Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Technology and Innovation (294)
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Social and Behavioral Sciences (88)
- Science and Technology Studies (87)
-
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Advertising and Promotion Management (1)
- Agribusiness (1)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Economics (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Growth and Development (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Industrial Organization (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Medicine and Health Sciences (1)
- Public Health (1)
- Keyword
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 181 - 210 of 929
Full-Text Articles in Business
การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล
การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเอไอแชทบอทมาใช้เป็นที่ปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ของคนไทยในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยใช้เทคโนโลยี NLP และ ChatGPT4 เพื่อให้เอไอมีการใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับการให้คำปรึกษาโดยมนุษย์ และสามารถโต้ตอบเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนไทย ได้รับคำปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อทำให้ผู้ใช้มีที่ปรึกษาด้านความรักของตนเอง อีกทั้งยังรู้สึกเสมือนได้พูดคุยกับเพื่อนที่พร้อมรับฟัง ช่วยแก้ปัญหา ปลอมประโลมจิตใจตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความรัก ความสัมพันธ์ในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมด้านความรัก รวมถึงความต้องการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ด้านความรัก จำนวน 10 คน และใช้แบบสอบถามสำรวจการยอมรับในนวัตกรรมแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน จากการสำรวจการยอมรับในแอปพลิเคชันพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักร้อยละ 94.9 จากนั้นจึงนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสารสกัดจากใบข้าว ที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน, พีรญาณ์ วรคุณพิสิฐ
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสารสกัดจากใบข้าว ที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน, พีรญาณ์ วรคุณพิสิฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่เสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้สารสกัดจากใบข้าวที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน การวิจัยได้ประเมินความต้องการของตลาด ศักยภาพของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย การยอมรับของผู้บริโภค โอกาสทางธุรกิจ และการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจถูกผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่าง 12 คน และการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 100 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาออกแบบและพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและเป้าหมายเชิงพาณิชย์ โดยผลการวิจัย พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี สามารถตอบความต้องการของตลาด โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุที่มีประวัติเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งต้องการดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เจลลี่เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ที่ผสมสารสกัดจากใบข้าวจะวางจำหน่ายในราคา 60 บาทต่อซองหรือ 1,800 บาทต่อกล่อง ผ่านช่องทางออนไลน์และร้านขายยา นอกจากนี้ เมื่อการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน พบว่า มีศักยภาพในการทำกำไร โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 17,697,198.8 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน 45.25% และระยะเวลาคืนทุนภายใน 2.54 ปี ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์เจลลี่สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ที่ผสมสารสกัดจากใบข้าวซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์, ภูวเนศวร์ แสนจิตต์
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์, ภูวเนศวร์ แสนจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้วิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ เนื่องจากแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ผู้วิจัยได้นำสารเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ที่เกิดจากเทคโนโลยีการสังเคราะห์มาใช้ในการคืนกลับเนื้อฟัน (Remineralization) และประเมินศักยภาพทางการตลาดผ่านการสัมภาษณ์สัตวแพทย์ 5 คน และสำรวจความคิดเห็นเจ้าของสุนัข 100 คน ผลการศึกษาใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์จะช่วยให้สุขภาพฟันของสุนัขดีขึ้น และต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสมเหตุสมผล ข้อสรุปสำคัญในการออกแบบกลยุทธ์คือการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายและระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินสำหรับการจ้างผลิต (OEM) ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ ด้วยเงินลงทุน 1,500,000 บาท การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินเมื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคา 350 บาท และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 5% พบว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวกที่ 1,298,261.11 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 24.17% ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) อยู่ที่ 2.76 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน สรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ โดยใช้การวิเคราะห์จากข้อมูลผ่านระบบ Recommendation System เพื่อค้นหาของขวัญให้เหมาะกับงบประมาณและความชอบของผู้รับ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในช่วงวัยทำงานและมีพฤติกรรมซื้อของออนไลน์ พบว่ามีปัญหาในการที่ต้องเลือกซื้อของขวัญภายใต้งบประมาณที่จำกัด ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ให้และผู้รับนอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาของขวัญ ทำให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นและคาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องเข้าสังคมและมีการซื้อของขวัญในแต่ละปี จํานวนทั้งสิ้น 406 คน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนมากจะมอบของขวัญในวันแสดงความยินดีต่างๆ วันเกิด และ วันปีใหม่ โดยประเภทของขวัญที่มอบให้มีหลากหลายขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ให้และความชอบของผู้รับ และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 15 คน ได้มีการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อ โดยผู้ทำแบบสำรวจได้ให้ความสนใจในการใช้แอปพลิเคชันช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ เพราะช่วยประหยัดเวลาในการหาของขวัญได้และเป็นของขวัญที่อยู่ภายใต้งบประมาณ
