Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 4291 - 4320 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาระบบทดสอบตัวเลีบนแบบโครงข่ายเพื่อศึกษาการป้องกันการโจมตีแบบลอบดักฟังด้วยเทคโนโลยีโครงข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์, ภัทรศักดิ์ นามศรี Jan 2022

การพัฒนาระบบทดสอบตัวเลีบนแบบโครงข่ายเพื่อศึกษาการป้องกันการโจมตีแบบลอบดักฟังด้วยเทคโนโลยีโครงข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์, ภัทรศักดิ์ นามศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อเสนอการพัฒนาระบบทดสอบตัวเลียนแบบของโครงข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์สำหรับ ศึกษาการป้องกันการโจมตีรูปแบบการลอบดักฟังบนระบบโครงข่ายด้วยการใช้โครงข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ ในระบบทดสอบ นี้พฤติกรรมของสวิตช์เสมือนจะถูกกำหนดด้วยตัวควบคุม ODL. (OpenDaylight) (11) เพื่อใช้ในการส่งแพ็กเกตบนระนาบ ข้อมูลด้วยการจัดหาเส้นทางแบบพหุวิถี นอกจากนี้ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งไปยังมิตเติลบอกซ์ (middle-box) เพื่อแบ่งเป็นแพ็ก เกตย่อย (chunked packet) และเพื่อสร้างแพ็กเกตหลอก (fake packet) ก่อนจะส่งบ่นไปกับแพ็กเกตย่อยที่มาจากข้อมูลจริง เพื่อทำให้ผู้ลอบดักฟังสับสน ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้รับข้อมูลจะได้เพียงข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้นสวิตช์ปลายทางจะทิ้งแพ็กเกต หลอกตามไฟลว์เอนทรีที่ถูกติดตั้งไว้ด้วยตัวควบคุม ODL โดยการทดลองจะถูกแบ่งเป็น 2 ช่วงดังต่อไปนี้ การทดลองระบบทดสอบที่พัฒนาขึ้นบนโครงข่ายอย่างง่ายเป็นการทดลองบนโครงข่ายเสมือนขนาดเล็กโดยมีวิถีที่ส่งข้อมูล 2 วิถีเท่านั้น โดยใช้วิธีในการกำหนดโฟลว์แบบคงตัว (static flow) ในการควบคุมการส่งข้อมูลในระบบ จากผลการทดสอบ แสดงให้เห็นว่าการใช้ตารางโฟลว์ที่เสนอนั้น สามารถตอบสนองค่าสั่งปิงที่ระบุอายุของแพ็กเกตในระดับมิลลิวินาที แม้ว่าแพ็กเกตปิงเกิดการสูญหายเมื่อกำหนดให้อายุของแพ็กเกตปิงเป็น 1, 3, 5, 7 มิลลิวินาที แต่เมื่อกำาหนดให้อายุแพ็กเกตปิง 9 มิลลิ วินาทีแล้วพบว่าไม่มีการสูญหายของแพ็กเกตเกิดขึ้น นอกจากนี้ผลการทดลองยังแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของแพ็กเกตว่า ยิ่งมีการส่งแพ็กเกตของข้อมูลจริงมากเท่าใด แพ็กเกตย่อยและแพ็กเกตหลอกก็จะมีอัตราส่วนการกระจายตัวที่สม่ำเสมอมากขึ้น จึงกล่าวได้ว่าระบบที่ได้นำเสนอสามารถส่งข้อมูล UDP บนเส้นทางแบบพหุวิถีที่ควบคุมโดยโครงข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ และป้องกันการโจมตีแบบลอบดักฟังได้ในระบบโครงข่ายเสมือนมินิเน็ต นอกจากนี้จากผลการทดลองการทดสอบความคงทน ต่อการถอดข้อความจากผู้โจมตีจะเห็นได้ว่าจำนวนรอบในการเรียงสับเปลี่ยนเพื่อหาลำดับที่ถูกต้องของแพ็กเกตย่อยที่เป็นข้อมูล ตั้งต้น (Nerm) ที่มากที่สุดที่ได้มาจากการทดลองจริงมีความใกล้เคียงกับค่า จากกราฟเส้นตรงที่ได้จากการคำนวณ สมการคณิตศาสตร์ที่เสนอในวิทยานิพนธ์ อย่างไรก็ตามค่า Neyma ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ซึ่งในบางครั้งของการทดลองจะ มีค่า Narmy ที่ต่ากว่าค่าเฉลี่ยอย่างมากซึ่งแสดงให้เห็นว่าบางครั้งของการส่งข้อมูลก็อาจมีกรณีที่ผู้โจมตีสามารถถอดข้อความ โดยใช้จำนวนรอบการสับเปลี่ยนที่น้อยกว่าค่า ทดลองระบบทดสอบที่พัฒนาขึ้นบนโครงข่ายที่เพิ่มความซับซ้อนซึ่งเป็นการทดลองบนโครงข่ายอย่างสุ่มที่สร้างขึ้นด้วย อัลกอลิทีม Erdos-Renyi ที่มีตัวแปรในการกำหนดรูปแบบโครงข่ายคือจำนวนในด (de) และความน่าจะเป็นในการกำหนด เส้นทางการเชื่อมต่อระหว่างคู่ในตที่สร้างขึ้น (1) เนื่องจากโครงข่ายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในการทดลองดังนั้นจึงใช้โฟลว์ แบบพลวัดในการควบคุมเส้นทางการส่งข้อมูลผ่านวิถีที่สั้นที่สุดโดยใช้เน็ตเวิร์คเอกซ์ในการคำนวน จากผลการทดสอบแสดงให้ เห็นว่าระบบทดสอบที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เน็ตเวิร์คเอกซ์ในการหาวิถีที่สั้นที่สุดสามารถใช้งานได้กับโครงข่ายใด ๆ ที่สร้างแบบสุน ด้วยอัลกอลิทึม Endos-Reayi จากการทดสอบวัดค่าโอเวอร์เฮดของระบบผ่านเวลาที่แพ็กเกตใช้เดินทางจากโนลต้นทางไปยังโนด ปลายทาง (transmission) พบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบจากระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลจากโนดต้นทางไปยังโนดปลายทาง ซึ่งสามารถนับจากจำนวนฮอปที่ใช้ในการส่งข้อมูล โดยหากระยะทางที่ใช้ในการส่งเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้โอเวอร์เฮดเพิ่มขึ้นด้วย เช่นกัน โดยผลกระทบดังกล่าวอยู่ในหน่วยของวินาทีซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการกำหนดตัวแปร nfake nchuck และ npath เมื่อพิจารณาถึงระดับความปลอดภัยของระบบที่นำเสนอขึ้นแล้ว ด้วยจำนวนโอเวอร์เฮดที่เกิดขึ้นในหน่วยวินาทีนั้นสามารถพิจารณาได้ว่าเป็นการเพิ่มระดับความปลอดภัยอย่างคุ้มค่าจากการโจมตีแบบลอบดักฟังบนทุกวิถีการส่งข้อมูลที่สามารถต่อยอดการนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้ในอนาคต


การสังเคราะห์และการอบฟิล์มบาง Vo2 ที่ปลูกด้วยกระบวนการโซลเจลเพื่อนำไปใช้เป็นกระจกกันความร้อนอัจฉริยะ, พงศธรณ พันธ์บูรณะ Jan 2022

