Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Technology and Innovation (294)
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Social and Behavioral Sciences (88)
- Science and Technology Studies (87)
-
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Advertising and Promotion Management (1)
- Agribusiness (1)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Economics (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Growth and Development (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Industrial Organization (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Medicine and Health Sciences (1)
- Public Health (1)
- Keyword
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 811 - 840 of 929
Full-Text Articles in Business
นวัตกรรมต้นแบบระบบจัดการน้ำเสียแบบกระจายศูนย์ที่มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่สำหรับชุมชน, สะคราญ แต่โสภาพงษ์
นวัตกรรมต้นแบบระบบจัดการน้ำเสียแบบกระจายศูนย์ที่มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่สำหรับชุมชน, สะคราญ แต่โสภาพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนานวัตกรรมเครื่องต้นแบบระบบจัดการน้ำเสียแบบกระจายศูนย์ โดยใช้เทคโนโลยี Eco-biofilter/MBR เพื่อนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่สำหรับชุมชน รวมถึงทดสอบประสิทธิภาพของนวัตกรรมในการบำบัดน้ำเสีย โดยควบคุมแรงดันของเมมเบรนให้อยู่ในช่วง 85 - 95 กิโลกรัมต่อปาสกาล อัตราการไหลของน้ำเสียและอัตราการกรองของเซรามิคเมมเบรนเท่ากับ 300 - 360 ลิตรต่อวัน ระยะเวลากักเก็บน้ำเสียของระบบอยู่ที่ประมาณ 1 วัน ทั้งนี้งานวิจัยยังได้พัฒนาตัวกลางดินเผาซึ่งมีพื้นที่ผิวสัมผัสเท่ากับ 0.015072 ตารางเมตร ขนาดรูพรุนเท่ากับ 0.028 ไมครอน โดยมีความพรุนตัวร้อยละ 14.90 เพื่อใส่ในส่วนไร้อากาศ 1 และ 2 ของระบบ เพื่อการบำบัดขั้นต้น ผลการทดสอบพบว่าน้ำหลังบำบัดมีค่าความเป็นกรดหรือด่างเฉลี่ย 8.2 (ค่ามาตรฐานอยู่ในช่วง 5.5 – 9.0) ปริมาณทีเคเอ็นทั้งหมดมีค่าเฉลี่ย 2.2 (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร) ปริมาณฟอสฟอรัสทั้งหมดมีค่าเฉลี่ย 0.06 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อลิตร) ปริมาณฟิคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียมีค่าเฉลี่ย 20.2 เอ็มพีเอ็นต่อ 100 มิลลิลิตร (น้ำเสียมีปริมาณฟิคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียตั้งแต่ 106 เอ็มพีเอ็นต่อ 100 มิลลิลิตร) ปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร) ปริมาณตะกอนหนักมีค่าเฉลี่ยน้อยกว่า 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 30 มิลลิกรัมต่อลิตร) ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าน้ำหลังบำบัดมีคุณภาพดีขึ้นและผ่านเกณฑ์มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งของกรมควบคุมมลพิษ อีกทั้งยังผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ประเทศออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป ทั้งนี้ การดำเนินการภายใต้สมมติฐานการลงทุนที่กำหนดไว้ ทำให้กิจการมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ เท่ากับ 55,079,683.78 บาท อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับ 76% โดยมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 3 ปี แสดงว่านวัตกรรม Eco-biofilter/MBR มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ สำหรับการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มีการซื้อขายผ่านระบบตลาด พบว่าจุดคุ้มทุนสำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการบำบัดน้ำเสียในชุมชนอยู่ที่ค่าความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อการบำบัดน้ำเสีย 8 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือนสำหรับน้ำปริมาณ 1 ลูกบาศก์เมตร
ตัวแบบนวัตกรรมกระบวนการเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ : แพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลด้วยตนเองโดยผู้สูงอายุ, วรางคณา งาคู่ปฏิพัทธ์
ตัวแบบนวัตกรรมกระบวนการเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ : แพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลด้วยตนเองโดยผู้สูงอายุ, วรางคณา งาคู่ปฏิพัทธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การส่งเสริมสุขภาพโดยแพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลด้วยตนเองมีความสำคัญที่จะสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถจัดการสุขภาพของตัวเองและป้องกันโรคได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะและความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ และการออกแบบ พัฒนา และทดสอบแพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลด้วยตนเอง การสร้างนวัตกรรมแพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลด้วยตนเอง และการศึกษาการยอมรับและความเป็นไปได้ในการนำใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ งานวิจัยนี้มี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก การวิเคราะห์ความต้องการ ได้แก่ การระบุลักษณะและความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของแพลตฟอร์มฯ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญ 10 คน และผู้สูงอายุ 5 คน และการสำรวจกลุ่มผู้สูงอายุด้วยแบบสอบถาม 430 คน พบ 6 องค์ประกอบหลักมีลักษณะดังนี้ 1) ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีแบบแผนบุคลิกภาพของผู้สูงอายุในลักษณะแบบคุ้มกัน-ป้องกัน 2) พึงพอใจในชีวิตระดับกลางถึงสูง 3) คิดถึงสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตระดับมาก 4) ประเมินสุขภาพโดยรวมของตนเองรู้สึกแข็งแรงมาก 5) พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพระดับมาก 6) การรับรู้และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพระดับมาก ขั้นตอนที่สอง การออกแบบและพัฒนากระบวนการและต้นแบบแพลตฟอร์ม โดยใช้ลักษณะเฉพาะองค์ประกอบของการออกแบบเทคโนโลยีการโน้มน้าวใจ ต้นแบบแพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและแอปพลิเคชันได้รับการทดสอบการใช้งานโดยผู้สูงอายุ 15 คน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยเก็บบันทึกข้อมูลความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ น้ำหนัก และรายการอาหารที่รับประทานด้วยตัวเอง ขั้นตอนสุดท้าย เป็นศึกษาการยอมรับด้วยแบบสอบถาม โดยการสำรวจตัวอย่างผู้ใช้งาน 15 คน และพบว่าผู้ใช้งานยอมรับเทคโนโลยีในระดับสูง มีความพึงพอใจ สนใจ และเห็นคุณค่าของแพลตฟอร์ม แผนการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จะเป็นการจัดตั้งธุรกิจแบบสตาร์ทอัพดำเนินกิจการเพื่อสังคม ให้คำปรึกษาและบริการการจัดการโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จะใช้เงินทุนเริ่มต้น 2 ล้านบาท จุดคุ้มทุนและระยะเวลาการคืนทุนในปีที่ 5 อัตราผลตอบแทนการลงทุน คือ ร้อยละ 28.62 ณ สิ้นปีที่ 5
การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารการจัดหาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล, อริษรา นวพงศ์
การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารการจัดหาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล, อริษรา นวพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กลุ่มคนบางกลุ่มมีความเชื่อที่ว่าการออกกำลังกายด้วยตนเองเป็นเรื่องที่ยากเพราะไม่ทราบวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องหรือขาดแรงจูงใจในการริเริ่ม ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล (Personal Trainer) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ความหลากหลายของการออกกำลังกายและผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล อาจทำให้เกิดปัญหาแก่ผู้ต้องการว่าจ้างได้ เนื่องจากผู้จ้างมักไม่ทราบถึงคุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้ฝึกสอนมาก่อน ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือและไม่มั่นใจต่อการจ้าง จึงกล่าวได้ว่า การเลือกผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลที่ดีอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ต้องการหาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ทราบถึงช่องทางการติดต่อหาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงได้นำเสนอวิธีแก้ไขปัญหาขัดแย้งหรือความเสียหายจากการว่าจ้างผู้ฝึกสอนที่ไม่พึงพอใจ โดยการใช้เว็บแอปพลิเคชันนี้ผู้จ้างสามารถประเมินโปรไฟล์และทักษะของผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลแต่ละรายได้ทันที งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ที่ต้องการหาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล และผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล จำนวนทั้งสิ้น 220 คน โดยทั้ง 2 กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสนใจในการใช้เว็บแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารการจัดหาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล คิดเป็นร้อยละ 62.5 และ 77 ตามลำดับ
ตัวแบบนวัตกรรมกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์, อภิชาติ พูนตระกูลเกียรติ
ตัวแบบนวัตกรรมกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์, อภิชาติ พูนตระกูลเกียรติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษามุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการท่องเที่ยว โดยบูรณาการมุมมองของผู้ให้บริการ และมุมมองของผู้รับบริการท่องเที่ยว เข้าไว้ด้วยกัน ผู้วิจัยได้เจาะจงคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทยที่ได้รับความสำเร็จ หรือ เคยได้รับความสำเร็จมาแล้ว ทั้งสิ้นจำนวน 11 ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อีก 4 แห่ง โดยผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญและการสำรวจความเป็นไปได้จากการศึกษาสถานที่จริงก่อนเริ่มเก็บข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 90 ราย ประกอบด้วย ผู้นำ แกนนำชุมชน ปราชญ์ชุมชน ผู้ประกอบการ ผู้อยู่อาศัย นักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และนักท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ผลลัพธ์งานวิจัย ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ที่จะประสบความสำเร็จ ควรมีองค์ประกอบหลักสำคัญทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การทำงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชน Community Participation ความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย Stakeholder Involvement ต้นทุนทรัพยากร Resources Capital การจัดการท่องเที่ยว Tourism Management ประสบการณ์สร้างสรรค์ Creative Experience และ ความยั่งยืน Sustainability นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้อธิบายถึงรายละเอียด 13 ขั้นตอนย่อย ของ องค์ประกอบการจัดการท่องเที่ยว และองค์ประกอบของประสบการณ์สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ CCBT มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวรูปแบบอื่น รูปแบบของประสบการณ์สร้างสรรค์ ประกอบด้วยมิติสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ การรับรู้-จิตสำนึก (awareness/consciousness) การมีส่วนร่วมเชิงรุก (active participation) การเรียนรู้เชิงลึก (active learning) การมีปฎิสัมพันธ์ และ การร่วมสร้างคุณค่า (interaction & co-creation) การตรึกตรองสะท้อนคิด (reflection) และ การเปลี่ยนแปลงเชิงมุมมอง (perspective transformation) องค์ประกอบ ประสบการณ์สร้างสรรค์ นี้ เป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงมุมมองของผู้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ในการท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นข้อค้นพบใหม่ของ การพัฒนาตนเอง อันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้วิจัยคาดว่า นวัตกรรมกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์นี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อการศึกษางานท่องเที่ยว …
การพัฒนาต้นแบบเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพา, ไตรสิทธิ์ เบญจบุณยสิทธิ์
การพัฒนาต้นแบบเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพา, ไตรสิทธิ์ เบญจบุณยสิทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อัตราการหายใจเป็นสัญญาณชีพที่มีความสำคัญ จากการศึกษาพบว่าโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง 11.4 % ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในประเทศไทยหรือประมาณ 5.7 ล้านคนมีโอกาสเป็นโรคนี้ โดยในจำนวนนี้จะมีผู้ที่ยังไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอยู่ 80 % หรือ ประมาณ 4.5 ล้านคนในแต่ละปี เนื่องมาจากการตรวจการนอนหลับตามสถานพยาบาลทำได้จำกัดและมีค่าใช้จ่ายสูง จากการสำรวจตลาดพบว่าตลาดมีความต้องการเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพาที่ใช้งานสะดวกและมีราคาถูกเพื่อใช้ในตรวจการนอนหลับด้วยตนเองที่บ้านเป็นการคัดกรองก่อนเข้ารับการตรวจการนอนหลับในสถานพยาบาล จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าเทคโนโลยีการติดตามอัตราการหายใจมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีปัญหาแตกต่างกันไป เช่น Impedance Pneumography ที่ใช้หลักการวัดค่าอิมพีแดนซ์ที่เปลี่ยนไปของทรวงอกอันเนื่องจากการหายใจเข้าออกจะมีปัญหาสัญญาณรบกวนและความคลาดเคลื่อนเนื่องจากการเคลื่อนไหวของร่างกายอยู่สูง หรือ ETCO2 CapnoMeter ที่ใช้หลักการวัดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออกเป็นเครื่องติดตามอัตราการหายใจที่มีความแม่นยำสูง แต่มีราคาแพงและมีใช้เฉพาะในโรงพยาบาล ผู้วิจัยเล็งเห็นว่าตลาดยังมีช่องว่างสำหรับเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพาที่ใช้งานง่าย มีราคาถูกและมีความถูกต้องเพื่อใช้เป็นเครื่องทดสอบการนอนหลับที่บ้าน จึงได้เสนอเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ขึ้นมา ผู้วิจัยได้พัฒนาโมเดลการสร้างสรรค์ความคิดในกระบวนการพัฒนาเครื่องมือแพทย์เพื่อการตรวจวินิฉัยโดยใช้เครื่องมือของ TRIZ เชื่อมโยงเข้ากับระบบสรีรวิทยา ทำให้ได้แนวคิดการพัฒนาเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพาที่ใช้หลักการของท่อสั่นพ้องนำเสียงหายใจจากปลายจมูกไปยังไมโครโฟนซึ่งสอดยึดอยู่ที่ปลายท่ออีกด้านหนึ่ง เสียงหายใจจะเกิดการสั่นพ้องขึ้นภายในท่อ ทำให้สัญญาณตกเพียง 28.8 dB แม้เสียงจะเคลื่อนที่ไปตามท่อเป็นระยะทางไกลถึง 250 ซม. เปรียบเทียบกับการใช้ไมโครโฟนอย่างเดียวโดยไม่มีท่อสั่นพ้อง สัญญาณจะตกมากถึง 52 dB ในระยะทางแค่ 15 ซม.จากปลายจมูก สัญญาณเสียงหายใจจะถูกแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าและใช้อัลกอริทึมที่พัฒนาขึ้นมาจากหลักการของ TRIZ แก้ปัญหาความขัดแย้งในการกำหนดค่าแรงดันอ้างอิงของวงจรเปรียบเทียบสัญญาณที่ต้องการแรงดันอ้างอิงค่าต่ำในช่วงหายใจออกและต้องการแรงดันอ้างอิงค่าสูงในช่วงหายใจเข้า ทำให้สัญญาณรบกวนและความคลาดเคลื่อนจากการเคลื่อนไหวถูกกำจัดออกไปได้โดยไม่ต้องมีระบบกรองสัญญาณที่สลับซับซ้อน จากการทดสอบเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพาที่พัฒนาขึ้น (BrRate Monitor) เทียบกับเครื่องติดตามอัตราการหายใจชนิดวัดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออก (CapnoMeter) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้ตามโรงพยาบาล พบว่า BrRate Monitor มีการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้ไวกว่าและมีความแม่นยำสามารถวัดได้ถูกต้องเทียบเท่า CapnoMeter โดยมีช่วงอัตราการหายใจที่กว้าง 0-98 ครั้งต่อนาที หลังจากนั้น ได้เพิ่มบอร์ด WIFI เข้าไปในวงจรเพื่อส่งสัญญาณเสียงหายใจขึ้นสู่ฐานข้อมูลเรียลไทม์บนคลาวด์ และได้พัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อดึงสัญญาณจากคลาวด์มาวิเคราะห์และแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานและผู้ดูแลที่อยู่ห่างไกล แอปพลิเคชันบนมือถือนอกจากจะวัด และติดตามอัตราการหายใจได้แล้ว ยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อหายใจช้าหรือเร็วเกินไป หรือหยุดหายใจนานเกินกว่า 10 วินาที จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายจำนวน 27 คน และการออกแบบสอบถามทดสอบการยอมรับของตลาด ตลอดจนการประเมินเทคโนโลยีและประเมินตลาดพบว่ามีความเป็นไปได้สูงในการนำเครื่องติดตามอัตราการหายใจแบบพกพาที่พัฒนาขึ้นนี้ไปใช้ประโยชน์เป็นอุปกรณ์ตรวจการนอนหลับที่บ้าน
การควบคุมราคาหุ้นก่อนถึงวันหมดอายุหุ้นใบสำคัญแสดงสิทธิ; หลักฐานจากตลาดหลักทรัพย์ไทย, วัฒนพาศน์ รุ่งจรูญ