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช็อกโกแลตไทยเพื่อสุขภาพ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก, วีระศักดิ์ บุญวงษ์
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช็อกโกแลตไทยเพื่อสุขภาพ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก, วีระศักดิ์ บุญวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่อง "การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช็อกโกแลตไทยเพื่อสุขภาพเสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการสำรวจโอกาสทางธุรกิจเพื่อจัดทำแผนธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพ โดยใช้เครื่องมือสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมาย 10 คน และแบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมายทั่วไป 100 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีความเป็นไปได้เชิงธุรกิจที่ดีในตลาดประเทศไทย การสำรวจพบว่า 76.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเสริมโพรไบโอติก และ 42.8% มีความตั้งใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินยังแสดงผลลัพธ์เชิงบวก โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value - NPV) ที่ 27,127,406 บาท และอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return - IRR) 52% ซึ่งเป็นอัตราที่สูง ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ประมาณ 2 ปี แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพเสริมประโยชน์จากโพรไบโอติกเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพในประเทศไทย ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่สนับสนุนทั้งจากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การดำเนินการตามแผนธุรกิจที่รอบคอบและการมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคจะช่วยให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จในระยะยาว
เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย, วัชราภรณ์ ภาณุพินทุ
เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย, วัชราภรณ์ ภาณุพินทุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยเรื่องความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัสดุทางเลือกทดแทนกลิตเตอร์ที่ทำจากไมโครพลาสติก เพื่อให้ตรงกับกระแสรักษ์โลก ที่ปัจจุบันคนในสังคมมีพฤติกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จากผลการศึกษาความเป็นไปได้ด้วยการใช้เครื่องมือแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับจำนวน 60 คน พบว่า ด้านมุมมองและพฤติกรรมการเลือกใช้สีน้ำ คือ เลือกจากราคา ด้านทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีประกาย คือ คุณสมบัติของสีน้ำที่มีประกายและสีน้ำที่มีประกายควรผลิตได้จากธรรมชาติ ด้านความสนใจในผลิตภัณฑ์เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่ใช้ในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย คือ มีความปลอดภัย มีความน่าสนใจ และดีกับสิ่งแวดล้อม เพราะผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเป็นวัสดุธรรมชาติและสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยเล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ และมีความปลอดภัยต่อเด็ก สามารถส่งเสริมพัฒนาการสร้างสรรค์ของเด็กต่อไปได้ในอนาคต
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผสมสครับจากวัสดุเกล็ดเปลือกหอยแมลงภู่แทนที่พลาสติกไมโครบีดส์, ศิขริน ศุภชนานนท์
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผสมสครับจากวัสดุเกล็ดเปลือกหอยแมลงภู่แทนที่พลาสติกไมโครบีดส์, ศิขริน ศุภชนานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผสมสครับจากวัสดุเกร็ดเปลือกหอยแมลงภู่แทนที่พลาสติกไมโครบีดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีและการตลาดของผลิตภัณฑ์ โดยศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่าเทคโนโลยีสครับจากเกล็ดเปลือกหอยแมลงภู่เป็นนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติ 100% และมีคุณสมบัติในการบำรุงผิว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและขัดผิวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน และมีความสนใจในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุ 25-34 ปี มีความสนใจในนวัตกรรมสบู่เหลวแบบสครับจากเกร็ดเปลือกหอยแมลงภู่ และให้ความสำคัญกับคุณสมบัติความชุ่มชื้น ไม่ระคายเคืองผิว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความล้างออกง่าย การประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์พบว่าเทคโนโลยีสครับจากเกร็ดเปลือกหอยแมลงภู่มีความพร้อมใช้งานจริง และมีศักยภาพในการทำกำไรในตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต นอกจากนี้ การวิจัยยังเน้นย้ำถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะเปลือกหอยแมลงภู่ และเสนอแนะการนำเปลือกหอยแมลงภู่มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและแนวทางการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือเพื่อสูงอายุ, ศุภวิชญ์ ถือคง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและแนวทางการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือเพื่อสูงอายุ, ศุภวิชญ์ ถือคง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจและแนวทางการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยเหลือสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากปี พ.ศ. 2548 ระบุว่าประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปี เป็นต้นไป) อยู่ที่ 10.4% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2566 สัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20.08% แสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มลูกหลานมีความต้องการให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยป้องกันอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน งานศึกษาชิ้นนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไปจำนวนทั้งหมด 20 คน เพื่อศึกษาถึงความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้เครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุ ต่อมาคือการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านการสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มบุคคลทั่วไปจำนวนทั้งหมด 200 คน เพื่อทำความเข้าใจในการใช้เครื่องมือช่วยเหลือของผู้สูงอายุได้ลึกซึ่งมากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาพบว่ามีปัจจัยสำคัญสำคัญทั้งหมด 3 ปัจจัย คือ 1) การใช้งานเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้สูงอายุ 2) ความต้องการของฟังก์ชั่นในเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุ และ 3) รูปทรงของเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบพกพา นอกจากนี้การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุมีความต้องการเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและมีความปลอดภัยสูง รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน จากผลการศึกษาทำให้ได้แนวทางในการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและส่งเสริมการใช้งานเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบพกพาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามปัจจัยสำคัญต่าง ๆ โดยมีการพัฒนาแบบจำลองผลิตภัณฑ์แนวความคิด (Conceptual Product) ออกมาเป็นรูปแบบนาฬิกาข้อมือ ซึ่งได้มีการนำแบบจำลองเครื่องมือช่วยเหลือผู้สูงอายุแบบพกพา มาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาดและโอกาสในการต่อยอดออกสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาต้นแบบเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงินเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ด้านการเงิน, นรวิชญ์ ธารากิจ
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาต้นแบบเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงินเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ด้านการเงิน, นรวิชญ์ ธารากิจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัย เรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาต้นแบบเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงินเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ด้านการเงิน มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยและศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน โดยผู้วิจัยมีการพัฒนาแบบจำลองเกมการเรียนรู้ด้านการเงิน เพื่อช่วยสร้างเสริมความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้านการเงิน รวมถึงการลดความเสี่ยงและความล้มเหลวที่อาจเกิดจากการบริหารการเงิน โดยงานวิจัยฉบับนี้ได้มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งาน ช่วงอายุระหว่าง 18-30 ปี คือ นักศึกษาและคนวัยทำงาน จำนวน 330 กลุ่มตัวอย่าง เพื่อนำมาพัฒนาแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน พบว่า ปัจจัยต่างที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับนวัตกรรมเกมเพื่อการเรียนรู้ ได้แก่ (1) ความคาดหวังต่อการเรียนรู้ผ่านเกม (2) คาดหวังต่อการเรียนรู้และความเข้าใจในเนื้อหา (3) คาดหวังต่อการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน และ (4) ความคาดหวังของผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 3.78 ซึ่งอยู่ในระดับที่มาก โดยผู้ใช้งานยังชื่นชอบและพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ และในส่วนของการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน ยังพบว่า เกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน สามารถนำไปใช้เพื่อให้ความรู้ด้านการเงินกับผู้เรียนได้จริง
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปเพื่อแนะนำและจัดองค์ประกอบด้านการถ่ายภาพอัตโนมัติ, ขวัญชัย ว่องพิสุทธิพงศ์
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปเพื่อแนะนำและจัดองค์ประกอบด้านการถ่ายภาพอัตโนมัติ, ขวัญชัย ว่องพิสุทธิพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการรับรู้ถึงปัญหาในการถ่ายภาพและการตกแต่งรูปภาพที่เกินจริง ซึ่งส่งผลต่อความไม่มั่นใจในตนเอง ผู้วิจัยจึงได้เสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปเพื่อแนะนำและจัดองค์ประกอบด้านการถ่ายภาพอัตโนมัติ ที่จะช่วยให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อช่วยให้มีความมั่นใจ สะดวกรวดเร็ว และมีโอกาสได้รูปภาพที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีและแนวคิดที่ทันสมัย งานศึกษาฉบับนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ และมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คน เพื่อศึกษาหาปัจจัยต่างๆในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูป และได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ IOC จากผู้ที่เชี่ยวชาญในการจัดองค์ประกอบด้านรูปภาพต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือวิจัยที่ใช้นั้นถูกต้องเหมาะสม ซึ่งพบว่าการแนะนำในการจัดองค์ประกอบภาพของแอปพลิเคชันนั้นสามารถช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ายภาพ ได้รูปภาพที่สวยงามมากขึ้น รวมถึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสไตล์การถ่ายรูปของแต่ละบุคคลได้ และได้นำข้อมูลการค้นพบปัจจัยต่างๆ รวมถึงข้อกังวลไปพัฒนาต่อและทำการศึกษาในประเด็นสำคัญต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อให้แอปพลิเคชันดังกล่าวเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้ดียิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานวิจัยฉบับนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อวงการการถ่ายภาพและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถ่ายภาพได้มากขึ้น
การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของแผ่นรองเท้าอัจฉริยะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเท้าจากเท้าเบาหวาน, ศุภณัช งามประภาวัฒน์
การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของแผ่นรองเท้าอัจฉริยะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเท้าจากเท้าเบาหวาน, ศุภณัช งามประภาวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลเท้าจากโรคเบาหวานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วย ถึงแม้ว่าจะมีนวัตกรรมทางผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันแผลเท้าเบาหวานที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถลดการสูญเสียอวัยวะและการสูญเสียชีวิต ความชุกของผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาของ IDF Diabetes atlas พยากรณ์ว่าจะมีผู้ป่วยจำนวนมากถึง 782 ล้านคน ภายในปีคริสต์ศักราช 2045 การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของแผ่นรองเท้าอัจฉริยะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเท้าจากเท้าเบาหวานมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการยอมรับผลิตภัณฑ์ผ่านระเบียบการวิจัย โดยอาศัยข้อมูลจากทุติยภูมิจากการศึกษาข้อมูลทางการตลาด การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เชิงลึก การศึกษาความยอมรับผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ใหม่ การศึกษาวิจัยได้ทราบถึงแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองและคุณสมบัติรวมทั้งความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์ในเชิงปฎิบัติ ทั้งนี้การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ช่วยทำให้ผู้วิจัยเข้าใจความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ เทคโนโลยีทางการพิมพ์สามมิติ เทคโนโลยีทางวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีทางเซนเซอร์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีศักยภาพทางธุรกิจและการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องอย่างองค์รวมผ่านการจัดทำแบบจำลองทางธุรกิจ (business model canvas) การวิเคราะห์ข้อมูลจากการเก็บแบบสอบถามด้วยสถิติเชิงพรรณา การหาสหสัมพันธ์และการหาสมการถดถอย บทสรุปของผลิตภัณฑ์โดยการเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านการจัดตั้งบริษัท ฮิวทูนี โพรเทคชั่น เมดดิคอล จำกัด โดยการจัดทำประมาณการทางการเงินในระยะ 5 ปี สามารถคำนวณความน่าสนใจทางการเงินได้ดังนี้ ค่า net present value (NPV) อยู่ที่ 3,679,889.46 บาท ค่า internal rate of return ที่ร้อยละ 32.77 และสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี 6 เดือน เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตระยะยาว ทางบริษัทได้วางกลยุทธ์เชิงองค์กร โดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนและปรับโครงสร้างทางธุรกิจสู่กิจการในลักษณะโฮลดิ้งคอมพานี (holding company) เพื่อรองรับการขยายขอบเขตกิจการสู่ต่างประเทศและการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์อย่างองค์รวม เพื่อให้สามารถบรรลุตามค่านิยมขององค์กรของการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นและสามารถช่วยให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนสืบไป
ปัจจัยความเสี่ยงขาลงขีดสุด และผลตอบแทนของเงินสกุลดิจิทัล, เพชรรัตน์ ปิ่นแก้ว
ปัจจัยความเสี่ยงขาลงขีดสุด และผลตอบแทนของเงินสกุลดิจิทัล, เพชรรัตน์ ปิ่นแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาปัจจัยความเสี่ยงขาลงขีดสุดของสกุลเงินดิจิทัล(CEDR) สามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของสกุลเงินดิจิทัลซึ่งประเมินโดยการควบคุมปัจจัยความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัลพื้นฐาน ประกอบด้วยปัจจัยความเสี่ยงจากตลาดของสกุลเงินดิจิทัล(CMKT) ปัจจัยความเสี่ยงจากขนาดของเงินสกุลดิจิทัล(CSMB) และปัจจัยความเสี่ยงจากโมเมนตัมของเงินสกุลดิจิทัล(CMOM) จากการวิเคราะห์การถดถอยในแบบจำลอง 3 ปัจจัยของสกุลเงินดิจิทัล และใช้ทฤษฎีค่าเอ็กซ์ทรีมซ์(EVT) โดยการใช้การแจกแจงค่าสุดขีดวางนัยทั่วไป(GEV) เป็นตัวแทนปัจจัยความเสี่ยงขาลงขีดสุดของสกุลเงินดิจิทัล(CEDR) ใช้แบบจำลอง 4 ปัจจัยของสกุลเงินดิจิทัล โดยเพิ่มปัจจัยความเสี่ยงขาลงขีดสุดของสกุลเงินดิจิทัล(CEDR) จากแบบจำลอง 3 ปัจจัยของสกุลเงินดิจิทัล เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์อัตราผลตอบแทนส่วนเกินที่คาดหวังของสกุลเงินดิจิทัล งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลการซื้อขายเงินสกุลดิจิทัล ระหว่าง เดือนมกราคม พ.ศ.2557 ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 จำนวน 1,387 เหรียญ ผลการศึกษาพบว่าการจัดกลุ่มเงินสกุลดิจิทัลตามปัจจัยความเสี่ยงขาลงขีดสุด(CEDR) สามารถให้อัตราผลตอบแทนส่วนเกินเฉลี่ยแตกต่างจากศูนย์อย่ามีนัยสำคัญทางสถิติ เช่นเดียวกับการจัดกลุ่มโดยใช้เกณฑ์จากปัจจัยความเสี่ยงพื้นฐานของเงินสกุลดิจิทัล อีกทั้งยังให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 4.22 ต่อสัปดาห์ และสามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนส่วนเกินเฉลี่ยของเงินสกุลดิจิทัลได้เกือบทุกกลุ่มการลงทุน เมื่อทดสอบความสามารถการอธิบายอัตราผลตอบแทนส่วนเกินของเงินสกุลดิจิทัลจากการใช้แบบจำลอง 4 ปัจจัยของสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ยังพบว่าแบบจำลอง 4 ปัจจัยของสกุลเงินดิจิทัลสามารถอธิบายอัตราผลตอบแทนส่วนเกินของกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลได้เหนือกว่าแบบจำลอง 3 ปัจจัยของสกุลเงินดิจิทัล เมื่อพิจารณาโดยค่า R2
การคำนวณเบี้ยประกันภัยของการประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์ร่วมกับตราสารสิทธิเงินรายปีรับรอง, ธนาคม มุขประดับ
การคำนวณเบี้ยประกันภัยของการประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์ร่วมกับตราสารสิทธิเงินรายปีรับรอง, ธนาคม มุขประดับ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อคำนวณเบี้ยประกันภัยแบบจ่ายครั้งเดียวของการประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์ที่แนบท้ายด้วยตราสารสิทธิเงินรายปีรับรอง ของผู้เอาประกันภัยที่อายุ 30 ปี 35 ปี 40 ปี 45 ปีและ 50 ปี ภายใต้การประมาณค่าพารามิเตอร์และพยากรณ์ค่าอัตรามรณะด้วยตัวแบบลี-คาร์เตอร์ (Lee-Carter Model) โดยใช้ข้อมูลจำนวนประชากรกลางปีและจำนวนประชากรที่ตายระหว่างปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2565 จำแนกตามรายอายุและเพศ การประมาณค่าพารามิเตอร์และพยากรณ์อัตราดอกเบี้ยด้วยตัวแบบวาซิเซก (The Vasicek Model) โดยใช้ข้อมูลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยระหว่างปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2565 และการประมาณค่าพารามิเตอร์และพยากรณ์ผลตอบแทนกองทุนรวม โดยใช้ข้อมูลราคาปิดของกองทุนรวม 15 กองทุน ระหว่างปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2565 ผลการศึกษาพบว่า เบี้ยประกันภัยแบบจ่ายครั้งเดียวของการประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์ในแต่ละสัดส่วนการลงทุนมีค่าเพิ่มสูงขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันภัยที่มากขึ้น อีกทั้ง ภายใต้สัดส่วนการลงทุนที่เท่ากันเบี้ยประกันภัยของเพศชายมีค่ามากกว่าเบี้ยประกันภัยของเพศหญิงในช่วงอายุเดียวกัน และเบี้ยประกันภัยจะมีค่าแปรผันตามสัดส่วนการลงทุน สำหรับเบี้ยประกันภัยแบบจ่ายครั้งเดียวของตราสารสิทธิเงินรายปีรับรองมีค่าเพิ่มสูงขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันที่มากขึ้น โดยที่เบี้ยประกันภัยของเพศชายจะมีค่ามากกว่าเบี้ยประกันภัยของเพศหญิงในช่วงอายุเดียวกันและสัดส่วนการลงทุนที่เท่ากัน และเบี้ยประกันภัยจะมีค่าแปรผันตามสัดส่วนการลงทุน
การกำหนดตราสารหนี้ผู้มีชีวิตรอดที่อ้างอิงการเสียชีวิตของประชากรไทยด้วยตัวแบบลี – คาร์เตอร์ ร่วมกับการปรับด้วยลาสโซ่, ธนกฤต เตชะเทียมจันทร์
การกำหนดตราสารหนี้ผู้มีชีวิตรอดที่อ้างอิงการเสียชีวิตของประชากรไทยด้วยตัวแบบลี – คาร์เตอร์ ร่วมกับการปรับด้วยลาสโซ่, ธนกฤต เตชะเทียมจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการพยากรณ์อัตรามรณะไทยระหว่างตัวแบบลี - คาร์เตอร์ซึ่งสร้างขึ้นด้วยข้อมูลอัตรามรณะที่ปรับและไม่ได้ปรับความราบเรียบด้วยเทคนิค LASSO – type regularization และนำตัวแบบลี-คาร์เตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดไปใช้พยากรณ์อัตรามรณะไทยระหว่างปี พ.ศ. 2565 ถึงปี พ.ศ. 2589 นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้นำอัตรามรณะที่พยากรณ์ได้ไปใช้การกำหนดราคาตราสารหนี้ผู้มีชีวิตรอดซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่มีมูลค่าคูปองขึ้นกับจำนวนประชากรที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันภัยจะมีชีวิตยืนยาวสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญให้แก่บริษัทประกันชีวิตได้อีกด้วย ผลการวิจัยพบว่า ตัวแบบลี-คาร์เตอร์ซึ่งสร้างขึ้นด้วยข้อมูลที่ปรับความราบเรียบด้วยเทคนิค LASSO – type regularization มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์อัตรามรณะไทยมากกว่าตัวแบบตัวแบบลี-คาร์เตอร์ซึ่งสร้างขึ้นด้วยข้อมูลอัตรามรณะที่ไม่ได้ปรับความราบเรียบด้วยเทคนิค LASSO – type regularization อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถลดค่าความคลาดเคลื่อน MAPE ได้มากกว่า 30% และจากค่าพยากรณ์อัตรามรณะระหว่างปี พ.ศ. 2565 ถึงปี พ.ศ. 2589 พบว่าอัตรามรณะทุกอายุและทุกเพศมีแนวโน้มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยช่วงอายุน้อย ๆ จะมีการลดลงของอัตรามรณะมากกว่าช่วงสูงอายุ และจากการกำหนดราคาตราสารหนี้ผู้มีชีวิตรอดพบว่าเพศชายจะมีราคาตราสารหนี้ผู้มีชีวิตรอดต่ำกว่าเพศหญิง ซึ่งเป็นผลมาจากความเสี่ยงที่เพศหญิงจะมีอายุยืนยาวมีค่ามากกว่าเพศชาย
