Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1958)
- Arts and Humanities (1425)
- Education (688)
- Law (601)
- Physical Sciences and Mathematics (594)
-
- Geography (573)
- Medicine and Health Sciences (535)
- Religion (415)
- Sociology (391)
- Life Sciences (389)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (363)
- History (316)
- Business (306)
- Environmental Sciences (299)
- Mormon Studies (283)
- Religious Education (280)
- International and Area Studies (225)
- Political Science (221)
- Economics (220)
- Anthropology (209)
- Public Health (208)
- Engineering (200)
- Higher Education (182)
- Earth Sciences (177)
- Environmental Studies (150)
- Human Geography (148)
- Race, Ethnicity and Post-Colonial Studies (143)
- Architecture (142)
- Art and Design (132)
- Medical Specialties (126)
- Institution
-
- Brigham Young University (360)
- University of Plymouth (211)
- University of South Florida (211)
- University of Nebraska - Lincoln (147)
- University of Montana (113)
-
- Louisiana State University (105)
- City University of New York (CUNY) (104)
- Portland State University (102)
- The Texas Medical Center Library (96)
- Universitas Indonesia (91)
- Technological University Dublin (88)
- University of Arkansas, Fayetteville (86)
- Chulalongkorn University (85)
- Utah State University (85)
- Association of Arab Universities (84)
- University of Mississippi (84)
- Walden University (82)
- San Jose State University (79)
- Liberty University (77)
- University of South Carolina (74)
- University of New Mexico (70)
- University of Kentucky (69)
- Singapore Management University (68)
- Claremont Colleges (65)
- Design Research Society (65)
- Old Dominion University (64)
- West Virginia University (60)
- Georgia Southern University (54)
- Purdue University (54)
- Wilfrid Laurier University (54)
- Keyword
-
- Humans (112)
- Climate change (105)
- COVID-19 (94)
- Education (63)
- Sustainability (54)
-
- United States (52)
- Gender (46)
- History (45)
- Race (45)
- GIS (43)
- Book of Mormon studies (40)
- Remote sensing (37)
- Geography (36)
- Culture (35)
- Higher education (35)
- Female (34)
- Rural (33)
- Climate Change (32)
- Policy (30)
- Equity (29)
- Migration (29)
- Technology (29)
- Community (28)
- Public health (28)
- China (26)
- Leadership (26)
- Environment (25)
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (25)
- Women (25)
- 2023 (24)
- Publication
-
- Insights: The Newsletter of the Neal A. Maxwell Institute for Religious Scholarship (274)
- Theses and Dissertations (178)
- Faculty Publications (117)
- School of Geography, Earth and Environmental Sciences (108)
- Ornitología Neotropical (77)
-
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (76)
- Electronic Theses and Dissertations (67)
- Honors Theses (61)
- Dissertations (59)
- University of Montana Course Syllabi, 2021-2025 (59)
- Masters Theses (57)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (55)
- Doctoral Dissertations and Projects (53)
- Faculty, Staff and Student Publications (53)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (50)
- Articles (46)
- Faculty Scholarship (44)
- IASDR Conference Series (44)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (39)
- Research outputs 2022 to 2026 (39)
- Graduate Theses and Dissertations (36)
- Bird Observer (35)
- Faculty, Staff and Students Publications (34)
- Theses (34)
- Bulletin of Chinese Academy of Sciences (Chinese Version) (32)
- 2020-Current year OA Pubs (28)
- Sehnsucht: The C. S. Lewis Journal (28)
- Dissertations and Theses (27)
- Master's Theses (27)
- Publications and Research (27)
- Publication Type
- File Type
Articles 6721 - 6750 of 7079
Full-Text Articles in Entire DC Network
รัฐไทยกับกระบวนการประกอบสร้างความเป็นพลเมือง: กรณีศึกษากลุ่มชาติพันธุ์มอแกนและคนไทยพลัดถิ่น, พศกร โยธินนีรนาท
รัฐไทยกับกระบวนการประกอบสร้างความเป็นพลเมือง: กรณีศึกษากลุ่มชาติพันธุ์มอแกนและคนไทยพลัดถิ่น, พศกร โยธินนีรนาท
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แนวคิดเรื่องรัฐสมัยใหม่ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และอิทธิพลของระบอบองค์กรเหนือรัฐกับภาวะข้ามชาติการย้ายถิ่นทางประชากรและการประกอบสร้างความเป็นพลเมืองถือเป็นประเด็นที่ถือเป็นข้อถกเถียงทางรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน วิทยานิพนธ์นี้เน้นศึกษาอิทธิพลของระบอบองค์กรเหนือรัฐและกระบวนการประกอบสร้างความเป็นพลเมืองของรัฐไทยจากกรณีศึกษากลุ่มชาติพันธุ์มอแกนและกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดระนอง โดยผ่านการวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นข้อถกเถียงทางวิชาการว่า “อธิปไตยแบบเลือกรับ” เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งปรากฎจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับระบอบองค์กรเหนือรัฐและภาวะข้ามชาติภายใต้สังคมโลกาภิวัตน์ ลักษณะความสัมพันธ์ดังกล่าวได้นำไปสู่กระบวนทัศน์ใหม่และการจัดการที่เปิดกว้างต่อปัญหาความเป็นพลเมืองของผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติตามพันธกรณีที่มีต่อหลักการและกติกาด้านสิทธิมนุษยชนสากล อย่างไรก็ตาม ภายใต้อำนาจอธิปไตยแบบเลือกรับและการปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวล้วนจำกัดไว้ภายใต้แนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติและลักษณะจารีตทางการเมืองของรัฐไทย ซึ่งได้กลายเป็นอุปสรรคในกระบวนการประกอบสร้างความเป็นพลเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์มอแกนกับกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นจนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิพลเมืองของรัฐไทย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นภูมิทัศน์แห่งการดิ้นรน การพิสูจน์ตัวตน และการต่อสู้กับกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นพลเมืองภายใต้รัฐไทย
การให้ความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาแก่การจัดแสงสี, ธมลวรรณ สานุรักษ์
