Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (21438)
- Arts and Humanities (19650)
- Education (15518)
- Medicine and Health Sciences (14531)
- Law (14034)
-
- Life Sciences (11219)
- Physical Sciences and Mathematics (11101)
- Engineering (8354)
- Higher Education (6153)
- Business (5608)
- History (4034)
- Religion (3872)
- Sociology (3687)
- Psychology (3660)
- Medical Specialties (3041)
- Library and Information Science (2908)
- Computer Sciences (2767)
- Communication (2543)
- Public Health (2464)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (2289)
- Creative Writing (2101)
- English Language and Literature (2067)
- Nursing (2014)
- Environmental Sciences (1899)
- Biology (1882)
- Electrical and Computer Engineering (1807)
- Music (1614)
- Economics (1568)
- Art and Design (1559)
- Christianity (1555)
- Institution
-
- University of New Mexico (5391)
- Georgia Southern University (3365)
- University of Nebraska - Lincoln (3271)
- Brigham Young University (2863)
- Sigma Theta Tau International Honor Society of Nursing (2444)
-
- Utah State University (2429)
- Chulalongkorn University (2362)
- University of New Hampshire (2171)
- University of Kentucky (2103)
- University of South Florida (1951)
- City University of New York (CUNY) (1867)
- Louisiana State University (1774)
- Ohio University (1712)
- University of Mississippi (1702)
- University of Dayton (1680)
- Purdue University (1679)
- University of Montana (1650)
- UIdaho Law (1546)
- University of Alabama at Birmingham (1541)
- Walden University (1520)
- University of Plymouth (1460)
- TÜBİTAK (1425)
- Villanova University Charles Widger School of Law (1354)
- Technological University Dublin (1332)
- University of Rhode Island (1286)
- Portland State University (1277)
- Singapore Management University (1230)
- Western Kentucky University (1179)
- Valparaiso University (1163)
- East Tennessee State University (1127)
- Keyword
-
- Georgia Southern University (1653)
- Education (1017)
- Humans (830)
- Newsletter (658)
- Athletics Department (610)
-
- Athletics News (610)
- Female (532)
- Leadership (514)
- History (512)
- News Releases (509)
- Gender (491)
- Male (490)
- United States (489)
- Athletics (464)
- Media (462)
- English (453)
- Higher education (407)
- Armstrong State University (402)
- Indiana State University (392)
- University of Dayton (388)
- Technology (387)
- Kentucky (386)
- Women (377)
- Art (367)
- College of Arts & Sciences Themes (366)
- Communication (354)
- EIU (352)
- 2017 (347)
- Poetry (338)
- Newspaper (337)
- Publication
-
- New Mexico Quarterly (3724)
- Theses and Dissertations (3423)
- Faculty Publications (2051)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (1743)
- Electronic Theses and Dissertations (1591)
-
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1416)
- All Forum Articles (1382)
- 2017 Decisions (1194)
- International Nursing Research Congress (INRC) (1076)
- Browse All News (1065)
- Open Access Publications (941)
- Dissertations (925)
- UNH Today Archive (921)
- Biennial Convention (CONV) (918)
- The Great Lakes Entomologist (904)
- Law and Business Review of the Americas (891)
- Not Reported (845)
- Publications and Research (818)
- University of Montana Course Syllabi (817)
- The Catholic Lawyer (791)
- Faculty Scholarship (787)
- Articles (769)
- Athletics: News & Publications (656)
- Honors Theses (642)
- Defensive Publications Series (641)
- Theses (620)
- University of Mississippi News (600)
- Idaho Supreme Court Records & Briefs, All (592)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (573)
- Children's Book and Media Review (557)
- Publication Type
Articles 159031 - 159060 of 160814
Full-Text Articles in Entire DC Network
Steam ศิลปะเพื่อสะเต็มศึกษา: การพัฒนาการรับรู้ความสามารถและแรงบันดาลใจให้เด็ก, วิสูตร โพธิ์เงิน
Steam ศิลปะเพื่อสะเต็มศึกษา: การพัฒนาการรับรู้ความสามารถและแรงบันดาลใจให้เด็ก, วิสูตร โพธิ์เงิน
Journal of Education Studies
STEAM เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่นำศิลปะมาบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ปัจจัยสำคัญในการนำแนวคิด STEAM มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ บริบท (Context) การออกแบบสร้างสรรค์ (Creative Design) และการสร้างความจับใจ (Emotional Touch) ในการออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ สิ่งสำคัญในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สำคัญ 4-ประเด็น คือ 1) การบูรณาการ (Integration) 2) ความหลากหลาย (Variety) 3) ความลึก (Deep) และ4) ความเป็นพลวัต (Dynamic)
จับกระแสการศึกษาโลก, ศรีไพร โชติจิรวัฒนา
จับกระแสการศึกษาโลก, ศรีไพร โชติจิรวัฒนา
Journal of Education Studies
No abstract provided.
