Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Engineering (9815)
- Physical Sciences and Mathematics (6673)
- Social and Behavioral Sciences (4201)
- Medicine and Health Sciences (3893)
- Education (3345)
-
- Life Sciences (3303)
- Computer Sciences (2648)
- Arts and Humanities (2314)
- Law (1801)
- Civil and Environmental Engineering (1755)
- Electrical and Computer Engineering (1518)
- Business (1449)
- Mechanical Engineering (1309)
- Medical Specialties (1250)
- Computer Engineering (1216)
- Medical Sciences (1175)
- Environmental Sciences (1170)
- Higher Education (1069)
- Materials Science and Engineering (985)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (933)
- Artificial Intelligence and Robotics (807)
- Chemistry (744)
- Earth Sciences (739)
- Chemical Engineering (716)
- Aerospace Engineering (672)
- Architecture (670)
- Agriculture (645)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (642)
- Physics (618)
- Biomedical Engineering and Bioengineering (611)
- Institution
-
- The Texas Medical Center Library (1125)
- Association of Arab Universities (979)
- University of Nebraska - Lincoln (910)
- Missouri University of Science and Technology (779)
- Technological University Dublin (771)
-
- Changsha University of Science and Technology (730)
- Chulalongkorn University (707)
- Utah State University (668)
- Walden University (665)
- Singapore Management University (619)
- San Jose State University (596)
- Louisiana State University (511)
- University of South Florida (509)
- University of New Hampshire (482)
- University of New Mexico (481)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (476)
- New Jersey Institute of Technology (460)
- University of Arkansas, Fayetteville (456)
- TÜBİTAK (448)
- University of Plymouth (437)
- Purdue University (416)
- Brigham Young University (403)
- Old Dominion University (393)
- University of Kentucky (384)
- Edith Cowan University (379)
- Clemson University (373)
- Washington University in St. Louis (361)
- Design Research Society (358)
- University of Texas Rio Grande Valley (353)
- Georgia Southern University (332)
- Keyword
-
- Humans (818)
- Machine learning (441)
- Animals (370)
- Machine Learning (301)
- Mice (288)
-
- Artificial intelligence (279)
- COVID-19 (273)
- Sustainability (270)
- Undergraduate (270)
- Education (267)
- Deep learning (260)
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (207)
- Artificial Intelligence (171)
- Higher education (169)
- Climate change (163)
- Engineering (161)
- Technology (157)
- Deep Learning (137)
- 2023 (128)
- Optimization (125)
- Social media (125)
- Diversity (122)
- Female (120)
- Leadership (118)
- Mathematics (117)
- AI (115)
- Cybersecurity (115)
- STEM (114)
- Computer Science (110)
- Simulation (108)
- Publication
-
- Theses and Dissertations (1394)
- Faculty, Staff and Student Publications (724)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (639)
- Faculty Publications (586)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (548)
-
- Journal of Engineering Research (486)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (464)
- Electronic Theses and Dissertations (371)
- Dissertations (354)
- Food and Machinery (344)
- Research outputs 2022 to 2026 (344)
- Theses (344)
- Faculty, Staff and Students Publications (317)
- Articles (294)
- Journal of China & Foreign Highway (270)
- 2020-Current year OA Pubs (257)
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (256)
- Coal Geology & Exploration (254)
- Defensive Publications Series (230)
- Journal of System Simulation (223)
- Neutrosophic Sets and Systems (214)
- Doctoral Dissertations and Projects (208)
- IASDR Conference Series (207)
- Space and Defense (197)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (196)
- Faculty Scholarship (189)
- Information Sciences Letters (185)
- Honors Theses (181)
- Master's Theses (181)
- Electrical and Computer Engineering Faculty Research & Creative Works (174)
- Publication Type
Articles 38071 - 38100 of 38629
Full-Text Articles in Entire DC Network
การพัฒนาระบบนับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมชนิดคอนโวลูชัน, ณัทกร เกษมสำราญ
การพัฒนาระบบนับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมชนิดคอนโวลูชัน, ณัทกร เกษมสำราญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวินิจฉัยโรคและการวิเคราะห์ความผิดปกติของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและคลินิค จะต้องมีการตรวจร่างกาย สังเกตอาการ รวมถึงการซักประวัติผู้ป่วย ในบางครั้งแพทย์มีความจำเป็นต้องส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ในอดีตแพทย์จะตรวจด้วยการส่องกล้องจุลทรรศ์ถือเป็นมาตรฐาน เนื่องจากในประเทศไทยผู้เชี่ยวชาญอายุรแพทย์โลหิตวิทยามีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคเลือด ส่งผลให้คิวรอการนับเซลล์เม็ดเลือดของผู้ป่วยที่มีเซลล์ผิดปกติยาวนานหลายสัปดาห์ ได้มีการพัฒนาเครื่องนับเซลล์อย่างอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจความสมบูรณ์ของเลือดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดภาระงานของผู้เชี่ยวชาญในการส่องกล้องจุลทรรศน์ลง แต่การนำเครื่องนับอย่างอัตโนมัติมาใช้ในโรงพยาบาลในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากราคาต่อเครื่องสูงจึงมีเฉพาะโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สามารถจัดซื้อได้ และมีความบกพร่องที่สำคัญเมื่อเลือดของผู้ป่วยมีเซลล์ที่มีความผิดปกติที่พบได้น้อยในภาวะปกติปะปนมา เครื่องอาจจะไม่สามารถตรวจจับเซลล์ดังกล่าวได้ จึงมีการสร้างเกณฑ์การส่งตรวจซ้ำด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อให้ผลการตรวจที่ได้มีความถูกต้องแม่นยำ จึงเกิดแนวคิดที่จะสร้างระบบอัตโนมัติในการจำแนกชนิดของเซลล์เลือดแบบ AI-Assisted web application ด้วยการให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนประกบกับเลนส์ใกล้ตาของกล้องจุลทรรศน์ถ่ายภาพส่งไปให้ระบบตรวจจับเซลล์เม็ดเลือดที่ผิดปกติได้ ซึ่งสามารถแยกเซลล์เม็ดเลือดได้ 12 ชนิด เมื่อระบบได้รับภาพแล้วจะนับเฉพาะเซลล์ดังกล่าวโดยปัญญาประดิษฐ์ที่มีโครงสร้างตาม YOLOv5x และส่งรายงานการนับให้ผู้ใช้ภายในไม่กี่วินาที หลังจากการปรับแต่งหนึ่งในรุ่นของแบบปัญญาประดิษฐ์ให้ค่า mAP@50 ที่ร้อยละ 90 บนชุดทดสอบ ยังพบว่าระบบที่พัฒนาขึ้นช่วยให้ความสามารถของแพทย์ทั่วไปและนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิค ในการระบุตำแหน่งและชนิดของเซลล์เม็ดเลือด ใกล้เคียงกับอาจารย์อายุรแพทย์โลหิตวิทยา และลดระยะเวลาการนับได้ครึ่งนึง