การให้ความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาแก่การจัดแสงสี, ธมลวรรณ สานุรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานแสงสีถือเป็นงานศิลปะแขนงใหม่ที่ผู้สร้างสรรค์ก่อเกิดผลงานหลากหลายรูปแบบจนทำให้งานแสงสีได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่ยอมรับในวงการของงานศิลปะ อีกทั้งงานแสงสียังสร้างอาชีพ และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้สร้างสรรค์งานแสงสีถือเป็นงานศิลปะแขนงใหม่ที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก แต่บทบัญญัติของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาประเทศไทยยังอาจไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองงานแสงสี เพื่อให้งานแสงสีในประเทศไทยได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม ผู้เขียนจึงได้ศึกษากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญากรุงเบิร์น (Berne Convention) อนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention) ความตกลง TRIPS (TRIPS Agreement) และกฎหมายสหภาพยุโรป รวมถึงกฎหมายต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศชั้นนำที่มีการให้ความสำคัญในการคุ้มครองงานทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนได้สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้ความคุ้มครองงานแสงสี โดยแบ่งบุคคลที่สัมภาษณ์ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ นักวิชาการ ที่ปรึกษากฎหมาย และศิลปินซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์งานแสงสี พร้อมทั้งนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแบ่งเป็นปัญหาต่าง ๆ ตามประเภทของงานทรัพย์สินทางปัญญาเป็น 6 ประเด็น ดังนี้ ลักษณะงานแสงสีที่จะเข้าองค์ประกอบเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ การปรับใช้หลักเสรีภาพในการถ่ายภาพงานแสงสี (Freedom of Panorama) การคุ้มครองการประดิษฐ์เกี่ยวกับงานแสงสีภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร การให้ความคุ้มครองงานแสงสีตามบทนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” การคุ้มครองงานแสงสีในฐานะส่วนประกอบของสินค้าหรือบริการ (Trade Dress) การคุ้มครองความลับทางการค้าในงานแสงสี ตลอดจนพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียของการให้ความคุ้มครองงานแสงสีตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น จากการศึกษาพบว่าการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแก่งานแสงสีเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ ผู้เขียนเสนอแนะแนวทางเพื่อให้การคุ้มครองงานแสงสีภายใต้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น โดยให้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เรื่องข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรม และแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เรื่องบทบัญญัติในส่วนของคำนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” สำหรับเครื่องหมายการค้าสามมิติ (Hologram Marks) ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจดแจ้ง หรือจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับงานแสงสี เผยแพร่ความรู้ จัดทำหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ หรือคู่มือ (Guidelines) จัดอบรมหรือให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้สนใจ ติดตามพัฒนาการในการคุ้มครองงานแสงสีในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี
โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนผ่านการนำเสนอตัวละครนักสืบชายในอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี (Holmes & Moriarity) ของจอช แลนยอน (Josh Lanyon, 2009-2018) ประกอบด้วยอาชญนิยายทั้งหมด 4 เล่ม ได้แก่ ซัมบอดี คิลด์ ฮิส เอดิเตอร์ (Somebody Killed His Editor, 2009), ออล ชี โรต (All She Wrote, 2010), เดอะ บอย วิธ เดอะ เพนฟูล แทตทู (The Boy with the Painful Tattoo, 2014), และ อิน ออเธอร์ เวิร์ดส์...เมอร์เดอร์ (In Other Words...Murder, 2018)จากการศึกษาพบว่าแนวคิดด้านเพศสถานะและบรรทัดฐานรักต่างเพศมีอิทธิพลต่อขนบการนำเสนอของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างมาก ตัวบทคัดสรรตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะและอคติทางเพศในบันเทิงคดีแนวสืบสวนยุคแรกด้วยการนำเสนอนักสืบชายที่ไม่จำเป็นต้องเป็นวีรบุรษและมีภาพลักษณ์ความเป็นชายตามอุดมคติของสังคมแต่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ ตัวบทคัดสรรนำเสนอตัวละครนักสืบชายผ่านบทบาทการตกเป็นเหยื่อและเป็นผู้ต้องสงสัย ตัวละครนักสืบยังสามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศและคบหาดูใจกับคู่รักเพศเดียวกันไปพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ด้วย บทบาทและภาพลักษณ์ของตัวละครนักสืบชายที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนร่วมสมัยที่ตัวละครนักสืบชายถูกนำเสนอให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น นักสืบไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง แต่สามารถเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวและอ่อนแอได้อย่างไรก็ดี แม้ตัวบทคัดสรรจะพยายามนำเสนอตัวละครนักสืบชายที่ปฏิเสธการอยู่ภายใต้ค่านิยมของสังคมกระแสหลัก แต่นักสืบชายที่เลือกสร้างครอบครัวคู่รักเพศเดียวกันด้วยการแต่งงานและการอุปการะบุตรไม่อาจก้าวพ้นจากบรรทัดฐานรักต่างเพศและค่านิยมของสังคมกระแสหลักได้อย่างเด็ดขาด ท้ายที่สุดแล้วอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี จึงสูญเสียโอกาสที่จะตอบโต้ค่านิยมแบบรักต่างเพศไป การนำเสนอดังกล่าวจึงเป็นการหวนคืนสู่บรรทัดฐานรักต่างเพศ เพราะสังคมยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวในอุดมคติดังเดิม
อิทธิพลของปรากฏการณ์เอนโซต่อการเกิดพายุฤดูร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย, นาวิน เสริมสุข
อิทธิพลของปรากฏการณ์เอนโซต่อการเกิดพายุฤดูร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย, นาวิน เสริมสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะและรูปแบบทางพื้นที่ของปริมาณฝนจากพายุฤดูร้อนตามสภาวะของปรากฏการณ์เอนโซ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยด้วยแบบจำลอง Weather Research and Forecasting (WRF) วิธีการวิจัยเริ่มจากประมวลผลแบบจำลอง WRF ด้วยชุดพารามิเตอร์ทางคิวมูลัส 4 ชุด ได้แก่ Kain-Fritsh (KF) Bett-Miller-Janjic (BMJ) Grell-Devenyi (GD) และ Grell-3D (G3) ในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2560-2564 จากนั้นตรวจสอบความถูกต้องด้วยข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศสกลนครที่ปรับแก้ความเอนเอียงเชิงพื้นที่ (Spatially Variable Bias Correction) ด้วยข้อมูลจากสถานีตรวจวัดอากาศภาคพื้นดิน 5 แห่ง ผลการศึกษาพบว่าชุดพารามิเตอร์ BMJ มีประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุดในการจำลองปริมาณฝนจากพายุฤดูร้อน โดยมีความคลาดเคลื่อน (RMSE) ของปริมาณฝนรายชั่วโมงและความเร็วลมจากข้อมูลเรดาร์ เท่ากับ 4.98 มิลลิเมตร และ 4.78 นอต ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ลักษณะและรูปแบบของฝนจากแบบจำลอง WRF ในเดือนมีนาคมและเมษายน พ.ศ. 2553-2564 พบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มฝนขนาดเล็กถึงปานกลาง (พื้นที่เฉลี่ย 409.52 ตารางกิโลเมตร) โดยมีกลุ่มของพื้นที่ฝนตกหนัก (มากกว่า 35 มิลลิเมตร/วัน) โดยเฉลี่ย 1-3 กลุ่มต่อวัน ช่วงปลายเดือนเมษายนปริมาณฝนมีความผันแปรสูงกว่าต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งแสดงถึงการเกิดสภาพอากาศรุนแรงในบางปี ส่วนเดือนพฤษภาคมกลุ่มของพื้นที่ฝนตกหนักมีจำนวนมากขึ้น มีขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้นและต่อเนื่องกันบนพื้นที่จากอิทธิพลของลมมรสุมฤดูร้อนและร่องความกดอากาศต่ำเขตศูนย์สูตร สำหรับความสัมพันธ์กับค่า Oceanic Niño Index (ONI) พบว่า สภาวะเอลนีโญที่เริ่มต้นขึ้นในฤดูร้อนหรือก่อนฤดูร้อน 3 เดือน ทำให้ปริมาณฝนรายวันและพื้นที่ฝนหนักรายวันในเดือนมีนาคมและเมษายนลดลง (r ระหว่าง -0.44 ถึง -0.86 และ -0.24 ถึง -0.93 ตามลำดับ) ส่วนสภาวะลานีญาเฉพาะที่เริ่มต้นขึ้นในฤดูร้อนเท่านั้นส่งผลให้ปริมาณฝนรายวันในช่วงครึ่งเดือนหลังของมีนาคมและเมษายนเพิ่มขึ้น (r = -0.86 และ -0.58 ตามลำดับ) สำหรับพื้นที่ฝนหนักเพิ่มขึ้นเฉพาะครึ่งเดือนหลังของเมษายนเท่านั้น (r = -0.59) ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสภาวะเอนโซส่งผลต่อปริมาณฝนในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนชัดเจนกว่าเดือนพฤษภาคม
Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen
Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Tourism plays a vital role in Thailand’s economy, especially in the aftermath of COVID-19, which led the Tourism Authority of Thailand (TAT) to implement strategies to increase foreign visits. This study examines homestay tourism, known for its community engagement and cultural immersion, focusing on its attractiveness to young Chinese tourists seeking serene experiences in the post-pandemic era. Employing both quantitative and qualitative methodologies, the research evaluates the demographic profiles, behaviors, motivations, and satisfaction levels of young Chinese tourists in Thai homestays, primarily through descriptive analysis. Findings show that security and hospitality are the top factors influencing these tourists’ decisions to …
The Representation Of Thainess In Thai-As-A-Foreign-Language-Textbooks Of The Republic Of Korea, Uprachit Ruamsup
The Representation Of Thainess In Thai-As-A-Foreign-Language-Textbooks Of The Republic Of Korea, Uprachit Ruamsup
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to analyze the representation of Thainess constructed in Thai-as-a-foreign-language textbooks in the Republic of Korea and to examine the factors that influence the construction of these representations. Employing a qualitative research approach and content analysis, the study examines the sociocultural content of five Thai-as-a-foreign-language textbooks aligned with the Critical Foreign Languages policy of the Republic of Korea. The analysis revealed seven key dimensions of sociocultural content within the textbooks, including: language and language culture, people in Thai society, traditions and cultural heritage, Thai history, environmental geography, economy and tourism industry, and Thai politics and international relations. This …
The Impact Of English On Experiencing Othering: A Case Study Of Chulalongkorn University Students, Alejandro Soria Higuera
The Impact Of English On Experiencing Othering: A Case Study Of Chulalongkorn University Students, Alejandro Soria Higuera
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
International programs in Thailand possess distinctive characteristics as nearly all students are Thai nationals who have met the standard English proficiency requirements. Instruction is entirely in English, and these programs are situated within universities where the majority of students are enrolled in Thai-language programs. Additionally, Thai faculty and staff contribute to the necessity of using the Thai language for social interactions outside the classroom. This complexity surrounding international program students in Thailand has led to the purpose of this research, which is to study the impact of English communication inside and outside the classroom on the path to acquiring competence …
Residents’ Perceptions Towards Impact Of Tourism Development:A Case Study Of Sukhumvit District, Bangkok, Yuanchenzi Cui
Residents’ Perceptions Towards Impact Of Tourism Development:A Case Study Of Sukhumvit District, Bangkok, Yuanchenzi Cui
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines the multifaceted impacts of tourism in Bangkok's Sukhumvit area on local residents in terms of economic, environmental, sociocultural, digital, and health. According to the study, residents' perception of the health impact of tourism varies significantly due to different education levels, with residents with lower levels of education perceiving tourism's health effects positively. In addition, the study explored residents’ needs and expectations for tourism, with findings highlighting the importance of paying more attention to the needs of local residents and promoting community engagement in tourism development, while ensuring that tourism development is conducive to environmental protection. This study …
Development Of Plant-Produced Proteins For Treatment And Prevention Against Rsv Type A (Rsv-A), Nuttapat Pisuttinusart
Development Of Plant-Produced Proteins For Treatment And Prevention Against Rsv Type A (Rsv-A), Nuttapat Pisuttinusart
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Respiratory Syncytial Virus (RSV), a highly contagious virus known to cause severe respiratory illnesses, poses a significant health threat, particularly impacting vulnerable populations such as young children, the elderly, and immunocompromised individuals. It is a leading cause of lower respiratory tract infections, often resulting in serious complications like pneumonia and bronchiolitis. Despite its substantial impact, there is currently only an approved RSV vaccine specifically designed for the elderly, emphasizing the urgency of continued research in this area for developing broader coverage of the population. The plant expression platform for producing therapeutic proteins offers a cost-effective and scalable solution, presenting a …
The Advent Of Facial Recognition And The Erosion Of The Rule Of Law In "Moscow Smart City", Antonina Semivolos
The Advent Of Facial Recognition And The Erosion Of The Rule Of Law In "Moscow Smart City", Antonina Semivolos
Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice
The Russian government's deployment of facial recognition technology in Moscow, exemplified by the Popova case, highlights the erosion of civil liberties due to insufficient legal regulation and the absence of safeguards against surveillance overreach. This deployment underscores the broader decline in democratic principles and civil society's diminished capacity to challenge authoritarian measures.