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนการเขียนโดยใช้ทฤษฎีกระบวนการเขียนเชิงปัญญาร่วมกับกลยุทธ์พุทธิปัญญาและอภิปัญญาเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, เฉลิมลาภ ทองอาจ, วิภาวรรณ วงษ์สุวรรณ์ คงเผ่า, สมพงษ์ จิตระดับ
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนการเขียนโดยใช้ทฤษฎีกระบวนการเขียนเชิงปัญญาร่วมกับกลยุทธ์พุทธิปัญญาและอภิปัญญาเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, เฉลิมลาภ ทองอาจ, วิภาวรรณ วงษ์สุวรรณ์ คงเผ่า, สมพงษ์ จิตระดับ
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนการเขียนโดยใช้ทฤษฎีกระบวนการเขียนเชิงปัญญาร่วมกับกลยุทธ์พุทธิปัญญาและอภิปัญญา เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) ประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบฯ โดยเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยในภาพรวมและรายด้านหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม จำนวน 70 คน ผู้วิจัยทดลองใช้รูปแบบฯ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมิน และเกณฑ์การประเมินระดับความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัย และทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถในการเขียนรายงาน การวิจัยโดยใช้สถิติทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบฯ มีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ 1) หลักการมี 5 ประการ 2) วัตถุประสงค์ คือ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัย 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน มี 4 ขั้น คือ ขั้นเตรียมประเด็นและวางแผนการเขียน ขั้นค้นคว้าข้อมูลและเขียนประเด็นความคิด ขั้นเขียนขยายความคิดและทบทวนความคิด และขั้นไตร่ตรองกระบวนการเขียนรายงานการวิจัย และ 4) การวัดและประเมินผล ใช้การวัดและประเมินจากการพิจารณารายงานการวิจัยของนักเรียนหลังการเรียน 2. ประสิทธิภาพของรูปแบบฯ พบว่า คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยของนักเรียนที่เป็นกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์, เฉลิมสิน สิงห์สนอง
ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์, เฉลิมสิน สิงห์สนอง
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 2) วิเคราะห์ตัวแบบปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 3) พัฒนาตัวแบบปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ปีการศึกษา 2557 จำนวน 337 คน ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบสุ่มอย่างง่าย มีตัวแปรแฝงภายนอกที่ใช้ในการวิจัยทั้งหมด 7 ตัวแปร ได้แก่ พฤติกรรมการสอนของผู้สอน การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ เจตคติ ความตั้งใจเรียนและความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยแบบทดสอบคณิตศาสตร์จำนวน 1 ฉบับ และแบบวัดจำนวน 6 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS 17.0 เพื่อหาค่าสถิติพื้นฐาน วิเคราะห์ตัวแบบปัจจัยเชิงสาเหตุด้วยโปรแกรมลิสเรล (LISREL 8.7) ผลการวิจัยพบว่า 1) ตัวแปรพฤติกรรมการสอนของผู้สอนและความตั้งใจเรียนมีอิทธิพลอยู่ในระดับมาก ตัวแปรการรับรู้ความสามารถของตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีอิทธิพลอยู่ในระดับปานกลาง 2) ตัวแบบปัจจัยเชิงสาเหตุกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยตรวจสอบจากค่าไคกำลังสองได้ 122.159 ค่าองศาเสรี 150 มีค่าพี 0.954 ค่าดัชนีความสอดคล้องของตัวแบบ (GFI) เท่ากับ 0.970 ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล?องเปรียบเทียบ (CFI) เท่ากับ 1.000 ค่าดัชนีรากของค?าเฉลี่ยกําลังสองของส?วนเหลือมาตรฐาน (RMR) 0.026 ค่าดัชนีความคลาดเคลื่อนในการประมาณค?าพารามิเตอร? (RMSEA) เท่ากับ 0.000 และค่าดัชนีตรวจสอบความกลมกลืน (NFI) เท่ากับ 0.980 ตัวแบบสามารถอธิบายความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ได้ร้อยละ 97.00 3) ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมเชิงบวกต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเรียงตามลำดับ คือ พฤติกรรมการสอนของผู้สอน ความภาคภูมิใจในตนเอง เจตคติ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การรับรู้ความสามารถของตนเองและความตั้งใจเรียน มีอิทธิพลรวมเท่ากับ 1.568 1.421 0.946 0.488 0.404 0.232 ตามลำดับ ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อความสามารถในแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ได้แก่ พฤติกรรมการสอนของผู้สอน ความภาคภูมิใจในตนเอง เจตคติ ความตั้งใจเรียน โดยมีอิทธิพลเท่ากับ 1.076 1.072 …
การพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นหลักที่มีการเสริมศักยภาพการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอภิปัญญา, ฐิติมา ช่วงชัย, จรัญ แสนราช
การพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นหลักที่มีการเสริมศักยภาพการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอภิปัญญา, ฐิติมา ช่วงชัย, จรัญ แสนราช
Journal of Education Studies
งานวิจัยฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นหลักที่มีการเสริมศักยภาพการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอภิปัญญา เพื่อนำไปใช้เป็นรูปแบบในการพัฒนาระบบช่วยสอนของบทเรียนวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐานและการโปรแกรม สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการผลิตและสารสนเทศ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในวิธีการดำเนินงานผู้วิจัยได้ทำการสังเคราะห์กรอบแนวคิด แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 10 ท่านทำการประเมิน จากนั้นสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และโจทย์ที่เป็นสถานการณ์ของบทเรียนจำนวน 6 สถานการณ์ พร้อมกับเกณฑ์การให้คะแนนในแบบ Rubric score ส่วนของการพัฒนาระบบใช้ภาษา HPH และ MySQL เป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดการภายใน และแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจและแบบประเมินคุณภาพของเครื่องมือ(แบบทดสอบ) ผลจากการดำเนินงานพบว่า รูปแบบการเรียนรู้แบบเน้นปัญหาเป็นหลักที่มีการเสริมศักยภาพการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอภิปัญญาผ่านการสังเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 