Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 78631 - 78660 of 79586

Full-Text Articles in Entire DC Network

Craftjai: Llm-Enhanced Generative Ai For Gamified Mood Journal, Kingrak Phairoh Jan 2024

Craftjai: Llm-Enhanced Generative Ai For Gamified Mood Journal, Kingrak Phairoh

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Mood journaling helps promote emotional self-awareness, but maintaining user motivation remains difficult. This study presents CRAFTJAI, a generative AI system that enhances journaling through emotionally aligned visual feedback. Instead of replacing diary entries, the system adds character-based imagery to support intrinsic motivation and symbolic emotional reflection. It consists of emotional feature extraction using a large language model, emotion-labeled dataset construction based on eight core moods, and LoRA fine-tuning of a diffusion-based text-to-image model to improve emotional fidelity and stylistic consistency. A web-based prototype was developed with Gradio for real-time evaluation. Drawing on gamification and self-determination theory, the system integrates emotional …


แพลตฟอร์มบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะสำหรับการจัดการกระแสเงินสดในโครงการก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์, กฤตพัฒน์ ภักดีธนวาณิช Jan 2024

แพลตฟอร์มบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะสำหรับการจัดการกระแสเงินสดในโครงการก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์, กฤตพัฒน์ ภักดีธนวาณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อสร้างนอกสถานที่ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการกระแสเงินสดในโครงการลักษณะนี้ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากขาดความชัดเจนด้านกระบวนการทางการเงิน ความไม่โปร่งใสในการทำธุรกรรม และปัญหาความไว้วางใจระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการชำระเงินและข้อขัดแย้งต่าง ๆ งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกระแสเงินสดในโครงการก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์ โดยระบบสามารถติดตามความคืบหน้าโครงการแบบเวลาจริง และดำเนินการชำระเงินโดยอัตโนมัติเมื่อมีการบรรลุเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ระบบที่พัฒนาขึ้นแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการพัฒนาสัญญาอัจฉริยะโดยอิงหลักการ Contract Factory pattern เพื่อรองรับลักษณะการดำเนินงานแบบหลายโครงการและหลายฝ่าย และ ส่วนที่สองคือการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานกับสัญญาอัจฉริยะ ระบบต้นแบบถูกนำไปประยุกต์ใช้กับโครงการจำลองอาคารเหล็กสำเร็จรูป ณ ศูนย์ปฏิบัติการสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยปรับให้เป็นโครงการขนาด 5 ยูนิต เพื่อจำลองบริบทของการก่อสร้างแบบมอดุลาร์ ผลการประยุกต์ใช้งานและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสะท้อนว่าระบบสามารถเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การศึกษาลักษณะของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และพื้นที่ปลอดภัยในสภาพการขับขี่ตามธรรมชาติในกรุงเทพฯ, ยุวไร ไวสะอาด Jan 2024

การศึกษาลักษณะของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และพื้นที่ปลอดภัยในสภาพการขับขี่ตามธรรมชาติในกรุงเทพฯ, ยุวไร ไวสะอาด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และพื้นที่ความปลอดภัยในสภาพการขับขี่จริงในเขตเมืองกรุงเทพมหานคร โดยใช้แนวทางการศึกษาพฤติกรรมแบบธรรมชาติ (Naturalistic Riding Study) เพื่อตรวจสอบลักษณะพฤติกรรมของผู้ขับขี่และระดับพื้นที่ปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการจราจรจริง เช่น การวัดเป็นเวลาเว้นระยะด้านหน้า ระยะห่างด้านข้าง ลักษณะของยานพาหนะรอบข้าง โดยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดและบันทึกข้อมูล เช่น 3D LiDAR สำหรับตรวจจับตำแหน่งของวัตถุรอบข้าง, ระบบ CAN Bus สำหรับอ่านค่าความเร็วและการเร่งของรถจักรยานยนต์, กล้องบันทึกวิดีโอ และคอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผล เพื่อประเมินระดับความปลอดภัยในขณะขับขี่ในสภาวะปกติ (Cruising) โดยรถจักรยานยนต์ทดลองที่มีขนาดกว้าง 0.74 เมตร และยาว 1.94 เมตร เพื่อเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ขับขี่จำนวน 20 คน ซึ่งมีประสบการณ์และความมั่นใจในการขับขี่บนถนนสายหลัก จากข้อมูลทั้งหมด 2,828 เหตุการณ์ พบว่าผู้ขับขี่ทั้งหมด มีค่าเฉลี่ยระยะห่างด้านข้าง (Lateral Clearance: Wa) เท่ากับ 1.47 เมตร และเวลาเว้นระยะด้านหน้า (Time Headway: TH) เท่ากับ 0.82 วินาที ผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำมีแนวโน้มเว้นระยะห่างมากกว่ากลุ่มเสี่ยงปานกลางอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย และการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยขับขี่สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนในประเทศไทย


การจำแนกมาตรวัดน้ำที่ผิดปกติโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่, ภานุวัฒน์ โมหนองเดิ่น Jan 2024

