Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Landscape Architecture Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2021

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type

Articles 91 - 92 of 92

Full-Text Articles in Landscape Architecture

แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์สุสานจีนในเขตชั้นในกรุงเทพมหานคร, ศุภณัฐ อรุโณประโยชน์ Jan 2021

แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์สุสานจีนในเขตชั้นในกรุงเทพมหานคร, ศุภณัฐ อรุโณประโยชน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สุสานจีนในเขตพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร คือภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนโพ้นทะเลในกรุงเทพมหานครนับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อย่างไรก็ตามจากการขยายตัวของเมืองในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการใช้งานพื้นที่ ทำให้สุสานจีนถูกลดบทบาทความสำคัญลง วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษาลักษณะทางกายภาพ ประวัติศาสตร์ และสังคมที่เกี่ยวข้องกับภูมิทัศน์สุสานจีนจำนวน 7 แห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ในเขตบางรัก เขตสาทร และเขตบางคอแหลม ได้แก่ (1) สุสานจีนบาบ๋า (2) สุสานฮกเกี้ยน (3) สุสานจีนแคะ ถนนสีลม (4) สุสานแต้จิ๋ว (5) สุสานจีนแคะ ตรอกจันทน์ (6) สุสานสมาคมเจียงเจ้อ และ (7) สุสานกวางตุ้ง ด้วยวิธีการสืบค้นข้อมูลจากภาคเอกสาร ภาพถ่ายทางอากาศเก่า แผนที่เก่า การลงสำรวจพื้นที่ และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินคุณค่า ตลอดจนวิเคราะห์ปัญหาและศักยภาพเพื่อเสนอแนะแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาสุสานจีนแต่ละแห่ง ผลการวิจัยพบว่าสุสานจีนทั้ง 7 แห่งมีคุณค่า ศักยภาพและปัญหาที่แตกต่างกันออกไป สามารถทำการวิเคราะห์และเสนอแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาได้เป็น 3 แนวทาง ได้แก่ (1) อนุรักษ์ในสภาพเดิม เพื่อรักษาเอกลักษณ์และคุณค่าเดิมของพื้นที่ (2) พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือพื้นที่การเรียนรู้วัฒนธรรมของกลุ่มเชื้อสายจีน และ (3) พัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะให้กับชุมชนโดยรอบ โดยควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ผังบริเวณเดิม การอนุรักษ์ หรือบูรณะองค์ประกอบหลักที่มีคุณค่าและยังคงมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง การก่อสร้างอาคารหลักขึ้นใหม่ การฟื้นฟูและการปรับประโยชน์การใช้สอยพื้นที่ว่างในพื้นที่ส่วนกลาง หรืออาคารหลักในส่วนบริการ เพื่อรองรับกิจกรรมทางการศึกษาและสังคมแก่บุคคลทั่วไป การอนุรักษ์และปรับปรุงงานภูมิทัศน์ และการควบคุมทัศนียภาพเมืองโดยรอบ นอกจากนี้ควรส่งเสริมมาตรการจูงใจให้หน่วยงานรัฐและประชาชนโดยรอบตระหนักถึงคุณค่าภูมิทัศน์วัฒนธรรมของสุสานจีน


การวิเคราะห์โครงสร้างภูมินิเวศกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และการขยายตัวของเมือง กรณีศึกษา เปรียบเทียบเมืองเก่าสุโขทัยและตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน, สุพิชญา โอสถศิลป์ Jan 2021

การวิเคราะห์โครงสร้างภูมินิเวศกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และการขยายตัวของเมือง กรณีศึกษา เปรียบเทียบเมืองเก่าสุโขทัยและตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน, สุพิชญา โอสถศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภูมินิเวศเป็นเงื่อนไขของการตั้งถิ่นฐานและข้อจำกัดของการขยายตัวของเมือง ที่ราบภาคกลางตอนบนเป็นภูมินิเวศเกิดจากการกระทำของน้ำที่ทำให้เกิดโครงสร้างภูมิสัณฐานของตะพักลำน้ำและที่ราบน้ำท่วมถึงซึ่งส่งผลต่อคุณลักษณะของภูมินิเวศ ที่ตั้งของเมืองเก่าสุโขทัยในที่ราบภาคกลางตอนบนช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นการตั้งถิ่นฐานบนตะพักลำน้ำ ส่วนตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบันเป็นการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบนคันดินธรรมชาติริมแม่น้ำยมในบริเวณที่ราบน้ำท่วมถึง วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจภูมินิเวศที่เป็นเงื่อนไขของการตั้งถิ่นฐานและการขยายตัวของเมืองโดยทำการศึกษาโครงสร้างภูมินิเวศและความสัมพันธ์ของเงื่อนไขภูมินิเวศต่อการตั้งถิ่นฐานโดยทำการศึกษาเปรียบเทียบเมืองเก่าสุโขทัยและตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบันในที่ราบภาคกลางตอนบน เพื่อวิเคราะห์เงื่อนไขภูมินิเวศและลักษณะการตั้งถิ่นฐานที่แตกต่างกันโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการรับรู้ระยะไกล เพื่อจำแนกโครงสร้างและพลวัตเพื่อการระบุเงื่อนไขภูมินิเวศของพื้นที่ศึกษาและทำการวิเคราะห์ลักษณะการตั้งถิ่นฐานและการขยายตัวของเมืองในภูมินิเวศ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างภูมินิเวศของที่ตั้งที่แตกต่างกันส่งผลต่อเงื่อนไขข้อจำกัดของเมือง เมืองเก่าสุโขทัยเป็นการตั้งถิ่นฐานเดิมบนตะพักลำน้ำที่เป็นที่สูงแต่มีข้อจำกัดในด้านความแล้งของพื้นที่ ทางด้านของตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบันบริเวณริมแม่น้ำยมมีข้อจำกัดของพื้นที่คันดินธรรมชาติ ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เริ่มขึ้นจากการขยายตัวของเมืองออกจากพื้นที่คันดินธรรมชาติไปในที่ลุ่มต่ำ การพัฒนาเมืองและโครงข่ายถนนรวมทั้งการจัดการน้ำที่ไม่เข้าใจลักษณะภูมินิเวศก่อให้เกิดการกีดขวางการระบายน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดปัญหาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่แล้วยังส่งผลกระทบต่อกระบวนการเชิงนิเวศของพื้นที่