Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (27442)
- Social and Behavioral Sciences (20721)
- Arts and Humanities (18351)
- Education (15031)
- Life Sciences (14360)
-
- Physical Sciences and Mathematics (14107)
- Law (11462)
- Engineering (9780)
- Medical Specialties (9378)
- Medical Sciences (6511)
- Business (5465)
- Higher Education (4919)
- Public Health (4517)
- Psychology (4123)
- Religion (3672)
- Computer Sciences (3530)
- History (3323)
- Sociology (3182)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (2908)
- Diseases (2846)
- Oncology (2771)
- Earth Sciences (2668)
- Environmental Sciences (2581)
- Nursing (2551)
- Biomedical Informatics (2530)
- Plant Sciences (2476)
- Bioinformatics (2346)
- Library and Information Science (2122)
- Curriculum and Instruction (2094)
- Communication (2090)
- Institution
-
- The Texas Medical Center Library (6220)
- University of South Florida (5368)
- Brigham Young University (2771)
- University of Nebraska - Lincoln (2725)
- Mississippi State University (2591)
-
- University of Kentucky (2582)
- Chulalongkorn University (2450)
- Association of Arab Universities (2155)
- University of Montana (1976)
- Walden University (1885)
- University of New Hampshire (1743)
- Washington University School of Medicine (1696)
- Utah State University (1695)
- Liberty University (1643)
- Georgia Southern University (1586)
- Louisiana State University (1551)
- University of Texas Rio Grande Valley (1510)
- University of New Mexico (1467)
- University of Arkansas, Fayetteville (1349)
- Universitas Indonesia (1339)
- City University of New York (CUNY) (1326)
- University of Plymouth (1300)
- San Jose State University (1295)
- University of Memphis (1240)
- New Jersey Institute of Technology (1236)
- University of Mississippi (1236)
- Singapore Management University (1226)
- Nova Southeastern University (1222)
- Edith Cowan University (1185)
- Technological University Dublin (1176)
- Keyword
-
- Humans (5347)
- COVID-19 (1795)
- Animals (1385)
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (1346)
- Female (1227)
-
- Education (1118)
- Mice (1025)
- Male (867)
- Undergraduate (833)
- United States (770)
- Adult (687)
- Child (648)
- Mental health (648)
- Machine learning (612)
- Social Work (599)
- Social policy and social work (574)
- University Faculty (574)
- Higher education (565)
- Research (535)
- Retrospective Studies (534)
- Leadership (510)
- Climate change (497)
- Gender (495)
- Students (491)
- Sustainability (479)
- African American Families (455)
- Depression (453)
- Artificial intelligence (430)
- English (424)
- Diversity (415)
- Publication
-
- Faculty, Staff and Student Publications (3805)
- Theses and Dissertations (3326)
- Bird Observer (2909)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (1956)
- Faculty, Staff and Students Publications (1891)
-
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1755)
- Faculty Publications (1678)
- 2020-Current year OA Pubs (1672)
- IGC Proceedings (1977-2023) (1442)
- University of Montana Course Syllabi, 2021-2025 (1308)
- Ornitología Neotropical (1219)
- Dissertations (1180)
- Electronic Theses and Dissertations (1169)
- Insights: The Newsletter of the Neal A. Maxwell Institute for Religious Scholarship (1068)
- Research outputs 2022 to 2026 (1048)
- 2023 Decisions (1018)
- Doctoral Dissertations and Projects (1011)
- Defensive Publications Series (932)
- Documents (841)
- Faculty Scholarship (763)
- Articles (745)
- Honors Theses (704)
- Theses (689)
- Civil Matter Files (640)
- Photographs (609)
- Food and Machinery (599)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (539)
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (524)
- Historic Natchez Foundation (496)
- Journal of Engineering Research (492)
- Publication Type
Articles 158611 - 158640 of 163175
Full-Text Articles in Entire DC Network
แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม
แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หลังคาเป็นส่วนปกคลุมอาคาร มีหน้าที่ป้องกันแดดและฝน รูปแบบหลังคามาจากโครงสร้างและวัสดุมุง สำหรับอาคารโครงสร้างที่มีช่วงกว้าง เช่น อาคารโกดัง โรงงาน และคลังเก็บสินค้า นิยมใช้วัสดุมุงจากแผ่นเหล็กรีดลอน เพราะมีคุณสมบัติ บาง เบา และมีหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นตรงธรรมดา แผ่นตรงแบบสอบ แผ่นโค้งธรรมดา แผ่นโค้งแบบสอบ แผ่นโค้งดัด และแผ่นโค้งสองทิศทาง จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การผลิตแผ่นโค้งมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงมีวัตถุประสงค์ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา เพื่อเสนอแนวทางการออกแบบหลังคาโค้ง การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกโครงการกรณีศึกษา จำนวน 13 อาคาร พบว่าการผลิตแผ่นโค้งมีใช้แผ่นโค้งแบบไม่ดัด จำนวน 5 หลัง และแบบดัด จำนวน 8 หลัง โดยนำส่วนโค้งของหลังคาจากแบบสถาปัตยกรรมมาใช้วิเคราะห์การผลิต โดยแปรผันตามรัศมีรุ่นของผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคา ซึ่งระบุความสามารถความโค้งไม่ดัดไว้ในคู่มือผลิตภัณฑ์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการทดลองโดยการจำลองแบบ 2 มิติและการคำนวณ เพื่อพิจารณาและหาแนวทางการกำหนดความโค้ง โดยทำทดลอง 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทดลองปรับค่าความโค้ง เพื่อใช้วิเคราะห์โค้งโดยไม่ดัดและหาความสัมพันธ์กับหลังคาอาคาร ขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้วิธีต่อแผ่น เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการรับน้ำฝน ระยะพาดแป โดยใช้ข้อคำนึงเรื่องถึงวิธีการขนส่งแผ่น จากการศึกษาทำให้ทราบว่าแผ่นโค้งไม่ดัดทำได้ทุกอาคารที่มีหลังคาโค้ง โดยมีวิธีการกำหนดค่าความโค้งที่มีหน่วยเป็นรัศมีและความลาดเอียงของหลังคาที่มีหน่วยเป็นองศา โดยกำหนดรัศมีและองศาให้เป็นไปตามคำแนะนำของคู่มือตามรุ่นผลิตภัณฑ์ ที่มีค่าแปรผันกับความกว้างของอาคาร และแปรผกผันกับความสูงของหลังคา สำหรับกรณีการใช้หลังคาโค้งยาวต่อเนื่องต้องคำนึงด้านการขนส่งแผ่นหลังคา โดยสามารถยาวได้ตามข้อจำกัดของรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งและการเข้าถึงหน้างานก่อสร้าง ซึ่งหากขนส่งไม่ได้จะส่งผลต่อการนำเครื่องจักรมาผลิตที่หน้างานก่อสร้างสามารถใช้วิธีการต่อแผ่นเพื่อพิจารณาข้อคำนึงดังกล่าว
การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์
การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การนำ BIM มาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนของประเทศไทยเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งการนำ BIM มาใช้มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในช่วงกระบวนการก่อสร้าง ช่วงพัฒนาโครงการโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ช่วงออกแบบ (Design phase) ช่วงก่อสร้าง (Construction phase) และช่วงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility management) ซึ่งแต่ละช่วงก็มีความต้องการในด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงการพัฒนาโครงการถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการดำเนินงานหลักแต่ช่วงของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างช่วงออกแบบไปยังช่วงก่อสร้างยังไม่มีความชัดเจน รอยต่อตรงนี้เรียกว่าช่วง Pre-construction การทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถควบคุมความสำเร็จของโครงการได้ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ รูปแบบกระบวนการ และปัจจัยการนํา BIM มาใช้งานในช่วงก่อนการก่อสร้าง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงก่อนการก่อสร้างของอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนของประเทศไทยและศึกษาข้อมูลมาตรฐาน คู่มือ BIM เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสอดคล้อง สถานการณ์ ปัจจัย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการนำ BIM มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม จากผลงานวิจัยพบว่ารูปแบบการนำ BIM มาใช้ในกรณีศึกษาเป็นรูปแบบ Design-Bid-Build ซึ่งจำเป็นต้องส่งผ่านข้อมูลต่างองค์กรซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการตกหล่นของข้อมูลแต่การนำ BIM มาใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่เชื่อมข้อมูลต่างๆตลอดช่วงการทำงานของโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การส่งผ่านข้อมูล การถอดปริมาณ และประมาณราคา ทำให้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง ส่วนในด้านปัจจัยพบว่าการนำ BIM มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคพบว่า เกิดปัญหาด้านระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้าง และจากผลงานวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ ควรเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะการทำงานด้วย BIM และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
การนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในอาคารชุดพักอาศัยกรณีศึกษา โครงการอาคารชุดในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เครือนพคุณ
การนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในอาคารชุดพักอาศัยกรณีศึกษา โครงการอาคารชุดในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เครือนพคุณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่จอดรถเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคารชุดพักอาศัยที่ต้องจัดให้มีจำนวนเพียงพอตามเกณฑ์ข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ. 2565) พบว่า มีการนำที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้ในโครงการอาคารชุดแพร่หลายมากขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด วิธีการเลือกรูปแบบ ลักษณะทางกายภาพ การใช้งาน การบริหารจัดการ และข้อดี ข้อจำกัด ของการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในโครงการอาคารชุด โดยมีกรณีศึกษาเป็นอาคารชุดในเขตวัฒนา 4 โครงการ ด้วยวิธีการสำรวจ การสังเกต และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ จากการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการโครงการทั้ง 4 โครงการมีแนวคิดในการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้เพื่อประหยัดพื้นที่จอดรถ จัดการพื้นที่ขายให้มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานในการวนหาที่จอดรถ โดยให้ผู้ออกแบบและผู้จัดหาและติดตั้งเป็นผู้นำเสนอข้อมูลและให้คำแนะนำในการเลือกใช้ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่และรูปแบบอาคารในโครงการนั้น ๆ ผู้ประกอบการแต่ละโครงการเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบของระบบที่จอดรถอัตโนมัติ โดยคำนึงถึงต้นทุนของระบบเป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ (1) แบบมีถาดรองรับ ซึ่งเป็นระบบที่ต้องจอดรถเทียบบนถาดรองรับรถที่อยู่ในลิฟต์รถ ได้แก่ โครงการเซอเลส อโศก ที่ใช้ระบบถาดรถเลื่อน และโครงการเซอร์เคิล สุขุมวิท 31 ที่ใช้ระบบหอสูง และ(2) แบบไม่มีถาดรองรับ เป็นระบบที่ต้องจอดรถเทียบภายในหรือภายนอกช่องลิฟต์ โดยมีหุ่นยนต์รับส่งรถนำรถไปจอดยังตำแหน่งที่ว่างและใกล้ที่สุด ได้แก่ โครงการไนท์บริดจ์ ไพร์ม อ่อนนุชและมิวนีค สุขุมวิท 23 ใช้ระบบหุ่นยนต์ โดยระบบแบบไม่มีถาดรองรับมีระยะเวลาเฉลี่ยในการนำรถเข้าจอดอยู่ที่ 1.55 นาที ใช้เวลาน้อยว่าระบบแบบมีถาดรับรถซึ่งมีระยะเวลาเฉลี่ย 2.21 นาที ในการบริหารจัดการทุกโครงการมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกันประจำทุกเดือนเหมือนกันตามระยะการประกัน แต่โครงการไนท์บริดจ์ไพร์ม อ่อนนุชมีการจัดจ้างช่างดูแลระบบประจำโครงการเพิ่มเติม จากการสำรวจ ทุกโครงการพบปัญหาและอุปสรรคที่คล้ายกัน คือ ความลำบากในการเข้าจอดเทียบทั้งภายในและภายนอกช่องลิฟต์รถ เนื่องจากระยะการเลี้ยวรถและพื้นที่รอด้านหน้าลิฟต์ไม่เพียงพอ ข้อดีของระบบที่เหมือนกันคือ ช่วยประหยัดการใช้พื้นที่ ที่แตกต่างกันคือ ระบบที่ใช้ถาดรับรถมีการใช้งานและการซ่อมแซมง่ายไม่ซับซ้อน และมีราคาที่จอดรถต่อช่องจอดและค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างถูก ส่วนระบบแบบไม่มีถาดรองรับเป็นระบบที่ทันสมัย การทำงานที่ต่อเนื่องและรวดเร็วกว่า ส่วนข้อจำกัดที่แตกต่าง คือ ระบบที่มีถาดรองรับการทำงานของระบบมีเสียงดังรบกวน ส่วนระบบแบบไม่มีถาดรองรับมีราคาที่จอดรถต่อช่องจอดและค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างแพงกว่า และมีวิธีการซ่อมแซมแก้ไขระบบที่ซับซ้อนกว่า ผลจากการวิเคราะห์พบว่า เนื่องจากที่จอดรถอัตโนมัติไม่ต้องมีทางลาดและมีทางวิ่งรถน้อย ที่จอดรถอัตโนมัติจึงมีการใช้พื้นที่น้อยกว่าที่จอดรถแบบปกติประมาณ 2 เท่า ทำให้ประหยัดพื้นที่จอดรถได้มากถึง 50% และสามารถเพิ่มจำนวนที่จอดรถได้มากเป็น 2 เท่าของที่จอดรถแบบปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ จากผลการศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะว่า ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานให้มากขึ้น โดยควรจัดวางตำแหน่งลิฟต์รถแต่ละตัวให้มีระยะห่างที่เหมาะสมและมีพื้นที่วงเลี้ยวที่สัมพันธ์กับระยะวงเลี้ยวรถ และควรจัดพื้นที่รอเข้าจอดรถหน้าลิฟต์ให้เพียงพอ มีระบบป้องกันประตูลิฟต์ปิดเองและมีระบบตรวจสอบการเข้าเกียร์จอดรถหรือมีระบบยึดล้อรถเพื่อป้องกันรถไหลเลื่อนตกจากลิฟต์ยกรถและถาดรับรถ รวมทั้งมีการบริหารจัดการและดูแลบำรุงรักษาระบบที่จอดรถอัตโนมัติอย่างสม่ำเสมอให้เป็นไปตามสัญญาของประกันที่ทำไว้กับบริษัทผู้จัดหาและติดตั้งระบบอย่างเคร่งครัด
พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช, ปิยะนันท์ มณีเลิศ
พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช, ปิยะนันท์ มณีเลิศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมรอบสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม วิเคราะห์การบริหารจัดการรถรับส่งและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การเสนอแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งรองสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนทางราง การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมรอบสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช จำนวน 100 คน โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ วิธีการทดสอบไคสแควร์และการถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษา พบว่า บทบาทของรถรับส่งคอนโดมิเนียมเป็นการให้บริการเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนทางรางทำหน้าที่เป็น Feeder mode และ Community mode โดยคุณภาพการให้บริการเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญและมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการ นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมทั้ง 3 กลุ่มราคา พบว่า ส่วนใหญ่ใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมในการเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้าที่สถานีบีทีเอสอ่อนนุชเพื่อเดินทางไปทำงาน ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ซึ่งผู้ใช้บริการในกลุ่มคอนโดมิเนียมราคาแพงมีการใช้บริการรถรับส่งฯ เป็นประจำมากที่สุด ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม ได้แก่ ตัวแปรวัตถุประสงค์การเดินทาง ระดับราคาคอนโดมิเนียม ช่วงเวลาที่ใช้บริการเที่ยวไป-เที่ยวกลับและวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่อกลับที่พัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร : กรณีศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า, วิศวรุต เกกินะ
ผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร : กรณีศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า, วิศวรุต เกกินะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการบ้านเอื้ออาทรโดยการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วยที่อยู่อาศัย และองค์ประกอบชุมชนที่ครบครัน โดยมี ลานตลาด เพื่อทั้งให้บริการและเป็นแหล่งงานให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย เสริมสร้างเศรษฐกิจที่ดีและเสริมสร้างสายสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและเป้าหมายในการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร กับผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาด โดยคัดเลือกโครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และโครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า เป็นกรณีศึกษา โดยใช้วิธีการการสังเกตุ การสัมภาษณ์ และแบบสอบถามผู้อยู่อาศัยทั้งผู้อยู่อาศัยทั่วไปและผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ประกอบการค้าในลานตลาด การศึกษาพบว่า โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 ตั้งอยู่ที่ถนนประชาพัฒนา เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโครงการมีตลาดนัด 1 ตลาด และมินิมาร์ท 1 ร้าน มีผู้อยู่อาศัย 6,390 หน่วย มีลานตลาดภายในโครงการ 3 ลานตลาด ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ 2 ลานตลาด และอยู่ภายในโครงการ อีก 1 ลานตลาด มีร้านค้ารวมกันทั้งสิ้น 44 ร้าน มีผู้อยู่อาศัยในโครงการเป็นผู้ประกอบการค้า 38 ร้าน(ร้อยละ 86 ของจำนวนร้านทั้งหมด) ผู้อยู่อาศัยทั่วไปร้อยละ 64 มาซื้อสินค้าในลานตลาดเป็นประจำ ลานตลาดบริหารงานโดย ผู้อยู่อาศัยในโครงการ 1 ลานตลาด และอดีตผู้อย่าศัยในโครงการ 2 ลานตลาด ผู้อยู่อาศัยมีทัศนคติและความพึงพอใจต่อลานตลาดด้านกายภาพ ในระดับปานกลาง (3.23 เต็ม 5 คะแนน) และ ด้านการบริหารลานตลาด ในระดับปานกลาง (3.31 เต็ม 5 คะแนน) โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า ตั้งอยู่ที่ถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยมีตลาด ศูนย์อาหาร และศูนย์การค้า บริเวณด้านหน้าโครงการ มีที่อยู่อาศัย 6,022 หน่วย มีลานตลาดภายในโครงการ 1 ลานตลาด ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าออกด้านหลังโครงการ มีร้านค้าจำนวน 42 โดยทุกร้านค้ามีผู้ประกอบการเป็นผู้อยู่อาศัยในโครงการทั้งหมด ผู้อยู่อาศัยทั่วไปร้อยละ 73.7 มาซื้อสินค้าในลานตลาดเป็นประจำ ลานตลาดบริหารงานโดยบุคคลภายนอกที่สามารถประมูลสิทธิ์ในการบริหารลานตลาดได้ ผู้อยู่มีทัศนคติและความพึงพอใจต่อลานตลาดด้านกายภาพในระดับมาก (3.55 เต็ม 5 คะแนน) และ ด้านการบริหารลานตลาดในระดับมาก …
การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน
การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในปัจจุบันพบปัญหาการอนุรักษ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บข้อมูล ทั้งนี้พบว่าการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมยังขาดการประเมินและการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านก่อนการกำหนดวิธีอนุรักษ์ ปัญหานี้อาจเกิดจากการขาดข้อมูลภาคเอกสารและการบันทึกสภาพอาคารอย่างละเอียดเพียงพอ รวมทั้งอาจจะเกิดจากขาดการนำข้อมูลด้านต่าง ๆ มาวิเคราะห์ประกอบกันเพื่อสรุปแนวทางการอนุรักษ์ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น วิทยานิพนธ์นี้ต้องการที่จะแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารในการดำเนินงานขั้นต้นของการอนุรักษ์ โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ การเลือกสถาปัตยกรรมประเภทนี้มีที่มาจากการประดับด้วยงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า อย่างไรก็ตา,กระเบื้องที่ประกอบกันขึ้นอย่างสลับซับซ้อน ห่อหุ้มทั้งพื้นผิวและโครงสร้าง ก่อให้เกิดความท้าทายในการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากมีการประเมินผลจากข้อมูลเพียงด้านเดียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะลดคุณค่าของงานได้ วัตถุประสงค์หลักของวิทยานิพนธ์คือการสร้างชุดเครื่องมือการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์ ในเบื้องต้นผู้วิจัยจะสร้างชุดข้อมูลพื้นฐาน กำหนดวิธีการสร้างแบบสถาปัตยกรรมที่มีความถูกต้อง โดยใช้วิธีโฟโตแกรมเมตรี(Photogrammetry) เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของอาคารโดยละเอียด จากนั้นนําชุดการเก็บข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบกับกรณีศึกษา พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ผลจากการใช้เครื่องมือเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์อย่างรอบด้าน เนื่องจากช่วยให้นักอนุรักษ์เลือกวิธีการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม ชุดการเก็บข้อมูลที่นำมาใช้มีข้อดีสองประการ ดังนี้ 1) ชุดการเก็บข้อมูลช่วยให้สามารถบันทึกสภาพและประเด็นปัญหา จึงทําให้เกิดความเข้าใจงานได้อย่างลึกซึ้ง 2) ชุดการเก็บข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้เกิดความเข้าใจสาเหตุของการเสื่อมสภาพ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ตลอดจนชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่มีคุณค่า โดยเฉพาะคุณค่าอันเนื่องมาจากความเป็นของแท้ ฝีมือช่าง และการใช้วัสดุดั้งเดิม ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้ามไปโดยผู้ปฏิบัติงานที่มักจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเพื่อความสวยงามและความทนทานผ่านการซ่อมแซมและการเปลี่ยนวัสดุ
