Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (27201)
- Social and Behavioral Sciences (12281)
- Medical Specialties (9476)
- Life Sciences (8357)
- Education (8016)
-
- Medical Sciences (6575)
- Law (5173)
- Arts and Humanities (4735)
- Physical Sciences and Mathematics (4345)
- Public Health (4178)
- Psychology (3278)
- Engineering (2921)
- Oncology (2775)
- Diseases (2657)
- Biomedical Informatics (2632)
- Nursing (2503)
- Bioinformatics (2246)
- Higher Education (2226)
- Business (2174)
- Sociology (2100)
- Medical Education (1742)
- Medical Genetics (1631)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (1586)
- Mental and Social Health (1566)
- Rehabilitation and Therapy (1461)
- Environmental Sciences (1336)
- Genetic Phenomena (1273)
- Health and Physical Education (1101)
- Pediatrics (1084)
- Computer Sciences (1071)
- Institution
-
- The Texas Medical Center Library (5984)
- University of South Florida (1904)
- Washington University School of Medicine (1707)
- Walden University (1580)
- University of Montana (1502)
-
- Sigma Theta Tau International Honor Society of Nursing (1285)
- Liberty University (1233)
- University of Kentucky (1216)
- Chulalongkorn University (1215)
- University of Texas Rio Grande Valley (1091)
- Thomas Jefferson University (987)
- University of Nebraska - Lincoln (985)
- University of Plymouth (838)
- University of South Carolina (784)
- Western Kentucky University (761)
- University of New Hampshire (738)
- Universitas Indonesia (733)
- Advocate Health - Midwest (715)
- Edith Cowan University (711)
- Utah State University (705)
- Nova Southeastern University (674)
- University of Arkansas, Fayetteville (668)
- American Dental Association (630)
- HCA Healthcare (607)
- Portland State University (573)
- LSU Health New Orleans (569)
- Brigham Young University (560)
- City University of New York (CUNY) (553)
- University of New Mexico (547)
- Louisiana State University (532)
- Keyword
-
- Humans (5638)
- Female (2809)
- Male (2457)
- Animals (1647)
- Adult (1490)
-
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (1421)
- Middle Aged (1398)
- Aged (1185)
- Mice (1128)
- COVID-19 (888)
- Child (740)
- Mental health (708)
- Education (674)
- Adolescent (663)
- United States (560)
- Retrospective Studies (490)
- Young Adult (454)
- Depression (425)
- Neoplasms (399)
- Treatment Outcome (398)
- Pregnancy (364)
- Biomarkers (357)
- Health (356)
- Anxiety (347)
- Infant (346)
- Risk Factors (342)
- Machine learning (341)
- Mutation (336)
- Tumor (328)
- Artificial intelligence (326)
- Publication
-
- Faculty, Staff and Student Publications (3558)
- Faculty, Staff and Students Publications (1906)
- Theses and Dissertations (1763)
- 2020-Current year OA Pubs (1690)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1508)
-
- University of Montana Course Syllabi, 2021-2025 (1149)
- Doctoral Dissertations and Projects (937)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (813)
- The Auk (791)
- Dissertations (765)
- Electronic Theses and Dissertations (690)
- Research outputs 2022 to 2026 (660)
- Faculty Publications (631)
- Leadership Connection (551)
- International Journal of Exercise Science: Conference Proceedings (524)
- Faculty Scholarship (491)
- Historical Documents - Combined (417)
- Honors Theses (393)
- Theses (354)
- Silver Bow Creek/Butte Area Superfund Site (323)
- Articles (317)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (296)
- School of Medicine Faculty Publications (295)
- Research Symposium (277)
- Master's Theses (271)
- Patient Education Projects (255)
- 2024 Decisions (251)
- DRS Biennial Conference Series (249)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (236)
- International Journal of Physical Activity and Health (233)
- Publication Type
Articles 76981 - 77010 of 79627
Full-Text Articles in Entire DC Network
ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมการดูดกลืน ต่อประสิทธิภาพการดูดนมมารดาของทารกเกิดก่อนกำหนด, นวรัตน์ อธินุวัฒน์
ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมการดูดกลืน ต่อประสิทธิภาพการดูดนมมารดาของทารกเกิดก่อนกำหนด, นวรัตน์ อธินุวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโปรแกรมการเตรียมความพร้อมการดูดกลืนต่อประสิทธิภาพการดูดนมมารดาของทารกเกิดก่อนกำหนดที่มีอายุหลังมีประจำเดือนระหว่าง 32-36+6 สัปดาห์และมารดา จำนวน 34 คู่ แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการเตรียมความพร้อมการดูดกลืน 17 คู่ และกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ 17 คู่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความพร้อมในการดูดนมมารดาของทารกเกิดก่อนกำหนด และแบบประเมินประสิทธิภาพการดูดนมมารดาของทารก โดยเครื่องมือทั้งหมดผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.87 และ 0.85 และมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.88 และค่าสัมประสิทธิ์ Cohen’s Kappa เท่ากับ 0.84 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการวิเคราะห์ Repeated Measure ANOVA ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพการดูดนมมารดาของทารกเกิดก่อนกำหนดหลังได้รับโปรแกรมการเตรียมความพร้อมการดูดกลืนวันที่ 1, 4 และ 7 ดีกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และประสิทธิภาพการดูดนมมารดาของทารกเกิดก่อนกำหนดหลังได้รับโปรแกรมการเตรียมความพร้อมการดูดกลืนวันที่ 1, 4 และ 7 ดีกว่าทารกเกิดก่อนกำหนดที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดในการเตรียมความพร้อมการดูดกลืน เพื่อให้ทารกมีประสิทธิภาพการดูดนมมารดา
ปัจจัยทำนายภาวะการทำหน้าที่ในผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีประสบการณ์อาการกำเริบเฉียบพลัน, เจนจิรา สุขกลึง