การควบคุมราคาหุ้นก่อนถึงวันหมดอายุหุ้นใบสำคัญแสดงสิทธิ; หลักฐานจากตลาดหลักทรัพย์ไทย, วัฒนพาศน์ รุ่งจรูญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การแทรกแซงของ บริษัท ในตลาดหุ้นเกิดขึ้นทั่วโลกผ่านการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านบัญชีและการเงินที่ใช้ประโยชน์จากความไร้ประสิทธิภาพของตลาดที่มีอยู่ มันเกิดจากความไม่สมดุลของข้อมูลที่ยังคงมีอยู่ระหว่างฝ่ายต่าง ๆ มักจะทำให้เกิดการสูญเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กับนักลงทุน การวิจัยนี้ตรวจสอบผ่านเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้เกิดความกระจ่างว่าการจัดการราคาของ บริษัท ดำเนินการอย่างไรในตลาดหุ้นไทยโดยเฉพาะก่อนวันใช้สิทธิ การผันผวนของราคาหุ้นก่อนวันหมดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิจะถูกตรวจสอบเพื่อกำหนดลักษณะการปรับราคาและระดับความอ่อนไหว ผลแสดงให้เห็นว่าผลตอบแทนที่ผิดปกติเชิงลบเกิดขึ้นในช่วงเวลา [42, 84] วันก่อนที่ใบสำคัญแสดงสิทธิ ITM จะหมดอายุ ตัวแปรขององค์กรพิสูจน์แล้วว่ามีผลกระทบต่อระดับความอ่อนไหวของการเคลื่อนไหวในราคาหุ้นซึ่งเป็นผลมาจาก บริษัท มีอัตราส่วน D/E สูง CGR และ MCAP แสดงให้เห็นถึงความต้านทานต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นติดลบ การปรับราคามีความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น อย่างไรก็ตามทางงานวิจัยจำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการจัดการเพื่อยืนยันทฤษฎีนี้ ผู้ลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการซื้อขายในทางตรงกันข้ามของทิศทางของการเคลื่อนไหวในราคาหุ้นในช่วงเวลาที่ใบสำคัญแสดงสิทธิใกล้วันหมดอายุ
การปรับปรุงกระบวนการโหลดสินค้าของธุรกิจวัสดุทดแทนไม้โดยใช้ผังสายธารคุณค่าและการจำลองสถานการณ์, จารุวิทย์ ไกรวงศ์
การปรับปรุงกระบวนการโหลดสินค้าของธุรกิจวัสดุทดแทนไม้โดยใช้ผังสายธารคุณค่าและการจำลองสถานการณ์, จารุวิทย์ ไกรวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานกระบวนการโหลดสินค้าของอุตสาหกรรมวัสดุทดทนไม้ และเพื่อวิเคราะห์ ตลอดจนค้นหาจุดคอขวด ของกระบวนการด้วยแผนภาพสายธารคุณค่า ที่นำไปสู่การหาแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการโหลดสินค้า ประกอบกับการนำแบบจำลองสถานการณ์ มาช่วยในการวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแต่ละแนวทางโดยใช้คลังสินค้าหนึ่งของบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุทดแทนไม้แห่งหนึ่ง เป็นตัวแทนของการศึกษา โดยมีเกณฑ์ชี้วัด 2 เกณฑ์ ประกอบด้วย ประสิทธิภาพด้านระยะเวลาและด้านอัตราการใช้ทรัพยากรของกระบวนการโหลดสินค้า ซึ่งจากการวิเคราะห์นำไปสู่การนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการโหลดสินค้า 4 นโยบาย ซึ่งได้แก่ 1) การลดการรื้อไม้และการขนย้ายไม้ระหว่างการโหลดสินค้า 2) นโยบายการลดระยะเวลารอคอยในระหว่างการโหลดสินค้าจากการรอสินค้าในการผลิต และการแพ็คสินค้า 3) การลดการรื้อไม้และการขนย้ายไม้ระหว่างการโหลดสินค้า ร่วมกับนโยบายการลดระยะเวลารอคอยในระหว่างการโหลดสินค้าจากการรอสินค้าในการผลิต และการแพ็คสินค้า และ 4) การเพิ่มชุดโหลด (Load Resource) ในกระบวนการโหลดสินค้า จากการศึกษา พบว่า นโยบายการเพิ่มชุดโหลด (Load Resource) ในกระบวนการโหลดสินค้า สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการโหลดสินค้าในทุกเกณฑ์ชี้วัดได้มากที่สุด โดยสามารถทำให้ระยะเวลารวมเฉลี่ยของการเข้ามารับสินค้าลดลงได้ร้อยละ 3 ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยเพื่อโหลดสินค้าประเภทรถพื้นเรียบลดลงร้อยละ 92 ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยเพื่อโหลดสินค้าประเภทรถตู้คอนเทนเนอร์ลดลงร้อยละ 94 และระยะเวลากระบวนการโหลดสินค้าภายในคลังสินค้าลดลงร้อยละ 30 อีกทั้งยังมีอัตราการใช้ทรัพยากรในกระบวนการโหลดสินค้าไม่เกินร้อยละ 80
การประยุกต์ใช้เรือดำน้ำกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน, พัฒนพงษ์ อ่วมด้วง
การประยุกต์ใช้เรือดำน้ำกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน, พัฒนพงษ์ อ่วมด้วง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้เรือดำน้ำกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประโยชน์การใช้งานของเรือดำน้ำของกองทัพเรือ มีลักษณะอะไรบ้าง ที่มีการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากการทำสงคราม และศึกษาว่าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนใดบ้าง ที่มีความต้องการใช้งานเรือดำน้ำ เพื่อตอบสนองภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบหรือกิจกรรมของหน่วยงานตนเอง ตลอดจนแนวทางการประยุกต์ใช้เรือดำน้ำให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงศึกษาและวิเคราะห์ต้นทุนการปฏิบัติการของเรือดำน้ำในการปฏิบัติภารกิจนั้นๆ โดยการใช้กระบวนวิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methodology) อันประกอบไปด้วย กระบวนการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) และการวิเคราะห์ต้นทุนการปฏิบัติการ (Analysis of operating costs) โดยการรวบรวมข้อมูลจากความสิ้นเปลืองที่กำหนดในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเรือดำน้ำ (S26T) มาคำนวณหาต้นทุนการใช้งาน โดยพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันในการออกปฏิบัติภารกิจต่างๆ ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะการใช้งานเรือดำน้ำที่มีการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากการทำสงคราม คือ การใช้งานเพื่อการตรวจจับวัตถุใต้ทะเล ค้นหาอากาศยาน เรืออับปาง ตลอดจนตู้คอนเทนเนอร์ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล และการเก็บตัวอย่างทรัพยากรน้ำทะเล อันได้แก่ น้ำทะเล อุณหภูมิน้ำทะเล ความเค็มของน้ำทะเล ซึ่งเป็นความต้องการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อาทิ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล กองบังคับการตำรวจน้ำ และกรมเจ้าท่า เป็นต้น ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวนี้ สามารถประสานขอรับการสนับสนุนข้อมูลจากการปฏิบัติงานของเรือดำน้ำหรือการใช้งานเรือดำน้ำ จากกองทัพเรือได้ ตามที่จะเห็นสมควร
การวางแผนพัสดุคงคลังที่ทดแทดกันได้, นพพล รัตนบุรี
การวางแผนพัสดุคงคลังที่ทดแทดกันได้, นพพล รัตนบุรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับการกำหนดรูปแบบการใช้พัสดุที่ทดแทนกันได้ เพื่อนำไปกำหนดนโยบายการสั่งซื้อสำหรับการบริหารจัดการพัสดุคงคลังของพัสดุทดแทนกันได้ให้มีประสิทธิภาพ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสำหรับพัสดุทดแทนกันได้คือปริมาณกพัสดุในแต่ละรายการมีจำนวนมากเกินปริมาณความต้องการใช้จริง โดยมีพัสดุคงคลังเฉลี่ยสูงถึง 27 ล้านบาท แต่มีปริมาณการใช้ที่ 1.2 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการใช้ที่ 1.2 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้เกิดต้นทุนการจัดเก็บที่สูง ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาวิธีการใช้พัสดุ โดยการประยุกต์แบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับการกำหนดรูปแบบการใช้พัสดุให้มีต้นทุนการใช้ต่ำที่สุด ผ่านกระบวนการ Optimization เพื่อนำไปกำหนดนโยบายการสั่งซื้อพัสดุให้เหมาะสมกับปริมาณความต้องการใช้พัสดุที่แท้จริง โดยดำเนินการศึกษานโยบายการสั่งซื้อคงที่ จากแบบจำลองการสั่งซื้ออย่างประหยัด (Economic Order Quantity) และนโยบายการสั่งซื้อไม่คงที่ จากแบบจำลองการสั่งซื้อด้วยการกำหนดระดับพัสดุคงคลังเป้าหมาย (Order up-to Level) ผนวกกับการเปรียบเทียบการประยุต์ใช้นโยบายการสั่งซื้อแบบกำหนดรูปแบบการใช้พัสดุ และ ไม่กำหนดรูปแบบการใช้พัสดุ โดยตัวชีวัด ประกอบด้วย ระดับพัสดุคงคลังสิ้นงวด (Ending Inventory) ระดับการเติมเต็ม (Fill Rate) และต้นทุนรวม (Total Cost) โดยมีระดับการเติมเต็มที่ 95% ผลการศึกษาพบว่า นโยบายการสั่งคงที่แบบกำหนดรูปแบบการใช้พัสดุ ส่งผลให้มูลค่าพัสดุคงคลังลดลง 13.99% แต่มีระดับการเติมเต็มที่ 89.6% ต่ำกว่าที่กำหนด และต้นทุนรวมลดลง 5.48% สำหรับแบบไม่กำหนดรูปแบบการใช้พัสดุ ส่งผลให้มูลค่าพัสดุคงคลังลดลง 15.40% แต่มีระดับการเติมเต็มที่ 91% ต่ำกว่าที่กำหนด และต้นทุนรวมลดลง 9.07% ส่วนนโยบายการสั่งซื้อไม่คงที่แบบกำหนดรูปแบบการใช้พัสดุ ส่งผลให้มูลค่าพัสดุคงคลังลดลง 12.49% และมีระดับการเติมเต็มที่ 96% และต้นทุนรวมลดลง 10.05% บรรลุตามวัตถุประสงค์ สำหรับแบบไม่กำหนดรูปแบบการใช้พัสดุ ส่งผลให้มูลค่าพัสดุคงคลังลดลง 10.92% แต่มีระดับการเติมเต็มที่ 94.6% ต่ำกว่าที่กำหนด และต้นทุนรวมลดลง 8.54% ดังนั้นนโยบายการสั่งซื้อไม่คงที่แบบกำหนดรูปแบบการใช้พัสดุทำให้การจัดการพัสดุคงคลังมีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถลดต้นทุนรวมลงได้ 10.05% คิดเป็นมูลค่า 3.82 ล้านบาทต่อปี