การสังเคราะห์และการอบฟิล์มบาง Vo2 ที่ปลูกด้วยกระบวนการโซลเจลเพื่อนำไปใช้เป็นกระจกกันความร้อนอัจฉริยะ, พงศธรณ พันธ์บูรณะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผู้ทดลองทำการทดลองเพื่อหาเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการปลูกฟิล์มบาง VO2 (M) ที่มีสมบัติ Semiconductor Metal transition (SMT) ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการทดลองและใช้เป็นอุปกรณ์ต่างๆ เช่นกระจกกันความร้อนอัจฉริยะ (Smart Window) ผู้ทดลองปลูกฟิล์มบาง VO2 (M) ด้วยกระบวนการโซลเจลซึ่งเป็นวิธีที่มีความซับซ้อนไม่มากและค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีอื่น การทดลองนี้ศึกษาผลของตัวแปรทั้ง 5 ต่อการอบฟิล์มบาง VO2 ซึ่งตัวแปรทั้ง 5 ประกอบด้วย อุณหภูมิ เวลา บรรยากาศในขณะอบฟิล์ม ซับสเตรตและสารตั้งต้นที่ใช้ในการอบฟิล์ม ผู้ทดลองปลูกฟิล์มภายใต้อุณหภูมิต่างๆ (300, 400 และ 500 °C) และอบฟิล์มด้วยเวลาที่ต่างกัน (30, 60, 90 และ 120 นาที) ภายใต้บรรยากาศปกติและบรรยากาศที่มีออกซิเจนน้อย (ไนโตรเจนหรืออาร์กอน) การทดลองนี้ใช้ซับสเตรตสองชนิด (SiO2 และ Al2O3) และใช้สารตั้งต้นสองชนิด สารตั้งต้นชนิดแรกคือ VO(OC3H7)3 ที่มีอัตราส่วน V:O 1:4 และ เริ่มต้นด้วย V5+ สารตั้งต้นชนิดที่สองคือ VO(acac)2 ที่มีอัตราส่วน V:O 1:5 และ เริ่มต้นด้วย V4+ จากนั้นผู้ทดลองได้ตรวจสอบสมบัติและชนิดของฟิล์มด้วยการวัดความต้านทานที่อุณหภูมิต่างๆ ก่อนและหลังอบฟิล์ม ตรวจสอบโครงสร้างของฟิล์มโดยรามานสเปกโตรมิเตอร์และการวิเคราะห์การเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ การทดลองให้ผลว่าอุณหภูมิที่สูงกว่าและเวลาที่นานกว่าในการอบทำให้ฟิล์มที่ได้มีสมบัติเข้าใกล้ VO2 (M) มากกว่าการใช้อุณหภูมิและเวลาในการอบที่น้อยกว่า นอกจากนั้นผู้ทดลองยังพบว่าเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการปลูกฟิล์มคือ การใช้ Al2O3 เป็นซับสเตรตโดยมี VO(OC3H7)3 เป็นสารตั้งต้นและทำการอบในบรรยากาศที่มีออกซิเจน น้อย ในการทดลองสุดท้ายผู้ทดลองปลูกฟิล์มบน Al2O3 โดยใช้ VO(OC3H7)3 เป็นสารตั้งต้นแล้วทำการอบที่อุณหภูมิ 500 °C นาน 120 นาที ภายใต้บรรยากาศที่มีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบน้อย (อาร์กอน) ผลการวิเคราะห์การเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์และการใช้รามานสเปกโตรมิเตอร์ยืนยันว่าฟิล์มที่ได้เป็น VO2 (M) ที่ปนด้วย V6O13 ซึ่งมีสมบัติ SMT ที่ 79 °C และสามารถกั้นรังสีอินฟราเรดที่อุณหภูมิสูงได้เล็กน้อย …


Stability Of A Discrete-Time Infected-Aged Epidemic Model, Patchara Ploypetch Jan 2022

Stability Of A Discrete-Time Infected-Aged Epidemic Model, Patchara Ploypetch

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, we consider a discrete-time infected-aged SIS epidemic model. The model is obtained from a continuous-time SIS epidemic model by applying Micken’s nonstandard finite difference method. We derive some basic properties of solutions including the boundedness and positivity of solutions. Furthermore, we obtain two parameters R0 and R∞ so that if R0 < 1 then the infection becomes extinct whereas if R∞ > 1 the the infection becomes permanent.


ความรับผิดของผู้ประกอบการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยของประเทศไทย, ศศิพิมพ์ สุภาภา Jan 2022

ความรับผิดของผู้ประกอบการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยของประเทศไทย, ศศิพิมพ์ สุภาภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็น กฎหมายความรับผิดต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยของประเทศไทยยังขาดความชัดเจนในเรื่องความรับผิดของ ผู้ประกอบการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากไม่แน่ชัดว่านิยามของบุคคลที่ต้องรับผิด หรือ“ผู้ประกอบการ” ในมาตรา 4 นั้นครอบคุลมถึงผู้ประกอบการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ซึ่งอาจ เป็นสาเหตุให้ผู้บริโภคในประเทศไทยไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติดังกล่าว และมีความเสี่ยงที่ ต้องรับในความเสียหายโดยไม่ได้รับการเยียวยา วิทยานิพน์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับลักษณะและรูปแบบการประกอบธุรกิจของตลาด กลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับศึกษาหลักการและแนวคิดของกฎหมายความรับผิดต่อสินค้าที่ไม่ ปลอดภัยของประเทศไทย และศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ ปลอดภัย และแนวทางการกำหนดความรับผิดให้ผู้ประกอบการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในความ เสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เพื่อค้นหาเหตุผลและความจำเป็นที่ควรนำหลักความรับผิดโดยเคร่งครัดมาบังคับใช้กับผู้ประกอบการตลาดกลาง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกรณีที่เกิดความเสียหายอันมีสาเหตุมาจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และเพื่อค้นหา หลักเกณฑ์และแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในประเด็นดังกล่าว จากการศึกษาผู้เขียนมีความเห็นว่าควรมีการกำหนดความรับผิดของผู้ประกอบการตลาดกลาง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายได้พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 โดยเห็นว่ามีสองแนวทางคือการตีความกฎหมายให้ผู้ประกอบการตลาดกลางพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ต้องรับผิดในฐานะผู้ประกอบการ และการพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความ เสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดความรับผิดให้กับผู้ประกอบการตลาดกลาง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการเฉพาะ เพื่อให้ความรับผิดสอดคล้องกับรูปแบบการประกอบธุรกิจของ ผู้ประกอบการคลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์


Developing Test Statistics For Familial Dna Searches Through Classification Ideas, Chanagarn Laoiam Jan 2022

Developing Test Statistics For Familial Dna Searches Through Classification Ideas, Chanagarn Laoiam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In a familial DNA search, the test statistic used for concluding a relationship is the likelihood ratio. In the traditional way, it is assumed that all individuals have the same genetic background ; however, population substructure typically exists and allele frequencies differ among subpopulations. To address this issue, a number of modified likelihood ratio statistics have been proposed. One is to apply the likelihood ratio framework to the average available allele frequencies (LRLAF). Another well-known three statistics are taking the maximum, minimum and average of all available likelihood ratios (LRMAX, LRMIN or LRAVG, respectively). In this thesis, two new likelihood …


