Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 76471 - 76500 of 79668

Full-Text Articles in Entire DC Network

Merppa: Middle East Review Of Public Policy And Administration., Laila El Baradei Jan 2024

Merppa: Middle East Review Of Public Policy And Administration., Laila El Baradei

Faculty Journal Articles

No abstract provided.


Unconscionability And Poverty, Mark G. Kelman Jan 2024

Unconscionability And Poverty, Mark G. Kelman

SMU Law Review Forum

Matthew Desmond made the claim in Evicted, his powerful work on housing insecurity, that those concerned with alleviating poverty should focus not merely on ensuring that poor people have higher disposable incomes, but on countering the exploitative price gouging that depresses the value of whatever income they have. This suggests the possibility that it might be a worthwhile anti-poverty strategy for courts to use the unconscionability doctrine to regulate exploitative contracts.

Three main issues follow from considering this possibility: (1) Do the poor actually pay more for goods of the same quality? (2) If they indeed pay more, do …


The Cost Of Clarity: Closing The Floodgates On Wotus Ambiguity And The Bleak Future Of Wetlands Protections, Casey E. Lindstrom Jan 2024

The Cost Of Clarity: Closing The Floodgates On Wotus Ambiguity And The Bleak Future Of Wetlands Protections, Casey E. Lindstrom

Case Western Reserve Law Review

No abstract provided.


Overcoming Unreasonably Burdensome Restrictions On The Use Of Farmland For Solar Generation, Matthew Eisenson Jan 2024

Overcoming Unreasonably Burdensome Restrictions On The Use Of Farmland For Solar Generation, Matthew Eisenson

Case Western Reserve Law Review

No abstract provided.


If We Fail To Solve Global Climate Change, Blame The Nuclear Regulatory Commission, Jeremy Kidd Jan 2024

If We Fail To Solve Global Climate Change, Blame The Nuclear Regulatory Commission, Jeremy Kidd

Case Western Reserve Law Review

No abstract provided.


The National Environmental Policy Act And Climate Change Adaptation Within Federal Natural Resource Management Agencies, Sara Sutherland Jan 2024

The National Environmental Policy Act And Climate Change Adaptation Within Federal Natural Resource Management Agencies, Sara Sutherland

Case Western Reserve Law Review

No abstract provided.


Challenging The Constitutionality Of Anti-Immigrant State Legislation: A Two-Prong Approach, Anna Glavaš Jan 2024

Challenging The Constitutionality Of Anti-Immigrant State Legislation: A Two-Prong Approach, Anna Glavaš

Case Western Reserve Law Review

No abstract provided.


The Quiet Part Of The Fourteenth Amendment: Why Gender Identity Should Be A Protected Class Under The Equal Protection Clause, Robert F. Read Ii Jan 2024

The Quiet Part Of The Fourteenth Amendment: Why Gender Identity Should Be A Protected Class Under The Equal Protection Clause, Robert F. Read Ii

Case Western Reserve Law Review

No abstract provided.


Introduction To Health Reference: Ethics & Best Practices, Megan Bell Mlis, Ahip, Damiana Fortenberry Mlis Jan 2024

Introduction To Health Reference: Ethics & Best Practices, Megan Bell Mlis, Ahip, Damiana Fortenberry Mlis

Libraries Professional Work

Presentation slides


“When You Live In A Colony… Every Act Counts”: Exploring Engagement In And Perceptions Of Diverse Anti-Colonial Resistance Strategies In Puerto Rico, Carmen Marazzi, Johanna Ray Vollhardt Jan 2024

“When You Live In A Colony… Every Act Counts”: Exploring Engagement In And Perceptions Of Diverse Anti-Colonial Resistance Strategies In Puerto Rico, Carmen Marazzi, Johanna Ray Vollhardt

Psychology

While social psychology has contributed much to our understanding of collective action, other forms of resistance are understudied. However, in contexts of long-standing oppression—such as ongoing colonialism—and past repression of liberation struggles, other resistance strategies are important considering the constraints on overt, collective action in such contexts. This paper reports findings from an interview study in Puerto Rico (N = 22) exploring anti-colonial resistance. We analysed participants' own resistance, future preferred strategies, and descriptive norms of other ingroup members' resistance. Through thematic analysis, we identified six distinct forms of anti-colonial resistance. Notably, none of the participants reported participating in collective …


Science And The Pulpit: Clerical Perspectives On Science And Religion In The United States, Shiri Noy, Timothy L. O'Brien Jan 2024

Science And The Pulpit: Clerical Perspectives On Science And Religion In The United States, Shiri Noy, Timothy L. O'Brien

Faculty Publications

No abstract provided.


Efficacy Of Bacillus-Based Probiotic And Nspase Supplementation On Growth Performance And Gut Health Of Broilers Fed High Level Of Palm Kernel Meals Under High Stocking Density, Nurul Imawati Jan 2024

Efficacy Of Bacillus-Based Probiotic And Nspase Supplementation On Growth Performance And Gut Health Of Broilers Fed High Level Of Palm Kernel Meals Under High Stocking Density, Nurul Imawati

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Palm kernel meal (PKM) is a by-product of the oil palm industry with significant potential in poultry feed, although its high content of anti-nutritional factors limits its utilization. It is hypothesized that dietary supplementation with fiber-degrading enzymes and probiotics may enhance the use of PKM. This study investigated the effects of Bacillus-based probiotics (PRO) and non-starch polysaccharide enzymes (NSPase, mannanase, and xylanase) on broiler performance and gut health when fed a high level of PKM under high stocking density (HSD, Experiment 1) and normal stocking density (NSD, Experiment 2). In Experiment 1, 4,480 mixed-sex Ross308 broilers were allocated to eight …


มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย, ชนัฏฐา วงศ์สุวรรณ Jan 2024

มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย, ชนัฏฐา วงศ์สุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ในประเทศไทย เนื่องจาก ในประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่บุหรี่ไฟฟ้ามีการเข้าถึงและเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนทั่วไป โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นและในอนาคตมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเข้ามาแทนที่บุหรี่มวนแบบจุดสูบ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากวิวัฒนาการที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปตามนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น “สินค้าต้องห้าม" ในการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2557 แต่ก็มิได้ทำให้ความนิยมในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าลดลงแต่อย่างใด ในทางกลับกัน บุหรี่ไฟฟ้ากลับมามีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศไทยได้มีการควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาหลายปีแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ประจักษ์ว่าจะควบคุมได้สำเร็จ ดังนั้น การพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการในการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการให้ถูกต้อง ศึกษารายละเอียดในด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ครบถ้วน สมบูรณ์ในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำจะช่วยเป็นกลไกที่จะใช้ควบคุม โดยให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้กำกับดูแลภายใต้การบริหารจัดการอย่างเหมาะสม จากการศึกษาเอกัตศึกษาฉบับนี้ ทำให้ทราบว่า ประเทศไทยมีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกัน และไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประเทศไทยจึงควรมีกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่า ประเทศไทยควรมีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนและข้อกฎหมายที่ปัจจุบันมีการบังคับอยู่หลายฉบับ โดยเห็นควรจัดให้กฎหมายในระดับพระราชบัญญัติขึ้นใหม่ เพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ โดยรวมหลักการและมาตรการควบคุมทุกมิติไว้ในกฎหมายฉบับดังกล่าว อาทิ การห้ามการผลิต การนำเข้า การจำหน่าย การโฆษณา การสื่อสารการตลาด การโฆษณาชวนเชื่อ การครอบครอง การสูบ เป็นต้น เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนปิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย


มาตรการเพื่อส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืช, ณัฏฐา สงวนพงษ์ Jan 2024

มาตรการเพื่อส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืช, ณัฏฐา สงวนพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อมีมาตรการ หรือแนวคิดริเริ่มเพื่อส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืชในประเทศไทยให้เติบโตมากขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์ในระยะยาวให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ประโยชน์ของธุรกิจดังกล่าวส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ดังนี้ (1) ประโยชน์ด้านสุขภาพ สามารถช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ (2) ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม การรับประทานอาหารทางเลือกจากพืชใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ที่ดิน แหล่งน้ำ และพลังงาน น้อยกว่าอาหารที่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ จึงถือเป็นการประหยัดพลังงานและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี (3) ประโยชน์ด้านความมั่นคงทางอาหาร สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนอาหาร เนื่องจากกระบวนการผลิตอาหารทางเลือกจากพืชใช้ทรัพยากรด้านต่าง ๆ น้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และ (4) ประโยชน์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ การรับประทานอาหารทางเลือกจากพืชถือเป็นการคุ้มครองสัตว์ เพราะเป็นการลดการผลิตผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ในฟาร์มเอกัตศึกษาฉบับนี้ มีการดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการศึกษาเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยการศึกษาค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล จากหนังสือ บทความ ตำรา วิทยานิพนธ์ เอกัตศึกษา เอกสารสิ่งพิมพ์ หลักภาษีอากร โดยมีการใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ ที่มีบุคคลอื่นได้บันทึกหรือตีพิมพ์เผยแพร่ไว้เกี่ยวกับมาตรการเพื่อส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืช ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จากนั้นนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาทำการศึกษา เรียบเรียง และวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อเสนอแนวทางการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืชจากการศึกษา พบว่า ในปัจจุบัน ไทยยังขาดมาตรการส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืชที่ชัดเจนและครอบคลุม เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสิงคโปร์ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืชในไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควรมีการดำเนินการดังนี้ (1) จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ และกฎหมายเฉพาะเพื่อส่งเสริมอาหารทางเลือกจากพืช: กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน (2) บูรณาการนโยบาย เชื่อมโยงนโยบายด้านอาหารกับนโยบายอื่น ๆ เช่น สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง (3) ส่งเสริมด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อส่งเสริมธุรกิจอาหารทางเลือกจากพืช ทั้งในส่วนที่ส่งผลกับอาหารทางเลือกจากพืชโดยตรง เช่น การพิจารณาปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับอาหารทางเลือกจากพืช และส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีทางอ้อม เช่น การหักค่าใช้จ่ายที่ใช้สำหรับการวิจัย (4) สร้างความตระหนักรู้ และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารจากพืช ทั้งต่อผู้บริโภคเอง และต่อสังคมในภาพรวม (5) สนับสนุนเกษตรกร และส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารจากพืชการดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้ไทยมีอุตสาหกรรมอาหารทางเลือกจากพืชที่แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันในตลาดโลก และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ …


การควบคุมการปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ธนภรณ์ รองทิม Jan 2024

การควบคุมการปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ธนภรณ์ รองทิม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันแนวโน้มของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อาหารเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้หน่วยงานด้านอาหารในหลายประเทศให้ความสำคัญกับมาตรการในการป้องกันโดยเฉพาะการแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารบนฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อแจ้งให้แก่ผู้บริโภค โดยองค์กรมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius) ได้กำหนดมาตรฐานกลางขึ้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกำหนดให้ผู้ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายจะต้องแสดงข้อความ “ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร" บนฉลากผลิตภัณฑ์ หากมีการใช้เป็นส่วนประกอบหรืออาจมีการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม กฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวคือ กฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่มีข้อบังคับให้ต้องแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีภาวะภูมิแพ้หรือภาวะภูมิไวเกินอาจไม่ได้รับข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าโดยปัญหาดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ด้านหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างในการกำหนดข้อปฏิบัติที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภคในมิติที่แตกต่างกัน และ 2) ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมิได้นำหลักของกฎหมายทั่วไปมาบังคับใช้อย่างครอบคลุมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าในประเทศอื่น เช่น สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา จะมีมาตรการกำหนดให้ต้องปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นเดียวกับอาหารทั่วไปดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยมีแนวทางการควบคุมการปิดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการผ่านกลไกทางกฎหมาย 2 แนวทาง ได้แก่ 1) แนวทางการควบคุมผ่านกฎหมายเฉพาะ โดยเพิ่มข้อกำหนดให้ต้องแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารบนฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 2) แนวทางการควบคุมผ่านกฎหมายทั่วไป โดยบังคับใช้กฎหมายทั่วไปให้เคร่งครัดมากขึ้น นอกจากนี้ ควรจัดทำแนวทางการปฏิบัติ (Guideline) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้เข้าถึงข้อมูลและปฏิบัติตามกฎหมายได้สะดวกยิ่งขึ้นหากประเทศไทยดำเนินมาตรการตามแนวทางดังกล่าวแล้ว นอกจากจะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยและข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เหมาะสมกับตนเอง ยังช่วยสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวได้อีกด้วย


ธรรมาภิบาลองค์กรกับแนวทางในการปรับใช้ "สิทธิของลูกจ้างที่จะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้าง" ของสถานประกอบการในประเทศไทย, บวร ตันจิตติวัฒน์ Jan 2024

ธรรมาภิบาลองค์กรกับแนวทางในการปรับใช้ "สิทธิของลูกจ้างที่จะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้าง" ของสถานประกอบการในประเทศไทย, บวร ตันจิตติวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเพื่อทราบถึงความเป็นมาและสถานการณ์ในปัจจุบันของการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างจะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้างในประเทศไทย เพื่อทราบถึงขอบเขตของกฎหมายและแนวทางสากลเกี่ยวกับสิทธิที่ลูกจ้างจะยุติการสื่อสารนอกเวลางานกับนายจ้าง และเพื่อทราบแนวทางที่เหมาะสมในการปรับใช้สิทธิที่ลูกจ้างจะยุติการสื่อสารนอกเวลางานกับนายจ้างในกฎหมายไทย เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด 19) ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในการใช้ชีวิตประจำวัน และการขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจผ่านเทคโนโลยีออนไลน์เพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้การปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำงานร่วมกับการดำเนินการบริหารธุรกิจ รัฐบาลไทยได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับ 8) พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นการเพิ่มกฎหมายมาตรา 23/1 ที่เกี่ยวข้องกับการที่นายจ้างให้ลูกจ้างหรือพนักงานสามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำงาน มาตรา 23/1 ที่เพิ่มมานี้ในวรรค 3 ได้กล่าวถึงสิทธิของลูกจ้างที่จะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้าง (Right to disconnect) ซึ่งกล่าวถึงหลักการไว้อย่างสั้น ๆ ไม่ได้ระบุแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ทำให้เกิดความหลากหลายในการนำมาใช้ปฏิบัติในองค์กรธุรกิจตามความเข้าใจของนายจ้างซึ่งทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับลูกจ้าง ดังนั้นจึงควรกำหนดแนวทางในการปรับใช้สิทธิที่ลูกจ้างจะยุติการสื่อสารนอกเวลางานกับนายจ้างให้มีความชัดเจนจากการศึกษาเอกัตศึกษานี้แนวทางในการพัฒนาของกฎหมายไทยในเรื่องสิทธิของลูกจ้างที่จะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้างมีดังนี้ ควรมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าสิทธิของลูกจ้างที่จะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้างจะถูกบังคับใช้ในองค์กรที่มีจำนวนลูกจ้างตั้งแต่ 50 ตนขึ้นไป ในข้อนี้สามารถอ้างอิงจากเกณฑ์การแบ่งขนาดธุรกิจกันโดยกระทรวงอุตสาหกรรมที่กำหนดว่าองค์กรธุรกิจขนาดกลางจะมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 200 คน และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 45 ซึ่งวางหลักว่าให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปสามารถจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้างได้ เพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ต้องมีการกำหนดขอบเขตของการใช้สิทธินี้ให้มีความชัดเจนมากขึ้นงโดยการนำขอบเขตในการใช้สิทธิของประเทศออสเตรเลียที่ปรับใช้ตามความสมเหตุสมผลของ เหตุผลในการติดต่อ วิธีการติดต่อที่เกิดขึ้น ลูกจ้างได้รับค่าตอบแทน เมื่อลูกจ้างสามารถปฏิบัติงานได้ในช่วงเวลาที่ได้รับการติดต่อ หรือลูกจ้างสามรถทำงานนอกเวลาเพิ่มเติมจากเวลางานปกติ บทบาทกับความรับผิดชอบของลูกจ้างในองค์กร และสถานการณ์ส่วนบุคคลของพนักงาน ซึ่งจะทำให้เกิดความสมดุล ได้สัดส่วน เป็นธรรมแก่นายจ้างอีกด้วย มีการกำหนดค่าชดเชยชัดเจนเมื่อมีการละเมิดสิทธิของลูกจ้างที่จะยุติการสื่อสารนอกเวลางานจากนายจ้าง การกำหนดค่าชดเชยก็ควรให้เป็นไปตามมาตรา 61 62 และ 63 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และเมื่อนายจ้างไม่ชดเชยค่าเสียเวลา นายจ้างจะได้บทลงโทษใโดยอ้างอิงจากมาตรา 144 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สุดท้ายให้นายจ้างยึดหลักธรรมาภิบาลองค์กรซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิของลูกจ้างโดยกำหนดให้เป็นข้อบังคับในการทำงานซึ่งมีผลบังคับใช้กับนายจ้างและลูกจ้าง ในเรื่องความโปร่งใส ที่ทำให้ลูกจ้างเข้าใจสิทธิของตนเองได้ดีขึ้น รวมถึงเรื่องความยุติธรรม ที่ การมีกระบวนการในการแก้ไขปัญหาที่เป็นธรรม และการให้โอกาสลูกจ้างได้แสดงความคิดเห็น


แนวทางการจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อนำไปใช้อุดหนุนรายจ่ายด้านสาธารณสุขของรัฐ : กรณีศึกษาภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล, นันทวัฒน์ อวยสินประเสริฐ Jan 2024

แนวทางการจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อนำไปใช้อุดหนุนรายจ่ายด้านสาธารณสุขของรัฐ : กรณีศึกษาภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล, นันทวัฒน์ อวยสินประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาแนวทางการนำเครื่องมือภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะมาใช้เพื่อกันเงินจากเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลแก่หน่วยงานทางด้านสาธารณสุข โดยถึงแม้ว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ต่อผู้บริโภคให้คำนึงถึงโทษจากการบริโภคน้ำตาลตามแนวคิดรัฐผู้พิทักษ์ แต่อย่างไรก็ดี เจตนารมณ์ของภาษีชนิดนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้นหากมีกลไกในการจัดสรรเงินภาษีแก่หน่วยงานที่มีภารกิจด้านสุขภาพเหมือนกับกรณีภาษีสุราและภาษียาสูบ ซึ่งในเอกัตศึกษาฉบับนี้จะหยิบยกแนวทางการจัดเก็บและการกันเงินภาษีเครื่องดื่มของประเทศฟิลิปปินส์ และเมืองเบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาปรับใช้เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มของประเทศไทยให้เกิดความเป็นธรรมทางภาษีเพิ่มขึ้นจากการศึกษาพบว่า แนวทางการกันเงินจากภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลจะประสบผลสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อภาครัฐสามารถดำเนินการผ่านแนวคิดบันได 3 ขั้น อันประกอบด้วย (1) “การสร้างรากฐานที่มั่นคง" ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลของไทยให้มีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ (2) “การสร้างการยอมรับ" ต่อการนำเครื่องมือกันเงินภาษีเพื่อวัตถุประสงค์มาใช้ในทางปฏิบัติ และ (3) “การมุ่งสู่เป้าหมายที่แข็งแกร่ง" ด้วยการกันเงินจากภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลแก่หน่วยงานด้านสาธารณสุข โดยผู้วิจัยมีข้อเสนอให้นำแนวคิดการกันเงินภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะแบบอ่อน (Soft Earmarking) มาใช้เนื่องจากสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ที่จัดเก็บและค่าใช้จ่ายตามภารกิจด้านสาธารณสุขได้อย่างชัดเจน มีความยืดหยุ่นสูงในการใช้บังคับเพราะสามารถยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งยังช่วยให้การจัดสรรงบประมาณผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ได้รับผลกระทบในระยะยาว โดยในการนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอให้กันเงินภาษีดังกล่าวไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปของเงินอุดหนุนแก่กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ควรสร้างกลไกการถ่วงดุลอำนาจเพื่อป้องกันไม่ให้กองทุนนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่ายโดยขาดการควบคุม เช่น กำหนดให้กองทุนมีหน้าที่ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ผ่านการจัดทำรายงานประจำปีและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเป็นประจำทุกปี หรือกำหนดให้มีการทบทวนอัตราการนำส่งและเพดานการนำส่งเงินกันเป็นระยะ ๆ


แนวทางการส่งเสริมอาชีวอนามัยด้านสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจ สำหรับผู้ปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม, บัศรีย์ มะตัง Jan 2024

แนวทางการส่งเสริมอาชีวอนามัยด้านสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจ สำหรับผู้ปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม, บัศรีย์ มะตัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันสุขภาวะจิตใจเป็นประเด็นสำคัญในแผนสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) รวมทั้งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย ก็ได้ให้ความสำคัญกับการดูแล ป้องกัน และแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะสุขภาพจิตในที่ทำงาน แน่นอนว่าการมีสมดุลระหว่างสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งนี้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ได้ให้คำจำกัดความที่ครอบคลุมถึงอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และจิตใจจากการทำงาน โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักในการป้องกันเหตุอันตรายจากการทำงาน สถานที่ปฏิบัติงาน และบริบทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากหลักเกณฑ์และกรอบปฏิบัติของกฎหมายในการกำกับดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัยด้านสุขภาพร่างกายแล้ว การระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนในการกำกับดูแลสุขภาพจิตใจก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพื่อเป็นการบังคับใช้และนำข้อกำหนดทางกฎหมายไปปฏิบัติให้เกิดความเป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เอกัตศึกษาฉบับนี้ มุ่งเน้นการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมด้านสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจ สำหรับผู้ปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม ซึ่งการทำงานบนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมกลางทะเลนั้น มีลักษณะและบริบทเฉพาะที่ผู้ปฏิบัติงานต้องเผชิญต่างไปจากงานประเภทอื่น คือ การทำงานท่ามกลางความโดดเดี่ยวอ้างว้างกลางทะเล การแยกจากสังคม มีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน และการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดความเสี่ยง อันส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน การกำกับดูแลสุขภาวะจิตใจของพนักงานจึงมีความสำคัญและควรมีแนวทางการส่งเสริมมาตรการที่ชัดเจนโดยระบุรายละเอียดของกฎข้อบังคับให้ครอบคลุมถึงส่วนของการประเมินและดูแลสุขภาพจิตของพนักงาน ทั้งนี้ ผลกระทบจากปัญหาด้านสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจ อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟ ความเครียดสะสม จิตตก หรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงาน ตัวบุคคล และคนรอบข้างได้ ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงเสนอให้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจประเมินสุขภาวะจิตใจสำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ลงในแบบสมุดสุขภาพประจำตัวของลูกจ้าง ที่กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีการบันทึกผลการตรวจสุขภาพทุกครั้งที่มีการตรวจสุขภาพทางการแพทย์ และนายจ้างควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมเกี่ยวกับการป้องกันดูแล และพื้นฟูสุขภาวะจิตใจของลูกจ้าง รวมทั้งสวัสดิการที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของการต้องถูกปลีกแยกออกมาขณะต้องปฏิบัติงาน โดยข้อเสนอแนะเหล่านี้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ปัญหาสุขภาพจิตที่ยั่งยืนสำหรับผู้ปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมมากยิ่งขึ้น


ผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการซื้อประกันชีวิต, ปุณิกา ธีรทัพเทวัญ Jan 2024

ผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการซื้อประกันชีวิต, ปุณิกา ธีรทัพเทวัญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย โดยเน้นศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคและกระบวนการขายประกันที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ยังมีการเปรียบเทียบกระบวนการก่อนและหลังการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อให้เห็นความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น ขอบเขตการศึกษาครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต โดยเปรียบเทียบกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ เช่น GDPR ของสหภาพยุโรป และ PDPA ของสิงคโปร์ เพื่อพิจารณาความแตกต่างด้านการปฏิบัติและผลกระทบในบริบทที่หลากหลาย นอกจากนี้ การศึกษายังมุ่งเสนอแนวทางการปรับปรุง PDPA ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเน้นการลดความซับซ้อนของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนให้ธุรกิจประกันชีวิตสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต ผลการศึกษานี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน


แนวทางการลดหย่อนภาษี กรณีนำค่าเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพของบุตร อายุไม่เกิน 20 ปี และยังไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี มาใช้ลดหย่อนภาษีได้, รัชนากานต์ วาณิชชากุล Jan 2024

แนวทางการลดหย่อนภาษี กรณีนำค่าเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพของบุตร อายุไม่เกิน 20 ปี และยังไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี มาใช้ลดหย่อนภาษีได้, รัชนากานต์ วาณิชชากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการลดหย่อนภาษี กรณีนำค่าเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพของบุตร อายุไม่เกิน20ปี และยังไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยศึกษาในขอบเขตของหลักกฎหมาย เงื่อนไข หลักเกณฑ์ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีค่าลดหย่อนบุตร โดยไม่พิจารณาบุตรในกรณีเป็นบุตรบุญธรรม เป็นบุคคลไร้ความสามารถ และ ทุพพลภาพ และใช้วิธีการศึกษาในกรอบของการวิจัยเชิงเอกสาร ที่มุ่งศึกษาจากปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน และรวบรวมข้อมูลโดยการค้นคว้าเชิงเอกสารเป็นหลัก ทั้งนี้จากการศึกษา พบว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาตราการให้นำเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพของบุตรมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ มาตราการทางภาษีมีความไม่เสมอภาคกับกรณีของค่าอุปการะบิดามารดาและค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา การที่มาตราการทางภาษี กรณีค่าลดหย่อนบุตรยังไม่สามารถบรรเทาภาระทางการเงินของหน่วยครัวเรือนสะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแนวโน้มมีอัตราการเกิดที่ลดลง และโครงสร้างของหน่วยครัวเรือนมีการเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ เปลี่ยนจากครัวเรือนขยาย มาเป็นครัวเรือนที่เล็กลง เฉลี่ยมีสมาชิกที่เป็นวัยทำงานหนึ่งคน ที่ต้องมีภาระเลี้ยงดูวัยพึ่งพิง(บิดามารดา และ บุตร)ถึง 2 คน แม้ว่าในการดูแลบุตร จะมี ประกันสังคม, สวัสดิการข้าราชการ หรือหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพจากรัฐแล้ว แต่บิดามารดาก็ยังจำเป็นต้องเลือกซื้อ ประกันสุขภาพส่วนตัว ให้กับบุตรเพื่อเป็นการป้องกันภาระทางการเงินส่วนเกินจากค่ารักษาพยาบาล เพราะ การรักษาโรคร้ายแรงบางอย่าง ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์เบิกไม่ได้ ยาราคาแพงที่มีคุณภาพ จัดเป็นยานอกบัญชี และค่าห้องพิเศษ ห้อง ICU ในโรงพยาบาลเอกชน ก็เป็นส่วนที่ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองด้านสุขภาพจากรัฐ ในอีกด้านหนึ่ง บิดามารดาที่ต้องมีภาระการดูแลบุตร หากบุตรป่วยแล้วต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล อาจต้องลางานหรือหยุดงานเพื่อมาดูแล ทำให้ขาดรายได้ในช่วงระหว่างการรักษาตัวของบุตรไป การทำประกันสุขภาพส่วนตัวของบุตร จึงเป็นการได้รับความคุ้มครองรายได้ระหว่างรักษาตัว เพราะ แม้ระบบของรัฐ (เช่น ประกันสังคม) จะมีการจ่ายเงินชดเชยกรณีลาป่วย แต่ไม่เพียงพอสำหรับรายได้ที่ขาดไป กล่าวคือ ตามเงื่อนไขของการมีสิทธิได้รับค่าชดเชยการขาดรายได้ จะได้รับการชดเชยเพียงแค่ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบสวัสดิการของรัฐมีวงเงินจำกัด ในกรณีของการรักษาโรคร้ายแรงหรือการผ่าตัดจะมีส่วนเกินที่เกิดขึ้นมาก การทำประกันสุขภาพของบุตร ก็เพื่อเพิ่มวงเงินความคุ้มครอง อันเป็นการลดภาระทางการเงินของหน่วยครัวเรือนและเป็นการทำให้ครัวเรือนมีความมั่นคงของรายได้ และ ระบบทั้ง 3 ดังกล่าว ยังมี แนวคิดและการบริหารจัดการ ที่มีความแตกต่างกัน ขาดความเป็นองค์รวม ก่อให้เกิดต้นทุนในการบริหารสูง เกิดความซ้ำซ้อนในการกำกับควบคุมการตรวจสอบทางด้านการเงิน การตรวจสอบคุณภาพในการรักษาพยาบาล และการคำนวณต้นทุนในการรักษาพยาบาล ดังนั้น ประเทศไทย ควรมีการกำหนดมาตราการทางภาษีให้สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพของบุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปี และยังไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี มาใช้ลดหย่อนได้ รวมไปถึง ต้องสร้างนโยบายการบวกเพิ่มภาษี …


