Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 7981 - 8010 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

ฤทธิ์การต้านมะเร็งของสารไบแซนโทนจากไลเคน Usnea Aciculifera ต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักของมนุษย์, ณัฏธิดา เมฆสุกใส Jan 2020

ฤทธิ์การต้านมะเร็งของสารไบแซนโทนจากไลเคน Usnea Aciculifera ต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักของมนุษย์, ณัฏธิดา เมฆสุกใส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ไบแซนโทน (Bixanthones) เป็นกลุ่มสารชีวสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างทางเคมีหลักเป็น xanthone ซึ่งเกิดจาก xanthone monomer สองโมเลกุลมาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะแบบต่างๆแล้วเกิดเป็นสารไบแซนโทนขึ้นหลากหลายชนิดและสามารถพบได้ในแหล่งธรรมชาติ ได้แก่ พืช เชื้อรา และไลเคน ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลักของสารกลุ่มนี้ที่พบ ได้แก่ ฤทธิ์ต้านจุลชีพ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านมะเร็ง จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า สารไบแซนโทนที่สกัดได้จากพืชและเชื้อราหลายชนิดมีฤทธิ์ในการต้านเซลล์มะเร็งต่างๆ ได้ เช่น เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (P388) เซลล์มะเร็งปอด (LL2 และ H520) เซลล์มะเร็งเต้านม (MCF-7) เซลล์มะเร็งหลอดอาหาร (TE1 และ KYSE-150) และเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก (DU-145) เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีรายงานการศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งและกลไกการออกฤทธิ์ของสารไบแซนโทนที่สกัดได้จากไลเคนในเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมาก่อน ในงานวิจัยนี้จึงสนใจที่จะศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารไบแซนโทนทั้ง 8 ชนิดที่สกัดได้จากไลเคน Usnea aciculifera ในเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ได้แก่ เซลล์ HT-29 ผลการศึกษาพบว่า สารไบแซนโทนสองชนิด ได้แก่ TT-03 และ TT-08 สามารถยับยั้งการรอดชีวิตและมีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง HT-29 มากที่สุด โดยพบว่า สารไบแซนโทน TT-08 มีความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติ PCS201-010 น้อยกว่าสารไบแซนโทน TT-03 และมีค่าดัชนีความจำเพาะ (selectivity index) ของเซลล์ลำไส้ปกติ CRL-1790 ต่อเซลล์มะเร็ง HT-29 เท่ากับ 1.95 ดังนั้นผู้วิจัยจึงเลือกสารไบแซนโทน TT-08 มาทำการศึกษาต่อไป จากการศึกษาต่อในระดับเซลล์และโมเลกุล พบว่า สารไบแซนโทน TT-08 มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง HT-29 แปรผันตามความเข้มข้นและระยะเวลาที่ใช้ทดสอบโดยมีค่าความเข้มข้นที่ทำให้เซลล์ตายร้อยละ 50 เท่ากับ 3.87± 0.13, 2.05 ± 0.06 และ 1.51± 0.11 ไมโครโมลาร์ หลังจากได้รับสารนาน 24, 48 และ 72 ชั่วโมง และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งผ่านการชักนำให้เกิดการหยุดของวัฏจักรเซลล์ที่ระยะ S …


นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แคลเซียมเปปไทด์คีเลตเสริมสุขภาพกระดูก จากผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตซุปไก่, อริชญา มะลิซ้อน Jan 2020

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แคลเซียมเปปไทด์คีเลตเสริมสุขภาพกระดูก จากผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตซุปไก่, อริชญา มะลิซ้อน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร โดยผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตซุปไก่ถูกนำมาแยกกากกระดูกและเศษเนื้อ เมื่อนำกระดูกมาล้างทำความสะอาดอบแห้งและบดเป็นผงจะให้ปริมาณแคลเซียม 31.4 +/- 0.6% ส่วนเศษเนื้อเมื่อนำมาสกัดจะได้เปปไทด์ที่มีลักษณะเฉพาะกว่าร้อยชนิด ซึ่งผลการวิเคราะห์โดยใช้ LC-MS / MS และ ฐานข้อมูลฤทธิ์ทางชีวภาพของเปปไทด์ SpirPep บนเว็บแพลทฟอร์ม พบว่าเปปไทด์ที่ได้อุดมไปด้วย Glu, Asp, Lys, Gly และ Leu และยังมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่หลากหลาย โดยพบฤทธิ์ยับยั้ง anti-dipeptidyl peptidase IV และ angiotensin-converting enzyme สูงที่สุด เมื่อนำเปปไทด์มาคีเลตกับแคลเซียมสามารถจับแคลเซียมได้ 235.7 +/- 20.0 มิลลิกรัมต่อกรัมแคลเซียมเปปไทด์คีเลต และเมื่อทำการทดสอบการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่เซลล์ Caco-2 เซลล์ที่ได้รับการบ่มด้วยคีเลตที่ความเข้มข้นของแคลเซียม 0-10 mM มีการดูดซึมแคลเซียมที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเซลล์ที่บ่มด้วยแคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมคาร์บอเนต แสดงให้เห็นว่าแคลเซียมและเปปไทด์ที่สร้างขึ้นจากผลพลอยได้เดียวกันนี้สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แคลเซียมเปปไทด์คีเลตเพื่อเป็นอาหารเสริมแคลเซียม และใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆโดยใช้ประโยชน์จากฤทธิ์ทางชีวภาพของเปปไทด์ งานศึกษานี้ยังสำรวจข้อมูลจากกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป้าหมาย ประสบการณ์ ความคิดเห็น ความเชื่อ ความคาดหวัง และการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นนวัตกรรมใหม่ทำจากผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมอาหาร ผลการวิจัยพบว่าผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนให้การยอมรับ อย่างไรก็ตามการรับรู้เรื่องความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเป็นข้อกังวลที่สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำจากผลพลอยได้จากสัตว์ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้สามารถใช้เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ผลพลอยได้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป การศึกษาความเป็นไปได้ในทางธุรกิจสำหรับโครงการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ด้วยเงินลงทุน 40 ล้านบาทสำหรับการผลิตแคลเซียมเปปไทด์คีเลตในโรงงานเช่าและใช้การจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย รายได้ของโครงการในปีแรกคือ 76 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาคืนทุน 2.5 ปี มูลค่าปัจจุบันสุทธิของประมาณการ 5 ปีเท่ากับ 17 ล้านบาทด้วยอัตราคิดลด 20% ผลการวิจัยพบว่าโครงการนี้มีความเป็นไปได้ในแง่การลงทุน


การประกาศรายชื่อบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเป็น " บุคคลที่ถูกกำหนด " ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 : กรณีศึกษาขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ Brn), สุุภวรรณ คนเที่ยง Jan 2020

การประกาศรายชื่อบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเป็น " บุคคลที่ถูกกำหนด " ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 : กรณีศึกษาขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ Brn), สุุภวรรณ คนเที่ยง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ “การประกาศรายชื่อบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเป็น “บุคคลที่ถูกกำหนด” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 : กรณีศึกษาขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ BRN)” ฉบับนี้ มุ่งศึกษาเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นำไปสู่ปรากฏการณ์การก่อการร้ายของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ BRN) รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบตลอดจนแนวทางในการประกาศรายชื่อ BRN ให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดในลักษณะที่เป็นกลุ่มองค์กร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 ผลการศึกษา พบว่า การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ BRN) คือ การก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ซึ่งมีลักษณะความเป็นองค์กรอาชญากรรม ผลจากการประกาศรายชื่อ BRN ให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด จะเป็นจุดเริ่มต้นในการนำมาตรการบังคับทางกฎหมายมาใช้กับกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อันมีผลให้สถานะของ BRN ถูกรับรองอย่างเป็นทางการโดยองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการ (ศาล) ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายอันส่งผลต่อการระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินของ BRN และข่ายงานผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ มิให้มีการทำธุรกรรมด้วยประการใด ๆ หรือนำทรัพย์สินไปใช้ในการก่อการร้าย แต่หากพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงมีกลไกในการเพิกถอนรายชื่อออกจากการเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดได้ตามกฎหมาย แนวทางในการประกาศรายชื่อ BRN ให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด เจ้าหน้าที่ผู้สืบสวนสอบสวนจะต้องพิสูจน์ความเชื่อมโยงของสถานการณ์การก่อการร้ายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมโดยกลุ่มบุคคลในองค์กรอาชญากรรมเดียวกัน อันได้แก่ องค์กร BRN โดยพิสูจน์ทราบให้ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยและมีพยานหลักฐานอันสมควรว่า กลุ่ม BRN มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยนำมาตรการทางเลือก ได้แก่ ยุติธรรมเชิงสมานฉันท์, ยุติธรรมชุมชน เข้ามาประกอบการดำเนินการทั้งก่อนและหลังการประกาศรายชื่อกลุ่ม BRN เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมก่อการร้ายของไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและเป็นต้นแบบในการดำเนินการกับองค์กรอาชญากรรมก่อการร้ายอื่นๆ ที่มีรูปแบบเดียวกันกับ BRN ต่อไป


แซ็กคาริฟิเคชันของไซแลนจากหญ้าแฝกด้วยเอนไซม์อิสระและเอนไซม์ตรึงเพื่อการผลิตไซลิทอลโดย Aureobasidium Thailandense Pbuap70, พิชญากร เปี่ยมทองคำ Jan 2020

แซ็กคาริฟิเคชันของไซแลนจากหญ้าแฝกด้วยเอนไซม์อิสระและเอนไซม์ตรึงเพื่อการผลิตไซลิทอลโดย Aureobasidium Thailandense Pbuap70, พิชญากร เปี่ยมทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสกัดไซแลนจากหญ้าแฝกด้วย 12% (น้ำหนักต่อปริมาตร) NaOH ในเครื่องนึ่งความดันสูง สามารถสกัดไซแลนได้ 41.23% ของน้ำหนักแห้งชีวมวล นำไซแลนที่สกัดได้มาย่อยด้วยเอนไซม์เอนโดไซแลเนสและบีตาไซโลซิเดสหยาบผลิตจาก Aureobasidium melanogenum PBUAP46 เอนไซม์สามารถทำงานได้ดีที่พีเอช 4 อุณหภูมิ 50 และ 80 องศาเซลเซียส ตามลำดับ เนื่องจากบีตาไซโลซิเดสไม่เสถียรที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จึงย่อยไซแลนในขั้นตอนเดียวโดยใช้ทั้งสองเอนไซม์ร่วมกันที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ใน 50 มิลลิโมลาร์ แอซิเตต บัฟเฟอร์ (พีเอช 4) หาภาวะที่เหมาะสมสำหรับการย่อยไซแลนด้วยเอนไซม์โดยพบว่าเอนโดไซแลเนสเท่ากับ 68.5 ยูนิตต่อกรัมไซแลน บีตาไซโลซิเดสเท่ากับ 63.6 ยูนิตต่อกรัมไซแลน และใช้เวลาย่อยนาน 60 ชั่วโมง 37 นาที ได้น้ำตาลรีดิวซ์เท่ากับ 227 มิลลิกรัมต่อกรัมไซแลน ไซโลสและไซโลไบโอสเท่ากับ 379 และ 124 มิลลิกรัมต่อกรัมไซแลน จากการพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการย่อยเพื่อให้ได้ปริมาณไซโลสที่สูงขึ้นโดยการตรึงเอนโดไซแลเนสด้วยไคโตซาน-เหล็กพบว่าให้ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงเลือกใช้เอนไซม์อิสระในการย่อยไซแลน เพื่อนำไซโลสที่ได้ไปผลิตไซลิทอลโดย A. thailandense PBUAP70 จากการหาภาวะที่เหมาะสมสำหรับการผลิตไซลิทอล ที่ความเข้มข้นของไซโลสและแอมโมเนียมซัลเฟต 4.77% และ 0.1% (น้ำหนักต่อปริมาตร) ใช้ไซโลสทางการค้าเป็นสารตั้งต้น หลังจากบ่มที่อุณภูมิห้อง (28±2 องศาเซลเซียส) เขย่าที่ 100 รอบต่อนาที เป็นเวลา 4 วัน ผลิตไซลิทอลเท่ากับ 210 มิลลิกรัมต่อกรัมไซโลส และไม่ตรวจพบการผลิตไซลิทอลจากการใช้ไซโลสจากการย่อยไซแลนของหญ้าแฝก


The Relationship Between Oral Health Literacy And Periodontal Health Status Among The Elderly In Panare, Pattani, Thailand, Panat Piyakhunakorn Jan 2020

The Relationship Between Oral Health Literacy And Periodontal Health Status Among The Elderly In Panare, Pattani, Thailand, Panat Piyakhunakorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to determine the association between oral health literacy (OHL) and periodontal status among Thailand's older population. This cross-sectional study was conducted between 1 July and 30 September 2020 at HPHs in, Panare, Pattani, Thailand. A total of 216 independent living older adults, participated in the study. OHL data were obtained using the Thai version of Health Literacy in Dentistry (HeLD‐Th). Trained interviewers performed face-to-face interviews for oral health-related behaviours information. The periodontal status was collected through intra-oral examination by a calibrated examiner. Data were analyzed using the SPSS version 22. Mann–Whitney U tests, Chi-Square tests, and Binary …


Dye-Encapsulated Ethyl Cellulose As Fluorescence Sensor For Aldehyde Detection, Jinnawat Jongkhumkrong Jan 2020

Dye-Encapsulated Ethyl Cellulose As Fluorescence Sensor For Aldehyde Detection, Jinnawat Jongkhumkrong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over past years, even though lung cancer as one of vital cancer-related mortalities worldwide has inevitably exhibited the highest death rate of entire cancers, there is no facile and convenient diagnosis approaches. The previous researches have reported about long-chain aldehyde compounds such as hexanal, heptanal, octanal, and nonanal as the crucial biomarkers of lung cancer. Nevertheless, the sensing platform for long-chain aldehyde detection have been rarely reported. In this research, the helicene dye-encapsulated ethyl cellulose (EC@dye-NH) nanosensors have achieved the potentially sensitive and specific detection of long-chain aldehyde in aqueous media. As a proof-of-concept, the intrinsic hydrazine group of dye-NH …


Effects Of Correction Of Scapular Alignment On Pain And Cervical Range Of Motion In Patients With Neck Pain And Depressed Scapula, Siwaluk Srikrajang Jan 2020

Effects Of Correction Of Scapular Alignment On Pain And Cervical Range Of Motion In Patients With Neck Pain And Depressed Scapula, Siwaluk Srikrajang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: A depressed scapular position has been proposed to be associated with cervical disorders. Active scapular correction is suggested as a potential intervention that may improve symptoms for patients with neck pain. The purpose of this research was to examine the effects of active scapular correction on cervical range of motion (ROM), pain, and pressure pain threshold (PPT) in chronic neck pain with the depressed scapula. Methods: This research consists of two studies. Study I: A randomized control trial was conducted in 46 participants with chronic neck pain and depressed scapula. Participants were randomly assigned into either the intervention (n …


Effects Of Physiological And Hemodynamic Changes On Glomerular Filtration Examined Through Mathematical Model Employing Hindered Transport Theory, Numpong Punyaratabandhu Jan 2020

Effects Of Physiological And Hemodynamic Changes On Glomerular Filtration Examined Through Mathematical Model Employing Hindered Transport Theory, Numpong Punyaratabandhu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In nephrology, before formed into the primary urine in the Bowman’s Capsule, the excess fluid and wastes in our blood have to be first filtrated by the wall of glomerular capillary. Its wall consists of two parts such as three-layer surface and four-layer surface. The mutual components of both three-layer and four-layer surfaces are the endothelial fenestrae, the glomerular basement membrane (GBM) and the epithelial slit. The additional layer of the four-layer surface is the glomerular mesangium between the endothelial fenestrae and the GBM. Nephrotic syndromes cause the abnormality in the complex nanostructure of the glomerular capillary. How the alternation …


Modification Of Cognitive Impairment Screening Tool On Smart Device For Thai Elderly, Pipuchana Phowwiboon Jan 2020

Modification Of Cognitive Impairment Screening Tool On Smart Device For Thai Elderly, Pipuchana Phowwiboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: At present, the number of elderly people is constantly increasing all over the world. Therefore, we need to prepare for this change. Technology is now a vital part of every aspect of life, including health. For this reason, the researchers have developed an application used in the field of health as a tool to assist in assessing dementia in the elders. It is quick to combine the scores and record the elders' information, which is likely to benefit healthcare workers. Objective: To determine the construct validity of modification of cognitive impairment screening tool on smart devices compared with the …


Air Quality Assessment Due To Particulate Matter (Pm2.5 And Pm10) In Three Indian Cities (Delhi, Kolkata And Guwahati) And Implication On Health, Abhishek Dutta Jan 2020

Air Quality Assessment Due To Particulate Matter (Pm2.5 And Pm10) In Three Indian Cities (Delhi, Kolkata And Guwahati) And Implication On Health, Abhishek Dutta

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to understand the level of air pollution in three Indian cities, i.e., Delhi, Kolkata, and Guwahati, evaluate the predictive ability of multiple linear regression (MLR) forecast models and assess the association between air pollution and daily hospital visits for the respiratory diseases (ICD-10, J00-J99). This study found that the mean value of PM concentrations for 2016-2018 was substantially higher than standard in all three cities. During COVID-19 in 2019-2020, air pollution compared control measurement, PM2.5, PM10, NO2, and CO were reduced drastically for Delhi but O3 and SO2 took an upward surge. Frequency analysis indicated winter season …


Fabrication And Characterization Of Bacterial Cellulose-Chitosan/Alginate/Gelatin Hydrogel Scaffolds For Application In Cartilage Tissue Engineering, Phasuwit Phassorn Phatchayawat Jan 2020

Fabrication And Characterization Of Bacterial Cellulose-Chitosan/Alginate/Gelatin Hydrogel Scaffolds For Application In Cartilage Tissue Engineering, Phasuwit Phassorn Phatchayawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Biopolymers of bacterial cellulose (BC), chitosan (C), alginate (A) and gelatin (G) were combined to fabricate three-dimensional (3D) hydrogel composite scaffolds for tissue engineering applications. The bacterial cellulose-chitosan/alginate/gelatin (BCC-AG) hydrogel scaffolds were characterized for chemical property by Fourier transform infrared (FT-IR) spectroscopic analysis, morphology by scanning electron microscopy (SEM), mechanical properties, degradability, biocompatibility and potential application in cartilage tissue engineering. Results from Fourier transform infrared (FT-IR) spectroscopy showed some weak interactions among BC, chitosan, alginate and gelatin, but no chemical interaction between those biopolymers was observed. The morphology of BCC-AG hydrogel scaffolds under SEM observation revealed that alginate and gelatin …


Factors Related To Physical Therapy Management In Patients With Knee Osteoarthritis, Patsakon Saisuri Jan 2020

Factors Related To Physical Therapy Management In Patients With Knee Osteoarthritis, Patsakon Saisuri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Most physical therapists in developed countries use evidence-based physical therapy for patients with knee osteoarthritis (OA). Conversely, little is known concerning treatment used by Thai physical therapists (PTs) in such patients. Objective: To study the relationship among characteristics of PTs, patients with knee OA, and type of physical therapy treatments. Methods: This survey applied three sets of questionnaires to collect data. Questionnaire Set-A collected PTs’ information and experience in treating knee OA. Questionnaires Set-B collected patients’ information regarding history of knee OA, pain, disability, and function (using pain scale and the modified Thai version of the Western Ontario and …


Immediate Effect Of Pain Relief By Ultrasound In Individuals With Sub-Acute Ankle Sprain: A Randomized-Controlled Trial, Thongchai Suksri Jan 2020

Immediate Effect Of Pain Relief By Ultrasound In Individuals With Sub-Acute Ankle Sprain: A Randomized-Controlled Trial, Thongchai Suksri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Ultrasound therapy (US) is commonly used to treat ankle sprain. However, there is a lack of evidence concerning the analgesic effect of US on subacute ankle sprain. Objective: To investigate the immediate effect of US on pain, ankle range of motion (ROM), and plantar pressure in individuals with unilateral subacute ankle sprains. Methods: Fifty-four participants with unilateral subacute ankle sprains (aged 16-55 years) were recruited and randomly allocated into 2 groups: treatment group (n = 27) and control group (n = 27). A single intervention session was applied in both groups. The treatment group was treated with US, whereas …


คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจบริการขนส่งทางทะเลสําหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม, กฤติยา ถมยาบัตร Jan 2020

คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจบริการขนส่งทางทะเลสําหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม, กฤติยา ถมยาบัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นการขนส่งหลักที่คิดเป็นร้อยละ 90 - 95 จากการขนส่งทั่วโลก การให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางทะเลเป็นการขนส่งในประเภทการใช้เรือขนส่งสินค้าเหลว ประเภทเรือบรรทุกน้ำมัน (Oil Tankers) โดยให้บริการขนส่งแก่คู่ค้าธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน และผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่เพื่อขนส่งสินค้า เช่น น้ำมันดิบ หรือ น้ำมันเบนซิน เป็นต้น สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency (IEA) คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 104.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2566 เพราะฉะนั้นจึงทำให้ธุรกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้นและยังเป็นโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย อย่างไรก็ตามธุรกิจการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางทะเลเป็นธุรกิจเฉพาะทางเพราะมีข้อกำหนดและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจได้ โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจบริการขนส่งทางทะเลสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ภาพรวมธุรกิจ (2) ระบบวิเคราะห์รายได้และกำไร (3) ระบบวิเคราะห์การควบคุมประสิทธิภาพการขนส่ง (4) ระบบวิเคราะห์การใช้งานเรือ และ (5) ระบบวิเคราะห์ลูกค้า ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft Azure SQL Database โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2020.3 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง


Factors And Reasons Of Migration In Tambon Bannang Sata During The Time Of Conflict, Naruemon Yamareng Jan 2020

Factors And Reasons Of Migration In Tambon Bannang Sata During The Time Of Conflict, Naruemon Yamareng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to find out the reasons and factors of migration in Tambon Bannang Sata, one of the most violence-affected zones with high mobility rate, since the recurrence of violence in the south in 2004, and how those reasons and factors differ between Muslims and Buddhists. Interview of all categories of migration were carried out including in-migration, out-migration and non-migration. Human security is used as a framework for data collection and analysis. It is found that people moved in and out of Tambon Bannang Sata with many reasons which could be categorized into three mains reasons: family matters, fear …


อิเล็กโทรดีโพสิชันของโครงสร้างนาโนของทองแดงออกไซด์บนแผ่นรองรับทองแดงสำหรับการรีดักชันเชิงไฟฟ้าของไนตรัสออกไซด์, สิรภัทร นิลวิเชียร Jan 2020

อิเล็กโทรดีโพสิชันของโครงสร้างนาโนของทองแดงออกไซด์บนแผ่นรองรับทองแดงสำหรับการรีดักชันเชิงไฟฟ้าของไนตรัสออกไซด์, สิรภัทร นิลวิเชียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการสังเคราะห์โครงสร้างนาโนของทองแดงออกไซด์บนแผ่นรองรับทองแดงโดยใช้วิธีอิเล็กโทรดีโพสิชันเพื่อให้ทองแดงมีพื้นที่ผิวสูงขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะทองแดงจากออกไซด์ในการทำปฏิกิริยารีดักชันเชิงไฟฟ้าของแก๊สไนตรัสออกไซด์ จากผลการศึกษาพบว่าปริมาณผลึกทองแดงออกไซด์แปรผันตามความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าซึ่งหากมีค่าสูงเกินไปจะส่งผลให้เกิดการเกาะติดของผลึกไม่เต็มพื้นผิว นอกจากนี้ อุณหภูมิของอิเล็กโทรไลต์ที่สูงขึ้นทำให้ปริมาณผลึกเพิ่มขึ้นรวมถึงเกิดผลึกขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย โดยพบว่าการอิเล็กโทรดีโพสิชันด้วยความหนาแน่นกระแสฟ้า -3.33 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตรและอุณหภูมิของอิเล็กโทรไลต์ 40 องศาเซลเซียสเป็นสภาวะที่ให้พื้นที่ผิวที่สูงที่สุด การอิเล็กโทรดีโพสิชันที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสก่อให้เกิดผลึกขนาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัดส่งผลให้พื้นที่ผิวในการทำปฏิกิริยาต่ำลง สำหรับการทำปฏิกิริยารีดักชันเชิงไฟฟ้าของแก๊สไนตรัสออกไซด์ด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะทองแดงจากออกไซด์นั้น พบว่าความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเกิดแก๊สไนโตรเจนแปรผันตามปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมระยะเวลาในการอิเล็กโทรดีโพสิชัน โดยเวลาอิเล็กโทรดีโพสิชันที่เหมาะสมคือ 30 นาที โดยเกิดปฏิกิริยารีดักชันของแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่ศักย์ไฟฟ้าเริ่มต้นประมาณ 0.2 V vs RHE และเกิดปฏิกิริยาการผลิตไฮโดรเจนที่ประมาณ -0.3 V vs RHE และเมื่อศักย์ไฟฟ้าสูงขึ้นทำให้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเกิดแก๊สไนโตรเจนสูงขึ้นจนถึงศักย์ไฟฟ้าเท่ากับ -0.12 V vs RHE และลดต่ำลงที่ศักย์ไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งให้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเกิดไนโตรเจนสูงสุดเท่ากับ -8.61 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตร และประสิทธิภาพเชิงฟาราเดย์ของการเกิดไนโตรเจนเท่ากับร้อยละ 98.5±1.7 นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาทองแดงจากออกไซด์มีความเสถียรต่อการรีดักชันแก๊สไนตรัสออกไซด์เป็นเวลาอย่างน้อย 7 ชั่วโมง


Synthesis Of Guanidines From Thioureas Using Photocatalyst, Trin Sae-Tan Jan 2020

Synthesis Of Guanidines From Thioureas Using Photocatalyst, Trin Sae-Tan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, a photo catalytic guanylation is investigated using Ru(bpy)3Cl2 as a photocatalyst under visible light irradiation. The reaction can be performed in green solvent such as ethanol and water and non-toxic K2CO3 base using 1-5% of Ru(bpy)3Cl2 under 19W white LED irradiation. Under optimized condition, this method can be applied for guanylation of various thioureas carrying a variety of functional groups with morpholine. Moreover, the amine scope includes primary and secondary amine carrying various functional groups. As the result, more than twenty examples of guanidine products can be produced in fair to excellent yields. Moreover, the reaction can …


Generation Of Induced Pluripotent Stem Cells From Blood Cell Of Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase (G6pd) Deficiency, Malinee Tongbaen Jan 2020

Generation Of Induced Pluripotent Stem Cells From Blood Cell Of Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase (G6pd) Deficiency, Malinee Tongbaen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD) deficiency is the most common genetic enzyme disorder that affects more than 400 million people worldwide. Insufficient of G6PD enzyme or defect in enzyme activity can cause acute hemolysis after exposure to oxidative stress. The disease model used for pathogenesis study underlying oxidative damage or drug screening in G6PD deficient patients is still needed. In vitro generation of human-induced pluripotent stem cells (iPSCs) afford the potential source of the disease model in medical research. This study aimed to generate the iPSCs derived from G6PD deficient-subjects for used as a specific-disease model. The G6PD-derived iPSCs were generated from …


How Was The Effect Of Thailand’S Consumer Confidence Index On The Private Consumption Index For Thailand’S Non-Durables Goods?, Dilokphat Nanta Jan 2020

How Was The Effect Of Thailand’S Consumer Confidence Index On The Private Consumption Index For Thailand’S Non-Durables Goods?, Dilokphat Nanta

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper studies the effect of Thailand’s consumer confidence index on the private consumption index of Thailand for non-durables goods as well as considering the control variables from Keynesian theory of consumption (1936) for the objective factors that are quantifiable as known as economic indicators and use time-series data that is obtained from secondary data research over the past 10 years since January, 2011 until December, 2020 and then applies the ordinary least squared regression to examine. The result shows the positives relationship between the overall consumer confidence index and the private consumption index for non-durables goods, moreover, the consumer …


การจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Logistics) กรณีศึกษาบริจาคหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด -19 ที่ระบาดในประเทศไทยขององค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล, ณัฏยา แก้วประเสริฐ Jan 2020

การจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Logistics) กรณีศึกษาบริจาคหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด -19 ที่ระบาดในประเทศไทยขององค์การระหว่างประเทศกึ่งรัฐบาล, ณัฏยา แก้วประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษากระบวนการจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรมที่หน่วยงานผู้บริจาคดำเนินการเพื่อบริจาคหน้ากากอนามัยให้แก่สภากาชาดไทยที่มีความล่าช้า ใช้เวลาตลอดทั้งกระบวนการถึง 29 วันในปัจจุบัน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ปฏิบัติงานจริง ออกแบบเป็นแผนผังสถานะปัจจุบัน วิเคราะห์ด้วยทฤษฎีแผนผังสายธารคุณค่า (VSM) เพื่อจำแนกคุณค่าของกิจกรรมและระบุความสูญเปล่า จากนั้นวิเคราะห์หาสายงานวิกฤต (Critical Path) ด้วยเทคนิคระเบียบวิธีวิกฤต (CPM) เพื่อแก้ไขให้มีขนาดสั้นที่สุด จัดลำดับกิจกรรม จนได้กระบวนการจัดการโลจิสติกส์แบบใหม่ออกมาในรูปแบบไดอะแกรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในอนาคต ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วย VSM โดยการกำจัดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น การรวบหลายๆ กิจกรรมเข้าด้วยกันเพื่อลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการดำเนินงาน และวิเคราะห์โครงข่ายงานหาสายงานวิกฤตและปรับปรุงให้มีขนาดสั้นที่สุด พบว่ากระบวนการจัดการโลจิสติกส์แบบใหม่สามารถลดกิจกรรมจาก 24 กิจกรรม เหลือ 14 กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 41.6 ลดระยะเวลาในการดำเนินการ จาก 29 วันทำการ เหลือ 10 วันทำการ คิดเป็นร้อยละ 65.5 กระบวนการจัดการโลจิสติกส์แบบใหม่นี้จะช่วยให้หน้ากากอนามัยถึงมือผู้ประสบภัยได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย สอดคล้องกับการจัดการโลจิสติกส์เพื่อมนุษยธรรมในสถานการณ์ภัยพิบัติ


แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ, พงศธร ยุติธร Jan 2020

แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ, พงศธร ยุติธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และ 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ผู้ให้ข้อมูล คือ บุคลากร จำนวน 85 คน ประกอบด้วย หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครู และผู้ช่วยครู/ผู้ดูแลเด็ก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเพื่อการวิจัยและแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างแนวทางฯ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีวัดความต้องการจำเป็น ฐานนิยม และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นสูงสุดของการพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรฐานสถานพัฒนาปฐมวัยแห่งชาติ คือ การประเมินผล (PNI [modified] =0.081) รองลงมา คือ การวางแผน (PNI [modified]=0.079) และการนำแผนสู่การปฏิบัติ (PNI [modified]=0.076) ตามลำดับ และความต้องการจำเป็นสูงสุดตามองค์ประกอบของมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ คือ การบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภท (PNI [modified]=0.112) และ 2) แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ มีทั้งหมด 3 แนวทางหลัก 6 แนวทางย่อย และ 24 วิธีดำเนินการ ซึ่งเรียงตามลำดับความต้องการจำเป็น ดังนี้ แนวทางที่ 1 พัฒนาการประเมินผลการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยเน้นการบริหารจัดการบุคลากรและการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย 9 วิธีดำเนินการ แนวทางที่ 2 พัฒนาการวางแผนการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยเน้นการบริหารจัดการบุคลากรและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย 6 วิธีดำเนิน และแนวทางที่ 3 พัฒนาการนำแผนการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสู่การปฏิบัติโดยเน้นการบริหารจัดการบุคลากรและการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย 9 …


แนวทางการพัฒนาครูกลุ่มโรงเรียนลาซาลในประเทศไทย ตามกรอบสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, พงษ์พัฒน์ คาโสจันทร์ Jan 2020

