Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Technology and Innovation (332)
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Social and Behavioral Sciences (126)
- Science and Technology Studies (125)
-
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Advertising and Promotion Management (1)
- Agribusiness (1)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Economics (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Growth and Development (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Industrial Organization (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Medicine and Health Sciences (1)
- Public Health (1)
- Keyword
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 541 - 570 of 967
Full-Text Articles in Business
การปรับปรุงการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า, อัญญพร เจริญกิจศิริวงศ์
การปรับปรุงการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า, อัญญพร เจริญกิจศิริวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่ส่งผลต่อความล่าช้าของการกระจายสินค้าเร่งด่วนทางอากาศขาเข้า รวมถึงหาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการกระจายสินค้า เพื่อให้ปริมาณสินค้าที่ล่าช้าลดลง โดยประยุกต์ใช้วิธีการ DMAIC ของซิกซ์ ซิกม่า ซึ่งทำการศึกษาการกระจายสินค้าในรอบ 12.00น. และการปฏิบัติงานของฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ฝ่าย ขั้นตอนการศึกษาทั้งหมดแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การกำหนดปัญหาโดยศึกษาปริมาณงานที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2564 2) การวัดเพื่อหาปัญหา ศึกษากระบวนการย่อยและวัดเวลาการปฏิบัติงาน 3) การวิเคราะห์สาเหตุ ระดมความคิดโดยคณะทำงานโดยจัดทำผังแสดงเหตุและผล นำปัจจัยที่ได้ มาบันทึกความล่าช้าของสินค้าในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2564 เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 4) การปรับปรุงแก้ไขโดยหาปริมาณเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมต่อวันในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2565 5) การควบคุม ติดตามผลหลังปรับปรุง ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นพร้อมเสนอวิธีเตรียมการ และสอบถามเพิ่มเติมถึงปัจจัยสาเหตุอื่น ๆ จากฝ่ายที่เหลือเก็บเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อในอนาคต ผลจากการวิจัยพบว่า ปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฝ่ายปฏิบัติงานจัดส่งสินค้าที่ได้ปฏิบัติงานล่าช้า หลังจากปรับปรุงโดยการหาปริมาณเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมในแต่ละวัน ส่งผลให้ปริมาณสินค้าที่ถูกกระจายได้ทัน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 เป็นร้อยละ 77 จากการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ต่อวันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และศึกษาเพิ่มเติมถึงปัจจัยอื่น ๆ จาก 4 ฝ่ายที่เหลือเพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งพบว่ามีปัจจัยด้านความผันผวนของปริมาณสินค้า และการตรวจปล่อยสินค้าของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่ชัดได้
การคัดเลือกกลุ่มสินค้าเพื่อจัดเก็บในคลังสินค้าของโรงงานผลิต : กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทน้ำยาย้อมผม และน้ำยาบำรุงผม, อรรถพันธ์ สงกรานต์
การคัดเลือกกลุ่มสินค้าเพื่อจัดเก็บในคลังสินค้าของโรงงานผลิต : กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทน้ำยาย้อมผม และน้ำยาบำรุงผม, อรรถพันธ์ สงกรานต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินทางเลือกของการย้ายกลุ่มสินค้าซึ่งถูกจัดเก็บอยู่ที่ศูนย์กระจายสินค้า ให้นำมาจัดเก็บที่โรงงานผลิตแทน เพื่อทำให้เกิดการขนส่งตรงจากโรงงานผลิตไปยังลูกค้าได้เลย ภายใต้เงื่อนไข หรือข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดโดยบริษัทกรณีศึกษา โดยการประยุกต์กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ในการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงปริมาณ และปัจจัยเชิงคุณภาพที่ใช้ในการตัดสินใจแบบหลายหลักเกณฑ์ เพื่อหาผลลัพธ์ของทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากทางเลือกซึ่งประกอบด้วยสินค้า 3 กลุ่ม ในการวิจัยนี้ได้กำหนดค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์ ปัจจัย และทางเลือก จากการตอบแบบสอบถามจากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของบริษัท เมื่อได้ผลลัพธ์ของทางเลือกแล้ว ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ความไวของหลักเกณฑ์ เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และความเสถียรของทางเลือก ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักที่ส่งผลให้ทางเลือกเปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าน้ำหนัก ผลการดำเนินงานวิจัยพบว่า หลักเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกกลุ่มสินค้า ได้แก่ หลักเกณฑ์ด้านขั้นตอนการทำงาน ด้านต้นทุน ด้านการขนส่ง และด้านความเสี่ยง ตามลำดับ ส่วนปัจจัยรองที่มีผลต่อการเลือกกลุ่มสินค้า 3 อันดับ ได้แก่ ปัจจัยด้านความสามารถในการจองเรือ ต้นทุนการขนส่ง และการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน ตามลำดับ จากการคำนวณตามกระบวนลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) สามารถสรุปได้ว่าสินค้ากลุ่มที่ 2 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการย้ายมาจัดเก็บที่โรงงานผลิต และส่งตรงไปยังลูกค้า จากผลการวิเคราะห์ความไวพบว่า หากมีการปรับค่าน้ำหนักของหลักเกณฑ์ด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 33% จะส่งผลให้สินค้ากลุ่มที่ 1 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแทน แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เนื่องจากการลดต้นทุนรวมของการเลือกสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันมาก
การเลือกใช้เทคนิคพยากรณ์สำหรับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์, อธิเมศร์ เชาว์สุทธิศักดิ์
การเลือกใช้เทคนิคพยากรณ์สำหรับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์, อธิเมศร์ เชาว์สุทธิศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเรื่องการเลือกใช้เทคนิคพยากรณ์สำหรับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์ จากการวิเคราะห์ตัวอย่าง บริษัทตัวอย่าง A ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาสินค้ามีอายุสั้น อันเนื่องมาจากปริมาณการสั่งซื้อสินค้ามีมากกว่าปริมาณที่สามารถขายออกไปได้ ปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการขาดความแม่นยำในการการวางแผนการขายสินค้า และการสำรองเวชภัณฑ์ที่มากกว่าความต้องการใช้จริง จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ด้วยการจัดการวัตถุดิบคงคลังพบว่า ในส่วนที่ 1จำแนกประเภทโดยใช้ด้วยวิธี ABC Classification ตามหลักเกณฑ์เรื่องอายุการเก็บรักษา สินค้ากลุ่ม A มีสินค้าทั้งหมด 12 รายการ โดยมีอายุการเก็บรักษาที่ 1 ปี โดยมีปริมาณการขายเฉลี่ย 3 ปีทั้งสิ้นจำนวน 45,339 ขวด และมีมูลค่าการขายเฉลี่ย 3 ปีทั้งสิ้นจำนวน 47,673,060 บาท โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.27 ของมูลค่าสินค้าทั้งหมด ในส่วนที่ 2 การพยากรณ์ความต้องการ จากการคำณวนโดยใช้วิธีการพยากรณ์ทั้ง 7 วิธีกับ 12 รายการ ผู้วิจัยพบว่า แต่ละรายการสามารถใช้วิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมที่สุดแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น วิธีการพยากรณ์ DECOMPOSITION METHOD เป็นวิธีที่ให้ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดโดยใช้ค่า MAD, MSE และ MAPE สำหรับรายการ ARIXTRA PFS 2.5MG./0.5 ML. 1X10เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ส่วนที่ 3 ต้นทุนรวมสินค้าคงคลังที่ต่ำที่สุดโดยรวมของกลุ่ม A ใน 2 แบบ พบว่ารูปแบบการจัดซื้อแบบปัจจุบันคือ 45,375,531 บาทต่อปี และรูปแบบการจัดซื้อแบบ EOQ คือ 33,545,039 บาทต่อปี มีค่ามากกว่าต้นทุนรวมสินค้าคงคลังที่ต่ำที่สุดโดยรวมในแบบ EOQ อยู่ที่ 11,830,492 บาท
การคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษา : บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง, ภูมิพัฒน์ ขวัญพิพัฒน์
การคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น : กรณีศึกษา : บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง, ภูมิพัฒน์ ขวัญพิพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้นของบริษัทผลิตฟิล์มพลาสติกแห่งหนึ่ง ในงานวิจัยนี้บริษัทกรณีศึกษาต้องการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เหมาะสม 1 รายทั้งหมด 3 ราย ภายใต้การพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงปริมาณและปัจจัยเชิงคุณภาพ งานวิจัยนี้เริ่มจากการรวบรวมหลักเกณฑ์และปัจจัยจากการคัดเลือกในปัจจุบันและจากการทบทวนวรรณกรรม แล้วนำมาสร้างแบบจำลองกระบวนการวิเคราะห์ลำดับชั้น คำนวณหาค่าลำดับความสำคัญของหลักเกณฑ์ ปัจจัย ทางเลือก และตรวจสอบค่าความสอดคล้องของข้อมูลจากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจำนวน 5 ท่าน และวิเคราะห์ความไว เพื่อให้ทราบความไวต่อหลักเกณฑ์และทางเลือกที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของหลักเกณฑ์และทางเลือกของงานวิจัยฉบับนี้ จากผลการวิจัยพบว่า หลักเกณฑ์ที่มีผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 3 อันดับแรก คือ ด้านมาตรการป้องกัน COVID-19 ด้านบริการและด้านความสามารถในการส่งมอบ ส่วนทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับจากการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ คือ บริษัท B จากการวิเคราะห์ความไว พบว่าน้ำหนักของหลักเกณฑ์ด้านต้นทุน/ราคา ส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท A เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 29% และส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท C เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 95% โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นคือมีต้นทุนราคาที่ถูกกว่าและให้ระยะเวลาสินเชื่อที่นานกว่า ส่วนน้ำหนักของหลักเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนจากบริษัท B เป็นบริษัท A เมื่อให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้น 38% โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นคือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ต้องมีความเชี่ยวชาญเส้นทางญี่ปุ่นเป็นหลักและมีมาตรการการดำเนินงานแบบญี่ปุ่น
การลดระยะเวลาการขนส่งและความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งภายในวันเดียวในเขตกรุงเทพมหานคร, วริทธิ์ ลิ้มสัมพันธ์
การลดระยะเวลาการขนส่งและความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งภายในวันเดียวในเขตกรุงเทพมหานคร, วริทธิ์ ลิ้มสัมพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการลดระยะเวลาการขนส่งพัสดุให้สามารถส่งแบบภายในวัน (Same Day Delivery) ในเขตกรุงเทพมหานครของบริษัทผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์เอกชนแห่งหนึ่งและศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางการปรับปรุงขั้นตอนการขนส่งและความสูญเปล่าที่เกิดขี้นในด้านของระยะเวลา โดยการสัมภาษณ์พนักงานที่เกี่ยวข้อง และการหาความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Wastes) ที่เกิดขึ้น และนำเครื่องมือการลดความสูญเปล่าด้วยหลักการ ECRS ได้แก่ การกำจัด (Eliminate) การรวมกัน (Combine) การจัดใหม่ (Re-arrange) และการทำให้ง่าย (Simplify) มาปรับปรุงกระบวนการขนส่งและกระจายพัสดุของบริษัทจากขนส่งแบบวันถัดไป (Next Day Delivery) เป็นขนส่งแบบภายในวัน (Same Day Delivery) ภายในเขตกรุงเทพมหานคร จากการศึกษาและวิเคราะห์พบว่า กระบวนการหลังจากการปรับปรุงในเรื่องขั้นตอนกระบวนการกระจายพัสดุ ลดลงร้อยละ 28.57 ในเรื่องของระยะเวลาเฉลี่ยในการขนส่งพัสดุ ลดลงร้อยละ 58.03 และในเรื่องต้นทุนการกระจายพัสดุ พบว่าต้นทุนการกระจายพัสดุหลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้นจากกระบวนการปัจจุบันร้อยละ 85.97 พร้อมทั้งทำการศึกษาแนวโน้มความสนใจที่จะใช้บริการและราคาที่ผู้ใช้บริการเต็มใจที่จะจ่าย (Willingness to Pay) ผ่านการทำแบบสอบถาม ซึ่งผลการศึกษาพบว่าประชากรกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีผู้ให้ราคาที่เต็มใจจ่ายมากที่สุดอยู่ที่ราคา 200 บาท และเต็มใจจ่ายที่ราคาน้อยที่สุดอยู่ที่ 39 บาท โดยมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายในการใช้บริการขนส่งพัสดุภายในวันในเขตกรุงเทพมหานครมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 47.8 บาท โดยจากการศึกษางานวิจัยดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทำบริการขนส่งพัสดุภายในวันเดียว รวมถึงให้กระบวนการขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การลดระยะเวลาที่สูญเปล่าในกระบวนการทำงานต่อไป
เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ
เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ากับรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายใน ของบริษัทกรณีศึกษาขนส่งอะไหล่รถยนต์ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลโดยทำการเปรียบเทียบราคาค่าเช่ารถแบบรวมสัญญาบริการในเวลา 5 ปีของรถทั้ง 2 ประเภทโดยใช้แนวคิดบัญชีต้นทุนการวิเคราะห์ต้นทุนแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบหากมีความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล บี7 จะส่งผลต่อต้นทุนอย่างไร รวมถึงค่าความผันผวนของค่า FT ของการไฟฟ้า และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต แล้วสรุปต้นทุนการใช้รถทั้ง 2 ประเภท นำข้อมูลที่สรุปได้นำเสนอผู้บริหาร 5 ท่านเพื่อการตัดสินใจ โดยใช้ทฤษฎีกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) เพื่อประเมินผลการพิจารณาเลือกของผู้บริหาร จากผลผู้บริการมีการเลือกใช้รถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปในโดยมีค่าน้ำหนักความสำคัญ 69 % และรถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ามีค่าน้ำหนักความสำคัญ 31%
การพยากรณ์ความต้องการสินค้าและการวางแผนการผลิต : กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตขวดแก้ว, เมธนุช จำปาศรี
การพยากรณ์ความต้องการสินค้าและการวางแผนการผลิต : กรณีศึกษาโรงงานผู้ผลิตขวดแก้ว, เมธนุช จำปาศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคการพยากรณ์และเลือกใช้เทคนิคการพยากรณ์ที่เหมาะสม ในการนำเสนอแนวทางการวางแผนการผลิตและลดปริมาณสินค้าคงคลัง โดยจะศึกษาเฉพาะสินค้าบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ได้แก่กลุ่ม Beverage (เครื่องดื่ม) ประกอบไปด้วยข้อมูลอนุกรมเวลาที่ใช้ในการศึกษาหาตัวแบบยอดขายสินค้าแต่ละชนิดที่เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2560 – กันยายน พ.ศ.2563 และ ข้อมูลอนุกรมเวลาที่ใช้เพื่อเปรียบเทียบยอดขายสินค้าแต่ละชนิดที่เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2563 – กันยายน พ.ศ.2564. ผลการวิจัยพบว่า วิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมในลำดับที่1 คือ วิธีการแยกองค์ประกอบ (Decomposition Method) เนื่องจากเป็นวิธีมีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการพยากรณ์อื่น และวิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสมในลำดับที่2 คือ วิธีการปรับเรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเซียลของวินเทอร์ (Winter’s Method) โดยจากการพยากรณ์วิธี Decomposition Method สามารถลดทั้งสินค้าคงคลัง และ ต้นทุน ลงไปได้ ถึง 57.23% ที่ Product1 และ 57.18% ที่ Product2 ตามลำดับ และ จากการพยากรณ์วิธี Winter’s Method สามารถลดทั้งสินค้าคงคลัง และ ต้นทุน ลงไปได้ ถึง 56.27% ที่ Product1 และ 67.76% ที่ Product 2 ตามลำดับ