A Study Of Auditors' Judgement When Taking Management's Perspective On Management Discussion And Analysis, Wattanachai Sangsuwan
A Study Of Auditors' Judgement When Taking Management's Perspective On Management Discussion And Analysis, Wattanachai Sangsuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This experimental research examines the effect of management’s perspective on auditors’ judgment when they review management discussion and analysis (MD&A). This study predicts that prompting management’s perspective would benefit auditors by enabling them to more accurately review MD&A whether or not the MD&A is materially misstated. Contrary to our expectations, prompting auditors with a management’s perspective will backfire. The results find that auditors prompted by management's perspective are significantly more likely to accept MD&A that has an abnormally positive tone. In other words, auditors are less likely to ask management to alter MD&A that has such abnormally positive language. Management’s …
การศึกษาแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการพยากรณ์และความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัล, ธนัชชา บุญญะ
การศึกษาแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการพยากรณ์และความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัล, ธนัชชา บุญญะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบจำลองที่เหมาะสมและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัล และนำมาพยากรณ์อัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัลที่ทำการศึกษา 10 สกุล ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, Binance coin, Ripple, Carano, Dogecoin, Tron, Litecoin, Monero และ Bitcoin cash และศึกษาปัจจัยภายนอก ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน Dollar to Yen, อัตราแลกเปลี่ยน Dollar to Euro, อัตราแลกเปลี่ยน Dollar to Pound Sterling, S&P500, Nasdaq100, Down Jones Index, Nikkei 225 Index, ราคาทองคำ, ราคาน้ำมันดิบ, ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566 รวมระยะเวลา 2,007 วัน ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลองที่เหมาะสมกับ Bitcoin นั่นคือ ARMAX(1,0) – GARCH(1,1) เมื่อตัวแปรภายนอกคือ ค่าผลต่างของอัตราผลตอบแทนของ Nasdaq กับ ดัชนีดอลลาร์ แต่สำหรับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่เหลือ ได้แก่ Ethereum, Binance coin, Ripple, Carano, Dogecoin, Tron, Litecoin, Monero และ Bitcoin cash พบว่า ตัวแปรภายนอกที่เหมาะสมที่สุดคือ อัตราผลตอบแทนของ Bitcoin ซึ่งจะได้แบบจำลองดังนี้ ARMAX(2,2) – GARCH(1,1), ARMAX(2,3) – GARCH(1,1), ARMAX(2,3) …
วิธีการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking สามารถเพิ่มความแม่นยำของการทำนายสัญญาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลได้หรือไม่, ศราวุฒิ ทองเชื้อ
วิธีการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking สามารถเพิ่มความแม่นยำของการทำนายสัญญาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลได้หรือไม่, ศราวุฒิ ทองเชื้อ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัลได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมากเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่สามารถให้ผลตอบแทนสูง ในทางกลับกันสามารถทำให้เกิดความสูญเสียสูงเช่นกัน การลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัลจึงต้องอาศัยเครื่องมีวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการลงทุน การเรียนรู้ของเครื่องเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้ดีขึ้น งานวิจัยนี้ได้ศึกษาทำนายสัญญาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลโดยเปรียบเทียบวิธีการใช้ตัวแบบป่าสุ่ม ตัวแบบการถดถอยโลจิสติก และตัวแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking และการวิเคราะห์ทางเทคนิคจาก 50 ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค สำหรับสกุลเงินดิจิทัลที่มีเงื่อนไขมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 20 อันดับแรกข้อมูลความถี่ 1 วัน และ 1 สัปดาห์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าตัวแบบป่าสุ่มให้ค่าความถูกต้องระหว่าง 0.4423-0.7115 ตัวแบบการถดถอยโลจิสติกให้ค่าความถูกต้องระหว่าง 0.4615-0.6346 และตัวแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking ให้ค่าความถูกต้องระหว่าง 0.4423-0.6538 โดยภาพรวมตัวแบบการถดถอยโลจิสติกเหมาะสมสำหรับสกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ อีกทั้งการสร้างตัวแบบด้วยการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการทำนายของตัวแบบ นอกจากนี้ข้อมูลความถี่ 1 สัปดาห์ให้ผลลัพธ์ดีกว่าข้อมูลความถี่ 1 วัน
ตัวแปรด้านการออกแบบคุกกี้แบนเนอร์ที่มีผลต่อการยินยอมของผู้แวะชมให้เว็บไซต์บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล, อัญชิตา หล่อกิตติวณิชย์