การคัดกรองความผิดปกติของรูปภาพบุคคลที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์, ธนพล พจนะสวนีย์
การคัดกรองความผิดปกติของรูปภาพบุคคลที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์, ธนพล พจนะสวนีย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในยุคปัจจุบันความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ถูกสร้างขึ้นและพัฒนาเพื่อสามารถสร้างงานสร้างสรรค์ต่างๆ ได้แก่ รูปภาพ วิดีโอ เสียง งานเขียน และบทความ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในการผลิตงานภาพบุคคลตามคําสั่งหรือข้อความที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การใช้ปัญญาประดิษฐ์ประเภทนี้ยังมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการสร้างภาพบุคคลคือความผิดปกติจากส่วนของร่างกายหรืออวัยวะของมนุษย์เช่นอวัยวะที่ผิดรูปหรือองค์ประกอบอวัยวะขาดหายไป จากปัญหานี้ทำให้ผู้วิจัยเกิดแนวคิดที่จะออกแบบแบบจำลองสําหรับการคัดกรองความผิดปกติของภาพบุคคลที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการสร้างชุดข้อมูลภาพบุคคลประมาณ 100,000 ภาพที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์และพัฒนาแบบจำลองต้นแบบสําหรับคัดกรองความผิดปกติของภาพบุคคลที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์เพื่อทำให้ภาพปัญญาประดิษฐ์จะมีคุณภาพที่ดีขึ้นและมีประโยชน์มากขึ้น แบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกนำมาใช้เพื่อแยกประเภทภาพปัญญาประดิษฐ์ โดยแบ่งออกเป็น2 ประเภท: ภาพปกติ (Normal)และ ภาพบกพร่อง (Defect) ชุดข้อมูลที่ใช้พัฒนาแบบจำลองนี้ประกอบด้วยข้อมูลประมาณ 100,000 ภาพเพื่อให้แบบจำลองมีความแม่นยําและประสิทธิภาพที่ดี งานวิจัยนี้ใช้แบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก 4 ประเภทในการทดสอบเพื่อหาแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดสําหรับการคัดกรองความผิดปกติในภาพปัญญาประดิษฐ์ แบบจำลองนี้ใช้เป็นแบบจำลองต้นแบบในการคัดกรองคุณภาพของภาพบุคคลที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์และชุดข้อมูลทั้งหมดในงานวิจัยนี้จะถูกเผยแพร่โดยสาธารณะ
การพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดโคนญี่ปุ่นจากกากกาแฟ, พงศ์ปณต สาเรือง
การพัฒนาวัสดุเพาะเลี้ยงเห็ดโคนญี่ปุ่นจากกากกาแฟ, พงศ์ปณต สาเรือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การบริโภคกาแฟที่มีเพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดของเสียจากกาแฟเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน กากกาแฟเป็นสิ่งที่ถูกนำมาหาทางใช้ประโยชน์ให้สูงสุดก่อนที่จะนำไปกำจัด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือใช้ในการดับกลิ่น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาและพัฒนาการนำกากกาแฟมาเป็นวัสดุผสมในการเพาะเลี้ยงเห็ดโดยพัฒนาสูตรของวัสดุเพาะเลี้ยงให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเห็ดโคนญี่ปุ่น Agrocybe Aegerita และตรวจสอบความสามารถในการเป็นปุ๋ยอินทรีย์ของวัสดุเพาะเลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์จากของเสียหลังการเพาะปลูกจนครบวงจร ผลการศึกษาพบว่าชุดการทดลองที่ใส่กากกาแฟลงในวัสดุเพาะ 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักได้ค่าผลผลิตที่มากที่สุดที่ 20.42 (±1.01) กรัม/100กรัม และสอดคล้องกับค่าประสิทธิภาพการใช้วัสดุเพาะ 34.71(±3.49)% และมีอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนอยู่ที่ 85.14(±5.34) โดยการใส่กากกาแฟที่มากเกิน 65 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักส่งผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยของเห็ด โดยผลผลิตอย่างดอกเห็ดสามารถดูดซึมคาเฟอีนที่อยู่ในวัสดุเพาะที่ผสมกับกากกาแฟได้ที่ 5.92(±0.34) nmol/mg และการศึกษาการใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยวัสดุเพาะหลังการเก็บเกี่ยว ไม่มีชุดการทดลองใดที่ผ่านเกณฑ์ของกรมการเกษตรในทุกพารามิเตอร์ โดยพบอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูงเกิน ขาดค่าธาตุอาหารหลัก และค่าการย่อยสลายที่สมบูรณ์ที่ต่ำเกินไป และเมื่อนำไปผ่านกระบวนการหมักปุ๋ย ในชุดการทดลองที่การใส่วัสดุเพาะเห็ดผสมกับฟางข้าวและมูลสัตว์ สามารถปรับสภาพให้เหมาะสมต่อเกณฑ์มาตรฐานของกรมการเกษตรได้ ถ้าได้มีการนำไปเพาะพันธุ์พืชเพื่อหาความเหมาะสมต่อการใช้งาน จะสามารถนำปุ๋ยนี้ไปขยายผลและใช้งานได้อย่างเหมาะสมต่อไป
การจัดสรรฟังก์ชันระนาบผู้ใช้สำหรับสถานการณ์การสื่อสารเวลาแฝงต่ำและความน่าเชื่อถือสูงยิ่งในโครงข่าย 5g, พฤกษ์ สระศรีทอง
การจัดสรรฟังก์ชันระนาบผู้ใช้สำหรับสถานการณ์การสื่อสารเวลาแฝงต่ำและความน่าเชื่อถือสูงยิ่งในโครงข่าย 5g, พฤกษ์ สระศรีทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอวิธีการคาดการณ์สำหรับการวางแผนการจัดสรรฟังก์ชันระนาบผู้ใช้ในโครงข่ายยุคที่ 5 ร่วมกับการประมวลผลขอบหลายการเข้าถึงในบริบทของการการสื่อสารยานพาหนะสู่ทุกสิ่งแบบเซลลูลาร์ที่มีความต้องการการสื่อสารที่มีความล่าช้าต่ำและรองรับการบริการแบบพลวัต การศึกษานี้ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกแบบเสริมแรงด้วยอัลกอริทึมโครงข่ายคิวเชิงลึกและตัวกระทำ-ตัวประเมินในการตัดสินใจเลือกตำแหน่งในการปรับใช้ฟังก์ชันระนาบผู้ใช้โดยอาศัยข้อมูลตำแหน่งและความเร็วของยานพาหนะ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าทั้งสองอัลกอริทึมมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในการลดความล่าช้าในการสื่อสาร โดยอัลกอริทึมตัวกระทำ-ตัวประเมินแสดงแนวโน้มในการปรับปรุงประสิทธิภาพเมื่อเพิ่มจำนวนการจำแนกประเภทยานพาหนะตามระดับความเร็ว นอกจากนี้ในอัลกอริทึมตัวกระทำ-ตัวประเมินยังมีความสามารถที่โดดเด่นในการทำงานแบบหลายตัวกระทำ ซึ่งมีศักยภาพในการจัดการฟังก์ชันระนาบผู้ใช้จำนวนมากในสภาพแวดล้อมโครงข่ายขนาดใหญ่และซับซ้อน การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอัลกอริทึมตัวกระทำ-ตัวประเมินแบบหลายตัวกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการฟังก์ชันระนาบผู้ใช้หลายตัวพร้อมกัน ส่งผลให้สามารถลดความล่าช้าในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามจำนวนฟังก์ชันระนาบผู้ใช้ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นในด้านการประมวลผลที่รวดเร็วและอัตราการย้าย ฟังก์ชันระนาบผู้ใช้ต่ำทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของระบบได้
Covalent Organic Frameworks Based On Aldehyde And Amine Linkers As Artificial Solid Electrolyte Interphase For Zinc Anode In Aqueous Electrolyte, Vipada Aupama
