Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 37201 - 37230 of 38934

Full-Text Articles in Entire DC Network

การใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Esg Bond), โซเฟีย แดงงาม Jan 2024

การใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Esg Bond), โซเฟีย แดงงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถานการณการปลอยกาซเรือนกระจกของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงกอใหความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change ทำให้นานาประเทศได้มีการรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) เมื่อปี พ.ศ. 2535 และประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในพิธีสารเกียวโตเมื่อปี พ.ศ.2548 (Kyoto Protocol 2005) จึงเกิดความผูกพันในการปฏิบัติตามข้อตกลงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเด็นปัญหาสำคัญที่นำมาสู่การศึกษาครั้งนี้คือ แนวทางรัฐบาลไทยในการสนับสนุนและเพื่อสร้างความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเพื่อให้บรรลุตามข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งมีความต้องการระดมทุนจำนวนมาก ดังนั้นภาคการเงินที่เป็นตัวกลางจัดสรรสภาพคล่องหรือ "เงิน" ในระบบเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนที่ยั่งยืน ผู้เขียนจึงเสนอแนวทางการลงทุนผ่านการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน แต่อย่างไรก็ตามผู้วิจัยพบประเด็นในการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนประกอบด้วยปัจจัย 3 ด้าน ได้แก่ การส่งสัญญาณสู่ตลาดทุน (Market signal)การบิดเบือนภาพลักษณ์ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Washing) และ ต้นทุนของเงินทุน (Cost of Capital) ผู้วิจัยจึงเสนอให้นำมาตรการจูงใจทางภาษีในการส่งเสริมการลงทุนสำหรับประเทศไทยด้วยการให้เครดิตภาษีแทนการจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ถือตราสารหนี้โดยมีการ เพิ่มข้อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตาม มาตรา 47 ของประมวลรัษฎากรสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) ผลตอบแทนจากการลงทุน (ดอกเบี้ย) สำหรับผู้ถือพันธบัตรและเพิ่มเพิ่มเติมแนวทางในการกำกับดูแลการออกตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน สำหรับการพิจารณาตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนที่เข้าคุณสมบัติ (Eligible Green) โดยกรมสรรพากร โดยใช้หลักการสากลมาตรฐานตราสารหนี้ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Bond Standard) เป็นการยืนยันตราสารเพื่อความยั่งยืน สำหรับ ตราสารหนี้ สินเชื่อ หรือตราสารแห่งหนี้อื่น


การควบคุมการปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ธนภรณ์ รองทิม Jan 2024

การควบคุมการปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ธนภรณ์ รองทิม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันแนวโน้มของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อาหารเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้หน่วยงานด้านอาหารในหลายประเทศให้ความสำคัญกับมาตรการในการป้องกันโดยเฉพาะการแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารบนฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อแจ้งให้แก่ผู้บริโภค โดยองค์กรมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius) ได้กำหนดมาตรฐานกลางขึ้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกำหนดให้ผู้ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายจะต้องแสดงข้อความ “ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร" บนฉลากผลิตภัณฑ์ หากมีการใช้เป็นส่วนประกอบหรืออาจมีการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม กฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวคือ กฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่มีข้อบังคับให้ต้องแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีภาวะภูมิแพ้หรือภาวะภูมิไวเกินอาจไม่ได้รับข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าโดยปัญหาดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ด้านหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างในการกำหนดข้อปฏิบัติที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภคในมิติที่แตกต่างกัน และ 2) ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมิได้นำหลักของกฎหมายทั่วไปมาบังคับใช้อย่างครอบคลุมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าในประเทศอื่น เช่น สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา จะมีมาตรการกำหนดให้ต้องปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นเดียวกับอาหารทั่วไปดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยมีแนวทางการควบคุมการปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการผ่านกลไกทางกฎหมาย 2 แนวทาง ได้แก่ 1) แนวทางการควบคุมผ่านกฎหมายเฉพาะ โดยเพิ่มข้อกำหนดให้ต้องแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารบนฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 2) แนวทางการควบคุมผ่านกฎหมายทั่วไป โดยบังคับใช้กฎหมายทั่วไปให้เคร่งครัดมากขึ้น นอกจากนี้ ควรจัดทำแนวทางการปฏิบัติ (Guideline) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้เข้าถึงข้อมูลและปฏิบัติตามกฎหมายได้สะดวกยิ่งขึ้นหากประเทศไทยดำเนินมาตรการตามแนวทางดังกล่าวแล้ว นอกจากจะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยและข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เหมาะสมกับตนเอง ยังช่วยสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวได้อีกด้วย


ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560ศึกษากรณีระยะเวลา และการใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าของการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักร, ธวัชชัย สุขแว่น Jan 2024

ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560ศึกษากรณีระยะเวลา และการใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าของการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักร, ธวัชชัย สุขแว่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดพื้นฐาน ทฤษฎี ที่มา และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการผ่านแดนและการถ่ายลำที่เกี่ยวของกับระยะเวลาการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และการใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าของการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของไทย เพื่อวิเคราะห์และศึกษาสภาพปัญหาของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและการใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าของผ่านแดนหรือของถ่ายลำ และหาแนวทางในการปรับปรุงพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลานำของผ่านแดนหรือถ่ายลำออกไปนอกราชอาณาจักรให้มีความสอดคล้องและมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวกันในการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศรวมทั้งสามารถใช้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้ จากการศึกษาพบว่าหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลา และการใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าของการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของไทย ไม่สามารถขอขยายระเวลาของการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรได้ และต้องเปลี่ยนพิธีการศุลกากรจากการผ่านแดนหรือถ่ายลำเป็นการนำเข้าเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าได้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ มีระยะเวลาการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเหมือนกันกับไทยคือ 30 วันนับแต่วันนำเข้า แต่ทุกประเทศจะมีข้อยกเว้นในการขอขยายระยะเวลาในการส่งสินค้าผ่านแดนหรือถ่ายลำให้กับผู้ประกอบการที่มีเหตุผลและความจำเป็นตามที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้า ประเทศดังกล่าวได้กำหนดให้สินค้าผ่านแดนหรือถ่ายลำสามารถจัดเก็บในเขตปลอดอากร (Freezone) ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ประกอบการหากเกิดปัญหาในการส่งสินค้าผ่านแดนหรือถ่ายลำออกไปนอกราชอาณาจักร ผู้ศึกษาได้ข้อเสนอแนวทางการนำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลา และการใช้สิทธิประโยชน์อื่นแทนการนำเข้าของการนำของผ่านแดนหรือของถ่ายลำส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของต่างประเทศมาใช้ประกอบในการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดนหรือถ่ายลำของประเทศไทย ได้แก่ (1) การแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การผ่านแดนและถ่ายลำของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการขยายระยะเวลา และ (2) การใช้เขตปลอดอากร (Free Zone) เป็นสถานที่จัดเก็บสินค้าผ่านแดนหรือถ่ายลำ เพื่อให้มีความสอดคล้องและมีมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียวกันในการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ สนับสนุนให้เกิดการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น


ปัญหาการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีความผันผวนสูงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542, นงนภัส ศรีจันทรา Jan 2024

ปัญหาการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีความผันผวนสูงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542, นงนภัส ศรีจันทรา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้เป็นการศึกษาการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีความผันผวนสูงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยทรัพย์สินที่อาชญากรได้มาจากการกระทำความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดนั้น ทรัพย์สินบางประเภทที่มีมูลค่าความผันผวนสูง มีราคาไม่แน่นอน หรืออาจเสื่อมสภาพได้ ทรัพย์สินบางประเภทมีมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยากต่อการประเมินมูลค่า การชดใช้คืนมูลค่าความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายอาจไม่ครอบคลุมถึงมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง เนื่องจากความแตกต่างระหว่างราคาทรัพย์สิน ณ เวลาที่ยึดหรืออายัด กับราคาทรัพย์สิน ณ เวลาที่จำหน่ายหรือชดเชย อาจทำให้เกิดช่องว่างในการคืนทรัพย์สินหรือมูลค่าให้แก่ผู้เสียหายเมื่อมีการบังคับคดีมูลค่าทรัพย์สินอาจต่ำกว่ามูลค่าตอนซื้อทรัพย์สิน การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายนั้นไม่ครอบคลุมถึงมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทรัพย์สินที่ทำให้ผู้เสียหายได้รับการคืนทรัพย์สินและมูลค่าที่ไม่เต็มจำนวนกับมูลค่าที่เสียหายไป ดังนั้น จึงควรนำหลักมูลค่าตลาด (Market Value) ในการประเมินราคาทรัพย์สินรวมถึงควรมีการจัดตั้งกองทุนสำรองในจัดเก็บรายได้จากการขายทรัพย์สิน การบริหารจัดการเพื่อรองรับการจัดการทรัพย์สินที่มีความซับซ้อนและมูลค่าผันผวนเพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในกรณีทรัพย์สินเสื่อมมูลค่าหรือไม่สามารถจำหน่ายได้ทันเวลา การกำหนดกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมในการจำหน่าย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพย์สิน ช่วยให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของมูลค่าทรัพย์สิน และช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาในมูลค่าที่สอดคล้องกับความเสียหายที่แท้จริงกำหนดกรอบเวลาชัดเจนในการขายหรือชดเชยทรัพย์สิน ทำให้มาตรการการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีความผันผวนสูงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเยียวยา และคืนมูลค่าให้แก่ผู้เสียหายได้อย่างเต็มจำนวนมูลค่าความเสียหายที่สูญเสียไป


แนวทางในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) เป็น 2 อัตรา, นวลจันทร์ ศิริสัจจวัฒน์ Jan 2024

แนวทางในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) เป็น 2 อัตรา, นวลจันทร์ ศิริสัจจวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤตการคลัง ดังจะเห็นได้จากการที่หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 63% ต่อ GDP นับว่าใกล้แตะเพดาน 70% ซึ่งถือเป็นระดับวิกฤตสำหรับการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของประเทศ คือ การเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐต้องเตรียมความพร้อมด้านการคลังเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในระยะยาวโดยเฉพาะระบบบำนาญและประกันสังคม โดยปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยมีสัดส่วนของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 13 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20 ถือว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Completed Aged Society) ในขณะที่อัตราการเกิดมีแนวโน้มลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงประชากรวัยทำงานในอนาคตจะลดลง และคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสุดยอด(Super Aged Society) หรือมีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 30 ในปี พ.ศ. 2576 การพิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มรายได้ให้กับภาครัฐ เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มมีฐานภาษีกว้าง ครอบคลุมการบริโภคสินค้าและบริการในทุกระดับของเศรษฐกิจ การเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแม้เพียงเล็กน้อยสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมในสัดส่วนที่มาก และถึงแม้ว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทยถูกกำหนดไว้ที่ร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2540ประเทศไทยได้ปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มลงเหลือร้อยละ 7 และรักษาระดับนี้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 27 ปี เมื่อพิจารณาในบริบทระหว่างประเทศ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทยในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงสูง (Upper Middle Income Countries - UMIC) และประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมักจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่สูงกว่าประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ การปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในอนาคตจึงอาจเป็นอีกทางเลือกที่สำคัญสำหรับการเสริมสร้างความมั่นคงทางการคลังของประเทศจากผลการศึกษาการปรับขึ้นอัตราภาษีการบริโภคของประเทศญี่ปุ่นในสองช่วงเวลา ได้แก่ ปี พ.ศ.2557 และ พ.ศ. 2562 ที่มีความแตกต่างในด้านโครงสร้างอัตราภาษีและมาตรการสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยในปี พ.ศ. 2557 ประเทศญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มอัตราภาษีการบริโภคโดยยังคงอัตราเดียว (Flat Rate) ตามโครงสร้างเดิม และไม่มีการกำหนดมาตรการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย พบว่า ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชนและเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างรุนแรง เนื่องจากประชาชนต้องแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีการแบ่งเบาผลกระทบอย่างเป็นระบบ ในทางกลับกัน การปรับเพิ่มอัตราภาษีการบริโภคของประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2562 มีการออกแบบโครงสร้างภาษีที่ยืดหยุ่นมากขึ้นโดยใช้อัตราภาษีสองระดับ (Dual Tax Rate) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำอัตราภาษีที่ลดลง (Reduced Tax Rate) มาใช้กับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการเปลี่ยนผ่านทั้งแบบถาวรและชั่วคราว เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน และเพื่อป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เคยเกิดขึ้นจากการปรับขึ้นภาษีในปี …


มาตรการจูงใจทางด้านการเงินและภาษีอากรสำหรับผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ : กรณีศึกษาประเทศแคนาดาและประเทศกาน่า, ปัณณวัชร์ วัฒนณธีสิทธิ์ Jan 2024

มาตรการจูงใจทางด้านการเงินและภาษีอากรสำหรับผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ : กรณีศึกษาประเทศแคนาดาและประเทศกาน่า, ปัณณวัชร์ วัฒนณธีสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาให้ทราบถึงแนวคิดเกี่ยวกับ “ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์" ในทางสากล ภายใต้บริบทที่ผู้ประกอบรุ่นเยาว์มีศักยภาพในเชิงพัฒนานวัตกรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ และรวมถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ในการเริ่มต้นธุรกิจ โดยเน้นการศึกษาด้านการเงินและภาษี โดยการเปรียบเทียบกับประเทศแคนาดาและประเทศกาน่า เพื่อมาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับบริบทของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มีผู้ประกอบการรุ่นเยาว์เป็นตัวการที่สำคัญในการขับเคลื่อนแผนดังกล่าวให้สามารถประสบความสำเร็จได้ในอนาคตจากการศึกษาพบว่า นโยบายเศรษฐกิจและงบประมาณของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ในประเทศแคนาดาและประเทศกาน่าให้ประสบความสำเร็จ มีผลต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของการสรรค์สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ การกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ห่างไกล หรือแม้กระทั่งด้านความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตดังนั้น ถ้ารัฐบาลไทยจะนำนโยบายเศรษฐกิจและงบประมาณของทั้งประเทศดังกล่าวนี้มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทและสภาพแวดล้อมของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ในประเทศ อาจจะก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังเป็นสร้างแรงจูงใจสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความกล้าที่เริ่มประกอบธุรกิจที่ตนเองมีพื้นฐานทางความรู้หรือประสบการณ์จากครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ก่อให้เกิดแนวทางการประกอบธุรกิจใหม่ ๆ สร้างโอกาสและสร้างรายได้แก่ระบบเศรษฐกิจในชุมชนหรือพื้นที่ธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ในอนาคต นอกจากนี้ การพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ในด้านการสร้างความยั่งยืน แผนดังกล่าวจะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ได้มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะสร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พัฒนาโมเดลธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน และใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนในอนาคต


แนวทางการกำหนดค่าปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เป็นรายจ่ายต้องห้ามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร, ปิลันธมาส จันทร์สุโรจน์ Jan 2024

แนวทางการกำหนดค่าปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เป็นรายจ่ายต้องห้ามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร, ปิลันธมาส จันทร์สุโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนากระบวนการลงโทษความผิดที่ไม่ร้ายแรง โดยเปลี่ยนจากโทษปรับทางอาญาที่มีความยุ่งยากและใช้เวลานาน มาเป็นการปรับเป็นพินัยซึ่งมีความยืดหยุ่นและลดผลกระทบต่อผู้กระทำผิด โดยมาตรการนี้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในการกำกับดูแลนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณากฎหมายภาษีอากรพบว่า ค่าปรับที่เป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งระบุว่าเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา เป็นรายจ่ายต้องห้าม แต่ค่าปรับเป็นพินัยกลับไม่ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้ นอกจากนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 40/2560 ยังได้ตีความให้รายจ่ายต้องห้ามที่เป็นค่าปรับบังคับใช้เฉพาะกับการกระทำผิดตามกฎหมายภาษีอากร ส่งผลให้ค่าปรับที่เกิดจากการกระทำผิดกฎหมายอื่นสามารถบันทึกเป็นรายจ่ายได้ ซึ่งมีผลทำให้กำไรสุทธิของนิติบุคคลลดลงและภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลงตามไปด้วย ความไม่ชัดเจนของกฎหมายดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบในแง่ความเป็นธรรม โดยทำให้นิติบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้รับประโยชน์จากการเสียภาษีที่น้อยกว่านิติบุคคลที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและส่งเสริมพฤติกรรมละเมิดกฎหมายโดยอ้อม นอกจากนี้ความไม่ชัดเจนของประมวลรัษฎากรและคำวินิจฉัยยังสร้างความไม่แน่นอนในทางปฏิบัติและสร้างความสับสนให้แก่ผู้ใช้กฎหมายและผู้เสียภาษีเมื่อศึกษาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายจ่ายต้องห้ามของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส พบว่าตัวบทกฎหมายและการบังคับใช้มีความสอดคล้องกัน มีแนวปฏิบัติให้ค่าปรับเป็นพินัยที่เกิดจากการละเมิดกฎหมายเป็นรายจ่ายต้องห้าม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดได้รับผลประโยชน์ทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมและความแน่นอนตามหลักการทั่วไปเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากรที่ดีดังนั้นหากประเทศไทยมีการปรับปรุงแก้ไขมาตรา 65 ตรี (6) ของประมวลรัษฎากรให้รายจ่ายต้องห้ามครอบคลุมถึงค่าปรับเป็นพินัยและค่าปรับตามกฎหมายทุกประเภท จะสร้างความชัดเจนและไม่เป็นการเปิดช่องให้เกิดการตีความที่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของการลงโทษทางกฎหมาย การแก้ไขดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย ลดการกระทำผิดซ้ำ สร้างความเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย และสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีอากร ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ผู้เสียภาษีทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม


ผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการซื้อประกันชีวิต, ปุณิกา ธีรทัพเทวัญ Jan 2024

ผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการซื้อประกันชีวิต, ปุณิกา ธีรทัพเทวัญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย โดยเน้นศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคและกระบวนการขายประกันที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ยังมีการเปรียบเทียบกระบวนการก่อนและหลังการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อให้เห็นความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น ขอบเขตการศึกษาครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต โดยเปรียบเทียบกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ เช่น GDPR ของสหภาพยุโรป และ PDPA ของสิงคโปร์ เพื่อพิจารณาความแตกต่างด้านการปฏิบัติและผลกระทบในบริบทที่หลากหลาย นอกจากนี้ การศึกษายังมุ่งเสนอแนวทางการปรับปรุง PDPA ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเน้นการลดความซับซ้อนของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนให้ธุรกิจประกันชีวิตสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต ผลการศึกษานี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน


แนวทางการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ กรณีขายพ่วงผลิตภัณฑ์การเงิน, พัฒน์ พัฒโน Jan 2024

แนวทางการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ กรณีขายพ่วงผลิตภัณฑ์การเงิน, พัฒน์ พัฒโน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากรอบกฎหมายและแนวทางการกำกับดูแลของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเกี่ยวกับการขายพ่วงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน รวมถึงการเปรียบเทียบกับแนวทางของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมและแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมในการกำกับดูแลการขายพ่วงผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยมีการกำกับดูแลผ่านแนวทาง การให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการป้องกันการบังคับขายพ่วงที่ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังมีความคลุมเครือในบางประเด็น เช่น การกำหนดนิยามของความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ และข้อกำหนดที่ห้ามการบังคับให้ลูกค้าทำประกันภัยกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเปิดโอกาสให้ธนาคารใช้แรงจูงใจทางอ้อม เช่น การเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษหรือเงื่อนไขสินเชื่อที่เอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ที่ซื้อประกันภัยผ่านธนาคาร เมื่อเปรียบเทียบกับแนวทางในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา พบว่ากฎหมายของสหภาพยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกามีข้อกำหนดที่ชัดเจนกว่า ซึ่งให้เหตุผลของการอนุญาตขายพ่วงอย่างชัดเจน และกำหนดให้สถาบันการเงินต้องเสนอทางเลือกที่แท้จริงแก่ลูกค้า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงมีช่องว่างในด้าน ความชัดเจนของหลักเกณฑ์การกำกับดูแล และการตีความข้อกำหนด ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ดังนั้น งานวิจัยนี้เสนอแนะให้มีการปรับปรุงแนวทางการขายพ่วงที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะ การกำหนดผลิตภัณฑ์ที่สามารถขายพ่วงได้อย่างชัดเจน พร้อมเหตุผลที่สอดคล้องกับความจำเป็นทางธุรกิจ และข้อกำหนดที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค อันจะส่งผลให้ตลาดการเงินมีความโปร่งใสและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคารพาณิชย์ในระยะยาว


มาตรการควบคุมสินค้านำเข้าจากประเทศจีนเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทย, วศินี ปิยะตรึงส์ Jan 2024

มาตรการควบคุมสินค้านำเข้าจากประเทศจีนเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทย, วศินี ปิยะตรึงส์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแข่งขันทางธุรกิจในไทยมีความรุนแรงขึ้นมากในยุคปัจจุบันสืบเนื่องจากการมีช่องทางการขายสินค้าที่หลากหลายขึ้น และการค้าที่เปิดกว้างอย่างเสรีทั้งออฟไลน์และออนไลน์ กล่าวได้ว่าการค้าแบบปัจจุบันเป็นการค้าแบบไม่มีพรมแดนไปแล้ว การค้าเช่นนี้มีส่วนในการเปิดช่องให้สินค้าจีนราคาถูกไหลเข้ามาประเทศไทยอย่างล้นหลามและแย่งตลาดของผู้ประกอบการไทยด้วยการสร้างสมรภูมิด้านราคา เมื่อการแข่งขันสูงขึ้นทั้งในด้านต้นทุนการผลิตและราคาขาย อุตสาหกรรมภายในประเทศไทยโดยเฉพาะกลุ่มSMEsจึงมีการชะลอตัวลงทำให้แรงงานส่วนหนึ่งมีความเสี่ยงที่จะตกงาน แม้จะมีการออกนโยบายป้องกันเบื้องต้นแล้วก็ตาม แต่ทางปฏิบัติยังไม่รวดเร็วและเพียงพอต่อการสะกัดสินค้าจีนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องการตลาดแบบเชิงรุกของสินค้าจีนเกิดจากการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ รัฐบาลจีนจึงออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประเทศโดยการสนับสนุนเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้ทันสมัย และเน้นการผลิตสินค้าจำนวนมากในราคาที่ต่ำเพื่อส่งออกไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสินค้ามีมากเกินความต้องการทำให้เกิดอุปทานส่วนเกินที่จีนนำเอามาเป็นอาวุธในการทุ่มราคา ประเทศไทยจึงประสบสถานการณ์การขาดดุลการค้ากับจีนที่ย่ำแย่ลง แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำนนต่อสินค้าที่เข้ามาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจีนมีทั้งความหลากหลายของสินค้า และราคาที่ถูกปัญหาสำคัญคือที่ผ่านมาคือรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการปกป้องผู้ประกอบการไทย ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวิกฤติที่ส่งกระทบเป็นวงกว้าง ขณะที่ในต่างประเทศได้ออกมาตรการป้องกันหลายรูปแบบเพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ประเทศไทยจึงควรหาวิธีจัดการปัญหาสินค้านำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นให้รัดกุมและรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ และมีการจัดระเบียบการเข้ามาของนักลงทุนจีนในช่องทางต่างๆให้อยู่ในกรอบของกฎหมายไทย รวมถึงใช้มาตรการควบคุมรูปแบบต่างๆให้เหมาะสมหากพบว่ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับสินค้านำเข้า หน่วยงานรัฐบาลอย่างกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้าภายใต้กรมการค้าต่างประเทศย่อมมีข้อมูลที่ละเอียดและสามารถตัดสินใจได้แม่นยำกว่าเอกชน จึงควรมีการเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด และเน้นการปฏิบัติเชิงรุกมากขึ้นเพื่อลดภาระของผู้ประกอบการในการยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้านำเข้า และสามารถคัดกรองปัญหาได้อย่างทันท่วงที


แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพความถูกต้องและเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับนิติบุคคลที่เป็นองค์กรธุรกิจตามร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. …., ศุภกฤต อ่อนปาน Jan 2024

แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพความถูกต้องและเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับนิติบุคคลที่เป็นองค์กรธุรกิจตามร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. …., ศุภกฤต อ่อนปาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้อาชญากรรมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การหลบเลี่ยงภาษีและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายไม่สามารถปราบปรามให้หมดไปได้ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถหาผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership: BO) จากการที่ผู้กระทำผิดได้อาศัยนิติบุคคลอำพรางความเป็นเจ้าของที่แท้จริงของเงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นการฟอกเงิน นอกจากนี้ ตามที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง Asia Pacific Group on Money Laundering มีพันธกรณีตามข้อบังคับที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำของ FATF ในการกำหนดมาตรการเพื่อความโปร่งใสและการเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของนิติบุคคล (คำแนะนำข้อที่ 24) โดยกำหนดให้แต่ละประเทศต้องมีมาตรการให้มั่นใจว่าข้อมูล BO มีความเพียงพอ ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมถึงหน่วยงานที่มีอำนาจสามารถเข้าถึงได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จากผลประเมินปี 2560 ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในระดับ “สอดคล้องเพียงบางส่วน" เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงจากการใช้นิติบุคคลบังหน้าเพื่อการฟอกเงินและไม่มีกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลต้องเปิดเผยข้อมูล BOจากปัญหาข้างต้น ในปี 2565 สำนักงาน ปปง. จึงออกร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. .... โดยกำหนดให้นิติบุคคลต้องรายงานข้อมูล BO ต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายด้าน AML/CFT และสร้างความรับรู้แก่สาธารณะว่าบุคคลใดคือ BO นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูล BO ในร่างกฎหมายดังกล่าวมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จึงกำหนดกลไกการตรวจสอบโดยกำหนดให้ผู้มีหน้าที่แจ้งข้อมูล BO ต้องยืนยันความถูกต้องและเป็นปัจจุบันของข้อมูลต่อสำนักงาน ปปง. ผ่านหน่วยงานกำกับดูแลของนิติบุคคลนั้น ๆ ภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่สิ้นปี และหากข้อมูลที่แจ้งไว้มีการเปลี่ยนแปลงให้ผู้มีหน้าที่แจ้งข้อมูลต้องปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันภายใน 30 วันนับแต่ข้อมูลเปลี่ยนแปลง และให้อำนาจสำนักงาน ปปง. ในการเปิดเผยข้อมูล BO แก่ผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมตามกฎหมาย AML/CFT รวมถึงกำหนดมาตรการลงโทษกรณีไม่ให้ข้อมูล BO หรือรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 500,000 บาท อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะมีร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. .... แล้ว แต่ยังไม่มีกลไกการตรวจสอบและมาตรการลงโทษที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับผู้กระทำผิดที่ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายและฟอกเงินผ่านนิติบุคคลบังหน้าย่อมไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงเพื่อปิดบังธุรกรรมทางการเงินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ส่งผลให้ข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน และไม่สามารถนำข้อมูล BO ของนิติบุคคลไปใช้ป้องกันการฟอกเงินได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังนั้น ผู้วิจัยจึงขอเสนอให้นำหลักการตามมาตรฐานสากล เรื่อง หลักความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ รวมถึงกลไกการตรวจสอบและมาตรการลงโทษที่มีประสิทธิภาพของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย มาปรับใช้กับประเทศไทยเพื่อให้สามารถนำข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของนิติบุคคลที่เป็นองค์กรธุรกิจตามร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. …


แนวทางการปรับปรุงกฎหมายศุลกากรเกี่ยวกับคำวินิจฉัยล่วงหน้าในประเทศไทย, อารียา ตระการภาสกุล Jan 2024

แนวทางการปรับปรุงกฎหมายศุลกากรเกี่ยวกับคำวินิจฉัยล่วงหน้าในประเทศไทย, อารียา ตระการภาสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้า (Advance Ruling) ถือเป็นกลไกสำคัญในการลดอุปสรรคและข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกระบวนการศุลกากร โดยผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าสามารถช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าและทำให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินต้นทุนก่อนการดำเนินการนำเข้าสินค้าได้ และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าที่ตรวจปล่อยสินค้า แต่กฎหมายศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับการให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของประเทศไทยนั้น ยังคงมีความจำกัดในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของศุลกากรไทยไม่ครอบคลุมการอำนวยความสะดวก ด้านศุลกากร ปัญหาภาระการดำเนินการต่ออายุคำวินิจฉัยล่วงหน้า และปัญหาการออกผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าในรูปแบบกระดาษ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ศุลกากรผู้ปฏิบัติงานจากการศึกษาหลักการเกี่ยวกับการให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าจากความตกลงระหว่างประเทศ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation Agreement: TFA) อนุสัญญาว่าด้วยพิธีการศุลกากรที่เรียบง่ายและสอดคล้องกัน (International Convention on the Simplification and Harmonization of Customs Procedure) ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) และ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) โดยความตกลงและอนุสัญญาข้างต้นเน้นให้ประเทศภาคีจะต้องกำหนดเรื่องการจำแนกพิกัดอัตราศุลกากร และ/หรือ ถิ่นกำเนิดสินค้า และ/หรือ ราคาศุลกากร เป็นอย่างน้อย มีการกำหนดว่าระยะเวลาผูกพันของผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าต้องมีระยะเวลาที่สมเหตุสมผลและชัดเจน โดยในความตกลง ATIGA และ RCEP กำหนดให้ผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าต้องมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 3 ปีนับจากวันที่ออกคำวินิจฉัย และไม่มีการกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบในการออกผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าเมื่อศึกษากฎหมายและแนวปฏิบัติของประเทศมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ แล้วพบว่าขอบเขต การให้คำวินิจฉัยของสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างของการให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าที่มีความหลากหลายและครอบคลุมเรื่องทางศุลกากร การไม่กำหนดระยะเวลาผูกพันของคำวินิจฉัยล่วงหน้าของสหรัฐอเมริกาและข้อกำหนดที่สามารถขอต่ออายุผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าได้ของมาเลเซียและเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างของการให้ความยืดหยุ่นของกฎหมายศุลกากรที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ และการสนับสนุนการออกผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างของประเทศที่พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้รองรับกับข้อกฎหมายเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้าดังนั้นหากประเทศไทยดำเนินการปรับปรุงระบบการให้คำวินิจฉัยล่วงหน้า โดยขยายขอบเขตของการให้คำวินิจฉัยให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร และขยายระยะเวลาผลผูกพันของคำวินิจฉัยล่วงหน้าหรือเพิ่มทางเลือกให้สามารถต่ออายุผลคำวินิจฉัยลวงหน้าได้ รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกคำวินิจฉัยให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบพิธีการศุลกากรอื่น ๆ ได้ แนวทางเหล่านี้นอกจากจะสอดคล้องกับหลักการอำนวยความสะดวกทางการค้า สนับสนุนการค้าเสรีของอนุสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบศุลกากรของประเทศไทยในเวทีสากล และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในฐานะประเทศที่มีระบบการดำเนินพิธีการศุลกากรที่มีมาตรฐาน โปร่งใส สะดวก ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ


ผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย, ไอลดา ศิริสิงห์ Jan 2024

ผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย, ไอลดา ศิริสิงห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมไทย โดยศึกษาผลกระทบเชิงบวกและผลกระทบเชิงลบให้กับกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมผู้มีส่วนได้เสียต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชนและเศรษฐกิจภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบมหาศาลต่อธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการ สภาพอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่โรงแรมต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างไปจนถึงวัตถุดิบอาหาร ตลอดจนพลังงานและต้นทุน operation การดำเนินกิจการ และการเติบโตของอุตสาหกรรมทั้งหมดประเทศไทยคือจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวชั้นนำของโลกที่มีธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ การบริการต้อนรับ และทำเลที่เหมาะสมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี พ.ศ.2560 ประเทศไทยได้รับความนิยมเป็นอันดับ 10 ของโลก และมีรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 4 ในปี พ.ศ.2561 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยว 38.27 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 จากปี พ.ศ.2560 ในปี พ.ศ. 2559 รายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 17.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังเป็นแหล่งงานมากกว่า 4.2 ล้านงาน หรือร้อยละ 11 ของการจ้างงานในประเทศทั้งหมดจากการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังขาดความตระหนักรู้ในการเตรียมความพร้อมกับกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเข้ามามีบทบาท ทั้งกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ และข้อกำหนด ในการรายงานการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและประเภทก๊าซที่นำมาประเมินการปล่อย การตรวจวัดปริมาณการปล่อย การทวนสอบรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการนำส่งรายงานก๊าซเรือนกระจก กฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นการปิดโอกาสธุรกิจรายเล็กในประเทศไทย หรือผู้ประกอบการในระดับ SMEs แต่จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยปรับตัวสู่ความยั่งยืน และก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตแม้ว่ากฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการดำเนินงานให้กับผู้ประกอบการ ทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดเก็บภาษีคาร์บอนตามกฎหมาย ดังนั้น จึงเห็นควรให้รัฐ กำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาพรวมขององค์กรที่ถูกควบคุมทั้งหมด เพื่อช่วยให้องค์กรอุตสาหกรรม และธุรกิจสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว


Curatorial Project For Art Exhibition: "Line", Yunjiao Ji Jan 2024

Curatorial Project For Art Exhibition: "Line", Yunjiao Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The LINE exhibition is more than a display of artistic projects; it is a comprehensive exploration of rural development in China through artistic intervention, with an educational focus that transcends aesthetics. In recent years, art-driven rural development has gained attention in China, characterized by unique regional and cultural features. This research investigates its theoretical foundations and practical outcomes, aiming to enhance awareness and identify pathways adapted to rural communities, contemporary art, and societal needs. Rooted in Mao Zedong's "Art Serving the People" concept, the study emphasizes art’s connection to the lives of the masses, including rural communities. Case studies such …


Usft 2024-2025 Usf Libraries Annual Report, Usf Libraries Jan 2024

Usft 2024-2025 Usf Libraries Annual Report, Usf Libraries

Library Annual Reports

No abstract provided.


Digital Usage Of Indian Teleworkers In Home Settings: A Digital Inclusion Framework, Anindita Paul, Borchuluun Yadamsuren, Kim M. Thompson Jan 2024

Digital Usage Of Indian Teleworkers In Home Settings: A Digital Inclusion Framework, Anindita Paul, Borchuluun Yadamsuren, Kim M. Thompson

Faculty Publications

This research focuses on ICT adoption and digital use by teleworkers operating from their homes during the pandemic in India. A two-phase mixed-method approach is used: Phase 1 involved in-depth interviews with three individuals during the pandemic, findings from which were used along with the Factors Affecting Digital Inclusion (FDI) model (Thompson & Paul, 2020) to develop the survey instrument for Phase 2. This survey was distributed to professionals via listservs, and the FDI model was subsequently utilized to analyze the survey responses. The study’s findings highlighted multiple factors related to digital inclusion among teleworkers that could impact work productivity. …


ความเครียดจากเทคโนโลยีและภาวะหมดไฟในการทำงานแบบวิถีใหม่: การขยายมุมมองด้านการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม และความสำคัญของการปรับงาน, รัตนาวลี บุญยฤทธิ์ Jan 2024

ความเครียดจากเทคโนโลยีและภาวะหมดไฟในการทำงานแบบวิถีใหม่: การขยายมุมมองด้านการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม และความสำคัญของการปรับงาน, รัตนาวลี บุญยฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบวิถีใหม่ที่เทคโนโลยีกลายเป็นช่องทางหลักในการทำงานและติดต่อสื่อสาร สังเกตเห็นได้ว่ารูปแบบความเครียดจากเทคโนโลยีของบุคคลเปลี่ยนไปตามบริบทปัจจุบัน จึงนำมาสู่งานวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบและพัฒนามาตรวัดความเครียดจากเทคโนโลยี โดยนำมุมมองด้านการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่มมาพิจารณาร่วมด้วย 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปรภาระงานในการทำงานออนไลน์ การขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม การปรับงาน ความเครียดจากเทคโนโลยี และภาวะหมดไฟ แบ่งเป็น 2 การศึกษา คือ การศึกษาที่ 1 ใช้การสัมภาษณ์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ แล้วจึงเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบ ผลการศึกษาพบว่า ความเครียดจากเทคโนโลยีตามแนวคิดใหม่ มี 4 องค์ประกอบ คือ ด้านความท่วมท้นจากเทคโนโลยี ด้านความไม่มั่นคงทางจิตใจจากเทคโนโลยี ด้านการขาดความเหนียวแน่นจากเทคโนโลยี และด้านความไม่เสถียรของเทคโนโลยี โดยมาตรวัดมีความเชื่อมั่นระดับสูง ทั้งฉบับเต็ม (M = 3.2, SD = 0.8, 95% CI [3.09, 3.26], α = .963, CITC = .448–.707) และฉบับย่อ (M = 3.2, SD = 0.8, 95% CI [3.13, 3.30], α = .915, CITC = .463–.687) การศึกษาที่ 2 ใช้การเก็บข้อมูลในบุคคลเดียวกัน 3 ครั้ง เว้นช่วง 1 สัปดาห์ โดยจากการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลพบว่า ภาระงานในการทำงานออนไลน์มีอิทธิพลทางบวกต่อความเครียดจากเทคโนโลยี ทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = .501, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = .294, p < .001) โดยความเครียดจากเทคโนโลยีมีอิทธิพลทางบวกต่อภาวะหมดไฟ ทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = .458, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = .497, p < .001) อีกทั้งยังพบอิทธิพลทางอ้อมของภาระงานในการทำงานออนไลน์ต่อภาวะหมดไฟ โดยมีความเครียดจากเทคโนโลยีเป็นตัวแปรส่งผ่านแบบสมบูรณ์ ทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = .229, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = .142, p < .001) ในขณะที่การขาดความเหนียวแน่นในกลุ่มมีอิทธิพลต่อภาวะหมดไฟในทางตรง (β = .106, p = .013) และทางอ้อม (β = .087, p < .001) เพียงในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง ในส่วนของปรับงาน พบว่ามีอิทธิพลทางลบต่อภาวะหมดไฟทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = -.315, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = -.308, p < .001) แต่มีอิทธิพลกำกับเพียงในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง โดยมีทิศทางอิทธิพลต่างกันตามตัวแปรต้นภาระงานในการทำงานออนไลน์ (β = -.090, p = .035) และการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม (β = .093, p = .031)


Moderating Effect Of Psychological Flexibility On The Relationship That Internalized Homophobia Has With Sexual Risk-Taking Behavior And Life Satisfaction In Young Adult Gay Men, Sivakorn Svetsomboon Jan 2024

Moderating Effect Of Psychological Flexibility On The Relationship That Internalized Homophobia Has With Sexual Risk-Taking Behavior And Life Satisfaction In Young Adult Gay Men, Sivakorn Svetsomboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research study investigated the moderating effect of psychological flexibility on the relationships that internalized homophobia had with sexual risk-taking behavior (Model 1) as well as with life satisfaction (Model 2). A total of 107 Thai gay men who exclusively had sex with men, aged 18 to 24, participated in the study. Data were collected via self-report questionnaires and subsequently analyzed using correlational and moderation analyses were conducted. The results did not show significant moderation effect of psychological flexibility in either model. However, correlation analyses revealed that psychological flexibility was negatively and significantly correlated with internalized homophobia (r = -.38, …


Exploring The Patentability Of Computer Software In Thailand: A Comparative Study With The Us, Eu, Japanese, And Korean Patent Laws, Panida Pornpattra Jan 2024

Exploring The Patentability Of Computer Software In Thailand: A Comparative Study With The Us, Eu, Japanese, And Korean Patent Laws, Panida Pornpattra

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The patentability of software or computer programs is an ongoing issue within legal and technical communities worldwide, especially with the rise of artificial intelligence and machine learning technologies. Software or computer programs in Thailand are protected as literary works under the Copyright Act B.E. 2537 (1994), where they are defined as ‘instructions, sets of instructions, or any other components used in conjunction with a computer to make the computer work or to generate a result no matter what the computer language is.' In contrast, the Thai Patent Act B.E. 2522 (1979) does not adopt this definition. Instead, it explicitly excludes …


The Assessment Of Thai Academic Librarians’ Burnout During The Covid-19 Pandemic, Angsurat Raya Jan 2024

The Assessment Of Thai Academic Librarians’ Burnout During The Covid-19 Pandemic, Angsurat Raya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to determine the burnout level of Thai academic librarians during the COVID-19 pandemic by using the Copenhagen Burnout Inventory (CBI) and identify risk factors associated with Thai academic librarians’ burnout during the COVID-19 pandemic.A descriptive quantitative survey was conducted by using an online structured questionnaire distributed through a social media platform (Facebook Fanpage) to academic librarians affiliated with the Academic Librarian Group of Thailand Library Association. The survey incorporated 46 items including demographic information, working situations during the COVID-19 pandemic, and burnout assessment covering three domains: personal burnout, work-related burnout and client-related burnout which based on the …


การแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas, สาริศ ศรีเดือนดาว Jan 2024

การแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas, สาริศ ศรีเดือนดาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาแนวทางการแปลบทพากย์วิดีโอเกม Grand Theft Auto: San Andreas สำหรับการนำไปพากย์ในภาษาไทย โดยสังเคราะห์แนวทางการแปลและพากย์ตัวบทคัดสรร จากทฤษฎี แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการแปลบทพากย์ การแปลเกม และการแปลตัวบทที่มีปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปล บนสมมติฐานที่ว่าการประยุกต์ใช้ทฤษฎีดังกล่าวจะสามารถนำมาสังเคราะห์เป็นกลวิธีการแก้ปัญหาการแปลบทพากย์ของวิดีโอเกม Grand Theft Auto: San Andreas โดยเฉพาะในส่วนของปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำบทแปลมาพากย์เป็นฉบับภาษาไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติในวัฒนธรรมปลายทาง ผลการวิจัยพบว่า ทฤษฎี แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการแปลบทพากย์เกมที่ที่มีปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปลดังกล่าวข้างต้น สามารถนำมาสังเคราะห์เป็นกลวิธีในการแก้ไขปัญหาในการแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas และนำมาใช้พากย์ได้โดยถ่ายทอดความหมายได้ใกล้เคียงกับตัวบทต้นฉบับมากที่สุด


การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร Jan 2024

การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ที่แสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาตใน พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีสมมติฐานว่า กริยาไร้ประธาน “ให้” เป็นคำแสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาต และในการแปลกริยาดังกล่าวจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นอยู่กับประเภทของมาลา โดยจะต้องเลือกคำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ จากการศึกษาพบกริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบททั้งสิ้น 74 จุด แบ่งเป็นโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา 60 จุด และ (กรรม) + ให้ + กริยา 14 จุด ไม่ละกรรม 55 จุด และละกรรม 19 จุด โดยสามารถจำแนกมาลาออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) มาลาสั่ง 52 จุด 2) มาลาบอกเล่า 15 จุด 3) มาลาอนุญาต 6 จุด และ 4) มาลาสั่ง + อนุญาต 1 จุด กริยาไร้ประธาน "ให้" ที่พบสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ 60 จุด อีก 11 จุดต้องปรับเป็นคำชนิดอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ และอีก 3 จุดไม่ได้ทำการแปลเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน กล่าวโดยสรุปได้ว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบทส่วนใหญ่อยู่ในโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา (81.08%) ไม่ละกรรม (74.32%) แสดงมาลาสั่ง (70.27%) และสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ (81.08%) ผลการวิจัยสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้และยังสอดคล้องกับงานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งระบุว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในภาษากฎหมายไทยสื่อความหมายสั่งและอนุญาต งานวิจัยนี้ยังพบประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม 2 ประการ ได้แก่ …


กลวิธีการสร้างความตลกขบขันกับภาพแทนของผู้หญิงที่นำเสนอในการ์ตูนช่องบนเพจเฟซบุ๊ก “เบื่อเมีย” และ “ฟอร์มหมาแก่”, รชยา รัชตะวรรณ Jan 2024

กลวิธีการสร้างความตลกขบขันกับภาพแทนของผู้หญิงที่นำเสนอในการ์ตูนช่องบนเพจเฟซบุ๊ก “เบื่อเมีย” และ “ฟอร์มหมาแก่”, รชยา รัชตะวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพแทนของผู้หญิงที่นำเสนอผ่านมุกตลกในการ์ตูนบนเฟซบุ๊ก โดยใช้กรอบการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Qualitative Content Analysis; QCA) ในการค้นหาหัวข้อ (theme) และเพื่อศึกษากลวิธีการสร้างความตลกขบขันของมุกตลกในการ์ตูนบนเฟซบุ๊ก โดยใช้ทฤษฎีทั่วไปของภาษาสื่ออารมณ์ขัน (General Theory of Verbal Humor; GTVH) ในการวิเคราะห์แหล่งความรู้ (Knowledge Resource; KR) 6 ประการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยในการสร้างความตลกขบขัน ได้แก่ ความขัดแย้งของตัวบท (Script Opposition) กลไกทางตรรกะ (Logical mechanism) สถานการณ์ (Situation) เป้าหมายในการล้อเลียน (Target) กลวิธ๊ในการบรรยาย (Narrative strategy) รูปภาษา (Language) โดยเก็บข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก “เบื่อเมีย” และ “ฟอร์มหมาแก่” จำนวน 87 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่ามุกตลกในการ์ตูนบนเฟซบุ๊กนำเสนอภาพแทนของผู้หญิงจำนวน 5 หัวข้อ ได้แก่ การควบคุมจัดการ การแสดงออกทางอารมณ์ การรับประทานอาหาร การดูแลรักษารูปร่างหน้าตา และการใช้เงิน การนำเสนอผู้หญิงในลักษณะดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นภาพแทนผู้หญิง (โดยเฉพาะในฐานะภรรยา) ว่าเป็นคนกินเก่ง ขี้โมโห เอาแต่ใจ บงการผู้ชาย ทั้งยังมีรูปร่างที่ไม่น่าดู ภาพแทนของผู้หญิงในลักษณะนี้ถูกนำเสนอผ่านตัวบทของความตลกขบขันซึ่งอาศัยความขัดแย้งของตัวบท (SO) เป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดที่มุกตลกในการ์ตูนช่องบนเฟซบุ๊กใช้ในสร้างความตลกขบขัน โดย SO ทำงานร่วมกันกับกลไกทางตรรกะ (LM) เสมอ อีกทั้งความตลกขบขันยังมักเกิดจากการทำงานร่วมกันของแหล่งความรู้ (KR) หลายประการด้วย


การฝึกฝนการใช้เสียงสำหรับนักแสดงตามเทคนิคการฝึกการใช้เสียงของ คริสติน ลิงค์เลเทอร์ : กรณีศึกษาการแสดงเดี่ยว เรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ ของ ฌอง กอกโต, จารุศรี ศุกระจันทร์ Jan 2024

การฝึกฝนการใช้เสียงสำหรับนักแสดงตามเทคนิคการฝึกการใช้เสียงของ คริสติน ลิงค์เลเทอร์ : กรณีศึกษาการแสดงเดี่ยว เรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ ของ ฌอง กอกโต, จารุศรี ศุกระจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและฝึกฝนเทคนิคการพัฒนาการใช้เสียงอันเป็นธรรมชาติ ของคริสติน ลิงค์เลเทอร์ และสังเคราะห์กระบวนการการนำเทคนิคดังกล่าวมาปรับใช้ในการพัฒนาการแสดงเดี่ยวบทละครเรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ เนื่องจากผู้วิจัยประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้เสียงในการแสดง กล่าวคือผู้วิจัยไม่สามารถถ่ายทอดความจริงภายในของตัวละครผ่านเสียงได้อย่างตรงไปตรงมาในบางสถานการณ์ ส่งผลให้ผู้ชมไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกและเรื่องราวของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจน ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาเทคนิคดังกล่าวอันเป็นเทคนิคที่ช่วยให้นักแสดงสามารถค้นพบการใช้เสียงอย่างเป็นอิสระ นำไปสู่การสื่อสารความจริงภายในของตัวละครที่ละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง และจริงใจยิ่งขึ้น ผู้วิจัยนำเทคนิคดังกล่าวมาใช้ฝึกฝนในขั้นตอนของการฝึกฝนเสียงเพื่อพัฒนาเสียง และเตรียมความพร้อมของเสียงก่อนการแสดง การฝึกซ้อมบทละคร และการเตรียมตัวก่อนทำการแสดงจริง ผู้วิจัยค้นพบว่าภายหลังการฝึกฝนการใช้เสียงด้วยเทคนิคพัฒนาการใช้เสียงอันเป็นธรรมชาติของคริสติน ลิงค์เลเทอร์ ผู้วิจัยสามารถกำจัดอุปสรรค์ที่ขัดขวางการเชื่อมโยงระหว่างเสียง และอารมณ์ความรู้สึกภายในของตัวละครได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยสามารถถ่ายทอดความจริงภายในของตัวละครได้อย่างลุ่มลึก และจริงใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผู้วิจัยค้นพบว่าตนเองพัฒนาทักษะอื่น ๆ ทางด้านการแสดงควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย จินตนาการ และประสาทสัมผัส ส่งผลต่อการพัฒนาการแสดงองค์รวมของผู้วิจัย โดยผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัย และสรุปผลการวิจัยจากการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จดบันทึกและบันทึกวิดีโอการฝึกซ้อม การรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ชม และการสัมมนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้เสียง


การศึกษากระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝนร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกี : กรณีศึกษา บทละครเรื่อง Death And Maiden (เดธ แอนด์ เดอะ เมเดน) ของ แอเรียล ดอร์ฟ, กุลสตรี ตั้งมานะกิจกำจาย Jan 2024

การศึกษากระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝนร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกี : กรณีศึกษา บทละครเรื่อง Death And Maiden (เดธ แอนด์ เดอะ เมเดน) ของ แอเรียล ดอร์ฟ, กุลสตรี ตั้งมานะกิจกำจาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝน ร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกีเพื่อสามารถนำไปพัฒนาการแสดงผ่านตัวละคร พอลลินา ในละครเรื่องเดธ แอนด์ เดอะ เมเดน (Death and the Maiden) โดยผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎีการแสดง และมีการฝึกฝนผ่านแบบฝึกหัดด้านการแสดงควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตนเองในด้านการเรียกความทรงจำทางประสาทสัมผัสมาใช้ในขณะทำการแสดงและพัฒนาตนเองในด้านการใช้ร่างกายเพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารของตัวละครอย่างมีอิสระและผ่อนคลาย เนื่องจากบทละครเรื่องนี้ตัวละครพอลลินา มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกับตัวผู้วิจัยเองอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายที่ผู้วิจัยจะพัฒนาความสามารถในการแสดงของตนให้สามารถถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมจริงแบบฝึกหัดที่ผู้วิจัยใช้ฝึกฝนเพื่อพัฒนาตนเองในด้านความทรงจำทางประสาทสัมผัสจะประกอบไปด้วย 12 แบบฝึกหัด โดยที่จะแบ่งการฝึกออกเป็น 4 สัปดาห์ และฝึกฝนสัปดาห์ละ 3 แบบฝึกหัด และแบบฝึกหัดฝึกฝนร่างกายจะประกอบไปด้วย 6 แบบฝึกหัด โดยที่แบ่งการฝึกออกเป็นสัปดาห์ละ 1 แบบฝึกหัด ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลโดยการจดบันทึก การบันทึกวิดิโอการฝึกซ้อมและการแสดง และมีการประเมินหลังการแสดงจบจากผู้เชี่ยวชาญทางการแสดง ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ชมทั่วไปสิ่งที่ผู้วิจัยได้พัฒนาหลังจากการฝึกฝนแบบฝึกหัดจนครบ 10 สัปดาห์แล้วนำมาพัฒนาตนเองในการแสดงบนเวทีนั้น ผู้วิจัยสามารถเรียกความทรงจำทางประสาทสัมผัสมาใช้ขณะแสดงบนเวทีได้อย่างมีชัดเจนและเสถียร รวมไปถึงสามารถเทียบเคียงและใช้การจินตนาการเพื่อเข้าใจความเจ็บปวดของตัวละครที่ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิตเหมือนกับผู้วิจัยเอง และสามารถอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าในขณะแสดงได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของร่างกายนั้น ผู้วิจัยรู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ไม่เกิดอาการเกร็งจากความตื่นเต้นในขณะแสดง


การศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรม แนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ ซิสเตอร์ ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียม, ปิยนาฏ เลิศบัญชร Jan 2024

การศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรม แนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ ซิสเตอร์ ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียม, ปิยนาฏ เลิศบัญชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ซิสเตอร์ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อที่จะสามารถสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมได้ เนื่องด้วยการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมเป็นแนวที่ผู้วิจัยคิดว่าตนเองยังไม่ถนัดและมีความสนใจที่จะเรียนรู้เพื่อหากระบวนการการกำกับการแสดงที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมและในขณะเดียวกันก็สามารถสื่อสารประเด็นสำคัญเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมที่เป็นเรื่องที่กระทบใจผู้วิจัยอย่างมากที่ซ่อนอยู่ในเรื่องไปด้วยได้ โดยบทละครเรื่องนี้มีความท้าทายตรงที่ถูกเขียนขึ้นโดยชาวมาเลย์สิงคโปร์แต่ผู้วิจัยต้องกำกับการแสดงให้ผู้ชมที่เป็นชาวไทยได้รับชม นอกจากการศึกษากระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีแล้ว ยังต้องศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงโดยข้ามวัฒนธรรมจากวัฒนธรรมมาเลย์สิงคโปร์มายังผู้ชมชาวไทยให้ได้อีกด้วยผู้วิจัยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งกระบวนการสร้างเสียงหัวเราะ สิ่งที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะ กลวิธีการเสียดสี การกำกับการแสดง และที่สำคัญคือเรื่องของศาสนาและวัฒนธรรมเพราะตัวละครในเรื่องเป็นชาวมาเลย์สิงคโปร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากสังคมไทย เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดที่มาที่ไปของการกระทำของตัวละคร นำมาวิเคราะห์ตีความและสร้างเป็นกรอบคิดเพื่อทำการทดลอง ผู้วิจัยมองว่า การจะทำให้ผู้ชมเข้าใจสารของเรื่องผ่านละครแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีนั้น จะต้องทำงานผ่าน 3 องค์ประกอบดังนี้ คือ 1. การทำงานกับนักแสดง 2.การทำงานกับจังหวะบนเวที และ 3. การทำงานกับภาพบนเวที เมื่อได้องค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้แล้ว จึงเตรียมการซ้อม โดยการวิเคราะห์ตีความตามหลักการกำกับการแสดง ทั้งการหาความคิดหลัก ความต้องการ การกระทำ และความขัดแย้ง โดยเน้นย้ำเรื่องแกนตัวละครเพื่อให้ได้มาซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบเพื่อสื่อสารให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่องเมื่อถึงวันแสดงผลการวิจัยพบว่าเมื่อทำงานผ่านองค์ประกอบทั้งสามอย่างตามหลักการกำกับการแสดงสามารถทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่อง เกิดทั้งเสียงหัวเราะและความสะเทือนใจ และสร้างความตระหนักเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมในใจของผู้ชมได้ สร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยในการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสี และยังสามารถสื่อสารประเด็นสำคัญของเรื่องให้กับผู้ชมชาวไทย ถึงแม้ว่าบทละครเรื่องนี้จะถูกเขียนขึ้นในบริบทของประเทศสิงคโปร์ได้อีกด้วย


การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ Jan 2024

การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นการสร้างบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยผู้วิจัยเลือกการนำเสนอผ่านรูปแบบละครเพลงและการเล่าเรื่องผ่านหลายตัวละคร ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าผ่านหนังสือ เอกสารวิชาการ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ร่วมจากนั้นจึงนำมาสกัดเพื่อออกแบบตัวละครและโครงเรื่อง โดยผู้วิจัยเน้นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักที่เป็นคนใกล้ชิดผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสี่คน ที่มีสถานะความสัมพันธ์ต่อผู้ป่วยต่างกัน อาทิ คนรัก พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนำเสนอมิติที่หลากหลายของคนใกล้ชิดผู้ป่วย บทละครในงานวิจัยชิ้นนี้ถูกจัดแสดงในชื่อ Spotlight on sunset โดยมีการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ชมทั่วไป และการเสวนาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะการละครและด้านจิตเวชศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่าบทละครสามารถทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นได้ผ่านการถ่ายทอดโดยตัวละครและการดำเนินเรื่องรวมถึงเนื้อหาในบทเพลง แต่ผู้วิจัยยังไม่สามารถใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักหลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้มุมมองของผู้ชมยังคงอยู่กับตัวผู้ป่วยมากกว่าที่จะติดตามตัวละครคนใกล้ชิดดังที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้การใช้บทเพลงที่มากเกินไปและเล่าใจความเดิมซ้ำ ๆ ก็ทำให้ละครมีความยาวมากจนอาจทำให้ผู้ชมหลุดออกจากเรื่องได้


กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล Jan 2024

กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เกิดจากผู้วิจัยตีความบทละครแนวสมจริงเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ มีความคิดหลักและประเด็นสำคัญว่าด้วยความไร้แก่นสารของชีวิต ซึ่งเป็นแนวคิดของละครแนวแอบเสิร์ด ทำให้ผู้วิจัยเกิดคำถามว่า จะใช้กระบวนการกำกับการแสดงเพื่อสื่อสารความคิดจากแนวละครแอบเสิร์ดนี้ให้ออกมาในละครสมจริงได้อย่างไร ดังนั้น จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลองกระบวนการกำกับการแสดงที่เหมาะสมให้สื่อสารเพื่อตอบข้อคำถามดังกล่าว ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์ วิเคราะห์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สร้างกรอบแนวคิดให้เข้าใจรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวที่ซ่อนในเนื้อหาบทละคร แล้วนำมาวิเคราะห์ตีความตามหลักการสำหรับกำกับการแสดง และกำหนดแนวคิดงานออกแบบของผู้กำกับการแสดง รวบรวมเตรียมเป็นข้อมูลเพื่อกำกับการแสดง ในช่วงการวิเคราะห์ตีความและการฝึกซ้อม ผู้วิจัยใช้หลักแนวคิดของละครแอบเสิร์ดในการวิเคราะห์ตีความพฤติกรรมตัวละคร ประกอบกับหลักวิเคราะห์ตีความของ สตานิสลาฟสกี ใช้แบบฝึกหัดจินตนาการของแอดเลอร์ ใช้วิธีแนะนำการแสดงให้กับนักแสดงด้วยการเทียบเคียงเหตุการณ์ในเรื่องกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป และใช้วิธีการซ้อมดำเนินผ่านฉากตามลำดับต่อเนื่อง เพื่อช่วยตรวจทานสร้างความเข้าใจแกนเงื่อนไขตัวละครให้กับนักแสดง อีกทั้งภาพรวมของจังหวะดำเนินเรื่องร่วมกับองค์ประกอบศิลป์ในการแสดง และทดลองเรียนรู้พัฒนาตลอดช่วงการฝึกซ้อมจนถึงขั้นแสดงผลงานละครต่อสาธารณะชน ผลวิจัยปรากฎว่า เมื่อผู้วิจัยมีกรอบแนวคิดประเด็นเรื่องความไร้แก่นสารของชีวิตมนุษย์ ช่วยเชื่อมโยงประกอบวิเคราะห์ตีความบทละคร ทำให้กระบวนการคิดของผู้วิจัยเข้าใจรายละเอียดในเนื้อหาของบทละครโดยเฉพาะความคิดหลักของเรื่องอย่างกระจ่าง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยเมื่อกำกับการแสดง สามารถสื่อสารเนื้อหาของบทละครแก่นักแสดง ตลอดจนผู้ชมละครเวทีให้รู้สึกร่วมไปตามรูปแบบนำเสนอละครสมจริงได้ นอกจากนี้ กระบวนวิธีวิจัยดังกล่าว อาจเป็นแนวทางและวิธีช่วยให้ผู้กำกับการแสดง ได้ฝึกหัดค้นหาความคิดหลักของเรื่องให้เข้าใจแม่นยำ ตระหนักกับสิ่งที่ต้องการสื่อสาร รวมทั้งลำดับความสำคัญโดยใช้ความคิดหลักนั้นนำทางค้นหารูปแบบกลวิธีนำเสนอได้อย่างมีทิศทางชัดเจนขึ้นด้วย


Buddhism And Khwan In The Religious System Of The Tai Khamtis' Villages In Arunachal Pradesh, India, Chow Kensan Tunkhang Jan 2024

Buddhism And Khwan In The Religious System Of The Tai Khamtis' Villages In Arunachal Pradesh, India, Chow Kensan Tunkhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the interaction between Buddhism and Khwan, an indigenous belief in the soul, in three Tai Khamti villages in Arunachal Pradesh, India. The study aims to identify components of the Khwan belief tradition, as well as to investigate the nature of their relationships with Buddhism.Ethnographic cases reveal that Khwan is a distinct and indivisible essence that invigorates all living beings, and without one of which, an individual is susceptible to afflictions. Possessing a complete Khwan symbolises life, whereas its absence signifies death. There are four primary categories of Khwan ritual complexes conducted for an ailing individual: retrieving the …


กระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละคร: กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร "มาช่า"ในละครเวทีเรื่อง วานย่า เเละซอนย่า เเละ มาช่า เเละสไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง, นวฉัตร เสนวิรัช Jan 2024

กระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละคร: กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร "มาช่า"ในละครเวทีเรื่อง วานย่า เเละซอนย่า เเละ มาช่า เเละสไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง, นวฉัตร เสนวิรัช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครและการอยู่ กับความต้องการของตัวละคร : กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร “มาช่า” ในละครเวทีเรื่อง วานย่า และ ซอนย่า และ มาช่า และ สไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะการแสดงในการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละครของนักแสดงและเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการตัวละครของนักแสดงในฐานะตัวละคร “มาช่า (Masha)” ในบทละครเวทีเรื่อง “Vanya and Sonia and Masha and Spike” เนื่องจากผู้วิจัยยังมีประสบการณ์ด้านการแสดงไม่มากพอทำให้ผู้วิจัยประสบปัญหาในการแสดง 2 เรื่อง คือ 1.) การเป็นตัวละครหรือการเข้าถึงบทบาทของตัวละคร และ 2.) การอยู่กับความต้องการของตัวละคร โดยมีคำถามงานวิจัยว่า ผู้วิจัยจะสามารถพัฒนาทักษะการแสดงเรื่องการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละครของนักแสดงในการแสดงบทละครเวทีเรื่อง “Vanya and Sonia and Masha and Spike” ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้ผู้วิจัยได้ค้นคว้าหาข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี ของนักการละครตะวันตกที่ได้ร่ำเรียนจากศาสตร์ด้านการแสดงของหลักสูตรปริญญาโท ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตั้งสมมติฐานของงานวิจัยไว้ว่าการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละคร "มาช่า (Masha)" จะช่วยให้ร่างกายของผู้วิจัยในฐานะนักแสดงสามารถตอบสนองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้กระบวนการดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 กระบวนการคือ 1.) การทำงานวิเคราะห์บทละครและตัวละคร 2.) กระบวนการฝึกซ้อมการแสดง 3.) ช่วงระยะเวลาการทำงานก่อนวันแสดง (Pre - Production) และ 4.) ช่วงระยะเวลาการแสดงและหลังการแสดง (Production) นอกจากนี้ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อประเมินผลการวิจัย 2 แบบดังนี้ คือ 1.) แบบบันทึกวิดิโอการซ้อมการแสดงและการสังเกต (Observation) ผู้วิจัยได้มีการจดบันทึกคำแนะนำจากผู้กำกับหลังการฝึกซ้อมทุกครั้ง พร้อมทั้งบันทึกภาพวิดิโอตอนช่วงฝึกซ้อมบางช่วงกับบันทึกวิดีโอรอบวันแสดงจริง และ 2.) การประเมินผลจากการแสดงจริงของช่วงระยะหลังการแสดง(Post Production) ซึ่งผู้วิจัยได้จัดทำแบบสอบถามจากผู้รับชมการแสดงและคำแนะนำจากผู้กำกับและครูที่ปรึกษาหลักด้านการแสดง ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า การเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละครนั้นต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวละครโดยการที่นักแสดงต้องมีความรู้สึกนึกคิดแบบตัวละคร พร้อมทั้งการปล่อยวางตนเองให้อยู่กับปัจจุบันขณะ(Moment) จะสามารถช่วยให้ผู้วิจัยสามารถสื่อสารการแสดง ถ่ายทอดบทบาท และสามารถตอบสนองปรับเปลี่ยนวิธีการการแสดงที่มีมิติหลากหลายพร้อมทั้งแสดงตามสถานการณ์ในฉากได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้วิจัยได้นำ แนวคิด ทฤษฎี เทคนิคการแสดงของผู้เชี่ยวชาญการแสดงชื่อดังทั้ง 3 ท่านคือ …