข้าวหอมมะลิที่มีสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากสารฟลาโวนอยด์ ผลิตด้วยการว่าจ้างโรงงานผู้ผลิต (OEM) โดยมีเงินลงทุนเริ่มต้น จำนวน 1,500,000 บาท พบว่าในกรณีปกติ (Base Case) มีการเติบโต 10% ธุรกิจมีผลตอบแทนโดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวก เท่ากับ 1,201,325 บาท มีอัตราผลตอบแทนภายในที่มีค่ามากกว่าต้นทุนทางการเงิน (IRR) เท่ากับ 47% และมีระยะเวลาคืนทุนของธุรกิจ (Payback Period) เท่ากับ 3.2 ปี จึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสที่มีส่วนผสมใบข้าวหอมมะลิที่มีสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากสารฟลาโวนอยด์ มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการออกกำลังกายด้วยแอนิเมชันในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัวในผู้สูงอายุ, ปพิชญา รอดแผ้วพาล
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการออกกำลังกายด้วยแอนิเมชันในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัวในผู้สูงอายุ, ปพิชญา รอดแผ้วพาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการออกกำลังกายด้วยแอนิเมชันในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัวในผู้สูงอายุ โดยผู้วิจัยได้สำรวจความต้องการและความสนใจต่อการใช้เว็บแอปพลิเคชันการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุด้วยแบบสอบถามไปยังกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ดูแลที่อยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 122 คน ที่ทำงานอยู่ในองค์กร และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ รวมถึงนักกายภาพบำบัด โดยผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าอัตราส่วนร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับอธิบายข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายในการตอบแบบสอบถาม โดยเป้าหมายสูงสุดที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุคาดหวังจากการออกกำลังกาย คือ สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัว รวมไปถึงเพิ่มความยืดหยุ่น ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุได้ โดยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีความสนใจต่อคุณสมบัติในเว็บแอปพลิเคชันทั้งด้านเนื้อหาและด้านการสื่อสาร รวมไปถึงยังมีความสนใจในการใช้งานหากมีการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 89 และผู้วิจัยยังได้นำตัวต้นแบบเว็บแอปพลิเคชันไปทดลองต่อกลุ่มเป้าหมาย และทำการวิเคราะห์โดยสรุปเป็นค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานพบว่ากลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจในตัวฟังก์ชันของเว็บแอปพลิเคชันโดยให้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.22-4.89
ความนิยมมื้ออาหารของผู้โดยสารชาวไทย บนเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น, ปวัน ป้อมจักรศิลป์
ความนิยมมื้ออาหารของผู้โดยสารชาวไทย บนเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น, ปวัน ป้อมจักรศิลป์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นโครงการวิจัย ทำการศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมอาหารของผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางบนเที่ยวบินในเส้นทางระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมในการเดินทางเป็นอย่างมาก รวมถึงปัญหาการไม่ได้รับอาหารตามที่ผู้โดยสารต้องการ ซึ่งส่งผลทั้งการสร้างความไม่พึงพอใจให้แก่ผู้โดยสสารและหากผู้โดยสารไม่รับประทานอาหารที่มีให้บริการ ย่อมสร้างขยะและของเสียจากอาหารขึ้นโดยไม่จำเป็นการศึกษานี้จึงมีเป้าประสงค์ในการสร้างความพึงพอใจและลดของเสียดังกล่าวไปพร้อมกัน โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เคยเดินทางในเส้นทางบินนี้มาแล้ว ปัจจัยที่นำมาศึกษาเป็นปัจจัยทางประชากรศาสตร์ ที่ผู้โดยสารมักต้องให้แก่สายการบินในขั้นตอนการจองตั๋วโดยสาร ทั้งข้อมูลเพศ อายุ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีผลต่อการพิจารณา เช่น ข้อมูลช่วงรายได้ อาชีพของผู้เดินทางและเป้าหมายการเดินทาง ผู้วิจัยเริ่มจากการออกแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล การยอมรับอาหารแต่ละประเภทและทัศนคติต่อการบริการอาหารบนเที่ยวบิน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์ความถดถอยโลจิสติกส์ทวิ ตามอาหารแต่ละประเภทและการเลือกกลับมาใช้บริการ พบว่า ผู้โดยสารส่วนมากมีความชื่นชอบต่ออาหารประเภทปลาและกุ้งเป็นอย่างมากส่วนเนื้อวัว เนื้อหมูและเนื้อไก่ การยอมรับจะลดลงตามลำดับ ในด้านการเลือกกลับมาใช้บริการความคิดเห็นเรื่องการให้ความสำคัญกับอาหาร เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผู้โดยสารเลือกกลับมาใช้บริการ แต่ในทางกลับกัน การไม่ได้รับอาหารตามที่ตนต้องการกลับไม่ส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงงานพิเศษฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิต่อการยอมรับการใช้งานเทคโนโลยีสำหรับผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมทางด้านขนส่งสินค้าทางทะเลหรือสาสยเรือนั้นมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านบริการ ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้การทำงาน มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และผู้ใช้บริการรับรู้ถึงประโยชน์ของการใช้งาน โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ จำนวน 350 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัสายเรือ XYZ จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน ผลการศึกษาพบว่า ด้านความคาดหวังในประสิทธิภาพ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน
Immersive Expereince For Wellness Tourism Within Thailand Context, Natnisha Kongtaveesawas
Immersive Expereince For Wellness Tourism Within Thailand Context, Natnisha Kongtaveesawas