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Aqueous Zinc-based batteries (AZBBs) are an alternative battery technology being developed for commercial use due to their advantages such as low cost, safety, and eco-friendliness compared to Lithium-based batteries (LBBs). However, despite these benefits, AZBBs face challenges on the zinc anode, including the formation of zinc dendrites and side reactions, which reduce the battery's stability and lifespan. Recently, many strategies have been investigated to address these issues, such as modifying the electrolyte, separator, and anode structure, and specially modifying the zinc surface. One particularly promising strategy involves using an Artificial Solid Electrolyte Interphase (ASEI) developed from a covalent organic framework …
The Effect Of Oxygen Vacancies On The Catalytic Performance For The Ketonization Of Methyl Palmitate Into Palmitone, Mohammad Yazdanpanah
The Effect Of Oxygen Vacancies On The Catalytic Performance For The Ketonization Of Methyl Palmitate Into Palmitone, Mohammad Yazdanpanah
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The ketonization of bio-derived fatty acid methyl esters (FAMEs) into added-value products is an increasingly attractive process. However, the role of oxygen vacancies (Ov) in thermal catalytic performance and catalyst lattice oxygen loss has received less attention. This study investigated the relationship between Ov level, acid-base density, and catalytic performance in the ketonization reaction using TiOx catalysts with varying Ov levels prepared by a modified sol-gel method. Density functional theory (DFT) simulations showed that Ov creation increased interatomic distances, leading to the formation of frustrated Lewis pairs (FLPs). The density of acidic and basic sites increased proportionally with Ov concentration. …
Ambient And Elevated Temperature Performance Of Geopolymer Concrete Containing Rubber And Graphene Nanoplatelets, Hafiz Waheed Iqbal
Ambient And Elevated Temperature Performance Of Geopolymer Concrete Containing Rubber And Graphene Nanoplatelets, Hafiz Waheed Iqbal
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Geopolymer concrete (GPC) is recognized as a promising alternative to conventional cement concrete due to its environmental sustainability properties. In this research work, crumb rubber (CR) was used to partially replace fine aggregate to reduce rubber waste, and graphene nanoplatelets (GNPs) were used as a nanomaterial to enhance the properties of GPC. Total 20 mix designs of fly ash-based GPC were made having 10% to 30% replacement of fine aggregate with CR and addition of 0.1% to 0.4% of GNPs as of binder percentage. The main objective of this research work is to assess the properties of these mix designs …
การเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน, เมธาฤทธิ์ แนมสัย
การเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน, เมธาฤทธิ์ แนมสัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเคลื่อนที่ของตะกอน ในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ประกอบด้วย แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ในการศึกษาได้ใช้ข้อมูลอุทกวิทยาย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2464 ถึง 2562 และข้อมูลสำรวจการไหลของน้ำและตะกอนในปี 2561 และ 2562 การวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำแต่ละสายได้ใช้วิธีการทางสถิติทั่วไป วิธี Mann-Kendall (MK) และวิธีโค้งทับทวี (DMC) ผลการศึกษา พบว่า ปริมาณตะกอนรายปีเฉลี่ยที่สถานีอุทกวิทยาใกล้ทางออกลุ่มน้ำของแม่น้ำปิง (สถานี P.17) วัง (สถานี W.4A) ยม (สถานี Y.16) และน่าน (สถานี N.67) ประมาณ 0.82, 0.26, 0.35 และ 1.88 ล้านตัน/ปี ตามลำดับ โดยการเคลื่อนที่ของตะกอนในแม่น้ำทั้ง 4 สาย ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ในลักษณะแขวนลอยเป็นหลัก ยกเว้นแม่น้ำปิงด้านท้ายน้ำของเขื่อนภูมิพลที่เคลื่อนที่เป็นตะกอนท้องน้ำ ผลการศึกษาความผันแปรในเชิงเวลาของปริมาณตะกอนรายปี พบว่า หลายสถานีมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ สถานี P.1 ของแม่น้ำปิง สถานี W.16A, W.1C และ W.23 ของแม่น้ำวัง สถานี N.5A, N.7A, N.8A และ N.67 ของแม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานี C.2 ในทางกลับกันที่สถานี Y.1C และ Y.16 ของแม่น้ำยมกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนผลการศึกษาความผันแปรของปริมาณตะกอนในเชิงตำแหน่ง แสดงให้เห็นว่า ปริมาณตะกอนรายปีเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามระยะทางจากต้นน้ำไปยังท้ายน้ำ อย่างไรก็ตามปริมาณตะกอนในแม่น้ำยมและแม่น้ำวังมีการลดลงในแม่น้ำตอนล่างใกล้ทางออกของลุ่มน้ำ ผลการศึกษายังพบว่าการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล กิ่วลม แม่จาง กิ่วคอหมา และฝายแม่ยม ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อปริมาณตะกอนในแม่น้ำใกล้ทางออกลุ่มน้ำของแม่น้ำปิง วัง และยม ในขณะที่ใกล้ทางออกลุ่มน้ำของแม่น้ำน่านมีปริมาณตะกอนเพิ่มขึ้นหลังจากการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ แต่ปริมาณตะกอนกลับลดลงหลังจากการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำนเรศวรและเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน นอกจากนี้ยังพบว่า ปริมาณตะกอนที่สถานี C.2 หลังจากการสร้างอาคารชลศาสตร์ขนาดใหญ่ทั้ง 8 แห่ง ลดลงเพียง 31 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณตะกอนก่อนก่อสร้างเขื่อนภูมิพล …
Single Spring Gravity Compensator For A Multi Degree Of Freedom Manipulator Arm, Krittanai Sajjapongse
Single Spring Gravity Compensator For A Multi Degree Of Freedom Manipulator Arm, Krittanai Sajjapongse
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Designing industrial robots requires utmost attention to power consumption and safety, especially in today's environment where humans work closely with robots. However, due to their robust and weighty structures, most robotic manipulators are typically engineered with high-power systems to handle payloads and counteract gravity. This research develops a novel gravity compensator system that employs a single spring to counterbalance a multi-DOF manipulator. This system combines cam follower systems with a square root mechanism. We provide a general equation that applies to multiple degrees of freedom. Additionally, we designed and built a 3-DOF manipulator prototype. The experiment shows that our gravity …
Reactor Design By Integrating Absorption And Photocatalytic Oxidation Processes For Volatile Organic Compound (Voc) Removal From Polluted Gas Stream Of Storage Facilities In Petrochemical Industry, Phaly Ham