Ancient Landscapes Of South Texas At The Nexus Of Natural And Social History: An Educational, Community Engagement And Research Initiative For The Twenty-First Century, Roseann Bacha Garza, Juan L. Gonzalez, Edward González-Tennant, Starr E. Hein, Christopher L. Miller, Russell K. Skowronek
Ancient Landscapes Of South Texas At The Nexus Of Natural And Social History: An Educational, Community Engagement And Research Initiative For The Twenty-First Century, Roseann Bacha Garza, Juan L. Gonzalez, Edward González-Tennant, Starr E. Hein, Christopher L. Miller, Russell K. Skowronek
Anthropology Faculty Publications
Prior to 2009 the geoarcheological landscape of the lower Rio Grande valley was virtually a tabula rasa within the scholarship of archeology and geology. To rectify this shortcoming the Community Historical Archeology Project with Schools (CHAPS) Program was created from an interdisciplinary team of scholars with research interests in the Rio Grande valley while working initially with undergraduate and graduate students conducting in-depth studies of family farms and working with collectors to identify archeological sites. Through time the CHAPS Program created forums for locally focused K-12 education while developing community engagement initiatives to encourage public heritage tourism. One, the Ancient …
The Evolution Of The Chief Technology Officer And The Modernization Of Technology In Education, Brian Skibinski
The Evolution Of The Chief Technology Officer And The Modernization Of Technology In Education, Brian Skibinski
All Student Theses and Dissertations
The role of technology in education has changed dramatically over the past 20 years. From the advent of individual workstations to networked labs to one-to-one technologies, computers have transformed how teachers and students consume information. School districts today support hundreds if not thousands of devices and end users. Technology supports mission critical systems like financial, human resources, library, and student information systems and ensures they are integrating rostering information to numerous third-party programs like Clever, Classlink or textbook specific websites. They also support the district operations as well by assisting in or managing building automation controls which can include lighting, …
Synthesizing Energy Transitions, Danielle Stokes, Nadia Ahmad, Uma Outka, Hannah Wiseman
Synthesizing Energy Transitions, Danielle Stokes, Nadia Ahmad, Uma Outka, Hannah Wiseman
Law Faculty Publications
This Article assesses the growing and cross-disciplinary literature on energy transitions to explore how it can guide law and policy reforms for the energy sector. The modern conception of energy transition centers primarily on clean energy—a shift away from fossil energy dependence. It also, however, incorporates equity as a core principle, as an increasing emphasis on energy justice and just transition seeks to create guiding norms for the energy sector’s current state of change. The concept of energy transition is critical for describing and giving meaning to a fundamental societal shift at the local, regional, national, and global scales, aligned …
Conceptualizing The Construct Of Ocean Identity, Miriah R. Kelly, Jo-Marie Kasinak, Emma Mckinley, Caitlin Mclaughlin, Jamie M.P. Vaudrey, Jennifer Mattei
Conceptualizing The Construct Of Ocean Identity, Miriah R. Kelly, Jo-Marie Kasinak, Emma Mckinley, Caitlin Mclaughlin, Jamie M.P. Vaudrey, Jennifer Mattei
Biology Faculty Publications
The construct of ocean identity provides a valuable lens that can unpack the multiple dimensions of human connections with ocean spaces, and crucially places importance on the integration of cognitive, affective, and behavioral components. The construct of ocean identity is applicable in academic and professional contexts, and is largely unexplored from both qualitative and quantitative research perspectives. This comment article presents a revised definition of ocean identity and posits a useful conceptual framework based on a robust analysis of literature to unveil the multiple dimensions that may explain an individuals’ ocean identity. Here we identify a series of attributes that …
Fighting For Whiteness In Ukraine, Marissa Jackson Sow
Fighting For Whiteness In Ukraine, Marissa Jackson Sow
Law Faculty Publications
Teri McMurtry-Chubb’s Race Unequals: Overseer Contracts, White Masculinities, and the Formation of Managerial Identity in the Plantation Economy offers groundbreaking insights into the gendered economic hierarchies internal to the body politic of whiteness through its examination of the limitations that plantation overseers’ contracts in the American Deep South placed on their ability to exercise the proprietorship and contracting authority prerequisite to white identity. This Essay uses the Ukrainian campaign to be recognized as a liberal white nation, and formally become a member of the West, as a contemporary case study of how whiteness remains hegemonized and subject to the ability …
Examining Purity And Green Complexity Score On Wind And Solar Stock Return, Kanokphorn Pongklang
Examining Purity And Green Complexity Score On Wind And Solar Stock Return, Kanokphorn Pongklang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
The Dynamics Of Thai Household Poverty And Its Implications, Nattabhorn Leamcharaskul
The Dynamics Of Thai Household Poverty And Its Implications, Nattabhorn Leamcharaskul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to examine poverty in Thailand by identifying determining factors of poverty incidence and dynamics from both monetary and non-monetary perspectives. It also explores the voices of the poor and analyzes the role of social capital in poverty reduction. Quantitative analysis utilizes the SES panel dataset from 2007, 2012, and 2017, comprising 3,567 households, while quantitative analysis involves in-depth interviews conducted with 90 households in Mae Hong Son, Buri Ram, and Pattani, using the life-history approach. The findings show positive impact of remittances and increasing average years of schooling on poverty status. The vulnerability of households relying solely …