ตัวแปรด้านการออกแบบคุกกี้แบนเนอร์ที่มีผลต่อการยินยอมของผู้แวะชมให้เว็บไซต์บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล, อัญชิตา หล่อกิตติวณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทำให้ธุรกิจต้องพัฒนาคุกกี้แบนเนอร์เพื่อเก็บการให้ความยินยอม แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบงานวิจัยในประเทศไทยที่สามารถแนะนำลักษณะการออกแบบของคุกกี้แบนเนอร์ที่ผู้แวะชมยินยอมให้บันทึกข้อมูล โดยเฉพาะการบันทึกคุกกี้ที่ไม่จำเป็น งานวิจัยนี้วิเคราะห์ตัวแปรทางการออกแบบของคุกกี้แบนเนอร์ที่มีผลต่อการยินยอมให้บันทึกคุกกี้ไม่จำเป็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการเว็บไซต์ให้สามารถโน้มน้าวผู้แวะชมให้ยินยอมบันทึกคุกกี้ไม่จำเป็น การศึกษานี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลของ (1) ตำแหน่งคุกกี้แบนเนอร์ (2) ความเคลื่อนไหวของโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์ และ (3) การแสดงคำว่าคุกกี้บนปุ่มของแบนเนอร์ ต่อ การยินยอม การศึกษานี้เป็นการทดลองในสภาพตามจริง การวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผลกระทบของ (1) ตำแหน่งคุกกี้แบนเนอร์ (2) ความเคลื่อนไหวของโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์ และ (3) การแสดงคำว่าคุกกี้บนปุ่มของแบนเนอร์ ต่อ การยินยอม ไม่มีนัยสำคัญ ทว่าเมื่อผู้วิจัยลองวิเคราะห์ข้อมูลการยินยอม เมื่อมีและไม่มีความเคลื่อนไหวของโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์ จำแนกตามเพศ ผู้วิจัยพบว่า การยินยอมของหน่วยทดลองเพศชาย เมื่อโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์มีและไม่มีความเคลื่อนไหว แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสรุปจากงานนี้ต่อยอดองค์ความรู้การวิจัยในบริบทของการออกแบบคุกกี้แบนเนอร์โดยผู้ให้บริการเว็บไซต์และผู้ที่เกี่ยวข้องอาจใช้ผลการวิจัยนี้เพื่อออกแบบคุกกี้แบนเนอร์ได้ถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Chanel Brand Equity In The Eyes Of Male Consumers, Alexandra Grace Sheehan
Chanel Brand Equity In The Eyes Of Male Consumers, Alexandra Grace Sheehan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aims to study male consumers' brand equity of Chanel. A qualitative method was used to collect data through 12 in-depth interviews. The respondents are 12 Thai male millennials, who are aged between 23 - 38, living in Bangkok, Thailand, and have purchased a product from Chanel within the last 12 months. The findings of this study indicate that male consumers had a good brand recall of Chanel. Male consumers have a positive brand image of Chanel and view them as a timeless brand, a top-tier luxury brand that is expensive in comparison to other luxury brands on the …
Filipino Consumers' Perception Toward Gentlewoman Thai Fashion Brand, Gabriel Lorenzo Del Carmen
Filipino Consumers' Perception Toward Gentlewoman Thai Fashion Brand, Gabriel Lorenzo Del Carmen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This individual study explores the Filipino Consumer Perceptions of Thai Fashion Brand GENTLEWOMAN and the quality of the brand’s activism messaging through social media. The data was collected using in-depth interviews on 10 respondents, Filipino females, aged between 20 to 35, the average target consumer of GENTLEWOMAN products. The findings suggest that Filipino Consumers have a very positive perception of GENTLEWOMAN. They find the price to be good, regardless of whether it was purchased through the gray market or through official distribution. Quality is also perceived highly as consumers find the products to be well-constructed and very versatile. Lastly, consumers …
Purchase Behavior Toward Luxury Fashion Brands During Thailand's Economic Recovery After The Covid-19 Pandemic Among Generation Y Consumers, Jaruwarin Palarungsri
Purchase Behavior Toward Luxury Fashion Brands During Thailand's Economic Recovery After The Covid-19 Pandemic Among Generation Y Consumers, Jaruwarin Palarungsri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research is to explore the purchase behavior toward luxury fashion brands among Thai Generation Y consumers during the economic recovery after the COVID-19 pandemic. The research utilized a qualitative approach to gather information from 10 key informants aged 31 to 42, residing in Thailand and spending more than 500,000 Thai baht annually on luxury fashion products. The findings indicate that Thai Gen Y consumers are active followers of economic news and current events, as they consume news on a daily basis and discuss it with their social circle. However, they tend to avoid expressing their opinions …
The Impact Of Brand Image On Customer Loyalty Toward Haidilao Thailand, Liu Xin
The Impact Of Brand Image On Customer Loyalty Toward Haidilao Thailand, Liu Xin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this research are as followed: to explore Brand image and customer loyalty toward Haidilao Thailand and to investigate the relationship between the two variables. The study collected two hundred fifty-eight participants who is living in Bangkok for at least three months, aged between 20 and 50, and who have dined at Haidilao in the past three months. The findings reveal a positive perception of Haidilao's brand image among respondents (M = 3.89). Notably, functional image received the highest mean score (M = 3.91), closely followed by experiential image (M = 3.91), while symbolic image obtained the lowest …
The Influence Of Ai Chatbots On Purchase Intention Of Electric Vehicles Among Consumers In China, Ning Fang
The Influence Of Ai Chatbots On Purchase Intention Of Electric Vehicles Among Consumers In China, Ning Fang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of the paper is to study the effects of perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PEU) and perceived enjoyment (PE), perceived cyber risks (PCR) of AI chatbots on the purchase intention (PI) of EVs among consumers in China. The study is conducted in a quantitative approach by using online questionnaires as a tool to collect data from 300 Shanghai based respondents, aged between 31-40, and have intention or experience using AI chatbots or EVs. The results show that overall respondents have a possibilities attitude towards PCR (M=3.36), PEU (M=3.27), PU (M=3.26), and PEU (M=3.26) of AI chatbots. …
Influences Of Millennial Consumers’ Perceived Value And Attitude On Usage Intention Towards Spa, Salisa Sornsaruht
Influences Of Millennial Consumers’ Perceived Value And Attitude On Usage Intention Towards Spa, Salisa Sornsaruht