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Even petrochemical industry plays an important role in meeting the global energy demand, it is also responsible for emitting significant amounts of Volatile Organic Compounds (VOCs), which pose serious environmental and health hazards. In this thesis, we propose an innovative approach to address this issue by designing a multifunctional reactor that integrates absorption and photocatalytic oxidation processes for the removal of VOC from polluted gas streams of storage facilities, during loading, discharging, and cleaning process. This research encompasses four scopes (i) Comparative study of gas-liquid contactors: Bubble Column Reactor (BCR) and internal-loop Airlift Reactor (IL-ALR). The relative effect of reactor’s …
ผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มีพื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้แตกต่างกัน, วศิน จันทร์ทอง
ผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มีพื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้แตกต่างกัน, วศิน จันทร์ทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การออกแบบอุโมงค์ในภาวะเพลิงไหม้โดยส่วนใหญ่พิจารณาให้พื้นผิวด้านในของอุโมงค์สัมผัสเพลิงไหม้ตลอดแนวเส้นรอบรูป อย่างไรก็ตาม ในการเกิดเพลิงไหม้จริง พื้นผิวของอุโมงค์อาจได้รับผลกระทบจากความร้อนเพียงบางส่วน เนื่องจากลักษณะของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นหรือการติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมภายในอุโมงค์ ส่งผลให้ผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์แตกต่างไป งานวิจัยนี้ศึกษาผลตอบสนองเชิงโครงสร้างของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มีรูปแบบของพื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้ที่แตกต่างกัน 4 กรณีศึกษา ได้แก่ กรณีที่ 1 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้ตลอดแนวเส้นรอบรูปด้านในของอุโมงค์ กรณีที่ 2 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้เหนือระดับรางรถไฟ กรณีที่ 3 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้เหนือระดับกึ่งกลางความสูงของอุโมงค์ และ กรณีที่ 4 พื้นผิวสัมผัสเพลิงไหม้เหนือระดับรางรถไฟเว้นทางเดินด้านข้างอุโมงค์ โดยประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ในการวิเคราะห์การถ่ายโอนความร้อนและการวิเคราะห์โครงสร้าง รวมทั้งนำเสนอตัวคูณลดค่าความต้านทานวิกฤติสำหรับแผนภาพปฏิสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานโมเมนต์ดัดกับความต้านทานแรงตามแนวแกนเพื่อพิจารณากรณีเพลิงไหม้ที่เลวร้ายที่สุด ผลการศึกษาชี้ให้เห็นความแตกต่างของผลตอบสนองเชิงโครงสร้างอุโมงค์ภายใต้รูปแบบเพลิงไหม้ที่แตกต่างกัน โดยกรณีศึกษาที่ 3 เป็นรูปแบบเพลิงไหม้ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งยืนยันจากการวิเคราะห์รูปแบบเพลิงไหม้เพิ่มเติมอีก 6 กรณีศึกษาที่อ้างอิงจากรูปแบบเพลิงไหม้ในกรณีศึกษาที่ 3 ด้วยการเพิ่มและลดส่วนของพื้นผิวด้านในอุโมงค์ที่สัมผัสเพลิงไหม้อีก 15o 30o และ 45o จากแนวกึ่งกลางความสูงของอุโมงค์ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ผลจากการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับการพิจารณารูปแบบเพลิงไหม้สำหรับการออกแบบโครงสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินต่อไป
Novel Pricing Structure And Mechanism With Consideration Of Network Usage Charges For Peer-To-Peer Energy Trading In Distribution Systems Of Thailand, Surapad Larbwisuthisaroj
Novel Pricing Structure And Mechanism With Consideration Of Network Usage Charges For Peer-To-Peer Energy Trading In Distribution Systems Of Thailand, Surapad Larbwisuthisaroj
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The rise of distributed energy resources has empowered consumers to become prosumers, generating their own electricity. This trend has led to the development of peer-to-peer (P2P) energy trading. This dissertation focuses on two main areas: integrating network charges in P2P energy trading and determining the maximum P2P penetration levels on distribution systems while considering stakeholder benefits. Firstly, a framework for network usage charges (NUCs) and corresponding market clearing mechanisms are proposed. The NUCs comprise two key components: distribution NUCs (DNUCs) and operational NUCs (ONUCs). These charges are designed to recover energy-related and nonenergy-related costs incurred in the distribution system. DNUCs …
ผลของการชดเชยแรงโน้มถ่วงแบบลูกเบี้ยวและสปริงบนแขนหุ่นยนต์ 3 องศาอิสระ โดยใช้การควบคุมวงปิด, ปวเรศ ศรีเตชะ
ผลของการชดเชยแรงโน้มถ่วงแบบลูกเบี้ยวและสปริงบนแขนหุ่นยนต์ 3 องศาอิสระ โดยใช้การควบคุมวงปิด, ปวเรศ ศรีเตชะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กลไกแขนกลหุ่นยนต์ได้มีการใช้งานหลายหลากทั้งในอุตสาหกรรมการผลิต การใช้งานในด้านสุขภาพและการแพทย์ และงานด้านบริการต่างๆ กลไกแขนกลเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยตัวขับ (Actuators) เพื่อสร้างแรงขับที่ข้อต่อสำหรับขับเคลื่อนแขนกลให้เคลื่อนที่ไปตามที่ต้องการ ตัวขับเหล่านี้ (เช่นมอเตอร์) ต้องมีขนาดใหญ่มีกำลังมากพอเพื่อยกขับเคลื่อนภาระและน้ำหนักของแขนกลเองด้วย การที่มีตัวขับขนาดกำลังสูงทำให้มีแนวโน้มของการการอันตรายสูงขึ้น และ อีกทั้งกำลังงานส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ในการขับเคลื่อนภาระที่ต้องการหากแต่เป็นการขับยกน้ำหนักของแขนกลเองเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง เพื่อลดปัญหาดังกล่าวจึงมีการพัฒนาแขนกลที่มีกลไกชดเชยแรงโน้มถ่วง (Gravity Compensation) งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาและทดสอบผลการควบคุมการขับเคลื่อนแขนกลตามเส้นทางที่โปรแกรมไว้ โดยเปรียบเทียบผลการควบคุมระหว่างแขนกลปกติ และ แขนกลเดียวกันที่มีกลไกชดเชยแรงโน้มถ่วง แขนกลต้นแบบที่พัฒนาในงานวิจัยก่อนหน้านี้ มี 3 องศาอิสระ มีกลไกชดเชยแรงโน้มถ่วงผ่านกลไกแบบขนานที่ฐาน เพื่อชดเชยพลังงานศักดิ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งต่างๆของแขนกล โดยนำเสนอผลการเปรียบเทียบการใช้กำลังงาน ผลสำฤทธิ์ในการควบคุมการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางเดินที่ถูกออกแบบไว้ด้วยความเร็วคงที่ นำเสนอผลลัพธ์ ข้อเสนอแนะที่ได้จากการทดลองและผลการใช้การชดเชยแรงโน้มถ่วงส่งต่อการทำงานของแขนหุ่นยนต์
Improving Player Skills In Action Games Using Dynamic Scripting Ai, Pakanan Aimherungilas
Improving Player Skills In Action Games Using Dynamic Scripting Ai, Pakanan Aimherungilas
