Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 89041 - 89070 of 91910

Full-Text Articles in Entire DC Network

ความเป็นแกนกลางของอาเซียนในเขตการค้าเสรีระดับภูมิภาค: กรณีศึกษาข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership), นวพร ฉัตรวิริยะเจริญ Jan 2023

ความเป็นแกนกลางของอาเซียนในเขตการค้าเสรีระดับภูมิภาค: กรณีศึกษาข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership), นวพร ฉัตรวิริยะเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษา ความเป็นแกนกลางของอาเซียนภายใต้กรอบข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และผลกระทบของข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคต่อความเป็นแกนกลางของอาเซียนเมื่อมีการบังคับใช้ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพใช้กรอบการวิเคราะห์แนวสรรสร้างนิยม ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 2001 ภายหลังความล่าช้าของการเจรจาการค้าระดับพหุภาคีรอบโดฮาขององค์การการค้าโลก จนกระทั่งพัฒนาไปสู่ข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค รวมถึงการให้สัตยาบันของประเทศสมาชิกครบถ้วน และมีการบังคับใช้ จากการศึกษาได้บ่งชี้ว่า ความเป็นแกนกลางของอาเซียน ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เนื่องจากอาเซียนไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งของการเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ที่มีความขัดแย้งของประเทศสมาชิก ทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และด้านอื่น ๆ ส่งผลให้การเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคยืดเยื้อเป็นระยะเวลา 8 ปี และอินเดียได้ถอนตัวจากข้อตกลงในช่วงท้ายของการเจรจา รวมถึงข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ไม่ได้ส่งเสริมความเป็นแกนกลางของอาเซียน เพราะสามารถเจรจาสำเร็จจากประเทศสมาชิกภายนอกและให้ผลประโยชน์แก่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนืออย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้มากกว่าอาเซียน


The Ontological Politics Of Waters In Northern Thailand: A Hydrosocial Analysis Of The Ing River Basin, Thianchai Surimas Jan 2023

The Ontological Politics Of Waters In Northern Thailand: A Hydrosocial Analysis Of The Ing River Basin, Thianchai Surimas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Through a hydrosocial perspective, this research illustrates how political contestation between different networks of actors in the Ing River Basin produces different versions of water, which reflect divergent interests, different meanings and water ontologies that underpin the tensions and conflicts. This research employs ethnography to study networks of actors involved in water controversies and tensions over the hydraulic infrastructure project in the Ing River Basin. The network of project proponents, including a state-led hydraulic institution, experts, farmers, and other actors, see water as a source of economic activities due to its close association with modern irrigation schemes for rice-intensive and …


อาชญากรรมเศรษฐกิจ: การพัฒนาแนวทางการป้องกันและปราบปรามการกู้เงินออนไลน์นอกระบบ, พันธุ์พิศณ์ วัชรินทร์พร Jan 2023

อาชญากรรมเศรษฐกิจ: การพัฒนาแนวทางการป้องกันและปราบปรามการกู้เงินออนไลน์นอกระบบ, พันธุ์พิศณ์ วัชรินทร์พร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ และพฤติกรรมของการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ศึกษาถึงปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมาย และศึกษาแนวทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้กู้เงินออนไลน์นอกระบบ จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนในการ ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการให้กู้เงินออนไลน์นอกระบบจำนวน 10 ราย และผู้ที่เคยกระทำความผิดในการให้กู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมายจำนวน 3 ราย ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงรูปแบบในการให้กู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมายมี 2 รูปแบบ คือ การกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ได้รับเงินจริงแต่มีเงื่อนไขที่ผิดกฎหมาย และการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่กู้แล้วไม่ได้เงิน โดยผู้กระทำผิดสร้างเว็บไซต์หรือข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์โดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานที่มีชื่อเสียง หรือสร้างแอปพลิเคชันปลอมเพื่อให้กู้ยืมเงินโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ คดีการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมายมักจะมีความเกี่ยวข้องกับคดีอื่น ปัญหาและอุปสรรคที่มีผลต่อการดำเนิน เช่น ปัญหาความเข้าใจในเทคโนโลยี ข้อจำกัดทางด้านเทคนิคในการสืบสวนสอบสวน ข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน อันเนื่องมาจากการมีข้อจำกัดในความรู้ความเข้าใจและ ความชำนาญทางกฎหมาย และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการดำเนินการทางกฎหมาย แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ข้อเสนอแนะแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการให้กู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมาย เช่น การเพิ่มการตรวจสอบและเผยแพร่ข้อมูลการสร้างการตรวจสอบตนเอง การส่งเสริมการศึกษาทางด้านดิจิทัล การประชาสัมพันธ์และการเตือนภัย การปิดโอกาสหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมาย การทำให้การกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมายหมดไปจากสังคม การกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงต่ออาชญากรรมไซเบอร์ในเรื่องกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่ผิดกฎหมาย การสร้างกฎระเบียบหรือกฎหมายที่ประสิทธิภาพต่อการป้องกัน และ การกำหนดแนวทางนโยบาย และมาตรการในการป้องกัน แก้ไขปัญหาอาชญากรรมการกู้เงินออนไลน์นอกระบบที่มีประสิทธิภาพ


ปัญหาและการปฏิบัติต่อพนักงานสอบสวนเกย์ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล, อู่ธนา สุระดะนัย Jan 2023

ปัญหาและการปฏิบัติต่อพนักงานสอบสวนเกย์ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล, อู่ธนา สุระดะนัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้การมีอยู่และการเลือกปฏิบัติต่อพนักงานสอบสวนเกย์ อีกทั้งศึกษาสภาพปัญหาและผลกระทบของการเลือกปฏิบัติ ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 31 คน ผลการวิจัยพบว่าคนในสังคมไทยรับรู้ถึงการมีอยู่ตัวตนพนักงานสอบสวนเกย์ พวกเขาต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความคาดหวังเกี่ยวกับบทบาทและลักษณะการแสดงออกของเพศชายตามค่านิยมสังคมไทยและต้องปกปิดรสนิยมทางเพศที่ถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทที่เข้าใจและยอมรับ ปัญหาที่พบมี 4 ประการ ได้แก่ 1) การใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสม 2) การล้อเลียนและคุกคามทางเพศ 3) การมอบหมายงานที่ไม่สำคัญ และ 4) การเลื่อนขั้นที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อพนักงานสอบสวนเกย์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เกิดความอับอายและความเครียด 2) ถูกจำกัดโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ และ 3) ขาดความมั่นใจในตนเอง แนวทางการแก้ไขปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเน้นการสร้างความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ โดยคำนึงถึงสิทธิในการไม่ถูกเลือกปฏิบัติ สิทธิในการแสดงออกและความคิดเห็นอย่างเสรี และสิทธิในความเป็นส่วนตัวตามหลักยอกยาการ์ตา อีกทั้งควรนำแนวทางขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสหประชาชาติ (UN) มาปรับใช้เพื่อลดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมความเท่าเทียมในที่ทำงาน


การบัญชีนิติวิทยา : กลไกป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, อิฐฐนันธ์ ปุรณะพรรค์ Jan 2023

การบัญชีนิติวิทยา : กลไกป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, อิฐฐนันธ์ ปุรณะพรรค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “การบัญชีนิติวิทยา : กลไกการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อศึกษาถึงการใช้การบัญชีนิติวิทยามาต่อสู้กับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และเสนอ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการบัญชีนิติวิทยา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 17 ท่าน และสังเคราะห์ข้อมูลเป็นข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ผลการวิจัยที่สำคัญ พบว่า การบัญชีนิติวิทยา คือ การรวบรวมหลักฐานการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตไปสำแดงในชั้นศาล โดยใช้เทคนิคการสืบสวนทางการเงินและการบัญชี กลไกการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจด้วยการใช้การบัญชีนิติวิทยา ประกอบด้วย (1) การป้องกันอาชญากรรม (Prevention) (2) การตรวจจับเฝ้าระวัง (Detection) (3) การสืบสวน (Investigation) เก็บรวบรวมหลักฐานขึ้นสู่ชั้นศาลหรือไกล่เกลี่ย และ (4) การเยียวยาชดใช้ผู้เสียหาย เทคนิคการบัญชีนิติวิทยาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) Collection Forensic คือ การตรวจสอบเอกสารและไฟล์เอกสาร (2) Digital Forensic คือ การสืบหาหลักฐานจากอุปกรณ์และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ปัญหาและอุปสรรคของการใช้บัญชีนิติวิทยาในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการบัญชีนิติวิทยาและจรรยาบรรณของนักบัญชีนิติวิทยา จึงควรจัดตั้ง “สมาคมนักบัญชีนิติวิทยาแห่งประเทศไทย” หรือกำหนดให้เป็นสาขาวิชาชีพแขนงหนึ่งใน “สภาวิชาชีพบัญชี” นักบัญชีนิติวิทยาภาคเอกชนถูกจำกัดการเข้าถึงฐานข้อมูลทางการเงิน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้เต็มที่ จึงอาจจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ เช่น “ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ” และการจัดตั้งองค์กรกลางที่เป็น “Single of Command” เช่น “กระทรวงความมั่นคงภายใน” หรือ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปป.อศ.)” หรือเพิ่มบทบาทหน้าที่ของ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นอกจากนี้ยังพบว่า ปัญหาด้านความรู้ความสามารถเกิดจาก “ระบบอุปถัมภ์” ผู้ตรวจสอบภาครัฐมักขาดทักษะด้านการบัญชีนิติวิทยาซึ่งเป็นพหุวิทยาการ (Multidisciplinary) เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การพัฒนาหลักสูตรการบัญชีนิติวิทยาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยอาศัยความร่วมมือแบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary) และการฝึกอบรมร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชี


วัณโรคข้ามแดน: ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยธรรม ความเจ็บป่วย และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย, จุฑามาศ ปิยะวงษ์ Jan 2023

วัณโรคข้ามแดน: ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยธรรม ความเจ็บป่วย และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย, จุฑามาศ ปิยะวงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัณโรค เป็นโรคที่อยู่กับสังคมมาอย่างยาวนาน ในปัจจุบันวัณโรค เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากการติดเชื้อเป็นอันดับสองของโลกตามรายงานสถานการณ์วัณโรคโดยองค์กรอนามัยโลกปี 2023 (WHO, 2023) โดยประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์ยังคงเป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับ 30 ประเทศที่มีภาระวัณโรคสูงอย่างต่อเนื่อง วิทยานิพนธ์นี้ นำเสนอประเด็นวัณโรคข้ามแดน เพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ภายในเครือข่ายการทำงานของวัณโรคกับแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแสดงที่อยู่ภายในเครือข่ายวัณโรคแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ที่ต่างมีผลและส่งผลต่อกันและกัน เนื่องจากการทำงานวัณโรคในแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์มีหลายแง่มุมที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างรอบด้านในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตของแรงงานข้ามชาติในฐานะผู้ป่วย การให้ความช่วยเหลือตามมนุษยธรรม การเมืองของการให้ความช่วยเหลือ และการรักษาเพื่อให้หายจากความเจ็บป่วยที่ทุกมิติมีความเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ในการทำความเข้าใจวัณโรคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเพื่อเผยให้เห็นช่องว่างที่สำคัญบางประการในการทำงานวัณโรคที่ยังคงเป็นปัญหาในปัจจุบัน โดยการติดตามชีวิตผู้ป่วยวัณโรคแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์และการทำงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยวิธีวิทยาการติดตาม (Following Method) เพื่อทำความเข้าใจเครือข่ายความสัมพันธ์ของตัวแสดงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ มนุษยธรรม ความเจ็บป่วย ยารักษา เชื้อโรค วิเคราะห์ด้วยกรอบทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการเป็นแนวคิดหลักเพื่อนําเสนอข้อค้นพบสำคัญของการศึกษาที่ว่าด้วยประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยธรรม ความเจ็บป่วย และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย ข้อค้นพบของการศึกษานี้ เป็นการอธิบายความสัมพันธ์ของเครือข่ายและตัวแสดงที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคในลักษณะของห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับปัจเจก ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและเปราะบางมากไปกว่าการควบคุมโรคในทางการแพทย์และกฎหมายแรงงาน แต่จำเป็นต้องความเข้าใจในทุกมิติเพื่อขยายไปสู่การทำงานวัณโรคในมิติใหม่ต่อไปได้


บทบาทของรัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน: เปรียบเทียบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนของเยอรมัน ฟินแลนด์ และลักซ์เซมเบิร์ก ในช่วงปี ค.ศ. 2015 – 2022, ชาราวดี พูลคล้าย Jan 2023

บทบาทของรัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน: เปรียบเทียบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนของเยอรมัน ฟินแลนด์ และลักซ์เซมเบิร์ก ในช่วงปี ค.ศ. 2015 – 2022, ชาราวดี พูลคล้าย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของรัฐด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศเยอรมัน ฟินแลนด์ และลักซ์เซมเบิร์ก ในช่วงค.ศ. 2015 – 2022 โดยวิเคราะห์พัฒนาการและรูปแบบการพัฒนาของทั้งสามประเทศ พบว่าทั้งเยอรมนี ฟินแลนด์ และลักเซมเบิร์กต่างประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแห่งความยั่งยืนนี้ โดยมีจุดร่วมคือรัฐเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดผ่านการทำงานของกลไกราชการ (Bureaucratic Capacity) ที่มีความเป็นอิสระที่ฝังรากลึก (Embedded Autonomy) ระดับสูง ได้แก่ CEID ของเยอรมนี Sitra ของฟินแลนด์ และกระทรวง MEA, MECO และ MECDD ของลักเซมเบิร์ก นอกจากนี้ โครงสร้างและบทบาทและหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนเหล่านี้ยังสะท้อนภาพความเป็นรัฐที่นำการพัฒนาที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศ คือ เยอรมนีในฐานะรัฐที่นำการพัฒนาที่เน้นการมีส่วนร่วม ฟินแลนด์ในฐานะรัฐที่นำการพัฒนาที่เน้นการชี้นำด้วยความสมัครใจ และลักเซมเบิร์กในฐานะรัฐที่นำการพัฒนาที่เน้นการแบ่งงานกันทำ ซึ่งหมายความว่าการเป็นรัฐที่นำการพัฒนานั้นไม่ได้มีรูปแบบเดียวเสมอไป แต่สามารถมีได้หลายเส้นทางขึ้นอยู่กับบริบทที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ


บทบาทสตรีมุสลิมในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์, ธิดาศิลป์ เปลี่ยนละออ Jan 2023

บทบาทสตรีมุสลิมในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์, ธิดาศิลป์ เปลี่ยนละออ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจบทบาทสตรีมุสลิมในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนการรวมกลุ่ม ความสัมพันธ์ระหว่างภายในและภายนอกชุมชน และผลกระทบที่เกิดขึ้นใน 3 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างที่เป็นสตรีมุสลิมในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 10 คน ภายใต้ทฤษฎีสตรีนิยมอิสลาม ร่วมกับแนวคิดเครือข่ายทางสังคม หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มสตรีมุสลิมพยายามธำรงบทบาทตามที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในด้านบทบาทและสิทธิที่สตรีมุสลิมพึงปฏิบัติที่มากกว่าโลกส่วนตัว หากแต่กลุ่มสตรีมุสลิมได้ก้าวออกมาสู่โลกสาธารณะ การรวมกลุ่มสตรีเพื่อหารายได้และการก้าวขึ้นมาสู่บทบาทของผู้พัฒนาชุมชนที่ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชน นอกจากนี้กลุ่มสตรีมุสลิมยังมีการเพิ่มพูนความรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถของตนเอง อีกทั้งยังมีการสร้างเครือข่ายทางสังคมทั้งกับคนภายในชุมชนและหน่วยงานภายนอก โดยการปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชนนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง มีความเรียบง่าย สนิทสนมและความเป็นเครือญาติกัน จึงให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่อย่างเสมอ สำหรับหน่วยงานภายนอกจะทำหน้าที่แจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านงบประมาณในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การเติบโตอย่างมั่นคงและการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืนมีความสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยเมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนพบว่าได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนใน 3 ด้าน ประกอบไปด้วย ด้านเศรษฐกิจคือวิสาหกิจชุมชนมีบทบาทในการส่งเสริมการจ้างงาน การเพิ่มการกระจายรายได้ให้แก่คนในชุมชน การเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป ด้านสังคมมีการดึงการมีส่วนร่วมจากคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และด้านสิ่งแวดล้อมคือลดปัญหาการเกิดขยะ การพยายามอนุรักษ์น้ำ และส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมแก่คนในชุมชน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนจำนวน 6 ข้อด้วยกัน ประกอบไปด้วย ข้อที่ 1 ขจัดความยากจน ข้อที่ 2 ขจัดความหิวโหย ข้อที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ข้อที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ ข้อที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และข้อที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์, ปฐมพงษ์ ศรีหาพล Jan 2023

ปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์, ปฐมพงษ์ ศรีหาพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่อง ปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์ 2) เพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค การสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มุ่งเน้นศึกษาผู้ที่มีหน้าที่ในการสืบสวน สอบสวน นักกฎหมาย ในคดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กในคดีออนไลน์ ผลการศึกษา พบว่า จากแบบสัมภาษณ์ทั้งหมด 9 คน โดยมีบทบาทหน้าที่ดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ TICAC จำนวน 5 คน นักจิตวิทยา จำนวน 1 คน พนักงานอัยการ จำนวน 1 คน NGO จำนวน 1 คน และนักสังคมสงเคราะห์ จำนวน 1 คน ปัญหาและอุปสรรค ข้อมูลที่เด็กไม่เต็มใจให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เนื่องจากว่าเด็กเป็นผู้เสียหาย เด็กอาย และไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทราบหรือให้บุคคลอื่นทราบ ก็จะปกปิดเป็นความลับ และเกี่ยวกับเรื่องของพ่อแม่ผู้ปกครองผู้เสียหายที่ไม่เข้าใจบทบาทของเจ้าหน้าที่ว่าเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลแต่ต้องการหาพยานหลักฐานเพื่อจับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เพราะไม่งั้นก็จะไปหลอกคนอื่นต่อ และที่เจอเป็นฝั่งของผู้เสียหาย เกี่ยวกับเรื่องของสภาพแวดล้อม และชุมชนของบ้านผู้เสียหาย ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดมาจากปัญหาครอบครัวที่บ้าน ปัญหาภายในครอบครัว และเป็นเรื่องของการเยาว์วัยของฝั่งผู้เสียหายคือสติปัญญาของเด็กยังไม่ก้าวทันภัยในส่วนของคนร้าย และปัญหาของการสืบสวนคือคนร้ายปิดบังอำพรางตัวตน บางทีสามารถขอข้อมูลจากทาง Facebook, Twitter ผู้ให้บริการในประเทศอย่างการขอ IP Address การขอหมายเลขโทรศัพท์มันต้องใช้เวลายุ่งยาก มันทำให้เป็นอุปสรรคในการสืบสวน ข้อเสนอแนะ เน้นในเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนให้ละเอียดรอบคอบอย่างเดียว จะทำให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานจะง่ายขึ้น แล้วก็รวดเร็วขึ้น และทุกอย่างให้มองเห็นประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ของหน่วยงานตัวเอง และปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการตรวจ เพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัญหาที่เจอคือเรื่องการตรวจพยานหลักฐานทาง Computer เพราะส่วนใหญ่ผู้ต้องหามีการปิดล็อกพาสเวิร์ดทาง Computer และมือถือทำให้ยากขึ้นตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอหรือยังที่ต้องเก็บพยานหลักฐานคือให้เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งมีความรู้มีสกิลในการแนะนำเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บพยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมิตรสำหรับเด็ก ซึ่งมันขยายได้ว่าปัจจุบันมันยังไม่เป็นมิตรสำหรับเด็ก คือกระบวนการสืบสวนสอบสวนมันเหมือนการกระทำซ้ำกับเด็กด้วย พนักงานสืบสวนเองในหลายๆ พื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ที่ยังไม่ค่อยใช้สื่อ Online ตำรวจก็มีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือในการสืบสวน หรือบางแอพตำรวจยังไม่รู้จักเลย บางทีก็มีการใช้ถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจไม่เหมาะสม และการเก็บพยานหลักฐาน และขอเพิ่มเติมข้อเสนอแนะในด้านของกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมิตรสำหรับเด็กสำคัญมากในเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้ววิธีการในการพูดคุยกับผู้เสียหาย ให้มีการเพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนหญิง แล้วก็พนักงานอัยการผู้หญิง ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาปัจจุบันก็ที่เค้าเน้นหนักคือพวกบัญชีม้า เพราะทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าใครเป็นคนกระทำความผิดจริง และข้อเสนอแนะไว้เรื่องเกี่ยวกับการเรื่องทางเพศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในการปราบปรามอาชญากรรมทางเพศ


การศึกษาการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน : กรณีศึกษากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา, ภาณุรักษ์ ต่างจิตร Jan 2023

การศึกษาการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน : กรณีศึกษากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา, ภาณุรักษ์ ต่างจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่มุ่งให้สนใจกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราจังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาการนำนโยบายด้านการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานมาประยุกต์ใช้ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของกระบวนการการนำนโยบายไปปฏิบัติ และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ผ่านการทบทวนเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และมีความเข้าใจลักษณะการทำงานของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา ผลการศึกษาพบว่า สถานประกอบการบางแห่งขาดมาตรการ ความเข้าใจกฎหมายที่คุ้มครองให้แรงงานปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่เพียงพอ นอกจากนั้น ปัญหาในการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและเงื่อนไขตามกฎหมายยังทำให้การดำเนินการขาดความต่อเนื่อง ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐบางส่วน รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดสงขลาโดยส่วนใหญ่ มีทรัพยากรจำกัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายในด้านนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงปัญหาด้านทัศนคติต่อการจัดการส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนมีมุมมองต่อการจัดการด้านความปลอดภัยในลักษณะภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และท้ายสุด การขาดความเชื่อมโยงของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ทำให้การดำเนินการยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในส่วนของข้อเสนอแนะนำของการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน สำหรับภาครัฐ ควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้ได้รับการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจใส่ใจกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย สำหรับสถานประกอบการ ควรมีการสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม ท้ายที่สุดสำหรับแรงงานในสถานประกอบการ ควรเสาะแสวงหาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้างแรงงาน รวมถึงให้ความสำคัญและร่วมมือในการดำเนินการลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานด้วย


การศึกษาโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของผู้เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการ: กรณีศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ, เหมือนพิมพ์ รอบคอบ Jan 2023

การศึกษาโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของผู้เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการ: กรณีศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ, เหมือนพิมพ์ รอบคอบ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการรับสิทธิของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และ (2) เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางในการพัฒนาโครงการ โดยเป็นการศึกษาด้วยรูปแบบการวิจัยแบบเชิงคุณภาพเกี่ยวกับกระบวนการรับสิทธิของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2563 - พ.ศ.2566 ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยศึกษาจากเอกสารและการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เก็บข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบาย ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการส่วนกลางคือ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการส่วนภูมิภาคคือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการส่วนถิ่นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบางเพรียง เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย เทศบาลนครสมุทรปราการ และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (2) กลุ่มผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ (3) กลุ่มผู้ปกครองที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ (กลุ่มตกหล่น) รวมทั้งหมด 28 ท่าน จากการศึกษาพบว่า หลักเกณฑ์และขั้นตอนในกระบวนการรับสิทธิมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะทำให้เกิดความเข้าใจต่อโครงการในระดับที่แตกต่างกันของกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนผู้รับบริการเนื่องจากขาดการสื่อสารและถ่ายทอดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัตินโยบายที่ชัดเจนและสม่ำเสมอต่อกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรับรองสถานะครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยโดยใช้เกณฑ์รายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือนไม่สามารถคัดกรองได้อย่างแท้จริงและอาจเป็นช่องว่างให้เกิดเป็นประเด็นทางการเมืองได้ ความยากลำบากในการหาผู้รับรองสถานะครัวเรือนก่อให้เกิดต้นทุนในการปฏิบัติตามนโยบายและต้นทุนจิตวิทยาของกลุ่มผู้ประสงค์เข้ารับสิทธิ ระบบแอปพลิเคชันเงินเด็กไม่เสถียร การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในครั้งแรกมีความล่าช้า ผู้ศึกษาเห็นว่าแนวทางในการพัฒนาโครงการ คือ เพิ่มการสื่อสารระหว่างองค์การ จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานโครงการในฉบับย่อสำหรับกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบายในระดับต่างๆ แก้ไขแบบฟอร์มในการลงทะเบียนให้สั้นกระชับ ผู้ปกครองที่มีหลักฐานเอกสารรับรองรายได้ควรอนุโลมให้ไม่จำเป็นต้องมีผู้เซ็นรับรองสถานะครัวเรือน เป็นต้น สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายผู้ศึกษาเห็นว่าควรพัฒนาโครงการไปสู่การเป็นสวัสดิการแบบถ้วนหน้าสำหรับเด็กทุกคนตามแนวคิดการคุ้มครองทางสังคมถ้วนหน้าเพื่อลดต้นทุนในการเรียนรู้นโยบายและต้นทุนในการปฏิบัติตามนโยบายจากการศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางนโยบายที่กำหนดรวมถึงต้นทุนทางด้านจิตวิทยาของผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงลดต้นทุนทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นกับข้าราชการระดับปฏิบัติการในระดับต่างๆและลดการตีความแนวทางในการปฏิบัติตามนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับของกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


สาเหตุการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ในประเทศไทย, ติณณภพ เตียวเจริญกิจ Jan 2023

สาเหตุการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ในประเทศไทย, ติณณภพ เตียวเจริญกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ในประเทศไทยนับเป็นปรากฏการณ์สำคัญในห้วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง ๆ ภายในประเทศไทย ทั้งในระดับบุคคลถึงระดับสังคม อีกทั้งยังสร้างผลกระทบต่อบริบทสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศหลากหลายมิติ โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาสาเหตุของการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา คือ 1) เพื่อศึกษารูปแบบ และพฤติการณ์ของการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ 2) เพื่อศึกษา และวิเคราะห์สาเหตุ และปัจจัยของการกระทำความผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการรับมือการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล รวมถึงการพิจารณาถึงความเหมาะสมของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นคนรุ่นใหม่ และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีภารกิจงานเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางการเมือง ควบคู่ไปกับการวิจัยเชิงเอกสาร ผลการศึกษาปรากฏประเด็นสำคัญดังนี้ 1) รูปแบบและพฤติการณ์ของการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ในประเทศไทยมักจะเป็นการโพสต์ หรือแชร์ข้อมูลที่บิดเบือน ในบัญชีผู้ใช้ส่วนตัว หรือกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่อาจเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมายได้ตามบริบททางการเมือง และ 2) สาเหตุและปัจจัยของการกระทำผิดทางการเมืองบนพื้นที่ไซเบอร์ในประเทศไทย ประกอบด้วยปัจจัยระดับบุคคล ได้แก่ ปัญหาสถาบันครอบครัว ความกดดันและความเครียดในการดำรงชีวิต ทัศนคติต่อการเมือง และปัจจัยระดับสังคม ได้แก่ โครงสร้างทางสังคม มุมมองต่อการบังคับใช้กฎหมาย ปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดในสังคม โดยข้อเสนอแนวทางการแก้ไขและรับมือกับปัญหาต้องดำเนินการแบบบูรณาการทุกมิติ ดังนี้ 1) การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความคิดและทัศนคติของคนรุ่นใหม่ 2) การพัฒนาการทำงานของภาครัฐในมิติด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ 3) การพัฒนาการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพจิตและครอบครัว และ 4) การพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายและการให้ความสำคัญเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก


Competition Versus Cooperation: International Programmes In Thailand's Higher Education, Gwyn Peredur Evans Jan 2023

Competition Versus Cooperation: International Programmes In Thailand's Higher Education, Gwyn Peredur Evans