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This survey research examines the influences of millennial consumers' perceived value and attitude on usage intentions towards spa. An online questionnaire was developed to collect data from 207 male and female respondents, aged between 27 and 39 years, living in Thailand, with prior experience of at least one spa within the last six months. The research findings indicated that, in terms of perceived value, the most dominant dimension among the respondents is social value, followed by functional value, value for money, and emotional value, respectively. In addition, the perceived value and attitude of millennial consumers have a statistically significant influence …
Factors Affecting Online Purchase Intention Of Thai And Non-Thai Shoppers On Lazada In Thailand, Su Myat Hay Thi
Factors Affecting Online Purchase Intention Of Thai And Non-Thai Shoppers On Lazada In Thailand, Su Myat Hay Thi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this study were to identify the factors that have the highest effect on the online purchase intention of Thai shoppers on Lazada in Thailand, to identify the factors that have the highest effect on the online purchase intention of non-Thai shoppers on Lazada in Thailand, and to study the differences in factors affecting the online purchase intention of Thai and non-Thai shoppers on Lazada in Thailand. A quantitative online survey was employed to collect data from 212 respondents who were all genders, aged between 19 to 39, currently residing in Thailand, and had purchased a product on …
กระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, พีรันธร แสนสุข
กระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, พีรันธร แสนสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ 2) เพื่อออกแบบและทดลองใช้กระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่นำองค์ความรู้จากการศึกษาบทความวิจัย ตำรา และเอกสารต่างๆ เพื่อสร้างกระบวนการการฝึกอบรมผ่านกระบวนการแบบกลุ่ม (Focus Group) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากบุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ อินฟลูเอนเซอร์ จำนวน 5 ราย ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรม จำนวน 3 ราย และนักวิชาการด้านวาทนิเทศ จำนวน 2 ราย เพื่อนำไปสู่การออกแบบการฝึกอบรม โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรวมจำนวน 13 ราย ผลการวิจัยพบว่า 1) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ ประกอบด้วย 5 คุณลักษณะ ได้แก่ 1) Identity เอกลักษณ์เฉพาะตนที่ชัดเจน 2) Consistency ความสม่ำเสมอ 3) Creativity ความคิดสร้างสรรค์ 4) Content เนื้อหา และ 5) Sincere ความจริงใจ ซึ่งทั้ง 5 คุณลักษณะดังกล่าวต้องมีความน่าเชื่อถือ (Ethos) และสร้างอารมณ์ร่วม (Pathos) ให้กับผู้ติดตาม ในขณะที่ความเป็นเหตุเป็นผล (Logos) กลับลดความสำคัญลง เช่นเดียวกับ การจัดเรียง (Arrangement) การออกแบบเพื่อความสวยงาม (Style) การนำเสนออย่างเป็นระบบ (Delivery) ส่วนการคิดค้นเนื้อหาที่น่าสนใจ (Invention) การพูดหรือการแสดงเพื่อสร้างการจดจำ (Memor) ยังคงเป็นประเด็นที่สำคัญอยู่ เช่นเดียวกับการสื่อสารเชิงวจนะภาษา Verbal และ และอวจนะภาษา Non-Verbal นั่นเอง นอกจากนี้ ยังพบว่า 2) การออกแบบและทดลองใช้กระบวนการฝึกอบรมในการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ นั้น คุณลักษณะที่มีสำคัญในการฝึกอบรมทุกกิจกรรมได้แก่ Identity เอกลักษณ์เฉพาะตนที่ชัดเจน รองลงมาได้แก่ Creativity ความคิดสร้างสรรค์ Content เนื้อหา และ Sincere …
Knowledge And Attitude Towards Oral Health Related Behaviors Of International Students In Chulalongkorn University, During The Pandemic Of Covid-19, Isi Susanti
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objectives: To determine the association of knowledge and attitude toward oral healthcare behavior of overseas university students staying in Thailand between January 2020 and July 2022 and explore the experiences of their oral health problems. Methods: A cross-sectional study conducted using an online survey in English operated through the Google platform by convenience sampling among overseas Chulalongkorn University students. The sample size was calculated by the Yamane formula with a minimum sample size of 297 after adding 10% compensation. Descriptive statistics, Chisquare test, t-test, ANOVA, and Pearson correlations were employed using IBM SPSS version 29. Results: Of 311 overseas students, …
การปิดสีโดยใช้ชนิดเรซินคอมโพสิตและความหนาที่แตกต่างกัน, กชรัตน์ นันทเสน
การปิดสีโดยใช้ชนิดเรซินคอมโพสิตและความหนาที่แตกต่างกัน, กชรัตน์ นันทเสน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความสวยงามในเรื่องสีของฟันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญเมื่อมารับการรักษาทางทันตกรรม โดยการเปลี่ยนสีฟันด้วยสิ่งบูรณะฟันโดยตรง ซึ่งเป็นการบูรณะฟันโดยตรงในช่องปากโดยใช้เรซินคอมโพสิต เป็นทางเลือกในการรักษาที่มีความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีการทำอันตรายต่อฟันน้อยที่สุด แต่ความสามารถในการปิดสีของเรซินคอมโพสิตอาจมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด ถ้าสามารถเลือกชนิดของเรซินคอมโพสิตที่ปิดสีได้ดีในความหนาที่น้อย ก็จะช่วยลดการสูญเสียโครงสร้างฟันได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสีภายหลังการบูรณะด้วยชนิดของเรซินคอมโพสิตที่แตกต่างกัน โดยการนำเรซินคอมโพสิต 3 ชนิด ได้แก่ เคลียร์ฟิลเอพีเอ็กซ์, เมต้าฟิลซีเอ็กซ์ และฟิลเท็คซีทูไฟว์ซีโร่ ที่มีความหนา 4 ระดับ ได้แก่ 0.5, 1, 1.5 และ 2 มิลลิเมตร มาเปรียบเทียบความสามารถในการปิดสี โดยวัดด้วยตามนุษย์และเครื่องสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ และประเมินความแตกต่างโดยใช้การทดสอบแบบครัสคัล-วอลลิสและการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการศึกษาพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ระหว่างกลุ่มเรซินคอมโพสิตและความหนาที่ต่างกัน กล่าวโดยสรุป เรซินคอมโพสิตชนิดเมต้าฟิลซีเอ็กซ์มีความสามารถในการปิดสีเข้มสุด A6 ได้ดีกว่าเรซินคอมโพสิตชนิดเคลียร์ฟิลเอพีเอ็กซ์และฟิลเท็คซีทูไฟว์ซีโร่ในทุกระดับความหนา โดยเรซินคอมโพสิตชนิดเมต้าฟิลซีเอ็กซ์ที่ความหนาประมาณ 1.5 – 2 มิลลิเมตร สามารถบูรณะฟันสี A6 ให้ได้สีฟันที่ระดับ A1
อนุภาคของละอองฝอยที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการศัลยกรรมช่องปาก, ดิษธร สังแก้ว