ความต้องการแรงงานด้านโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eec), ภัค วีระเสถียร
ความต้องการแรงงานด้านโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eec), ภัค วีระเสถียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาระดับสมรรถนะในระดับประถมศึกษา ม.ต้น-ปวส. และอนุปริญญา-ปริญญาเอก โดยการทำแบบสอบถามเก็บข้อมูลผู้ประกอบการเพื่อศึกษาหาระดับสมรรถนะ (ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ) ของแรงงานในปัจจุบันจากความเห็นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 s – curve กิจการด้าน โลจิสติกส์ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผลการศึกษาพบว่าสมรรถนะของแรงงานในกิจการประเภทโลจิสติกส์ซึ่งประกอบไปด้วย ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ของแรงงานทั้ง 3 ระดับ ได้คะแนนจากด้านความรู้ต่ำกว่าความคาดหวังของผู้ประกอบการในทุก ๆ ด้าน โดยแรงงานระดับ ม.ต้น-ปวส.มีระดับสมรรถนะโดยรวมต่ำกว่าความคาดหวังมากที่สุด รองลงมาคือระดับอนุปริญญา-ป.เอก และ ระดับประถมศึกษาตามลำดับ คุณลักษณะที่พึงประสงค์คือสมรรถนะที่สำคัญมากที่สุดสำหรับงานด้านโลจิสติกส์ในทุกระดับการศึกษา โดยเฉพาะด้านความซื่อสัตย์ สุจริต ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ความมีวินัยและการตรงต่อเวลา คุณลักษณะคือนิสัยการทำงานและการดำเนินชีวิต แรงงานที่ดีมีประสิทธิภาพต้องมีคุณลักษณะที่ดีเป็นอันดับแรก สมรรถนะที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความรู้หรือทักษะแต่เป็นคุณลักษณะ เพราะหากแรงงานขาดคุณลักษณะที่ดีแล้ว ความรู้หรือทักษะที่มีย่อมไร้ความหมาย และอาจเกิดความเสียหายได้หากนำไปใช้ในทางที่ผิด ดังนั้นแรงงานที่มีคุณลักษณะที่ดีจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ
การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของ กระทรวงพาณิชย์, ศิรินพ เอี่ยมศิริ
การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของ กระทรวงพาณิชย์, ศิรินพ เอี่ยมศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้นำเสนอการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยการสร้างแบบจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม Arena เพื่อพิจารณาระยะเวลาในการให้บริการและระยะเวลารอคอยของผู้ใช้บริการ และใช้แบบจำลองที่ได้มาทดลองเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการโดยการเพิ่มช่องทางพิเศษ (Fast lane) ให้กับผู้ใช้บริการรายย่อย โดยจะพิจารณาจากขั้นตอนการออกหนังสือรับรองฯในปัจจุบันซึ่งขั้นตอนในปัจจุบันพบว่า ระยะเวลาในการให้บริการเฉลี่ยอยู่ที่ 117.60 นาที และระยะเวลารอคอยเฉลี่ยอยู่ที่ 47.10 นาที หลังจากดำเนินการวิจัยโดยการเพิ่มช่องทางพิเศษพบว่าการเพิ่มช่องทางพิเศษสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้จริงโดยจำนวนฉบับที่เหมาะสมสำหรับช่องทางพิเศษและทำให้ช่องทางพิเศษ มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ 1-8 ฉบับ โดยระยะเวลาในการให้บริการเฉลี่ยอยู่ที่ 51.40 นาที ลดลงจากเดิม 56.29% และระยะเวลารอคอยเฉลี่ยอยู่ที่ 20.25 นาที ลดลงจากเดิม 57.01% โดยมีการใช้อรรถประโยชน์อยู่ที่ 65.02%
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดทำธนาคารปูม้าชุมชนบริเวณอ่าวไทยตอนใน, กรรัตน์ แมลงภู่
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดทำธนาคารปูม้าชุมชนบริเวณอ่าวไทยตอนใน, กรรัตน์ แมลงภู่
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จของกิจกรรมธนาคารปูม้าชุมชนในบริเวณอ่าวไทยตอนใน และเพื่อศึกษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานของธนาคารปูม้าในบริเวณอ่าวไทยตอนใน โดยมีผลที่คาดว่าจะได้รับเพื่อจัดทำแนวทาง และข้อเสนอแนะในการสร้างความยั่งยืนของกิจกรรมธนาคารปูม้าชุมชนในบริเวณอ่าวไทยตอนใน และมีคำถามวิจัย 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนในการจัดทำธนาคารปูม้าเพื่อก่อให้เกิดจิตสำนึกร่วมกันในการจัดการทรัพยากรประมง 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องของการจัดทำธนาคารปูม้าโดยการพึ่งพาตนเองอย่างมีความยั่งยืน และ 3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนปูม้าหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดทำธนาคารปูม้า โดยการดำเนินการวิจัยใช้วิธี การวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเจาะลึก การประชุมกลุ่มย่อย และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สรุปและจำแนกเป็นปัจจัยที่สำคัญรวมถึงปัญหาอุปสรรคต่อการจัดทำธนาคารปูม้าชุมชนบริเวณอ่าวไทยตอนใน ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้ธนาคารปูม้าประสบผลสำเร็จนั้นประกอบด้วยการมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ข้อตกลงของชุมชน การจัดการงบประมาณภายในชุมชน ความต่อเนื่องต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ การดำเนินงานธนาคารปูม้าโดยชุมชนแต่เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอทำให้การพัฒนาการจัดการทรัพยากรของชุมชนเพื่อเสริมการจัดทำธนาคารปูม้าให้สำเร็จผลอย่างยั่งยืน ต้องการความร่วมมือกันระหว่างชุมชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกปัจจัยเกี่ยวข้องกันหมดหากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไปการจัดทำธนาคารปูม้าเพื่อให้เกิดความยั่งยืนจะไม่สามารถเกิดได้ เพราะทุกปัจจัยเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน และก่อให้เกิดผลสำเร็จในการจัดทำธนาคารปูม้า
การใช้ประโยชน์สูงสุดของเรือสนับสนุนกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง, ณัฐพงษ์ ปลีทอง
การใช้ประโยชน์สูงสุดของเรือสนับสนุนกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง, ณัฐพงษ์ ปลีทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กิจการนอกชายฝั่งหรือออฟชอร์นั้นเป็นกิจการที่มุ่งเน้นการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่อยู่ใต้ทะเล เพื่อนำปิโตรเลียมที่อยู่ใต้พื้นทะเลขึ้นมาใช้ประโยชน์ และเมื่อกิจการออฟชอร์เป็นการปฏิบัติงานที่อยู่ในทะเล จึงจำเป็นต้องใช้เรือเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานต่างๆ อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ได้มุ่งประเด็นไปในเรื่องการใช้ประโยชน์จากเรือรับส่งพนักงานหรือ Crew Boat เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด และเพื่อหาจุดบกพร่องเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยการวิจัยครั้งนี้ได้นำการวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยแบบจำลองมาประยุกต์ใช้ในการประเมินเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกวิธีการบริหารจัดการต้นทุนที่เกิดจากการใช้งานเรือรับส่งพนักงานในการเดินทางไปและกลับ จากแท่นที่พักอาศัยและแท่นหลุมผลิต ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยวัตถุประสงค์หลักของการวิจัยเพื่อหาวิธีการจัดการลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะที่ไม่ได้ปฏิบัติงานในการขนส่งพนักงานหรือในช่วงของการเดินเรือเที่ยวเปล่า (Back Haul) กลับมายังทุ่นที่ติดตั้งไว้บริเวณแท่นพักอาศัย การวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยแบบจำลองของการใช้งานเรือรับส่งพนักงานที่จะนำมาพิจารณามีด้วยกัน 3 วิธีการคือ แบบจำลองที่ 1 การใช้งานเรือในปัจจุบัน คือการนำเรือกลับมาผูกทุ่นที่ได้ติดตั้งไว้บริเวณแท่นที่พักอาศัยทุกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจของแต่ละช่วงเวลาโดยดับเครื่องจักรใหญ่ของเรือทั้งหมดในระหว่างที่เรือผูกทุ่น แบบจำลองที่ 2 การนำทุ่นผูกเรือไปติดตั้งเพิ่มไว้ในบริเวณแท่นหลุมผลิตสุดท้ายของเส้นทาง โดยให้เรือดับเครื่องจักรใหญ่ทั้งหมดในระหว่างที่รอรับพนักงานกลับมายังแท่นที่พักอาศัยหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจของแต่ละช่วงเวลา และ แบบจำลองที่ 3 การให้เรือลอยลำในบริเวณใกล้เคียงแท่นหลุมผลิตสุดท้ายของเส้นทางโดยให้เรือดับเครื่องจักรใหญ่บางเครื่องในขณะที่ลอยลำรอรับพนักงานกลับมายังแท่นที่พักอาศัยหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจของแต่ละช่วงเวลา ผลของงานวิจัยครั้งนี้พบว่า แบบจำลองสถานการณ์ทั้ง 3 แบบ มีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกันตามลักษณะของงาน โดยแบบจำลองที่ 1 การนำเรือกลับมาผูกทุ่นเหมาะสำหรับการรับส่งพนักงานในระยะทางที่ใกล้กว่า 5.65 ไมล์ทะเล และแบบจำลองที่ 3 นั้นเหมาะสำหรับการให้เรือลอยลำรอรับพนักงานกลับที่ปลายทางที่มีระยะทางมากกกว่า 5.65 ไมล์ทะเล อย่างไรก็ตามแบบจำลองที่ 2 นั้นยังไม่เหมาะสำหรับการนำมาปฏิบัติในตอนนี้เนื่องจากต้องลงทุนสูงและมีระยะเวลาของการได้ใช้ประโยชน์จากทุ่นสั้นเกินไปจนถึงวันหมดสัญญาสัมปทาน