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this thesis has been to produce meaningful understandings of how the internationalisation of higher education (IHE) takes place within public higher education institutions in Thailand, within the context of economic and social drivers. It explores the peripheral voices of actors involved in the field, adopting a social constructivist approach to identify and understand the imperatives and processes of IHE in Thailand, how they are perceived by actors at the institutions, and how their understanding, interpretations and motivations are influenced by the country’s historical and cultural context, as well as their own social environments. By examining the relationship …


แนวทางการพัฒนาการจัดการขยะที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวที่เป็นเกาะขนาดเล็กกรณีศึกษา เกาะพยาม จังหวัดระนอง, จุฬาลักษณ์ ธรรมจักรศิลา Jan 2023

แนวทางการพัฒนาการจัดการขยะที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวที่เป็นเกาะขนาดเล็กกรณีศึกษา เกาะพยาม จังหวัดระนอง, จุฬาลักษณ์ ธรรมจักรศิลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการจัดการขยะที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวที่เป็นเกาะขนาดเล็ก กรณีศึกษา เกาะพยาม จ.ระนอง ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้เริ่มดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือน มีนาคม พ.ศ 2567 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้แลการจัดการขยะของชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จำนวน 10 คน กลุ่มที่ 2 ประชากรในพื้นที่เกาะพยาม จังหวัดระนอง จำนวน 736 ครัวเรือน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified random sampling) จำนวน 210 ครัวเรือน โดยผู้ถูกสำรวจจะต้องเป็นผู้มีสิทธิ์ในการตัดใจเกี่ยวกับขยะภายในครัวเรือนเป็นหลัก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยยนี้เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) และแนวคำถามแบบกึ่งโครงสร้างเพื่อการสัมภาษณ์ การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล ประกอบไปด้วย การพรรณนาลักษณะทั่วไปทางสังคมศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่าง การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะของครัวเรือนในพื้นที่เกาะด้วยสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าทีสำหรับสองกลุ่มที่อิสระต่อกัน (Two sample t-test) การ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) จากผลการวิจัยพบว่า การจัดการขยะของครัวเรือนในชุมชนเกาะพยามยังดำเนินการได้อย่างไม่เหมาะสม กลุ่มตัวอย่างมีปริมาณขยะเฉลี่ย 6.23 กก./วัน มากกว่า 1 ใน 3 ยังไม่คัดแยกขยะ กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดกำจัดขยะด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม จากผลคะแนนค่าเฉลี่ยในการตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างพบว่า ส่วนใหญ่ตอบคำถามถูกต้องเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง แสดงถึงการยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ 3 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะที่เหมาะสม จากข้อมูลพบว่าระดับการศึกษามีผลต่อประเด็นของพฤติกรรมการจัดการขยะ 3R's และจากผลการสัมภาษณ์พบว่าภาพรวมของการจัดการขยะในพื้นที่ขยะยังเป็นลักษณะของการจัดการด้วยหน่วยงานของตนเองทั้งหมด สิ่งที่เป็นอุปสรรคหลักในการจัดการขยะในพื้นที่ ได้แก่ ถังขยะสาธารณะ การกำจัดขยะด้วยการเผาไหม้ กลิ่นเหม็นจากขยะและการเผาไหม้ ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีความต้องการการสนับสนุนหรือร่วมมือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะที่เหมาะสมเข้ามาดำเนินการร่วมกัน


ความเชื่อมั่น ความต้องการ และการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประชากรไทย โดยการจัดสรรของรัฐในช่วงระบาดของโควิด-19, ภิญญมาศ เดโชศุภกร Jan 2023

ความเชื่อมั่น ความต้องการ และการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประชากรไทย โดยการจัดสรรของรัฐในช่วงระบาดของโควิด-19, ภิญญมาศ เดโชศุภกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อ 1 ) ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการวัคซีนของประชาชนไทยที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ 2) ศึกษาและวิเคราะห์การกระจายวัคซีนที่รัฐจัดสรรตามความเชื่อมั่นวัคซีนของประชาชน และ 3) พิสูจน์ความแตกต่างในการได้รับวัคซีนจากภาครัฐในแต่ละพื้นที่ ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยมีหน่วยในการวิเคราะห์ระดับจังหวัด จากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ดังนี้ 1) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความต้องการวัคซีน คือ ประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในครัวเรือนส่วนบุคคลทั่วประเทศ จำนวน 46,600 คน จากแบบสอบถาม โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (วัคซีน) ที่เก็บรวบรวมข้อมูล โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ 2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาการได้รับวัคซีน คือ ประชากรไทย 69,556,204 คน จากรายงานผลการให้บริการวัคซีนโควิด-19 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและสถิติถดถอยพหุคูณจากผลการศึกษาพบว่าความต้องการวัคซีน ความเชื่อมั่นวัคซีน และการได้รับวัคซีน ได้แก่ เข็มที่ 1 เข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 มีการกระจายวัคซีนแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ภูมิภาค โดยความต้องการวัคซีนและความเชื่อมั่นวัคซีนมีความสัมพันธ์กันและการได้รับวัคซีนส่งผลต่อพื้นที่ภูมิภาคที่แตกต่างกัน ผลการทดสอบโดยสถิติถดถอยพหุคูณ ทำให้ทราบว่าความต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้น 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้จังหวัดได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น 0.278 , 0.362 และ 0.401 จุดเปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และความเชื่อมั่นวัคซีนไม่มีนัยสำคัญทางสถิติต่อการได้รับวัคซีนทั้ง 3 เข็ม นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่เป็นตัวแปรสำคัญ โดยในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีการได้รับวัคซีนทั้ง 3 เข็มน้อยกว่ากรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่มีความต้องการวัคซีนและการได้รับวัคซีนสูงที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนความเชื่อมั่นวัคซีนสูงที่สุด คือ พื้นที่ภาคใต้ แต่พบว่าในพื้นที่มีการได้รับวัคซีนต่ำ โดยผลจากการศึกษานี้ใช้เพื่อเป็นข้อเสนอแนะแนวทางการบริหารของภาครัฐเพื่อการได้รับวัคซีนของประชาชนในการรับมือโรคโควิด-19 ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงในแต่ละพื้นที่


Power Dynamics In Environmental Policy: A Case Of The Pasig River Rehabilitation Commission's Dissolution, Maria Michaela Jazmines Jan 2023

Power Dynamics In Environmental Policy: A Case Of The Pasig River Rehabilitation Commission's Dissolution, Maria Michaela Jazmines

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Pasig River is located at the heart of Metro Manila and has been vital for trade, transportation, and livelihood. However, it became one of the most polluting rivers in the world due to rapid industrialization. The Pasig River Rehabilitation Commission (PRRC) was established in 1999 to address this issue. The creation of the PRRC emphasized the state’s mandate to protect the right of the people to have a balanced ecology. However, the PRRC was dissolved in 2019 by former President Rodrigo Duterte stating that the river is “uncleanable.” Interestingly, the Pasig River Expressway was approved shortly after, suggesting an …


Balancing Matters?Re-Visiting Security-Development Nexusand Its Operation On ‘Secure And Prosperous’ National Goals Thailand 2014-2024, Thiraphon Singlor Jan 2023

Balancing Matters?Re-Visiting Security-Development Nexusand Its Operation On ‘Secure And Prosperous’ National Goals Thailand 2014-2024, Thiraphon Singlor