อนุภาคของละอองฝอยที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการศัลยกรรมช่องปาก, ดิษธร สังแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โรคติดต่อหลายโรครวมถึงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019, วัณโรค และโรคไช้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายการติดต่อได้ทางละอองชีวภาพจากผู้ป่วย การศึกษาเพื่อการหามาตรการจัดการที่เหมาะสมที่แต่เดิมใช้วิธีการตรวจหาการแพร่กระจายของจุลชีววิทยาและการปนเปื้อนของโลหิตถูกเปลี่ยนไปเป็นหลักการฝุ่นละอองขนาดเล็ก การรักษาทางทันตกรรมนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของหัตถการที่ก่อให้เกิดละอองฝอยดังกล่าว แต่พบว่ามีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับศัลยกรรมช่องปากจำนวนน้อยมาก โดยส่วนใหญ่งานวิจัยที่เกี่ยวข้องในเรื่องของละอองชีวภาพที่เกิดจากทันตกรรมจะมุ่งไปที่การรักษาในทางทันตกรรมหัตถการและปริทันต์ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์คือต้องการที่จะใช้หลักการฝุ่นละอองขนาดเล็กในการวัดปริมาณของละอองชีวภาพที่เกิดขึ้นจากหนึ่งในกระบวนการศัลยกรรมช่องปากคือการตัดฟัน โดยงานวิจัยนี้จะเป็นไปในรูปแบบการทดลองตัดฟันในระบบปิดจากการใช้เครื่องมือ 3 ชนิด คือ 1.หัวกรอเร็ว 2.เครื่องพีโซอิเล็กทริค 3.หัวกรอไมโครมอเตอร์ เป็นเวลา 1 นาที และวัดปริมาณละอองชีวภาพที่เกิดขึ้นในรูปแบบของ ฝุ่นละออง PM1, PM2.5 และ PM10 ด้วยเครื่องวัดอนุภาคในอากาศ โดยผลการวิจัยพบว่าการใช้เครื่องมือทั้ง 3 ชนิดในการตัดฟันสามารถสร้างละอองชีวภาพขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 ปริมาณละอองชีวภาพทั้ง PM1, PM2.5 และ PM10 สูงสุดเกิดจากการใช้หัวกรอเร็วตามมาด้วยการใช้เครื่องพีโซอิเล็กทริคและหัวกรอไมโครมอเตอร์ตามลำดับ โดย ณ เวลาที่ปริมาณละอองชีวภาพสูงสุดของแต่ละการใช้เครื่องมือทั้ง 3 ชนิดจะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 และการใช้หัวกรอเร็วจะต้องการเวลามากที่สุดโดยใช้เวลา 16 นาที 40 วินาที เพื่อให้ค่าละอองชีวภาพกลับสู่ค่าเริ่มต้น ในขณะที่การใช้เครื่องพีโซอิเล็กทริคใช้เวลา 13 นาที 20 วินาที และการใช้หัวกรอไมโครมอเตอร์จะใช้เวลา 8 นาที 20 วินาที นอกจากนี้จากการวิจัยพบว่า กระบวนการตัดฟันโดยการใช้หัวกรอไมโครมอเตอร์จะสร้างละอองชีวภาพน้อยที่สุดและไม่เกินข้อกำนดคุณภาพอากาศในอาคารขององค์การอนามัยโลก ขณะที่การใช้หัวกรอเร็วและเครื่องพีโซอิเล็กทริคจะสร้างละอองชีวภาพในปริมาณที่สูงกว่าข้อกำหนดคุณภาพอากาศในอาคารดังกล่าว การจัดการอากาศอย่างเหมาะสมควรจะถูกพิจารณามาใช้เพื่อป้องกันการติดต่อโรคติดเชื้อทางอากาศ โดยเฉพาะในระหว่างการใช้หัวกรอเร็วและเครื่องพีโซอิเล็กทริคในการตัดฟัน และควรจะมีการกำหนดมาตรฐานระดับปริมาณของละอองชีวภาพที่เหมาะสมในคลินิกทันตกรรม
The Impact Of Involuntary Job Loss On Unemployment Rate During Asian Financial Crisis And Subprime Crisis In Thailand, Benya Kongthanasomboon
The Impact Of Involuntary Job Loss On Unemployment Rate During Asian Financial Crisis And Subprime Crisis In Thailand, Benya Kongthanasomboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Each year, thousands of workers lose their jobs for reasons beyond their control, such as reorganization, technological displacement, and economic crisis, among others. Unexpected job loss is a disruptive occurrence that alters workers' career trajectory and has a negative impact on society and the economy which in Thailand can be observed during economic downturns including the Asian Financial Crisis (1997) and the Subprime Crisis (2008). This study aims to gain a comprehensive understanding of the impact of the Asian Financial Crisis and the Subprime Crisis on the unemployment rate in Thailand before, during, and after the crises. The data from …
Impact Of Us-China Trade War On Thailand's Electronic Exports, Chanakarn Permthongchoochai
Impact Of Us-China Trade War On Thailand's Electronic Exports, Chanakarn Permthongchoochai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper aims to examine how US-China trade war impacts on Thailand's electronics industry which is important to Thai economy in term of export. The study uses input-output table to show the connection of Thailand's electronics sector with other industry through its participation in global value chain. Moreover, the study uses a Computable General Equilibrium (CGE) model by using the reclassified General Trade Analysis Project (GTAP) database to simulate the results from the set-up scenarios. The results from the simulations show that, overall, Thai economy benefits from US-China trade war in term of both GDP and welfare of the country …
Wage Premiums For Master's Degrees In Thai Private Firms, Shiyu Xiang
Wage Premiums For Master's Degrees In Thai Private Firms, Shiyu Xiang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to examine the wage premiums experienced by individuals with a master's degree employed in private firms in Thailand in comparison to those with a bachelor's degree. This study utilizes labor force survey microdata from the National Statistical Office of Thailand covering 2008 to 2018. The augmented Mincer wage regression method is used in the analysis. The study's findings indicate that individuals with a master's degree in private firms experienced an average earnings advantage of 55% compared to those with a bachelor's degree between 2008 and 2018. Within the scope of master's degrees, the wage differences between men …
The Dynamics Of Thai Household Poverty And Its Implications, Nattabhorn Leamcharaskul
The Dynamics Of Thai Household Poverty And Its Implications, Nattabhorn Leamcharaskul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to examine poverty in Thailand by identifying determining factors of poverty incidence and dynamics from both monetary and non-monetary perspectives. It also explores the voices of the poor and analyzes the role of social capital in poverty reduction. Quantitative analysis utilizes the SES panel dataset from 2007, 2012, and 2017, comprising 3,567 households, while quantitative analysis involves in-depth interviews conducted with 90 households in Mae Hong Son, Buri Ram, and Pattani, using the life-history approach. The findings show positive impact of remittances and increasing average years of schooling on poverty status. The vulnerability of households relying solely …
Huai-River Policy And Regional Economic Development: Status And Prospect, Yannan Gao
Huai-River Policy And Regional Economic Development: Status And Prospect, Yannan Gao