การจำแนกมาตรวัดน้ำที่ผิดปกติโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่, ภานุวัฒน์ โมหนองเดิ่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริหารจัดการน้ำสูญเสียถือเป็นภารกิจสำคัญของการให้บริการน้ำประปาของ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยน้ำสูญเสียเกิดได้ทั้งจากการรั่วไหลของระบบท่อ (น้ำสูญเสียเชิงกายภาพ) และจากมาตรวัดน้ำที่ชำรุดหรือผิดปกติ (น้ำสูญเสียเชิงพาณิชย์) ซึ่งส่งผลให้ กปภ. สูญเสียรายได้และความเชื่อมั่นของผู้ใช้น้ำลดลง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบจำลองสำหรับจำแนกมาตรวัดน้ำที่มีแนวโน้มผิดปกติ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ผ่านแบบจำลอง XGBoost, LSTM และการรวมแบบจำลอง (Stacking Ensemble) ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วย อายุ ยี่ห้อของมาตรวัดน้ำ ประเภทผู้ใช้น้ำ ประวัติการใช้น้ำย้อนหลัง 49 เดือน และข้อมูลเชิงพื้นที่ เช่น จำนวนจุดซ่อมท่อ และระยะห่างจากจุดซ่อมท่อ ในพื้นที่ กปภ. สาขารังสิต จังหวัดปทุมธานี ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลอง Stacking ที่รวม LSTM กับ XGBoost ที่ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมด้วย ให้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้ค่า Precision, Recall, F1-score และ Overall Accuracy เท่ากับ 91.74% ในทุกตัวชี้วัด ขณะที่แบบจำลอง LSTM ให้ผลใกล้เคียง (F1-score = 88.37%) และการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพของแบบจำลอง XGBoost เพิ่มขึ้นจาก 83.17% เป็น 87.25% (F1-score) ซึ่งดีกว่าแบบจำลอง XGBoost แบบเดี่ยวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ผลลัพธ์การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการผสานแบบจำลองและการนำข้อมูลเชิงพื้นที่มาใช้สามารถเพิ่มความแม่นยำในการจำแนกมาตรวัดน้ำที่มีแนวโน้มผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดน้ำสูญเสียเชิงพาณิชย์ เพิ่มความความเชื่อมั่นในการคิดค่าน้ำ และสามารถขยายผลสู่การประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นของ กปภ. ได้ในอนาคต


การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับน้ำบาดาลจากบ่อสังเกตการณ์กับความสูงของสถานีรับสัญญาณดาวเทียมแบบต่อเนื่อง, ภาคภูมิ กลุ่มในเมือง Jan 2024

การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับน้ำบาดาลจากบ่อสังเกตการณ์กับความสูงของสถานีรับสัญญาณดาวเทียมแบบต่อเนื่อง, ภาคภูมิ กลุ่มในเมือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำบาดาลจากบ่อสังเกตการณ์กับตำแหน่งทางดิ่งของสถานีรับสัญญาณดาวเทียมแบบต่อเนื่อง (CORS) โดยใช้ข้อมูลระดับน้ำบาดาลแบบเฉลี่ยรายวันจากบ่อสังเกตการณ์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และข้อมูลตำแหน่งทางดิ่งรายวันจากสถานี CORS ที่ประมวลผลด้วยเทคนิค Precise Point Positioning (PPP) โดยซอฟต์แวร์ Bernese 5.4 จากนั้นทำการวิเคราะห์แนวโน้มและคำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลงรายปี พร้อมทั้งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยวิธีสถิติสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Correlation) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำบาดาลกับตำแหน่งทางดิ่งของสถานี CORS ในแต่ละคู่สถานีมีค่าความสัมพันธ์ในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ในช่วงประมาณ 0.080 ถึง 0.782 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ทางดิ่งของสถานี CORS และระดับน้ำบาดาลในพื้นที่ต่าง ๆ แม้มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ยังพบว่าในทุกพื้นที่ตำแหน่งของสถานี CORS ได้รับอิทธิพลจากโครงสร้างฐานรากที่มีเสาเข็มรองรับ ทำให้ไม่ได้รับผลโดยตรงแม้เกิดการทรุดตัวของพื้นดินเนื่องจากน้ำบาดาล งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการติดตามการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำบาดาลโดยใช้ตำแหน่งทางดิ่งของสถานี CORS ยังไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดได้โดยตรง แต่สามารถใช้เป็นข้อมูลเสริมในการวิเคราะห์แนวโน้มหรือประกอบกับข้อมูลอื่น ๆ ได้


Investigation Of Mechanism And Inventory Of Greenhouse Gases Emission From Activated Sludge Wastewater Treatment Facility, Chawakorn Sanusan Jan 2024

Investigation Of Mechanism And Inventory Of Greenhouse Gases Emission From Activated Sludge Wastewater Treatment Facility, Chawakorn Sanusan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to elucidate the mechanisms and quantify the inventory of greenhouse gas (GHG) emissions—specifically carbon dioxide (CO2), methane (CH4), and nitrous oxide (N2O)—from an activated sludge (AS) wastewater treatment facility at the Pattaya Wastewater Treatment Plant (Soi Wat Nongyai), Thailand. A closed dynamic flux chamber (CDC) technique coupled with a portable Fourier-transform infrared (FTIR) gas analyzer was utilized to measure gas concentrations across three critical units: the primary sedimentation tank, aeration tank, and final sedimentation tank together with a direct-probe technique to measure across the sludge thickening tank, and sludge dewatering area. Emission rates were calculated using both …


การคำนวณย้อนกลับแบบพลวัตเพื่อทำนายค่าโมดูลัสของโครงสร้างชั้นทางแบบยืดหยุ่นหลายชั้นจากการทดสอบ Fwd ด้วยวิธีการคำนวณแบบอ่อน, อัญชลี โฆษิตธรรมกุล Jan 2024