การคำนวณเบี้ยประกันชีวิตแบบจ่ายครั้งเดียวของกรมธรรม์ประกันภัยแบบอิควิตี้ลิ้งสำหรับคนอายุ 25-65 ปี โดยใช้อัตรามรณะไทย, เกตน์นิภา หล่อประเสริฐ
การคำนวณเบี้ยประกันชีวิตแบบจ่ายครั้งเดียวของกรมธรรม์ประกันภัยแบบอิควิตี้ลิ้งสำหรับคนอายุ 25-65 ปี โดยใช้อัตรามรณะไทย, เกตน์นิภา หล่อประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคำนวณเบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ประกันภัยแบบอิควิตี้ลิ้งสำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 25 ปี ถึง 65 ปี ที่ระยะเวลาความคุ้มครอง 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี โดยส่วนแรกประมาณและพยากรณ์ค่าอัตรามรณะของประชากรไทยด้วยตัวแบบลี-คาร์เตอร์ ส่วนที่สองประมาณอัตราดอกเบี้ยและราคาพันธบัตรที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยด้วยตัวแบบวาซิเซก ส่วนที่สามประมาณมูลค่าคอลออปชั่นด้วยตัวแบบแบล็คโชลส์ และส่วนสุดท้ายคำนวณเบี้ยประกันชีวิต ข้อมูลที่ใช้ ได้แก่ ข้อมูลจำนวนประชากรปลายปีและจำนวนประชากรที่เสียชีวิตระหว่างปี พ.ศ. 2540 ถึง พ.ศ. 2565 แบบแยกเพศและตามอายุ จากกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย จากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และข้อมูลอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรสหรัฐอเมริกาและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง จากเว็บไซต์ investing.com ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ข้อมูลดัชนีราคาหุ้นของดัชนี SET50 ดัชนี HANG SENG และดัชนี NASDAQ100 ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565 จากเว็บไซต์ investing.com ผลการศึกษาค่าอัตรามรณะของประชากรไทย มีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ผ่านไป โดยค่าอัตรามรณะของเพศชายมีค่าสูงกว่าเพศหญิง โดยผลของการคำนวณเบี้ยประกันชีวิตพบว่า เมื่อกรมธรรม์มีระยะเวลาความคุ้มครองมากขึ้น เบี้ยประกันชีวิตจะมีค่าลดลง สำหรับกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาความคุ้มครองเท่ากันพบว่า เบี้ยประกันชีวิตของผู้เอาประกันภัยที่อายุน้อยมีค่ามากกว่าผู้เอาประกันภัยที่อายุมาก และเบี้ยประกันชีวิตของเพศหญิงมีค่ามากกว่าของเพศชาย ดังนั้นการประกันชีวิตแบบอิควิตี้ลิ้งเหมาะสำหรับกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองระยะยาวและผู้เอาประกันภัยที่อายุมาก
How Avoiding Positions During Macroeconomic News Announcement Periods Enhances Gold Trading Strategies, Patipan Piyakulmala
How Avoiding Positions During Macroeconomic News Announcement Periods Enhances Gold Trading Strategies, Patipan Piyakulmala
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigates the impact of macroeconomic news announcements on trading performance and evaluates the efficacy of avoiding trades during these periods. The study employs three trading strategies: Exponential Moving Average (EMA), Moving Average Convergence Divergence (MACD), and Momentum, analyzing their performance across eight major news events: Non-Farm Payrolls (NFP), Consumer Price Index (CPI) for the US and China, ISM Manufacturing Index (ISM), Industrial Production (IP) for the US and China, German IFO Business Climate, and EU Interest Rates. Utilizing a multifactor regression model, we assess the return performance of trades avoided during news announcements, incorporating control variables such as …
Underpricing And Overpricing Of Stocks Following Extreme Returns: Evidence Of Thailand, Manasnant Tejahwandee
Underpricing And Overpricing Of Stocks Following Extreme Returns: Evidence Of Thailand, Manasnant Tejahwandee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates how investors in Thailand's stock market react to extreme losses and gains, focusing on underpricing and overpricing phenomena. The objective is to analyze these market behaviors and trading strategies comprehensively. We employ statistical methods, including the Carhart four-factor model, to assess risk-adjusted performance and explore the effects of capital gains overhang and investor sentiment on stock returns. Our methodology involves forming quintile portfolios based on extreme loss and gain returns, using Winsorizing to handle outliers. We analyze both raw and cumulative returns, comparing stocks with the highest and lowest extreme returns. Additionally, we examine the influence of …
National Elections And Volatility Of Stock Returns, Case Study Of Thailand, Sirawit Triyasuk
National Elections And Volatility Of Stock Returns, Case Study Of Thailand, Sirawit Triyasuk
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explores how electoral factors, including final week surprises, political donations, pre-election polls, election results, and prime minister vote outcomes, affect the volatility of stocks return which are listed on the Thai Stock Exchange. Employing regression models, it assesses how these elements impact market fluctuations, revealing that unexpected events and significant political contributions during election weeks crucially affect market stability differently. The findings indicate that pre-election polls and political donations significantly contribute to increased market volatility. This suggests that during election periods, heightened political activity and financial contributions can lead to greater uncertainty in financial markets, providing key insights …
การปรับปรุงการพยากรณ์ยอดขายสำหรับสินค้าที่อยู่ในช่วงถดถอย กรณีศึกษา: บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ขวัญดาว ทรัพย์เมือง