การเปรียบเทียบรูปแบบการขายอินโคเทอมระหว่างทางทะเลและทางบก : กรณีศึกษาการส่งออกน้ำตาลบรรจุกระสอบ, ปวีณา รุ่งสุวรรณรัชต์
การเปรียบเทียบรูปแบบการขายอินโคเทอมระหว่างทางทะเลและทางบก : กรณีศึกษาการส่งออกน้ำตาลบรรจุกระสอบ, ปวีณา รุ่งสุวรรณรัชต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนอินโคเทอมทางทะเลและทางบก และศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการขายและการซื้อรูปแบบอินโคเทอมทางทะเลและทางบก โดยกรณีศึกษาเป็นบริษัทผู้ส่งออกน้ำตาลรายหนึ่งของประเทศไทย การวิจัยเป็นการผสมผสานการวิจัยเชิงปริมาณได้แก่ การวิเคราะห์ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก แล้วนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณค่าใช้จ่ายในการขายอินโคเทอมระหว่างทางทะเลและทางบก และการวิจัยเชิงคุณภาพคือ การสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบอินโคเทอมทางทะเลและทางบกกับผู้ขายและผู้ซื้อที่มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบอินโคเทอมรูปแบบต่างๆ ผลการศึกษาพบว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางทะเลมีค่าใช้จ่ายประหยัดกว่าการขนส่งสินค้าทางบกและตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อต้นทุนค่าใช้จ่ายของผู้ขายและผู้ซื้อคือค่าขนส่งสินค้าและค่าบริหารการจัดการ และปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกรูปแบบอินโคเทอมมากที่สุดของผู้ขายและผู้ซื้อที่มีความคิดเห็นตรงกันคือเรื่องระบบการขายน้ำตาล การเปรียบเทียบรูปแบบการขายสินค้าจากอินโคเทอมรูปแบบทางบกแบบ EXW รวมค่าขนส่งสินค้าจนถึงด่านชายแดนกับรูปแบบอินโคเทอมทางทะเลแบบ FOB ผู้ขายสนใจที่จะใช้รูปแบบอินโคเทอมทางทะเลแบบ FOB มากกว่า เนื่องจาก ความสะดวกสบายในการขายสินค้า ความต้องการระบายสินค้า ระบบโลจิสติกส์ของบริษัทและสถานที่รับสินค้าปลายทางของผู้ซื้อ
การกำหนดคุณลักษณะเรือของกองทัพเรือเพื่อปฏิบัติการ และสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันในทะเลไทย, ธนกานต์ สิทธิวงษ์
การกำหนดคุณลักษณะเรือของกองทัพเรือเพื่อปฏิบัติการ และสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันในทะเลไทย, ธนกานต์ สิทธิวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงพรรณนาเพื่อศึกษาการกำหนดคุณลักษณะเรือผิวน้ำสำหรับดำเนินบทบาทในการเป็นหน่วยปฏิบัติการ และสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันในทะเล ภายใต้ขอบเขตการรั่วไหลของน้ำมันในระดับ 1 ถึง 2 อันจะทำให้กองทัพเรือมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการปฏิบัติภารกิจ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การสร้างความสมดุล และยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ตามแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล โดยได้นำกระบวนการคิดที่นำไปสู่แผนการจัดหากำลังรบมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบแนวทางในการวิจัย จากผลการศึกษา พบว่ากระแสโลกาภิวัตน์ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทางด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีสาเหตุจากน้ำมันรั่วไหล โดยประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลได้อยู่เสมอ แต่ทว่าแผนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุยังขาดการปรับปรุงให้ทันสมัยเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ทำหน้าที่ดังกล่าวของกองทัพเรือก็มีอยู่อย่างจำกัดไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดเหตุ ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับมือได้เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น โดยในงานวิจัยนี้ได้มีการศึกษาเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในภารกิจขจัดคราบน้ำมันในทะเลร่วมกับการกำหนดคุณลักษณะเรือผิวน้ำเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ สภาพอากาศ และชนิดของน้ำมัน อาทิเช่น อุปกรณ์ตรวจจับคราบน้ำมัน การใช้หุ่นยนต์ ทุ่น และเครื่องดูดเก็บคราบน้ำมันแบบต่าง ๆ ซึ่งแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลนั้น ในเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการปรับปรุงเรือของกองทัพเรือที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีขีดความสามารถด้านงานขจัดคราบน้ำมันบางอย่างเพิ่มขึ้น และในระยะยาวทำได้ด้วยการจัดหาเรือผิวน้ำใหม่ ซึ่งจะต้องมีคุณลักษณะที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า อเนกประสงค์ มีขีดความสามารถที่จำเป็น และรองรับการปฏิบัติการได้หลายภารกิจ โดยตัวเรือต้องมีความแข็งแรงคงทนได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 3 ทำความเร็วต่อเนื่องได้ 12 นอต และปฏิบัติงานที่ระดับความลึกน้ำ 10 เมตร เป็นอย่างน้อย มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการติดตั้งเครื่องมือ และอุปกรณ์สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันแบบต่าง ๆ สามารถดับเพลิงภายนอกตัวเรือได้ รวมถึงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลเป็นการชั่วคราว และการส่งกลับสายแพทย์ได้ ในส่วนระบบตรวจการณ์ต้องสามารถติดตามพิสูจน์ทราบเป้าพร้อมทั้งแสดงภาพสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบสื่อสารครอบคลุมทุกย่านความถี่รองการเชื่อมโยงทางไกลผ่านดาวเทียม โดยทุกระบบต้องมีความน่าเชื่อถือสูง ทั้งนี้คุณลักษณะของเรือที่ได้ยังคงเป็นแบบความคิดรวบยอดที่ไม่เจาะลึกลงไปถึงรายละเอียดทางเทคนิค นอกจากนี้ในงานวิจัยได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยเห็นว่ากองทัพเรือควรพัฒนาองค์ความรู้ด้านการขจัดคราบน้ำมันในทะเลให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานควบคู่กับการพัฒนาด้านองค์วัตถุ และควรทบทวนยุทธศาสตร์กองทัพเรือถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของชาติทางทะเลในภาพรวมได้ รวมถึงประเทศไทยควรปรับปรุงแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติให้ทันสมัย และจัดให้มีคลังอุปกรณ์ พร้อมทั้งเรือป้องกันและขจัดคราบน้ำมันในทะเลกระจายครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลในทะเล โดยแนวทางการพัฒนาปรับปรุงเรือนั้นจำเป็นต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม คุ้มค่า และรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดหาเรือใหม่กองทัพเรือควรใช้แนวทางการแปลงยุทธศาสตร์เป็นกำลังรบในลักษณะของการจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อให้ได้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากภารกิจในการป้องกันประเทศซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ขนาด คือ ความยาว 90, 70 และน้อยกว่า 40 เมตร ตามลำดับ โดยขนาด 70 และน้อยกว่า 40 เมตร เป็นขนาดที่มีความเหมาะสมคุ้มค่ามากที่สุด
การวิเคราะห์สายธารคุณค่ากระบวนการเรือเข้า-ออกที่ท่าเรือกรุงเทพ, รัชฎา จันทราช
การวิเคราะห์สายธารคุณค่ากระบวนการเรือเข้า-ออกที่ท่าเรือกรุงเทพ, รัชฎา จันทราช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการให้บริการเรือสินค้าตู้เข้า-ออกที่ท่าเรือกรุงเทพและวิเคราะห์กระบวนการตั้งแต่จุดทิ้งสมอ เรือผ่านร่องน้ำ และเข้าเทียบท่าเรือ ด้วยการใช้สายธารคุณค่า (Value Stream Mapping : VSM) เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ ซึ่งทำให้สามารถวิเคราะห์กิจกรรมสูญเปล่า (Non Value Added : NVA) เพื่อดำเนินการลดหรือขจัดออกจากกระบวนการ การดำเนินการวิจัยใช้การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้บริการเรือสินค้า จำนวน 10 บริษัทระหว่างเดือนมกราคม 2560-พฤษภาคม 2561 จากการวิเคราะห์ VSM พบว่า กรณีเรือไทย (ขาเข้า) ค่า NVA เท่ากับ 25.5% หากขจัดระยะเวลาที่สูญเปล่าออกทั้งหมดระยะเวลารวมลดลงจาก 10.34 เป็น 8 ชม. และขจัดค่า NVA แต่ละหน่วยงาน คือ หน่วยงานที่ 3 (7%), 2 (6%), 1 (5%), 4 (4%) และ 5 (3.5%) จะลดระยะเวลากระบวนการรวมเท่ากับ 9.68, 9.86, 9.84, 9.93 และ 10.05 ชม. กรณีเรือต่างชาติ (ขาเข้า) ค่า NVA เท่ากับ 22% หากขจัดระยะเวลาที่สูญเปล่าออกทั้งหมดระยะเวลารวมลดลงจาก 10.14 เป็น 8.53 ชม. และขจัดค่า NVA แต่ละหน่วยงาน คือ หน่วยงานที่ 3 (7%), 1 (5%), 2 (5%), 5 (3%) และ 4 (2%) จะลดระยะเวลากระบวนการรวมเท่ากับ 9.65, 9.64, 9.88, 9.92 และ 9.92 ชม. และกรณีเรือขาออก ค่า NVA เท่ากับ …