10 ท่าน ประเมินความเหมาะสมให้อยู่ในระดับดี ส่วนความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับเนื้อหาด้วยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านมีทั้งสิ้น 33 วัตถุประสงค์ ไม่ผ่าน 1 วัตถุประสงค์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์จำนวน 152 ข้อ ค่า IOC ยอมรับได้ตั้งแต่ 0.6 ขึ้นไปมีจำนวน 144 ข้อโจทย์ปัญหาทั้ง 6 สถานการณ์ มี 25 ข้อคำถาม ค่า IOC ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 23 ข้อ ไม่ผ่าน 2 ข้อ ผู้วิจัยทำการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะเพื่อให้ได้โจทย์ครบจำนวน การวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย อำนาจจำแนก และความเชื่อมั่น ทดสอบนักเรียนจำนวน 30 คนพบว่า ข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์ของค่าความยากง่ายมีจำนวน 134 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกมีข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 121 ข้อ และค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบอยู่ที่ 0.92
การพัฒนาชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริมในการเรียนโดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยการเรียนรู้จากการจัดกระทำเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, ธัญญาพร เจียศิริพันธ์, ใจทิพย์ ณ สงขลา
การพัฒนาชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริมในการเรียนโดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยการเรียนรู้จากการจัดกระทำเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, ธัญญาพร เจียศิริพันธ์, ใจทิพย์ ณ สงขลา
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริมในการเรียนโดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยการเรียนรู้จากการจัดกระทำเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยการคิดวิเคราะห์เป็นทักษะที่ใช้ในการแยกแยะ เปรียบเทียบ และหาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบ ชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริมเป็นการเปลี่ยนข้อมูลจากภาพสัญลักษณ์ (marker) ไปยังวัตถุเสมือนที่เป็นรูปธรรม โดยการตรวจจับสีในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนมุมทุกมุมของภาพสัญลักษณ์ การรวมกันของสีเหล่านั้นใช้ในการเชื่อมโยงระหว่างภาพสัญลักษณ์กับวัตถุเสมือนที่สร้างขึ้น การออกแบบในชุดการสอนนี้เป็นการแสดงผลของสถานการณ์จำลอง โดยให้นักเรียนเลือกภาพสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์มาจัดกระทำ เมื่อนักเรียนจัดกระทำสื่อความเป็นจริงเสริมที่มีการแสดงผลแบบทันทีทันใดในแบบรูปภาพ สื่อความเป็นจริงเสริมจะแสดงข้อมูลเป็นวัตถุเสมือนซึ่งจะช่วยให้นักเรียนรับรู้ข้อมูลแบบรูปธรรมในเวลาทันทีทันใดจากภาพสัญลักษณ์ที่ถูกจัดกระทำ ส่งผลให้นักเรียนสามารถรับรู้และเข้าใจเนื้อหาในระดับที่สูงขึ้นกว่าการนำเสนอข้อมูลจากสื่อที่แยกกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ ชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริม เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ และ 2) แบบประเมินชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริม สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า ชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริมที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นเมื่อประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.78 ซึ่งหมายถึง โดยรวมชุดการสอนแบบความเป็นจริงเสริมมีความเหมาะสมในการนำมาใช้อยู่ในระดับดีมาก
ผลการใช้ชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1, น้ำฝน คูเจริญไพศาล
ผลการใช้ชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1, น้ำฝน คูเจริญไพศาล
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์สำหรับนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 และประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 2) ศึกษาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะที่สร้างตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะฯ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์ กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาคือ นิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 ห้องเรียน มีนิสิตจำนวน 36 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์สำหรับนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 2) แบบประเมินคุณภาพชุดฝึกทักษะโดยผู้เชี่ยวชาญ 3) แบบทดสอบประจำชุดฝึกทักษะ (10 ชุด) 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยสถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และ การทดสอบค่าทีแบบตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ของชุดฝึกทักษะ เท่ากับ 96.85/93.48 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) จำนวนนิสิตที่สอบได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80 -100 มีจำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และ 4) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียกชื่อและเขียนสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์ อยู่ในระดับพึงพอใจมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.07 (S.D.=0.34)
ความต้องการกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเชิงคุณภาพตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน, พงศ์พันธุ์ คำพรรณ์, เฟื่องอุรณ ปรีดีดิลก
ความต้องการกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเชิงคุณภาพตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน, พงศ์พันธุ์ คำพรรณ์, เฟื่องอุรณ ปรีดีดิลก