Classification Of Metal Hydride Superconductors Using Machine Learning, Vichayuth Imchitr Jan 2022

Classification Of Metal Hydride Superconductors Using Machine Learning, Vichayuth Imchitr

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Metal hydrides are currently the main approach in the quest for high-temperature superconductors, as they exhibit a wide range of superconducting critical temperatures (TC). The key ingredient for determining the superconducting critical temperature is the phonon in the material. However, calculating the phonon via the first-principle method requires high computational costs and is time-consuming. To expedite the search for new superconducting hydrides, machine learning has been applied to scan for potential high-TC materials before performing phonon calculations. However, this method has limitations due to the limited number of available training samples, and the selection of input features for the task …


Thermal Conductivity Studies Of Nitrogen Subsituted Single-Layered Diamond Using Density Functional Theory Simulation, Sakarn Khamkaeo Jan 2022

Thermal Conductivity Studies Of Nitrogen Subsituted Single-Layered Diamond Using Density Functional Theory Simulation, Sakarn Khamkaeo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Recently, a promising two-dimensional material known as single-layered diamond or diamane has emerged, combining the interesting properties of bulk diamond with the exceptional thermal conductivity characteristic of two-dimensional materials. However, diamane’s stability requires high pressure unless its surfaces are passivated, for example, hydrogen or fluorine. Later, N-substituted diamane has been introduced as a solution, providing both stability and fascinating hardness properties. This thesis investigates the thermal properties of nitrogen-containing diamane using computational simulations with the density functional theory and the Boltzmann transport equation. The results show the out-of-plane vibration mode of N-substituted diamane, along with the calculated thermal conductivity with …


Thermodynamic Stability Prediction Of Multi-Transition-Metal Mxenes, Chayanon Atthapak Jan 2022

Thermodynamic Stability Prediction Of Multi-Transition-Metal Mxenes, Chayanon Atthapak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past decade, the largest group of two-dimensional alloys like transition metal carbides/nitrides (MXenes), have attracted a lot of attention in the material science community due to their alloying behaviors and their wide range of applications. However, the phase stability of multi-transition-metal MXenes has so far barely been validated. For this reason, examinations of the stability of multi-transition-metal MXenes from the theoretical aspect are highly of importance for future experimental synthesis and characterization of the materials. In this work, the proponent aims at investigating the thermodynamic stability of (Mo-Ti-V)3C2 MXenes, by performing computational simulations based on density functional theory …


Synthesis And Biological Activities Of Acyl Derivatives Of Hydroxylated Eudesmanolides, Rawinnipha Wettayanugul Jan 2022

Synthesis And Biological Activities Of Acyl Derivatives Of Hydroxylated Eudesmanolides, Rawinnipha Wettayanugul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focused on the synthesis of two hydroxylated eudesmanolides, reynosin (RNS, 2) and santamarine (STM, 3) from costunolide (1) isolated from Saussurea lappa roots, and the synthesis of their acyl derivatives to study on their biological activities. A total of 20 acyl derivatives of hydroxylated eudesmanolides, including 14 new compounds: 2(a-c), 3b, 3c, 3e, 3f, 3(h-j), and 3(l-o). The compounds were then evaluated for their anti-melanogenic, anti-colorectal cancer, and anti-inflammatory activities. It was observed that STM (3) exhibited anti-melanogenic and anti-colorectal cancer activity with IC50 values of 8.02 and 15.55 µM, respectively, which was greater than RNS (2) (IC50 …


Discovery Of Pharmaceutical Agents Towards The Inhibition Of P38 Mitogen- Activated Protein Kinase (Mapk): In Silico And In Vitro Studies, Utid Suriya Jan 2022

Discovery Of Pharmaceutical Agents Towards The Inhibition Of P38 Mitogen- Activated Protein Kinase (Mapk): In Silico And In Vitro Studies, Utid Suriya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this research, we combined the accelerated in silico screening methods alongside experimental evaluations to search for novel anti-non-small cell lung cancer (NSCLC) drug candidates specifically targeting the up-regulated kinases including epidermal growth factor receptor tyrosine kinase (EGFR TK), p38 mitogen-activated protein kinase (p38 MAPK) and Janus kinase 2 (JAK2). A novel compound scaffold, quinoxalinones including CPD4, CPD15, CPD16, and CPD21 was identified to inhibit the EGFR (L858R/T790M/C797S) TK with an IC50 value down to a nanomolar scale as well as showing a cytotoxic effect against NSCLC cell lines. Apart from that, we employed a drug repositioning platform to elucidate …


Naturally Derived Polymeric Gel For Bio-Catalysis And Wound Dressing, Yuwaporn Pinyakit Jan 2022

Naturally Derived Polymeric Gel For Bio-Catalysis And Wound Dressing, Yuwaporn Pinyakit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, two types of polymeric gels made from naturally derived polymers have been developed for bio-catalysis and wound dressing applications. In the first part, the heterogeneous biocatalyst with tunable geometry was fabricated using a 3D printing technique. The hydrogel-based ink as a supporting material for the immobilization of laccase was prepared from alginate (Alg) combined with Pluronic® F127-dimethacrylate (F127-DMA). Chemically crosslinked F127-DMA hydrogel with an optimized Alg composition exhibited good water swelling, mass transfer, and mechanical stability. To enhance the interaction between substrate and enzyme, the printed constructs with various surface-to-volume ratio (S/V) and geometrical designs (cubic, cylinder, …


Bacteriophage Nanocarrier As A Crispr-Cas System Delivery Vector For Re-Sensitization Of Blactx-M-M Extended-Spectrum Β-Lactamase-Producing Escherichia Coli From Companion Animals, Naiyaphat Nittayasut Jan 2022

Bacteriophage Nanocarrier As A Crispr-Cas System Delivery Vector For Re-Sensitization Of Blactx-M-M Extended-Spectrum Β-Lactamase-Producing Escherichia Coli From Companion Animals, Naiyaphat Nittayasut

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Increased prevalence of blaCTX-M third-generation cephalosporin (3GC)-resistant uropathogenic Escherichia coli (UPEC) in small animals indicates a crisis of an antimicrobial resistance (AMR) situation in veterinary medicine and public health. CRISPR-Cas9 system delivered by bacteriophage is an alternative tool for re-sensitization of AMR bacteria. This study aimed to characterize canine and feline 3GC-resistant UPEC in term of the genetic features and to find predominant blaCTX-M variants to be targets of CRISPR-Cas9 delivered by a bacteriophage nanocarrier in a re-sensitization model. Seven blaCTX-M variants, including group 1 (blaCTX-M-55, -15 and -173) and group 9 (blaCTX-M-14, -27, -65 and -90), were detected in …


Characteristics Of Mononucleotide A-Repeats Around Transcription Start Sites In Vertebrates, Jatuphol Pholtaisong Jan 2022

Characteristics Of Mononucleotide A-Repeats Around Transcription Start Sites In Vertebrates, Jatuphol Pholtaisong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tandem repeats (TRs) promote a wide variety of phenotypic traits. The imbalance of mononucleotide A-repeats around transcription start sites (TSSs) in human, mouse and rat in previous study. In this study, the imbalance of A-repeats in 60 vertebrates was investigated, and the potential function of upstream A-repeats was identified. We discovered that some vertebrates were the origin of the imbalance pattern. Mammals and birds had a similar pattern, while amphibians and reptiles did not. We hypothesized that the enriched A-repeats upstream of TSSs is a novel hallmark of endotherms or warm-blooded animals. Gene ontology analysis indicates that the primary function …