การคำนวณย้อนกลับแบบพลวัตเพื่อทำนายค่าโมดูลัสของโครงสร้างชั้นทางแบบยืดหยุ่นหลายชั้นจากการทดสอบ Fwd ด้วยวิธีการคำนวณแบบอ่อน, อัญชลี โฆษิตธรรมกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการวิเคราะห์ย้อนกลับแบบพลวัต โดยใช้การทดสอบ FWD (Falling Weight Deflectometer) เพื่อทำนายค่าโมดูลัสของโครงสร้างชั้นทางสามชั้น ประกอบด้วยชั้นที่ 1 ชั้นแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete), ชั้นที่ 2 ชั้นพื้นทาง (Base) และชั้นที่ 3 ชั้นดินเดิม (Subgrade) โดยแต่ละชั้นมีค่าโมดูลัสยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน ชุดข้อมูลที่ใช้ในการศึกษานี้สังเคราะห์ข้อมูล (Data Synthesis) ด้วยวิธีสติฟเนสแม่นตรงพิจารณาข้อมูลจาก 9 จุดการตรวจวัด (Geophones) ในช่วงเวลา 25 ช่วง รวมทั้งหมด 500 ชุดข้อมูล งานวิจัยได้พัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องจำนวนสองแบบจำลอง ได้แก่ โครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network: ANN) และแบบจำลองป่าสุ่ม (Random Forest: RF) และดำเนินการประเมินความแม่นยำของแบบจำลองด้วยตัวชี้วัดต่าง ๆ ได้แก่ ค่า RMSE, MAPE และ R² ผลการศึกษาพบว่าแบบจำลอง ANN มีความแม่นยำสูงกว่า โดยมีค่า R² > 98.95% ขณะที่แบบจำลอง RF มีค่า R² > 91.95% ในทุกชั้นของโครงสร้าง ทั้งในชุดข้อมูลฝึกสอนและชุดข้อมูลทดสอบ การวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของตำแหน่งจุดวัดต่อค่าโมดูลัสยืดหยุ่นที่ทำนายได้ในแต่ละชั้นทางด้วยแบบจำลอง ANN โดยใช้การทดสอบสมมติฐานทางสถิติด้วยวิธีการคัดเลือกตัวแปรการขจัดแบบย้อนกลับ (Backward Elimination) ผลการศึกษาพบว่าจากตัวแปรอิสระเริ่มต้นจำนวน 225 ตัว มีตัวแปรที่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ถูกกำจัด 0, 1 และ 3 ตัวแปร สำหรับชั้นแอสฟัลต์คอนกรีต, ชั้นพื้นทาง และชั้นดินเดิมตามลำดับ เมื่อพิจารณาจำนวนตัวแปรที่มีนัยสำคัญในแบบจำลอง ANN บ่งชี้ว่าชุดข้อมูลแบบจำลองมีความสอดคล้องกับทฤษฎี


การพัฒนาถ่านชีวภาพจากกะลาแมคคาเดเมียเพื่อใช้เป็นตัวดูดซับสีซาฟรานิน, สุภานนท์ ตั้งหิรัญชัย Jan 2024

การพัฒนาถ่านชีวภาพจากกะลาแมคคาเดเมียเพื่อใช้เป็นตัวดูดซับสีซาฟรานิน, สุภานนท์ ตั้งหิรัญชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำกะลาแมคคาเดเมียที่เป็นของเสียภาคการเกษตรมาใช้ประโยชน์ด้วยการพัฒนาเป็นถ่านชีวภาพ เพื่อใช้เป็นตัวดูดซับซาฟรานินและนำไปขึ้นรูปเป็นเม็ด ด้วยการกระตุ้นทางความร้อนและสารเคมีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดูดซับ โดยการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี การทดสอบประสิทธิภาพการดูดซับ จลนพลศาสตร์และไอโซเทอร์มการดูดซับซาฟรานิน อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อความสามารถดูดซับซาฟรานินของตัวดูดซับ จากการศึกษาพบว่า กะลาแมคคาเดเมียมีองค์ประกอบของคาร์บอนสูง แต่มีองค์ประกอบของเถ้าต่ำ มีโครงสร้างสารอินทรีย์ของเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลสและลิกนินเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อนำไปผ่านกระบวนการความร้อนและกระตุ้นทางเคมี โครงสร้างที่พบจะเป็นคาร์บอนอสัณฐานเป็นหลัก เนื่องจากหมู่ฟังก์ชันของโครงสร้างเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลสและลิกนินเกิดการสลายตัวเนื่องจากความร้อน พบว่าการกระตุ้นด้วยโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ และความร้อนที่ 900 องศาเซลเซียส (MNC_KOH_3_900) เกิดรูพรุนขึ้นเป็นจำนวนมากและพื้นผิวมีความขรุขระไม่เรียบเนียน มีพื้นที่ผิวจำเพาะและปริมาตรรูพรุนสูงสุดที่ 1,860.52 ตารางเมตรต่อกรัม และ 0.804 ลูกบาศก์ตารางเซนติเมตรต่อกรัม การศึกษาจลนพลศาสตร์การดูดซับซาฟรานินเป็นไปตามแบบจำลองปฏิกิริยาอันดับที่สองเสมือน ชี้ให้เห็นว่าเป็นกระบวนการดูดซับทางเคมี การศึกษาไอโซเทอร์มการดูดซับซาฟรานินเป็นไปตามแบบจำลองฟรุนดลิชโดยมีค่าความสามารถดูดซับซาฟรานินที่สภาวะสมดุล 603.68 มิลลิกรัมต่อกรัม ที่ความเข้มข้นซาฟรานินที่สมดุล 100 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยปฏิกิริยาการดูดซับเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน ในส่วนการขึ้นรูปเป็นเม็ดสามารถคงรูปและนำไปใช้ในการดูดซับซาฟรานินได้ ดังนั้น ตัวดูดซับที่พัฒนาจากกะลาแมคคาเดเมียนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดูดซับซาฟรานินที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างมูลค่าให้กับของเสียภาคการเกษตร


การปรับปรุงการทำนายค่าฝุ่น Pm2.5 ด้วยโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึกแบบใช้พื้นที่และเวลา, จิตติ พรานนท์สถิตย์ Jan 2024

การปรับปรุงการทำนายค่าฝุ่น Pm2.5 ด้วยโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึกแบบใช้พื้นที่และเวลา, จิตติ พรานนท์สถิตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