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์กรอบและตัวชี้วัดคุณภาพกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน และ (2) เพื่อวิเคราะห์ความต้องกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเชิงคุณภาพตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สถานประกอบการประเภทที่พักขนาดกลางขึ้นไปทั่วประเทศไทย จำนวน 396 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เพื่อวิเคราะห์กรอบและตัวชี้วัดและแบบสอบถามเพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ ผลการวิจัย พบว่ากรอบและตัวชี้วัดคุณภาพกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน มีจำนวน 18 องค์ประกอบ 90 ตัวชี้วัด และผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของสถานประกอบการเกี่ยวกับคุณภาพกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยตามมาตรฐานสมรรถนะอาเซียนภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบ พบว่าอยู่ในระดับมากแต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของสถานประกอบการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยเฉพาะความสามารถด้านภาษาอังกฤษ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ และสมรรถนะร่วมในหน้าที่หลัก ด้วยเหตุนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันเร่งรัดและผลักดันการพัฒนาโดยเฉพาะด้านการศึกษาเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ได้มาตรฐานรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนต่อไป
กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการของวิทยาลัยการทัพอากาศตามแนวคิดการเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ, ยุทธศักดิ์ พูลสุวรรณ
กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการของวิทยาลัยการทัพอากาศตามแนวคิดการเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ, ยุทธศักดิ์ พูลสุวรรณ
Journal of Education Studies
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ 2) วิเคราะห์สภาพทั่วไปของการบริหารงานวิชาการ และ 3) พัฒนากลยุทธ์การบริหารงานวิชาการของวิทยาลัยการทัพอากาศตามแนวคิดการเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงพรรณนารูปแบบผสมผสาน (Mix Methodology) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามสำหรับประเมินสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ของนักศึกษาวิทยาลัยการทัพอากาศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การสนทนากลุ่มผู้สำเร็จการศึกษา การตอบแบบสอบถามปลายเปิดของนักศึกษาปัจจุบัน และการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาตามแนวทางรับราชการทั้งในระดับนโยบาย ระดับอำนวยการ และระดับปฏิบัติการ สำหรับวิเคราะห์สภาพทั่วไปของการบริหารงานวิชาการที่เสริมสร้างสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา งานวิจัยนี้ใช้วิธีกำหนดกลยุทธ์จากตาราง TOWS Matrix โดยนำผลการวิเคราะห์ SWOT, IFE Matrix, EFE Matrix, และ IE Matrix ตรวจสอบและประเมินกลยุทธ์ด้วยตาราง QSPM และผู้ทรงคุณวุฒิจากระดับนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระดับอำนวยการการศึกษา และระดับปฏิบัติการสถานศึกษาของกองทัพอากาศ ผลการวิจัยที่สำคัญพบว่า 1) นักศึกษาของวิทยาลัยการทัพอากาศมีค่าเฉลี่ยสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ "ดี" โดยสมรรถนะด้านการแก้ปัญหาและตัดสินใจ และด้านทักษะบริหารเชิงยุทธศาสตร์มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ส่วนสมรรถนะด้านภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด 2) สภาพทั่วไปของการจัดการศึกษาในปัจจุบัน ไม่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างการบริหารงานวิชาการของแต่ละสถานศึกษาและนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของกองทัพอากาศในด้านเอกภาพของความพยายาม และเป้าหมายร่วมในการเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำ และผลผลิตไม่สอดคล้องกับความต้องการสมรรถนะการบริหารจัดการของบุคลากรกองทัพอากาศ 3) กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการของวิทยาลัยการทัพอากาศตามแนวคิดการเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำระดับยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ มี 3 กลยุทธ์หลัก คือ (1) กลยุทธ์ผนึกกำลังทางวิชาการ (2) กลยุทธ์เสริมสร้างความเข้มแข็งทางการบริหารงานวิชาการ และ (3) กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการเชิงรุก
ผลของการเรียนรู้ด้วยวิธีสืบสอบเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการสืบค้นและการใช้ผังกราฟิกที่มีต่อความสามารถในการสรุปผลของนิสิตบัณฑิตศึกษาครุศาสตร์, รัชนีกร หงส์พนัส
ผลของการเรียนรู้ด้วยวิธีสืบสอบเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการสืบค้นและการใช้ผังกราฟิกที่มีต่อความสามารถในการสรุปผลของนิสิตบัณฑิตศึกษาครุศาสตร์, รัชนีกร หงส์พนัส
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสืบสอบเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการสืบค้นและการใช้ผังกราฟิก 2)เพื่อศึกษาความสามารถในการสรุปผลของนิสิตที่เรียนด้วยวิธีสืบสอบเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการสืบค้นและการใช้ผังกราฟิก ตัวอย่างประชากรคือ นิสิตครุศาสตรมหาบัณฑิตชั้นปีที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 2 คนที่ศึกษาในรายวิชาการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาโลกปัจจุบัน ภาคปลาย ปีการศึกษา 2554 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1.แผนจัดการเรียนรู้รายวิชา การศึกษาวิเคราะห์ปัญหาโลกปัจจุบันมีจำนวน 11 แผน 2.แบบบันทึกความสามารถในการสรุปผลการสืบค้นความรู้และแบบบันทึกความสามารถในการสรุปผลการสืบสอบความรู้ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่าการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสืบสอบเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการสืบค้นและการใช้ผังกราฟิกตามเนื้อหาที่นิสิตสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนรู้ด้วยวิธีสืบสอบเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการสืบค้นและการใช้ผังกราฟิกหลังการทดลองจะมีผลต่อความสามารถในการสรุปผลการสืบสอบความรู้ และความสามารถในการสรุปผลการสืบค้นความรู้มากขึ้น
การเปรียบเทียบความต้องการจำเป็นของครูนิเทศก์โรงเรียนและนิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพ หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู, วิรุจ กิจนันทวิวัฒน์
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย 3 ข้อ คือ (1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของครูนิเทศก์โรงเรียน ในการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู (2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของนิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพ ในการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู และ (3) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการจำเป็นของครูนิเทศก์โรงเรียนและนิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพ ที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู กลุ่มตัวอย่างคือ ครูนิเทศก์โรงเรียน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple random sampling) และนิสิตชั้นปีที่ 5 สาขาธุรกิจและอาชีวศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามความต้องการจำเป็นของครูนิเทศก์ในโรงเรียน และ นิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพ ที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะครู ตามมาตรฐานวิชาชีพครูของนิสิต สร้างขึ้นตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพครู ของสำนักเลขาธิการคุรุสภา (2556) มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย จัดลำดับความสำคัญ (Priority Setting) โดยใช้ดัชนีจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNI) แบบปรับปรุง และเปรียบเทียบความต้องการจำเป็นของครูนิเทศก์โรงเรียนและนิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ผลการวิจัยสรุปว่า 1) ครูนิเทศก์โรงเรียนมีความต้องการจำเป็นต่อการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู มีค่า PNIModified อยู่ระหว่าง 0.000-0.181 ซึ่งความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต สามอันดับแรก คือ ด้านภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ด้านหลักสูตร และด้านปรัชญาการศึกษา ตามลำดับ 2) นิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพมีความต้องการจำเป็นต่อการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิตตามมาตรฐานวิชาชีพ มีค่า PNIModified อยู่ระหว่าง 0.000-0.363 ซึ่งความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต สามอันดับแรก คือ ด้านภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ด้านปรัชญาการศึกษา และด้านหลักสูตร ตามลำดับ 3) การเปรียบเทียบความต้องการจำเป็นของครูนิเทศก์โรงเรียนและนิสิตฝึกปฏิบัติการวิชาชีพที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิต ตามมาตรฐานวิชาชีพครู พบว่า ครูนิเทศก์โรงเรียนและนิสิต มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูของนิสิตเหมือนกันในสามอันดับแรก คือ ด้านมาตรฐานความรู้ สาระภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู สาระหลักสูตร และ สาระปรัชญาการศึกษา
การพัฒนาชุดการเรียนการสอนศิลปะการทอผ้าด้วยกี่แบบง่ายตามหลักสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ, สุพจนีย์ สกุลณา
การพัฒนาชุดการเรียนการสอนศิลปะการทอผ้าด้วยกี่แบบง่ายตามหลักสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ, สุพจนีย์ สกุลณา
Journal of Education Studies
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและศึกษาผลของการใช้ชุดการเรียนการสอนศิลปะการทอผ้าด้วยกี่แบบง่ายตามหลักสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ใน 4 ด้าน ได้แก่ กายภาวนา ศีลภาวนา จิตตภาวนา และปัญญาภาวนา งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองแบบกรณีศึกษา โดยศึกษาเด็กที่มีความต้องการพิเศษจำนวน 2 คน ซึ่งกำลังศึกษาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนรุ่งอรุณ ปีการศึกษา 2553 ระยะเวลาในการทดลอง 12 สัปดาห์ ผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้แก่ ครูการศึกษาพิเศษ ครูประจำชั้น และผู้ปกครอง จำนวน 5 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบประเมินความสามารถในการเรียนรู้ สมุดบันทึกรายละเอียดความคิดเห็นและข้อสังเกต สมุดบันทึกสรุปการเรียนรู้หลังการทำงานของนักเรียน ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ชุดการเรียนการสอนที่สร้างขึ้นประกอบ ขั้นตอนการสอน 4 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การทำกิจกรรมนำสมาธิแบบเคลื่อนไหว ขั้นที่ 2 การรับความรู้ ขั้นที่ 3 การฝึกฝนทักษะการทอผ้าและแก้ปัญหาที่พบ และขั้นที่ 4 การสรุปการเรียนรู้ หลังการใช้ชุดการเรียนการสอน พบว่า ความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มอาการออทิสซึม ด้านจิตตภาวนาเป็นด้านที่พัฒนาได้ดีที่สุด ด้านศีลภาวนาเป็นด้านที่พัฒนาได้ยากที่สุด ส่วนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และสมาธิสั้น ด้านกายภาวนาเป็นด้านที่พัฒนาได้ดีที่สุด ด้านศีลภาวนาเป็นด้านที่พัฒนาได้ยากที่สุด การจัดการเรียนที่เหมาะสมและมีครูเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนมากที่สุด
แนวทางการพัฒนาความใฝ่รู้: ทางออกสำหรับการดำรงอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้, ศรัณย์พร ยินดีสุข
แนวทางการพัฒนาความใฝ่รู้: ทางออกสำหรับการดำรงอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้, ศรัณย์พร ยินดีสุข
Journal of Education Studies
ความใฝ่รู้เป็นเครื่องมือสำหรับการดำรงอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ เพราะว่าความใฝ่รู้ทำให้เกิดความปรารถนาที่จะเรียนรู้ ใส่ใจสิ่งรอบตัว และชอบพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความใฝ่รู้ ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี การสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับการท้าทายทางความคิด และการฝึกให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจนสำเร็จ ซึ่งช่วยให้นักเรียนพึงพอใจ และรับรู้ความสามารถตนเอง นำไปสู่การแสดงลักษณะใฝ่รู้ซ้ำๆจนกลายเป็นนิสัย และหากได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม จะยิ่งส่งเสริมให้พฤติกรรมนี้คงทนยิ่งขึ้น อันจะช่วยให้เยาวชนสามารถปรับตัวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก การพัฒนาความใฝ่รู้ให้แก่นักเรียนจึงเท่ากับเป็นการมอบเครื่องมือในการพัฒนาตนเองให้แก่นักเรียนตลอดชีวิต และสามารถอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มุมห้องเรียน : การใช้กิจกรรมกงล้อสี่ทิศเพื่อทำความเข้าใจในตนเองของผู้เรียน, มนัสวาสน์ โกวิทยา
มุมห้องเรียน : การใช้กิจกรรมกงล้อสี่ทิศเพื่อทำความเข้าใจในตนเองของผู้เรียน, มนัสวาสน์ โกวิทยา
Journal of Education Studies
No abstract provided.