การปรับปรุงการพยากรณ์ยอดขายสำหรับสินค้าที่อยู่ในช่วงถดถอย กรณีศึกษา: บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ขวัญดาว ทรัพย์เมือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรุ่นหนึ่งๆ นั้นมีวงจรชีวิตของผลิตสั้นลงเรื่อยๆ สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องของลูกค้า ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเองจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน จากการศึกษาผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะของสินค้า คือ เครื่องอบผ้า เครื่องซักผ้าฝาบน และเครื่องซักผ้าฝาหน้า พบปัญหาการพยากรณ์ยอดขายสินค้าที่ยังไม่ดีเท่าที่ควรจึงส่งผลทำให้บริษัทแบกรับค่าใช้จ่ายของการถือครองสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัยค่อนข้างสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการพยากรณ์ยอดขายเพื่อลดมูลค่าการถือครองสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัย โดยวัดผลความแม่นยำจากค่า Mean Absolute Percentage Error (MAPE) โดยเปรียบเทียบระหว่างวิธีแบบดั้งเดิม วิธี Autoregressive Integrated Moving Average (ARIMA) และวิธีการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple regression analysis) ค่าความคลาดเคลื่อนจากการพยากรณ์เฉลี่ย พบว่าวิธีการพยากรณ์แบบการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยที่เครื่องอบผ้ามีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 4 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales), ค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price), รุ่นของสินค้า (Series 700), และขนาดถังซัก 7 กิโลกรัม ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 17 เครื่องซักผ้าฝาหน้ามีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 3 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales), ค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price) และขนาดถังซัก 10 กิโลกรัม ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 27 และเครื่องซักผ้าฝาบน มีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 2 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales) และค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price) ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 14 และมูลค่าของสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัยช่วงเดือนตุลาคม 2023 ถึง มีนาคม 2024 ของเครื่องอบผ้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 11 เครื่องซักผ้าฝาหน้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 12 และเครื่องซักผ้าฝาบน ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 14 ตามลำดับ
การศึกษาต้นทุนการทดแทนเรือตรวจการณ์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ, คุณาธิป หวังจิตต์
การศึกษาต้นทุนการทดแทนเรือตรวจการณ์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ, คุณาธิป หวังจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนปฏิบัติการของเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับของกองทัพเรือ ซึ่งประกอบด้วยต้นทุนเงินลงทุน ต้นทุนการบริหาร และต้นทุนการปฏิบัติการ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลรายงานสถานะของเรือ รายงานความสิ้นเปลืองของเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับ รายงานสถิติ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และนำข้อมูลมา ทำการวิเคราะห์เพื่อให้ทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับ เป็นเงิน บาทต่อวัน ผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนปฏิบัติการของเรือ ต.113 มีต้นทุนเฉลี่ย 109,646.74 บาทต่อวัน ต้นทุนปฏิบัติการของ เรือ ต.997 มีต้นทุนเฉลี่ย 150,192.48 บาทต่อวัน และในส่วนของอากาศยานไร้คนขับรุ่น RQ-21 A Blackjack มีต้นทุนเฉลี่ย 228,890.85 บาทต่อวัน อากาศยานไร้คนขับรุ่น Schiebel Camcopter S – 100 มีต้นทุนเฉลี่ย 255,982.03 บาทต่อวัน การทราบต้นทุนปฏิบัติการของเรือตรวจการณ์และอากาศยานไร้คนขับของกองทัพเรือจะทำให้กองทัพเรือตัดสินใจเลือกใช้เรือตรวจการณ์หรืออากาศยานไร้คนขับออกปฏิบัติราชการและใช้ในการวางแผนปฏิบัติการให้เหมาะสมกับพื้นที่ปฏิบัติงาน สอดคล้องกับความมุ่งหวังของภารกิจของกองทัพเรือในแต่ละปีงบประมาณได้อย่างประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับ
การกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมกรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทเบียร์ Abc, ชานนท์ จันทรศรี
การกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมกรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทเบียร์ Abc, ชานนท์ จันทรศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาปริมาณพัสดุบรรจุคงคลังสูงเกินความจำเป็นในขณะที่ยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้อยู่ในระดับมากกว่าที่ 95% โดยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายศึกษาจากการวิเคราะห์ ABC Analysis มาเป็นพัสดุบรรจุกล่องลูกฝูกที่มีมูลค่าสูงสุดทั้งหมด 2 รายการ โดยการกำหนดนโยบายการสั่งซื้ออย่างเหมาะสมจะใช้การกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ จุดสั่งซื้อใหม่ และต้นทุนรวมซึ่งเป็นผลลัพธ์จากต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนการจัดเก็บพัสดุบรรจุคงคลัง โดยใช้ข้อมูลปริมาณการใช้งานย้อนหลัง 12 เดือนในการวิเคราะห์ จากผลการศึกษาของบริษัทกรณีศึกษาในการเปรียบเทียบของแผนการผลิตต่อนโยบายพัสดุบรรจุ พบว่านโยบาย ROP อาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อนโยบายการสั่งพัสดบรรจุที่มีแผนการผลิตมีการเปลี่ยนแปลง (Revise) ในทุกๆสัปดาห์ใ นการทบทวนแผนการผลิตอาจจะจำเป็นจะต้องมีการทบทวนเป็นรายสัปดาห์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อเดือน เนื่องจากจะได้มีการเปรียบเทียบ Actual ตอแผนการผลิตที่เกิดขึ้นเป็นรายสัปดาห์ โดยพบว่าพัสดุบรรจุจำนวน 2 ประเภท คือ กล่องลูกฝูก 620ml พบว่า เมื่อการการทบทวนนโยบายใหม่ในการสั่งพัสดุบรรจุทุกสัปดาห์ต้นทุนรวมลดลงถึง 23% ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้ 48% เมื่อเทียบกับนโยบายเดิม และกล่องลูกฝูก 320ml เมื่อการการทบทวนนโยบายใหม่ในการสั่งพัสดุบรรจุทุกสัปดาห์ต้นทุนรวมลดลงถึง 46% ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้ 62% โดย 2 ประเภทนี้ยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้อยู่ในระดับมากกว่าที่ 95%
ปัจจัยการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุดขาย (Pos): กรณีศึกษา บริษัท Abc, ชานน ดาราไก
ปัจจัยการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุดขาย (Pos): กรณีศึกษา บริษัท Abc, ชานน ดาราไก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุด ขายและหาแนวทางการป้องกันการไม่ส่งคืนอุปกรณ์ ณ จุด ขายเพื่อให้ผู้ให้บริการเช่าซื้ออุปกรณ์ ณ จุด ขาย นำไปใช้พัฒนามาตรการป้องกันและติดตามตรวจสอบการคืนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวบรวมสถิติข้อมูลร้านค้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 2566 ที่มีการเช่าซื้ออุปกรณ์ ณ จุด ขาย ผลการวิจัยพบว่า ธุรกิจประเภทร้านอาหารมีความเสี่ยงสูงต่อการไม่คืน อุปกรณ์ ณ จุด ขาย มากกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะร้านอาหารประเภทยำ รวมถึงระยะเวลาการเช่าที่ยาวนานขึ้น ส่งผลต่อการคืน อุปกรณ์ ณ จุด ขาย เนื่องจากยิ่งผ่อนชำระนานเท่าไร ร้านค้ายิ่งใกล้โอกาสการเป็นเจ้าของ อุปกรณ์ ณ จุด ขาย มากขึ้นเท่านั้น และจะเป็นเจ้าของเมื่อ เช่าซื้อครบ 36 เดือน เชื่อมโยงกับจำนวนครั้งที่ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า ดังนั้นลูกค้าที่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้บ่อยครั้ง มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ส่งคืนอุปกรณ์ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ตั้งอยู่แบบเดี่ยว(Stand-alone) มีโอกาสไม่คืนอุปกรณ์สูงที่สุดมากกว่าร้านที่ตั้งในห้างสรรพสินค้าหรือตามตลาดนัด ดังนั้นการทราบถึงปัจจัยเหล่านี้ที่มีผลเหล่านี้ ทางบริษัทสามารถนำปัจจัยเหล่านี้ ไปปรับปรุงนโยบายและวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันและติดตามตรวจสอบการคืนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย
การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการใช้โปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์ (Excel Solver) ในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์สำหรับหาตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมของศูนย์กระจายสินค้าและวิเคราะห์หาความคุ้มทุนการตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งหรือต้นทุนต่ำที่สุดและนำข้อมูลด้านปัจจัยมาวิเคราะห์ร่วม ผลจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในการตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ คือ จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีความหนาแน่นของปริมาณพัสดุขาเข้ามากที่สุดและมีความคุ้มทุนในการดำเนินงาน โดยต้นทุนเฉลี่ยและต้นทุนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากมีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษาโดยใช้กระบวนการลำดับขั้นเชิงวิเคราะห์ พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุด 3 อันดับแรก คือ ปัจจัยด้านการขนส่ง ปัจจัยด้านการเงิน และปัจจัยด้านแรงงาน คิดเป็น 63 เปอร์เซ็นของค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยทั้งหมด ผลการวิเคราะห์มีความสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ได้จากเอ็กเซล โซลเวอร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลการลงทุนในการเปิดศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้โดยโปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์
การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ
การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งทางทะเล ความไม่สมดุลของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าอันเป็นปัญหาที่เป็นหนึ่งในปัญหาหลักของธุรกิจสายเรือและเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการศึกษาความไม่สมดุลนี้มีการศึกษาท่าเรือทั้งหมด 7 แห่ง ศึกษาสถานะของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าในแต่ละสัปดาห์และข้อมูลการพยากรที่มีการจัดทำล่วงหน้า รวมถึงศึกษาเส้นทางตารางเรือ เพื่อนำไปสร้างแบบจำลองสำหรับการวางแผนขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่า วัตถุประสงค์ของแบบจำลองคือหาจำนวณและเส้นทางที่ให้ค่าดีที่สุดที่เป็นไปได้โดยนำข้อจำกัดด้านการขนส่งอย่างตารางเวลาของเรือและจำนวณระวางสำหรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่สามารถใช้ในการขนส่งได้สูงสุดเพื่อให้ได้กำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงสุด แบบจำลองนี้ใช้การทดลองด้วยการใช้ Solver เพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของแต่ละความเป็นไปได้ ทั้งนี้แบบจำลองที่สร้างขึ้นนี้จะสามารถนำไปช่วยผู้ปฏิบัติงานในการวางแผนการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่ขนส่งระหว่างท่าที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของตู้เปล่าของแต่ละท่าภายใต้ข้อจำกัดในด้านการขนส่ง ซึ่งผลที่ได้จากแบบจำลองเทียบกับการขนย้ายที่เกิดขึ้นจริงจากการวางแผนด้วยประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลองให้ค่ากำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมากกว่าการขนย้ายจริง ทั้งนี้มีการทดสอบแบบจำลองซ้ำเพื่อยืนยันผลจากแบบจำลอง พบว่าทุกแบบจำลองให้ค่าที่ดีกว่าผลของการวางแผนโดยผู้ปฏิบัติงาน
การประเมินข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าสาธารณะ, ธรรมยศ จำปาทิพย์พงศ์
การประเมินข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าสาธารณะ, ธรรมยศ จำปาทิพย์พงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงส์เพื่อเพื่อศึกษาข้อร้องเรียนและประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อใช้หาแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะ โดยใช้ข้อมูลจากข้อร้องเรียนของผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะสายสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) นำมาพัฒนาแบบบสอบถาม ซึ่งออกแบบตามหลัก SERVQUAL Model เพื่อสอบถามและเก็บข้อมูลผู้โดยสารแล้วจึงนำข้อมูลจากแบบสอบถามมาหาค่าช่องว่างของการให้บริการ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดลำดับความต้องการของผู้โดยสารพร้อมทั้งความต้องการ และแนวทางการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อลดช่องว่างการให้บริการ โดยจากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เคยใช้บริการจำนวน 400 คนพบว่า ความคาดหวังโดยรวมของมิติการให้บริการทั้ง 5 มิติมีคะแนนอยู่ที่ 4.1 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง และคุณภาพที่ผู้ใช้บริการได้รับโดยรวมของมิติการให้บริการทั้ง 5 มิติมีคะแนนอยู่ที่ 3.6 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงเช่นกัน จากการวิเคราะห์แบบสอบถามพบว่าความต้องการของผู้โดยสารที่สำคัญที่สุด ที่ต้องการให้ผู้ให้บริการปรับปรุงคือเรื่องการจัดการและความสะดวกในการเข้าถึง ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ และการจัดการการจราจร ดังนั้นการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าควรคำนึงถึงการปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ เพื่อลดช่องว่างในการให้บริการนอกจากนี้ แต่หากผู้ให้บริการรถไฟฟ้าได้ทำตามมาตรฐานการให้บริการที่กำหนดแล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความสมเหตุสมผลและได้รับการยอมรับระดับสากลแล้ว ผู้ใช้บริการควรมองปัญหาและสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมมองของผู้ให้บริการเพื่อให้สามารถใช้บริการได้อย่างพึงพอใจและมีคุณภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย
แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก
แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกรณีที่บริษัทกรณีศึกษา ไม่สามารถจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ให้เพียงพอต่อความต้องการส่งออก ของกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ใน 3 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางไทย-เอเชีย เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย และเส้นทางไทย-แอฟริกา โดยใช้แบบสอบถาม(Questionnaire Survey) ถึงแนวทางการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต 2 ตู้ เน้นที่ระดับการยอมรับได้เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของผู้ส่งออกใน 3 รายการหลัก คือ ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์(Freight) ค่าภาระค่าภาระยกขน/เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ภายในท่า(THC) และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 24 บริษัท ที่มีปริมาณการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต มากกว่า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นไปในระยะเวลา 1 ปี จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดมากกว่า 300 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61 ของจำนวนการจองตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต เพื่อใช้ในการส่งออก เฉพาะกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง พบว่า เมื่อมีการเสนอใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกลุ่มสินค้าดังกล่าว เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย (ร้อยละ 29 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะกลาง มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่ผู้ส่งออกจะยอมรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในค่าระวาง ค่าTHC และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด เส้นทางไทย-แอฟริกา (ร้อยละ 33 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะไกล มีการยอมรับในค่าระวาง และค่าTHC ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด แต่ยอมรับในค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นได้เพียงร้อยละ 50 ของผู้ส่งออกในเส้นทางนี้ และ เส้นทางไทย-เอเชีย (ร้อยละ 38 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะสั้นที่สุด และมีส่วนต่างของค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตและขนาด 40 ฟุตน้อยที่สุด …
Impact Of Fund Manager Characteristics On Thailand Domestic Equity Mutual Fund Performance, Krisana Rathanit
Impact Of Fund Manager Characteristics On Thailand Domestic Equity Mutual Fund Performance, Krisana Rathanit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper aims to reconsider whether mutual funds managers’ characteristics, including gender, working experience (tenure), and CFA designation, affect the fund risk-adjusted performance, using the Thai open-ended domestic equity funds from 2018 to 2023. The first objective is to examine whether each fund manager characteristic impacts the fund risk-adjusted performance (alpha), including Jensen’s, 3-factor Fama French, and 5-factor Fama French alpha, using the pooled ordinary least square (OLS) regression. The alphas are estimated over the 24-month rolling window. The second objective of the study, as the extension of the first objective, is to examine the fund performance persistence over the …
“The Dual Impact Of Transportation Infrastructure And Telecommunication Technology On Analyst Coverage And Forecast Accuracy: Evidence From The Thai Market?”, Kittipoj Rujjanavate
“The Dual Impact Of Transportation Infrastructure And Telecommunication Technology On Analyst Coverage And Forecast Accuracy: Evidence From The Thai Market?”, Kittipoj Rujjanavate
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigates the determinants of forecast accuracy and brokerage coverage in the Thailand stock market from 2009 to 2022. Leveraging a comprehensive dataset comprising various financial metrics and market variables, we explore the impact of infrastructure development, digital communication, and external factors such as the Covid-19 pandemic on analysts' forecast accuracy and the coverage of stocks by brokerage firms. Our analysis employs regression models to examine the relationships between these variables and forecast accuracy, as measured by the absolute deviation between predicted and actual earnings, and brokerage coverage, quantified by the number of brokerage firms covering a particular stock. …
Oil Price Volatility And Bond Credit Spread: Evidence From Thailand, Natasha Thatchaichawalit
Oil Price Volatility And Bond Credit Spread: Evidence From Thailand, Natasha Thatchaichawalit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper studies the relationship between oil price volatility and corporate bond credit spread. The sample is selected from bonds offered by listed companies in energy and utility sector (categorized by the Thai Bond Market Association) whose profit directly relates to the oil price movement. The studied period is 10 years which covers January 2013 – December 2023. The period covers both upturn and downturn of oil price movement. For the oil price volatility proxy, this paper uses end of month data of OVX index and conditional variance of Brent return estimated with GARCH (1,1) model. After, controlling for other …
To What Extent Can The Yield Curve Spread Serve As A Tool For Market Timing In The Thailand Stock Market?, Chanon Rungruanglit
To What Extent Can The Yield Curve Spread Serve As A Tool For Market Timing In The Thailand Stock Market?, Chanon Rungruanglit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Despite its simplicity, the yield curve is one of the best predictors of future economic activity. Empirical studies suggest that the yield curve is capable of forecasting market downturn in major economies. In this paper, the relationship between the yield curve and stock market downturn will be studied with the focus on predicting market downturn in Thailand. Also, this paper seeks to answer the question if a market-timing strategy, based on yield-curve information, can outperform the market. The results of this study suggest that the spread between government bond indices with maturities of 3 to 7 years and 7 to …