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Complexity in video games is one of the obstacles that prevent new players from enjoying the game. In an action game genre, players require a certain level of reaction time and game knowledge to overcome a challenge. Players have difficulty learning and improving their skills in complex games. One example being Final Fantasy VIII and its tutorial about magic junction system, the main mechanic of the game that the game quickly explained with numerous texts. Due to its complexity, most players could not understand the mechanic properly, leaving them confused and having a hard time playing the game. Players who …
การลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟของโรงงานกรณีศึกษา, เวยาวัจ เกาเทียน
การลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟของโรงงานกรณีศึกษา, เวยาวัจ เกาเทียน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดของเสียที่เกิดจากขั้นตอนการยึดติดชิ้นงานสองชิ้นเข้าด้วยกันบริเวณเวฟไกด์ในกระบวนการผลิตโครงสร้างหลักของไมโครเวฟที่ต้องมีช่องว่างไม่เกิน 0.2 มิลลิเมตร โดยนำเทคนิคซิกซ์ ซิกมาเข้ามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา โดยการดำเนินงานวิจัยเริ่มจากการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาสภาพปัญหา และกระบวนการในการผลิตผลิตภัณฑ์ไมโครเวฟ จากนั้นทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยแผนภาพแสดงสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) พร้อมทั้งคัดกรองปัจจัยโดยการประเมินตัวเลขแสดงความเสี่ยง (RPN : Risk Priority Number) จากการวิเคราะห์ลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบ (FMEA : Failure Mode and Effect Analysis) หลังจากนั้นเมื่อคัดกรองปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตแล้ว โดยประกอบด้วย 5 ปัจจัยได้แก่ (1)ความสูงติดตั้งพั๊นซ์ในชุดดาย(2) ความหนาของแผ่นเหล็ก (3) กระบวนการผลิตของผู้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน (4) พนักงานไม่มีการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติงาน และ(5) ไม่มีการใช้ฟิกเจอร์ในการล็อคชิ้นงาน โดยปัจจัยที่ (4)และ(5) ได้ทำการปรับปรุงแล้วเสร็จก่อนการออกแบบการทดลอง จากนั้นจึงนำปัจจัย (1)-(3) มาทำการประยุกต์โดยใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียล พบว่ามีปัจจัยจำนวน 2 ปัจจัยที่มีผลต่อค่าช่องว่างอย่างมีนัยสำคัญ คือ การปรับตั้งค่าความสูงติดตั้งพั๊นซ์ในชุดดายโดยตั้งค่าที่ระยะความสูง 35 มิลลิเมตร และค่าความหนาแผ่นเหล็กที่ใช้ในการผลิตที่ 0.4 มิลลิเมตร หลังจากนำค่ามาปรับใช้ในกระบวนการ พบว่าเปอร์เซ็นต์ของเสียที่เกิดขึ้นมีจำนวนลดลงจากเดิม โดยก่อนการปรับปรุงยอดของเสียเท่ากับ 70.37 เปอร์เซ็นต์และหลังปรับปรุงพบยอดของเสียที่ตรวจติดตามลดลงเหลือเท่ากับ 17.78 เปอร์เซ็นต์
การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย, อิทธิชัย เสือเหลือง
การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย, อิทธิชัย เสือเหลือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังของวัตถุดิบตั้งต้นของโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย ในระยะเริ่มดำเนินกิจการ จากการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาด้วยเทคนิคทำไม - ทำไม พบว่ากระบวนการปัจจุบันขาดการวางแผนและขาดการประสานงานสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบตั้งต้นอย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาคือ 1) วัตถุดิบตั้งต้นไม่เพียงพอต่อการผลิต 2) เมื่อมีรถแท็งก์ติดตรึงมาส่งวัตถุดิบแต่ไม่สามารถรับวัตถุดิบเข้าถังเก็บได้ การดำเนินงานวิจัยนี้ใช้หลักการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจร่วมกับการเข้าไปศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีขององค์กรอื่นสององค์กรที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลายซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ในด้านนโยบายการจัดการวัตถุดิบคงคลัง กระบวนการวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบและการประสานงาน โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงานวิจัยเริ่มจาก 1) ระบุกระบวนการปัจจุบัน 2) วิเคราะห์กระบวนการปัจจุบัน 3) ออกแบบกระบวนการใหม่ และ 4) ทดสอบกระบวนการทำงานใหม่และนำไปใช้งาน จากการดำเนินงานมีส่วนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปจากกระบวนการเดิม คือมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานวางแผนการผลิต การกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างพนักงานวางแผนการผลิตกับส่วนผลิตและส่วนบำรุงรักษา และการพัฒนาตารางและเชื่อมโยงสูตรในไฟล์เอ็กซ์เซลเพื่อใช้ในการจำลองสถานการณ์สำหรับการวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบโดยกำหนดนโยบายการสั่งซื้อและจัดเก็บภายใต้ข้อจำกัดของโรงงานอย่างเหมาะสมร่วมกับการใช้ข้อมูลระดับวัตถุดิบคงคลังจากระบบการจัดการข้อมูลโรงงาน ผลการดำเนินงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสามารถลดจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่วัตถุดิบตั้งต้นไม่เพียงพอต่อการผลิตจาก 0.78 ครั้งต่อเดือนเป็น 0 ครั้งต่อเดือน และลดจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่ไม่สามารถรับวัตถุดิบตั้งต้นจากรถแท็งก์ติดตรึงเข้าถังเก็บได้จาก 0.44 ครั้งต่อเดือนเป็น 0 ครั้งต่อเดือนเช่นกัน
Utilization Of Plasma Technology For De-Inking And Hydrogenation Without Catalyst, Ika Priyanti
Utilization Of Plasma Technology For De-Inking And Hydrogenation Without Catalyst, Ika Priyanti
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Catalyst-free plasma technologies have been successfully utilized for de-inked and hydrogenated processes. These green methods have nonchemical contributions, operating at room temperature and atmospheric pressure, reducing the environmental impact of the process. Two plasma types and arrangements were studied in this research: corona plasma (de-inking) and dielectric barrier discharge plasma (hydrogenation). The results found that the deinkability factors were 48.58% (yellow printed paper), 64.11% (blue printed paper), and 41.11% (red printed paper) without altering the physical properties of the paper itself. The change in the tensile strength for the plasma-exposed paper was relatively little, less than 10%, compared to that …
Removal Of Perfluorooctanoic Acid (Pfoa) In Water With Dbd-Plasma-Enhanced Adsorbent, Thera Sahara
Removal Of Perfluorooctanoic Acid (Pfoa) In Water With Dbd-Plasma-Enhanced Adsorbent, Thera Sahara
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examined the enhancement of PFOA removal from water using DBD plasma-modified adsorbents, specifically rice husks (RHs) and granular activated carbon (GAC). RHs treated with He-O2 plasma after phosphoric acid activation demonstrated a significant increase in adsorption efficiency, improving from 46.4% to 92.0% under optimal conditions. Adjusting pH to 4 further increased efficiency to 96.7%. The adsorption process followed the Langmuir model and pseudo-second-order kinetics, with a maximum capacity of 565 mg/g. The effects of DBD plasma on GAC in the presence of natural organic matter (NOM) were also assessed. Optimal plasma treatment enhanced PFOA removal in both deionized …