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The emerging immersive tourism technology has contributed to development of the tourism field since it provides an interactive computer-generated medium that allows participants to create simulated experiences of both real and unreal situations. Immersive tourism technology provides travelers with the unique experience of the destination and can play a significant role in encouraging actual visitation and engaging both travelers and destinations in particular travel activities. The previous research on a theoretically integrated PMSE experience framework and immersive tourism technology within Thailand context has not previously been conducted with respect to wellness tourism. To address this gap, this study develops and …
การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคยืดอายุผลไม้ผลิตจากกากกาแฟเหลือทิ้ง, อรนุช หิมะทองคำ
การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคยืดอายุผลไม้ผลิตจากกากกาแฟเหลือทิ้ง, อรนุช หิมะทองคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคยืดอายุผลไม้ที่ผลิตจากกากกาแฟเหลือทิ้ง เพื่อแก้ไขปัญหาการเสื่อมสภาพของผลไม้ที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นทำให้เน่าเสียไว ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่พบปัญหาผลไม้เน่าเสีย และสำรวจข้อมูลจากผู้บริโภคด้วยแบบสอบถามจำนวน 100 ราย โดยนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (prototype) จากนั้นทำการสอบถามผู้บริโภคด้วยการใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยอมรับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ จากการศึกษาและวิเคราะห์ผลจากแบบสอบถามพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญในประสิทธิภาพ และผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกลิ่นกาแฟหรือกลิ่นตกค้างใด ๆ เป็นอย่างมาก และเน้นความปลอดภัยไร้สารเคมีและมาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์จาก อย. เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สเปรย์ยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้ที่ได้รับการทดสอบความสามารถในการยืดอายุการเก็บรักษาของผลไม้ได้ถึง 2 เท่าของระยะเวลาเก็บรักษาเดิมที่ 3 วัน เป็น 6 วันในสภาวะปกติที่อุณหภูมิห้อง ผลิตภัณฑ์มีอัตราการยอมรับจากผู้บริโภคอยู่ที่ 77.50% ด้านความเป็นไปได้ทางการเงินของธุรกิจ มีการใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 26.1 ล้านบาท ธุรกิจมีผลตอบแทนโดยมี NPV (มูลค่าปัจจุบันสุทธิ) 49,274,122 บาท IRR (อัตราผลตอบแทนภายใน) เท่ากับ 41 % และมีระยะเวลาคืนทุนของธุรกิจภายใน 1 ปี จึงสรุปได้ว่าสเปรย์ยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์
ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล จังหวัดภูเก็ต, ชุติมา คงจังหวัด
ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล จังหวัดภูเก็ต, ชุติมา คงจังหวัด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต และจัดทำข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต ใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ 3 รอบ ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพ และเจ้าของกิจการธุรกิจ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ และนักวิชาการ รวม 31 คน ผลการศึกษาพบว่า รายละเอียดสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล ที่พบมากที่สุด ประกอบด้วย 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ สภาพอากาศเลวร้าย เปลี่ยนแปลงฉับพลัน ค่าเฉลี่ย 3.64 ± 0.63 (mean ± SD) ฐานนิยม (mode) เท่ากับ 4.00 และการเดินเรือด้วยความเร็วสูง ค่าเฉลี่ย 3.57 ± 0.635 (mean ± SD) ฐานนิยม (mode) เท่ากับ 4.00 ข้อเสนอแนะในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากเรือนำเที่ยวทางทะเล ได้แก่ ควรมีป้ายแสดงข้อมูลที่ชัดเจน เกี่ยวกับข้อปฏิบัติ และข้อห้ามต่างๆที่ท่าเรือแก่นักท่องเที่ยว และควรมีข้อบังคับสำหรับผู้นำเที่ยวในการให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวตามรายละเอียดบนป้ายดังกล่าวก่อนออกเดินทาง และควรมีหน่วยงานภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่จากภาครัฐประจำแต่ละท่าเรือ เพื่อตรวจสอบความพร้อมเรือ ผู้ปฏิบัติงาน นักท่องเที่ยว ก่อนออกเดินทาง
A Pair Trading Using Reinforcement Learning And Wavelet Decomposition, Panudate Nithinon
A Pair Trading Using Reinforcement Learning And Wavelet Decomposition, Panudate Nithinon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this study, we propose a trading optimization methodology for the pair trading strategy. The Johansen cointegration test and the correlation measure are used for pair selection. We apply Deep-Q-network (DQN) technique in which the trainable reinforcement learning agent is designed to directly control the trading positions. The maximum overlap discrete wavelet transformation (MODWT) algorithm is used for generating the trading signal from the spread time series. Wavelet signal preprocessing is used to extract the original time series into cyclic time series components and long-term behavior components. Based on the in-sample performance this trading model successfully solves a profit maximizing …
การวิเคราะห์มิติทางสังคมของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, ณัฐดนยา ทิพยจารุโภคา