Huai-River Policy And Regional Economic Development: Status And Prospect, Yannan Gao
Huai-River Policy And Regional Economic Development: Status And Prospect, Yannan Gao
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explores the impact of the Huai River policy on human and economic activities. First, we study the impact of central heating policy on air quality. Second, the impact of the Huai River policy on human migration and FDI is explored. Third, we further explore the impact of the Huai River policy on economic development. This study has both theoretical and empirical parts. It initially explores the role of variables by establishing a theoretical framework. Then, it applies statistical methods to verify the model and propose new explanations for the phenomenon. We use the county-level data near the heating …
การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ของจีนในประเทศกำลังพัฒนาผ่านข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt And Road Initiative : Bri), นันท์นภัส ภัทรอังกูร
การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ของจีนในประเทศกำลังพัฒนาผ่านข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt And Road Initiative : Bri), นันท์นภัส ภัทรอังกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจีนในประเทศในแอฟริกา โดยจะชี้ให้เห็นว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นการส่งออกโมเดลจีน (China Model) ให้กับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นการส่งเสริมฉันทามติปักกิ่ง (Beijing Consensus) อันเป็นแนวคิดการพัฒนาที่แตกต่างจากฉันทามติวอชิงตัน (Washington Consensus) เพื่อส่งเสริมการผงาดขึ้นของจีน (Rise of China) ในระบบระหว่างประเทศ ซึ่งจีนได้ส่งออกเมืองอัจฉริยะตามโมเดลจีนผ่าน BRI และ DSR และขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะดังกล่าวภายใต้โครงการเมืองที่ปลอดภัย (Safe Cities) ซึ่งจะให้ความสำคัญกับความมั่นคงของรัฐเป็นหลัก โดยสนับสนุนการลงทุนเมืองอัจฉริยะตามโมเดลจีนผ่านบริษัทข้ามชาติสัญชาติจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Huawei ที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าไปลงทุนและดำเนินการด้านเทคโนโลยีในการสอดส่องเมือง ทำให้เมืองอัจฉริยะตามโมเดลจีนเต็มไปด้วยการใช้เทคโนโลยีเมืองเพื่อสอดส่องผู้อยู่อาศัยภายในเมืองจากรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลจีน ซึ่งการส่งออกแนวคิดการพัฒนาเมืองดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าจีนพยายามแสวงหาและสร้างการยอมรับการเมืองอัจฉริยะตามโมเดลจีนกับประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศในทวีปแอฟริกาที่โมเดลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจีนได้รับการยอมรับไปปรับใช้กับรัฐบาลในแอฟริกาอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพและบทบาทของจีนในการแข่งขันทางอำนาจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์เชิงอำนาจในทิศทางที่จีนพอใจมากขึ้นในระดับโลก
Green Bri ของจีนและการจัดการภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ, สรวีย์ ขาวมาก
Green Bri ของจีนและการจัดการภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ, สรวีย์ ขาวมาก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้ศึกษาวิเคราะห์ความพยายามของจีนในการจัดการภาพลักษณ์ข้อริเริ่ม BRI ผ่านการเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิดการพัฒนาสีเขียว จีนได้ริเริ่ม BRI เป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญในปี ค.ศ. 2013 อย่างไรก็ตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการ BRI ได้ทำให้จีนมุ่งสู่แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากบรรทัดฐานและกรอบข้อตกลงระหว่างประเทศที่ผลักดันโดยองค์การระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ มาปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ BRI เป็นตัวแบบสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่พยายามจัดการกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ BRI แต่ยังมุ่งสร้างจุดยืนระดับโลกของจีนให้ดีขึ้นในการเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาตามข้อเสนอหลักของ Martha Finnemore ที่ว่ารัฐรับเอาบรรทัดฐานและคุณค่าใหม่ผ่านองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจีนรับเอาหลักการพัฒนาสีเขียวมาใช้ทางยุทธศาสตร์เพื่อปรับเปลี่ยนการรับรู้ระหว่างประเทศของการดำเนินนโยบายต่างประเทศจีน การรับมานี้ไม่เพียงช่วยลดข้อกังวลต่างๆ ที่เกี่ยวกับ BRI แต่ยังทำให้จีนก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ปฏิบัติตามวาระสีเขียวในเวทีโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตามการที่จีนให้คำมั่นสัญญาต่อการพัฒนาสีเขียวในโครงการ BRI ทำให้เกิดการสำรวจตรวจสอบจากตัวแสดงระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่อาจพยายามค้นหาเพื่อทำให้จีนรับผิดชอบต่อการดำเนินการทางสิ่งแวดล้อมของ green BRI ตามที่ได้ให้ไว้กล่าวโดยสรุป สารนิพนธ์เสนอว่าการนำแนวคิดการพัฒนาสีเขียวมาใช้เพื่อปรับการดำเนินโครงการ BRI ไปเป็น green BRI ของจีนเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของคำมั่นสัญญาและพันธกิจต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พันธกิจดังกล่าวเป็นสิ่งที่จะถูกใช้อ้างอิงต่อไปในความร่วมมือระหว่างประเทศของจีนที่เกี่ยวข้องกับ Green BRI ด้านหนึ่งจีนจะถูกตรวจสอบความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น แต่พร้อมกันนั้นก็เป็นโอกาสสำหรับจีนที่จะแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนต่อความรับผิดชอบในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานระหว่างประเทศ
ผลกระทบของการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ต่อพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา, ณัฐพงศ์ ปรีสิทธิ์
ผลกระทบของการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ต่อพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา, ณัฐพงศ์ ปรีสิทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในยุคปลายของประธานาธิบดี Barack H. Obama ผลักดันให้ฝ่ายการเมืองสหรัฐฯ ตอบโต้รัฐบาลทหาร เพื่อกดดันเร่งให้มีการเลือกตั้งและคืนอำนาจการปกครองแก่ประชาชนชาวไทย ด้วยการรัฐประหารขัดต่อค่านิยมที่สหรัฐฯ ส่งออกอย่างเสรีนิยมประชาธิปไตย และขัดต่อกฎหมายสหรัฐฯ โดยตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตลอดช่วงห้าปีแรกภายหลังการรัฐประหาร กระทั่งถึงการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 แม้จะมีการกระทบกระทั่งทางการเมืองและการทูตอยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกามิได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วยว่ารัฐไทยยังคงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ผ่านกลไกความร่วมมือและองค์กรของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ อันหมายถึงการคงอยู่ของผลประโยชน์แห่งชาติของทั้งสองประเทศที่ยังคงสอดคล้องกัน โดยกรอบความร่วมมือทางการทหารและความมั่นคงที่สำคัญที่สุดอย่างการซ้อมรบร่วมระดับภูมิภาค Cobra Gold และโครงการซื้อขายยุทโธปกรณ์ Foreign Military Sales (FMS) เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด อันเหนี่ยวรั้งให้ความร่วมมือทางทหารของไทยและสหรัฐฯ ยังคงอยู่ได้ เหนือพลวัตความเปลี่ยนแปลงหรือความแตกต่างจากปัจจัยด้านอื่นๆ รวมทั้งเศรษฐกิจ และค่านิยมที่ยึดถือ
บทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว: กรณีศึกษาโครงการรถไฟจีน-ลาว, ณัฐพล ชาวคอนไชย
บทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว: กรณีศึกษาโครงการรถไฟจีน-ลาว, ณัฐพล ชาวคอนไชย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว ผ่านกรณีศึกษาโครงการรถไฟจีน-ลาว ซึ่งเป็นความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองชาติ และสอดคล้องกับข้อริเริ่มแถบและเส้นทางของจีน และยุทธศาสตร์การเปลี่ยนประเทศไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศเชื่อมโยงภูมิภาคของ สปป.ลาวว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สปป.ลาว อย่างไร โดยประยุกต์ใช้กรอบวิเคราะห์นีโอมาร์กซิตส์และแนวคิดการพึ่งพามาอธิบายว่า บทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว อยู่ในลักษณะที่ไม่เท่าเทียมอยู่แล้วโดยจีนเป็นรัฐแกนกลาง ขณะที่ สปป.ลาว เป็นรัฐบริวาร อีกทั้ง การพัฒนาโครงการรถไฟจีน-ลาว สร้างผลประโยชน์ให้กับจีนมากกว่า สปป.ลาว และเป็นเครื่องมือสำหรับขูดรีดอีกทางหนึ่งผ่านการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และการขยายตลาดส่งออกมาสู่อาเซียนด้วยต้นทุนการขนส่งที่ลดลง นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการรถไฟจีน-ลาว ยังส่งผลให้ สปป.ลาว เผชิญความเสี่ยงด้านหนี้สินจำนวนมาก และในท้ายที่สุด สปป.ลาว จะยิ่งจำเป็นต้องพึ่งพาจีนในทางเศรษฐกิจ และอาจต้องดำเนินนโยบายที่เอียงเองต่อจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การกำหนดกำลังรบทางเรือของสหรัฐอเมริกาเพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจนำระดับโลก :กรณีศึกษาสถานการณ์จำลองยุทธ์บริเวณช่องแคบไต้หวัน, เจนยุทธ นิมา
การกำหนดกำลังรบทางเรือของสหรัฐอเมริกาเพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจนำระดับโลก :กรณีศึกษาสถานการณ์จำลองยุทธ์บริเวณช่องแคบไต้หวัน, เจนยุทธ นิมา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ สำรวจเอกสารยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาผ่านมุมมองทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุก (Offensive Realism) ในประเด็นการแสวงหาอำนาจให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการรับประกันการอยู่รอดที่ดีที่สุด และเชื่อมโยงการคาดการณ์ของทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกที่ชี้ว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดสงครามระหว่างมหาอำนาจ ไปสู่สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยหยิบยกกรณีศึกษาสถานการณ์จำลองยุทธ์บริเวณช่องแคบไต้หวัน เพื่อวิเคราะห์ว่าสหรัฐฯ กำหนดกำลังรบทางเรืออย่างไร เพื่อรักษาความได้เปรียบในสถานการณ์รบบริเวณช่องแคบไต้หวัน ในยุคสมัยประธานาธิบดี โจ ไบเดน และนำไปสู่ข้อเสนอในการกำหนดกำลังรบทางเรือในอนาคตต่อไป จากการศึกษาพบว่า สหรัฐฯ มีนโยบายในการแสวงหาอำนาจให้ได้มากที่สุดตามทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุก 6 วิธี ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ (internal balancing) การข่มขู่และการบีบบังคับ (blackmail) การถ่วงดุลอำนาจนอกชายฝั่ง (offshore balancing) การแสวงหาพันธมิตร (external balancing) การทำสงคราม (war) และการกัดเซาะอำนาจ (bloodletting) รวมทั้งการไม่ดำเนินยุทธศาสตร์เข้าร่วมเป็นพวก (bandwagoning) และไม่ดำเนินนโยบายโอนอ่อนผ่อนตาม (appeasement) กับมหาอำนาจคู่แข่ง และผลจากการจำลองยุทธ์บริเวณช่องแคบไต้หวันนั้น สหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะจีนและกำลังทางเรือของสหรัฐฯ ยังคงความได้เปรียบทั้งจำนวนอาวุธปล่อยนำวิถีและขีดความสามารถของเรือดำน้ำ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ต้องการเวลาล่วงหน้าเพื่อเคลื่อนกำลังเข้าสู่พื้นที่การรบ ดังนั้น การข่าวกรองเกี่ยวกับการบุกไต้หวันจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ และในกรณีที่การรบยืดเยื้อ สหรัฐฯ ควรสร้างฐานทัพเรือส่วนหน้าใกล้กับเกาะไต้หวัน เพื่อลดเวลาในการเดินทางเข้าพื้นที่การรบ และเป็นฐานส่งกำลังบำรุงเมื่อเกิดความขัดแย้งในบริเวณนี้
การยืนกรานในการอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์ในทะเลจีนใต้ในการดำเนินยุทธศาสตร์การต่างประเทศของจีน, พสุพิชญ์ ดิษฐบรรจง
การยืนกรานในการอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์ในทะเลจีนใต้ในการดำเนินยุทธศาสตร์การต่างประเทศของจีน, พสุพิชญ์ ดิษฐบรรจง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้มุ่งศึกษาถึงเหตุผลเบื้องหลังการที่จีนยืนหยัดที่จะใช้การอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ในทะเลจีนใต้ (South China Sea: SCS) ซึ่งเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบายต่างประเทศของจีนกับการเมืองภายในประเทศและยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์ การยืนหยัดในสิทธิทางประวัติศาสตร์ที่ฝังรากลึกนี้เป็นหัวใจสำคัญของท่าทีที่เด็ดขาดของจีนในภูมิภาค ทั้งยังสะท้อนถึงความทะเยอทะยานในภูมิรัฐศาสตร์ของจีนที่ขยายตัวอีกด้วย งานวิจัยนี้จึงแบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลักที่อธิบายมุมมองต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงเหตุผลและปัจจัยของการอ้างสิทธิ์ของจีนอย่างยาวนาน และศึกษาวิวัฒนาการของนโยบายต่างประเทศจีนที่เกี่ยวข้องกับทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดความตึงเครียดกับฟิลิปปินส์และประเทศอื่นๆในข้อขัดแย้ง ที่จีนยังคงใช้เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เพื่อสนับสนุนอธิปไตยของตน แม้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการในปี 2016 จะยืนยันว่าข้อเรียกร้องของจีนขัดต่อกฎหมายทะเลของสหประชาชาติ แต่จีนก็ยังยึดมั่นในข้ออ้างของตนอย่างแข็งกร้าว นำไปสู่การศึกษาการเมืองภายในของจีนตั้งแต่ยุคการเปลี่ยนผ่านผู้นำของจีนอย่างหูจิ่นเทาจนถึงสมัยยุคปัจจุบันของสีจิ้นผิง โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงทางอุดมการณ์และยุทธวิธีทางการเมืองของผู้นำจีนคนปัจจุบันที่มุ่งรวมอำนาจโดยเชื่อมโยงการเมืองภายในกับนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวในทะเลจีนใต้ การกระทำเชิงรุกที่อ้างสิทธิเหนือดินแดนนี้แสดงถึงความพยายามสร้างความชอบธรรมทางการเมืองของจีนภายในประเทศและยุทธศาสตร์ความเป็นผู้นำของสีจิ้นผิง