การแปลงโครงสร้างคริปกีพร้อมด้วยสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับเป็นบูชีออโตมาตา, ณัฏฐ์ รุ่งเศรษฐพัฒน์
การแปลงโครงสร้างคริปกีพร้อมด้วยสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับเป็นบูชีออโตมาตา, ณัฏฐ์ รุ่งเศรษฐพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โดยทั่วไปโครงสร้างคริปกี หรือที่รู้จักกันในนามของระบบทรานสิชันที่ถูกนำมาใช้เพื่อแสดงสถานะจำกัด และการเปลี่ยนแปลงในระบบที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยที่โครงสร้างคริปกีนั้นจะไม่มีสถานะยอมรับหรือเรียกว่าสถานะสิ้นสุด เมื่อต้องทำการดำเนินการทวนสอบด้วยโมเดลเช็กกิงด้วยสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับ จากคุณสมบัติและการพิจารณาการตรวจสอบความว่างเปล่าจากเทคนิคการจำกัด โครงสร้างคริปกีที่ถูกกำหนดต้องถูกแปลงไปอยู่ในรูปแบบของบูชีออโตมาตาที่สอดคล้องกันเสียก่อน ในการแปลงนั้นเพื่อแน่ใจว่าผลลัพธ์บูชีออโตมาตาที่มีสถานะยอมรับเหมาะสมสำหรับการตรวจสอบความว่างเปล่าโดยการใช้บูชีออโตมาตาที่ได้จากสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับที่แสดงคุณสมบัติที่ต้องการ ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนออีกทางเลือกในการแปลงโครงสร้างคริปกีที่กำหนดโดยพร้อมกับสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับที่จะแสดงถึงคุณสมบัติที่ต้องการให้กลายเป็นบูชีออโตมาตาที่สอดคล้องกันที่มีสถานะยอมรับในจำนวนที่เพียงพอตามสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับ วิธีการนี้จะช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการ เพิ่มความชัดเจนของโครงสร้างทั้งหมด ทำให้การตีความ การวิเคราะห์เงื่อนไขของพฤติกรรมที่ต้องการของระบบได้ง่ายขึ้น โดยการทวนสอบด้วยโมเดลเช็กกิงกับบูชีออโตมาตาที่ได้จากการแปลงที่มีสถานะยอมรับสอดคล้องกับสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับที่ต้องการ เราก็สามารถประเมินความน่าพอใจของคุณสมบัติเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ
การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากกากขมิ้นชันโดยใช้ไมโครเวฟ, ศิราภรณ์ ซำศิริ
การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากกากขมิ้นชันโดยใช้ไมโครเวฟ, ศิราภรณ์ ซำศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับการนำความร้อนจากไมโครเวฟมาใช้สำหรับการสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากกากขมิ้นชันโดยกระตุ้นด้วยสารละลายโพแทสเซียมคาร์บอเนต(K2CO3) และสารละลายกรดฟอสฟอริก(H3PO4) เพื่อกำจัดสีย้อมรีแอคทีฟ แบล็ค5 (RB5) โดยจะศึกษาผลของปัจจัยต่างๆ ได้แก่ กำลังของไมโครเวฟและเวลาในการให้ความร้อนต่อการสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์ ถ่านกัมมันต์ที่สังเคราะห์ได้จะถูกทดสอบคุณลักษณะด้วยวิธีต่างๆ ได้แก่ การดูดซับและการคายซับไนโตรเจน กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ฟลูเรียร์ทรานส์ฟอร์ม อินฟราเรดสเปคโทรไมโครสโคป และ เอกซ์เรย์ดิฟแฟรกชัน ถ่านกัมมันต์ที่ถูกกระตุ้นด้วยH3PO4ที่กำลังไมโครเวฟ 800 W และใช้เวลาให้ความร้อน 30 min หรือ ถ่านกัมมันต์ H80030 จะมีการพัฒนาของโครงสร้างรูพรุนที่ดีกว่าถ่านกัมมันต์ตัวอื่นๆ โดยจะมีพื้นที่ผิวจำเพาะ, ปริมาตรรูพรุนขนาดเล็กและปริมาตรรูพรุนขนาดกลางที่มีค่าสูงที่สุดเท่ากับ 1339.083 m2/g, 0.725 cm3/g และ 0.524 cm3/g ตามลำดับ ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการดูดซับสูงสุดเท่ากับ 9.830 mg/g และมีร้อยละในการกำจัดมากกว่า90% ในช่วงความเข้มข้นของสารละลายรีแอคทีฟ แบล็ค5 เท่ากับ 10-40 ppm ที่ปริมาณคาร์บอน 100 mg เมื่อทำการศึกษาสมดุลของการดูดซับพบว่าถ่านกัมมันต์ H80030 สอดคล้องกับแบบจำลองไอโซเทอมของ Freundlich และแบบจำลองทางจลน์ศาสตร์แบบ Pseudo-second order (PSO) นอกจากนี้การศึกษาทางเทอร์โมไดนามิกส์ของการดูดซับพบว่าเป็นกระบวนการคายความร้อนและมีกลไกการดูดซับแบบกายภาพ
Convolutional Neural Network Based Wireless Channel Estimation And Impact Of Estimation On Hybrid Precoding, Sunita Khichar
Convolutional Neural Network Based Wireless Channel Estimation And Impact Of Estimation On Hybrid Precoding, Sunita Khichar
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Channel estimation is vital in wireless communication systems, influencing overall performance and efficiency. This thesis presents three contributions to enhance channel estimation techniques for next-generation systems. Firstly, we propose a modified ChannelNet, CNN for estimating fast-fading channels in OFDM systems. By replacing traditional linear interpolation with zero padding and using SRCNN and FSRCNN, we significantly reduce complexity while maintaining MSE performance comparable to linear minimum MSE estimation. This approach balances efficiency and accuracy for fast-fading channel estimation. Secondly, we examine the impact of the number of radio frequency (RF) chains and training power on channel estimation in massive MIMO downlink …
การประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะพลาสติกกรณีศึกษา: เทศบาลนครระยอง, สรกฤษณ์ บุญวิรัตน์
การประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะพลาสติกกรณีศึกษา: เทศบาลนครระยอง, สรกฤษณ์ บุญวิรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ประเทศไทยได้ประสบกับปัญหาขยะพลาสติกที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะขยะพลาสติกบรรจุภัณฑ์ ประเทศไทยจึงประกาศใช้แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก ถึงแม้มาตรการการจัดการขยะจะถูกบังคับใช้ แต่พลาสติกยังคงเป็นปัญหาภายในพื้นที่ชุมชน เทศบาลนครระยองจึงถูกใช้เป็นพื้นที่ศึกษาในงานชิ้นนี้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศและเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดการขยะพลาสติกในชุมชน งานชิ้นนี้ได้ทำการศึกษาและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยพิจารณาตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดการขยะที่ปลายทางตามแผนการจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทยที่แตกต่างกันในพื้นที่เทศบาลนครระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาองค์ประกอบของขยะพลาสติกและเพื่อเสนอแนวทางการจัดการขยะพลาสติกที่เหมาะสมกับการจัดการขยะพลาสติกที่มีในเทศบาลนครระยอง ซึ่งมาตรการ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุด ได้แก่ การเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 4 ชนิด ประกอบด้วย ถุงพลาสติกหูหิ้ว ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน, และหลอดพลาสติก โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,875.8 ตันต่อปี