Water Quality Prediction On Bang Pakong River Under Climate Change Using Data-Driven Models., Phuoc Thanh Ho Jan 2022

Water Quality Prediction On Bang Pakong River Under Climate Change Using Data-Driven Models., Phuoc Thanh Ho

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Bang Pakong River, Chachoengsao Province, Thailand, is one of the most important rivers in the eastern part of Thailand due to its primary role in water supplies. However, the deterioration in the quality of the BPKR is critical due to anthropogenic activities and climate change since the 2000s. Therefore, the study aimed to establish ARMAX and MLP-ANN models to forecast some water quality parameters in the near future and predict general water quality indexes of the river, supported by correlation analysis between water quality parameters with climate and land use. The analysis results revealed that when agricultural land decreased …


Functional Analysis Of Laminin Subunit Beta-3 (Lamb3) In Hpv16 Positive Cervical Cancer Cell Lines, Warattaya Wattanathavorn Jan 2022

Functional Analysis Of Laminin Subunit Beta-3 (Lamb3) In Hpv16 Positive Cervical Cancer Cell Lines, Warattaya Wattanathavorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Nearly 100% cervical cancer cases are infected with high-risk (HR) HPV types, in which HR-HPV16 is found in >50%. The mechanism of cervical cell transformation is related to the powerful activity of viral E6 and E7 oncoproteins. The aim of this study is to identify key genes and their associated pathways through comprehensive bioinformatics analysis as well as to explore the effects of a significant gene in cervical cancer carcinogenesis. In this study, the transcriptome sequencing (RNA-seq) of HPV16 positive cervical cancer cell lines (SiHa and CaSki) was compared to HPV negative cervical cancer cell lines (C33A) to identify significant …


ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถาม Prompt ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง, ปภาวี วันเพ็ญ Jan 2022

ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถาม Prompt ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง, ปภาวี วันเพ็ญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์: ประเมินผลคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยา คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ จำนวนปัญหาจากการใช้ยาและผลลัพธ์ทางคลินิกของการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยา รวมถึงสัดส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่ได้บำบัดทดแทนไตที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถาม PROMPT เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการบริการตามมาตรฐานปกติของโรงพยาบาล วิธีการวิจัย: การวิจัยเชิงทดลองหลายศูนย์แบบสุ่มชนิดมีกลุ่มควบคุมแบบปกปิดทางเดียว ศึกษาในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่ได้บำบัดทดแทนไตที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลสองพี่น้องและโรงพยาบาลท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนสิงหาคม 2565 จำนวนทั้งสิ้น 292 คน โดยจัดสรรผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มศึกษา (กลุ่มที่ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถาม PROMPT และกลุ่มควบคุม (กลุ่มที่ได้รับการบริการตามมาตรฐานปกติของโรงพยาบาล) ประเมินผลคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาและคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยด้วยแบบสอบถาม PROMPT และแบบสอบถาม KDQOL ตามลำดับ ผลการวิจัย: กลุ่มศึกษามีผลคะแนนคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจำนวน 3 มิติจาก 8 มิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ได้แก่ มิติการได้รับข้อมูลยาและโรคจากบุคลากรทางการแพทย์ (p < 0.001) มิติความพึงพอใจต่อผลการใช้ยา (p = 0.003) และมิติคุณภาพชีวิตโดยรวมของการใช้ยา (p = 0.018) รวมถึงผลคะแนนรวมของแบบสอบถามคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยา (p < 0.001) สำหรับผลคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพระหว่างผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจำนวน 2 มิติจาก 10 มิติ ได้แก่ มิติความยากลำบากจากโรคไต (p = 0.045) และการให้คะแนนสุขภาพโดยรวม (p = 0.011) นอกจากนี้กลุ่มศึกษาค้นพบปัญหาจากการใช้ยามากกว่าและมีผลลัพธ์ทางคลินิกโดยรวมของการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาที่มีผลดีขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001 และ p = 0.013 ตามลำดับ) แต่สัดส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาและมีผลดีขึ้นไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม (p = 0.329) สรุปผลการวิจัย: การบริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถาม PROMPT ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาดีขึ้น ค้นพบปัญหาจากการใช้ยาได้เพิ่มมากขึ้น และผลลัพธ์ทางคลินิกโดยรวมของปัญหาจากการใช้ยาที่ได้รับการแก้ไขและมีผลดีขึ้นในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่ได้บำบัดทดแทนไตเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าผลคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพและสัดส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาและมีผลดีขึ้นจะมีผลลัพธ์ที่ยังไม่ชัดเจน


Coping, Affirmation, Resilience, And Empowerment (Care) Program And Its Impact On Depression And Quality Of Life Among Youth Living With Depression In Banjarmasin City, Indonesia : A Mixed-Method Study, Lafi Munira Jan 2022

Coping, Affirmation, Resilience, And Empowerment (Care) Program And Its Impact On Depression And Quality Of Life Among Youth Living With Depression In Banjarmasin City, Indonesia : A Mixed-Method Study, Lafi Munira

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: The national prevalence of depression among young adults in Indonesia was 29.3% for moderate and 8.0% for severe depression. There are few intervention studies on coping skills training and group cognitive therapy through internet-based intervention for youth living with depression in Indonesia. Objectives: 1) To explore participants’ perception, experience, and cope with depression before and after CARE Program; 2) To investigate effects CARE Program on depression and quality of life among youth living with depression in Banjarmasin City, Indonesia. Method: This study used a convergent parallel mixed method. A qualitative and quasi experimental with two groups pre-post tests among …


Assessment Of Psychological Impact Of Covid-19 Among Healthcare Professionals In Yangon, Myanmar, Nyein Chan Aung Jan 2022

Assessment Of Psychological Impact Of Covid-19 Among Healthcare Professionals In Yangon, Myanmar, Nyein Chan Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Millions of people worldwide have been infected by the Covid-19 pandemic, devastatingly affecting their physical and mental health. During the covid-19 outbreak with the delta variant in 2021, Myanmar experienced its worst healthcare crisis, resulting in work burden, exhaustion, and psychological distress among healthcare professionals. Therefore, the study aimed to determine the psychological impacts of Covid-19 on healthcare professionals in Yangon, Myanmar. Methodology: A cross-sectional study was employed to determine the prevalence and associated factors of Depression, Anxiety, Stress, and Post-traumatic stress disorder (PTSD) among healthcare professionals, who aged 18 and older with at least two years of experience …


Effect Of Implant Coronal Wall Thickness With Similar Abutment Connection On Retaining Screw After Eccentric Loading, Tanittha Sintunon Jan 2022

Effect Of Implant Coronal Wall Thickness With Similar Abutment Connection On Retaining Screw After Eccentric Loading, Tanittha Sintunon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this study were to investigate the effect of different implant coronal wall thicknesses with similar abutment connection on the percentage of removal torque loss and tensile removal force after eccentric cyclic loading, and to compare the percentage of removal torque loss before and after eccentric cyclic loading in each implant group. Twenty-four implants with internal conical connection system were divided into three groups (n=8) with diameters of 3.75-, 4.3-, and 6.0-mm (0.375-, 0.65-, and 1.5-mm coronal wall thickness groups) x 10-mm length, and their prosthetic abutments. The implants were subjected to cyclic loading (1x106 cycles, 15 Hz) …