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The main objective of this thesis is to assess the significance of the security-development nexus for Thailand and explore the necessity of achieving balance within it. Through qualitative document analysis, the study addresses two research questions—the operations and implications of the nexus for the country’s security and prosperity. It assesses the theory of ‘balance’ across Thailand’s national-level policies, encompassing the 20-Year National Strategy and its overarching national goals of Security, Prosperity, and Sustainability, as well as the National Economic and Social Development Policy and Plan, National Security Policy and Plan, and Defense Policy. Findings reveal that Thailand’s security and development …


The Impact Of English On Experiencing Othering: A Case Study Of Chulalongkorn University Students, Alejandro Soria Higuera Jan 2023

The Impact Of English On Experiencing Othering: A Case Study Of Chulalongkorn University Students, Alejandro Soria Higuera

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

International programs in Thailand possess distinctive characteristics as nearly all students are Thai nationals who have met the standard English proficiency requirements. Instruction is entirely in English, and these programs are situated within universities where the majority of students are enrolled in Thai-language programs. Additionally, Thai faculty and staff contribute to the necessity of using the Thai language for social interactions outside the classroom. This complexity surrounding international program students in Thailand has led to the purpose of this research, which is to study the impact of English communication inside and outside the classroom on the path to acquiring competence …


Effects Of Cordyceps Sinensis Supplementation Combined With Repeated Sprint Training In Hypoxia On Markers Of Oxidative Stress And Physical Performance In Female Soccer, Siraphatthra Thongsawang Jan 2023

Effects Of Cordyceps Sinensis Supplementation Combined With Repeated Sprint Training In Hypoxia On Markers Of Oxidative Stress And Physical Performance In Female Soccer, Siraphatthra Thongsawang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to evaluate the impact of Cordyceps sinensis (C) supplementation on hematological variables, markers of oxidative stress, nitric oxide (NO) production, aerobic performance, and repeated sprint ability induced by repeated sprint (RS) training in hypoxia (RSH) versus in normoxia (RSN) in female soccer players. Thirty-nine female soccer players (mean age 20.82+/-1.65 year; BMI 22.80+/-3.57 kg/m2; VO2max 38.69+/-3.93 ml/min/kg) were randomly allocated to a RSH with either C supplementation (RSH-C, n=11) or placebo (RSH-P, n=11) group and RSN with C supplementation (RSN-C, n=8) or placebo (RSH-P, n=9) groups. While the RSH groups performed a 4-week of RS training (3 …


ผลของการฝึกสปริ๊นท์หลายทิศทางแบบมีแรงต้านที่มีต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบไม่ใช้ออกซิเจนในนักกีฬาเทนนิสชายระดับเยาวชน, คงทรัพย์ คงคา Jan 2023

ผลของการฝึกสปริ๊นท์หลายทิศทางแบบมีแรงต้านที่มีต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบไม่ใช้ออกซิเจนในนักกีฬาเทนนิสชายระดับเยาวชน, คงทรัพย์ คงคา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาผลของการฝึกสปริ๊นท์หลายทิศทางแบบมีแรงต้านที่มีต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบไม่ใช้ออกซิเจนในนักกีฬาเทนนิสชายระดับเยาวชน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาเทนนิสชายระดับเยาวชน อายุ 14-16 ปี จำนวน 20 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 10 คน ด้วยวิธีการจับคู่จากความแข็งแรงสัมพัทธ์ในท่า Leg press โดยกลุ่มควบคุมฝึกสปริ๊นท์หลายทิศทาง และกลุ่มทดลองฝึกสปริ๊นท์หลายทิศทางแบบมีแรงต้าน ฝึก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ทำการทดสอบความแข็งแรงสัมพัทธ์ พลังกล้ามเนื้อ ความเร็วระยะ 5 และ 10 เมตร ความคล่องแคล่วว่องไว พลังสูงสุดแบบไม่ใช้ออกซิเจน และดัชนีความเมื่อยล้า ก่อนการฝึกและหลังการฝึก 6 สัปดาห์ หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแตกต่างภายในกลุ่มด้วยสถิติ Paired sample t-test ระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Independent sample t-test ก่อนการฝึกและหลังการฝึก 6 สัปดาห์ กำหนดระดับความมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05ผลการวิจัยพบว่าหลังการฝึก 6 สัปดาห์ กลุ่มทดลองสามารถพัฒนาความแข็งแรงสัมพัทธ์ พลังกล้ามเนื้อ ความคล่องแคล่วว่องไว และเวลาความเร็วระยะ 5 และ 10 เมตร ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 กลุ่มทดลองสามารถพัฒนาความแข็งแรงสัมพัทธ์ และความคล่องแคล่วว่องไวมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05สรุปผลการวิจัยจากผลการวิจัยการฝึกสปริ๊นท์หลายทิศทางแบบมีแรงต้านสามารถช่วยพัฒนาความแข็งแรงสัมพัทธ์ ความคล่องแคล่วว่องไว ความเร็ว พลังกล้ามเนื้อ และสามารถนำไปประยุกต์ในการฝึกเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาเทนนิสชายระดับเยาวชนได้


กลยุทธ์การบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทักษะทำงานในอนาคตของนักเรียน, ศุภรินทร์ พรมรินทร์ Jan 2023

กลยุทธ์การบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทักษะทำงานในอนาคตของนักเรียน, ศุภรินทร์ พรมรินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิดการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาและกรอบแนวคิดทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน 2) เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน 3) เพื่อพัฒนากลยุทธ์การบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multiphase mixed methods design) ประชากร คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 62 เขตพื้นที่ กลุ่มตัวอย่าง คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 54 เขตพื้นที่ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในกรวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified) ผลการวิจัย พบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ประกอบด้วย 7 ด้าน ได้แก่ การนำองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ การมุ่งเน้นบุคลากร การบริหารกระบวนการ ผลการดำเนินงาน ผลการประเมินมีความเหมาะสม และกรอบแนวคิดทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน ประกอบด้วย 5 ทักษะ ได้แก่ ทักษะส่วนบุคคล ทักษะคนและสังคม ทักษะคิดสร้างสรรค์ ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้และ ทักษะที่ใช้ในที่ทำงาน ผลการประเมินมีความเหมาะสม 2) จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคาม แยกเป็นวิเคราะห์ 2 ด้าน ได้แก่ 2.1) ด้านสภาพแวดล้อมภายใน พิจารณาการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ภาพรวมเป็นจุดอ่อน โดยเป็นจุดอ่อน 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารกระบวนการ การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลการดำเนินงานการมุ่งเน้นบุคคากร การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ เมื่อพิจารณาทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน …


กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง, จริยา บัวสำเริง Jan 2023

กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง, จริยา บัวสำเริง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาและแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง 2) ศึกษาระดับคุณลักษณะพลเมืองที่เข้มแข็งของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร 3) วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง และ 4) พัฒนากลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multiphase mixed methods design) ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ตัวอย่างเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เปิดสอนชั้น ม.1 - ม.6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 และเขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 92 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินกรอบแนวคิด แบบสอบถาม แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของกลยุทธ์ และการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล ส่วนกรอบแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ พลเมืองที่มีความรับผิดชอบ พลเมืองที่มีส่วนร่วม และพลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรม 2) ระดับคุณลักษณะพลเมืองที่เข้มแข็งของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร คือ พลเมืองที่มีความรับผิดชอบมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ พลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรม และพลเมืองที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ พลเมืองที่มีส่วนร่วม 3) จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง มี 3 ประการ ได้แก่ 3.1) จุดแข็งการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาด้านพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ การจัดการเรียนการสอนด้านพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและพลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรม และการวัดและประเมินผลด้านพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและพลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรม 3.2) จุดอ่อนการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครตามแนวคิดพลเมืองที่เข้มแข็ง ได้แก่ …


A Teacher Development Innovation Of Vocational Colleges Based On The Concept Of Entrepreneurial Leadership, Thaworn Intaraamorn Jan 2023

A Teacher Development Innovation Of Vocational Colleges Based On The Concept Of Entrepreneurial Leadership, Thaworn Intaraamorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to: 1) study the conceptual framework of teacher development and entrepreneurial leadership, 2) study the levels of teachers’ entrepreneurial leadership, 3) analyze the priority needs in teacher development for enhancing entrepreneurial leadership of vocational colleges, and 4) to develop a teacher development innovation for enhancing entrepreneurial leadership of vocational colleges. This study employed a multi-phase mixed-method design, combining quantitative and qualitative data collection. The sample consisted of 433 vocational colleges under the office of vocational education commission. Informants included vocational college directors, deputy directors, and teachers. The research tools used were questionnaires and evaluation forms. Statistical analyses …


แนวทางการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาภายใต้ภาวะวิกฤต, รัชนก อุ้ยเฉ้ง Jan 2023

แนวทางการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาภายใต้ภาวะวิกฤต, รัชนก อุ้ยเฉ้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาภายใต้วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ 2) นำเสนอแนวทางในการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาภายใต้ภาวะวิกฤต การวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ใช้การศึกษาแบบพหุกรณีในการเรียนรู้จากนักเรียนมัธยมศึกษาที่มีความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 กรณี โดยมีครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ จำนวน 9 คน เป็นผู้ร่วมให้ข้อมูล วิธีการสำคัญในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลคือการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและการวิเคราะห์แก่นสาระตามลำดับ การวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ใช้แก่นสาระที่ค้นพบในการจัดทำแนวทางฉบับร่างและใช้ข้อเสนอแนะที่ได้จากการสนทนากลุ่มของผู้ทรงคุณวุฒิในการพัฒนาแนวทางดังกล่าวให้มีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น แก่นสาระที่ค้นพบ ได้แก่ 1) คุณลักษณะด้านการมุ่งเน้นความสำเร็จ 2) ปณิธานที่แน่วแน่ 3) ความสามารถในการปรับตัวที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 4) การเรียนรู้แบบนำตนเองในโลกดิจิทัล 5) การทำหน้าที่ของครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ 6) บุคคลต้นแบบ และ 7) การสนับสนุนทางสังคมในบริบทของวัฒนธรรมการให้ แก่นสาระเหล่านี้นำเสนอปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยในสภาพแวดล้อมทางสังคมจำนวนมากที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษา แนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาภายใต้ภาวะวิกฤตที่การวิจัยครั้งนี้นำเสนอ คือ 1) เสริมสร้างความตระหนักและความรู้ในเชิงสหวิทยาการด้านการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นพลังทางการศึกษาให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง 2) พัฒนาคุณลักษณะและสมรรถนะที่ส่งเสริมการปรับตัวเชิงบวกให้กับนักเรียน และ 3) ลดผลกระทบเชิงลบจากภาวะวิกฤตผ่านการช่วยเหลือเชิงรูปธรรมและนามธรรม ผู้ที่มีบทบาทในการพัฒนาและช่วยเหลือนักเรียนมีแนวโน้มในการนำแนวทางไปใช้เป็นหลัก แต่การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน


The Use Of Augmented Reality Direct Vocabulary Instruction Based On Cognitive Theory Of Multimedia Learning To Enhance Vocabulary Knowledge Of Thai University Students, Premkamon Hiranrakpattana Jan 2023

The Use Of Augmented Reality Direct Vocabulary Instruction Based On Cognitive Theory Of Multimedia Learning To Enhance Vocabulary Knowledge Of Thai University Students, Premkamon Hiranrakpattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

With the potential of augmented reality to merge the real word and computer-generated content together, it has the power to revolutionize English language education, especially in the vocabulary field. This study aimed to 1) investigate the effectiveness of the use of augmented reality direct vocabulary instruction based on cognitive theory of multimedia learning to enhance vocabulary knowledge of Thai university students and 2) explore the perceptions of Thai university students towards the instruction. The participants in this study were twenty Thai university students from the second to fourth year who enrolled in a conversation course at a public university in …


สภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะในการคิดออกแบบร่วมกับการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานที่ส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาอาชีวศึกษา, พีรญา สุขขีวรรณ Jan 2023

สภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะในการคิดออกแบบร่วมกับการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานที่ส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาอาชีวศึกษา, พีรญา สุขขีวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการ องค์ประกอบและตัวชี้วัดของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะฯ 2) เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะฯ และองค์ประกอบและตัวชี้วัดของทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม 3) เพื่อศึกษาผลของการใช้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะฯ 4) เพื่อนำเสนอสภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะฯ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาระบบ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ 20 คน และครู 10 คน ได้มาจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง นักศึกษา 1,250 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชนทั่วพื้นที่ 5 ภูมิภาคของประเทศไทย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินคุณภาพระบบ แบบประเมินรับรองระบบ กลุ่มทดลองใช้ระบบ ได้แก่ นักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบวัดทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ แบบประเมินผลงานนวัตกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความต้องการจำเป็น วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษามีความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้เป็นคนช่างสังเกตและตั้งคำถาม ในลำดับความต้องการมากที่สุด (PNI modified = 0.4098) รองลงมาคือ กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้แสดงความคิดและศักยภาพของตนเอง (PNI modified = 0.3690) และผลการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะ พบว่าโมเดลการวัดค่าองค์ประกอบเชิงยืนยันมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2/df (546.32 /163) = 3.35, P = 0.000, CFI = 1.00, GFI = 0.96, AGFI = 0.95, RMSEA = 0.043) ซึ่งระบบสภาพแวดล้อมการเรียนอัจฉริยะฯ ที่พัฒนาขึ้นมี 5 องค์ประกอบได้แก่ 1) ระบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะฯ 2) เนื้อหาการเรียนรู้ 3) กิจกรรมและสื่อการเรียนการสอน 4) ประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ และ 5) …


Practical Implementation Of Oscillation Source Detection Using Dissipating Energy Flow Method, Thanapon Jongjarussang Jan 2023