การติดตามคุณสมบัติข้อมูลภายในปฏิบัติการการเรียนรู้ของเครื่องอย่างครบวงจร, ณัฐนรี จับจุ
การติดตามคุณสมบัติข้อมูลภายในปฏิบัติการการเรียนรู้ของเครื่องอย่างครบวงจร, ณัฐนรี จับจุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องใช้ข้อมูลเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก, ทำการตัดสินใจ และสร้างการทำนาย จากข้อมูลที่ถูกอนุมานที่ป้อนเข้าไปในแบบจำลองอาจคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป จึงอาจทำให้ประสิทธิภาพของแบบจำลองลดลง ด้วยเหตุนี้ แบบจำลองจึงต้องได้รับการฝึกอบรมใหม่ อย่างไรก็ตาม การประเมินแบบจำลองและการฝึกอบรมซ้ำบ่อยครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากการติดฉลากผลเฉลยอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การติดตามคุณสมบัติของข้อมูลก่อนและหลังการปรับใช้ (deployment) แบบจำลองสามารถช่วยเลือกเวลาที่เหมาะสมในการฝึกอบรมแบบจำลองใหม่ได้ วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอกรอบการทำงานของการติดตามคุณสมบัติข้อมูลแบบครบวงจร (end-to-end) ภายในปฏิบัติการการเรียนรู้ของเครื่อง (MLOps) เพื่อมอบแนวทางสำหรับการฝึกอบรมแบบจำลองอย่างชาญฉลาดโดยสามารถใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อความสะดวกในการใช้งานและคุ้มค่า
การพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยด้วยปัจจัยอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงลึก, เตชินท์ อานนท์วัฒนา
การพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยด้วยปัจจัยอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงลึก, เตชินท์ อานนท์วัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความแม่นยำของการพยากรณ์เงินเฟ้อทั่วไปในประเทศไทย โดยการประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก แบบจำลองอนุกรมเวลา และแบบจำลองแบบผสมในช่วงการพยากรณ์ล่วงหน้า 1, 3, 6 และ 12 เดือน รวมถึงมีการประเมินประสิทธิภาพของการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าในแบบจำลอง โดยจะมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบแบบจำลองต่าง ๆ ได้แก่ ANN, RNN, LSTM, VAR, Hybrid Model (VAR-ANN) และ BOTMM ของธนาคารแห่งประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแบบจำลองที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์สูงที่สุด และแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าที่มีต่อความแม่นยำในการพยากรณ์ โดยผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าแบบจำลองแบบผสม Hybrid (VAR-ANN) มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบจำลองอื่น ๆ ในทุกช่วงการพยากรณ์ล่วงหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ผลลัพธ์จากการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อย่างมาก ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการพยากรณ์เงินเฟ้อ และแสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบในเชิงปฏิบัติของแบบจำลองแบบผสมในการเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์สำหรับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
Virtual Reality Of Labless Foundry And Heat Treatment For Next Industrial Training, Naris Lawankowit
Virtual Reality Of Labless Foundry And Heat Treatment For Next Industrial Training, Naris Lawankowit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study presents an innovative Virtual Reality (VR) application tailored to educate users on Foundry and Heat Treatment operations. Its primary objectives encompass the creation of a secure and lifelike learning environment while ensuring accessibility. The development process was a meticulous fusion of technology, incorporating the Unity engine, 3D modeling, and seamless Salesforce integration, all grounded in extensive research. The VR application's structure strategically subdivides these industrial processes into four stations: Molding, Furnace, Workbench, and Heat Treatment. This detailed approach empowers users to engage directly in these operations, making it a valuable educational tool. The study's significance extends to the …
การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์
การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวินิจฉัยอาการแพ้ยา โดยใช้ระบบแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่มีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลภาพ ในการวิจัยและพัฒนาแบบจำลองการจำแนกข้อมูลภาพเพื่อการตรวจหาอาการแพ้ยา นักพัฒนาเลือกใช้แบบจำลอง InceptionV3 และแบบจำลอง MobileNetV2 ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแบบจำลอง MobileNetV2 มีประสิทธิภาพดีกว่าแบบจำลอง InceptionV3 โดยมีความแม่นยำสุดท้ายที่ 99.29% อีกทั้งขนาดของแบบจำลอง MobileNetV2 มีขนาดเล็กทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและยังพบว่าการจำแนกผื่นแพ้ยาสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อนำแบบจำลองไปมาใช้ในแชทบอทที่พัฒนา พบว่าแบบจำลองที่มีค่า Kappa 0.76 มีความเห็นพ้องที่ดีระหว่างการทำนายและค่าจริง ส่วนการทดสอบการพัฒนาและการใช้งานของแชทบอทประสบให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก แชทบอทสามารถตอบสนองสถานการณ์ที่อาสาสมัครทดสอบได้ 100% และมีคะแนน System Usability Scale (SUS) ที่ยอมรับได้ที่ 70.1 ด้วยการพัฒนานี้ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยาชนิดไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ระบบแชทบอทสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นในการวิเคราะห์อาการแพ้ยา ข้อมูลชนิดการแพ้ยา ข้อมูลบริการคลินิก และให้คำแนะนำเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งยังช่วยลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ระบบแชทบอทที่ได้พัฒนาขึ้นมานี้ยังสามารถเป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ในอนาคตและการรองรับเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์
การออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสำหรับแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหาร, พัชรินทร์ โจมกุ่ย
การออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสำหรับแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหาร, พัชรินทร์ โจมกุ่ย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้ออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายให้กับร้านแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหารที่มีพนักงานทำงานหนึ่งคน ดำเนินงานทุกอย่างภายในร้าน มีสินค้าขายทั้งหมด 16 รายการ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ นึ่ง ย่างและทอด โดยจะมีเตาประเภทละ 1 เครื่อง เนื่องจากการทำงานในร้านกรณีศึกษานี้ยังไม่มีประสิทธิภาพ เกิดสินค้าปรุงสุกไม่เพียงพอและสินค้าเหลือท้ายวันทำให้เป็นมูลค่าความสูญเสีย เมื่อคิดคำนวณแล้วพบว่ามีมูลค่าความเสียหาย 31.5% เมื่อเทียบกับมูลค่ากำไร ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข ปัจจุบันร้านกรณีศึกษานี้ไม่มีการบันทึกข้อมูลการขายสินค้า ไม่มีการเรียงลำดับการปรุงสุกสินค้า ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการปรุงสุกและคาดเดาปริมาณการขายสินค้าตามประสบการณ์ส่วนตัว ผู้วิจัยจึงได้สนใจแก้ปัญหาโดยการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการสินค้าและเงื่อนไขการผลิต เพื่อออกแบบวิธีการวางแผนการเตรียมสินค้าเพื่อขายซึ่งประกอบด้วย 1) การออกแบบตารางการลำดับการผลิตสินค้าล็อตแรก และ 2) การกำหนดนโนบายในการควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขาย รวมถึงออกแบบโปรแกรมการจัดการสินค้าคงคลังและการแจ้งเตือนเพื่อสั่งผลิตด้วย Microsoft Excel ผลการศึกษาพบว่าการผลิตสินค้าล็อตแรกสามารถลดเวลาลงจากเดิมได้ประมาณ 34.21% และนโยบายการการควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสามารถลดปริมาณสินค้าเหลือและสินค้าขาดมือระหว่างวันเฉลี่ยต่อวันได้ทุกรายการซึ่งมูลค่าความเสียหายลดลงเหลือ 8.66% เมื่อเทียบกับมูลค่ากำไรซึ่งทำให้สามารถเพิ่มมูลค่ากำไรได้ 8.66 %
การใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการประเมินพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ในเขตพื้นที่ป่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดนครนายก, ปาริฉัตต์ สุขศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยจากไฟป่าและถอดบทเรียนกรณีศึกษาการเกิดไฟป่าในเขตพื้นที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดนครนายก ซึ่งวิธีการศึกษาพื้นที่เสี่ยงภัยจากไฟป่าได้ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม LANDSAT-8 บันทึกข้อมูลภาพปี พ.ศ. 2559, พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2566 และนำมาวิเคราะห์หาค่าดัชนีผลต่างพืชพรรณ (Normalized difference vegetation index: NDVI) และค่าอุณหภูมิพื้นผิว(Land surface temperature: LST) นอกจากนั้นใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 บันทึกข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2559, พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2566 มาวิเคราะห์หาค่าดัชนีการเผาไหม้ (Difference Normalized Burn Ratio: dNBR) เพื่อหาพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้โดยใช้โปรแกรม SNAP โดยทั้งนี้การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่านั้นนำปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ได้แก่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ความลาดชัน ทิศด้านลาด ชนิดป่า ระยะห่างจากเส้นทางคมนาคม ระยะห่างจากตำแหน่งหมู่บ้าน ระยะห่างจากพื้นที่เกษตรกรรม ค่าดัชนี NDVI และ ค่า LST พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในพื้นที่ศึกษาได้กำหนดค่าคะแนนความสามารถของปัจจัยแต่ละตัว (Rating value) โดยใช้การคำนวณเปอร์เซ็นต์ CV (Coincided Value) ช่วยในการพิจารณา ส่วนค่าถ่วงน้ำหนักความสำคัญระหว่างปัจจัย (Weight Score) ได้จากการให้คะแนนโดยผู้เชี่ยวชาญและนำมาคำนวณด้วยวิธีการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process: AHP) ผลการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยจากไฟป่าสามารถจำแนกได้ 4 ชั้น คือ พื้นที่เสี่ยงมากที่สุด พื้นที่เสี่ยงมาก พื้นที่เสี่ยงปานกลาง และพื้นที่เสี่ยงน้อย คิดเป็นพื้นที่เท่ากับ 30,982.19 ไร่ (17.98%), 34,307.94 ไร่ (19.90%), 103,087.69 ไร่ (59.81%) และ 3,977.44 ไร่ (2.31 %) ตามลำดับ โดยพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ใน ตำบลพรหมณี …
การศึกษาการดูดซับไอออนเงินและทองแดงด้วยผงจากใบว่านหางจระเข้, พิชญา อัครานุรักษ์กุล
การศึกษาการดูดซับไอออนเงินและทองแดงด้วยผงจากใบว่านหางจระเข้, พิชญา อัครานุรักษ์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ด้วยสมบัติทางกายภาพของใบว่านหางจระเข้ ที่มีลักษณะเป็นรูพรุน ใบว่านหางจระเข้จึงมีความโดดเด่นและมีโอกาสพัฒนาขึ้นเป็นผงดูดซับสำหรับใช้ในกระบวนการกำจัดโลหะประเภทต่างๆ ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการกำจัดไอออนเงินและไอออนทองแดงโดยใช้ผงจากใบว่านหางจระเข้ สายพันธ์บาร์บาเดนซิส (Barbadensis) เป็นตัวดูดซับ โดยมีการเตรียมผงด้วยกระบวนการอบให้ใบว่านหางจระเข้แห้งจากนั้นนำไปบดด้วยเครื่องบดละเอียด ตัวแปรการศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับประกอบด้วย ปริมาณของตัวดูดซับ (0.2-1.0 กรัม) ค่าความเข้มข้นเริ่มต้นของสารละลายไอออนทองแดงและสารละลายไอออนเงิน (15-50 มิลลิกรัมต่อลิตร) ค่า pH (2-7) รวมทั้งศึกษาไอโซเทอมและแบบจำลองจลนพลศาสตร์ของการดูดซับเพื่อความเข้าใจในกลไกของการดูดซับของผงใบว่านหางจระเข้ ภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแสดงให้เห็นว่าผงว่านหางจระเข้มีลักษณะเป็นรูพรุนระดับไมโครเมตร ผลการทดสอบการดูดซับโลหะ ได้แสดงให้เห็นว่าผงของใบว่านหางจระเข้ที่เตรียมขึ้น มีประสิทธิภาพในการดูดซับเงินในสารละลายไอออนเงินสูง เงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดในการดูดซับสารละลายไอออนเงินที่ความเข้มข้นเริ่มต้น 20 มิลลิกรัมต่อลิตร คือปริมาณตัวดูดซับ 0.2 กรัม ค่า pH 7 ซึ่งมีประสิทธิภาพการดูดซับถึงร้อยละ 95.6 ส่วนผลการทดสอบการดูดซับโลหะทองแดงความเข้มข้นเริ่มต้น 20 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใช้ปริมาณตัวดูดซับ 1.0 กรัม ค่า pH 5 ซึ่งมีประสิทธิภาพการดูดซับร้อยละ 65.7 จลนพลศาสตร์ของการดูดซับทั้งในไอออนโลหะทองแดงและไอออนโลหะเงินอธิบายได้ด้วยสมการ pseudo second-order และลักษณะของการดูดซับที่เกิดขึ้นอยู่บนไอโซเทอมแบบแลงเมียร์ งานวิจัยนี้สามารถสรุปได้ว่า ผงจากใบว่านหางจระเข้มีโอกาสในการต่อยอดการพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในการดูดซับโลหะจากสารละลายต่างๆ อาทิ ดูดซับโลหะในน้ำยาล้างบริเวณบ่อชุบเพื่อลดความเข้มข้นของโลหะก่อนปล่อยทิ้ง เป็นต้น
Label-Free Electrochemical Immunosensor For Simultaneous Detection Of Norfloxacin And Enrofloxacin, Kittima Chomthong
Label-Free Electrochemical Immunosensor For Simultaneous Detection Of Norfloxacin And Enrofloxacin, Kittima Chomthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Electrochemical immunosensors for the simultaneous detection of antibiotics have been of interest and have been reported previously. However, those methods still require difficult labeling for the reporting of electrochemical signals. This research aimed to develop a novel label-free electrochemical immunosensor with an origami paper-based analytical device (oPAD) for the simultaneous detection of quinolone antibiotics. Norfloxacin (Nor) and Enrofloxacin (Enr) are among the quinolone antibiotics, and they are used as models to study antibiotic detection. Nor and Enr antibodies were immobilized separately onto the functionalized oPAD. Thionine and ferrocenecarboxylic acid were coated onto the redox species area to detect Nor and …