การวิเคราะห์มิติทางสังคมของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, ณัฐดนยา ทิพยจารุโภคา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในมิติทางสังคม สำรวจประเด็นสำคัญ และผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วและอาจจะเกิดขึ้นทางด้านสังคม สุขภาพ ที่อาจจะมาจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยผู้วิจัยได้กำหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนวิธีการวิจัยประกอบไปด้วยการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์บุคคลจำนวน 20 คน จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและเขียนรายงานผลงานวิจัยในลักษณะเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2540 โรงพยาบาลเอกชนต้องหาโอกาสใหม่ๆ ทดแทนการรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนไทย จึงได้หันไปหากลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง ต่อมารัฐบาลประสบปัญหาขาดดุลเดินสะพัดติดต่อกันหลายปี จึงได้มีการกำหนดนโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย โดยไทยมีการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีกลุ่มสถานพยาบาลเอกชนที่ได้รับมาตรฐานด้านการบริการด้านสุขภาพหลายแห่ง ด้วยจุดแข็งเหล่านี้ จึงพัฒนาแผนและนโยบายเพื่อการเป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Medical hub) ในระดับเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกมองไปในด้านของผลดีด้านเศรษฐกิจรายได้กำไรที่เพิ่มขึ้นของประเทศ จึงมีประเด็นว่าผลกระทบการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นั้นมักจะไม่ได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเมื่อมีการผลักดันนโยบายนี้ ดังนั้น การศึกษามิติทางสังคมของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ได้สำรวจประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ 1. แนวคิดและนิยามของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourists) 2. ผลกระทบต่ออัตรากำลังบุคลากรทางการแพทย์และอัตราค่ารักษาพยาบาล 3. ผลกระทบจากโลกาภิวัตน์และกระบวนการทำให้เป็นสินค้า 4. มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาล 5. ผลกระทบด้านการแพร่กระจายปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา และโรคติดต่อที่ระบาดครั้งใหญ่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ในอีกมุมหนึ่ง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีส่วนที่ทำให้การรักษาพยาบาลในยุคปัจจุบันเปรียบเสมือนเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและกลุ่มคนที่มีฐานะด้านการเงิน เรื่องนี้จึงมีความซับซ้อนและต้องทำความเข้าใจจากหลายแง่มุม และจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะมีการศึกษาพิจารณาจากแง่มุมที่ไม่ได้มีการพูดถึงมากนัก ทั้งในเรื่องของคำนิยามและความหมายของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ตามกระแสเสรีนิยมใหม่ซึ่งทำให้เรื่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์โยงใยได้กับข้อถกเถียงเรื่องความเป็นธรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมนี้ การทำความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นจะนำไปสู่การสร้างแนวทางการเสริมความเป็นธรรมด้านสุขภาพและการกระจายผลประโยชน์ให้สังคมโดยรวมได้ต่อไป
พลวัตแนวคิดและปฏิบัติการและการปรับตัวของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน หลังปี 2549, นิภาวรรณ แก้วแสนทิพย์
พลวัตแนวคิดและปฏิบัติการและการปรับตัวของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน หลังปี 2549, นิภาวรรณ แก้วแสนทิพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าพัฒนาการแนวคิดและปฏิบัติการของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และการปรับตัวของ กป.อพช. ภายหลังการรัฐประหาร 2549 และหลังการรัฐประหาร 2557 ผ่านการวิเคราะห์ปฏิบัติการของ กป.อพช. และเครือข่าย ภายใต้แนวคิดเรื่องประชาสังคมและกระบวนการสร้างกรอบโครง โดยหลังการรัฐประหารปี 2549 – 2557 วิเคราะห์ผ่าน 3 ปฏิบัติการได้แก่ 1) การจัดทำข้อเสนอแนะรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และการประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2) การผลักดันแนวคิดเกษตรกรรมยั่งยืน และ 3) การผลักดันโฉนดชุมชน สำหรับหลังการรัฐประหาร 2557 ศึกษาผ่าน 3 ปฏิบัติการได้แก่ 1) ขบวนการจัดทำข้อเสนอแนะรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และการประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2) การคัดค้านนโยบายทวงคืนผืนป่า และ 3) การคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ผลการศึกษาพบว่า พลวัตแนวคิดและปฏิบัติการขององค์กรพัฒนาเอกชน สามารถแบ่งออกเป็น 5 ช่วงเวลาสำคัญ ช่วงแรก ช่วงหลังป่าแตก ปี 2523 ถึงช่วงปี 2534 เน้นการทำงานพัฒนาชนบท ภายใต้แนวคิดวัฒนธรรมชุมชน ช่วงที่สอง ช่วงหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ถึงช่วงปี 2543 องค์กรพัฒนาเอกชนเติบโตภายใต้เงื่อนไขการทำงานสนับสนุนชาวบ้านในการเคลื่อนไหวท้าทายอำนาจรัฐจากการแย่งชิงทรัพยากร ด้วยแนวคิดเรื่องสิทธิชุมชน ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ผลักดันทางเลือกการพัฒนาเข้าไปในรัฐ ช่วงที่สาม ยุครัฐบาลทักษิณ ปี 2544 ถึงช่วงปี 2549 องค์กรพัฒนาเอกชนผลักดันนโยบายเข้าไปในรัฐแต่สุดท้ายรัฐเข้ามาแทนที่ ในอีกด้านหนึ่งก็พยายามท้าทายอำนาจรัฐและนำไปสู่ขบวนการขับไล่รัฐบาล ช่วงที่สี่ ยุคหลังรัฐประหารปี 2549 ถึงการรัฐประหารปี 2557 เกิดการแตกแยกภายใน แต่องค์กรพัฒนาเอกชนพยายามเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันเชิงโครงสร้างและปรับตัวเป็นองค์กรวิชาชีพ ช่วงที่ห้า ช่วงรัฐประหารปี 2557 ถึงช่วงการเลือกตั้งปี 2562 แม้จะยังมีการการแบ่งแยกภายใน แต่ กป.อพช. ยังเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันเชิงโครงสร้างและตอบโต้นโยบายรัฐ ในขณะที่บางส่วนเข้าไปผนวกกับรัฐ สำหรับการปรับตัวของ กป.อพช. พบว่าภายหลังการรัฐประหาร 2549 พื้นที่ขององค์กรพัฒนาเอกชนหดแคบและมีความขัดแย้งภายใน แต่ กป.อพช.และเครือข่าย มีความพยายามในการปรับตัวใน 4 ลักษณะ …
โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2t) กับการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ : กรณีศึกษาเปรียบเทียบ ชุมชนบ้านทะเลน้อย ตำบลทางเกวียน และชุมชนบ้านวังหว้า ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง, รติมา พงษ์อริยะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบทบาทและกระบวนการทำงานของโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T) ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ ในชุมชนบ้านทะเลน้อย และชุมชนบ้านวังหว้า จังหวัดระยอง 2) ศึกษาพัฒนาการด้านผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านทะเลน้อยและชุมชนบ้านวังหว้าหลังจากมีการดำเนินการตามโครงการ U2T 3) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการประสบความสำเร็จในการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยศึกษาเปรียบเทียบระหว่างชุมชนบ้านทะเลน้อยและชุมชนบ้านวังหว้า หลังจากมีการดำเนินการตามโครงการ โดยมีกลุ่มตัวอย่างในการให้ข้อมูล ได้แก่ ชาวบ้าน คณะทำงานโครงการ U2T และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ศึกษา รวมถึงนักวิจัยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งกำหนดวิธีเลือกโดยการเจาะจง จำนวน 27 คน และใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การทำงานของโครงการมีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การสำรวจปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน คิดกิจกรรมการอบรมที่ชาวบ้านต้องการเพื่อตอบสนองและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับด้านผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาการด้านผลิตภัณฑ์ของชุมชนดีขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากการเข้าร่วมกิจกรรมอบรม และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากการช่วยเหลือของโครงการ 3) ปัจจัยที่มีผลต่อการประสบความสำเร็จในการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ของชุมชนหลังดำเนินการตามโครงการ คือ ความรู้ความสามารถ การเอาใจใส่ต่อโครงการของอาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการ ความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ความร่วมมือจากชาวบ้าน การมีทุนทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างการมีส่วนได้ให้ชุมชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ช่วยให้โครงการดำเนินการได้อย่างราบรื่น
การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาคนกับช้างป่ากรณีศึกษา: การท่องเที่ยวสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, วรัญญา ยิ้มแย้ม
การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาคนกับช้างป่ากรณีศึกษา: การท่องเที่ยวสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, วรัญญา ยิ้มแย้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหาคนกับช้างป่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เกษตรและที่อยู่อาศัยของคน จึงมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และทำให้แหล่งอาหารของช้างป่าลดลง ช้างป่าจึงออกมากินผลผลิตภายในไร่ของชาวบ้าน ชุมชนจึงมีความพยายามที่จะแก้ปัญหาในลักษณะต่างๆ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัญหาคนกับช้างป่าและผลกระทบจากช้างป่าต่อการดำรงชีพของชุมชนบ้านรวมไทย และศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาคนกับช้างป่าในบริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือ ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า และเจ้าหน้าที่หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาคนกับช้างป่าในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านรวมไทย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่ป่ามาทำการเกษตรปลูกไร่สับปะรด เป็นสาเหตุที่ดึงดูดช้างป่าให้เข้ามาในพื้นที่และทำให้พฤติกรรมของช้างป่าเปลี่ยนแปลงไป จากการอพยพหาแหล่งอาหารในป่าลึก มาเป็นการปักหลักอยู่กับที่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นด้านทรัพยากรธรรมชาติ คือ ผลผลิตทางการเกษตร ถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อด้านการเงิน เพราะผลผลิตที่ถูกทำลายคือรายได้ของชาวบ้านที่จะได้รับ ส่งผลกระทบต่อด้านสุขภาพร่างกายและใจ เนื่องด้วยชาวบ้านต้องปกป้องผลผลิตทางเกษตร จึงต้องไปนอนเฝ้าไร่ตลอดทั้งคืน เกิดการอ่อนล้า อ่อนเพลีย หวาดระแวง และวิตกกังวล ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จึงเกิดวิธีการแก้ไขการแก้ไขปัญหาโดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่หน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดขั้นตอนการทำงาน ดังนี้ 1) การค้นหาปัญหา โดยให้ข้อมูลผลกระทบที่ได้รับ ทรัพยากรที่มี และปัญหาการปฏิบัติงาน 2) การวางแผน โดยการจัดตั้งและบริหารชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมคิดกิจกรรมท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า กำหนดกฎระเบียบสำหรับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและผู้ขับรถนำชมสัตว์ป่า 3) การดำเนินการ โดยร่วมบริหารจัดการชมรมฯ การบริการนักท่องเที่ยว และช่วยเหลืองานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า 4) การรับและแบ่งปันผลประโยชน์ โดยได้ค่าตอบแทนเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน และได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในกรณีเกิดเหตุร้ายแรง และ 5) การประเมินผล โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงาน และรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงงาน โดยระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่ในขั้นการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง นำมาซึ่งผลกระทบด้านสังคม ที่ทำให้ชุมชนเกิดกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ภายในชุมชน ข้อมูลความรู้ที่ได้จากการวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาคนกับช้างป่าเพื่อลดปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยมีหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
Corporate Diversification And Stock Risk In Thailand: Evidence From A Global Shock, Miaoqi Su