ผ่านการปลุกกระแสชาตินิยมและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เพื่อสร้างการสนับสนุนจากสาธารณชนและเสริมสร้างฐานอำนาจ กลยุทธ์นี้สะท้อนท่าทีของนโยบายต่างประเทศจีนที่ไม่ยอมถอยในประเด็นทะเลจีนใต้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติก็ตาม โดยสรุปสารนิพนธ์นี้จึงสรุปถึงปัจจัยของการยืนยันในการอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์ทางทะเลจีนใต้จากประโยชน์ที่จีนได้รับ เช่น การควบคุมทรัพยากรทางทะเล การใช้ลัทธิชาตินิยมเพื่อรวบรวมการสนับสนุนจากสาธารณชน และการรักษาเสถียรภาพของพรรคคอมมิวนิสต์จีน การอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้นำจีนใช้เพื่อรวมอำนาจ สารนิพนธ์นี้ผสานการวิเคราะห์ระหว่างนโยบายต่างประเทศ การเมืองภายใน และยุทธศาสตร์ความเป็นผู้นำ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างครอบคลุมว่าทำไมจีนยังคงยืนหยัดในข้ออ้างทางประวัติศาสตร์ของตนในทะเลจีนใต้ โดยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยภายในและความทะเยอทะยานระหว่างประเทศของจีนที่ทำให้ข้อเรียกร้องนี้ยังคงเป็นประเด็นสำคัญต่อไป
การพัฒนานวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา, ปฏิพล พาด้วง
การพัฒนานวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา, ปฏิพล พาด้วง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของการใช้นวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลออกแบบและพัฒนานวัตกรรม โดยการเก็บข้อมูลจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ด้าน จำนวน 15 ท่าน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากล่องการเรียนรู้ 5 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกิจกรรมศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ 5 ท่าน และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนศิลปะระดับชั้นประถมศึกษา 5 ท่าน ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้นวัตกรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 26 คน และครูประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ แบบสำรวจความพึงพอใจต่อกิจกรรมสำหรับนักเรียน และครูผู้สอน แบบบันทึกการสนทนากลุ่มสำหรับนักเรียนแบบประเมินการสร้างสรรค์ผลงานจากผู้เรียน และแบบประเมินนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนานวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะ การสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา มีหลักการคือ กล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ 3 กล่องกิจกรรม ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปะติด ภาพพิมพ์ และงานปั้น ส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ที่อยู่ใกล้ตัวมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ พัฒนาการสร้างสรรค์จากกิจกรรมศิลปะและวัสดุเหลือใช้ สามารถเป็นตัวช่วยในการจัดการเรียนการสอนในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครูศิลปะ แนวทางในการนำนวัตกรรมกล่องการเรียนไปปรับใช้ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ 1) การนำเข้าสู่บทเรียนควรกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ เช่น การใช้เกมส์ หรือเพลง 2) บทบาทของครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรมีการอธิบายขั้นตอนการใช้กล่องการเรียนรู้ให้ชัดเจน 3) ลักษณะการจัดการเรียนรู้เป็นการจัดกิจกรรมอย่างยืดหยุ่นปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียน 4) การวัดและการประเมินผลตามสภาพจริง โดยประเมินจากกระบวนการและสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ระหว่างการทำกิจกรรม ผลจากการประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรมกล่องการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา พบว่า ระดับความพึงพอใจทั้งหมดอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย =2.95) โดยสามารถเรียงลำดับตามด้านที่มีความพึงพอใจจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดได้ ดังนี้ ด้านพัฒนาการของนักเรียน (ค่าเฉลี่ย =2.98) ด้านการสอนและกิจกรรมของกล่องการเรียนรู้ (ค่าเฉลี่ย =2.94) และด้านลักษณะของกล่องการเรียนรู้ (ค่าเฉลี่ย =2.94) ผลจากการสนทนากลุ่ม พบว่า ผู้เรียนชื่นชอบกิจกรรมศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ เพราะไม่สิ้นเปลืองเงินและเป็นการนำวัสดุเหลือใช้รอบตัวมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานศิลปะ มีความสนุก และรู้สึกสนใจหากมีการนำกล่องการเรียนรู้มาปรับใช้กับการเรียนการสอน
Strategic Distribution Centres Location For Traffic Safety Products, Pakaporn Bunwit
Strategic Distribution Centres Location For Traffic Safety Products, Pakaporn Bunwit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aims to determine suitable locations to build distribution centers for a specific company that distributes traffic safety products to highway offices across every province in Thailand using strategic methods. In this problem set, the predetermined location of customers and each corresponding demand were given. With customer locations spreading widely across Thailand, this research aims to find locations of distribution centers, which will result in the lowest cost to travel from the company's headquarter to the distribution centers and the cost of travelling to and from customers from those distribution centers by considering the transportation cost, vehicle cost and …
การประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินศักยภาพพื้นที่สีเขียวสำหรับความยืดหยุ่นปรับตัวของเมืองในจังหวัดสมุทรสาคร, กรรณิการ์ จันทร์ชิดฟ้า
การประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินศักยภาพพื้นที่สีเขียวสำหรับความยืดหยุ่นปรับตัวของเมืองในจังหวัดสมุทรสาคร, กรรณิการ์ จันทร์ชิดฟ้า
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การกลายเป็นเมืองอย่างรวดเร็วของจังหวัดสมุทรสาครส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะของเมืองทำให้มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อปรับปรุงระบบนิเวศที่จำเป็นของเมืองและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่สีเขียวในจังหวัดสมุทรสาคร และประเมินศักยภาพพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสมต่อความยืดหยุ่นปรับตัวของเมืองในจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ การวิเคราะห์แบบหลายเกณฑ์โดยวิธีกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ และการสังเคราะห์ความเชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวและความยืดหยุ่นปรับตัวของเมือง โดยใช้ข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และการสัมภาษณ์ผู้รู้ในพื้นที่ ผลการศึกษามีดังนี้ (1) จังหวัดสมุทรสาครมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินระหว่าง ปี พ.ศ. 2543 ถึง ปี พ.