ปัจจัยทำนายภาวะการทำหน้าที่ในผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีประสบการณ์อาการกำเริบเฉียบพลัน, เจนจิรา สุขกลึง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายภาวะการทำหน้าที่ในผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีประสบการณ์อาการกำเริบเฉียบพลัน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และมีอาการกำเริบเฉียบพลันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 132 คน ที่เข้ารับบริการ ณ แผนกผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลตติยภูมิ 3 แห่ง ในจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดราชบุรี เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและความถี่ของอาการกำเริบเฉียบพลัน แบบประเมินภาวะการทำหน้าที่ของปอดฉบับย่อ แบบสอบถามความรู้สึกหลากหลายมิติเกี่ยวกับความช่วยเหลือทางสังคม แบบบันทึกประสบการณ์การเผชิญอาการ และแบบสอบถามการจัดการอาการในผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือเท่ากับ 0.81, 0.97, 0.85, 0.97 และ 0.90 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยายและสถิติถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า 1. ผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีประสบการณ์อาการกำเริบเฉียบพลันมีภาวะการทำหน้าที่อยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ คะแนนเฉลี่ย 37.98 (SD= 8.31) 2. ปัจจัยที่สามารถทำนายภาวะการทำหน้าที่ของผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีประสบการณ์อาการกำเริบเฉียบพลันได้สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ จำนวนครั้งของการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน (≥ 3 ครั้ง) (β= -0.282) รองลงมา คือ อายุ (β = -0.237) การจัดการอาการกำเริบเฉียบพลัน (β= -0.235) การสนับสนุนทางสังคม (β= 0.215) ประสบการณ์การมีอาการกำเริบเฉียบพลัน (β = -0.189) และ จำนวนครั้งของการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน (2 ครั้ง) (β= -0.162) ตามลำดับ และสามารถร่วมทำนายภาวะการทำหน้าที่ได้ร้อยละ 73.70 (Adjusted R2 = .737, F= 58.414, p < .001)
ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของมารดาต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะตัวเหลืองซ้ำและระดับบิลิรูบินในเลือดของทารกแรกเกิดที่ได้รับการส่องไฟ, กิตติยา หวลคิด
ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของมารดาต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะตัวเหลืองซ้ำและระดับบิลิรูบินในเลือดของทารกแรกเกิดที่ได้รับการส่องไฟ, กิตติยา หวลคิด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นแบบกึ่งทดลองวัดเฉพาะหลังการทดลองแบบมีกลุ่มเปรียบเทียบ เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมป้องกันภาวะตัวเหลืองซ้ำและระดับบิลิรูบินในเลือดของทารกแรกเกิดที่ได้รับการส่องไฟ ระหว่างกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของมารดา และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาและทารกแรกเกิดครบกำหนดที่มีภาวะตัวเหลืองและได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟ ในโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 30 คู่ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามสะดวก และคัดเข้าด้วยวิธีจับฉลาก โดยจับคู่ (Matched pairs) ให้มีความคล้ายคลึงกันด้านระดับการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 15 คู่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของมารดา 2) แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของมารดา 3) แบบสอบถามพฤติกรรมป้องกันภาวะตัวเหลืองซ้ำในทารกแรกเกิดที่ได้รับการส่องไฟ และ 4) แบบติดตามระดับ บิลิรูบินในเลือดทารก ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน แบบสอบถามทั้ง 2 ฉบับมีค่า CVI เท่ากับ 0.88 และ 0.97 ตามลำดับ และมีค่าความเที่ยง (Cronbach's alpha coefficient) เท่ากับ 0.92 และ 0.95 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันภาวะตัวเหลืองซ้ำในทารกแรกเกิดที่ได้รับการส่องไฟ และค่าเฉลี่ยระดับบิลิรูบินในเลือดของทารก โดยใช้สถิติ Independent t-test ผลการวิจัย พบว่ามารดากลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันภาวะตัวเหลืองซ้ำในทารกแรกเกิดที่ได้รับการส่องไฟสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และทารกในกลุ่มทดลองมีระดับบิลิรูบินในเลือด ณ วันที่มาตรวจติดตาม ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
A Vexing Case: A Newly Discovered Autoinflammatory Disease, Ashley Edwards, Md, Caroline Mcculley, Md
A Vexing Case: A Newly Discovered Autoinflammatory Disease, Ashley Edwards, Md, Caroline Mcculley, Md
Poster Presentations
Introduction: Vacuoles, E1 enzyme, X-linked, autoinflammatory, somatic (VEXAS) Syndrome is a recently recognized adult-onset autoinflammatory disease that can lead to potentially lifethreatening multi-system inflammation with estimated prevalence of up to 1 in 5,000 males over the age of 50. Given its significant morbidity and mortality and high prevalence, increased awareness of this condition is of foremost importance. Herein we outline a case of VEXAS syndrome. Case Presentation: Mr. N is a 73-year-old male with a past medical history significant for hypertension and recent episode of uveitis who first presented to the hospital for significant unintentional weight loss, fevers, and abdominal …
Judges And The Regulatory State: Trends Of Resistance And Restraint, Luke Norris
Judges And The Regulatory State: Trends Of Resistance And Restraint, Luke Norris
Law Faculty Publications
The last great confrontation between courts and the regulatory state occurred at the turn of the previous century. As courts in the first decades of the twentieth century resisted regulatory laws designed to protect workers and curb market excesses, they sustained broad legal and public critique, including claims that they were guardians of corporate power and monied and propertied interests. The showdown, as is familiar fare, was seemingly resolved in the New Deal, with the Supreme Court and judiciary largely accepting the constitutionality of federal and state regulatory laws. The compromise that emerged, dubbed the “New Deal settlement,” ostensibly called …
Catalog 2024-2025, University Of North Florida
Catalog 2024-2025, University Of North Florida
UNF Course Catalogs
No abstract provided.
