Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Physical Sciences and Mathematics (12184)
- Medicine and Health Sciences (10310)
- Social and Behavioral Sciences (10085)
- Education (6160)
- Arts and Humanities (6083)
-
- Life Sciences (5929)
- Engineering (5722)
- Law (3786)
- Computer Sciences (3629)
- Psychology (2846)
- Earth Sciences (2673)
- Medical Specialties (2623)
- Environmental Sciences (2002)
- Business (1897)
- Plant Sciences (1845)
- Medical Sciences (1763)
- Public Health (1666)
- Sociology (1646)
- Agronomy and Crop Sciences (1557)
- Agricultural Science (1531)
- Soil Science (1529)
- Artificial Intelligence and Robotics (1501)
- Plant Biology (1493)
- Plant Pathology (1470)
- Weed Science (1469)
- Higher Education (1434)
- Nursing (1398)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (1262)
- History (1178)
- Chemistry (1081)
- Institution
-
- University of Kentucky (2079)
- University of Texas at Arlington (1715)
- Liberty University (1457)
- The Texas Medical Center Library (1423)
- Walden University (1345)
-
- Arkansas State University (1160)
- Utah State University (956)
- University of Montana (872)
- Singapore Management University (868)
- Old Dominion University (793)
- University of Arkansas, Fayetteville (764)
- University of South Carolina (710)
- Edith Cowan University (705)
- University of New Mexico (705)
- University of Plymouth (697)
- Kennesaw State University (687)
- City University of New York (CUNY) (648)
- University of Texas Rio Grande Valley (640)
- Asbury Theological Seminary (635)
- University of Mississippi (630)
- Design Research Society (605)
- Purdue University (590)
- Nova Southeastern University (583)
- Brigham Young University (578)
- New Jersey Institute of Technology (573)
- Portland State University (571)
- University of Nebraska - Lincoln (552)
- Western Kentucky University (549)
- University of Central Florida (545)
- Missouri University of Science and Technology (542)
- Keyword
-
- Humans (1326)
- Female (875)
- Male (818)
- Mental health (530)
- Adult (505)
-
- Education (480)
- Machine learning (476)
- Middle Aged (475)
- Artificial intelligence (432)
- Aged (393)
- Animals (345)
- COVID-19 (333)
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (301)
- Machine Learning (287)
- Higher education (281)
- Resilience (274)
- Depression (262)
- Sustainability (262)
- Undergraduate (258)
- United States (251)
- Artificial Intelligence (245)
- Anxiety (244)
- Gender (239)
- Stress (237)
- Burnout (233)
- Trauma (225)
- Adolescent (224)
- Deep learning (224)
- Climate change (220)
- Leadership (216)
- Publication
-
- Theses and Dissertations (2043)
- IGC Proceedings (1977-2023) (1453)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1260)
- Doctoral Dissertations and Projects (1101)
- All Approved Curriculum (896)
-
- Faculty, Staff and Student Publications (738)
- Electronic Theses and Dissertations (727)
- Research outputs 2022 to 2026 (649)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (589)
- Dissertations (574)
- Faculty Publications (565)
- University of Montana Course Syllabi, 2021-2025 (554)
- The Shorthorn Newspaper Collection: 1970s (545)
- Syllabi (534)
- Faculty, Staff and Students Publications (491)
- Theses (484)
- Honors Theses (456)
- Defensive Publications Series (431)
- International Journal of Exercise Science: Conference Proceedings (372)
- IASDR Conference Series (370)
- 2020-Current year OA Pubs (356)
- Master's Theses (352)
- Neutrosophic Sets and Systems (351)
- Masters Theses (345)
- Silver Bow Creek/Butte Area Superfund Site (322)
- Faculty Scholarship (315)
- Graduate Thesis and Dissertation post-2024 (284)
- Graduate Theses and Dissertations (277)
- Tax Adviser (265)
- Coal Geology & Exploration (264)
- Publication Type
Articles 67051 - 67080 of 67393
Full-Text Articles in Entire DC Network
การผลิตละอองลอยที่มีลูกหลานเรดอนเกาะติดสำหรับการประเมินปริมาณรังสียังผลที่ปอด, รุ่งโรจน์ สกุลเนรมิตร์
การผลิตละอองลอยที่มีลูกหลานเรดอนเกาะติดสำหรับการประเมินปริมาณรังสียังผลที่ปอด, รุ่งโรจน์ สกุลเนรมิตร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการผลิตละอองลอยกัมมันตรังสีที่มีนิวไคลด์ลูกหลานเรดอนเกาะติดภายใต้สภาวะควบคุม เพื่อจำลองลักษณะทางกายภาพของอนุภาคในสิ่งแวดล้อมจริง และประเมินปริมาณรังสียังผลที่ปอดได้รับ โดยมุ่งเน้นการศึกษาในช่วงขนาดอนุภาค 10 ถึง 150 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงขนาดวิกฤตที่มีโอกาสตกสะสมในถุงลมปอดและส่งผลกระทบทางชีวภาพสูงสุด การศึกษาดำเนินการโดยใช้สารละลายตั้งต้น 3 ชนิด ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์, กลูโคส และโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ที่ระดับ ความเข้มข้นแปรผันตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000 ppm ร่วมกับการศึกษาอิทธิพลของปัจจัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิ (25 และ 35 องศาเซลเซียส) และความชื้นสัมพัทธ์...