Depolymerization Of Dealkaline Lignin In Co-Solvent System By Electrochemical Advanced Oxidation In A Microreactor, Lalida Waura-Angkura Jan 2022

Depolymerization Of Dealkaline Lignin In Co-Solvent System By Electrochemical Advanced Oxidation In A Microreactor, Lalida Waura-Angkura

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Currently, the production of fuels and chemicals heavily relies on non-renewable petroleum oil, which is projected to be depleted by 2050. Lignin is the largest source of renewable aromatic compounds rich in carboxylic and hydroxyl functional groups, thus potentially being used as a renewable alternative for the production of valuable chemicals. In light of aromatic compounds’ recovery from lignin, this work focuses on the efficient depolymerization of dealkaline lignin using the electrochemical advanced oxidation process (EAOP) under ambient conditions in a continuous-flow microreactor system. As hydroxyl radicals generated from water at the anode are the key to the EAOP and …


Numerical Simulation Study For Carbon Dioxide Sequestration In A Depleted Oil Reservoir, Romal Ramadhan Jan 2022

Numerical Simulation Study For Carbon Dioxide Sequestration In A Depleted Oil Reservoir, Romal Ramadhan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Due to the rise in greenhouse gas concentrations in the atmosphere, one of the most concerning issues at the moment is the climate change. One of the techniques to reduce CO2 emissions, particularly geological storage, is carbon capture and storage (CCS). This study provides the statement of how pressure build-up and CO2 injection rates impact several aspects of CO2 storage, including storage capacity, plume migration, and shut-in time. This study aims to assess the storage capacity of geological formations with different maximum pressure varying from 70% - 90% of fracture pressure to evaluate the formation response to various maximum pressure …


รูปแบบการถ่ายทอดการขยายนิวคลีโอไทด์ซ้ำในโรคลมชักแบบกระตุกที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่และถ่ายทอดในครอบครัวแบบไม่รุนแรงด้วยเทคโนโลยีการหาลำดับเบสแบบสายยาว, ศุภกร รักวงศ์ขจร Jan 2022

รูปแบบการถ่ายทอดการขยายนิวคลีโอไทด์ซ้ำในโรคลมชักแบบกระตุกที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่และถ่ายทอดในครอบครัวแบบไม่รุนแรงด้วยเทคโนโลยีการหาลำดับเบสแบบสายยาว, ศุภกร รักวงศ์ขจร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรคลมชักแบบกระตุกที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่และถ่ายทอดในครอบครัวแบบไม่รุนแรง (BAFME) เป็นโรคทางระบบประสาทที่ถ่ายทอดแบบยีนเด่นบนโครโมโซมร่างกาย โดยมีการสั่นและ/หรือชักเกร็งเป็นลักษณะของโรค ซึ่งมีช่วงอายุที่เริ่มแสดงอาการของโรคตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ สาเหตุของโรคเกิดจากการขยายเบสซ้ำชนิด TTTTA และตามด้วยการแทรกตัวของลำดับเบสชนิด TTTCA ในบริเวณอินทรอนของยีนมากมาย รวมถึงอินทรอน 4 ของยีน SAMD12 ในโรคลมชักแบบกระตุกที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่และถ่ายทอดในครอบครัวแบบไม่รุนแรงชนิดที่ 1 (BAFME1) และอินทรอน 1 ของยีน YEATS2 ในโรคลมชักแบบกระตุกที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่และถ่ายทอดในครอบครัวแบบไม่รุนแรงชนิดที่ 4 (BAFME4) จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าความยาวของจำนวนซ้ำที่มากขึ้นทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ คือการใช้เทคโนโลยีการหาลำดับเบสแบบสายยาวของ Pacific Biosciences ในการระบุจำนวนซ้ำ การศึกษาการถ่ายทอดของการขยายเบสซ้ำ และหาความสัมพันธ์ระหว่างจีโนไทป์และฟีโนไทป์ในครอบครัวผู้ป่วยชาวไทยที่เป็น BAFME1 และ BAFME4 ผลการศึกษาพบว่าในผู้ป่วยที่เป็นพี่น้องกัน จำนวนซ้ำชนิด TTTCA มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับจำนวนซ้ำชนิด TTTTA สำหรับจำนวนซ้ำ TTTTA มีจำนวนลดลงในขณะที่จำนวนซ้ำ TTTCA มีจำนวนเพิ่มขึ้น เมื่อมีการส่งถ่ายทอดจากผู้ป่วยรุ่นพ่อแม่ไปยังผู้ป่วยรุ่นลูก และพบความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างจำนวนซ้ำ TTTTA จำนวนซ้ำ TTTCA และจำนวนซ้ำทั้งหมด กับอายุที่เริ่มแสดงอาการของโรคในครอบครัว BAFME1 แต่ไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าวในครอบครัว BAFME4 นอกจากนี้ยังพบโครงสร้างรูปแบบใหม่ ((TTTTA)exp(CAAAA)ins(CCAAA)ins(TTTCA)ins) ในผู้ป่วย BAFME4 โดยการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของการขยายเบสซ้ำที่มีทั้งความซับซ้อนและความหลากหลายระหว่างชนิดของ BAFME ที่ต่างกัน


ประสิทธิภาพในการปิดรอยร้าวของมอร์ตาร์ซ่อมแซมตัวเองที่มีส่วนผสมของสารพอลิเมอร์ดูดซับขั้นพิเศษและไมโครแคปซูลสปอร์ของแบคทีเรียเอ็มไอซีพี, ณัฏฐชัย ทรัพย์วิไล Jan 2022

ประสิทธิภาพในการปิดรอยร้าวของมอร์ตาร์ซ่อมแซมตัวเองที่มีส่วนผสมของสารพอลิเมอร์ดูดซับขั้นพิเศษและไมโครแคปซูลสปอร์ของแบคทีเรียเอ็มไอซีพี, ณัฏฐชัย ทรัพย์วิไล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการซ่อมแซมรอยร้าวด้วยตัวเองและผลกระทบของปริมาณไมโครแคปซูลที่บรรจุสปอร์ของแบคทีเรียควบคู่กับสารพอลิเมอร์ดูดซับขั้นพิเศษ (SAP) โดยปริมาณไมโครแคปซูลสปอร์แบคทีเรียถูกควบคุมที่ร้อยละ 0.25, 0.5 และ 1.0 ของน้ำหนักของซีเมนต์ และมีการควบคุมปริมาณสารพอลิเมอร์ดูดซับขั้นพิเศษไว้ที่ร้อยละ 4 ของน้ำหนักซีเมนต์ ในงานวิจัยได้ทำการทดสอบคุณสมบัติเชิงรีโอโลยี ค่ากำลังรับแรงอัดประลัย และทดสอบคุณสมบัติด้านการซ่อมแซมรอยร้าวด้วยตัวเอง ในรูปแบบของการปิดตัวของรอยร้าว อัตราการไหลของน้ำผ่านรอยร้าว ควบคู่ไปกับการตรวจสอบโครงสร้างระดับจุลภาคด้วยเครื่องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด การเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์ และการวิเคราะห์ด้วยเครื่องเชิงความร้อน จากผลการศึกษาพบว่ามอร์ตาร์ที่มีการใส่ไมโครแคปซูลแบคทีเรียที่ร้อยละ 1 ของน้ำหนักซีเมนต์ ร่วมกับ SAP จะมีการปิดตัวรอยร้าวในช่วง 3 และ 28 วัน ที่ร้อยละ 49.74 และ ร้อยละ 80.35 ของความกว้างเริ่มต้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามอัตราการปิดตัวของรอยร้าวในมอร์ตาร์ที่มีการใส่ไมโครแคปซูลสปอร์แบคทีเรียที่ร้อยละ 1 ของน้ำหนักซีเมนต์ ร่วมกับ SAP หลัง 28 วัน มีประสิทธิภาพการซ่อมแซมที่ต่ำกว่ามอร์ตาร์ที่มีการใส่ไมโครแคปซูลแบคทีเรียที่ร้อยละ 0.25 ของน้ำหนักซีเมนต์ ร่วมกับ SAP แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการปิดตัวของความกว้างรอยร้าวและร้อยละการซึมผ่านของน้ำที่ลดลงได้ดีกว่าประกอบกับมีคุณสมบัติทางกลเทียบเท่ากับมอร์ตาร์ที่มีการใช้วัสดุซ่อมแซ่มเพียง 1 ประเภท ซึ่งกล่าวได้ว่า SAP สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมแซมรอยร้าวด้วยตัวเองของแบคทีเรียที่ชักนำการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ด้วยเหตุนี่จึงสามารถลดปริมาณจำนวนแบคทีเรียในส่วนผสมของคอนกรีต