แนวทางในการปรับปรุงการควบคุมโฆษณาเครื่องสำอางกึ่งยาในประเทศไทย, ศรสวรรค์ ปรมสกุล Jan 2024

แนวทางในการปรับปรุงการควบคุมโฆษณาเครื่องสำอางกึ่งยาในประเทศไทย, ศรสวรรค์ ปรมสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยส่งเสริมยอดขายของสินค้าในอุตสาหกรรมนี้คือการโฆษณาเครื่องสำอางผ่านสื่อชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรับรู้ กระตุ้นความสนใจ และดึงดูดผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การที่กฎหมายในประเทศไทยไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อนการโฆษณา และใช้เพียงคู่มือเพื่อให้ผู้ประกอบการตีความด้วยตนเอง สามารถนำไปสู่การตีความที่ผิดพลาดและการโฆษณาที่ผิดหลักกฎหมาย เช่น การโฆษณาเกินจริงหรือการใช้ข้อความที่บิดเบือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและลดความน่าเชื่อถือของตลาดสินค้าเครื่องสำอางงานศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการโฆษณาเครื่องสำอางระหว่างประเทศไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อค้นหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น งานศึกษายังอธิบายแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในประเทศไทยที่ปัจจุบันยังไม่มีการบังคับให้ตรวจสอบข้อความโฆษณาก่อนการเผยแพร่ ซึ่งอาจนำไปสู่การโฆษณาที่ไม่เหมาะสมและสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค โดยผลการเปรียบเทียบกับกฎหมายของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้พบว่าทั้งสองประเทศมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เช่น การจัดประเภท "ผลิตภัณฑ์กึ่งยา (Quasi-Drugs)" ในญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และการกำหนดบทลงโทษชัดเจนในเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยลดปัญหาการโฆษณาเกินจริงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคข้อเสนอแนะสำคัญจากการศึกษานี้ คือการกำหนดให้มีการตรวจสอบข้อความโฆษณาในประเทศไทยเครื่องสำอางบางประเภทก่อนการเผยแพร่ รวมถึงการแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์เพื่อกำกับดูแลในลักษณะเดียวกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พร้อมทั้งเพิ่มบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับการโฆษณาที่ละเมิดกฎหมายผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงกฎหมายควบคุมการโฆษณาเครื่องสำอางในประเทศไทย จะช่วยลดปัญหาการโฆษณาเกินจริง ยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภค และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดสินค้าเครื่องสำอางไทย รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในระดับสากลอย่างยั่งยืน


แนวทางในการกำหนดเวลาทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะของงานเพื่อความเป็นธรรม :กรณีศึกษาบริษัทสอบบัญชี, ศิริพล นิลวาศ Jan 2024

แนวทางในการกำหนดเวลาทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะของงานเพื่อความเป็นธรรม :กรณีศึกษาบริษัทสอบบัญชี, ศิริพล นิลวาศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัดศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการกำหนดเวลาทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะของงานเพื่อความเป็นธรรมของบริษัทสอบบัญชีโดยหลักการกำหนดเวลาในการทำงาน ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างสามารถกำหนดเวลาในการทำงานภายใต้กรอบวิธีการกำหนดเวลาในการทำงาน 4 ประเภท ได้แก่ 1.งานทั่วไป 2. งานอันตราย 3. งานที่ไม่อาจกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของการทำงานได้และ 4. การทำงานจากที่บ้านหรือที่พำนัก และการทำงานทางไกล ซึ่งเกิดความไม่เหมาะสมในการกำหนดเวลาในการทำงานของบริษัทสอบบัญชี ที่มีลักษณะงานเฉพาะทางโดยแยกเป็นประเภทงานหลัก ๆ ได้แก่ : 1. งานตรวจสอบบัญชี (Audit): ต้องการความได้สัดส่วนระหว่างการทำงานตามเวลาเปิดปิดของกิจการ และการทำงานที่มีความยืดหยุ่นบางช่วงเวลา 2. งานที่ปรึกษาทางธุรกิจ (Advisory) : ต้องการการทำงานแบบยืดหยุ่นสูง 3. งานสนับสนุนการดำเนินงานภายในองค์กร (Support Functions) : ต้องการทำงานตามเวลาเปิดปิดของกิจการ ผลกระทบจากเวลาในการทำงานไม่สอดรับกับการทำงานที่แท้จริง ในลักษณะของการจัดการเวลาที่ไม่เหมาะสมทำให้พนักงานประสบปัญหาความไม่สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน โดยหลักแบ่งออกเป็น 3 ประการ ได้แก่ ประการที่ 1 ความไม่สมดุลชีวิตและการทำงาน การจัดการเวลาที่ไม่เหมาะสมทำให้ลูกจ้างต้องใช้เวลาในการทำงานที่มากกว่าปกติอันส่งผลต่อสุขภาพจิตและร่างกาย ประการที่ 2 ความปลอดภัยชีวิตอนามัย ความเครียดสะสมและโรคแทรกซ้อนจากการทำงาน หมดไฟในการทำงาน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและชีวิตอนามัยที่เพิ่มขึ้นจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือการทำงานหนักเกินไป ประการที่ 3 ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เพิ่มข้อผิดพลาด และสร้างความไม่พึงพอใจในงานของพนักงาน ส่งผลต่อคุณภาพของงานและอัตราการลาออกอีกประการหนึ่งจากผลการศึกษาพบว่าในต่างประเทศ แม้ว่ามีการกำหนดเวลาการทำงานในรูปแบบกฎหมายแรงงานแล้ว แต่ยังคงออกแนวปฏิบัติเพื่อให้การทำงานของลูกจ้างสอดคล้องกับการทำงานรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการจัดการทำงานแบบยืดหยุ่นทั้งในด้านสถานที่ และเวลา เพื่อให้ลูกจ้างเกิดความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และประโยชน์ทางอ้อมต่อนายจ้างในการประหยัดต้นทุนในการบริหารทรัพยากรบุคคล และในประเทศสิงค์โปร์มีการกำหนดหลักการเฉพาะ โดยกำหนดให้กลุ่มพนักงานจะต้องตกลงเวลาในการทำงานหลัก “Core hours" เพื่อให้การเลือกเวลาของพนักงานได้มีช่วงเวลาในการทำงานพร้อมกัน และเพื่อเป็นคู่มือในการสนับสนุนให้เอกชนจัดทำแนวปฏิบัติในการกำหนดเวลาในการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะงานของลูกจ้างอย่างราบรื่น


Stuck At Home: Does The Virtual Office Stifle Creativity?, Andrew Heng, Roy Y. J. Chua Jan 2024

Stuck At Home: Does The Virtual Office Stifle Creativity?, Andrew Heng, Roy Y. J. Chua

Research Collection Lee Kong Chian School Of Business

Remote work boosts flexibility but may stifle creativity. In her office one day last summer, Charlotte Christ, a 27-year-old marketing executive with the German office of one of the world’s leading automotive suppliers, did something she doesn’t think she could really do at home even though she often works there. At the office, she fell into a random conversation with a colleague, and together they came up with new ideas for her marketing campaign on how to offer incentives to the company’s target audiences, truck drivers.


Usft 2024-2025 Usf Libraries Annual Report, Usf Libraries Jan 2024

Usft 2024-2025 Usf Libraries Annual Report, Usf Libraries

Library Annual Reports

No abstract provided.


Measuring The Effectiveness Of Ai Tools In Clinical Research And Writing: A Case Study In Healthcare, Sani Salisu, Osamah Mohammed Alyasiri, Hussain A. Younis, Thaeer Mueen Sahib, Ahmed Hussein Ali, Ameen A. Noor, Israa M. Hayder Jan 2024

Measuring The Effectiveness Of Ai Tools In Clinical Research And Writing: A Case Study In Healthcare, Sani Salisu, Osamah Mohammed Alyasiri, Hussain A. Younis, Thaeer Mueen Sahib, Ahmed Hussein Ali, Ameen A. Noor, Israa M. Hayder

Mesopotamian Journal of Artificial Intelligence in Healthcare

This article investigates the capabilities and limitations of ChatGPT, a natural language processing (NLP) tool, and large language models (LLMs), developed from advanced artificial intelligence (AI). Designed to help computers understand and produce text understandable by humans, ChatGPT is particularly aimed at general scientific writing and healthcare research applications. Our methodology involved searching the Scopus database for ’type 2 diabetes’ and ’T2 diabetes’ articles from reputable journals. After eliminating duplicates, we used ChatGPT to formulate conclusions for each selected article by inputting their structured abstracts, excluding the original conclusions. Additionally, we tested ChatGPT’s response to simple misuse scenarios. Our findings …


Anomaly-Based Ids (Intrusion Detection System) For Cyber-Physical Systems, Ahmad Muter Awaad, Khattab M. Alheeti, Abdul Kream A.H. Najem Jan 2024

Anomaly-Based Ids (Intrusion Detection System) For Cyber-Physical Systems, Ahmad Muter Awaad, Khattab M. Alheeti, Abdul Kream A.H. Najem

Mesopotamian Journal of Big Data

Cyber-physical systems (CPS) are critical infrastructures that integrate physical processes with computational components. The security of CPS is paramount, as any breach can lead to severe consequences. Anomaly-based intrusion detection systems (IDS) have emerged as a promising approach to safeguard CPS against cyber threats. This paper presents an anomaly-based IDS designed specifically for CPS, leveraging machine learning techniques to establish a baseline of normal system behaviour and promptly detect deviations indicative of malicious activities. The proposed system incorporates multiple classification techniques, including KNeighbors, RandomForest, XGB, DecisionTree, SGD, SVM, LGBM, AdaBoost, Bagging, and MLP Classifier, to enhance detection accuracy and robustness. …