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explores the impact of the Huai River policy on human and economic activities. First, we study the impact of central heating policy on air quality. Second, the impact of the Huai River policy on human migration and FDI is explored. Third, we further explore the impact of the Huai River policy on economic development. This study has both theoretical and empirical parts. It initially explores the role of variables by establishing a theoretical framework. Then, it applies statistical methods to verify the model and propose new explanations for the phenomenon. We use the county-level data near the heating …
Willingness To Communicate In English Of Thai Undergraduate Students In Online English Classrooms, Koravick Thiangtham
Willingness To Communicate In English Of Thai Undergraduate Students In Online English Classrooms, Koravick Thiangtham
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purposes of this mixed-method study were to 1) investigate the level of WTC among undergraduate students in Thailand, and 2) investigate the relationship of English language online classroom environment and WTC among undergraduate students in Thailand. Following the sequential explanatory design, the study was divided into 2 phases 1) the quantitative phase which participants are 406 undergraduate students from universities in Bangkok area. The survey questionnaire which consisted of WTC section and English language online classroom environment section is deployed. 2) the qualitative phase, which the participants consisted of seven undergraduate students who were purposively selected from the WTC …
A Study Of Self-Directed Learning In Online English Reading Of Secondary School Students Attending Call Learner Training, Suttiya Khongyai
A Study Of Self-Directed Learning In Online English Reading Of Secondary School Students Attending Call Learner Training, Suttiya Khongyai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to study the self-directed learning in online English reading of secondary school students after they attended a CALL (Computer-assisted language learning) learner training. The ten-week training was designed based on the framework of Knowles (1975) and Romeo & Hubbard (2011) which included three types of sessions--training, consultation, and self-learning. The training sessions were structured using six steps of self-directed learning and included three parts: pedagogical training, strategic training, and technical training in each session. Seven students voluntarily signed up to attend the training and all of them completed the training and all the required tasks. The findings …
Teaching Digital Literacy To Enhance Reading Comprehension For Efl Students, Thanchanok Rochanaphapayon
Teaching Digital Literacy To Enhance Reading Comprehension For Efl Students, Thanchanok Rochanaphapayon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Digital literacy has become an essential tool for authentic communication, information accessibility, and reading development. To enhance reading comprehension among English as a foreign language (EFL) students, an effective reading instruction that integrated technology into language teaching should incorporate digital literacy. This mixed-method study aimed to examine how digital literacy enhanced EFL students' reading comprehension and what focus areas of the digital literacy they employed within and beyond the classroom. Thirty Thai high school students from the convenience sampling method participated in this digital literacy instruction for ten weeks. The quantitative data findings from the Wilcoxon signed-rank test on the …
การพัฒนาแบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น, เมธัส มาสูงทรง
การพัฒนาแบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น, เมธัส มาสูงทรง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อศึกษาและพัฒนาแบบฝึกทักษะการส่ายของกลองแขกและเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านดนตรีของผู้เรียนกลองแขกด้วยการใช้แบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงพัฒนา 4 ขั้นตอน 1) การวิจัย (Research: R1) การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis: A) เป็นการวิเคราะห์เอกสาร ตำรา ทฤษฎี หลักการและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย 2) (Development: D1) การออกแบบและการพัฒนา (Design and Development: D & D) เป็นการพัฒนาและหาคุณภาพของแบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3) การวิจัย (Research: R2) การนำไปใช้ (Implementation: I) เป็นการใช้แบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์กับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4) การพัฒนา (Development: D2) การประเมินผล (Evaluation: E) เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านดนตรีของผู้เรียนกลองแขกด้วยการใช้แบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จำนวน 47 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนเกี่ยวกับการส่ายกลองแขก แบบตรวจสอบคุณภาพแบบฝึกฉบับนำร่อง แบบประเมินคุณภาพแบบฝึกฉบับสมบูรณ์ และแบบสังเกตพฤติกรรมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน ผลการวิจัย พบว่า จากการพัฒนาแบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แบ่งองค์ประกอบของเนื้อหาของแบบฝึกทักษะกาส่ายกลองแขก ออกเป็น 3 ตอนดังนี้ 1) การปฏิบัติกลองแขกขั้นพื้นฐาน 2) หน้าทับและการส่าย 3) แบบฝึกทักษะการส่าย โดยแบบฝึกทักษะการส่ายกลองแขกที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเครื่องหนังไทยทั้งหมด 5 ท่าน โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.94 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.32 (M=4.94 , SD=0.32 ) ระดับความเห็นด้วยอยู่ในระดับมากที่สุด และผลสัมฤทธิ์ความคิดสร้างสรรค์ค์ทางด้านดนตรีของกลุ่มตัวอย่างเมื่อนำแบบฝึกไปใช้ พบว่า 1) ผลการวิเคราะห์คะแนนผลสัมฤทธิ์ความคิดสร้างสรรค์ด้านความคิดริเริ่ม ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.45 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.93 (M=2.45, SD=0.93) 2) ผลการวิเคราะห์คะแนนผลสัมฤทธิ์ความคิดสร้างสรรค์ด้านความคิดคล่องแคล่ว ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน อยู่ที่ 0.83 (M=2.43, …