ปัญญาประดิษฐ์ในบทบาทนักวิเคราะห์ข้อมูล : กรอบแนวคิดสำหรับการวิเคราะห์เชิงข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่และตัวแทนปัญญาประดิษฐ์, วิชญาดา เล้าสุบินประเสริฐ
ปัญญาประดิษฐ์ในบทบาทนักวิเคราะห์ข้อมูล : กรอบแนวคิดสำหรับการวิเคราะห์เชิงข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่และตัวแทนปัญญาประดิษฐ์, วิชญาดา เล้าสุบินประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์เชิงข้อมูลที่ดำเนินการโดยมนุษย์มีความท้าทาย เนื่องจากต้องใช้เวลา ทักษะเฉพาะทาง และทรัพยากรจำนวนมาก งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาวิธีในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เพื่อทำให้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นแบบอัตโนมัติ โดยปฏิบัติตามวิธี 6 ขั้นตอน ได้แก่ ถาม เตรียม ประมวลผล วิเคราะห์ แบ่งปัน และดำเนินการ โดยไม่มีมนุษย์เข้ามาแทรกแซงตลอดกระบวนการวิเคราะห์ การดำเนินการเริ่มตั้งแต่ผู้ใช้ป้อนชุดข้อมูล วัตถุประสงค์ที่ต้องการ บริบทของข้อมูล และสมมติฐานที่มีอยู่ก่อน จากนั้นระบบจะสร้างคำสั่ง และดำเนินงานต่าง ๆ โดยอัตโนมัติผ่านตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบเฉพาะทาง โดยตัวแทนเหล่านี้มีบทบาทในการวางแผนและกำหนดการดำเนินงาน โดยอาศัยแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ในการสร้างแนวคิดและใช้เหตุผลเพื่อกำหนดแนวทางการวางแผนและการดำเนินการ ผลการทดลองจาก 5 ชุดข้อมูลในสาขาที่แตกต่างกัน ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ ธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นว่า ผลการประเมินตามเกณฑ์คะแนนการวิเคราะห์เชิงข้อมูลเฉลี่ย 8.1 – 9.4 จากคะแนนเต็ม 10 โดยมีความสอดคล้องระหว่างผลการประเมินโดยแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่และมนุษย์เฉลี่ย 0.94 – 0.97 มีเวลาในการดำเนินงานเฉลี่ย 1.8 - 6.6 นาที มีข้อผิดพลาดเฉลี่ย 0.2 - 1.8 ครั้ง และมีความสามารถในการทำงานต่าง ๆ เช่น ประมวลผลโค้ด คำนวณสถิติหรือสร้างแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง และแสดงผลภาพได้ งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ในการทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลเสมือน และสามารถต่อยอดระบบวิเคราะห์เชิงข้อมูลแบบอัตโนมัติในสาขาต่าง ๆ ได้ในอนาคต
แบบจำลองเชิงรูปนัยของกระบวนการจัดการโครงการในมาตรฐาน Iso/Iec29110 โดยใช้คัลเลอร์เพทริเน็ต, วรันณ์ธร ศิริกระจาย
แบบจำลองเชิงรูปนัยของกระบวนการจัดการโครงการในมาตรฐาน Iso/Iec29110 โดยใช้คัลเลอร์เพทริเน็ต, วรันณ์ธร ศิริกระจาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอแนวทางการตรวจสอบความถูกต้องเชิงรูปแบบ (Formal Verification) ร่วมกับกรอบการประเมินผลผ่านระบบเว็บแอปพลิเคชันสำหรับองค์กรขนาดเล็กประเมินตนเอง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามกระบวนการบริหารโครงการ (Project Management: PM) ของมาตรฐาน ISO/IEC 29110 สำหรับองค์กรขนาดเล็กมาก (Very Small Entities: VSEs) โดยใช้แบบจำลอง Colored Petri Nets (CPNs) ในการนิยามและจำลองกระบวนการหลักของ PM ได้แก่ การวางแผน การดำเนินโครงการ การควบคุม และการปิดโครงการ พร้อมทั้งตรวจสอบคุณสมบัติที่สำคัญของกระบวนการเหล่านี้อย่างเป็นระบบและระบบเว็บแอปพลิเคชันถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บรวบรวมข้อมูล เรียกใช้การจำลอง และนำเสนอผลการประเมิน ข้อมูลที่ได้รับจากผู้ใช้จะถูกแปลงให้อยู่ในรูปของโทเคน เพื่อนำไปประเมินผ่านแบบจำลอง CPN และเชื่อมโยงผลลัพธ์กับระดับการปฏิบัติตามมาตรฐานในแต่ละกระบวนการของ ISO/IEC 29110 PM การทดลองใช้งานระบบยืนยันถึงความถูกต้อง ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของระบบที่นำเสนอ การผสานรวมระหว่างแบบจำลองเชิงรูปแบบกับระบบอัตโนมัติผ่านเว็บแอปพลิเคชันนี้ เป็นทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ โดยช่วยเสริมสร้างความเข้มงวดในการตรวจสอบ การประเมินกระบวนการอย่างเป็นระบบ และรองรับการนำไปใช้งานจริงผ่านส่วนติดต่อผู้ใช้ที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับองค์กรพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดเล็กก่อนรับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบ
พฤติกรรมการเปลี่ยนช่องจราจรบริเวณจุดรับส่งผู้โดยสาร, ศุภวิชญ์ มัธยมนันทน์
พฤติกรรมการเปลี่ยนช่องจราจรบริเวณจุดรับส่งผู้โดยสาร, ศุภวิชญ์ มัธยมนันทน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในสภาพการจราจรจริง การไหลของกระแสจราจรมักถูกรบกวนจากยานพาหนะที่จอดเพื่อรับ–ส่งผู้โดยสาร ส่งผลให้ยานพาหนะที่ขับขี่ตามมามีสองทางเลือก ได้แก่ การรอให้ยานพาหนะด้านหน้าเคลื่อนตัวต่อไป หรือการเปลี่ยนช่องจราจรไปยังช่องที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ซึ่งทั้งสองทางเลือกล้วนทำให้ประสิทธิภาพการไหลของจราจรลดลงเมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการรบกวนดังกล่าว ในปัจจุบัน การใช้แบบจำลองจราจรช่วยให้สามารถทำความเข้าใจและคาดการณ์สภาพการจราจรได้โดยไม่ต้องทดลองในพื้นที่จริง แต่แบบจำลองทั่วไปยังขาดความเฉพาะเจาะจงเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เฉพาะทาง โดยมักใช้พฤติกรรมพื้นฐานเพียงชุดเดียวในการแทนพฤติกรรมผู้ขับขี่ทุกกรณี งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปลี่ยนช่องจราจรของผู้ขับขี่เมื่อแล่นตามหลังรถที่จอดรับ–ส่งผู้โดยสาร จากนั้นนำพฤติกรรมที่ได้จากภาคสนามไปใช้ในการพัฒนาแบบจำลองสภาพจราจรใน PTV VISSIM และทำการเปรียบเทียบกับพฤติกรรมจริง ข้อมูลภาคสนามถูกเก็บรวบรวมด้วยการบันทึกวิดีโอและประมวลผลด้วย Video Analytics ก่อนนำไปสร้างแบบจำลอง ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลองสามารถจำลองพฤติกรรมการเริ่มต้นเข้าสู่การเปลี่ยนช่องจราจรได้ใกล้เคียงกับข้อมูลจริง โดยช่องว่างเชิงเวลา (Lag Gap) ของยานพาหนะที่ขับขี่ตามมามีค่าเฉลี่ย 0.425 วินาทีในภาคสนาม และ 0.375 วินาทีในแบบจำลอง อย่างไรก็ตาม แบบจำลองยังไม่สามารถสะท้อนพฤติกรรมการเปลี่ยนช่องจราจรได้ครบถ้วนทุกด้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมในงานวิจัยอนาคต
การศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบจากการใช้เสาอากาศเดี่ยวและเสาอากาศคู่ของระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่, อัยรดา ทวียศศักดิ์
การศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบจากการใช้เสาอากาศเดี่ยวและเสาอากาศคู่ของระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่, อัยรดา ทวียศศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่ (Mobile Mapping System : MMS) ถูกนำมาใช้ในงานสำรวจกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่จะประกอบไปด้วยระบบหลัก 2 ระบบ คือ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (Global Navigation Satellite System : GNSS) และระบบนำทางเฉื่อย (Inertial Navigation System : INS) เป็นระบบที่ช่วยให้การทำงานในภาคสนามสามารถทำได้สะดวก รวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานจำนวนมากในการสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งการนำมาใช้งานในประเทศไทยส่วนมากจะเป็นการนำระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่เชิงพาณิชย์ที่เป็นระบบแบบสำเร็จรูปมาใช้งาน ส่วนใหญ่จะเป็นระบบจัดทำแผนที่แบบเสาอากาศเดี่ยว แต่ก็ยังมีหน่วยงานที่มีการติดตั้งเสาอากาศคู่ในระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่เพื่อใช้งาน รวมไปถึงในต่างประเทศก็มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เสาอากาศคู่ ในงานวิจัยนี้ได้มีการนำข้อมูลที่ได้จากระบบจัดทำแผนที่แบบเคลื่อนที่ที่มีการติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมแบบเสาอากาศคู่ จาก 2 พื้นที่ ได้แก่พื้นที่เขตชุมชนเมืองแออัดที่มีสิ่งบดบังการรับสัญญาณดาวเทียม และพื้นที่เปิดโล่งง่ายต่อการรับสัญญาณดาวเทียมมาทำการประมวลผลแบบจลน์ภายหลังเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการประมวลผลข้อมูลระบบจัดทำแผนที่แบบเสาอากาศเดี่ยวและเสาอากาศคู่ โดยจะทำการศึกษาเปรียบเทียบผลลัพธ์ในส่วนของทิศทางในส่วนของค่า Yaw และตำแหน่งที่ได้จากไฟล์วิถีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะ รวมไปถึงเปรียบเทียบผลลัพธ์พอยต์คลาวด์ที่ได้ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรทั้งในส่วนของเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยในพื้นที่ที่ 2 ได้มีการจัดทำจุดตรวจสอบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของตำแหน่งของผลลัพธ์พอยต์คลาวด์ ผลการวิจัยพบว่าในพื้นที่ที่ 1 พื้นที่เขตเมืองค่าความแตกต่างของค่า Yaw ที่ได้จากการประมวลผลแบบเสาอากาศเดี่ยวและเสาอากาศคู่มีค่าต่างกันสูงสุด 0.107° มีค่าต่างกันเฉลี่ย 0.049° ตลอดเส้นทางการวิ่ง และความแตกต่างของค่าพิกัดทางราบ (2D) แตกต่างกันได้สูงสุดถึง 1.931 เมตร ความแตกต่างของค่าพิกัดทั้งสามแกน (3D) สูงสุดถึง 2.245 เมตร ในขณะที่พื้นที่ที่ 2 พื้นที่เปิดโล่งค่าความแตกต่างของค่า Yaw มีค่าต่างกันสูงสุด 0.008° มีค่าต่างกันเฉลี่ย 0.002° ตลอดเส้นทางการวิ่ง และความแตกต่างของค่าพิกัดแตกต่างกันสูงสุดเพียงหลักมิลลิเมตรเท่านั้น และความถูกต้องทางตำแหน่งเมื่อเทียบกับจุดตรวจสอบในพื้นที่ที่ 2 พบว่าการประมวลผลด้วยเสาอากาศเดี่ยวหรือเสาอากาศคู่ให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันมาก มีค่า RMSE ทั้ง 3 แกนต่างกันเพียง 5 มิลลิเมตรเท่านั้น ในส่วนของความหนาแน่นพอยต์คลาวด์พบว่าทั้ง 2 พื้นที่ เมื่อประมวลผลด้วยเสาอากาศเดี่ยวและเสาอากาศคู่จะให้ปริมาณพอยต์คลาวด์ที่ใกล้เคียงกันมากหรือเท่ากันในแต่ละพื้นที่ และพบว่าพอยต์คลาวด์ที่ได้ในพื้นที่ที่ 1 จากการประมวลผลแบบเสาอากาศเดี่ยวมีการฟุ้งของพอยต์คลาวด์และเกิดความผิดพลาดทางตำแหน่งของพอยต์คลาวด์มากกว่าเสาอากาศคู่ ในขณะที่พื้นที่ที่ 2 ลักษณะของพอยต์คลาวด์ที่ได้จากการประมวลผลด้วยเสาอากาศเดี่ยวและเสาอากาศคู่ไม่เห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
การประเมินต้นไม้ถนนเพื่อความเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและส่งเสริมความหลากหลายของชนิดพันธุ์: กรณีศึกษาถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร, นำโชค สุวรรณหงษ์
การประเมินต้นไม้ถนนเพื่อความเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและส่งเสริมความหลากหลายของชนิดพันธุ์: กรณีศึกษาถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร, นำโชค สุวรรณหงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการถนนสวย 50 เขตของกรุงเทพมหานครมุ่งเน้นการพัฒนาเมืองยั่งยืนในสามมิติ ได้แก่ ด้านกายภาพ การใช้งาน และสิ่งแวดล้อม ด้วยการปลูกต้นไม้ตามแนวถนนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเพิ่มต้นไม้ถนนจะส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมและสุนทรียภาพของเมือง แต่การเลือกชนิดพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและขาดความหลากหลายของชนิดพันธุ์อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเมืองโดยรวมได้ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความหลากหลายของชนิดพันธุ์ต้นไม้ถนนและสภาพแวดล้อมพื้นที่ปลูก โดยใช้ถนนพหลโยธินช่วงระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถึงคลองบางซื่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของโครงการถนนสวยเป็นพื้นที่ศึกษากระบวนการวิจัยเป็นแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ด้วยการสำรวจความหลากหลายของชนิดพันธุ์ การประเมินสภาพต้นไม้ในสภาพแวดล้อมต่างๆ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตยกรรม พืชสวน วนศาสตร์ และพฤกษศาสตร์เพื่อทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต้นไม้ถนนที่เหมาะสม ผลการสำรวจพบว่าต้นไม้ถนนของพื้นที่ศึกษาขาดความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ภูมิทัศน์ถนนตลอดแนวพื้นที่ศึกษามีความแตกต่างกันแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ สภาพของต้นไม้มีความสมบูรณ์แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมแต่ละรูปแบบ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเสนอแนะแนวทางการเลือกชนิดต้นไม้ใหญ่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมถนนลักษณะต่างๆและสร้างความหลากหลายของชนิดพันธุ์ให้เกิดความยั่งยืน