คิดนอกกรอบ : พื้นที่แห่งการเรียนรู้ตามอัธยาศัย, ชูศักดิ์ เอื้องโชคชัย
คิดนอกกรอบ : พื้นที่แห่งการเรียนรู้ตามอัธยาศัย, ชูศักดิ์ เอื้องโชคชัย
Journal of Education Studies
No abstract provided.
เปิดประเด็น : สิทธิหน้าที่ที่ท้าทาย...พลเมืองไทยร่วมขับเคลื่อนการศึกษา, วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา
เปิดประเด็น : สิทธิหน้าที่ที่ท้าทาย...พลเมืองไทยร่วมขับเคลื่อนการศึกษา, วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา
Journal of Education Studies
No abstract provided.
แนะนำหนังสือ, สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล
แนะนำหนังสือ, สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล
Journal of Education Studies
No abstract provided.
กระบวนการถ่ายทอดความรู้ทางดนตรีของอาจารย์รามอน โมลินา ลิฮาวโก จูเนียร์ (Ramon Molina Lijauco, Jr.) ในการพัฒนาศักยภาพของคณะนักร้องประสานเสียงตัวแทนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันขับร้องประสานเสียงโลก World Choir Game 2014 : กรณีศึกษาคณะนักร้องประสานเสียง สวนพลู และคณะนักร้องประสานเสียงจุฬดาร์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม, วิชฏาลัมพก์ เหล่าวานิช, มนสิการ เหล่าวานิช
กระบวนการถ่ายทอดความรู้ทางดนตรีของอาจารย์รามอน โมลินา ลิฮาวโก จูเนียร์ (Ramon Molina Lijauco, Jr.) ในการพัฒนาศักยภาพของคณะนักร้องประสานเสียงตัวแทนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันขับร้องประสานเสียงโลก World Choir Game 2014 : กรณีศึกษาคณะนักร้องประสานเสียง สวนพลู และคณะนักร้องประสานเสียงจุฬดาร์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม, วิชฏาลัมพก์ เหล่าวานิช, มนสิการ เหล่าวานิช
Journal of Education Studies
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษากระบวนการในการถ่ายทอดความรู้ทางดนตรีของผู้อำนวยเพลงวงขับร้องประสานเสียงที่ชนะการแข่งขันระดับโลก อาจารย์รามอน โมลินา ลิฮาวโก จูเนียร์ 2.ศึกษาวิธีการในการเตรียมคณะนักร้องประสานเสียงของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่การแข่งขันขับร้องประสานเสียงโลก ค.ศ. 2014 การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ แบบการศึกษารายกรณี กับคณะนักร้องประสานเสียงตัวแทนประเทศไทย 2 วง ได้แก่คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู และคณะนักร้องประสานเสียงจุฬดาร์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม ซึ่งได้รับรางวัลจากการแข่งขันขับร้องประสานเสียงโลก ค.ศ.2014 โดยใช้วิธีการสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ในการเก็บข้อมูลวิจัย ผลการวิจัยพบว่ากระบวนการถ่ายทอดความรู้ของอาจารย์รามอน โมลินา ลิฮาวโก จูเนียร์ ประกอบด้วย 1.การเตรียมตัวก่อนการฝึกซ้อม 2.การสร้างบรรยากาศในการฝึกซ้อม และ 3.กลวิธีในการถ่ายทอดความรู้ด้านการขับร้องประสานเสียง และในส่วนของการเตรียมคณะนักร้องประสานเสียงของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่การแข่งขันขับร้องประสานเสียงโลกประกอบด้วย 1.การประเมินความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมการแข่งขัน 2.การคัดเลือกสมาชิก 3.การเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ
การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผลงานสร้างสรรค์ รายวิชาศิลปศึกษานิพนธ์ ประเภทงานวิจิตรศิลป์, เอกอมร ภัทรกิจพงศ์
การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผลงานสร้างสรรค์ รายวิชาศิลปศึกษานิพนธ์ ประเภทงานวิจิตรศิลป์, เอกอมร ภัทรกิจพงศ์
Journal of Education Studies
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของเกณฑ์การประเมินผลงานสร้างสรรค์ รายวิชาศิลปศึกษานิพนธ์ ประเภทงานวิจิตรศิลป์ และเพื่อพัฒนาเกณฑ์การประเมินผลงานสร้างสรรค์ รายวิชาศิลปศึกษานิพนธ์ ประเภทงานวิจิตรศิลป์ การวิจัยเริ่มจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเป็นกรอบการประเมินผลงานสร้างสรรค์แล้วนำไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นประเด็นที่ใช้ในการประเมินและจัดทำร่างเกณฑ์การประเมินในลักษณะของ Analytic Rubrics ประกอบด้วย ประเด็นพิจารณา 3 ประเด็น มีรายการประเมินรวมกัน 6 ข้อ แบ่งระดับคุณภาพผลงานเป็น 5 ระดับ เมื่อนำร่างเกณฑ์การประเมินไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พบว่า รายการประเมินมีความสอดคล้องกับประเด็นหรือจุดประสงค์ที่ต้องการวัด และมีเกณฑ์การพิจารณาผลงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับระดับคุณภาพ เมื่อทดลองใช้เกณฑ์การประเมินตรวจประเมินผลงานของนักศึกษา 4 คน แล้วหาค่าดัชนีความสอดคล้องของผู้ประเมิน (RAI) ได้ค่าเท่ากับ 0.87 และค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินจากสูตรหาค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟา (?- Coefficient) มีค่าเท่ากับ 0.85 จากค่าที่คำนวณได้แสดงว่าเกณฑ์การประเมินผลงานสร้างสรรค์ มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ได้
Tct-733 Association Between Hypertension, Platelet Reactivity, And The Risk Of Adverse Events After Pci: Analysis From The Adapt-Des Study, Björn Redfors, Xin Huang, Bernhard Witzenbichler Md, Shmuel Chen, Yangbo Liu, Bruce R. Brodie Md, Michael J. Rinaldi Md, Timothy D. Henry Md, David A. Cox Md, Peter L. Duffy Md, Ernest L. Mazzaferri Md, Roxana Mehran Md, Ajay J. Kirtane Md, Ori B. Yehuda, Gregg W. Stone Md
Tct-733 Association Between Hypertension, Platelet Reactivity, And The Risk Of Adverse Events After Pci: Analysis From The Adapt-Des Study, Björn Redfors, Xin Huang, Bernhard Witzenbichler Md, Shmuel Chen, Yangbo Liu, Bruce R. Brodie Md, Michael J. Rinaldi Md, Timothy D. Henry Md, David A. Cox Md, Peter L. Duffy Md, Ernest L. Mazzaferri Md, Roxana Mehran Md, Ajay J. Kirtane Md, Ori B. Yehuda, Gregg W. Stone Md
Department of Medicine
No abstract provided.
Local Health Departments In Iowa: Are They Keeping Up With The Shift From Communicable To Chronic Disease?, Jeremy M. Whitaker
Local Health Departments In Iowa: Are They Keeping Up With The Shift From Communicable To Chronic Disease?, Jeremy M. Whitaker
Dissertations and Theses @ UNI
The leading causes of death in the United States are heart disease, cancer, and lower respiratory diseases; chronic disease that account for over half of all deaths. Local health departments (LHDs) are not required by statute to prevent these diseases. This study examines three questions: (1) Are local health departments engaging in primary chronic disease prevention, (2) Are there differences between urban and rural health departments in preventing chronic disease, and (3) What the barriers preventing them from preventing chronic disease.