Lighting Pathways To Success In Stem: A Virtual Laboratory Meeting Programme (Lamp) Mutually Benefits Mentees And Host Laboratories, Katie E. Lotterhos, Moisés A. Bernal, Megan Phifer-Rixey, Torrie Hanley
Lighting Pathways To Success In Stem: A Virtual Laboratory Meeting Programme (Lamp) Mutually Benefits Mentees And Host Laboratories, Katie E. Lotterhos, Moisés A. Bernal, Megan Phifer-Rixey, Torrie Hanley
Biology Faculty Publications
Developing robust professional networks can help shape the trajectories of early career scientists. Yet, historical inequities in science, technology, engineering, and mathematics (STEM) fields make access to these networks highly variable across academic programmes, and senior academics often have little time for mentoring. Here, we illustrate the success of a virtual Laboratory Meeting Programme (LaMP). In this programme, we matched students (mentees) with a more experienced scientist (mentors) from a research group. The mentees then attended the mentors’ laboratory meetings during the academic year with two laboratory meetings specifically dedicated to the mentee’s professional development. Survey results indicate that mentees …
Orthodoxy In Ukraine: Strategies Of Reconciliation, Tetiana Havryliuk, Yuriy Chornomorets, Vasyl Lozovytskyi
Orthodoxy In Ukraine: Strategies Of Reconciliation, Tetiana Havryliuk, Yuriy Chornomorets, Vasyl Lozovytskyi
Occasional Papers on Religion in Eastern Europe
The article analyzes the inter-Orthodox conflict in Ukraine in the context of the search for ways of reconciliation. The path to reconciliation is shown to be a fundamental Christian principle capable of overcoming serious reasons for enmity and hatred, as has been repeatedly demonstrated in history. The potential of the concept of "open Orthodoxy" in the formation of a new culture of inter-Christian dialogue and coexistence is revealed, the implementation of which can ensure Ukraine not only the unity of Ukrainian Orthodoxy, but also the unity of the Ukrainian people. The role of the All-Ukrainian Council of Churches and Religious …
Popular Constitutionalism Inside The Courts: The Search For Popular Meaning, Thomas G. Donnelly
Popular Constitutionalism Inside The Courts: The Search For Popular Meaning, Thomas G. Donnelly
Law Faculty Publications
While commentators celebrate (or lament) the rise of originalism on the Roberts Court, another theory may prove as important to the future of constitutional law: popular constitutionalism. In a range of recent cases, Justices from across the ideological spectrum have proven themselves open to using sources of popular authority to address important constitutional issues. This is especially true of the two Justices at the Roberts Court’s ideological center: John Roberts and Brett Kavanaugh. Even so, the question remains how best to make popular constitutionalism work inside the courts. This question has vexed popular constitutionalists since the theory’s inception. In my …
Reimagining The Deduction For Employee Compensation, Daniel Schaffa
Reimagining The Deduction For Employee Compensation, Daniel Schaffa
Law Faculty Publications
U.S. businesses pay trillions of dollars in employee compensation, a substantial fraction of which is deductible for tax purposes. This deduction reduces the taxable income of businesses, ultimately lowering business tax burdens by hundreds of billions of dollars. With a few exceptions, the tax code confers the same deduction to a business for every dollar of employee compensation, regardless of whether that compensation goes to an employee earning millions or an employee earning minimum wage. This is consistent with a pure Haig-Simons income tax, under which any business expense incurred ought to be deductible dollar-for-dollar. But many, if not most, …
Protecting Minority Representation In An Era Of Political Polarization And The Hollowing Out Of Voting Rights Protections, Henry L. Chambers, Jr.
Protecting Minority Representation In An Era Of Political Polarization And The Hollowing Out Of Voting Rights Protections, Henry L. Chambers, Jr.
Law Faculty Publications
The United States Supreme Court has hollowed out various voting rights protections, leaving all voters—minority and nonminority—less protected in a politically polarized America. Surprisingly, the Court has continued to protect representation for minority race voters who live in racially polarized areas. However, minority race voters risk losing that protection, typically provided through majority-minority districts authorized under the Voting Rights Act, if they build cross-racial coalitions with their neighbors. Under the Court’s interpretation of the VRA, cross-racial voting coalitions may be less protected than local majorities comprised of a single race of voters. The loss of such protection could leave their …
Effect Of Pgi And Edd Gene Deletion In Escherichia Coli K12 On Production Of Poly(3-Hydroxybutyrate) And Copolymer Poly(3-Hydroxybutyrate-Co-3-Hydroxyvalerate), Jittakan Pachimsawat
Effect Of Pgi And Edd Gene Deletion In Escherichia Coli K12 On Production Of Poly(3-Hydroxybutyrate) And Copolymer Poly(3-Hydroxybutyrate-Co-3-Hydroxyvalerate), Jittakan Pachimsawat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The biomaterial poly(3-hydroxybutyrate) (PHB) is a promising alternative renewable and green polymer. In this research, we incorporated deletion of phosphogluconate dehydratase (edd) and phosphoglucose isomerase (pgi) in E. coli for PHB production for the first time. As a result, the edd mutant harboring pBSKCABA-04 reached the highest PHB production of 93.0%wt with 7.55 g/L PHB concentration at 30 hours of cultivation. A specific production rate of 0.21 h-1 and maximum productivity of 0.25 g/L.h were obtained using glucose as a sole carbon source. On the other hand, deletion of pgi gene only recovered the cell growth but did not promote …
มาตรการของไต้หวันในการรับมือความแข็งกร้าวของจีนในช่วง ปี ค.ศ.2016 - 2024, ณัฐวุฒิ สัจจะมโน