Digital Usage Of Indian Teleworkers In Home Settings: A Digital Inclusion Framework, Anindita Paul, Borchuluun Yadamsuren, Kim M. Thompson Jan 2024

Digital Usage Of Indian Teleworkers In Home Settings: A Digital Inclusion Framework, Anindita Paul, Borchuluun Yadamsuren, Kim M. Thompson

Faculty Publications

This research focuses on ICT adoption and digital use by teleworkers operating from their homes during the pandemic in India. A two-phase mixed-method approach is used: Phase 1 involved in-depth interviews with three individuals during the pandemic, findings from which were used along with the Factors Affecting Digital Inclusion (FDI) model (Thompson & Paul, 2020) to develop the survey instrument for Phase 2. This survey was distributed to professionals via listservs, and the FDI model was subsequently utilized to analyze the survey responses. The study’s findings highlighted multiple factors related to digital inclusion among teleworkers that could impact work productivity. …


Resilience And Associated Factors In Orphaned And Separated Adolescents In Kenya: Understanding The Relationship With Care Environment And Hiv Risks., Sarah Sutherland, Harry Shannon, David Ayuku, David Kleiner, Olli Saarela, Lukoye Atwoli, Joseph Hogan, Paula Braitstein Jan 2024

Resilience And Associated Factors In Orphaned And Separated Adolescents In Kenya: Understanding The Relationship With Care Environment And Hiv Risks., Sarah Sutherland, Harry Shannon, David Ayuku, David Kleiner, Olli Saarela, Lukoye Atwoli, Joseph Hogan, Paula Braitstein

Internal Medicine, East Africa

Orphans are at higher risk of HIV infection and several important HIV risk factors than non-orphans; however, this may be due to a combination of related social, psychological, and economic factors, as well as care environment, rather than orphan status alone. Understanding these complex relationships may aid policy makers in supporting evidence-based, cost-effective programming for this vulnerable population. This longitudinal study uses a causal effect model to examine, through decomposition, the relationship between care environment and HIV risk factors in orphaned and separated adolescents and youths (OSAY) in Uasin Gishu County, Kenya; considering resilience, social, peer, or family support, volunteering, …


ประสบการณ์ทางจิตใจของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่วัยรุ่นระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน, สุดารัตน์ โมสิกะ Jan 2024

ประสบการณ์ทางจิตใจของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่วัยรุ่นระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน, สุดารัตน์ โมสิกะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจประสบการณ์การทำงานรวมถึงกระบวนการภายในจิตใจที่เกิดขึ้นในการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่วัยรุ่นระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 6 ราย ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเผยให้เห็นแก่นสาระของประสบการณ์ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) บทบาทการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน ครอบคลุมบทบาทเชิงรับ บทบาทเชิงรุก และบทบาทการเป็นครู (2) ความท้าทายของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน ครอบคลุมความท้าทายด้านการทำงานและความท้าทายด้านอารมณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน (3) กระบวนการภายในจิตใจและสิ่งที่สนับสนุนการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน ครอบคลุมการกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง การยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ภายนอก และการได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง (4) การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อตนเอง ที่กล่าวถึงการเกิดความรู้สึกเชิงบวกต่อตนเองและการเห็นคุณค่าของตนเองในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษามากขึ้น ข้อค้นพบจากการศึกษานี้ช่วยให้เข้าใจประสบการณ์การทำงานรวมถึงกระบวนการภายในจิตใจที่เกิดขึ้นในการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่เด็กวัยรุ่นในบริบทโรงเรียน ซึ่งสามารถนำมาเป็นแนวทางในการสนับสนุนการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่เด็กวัยรุ่นในบริบทโรงเรียนโดยช่วยให้พวกเขาเข้าใจความเฉพาะของบทบาทการทำงาน มีวิธีการในการรับมือกับความท้าทายและมองเห็นปัจจัยที่ช่วยเอื้อในการทำงานของตนเองได้


ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง Jan 2024

ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 6 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเผยให้เห็นแก่นสาระของประสบการณ์ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การรับรู้ความไม่ปกติในชีวิต แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งรวมถึงการรับรู้ว่าพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ได้เข้าใจลักษณะของโรคอย่างแท้จริง ความกังวลและรู้สึกผิดว่าตนอาจเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย การรับรู้ว่าพ่อแม่ที่ป่วยจิตใจอ่อนไหว และพ่อแม่ที่ป่วยไม่อบอุ่นเหมือนที่เคยเป็น (2) รู้สึกท่วมท้นและไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรในช่วงวิกฤติของพ่อแม่ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของพ่อแม่ที่ป่วย ลำบากใจเมื่อต้องรับมือกับพ่อแม่ที่ป่วยตอนอาการกำเริบ รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่สามารถพึ่งพาพ่อแม่ที่ป่วยได้ และรู้สึกสงสารเห็นใจพ่อแม่ที่เป็นผู้ดูแล (3) การปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อให้อยู่กับพ่อแม่ที่ป่วยได้ ซึ่งรวมถึงความพยายามในการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ที่ป่วย การกำหนดเป้าหมายในชีวิตและรับผิดชอบต่อตนเอง การทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลพ่อแม่ที่ป่วย และการมีบทบาทใหม่เป็นที่พึ่งทางใจให้พ่อแม่ ข้อค้นพบจากการศึกษานี้สามารถช่วยทำความเข้าใจประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการช่วยเหลือทางจิตใจให้กับผู้รับบริการที่มีพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยช่วยให้พวกเขาปรับตัวและลดผลกระทบจากประสบการณ์ดังกล่าวได้