LHDs are primarily funded by a combination of state and local funding, with much of the state funding coming …
Student Affairs Approaches To Religion And Spirituality In U.S. Public Higher Education, Kayla J. Stafford
Student Affairs Approaches To Religion And Spirituality In U.S. Public Higher Education, Kayla J. Stafford
Dissertations and Theses @ UNI
The field of student affairs addresses diversity and inclusion for all students; however, the student affairs profession may not provide support and resources for all developmental identities. There are a small number of public institutions that provide resources to help address and support students’ religious and spiritual development. It is known that private colleges are able to provide spiritual and religious resources for students, but the current study investigates the opportunities that lie within public universities. Literature has provided evidence of the importance of religious and spiritual discussions and resources for holistic student development, and the significance of this study …
Effects Of Lumbopelvic Stabilization Program In Young, Non-Elite, Community-Based Gymnasts, Miranda Katherine Pomije
Effects Of Lumbopelvic Stabilization Program In Young, Non-Elite, Community-Based Gymnasts, Miranda Katherine Pomije
Dissertations and Theses @ UNI
Context: Gymnasts are seen practicing and competing even though they are reporting high levels of low back pain that can hinder their career if not resolved. Therefore, it may be beneficial for gymnasts to train key muscles in the lumbopelvic region to decrease those symptoms and prevent future injury. This study assesses the effects of lumbopelvic stabilization training in young, non-elite, community-based gymnasts. Objective: Measure the effectiveness of core stability training on lumbar muscle endurance, lumbo-pelvic stabilization, abdominal strength and balance in adolescent female gymnasts and examine the effect of these interventions on the occurrence of low back pain. Design: …
Head Above Water Weighing: A Valid Method To Measure Body Fat Storage?, Molly Lin Hussey
Head Above Water Weighing: A Valid Method To Measure Body Fat Storage?, Molly Lin Hussey
Dissertations and Theses @ UNI
Hydrostatic weighing using underwater weighing with full lung expiration has been established as a valid method to assess body composition; however, many people do not prefer to submerse their heads in water due to various reasons. Keeping the head above water as a method for hydrostatic weighing at full lung capacity has been tested but has not been accepted as an alternative method. Purpose: The main purpose of this study is to determine if hydrostatic weighing with the head above water at residual volume could provide valid estimates of total body fat. Methods: Fifty-eight subjects (F=29. M=29) participated …
The Civic And Political Engagement Of Latinos In Omaha, Nebraska, Christian Israel Espinosa Torres
The Civic And Political Engagement Of Latinos In Omaha, Nebraska, Christian Israel Espinosa Torres
Dissertations and Theses @ UNI
Prior to 2006, Latinos in this country were virtually disregarded as an active political group. However, on May 1, 2006, thousands of immigrants and advocates across the United States marched in major cities to protest proposed immigration laws. In Omaha, Nebraska, alone, it was estimated that community groups energized 15,000 people to march in protest that day. Since the marches, both the number of Latinos and public participation of that group has grown dramatically. But, that growth has not been without its setbacks. While that first display of unity was striking in 2006, many factors have combined to prove that …
Iowa Schoolmarms: The Significance Of Rural Schools And The Feminization Movement, 1865-1920, Ashley Nicole Loper
Iowa Schoolmarms: The Significance Of Rural Schools And The Feminization Movement, 1865-1920, Ashley Nicole Loper
Dissertations and Theses @ UNI
Approximately twelve to fourteen thousand one-room schoolhouses occupied the Iowan landscape during the late nineteenth century. Rural schools possess a strong connection to the memories Iowans have of their state and have a particularly strong impact on women’s recollections. The state was established during the climax of the educational reformation led by Horace Mann and Catharine Beecher. Consequently, Iowa mostly negated schooling by religious leaders and developed public school systems almost immediately upon the state’s foundations. The majority of the people settling Iowa already contained firm beliefs on public education being accessible for all citizens. Women began entering the schoolhouse …
For Two Or Two Hundred: A Workbook For Making A Difference, C. A. Brimmer
For Two Or Two Hundred: A Workbook For Making A Difference, C. A. Brimmer
Dissertations and Theses @ UNI
Designed for young people who want to develop a sense of active citizenship through social justice and community organizing; this workbook is founded on four main components: autoethnography/personal narrative, research based in critical pedagogy, social justice methodologies and literature. Activist profiles and exercises introduce the reader to a leadership style based in critical consciousness. The reader is part of the text as they complete exercises and fill in their own blanks, contributing ideas and carrying out practices related to various aspects of community organizing. This work book is designed for beginning activists who are new to concepts such as social …
Living And Teaching For Social Justice: Teacher Educators' Stories And Experiences, Courtney Kay Clausen
Living And Teaching For Social Justice: Teacher Educators' Stories And Experiences, Courtney Kay Clausen
Dissertations and Theses @ UNI
In the United States, the population of students’ with diverse racial/ethnic, linguistic, and economic backgrounds is on the rise, while teachers entering the field of education continue to be White or of European decent, monolingual, and female. These experiential differences between students and teachers can result in a demographic gap, where teachers struggle to meet the needs of all learners due to misperceptions, stereotypical beliefs, and biases. Educational scholars have called for the integration of social justice education into teacher preparation programs in order to assist preservice teachers in challenging their perceptions of students, to challenge the existing inequitable educational …
Food Insecurity And The Elder Male: Exploring The Gap From Needing Food To The Utilization Of Assistance Programs, Gale Carlson
Food Insecurity And The Elder Male: Exploring The Gap From Needing Food To The Utilization Of Assistance Programs, Gale Carlson
Dissertations and Theses @ UNI
The purpose of the qualitative study was to explore the relationship between the male elder’s experience of food insecurity and the utilization of food assistance programs. Particular emphasis was placed on the meaning the men ascribe to their experiences in accessing food. In the review of the literature, the determinants of food insecurity, especially for the elder male population, were identified as having important implications for fulfilling food needs. Additionally, distinct characteristics of men, along with how they view their needs, surfaced as impacting their food insecurity. This study utilized participant observation and in-depth interviews with five elder men who …
A Multiscale Assessment Of Wind Energy Resources And Suitability In The Russian Arctic, Narmina Iusubova
A Multiscale Assessment Of Wind Energy Resources And Suitability In The Russian Arctic, Narmina Iusubova
Dissertations and Theses @ UNI
Wind as a renewable and clean source of energy has begun to take a high position in the global dialog about energy production. Today, one of the big questions is to find the most suitable locations for wind farms, with the goal of achieving the highest rates of electricity production possible. In order to find most suitable places to build windfarms, we need to develop multifactor and multiscale dynamic models of windfarm suitability. The interest in the assessment of wind energy suitability in the Russian North regions comes from the expectation of the great potential of wind power in the …