มาตรการของไต้หวันในการรับมือความแข็งกร้าวของจีนในช่วง ปี ค.ศ.2016 - 2024, ณัฐวุฒิ สัจจะมโน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หลังนางไช่อิงเหวินชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปี ค.ศ.2016 จีนกลับมาเพ่งเล็งการดำเนินนโยบายของไต้หวัน และใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวต่าง ๆ ต่อไต้หวันส่งผลให้ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบระหว่างไต้หวันและจีนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ไต้หวันต้องดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อรับมือกับท่าทีอันแข็งกร้าวของจีนมาตลอดห้วงเวลา 8 ปีในตำแหน่งของเธอ แต่ยังสามารถรักษาสถานะเดิม (status quo) เอาไว้ได้ สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับมาตรการของไต้หวันในการรับมือความแข็งกร้าวของจีน ในช่วงระหว่าง ปี ค.ศ.2016 – 2024 มีแนวทางการดำเนินนโยบายอย่างไรในการ “รับมือ” ท่าทีแข็งกร้าวของจีน จนสามารถสามารถรักษาสถานะเดิมเอาไว้ได้ตามความมุ่งหมายซึ่งผลการศึกษาพบว่าไต้หวันรับมือความแข็งกร้าวของจีนโดยการการถ่วงดุลอำนาจจากภายนอกด้วยการแสวงหาขีดความสามารถเพิ่มจาก“ชาติที่มีอุดมการณ์เดียวกัน” (like-minded nations) เพื่อให้จีนเกิดความยับยั้งชั่งใจหรือต้องคิดคำนวนความคุ้มค่าในการใช้กำลังต่อไต้หวันเพิ่มขึ้นอันเป็นไปตามแนวคิดการป้องปรามโดยการปฏิเสธ
ทุนนิยมกับปัญหาสังคมในเกาหลีใต้: กรณีศึกษานรกโชซอนกับวัฒนธรรมหาชน, ต่อกมล วิเศษสุมน
ทุนนิยมกับปัญหาสังคมในเกาหลีใต้: กรณีศึกษานรกโชซอนกับวัฒนธรรมหาชน, ต่อกมล วิเศษสุมน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของทุนนิยมต่อปัญหาทางสังคมในเกาหลีใต้ โดยมุ่งเน้นที่แนวคิด "นรกโชซอน" และการแสดงออกในวัฒนธรรมมหาชน "นรกโชซอน" สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนชาวเกาหลีใต้ต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ระบบทุนนิยม งานวิจัยนี้สำรวจว่านโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปฏิรูปเสรีนิยมใหม่ ได้เพิ่มความไม่เท่าเทียมกันในสังคมและก่อให้เกิดความไม่พอใจในวงกว้างอย่างไร ปรากฏการณ์นี้ถูกวิเคราะห์อย่างวิพากษ์ผ่านเลนส์ของสื่อบันเทิง ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง "ชนชั้นปรสิต" (Parasite) (2019) และซีรีส์ "สควิดเกม เล่นลุ้นตาย" (Squid Game) (2021) และ "มัธยมซอมบี้" (All of Us Are Dead) (2022) สื่อเหล่านี้เน้นย้ำถึงความลำบากและการวิพากษ์สังคมทุนนิยมที่มีความไม่เท่าเทียมทางการเงินและสังคม งานวิจัยนี้มุ่งหวังที่จะให้ความเข้าใจอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างทุนนิยมและความท้าทายทางสังคมในเกาหลีใต้ร่วมสมัย
บทบาทของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริมการดำเนินงานการทูตเพื่อการพัฒนา, ปฐวี ปริญญารักษ์
บทบาทของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริมการดำเนินงานการทูตเพื่อการพัฒนา, ปฐวี ปริญญารักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้มุ่งศึกษาถึงบทบาทของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการทูตเพื่อการพัฒนา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศในยุคโลภาภิวัตน์ ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่าง การทูตเพื่อการพัฒนา (Development Diplomacy) ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตผ่านรูปแบบการทูตสาธารณะ (Public Diplomacy) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทย และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สารนิพนธ์ฉบับนี้จะอธิบายถึงความสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจของหลักการดำเนินงานด้านการทูตเพื่อการพัฒนาของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่เริ่มต้นจากการเป็นประเทศรับความช่วยเหลือ (Recipient Country)ผ่านหน่วยงานอย่างกรมวิเทศสหการ จนสามารถปรับเปลี่ยนบริบทตนเองมาสู่การเป็นประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ (Donor Country) และยกระดับตนเองผ่านการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีของประเทศไทยส่งเสริมให้มีบทบาทในเวทีนานาชาติโดยการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่างๆ ผ่านรูปแบบความร่วมมือแบบ ใต้-ใต้ (South – South Cooperation) โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV และขยายขอบเขตความร่วมมือออกไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาค ตลอดจนการนำองค์ความรู้ที่เป็น Home Growth Approach ของไทยอย่างการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SEP for SDGs)
การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาของกองทัพบกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2019, ปราชญา รังษีบุตร
การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาของกองทัพบกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2019, ปราชญา รังษีบุตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาของกองทัพบกในห้วงระหว่างปี ค.ศ.1998 ถึง 2019 ในการศึกษาครั้งนี้ มุ่งศึกษาและวิเคราะห์นโยบายของผู้หนีภัยการสู้รบภายใต้ความตึงเครียดระหว่างการให้ความคุ้มครองผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาตามหลักสิทธิมนุษยชนกับการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ โดยพิจารณาในมุมมองของกองทัพบกไทยซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแล จัดระเบียบ รักษาความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน ตลอดจนประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมา เพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการในห้วงระหว่างปี ค.ศ.1998 ถึง 2019 โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการจัดการผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาของกองทัพบก ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
การจัดสวัสดิการสังคมที่จำเป็นสำหรับครอบครัวข้ามรุ่นในเขตพื้นที่ชายแดน: กรณีศึกษา อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว, อิสริยา ธนกิจบวรกูล
การจัดสวัสดิการสังคมที่จำเป็นสำหรับครอบครัวข้ามรุ่นในเขตพื้นที่ชายแดน: กรณีศึกษา อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว, อิสริยา ธนกิจบวรกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่อง “การจัดสวัสดิการทางสังคมที่จำเป็นสำหรับครอบครัวข้ามรุ่นในเขตพื้นที่ชายแดน: กรณีศึกษา อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว” การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการจัดสวัสดิการสังคม ของภาครัฐสำหรับครอบครัวข้ามรุ่นในเขตพื้นที่ชายแดน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว (2) วิเคราะห์แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับครอบครัวข้ามรุ่น (3) จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมและ จัดสวัสดิการสังคมที่จำเป็นสำหรับครอบครัวข้ามรุ่น วิธีการวิจัยประกอบด้วยการวิเคราะห์เอกสารและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) กลุ่มตัวอย่างมีทั้งสิ้น 3 กลุ่ม ประกอบด้วยตัวแทนกลุ่มสมาชิกครอบครัวข้ามรุ่น กลุ่มบุคลากรจากหน่วยงานราชการส่วนกลาง และกลุ่มบุคลากรจากหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกครอบครัวข้ามรุ่นได้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานจากภาครัฐแต่ยังคงไม่เพียงพอ ข้อค้นพบบ่งชี้ว่าสภาพปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อนของครอบครัวข้ามรุ่น