การศึกษากระบวนการดำเนินงาน การตกแต่งภายในอาคารระหว่างที่มีการใช้งาน กรณีศึกษาโครงการปรับปรุงอาคารส่วนให้บริการผู้ป่วยนอก, ประภาภรณ์ จงเชี่ยวชาญวิทย์
การศึกษากระบวนการดำเนินงาน การตกแต่งภายในอาคารระหว่างที่มีการใช้งาน กรณีศึกษาโครงการปรับปรุงอาคารส่วนให้บริการผู้ป่วยนอก, ประภาภรณ์ จงเชี่ยวชาญวิทย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อาคาร ภปร เป็นอาคารที่ต้องมีการเปิดใช้งานต่อเนื่องเพื่อรองรับการรักษาของผู้ใช้บริการ การใช้งานอาคารที่ยาวนานนั้นย่อมส่งผลให้อาคารนั้นเกิดความเสื่อมของอาคารที่ตามมา จึงทำให้มีโครงการจ้างปรับปรุงคลินิกผู้ป่วยนอกเกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงให้ส่วนการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลได้มาตรฐานและเป็นสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งในโครงการจ้างปรับปรุงคลินิกผู้ป่วยนอกนั้น เป็นโครงการปรับปรุงระหว่างที่อาคารยังมีการเปิดใช้งานรับรองการรักษาของผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ส่งผลให้โครงการปรับปรุงอาคาร ภปร นี้อาจมีความแตกต่างจากโครงการปรับปรุงทั่วไป จากผลการศึกษาพบว่าโครงการปรับปรุงอาคารสถานพยาบาลที่มีลักษณะเป็นอาคารสูง ที่มีการใช้งานเป็นระยะยาว จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายผู้บริหารโครงการ (PM) ฝ่ายผู้บริหารจัดการงานก่อสร้าง (CM) และฝ่ายผู้บริหารทรัพยากรอาคาร (FM) ซึ่งการทำงานนั้นต้องมีความสัมพันธ์กันและจำเป็นต้องมีความเข้าใจในการใช้งานพื้นที่ของอาคาร และมีความเข้าใจในปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการดำเนินงานปรับปรุงอาคารประกอบไปด้วย เสียงรบกวน การทำงานล่าช้า เหตุการณ์ไม่คาดคิด (Unforeseen factors) การติดขัดในทางสัญจร ฝุ่นละอองและกลิ่น ได้รับความไม่สะดวกต่อการใช้งานพื้นที่อาคารบางส่วน และงานเพิ่มเติมนอกเหนือสัญญา และพบว่าแนวทางการแก้ไข คือ การจัดเตรียมพื้นที่ งานระบบสำรอง ปรับแผนงานบางส่วนนอกเวลา จัดประชุมประสานงานอย่างต่อเนื่อง การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในงานปรับปรุง และการแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงาน การศึกษานี้มีข้อสรุปและเสนอแนะ สำหรับการดำเนินงานโครงการปรับปรุงส่วนให้บริการผู้ป่วยนอกในระยะถัดไปนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงการก่อสร้าง และปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในงานปรับปรุงอาคารผู้ป่วยนอกระหว่างที่มีการใช้งาน เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการดำเนินงาน และในการออกแบบอาคารสถานพยาบาลในอนาคต เนื่องจากอาคารมีลักษณะเป็นอาคารที่มีการใช้งานระยะยาว ส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงอาคารในอนาคต ทางผู้ออกแบบควรคำนึงถึงเรื่องการเตรียมเส้นทางการสัญจร สำหรับขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ และพื้นที่สำรองสำหรับงานระบบ
แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้สูงอายุกรณีศึกษา อาคารผู้ป่วย 20 ชั้นศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, รัชนี ธูปสุวรรณ
แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้สูงอายุกรณีศึกษา อาคารผู้ป่วย 20 ชั้นศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, รัชนี ธูปสุวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบบริการสุขภาพของไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นวิกฤต ทำให้สถานพยาบาลต้องรองรับผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางทั้งด้านร่างกาย สังคม และจิตใจ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา จึงเป็นประเด็นสำคัญ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสุขภาวะผู้สูงอายุ วิเคราะห์องค์ประกอบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และนำเสนอแนวทางการจัดการในอาคารผู้ป่วย 20 ชั้น ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากแบบสำรวจ การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์ และญาติผู้รับบริการ ผลการศึกษาพบว่า แผนกอายุรกรรมผู้ป่วยนอกชั้น 2 มีความแออัด พื้นที่พักคอยขาดความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ป่วยเปลนอน หอผู้ป่วยสามัญชั้น 12 และชั้น 14 มีอุปกรณ์กีดขวางทางสัญจร และป้ายทางหนีไฟไม่ชัดเจน ส่งผลต่อความปลอดภัย ด้านสังคม และยังขาดพื้นที่กลางสำหรับปฏิสัมพันธ์เชิงบวก ด้านจิตใจ ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับความสงบ ความเป็นส่วนตัว และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บริเวณพักฟื้นมีอุณหภูมิสูงและอากาศถ่ายเทน้อย ส่งผลลบต่อสุขภาวะ จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อการเยียวยาแบบองค์รวม ทั้งกายภาพ สังคม และจิตใจ เป็นแนวทางสำคัญ จึงเสนอการปรับปรุงพื้นที่เปลนอน ระบบแสงสว่างและการระบายอากาศ เพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง ส่งเสริมการเข้าถึงห้องน้ำ และจัดทางสัญจรพร้อมป้ายหนีไฟมาตรฐาน โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมการทำงานของบุคลากร เพื่อพัฒนาการดูแลผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับสังคมสูงวัยในอนาคต
โครงการพัฒนาการออกแบบเปลือกทุเรียนเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุในการตกแต่งภายใน, วาสิตา หนูอิ่ม
โครงการพัฒนาการออกแบบเปลือกทุเรียนเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุในการตกแต่งภายใน, วาสิตา หนูอิ่ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันทั่วโลกมุ่งค้นหาวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปลือกทุเรียนซึ่งมีปริมาณของเสียสูงและก่อปัญหามลพิษ ถูกมองว่าเป็นวัสดุที่มีศักยภาพเนื่องจากมีปริมาณเส้นใยเซลลูโลสสูงและสามารถพัฒนาเป็นวัสดุทางเลือกใหม่ได้ อย่างไรก็ตามวัสดุจากเปลือกทุเรียนยังมีข้อจำกัดด้านรูปลักษณ์และคุณค่าทางสุนทรียะ จากผลการสำรวจความคิดเห็น พบว่าผู้ใช้มีทัศนคติในเชิงบวกแต่เห็นว่าควรมีการปรับปรุงด้านการออกแบบและคุณสมบัติเชิงใช้งานเพื่อให้เหมาะสมต่อการประยุกต์ใช้ในบริบทจริงงานวิจัยนี้จึงมุ่งหวังเติมช่องว่างในการพัฒนาวัสดุในด้านการออกบบให้เกิดสุนทรียะแก่วัสดุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางในการสร้างสรรค์วัสดุทางเลือกใหม่จากเปลือกทุเรียนมาใช้ในงานตกแต่งภายใน ซึ่งใช้การวิจัยผ่านการปฏิบัติ เริ่มจากการศึกษาคุณสมบัติของเปลือกทุเรียน โดยใช้แนวคิดจากหลักการ Material Driven Design (MDD) ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคนิคหัตถกรรมการเคลือบเลคเกอร์ประยุกต์ (การลงรัก) และหาวิธีถ่ายทอดลักษณะเฉพาะตัวของเปลือกทุเรียนผ่านการตัดตกแต่งใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การตัดปลายหนามทำให้เกิดรูปทรงที่มีหลากหลายขนาด การตัดตามแนวเรียงหนามทำให้เกิดโครงสร้างทรงสามเหลี่ยม และการกดอัดเผยให้เห็นเส้นใยของเปลือก จากนั้นนำมาประยุกต์สร้างพื้นผิวด้วยเทคนิคการลงรัก โดยใช้เปลือกทุเรียนแทนกระบวนกาผลิตแบบดั้งเดิม เช่น ลวดลายวาดมือหรือการฝังเปลือกหอย และทดลองใช้เจสโซ่ (Gesso) แทนวัตุดิบอย่างยางรัก เพื่อหาแนวทางใหม่ในการสร้างลวดลาย โดยยังคงรักษาขั้นตอนดั้งเดิมของการฝัง ทา ขัด ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการแปรรูปเปลือกทุเรียนด้วยการตัดตกแต่งสามารถใช้เป็นวัสดุทดแทนในการสร้างลวดลายและพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้รูปแบบที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ และสะท้อนความงามตามธรรมชาติอย่างชัดเจน อีกทั้งการประยุกต์ใช้เจสโซ (Gesso) ยังช่วยเพิ่มมิติด้านสีสัน ลดขั้นตอนการผลิต และลดต้นทุนได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะสมในการผลิตในระดับหัตถอุตสาหกรรม จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย พบว่าวัสดุที่พัฒนาขึ้นได้รับการยอมรับในฐานะวัสดุทางเลือกใหม่ที่มีความแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และนำเสนองานหัตถกรรมที่ประณีตและร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการค้นพบแนวคิด “Natural Craft” ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบที่ผสานบทบาทของธรรมชาติและมนุษย์เข้าด้วยกัน มุ่งเน้นการขับเน้นคุณค่าความงามของวัสดุธรรมชาติผ่านกระบวนการหัตถกรรมอย่างกลมกลืน
การประเมินประสิทธิภาพการเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, สิริธร โบราณมูล
การประเมินประสิทธิภาพการเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, สิริธร โบราณมูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบทางเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีโครงสร้างเชิงพื้นที่ (Space Syntax Theory) ร่วมกับการประเมินสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดิน เพื่อศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหาทางเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเสนอแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม การศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 1,300 ไร่ ของวิทยาเขตขามเรียง ซึ่งรองรับประชากรกว่า 40,000 คน ประกอบด้วยนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร โดยมีระเบียบวิธีวิจัยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน มีการสำรวจภาคสนามเพื่อประเมินคุณภาพทางเดินเท้า 51 จุด ครอบคลุม 5 โซนหลักของมหาวิทยาลัย การประเมินพิจารณา 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การเชื่อมต่อ (2) การเข้าถึง (3) ความปลอดภัย และ (4) ความสะดวกสบาย แล้วนำมาวิเคราะห์เชิงปริมาณ เพื่อคำนวณค่าการบูรณาการเชิงพื้นที่ จากการศึกษาและวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สรุปได้ว่า สภาพทางเดินเท้าส่วนใหญ่อยู่ในระดับวิกฤต โดยองค์ประกอบด้านการเข้าถึง และความปลอดภัย มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด สะท้อนถึงการขาดการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้ทุกกลุ่ม การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าบูรณาการ กับ ประเมินความสามารถในการเดิน พบปรากฏการณ์ความขัดแย้งเชิงพื้นที่ คือพื้นที่ที่มีศักยภาพการเข้าถึงสูงกลับมีสภาพทางกายภาพที่ไม่เอื้อต่อการเดินและการจัดลำดับความสำคัญการปรับปรุง สามารถจำแนกพื้นที่เป็น 4 กลุ่ม ตามลำดับความสำคัญในการพัฒนา โดยกลุ่ม A (9 จุด) เป็นพื้นที่เร่งด่วนที่ต้องพัฒนาเป็นลำดับแรก การปรับปรุงประสิทธิภาพการเดินเท้าภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยใช้หลักการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินนี้ จะช่วยลดการพึ่งพายานพาหนะ ลดมลพิษ ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา แต่ความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดิน เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นต้นแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การกำหนดรูปแบบชุดข้อมูลระบบปรับอากาศจากแบบจำลอง (As-Built Bim) ไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรกายภาพ (Bim-Fm) กรณีศึกษา อาคารสถานศึกษา, สุภัทรา จิตต์ธีรภาพ
การกำหนดรูปแบบชุดข้อมูลระบบปรับอากาศจากแบบจำลอง (As-Built Bim) ไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรกายภาพ (Bim-Fm) กรณีศึกษา อาคารสถานศึกษา, สุภัทรา จิตต์ธีรภาพ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การประยุกต์ใช้แบบจำลอง As-Built BIM ในงานบริหารทรัพยากรกายภาพ (BIM-FM) เป็นหลักการที่เชื่อถือได้ว่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคาร โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่พัฒนาในระดับ Level of Development (LOD) ที่สอดคล้องกับกรอบความต้องการข้อมูล (Level of Information Need: LOIN) ของฝ่ายบริหารทรัพยากรกายภาพ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการทดลองการจัดการข้อมูล As-Built BIM สำหรับสนับสนุนงาน BIM-FM ในอาคารสถานศึกษา จำนวน 3 อาคาร ซึ่งมีลักษณะพื้นที่ใช้งานและกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ พื้นที่หอพัก ห้องประชุม ห้องสมุด ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และสำนักงาน โดยมุ่งเน้นในระบบปรับอากาศซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งในการพิจารณาประสิทธิภาพการใช้งานของอาคารใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานจากการทบทวนมาตรฐานสากลด้าน Level of Development (LOD), Level of Information Need (LOIN) การจัดทำข้อมูลในแบบจำลอง As-Built BIM ระดับ LOD 400 และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารอาคาร เพื่อวิเคราะห์และกำหนดชุดข้อมูลที่เหมาะสมต่อการพัฒนาโมเดลไปเป็น BIM-FM สำหรับการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศของผู้บริหารอาคาร ผลการทดลองพบว่า ผู้บริหารอาคารให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงเทคนิคที่จำเป็นต่อการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ได้แก่ ค่าน้ำยาทำความเย็น (Refrigerant) ค่าแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ค่าความดันด้านแรงดันสูง (High Pressure Side) รวมถึงตัวชี้วัดด้านพลังงาน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการประเมินสภาพระบบ วางแผนบำรุงรักษา และใช้สำหรับเตรียมการก่อนดำเนินงานซ่อมบำรุงอย่างเป็นระบบอย่างไรก็ตาม การใช้กรอบ Level of Information Need (LOIN) เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการกำหนดข้อมูล As-Built BIM ให้รองรับการใช้งานจริง จึงจำเป็นต้องผสานข้อมูลบำรุงรักษาที่เกิดขึ้นจริงจากผู้บริหารอาคาร งานวิจัยนี้เสนอให้จัดเก็บบันทึกการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศหลังเปิดใช้อาคาร และนำมาบูรณาการกับ As-Built BIM เพื่อพัฒนาเป็น BIM-FM ที่มีความเป็นปัจจุบัน เชื่อมโยงการใช้งานจริง และสนับสนุนการบริหารทรัพยากรกายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
กระบวนการจัดการขยะมูลฝอย กรณีศึกษา โครงการ Chula Zero Waste จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อำนาจ อรภา
กระบวนการจัดการขยะมูลฝอย กรณีศึกษา โครงการ Chula Zero Waste จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อำนาจ อรภา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการใช้พื้นที่อย่างหนาแน่นจากจำนวนนิสิตและบุคลากรจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปริมาณขยะมูลฝอยสูง มหาวิทยาลัยจึงดำเนินโครงการ Chula Zero Waste ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เพื่อพัฒนาระบบจัดการและลดปริมาณขยะภายในพื้นที่ โดยดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่ การคัดแยกขยะที่ต้นทาง และการพัฒนาองค์ประกอบทางกายภาพ เช่น จุดคัดแยกขยะและ Zero Waste Hub ซึ่งส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2567 สามารถลดปริมาณขยะได้ 530.66 ตัน การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษากระบวนการทำงานด้าน การบริหารจัดการอาคารสถานที่ (Facility Management) ในมิติของโครงสร้างกายภาพและการใช้พื้นที่ที่รองรับระบบจัดการขยะของโครงการ Chula Zero Waste โดยไม่ครอบคลุมประเด็นด้านนโยบายหรือการเรียนรู้ของนิสิต การศึกษาดำเนินในรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการสำรวจ การสังเกตภาคสนาม และการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องจาก 15 คณะ และ 1 หน่วยงานส่วนกลาง เพื่อวิเคราะห์กระบวนการทำงานและข้อจำกัดของพื้นที่ที่สนับสนุนระบบจัดการขยะของมหาวิทยาลัย ผลการศึกษาพบว่า ระบบจัดการขยะมูลฝอยของโครงการประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การจัดเก็บ การขนย้าย การคัดแยก การชั่งน้ำหนัก การขนย้ายไปยังจุดพักขยะ และการกำจัดหรือนำออกนอกพื้นที่ โดยพบความแตกต่างในการดำเนินงานของแต่ละคณะ ตัวอย่างเช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์มีปริมาณขยะที่คัดแยกสูงสุดเฉลี่ย 196 กิโลกรัมต่อวัน คณะแพทยศาสตร์มีความถี่ในการจัดเก็บสูงที่สุด 4 รอบต่อวันและดำเนินการบดอัดก่อนนำออก และคณะทันตแพทยศาสตร์มีระบบจุดพักขยะที่เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายมากที่สุด ปัญหาที่พบประกอบด้วยการคัดแยกผิดประเภท ถังขยะชำรุด และจุดพักขยะที่ไม่เป็นมาตรฐาน แนวทางพัฒนา ได้แก่ การให้ความรู้ด้านการคัดแยกอย่างสม่ำเสมอ การบำรุงรักษาถังขยะเชิงป้องกัน และการปรับปรุงจุดพักขยะให้มีความพร้อมและเป็นไปตามมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
Prevalence Of Covid-19 Associated Xerostomia, Taste And Smelldisturbances Over 3 Years In An Egyptian Sample: A Cross-Sectional Study, Dalia Ghalwash, Ahmed Hamdy, Asmaa Abou-Bakr
Prevalence Of Covid-19 Associated Xerostomia, Taste And Smelldisturbances Over 3 Years In An Egyptian Sample: A Cross-Sectional Study, Dalia Ghalwash, Ahmed Hamdy, Asmaa Abou-Bakr
Dentistry
Aim: Although xerostomia, smell, and taste dysfunctions are prominent signs of COVID-19 infection, long-term data regarding their prevalence and recovery rates is scarce. Accordingly, this study aimed to evaluate the frequency and persistence of xerostomia, taste, and smell disturbances in COVID-19 survivors over 3 years in an Egyptian sample. Methods: This cross-sectional study used an online questionnaire to assess the oral symptoms ofxerostomia, which include altered taste and smell. Data was collected from 826 patients recovered from COVID-19. Results: Xerostomia was the most frequent finding affecting 73.6% of the studied sample, followed bysmell disturbances affecting 67.8%, and altered taste reported …
Evaluation Of Marginal And Internal Fit In Cad/Cam-Fabricated Indirect Restorations, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Samy Salama, Sarah Adel Botros, Ayman Helmy Helmy
Evaluation Of Marginal And Internal Fit In Cad/Cam-Fabricated Indirect Restorations, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Samy Salama, Sarah Adel Botros, Ayman Helmy Helmy
Dentistry
No abstract provided.
Cytocompatibility, Osteogenic Potential, Antibacterial And Antibiofilm Efficacy Of A Calcium‑Silicate‑Based Intracanal Medication, Shehabeldin Mohamed Saber Prof.Dr., Shereen Nader
Cytocompatibility, Osteogenic Potential, Antibacterial And Antibiofilm Efficacy Of A Calcium‑Silicate‑Based Intracanal Medication, Shehabeldin Mohamed Saber Prof.Dr., Shereen Nader
Dentistry
This study assessed the biological and antimicrobial properties of a calcium silicate-based material and calcium hydroxide (CH) when used as intracanal medications. MTT assay, osteogenic differentiation of human periodontal stem cells (hPDLSCs), cell mineralization-assay, and determination of ALP activity were assessed to investigate the biological properties. While the agar well diffusion, crystal violet (CRV) assay and LIVE/DEAD staining of dentin slices infected with a mature E. faecalis biofilm were used to assess the antimicrobial properties. Normally distributed data were analyzed using one and two-way ANOVA and post hoc Tukey test, while for non-normally distributed data Kruskal Wallis and Dunn's tests …
Influence Of Different Finishing And Polishing Protocols Of Composite Cad Cam Blocks On Surface Roughness And Biological Response Of Gingival Mesenchymal Stem Cells, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Fouad Haridy, Mohamed Shamel, Houda Fouda, Raghda Khalil, Ahmed Refaat
Influence Of Different Finishing And Polishing Protocols Of Composite Cad Cam Blocks On Surface Roughness And Biological Response Of Gingival Mesenchymal Stem Cells, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Fouad Haridy, Mohamed Shamel, Houda Fouda, Raghda Khalil, Ahmed Refaat
Dentistry
The surface quality of composite CAD/CAM restorations is vital in aesthetics, longevity, and the biological response of
surrounding gingival tissues. Yet, little is known about how different finishing and polishing techniques influence cellular
behavior at the tissue interface. This study aimed to evaluate how various finishing and polishing systems affect the surface
roughness of composite CAD/CAM blocks, and how these differences influence the attachment, viability, and inflammatory
response of gingival mesenchymal stem cells (GMSCs). Seventy-seven composite CAD/CAM specimens were prepared and
subjected to one-step, two-step, and multi-step finishing/polishing protocols, with or without polishing paste. Surface rough-
ness was measured using …
Epidemiology Of Recurrent Herpes Labialis Among Dentistry Students: A Cross-Sectional Survey In Egypt, Sara Abdelwahed, Dalia Ghalwash, Al Hassan Diab
Epidemiology Of Recurrent Herpes Labialis Among Dentistry Students: A Cross-Sectional Survey In Egypt, Sara Abdelwahed, Dalia Ghalwash, Al Hassan Diab
Dentistry
Aim: Recurrent herpes labialis (RHL) is a common viral infection with significant psychosocial and clinical implications. Dental students are particularly vulnerable due to stress and frequent patient contact, yet data on their epidemiology in Egyptian cohorts are scarce. The study aimed to determine the prevalence, recurrence patterns, and associated risk factors of RHL among dentistry students in Egypt. Materials and Methods: A cross-sectional survey was conducted among 559 dentistry students at the British University in Egypt. A structured, self-administered questionnaire captured sociodemographic data, history of RHL episodes, frequency, severity, and triggering factors. Data were analyzed using descriptive statistics and Chi-square …
Effect Of Smoking And Finishing And Polishing Protocol On Color Stability And Surface Roughness Of Resin Composite, Fatma Makkeyah, Mohamed Samy Salama, Sara Adel Botros, Mohamed Shamel, Mahmoud Al Ankily
Effect Of Smoking And Finishing And Polishing Protocol On Color Stability And Surface Roughness Of Resin Composite, Fatma Makkeyah, Mohamed Samy Salama, Sara Adel Botros, Mohamed Shamel, Mahmoud Al Ankily
Dentistry
Purpose To investigate the influence of smoking and finishing and polishing protocol on color stability and surface roughness of resin composite. Materials and methods Seventy-two discs fabricated from supra-nanofilled composite were divided to 6 groups according to: Tobacco Product (Conventional Cigarette/CS and Heated Tobacco/HTP); and Finishing and Polishing Protocol (Control/C, Multi-step finishing system/FS, and Medium-grit abrasive bur + two-step polishing system/ PS). After finishing and polishing, specimens were exposed to a total of 600 cigarettes, divided into 20 each day, simulating 30 days of smoking. Color parameters were detected using a spectrophotometer. Surface roughness (Ra) was measured before and after …
Effect Of Green Synthesized Silver Nanoparticles Using Pisum Sativum Peel Aqueous Extract On Oral Squamous Cell Carcinoma, Oral Epithelial Cells And Fibroblasts Cell Lines, Mai Hafez
Dentistry
No abstract provided.
Fracture Resistance Of Mutilated Maxillary Premolars, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Fouad Haridy, Hanan Elsherbiny, Samar Swelam
Fracture Resistance Of Mutilated Maxillary Premolars, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Fouad Haridy, Hanan Elsherbiny, Samar Swelam
Dentistry
No abstract provided.
Effect Of Resin Restorative Material Type And Layering Techniques On The Fracture Resistance Of Maxillary Premolars, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Fouad Haridy, Radwa Nagy, Shimaa Elsayed Elhusseiny
Effect Of Resin Restorative Material Type And Layering Techniques On The Fracture Resistance Of Maxillary Premolars, Hend Sayed Ahmed, Mohamed Fouad Haridy, Radwa Nagy, Shimaa Elsayed Elhusseiny
Dentistry
Abstract
Objectives: This study aimed to evaluate the fracture resistance of premolar teeth with standardized mesio-
occluso-distal (MOD) cavities, restored using various techniques (layering techniques and composite-resin
restorations)
Materials and Methods: Seventy intact maxillary premolars with standardized MOD cavities were randomly
divided into seven groups (n=10): G1 control intact teeth; G2: MOD cavities left unrestored; G3: restored using an
incremental technique with nanohybrid resin composite (Neo Spectra TM ST, Dentsply Sirona); G4: restored in
bulk using a flowable composite (SDR Flow+, Dentsply Sirona); G5: bulk-filled with a multihybrid composite
(Tetric N Ceram, Ivoclar); G6: restored using an incremental technique with …
Fracture Resistance Of Maxillary Premolars Restored With Different Dentin Replacement Protocols, Hend Sayed Ahmed, Shadwa Hatem Kabil, Maha Elbaz
Fracture Resistance Of Maxillary Premolars Restored With Different Dentin Replacement Protocols, Hend Sayed Ahmed, Shadwa Hatem Kabil, Maha Elbaz
Dentistry
Aim: The aim of this research was to investigate the fracture resistance of premolar teeth with standardized
mesioocclusodistal (MOD) cavities restored with different dentin replacement protocols.
Subjects and methods: Sixty sound maxillary premolar teeth with standardized MOD cavities were assigned
to six groups (n=10): G1: sound teeth (positive control); G2: unrestored premolars with MOD cavities
(negative control); G3: restored incrementally with nanohybrid resin composite; G4: restored by bulk fill
flowable followed by nanohybrid resin composite; G5: restored with packable fiber-reinforced composite
followed by nanohybrid resin composite and G6: restored with flowable fiber-reinforced composite followed
by nanohybrid resin composite. After being …
Evaluation Of Marginal And Internal Fit In Cad/Cam-Fabricated Indirect Restorations, Mohamed Salama, Sara Adel Botros, Hend Sayed Ahmed
Evaluation Of Marginal And Internal Fit In Cad/Cam-Fabricated Indirect Restorations, Mohamed Salama, Sara Adel Botros, Hend Sayed Ahmed
Dentistry
Objectives: This study investigated the effect of marginal adaptation and internal fit of premolar teeth restored with indirect overlays, fabricated from different CAD/CAM materials (lithium-disilicate and composite blocks). Materials and Methods: Twenty-two intact premolars with standardized concave chamfer overlay preparation were divided into two groups (n= 18) Group (A): lithium disilicate blocks and Group (B): composite blocks. All groups cemented with dual cured resin cement. After 24h of storage at 37°C followed by thermocycling. Marginal gap evaluation evaluated using a stereomicroscope at x50 magnification at 4 points at each surface. Specimens were then sectioned mesiodistally to assess internal fit. Statistical …
Impact Of Adhesive Curing Mode And Dentin Sealing On Bond Strength Of Cad/Cam Resin Composite, Mohamed Fouad Haridy, Sarah Adel Botros, Nermin Mohieldin Abdelmohssen
Impact Of Adhesive Curing Mode And Dentin Sealing On Bond Strength Of Cad/Cam Resin Composite, Mohamed Fouad Haridy, Sarah Adel Botros, Nermin Mohieldin Abdelmohssen
Dentistry
The aim of this study was to investigate influence of curing mode of universal adhesives and dentin
sealing approach on microtensile bond strength (MTBS) of CAD/CAM composite to dentin. Occlusal
surfaces of 36 human molars were ground to expose flat dentin and randomly assigned to 6 groups
according to: (1) Adhesive curing mode [light-cured/LC (One coat 7 Universal, COLTENE); dual-cure/
DC (One coat 7 Universal/Dual-cure Activator, COLTENE); and self-cure/SC (Palfique Universal Bond,
Tokuyama); and (2) Dentin sealing approach (delayed sealing/DDS and immediate sealing/IDS).
Following 1-week provisionalization, CAD/CAM composite blocks (Brilliant Crios, COLTENE), 4 mm2
,
were cemented over conditioned dentin …
Regional Differences In Australian Export Grain Supply Chain Velocities And Their Implications, Ross Kingwell, Hemali Kanthilanka
Regional Differences In Australian Export Grain Supply Chain Velocities And Their Implications, Ross Kingwell, Hemali Kanthilanka
Grain and Other Field Crops Research Articles
The size of grain harvests are increasing in most Australian states, enabling farmers to supply increasing volumes of grain to domestic and international customers. There is a market preference to supply international customers in the months prior to the availability of the northern hemisphere grain harvest that commences from June. To expedite export sales of Australian grain, most owners and operators of regional export grain supply chains in Australia are increasing their investments in the velocity, reliability, and capacity of their export grain supply chains. Larger volumes of Australian grain are now more rapidly exported. But what are the ramifications …
Duration Of Temporomandibular Joint Treatment With Occlusal Splint, Yasmika N. Wulan, Rasmi Rikmasari, Seto Pramudita
Duration Of Temporomandibular Joint Treatment With Occlusal Splint, Yasmika N. Wulan, Rasmi Rikmasari, Seto Pramudita
Journal of Dentomaxillofacial Science
No abstract provided.
Profile And Characteristic Dental Anomalies And Oral Hygiene Status In Down Syndrome Children, Nurlindah Hamrun, Ameta Primasari, Elza Ibrahim, Asmawati Amin, Syakriani Syahrir, Fadhlil Ua. Rahman, Aprivita Lt. Padang, Aziza D. Risqillah
Profile And Characteristic Dental Anomalies And Oral Hygiene Status In Down Syndrome Children, Nurlindah Hamrun, Ameta Primasari, Elza Ibrahim, Asmawati Amin, Syakriani Syahrir, Fadhlil Ua. Rahman, Aprivita Lt. Padang, Aziza D. Risqillah
Journal of Dentomaxillofacial Science
No abstract provided.
Advancing Oral Health Through Multidisciplinary Innovation: From Molecular Insights To Equitable Care - An Editorial Review, Hasanuddin, Acing H. Mude, Muhammad Ikbal, Erni Marlina, Muhammad Ruslin
Advancing Oral Health Through Multidisciplinary Innovation: From Molecular Insights To Equitable Care - An Editorial Review, Hasanuddin, Acing H. Mude, Muhammad Ikbal, Erni Marlina, Muhammad Ruslin
Journal of Dentomaxillofacial Science
No abstract provided.
Comparison Of Four Modified Methods Of Ligation Induction Of Periodontitis In Wistar Rat Model: A Pilot Study, Rio Simanjuntak, Budi, Pitu Wulandari, Martina Amalia, Denny Satria
Comparison Of Four Modified Methods Of Ligation Induction Of Periodontitis In Wistar Rat Model: A Pilot Study, Rio Simanjuntak, Budi, Pitu Wulandari, Martina Amalia, Denny Satria
Journal of Dentomaxillofacial Science
No abstract provided.
Analysis Of Calcium-Phosphorus Ion Release And Biocompatibility Of Scaffold Hydroxyapatite Gypsum Puger And Cassava Starch (Manihot Esculenta Crantz) As Bone Graft Secure In Vitro Material, Amiyatun Naini, Zainul Cholid, Dessy Rachmawati, Agus Sumono, Karin Annisa, Dina Carlina, Fx. Ady Soesetijo
Analysis Of Calcium-Phosphorus Ion Release And Biocompatibility Of Scaffold Hydroxyapatite Gypsum Puger And Cassava Starch (Manihot Esculenta Crantz) As Bone Graft Secure In Vitro Material, Amiyatun Naini, Zainul Cholid, Dessy Rachmawati, Agus Sumono, Karin Annisa, Dina Carlina, Fx. Ady Soesetijo
Journal of Dentomaxillofacial Science
No abstract provided.