การวิเคราะห์ผลตอบสนองต่อแผ่นดินไหวของเขื่อนดินถมแบ่งส่วนขนาดใหญ่, ณัฐนนท์ หนุนอนันต์ Jan 2022

การวิเคราะห์ผลตอบสนองต่อแผ่นดินไหวของเขื่อนดินถมแบ่งส่วนขนาดใหญ่, ณัฐนนท์ หนุนอนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้นำเสนออิทธิพลของการวิเคราะห์แบบไฟไนต์อิลิเมนต์สามมิติของการวิเคราะห์ผลตอบสนองทางแผ่นดินไหวของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล การวิเคราะห์ถูกกระทำเปรียบเทียบระหว่างการวิเคราะห์สามมิติและสองมิติโดยอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยในอดีต การวิเคราะห์ประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ธรณีวิทยาแผ่นดินไหวเชิงความน่าจะเป็นด้วยโปรแกรม R- CRISIS และการวิเคราะห์ไฟไนต์อิลิเมนต์ด้วยโปรแกรม PLAXIS 2D และ PLAXIS 3D ผลการวิจัยที่ได้บ่งชี้ว่า การเคลื่อนตัวในแนวเหนือน้ำ - ท้ายน้ำ จากการวิเคราะห์ทั้งสองกรณีมีค่าใกล้เคียงกัน ในขณะที่ผลการทรุดตัวจากการวิเคราะห์สามมิติมีค่ามากกว่า


ความต้านทานการซึมผ่านคลอไรด์ของมอร์ตาร์ที่ซ่อมแซมรอยร้าวโดยวิธีการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตด้วยจุลินทรีย์, นัชชา นพคุณ Jan 2022

ความต้านทานการซึมผ่านคลอไรด์ของมอร์ตาร์ที่ซ่อมแซมรอยร้าวโดยวิธีการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตด้วยจุลินทรีย์, นัชชา นพคุณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการซึมผ่านคลอไรด์ของมอร์ตาร์ที่ได้รับการซ่อมแซมหลังเกิดรอยร้าวโดยใช้แบคทีเรียเอ็มไอซีพีสายพันธุ์ บาซิลลัส สฟีรีคัส ในรูปแบบหยดเซลล์ที่มีชีวิตพร้อมสารอาหาร (ปริมาณการหยดเชื้อแบคทีเรียต่อสารอาหารต่อวันเท่ากับ 20:500 µL และ 40:1000 µL) และรูปแบบไมโครแคปซูลสปอร์แบคทีเรีย (1% และ 2% โดยน้ำหนักปูนซีเมนต์) โดยศึกษาความกว้างรอยร้าวที่แตกต่างกัน 2 ขนาด คือ รอยร้าวขนาดไม่มากกว่า 175 µm และขนาดที่มากกว่า 175 แต่น้อยกว่า 350 µm จากการทดสอบพบว่าค่าการไหลแผ่ของมอร์ตาร์ที่ไม่ใช้แบคทีเรียเป็นไปตามมาตรฐานและต่ำกว่ากลุ่มมอร์ตาร์ที่ใช้รูปแบบไมโครแคปซูลถึง 12.0-14.6% จากนั้นหลังบ่มน้ำครบ 28 วัน นำไปทดสอบกำลังรับแรงอัด มอร์ตาร์ที่ไม่ใช้แบคทีเรียมีค่ากำลังรับแรงอัด 43.3 MPa สูงกว่ากลุ่มใช้รูปแบบไมโครแคปซูลถึง 15.1-23.8% จากนั้นหลังสร้างรอยร้าวบนชิ้นตัวอย่าง ทดสอบประสิทธิภาพการซ่อมแซมรอยร้าว โดยให้อยู่ภายใต้สภาวะเปียกสลับแห้งเป็นจำนวน 14 รอบ (1 รอบ = 48 ชั่วโมง) กลุ่มที่ใช้รูปแบบการหยดเซลล์ที่มีชีวิตพร้อมสารอาหารจะให้สัดส่วนการซ่อมแซมรอยร้าวสูงที่สุด ทั้งในรอยร้าวขนาดเล็กและใหญ่ โดยมีสัดส่วนการซ่อมแซม เท่ากับ 100% และ 62.1% ตามลำดับ ถัดมาในกลุ่มที่ใช้รูปแบบไมโครแคปซูล พบว่าการซ่อมแซมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 4 รอบแรกของการซ่อมแซม และเพิ่มขึ้นอย่างคงที่จนครบกำหนดการซ่อมแซม โดยสามารถซ่อมแซมรอยร้าวได้ 72.7% และ 47.7% สำหรับรอยร้าวขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้ใช้แบคทีเรียซ่อมแซมมีสัดส่วนการซ่อมแซมรอยร้างเพียง 17.8% และ 13.9%สำหรับรอยร้าวขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตามลำดับ จากนั้นได้นำชิ้นตัวอย่างมาทดสอบความต้านทานการซึมผ่านของคลอไรด์ พบว่า เมื่อสัดส่วนการซ่อมแซมรอยร้าวมากมีแนวโน้มทำให้ค่าสัมประสิทธิ์การซึมผ่านคลอไรด์ลดน้อยลง อาทิ กลุ่มที่ใช้รูปแบบเซลล์ที่มีชีวิตพร้อมสารอาหารมาก (40:1000 µL) ในรอยร้าวขนาดเล็กที่ซ่อมแซมได้ 100% มีสัมประสิทธิ์การซึมผ่านคลอไรด์ใกล้เคียงกับกลุ่มมอร์ตาร์ธรรมดาที่ไม่มีรอยร้าว รวมถึงปัจจัยสำคัญอื่นที่ส่งผลต่อการซึมผ่านของคลอไรด์ ได้แก่ ความกว้างรอยร้าวที่เหลืออยู่หลังการซ่อมแซม ความสามารถในการซ่อมแซมรอยร้าวตลอดความลึกภายในเนื้อมอร์ตาร์ และสารอาหารที่ใส่ลงขณะผสมที่ทำให้เกิดรูโพรงภายในเนื้อมอร์ตาร์ ปัจจัยเหล่านี้พบในกลุ่มตัวอย่างที่ใช้รูปแบบไมโครแคปซูล จึงส่งผลให้มีค่าสัมประสิทธิ์การซึมผ่านคลอไรด์ที่สูงกว่ากลุ่มที่ใช้รูปแบบหยดเซลล์ที่มีชีวิตพร้อมสารอาหาร


ฮอร์โมนเอสโตรเจนเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ Line-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมของเซลล์มะเร็งเต้านม, กุลจิรา โรจน์ไพศาลกิจ Jan 2022

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ Line-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมของเซลล์มะเร็งเต้านม, กุลจิรา โรจน์ไพศาลกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์และอัตราการตายสูงที่สุดในเพศหญิงทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยพบว่า LINE-1 ถือว่าเป็น Retrotransposon element ที่พบมากที่สุดถึง 17 % ของจีโนมและมีความสามารถในการคัดลอกแล้วแทรกตัวเองในบริเวณอื่นของจีโนมซึ่งเป็นสาเหตุของทำให้เกิดความไม่สเถียรของจีโนมอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง และยังพบว่าการแสดงออกของLINE-1 มีผลต่อการลุกลาม, ขนาด, และระยะของโรคมะเร็งเต้านมด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้หญิงที่การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานทำให้ความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น ถึงกระนั้นยังคงไม่ทราบถึงกลไกการทำงานของเอสโตรเจน ดังนั้นผู้วิจัยจึงตั้งสมมุติฐานว่า เอสโตรเจนสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมของเซลล์มะเร็งเต้านม โดยทำการศึกษาบผลของเอสโตรเจนที่ได้รับต่อการแสดงออกของ LINE-1 mRNA และ LINE-1 โปรตีน รวมถึงผลของเอสโตรเจนที่ได้รับต่อการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอโดยวิเคราะห์จากปริมาณดีเอ็นเอในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D ผลการทดลองพบว่าที่เอสโตรเจนมีผลทำให้การแสดงออกของ LINE-1 mRNA เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ความเข้มข้นของเอสโตรเจน 5 nM ด้วยวิธี Realtime RT-PCR ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D และผลทำให้การแสดงออกของ LINE-1 mRNA เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ 12 ชม. ด้วยวิธี Realtime RT-PCR ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D และเอสโตรเจนมีผลทำให้การแสดงออกของโปรตีน LINE-1 ORF1p เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ 48 และ 72 ชม. ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D ด้วยวิธี Western blot โดยพบว่าการแสดงออกของโปรตีน LINE-1 ORF1p เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ 72 ชม. นอกจากนี้เอสโตรเจนมีผลทำให้ปริมาณของ LINE-1 ดีเอ็นเอบริเวณ ORF2 เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ 72 ชม.ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D มากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญด้วยวิธี Real-time PCR แสดงให้เห็นว่าเอสโตรเจนมีผลทำให้เกิดการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมได้ จากผลการทดลองทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า เอสโตรเจนมีผลต่อการเพิ่มแสดงออกของ LINE-1 mRNA และ LINE-1 โปรตีน รวมถึงเพิ่มปริมาณ LINE-1 ดีเอ็นเอ อย่างมีนัยสำคัญในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D แสดงว่าเอสโตรเจนสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมนำไปสู่การกลายพันธุ์ของยีนและความไม่เสถียรของจีโนม


การตรวจหายีนดื้อยากลุ่ม Β-Lactams จากมูลสุกรโดยตรง ด้วยเทคนิค Multiplex Polymerase Chain Reaction ร่วมกับ Lateral Flow Assay และเทคนิค Nested Polymerase Chain Reaction, นุชบา สุจันทา Jan 2022

การตรวจหายีนดื้อยากลุ่ม Β-Lactams จากมูลสุกรโดยตรง ด้วยเทคนิค Multiplex Polymerase Chain Reaction ร่วมกับ Lateral Flow Assay และเทคนิค Nested Polymerase Chain Reaction, นุชบา สุจันทา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สุกรเป็นอีกหนึ่งแหล่งกักเก็บเชื้อแบคทีเรียที่มียีนดื้อยาสร้างเอนไซม์ Extended-Spectrum β-Lactamases (ESBLs) ซึ่งสามารถแพร่กระจายยีนดื้อยามาสู่มนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมได้ ในการศึกษานี้จึงได้พัฒนาการตรวจหายีนสร้างเอนไซม์ ESBLs จากมูลสุกรโดยตรง ด้วยเทคนิค Multiplex polymerase chain reaction (mPCR), mPCR-Lateral flow assay (mPCR-LFA) และเทคนิค Nested PCR (nPCR) เปรียบเทียบกับการตรวจจากเชื้อ ESBL-producing Escherichia coli ซึ่งเพาะแยกจากมูลสุกรตัวอย่างเดียวกัน ด้วยเทคนิค PCR-sequencing เชื้อ ESBL-producing E. coli จำนวน 149 isolates ที่เพาะแยกจากมูลสุกรทั้งหมด 139 ตัวอย่าง พบความชุกของยีนชนิด blaCTX-M-15 (34.2%) มากที่สุด รองลงมาคือ blaCTX-M-15+TEM-1 (17.5%) และ blaCTX-M-55+TEM-1 (13.4%) โดยเชื้อ ESBL-producing E. coli ส่วนใหญ่มีการดื้อยาหลายขนาน โดยดื้อต่อยา Ceftriaxone (100%), Cefotaxime (100%), Ciprofloxacin (31.5%) และ Trimethoprim/Sulfamethoxazole (30.9%) ความไว ความจำเพาะ และขีดจำกัดของการตรวจจากเชื้อ ESBL-producing E. coli ด้วยเทคนิค mPCR-LFA เท่ากับ 100% และ 0.1-1 ng ตามลำดับ เทคนิค mPCR ที่พัฒนาขึ้น สำหรับตรวจจากมูลสุกรโดยตรง พบว่าต้องใช้ปริมาณเชื้อมากถึง 107 CFU จึงจะตรวจพบ โดยมีความไวในการตรวจยีน blaCTX-M และ blaTEM เท่ากับ 30.43% และ 87.65% ตามลำดับ ขีดจำกัดและความไวของการตรวจพบยีน blaCTX-M โดยตรง …


การตอบสนองทางสรีรวิทยาและผลผลิตของข้าวต่อถ่านชีวภาพ ภายใต้สภาวะดินเค็มจากน้ำทะเลรุกล้ำ, นภัสวรรณ สุดรัตน์ Jan 2022