ได้แก่ ปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการหารายได้ ปัญหาการใช้เทคโนโลยีอันเป็นความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล และปัญหาความไม่สมดุลของโครงสร้างประชากรเนื่องจาก การอพยพย้ายถิ่นและการหย่าร้างของวัยแรงงาน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการจัดสวัสดิการสังคมที่สำคัญ คือ (1) ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอให้แต่ละพื้นที่มีการจัดสวัสดิการสังคมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน (2) การออกแบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมและคำนึงสภาพปัญหาของผู้รับบริการ (3) ให้การสนับสนุนบริการสาธารณะที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน (4) ภาครัฐและภาคีเครือข่ายมีการทำงานเชิงรุกร่วมกันอย่างบูรณาการ (5) มีการสำรวจข้อมูลและสภาพปัญหาของประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data) และ (6) มีการจัดเรียงลำดับฐานข้อมูลครอบครัวที่ต้องการได้รับการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเร่งด่วนในทุกมิติปัญหา เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างเสมอภาค
ความรู้ความเข้าใจและความสนใจเกี่ยวกับมาตรการลดหย่อนภาษีกลุ่มการออมและการลงทุนของข้าราชการคนรุ่นใหม่: กรณีศึกษา ข้าราชการภายในส่วนกลาง สังกัดกรมการปกครอง, กุลภรณ์ ประพฤกษ์ศัย
ความรู้ความเข้าใจและความสนใจเกี่ยวกับมาตรการลดหย่อนภาษีกลุ่มการออมและการลงทุนของข้าราชการคนรุ่นใหม่: กรณีศึกษา ข้าราชการภายในส่วนกลาง สังกัดกรมการปกครอง, กุลภรณ์ ประพฤกษ์ศัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้ต้องการศึกษาความรู้ความเข้าใจ และความสนใจ เกี่ยวกับมาตรการลดหย่อนภาษีกลุ่มการออมและการลงทุน ใน กลุ่มข้าราชการกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยใช้กรณีของข้าราชการที่ปฏิบัติราชการส่วนกลาง สังกัดกรมการปกครอง ที่เกิดในช่วงหลังปี พ.ศ. 2522 เป็นกรณีศึกษา การศึกษาอาศัยวิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-Methods) โดยมีการสำรวจแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 262 คน เพื่อนำมาประมวลผลด้วยกระบวนการทางสถิติ และมีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล 5 คน เพื่อค้นหาเหตุผลสนับสนุนผลลัพธ์ของการสำรวจแบบสอบถาม และให้ข้อเสนอแนะแก่งานศึกษางานวิจัยนี้พบว่า กลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ของหน่วยงานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในกลุ่มการออมและการลงทุน ในระดับค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ความสนใจเกี่ยวกับมาตรการลดหย่อนภาษีของกลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่กลุ่มดังกล่าวอยู่ในระดับสูง โดยเมื่อพิจารณาระดับความสนใจรายมาตรการ พบว่า เบี้ยประกันชีวิต ประกันแบบสะสมทรัพย์ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้รับคะแนนความสนใจมากที่สุด ตามลำดับ ทั้งนี้ ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไม่ส่งผลต่อระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ตัวมาตรการ รวมถึงระดับความรู้ความเข้าใจมาตรการที่แตกต่างกันไม่ส่งผลต่อระดับความสนใจในมาตรการลดหย่อนภาษีแต่อย่างใดผลการศึกษาจากการสัมภาษณ์พบว่า มาตรการที่เป็นที่สนใจของกลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ ประกอบด้วย 1) มาตรการลดหย่อนภาษีที่สามารถนำเงินออม หรือเงินลงทุนที่มีลักษณะเป็นการออมเงินระยะยาว นำมาคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษี 2) การเพิ่มเพดานการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันสุขภาพ 3) การเพิ่มเพดานการหักลดหย่อนประเภทการออมภาคบังคับ นอกจากนั้น ควรมีนโยบายส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการวางแผนในการออมเงินเพื่อการเกษียณอายุในกลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ด้วย
แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชัญญกร ถนอมพันธุ์
แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชัญญกร ถนอมพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่อง แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาความสัมพันธ์ของแรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นการศึกษาเชิงปริมาณ โดยใช้วิธีเชิงสำรวจ โดยการเก็บข้อมูลทางแบบสอบถาม ทั้งหมดจำนวน 400 คน ด้วยสถิติเชิงพรรณนา จากการศึกษาพบว่าแรงจูงใจมีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะใกล้ที่พักมากที่สุด พบว่าความคาดหวังมีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะใกล้ที่พักมากที่สุด และพบว่าผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์ของแรงจูงใจ ความคาดหวัง และการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มีค่ามากกว่า 0.50
การปรับเปลี่ยนองค์การภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล กรณีศึกษา ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (แอปพลิเคชัน Thaid) ของกรมการปกครอง, ชนิตา ชนะพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มุ่งศึกษาการปรับเปลี่ยนองค์กรภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลโดยใช้กรณีศึกษาแอปพลิเคชัน ThaID ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่สำคัญ ในการให้บริการประชาชน ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้มาจากการศึกษาเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 14 ท่าน ประกอบด้วยบุคลากรสังกัดกรมการปกครองที่ปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค บุคลากรจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และประชาชนผู้รับบริการ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยใช้กรอบแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ (1) การประเมินคุณภาพการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-Service Quality) (2) การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) และ (3) การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า แอปพลิเคชัน ThaID สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นที่ความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยซึ่งสอดคล้องกับหลักการประเมินคุณภาพการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการนำแอปพลิเคชัน ThaID มาใช้ ได้แก่ การสนับสนุนจากผู้บริหาร การจัดสรรทรัพยากร อย่างเพียงพอ และการพัฒนาทักษะของบุคลากร อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ กฎระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวย และทัศนคติของบุคลากรบางส่วนที่ยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจะพบว่าความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนองค์กรภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่สัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน ทั้งประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ปัจจัยภายในองค์กรและสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งเสริมให้ThaID เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนกรมการปกครองสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยจึงเสนอแนะแนวทางในการดำเนินงานต่อไป ได้แก่การจัดตั้ง "ศูนย์บริการสาธารณะดิจิทัล" การปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในหมู่บุคลากร การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการจัดทำแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน
บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย:กรณีศึกษา เทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี, ชิดชนก พวงเพ็ชร์
บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย:กรณีศึกษา เทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี, ชิดชนก พวงเพ็ชร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มุ่งเน้นการสำรวจบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อทำความเข้าใจสภาพปัญหา อุปสรรค และความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญ รวมถึงนำเสนอแนวทางการปรับปรุงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ การศึกษาวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัย และข้อมูลภาคสนามผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักในเขตเทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุในพื้นที่ และบุคลากรผู้ปฎิบัติงานร่วมกับเทศบาลตำบลธัญบุรี เพื่อทำความเข้าใจบทบาทขององค์กรในการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงสภาพปัญหาและอุปสรรคที่พบในกระบวนการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อสังเคราะห์ข้อค้นพบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่า การดำเนินงานของเทศบาลครอบคลุมด้านการจัดสรรบริการด้านสุขภาพ การพัฒนาทักษะผู้สูงอายุ และการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มที่ขาดความพร้อมทางเทคโนโลยี ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ประกอบด้วยการเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนาความสามารถของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างยั่งยืน ผลลัพธ์จากการวิจัยสามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี มีความสุข และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชนต่อไปในอนาคต
ทัศนคติต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานระยะไกลและภาพลักษณ์ในอุดมคติของบุคลากรในสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการเป็นหน่วยงานนำร่องระบบราชการดิจิทัล: กรณีศึกษา กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทุนทางปัญญา และกลุ่มนโยบายการบริหารงานบุคคลอุดมศึกษาและทุนทางปัญญา, ณัฐชวาล สัตยวินิจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ภาพลักษณ์ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะหน่วยงานนำร่องสำหรับการดำเนินงานในรูปแบบการทำงานระยะไกล ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบราชการดิจิทัล งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสำรวจความคิดเห็นและทัศนคติของบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับศึกษาประสิทธิภาพ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานรูปแบบให ม่นี้ การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เทคนิคการสัมภาษณ์เชิงลึกและเทคนิคการสนทนากลุ่มกับกลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภายในและภายนอกหน่วยงาน ผลการศึกษาพบว่า การทำงานระยะไกลส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรหลายประการ เช่น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานจากการเลือกสถานที่ปฏิบัติงานที่พึงพอใจที่สุดได้ ลดปัญหาด้านสุขภาพกายและจิตใจ ลดความตึงเครียดหรือความกดดันจากที่ทำงาน รวมถึงสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวร่วมกับสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงคุณภาพงานให้ดียิ่งขึ้น ปริมาณงานที่บุคลากรสามารถดำเนินการได้มากขึ้นในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงลดเวลาในการเดินทางเพิ่มเวลาในการทำงาน และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานระยะไกลยังเผชิญปัญหา เช่น ความไม่เชื่อมั่นของผู้บริหารต่อผู้ปฏิบัติงาน การขาดระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย และความรู้ด้านเทคโนโลยีที่ไม่เท่าเทียมกันในกลุ่มบุคลากรต่างวัย ทั้งนี้ งานวิจัยเสนอให้ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน สนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการทำงานระยะไกล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของระบบราชการดิจิทัลอย่างมีประสิทธิผล
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดและประสิทธิภาพในการทำงานของพยาบาลด้านจักษุกรรม, ทัสตา เหมือนเสน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดและประสิทธิภาพในการทำงานของพยาบาลด้านจักษุกรรม, ทัสตา เหมือนเสน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในแผนกพยาบาลจักษุกรรม (2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของความเครียดและความผูกพันในองค์กรของพยาบาลแผนกพยาบาลจักษุกรรม (3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพยาบาลแผนกพยาบาลจักษุกรรม วิธีวิจัยประกอบด้วยการวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างมีทั้งสิ้น 31 ราย คือ พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลแผนกพยาบาลจักษุกรรม โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ผลการวิจัยพบว่าพยาบาลเกิดความเครียดในการทำงาน เนื่องจากปัจจัยด้าน อายุ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน สถานภาพสมรส ภาระงานและความเหนื่อยล้า ค่าตอบแทน สวัสดิการ ความก้าวหน้าในอาชีพ และสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลถึงความเครียดและประสิทธิภาพในการทำงาน แม้ยังมีความผูกพันต่อองค์กรจากสวัสดิการที่ได้รับ อย่างไรก็ตามพยาบาลยังคงทำงานในองค์กรต่อเนื่องจากการมีค่านิยมในการรับราชการ การให้คุณค่าของตำแหน่งและความภาคภูมิใจในการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (1) ปรับภาระงานให้เหมาะสม โดยมีจำนวนพยาบาลที่เหมาะสมกับจำนวนผู้ป่วย (2) หน่วยงานควรจัดอบรมการจัดการความเครียดและให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา (3) ส่งเสริมการพัฒนาองค์กร โดยให้พยาบาลมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบงานและกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและเพิ่มความผูกพันในองค์กร
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวของประชาชนกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, เบญญาภา รักท้วม