ขีดความสามารถในการรองรับทางนิเวศวิทยาของการขนส่งสินค้าเทกองแห้ง ในบริเวณหมู่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี, อารยา สยามรัตนกิจ
ขีดความสามารถในการรองรับทางนิเวศวิทยาของการขนส่งสินค้าเทกองแห้ง ในบริเวณหมู่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี, อารยา สยามรัตนกิจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research is descriptive research. The objective is to study the problem and find solutions for the environmental degradation problem in the area of Sichang Islands. A good management is very necessary for Stability, Wealth and Sustainability. From bulk loading activities in Sichang Islands, the research indicates that low ecological carrying capacity from bulk loading in the area is diffused into the sea and some bulk loading is removed by sweeping into the sea. The dissolved oxygen is below a benchmark, sediments were found with an increased accumulation of organic matter every year and loadling activities in the eastern part …
Heterogeneity In Reactions To Monetary Policy Of Thai Stock Returns, Siraphop Swingthong
Heterogeneity In Reactions To Monetary Policy Of Thai Stock Returns, Siraphop Swingthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigates the effect of Thailand and U.S. monetary policy shock on stock market in Thailand for three level; market, industries and firm level from June 2000 to December 2018. In addition, this paper studies which firm characteristic cause the heterogeneity effect of stock and industry return on monetary policy innovation. Structural Vector Error Correction model follows Kim & Roubini (1999) and Ivrendi & Gulogu (2010) is applied to identify monetary policy shock.This paper finds that SET index return is statistically decrease 1.12 percentage point, on average in reaction to one standard deviation of unexpected increase in Thailand monetary …
นวัตกรรมระบบประเมินความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจไทยในอุตสาหกรรมอาหาร, สุทธินันท์ รัตนโชติถาวร
นวัตกรรมระบบประเมินความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจไทยในอุตสาหกรรมอาหาร, สุทธินันท์ รัตนโชติถาวร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษางานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจไทยในอุตสาหกรรมอาหาร การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมระบบประเมินและการศึกษาการยอมรับนวัตกรรมระบบประเมินในเชิงพาณิชย์ โดยการวิจัยแบบผสานวิธี แบ่งออกเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 12 คน ร่วมกับการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบสอบถาม โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน จำนวน 333 คน มาจากกลุ่มตัวอย่างคือ สถานประกอบการของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลเพื่อการส่งออกจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่า ข้อมูลองค์ประกอบเชิงทฤษฎีมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาได้จากค่าไค-สแควร์มีค่าเท่ากับ 58.36 ซึ่งมีค่าความน่าจะเป็นเท่ากับ .253 ที่องศาอิสระเท่ากับ 52 และสัดส่วนของค่าไค-สแควร์ต่อองศาอิสระมีค่าเท่ากับ 1.12 ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนเท่ากับ 0.980 และค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้วเท่ากับ 0.940 ซึ่งสอดคล้องกับค่าสถิติวัดความกลมกลืนจากค่าดัชนีวัดความกลมกลืนเปรียบเทียบมีค่าเท่ากับ 0.999 และสอดคล้องกับค่าความคลาดเคลื่อนในการประมาณค่าพารามิเตอร์ เท่ากับ 0.019 และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณสามารถตอบสมมติฐานของงานวิจัยได้ว่า ความสามารถทางนวัตกรรม ความสามารถทางการตลาด ความสามารถทางการจัดการและความสามารถเชิงพลวัตส่งผลทางบวกต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจไทยในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ที่น้ำหนักสัมประสิทธิ์เท่ากับ 0.182, 0.170, 0.293, และ 0.329 ตามลำดับ และจึงนำปัจจัยดังกล่าวมาใช้ในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมระบบประเมินด้วยเทคนิค Machine Learning พบว่า ระบบประเมินฯมีความถูกต้องสูงที่ร้อยละ 93.34 และระดับการยอมรับการใช้งานระบบประเมินนี้สูงถึงร้อยละ 93.30 นอกจากนี้จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางธรุกิจพบว่ารูปแบบการอนุญาตให้ใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวมีความเหมาะสมมากที่สุด ด้วยระยะเวลาคืนทุนเท่ากับ 11 เดือน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ เท่ากับ 154,669 บาท และอัตราผลตอบแทนเท่ากับ 36.03%
การเรียนรู้เชิงรุกผ่านเว็บไซต์เพื่อสร้างแผนธุรกิจนวัตกรรม: ผู้เรียนระดับปริญญาตรี, ศราวณี พึ่งผู้นำ
การเรียนรู้เชิงรุกผ่านเว็บไซต์เพื่อสร้างแผนธุรกิจนวัตกรรม: ผู้เรียนระดับปริญญาตรี, ศราวณี พึ่งผู้นำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็บไซต์สำหรับเขียนแผนธุรกิจที่สนับสนุนนวัตกรรมสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี การเขียนแผนธุรกิจถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญของการเป็นผู้ประกอบการและมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลักของการศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ ในการศึกษานี้ได้เสนอ Collaborative Website ชื่อ BRAINY Business Model การศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามของนักศึกษาระดับปริญญาตรี 432 คน (นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และปีที่ 4 จาก 11 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย) ในแง่ของเนื้อหาต่างๆ และการเข้าใช้ระบบ ผู้ใช้ต้องการจะสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินในระดับสูงสุด (Mean = 4.375, S.D. = 1.003) และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย (นักศึกษาระดับปริญญาตรี 11 คน ซึ่งมีประสบการณ์ในการแข่งขันแผนธุรกิจ) พบว่า มีความสนใจใช้เว็บไซต์นี้ ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการในการเข้าถึงเว็บไซต์โดยมีระบบความปลอดภัย และต้องการดูวิดีโอสั้นๆ จุดเด่นของระบบนี้คือการเพิ่มเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการค้นหานวัตกรรมซึ่งก็คือ TRIZ ที่ให้แนวทางเชิงตรรกะในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับนวัตกรรมและการแก้ปัญหา ในส่วนของการทดลองใช้เว็บไซต์นี้ ผู้วิจัยใช้รูปแบบกึ่งทดลอง แบ่งผู้เรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองที่ได้ใช้เว็บไซต์นี้ และกลุ่มควบคุมที่ใช้เว็บไซต์อื่น ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนในด้านต่างๆ สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ด้านระดับความใหม่ของผลิตภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความเกี่ยวข้องสอดคล้องกับ Theme งาน คือ เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะตอบสนองแนวโน้มที่เกิดในสังคมได้ และความถูกต้องทางวิชาการ ส่วนด้านเชิงพาณิชย์ ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และจากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินของการลงทุนผลิตระบบนวัตกรรมนี้มีค่า NPV เท่ากับ 1,990,434.49 บาท IRR เท่ากับ 47.86% และระยะเวลาคืนทุน 2 ปี 4 เดือน
InvestorS Hindsight Effect And True Timing Ability Of Tax Saving Mutual Funds, Krittapon Chaleoykitti
InvestorS Hindsight Effect And True Timing Ability Of Tax Saving Mutual Funds, Krittapon Chaleoykitti
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper analyze the cash flow timing ability of mutual fund investors both non-tax-saving and tax-saving funds which have constraints such as lock-up period to block investor's ability to make cash flow timing, after controlling for the hindsight effect. We analyze the sample of Thai mutual funds in the period of 2006-2017.