Corporate Diversification And Stock Risk In Thailand: Evidence From A Global Shock, Miaoqi Su
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this paper is to investigate the impact of corporate diversification on stock risk for 345 companies listed on Stock Exchange of Thailand during the sample period from 4 January 2017 to 30 December 2021 which covers both Covid and pre-Covid period. Furthermore, the differences in effect between Covid and pre-Covid period are also studied. The result shows that diversifying through only business segments and ignoring global diversification increases stock volatility. Furthermore, it also shows that diversifying through only business segments and ignoring global diversification increases stock volatility during the Covid period compared to pre-Covid period. The result …
Forecasting Stock Volatility With Neural Network On Time Varying Transition Probability, Wasit Norakarntiansin
Forecasting Stock Volatility With Neural Network On Time Varying Transition Probability, Wasit Norakarntiansin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Forecasting volatilities of financial security returns are important for many financial applications e.g., portfolio investment construction, risk management and trading strategy. The GARCH model has long been refined to capture the true dynamic of volatility on a security return. By applying the Markov switching to the GARCH model, the source of the temporary high volatility and high persistence of a shock to the volatility can be captured. In this study, we refine the Markov switching GARCH model further by applying the notion of the neural network to approximate the time varying transition probabilities. We aim to achieve a model that …
The Effect Of Sustainability Index Inclusion On Equity Fund Allocation Evidence From Thailand, Tanakorn Makarabhiromya
The Effect Of Sustainability Index Inclusion On Equity Fund Allocation Evidence From Thailand, Tanakorn Makarabhiromya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The concept of sustainability index has been accepted widely in the global investment context. However, sustainable investments are relatively underexplored in an emerging market as in Thailand. This study analyzes the relationship between corporate sustainability performance (proxy by announcement events of the Stock Exchange of Thailand Sustainability Index SETTHSI) and institutional investors’ awareness toward sustainability investment. An event studies on index announcement are applied to analyze the short-term effect from investors in stock market. The results indicate that there is only weak evidence that inclusion into the sustainability index has a positive impact to cumulative abnormal returns during release-related period, …
การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า : บริษัทกรณีศึกษา Xyz, เปมิกา กาญจนกามล
การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า : บริษัทกรณีศึกษา Xyz, เปมิกา กาญจนกามล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้เป็นการศึกษาการปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า ของบริษัทกรณีศึกษา XYZ ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนนำเข้า และส่งออกสินค้า (Freight Forward Company) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือการอัปเดตสถานะสินค้าว่าสินค้านั้น ๆ ดำเนินการขนส่งอยู่ที่ไหนแล้วบ้าง เพื่ออัปเดตให้แก่ลูกค้าของบริษัทได้สามารถรับทราบเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการผลิต การตลาด หรือประโยชน์อื่น ๆ และยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้วัดผลประเมินประสิทธิภาพการทำงานของแผนกอีกด้วย ซึ่งคะแนนประสิทธิภาพในการทำงานนั้นยังส่งผลต่อการปรับคิดเงินเดือนประจำปี ตลอดจนโบนัสของพนักงานประจำบริษัทอีกด้วย ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาสาเหตุที่ทำให้กระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษามีปัญหา ตลอดจนนำแนวคิด ทฤษฏี และเครื่องมือ ไม่ว่าเป็นแนวคิดลีน ไคเซ็น แผนผังสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping : VSM) และแนวคิด ECRS เข้ามาช่วยในการดำเนินหาทางแก้ไขปัญหาที่บริษัทกรณีศึกษากำลังเผชิญ ตลอดจนการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาแนวทางการทำงานใหม่ เพื่อให้ทุกคนทราบถึงปัญหาที่แท้จริง และช่วยกันหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาซึ่งหลังจากปรับปรุงกระบวนการนั้น พบว่าทั้ง 2 กิจกรรมการแจ้งเตือน ที่ผู้วิจัยทำการศึกษานั้น มีระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานลดลง และสามารถขจัดกระบวนการที่ไม่มีคุณค่าออกจากกระบวนการทำงานได้ โดยกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 1 มีระยะเวลาเฉลี่ยลดลงจาก 240:09 นาทีลดลงอยู่ที่ 118.36 นาที ระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานลดลงคิดเป็นร้อยละ 50.61 และกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 3 นั้นลดลงคิดเป็นร้อยละ 88.33 จะระยะเวลาเฉลี่ยรวมในการทำงานที่ 12,536:58 นาที ลดลงอยู่ที่ 1,462:57 นาที และในการวัดผลประเมินประจำเดือนธันวาคม 2565 พบได้ว่าสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 1 สัดส่วนคะแนนในเดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ 86.09% และกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 3 อยู่ที่ 90.54%
การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้ามอลต์ระหว่างการใช้เรือสินค้าเทกองกับเรือตู้สินค้า, เสาวลักษณ์ ธัญลักษณ์ภาคย์
การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้ามอลต์ระหว่างการใช้เรือสินค้าเทกองกับเรือตู้สินค้า, เสาวลักษณ์ ธัญลักษณ์ภาคย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ต้นทุนรวมโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้า มอลต์ ระหว่างการใช้เรือสินค้าเทกองกับเรือตู้สินค้า โดยทำการศึกษาต้นทุนรวมโลจิสติกส์และ ระยะเวลาในการขนส่งมอลต์จากประเทศออสเตรเลียจนถึงโรงงานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยาด้วยวิธีเรือสินค้าเทกอง โดยปัจจุบันใช้รูปแบบการขนส่งด้วยวิธีเรือตู้สินค้า ผู้วิจัย จะทำการจำลองสถานการณ์ เพื่อทำการเปรียบเทียบกับเส้นทางการขนส่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยจะทำการจำลองสถานการณ์ใน 8 รูปแบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนรวมโลจิสติกส์และ ระยะเวลา ในการขนส่งมอลต์เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลารวมของการ ขนส่งมอลต์ในปัจจุบัน โดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการการขนส่งสินค้าระหว่าง ประเทศและภายในประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยในการศึกษา ผู้วิจัยได้ทำการเปรียบเทียบต้นทุนรวมโลจิสติกส์ 4 ด้านคือ 1. ต้นทุนการขนส่ง (Transportation Cost) 2. ต้นทุนการขนถ่ายสินค้า (Handling Costs) 3. ต้นทุนคลังสินค้า (Warehousing Costs) 4. ต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Cost) ผลการศึกษา พบว่าสินค้าทางการเกษตรจำพวกสินค้ามอลต์ รูปแบบการขนส่งวิธีเรือสินค้า เทกองมีต้นทุนรวมโลจิสติกส์ต่ำกว่าการขนส่งวิธีเรือตู้สินค้า แต่อย่างไรก็ตามควรพิจารณาถึงปัจจัย อื่นร่วมด้วย อาทิเช่น ระดับน้ำหรือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขนส่งด้วยเรือเทกองในแต่ละ ช่วงเวลาของปี
การวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยโดยแบบจำลองแรงโน้มถ่วง, จิดาภา ศรีจำนงค์
การวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยโดยแบบจำลองแรงโน้มถ่วง, จิดาภา ศรีจำนงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มูลค่าการส่งออกพลาสติกของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของประชากรและเศรษฐกิจโลก การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นที่จะศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยและการศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยต่อไปในอนาคต การศึกษานี้เป็นการสร้างแบบจำลองแรงโน้มถ่วงเพื่อเป็นตัวแทนของการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ โดยมีการเสนอแบบจำลองทางเลือกเพื่อทำการประเมินว่าตัวแปรด้านโลจิสติกส์ ได้แก่ ระยะห่าง เวลาที่ใช้ในการขนส่ง และต้นทุนที่ใช้ในการขนส่ง ตัวแปรใดเป็นตัวแปรที่ดีที่สุดของตัวแปรด้านโลจิสติกส์ ในการประมาณค่าแบบจำลองจะทำการศึกษาด้วยวิธี Pooled Regression Model, Fixed Effect Model และ Random Effect เพื่อหาแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้ข้อมูลแบบอนุกรมเวลา (รายปี) ของมูลค่าการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2561 จากการศึกษาพบว่าตัวแปรระยะทางเป็นตัวแปรด้านโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับแบบจำลองมากที่สุด โดยมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทย ได้แก่ ขนาดเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การใช้ภาษากลาง และการใช้พรมแดนร่วมกัน
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในกรุงเทพมหานคร, จิตริน เขมานุรักษ์
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในกรุงเทพมหานคร, จิตริน เขมานุรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วในกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและทำการศึกษา ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ปัจจัยด้านความรู้และการรับรู้ถึงปัญหาหน้ากากอนามัยใช้แล้ว และปัญหาขยะของกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงปัจจัยด้านนโยบายและการรณรงค์ส่งเสริม ที่แตกต่างกันจะให้ผลทางด้านพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไป (5 ข้อ) ที่แตกต่างกันหรือไม่ โดยการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยกลุ่มประชาที่ทำการศึกษา คือ ผู้ที่ทั้งเคย และไม่เคยทิ้งหน้ากากอนามัยได้อย่างถูกต้องถูกวิธีมาก่อน ซึ่งทำการสำรวจผ่านแบบสอบถาม Google form และได้รับข้อมูลต่อกลับทั้งสิ้น 400 ชุด ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านประชากรณ์ศาสตร์ การที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน, จำนวนสมาชิกในครัวเรือน, สภาพที่อยู่อาศัย, ประวัติการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ของตนเอง และจำนวนวัคซีนตนได้รับที่แตกต่างกัน มีระดับพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไปแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในส่วนของ ปัจจัยด้านความรู้และการรับรู้ถึงปัญหาหน้ากากอนามัยใช้แล้ว และปัญหาขยะของกรุงเทพมหานคร ทุกๆ ปัจจัยมีระดับพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไปแตกต่างกัน แต่ะจะมีบางข้อความรู้และการรับรู้ถึงปัญหาบางข้อเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไปแตกต่างกัน ได้ทั้ง 5 ข้อ ในขณะที่ ปัจจัยด้านนโยบายและการรณรงค์ส่งเสริม พบว่า การส่งเสริมด้วยการให้ภาครัฐแจกถุงพลาสติก หรือให้ร้านค้าแจกถุงพลาสติก ที่สามารถใช้ในการคัดแยกขยะติดเชื้ออย่าง “หน้ากากอนามัยใช้แล้ว” มีระดับพฤติกรรมการทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วแยกจากขยะทั่วไป ไม่แตกต่างกัน
ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ ในเขตภาคตะวันออก บริษัทกรณีศึกษา Abc, ชนมณีทิวา ชาญสมร
ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ ในเขตภาคตะวันออก บริษัทกรณีศึกษา Abc, ชนมณีทิวา ชาญสมร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาปัจจัยที่มีผลให้เกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ บริษัทกรณีศึกษา เอบีซี วัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละปี เช่นลดค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุในกรณีที่รถไม่เคยเกิดอุบัติเหตุในปีนั้นจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีต่อไป เพื่อประเมินปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถบรรทุกหกล้อของพนักงานและศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ของพนักงานขับรถบรรทุกเพื่อจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไข ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษารวบรวมปัจจัยและคัดเลือกประชากรสมมติฐานด้วยวิธีการ สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัย ประกอบด้วย ปัจจัยด้านผู้ขับขี่ปัจจัยด้านยานพาหนะ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อนำเกณฑ์หลักการจัดลำดับมาใช้ในการศึกษานี้ใช้วิธีวิเคราะห์ด้วยวิธี การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบไบนารี (Binary Logistic Regression) ผู้ศึกษาจะใช้การสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงแล้วนำมาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลให้เกิดอุบัติเหตุ คือ ความเร็วสูงสุดในการขับต่อเที่ยว และช่วงเวลาในการทำงานต่อวัน มีผลอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ
การปรับปรุงกระบวนการคำสั่งซื้อของลูกค้า : กรณีศึกษา บริษัท Freight Forwarder, ชนัสฐา คณะทอง
การปรับปรุงกระบวนการคำสั่งซื้อของลูกค้า : กรณีศึกษา บริษัท Freight Forwarder, ชนัสฐา คณะทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินการของแผนกส่งออกทางทะเลของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งโดยศึกษาด้วยเงื่อนไขการซื้อขายแบบ FOB, EXW และ CIF โดยงานใช้การศึกษากระบวนการทำงานโดยแผนผัง Flow chart และแผนผัง IDEFO เพื่อระบุกิจกรรมหลักทั้งหมดที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด นอกจากนี้ ศึกษาผ่านแบบสอบถาม พนักงานที่เกี่ยวข้องและลูกค้า เพื่อระบุปัญหาของกิจกรรมที่พบ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าปัญหาที่สำคัญที่สุด 3 ประการคือ 1) ความคลาดเคลื่อนของต้นทุนขายและใบแจ้งหนี้ของสายเรือ 2) ความล่าช้าในการแก้ไขหรือยืนยันใบตราส่ง และ 3) ข้อผิดพลาดในการยืนยันการจองระวางเรือ โดยได้ใช้แผนภาพก้างปลาในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ ซึ่งผลจากการศึกษานำไปสู่การนำเสนอแนวทางการปรับปรุงด้วยเครื่องมือ ECRS (การกำจัด, การรวบรวม, การจัดเรียงใหม่ และการทำให้ง่ายขึ้น)
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform : กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform : กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงงานพิเศษฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิต่อการยอมรับการใช้งาน เทคโนโลยีสำหรับผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมทางด้านขนส่งสินค้าทางทะเลหรือสาสยเรือนั้นมีการแข่งขันกันสูง มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านบริการ ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้ การทำงาน มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และผู้ใช้บริการรับรู้ ถึงประโยชน์ของการใช้งาน โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ จำนวน 350 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัสายเรือ XYZ จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน ผลการศึกษาพบว่า ด้าน ความคาดหวังในประสิทธิภาพ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความ ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน
การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผู้รับเหมาช่วงบริการขนส่ง, ณัฐธมนต์ วงศ์ชัยศรี
การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผู้รับเหมาช่วงบริการขนส่ง, ณัฐธมนต์ วงศ์ชัยศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาและพัฒนาเกณฑ์การประเมินผู้รับเหมาช่วงบริการขนส่งที่ ให้บริการโดยบริษัท 3PL โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวัดผลการปฏิบัติงานของ บริษัทกรณีศึกษาและของผู้รับเหมาช่วงที่ทางบริษัทกรณีศึกษาใช้บริการ โดยวิธีการศึกษาและ วิเคราะห์ที่ใช้มีการเชิงคุณภาพ (Qualitative) และเชิงปริมาณ (Quantitative) โดยการศึกษา ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลข้อมูล การเก็บข้อมูล การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงาน การปรับปรุงและทดลองใช้เกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดย ผลลัพธ์ของการวิจัยนั้นประกอบด้วยการสรุปเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รูปแบบใหม่ และเทียบกับผลการประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานรูปแบบเดิม โดยใช้วิธีการ แสดงผลในรูปแบบของตารางและกราฟเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานของการใช้เกณฑ์การประเมิน ในปัจจุบันและแบบปรับปรุง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการรีไซเคิลที่เหมาะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ณัฐพร ภัทรอธิคม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการรีไซเคิลที่เหมาะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ณัฐพร ภัทรอธิคม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม ซึ่งในงานวิจัยนี้คือการเข้าร่วมการรีไซเคิล โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน (Theory of Planned Behavior: TPB) โดยสำรวจจากประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 407 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจและพฤติกรรมการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ ผลการศึกษาพบว่า ทัศนคติ (Attitude) การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม (Perceived Behavioral Control) ความพึงพอใจต่อสิ่งอำนวยความสะดวก (Satisfaction with local facilities) มีอิทธิพลต่อความตั้งใจ (Intention) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในขณะที่บรรทัดฐานของสิ่งอ้างอิงไม่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจและพฤติกรรมการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ และความตั้งใจมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ (Behavior) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่า ประเภทของที่พักอาศัยแบบมีและไม่มีส่วนกลางมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจต่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการเข้าร่วมการคัดแยกขยะ และตำแหน่งของจุดรวบรวมขยะรีไซเคิลไม่มีอิทธิพลต่อทุกปัจจัย