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวของประชาชนกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, เบญญาภา รักท้วม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวของประชาชนกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการกระตุ้นการท่องเที่ยวของประชาชนกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการสำรวจความคิดเห็นและใช้การจัดเก็บข้อมูลจากแบบสอบ จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ที่มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling) จากประชาชนกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ครบตามจำนวนที่กำหนด จากนั้นนำมาประมวลผลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS และใช้การวิเคราะห์ สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) ด้วยวิธีแจกแจงความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าสูงสุด (Maximum) ค่าต่ำสุด (Minimum) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) อีกทั้งในกรณีวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมาน (Inference Statistics) ได้เลือกใช้เทคนิค One Way ANOVA เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่าง และ Pearson’s Correlation เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ผลการศึกษาพบว่า ในภาพรวมผู้ตอบแบบสอบถาม มีความคิดเห็นต่อปัจจัยในการตัดสินใจท่องเที่ยว เมื่อวิเคราะห์แยกรายตัวพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด คือ ด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ ด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับมาก และน้อยที่สุด คือ ด้านสังคมอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ ความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคลต่อปัจจัยในการตัดสินใจท่องเที่ยวพบว่า เพศ สถานภาพ รายได้ส่วนบุคคล ต่อเดือน (ก่อนหักภาษี) อาชีพ และการศึกษาที่แตกต่างกัน มีปัจจัยในการตัดสินใจท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน แต่จำนวนคนในครอบครัวไม่มีความสัมพันธ์กับปัจจัยในการตัดสินใจท่องเที่ยว
ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่และความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสังกัดกรมการปกครอง กรณีศึกษา ปลัดอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดสระบุรี, รัฐกิต กลปราณีต
ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่และความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสังกัดกรมการปกครอง กรณีศึกษา ปลัดอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดสระบุรี, รัฐกิต กลปราณีต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการสู่ความยั่งยืนในระดับพื้นที่กรณีศึกษา : การบริหารจัดการน้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี, รัตนชาติ ทองดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาวิธีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการบริหารทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองฝ้าย ในมิติของการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลให้การดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองฝ้ายประสบความสำเร็จ และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การศึกษาวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยรวบรวม ข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัย และข้อมูลภาคสนามผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้วิจัยใช้การเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เพื่อให้ได้กลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลที่สามารถตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยได้ ประกอบด้วย 1.ผู้บริหารจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองฝ้าย เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองฝ้าย2.นายอำเภอเลาขวัญและกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3.ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำบาลเขต2 สุพรรณบุรี และผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ เขต7 ราชบุรี และ 4.สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อสังเคราะห์ข้อค้นพบที่ เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำและเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่ในอนาคตจะได้มีการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไปเพื่อพัฒนาชุมชน ผลการศึกษาพบว่า การบริหารทรัพยากรน้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองฝ้าย มีการบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน การทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย มีขับเคลื่อนการบริหารงานผ่านกลุ่มผู้ใช้น้ำ เน้นไปที่การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนมีบทบาทสูงในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดอยู่ อัตราค่าน้ำที่ไม่เพียงพอกับต้นทุน ขาดแคลนองค์ความรู้และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีปัญหาการลักขโมยใช้น้ำและขโมยอุปกรณ์ ปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำสำหรับประชาชนในภาคการเกษตร และปัญหาขาดแคลนแหล่งงบประมาณก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ ข้อเสนอแนะหากต้องการที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีความเข้มแข็งต้องส่งเสริมให้ผู้นำชุมชนที่มีความเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็ง ควรมีการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตั้งอยู่ตำบลข้างเคียง เพราะในบางกรณีเรื่องของการบริหารจัดการน้ำมีลักษณะของการข้ามเขตตำบล ดังนั้นหากสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ได้จะสามารถทำให้ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในระดับอำเภอมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักจิตวิทยาในสถานรองรับเด็กโต เขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล สังกัด กรมกิจการเด็กและเยาวชน, วรรณรัตน์ แสงศรี
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักจิตวิทยาในสถานรองรับเด็กโต เขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล สังกัด กรมกิจการเด็กและเยาวชน, วรรณรัตน์ แสงศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหาความยากจนในประเทศไทยส่งผลให้หลายครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กได้อย่างทั่วถึง เด็กจึงต้องได้รับการประสานส่งต่อมายังสถานรองรับ สังกัด กรมกิจการเด็กและเยาวชนเพื่อการดูแล พัฒนาเด็กให้มีความเหมาะสมตามช่วงวัยโดยทีมสหวิชาชีพ แต่อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยา ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมสหวิชาชีพ ต้องประสบปัญหาความยากลำบากในการรับผิดชอบดูแลเด็กจำนวนมาก ในแต่ละสถานรองรับ ทำให้เกิดปัญหาด้านประสิทธิภาพในการให้คำปรึกษาและเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กอย่างทั่วถึง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักจิตวิทยาในสถานรองรับเด็กโต เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน การวิจัยนี้เป็นการวิจัย เชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักจิตวิทยาและผู้มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาในสถานรองรับเด็กโตจำนวน 5 แห่งในพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษาพบว่า นักจิตวิทยาที่ปฏิบัติงานในสถานรองรับเด็กโตมีความจำเป็นต้องพึ่งพาสภาพแวดล้อม การทำงานที่ส่งเสริมการปฏิบัติงาน เช่น การสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน การเข้าถึงข้อมูลและเทคนิคที่ทันสมัย รวมถึงการสื่อสารที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ความพร้อมในด้านทรัพยากร เช่น อุปกรณ์ที่เหมาะสมและพื้นที่ปฏิบัติงานที่เป็นส่วนตัว ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจและคุณภาพของการทำงาน ในด้านวัฒนธรรมองค์กร พบว่า การสร้างวัฒนธรรมที่เน้นความร่วมมือทั้งในระดับบุคคล และระดับทีม รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเจ้าหน้าที่ในระดับต่างๆ จะช่วย เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และลดความตึงเครียดในสถานที่ทำงาน ปัจจัยจูงใจ เช่น การมองเห็นผลลัพธ์ของงาน ในเชิงบวก การได้รับการยอมรับจากหน่วยงานและครอบครัวของเด็ก รวมถึงโอกาสในการพัฒนาความรู้ผ่านการ ฝึกอบรมหรือการสัมมนาเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นักจิตวิทยามุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กใน ความดูแลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การสนับสนุนเชิงนโยบายจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน เช่น การจัดอบรมเฉพาะทางการเพิ่มทรัพยากร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในสถานรองรับให้ดียิ่งขึ้นและเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของนักจิตวิทยาในระยะยาว
ประสิทธิผลการใช้ระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ (Bora Web Portal) ของกรมการปกครอง กรณีศึกษา สำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นในจังหวัดสระบุรี, สาวิตรี แก้วกูล
ประสิทธิผลการใช้ระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ (Bora Web Portal) ของกรมการปกครอง กรณีศึกษา สำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นในจังหวัดสระบุรี, สาวิตรี แก้วกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาประสิทธิผล ปัญหา และอุปสรรค การใช้ระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ (BORA Web Portal) ของกรมการปกครอง ในขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบสำนักทะเบียนอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี โดยการสัมภาษณ์บุคลากรของสำนักบริหารการทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับระบบ BORA Web Portal เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ สำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่น ประชาชนผู้ใช้บริการงานทะเบียนด้วยออนไลน์ และประชาชนที่ไม่ได้ใช้ระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ ผลการศึกษาพบว่า การใช้ระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ (BORA Web Portal) ของกรมการปกครอง ในขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบสำนักทะเบียนอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ก่อให้เกิดประสิทธิผลในการใช้ระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ 4 ประการ ได้แก่ ประเด็นที่หนึ่ง ความสะดวกในการเข้าถึงระบบการให้บริการงานทะเบียนออนไลน์ เจ้าหน้าที่มีความพร้อมและอุปกรณ์เพียงพอสำหรับบริการประชาชน ประเด็นที่สอง การอำนวยความสะดวกในการรับบริการของประชาชนและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นการลดขั้นตอนและภาระการบริการของเจ้าหน้าที่ และประชาชนสามารถใช้บริการได้ด้วยตนเองไม่จำเป็นต้องไปติดต่อที่สำนักทะเบียน ประเด็นที่สาม การยกระดับคุณภาพของการบริการให้กับประชาชนได้อย่างเท่าเทียมและหลากหลาย เนื่องจากประชาชนมีทางเลือกในการรับบริการจากภาครัฐเพิ่มขึ้น และประเด็นสุดท้าย เป็นการลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งภาครัฐและประชาชน
Two-Stage Thermophilic Anaerobic Digestion Of Rice Straw And Vegetable Residues For Biogas Production, Piyathida Khantibongse
Two-Stage Thermophilic Anaerobic Digestion Of Rice Straw And Vegetable Residues For Biogas Production, Piyathida Khantibongse
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Renewable energy is crucial for meeting global energy needs while protecting the environment. Unlike fossil fuels, renewable sources like solar, wind, and biomass are sustainable and reduce greenhouse gas emissions. Biogas production, a vital part of biomass energy, converts organic waste into clean fuel through anaerobic digestion. This process generates energy, manages waste, reduces landfill use, and cuts methane emissions, promoting sustainability and energy independence. This study investigates the two-stage thermophilic anaerobic digestion of rice straw and vegetable residues for biogas production, focusing on the effects of different pretreatment methods, optimal mixing ratios, and organic loadings. The research aims to …
แนวทางการเสริมพลังให้กับคนเก็บของเก่าที่หลุมฝังกลบเพื่อขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กรณีศึกษา: ศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, จิราภรณ์ จันทร์แย้ม
แนวทางการเสริมพลังให้กับคนเก็บของเก่าที่หลุมฝังกลบเพื่อขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กรณีศึกษา: ศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, จิราภรณ์ จันทร์แย้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาค้นคว้าวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาวิถีชีวิตและการเก็บขยะพลาสติกของคนเก็บของเก่าในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้คนเก็บของเก่าเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยคนเก็บของเก่าในศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วม โดยผู้ในข้อมูลสัมภาษณ์แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ กองทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีและกลุ่มคนเก็บของเก่าขายภายในศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มคนเก็บของเก่าขายมีวิถีชีวิตในการทำงานเริ่มทำงานในบ่อขยะตั้งแต่เช้าและเลิกงานช่วงเย็นๆ การใช้ชีวิตประจำวันจะดำเนินภายในบ่อขยะทั้งพักผ่อน รับประทานอาหาร คัดแยกขยะโดยจะมีเพิงเล็ก ๆ ไว้หลบแดดหลบฝน ด้านคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเก็บของเก่าถือเป็นกลุ่มที่ขาดโอกาสทางทั้งคมในด้านการศึกษา สวัสดิการและขาดโอกาสการได้รับคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน การทำงานแบบเดิมในทุก ๆ วัน คัดแยกขยะตามความเข้าใจโดยคัดแยกตามลักษณะของพลาสติกเช่น ขวดใส พลาสติกหนา พลาสติกทึบ การขาดองค์ความรู้ความเข้าใจทำให้เสียโอกาสการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นการส่งเสริมสนับสนุนด้านองค์ความรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำความเข้าใจเป็นอย่างมาก การพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ยังมีจำนวนไม่มาก จำกัดอยู่ในวงแคบเนื่องจากทรัพยากรและองค์ความรู้ที่จำกัดการสร้างแผนงานเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในการนำพลาสติกมาจัดการอย่างถูกต้องโดยใช้นักรีไซเคิลระดับมืออาชีพที่มีอยู่ภายในพื้นที่เป็นแรงงานสำคัญให้เกิดการสร้างแผนงานการดำเนินงานการจัดการขยะพลาสติกภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มนักรีไซเคิลและการสร้างรายได้จากการจัดการขยะพลาสติกในกระบวนการแปรรูปขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนยังช่วงลดปริมาณขยะพลาสติกและพื้นที่ฝังกลบขยะมูลฝอยที่มีอย่างจำกัด