PM2.5 เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศทั่วโลก จึงมีความจำเป็นต้องใช้วิธีการพยากรณ์ที่แม่นยำเพื่อการป้องกันและเตือนภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่างานวิจัยในระยะแรกจะมุ่งเน้นที่การพยากรณ์เชิงเวลา แต่ในระยะหลัง งานวิจัยต่าง ๆ เริ่มมีการบูรณาการแบบจำลองซึ่งพยากรณ์ทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงเวลาเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านประสิทธิภาพการพยากรณ์ของแบบจำลองอยู่ ในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคนิคดังกล่าวให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นในการพยากรณ์ความเข้มข้นของ PM2.5 ในอนาคต โดยใช้แบบจำลองพยากรณ์วิดีโอที่มีชื่อว่า “IAM4VP” เป็นแกนหลักของแบบจำลอง คุณลักษณะต่าง ๆ ถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อการพยากรณ์ ได้แก่ ความเข้มข้นของ PM2.5 จำนวนจุดความร้อนบนพื้นผิวโลก และความเร็วลมที่พัดไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้เชิงเวลา ผู้วิจัยได้มีการบูรณาการการเข้ารหัสแบบวัฏจักร (Cyclical Encoding) เข้ามาเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ของความเข้มข้นของ PM2.5 กับชั่วโมงของวัน จากการทดลองโดยใช้ข้อมูล PM2.5 ในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2565–2566 พบว่ามีการปรับปรุงผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยค่า MAE ลดลงถึง 13.63% และค่า F1 score เพิ่มขึ้นถึง 15.27% เมื่อเทียบกับแบบจำลองพื้นฐาน ConvLSTM แบบจำลองนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่โดดเด่นในการพยากรณ์ระดับ PM2.5 ที่อยู่ในช่วงปานกลางถึงไม่ดีต่อสุขภาพ และยังมีความแม่นยำสูงขึ้นในแต่ละระยะเวลาการพยากรณ์ โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงแรก ๆ ของการพยากรณ์


Lead-Free Perovskite/Metal Oxide Heterojunction Photocatalyst For Sustainable Toluene Oxidation, Zakarya Hazaea Jan 2024

Lead-Free Perovskite/Metal Oxide Heterojunction Photocatalyst For Sustainable Toluene Oxidation, Zakarya Hazaea

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

An important field of study is the ecologically benign synthesis of useful compounds such as benzaldehyde and benzyl alcohol from the organic contaminant toluene. Lead-free halide perovskites are excellent options for photocatalysis due to their exceptional photoelectric properties. Nonetheless, they have notable challenges, such as fast charge recombination and ineffective charge separation. In this work, we present a simple anti-solvent technique to create a heterojunction between lead-free halide perovskite Cs2AgBiBr6 (CABB) with Cu2O and Cu-Cu2O. This combination facilitates the photocatalytic activation of C(sp3)−H bonds, which in turn increases the oxidation of toluene. The Cu2O and Cu-Cu2O creating a Z-scheme heterojunction …


Key Determinants Of Under-Five For Policy Focus : Economic Status, Healthcare Access, Or Maternal Education?, Wai Yan Htun Jan 2024

Key Determinants Of Under-Five For Policy Focus : Economic Status, Healthcare Access, Or Maternal Education?, Wai Yan Htun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Despite Myanmar initiatives to improve maternal and child healthcare, the Under-Five Mortality Rate (U5MR) in Myanmar remains critically high, ranking 44th globally in 2023 according to the World Bank. This reflects persistent socioeconomic inequalities and disparities in healthcare access. Objective: This study aims to analyze the influence of maternal education level, household wealth, and access to healthcare services on U5MR in Myanmar, and to propose relevant policy recommendations. Methods: This research utilized secondary data from the 2015-2016 Myanmar Demographic and Health Survey (MDHS). The sample included 4,809 children under five years of age, derived from interviews with 3,862 mothers. …


Music Therapy Interventions To Improve Communication Skills In Children With Asd : A Scoping Review, Amiah Kwanprayoon Jan 2024

Music Therapy Interventions To Improve Communication Skills In Children With Asd : A Scoping Review, Amiah Kwanprayoon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Children with Autism Spectrum Disorder (ASD) often have difficulties in communication, including expressive and receptive language, social interaction, and nonverbal communication. Music therapy has been found to enhance communicative development in this population. This scoping review aims to summarise music therapy interventions documented in clinical studies that target the improvement of communication skills in children with ASD, and to identify the specific techniques used to address communication-related subskills. A systematic search was conducted across 5 databases and 10 peer-reviewed publications. According to inclusion criteria, fourteen studies published between 2011 and 2025 were included. The data extracted include music therapy methods, …


Analysis Of Music Therapy Interventions In Addressing Motor Symptoms Of Parkinson’S Disease : A Scoping Review, Mysara Jamaludin Jan 2024

Analysis Of Music Therapy Interventions In Addressing Motor Symptoms Of Parkinson’S Disease : A Scoping Review, Mysara Jamaludin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As Parkinson’s Disease is one of the most prevalent neurological diseases faced globally, individuals with this disease often faced disruptions in their movement abilities, emotional, social and communication aspects, which can then affect their overall quality of life. Parkinson’s Disease constitutes of motor and non-motor symptoms, in which the former is accounted as the main component of the disease. Motor symptoms of Parkinson’s Disease, consists of primary motor symptoms, such as bradykinesia and rigidity, and secondary motor symptoms such as gait dysfunction and speech difficulties. With much literature support of music-based interventions towards addressing motor symptoms, it is beneficial to …


Strategies For Implementing Improvisational Music Therapy For Adults With Depression : A Scoping Review, Renjie Wu Jan 2024

Strategies For Implementing Improvisational Music Therapy For Adults With Depression : A Scoping Review, Renjie Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Depression affects over 280 million people worldwide, and some individuals are resistant to verbal-based therapies, prompting interest in non-pharmacological approaches such as improvisational music therapy (IMT). This scoping review aimed to map and synthesize existing strategies used by music therapists when implementing IMT for adults with depressive symptoms. Following Arksey and O’Malley’s framework, we searched five electronic databases (Scopus, PubMed, APA PsycArticles, ERIC, EBSCOhost) and hand‑searched eight music therapy journals for English‑language studies published between 2000 and 2025. Fourteen studies (2008–2024)—including eight randomized controlled trials, five mixed‑methods investigations, and one qualitative process evaluation—met inclusion criteria. These studies, conducted primarily in …


ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ Jan 2024

ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับลำดับการรักษาโรคมะเร็ง วิธีการรักษาโรคมะเร็ง ยารักษาโรคมะเร็ง ตัวชี้วัดผลการรักษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ และนำประมวลศัพท์ที่ได้มาใช้อ้างอิงสำหรับผู้ที่ต้องทำความเข้าใจข้อมูลยารักษาโรคมะเร็งในระดับที่เกี่ยวข้อง เช่น อาสาสมัครโครงการวิจัยยามะเร็ง นักศึกษา นักแปล และผู้สนใจ การจัดทำประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งนี้ได้อ้างอิงจากทฤษฎีและแนวทางการทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาเสนอไว้ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์และขอบเขตการศึกษาในการจัดทำประมวลศัพท์ 2) การทบทวนวรรณกรรมทางศัพทวิทยาและการศึกษาข้อมูลยารักษาโรคมะเร็ง 3) การสร้างคลังข้อมูลภาษา และการดึงศัพท์จากคลังข้อมูลภาษา 4) การกำหนดมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งและ 5) การบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น การบันทึกข้อมูลศัพท์ และการเขียนคำนิยามเพื่อกำหนดศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 30 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ และลำดับของมโนทัศน์ในมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอศัพท์แต่ละคำประกอบด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ภาษาไทย ขอบเขตข้อมูลที่พบศัพท์ มโนทัศน์สัมพันธ์พร้อมคำอธิบาย บริบทที่พบศัพท์ นิยามศัพท์ รูปศัพท์อื่น ประเภทของคำทางไวยากรณ์ และข้อมูลอ้างอิง


Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang Jan 2024

Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores how multisensory exhibition design can promote inclusion and participation for neurodiverse children, particularly those on the autism spectrum, within art spaces. It focuses on two representative case studies from Australia, namely the Children's Program of the Asia Pacific Triennial and the curatorial practices of Erica Tandori. The research analyzes how sensory elements such as touch, sound, smell, and spatial arrangement can enhance accessibility and interaction in exhibition environments. Building on this analysis, the study proposes a conceptual exhibition layout model that emphasizes participatory interaction, emotional support, and sensory exploration. Informed by literature review and public survey findings, …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the application of curatorial spatial narrative in the 5th Changchun International Ice Sculpture Exhibition. The exhibition is not merely an artistic presentation but a curatorial practice that deepens audience immersion and environmental awareness through spatial narrative. It uniquely combines ephemeral ice sculptures with permanent sculptures in the Changchun World Sculpture Park, enhancing the dialogue between time and material.Through literature reviews, case comparisons, and spatial analyses, the study contrasts international and Chinese domestic cases such as Harbin Ice and Snow World and the World Ice Sculpture Championship, highlighting the uniqueness of curatorial spatial narratives. This research positions curators …


Exploring The Efficacy Of Expressive Arts Therapy For Promoting Emotional Expression In Adolescents With Psychosomatic Symptoms: A Scoping Review, Lalida Therakomen Jan 2024

Exploring The Efficacy Of Expressive Arts Therapy For Promoting Emotional Expression In Adolescents With Psychosomatic Symptoms: A Scoping Review, Lalida Therakomen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Adolescents often experience emotional challenges that can manifest as psychosomatic symptoms, a condition linked to emotional suppression and alexithymia. While evidence supports the use of art therapy, the specific application of expressive arts therapy (EAT) for psychosomatic symptoms in this population remains under-researched, particularly in Eastern cultural contexts. This scoping review was conducted to explore the efficacy of EAT in promoting emotional expression in adolescents with psychosomatic symptoms. A systematic search of four databases, guided by PRISMA guidelines, identified 15 studies for synthesis, including five Randomized Controlled Trials (RCTs). Findings consistently reported that interventions improved emotional expression, reduced psychosomatic symptoms …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past several decades, exhibitions concerning Southeast Asia have tended to operate within a geopolitical framework that emphasizes historical narratives shaped by colonial processes. Within this curatorial paradigm, the human subject is often positioned at the center of meaning-making and perception, reinforcing the dominance of the nation-state as the primary unit of power. At the same time, such frameworks tend to marginalize ecological concerns, particularly the complex interrelations between humans and more-than-human entities. This research critically examines prevailing curatorial practices within this context, investigates the impact of green imperialism in the region, and proposes an alternative curatorial approach through …


การออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลู, อริยา ตัณฑสุทธิ์ Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลู, อริยา ตัณฑสุทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลูมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหากลยุทธ์และแนวการออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลูขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัยนั้นประกอบด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเทพเจ้าที่นิยมมูเตลู ในช่วงปี 2566 รวมถึงรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด SWOT Analysis, 4Ps Marketing และ Brand Onions เทียบกับแบรนด์ประเภทมูเตลูตัวอย่างเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม จากบทความ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม งานวิจัย และสื่ออินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านมูเตลู และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสรุปผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อคือ “Light up your way” เนื่องจากหนุ่มออฟฟิศหลายคนต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในการทำงาน แม้จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ตามหลักเหตุผล แต่ยังคงรู้สึกไม่มั่นใจและรู้สึกไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน การมูเตลูเทพเจ้าจึงเปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำทาง ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังใจและพลังแห่งความศรัทธานั้นมอบความสบายใจและเพิ่มความมั่นใจให้กับหนุ่มออฟฟิศสายมูช่วยให้ก้าวผ่านปัญหาและความท้าทายในการทำงานไปได้


การพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่อธิบายได้โดยใช้ Shap และ การเรียนรู้ของเครื่องผ่านกรณีตัวอย่างการทำนายโรคทางเดินอาหารจากข้อมูลไมโครไบโอมในลำไส้, พงศกร พงศ์สุทธิยากร Jan 2024

การพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่อธิบายได้โดยใช้ Shap และ การเรียนรู้ของเครื่องผ่านกรณีตัวอย่างการทำนายโรคทางเดินอาหารจากข้อมูลไมโครไบโอมในลำไส้, พงศกร พงศ์สุทธิยากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และ การแพทย์ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลไมโครไบโอมในลำไส้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคโครห์น และ มะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้ว่าแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องสามารถทำนายโรคได้อย่างแม่นยำจากข้อมูลเหล่านี้ แต่ข้อจำกัดด้านการตีความผลลัพธ์ โดยเฉพาะในแบบจำลองที่ซับซ้อน เช่น Random Forest และ Neural Networks ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานจริงในทางการแพทย์ งานวิจัยนี้เสนอการพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบที่ผสานการทำงานของแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับเทคนิค SHAP (SHapley Additive exPlanations) เพื่อแสดงเหตุผลประกอบการทำนายในระดับรายบุคคล ระบบถูกออกแบบให้รองรับการจัดการวงจรชีวิตของแบบจำลองอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การนำเข้า การเรียกใช้งาน ไปจนถึงการอัปเดตเวอร์ชัน โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแบบจำลองที่ผ่านการประเมินประสิทธิภาพ พร้อมแสดงค่าความน่าจะเป็น และ แผนภาพ SHAP ที่อธิบายฟีเจอร์สำคัญในการตัดสินใจของแบบจำลอง ระบบทั้งหมดพัฒนาภายใต้แนวคิดสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิส และ รองรับการติดตั้งบน Kubernetes เพื่อความยืดหยุ่นในการดูแล และ ขยายในอนาคต แพลตฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ AI อย่างโปร่งใสในงานด้านสุขภาพ และ สามารถต่อยอดไปยังโรคในกลุ่มอื่นได้ในระยะยาว


ระบบบริการที่ใช้การดำเนินการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อสร้างและสอนเพิ่มแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกได้โดยง่ายจากข้อมูลที่จัดเตรียมโดยผู้ใช้งาน, ธนเทพ รุ่งพิพัฒน์ Jan 2024

ระบบบริการที่ใช้การดำเนินการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อสร้างและสอนเพิ่มแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกได้โดยง่ายจากข้อมูลที่จัดเตรียมโดยผู้ใช้งาน, ธนเทพ รุ่งพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอระบบเว็บแอปพลิเคชันที่รองรับการสร้างแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) โดยใช้แนวคิดของ MLOps (Machine Learning Operations) เพื่อให้สามารถฝึกใหม่ (Retrain) และนำแบบจำลองกลับมาใช้งานได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงเทคนิคหรือการเขียนโค้ด ระบบออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้อัปโหลดข้อมูลของตนเอง และสร้างแบบจำลองจากโมเดลสำเร็จรูปที่นำเข้าจาก Hugging Face เช่น ResNet-50 และ Vision Transformer ได้ทันที โดยใช้ระบบตรวจสอบการเลื่อนของข้อมูล (Data Drift) และแสดงผลผ่าน Prometheus และ Grafana เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมคุณภาพของแบบจำลองในระยะยาว ระบบสามารถดาวน์โหลดโมเดลที่ฝึกแล้ว หรือเรียกใช้งานผ่าน API โดยมีการวางโครงสร้างเพื่อรองรับกับผู้ใช้งานจำนวนมากในอนาคตโดยใช้เครื่องมือต่างๆ เข้าช่วย เช่น Docker, Keycloak, RabbitMQ และ MLFlow ช่วยให้สามารถขยายระบบ (Scalability) และดีพลอยขึ้นคลาวด์ได้อย่างยืดหยุ่น การทดสอบระบบแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการประมวลผลทั้งในด้านความแม่นยำของแบบจำลอง และความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการนำแบบจำลองที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้ พร้อมระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร เป็นแนวทางที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึง AI และส่งเสริมให้การใช้งานปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้าถึงได้ในวงกว้างยิ่งขึ้น


การพัฒนาระบบสำหรับประเมินทักษะตามความต้องการด้านทักษะเชิงอ่อน สำหรับสายอาชีพผู้ผลิตซอฟต์แวร์ของธุรกิจธนาคารในประเทศไทย, ปรานต์วาสน์ ศรีอนันต์ Jan 2024

การพัฒนาระบบสำหรับประเมินทักษะตามความต้องการด้านทักษะเชิงอ่อน สำหรับสายอาชีพผู้ผลิตซอฟต์แวร์ของธุรกิจธนาคารในประเทศไทย, ปรานต์วาสน์ ศรีอนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคปัจจุบันสายอาชีพผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีบทบาทสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคธุรกิจธนาคารที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ในการดำเนินงาน ความสามารถในสายงานนี้จึงไม่จำกัดเพียงทักษะทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทักษะเชิงอ่อน (soft skills) เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากยังขาดการตระหนักรู้และการเตรียมความพร้อมในด้านทักษะเชิงอ่อน ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างทักษะที่มีและความต้องการขององค์กร โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของทักษะเชิงอ่อนที่จำเป็นในสายอาชีพผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งสิ้น 9 ทักษะ โดยเน้นในภาคธุรกิจธนาคาร ผ่านการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการตอบแบบสำรวจความต้องการด้านทักษะเชิงอ่อนของหัวหน้างานจากธุรกิจธนาคารในประเทศไทยทั้งสิ้น 10 แห่ง ต่อตำแหน่งงาน 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งนักออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ ตำแหน่งนักพัฒนา และนักประกันคุณภาพ เพื่อให้ทราบทักษะเชิงอ่อนที่สำคัญและจำเป็นโดยตรงกับความคาดหวังของหัวหน้างานในสายการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะเชิงอ่อนในสายอาชีพผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย โครงงานนี้ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประเมินทักษะเชิงอ่อนสำหรับผู้ที่สนใจเข้าสู่สายอาชีพนี้ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวออกแบบให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินทักษะเชิงอ่อนของตนเองเบื้องต้นได้ พร้อมทั้งเสนอคำแนะนำที่เหมาะสมกับระดับของผู้ประเมินสำหรับทั้ง 9 ทักษะเชิงอ่อน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจถึงจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในภาคธุรกิจธนาคารได้


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลาออกของพนักงานไอทีในธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย, ฐิติวุฒิ สุวอ Jan 2024