Practical Implementation Of Oscillation Source Detection Using Dissipating Energy Flow Method, Thanapon Jongjarussang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Power grid oscillation with poorly damped performance is a growing problem. The oscillation source needs to be quickly and precisely identified in order to mitigate the oscillation issues to prevent any detrimental conditions that may arise. An incoming of synchrophasor technology enables the use of dissipating energy flow (DEF) method to practically identify the oscillation source. This research thesis aims at validating the DEF-based method and then developing an application tool to identify the oscillation source in a practical power grid. The DEF method was validated through various simulated oscillation cases based on IEEE 39-bus system leading to a promising …


การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับการจับคู่ชื่อสินค้าที่มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลายโดยใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, สหฤษฎ์ เจียมสกุล Jan 2023

การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับการจับคู่ชื่อสินค้าที่มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลายโดยใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, สหฤษฎ์ เจียมสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในขอบเขตของการซื้อขายสินค้าระหว่างองค์กร ความท้าทายที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อต้องจับคู่คำสั่งซื้อของลูกค้ากับชื่อสินค้าในฐานข้อมูล ซึ่งชื่อสินค้าเหล่านี้มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลาย วิทยานิพนธ์นี้จะกล่าวถึงความซับซ้อนของการจับคู่ชื่อสินค้าภายในบริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการขายสินค้าสำหรับธุรกิจบริการ ปัจจุบันวิธีการที่ใช้แก้ปัญหานี้คือการใช้พนักงานเปรียบเทียบคำสั่งซื้อของลูกค้ากับชื่อสินค้าในฐานข้อมูลทีละรายการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สิ้นเปลืองแรงงานและเวลาเป็นอย่างมาก วิทยานิพนธ์นี้จึงนำเสนอการใช้เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเริ่มจากการใช้ Pointwise Mutual Information (PMI) ในการคัดเลือกคำสำคัญในพจนานุกรมแบบกำหนดเอง เพื่อการตัดคำภาษาไทยที่เหมาะสมกับชุดข้อมูล จากนั้นนำระบบตัดคำที่ปรับปรุงแล้วมาใช้ในการออกแบบขั้นตอนวิธีสำหรับการสกัดคำหลัก รวมถึงการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ความหมายแฝง (LSA) เพื่อค้นหาคำที่คล้ายกับคำค้นหา สุดท้ายจึงนำส่วนต่างๆ มารวมเข้ากับการใช้เทคนิคการจับคู่ข้อความโดยประมาณ จนเกิดเป็นขั้นตอนวิธีสำหรับจับคู่รายชื่อสินค้า ขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความแม่นยำในการระบุผลลัพธ์มากถึง 93.80% และมีความครอบคลุมมากถึง 91.67% ในการทดสอบจับคู่กับชุดตัวอย่างคำสั่งซื้อจริงจากลูกค้า


การศึกษาปัจจัยทำนายของการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์, ฉัฐจุฑา นกจันทร์ Jan 2023

การศึกษาปัจจัยทำนายของการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์, ฉัฐจุฑา นกจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ โดยการศึกษาระยะที่ 1 จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนามาตรวัดเชิงสถานการณ์ของการรังแกบนโลกไซเบอร์ เพื่อนำมาใช้พิจารณาวิเคราะห์ผลร่วมกับการศึกษาในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการศึกษาปัจจัยทำนายที่เป็นสาเหตุของการรังแกบนโลกไซเบอร์และ การตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ 1) เพื่อพัฒนามาตรวัดการเชิงสถานการณ์รังแกบนโลกไซเบอร์ และ 2 ) เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยี การหลงตัวเองแบบให้ค่าสูง การเห็นคุณค่าในตนเอง ความเห็นอกเห็นใจ ต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แบ่งเป็นการศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 95 คน และการศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 395 คน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก และเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ผ่าน Google Form ผลของการพัฒนามาตรวัดการเชิงสถานการณ์รังแกบนโลกไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมการวิจัยแสดงความคิดเห็นในแต่ละสถานการณ์ของการรังแกบนโลกไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมการวิจัยจะได้อ่านเนื้อหาจากสถานการณ์ในมาตรวัดเชิงสถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ โดยสมมติว่าตนเองเป็นผู้ใช้งานโดยที่ไม่ระบุชื่อและรูปจริงของตนเองในการเล่นเฟสบุ๊คที่ถูกสร้างขึ้น จำนวน 4 สถานการณ์ ได้แก่ 1) นินทา ด่าทอ ล้อเลียน 2) การเผยแพร่ความลับ 3) การใส่ร้าย และ 4) การแอบอ้างชื่อ หรือตัวตน และเขียนบรรยายเสนอความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ในแต่ละสถานการณ์ เพื่อนำมาพัฒนาพัฒนาข้อกระทง การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ พบว่า มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าแบบครอนบาคของมาตรวัดโดยรวม เท่ากับ .98 และมีค่าความสัมพันธ์รายข้อกับข้อคำถามรวม พบว่า ข้อคำถามจำนวน 29 ข้อ ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด และมีค่าสหสัมพนธ์แบบเพียร์สัน ซึ่งผลจากการศึกษา พบว่า สถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ มีค่าสหสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความก้าวร้าว (r = .87 , p < .01 , สองหาง) และ มีค่าสหสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความเห็นอกเห็นใจ (r = -.87 , p < .01 , สองหาง) ส่วนผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง พบว่า การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยี มีอิทธิพลทางตรงต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 การหลงตัวเองแบบให้ค่าสูงมีอิทธิพลทางตรงต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์ผ่านความเห็นอกเห็นใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ในขณะที่การเห็นคุณค่าในตนเองไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ ส่วนความเห็นอกเห็นใจไม่มีอิทธิพลกำกับความสัมพันธ์ระหว่างการรังแกบนโลกไซเบอร์และการรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยีและการเห็นคุณค่าในตนเอง


บทบาทของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและการระบุตัวตนในระดับกลุ่ม ต่อการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ในประเทศไทย, จำเริญลักษณ์ ทองล้วน Jan 2023

บทบาทของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและการระบุตัวตนในระดับกลุ่ม ต่อการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ในประเทศไทย, จำเริญลักษณ์ ทองล้วน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย โดยมุ่งเน้นศึกษาอิทธิพลของเจตคติและการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงต่อความตั้งใจในการทำพฤติกรรมโดยมีการระบุตัวตนระดับกลุ่มเป็นตัวแปรกำกับ ผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้มีความหลากหลายทางเพศ 103 คน ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์และเก็บข้อมูลพฤติกรรมในอีก 2 สัปดาห์ถัดไป ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเจตคติต่อการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ (β = .30, p < .05 หนึ่งหาง) และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์สามารถทำนายพฤติกรรมโดยมีตัวแปรความตั้งใจที่จะเข้าร่วมเป็นตัวแปรส่งผ่าน (β = .25, p < .05) อย่างไรก็ตามการระบุตัวตนในระดับกลุ่มไม่มีอิทธิพลกำกับ การวิเคราะห์รายข้อยังชี้ให้เห็นว่าเพศกำหนดชายมองว่าการเมืองและกฏหมายไม่เอื้อ และกลุ่มแนวคิดอนุรักษ์นิยมเป็นปัจจัยต่อต้านเด่นชัด เพศกำหนดหญิงมีความเชื่อว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์จะสามารถแก้ปัญหาและทำให้มีผู้สนับสนุนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