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี, ศุภชีพ งามลาภ
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี, ศุภชีพ งามลาภ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าของรถบรรทุกที่ทำงานใน อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 320 ตัวอย่าง ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเพื่อการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40-50 ปี มีรายได้ในการขนส่งต่อเดือนเฉลี่ย 50,000 – 100,000 บาท สถานที่พักอาศัยปัจจุบันเป็นบ้านพักของบริษัท มีประสบการณ์ในการขับขี่รถบรรทุก 10 ปีขึ้นไป อายุรถขนส่งอยู่ที่ 10-15 ปี และส่วนใหญ่มีประเภทรถ 4 ล้อ โดยผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ในด้านอายุ รายได้ค่าขนส่งต่อเดือน และประสบการณ์ในการขับขี่รถขนส่ง ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม แตกต่างกัน และปัจจัยที่มีผลเชิงบวกต่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ ปัจจัยด้านค่าตอบแทน ปัจจัยด้านสวัสดิการ และปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือ ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อระดับการตัดสินใจเชิงลบ คือ ปัจจัยด้านการบริหารจัดการขององค์กร ขณะที่ปัจจัยด้านความมั่นคงไม่ส่งผลต่อระดับการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถร่วม ในเขตอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งสามารถอธิบายอิทธิพล ได้ร้อยละ 47.7 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า : กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า : กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัทในกรณีศึกษาใช้วิธีการวางแผนการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้จัดการและพนักงานฝ่ายดูแลสินค้าคงคลังซึ่งส่งผลให้สินค้าในบางช่วงเวลาขาดแคลน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตแบบฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อสายการผลิต ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อตั้งค่าใหม่ เสียโอกาสในการผลิตสินค้า และอัตราส่วนสินค้าที่ได้มาตรฐานจะลดลงจากค่าเฉลี่ย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาสินค้าคงคลังมีมากเกินความต้องการ เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นจากปกติ งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพยากรณ์ยอดขายสินค้าเข้ามาช่วยในการปรับปรุงแผนการผลิต เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลยอดขายย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือน โดยที่ใช้ข้อมูล 24 เดือนแรกในการหาตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลอีก 12 เดือนที่เหลือในการวัดผล ซึ่งพบว่ารูปแบบของข้อมูลยอดขายของ 7 กลุ่มสินค้าหลัก มีลักษณะคงที่ ไม่มีแนวโน้มและไม่มีฤดูกาลเหมือนกันหมด จึงเลือกใช้วิธีวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ในการกำหนดตัวแบบที่เหมาะสมตามแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ยอดขายและวางแผนการผลิตใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งที่ต้องสั่งผลิตสินค้าต่ำกว่ากำหนด และลดจำนวนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายในส่วนสินค้าคงคลังลง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าแผนการผลิตใหม่ที่ใช้การพยากรณ์ยอดขายเข้ามาช่วยในการวางแผน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเก็บรักษาสินค้าคงคลังโดยรวมลงเหลือ 4,188,094 บาท จากเดิม 4,646,831 บาท คิดเป็น 458,737 บาท หรือลดลง 9.87 %
การลดความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง, วาทินี ปทุมผาย
การลดความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลัง กรณีศึกษาบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง, วาทินี ปทุมผาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบคงคลังบริษัทแปรรูปอาหารแช่แข็ง ที่ส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ ต้องขอเลื่อนแผนการส่งออก ทำให้ระดับความพึงพอใจของลูกค้าลดลง การศึกษาปัญหาใช้วิธีวิเคราะห์กิจกรรมในกระบวนการไหลของวัตถุดิบแต่ละแผนกที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึกและการสำรวจข้อมูลภาคสนามในการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม ตั้งแต่การวางแผนวัตถุดิบ จนวัตถุดิบถูกผลิตเป็นสินค้า ผลจากการศึกษาพบว่าปัญหาความคลาดเคลื่อนของวัตถุดิบเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยด้านคน เช่น การบันทึกข้อมูลการรับวัตถุดิบผิดพลาด 2) ปัจจัยด้านขั้นตอนการทำงาน จากการทำงานร่วมกันหลายระบบส่งผลให้การถ่ายโอนข้อมูลไม่สอดคล้องกัน จากการศึกษาในครั้งนี้จึงได้เสนอแนะแนวทางการลดความคลาดเคลื่อนโดย 1) การนำระบบบาร์โค้ดมาใช้เพื่อลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลการรับวัตถุดิบและการจัดเก็บวัตถุดิบ 2) การใช้ ABC Classification ในการกำหนดวงรอบการนับวัตถุดิบและการปรับยอด 3) การกำหนดความถี่การถ่ายโอนข้อมูลอัตโนมัติของระบบให้เหมาะสม 4) การก่อสร้างพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
การวิเคราะห์ต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมันของกองทัพเรือ, รัฐพงศ์ บุญลือ
การวิเคราะห์ต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมันของกองทัพเรือ, รัฐพงศ์ บุญลือ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนปฏิบัติการของเรือน้ำมันของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วยต้นทุน ต้นทุนการบริหารและต้นทุนการปฏิบัติการ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากการรายงานสถานะของเรือ รายงานความสิ้นเปลืองของเรือและรายงานสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๖๒ – ๒๕๖๔ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้ทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือน้ำมันเป็นเงินเฉลี่ย บาท/วัน ผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนปฏิบัติการของเรือหลวงปรงมีต้นทุนเฉลี่ย ๓๕,๓๒๔.๓๓ บาท/วัน ต้นทุนปฏิบัติการของเรือหลวงเปริดมีต้นทุนเฉลี่ย ๔๔,๘๖๕.๐๙ บาท/วัน การทราบต้นทุนปฏิบัติการเรือน้ำมัน ของกองทัพเรือส่งผลให้กองทัพเรือสามารถนำหลักการคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางเรือมาใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจใช้เรือออกปฏิบัติราชการและใช้ในการวางแผนปฏิบัติการของเรือน้ำมันของกองทัพเรือในแต่ละปีงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับ
การเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล, ภุมมรัตน์ ล่องพริก
การเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล, ภุมมรัตน์ ล่องพริก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการขนส่งที่เกิดจากการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์ และ การรอตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษา บริษัทตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งออกสินค้าทางทะเล การวิจัยเป็นการผสมผสานการวิจัยเชิงปริมาณได้แก่การวิเคราะห์ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางบกและทางทะเลแล้วนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณค่าใช้จ่ายในการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับความคิดเห็นในการยอมรับการทดแทนขนาดตู้คอนเทนเนอร์และการรอตู้คอนเทนเนอร์ โดยทำการเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งทั้งสองกรณี เพื่อแนวทางเลือกในการตัดสินใจให้กับผู้ส่งออก ผลการศึกษาพบว่า ผู้ออกส่งร้อยละ 90 จากกลุ่มผู้ตัวอย่าง ภายใต้เงื่อนไขเทอมการค้า FOB ยอมรับการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากมีต้นทุนขนส่งที่เกิดจากการทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ที่ต่ำกว่าต้นทุนขนส่งที่เกิดจากการรอในการรอตู้คอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ยังสามารถส่งออกสินค้าได้ทันเวลาตามที่กำหนดไว้ และสินค้าที่ผู้ส่งออกยอมรับการทดแทนตู้นั้น เป็นสินค้าที่ปลายทางต้องการสินค้าเร่งด่วน และสินค้าบริโภคที่เน่าเสียง่าย ส่วนผู้ส่งออกที่ยอมรับการรอตู้คอนเทนเนอร์ ร้อยละ 10 นั้นพบว่าผู้ส่งออกไม่พบต้นทุนขนส่งที่เกิดขึ้นจากการรอคอนเทนเนอร์ เนื่องจาก ผู้ส่งออกมีที่พักเก็บสินค้าแบบไม่ต้องเสียค่าใช้ในการจัดเก็บ โดยสินค้าที่ทำการส่งออกเป็นสินค้าที่น้ำหนักมากเกินไปกว่าที่ตู้ขนาดอื่นจะสามารถรับน้ำหนักทดแทนได้ และผู้ส่งออกไม่ยินยอมการตัดจำนวนสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ อีกทั้งปลายทางไม่ได้ต้องการที่สินค้าเร่งด่วน โดยยอมรับการรอส่งออกในเรือลำถัดไปโดยใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 7วันในการรอตู้คอนเทนเนอร์
การจัดสรรรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง : กรณีศึกษา บริษัทน้ำมันขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่, พศิน ศิริเขตต์
การจัดสรรรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง : กรณีศึกษา บริษัทน้ำมันขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่, พศิน ศิริเขตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เสนอต้นแบบทางคณิตศาสตร์ สำหรับเป็นแนวทางในการจัดสรรรถขนส่งน้ำมัน เชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด 3 สถานี โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อลดต้นทุนโดยรวมโลจิสติกส์ ซึ่งก็คือ ค่าขนส่ง โดยทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งน้อยที่สุด แต่ก็จะต้องตอบสนองต่อความต้องการที่เพียงพอของผู้บริโภคในแต่ละสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ในงานวิจัยนี้ เลือกวิธีการการขนส่ง 2 วิธี คือ รถบรรทุกของทางสถานี (รถบรรทุกขนาด 18,000 ลิตร และรถบรรทุกขนาด 16,000 ลิตร) และรถบรรทุกของคลังน้ำมัน (รถบรรทุกขนาด 20,000 ลิตร) งานวิจัยนี้จะนำมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองเชิงเส้น (Linear Program) โดยแบ่งข้อมูลปริมาณความต้องการน้ำมันของผู้บริโภคและปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะนำไปหาปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันต่อวัน และส่วนที่สองจะนำไปจัดสรรรถเติมน้ำมัน รวมถึงทดสอบนโยบายใหม่ ผลจากตัวแบบพบว่านโยบายใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดลงถึงร้อยละ 22.60 จากการสั่งซื้อแบบเดิม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งอยู่ที่ 879,225 บาท คงเหลือค่าใช้จ่ายในการ ขนส่งรวมเป็น 680,520 บาท
การปรับปรุงนโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า, ฐิติวัลคุ์ เอื้อวรธรรม
การปรับปรุงนโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ กรณีศึกษาบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า, ฐิติวัลคุ์ เอื้อวรธรรม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอนโยบายพัสดุคงคลังที่สามารถลดจำนวนอะไหล่ขาดมือจากการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทกรณีศึกษา ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ให้กับลูกค้าในสองช่องทาง คือ งานซ่อมของช่างซ่อมที่มีความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ทดแทนอะไหล่ของเครื่องใช้ไฟฟ้า และลูกค้าที่มีความต้องการมาซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการบำรุงรักษาโดยตรงที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท รายการชิ้นส่วนอะไหล่ที่ศึกษามี 5 รายการซึ่งเป็นรายการที่มีความต้องการไม่แน่นอนจากลูกค้าและบริษัทต้องการให้มีอัตราการเติมเต็มพัสดุคงคลังอะไหล่ที่สามารถรองรับความต้องการไม่แน่นอนของลูกค้าได้ แต่ในปัจจุบันพบว่า บริษัทมีอัตราการเติมเต็มพัสดุคงคลังอะไหล่เพียง 48% งานวิจัยเริ่มต้นจากการศึกษานโยบายการสั่งซื้อของบริษัทเพื่อวิเคราะห์ปัญหาของนโยบายในปัจจุบัน และเก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการของชิ้นส่วนอะไหล่ในอดีต เพื่อศึกษาการกระจายตัวของข้อมูลความต้องการ จากนั้นนำเสนอนโยบายที่พิจารณาการกระจายตัวของข้อมูลความต้องการอะไหล่ ร่วมกับระยะเวลานำที่ไม่คงที่จากซัพพลายเออร์ จากนั้นจึงนำเสนอนโยบายระดับคงคลังเป้าหมาย (Order-up-to-level Model หรือ OUL) ที่มีการกำหนดรอบการสั่งคงที่และสั่งซื้อให้ถึงระดับ OUL ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการในแต่ละรอบการสั่งตามระดับการให้บริการที่กำหนด นโยบายระดับคงคลังเป้าหมายที่นำเสนอ ได้ถูกนำไปจำลองการสั่งซื้อในโปรแกรม Microsoft Excel เพื่อทดสอบการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ทั้ง 5 รายการ พบว่านโยบายที่นำเสนอสามารถเพิ่มอัตราการเติมเต็มพัสดุคงคลังอะไหล่ได้ 100% ทั้ง 5 รายการ และมีมูลค่าพัสดุคงคลังลดลง 34%
การวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว : กรณีศึกษาการเกิดอุทกภัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช, กนกวรรณ เกิดมีทรัพย์
การวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว : กรณีศึกษาการเกิดอุทกภัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช, กนกวรรณ เกิดมีทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวกรณีศึกษาการเกิดอุทกภัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว กรณีเกิดเหตุอุทกภัย ภายในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากภายในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ส่งผลให้บางหมู่บ้านต้องอพยพออกจากแหล่งอาศัยเดิม ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์หาพื้นที่ในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้งขึ้นไปเพื่อใช้เป็นต้นทางในการอพยพ และวิเคราะห์หาสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่สามารถรองรับผู้อพยพได้ เพื่อพิจารณาความสามารถในการรองรับผู้อพยพได้อย่างเพียงพอ จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์เส้นทางและระยะทางในการการอพยพของผู้ประสบภัย ผ่านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ผลการวิเคราะห์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้งขึ้นไปในพื้นที่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า มีพื้นที่ 11 ตำบล ได้แก่ ตำบลท่างิ้ว ตำบลท่าซัก ตำบลท่าเรือ ตำบลท่าไร่ ตำบลนาเคียน ตำบลนาทราย ตำบลบางจาก ตำบลปากนคร ตำบลปากพูน ตำบลโพธิ์เสด็จและตำบลมะม่วงสองต้น และหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบรวม 65 หมู่บ้าน คิดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 36.88 ตร.กม. หรือประมาณ 23,050 ไร่ มีประชากรได้รับผลกระทบและต้องอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 7,924 คน และเมื่อพิจารณาสถานศึกษาที่มีศักยภาพในการรองรับผู้อพยพ ประกอบกับการวิเคราะห์หาเส้นทางและระยะทางในการอพยพแล้วพบว่า สถานศึกษาภายในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 63 แห่ง สามารถรองรับผู้อพยพได้อย่างเพียงพอ และใช้ระยะทางที่น้อยที่สุดในการอพยพ
การเปรียบเทียบการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง ระหว่างการจ้างบริษัทภายนอกและการทำการขนส่งเองสำหรับการขายแบบออนไลน์, ชัญญรัชต์ วรัชต์ญารมย์
การเปรียบเทียบการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง ระหว่างการจ้างบริษัทภายนอกและการทำการขนส่งเองสำหรับการขายแบบออนไลน์, ชัญญรัชต์ วรัชต์ญารมย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์ต้นทุนในการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง ระหว่างการจ้างบริษัทขนส่งและการทำการขนส่งด้วยตนเอง โดยจะมีการนำปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็งมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจด้วย ได้แก่ ปัจจัยคุณภาพ ปัจจัยด้านเวลา และปัจจัยด้านต้นทุน ผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารของบริษัทกรณีศึกษา จำนวน 5 ท่าน ในการประเมินลำดับความสำคัญของปัจจัยหลักและปัจจัยรอง เพื่อนำข้อมูลมาผ่านการวิเคราะห์ด้วยหลักการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process : AHP) ผลการวิเคราะห์ต้นทุนในการขนส่งพบว่า การขนส่งด้วยตนเอง มีต้นทุนในการขนส่งที่มากที่สุด ส่วนการขนส่งด้วยตนเองผสมผสานกับการว่าจ้างบริษัทภายนอกจะมีต้นทุนในการขนส่งที่น้อยที่สุด ในส่วนของผลการวิเคราะห์จากหลักการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น พบว่า กลุ่มปัจจัยหลัก ปัจจัยคุณภาพมีลำดับความสำคัญมาเป็นลำดับที่ 1 มีค่าเฉลี่ยความสำคัญเท่ากับร้อยละ 68.19 ตามมาด้วยปัจจัยด้านเวลา และปัจจัยด้านต้นทุน มีค่าเฉลี่ยความสำคัญเท่ากับร้อยละ 17.30 และ 14.51 ตามลำดับ เมื่อนำผลการวิเคราะห์มาพิจารณาร่วมกันพบว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดในการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง คือ ทางเลือกที่ว่าจ้างบริษัทขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยใช้บริษัทขนส่ง B Express มีผลคะแนนรวมอยู่ที่ 409.49 ตามมาด้วยทางเลือกที่ทางบริษัททำการขนส่งเองตลอดเส้นทาง จากนั้นเป็นทางเลือกที่เป็นการผสมผสานการขนส่งระหว่างทางบริษัทขนส่งเองและใช้บริการบริษัทขนส่ง และสุดท้ายเป็นทางเลือกที่ใช้บริการบริษัทขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางการขนส่ง ในกรณีที่ใช้บริษัทขนส่งเป็นบริษัท A Express โดยมีคะแนนรวมเท่ากับ 405.74 336.72 และ 281.36 ตามลำดับ
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์, โชติรส แซ่อึ้ง
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์, โชติรส แซ่อึ้ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์ เป็นกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. ลดต้นทุนการจัดการสินค้าคงคลังโดยการมีต้นทุนต่ำที่สุดและมีปริมาณสินค้าที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า 2. จัดกลุ่มสินค้าตามลำคับความสำคัญและวางแผนการจัดสินค้าคงคลังในหมวดต่างๆให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 3. ลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงคลังสำรองในรายการสินค้าที่มีมากเกินความต้องการและเพื่อหาจุดสั่งซื้อใหม่ ที่มีความเหมาะสมกับปริมาณการขาย จากผลการศึกษาเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังประเภทอะไหล่รถยนต์ การจัดการสินค้าคงคลังแบบเดิมของบริษัทมีต้นทันที่สูงเนื่องจากมีการเก็บสินค้าไว้จำนวนมากเกินไปส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสูงตามไปด้วย ดังนั้นผู้วิจัยได้นำเครื่องมือต่างๆมาพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง ซึ่งมีวิธีการจัดลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลังโดยใช้เทคนิค ABC Classification การพยากรณ์ความต้องการ การคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อประหยัด (Economic Order Quantity) การกำหนดจุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point : ROP) และการกำหนดสินค้าเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) ทำให้ต้นทุนรวมของบริษัทกรณีศึกษาทั้ง 5 รายการลดลงเท่ากับ 1,708,849.34 บาทหรือ 15%
การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาบริษัท Abc, ณัฐติกาญจน์ ศิริวัฒน์
การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาบริษัท Abc, ณัฐติกาญจน์ ศิริวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาในกระบวนการทำงานของบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ พร้อมประเมินและเสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนการขนส่ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุน ระยะเวลา และประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การเตรียมใบเสนอราคาให้ลูกค้าไปจนถึงการส่งมอบสินค้าของลูกค้าไปยังคลังสินค้าของสายการบิน ผลจากการศึกษาพบว่า ปัญหาที่เกิดในกระบวนการทำงานของบริษัทมี 2 เรื่อง 1) การจองรถรับส่งสินค้า ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ KPI เนื่องจากข้อผิดพลาดในการส่งข้อมูลและเวลาที่ไม่จำเป็น 2) ค่าใช้จ่ายในการรับสินค้าจากลูกค้าสูง ดังนั้นการศึกษานี้จึงใช้เทคนิค ECRS เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานในการจองรถรับส่งสินค้า ส่งผลให้เวลาดำเนินการทั้งหมดลดลงจาก 130 นาที เป็น 40 นาที หรือลดลง 69% และนำเสนอการขนส่งด้วยระบบ milk run เพื่อไปรับสินค้าจากลูกค้าแทนการรับโดยตรงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยการ วิเคราะห์โดยเทคนิค Saving Algorithms for Vehicle Routing เผยให้เห็นศักยภาพในการประหยัดต้นทุน 24% สำหรับรถบรรทุก 4 ล้อ และ 46% สำหรับรถบรรทุก 6 ล้อ
การพยากรณ์ความต้องการการใช้ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่งทางทะเลของเส้นทางสิงคโปร์ - จีน : กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์แห่งหนึ่ง, ณิชา วิจารณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการและสร้างตัวแบบการพยากรณ์ความต้องการการใช้ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่งทางทะเลของเส้นทางสิงคโปร์ – จีนของบริษัทในกรณีศึกษาให้มีความแม่นยำมากกว่าค่าพยากรณ์ปัจจุบันของบริษัท เพื่อนำค่าพยากรณ์ที่แม่นยำขึ้นไปใช้จัดทำสัญญาจองตู้คอนเทนเนอร์กับบริษัทสายการเดินเรือต่าง ๆ และทำให้สามารถลดปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ลงได้ การศึกษาเริ่มจากการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจปัญหาในปัจจุบัน และวิเคราะห์หาวิธีแก้ไข โดยพบว่าในปัจจุบันทางบริษัทใช้การแปลงค่าแผนการขายเป็นจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องการใช้ ซึ่งค่าที่ได้มีความแม่นยำต่ำ เนื่องจากไม่สามารถระบุเส้นทางที่ใช้ได้โดยตรง ผู้วิจัยจึงนำเสนอให้นำคำสั่งซื้อรายเดือนของแต่ละเส้นทาง มาพยากรณ์ด้วยวิธีพยากรณ์เชิงปริมาณตามอนุกรมเวลาโดยตรงแทน ในส่วนของการสร้างตัวแบบพยากรณ์ ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลคำสั่งซื้อจาก 10 เส้นทางของทุกกลุ่มสินค้า หลังจากนั้นจึงทำความสะอาดข้อมูลและสร้างตัวแบบพยากรณ์ด้วยวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่, วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย, วิธีพยากรณ์อย่างง่ายสำหรับข้อมูลแนวโน้ม, วิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองครั้ง, วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลซ้ำสองครั้ง, วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลของฮอล์ท และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ ตามความเหมาะสม และเปรียบเทียบความแม่นยำด้วยค่า MPE, MAPE และ RMSE เพื่อหาตัวแบบที่ให้ความแม่นยำสูงสุด จากผลการศึกษาพบว่า ตัวแบบที่ให้ความแม่นยำสูงสุดของแต่ละเส้นทางมีความแตกต่างกัน ทำให้นำไปใช้งานจริงได้ยาก และพบว่าการสร้างตัวแบบตามลักษณะข้อมูลของแต่ละกลุ่มสินค้า กล่าวคือใช้วิธี บ็อกซ์-เจนกินส์กับข้อมูลกลุ่มสินค้า A และ C ใช้วิธีหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองครั้งกับข้อมูลกลุ่มสินค้า B และนำค่าที่ได้มารวมกันเป็นค่าของแต่ละเส้นทาง ให้ค่าความแม่นยำอยู่ใน 3 อันดับแรกของทุก ๆ เส้นทาง จึงสามารถนำมาใช้กับทุกเส้นทางได้ โดยค่าพยากรณ์มีความแม่นยำมากขึ้น 11% โดยเฉลี่ย รวมถึงตัวแบบดังกล่าวยังสามารถลดปัญหาค่าพยากรณ์น้อยกว่ายอดคำสั่งซื้อจริงโดยรวมได้อีกด้วย