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลาออกของพนักงานไอทีในธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย, ฐิติวุฒิ สุวอ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจลาออกของพนักงานไอทีในธนาคารแห่งหนึ่งของประเทศไทยซึ่งดำเนินงานภายใต้การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ (Agile) โดยวิเคราะห์ 8 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความสมดุลชีวิตกับงาน (Work-Life Balance), ความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่ไม่ดี (Poor Workplace Relationships), ความยืดหยุ่นในการทำงาน (Lack of Workplace Flexibility), ค่าตอบแทนที่ไม่ยุติธรรมต่อเนื้องาน (Unfair Compensation Relative to Work), การบังคับให้กลับมาทำงานในสถานที่ทำงาน (Forced Transition to On-site Work), พฤติกรรมไม่เหมาะสมของหัวหน้างาน (Supervisor Misconduct), ค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับทักษะ (Inadequate Compensation Relative to Skill) และวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ (Toxic Organizational Culture) โดยเก็บข้อมูลจากพนักงานไอทีจำนวน 52 คน ผ่านการตอบแบบสอบถาม และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ Cronbach’s Alpha, Kaiser-Meyer-Olkin (KMO), Factor Loading และ Multiple Regression Analysis ผลการวิเคราะห์พบว่ามีเพียงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหัวหน้าและค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับทักษะที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ส่งผลต่อความตั้งใจลาออกของพนักงาน นอกจากนี้โครงงานยังได้พัฒนาแดชบอร์ดแบบโต้ตอบ (Interactive Dashboard) เพื่อช่วยให้ทีมทรัพยากรบุคคลสามารถนำผลลัพธ์ไปวิเคราะห์ต่อ ประเมินความเสี่ยงการลาออก และวางแผนเชิงกลยุทธ์การบริหารบุคลากร ภายใต้แวดล้อมการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ (Agile) ได้อย่างมีประสิทธิผล


การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี Jan 2024

การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันตลาดโมไบล์แอปพลิเคชันมีการแข่งขันสูง นักพัฒนาจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งบ่งบอกถึงความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาฟังก์ชันการทำงานให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันยอดนิยมมักมีบทวิจารณ์จำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดในการที่นักพัฒนาจะสามารถอ่านและวิเคราะห์บทวิจารณ์ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว งานวิจัยฉบับนี้จึงนำเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องเข้ามาช่วยในการจำแนกประเภทของบทวิจารณ์ โดยพิจารณาจากเนื้อหาในบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัญหา ข้อบกพร่อง หรือข้อเสนอในการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปรับปรุงตามผลกระทบที่มีต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ งานวิจัยนี้ได้กำหนดหมวดหมู่ของบทวิจารณ์ไว้ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ ปัญหาด้านความจำเป็นพื้นฐาน, ปัญหาด้านการปฏิบัติ, ปัญหาด้านความเพลิดเพลิน, ปัญหาด้านความแปลกใหม่ และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนลำดับความสำคัญของปัญหาจากมุมมองของผู้ใช้ ในการพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องพบว่าโมเดลเบิร์ตมีประสิทธิภาพสูงกว่าโมเดลเอสวีเอ็ม แรนดอมฟอเรสต์ และโลจิสติกรีเกรสชัน โดยมีค่าความเที่ยงเป็น 0.72 ค่าเรียกกลับเป็น 0.719 ค่าเอฟวันเป็น 0.719 และค่าความแม่นเป็น 0.722 นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบที่ใช้โมเดลเบิร์ตที่สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำไปใช้วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของงานการบำรุงรักษาโมไบล์แอปพลิเคชัน โดยเว็บแอปพลิเคชันจะช่วยลดภาระในการอ่านบทวิจารณ์จำนวนมาก พร้อมทั้งสกัดข้อมูลที่สำคัญออกมาให้เห็นภาพรวมของความต้องการของผู้ใช้


สภาวะความไม่ยุติธรรมภายใต้กระแสระบบทุนนิยม : การสะสมทุนด้วยการปล้นชิง, รัชดาพร ธรรมไหว Jan 2024

สภาวะความไม่ยุติธรรมภายใต้กระแสระบบทุนนิยม : การสะสมทุนด้วยการปล้นชิง, รัชดาพร ธรรมไหว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ เพื่อศึกษาแนวคิดการสะสมทุนเบื้องต้น แนวคิดการสะสมทุนด้วยการปล้นชิง และแนวคิดทุนนิยมทางการเงิน และเพื่อเปรียบเทียบการสะสมทุนผ่านการปล้นชิงของระบบทุนนิยม ระหว่างทุนนิยมอุตสาหกรรม และทุนนิยมทางการเงิน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการวิเคราะห์จากเอกสารชั้นรอง ผ่านกรอบแนวคิดการะสมทุนเบื้องต้น และแนวคิดการสะสมทุนด้วยการปล้นชิง ผลการศึกษา พบว่า ในยุคเริ่มแรกของทุนนิยมอย่างในยุคทุนนิยมอุตสาหกรรม การสะสมทุนเบื้องต้นเกิดขึ้นจากการแย่งชิงทรัพยากร เช่น การยึดครองที่ดิน การขูดรีดแรงงาน เป็นต้น แต่ในยุคปัจจุบัน การสะสมทุนมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะทุนนิยมทางการเงิน การสะสมทุนมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งไม่เพียงแต่การขูดรีดแรงงานทางกายภาพเท่านั้น แต่ได้แปรเปลี่ยนเป็นลักษณะของการเก็งกำไร การสร้างหนี้ การแปรรูปทรัพย์สินสาธารณะ การใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น โดยไม่ต้องผ่านการผลิตหรือแรงงานอย่างชัดเจน จึงทำให้ผู้เขียนได้ข้อค้นพบวิธีการสะสมทุนผ่านการปล้นชิงว่าได้แปรเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามบริบทโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคทุนนิยมดิจิทัล กลไก และวิธีการสะสมทุนสามารถทำได้อย่างแยบยลจนกลืนไปกับชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว ภาพลักษณ์เทคโนโลยี แพลตฟอร์มดิจิทัลถูกผลิตมาเพื่ออำนวยความสะดวก แต่เบื้องหลังได้ปล้นชิงแร่ธาตุหายากอย่างมหาศาล และปล้นชิงความเป็นมนุษย์ในการกดขี่ข่มเหงแรงงานในประเทศยากจน อีกทั้งยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหลอกหลวงมนุษย์ด้วยกันเอง จึงเป็นสิ่งสะท้อนว่า ไม่ว่าการสะสมทุนในยุคใดก็ตาม ก็ยังทิ้งความไม่ยุติธรรมแก่คนส่วนใหญ่อยู่เสมอ ซึ่งอนาคตการสะสมทุนก็คงกลายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ และดูเหมือนว่าความไม่ยุติธรรมยังคงแฝงอยู่ในระบบทุนนิยมที่ดูเหมือนจะพัฒนาไปอย่างไร้ที่ติ


อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ Jan 2024

อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทัศนคติต่อตราสินค้า อิทธิพลของกลุ่มอ้างอิง (ได้แก่ อิทธิพลด้านข้อมูล อิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ และอิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม) การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค ในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า และ 2) อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-44 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และต้องเคยซื้อและใช้ยาดมตราหงส์ไทยมาอย่างน้อย 1 เดือน จำนวนทั้งสิ้น 264 คน แบ่งเป็น 1) อายุ 18-28 ปี (Generation Z) จำนวน 132 คน และ 2) อายุ 29-44 ปี (Generation Y) จำนวน 132 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุดคือ ทัศนคติต่อตราสินค้า นอกจากนั้น ทัศนคติต่อตราสินค้าและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า ในขณะที่อิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำเท่านั้น และสุดท้าย อิทธิพลด้านข้อมูลและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบของกลุ่มอายุ Generation Z และ Generation Y แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช Jan 2024

อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความไว้วางใจในสินค้าไทย และศึกษาอิทธิพลของความไว้วางใจในสินค้าไทยที่ใช้พรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการสำรวจความคิดเห็น (Survey Research) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการซื้อและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 272 คน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .852, p < 0.01) (2) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมักมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .874, p < 0.01) (3) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .907, p < 0.01) (4) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .903, p < 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งรับสมมติฐานทุกข้อ ความไว้วางใจสามารถไกล่เกลี่ยอิทธิพลของพรีเซนเตอร์ได้ 87.7% ในผลิตภัณฑ์ชาหมัก และ 94.0% ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า


From Ritual To Festival: The Commodification And Transformation Of Nyepi Day In Bali, Yu-Ru Chang Jan 2024

From Ritual To Festival: The Commodification And Transformation Of Nyepi Day In Bali, Yu-Ru Chang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the transformation of Bali’s Nyepi Day practices through the lens of cultural commodification. Nyepi, as the Balinese Day of Silence, is rooted in four core prohibitions—no fire (Amati Geni), no travel (Amati Lelungan), no work (Amati Karya), and no entertainment (Amati Lelanguan)—and is traditionally observed as a day of spiritual purification. However, its increasing commodification through tourism packages and hotel promotions has raised concerns from religious councils and local authorities regarding the erosion of its sacred meaning. Among the related rituals, the Ogoh-Ogoh parade, held on the eve of Nyepi, has undergone significant transformation: demon-like effigies once …


การปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการจัดจำหน่าย กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปาลินี วิงวอน Jan 2024

การปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการจัดจำหน่าย กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปาลินี วิงวอน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ที่เหมาะสมสำหรับสินค้ากลุ่มที่มีปัญหาการขาดแคลนและต้องการปรับระดับความพร้อมของสินค้า (Availability) ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกรณีศึกษากำหนดที่ 90% โดยเลือกศึกษาชิ้นส่วนอะไหล่จำนวน 5 รายการที่มีปริมาณการสะสม Backlog สูง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้บริการหลังการขายของบริษัทกรณีศึกษาและส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมในระยะยาวผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะความต้องการของแต่ละสินค้า เพื่อหาวิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสม โดยคำนวณความแม่นยำของการพยากรณ์ด้วย MAD, MAPE และ RMSE โดยเลือกวิธีการพยากรณ์ที่ให้ค่า MAPE ที่ต่ำที่สุด จากนั้นจึงเริ่มออกแบบนโยบายคำสั่งซื้อโดยใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย Order-Up-To Level (OUL) ร่วมกับการกำหนดพัสดุสำรองคลัง (Safety Stock) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของการพยากรณ์ และมีการกำหนดระดับการให้บริการ (Cycle Service Level: CSL) ตามที่ทางบริษัทกรณีศึกษากำหนด จากนั้นนำผลการทดลองมาทดสอบโดยเปรียบเทียบระหว่างนโยบายเดิมกับนโยบายที่เสนอใหม่ พบว่านโยบายใหม่สามารถลดความถี่ของเหตุการณ์ร้างพัสดุและช่วยปรับปรุงระดับความพร้อมของสินค้าให้ดีขึ้นจากนโยบายการดำเนินงานในปัจจุบันจากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อของแผนนโยบายใหม่ช่วยลดต้นทุนรวมได้ในทุก SKU โดยเฉพาะต้นทุนจากการขาดสินค้า (Shortage Cost) และช่วยปรับปรุง Fill Rate ให้ดีขึ้น แม้ผลลัพธ์แสดงถึงแนวโน้มที่ดีแต่การนำนโยบายไปใช้จริงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ความไม่เพียงพอของข้อมูลที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด (SKU01) ระยะเวลาคอยที่ยาว (SKU04) และการขาดสต็อกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย (SKU05) ดังนั้น การปรับใช้นโยบายควรอยู่บนพื้นฐานของการประเมินความพร้อมด้านทรัพยากรภายในองค์กรด้วย และปฏิบัติควบคู่ไปกับการวางระบบสนับสนุน เช่น การจัดกลุ่มสินค้าตามความสำคัญ (ABC/XYZ) การเสริมความแม่นยำของการพยากรณ์ และการกำหนดระดับบริการที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการกำหนดระดับบริการที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจของทางบริษัท