Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 6091 - 6120 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การยืดอายุการเก็บของกะทิด้วยนาโนอิมัลชันน้ำมันหอมระเหยวานิลลาและกระบวนการพลาสมาที่ไม่ใช้ความร้อน, ชนิกานต์ ชูสิทธิ์ Jan 2021

การยืดอายุการเก็บของกะทิด้วยนาโนอิมัลชันน้ำมันหอมระเหยวานิลลาและกระบวนการพลาสมาที่ไม่ใช้ความร้อน, ชนิกานต์ ชูสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของนาโนอิมัลชันน้ำมันหอมระเหยวานิลลา (NE) และพลาสมาที่ไม่ใช้ความร้อน (PT) ต่อคุณภาพและอายุการเก็บของกะทิ เริ่มจากเตรียม NE โดยแปรอัตราส่วนของน้ำมันหอมระเหยวานิลลา (EO) และสารให้ความคงตัว (Tween 80) เป็น 3 ระดับ คือ 1:1 (NE1:1), 4:1 (NE4:1) และ 5:1(NE5:1) โดยวัดขนาดของอนุภาค (particle size), การกระจายตัวของอนุภาค (polydispersity index; PDI), สมบัติการต้านออกซิเดชัน ด้วยวิธี Ferric reducing antioxidant power (FRAP) และวิธี 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) และสมบัติการยับยั้งจุลินทรีย์ ด้วยการหาความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ (Minimal inhibitory concentration: MIC) และความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าจุลินทรีย์ (Minimal bactericidal concentration: MBC) โดยทดสอบกับจุลินทรีย์ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ จุลินทรีย์แกรมบวก (S.aureus และ B. licheniformis) และจุลินทรีย์แกรมลบ (E.coli และ S. typhimurium) พบว่า NE1:1 มีขนาดอนุภาคเล็กกว่าและการกระจายตัวของอนุภาคดีกว่า NE4:1 และ NE5:1 ในระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 30 ºC เป็นเวลา 30 วัน และพบว่า NE1:1 มีค่าการต้านออกซิเดชัน FRAP สูงกว่าสูตรอื่น แต่ค่า DPPH ต่ำที่สุด อาจเนื่องมาจากการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับของอนุมูล DPPH และสารฟีนอลิกบางชนิดที่อยู่ในวานิลลา และมีค่า MIC และ MBC ต่ำกว่า NE4:1 และ NE5:1 ดังนั้น NE1:1 จึงเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับ NE การทดลองขั้นที่สองเป็นการหาปริมาณที่เหมาะสมของ …


การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลาสติกรีไซเคิลโดยใช้ระบบ Gis กรณีศึกษา: ชุมชนในจังหวัดระยอง, ชยานนท์ เทียนธนานุรักษ์ Jan 2021

การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลาสติกรีไซเคิลโดยใช้ระบบ Gis กรณีศึกษา: ชุมชนในจังหวัดระยอง, ชยานนท์ เทียนธนานุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกระดับชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยองและสร้างแบบจำลองการแลกเปลี่ยนข้อมูลการรับซื้อขายขยะพลาสติกโดยใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic information system; GIS) เพื่อช่วยในการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยวิธีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลชนิด ปริมาณขยะพลาสติกและที่ตั้งร้านรับซื้อในพื้นที่กรณีศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครระยอง หมู่4 เทศบาลทับมา และชุมชนบ้านเอื้ออาทรวังหว้า ผลการวิจัยพบว่าการจัดการขยะพลาสติกในชุมชนกรณีศึกษาทั้ง 3 แห่งยังขาดความเชื่อมโยงในการจัดการขยะพลาสติกของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า และยังไม่ทราบช่องทางติดต่อการซื้อขายหรือตำแหน่งที่ตั้งของร้านรับซื้อหรือโรงงาน ดังนั้นงานวิจัยนี้ช่วยให้ทราบถึงพิกัดร้านรับซื้อขยะพลาสติกประเภทต่าง ๆ ในชุมชนกรณีศึกษาโดยใช้ระบบ GIS และเสนอแบบจำลองการแลกเปลี่ยนข้อมูลการรับซื้อขายขยะพลาสติกในจังหวัดระยอง ซึ่งพบว่าปัจจุบันเส้นทางการขนส่งขยะพลาสติกของชุมชนกรณีศึกษาทั้ง 3 แห่ง ของเทศบาลนครระยอง ชุมชนหมู่4 เทศบาลทับมาและชุมชนบ้านเอื้ออาทรวังหว้าจากธนาคารขยะไปยังร้านรับซื้อขวด/ถุงพลาสติก และส่งต่อไปโรงงานรีไซเคิลมีระยะทางขนส่งเท่ากับ 430.55 , 286.91 และ 458.51 กิโลเมตร ตามลำดับ จึงนำเสนอทางเลือกการเปลี่ยนร้านรับซื้อขวด/ถุงพลาสติก และโรงงานรีไซเคิล พบว่าสามารถลดระยะทางขนส่งลงเท่ากับ 165.58, 149.65 และ 348.81 กิโลเมตร ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 61.54, 47.84 และ 23.93 ตามลำดับ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 92.94 , 83.85 และ 77.35 ตามลำดับ ดังนั้นหากสามารถเปลี่ยนมาใช้เส้นทางการขนส่งที่เสนอแนะได้จะสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้


Development And Evaluation Of Wound Healing Property Of In-Situ Hydrogel Formulation For Topical Delivery Of Short-Chain Hyaluronic Acid In Dental Use, Porniweat Rosaming Jan 2021

Development And Evaluation Of Wound Healing Property Of In-Situ Hydrogel Formulation For Topical Delivery Of Short-Chain Hyaluronic Acid In Dental Use, Porniweat Rosaming

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Regeneration of damaged periodontal tissues becomes one of the biggest challenges that is hard to overcome, even without the presence of any pathogens. Tissue engineering was proposed as a possible technique for the lost tissues’ restoration. In this study, methacrylated hyaluronic acid (MeHA) hydrogel was developed with different concentrations of low molecular weight (short-chain) hyaluronic acid to achieve the hydrogels with suitable physical properties and biological properties for dental tissue regeneration. The results revealed that short-chain hyaluronic acid (sHA) could interfere with some behaviors of networking systems; however, overall properties (including gelation time, mechanical properties, swelling and degradation profiles, and …


Bim-Ar-Based System For Supporting Decision-Making Process Of Change Orders In Construction Projects, Vi Nguyen Nguyen Jan 2021

Bim-Ar-Based System For Supporting Decision-Making Process Of Change Orders In Construction Projects, Vi Nguyen Nguyen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Recently, the integration of building information modeling (BIM) with augmented reality (AR) has been introduced to support decision-making on change orders in construction sites. However, traditional BIM-AR-based systems have some limitations on the interaction with the changes of construction work and cost information. Therefore, this research aims to develop a BIM-AR-based system to support the decision-making process of change orders during the construction phase. It includes four main functions: (1) visualization of change models and interaction with them in real-world environments, (2) cost assessment for calculating the direct cost of changes automatically and showing the information of cost comparison, (3) …


The Study Of Effects Of Catalyst Groups, Chain Lengths, And Oxygen Vacancies On Ketonization Of Methyl Ester, Thanwarat Rattanachartnarong Jan 2021

The Study Of Effects Of Catalyst Groups, Chain Lengths, And Oxygen Vacancies On Ketonization Of Methyl Ester, Thanwarat Rattanachartnarong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The selectivity of symmetrical ketone was investigated in metal oxide catalyst by the ketonization of long-chain methyl ester at 400 oC and atmospheric pressure. The main problem of the ketonization of long-chain methyl ester was the cracking reaction. To investigate the effect of oxygen vacancies with selectivity of the main product, the metal oxide catalysts were charactered by SEM, XPS, XRD, TGA, TPO, H2-TPD, and NH3-IR. The results indicated that the amphoteric catalyst shown better performance than pure acidic due to the acid-base properties. Moreover, the selectivity of the main product depends on the hydrogen spillover which was the key …


การพัฒนาแบบสอบถามการบริโภคอาหารและการนำไปใช้ประเมินประสิทธิภาพการบดเคี้ยวของผู้ป่วยที่ใส่ฟันเทียม, ฉัตรวรินทร์ สกุลแต้ Jan 2021

การพัฒนาแบบสอบถามการบริโภคอาหารและการนำไปใช้ประเมินประสิทธิภาพการบดเคี้ยวของผู้ป่วยที่ใส่ฟันเทียม, ฉัตรวรินทร์ สกุลแต้

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบสอบถามการบริโภคอาหารสำหรับประเมินประสิทธิภาพการบดเคี้ยวทางอัตวิสัยและจำแนกผู้ป่วยที่มีสภาวะช่องปากที่แตกต่างกัน รวมทั้งทดสอบความตรงและความเที่ยงของแบบสอบถามการบริโภคอาหารที่พัฒนาขึ้น โดยแบ่งการศึกษาทางคลินิกแบบภาคตัดขวางเป็น 2 ระยะ ได้แก่ (1) การพัฒนาแบบสอบถามการบริโภคอาหาร 20 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยอาหารที่มีความถี่ในการบริโภคสูงสุด 14 ชนิดจาก 4 กลุ่มอาหาร และอาหารที่ผู้ที่ใส่ฟันเทียมทั้งปากเคี้ยวได้ยากหรือเคี้ยวไม่ได้เลยอีก 6 ชนิด และ (2) การนำแบบสอบถามการบริโภคอาหารไปใช้ประเมินประสิทธิภาพการบดเคี้ยวทางอัตวิสัย กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ใส่ฟันเทียมทั้งปาก ฟันเทียมบางส่วนถอดได้ หรือฟันเทียมติดแน่นจำนวน 110 คน ประเมินความยากในการบดเคี้ยวอาหาร 20 ชนิดในแบบสอบถามการบริโภคอาหารด้วยมาตรวัดลิเคิร์ท 3 ระดับ เพื่อนำมาคำนวณคะแนนการบดเคี้ยว ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวทางวัตถุวิสัยประเมินจากขนาดอนุภาคถั่วลิสงที่ผ่านการบดเคี้ยวโดยใช้วิธีการกรองผ่านตะแกรง 12 ชั้น ขนาดอนุภาคถั่วลิสงที่มีขนาดเล็กบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการบดเคี้ยวทางวัตถุวิสัยที่ดี ทดสอบความตรงเชิงสอดคล้องของแบบสอบถามโดยเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนการบดเคี้ยวและขนาดอนุภาคถั่วลิสง ทดสอบความตรงเชิงจำแนกของแบบสอบถามโดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนการบดเคี้ยวระหว่างกลุ่มตัวอย่างที่มีสภาวะช่องปากแตกต่างกัน ทดสอบความเที่ยงภายในและความเที่ยงจากการทดสอบซ้ำของแบบสอบถามด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้น จากผลการศึกษาสามารถจัดกลุ่มอาหาร 20 ชนิด เป็น 5 ระดับตามความยากในการบดเคี้ยว พบว่าคะแนนการบดเคี้ยวมีความสัมพันธ์ในทิศทางลบกับขนาดอนุภาคถั่วลิสงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = -0.659, p < 0.05) โดยค่าเฉลี่ยคะแนนการบดเคี้ยวและขนาดอนุภาคถั่วลิสงมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่มีจำนวนฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ จำนวนคู่สบฟันหลัง ชนิดของฟันเทียม และคุณภาพของฟันเทียมที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แบบสอบถามการบริโภคอาหารมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.892 และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้นเท่ากับ 0.953 จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าแบบสอบถามการบริโภคอาหารที่พัฒนาขึ้นในการศึกษานี้มีความตรงและความเที่ยงที่เพียงพอในการประเมินประสิทธิภาพการบดเคี้ยวทางอัตวิสัยและสามารถจำแนกผู้ป่วยที่มีสภาวะช่องปากที่แตกต่างกัน


Supercapacitors From Nitrogen And Sulfur Co-Doped Graphene/Nickel Cobalt Sulfide, Nutthapong Poompiew Jan 2021

Supercapacitors From Nitrogen And Sulfur Co-Doped Graphene/Nickel Cobalt Sulfide, Nutthapong Poompiew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to develop high performance supercapacitors in term of capacitive efficiency, power density and long-term cycle stability. Supercapacitors are a kind of energy storages device which exhibit high power density when comparing with conventional batteries. However, most of them exhibits inefficient energy capacitance and long-term cycle stability. Thus, this research is focusing on development materials for using as supercapacitor electrodes. Thus, nitrogen and sulfur co-doped graphene and nickel cobalt compounds were synthesized using in situ hydrothermal process. This research is divided into two major parts (i) to sort out the optimum ratio of nickel and cobalt for the …


การพัฒนาเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ณภัทร เหมภัทรสุวรรณ Jan 2021

การพัฒนาเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ณภัทร เหมภัทรสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ โดยใช้โปรตีนเวย์ไอโซเลท (whey protein isolate; WPI) เป็นแหล่งของโปรตีน ใช้เจลาติน (gelatin; GT) และบุก (konjac glucomannan; KGM) เป็นสารที่ทำให้เกิดเจล ในขั้นต้น พัฒนาสูตรเครื่องดื่มเยลลี่ที่มีโปรตีน 2 ระดับ คือร้อยละ 6 และร้อยละ 10 (โดยน้ำหนัก) โดยมีส่วนประกอบของสารปรับกรด (กรดซิตริก:กรดมาลิก; 1:1) สารให้ความหวาน (ซูคราโลส:อะซิซัลเฟม โพแทสเซียม; 1:1) และสารให้กลิ่นรส ร้อยละ 0.025 (โดยน้ำหนัก) ในสูตรเครื่องดื่มเยลลี่ทั้งสอง 2 ความเข้มข้น จากนั้นแปรอัตราส่วนของสารที่ทำให้เกิดเจล (GT:KGM) ที่ความเข้มข้นร้อยละ 1.5 (โดยน้ำหนัก) เป็น 5 อัตรส่วน ได้แก่ 100:0 75:25 50:50 25:75 และ 0:100 เพื่อวิเคราะห์สมบัติทางเคมีกายภาพและลักษณะทางประสาทสัมผัส ในการคัดเลือกตัวอย่างเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูง 2 ระดับ พบว่าเครื่องดื่มเยลลี่ที่มีโปรตีนร้อยละ 6 และ 10 (โดยน้ำหนัก) ถูกเลือกจากคะแนนความชอบโดยรวมของผลิตภัณฑ์สูงสุดที่มีนัยสำคัญ (p £ 0.05) จากผู้ทดสอบจำนวน 30 คน ซึ่งได้อัตราส่วนที่เหมาะสมของ GT:KGM ที่ 75:25 และ 25:75 ตามลำดับ โดยมีปริมาณของแข็งทั้งหมดเท่ากับ 9.10 และ 12.50 °Brix ค่า pH เท่ากับ 3.41 และ 3.43 ค่าความแข็งแรงของเจลเท่ากับ 58.02 และ 35.00 g (force) และความสามารถในการอุ้มน้ำเท่ากับร้อยละ 93.00 และ 83.90 ตามลำดับ ทั้งนี้สมบัติทางการไหลของเครื่องดื่มเยลลี่ที่มีโปรตีนร้อยละ 6 …


นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช Jan 2021

นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาฯ 2) เพื่อศึกษาวิธีการนำไปใช้ฯ และ 3) ศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาก่อนและหลังจากการนำฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้หลักการคิดเชิงคำนวณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และการนำไปใช้ คือ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการประเมินการใช้งานของฮาร์ดแวร์ต้นแบบ และ ด้านการนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ฯ และ ในด้านการนำไปจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมิน Scoring Rubric ทั้งก่อนและหลังเรียน ทั้งนี้ได้ทําการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อศึกษาผลการพัฒนาหลักการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเปรียบเทียบ คะแนนแบบ Paired-samples T-Test ร่วมกับการอธิบายผล ผลการวิจัยพบว่า ฮาร์ดแวร์ฯ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนประถมศึกษา ผลการทดลองนำฮาร์ดแวร์ฯไปใช้ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษามีพัฒนาการด้านหลักการคิดเชิงคำนวณหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Health Risk Assessment Of Burmese Related To Heavy Metal Contamination In Ginger From Local Markets In Myanmar And Thailand, May Ko Ko Jan 2021

Health Risk Assessment Of Burmese Related To Heavy Metal Contamination In Ginger From Local Markets In Myanmar And Thailand, May Ko Ko

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Heavy metals are naturally present in the soil, but geologic and anthropogenic activities raise their concentrations to harmful levels for both plants and animals. This study aims 1) to determine the concentrations of heavy metals (As, Cu, Ni, Cd, Cr, and Pb) in ginger (Zingiber officinale Roscoe) from the wholesale markets of Bangkok, Thailand, and from Yangon, Myanmar, and 2) to access cancer and noncancer risks of Burmese related to the consumption of heavy metal contaminated ginger. The online questionnaire was used to collect personal information and consumption rate. ICP-MS was used to investigate As, Cu, Ni, Cd, Cr, and …


ผลของสารสกัดเห็ดกระถินพิมาน Phellinus Linteus ต่อความเป็นพิษของเซลล์และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งปากมดลูก, ธนวิชญ์ แสงคีรีพัฒน์ Jan 2021

ผลของสารสกัดเห็ดกระถินพิมาน Phellinus Linteus ต่อความเป็นพิษของเซลล์และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งปากมดลูก, ธนวิชญ์ แสงคีรีพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีจำนวนผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตที่สูง ถึงแม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส human papilloma virus ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูกแต่ประชากรบางกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ระดับน้อยถึงปานกลางนั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันนี้ได้มีการศึกษาพบว่ามีสมุนไพรบางชนิดที่มีฤทธิ์ในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดกระถินพิมาน ในการศึกษานี้ได้ทำการศึกษาถึงความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยสารสกัด 3 สูตรด้วยกันได้แก่ สารสกัดเห็ดกระถินพิมาน และสารสกัดสูตรตำรับอีก 2 สูตร (สูตรตำรับ A และ B) ที่มีองค์ประกอบของเห็ดกระถินพิมานและสมุนไพรอื่น ๆ ที่ต่างกัน จากการศึกษาพบว่าสารสกัดทั้ง 3 สูตรนั้นมีความสามารถในการลดอัตราการมีชีวิตของเซลล์มะเร็งปากมดลูก C33a SiHa และ HeLa ในระยะเวลา 2 วัน แต่ยังคงมีความเป็นพิษต่อเซลล์ไตที่ได้จากตัวอ่อนของมนุษย์ HEK293 ในระดับที่สูง ยิ่งไปกว่านั้นพบว่าสารสกัดสูตรตำรับ B นั้นมีความสามารถในการลดการเจริญเจริญเติบโตของเซลล์ SiHa อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.005) เมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองควบคุม และส่งผลให้การแสดงออกของยีน CDK7 และ MKI67 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในทำนองเดียวกันสารสกัดเห็ดกระถินพิมานก็มีความสามารถในการลดการเจริญเติบโตของเซลล์ C33a อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.025) เมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองควบคุม และส่งผลให้การแสดงออกของยีนทั้งสองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน


Utilities Value In Diabetic Retinopathy, Pear Pongsachareonnont Ferreira Jan 2021

Utilities Value In Diabetic Retinopathy, Pear Pongsachareonnont Ferreira

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Health utilities has been used as weighted for a quality adjusted life year in health technology assessment. There are limited data on the utilites value in diabetic retinopathy and retina diseases in the South Asian region. The aim of this project are to estimate the visual health utility (HU) in patients with diabetic retinopathy (DR), age-related macular degeneration (AMD), and cataract. Moreover, we intended to evaluate an appropriate health utility instrument among a direct choice-based, traditional time trade-off (tTTO) and composite time trade-off (cTTO), and multiple attribute utility instrument (MAUI) ( EQ-VAS, European Quality of Life (QoL) Five Dimension (EQ-5D-5L), …


Some Properties Of Extending Hypermodules, C11-Hypermodules And T-Extending Hyperrings, Chokchai Wongyai Jan 2021

Some Properties Of Extending Hypermodules, C11-Hypermodules And T-Extending Hyperrings, Chokchai Wongyai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this research, extending hypermodules, C11-hypermodules and t-extending hyperrings are defined and studied. We characterize extending hypermodules, C11-hypermodules and t-extending hyperrings in many ways under some conditions of hypermodules and hyperrings. Moreover, some properties concerning subhypermodules of extending hypermodules and C11-hypermodules are investigated. Especially, we study C11-hypermodules in the case that they can be decomposed as a direct sum of two subhypermodules.


Biotransformation Of Bioactive Compounds From Sonchus Arvensis L. And Pterocarpus Macrocarpus Kurz. By Aspergillus Niger, Dwi Kusuma Wahyuni Jan 2021

Biotransformation Of Bioactive Compounds From Sonchus Arvensis L. And Pterocarpus Macrocarpus Kurz. By Aspergillus Niger, Dwi Kusuma Wahyuni

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In recent years, microbial transformation is progressing significantly from a limited interest in the highly active area in green chemistry, including the preparation of pharmaceutical compounds. Many biotransformation studies have been found in a variety of analogous compounds and exhibited more potent pharmacological activities. The objectives of this study are (i) to isolate and identify bioactive compounds from Sonchus arvensis L. and Pterocarpus macrocarpus Kurz., (ii) to transform selected bioactive compounds from S. arvensis L. and P. macrocarpus Kurz. by Aspergillus niger, (iii) to determine bioactivities of selected bioactive compounds from Sonchus arvensis L. and Pterocarpus macrocarpus Kurz. before and …


Synthesis Of Modified Nickel Iron Layered Double Hydroxides To Enhance Electrochemical Properties For Supercapacitor, Machima Mongkhonratanachai Jan 2021

Synthesis Of Modified Nickel Iron Layered Double Hydroxides To Enhance Electrochemical Properties For Supercapacitor, Machima Mongkhonratanachai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to synthesize Mn-doped NiFe LDHs in order to decrease resistivity, which can result in an increase in specific capacity. Mn-doped NiFe LDHs were synthesized using simple coprecipitation method at 50 oC for 6 hours. Their characteristics were confirmed by ICP, XRD, SEM-EDX and FTIR. Electrochemical measurements such as CV and GCD were employed to evaluate their specific capacities. Current voltage relationship and EIS were used to analyse electrochemical properties and resistivities. Through the doping manganese, the specific capacity could be altered. Investigated by CV, the specific capacity of Ni: Fe: Mn 3: 2: 0.98 and 3: 2: …


นาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/นาโนเซลลูโลสสกัดจากผักตบชวา, ชุติเดช ทองดีเลิศ Jan 2021

นาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/นาโนเซลลูโลสสกัดจากผักตบชวา, ชุติเดช ทองดีเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้ได้เตรียมนาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/นาโนเซลลูโลส โดยเริ่มจากการสังเคราะห์ยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์ผ่านกระบวนการอิพอกซิเดชันของน้ำยางธรรมชาติ พบว่ามีปริมาณหมู่อิพอกไซด์ร้อยละ 31 โดยโมล ต่อมาทำการเตรียมนาโนเซลลูโลสจากผักตบชวาโดยเตรียมเซลลูโลสนาโนไฟเบอร์ และเซลลูโลสนาโนคริสตัลจากการไฮโดรไลซิสเซลลูโลสนาโนไฟเบอร์ด้วยกรดที่ความเข้มข้นต่าง ๆ จากการวิเคราะห์โครงสร้างผลึกพบว่าเซลลูโลสนาโนคริสตัลมีปริมาณผลึกมากกว่าเซลลูโลสนาโนไฟเบอร์ และปริมาณผลึกเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของกรดมากขึ้น และเมื่อทำการเตรียมนาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/นาโนเซลลูโลส พบว่าการใส่นาโนเซลลูโลสมีส่วนช่วยในการปรับปรุงสมบัติด้านความทนแรงดึงและความทนน้ำมันของนาโนคอมพอสิตเมื่อเทียบกับยางธรรมชาติและยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์ หากแต่เสถียรภาพทางความร้อนของนาโนคอมพอสิตไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจากการเตรียมนาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/เซลลูโลสนาโนไฟเบอร์ (ปริมาณ 0.5–3 ส่วนต่อยางร้อยส่วน) พบว่านาโนคอมพอสิตที่ใส่เซลลูโลสนาโนไฟเบอร์ปริมาณ 2 ส่วนต่อยางร้อยส่วน แสดงสมบัติด้านความทนแรงดึงและความทนน้ำมันสูงกว่ายางธรรมชาติอิพอกซิไดส์ 1.80 และ 1.39 เท่า ตามลำดับ จากนั้นนำนาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/เซลลูโลสนาโนไฟ-เบอร์ไปเปรียบเทียบกับนาโนคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์/เซลลูโลสนาโนคริสตัลที่มีการไฮโดรไลซิสที่ความเข้มข้นของกรดต่าง ๆ ที่ปริมาณ 2 ส่วนต่อยางร้อยส่วน พบว่านาโนคอมพอสิตที่มีการใส่เซลลูโลสนาโนคริสตัลที่ไฮโดรไลซิสด้วยกรดความเข้มข้น 5 โมลาร์ มีสมบัติด้านความทนแรงดึงและความทนน้ำมันสูงที่สุด โดยมีค่าความทนแรงดึงและมอดุลัสที่ความเครียดร้อยละ 300 มีค่าเพิ่มขึ้น 1.89 และ 2 เท่า ตามลำดับ เมื่อเทียบกับยางธรรมชาติอิพอกซิไดส์ นอกจากนี้เมื่อทำการเปรียบเทียบกระบวนการผสมแบบเลเท็กซ์คอมพาวด์และ ‘อินซิทู’ พบว่ากระบวนการผสมแบบเลเท็กซ์คอมพาวด์มีสมบัติด้านความทนแรงดึงและความทนน้ำมันที่สูงกว่ากระบวนการผสมแบบ ‘อินซิทู’ เมื่อพิจารณาที่ปริมาณเซลลูโลนาโนคริสตัลในนาโนคอมพอสิตเท่า ๆ กัน


ตัวดูดซับคอปเปอร์(Ii) ไอออนที่เตรียมจากยางรถยนต์ใช้แล้ว, พิมลวัลย์ บุญโกย Jan 2021

ตัวดูดซับคอปเปอร์(Ii) ไอออนที่เตรียมจากยางรถยนต์ใช้แล้ว, พิมลวัลย์ บุญโกย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวดูดซับคอปเปอร์(II) ไอออน (Cu(II)) จากยางรถยนต์ใช้แล้ว (WTR) โดยการปรับปรุงผิว WTR ด้วยวิธีต่างกัน ได้แก่ การปรับปรุงผิวด้วยการเผา วิธีทางเคมี และแบบสองขั้นตอน โดยการปรับปรุงด้วยการเผาที่อุณหภูมิต่างกันคือ 320, 370 และ 400 องศาเซลเซียส การปรับปรุงผิวด้วยวิธีทางเคมีโดยการรีฟลักซ์ด้วยสารละลายกรดไนตริกที่เวลาต่างกันคือ 30, 60 และ 180 นาที และการปรับปรุงผิวแบบสองขั้นตอนคือการปรับปรุงผิวด้วยวิธีการเผาและวิธีทางเคมีร่วมกัน อีกทั้งงานวิจัยนี้ยังพัฒนาตัวดูดซับถ่านคาร์บอนซึ่งได้จากการเผาที่ 400 องศาเซลเซียส (h400-WTR) เป็นตัวดูดซับถ่านกัมมันต์ทั้งในรูปแบบผง (ac-WTR/powder) และแบบก้อน (ac-WTR/cube) โดยการกระตุ้นด้วยสารละลายกรดไนตริก ที่อุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส จากการทดลองพบว่าตัวดูดซับ h400-WTR มีความสามารถในการดูดซับมากที่สุดถึง 85% ซึ่งมากกว่าความสามารถในตัวดูดซับอื่น เป็นไปได้ว่ามีรูพรุนหรือพื้นที่ในการยึดเกาะกับ Cu(II) มากกว่าตัวดูดซับจากการปรับปรุงผิวด้วยวิธีทางเคมีและการปรับปรุงผิวแบบสองขั้นตอน โดยตัวดูดซับที่ปรับปรุงด้วยการเผาหรือด้วยวิธีทางเคมีนั้นไม่พบการปลดปล่อย Cu(II) ออกสู่น้ำกลั่นที่ทดสอบ ถ่านกัมมันต์แบบผงและแบบก้อนในงานวิจัยนี้มีพื้นที่ผิวจำเพาะต่ำกว่ามาตรฐานของถ่านกัมมันต์ แต่อย่างไรก็ตามตัวดูดซับถ่านกัมมันต์แบบผงที่เตรียมได้สามารถดูดซับ Cu(II) ไอออนสูงถึง 100% และมีค่าการดูดซับมากกว่าตัวดูดซับถ่านคาร์บอนทุกชนิด ทั้งนี้อาจเนื่องจากพื้นที่ผิวที่เพิ่มมากขึ้นจากการกระตุ้นด้วยกรดไนตริก โดยแบบก้อนดูดซับที่ 54% ซึ่งสามารถใช้งานในรูปแบบก้อนในน้ำได้โดยไม่แตกสลายใน 24 ชั่วโมง จึงน่าสนใจในการนำไปใช้งานกรณีที่การใช้งานไม่เหมาะกับแบบผง


การสร้างความต้องการเชิงฟังก์ชันและที่ไม่ใช่เชิงฟังก์ชันของซอฟต์แวร์จากการจำแนกบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชัน, ธนัชชา พันธ์ธรรม Jan 2021

การสร้างความต้องการเชิงฟังก์ชันและที่ไม่ใช่เชิงฟังก์ชันของซอฟต์แวร์จากการจำแนกบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชัน, ธนัชชา พันธ์ธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทวิจารณ์ของผู้ใช้งานเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับนักพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชัน เพื่อใช้ในการปรับปรุงและวิวัฒนาการแอปพลิเคชันหลังจากที่ได้ปล่อยให้ใช้งานไปแล้ว เนื่องจากข้อมูลบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานมีจำนวนมากจึงเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับทีมนักพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันที่จะระบุว่าบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานใดประกอบไปด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและวิวัฒนาการโมไบล์แอปพลิเคชันเพิ่มเติม วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอความพยายามที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมนักพัฒนาในขั้นต้นด้วยการสร้างความต้องการเชิงฟังก์ชันและที่ไม่ใช่เชิงฟังก์ชันโดยอัตโนมัติจากข้อมูลบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชันบนแอปสโตร์และเพลย์สโตร์ แนวทางที่นำเสนอประกอบด้วยสามขั้นตอน เริ่มจากการใช้อัลกอริทึมการจำแนกข้อความเพื่อจำแนกบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานออกเป็นบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานเชิงฟังก์ชันหรือที่ไม่ใช่เชิงฟังก์ชัน ขั้นตอนที่สองบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานที่ไม่ซ้ำกันจะถูกระบุโดยใช้เทคนิคการจัดกลุ่มและการวิเคราะห์ความคล้ายคลึงกันของข้อความ ในขั้นตอนสุดท้ายข้อมูลที่มีความสำคัญจะถูกสกัดจากบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานเพื่อใช้สร้างความต้องการเชิงฟังก์ชันและที่ไม่ใช่เชิงฟังก์ชันโดยใช้แบบรูปข้อมูลบทวิจารณ์ของผู้ใช้งานและแม่แบบความต้องการ ในส่วนของการประเมินผล ความต้องการที่ถูกสร้างขึ้นจากแนวทางที่นำเสนอได้รับคะแนนต่ำถึงสูงแตกต่างกันไปในแง่ของความสามารถในการอ่านได้ง่าย ความไม่กำกวม ความสมบูรณ์ และความสมเหตุสมผล ซึ่งแนวทางที่วิทยานิพนธ์นำเสนอนี้สามารถช่วยทีมนักพัฒนาระบุถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงฟังก์ชันและที่ไม่ใช่เชิงฟังก์ชันจากเสียงสะท้อนโดยตรงของผู้ใช้งานซึ่งควรได้รับการพิจารณาเพื่อใช้ในการปรับปรุงและวิวัฒนาการโมไบล์แอปพลิเคชันต่อไป


Transforming Timing Diagram Into Timed Automata For Preemptive Scheduling, อมรัตน์ พิมโคตร Jan 2021

Transforming Timing Diagram Into Timed Automata For Preemptive Scheduling, อมรัตน์ พิมโคตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานที่เกิดขึ้นพร้อมกันในระบบเรียลไทม์อาจต้องการทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันอย่างจำกัด เช่นการใช้งานร่วมกันของ CPU เพียงตัวเดียวที่มีงานเป็นจำนวนมาก เมื่อใช้การจัดกระบวนการเชิงพรีเอ็มทีฟ ซึ่งงานที่กำลังทำงานอยู่ที่มีค่าลำดับความสำคัญต่ำกว่ามักจะถูกจัดลำดับให้อยู่ในสถานะพักการทำงานหรือสถานะโดเมน โดยงานใหม่ที่มีค่าลำดับความสำคัญสูงกว่าจะเข้ามาแทนที่ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่างานใหม่เข้ามาทำงานแทนลำดับงานที่โดนแทรกหรือถูกพรีเอ็มทีฟไว้ก่อนหน้านี้ที่มีค่าลำดับความสำคัญต่ำกว่า งานที่มีค่าลำดับความสำคัญต่ำกว่าดังกล่าวจะเริ่มต้นทำงานอีกครั้งเพื่อดำเนินการต่อในสถานะที่ทำงานทันทีหลังจากงานที่มีค่าลำดับความสำคัญสูงกว่าได้ทำงานเสร็จสิ้น แผนภาพเวลาเป็นแผนภาพที่มีลักษณะงานเป็นอิสระต่อกัน และงานจะถูกเริ่มต้นพร้อมกัน ผลกระทบของการจัดกระบวนการเชิงพรีเอ็มทีฟเอาไว้จะมีความสัมพันธ์กันและทำให้การดำเนินของเส้นเวลาหรือไทม์ไลน์ของงานที่เกิดขึ้นพร้อมกันเหล่านี้ถูกเปลี่ยนแปลงไป กฎการจับคู่สำหรับการแปลงแผนภาพเวลาที่เป็นอิสระต่อกันเป็นไทมด์ออโตมาตาที่ได้รับการออกแบบในวิทยานิพนธ์นี้ และยังมีเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อแปลงไฟล์ต้นทางนำเข้าสกุลไฟล์ XML ของแผนภาพเวลาเป็นไฟล์ไทมด์ออโตมาตา สามารถจำลองแผนภาพไทมด์ออโตมาตาด้วยเครื่องมือ UPPAAL ซึ่งผลลัพธ์ของไทมด์ออโตมาตาจะแสดงกรอบเวลาโดยรวมของงานที่เกิดขึ้นพร้อมกันอันเป็นผลกระทบของการจัดกำหนดการเชิงฟรีเอ็มทีฟ การจำลองไทมด์ออโตมาตาจะจัดเตรียมตัวแปรนาฬิกาและสถานะโดเมนพิเศษเพิ่มเติม จากนั้นจึงนำไทมด์ออโตมาตาที่แปลงมาทวนสอบคุณสมบัติ TCTL ว่าการทำงานนั้นถูกต้อง เครื่องมือซอฟต์แวร์ของเราจะดำเนินการแปลงไดอะแกรมสำหรับการจัดกระบวนการเชิงพรีเอ็มทีฟ และใช้กรณีศึกษาสามกรณีเพื่อแสดงกระบวนการแปลงและการจำลองขั้นตอนกระบวนการทำงาน


การทดสอบแบบจำลองปรับแก้ค่าพิกัดทางราบใช้สำหรับการแปลงค่าพิกัดจากเทคนิคการหาตำแหน่งจุดเดี่ยวความละเอียดสูงจีเอ็นเอสเอสไปยังโครงข่ายสถานีอ้างอิงค่าพิกัดต่อเนื่องจีเอ็นเอสเอสของประเทศไทยที่อยู่บนกรอบพิกัดอ้างอิงสากล Itrf2014, เมธา น้อยนาค Jan 2021

การทดสอบแบบจำลองปรับแก้ค่าพิกัดทางราบใช้สำหรับการแปลงค่าพิกัดจากเทคนิคการหาตำแหน่งจุดเดี่ยวความละเอียดสูงจีเอ็นเอสเอสไปยังโครงข่ายสถานีอ้างอิงค่าพิกัดต่อเนื่องจีเอ็นเอสเอสของประเทศไทยที่อยู่บนกรอบพิกัดอ้างอิงสากล Itrf2014, เมธา น้อยนาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อการระบุตำแหน่งด้วยค่าพิกัดและการอ้างอิงตำแหน่งบนพื้นโลกของตำแหน่งเดียวกันเมื่อเวลาผ่านไปค่าพิกัดบนพื้นหลักฐานย่อมมีค่าที่แตกต่างกัน โดยองค์กรหรือหน่วยงานในระดับสากลได้ร่วมปรับปรุงระบบกรอบพิกัดอ้างอิงสากล (The International Terrestrial Reference Frame; ITRF) ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกมากยิ่งขึ้น ซึ่งหน่วยงานในประเทศไทยได้ศึกษาเรื่องการปรับปรุงพื้นหลักฐานและระบบพิกัดอ้างอิงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล อาทิเช่น กรมแผนที่ทหารซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่กำหนดโครงข่ายอ้างอิงของประเทศได้ปรับปรุงค่าพิกัดอ้างอิงของหมุดควบคุมในโครงข่ายหลักบนกรอบพิกัดอ้างอิงสากล ITRF2008 และได้ประกาศใช้ในราชการตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เป็นต้นมา และจะเปลี่ยนมาใช้ระบบกรอบพิกัดอ้างอิงพิกัดสากล ITRF2014 ในเร็วๆนี้ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสร้างแบบจำลองค่าปรับแก้พิกัดทางราบสำหรับกรอบพิกัดอ้างอิงสากล ITRF2014 ในประเทศไทย อันเนื่องมาจากการระบุตำแหน่งพิกัดสากลของประเทศไทยจำเป็นต้องมีการอ้างอิงพิกัดสัมบูรณ์ที่บูรณาการกันภายในประเทศ หากประเทศไทยเริ่มใช้งานระบบกรอบพิกัดอ้างอิงสากล ITRF2014 จะเกิดค่าต่างพิกัดขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา จึงต้องมีแบบจำลองค่าต่างพิกัดมาการปรับแก้พิกัดให้อยู่ในระบบเนื้อเดียวกัน โดยแบบจำลองค่าต่างพิกัดได้จากการหาค่าต่างพิกัดเฉลี่ยต่อปี (มิลลิเมตรต่อปี) ที่ได้จากคำนวณค่าพิกัดด้วยเทคนิคการรังวัดจุดเดี่ยวความละเอียดสูง (Precise Point Positioning; PPP) ให้สอดคล้องกับกรอบอ้างอิงค่าพิกัดสากลของหน่วยงานกรมแผนที่ทหารบนกรอบพิกัดอ้างอิง ITRF 2014 โดยนำค่าต่างพิกัดที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลดาวเทียมด้วยซอฟต์แวร์เชิงวิจัย GipsyX จากโครงข่ายสถานีอ้างอิงรับสัญญาณดาวเทียมของกรมแผนที่ทหาร จำนวน 80 สถานี ของช่วงเวลาที่แตกต่างกันมาสร้างแบบจำลองค่าต่างพิกัดทางราบบนตำแหน่งกริด ซึ่งใช้วิธีการประมาณค่าในช่วง 4 วิธี คือ IDW, Kriging, Natural Neighbor และ Spline แล้วเปรียบเทียบความถูกต้องทางตำแหน่งทางราบด้วยค่ารากที่สองของความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยกำลังสอง (RMSE) ของแบบจำลองค่าปรับแก้พิกัดทางราบ โดยใช้หมุดทดสอบ 145 ตำแหน่งที่กระจายตัวทั่วพื้นที่ประเทศไทย ผลการวิจัยพบว่าแบบจำลองค่าปรับแก้พิกัดทางราบ ซึ่งประกอบด้วยแบบจำลองค่าต่างพิกัดทางราบด้วยวิธี IDW, Kriging, Natural Neighbor และ Spline มีความถูกต้องทางตำแหน่งทางราบอยู่ที่ 0.011, 0.010, 0.017 และ 0.017 เมตร ตามลำดับ โดยมีความคลาดเคลื่อนทางราบเฉลี่ยอยู่ที่ 0.006 ± 0.010, 0.006 ± 0.009, 0.011 ± 0.013 และ 0.011 ± 0.014 เมตร ตามลำดับ ซึ่งวิธี Kriging ให้ค่าพิกัดทางราบมีความถูกต้องสูงที่สุด ดังนั้นสามารถนำมาใช้แปลงค่าพิกัดสำหรับกรอบพิกัดอ้างอิงสากล ITRF2014 ในประเทศไทยให้มีความถูกต้องอยู่ในระดับ 2 ซม. …


การศึกษาพัฒนาการของจุดความร้อนจากไฟในภาคเหนือของประเทศไทยโดยใช้เทคนิคการจัดกลุ่มแบบดีบีสแกน และการประมาณความหนาแน่นแบบเคอร์เนล, อุนนดา แพศรีวโรทัย Jan 2021

การศึกษาพัฒนาการของจุดความร้อนจากไฟในภาคเหนือของประเทศไทยโดยใช้เทคนิคการจัดกลุ่มแบบดีบีสแกน และการประมาณความหนาแน่นแบบเคอร์เนล, อุนนดา แพศรีวโรทัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเผาชีวมวลจำพวกเศษวัชพืชและต้นไม้นั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหามลพิษทางอากาศบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ทำให้เกิดควันพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศ อีกทั้งยังบดบังทัศนวิสัยอีกด้วย รูปแบบและสาเหตุของการเผานั้นยังไม่สามารถบ่งบอกชัดเจนได้โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ป่าสงวน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถสำรวจภาคพื้นสนามได้โดยง่าย ในปัจจุบันไฟป่าและไฟจากการเผาสามารถติดตามได้ค่อนข้างเรียลไทม์จากระบบเซนเซอร์บนดาวเทียม นั่นคือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) และระบบใหม่ที่สามารถให้ความละเอียดที่ยิ่งขึ้น นั่นคือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) ในงานวิจัยนี้ได้นำเทคนิคการวิเคราะห์กลุ่ม Density-based spatial clustering of applications with noise (DBSCAN) และวิธีการประมาณความหนาแน่นแบบเคอร์เนล (Kernel Density Estimation) ในการวิเคราะห์ข้อมูลจุดความร้อนเชิงพื้นที่และเวลาที่ได้มาจากระบบ VIIRS ระหว่างวันที่ 1 เดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช 2562 และ วันที่ 30 เมษายน ปีพุทธศักราช 2563 ซึ่งการวิเคราะห์ดังกล่าวแสดงให้เห็นกลุ่มข้อมูลจุดความร้อน และบริเวณที่มีพื้นที่ไฟป่าเกิดขึ้นหนาแน่นพร้อมทั้งระยะเวลาและการเปลี่ยนแปลงตามเวลาที่เกิดไฟในบริเวณนั้น การแสดงผลในรูปแบบ 3 มิติเชิงพื้นที่และเวลาทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลาได้ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ จากการใช้เทคนิค DBSCAN ทำให้ทราบรายละเอียดของวันที่พบและบริเวณพิกัดที่เกิดจุดเริ่มต้นของไฟป่า และทราบทิศทางการลุกลามของไฟป่าในแต่ละพื้นที่ ส่วนเทคนิค KDE ทำให้การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ของบริเวณกลุ่มความร้อนเริ่มต้นจากขนาดเล็กจนขยายกว้าง บริเวณที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของไฟสามารถบ่งชี้ได้จากการวิเคราะห์ทั้ง 2 วิธี เพื่อการประเมินผล งานวิจัยนี้ได้รายงานการเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้กับข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟป่าในช่วงเวลาเดียวกัน ผลการวิเคราะห์ของงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันอัคคีภัยและสามารถใช้ในการพยากรณ์การเกิดไฟได้ในอนาคตอีกด้วย


การเพิ่มอัตราคุณภาพสินค้าดีของกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น, เกวลี วรนันท์ Jan 2021

การเพิ่มอัตราคุณภาพสินค้าดีของกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น, เกวลี วรนันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อปรับปรุงอัตราคุณภาพของเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น โดยมุ่งเน้นในการลดปริมาณสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ รวมทั้งของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ซึ่งเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึง ตุลาคม 2563 และแสดงปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตด้วยกราฟพาเรโต แล้วทำการระดมความคิดเพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราคุณภาพด้วยแผนผังเหตุ และผล จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบปัญหาด้านคุณภาพเพื่อทำการประเมินความรุนแรงของการเกิดข้อบกพร่อง โอกาสในการเกิดข้อบกพร่อง และความสามารถในการตรวจจับข้อบกพร่อง เพื่อคำนวณหาค่าดัชนีความเสี่ยง โดยจะทำการเลือกปัญหาที่มีค่าดัชนีความเสี่ยงมากที่สุดได้แก่ 1) ลมเย็นออกไม่สม่ำเสมอ 2) การเคลื่อนที่ของถังใส่เส้นใยและลูกกลิ้งไม่สัมพันธ์กัน หลังจากทำการปรับปรุงปัญหาที่ส่งผลต่ออัตราคุณภาพ พบว่าอัตราคุณภาพสินค้าดีมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 92.97 เป็นร้อยละ 95.79 และอัตราคุณภาพสินค้าไม่ได้คุณภาพ และของเสียมีปริมาณลดลงจากเดิมร้อยละ 7.03 เป็นร้อยละ 4.21 ซึ่งคิดเป็นเงินจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 130,892.63 บาท เมื่อทำการผลิตที่ 93 ตันต่อวัน หลังจากนั้นทางบริษัทกรณีศึกษาจึงทำการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็น 96 ตันต่อวัน


ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผสมแบบข้นหนืด, วรกาญจน์ คณกร Jan 2021

ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผสมแบบข้นหนืด, วรกาญจน์ คณกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผสมแบบข้นหนืดด้วยเครื่อง Hi-Shear Vacuum Mixer (HSVM) โดยตรวจสอบจากการวัดค่าความสูงของตะกอนในการชงไซรัปสีน้ำตาลต้องไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 13 มิลลิเมตร และค่าความสามารถด้านสมรรถนะของกระบวนการผลิตระยะสั้น (Cpk) ของเครื่องจักรต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยนำเอาแผนผังก้างปลาควบคู่กับตารางความสัมพันธ์ของสาเหตุและผลทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหา จากนัั้นทำการคัดกรองปัจจัยเบื้องต้นด้วยวิธี FMEA พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคนิคการออกแบบการทดลองเศษส่วนเชิงแฟคทอเรียลแบบสองระดับ (2k Factorial Fraction Design) เพื่อลดปัจจัยหลักที่ไม่มีอิทธิพลออก ทำให้ได้ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ระดับของชุดตะแกรงหัวปั่นผสม 2.ความเร็วรอบของชุดหัวปั่นผสม และ 3.อุณหภูมิเริ่มต้นของวัตถุดิบของเหลว พร้อมทั้งประยุกต์ใช้การออกแบบการทดลองพื้นผิวตอบสนอง (Response Surface Method) แบบบอกซ์-เบห์นเคน (ฺBox-Behnken) เพื่อหาค่าระดับของปัจจัยที่เหมาะสมของทั้ง 3 ปัจจัย โดยค่าความสูงของตะกอนไม่เกิน 10±1 มิลลิเมตร โดยมีค่าก่อนการปรับปรุงกระบวนการผลิตไซรัปสีน้ำตาล มีค่าเฉลี่ยความสูงของตะกอนเป็น 20.89±2.26 มิลลิเมตร และค่า Cpk ของเครื่องผสม HSVM นั้นมีค่าเป็น -3.93 ซึ่งมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จากการวิเคราะห์ผลการทดลองสรุปได้ว่าค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมในการตั้งเครื่องผสม HSVM มีดังนี้ ระดับของชุดตะแกรงหัวปั่นผสม อยู่ที่ระดับแบบต่ำ ความเร็วรอบของชุดหัวปั่นผสมอยู่ที่ 2000 รอบ/นาที และอุณหภูมิเริ่มต้นของวัตถุดิบของเหลวอยู่ที่ 72.5 องศาเซลเซียส ซึ่งได้ทำการยืนยันผลโดยการปรับตั้งค่าเครื่องทำการผลิตจริงพร้อมติดตามผล ผลหลังการปรับปรุงกระบวนการผลิตไซรัปสีน้ำตาล มีค่าเฉลี่ยความสูงของตะกอนเป็น 10.48±0.32 มิลลิเมตร และค่า Cpk ของเครื่องผสม HSVM นั้นมีค่าเป็น 2.56 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีเกินคาด และยังส่งผลให้ประสิทธิภาพของเครื่องผสมไซรัป HSVM นั้นผลิตไซรัปได้โดยไม่เกิดของเสียจากกระบวนการอีกเลย


ศิลปะสื่อการแสดง : ปรารถนาไร้ตัวตน, ณัฐวัฒน์ สิทธิ Jan 2021

ศิลปะสื่อการแสดง : ปรารถนาไร้ตัวตน, ณัฐวัฒน์ สิทธิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ศิลปนิพนธ์ฉบับนี้เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์จากการตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่ของผู้วิจัย ด้วยการระลึกถึงความตายอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากประสบการณ์การสูญเสีย “แม่” ซึ่งมีกลไกการทำงานทางจิตวิทยา อยู่เบื้องหลัง โดยวิธีดำเนินงานประกอบด้วยการศึกษาการทำงานของ “บทรำพึง” ที่สร้างส่วนเชื่อมประสานให้เห็นถึง การมีอยู่ของตัวตนภายในอย่างเป็นรูปธรรมผ่านรูปรอยของภาษา ซึ่งสัมพันธ์กับสุนทรียะของงานศิลปนิพนธ์ว่าด้วย “ความไร้หมาย” ผ่านกรอบทฤษฎีอันมีส่วนเชื่อมโยงกับแนวคิดของ ลากอง (Lacanian Anthropology) ชาร์ตร์ (L’existence précède l’essence) กามูส์ (Absurdity) และผลงานสร้างสรรค์ที่เป็นกรณีศึกษา ชี้ให้เห็นว่า “ปรารถนาไร้ตัวตน” คือสัมฤทธิ์ผลของการผสานคุณสมบัติดังกล่าว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการบูรณาการองค์ความรู้ที่ได้มา ในระหว่างการดำเนินงานโครงการศิลปนิพนธ์ ส่งผลให้เกิดแนวทางการนำเสนอภาพแทนของตัวตนนามธรรม (Inner Self Portrait) ที่หลอมรวมบนเส้นแกนเวลาอันเป็นชั่วขณะสร้างสัมพันธ์กันในมิติ ที่แตกต่าง จากกรณีศึกษางานของอาร์ม ซาโรยัน, โจนาธาน เซฟาน ฟลอร์ และจอห์น เคจ โดยเชื่อมประสานกับมโนทัศน์อัตถิภาวะที่มีความเกี่ยวข้องกับการตีความถึงการมีอยู่ของตัวตนมนุษย์ เป็นกรอบในการร้อยเรียงโครงสร้างทางความคิดจากกรณีศึกษาและกลายเป็นปฏิบัติการทางศิลปะซึ่งซับแทรกอยู่ในนิเวศของการสร้างสรรค์อันเป็นสัมพันธบท ทั้งนี้ผลจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลได้ถูกนำไปพัฒนาให้ปรากฏเป็นผลสัมฤทธิ์ในรูปแบบผลงานศิลปะสื่อการแสดง “Video Performance” จากการเปลี่ยนรูปของภาษาระหว่างกระบวนการแทนค่ารูปสัญญะ ก่อให้เกิดการย้อนมองวรรณกรรม และภาษาในเชิงจินตภาพ (visualize) ทำให้ตัวบทที่ปรากฏในงานกลายเป็น “สิ่งรองรับสภาวะไร้หมาย” ด้วยไวยากรณ์ทางศิลปะ องค์ความรู้ที่ปรากฏจากกระบวนการวิจัยคือการเลือกใช้วิธีแอบเสิร์ดเป็นส่วนต่อขยายในการสร้างสภาวะเชิงสัมพันธ์ของการกลายสภาพสู่การถ่ายโอนรูปแบบปฏิสัมพันธ์เชิงคิด (Relational Spirituality and Transformation) ซึ่งศิลปะนิพนธ์ฉบับนี้สามารถเผยให้เห็นถึง “นัยแห่งการไม่แสดงออก” ที่นำไปสู่ความไร้หมายอันพ้นไปจากภววิสัย ผ่านอุปมานิทัศน์ของตัวตนทางจิตวิญญาณ


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์งานของศิลปินทางด้านนาฏยศิลป์ในสังคมอุดมคติ, ภูวนัย กาฬวงศ์ Jan 2021

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์งานของศิลปินทางด้านนาฏยศิลป์ในสังคมอุดมคติ, ภูวนัย กาฬวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาปัจจัยที่สร้างขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์งานของศิลปินทางด้านนาฏยศิลป์ในสังคมอุดมคติ และนำข้อมูลมาสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์งานของศิลปินทางด้านนาฏยศิลป์ในสังคมอุดมคติ โดยใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงคุณภาพและงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ที่มีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ การสัมมนา สื่อสารสนเทศเกณฑ์การสร้างมาตรฐานการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปัจจัยที่สร้างขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำปัจจัยตรงกันข้ามกับปัจจัยที่สร้างขวัญกำลังใจมาสร้างสรรค์เป็นบทการแสดง แบ่งออกเป็น 6 องก์ ได้แก่ องก์ 1 การสนับสนุน องก์ 2 อิจฉาริษยา องก์ 3 ใส่ร้ายป้ายสี องก์ 4 คัดลอกผลงาน องก์ 5 ดองงาน และองก์ 6 ขัดแข้งขัดขา 2) นักแสดง ไม่จำกัดเพศ มีทักษะทางด้านนาฏยศิลป์ไทย นาฏยศิลป์ตะวันตกและศิลปะการละคร จำนวน 16 คน 3) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลานาฏยศิลป์ไทย การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวแบบมินิมอลลิสม์ (minimalism) การเคลื่อนไหวร่างกายแบบด้นสด และการทำซ้ำ 4) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ออกแบบโดยคำนึงถึงความเหมาะสมตามบทการแสดงเป็นหลัก เน้นการสื่อความหมายทั้งทางตรงและทางอ้อม 5) เสียงและดนตรีประกอบการแสดง ออกแบบเสียงโดยคำนึงถึงความเรียบง่ายและความหลากหลาย 6) เครื่องแต่งกาย ออกแบบเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมตามบทการแสดงโดยใช้สัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมาย และการแต่งกายตามบทบาทของตัวละคร 7) พื้นที่การแสดง ออกแบบโดยใช้แนวคิด แบบ มินิมอลลิสม์ (minimalism) โดยเลือกใช้พื้นที่ห้องโล่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นพื้นที่การแสดง 8) แสง ใช้แสงที่สื่อถึงอารมณ์และบรรยากาศของการแสดง นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้คำนึงถึงแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์ผลงาน โดยคำนึงถึงแนวคิดที่สำคัญ 7 ประการ ได้แก่ 1) การคำนึงถึงการสร้างขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงาน 2) การคำนึงถึงการสะท้อนภาพของสังคมโดยใช้นาฏยศิลป์ 3) การคำนึงถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ 4) การคำนึงถึงการใช้สัญลักษณ์ในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ 5) การคำนึงถึงทฤษฎีด้านนาฏยศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และทัศนศิลป์ …


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : "คำสาปแห่งอันดามัน" เอกภาพเสียงและตำนานวัฒนธรรมที่สืบทอดสำหรับวงออนซอมเบิลร่วมสมัย, วศิน ศรียาภัย Jan 2021

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : "คำสาปแห่งอันดามัน" เอกภาพเสียงและตำนานวัฒนธรรมที่สืบทอดสำหรับวงออนซอมเบิลร่วมสมัย, วศิน ศรียาภัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง: “คำสาปแห่งอันดามัน” เอกภาพเสียงและตำนานวัฒนธรรมที่สืบทอดสำหรับวงออนซอมเบิลร่วมสมัย เป็นดนตรีพรรณนาที่นำเทคนิคการประพันธ์แบบบูรณาการ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรูปแบบเพลงชุดโอเปรา บทประพันธ์ได้แรงบันดาลใจจากตำนานแห่งทะเลอันดามัน "พระนางเลือดขาว" เรื่องราวการกลับชาติมาเกิดเป็นทายาทสายเลือดเดียวกัน เพื่อมาถอนคำสาปที่พระนางสาปไว้เมื่อ 200 ปี (ค.ศ.1819) ณ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ด้วยความเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ต้องโทษประหารเพราะถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดศีลธรรม พระนางจึงได้สาปให้เกาะลังกาวีต้องคำสาปไป 7 ชั่วอายุคน โดยผู้ถอนคำสาปถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ต มีความงดงามและพลังอำนาจเช่นเดียวกับพระนาง นามว่า “เจ้าหญิงวัน อัยชาห์ แห่งลังกาวี” ผู้ซึ่งทำให้เกาะลังกาวีพ้นจากคำสาปในปีคริสต์ศักราช 2000 บทประพันธ์นี้ใช้โครงสร้าง ลีลาทำนองและสำเนียงดนตรีพื้นบ้านภาคใต้เป็นตัวเชื่อมโยงผสมผสานมิติและสีสันเสียงในแต่ละช่วงเวลา การเรียบเรียงเสียงสำหรับวงดุริยางค์ เพื่อสร้างความโดดเด่นและเอกภาพให้กับบทเพลง บทประพันธ์แบ่งออกเป็น 7 ท่อน ได้แก่ 1) Overture 2) Andaman, the Legend 3) Phuket, the Mother Land 4) Mahsuri, the White Blood Princess 5) Langkawi ’s curse 6) The Breaking Curse Princess 7) Final Episode มีความยาวรวมทั้งสิ้น 30 นาที


การพัฒนาเครื่องมือเสริมบนแบบจำลองสารสนเทศอาคารเพื่อหาค่าแสงที่ส่งผลต่อนาฬิกาชีวภาพสำหรับการออกแบบอาคารสำนักงานขั้นต้น, เจนจิรา เรืองทรัพย์เอนก Jan 2021

การพัฒนาเครื่องมือเสริมบนแบบจำลองสารสนเทศอาคารเพื่อหาค่าแสงที่ส่งผลต่อนาฬิกาชีวภาพสำหรับการออกแบบอาคารสำนักงานขั้นต้น, เจนจิรา เรืองทรัพย์เอนก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แสงธรรมชาติ (Daylight) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อวงจรการหลับ-ตื่น (Circadian rhythm) หากมีการใช้ร่วมกับแสงประดิษฐ์ (Artificial light) ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ใช้งานมีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาวิธีการคำนวณหาค่าปริมาณแสงที่ส่งผลต่อนาฬิกาชีวภาพ เพื่อพัฒนาเครื่องมือแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) ช่วยคำนวณให้ผู้ออกแบบ โดยใช้โปรแกรม Autodesk Revit (Revit) ร่วมกับการใช้เครื่องมือเสริม Autodesk Dynamo Studio (Dynamo) วิจัยเริ่มต้นโดยการหาค่า Melanopic Ratio: MR ของแสงธรรมชาติให้เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย สำหรับการคำนวณหาค่า Equivalent Melanopic Lux: EML และศึกษาการทำงานของแบบจำลองสารสนเทศอาคาร เพื่อกำหนดข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือเสริม และได้ทดลองใช้เครื่องมือที่พัฒนามาทำการเปรียบเทียบผลกับการคำนวณผ่านโปรแกรมอื่น โดยพบว่าเครื่องมือที่พัฒนาสามารถช่วยคำนวณหาค่าความส่องสว่างในแนวดิ่ง (Vertical illuminance: Ev) สำหรับให้ได้ค่า EML ที่ต้องการทั้งแสงสว่างจากแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ได้ เพื่อให้สถาปนิกผู้ออกแบบเปลือกอาคารโปร่งใสร่วมกับการใช้แสงประดิษฐ์ในอาคารสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะที่ดีต่อวงจรการหลับ-ตื่นของร่างกายมนุษย์


Effect Of 5-O-(N-Boc-L-Alanine)-Renieramycin T In The Suppression Of Lung Cancer Stem Cells, Darinthip Suksamai Jan 2021

Effect Of 5-O-(N-Boc-L-Alanine)-Renieramycin T In The Suppression Of Lung Cancer Stem Cells, Darinthip Suksamai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cancer stem cells (CSCs) drive aggressiveness and metastasis by utilizing stem cell-related signals. In this study, 5-O-(N-Boc-L-alanine)-renieramycin T (OBA-RT) was demonstrated to suppress CSC signals and induce apoptosis. OBA-RT exerted cytotoxic effects with a half-maximal inhibitory concentration of approximately 7 µM and mediated apoptosis as detected by annexin V/PI and nuclear staining assays. Mechanistically, OBA-RT exerted dual roles, activating p53-dependent apoptosis and concomitantly suppressing CSC signals. A p53-dependent pathway was indicated by the induction of p53 and the depletion of anti-apoptotic Mcl-1 and Bcl-2 proteins. Cleaved PARP was detected in OBA-RT-treated cells. Interestingly, OBA-RT exerted strong CSC-suppressing activity, reducing the …


Anti-Addictive Activity Of Quinuclidine Derivatives In Nicotine-Induced Conditioned Place Preference Test In Mice, Saranda Nianpanich Jan 2021

Anti-Addictive Activity Of Quinuclidine Derivatives In Nicotine-Induced Conditioned Place Preference Test In Mice, Saranda Nianpanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Quinuclidine derivatives (s)-T1, (s)-T2, and (s)-T6 are the ligands of α3β4 nicotinic acetylcholine receptor (nAChR). α3β4 nAChRs are highly expressed in medial habenula (MHb). The MHb connects to the brain rewarding pathway and mediates nicotine induce rewarding effect. Various α3β4 nicotinic acetylcholine antagonists have been investigated for their anti-addictive effect in animal models of nicotine addiction. The present study was aimed to evaluate the anti-addictive effects and mechanisms of quinuclidine derivatives, (s)-T1, (s)-T2, and (s)-T6 in nicotine-induced conditioned place preference (CPP) in mice. In the first experiment, mice received either nicotine (0.5 mg/kg, s.c.), (s)-T1 (1, 3, or 10 mg/kg, …


A Study Of Massive Neutron Stars With Holographic Multiquark Cores, Sitthichai Pinkanjanarod Jan 2021

A Study Of Massive Neutron Stars With Holographic Multiquark Cores, Sitthichai Pinkanjanarod

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Up to now, the state of matter inside a massive neutron star (NS) is still unclear. In the core of the massive NS, density and pressure become large until the matter inside could turn into deconfined matter e.g. quark-gluon plasma (QGP). Recently, results from a model-independent analysis [1] from a combination of perturbative theoretical calculations with observational data [2, 3] shows that quark matter could exist in the cores of massive NS with masses above 2.0 M. However, the QGP exists at a very high temperature. Compared to the relatively low temperature of the NS, the exotic quark matter might …