การพยากรณ์ความต้องการและการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังผู้ผลิตยากรณีศึกษาบริษัท Aaa, ธราเทพ คำมูล
การพยากรณ์ความต้องการและการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังผู้ผลิตยากรณีศึกษาบริษัท Aaa, ธราเทพ คำมูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบโมเดลการพยากรณ์ที่เหมาะสมให้กับสินค้าที่ทำรายได้หลักให้กับบริษัทกรณีศึกษา เนื่องจากในปัจจุบันบริษัทกรณีศึกษาไม่มีรูปแบบการพยากรณ์ยอดขายสินค้าไม่ชัดเจนโดยทำการพยากรณ์ความต้องการล่วงหน้าและทำการวัดค่าความคลาดเคลื่อน (Error) เพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละสินค้า อีกทั้งยังทำการศึกษานโยบายพัสดุคงคลังในปัจจุบันของบริษัทกรณีศึกษา โดยมุ่งเน้นเป้าหมายไปที่การลดต้นทุนพัสดุคงคลัง โดยในปัจจุบันพบว่าบริษัทกรณีศึกษามีระดับพัสดุคงคลังสูงซึ่งมีความไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกับความต้องการทำให้บริษัทกรณีศึกษามีค่าการเก็บรักษาสินค้าสูงตามไปด้วยเช่นกัน โดยนำค่าพยากรณ์ที่ได้มาช่วยในการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังรูปแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบกับนโยบายพัสดุคงคลังรูปแบบปัจจุบันรวมทั้งใช้วิธีการจำลองสถานการณ์เพื่อสร้างนโยบายพัสดุคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลการศึกษาพบว่าภายใต้ขอบเขตการวิจัยสินค้าแต่ละชนิดมีรูปแบบการพยากรณ์ที่แตกต่างกันโดยต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย การวิจัยนี้สามารถแก้ปัญหาระดับพัสดุคงคลังของบริษัทกรณีศึกษาได้โดยนโยบายพัสดุคงรูปแบบใหม่สามารถลดต้นทุนรวมต่อปีได้หากเทียบกับนโยบายพัสดุคงคลังในรูปแบบปัจจุบัน
ความพร้อมของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ต่อการปรับใช้มาตรฐาน Gsdp, ธนวรรณ เกษแก้ว
ความพร้อมของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ต่อการปรับใช้มาตรฐาน Gsdp, ธนวรรณ เกษแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรฐาน GSDP ต่อการจัดการการกระจายสินค้า 2) เพื่อวิเคราะห์ความพร้อมของผู้ประกอบการขนส่งในประเทศไทย 3) เพื่อสรุปประเด็นที่ผู้ประกอบการมีความพร้อมและที่ไม่พร้อมในการดำเนินงานตามมาตรฐาน GSDP การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั้งรถขนส่งและคลังสินค้า จำนวน 77 ราย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล และในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน GSDP ในระดับสูงมาก เนื่องจากร้อยละ 76 สามารถทำแบบสอบถามได้ถูกต้องครบทั้ง 6 ข้อ 2) กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีความพร้อมในการปรับใช้มาตรฐาน GSDP เข้ากับการทำงานได้เป็นอย่างดี คือผลลัผธ์ออกมาที่ระบบมาก 3) แต่มีอยู่หนึ่งหัวข้อที่ กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศไทยได้คะแนนความพร้อมอยู่ในระดับปานกลางต่างออกมาจากหัวข้ออื่น คือด้านความเหมาะสมของสถานที่ปฏิบัติงาน
การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าลำไยสดในภาคเหนือที่เหมาะสมเพื่อการส่งออกไปยังประเทศจีน, พิมพ์ชนก วัทคุวัทพงษ์
การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าลำไยสดในภาคเหนือที่เหมาะสมเพื่อการส่งออกไปยังประเทศจีน, พิมพ์ชนก วัทคุวัทพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าลำไยสดในภาคเหนือที่เหมาะสมเพื่อการส่งออกไปยังประเทศจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมลำไยสดจากเดิมที่อยู่กันแบบกระจัดกระจายในภาคเหนือก่อนการส่งออกเพื่อสู้กับโรงรับซื้อผลไม้จีนเนื่องจากการผูกขาดการซื้อขายและการกำหนดราคาผลไม้ไทยในปัจจุบัน หากปล่อยไว้โดยไม่มีการแก้ไข การป้องกัน หรือการควบคุม ธุรกิจการค้าผลไม้ไทยเพื่อการส่งออกอาจประสบวิกฤตได้ ในการคัดเลือกปัจจัยจะใช้หลักทฤษฎีการเลือกทำเลที่ตั้งตามแนวมหภาคและจุลภาค โดยเลือกหัวข้อหลักในการคัดเลือกอิงตามองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าประเภทเดียวกัน เพื่อกำหนดเป็นปัจจัยที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกจังหวัดที่เหมาะสมสำหรับที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้า พร้อมทั้งการนำเกณฑ์ด้านกฎกระทรวงและระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) เป็นตัวคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในจังหวัดนั้น โดยศูนย์กระจายสินค้าลำไยสดที่ต้องการจัดตั้งจะรับเอาผลผลิตจากแหล่งลำไยสด 50 อำเภอที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน ปลายทางของการส่งออกของไทยจะสิ้นสุดที่ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย ผลการคัดเลือกพบว่า พื้นที่ที่เหมาะสมตามเกณฑ์คือพื้นที่สีม่วงในตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยด้านเหนือจรดเส้นขนานระยะ 300 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1006 ด้านตะวันออกจรดเหมืองร่องเชี่ยวฝั่งตะวันตก ด้านใต้จรดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1006 ฟากเหนือ ด้านตะวันตกจรดน้ำแม่คาวฝั่งตะวันออก และการวิเคราะห์เมทริกซ์ระยะทางระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดปลายทาง (Origin-Destination cost matrix analysis) พบว่า พื้นที่ใกล้วัดบ้านมอญ ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ควรจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า โดยสามารถรับเอาลำไยสดได้สูงสุดทั้งหมด 50 อำเภอ และจำนวนลำไยที่ส่งออกไปยังประเทศจีนคิดเป็นประมาณ 690,533 ตัน/ปี
การเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งการขนส่งแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ในเส้นทาง ไทย-จีน ในช่วง Covid-19, พงศกร เอื้อชีวกุล
การเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งการขนส่งแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ในเส้นทาง ไทย-จีน ในช่วง Covid-19, พงศกร เอื้อชีวกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นบทนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นโครงการวิจัย ประกอบด้วยการเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งการขนส่งแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ในเส้นทางไทย-จีนในช่วง Covid-19 รูปแบบการขนส่งทางเรือ ทางอากาศ และการขนส่งทางรถข้ามแดนที่เป็นการขนส่งทางหลัก ไปที่ประเทศจีน ในช่วง Covid -19 โดยประเภทสินค้าที่จะทำการศึกษาจะเป็น สินค้าแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีวัตถุประสงค์เพื่เปรียบเทียบการลดต้นทุนของการขนส่ง รวมถึงศึกษาประโยชน์ของรูปแบบการขนส่งในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในช่วง Covid-19ที่ผ่านมาได้มีหลายปัจจัยที่ทำให้การขนส่งรูปแบบต่างๆเปลี่ยนแปลงไป เริ่มจากรวบรวมข้อมูลด้านการขนส่งในช่วงCovid-19 จากบริษัทกรณีศึกษาพร้อมกับศึกษาข้อมูลจากบริษัทผู้ขนส่งที่สามารถให้บริการได้หลากหลายรูปแบบเพื่อทราบถึงปัญหาในช่วงที่มีโรคระบาดเกิดขึ้นและศึกษาที่ต้นทุนค่าขนส่งแต่ละรูปแบบในช่วงCovid-19 และ ใช้กระบวนการวิเคราะห์ความสำคัญของปัจจัยต่างๆโดยเก็บรวบรวมการให้น้ำหนักจากผู้ผลิตแผงอิเล็กทรอนิกส์โดยกำหนดปัจจัยสำคัญในการขนส่งมา4อย่างได้แก่ ต้นทุนการขนส่งที่ประหยัด ความถี่ในการขนส่งที่สูง ระยะเวลาในการขนส่งที่สั้น และปริมาณการขนส่งต่อรอบจำนวนมาก โดยให้คะแนนการขนส่งทางเรือมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบคะแนนแล้ว แต่เนื่องจากสถานณการณ์ Covid-19 ทำให้การขนส่งทางรถข้ามแดนทางบกมีบทบาทมากขึ้นเนื่องจากสามารถประหยัดต้นทุนรองลงมาจากทางเรือและมีระยะเวลาการขนส่งที่รวดเร็วมากกว่าพร้อมทั้งสามารถกำหนดรอบการวิ่งได้ถี่และมั่นคงมากกว่าทางเรือ ส่วนการขนส่งทางอากาศถึงจะมีต้นทุนที่สูงที่สุดแต่เป็นการขนส่งที่มีระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุดจึงจำเป็นอย่างมากในการใช้เติมสายการผลิตที่เร่งด่วนที่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง Covid-19 โดยได้ใช้เครื่องมือการหาปริมาณหรือจำนวนการสั่งซื้อสินค้าที่เหมาะสม (Economic Order Quantity) ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม รวมกับการให้คะแนนของทางอื่นปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อการจัดส่ง