แนวทางการพัฒนาครูกลุ่มโรงเรียนลาซาลในประเทศไทย ตามกรอบสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, พงษ์พัฒน์ คาโสจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูกลุ่มโรงเรียนลาซาลในประเทศไทย ตามกรอบสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2) นำเสนอแนวทางการพัฒนาครูกลุ่มโรงเรียนลาซาลในประเทศไทย ตามกรอบสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประชากรที่ศึกษา คือ โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ โรงเรียนลาซาลจันทบุรี (มารดาพิทักษ์) โรงเรียนลาซาล และโรงเรียนลาซาลสังขละบุรี ปีการศึกษา 2563 ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหาร ครูระดับปฐมวัย ครูระดับประถมศึกษา ครูระดับมัธยมศึกษา จำนวน 243 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความคิดเห็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของ (ร่าง) แนวทางฯ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การวิเคราะห์ดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น (PNI [modified]) ฐานนิยม (Mode) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูกลุ่มโรงเรียนลาซาลในประเทศไทยตามกรอบสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีลำดับความต้องการจำเป็นจากสูงไปหาต่ำ คือ ด้านการใช้ทักษะดิจิทัล (PNI [Modified] = 0.325) ด้านการจัดการและการบริหาร (PNI [Modified] = 0.298) ด้านการจัดการเรียนการสอน (PNI [Modified] = 0.286) ด้านการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู (PNI [Modified] = 0.280) ด้านความเข้าใจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการศึกษา (PNI [Modified] = 0.274) และด้านหลักสูตรและการประเมิน (PNI [Modified] = 0.264) ตามลำดับ และรูปแบบและวิธีการพัฒนาครู พบว่า การพัฒนาในระหว่างปฏิบัติงานมีผู้เลือกตอบ ร้อยละ 54.887 และวิธีการพัฒนาครู 3 ลำดับที่มีค่าร้อยละสูงสุด รูปแบบการพัฒนาในระหว่างปฏิบัติงาน คือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติ (ร้อยละ 20.646) รูปแบบการพัฒนานอกเวลาปฏิบัติงาน คือ การอบรมสัมมนา …


แนวทางพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0, สิริกานต์ แก้วคงทอง Jan 2020

แนวทางพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0, สิริกานต์ แก้วคงทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 ผู้ให้ข้อมูล คือ ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จำนวน 123 คน ซึ่งมาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นและกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากตารางของเครซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของ (ร่าง) แนวทางพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลฯ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย การแจกแจงความถี่ (frequency) ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การวิเคราะห์ดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น (PNI [modified]) และฐานนิยม (mode) ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X = 3.466) โดยการพัฒนาบุคลากรมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (X = 3.425) อยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารทรัพยากรบุคคลฯ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X = 4.282) โดยการวางแผนบุคลากรมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (X = 4.330) อยู่ในระดับมาก สำหรับความต้องการจำเป็นของการบริหารทรัพยากรบุคคลฯ ภาพรวม คือ 0.210 (PNI [modified] = 0.210) ซึ่งการพัฒนาบุคลากรมีลำดับความต้องการจำเป็นสูงที่สุด (PNI [modified] = 0.250) รองลงมา คือ การประเมินผลบุคลากร และการธำรงรักษาบุคลากร (PNI [modified] = 0.210) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า การทำงานเชิงรุกและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและตอบสนองทันที มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุดและใกล้เคียงกันในสองลำดับแรก 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารทรัพยกรบุคคลของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 ตามกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล 3 ด้าน นำเสนอตามลำดับความต้องการจำเป็น ได้แก่ (1) การพัฒนาบุคลากร (2) การประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร และ (3) การธำรงรักษาบุคลากร …


แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต, เมียวดี ดีพูน Jan 2020

แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต, เมียวดี ดีพูน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการ โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต 2) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต ประชากร คือ โรงเรียนกลุ่มที่ 5 ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 จำนวน 11 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย จำนวน 285 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และครูโรงเรียนกลุ่มที่ 5 ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเพื่อการวิจัย และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างแนวทางฯ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย เลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีวัดความต้องการจำเป็น ฐานนิยม และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นสูงสุดของการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต คือการพัฒนาหลักสูตร (PNI [modified] = 0.321) รองลงมา คือ การเรียนการสอน (PNI [modified] = 0.312) และวัดและประเมินผล (PNI [modified] = 0.307) ตามลำดับ ซึ่งการบริหารวิชาการทั้งหมดมีองค์ประกอบของกรอบความคิดแบบเติบโต ที่มีค่าความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การเรียนรู้จากคำวิพากษ์วิจารณ์ 2) แนวทางพัฒนาการบริหารวิชากาโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต มีทั้งหมด 3 แนวทางหลัก 6 แนวทางย่อย และ 19 วิธีดำเนินการ ซึ่งเรียงลำดับตามความต้องการจำเป็น ดังนี้ แนวทางที่ 1 พัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโตโดยเน้นด้านการเรียนรู้จากคำวิพากษ์วิจารณ์ ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย 7 …


แนวทางพัฒนาบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ, มูนา เก็นตาสา Jan 2020

แนวทางพัฒนาบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ, มูนา เก็นตาสา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะและวิธีการพัฒนาบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการ ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ ศึกษาระดับสมรรถนะบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ ตลอดจนนำเสนอแนวทางพัฒนาบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคระนิติศาสตร์ โดยการเก็บข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมจำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามและแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการจัดลำดับความต้องการจำเป็นโดยใช้ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI[Modified]) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้ายการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบสมรรถนะและวิธีการพัฒนาบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการ ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยรับนานาชาติ ดังนี้ 1) องค์ประกอบสมรรถนะ ประกอบด้วย 3 ด้าน ด้านความรู้ ได้แก่ ความรู้เรื่องเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ ความรู้พื้นฐานเรื่องผลงานทางวิชาการ และความรู้เรื่องกฎ ระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านวิชาการ ด้านทักษะ ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการสื่อสาร มนุษยสัมพันธ์ที่ดี และการวิเคราะห์ข้อมูลเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ และด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ ทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ความทุ่งเทในการบริการ การเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และการทำงานในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 2) วิธีการพัฒนา ซึ่งแบ่งออกเป็นการพัฒนาระหว่างเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การสอนงาน การมอบหมาย การหมุนเวียนงาน การให้คำปรึกษา และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนานอกเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม การจำลองสถานการณ์ การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการพัฒนาผ่านออนไลน์ 2. ระดับสมรรถนะบุคลากรสนับสนุนด้านวิชาการของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามแนวคิดเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยนานาชาติภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาทั้ง 3 องค์ประกอบ พบว่า 1) ด้านความรู้ ระดับสมรรถนะสูงสุด คือ ความรู้เรื่องกฎระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านวิชาการ และระดับสมรรถนะน้อยสุด คือ ความรู้เรื่องเกณฑ์คุณภาพมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ 2) ด้านทักษะ ที่มีระดับสมรรถนะสูงสุด คือ มนุษยสัมพันธ์ที่ดี และระดับสมรรถนะน้อยสุด การสื่อสารภาษาอังกฤษ และ 3) ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ระดับสมรรถนะสูงสุด คือ ความทุ่มเทในการบริการ ระดับสมรรถนะน้อยสุด …


แนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดพลังสุขภาพจิต, นรารัตน์ หงษ์สกุล Jan 2020

แนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดพลังสุขภาพจิต, นรารัตน์ หงษ์สกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดพลังสุขภาพจิต และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดพลังสุขภาพจิต โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบบรรยาย ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี 4 โรงเรียน และมีผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งสิ้นจำนวน 207 คน ผู้บริหาร จำนวน 21 คน ครูและบุคลากรจำนวน 186 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฐานนิยม และใช้ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI [modified]) ในการจัดลำดับความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดพลังสุขภาพจิตที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยมีคุณลักษณะพลังสุขภาพจิต ด้านการมีศักยภาพในการแก้ปัญหาเป็นคุณลักษณะที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นรองลงมาคือ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยมีคุณลักษณะพลังสุขภาพจิต ด้านการปรับตัวและยืดหยุ่นเป็นคุณลักษณะที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด และการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ลำดับที่ 3 คือ ด้านการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน โดยมีคุณลักษณะพลังสุขภาพจิต ด้านการมีศักยภาพในการแก้ปัญหาเป็นคุณลักษณะที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด และ 2) แนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามแนวคิดพลังสุขภาพจิต ประกอบด้วย 3 แนวทาง โดยเรียงตามลำดับความต้องการจำเป็น ได้แก่ (1) พัฒนาวิธีการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลที่เน้นพลังสุขภาพจิต ด้านการมีศักยภาพในการแก้ปัญหา (2) พัฒนาระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียนที่เน้นพลังสุขภาพจิต ด้านการปรับตัวและการมีความยืดหยุ่น (3) ยกระดับการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนที่เน้นพลังสุขภาพจิต ด้านการมีศักยภาพในการแก้ปัญหา


A Case Study Of Pana Coffee Company Limited On Coffee Production Analysis, Paninee Jongwutiwes Jan 2020

A Case Study Of Pana Coffee Company Limited On Coffee Production Analysis, Paninee Jongwutiwes

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Pana Coffee Group is a Thai organic coffee manufacturer in Chiang Mai, the northern part of Thailand. Organic Sustainable Value Chain is what they adhere. They handle the organic supply chain from upstream to downstream. They grow seedlings to saplings. They plant the saplings at own lands where the altitude, temperature, and humidity suit well without using any chemical substances, for instance, herbicides, pesticides, and fertilizers. They harvest the coffee once the coffee fruits are ripe. They have the mill which is fully-equipped with cutting-edge and environmental friendly machines to produce organic coffee that is supreme in quality. They also …


Why Do Thais Choose To Do Flexible Job? A Case Study Of Grabfood, Chayada Khiannok Jan 2020

Why Do Thais Choose To Do Flexible Job? A Case Study Of Grabfood, Chayada Khiannok

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study is to examine why Thai people want to do flexible job by studying GrabFood as case study. Data in the study was collected from online survey which were directly responded by GrabFood workers and I use binary logistic to estimate results. The result found that preference for flexibility is the key factor workers are likely to do freelance. The result of this study is similar to other related studies in that flexibility is an important factor people go on freelance. Therefore, it can be concluded that increase in value of flexibility is a major reason for people to …


Chinese Consumer's Behavior On Heytea's Co-Branding Campaign, Rui Pu Jan 2020

Chinese Consumer's Behavior On Heytea's Co-Branding Campaign, Rui Pu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to study Chinese consumer behaviors on Heytea's co-branding campaigns (i.e., Dove, Kiehl's, and Fenty Beauty). Based on the quantitative research approach, two hundred and six Heytea's current millennial consumers, aged between 20 and 40 years old in China, who had purchased Heytea's products in the past six months, were asked to complete online questionnaires, to study their perception, attitude, and behavioral intention. The findings illustrated that most respondents had favorable perceptions on Heytea. For co-branding campaigns, most respondents felt Kiehl's and Fenty Beauty had more distinctive brand identity than Dove, resulting in less positive …


Chinese Fans’ Attitude Towards Thai Boy's Love Tv Dramas, Boy Love Tv Actors And Their Intention To Travel To Thailand, Jialin Gu Jan 2020

Chinese Fans’ Attitude Towards Thai Boy's Love Tv Dramas, Boy Love Tv Actors And Their Intention To Travel To Thailand, Jialin Gu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Nowadays, more and more subcultures have emerged, such as fan culture, and the resulting fan economic impact is also growing. Certain brands or industries have already developed to use the enthusiasm of fans to achieve specific promotional effects. Therefore, the objectives of this research are to examine the Chinese fans' exposure to Thai BL TV dramas, their attitude toward BL celebrities, and intention to travel to Thailand, as well as the relationship between Chinese fans' attitudes towards Thai BL TV dramas and their attitudes towards celebrities in BL TV dramas, and the relationship between Chinese fans' attitudes towards celebrities in …