We find that investors have bad timing ability and make return underperformance. The tax-saving funds that have investment constraints to block investor's timing ability have better timing ability and tends to have smart money effect and make return over performance. In addition, volatility affect investors to increase the …
การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อการบริหารจัดการการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้าง, ธนากร วัฒกีเจริญ
การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อการบริหารจัดการการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้าง, ธนากร วัฒกีเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันธุรกิจรับเหมาก่อสร้างภายในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับจำนวนผู้รับเหมาที่เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากโครงการแต่ละโครงการมีความซับซ้อนที่แตกต่างกันและความเชี่ยวชาญของผู้รับเหมามีหลากหลาย ย่อมนำมาสู่ความยุ่งยากและความไม่เข้าใจในเนื้องานก่อสร้างของทั้งสองผ่ายได้ จากประเด็นดังกล่าว ผู้ที่ต้องการว่าจ้างอาจต้องเผชิญปัญหาที่หลากหลาย เช่น การมีความรู้ที่ไม่เพียงพอในการพิจารณาทำข้อตกลงเการก่อสร้าง การพิจารณาราคาการก่อสร้างที่เสนอโดยผู้ก่อสร้างแต่ละรายในตลาด รวมถึงช่องทางการหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่จำกัด จึงกล่างได้ว่าการเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างที่เหมาะสมกับโครงการนับได้ว่าเป็นความยุ่งยากอย่างหนึ่ง จากประเด็นที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น การได้รับรู้รายละเอียดในสถานะปัจจุบันของผู้รับเหมาสำหรับผู้ที่ต้องการว่าจ้างนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว งานวิจัยนี้ได้นำเสนอแอปพลิเคชันที่ช่วยในการบริหารจัดการการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างให้แก่ผู้ที่ต้องการว่าจ้าง ซึ่งจะส่งผลให้ความเสียหายจากการว่าจ้างมีโอกาสเกิดได้น้อยลงทั้งแก่ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้แอปพลิเคชันโดยใช้แบบสอบถามเชิงปริมาณ ของกลุ่มตัวอย่าง 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ที่ต้องการหาผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้รับเหมาก่อสร้าง จำนวนทั้งสิ้น 200 คน โดยทั้ง 2 กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสนใจในการใช้แอปพลิเคชันในการหาผู้รับเหมาก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 80.0 และ 81.0 ตามลำดับ จึงสามารถสรุปได้ว่า แอปพลิเคชันที่นำเสนอนี้ก่อให้เกิดผลดีกับทั้งฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาก่อสร้างในทุกด้าน
นวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้งของเกษตรกรรายย่อยภายใต้กลุ่มสหกรณ์, ธนภัทร ยีขะเด
นวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้งของเกษตรกรรายย่อยภายใต้กลุ่มสหกรณ์, ธนภัทร ยีขะเด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมด้านสารสนเทศต่อการสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้งของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยภายใต้กลุ่มสหกรณ์ 2) พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้ง 3) ศึกษาการยอมรับการใช้งานนวัตกรรม และ 4) การนำนวัตกรรมต้นแบบไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยในการวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม โดยการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาพฤติกรรมด้านสารสนเทศในการจัดการฟาร์มและสนับสนุนการตัดสินใจ และการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจำนวน 90 ตัวอย่าง และการพัฒนาตัวแบบพยากรณ์ราคากุ้งเพื่อใช้สนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจจากชุดข้อมูลราคากุ้งและข้อมูลทุติยภูมิที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง 5 ปี (2557-2561) จำนวน 830 ชุดข้อมูล โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ถดถอย และได้นำโมเดลพยากรณ์ราคากุ้งมาพัฒนาระบบวางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจด้านการเงินและจัดการข้อมูลการเลี้ยงกุ้งผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น จากนั้นได้ศึกษาการยอมรับการใช้งานและแนวทางการนำนวัตกรรมต้นแบบสู่เชิงพาณิชย์ ผลการศึกษาพบว่า 1) เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภายใต้กลุ่มสหกรณ์ใช้สารสนเทศในการวางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของ 7 งานหลักคือ การเลือกแหล่งที่ตั้งของฟาร์ม การวางแผนธุรกิจเลี้ยงกุ้ง การจัดการบ่อเลี้ยง การจัดการกุ้ง การจัดการด้านการเงิน การจัดการฟาร์ม และการจัดการชุมชน สังคมหรือกลุ่มเกษตรกร และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง พบว่า ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความคาดหวังต่อความพยายาม อิทธิพลจากสังคม การสนับสนุนของทรัพยากร และอำนาจของผู้มีส่วนร่วม มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้เทคโนโลยีที่ระดับ 51.4% 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับโมเดลพยากรณ์ราคากุ้งพบว่า ราคากุ้ง = -1759.426-1.066(ขนาดของกุ้ง)+9.881(อัตราเงินเฟ้อ)+11.135(ดัชนีราคาผู้ผลิต)-1.835(ดัชนีราคาผู้ผลิตภาคเกษตรกรรม) +1.863(อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา)+0.002(อัตราผลิตกุ้งขาวแวนนาไมรวม)-1.864(ราคาน้ำมันดีเซล)+42.448(ถ้าเป็นเดือนมกราคม)+53.286 (ถ้าเป็นเดือนกุมภาพันธ์)+30.325(ถ้าเป็นเดือนมีนาคม)+2.057(ถ้าเป็นเดือนเมษายน)-20.070(ถ้าเป็นพฤษภาคม)-10.085(ถ้าเป็นเดือนมิถุนายน)-3.180(ถ้าเป็นเดือนกรกฎาคม)-3.320 (ถ้าเป็นเดือนสิงหาคม)-11.835(ถ้าเป็นเดือนกันยายน)-30.390(ถ้าเป็นเดือนตุลาคม)-11.835(ถ้าเป็นเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมีอิทธิพลต่อราคากุ้งร้อยละ 89.7 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 โดย โมเดลพยากรณ์ราคากุ้งนี้ได้นำมาพัฒนาเป็นโมบายแอพพลิเคชั่นเพื่อวางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจทางด้านการเงินของผู้เลี้ยงกุ้งภายใต้ชื่อ Smart Aqua 3) จากการสอบถามทัศนคติจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานนวัตกรรมต้นแบบจำนวน 30 ตัวอย่าง พบว่ามีความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบในด้านความสามารถของระบบ ด้านเนื้อหา ด้านการออกแบบ ด้านความปลอดภัย ด้านการรับรู้ประโยชน์ของระบบ ด้านการสนับสนุนทรัพยากรและข้อมูล ทัศนคติต่อการใช้ และการยอมรับการใช้ในระดับพอใจมากและ 4) การให้ใช้สิทธิโดยไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียวเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดในการนำนวัตกรรมต้นแบบสู่เชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาคืนทุน 3.5 ปี
System For Styling Apparels That Match With Occasion Wearing Via E-Commerce Channel Using Machine Learning, Yongplut Yeing-Aramkul
System For Styling Apparels That Match With Occasion Wearing Via E-Commerce Channel Using Machine Learning, Yongplut Yeing-Aramkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work studies the factors effecting the selection of apparels according to fashion styling via an e-commerce platform in order to build an automatic system for suggesting proper apparel concurred with the customers' preferences. The factors obtained from interviewing experts in the fashion area found that cloth items, apparel colors, skin colors, and body shape are the main factors effecting the selection of fashion styling via an e-commerce platform. These discovered factors were used to partition a set of experimental fashion styling apparel and also to construct a set of suggesting rules based on different values of each factor. The …
การพัฒนาเส้นทางการคมนาคมทางน้ำสำหรับเรือลำเลียงมีเครื่องยนต์เพื่อเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน, พีรดา ปิยะสกุลแก้ว
การพัฒนาเส้นทางการคมนาคมทางน้ำสำหรับเรือลำเลียงมีเครื่องยนต์เพื่อเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน, พีรดา ปิยะสกุลแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นผลการศึกษาในด้านระยะทาง ระยะเวลา ต้นทุนของการดำเนินงานของเรือ ความคิดเห็นและทัศนคติของผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลด้วยเรือลำเลียงมีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 5,000 DWT และหน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน โดยเส้นทางที่ทำการศึกษานี้ยกเส้นทางแนวคลองไทย 7A (ตอนบนของทะเลสาปสงขลา จ.พังงา – ตอนใต้ของ อ.กันตัง จ.ตรัง) เพื่อทำการศึกษาซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้ทะเลสาบสงขลาตอนบนเป็นแนวคลองธรรมชาติทาง และการศึกษานี้จะไม่กล่าวถึงการคำนวณต้นทุนในเชิงวิศวกรรม โดยผู้วิจัยตั้งสมติฐานว่ามีเส้นทางคมนาคมทางน้ำอยู่แล้วในทำการวิจัยในเชิงพาณิชย์ ซึ่งศึกษาจากเรือลำเลียงติดเครื่องยนต์ที่มีการให้บริการในปัจจุบันขนาดไม่เกิน 5,000 DWT ผู้วิจัยศึกษาโดยการสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และสรุปถึงข้อเท็จจริงจากการสัมภาษณ์ ผลการศึกษาพบว่า (1) เส้นที่ทำการศึกษาเส้นทางนี้สามารถลดระยะทาง ระยะเวลาและต้นทุนการปฏิบัติงานของเรือได้เป็นอย่างมากและสามารถนำไปเป็นแนวทางในการกำหนดค่าภาระผ่านคลองที่เหมาะสม (2) ความคิดเห็นข้อเสนอแนะของผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลด้วยเรือลำเลียงมีเครื่อยนต์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องการลดต้นทุนและการเพิ่มความถี่ในการเดินเรือ อีกทั้งมีความต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางทะเลทั้งเชิงนโยบาย สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี (3) ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาครัฐและองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องบางส่วนไม่เห็นด้วยเนื่องจากมีข้อกังวลในด้านแนวโน้มของขนาดจเรือที่เพิ่มขึ้น อุปสงค์และอุปทานของเส้นทางการเดินเรือ อีกทั้งในด้านกฎหมายความมั่นคง และสิ่งแวดล้อมจากการมีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเส้นทางนี้