ทัศนคติผู้บริโภคต่อธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงพร้อมระบบติดตามระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่, ณิชากร เพ็ชรตุ่น
ทัศนคติผู้บริโภคต่อธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงพร้อมระบบติดตามระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่, ณิชากร เพ็ชรตุ่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ทัศนคติผู้บริโภคต่อธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงพร้อมระบบติดตามระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นการศึกษาเพื่อเสาะหาช่องทางในการทำธุรกิจขนส่งสัตว์เลี้ยงแบบใหม่ ที่คาดว่าจะสามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคและตลาดสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยผู้วิจัยได้คำนวณต้นทุน และราคาค่าขนส่ง ซึ่งมีทั้งหมด 5 ราคา โดยแยกตามขนาด จากนั้นก็ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม ซึ่งถามถึงลักษณะทางประชากรศาสตร์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงความถี่ในการพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยว ลักษณะทางประชากรศาสตร์ของสัตว์เลี้ยงและการยอมรับราคาฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในการติดตามการขนส่งสัตว์เลี้ยง คุณลักษณะการบริการและเหตุผลที่ต้องการใช้บริการ ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ยอมรับราคาที่ตั้งไว้ที่ 2,400 บาท (XS), 3,000 บาท (S), 3,800 บาท (M), 4,600 บาท (L), 5,300 บาท (XL) และ 6,100 บาท (XXL) มีความเห็นด้วยกับคุณลักษณะการให้บริการที่ตั้งไว้ และมีเหตุผลในการใช้บริการคือการท่องเที่ยว การย้ายถิ่นฐาน และการยกให้เจ้าของใหม่ สำหรับการยอมรับราคา ตัวแปรที่มีอิทธิพลคือเงินเดือนของเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยพบว่ายิ่งฐานเงินเดือนน้อยลง ยิ่งมีแนวโน้มปฏิเสธมากขึ้นและในส่วนที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นที่จ่ายเงินเพิ่ม พบว่า สายพันธุ์ มีอิทธิพลมากที่สุดในการยอมรับฟังก์ชั่น โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก มีแนวโน้มยอมรับมากกว่าสายพันธุ์อื่น เนื่องจากความอ่อนแอตามสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มที่จะป่วยหรือเกิดความผิดปกติมากกว่าสายพันธุ์อื่น
การวิเคราะห์ต้นทุนการจัดการรับคืนสินค้าด้วยการคิดต้นทุนฐานกิจกรรมเกณฑ์เวลา, ทศพร มะโนแสน
การวิเคราะห์ต้นทุนการจัดการรับคืนสินค้าด้วยการคิดต้นทุนฐานกิจกรรมเกณฑ์เวลา, ทศพร มะโนแสน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์ต้นทุนการจัดการรับคืนสินค้า โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรมเกณฑ์เวลามาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ โดยรวบรวมข้อมูลจากบริษัทตัวอย่างแห่งหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจจัดหน่ายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เครื่องสำอาง และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ แก่ร้านค้าในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยทำการศึกษาตั้งแต่การรับเรื่องรวบรวมคำสั่งการคืนสินค้า การติดตามสินคืน การรับสินค้าคืน การคัดแยกสภาพสินค้า จนไปถึงการจัดเก็บสินค้า ในการสร้างระบบต้นทุนฐานกิจกรรมเกณฑ์เวลา เริ่มจากการวิเคราะห์กิจกรรมของแผนกต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ แล้วทำการหาเวลามาตรฐานในการทำงานโดยใช้การจับเวลาทำการคำนวณหาอัตราต้นทุนกำลังการผลิต ทำการคำนวณต้นทุนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ การศึกษาในครั้งนี้พบว่าต้นทุนประเภทบุคลากร อันได้แก่ เงินเดือนและค่าจ้างพนักงานเป็นต้นทุนที่มีสัดส่วนที่สูง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์สูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นต้นทุนที่ไม่ได้ใช้งาน การศึกษาจึงได้เสนอแนวทางนโยบายการลดการคืนสินค้า ปรับปรุงกระบวนลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและการพิจารณาทบทวนในการใช้พนักงานร่วมกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
ปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100%, ทับทิม ฐิตเรืองศักดิ์
ปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100%, ทับทิม ฐิตเรืองศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาอิทธิพลของปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่ส่งต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100% ประชากรที่ใช้ในสารนิพนธ์ครั้งนี้คือข้อมูลเชิงตัวเลขที่มีค่าสถิติรายเดือนตั้งแต่ปี 2559-2664 ของตัวแปรอิสระได้แก่ ราคา FOB ของข้าวหอมมะลิ 100% อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและดอลล่าห์สหรัฐ ปริมาณการผลิตข้าวหอมมะลิ ราคา FOB ข้าว Vietnam Jasmine 5% และ World Container Index โดยสถิติที่นำมาใช้ในการศึกษาสารนิพนธ์เล่มนี้ได้แก่ การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression) ซึ่งผลการศึกษาในสารนิพนธ์เล่มนี้พบว่า ตัวแปรอิสระที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 100% ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและดอลล่าห์สหรัฐ World Container Index และปริมาณการผลิตข้าวหอมมะลิ ที่ระดับนัยสำคัญที่ 0.05