ศ. 2564 เท่ากับ ร้อยละ 35.13 ของพื้นที่จังหวัด โดยพื้นที่เกษตรกรรมเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนไปเป็นที่ดินประเภทอื่น ๆ มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.20 ของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทั้งหมด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนไปเป็นการใช้ที่ดินประเภทพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างมากที่สุด ร้อยละ 59.46 ของการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวมีแนวโน้มลดลงและพื้นที่เมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยรูปแบบการใช้ที่ดินนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพของจังหวัด (2) การประเมินศักยภาพพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสมต่อความยืดหยุ่นปรับตัวของเมือง ประกอบด้วยเกณฑ์หลัก 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจ-สังคม กายภาพ ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ผลการประเมินศักยภาพของพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสมต่อความยืดหยุ่นปรับตัวของเมือง พบว่า นอกเหนือจากร้อยละ 26.72 ที่เป็นพื้นที่เมืองแล้วนั้น พื้นที่ร้อยละ 73.28 ของจังหวัด คือ พื้นที่ศักยภาพ ซึ่งสามารถจำแนกเป็น 5 ระดับตามศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับการขยายตัวของเมือง ประกอบด้วย ศักยภาพสูงมาก (ร้อยละ 3.86) ศักยภาพสูง (ร้อยละ 61.48) ศักยภาพปานกลาง (ร้อยละ 34.13) ศักยภาพต่ำ (ร้อยละ 0.49) และศักยภาพต่ำมาก (ร้อยละ 0.05) ตามลำดับ พื้นที่ระดับศักยภาพสูงมากส่วนใหญ่เป็นการใช้ที่ดินหลากหลายประเภท ประกอบด้วย สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พืชสวน แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม้ผล พื้นที่นา พื้นที่ลุ่ม และ ป่าชายเลน ตามลำดับ พื้นที่เหล่านี้กระจายอยู่ในตำบลต่างๆ ใกล้พื้นที่เขตเมืองและอุตสาหกรรมของจังหวัด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวรองรับการขยายตัวของเมืองเพื่อส่งเสริมให้เมืองมีความยั่งยืนและยืดหยุ่น
การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลต่อลักษณะของน้ำท่าในลุ่มน้ำระยอง, ปทิตตา กฤตย์จิรกร
การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลต่อลักษณะของน้ำท่าในลุ่มน้ำระยอง, ปทิตตา กฤตย์จิรกร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลต่อปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำระยอง วิธีการวิจัยเริ่มจากจำลองการเกิดน้ำท่าด้วยแบบจำลอง Soil and Water Assessment Tool (SWAT) โดยสอบเทียบค่าพารามิเตอร์และทดสอบประสิทธิภาพแบบจำลองด้วยปริมาณน้ำท่าตรวจวัดรายวันใน พ.ศ. 2558-2563 จากนั้นวิเคราะห์รูปแบบการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในลุ่มน้ำระยองระหว่าง พ.ศ. 2553-2559 เพื่อคาดการณ์การใช้ประโยชน์ที่ดินใน พ.ศ. 2570 2575 และ 2580 ด้วยแบบจำลอง CA-Markov ผลการศึกษาพบว่าแบบจำลองสามารถคาดการณ์กราฟน้ำท่าได้ในระดับพอใช้ในลุ่มน้ำดอกกราย ลุ่มน้ำหนองปลาไหล และลุ่มน้ำคลองใหญ่ ในขณะที่ลุ่มน้ำทับมาคาดการณ์ปริมาณน้ำท่าในช่วงอัตราการไหลสูงได้ต่ำกว่าความเป็นจริง ส่วนลุ่มน้ำบ้านค่ายไม่สามารถจำลองปริมาณน้ำท่าได้อย่างถูกต้อง สำหรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของลุ่มน้ำระยอง พบว่าพื้นที่สิ่งปลูกสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีและการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคเกษตรกรรมบางประเภท มีแนวโน้มลดลง จึงกำหนดสถานการณ์การจำลองการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคตได้ 2 แบบ ที่มีพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นและเกษตรกรรมลดลงในอัตราที่ต่างกัน โดยใน พ.ศ. 2570 2575 2580 พบว่าลุ่มน้ำระยองมีปริมาณน้ำท่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.18 24.95 25.94 จาก พ.ศ. 2563 ในสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 0.5 และพื้นที่เกษตรกรรมลดลงเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 0.5 การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภท พืชไร่ ยางพารา อุตสาหกรรม และพื้นที่ชุมชน สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำระยองได้มากที่สุดทั้ง 2 สถานการณ์ (R2 ระหว่าง 0.85-0.99) เมื่อพิจารณาลุ่มน้ำย่อย พบว่าลุ่มน้ำทับมามีปริมาณน้ำท่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดจาก พ.ศ. 2563 ร้อยละ 50.40 เนื่องจากมีพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชนเพิ่มขึ้นและพื้นที่เกษตรกรรมลดลงมากกว่าลุ่มน้ำย่อยอื่น
Development Of Raman Spectroscopy-Integrated Calcium Oxalate Crystallization Index (Rcoci) Test And Its Clinical Validation For Diagnosing Calcium Oxalate Urolithiasis, Kamonchat Boonkam
Development Of Raman Spectroscopy-Integrated Calcium Oxalate Crystallization Index (Rcoci) Test And Its Clinical Validation For Diagnosing Calcium Oxalate Urolithiasis, Kamonchat Boonkam
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Urinary stone disease is mostly formed in the kidney and is highly recurrent. The most common type of urinary stones is calcium oxalate (CaOx). The development of urinary screening tests for estimating risk of CaOx stone formation is still challenging. Recently, we developed a urinary test, called indole-reacted calcium oxalate crystallization index (iCOCI) test, that provided a high diagnostic accuracy for CaOx urolithiasis. However, the iCOCI test is time-consuming and highly acidic chemicals are required for quantifying amount of CaOx. In this study, we proposed to develop a new method, called Raman spectroscopy-integrated calcium oxalate crystallization index (rCOCI) test, that …
Unity In Diversity: Exploring Central Thai Speaker’S Attitudes Towards Thai Dialects Through A Linguistic Approach, Tristan Aidan Pennell
Unity In Diversity: Exploring Central Thai Speaker’S Attitudes Towards Thai Dialects Through A Linguistic Approach, Tristan Aidan Pennell
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
At least 60.9% of people in Thailand speak a minority language natively. Despite a history of political nationalism suppressing dialects and minority languages, Thais seem to accept this linguistic diversity. This study explored attitudes of Central Thai speakers towards the main dialects, generally and by comparing two age groups: 18-30 and 45+. A Verbal-Guise technique-based survey gaining 145 respondents was conducted, with 76 of the younger age group and 69 of the older age group. The survey asked Central Thai people to evaluate recordings of three Thai dialects: Northern, North-eastern and Southern. Using Symbolic Domination, a theory analysing power relations …