นวัตกรรมแอปพลิเคชันมือถือสำหรับการประเมินรูปแบบตัวชี้วัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน, จิตรลดา ศุภชัยมงคล
นวัตกรรมแอปพลิเคชันมือถือสำหรับการประเมินรูปแบบตัวชี้วัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน, จิตรลดา ศุภชัยมงคล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นวัตกรรมแอปพลิเคชันมือถือสำหรับการประเมินรูปแบบตัวชี้วัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน เป็นเครื่องมือที่นำแนวคิดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ที่มุ่งเน้นการสร้างความได้เปรียบในการสร้างคุณค่าของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานแห่งความเป็นไทย วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เป็นต้นทุนการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้ไปพร้อมกับการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ 1) ศึกษาองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน 2) ศึกษารูปแบบยืนยันโครงสร้างองค์ประกอบ และตัวชี้วัดในการประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน 3) พัฒนาระบบนวัตกรรมเทคโนโลยี การประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน 4) ศึกษาการยอมรับนวัตกรรมเครื่องมือการประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนและแนวทางการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นแบบผสมผสาน การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์เชิงลึก 13 กลุ่มตัวอย่าง ถอดเทปสัมภาษณ์ วิเคราะห์เนื้อหาและจัดกลุ่มข้อมูล ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันจาก 253 กลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง ผลการศึกษาพบว่าโมเดลตัวชี้วัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ 36 ตัวชี้วัด ค่าน้ำหนักของทุกองค์ประกอบอยู่ในระดับดี กล่าวคือ ด้านพื้นที่ 0.824 ด้านกระบวนการ 0.843 ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ 0.810 ด้านการบริหารจัดการ 1.00 ด้านการจัดการความรู้ 0.937 ด้านเศรษฐกิจ 0.881 ด้านสังคม 0.854 และด้านสิ่งแวดล้อม 0.753 จากนั้นจึงออกแบบและพัฒนาเครื่องมือในรูปแบบของโมไบล์แอปพลิเคชัน นำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง 30 กลุ่ม พบว่าความพร้อมและการยอมรับนวัตกรรมอยู่ในเกณฑ์ระดับพอใจมาก นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พัฒนาเป็นแบบเรียลไทม์ ลดการใช้กระดาษ ลดการสูญหายของข้อมูล และการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ได้รับการตอบรับจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
Regulatory Change And Corporate Acquisitions, Arya Rishi
Regulatory Change And Corporate Acquisitions, Arya Rishi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis investigates the impact on foreign investment activities of the equity market liberalization introduced in response to the 1997 crisis, which primarily involves the relaxation of the foreign ownership restrictions as well as improvements in corporate governance practices. These regulatory changes, which occurred in Indonesia, the Philippines, Malaysia, and Thailand, should have resulted in a lower amount of frictions in the capital market. With this lowering of frictions, we should observe higher gains from cross-border corporate acquisitions in addition to a higher volume of cross-border acquisitions. When I use combined announcement excess returns to measure acquisition gains, I find …
กระบวนการการยอมรับนวัตกรรมบ้านปลา กรณีศึกษาชุมชนเนินฆ้อ ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง, ศิริศักดิ์ พิเชษฐ์โกมล
กระบวนการการยอมรับนวัตกรรมบ้านปลา กรณีศึกษาชุมชนเนินฆ้อ ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง, ศิริศักดิ์ พิเชษฐ์โกมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบทบาทของภาคส่วนต่างๆทั้งในกระบวนการสร้าง นวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100และการทำให้เกิดการแพร่กระจายของนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 ในชุมชนเนินฆ้อ 2) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการสร้างการยอมรับนวัตกรรมสังคมในชุมชน โดยการวิจัยครั้งนี้จะใช้ระเบียบวิธีวิจัยในเชิงคุณภาพโดยใช้การสนทนากลุ่มย่อยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 และผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมในนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 ผลการศึกษาพบว่าในกระบวนการสร้างนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นผู้มีบทบาทหลักในการจุดประกายเพื่อให้มีการจัดสร้างบ้านปลาในรูปแบบใหม่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยบทบาทของชุมชนเนินฆ้อจะเข้ามาร่วมเสนอความคิดเห็นและเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสร้างนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 นอกจากนี้สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทะเลและชายฝั่งที่ 1 ยังได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดจุดวางบ้านปลาที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำขนาดเล็ก โดยพบว่าสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านในชุมชนเกิดการยอมรับในนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 มาจากการสร้างนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 เป็นการแก้ปัญหาที่เป็นไปตามความต้องการของชุมชน มีการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และยังสามารถแก้ไขจุดอ่อนของบ้านปลาในรูปแบบเก่า จนเป็นผลทำให้การแก้ปัญหาการลดลงของสัตว์น้ำในชุมชนประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน ทำให้เศรษฐกิจของชุมชนกลับมาฟื้นตัว ชาวบ้านในชุมชนมีรายได้มากขึ้นโดยเฉพาะชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงซึ่งได้ประโยชน์จากการจับสัตว์น้ำได้มากขึ้นโดยสิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่าชาวบ้านในชุมชนเกิดการยอมรับในนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 เกิดจากจำนวนชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสร้างนวัตกรรมบ้านปลาจากท่อ PE 100 มีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกปี
การคุ้มครองทางสังคมโดยการประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติในประเทศไทย, สาทิณี ศิรไพบูลย์
การคุ้มครองทางสังคมโดยการประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติในประเทศไทย, สาทิณี ศิรไพบูลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเข้ามาทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา กัมพูชา และลาว) ในประเทศไทยช่วยส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย การให้การคุ้มครองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกันสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการ การใช้สิทธิประโยชน์ และวิเคราะห์แนวทางการคุ้มครองเรื่องสิทธิประโยชน์ประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและข้อมูลสถิติจากสำนักงานประกันสังคม ผลการวิจัยพบว่าประกันสังคมไทยได้ให้สิทธิแก่แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติอย่างครอบคลุมทุกด้านตามมาตรฐานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) (ถึงแม้ว่าเงื่อนไขและผลประโยชน์ที่ได้รับจะแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี) และถือเป็นการให้ความคุ้มครองครอบคลุมขั้นต่ำในเรื่องของการเจ็บป่วยที่ไม่ได้สืบเนื่องจากการทำงานและการเจ็บป่วยจากการทำงาน อย่างไรก็ดีข้อควรทบทวนเรื่องประกันสังคมไทยสำหรับแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ บางสิทธิมีเงื่อนไขไม่เหมาะสมสำหรับแรงงาน อันได้แก่ สิทธิชราภาพ ที่ไม่เหมาะกับสภาพของแรงงานที่เข้ามาทำงานในระยะสั้น และสิทธิว่างงานเพราะเป้าหมายในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวมาก็เพื่อบรรเทาการขาดแคลนแรงงาน การให้สิทธินี้จึงไม่ตอบสนองเป้าหมายการนำเข้าแรงงาน ทั้งนี้แรงงานต่างด้าวสามารถสะสมและโอนผลประโยชน์อันพึงได้รับเพื่อกลับไปรับสิทธิในประเทศของตนในอนาคตภายใต้ข้อตกลงร่วมระหว่างรัฐบาลเมื่อประเทศต้นทางมีความพร้อม ส่วนสิทธิคลอดบุตรและสงเคราะห์บุตรเป็นสิทธิที่แรงงานใช้สิทธิมากที่สุด รัฐควรพิจารณาว่าจะให้สิทธิเหล่านี้แก่แรงงานต่างด้าวและคู่สมรสอย่างไร รัฐควรระบุเงื่อนไขในการขอใช้สิทธิให้ชัดเจนและรัฐควรคำนึงถึงเรื่องผู้ติดตามด้วยว่าสิทธิดังกล่าวจะทำให้มีผู้ติดตามเข้ามาประเทศไทยมากขึ้นหรือไม่
Volume Components And Return Predictability In Abnormal Trading Events, Jetarin Charoenpornpoj
Volume Components And Return Predictability In Abnormal Trading Events, Jetarin Charoenpornpoj
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper examines return predictability of three types of trading volumes include total volumes, buy volumes and sell volumes in Thailand's stock market between 2012 to 2018. To measure predictability ability, we sort securities into group base on the level of trading volumes and type of volumes. We test and confirm that buy volumes and sell volumes can predict return one day after the abnormal trading event. Abnormal high buy volumes can predict positive next day return of that security while abnormal high sell volumes can predict negative next day return. In addition, we test and found that positive return …