การวิเคราะห์การนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางทางบก เส้นทางสิงคโปร์-ไทย ผ่านด่านสะเดา จังหวัดสงขลา : กรณีศึกษาบริษัท Abc, พรรทิตา รัตนจีนะ
การวิเคราะห์การนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางทางบก เส้นทางสิงคโปร์-ไทย ผ่านด่านสะเดา จังหวัดสงขลา : กรณีศึกษาบริษัท Abc, พรรทิตา รัตนจีนะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากวิกฤติการขนส่งสินค้าทางเรือที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบันภายหลังจากการแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทั้งหมดล่าช้า และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบให้การขนส่งสินค้าล่าช้าและต้นทุนการขนส่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้บริษัทกรณีศึกษาสนใจการขนส่งทางบก เนื่องจากมีความรวดเร็ว ตารางการเดินรถที่ยืดหยุ่นกว่าการขนส่งทางเรือที่ทางบริษัทใช้ในการขนส่งปัจจุบัน เพื่อช่วยให้บริษัทมีทางเลือกในการขนส่งเครื่องสำอางที่มีประสิทธิภาพและใช้ระยะเวลาในการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางจากศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ สั้นลงกว่าปัจจุบันและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศไทยได้ตรงตามแผนที่วางไว้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการนำเข้าเครื่องสำอางทางบกจากประเทศสิงคโปร์ด้วยวิธีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลการขนส่งในมิติด้านเวลา และ ต้นทุนกับการขนส่งทางเรือที่บริษัท ABC ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของบริษัท ABC ในการนำเข้าเครื่องสำอางจากศูนย์กระจายสินค้าบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์โดยใช้ระบบ สารสนเทศภูมิศาสตร์ ผ่านโปรแกรม ArcGIS Pro 2.6.1 และการวิเคราะห์โครงข่าย (Network Analysis) เป็นเครื่องมือหลักในการทำวิจัยควบคู่กับเส้นทางสิงคโปร์ - มาเลเซีย – ด่านสะเดา จังหวัดสงขลาจาก Google Map ผลการวิจัยพบว่าการขนส่งทางบกมีระยะเวลาการนำเข้าเครื่องสำอางสั้นกว่าทางเรือ 6 วัน และมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่ใกล้เคียงกับต้นทุนที่บริษัท ABC เสียอยู่ในปัจจุบัน
การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าของชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรของ ท่าเรือแหลมฉบังในเขตพื้นที่ Eec กรณีศึกษาบริษัท Abc, ธนิสา รัตนโชติถาวร
การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าของชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรของ ท่าเรือแหลมฉบังในเขตพื้นที่ Eec กรณีศึกษาบริษัท Abc, ธนิสา รัตนโชติถาวร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าของชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องจักรของท่าเรือแหลมฉบัง ในเขตพื้นที่ EEC กรณีศึกษาบริษัท ABC มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่เหมาะสมให้กับบริษัทกรณีศึกษา เพื่อประโยชน์ทางด้านธุรกิจในการขยายกิจการของบริษัท และเพื่อเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ผู้วิจัยได้ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เป็นเครื่องมือหลักในงานวิจัยชิ้นนี้ โดยได้มีการแบ่งการดำเนินงานวิจัยออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง การวิเคราะห์ที่ตั้งศักยภาพของศูนย์กระจายสินค้า ด้วยการซ้อนทับชั้นข้อมูล ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยเกณฑ์ที่กำหนด ได้มาจากการทบทวนวรรณกรรม และจากหน่วยงานราชการต่างๆ ส่วนที่สอง การวิเคราะห์เลือกพื้นที่ที่เหมาะสมที่มีระยะทางรวมไปยังโรงงานลูกค้า ดีที่สุด 3 อันดับแรก โดยวิเคราะห์ร่วมกับปริมาณความต้องการสินค้าของแต่ละโรงงาน ด้วยวิธีการวิเคราะห์เมทริกซ์ค่าใช้จ่ายระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดปลายทาง (Origin-Destination Cost Matrix Analysis) และในส่วนที่สาม การคัดกรองพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 1) การคัดกรองพื้นที่ตามปัจจัยขนาดพื้นที่ 2) การคัดกรองพื้นที่ตามปัจจัยโบราณสถานและกิจการบริการสาธารณะ และ 3) การคัดกรองพื้นที่ตามปัจจัยราคาที่ดิน จากการวิเคราะห์ สามารถสรุปผลการศึกษาได้ว่า พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา ควรอยู่ในบริเวณตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวม 155,085.16 ตารางเมตร มีความเหมาะสมทั้งขนาดพื้นที่ ราคาที่ดิน ระยะทางและปริมาณความต้องการสินค้า
การประยุกต์วิธีการแมกซ์ดิฟสำหรับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถ, นัสรินทร์ ปัญญาวุธ
การประยุกต์วิธีการแมกซ์ดิฟสำหรับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถ, นัสรินทร์ ปัญญาวุธ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้วิธีการแมกซ์ดิฟ (MaxDiff Analysis) ในการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบริษัทในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถทั้งอะไหล่รถยนต์ อะไหล่รถขุดดิน และอะไหล่รถเพื่อการเกษตร การระบุและจัดลำดับปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อมีการตัดสินใจเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถและเป็นแนวทางในการใช้เลือกคลังสินค้าสาธารณะในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถ โดยวิจัยนี้ได้เริ่มจากการศึกษาปัจจัยเชิงปริมาณและปัจจัยเชิงคุณภาพที่มีผลต่อการเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะ รวบรวมปัจจัยหลักและปัจจัยรองจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและคัดเลือกปัจจัยหลักและปัจจัยรองโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำปัจจัยที่ถูกคัดเลือกมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยนี้ วิธีการแมกซ์ดิฟถูกนำมาวิเคราะห์ในการจัดลำดับความสำคัญของ 8 ปัจจัยหลัก และ 22 ปัจจัยรอง โดยออกแบบสอบถามด้วยวิธีการแมกซ์ดิฟเพื่อส่งแบบสอบให้พนักงานบริษัทที่เช่าคลังสินค้าสาธารณะสำหรับชิ้นส่วนอะไหล่รถจำนวน 33 ท่าน ผลจากการวิจัยโดยการคำนวณคะแนนในการจัดลำดับปัจจัยจากวิธีการแมกซ์ดิฟ พบว่าลำดับของมิติปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะในธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่รถเรียงตามลำดับ ดังนี้ 1) ด้านต้นทุน 2) ด้านดำเนินงานคลังสินค้า 3) ด้านความน่าเชื่อถือ 4) ด้านที่ตั้งคลังสินค้า 5) ด้านโครงสร้างคลังสินค้า 6) ด้านความยืดหยุ่น 7) ด้านองค์กร 8) ปัจจัยภายนอก สำหรับการจัดลำดับของมิติปัจจัยรอง 5 อันดับแรกที่ส่งผลต่อการเลือกใช้คลังสินค้าสาธารณะ ได้แก่ 1) ต้นทุนการบริหารสินค้าคงคลัง 2) ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า 3) ระบบการบริหารจัดการคลังสินค้า 4) คุณภาพและความน่าเชื่อถือของการขนส่ง/ส่งมอบสินค้า 5) ขนาดคลังสินค้า/พื้นที่ส่วนกลางเพียงพอและเหมาะสม ตามลำดับ
การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด, ปริญญารัตน์ บุตรเงิน
การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด, ปริญญารัตน์ บุตรเงิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับการตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด โดยเป็นการวิเคราะห์ผ่านระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งปัจจัยได้จากการทบทวนวรรณกรรมและทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากการวิเคราะห์ 5 ปัจจัยในการเลือกพื้นที่ทางเลือกที่เหมาะสม พบว่า ปัจจัยขนาดพื้นที่เหมาะสมรวมถึงปัจจัยขอบเขตความปลอดภัยคือ พื้นที่ทางเลือกที่ 1, 3 และ 6 ปัจจัยเส้นทางคมนาคมหลักในนิคมอุตสาหกรรมคือ พื้นที่ทางเลือก 1, 2, 3, 5 และ 6 ปัจจัยเส้นทางการวางท่อส่งเชื้อเพลิงจากสถานีส่งเชื้อเพลิงภายในนิคมอุตสาหกรรม คือ พื้นที่ทางเลือก 1, 2, 3 และ 6 พบว่า พื้นที่ทางเลือก 1, 3 และ 6 ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด ในส่วนของการคัดกรองปัจจัยเพื่อหาทำเลที่เหมาะสมในพื้นที่ทางเลือก 1, 3 และ 6 พบว่า พื้นที่ทางเลือกที่ 1 ทางทิศใต้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด
การเปรียบเทียบการส่งสินค้าอาหารสดผ่านศูนย์กระจายสินค้ากับการส่งโดยตรงสู่ร้านค้า: กรณีนำร่องของบริษัทค้าปลีกสมัยใหม่, ปภาวรินทร์ ทะสอน
การเปรียบเทียบการส่งสินค้าอาหารสดผ่านศูนย์กระจายสินค้ากับการส่งโดยตรงสู่ร้านค้า: กรณีนำร่องของบริษัทค้าปลีกสมัยใหม่, ปภาวรินทร์ ทะสอน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดความแตกต่างในด้านต้นทุน เวลา และประสิทธิภาพของการจัดส่งอาหารสดจากซัพพลายเออร์ผ่านศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้านค้า (CD) และการจัดส่งตรงจากซัพพลายเออร์ไปยังร้านค้า (DSD) ของบริษัทค้าปลีกโดยทำการเปรียบเทียบการเลือกกรณีการจัดส่งทั้ง 2 ประเภท จากการศึกษาการดำเนินงานของซัพพลาพเออร์ภายใต้การจัดส่งที่คล้ายคลึงกัน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตการปฏิบัติงานภาคสนามและการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการโดยตรง จากการศึกษาการเปรียบเทียบระหว่างการจัดส่งแบบ DSD และการจัดส่งแบบ CD พบว่าการจัดส่งแบบ DSD จะช่วยให้สินค้ามีคุณภาพและลดเวลาการจัดส่งจากซัพพลายเออร์ไปถึงหน้าร้านประมาณ 5 ชั่วโมง สินค้าที่วางขายหน้าร้านมีความสดกว่า และสินค้าเกิดความเสียหายน้อยกว่า ในขณะเดียวกันยังส่งผลให้ต้นทุนลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 1.70 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเจาะลึกลงไปจะเห็นว่า ในการเปลี่ยนรูปแบบการจัดส่ง บริษัทค้าปลีกเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุน สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ประมาณ 6.20 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ซัพพลายเออร์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 4.50 บาทต่อกิโลกรัม
การวางแผนจัดเตรียมอะไหล่และสารเคมีสำหรับการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับซี : กรณีศึกษา ผู้ให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน, พัฒนศักดิ์ ชุณห์ขจร
การวางแผนจัดเตรียมอะไหล่และสารเคมีสำหรับการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับซี : กรณีศึกษา ผู้ให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน, พัฒนศักดิ์ ชุณห์ขจร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนการวางแผนจัดเตรียมอะไหล่และสารเคมีสำหรับงานซ่อมบำรุงอากาศยานระดับซี ของผู้ให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานที่เป็นกรณีศึกษา ซึ่งประสบปัญหาในการวางแผนจัดเตรียมและคาดการณ์ความต้องการอะไหล่และสารเคมี ส่งผลให้ได้รับอะไหล่และสารเคมีล่าช้าและไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน ในขั้นตอนการออกแบบเพื่อนำไปพัฒนาโปรแกรม ได้มีการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ เช่น ประวัติการเข้าซ่อมบำรุง วงรอบการซ่อมบำรุง ข้อมูลอะไหล่และสารเคมี จากนั้นทำการสรุปขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนซ่อมบำรุงอากาศยานผ่าน IDEF0 แล้วใช้แผนภาพยูสเคส (Use Case Diagram) สรุปความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล กิจกรรมที่เกิดขึ้น รวมถึงผู้ใช้งานข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงขอบเขตในการพัฒนาโปรแกรม จากนั้นได้ดำเนินการออกแบบการคำนวณช่วงเวลาการเข้าซ่อมบำรุงครั้งถัดไปจากประวัติเพื่อให้ได้แผนซ่อมบำรุงของอากาศยานแต่ละลำ พร้อมทั้งทำการออกแบบการคำนวณความต้องการอะไหล่และสารเคมีที่สอดคล้องกับแผนและวงรอบในการจัดหาอะไหล่และสารเคมี สุดท้ายจึงได้ทำการพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาไพธอน (Python) เพื่อให้โปรแกรมสามารถ 1) เพิ่ม ลบ แก้ไข จัดเก็บข้อมูลในพื้นที่ที่กำหนด 2) คำนวณช่วงเวลาการเข้ารับการซ่อมบำรุง 3) คำนวณและออกเอกสารความต้องการอะไหล่และสารเคมี และ 4) ออกเอกสารสรุปงาน จากผลการทดสอบในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล พบว่าโปรแกรม 1) สามารถให้ผลการคำนวณที่น่าเชื่อถือ 2) สามารถเข้าถึงตัวข้อมูลได้ตรงตามที่กำหนด ลดการสร้างไฟล์ข้อมูลที่ไม่จำเป็น และ 3) สามารถออกเอกสารจากข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จากการออกแบบและพัฒนาโปรแกรม ที่สามารถคาดการณ์ความต้องการอะไหล่และสารเคมีได้ล่วงหน้า ทำให้ไม่เกิดความล่าช้าในการจัดหา ส่งผลให้ได้รับอะไหล่และสารเคมีตรงกับความต้องการในการใช้งาน ซึ่งช่วยให้สามารถส่งอากาศยานที่มีความสมควรแก่การเดินอากาศคืนให้กับสายการบินได้ตรงตามแผนการซ่อมบำรุงที่วางไว้
การเลือกที่ตั้งคลาวด์คิทเช่น ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, มธุริน อมาตยกุล
การเลือกที่ตั้งคลาวด์คิทเช่น ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, มธุริน อมาตยกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมสำหรับการสร้างคลาวด์คิทเช่น ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยได้ทำการรวบรวมข้อมูลอาคารพาณิชย์ให้เช่า ที่พักลูกค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีสินค้าญี่ปุ่นจำหน่าย และใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ในการวิเคราะห์หาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงตำแหน่งที่สามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุม และอยู่ใกล้ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีสินค้าญี่ปุ่นจำหน่าย จากผลการวิเคราะห์โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จะได้ตำแหน่งอาคารพาณิชย์ให้เช่าจำนวน 3 ลำดับแรกที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และนำข้อมูลด้านต้นทุนมาวิเคราะห์ร่วมเพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ได้แก่ ต้นทุนรวม ประมาณการรายได้ และผลตอบแทนการลงทุน รวมทั้งข้อมูลทางกายภาพต่างๆ จากผลการวิเคราะห์พบว่า อาคารพาณิชย์ให้เช่าที่เหมาะสมที่สุด คือ อาคารที่ 1 เนื่องจากมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) และอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สูงที่สุด รวมถึงใช้ระยะเวลาคืนทุน (PB) น้อยที่สุดด้วย รวมไปถึงข้อมูลทางกายภาพ ยังเป็นอาคารใหม่ มีพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ได้หลายคัน และมีตำแหน่งอยู่ใกล้ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีสินค้าญี่ปุ่นจำหน่าย เพียง 150 เมตร