การตอบสนองทางสรีรวิทยาและผลผลิตของข้าวต่อถ่านชีวภาพ ภายใต้สภาวะดินเค็มจากน้ำทะเลรุกล้ำ, นภัสวรรณ สุดรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) คัดเลือกพันธุ์ข้าวที่สามารถทนเค็มจากพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกในจังหวัดฉะเชิงเทรา และ 2) ศึกษาผลของถ่านชีวภาพต่อการตอบสนองทางสรีรวิทยาและผลผลิตของข้าวภายใต้สภาวะดินเค็มจากน้ำทะเลรุกล้ำ ดำเนินการวิจัยโดยให้ต้นกล้าข้าวจำนวน 9 พันธุ์ที่มีอายุ 14 วัน ได้รับสารละลายโซเดียมคลอไรด์ที่มีค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 6 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร (50 มิลลิโมลาร์) เป็นเวลา 3 วัน และ 12 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร (100 มิลลิโมลาร์) เป็นเวลา 7 วัน ตามลำดับ สังเกตลักษณะอาการที่ปรากฏและให้คะแนนระดับการทนเค็มตามเกณฑ์มาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 กข31 กข41 กข47 กข49 กข57 กข61 และสุพรรณบุรี 1 จัดเป็นพันธุ์ข้าวที่ค่อนข้างทนเค็ม ส่วนพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นพันธุ์อ่อนแอต่อความเค็ม จากนั้นปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 ในกระถางที่บรรจุดินเค็มจากน้ำทะเลรุกล้ำที่มีความเค็มเท่ากับ 5.09 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร ที่ผสมด้วยอัตราส่วนถ่านชีวภาพจากแกลบต่อน้ำหนักดินร้อยละ 1 3 5 10 20 และ 30 และให้ต้นข้าวได้รับความเค็มจากสารละลายโซเดียมคลอไรด์ที่มีค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 6 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร (50 มิลลิโมลาร์) เป็นระยะเวลา 28 วัน เมื่อต้นข้าวอายุ 14 วัน เพื่อจำลองสถานการณ์การรุกล้ำของน้ำทะเลในระยะกล้า หรือเมื่อต้นข้าวอายุ 78 วัน เพื่อจำลองสถานการณ์การรุกล้ำของน้ำทะเลในระยะสืบพันธุ์ของข้าว ผลการวิจัยพบว่า อัตราส่วนถ่านชีวภาพต่อน้ำหนักดินร้อยละ 30 มีความเหมาะสมที่สุดในการลดผลกระทบจากสภาวะเค็มในระยะกล้าโดยสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและความสูงของต้น ลดการสะสมโซเดียมในต้นและใบธง พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนรวงต่อกอ ความยาวรวง จำนวนเมล็ดต่อรวง ร้อยละเมล็ดดี และน้ำหนัก 1000 เมล็ด ในขณะที่อัตราส่วนถ่านชีวภาพต่อน้ำหนักดินร้อยละ 10 มีความเหมาะสมที่สุดในการลดผลกระทบจากสภาวะเค็มในระยะสืบพันธุ์ของข้าวเนื่องจากสามารถเพิ่มจำนวนต้นต่อกอ ลดการสะสมโซเดียมและอัตราส่วนโซเดียมต่อโพแทสเซียมในใบธง พร้อมด้วยการเพิ่มร้อยละเมล็ดดี และน้ำหนัก 1000 เมล็ด ดังนั้น การผสมถ่านชีวภาพจากแกลบลงในดินเค็มด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นแนวทางการลดผลกระทบจากน้ำทะเลรุกล้ำต่อข้าวทั้งในระยะกล้าและระยะสืบพันธุ์


แนวทางในการปรับตัวของบุคลากรภาครัฐให้สามารถปฏิบัติงานรับ-ส่งเอกสารราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ กรณีศึกษา สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช, กฤษณ์ เย่าเฉื้อง Jan 2022

แนวทางในการปรับตัวของบุคลากรภาครัฐให้สามารถปฏิบัติงานรับ-ส่งเอกสารราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ กรณีศึกษา สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช, กฤษณ์ เย่าเฉื้อง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปรับตัวให้สามารถปฏิบัติงานรับ-ส่งเอกสารราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-SARABAN) ของบุคลากรสำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านทฤษฎีการบริการเปลี่ยนแปลง ของ Kurt Lewin ทฤษฎีกรอบความคิดของมนุษย์ ของ Dweck และ Leggett และทฤษฎีการเรียนรู้ของ Peter Senge งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการวิจัยประกอบด้วยข้าราชการ และลูกจ้างเหมาบริการ ผลการวิจัยพบว่า สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นองค์กรที่มีโครงสร้างแบบลำดับชั้น (Hierarchy) และแยกส่วนการทำงานออกจากกัน (Silo) จึงเป็นองค์กรที่ขาดพลวัตร รวมทั้งบุคลากรมีกรอบความคิดแตกต่างกัน ระหว่างกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) และกรอบความคิดแบบจำกัด (Fixed Mindset) ดังนั้น การที่องค์กรมีผู้นำที่สามารถสร้างวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Technocrat) ที่คอยให้คำปรึกษาและแนะนำองค์กรให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนผสมดังกล่าวจะทำให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกัน (Team Learning) เกิดการผสานคุณค่า (Shared Value) และส่งผลให้การทำงานในองค์กรเกิดพลวัตร ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในอนาคต


การใช้ประโยชน์ จากหลักสูตรกัญชาและกัญชง ของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรณีศึกษา จังหวัดยะลา, ณัฏฐพล ศรีสุคนธ์ Jan 2022

การใช้ประโยชน์ จากหลักสูตรกัญชาและกัญชง ของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรณีศึกษา จังหวัดยะลา, ณัฏฐพล ศรีสุคนธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม Mix Method ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ ร่วมกับ SWOT Analysisมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความเห็นของนักศึกษาต่อหลักสูตร “กัญชาและกัญชงศึกษาเพื่อใช้เป็นยาอย่างฉลาด”และ “หลักสูตรอาชีพโภชนาการจากส่วนของพืชกัญชาและกัญชง ที่ได้รับยกเว้นจากการเป็นยาเสพติด” ของนักศึกษาในระบบ การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดยะลา 2)เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยา การสร้างรายได้ การพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิต จากความรู้ที่ได้รับการศึกษา เพื่อจะได้ได้ทราบถึงประโยชน์ที่ นักศึกษาได้รับจากการศึกษาต่อการศึกษาตาม หลักสูตร และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตร ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาโดยส่วนใหญ่ เลือกเรียนวิชา“กัญชาและกัญชงศึกษาเพื่อใช้เป็นยาอย่างฉลาด” ความคิดเห็นมีความพึงพอใจในหลักสูตรที่ศึกษาแต่ในด้านการใช้ประโยชน์ทางยาและการสร้างรายได้ยังไม่สามารถใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษานำไปสร้างรายได้หรือใช้งานทางการแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากในพื้นที่ยังมีความกังวลในเรื่องหลักศาสนาอิสลาม รวมถึงหลักสูตรที่มีการสอนเฉพาะภาคทฤษฎี ยังขาดการเรียนในภาคปฏิบัติ อย่างไรก็ตามนักศึกษาส่วนใหญ่สามารถที่จะพัฒนาตนเองจากวิชาที่ศึกษารวมถึงได้รับหน่วยกิตในการเรียนระดับมัธยมปลาย ของหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนอันเป็นเป้าประสงค์หลักในการเข้ารับการศึกษา ข้อเสนอแนะทางบริหาร: ให้มีวิชาต่อเนื่องทางภาคปฏิบัติของหลักสูตร“กัญชาและกัญชงศึกษาเพื่อใช้เป็นยาอย่างฉลาด” และหากมีการปรับปรุงหลักสูตร ควรใช้แนวคิด Bottom up ในการปรับปรุงหลักสูตรโดยให้ข้าราชการฝ่ายปฏิบัติในท้องถิ่นร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการออกแบบและมีส่วนร่วมในการปรับปรุงหลักสูตร