Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 4201 - 4230 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
Association Between Cotinine Levels And The Semen Quality Among Male Tobacco Farmers In Sukhothai Province, Thailand, Anu Surach
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Thai traditional tobacco is one of the greatest public health problems. Tobacco leaves contains nicotine that may impacts on the quality of life of tobacco farmers. The study aimed to explore the association of work-related factors on salivary cotinine levels and semen quality among male tobacco farmers in Sukhothai Province, Thailand. This was a longitudinal study of 62 participants aged 20-40 years without reproductive disease, chronic disease, obesity, and psychiatric disease in Sukhothai Province, Thailand. Data were collected three times during processing of cultivation tobacco growing in March to May 2022. A self-administered questionnaire was used to collect on individual …
ความเครียดและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของเจนเนอเรชั่นวายกรณีศึกษาบุคลากรสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, กรวิชญ์ แก้วเก่า
ความเครียดและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของเจนเนอเรชั่นวายกรณีศึกษาบุคลากรสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, กรวิชญ์ แก้วเก่า
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความเครียด ระดับของความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ของบุคลากรเจนเนอเรชั่นวาย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว โดยพบว่ามีผู้ที่สมัครใจร่วมให้ข้อมูล จำนวน 165 คน ผลการศึกษาพบว่า (1) ระดับความเครียดในภาพรวมของบุคลากรมีระดับปานกลาง ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าความเครียดด้านการใช้จ่าย (การรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้จ่าย) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ซึ่งเข้าข่ายเป็นความเครียดระดับมาก (2) ระดับความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานในภาพรวมของบุคลากรมีระดับปานกลาง ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่เป็นด้านสังคมสัมพันธ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ซึ่งเข้าข่ายเป็นความสมดุลระดับมาก (3) ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างระดับความเครียดในการทำงานกับความสมดุลในชีวิตการทำงาน ถึงแม้แสดงถึงการมีความสัมพันธ์กันระดับต่ำ แต่ก็เป็นความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในการนี้ข้อเสนอแนะที่สำคัญของการศึกษาครั้งนี้ คือ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติควรดำเนินการจัดทำนโยบายที่ส่งเสริมให้บุคลากรมีความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้ชัดเจน ปรับปรุงระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ รวมถึงส่งเสริมให้บุคลากรภายในหน่วยงานสำรวจความเครียดของตนเองเป็นประจำ นอกจากนี้การศึกษาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในอนาคตควรครอบคลุมถึงบุคลากรเจนเนอเรชั่น X รวมถึงเจนเนอเรชั่น Z เพื่อเปรียบเทียบระดับความเครียดและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของคนต่างรุ่น
มุมมองผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ต่อนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานราก กรณีศึกษา จังหวัดราชบุรี, ชนิสรา มหัทธนไพศาล
มุมมองผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ต่อนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานราก กรณีศึกษา จังหวัดราชบุรี, ชนิสรา มหัทธนไพศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์3 ประการ ดังนี้ 1.เพื่อศึกษามุมมองและความคิดเห็นของผู้ประกอบการทอผ้าชาติพันธุ์ภายใต้มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานราก 2.เพื่อศึกษาการดำเนินงานของมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยที่สามารถตอบสนองความต้องการหรือเรื่องใดไม่ตอบสนองต่อผู้ประกอบการทอผ้าชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรีเพื่อหาข้อเสนอแนะในการพัฒนาแนวทางในการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม หากนโยบายดังกล่าวมีการดำเนินงานที่ไม่เพียงพอผู้ประกอบการต้องการการสนับสนุนด้านใดบ้าง 3.เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความสำเร็จของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและมีรายได้ประจำจากการประกอบอาขีพทอผ้าว่าปัจจัยความสำเร็จคืออะไร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับอัตลักษณ์ของชุมชน โดยการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพดำเนินการศึกษาด้วยการใช้เทคนิคการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการทอผ้าชาติพันธุ์ จำนวน 3 กลุ่ม โดยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง ทั้งนี้ผลการศึกษาพบว่าผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ให้มุมมองและความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานราก ไว้ว่าเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนช่วยเหลือการสร้างงาน สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของผ้าทอพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรี รวมถึงการมีกิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากตามมาตรการการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยแนวทางการดำเนินการพัฒนาในการตอบสนองความต้องการและเกิดประโยชน์แท้จริงแก่ผู้ประกอบการทอผ้าชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรี
ซาอุดิอาระเบียในความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียกับกาตาร์ ระหว่าง ค.ศ. 2017 - 2021, ปนัสยา พหลเดชา
ซาอุดิอาระเบียในความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียกับกาตาร์ ระหว่าง ค.ศ. 2017 - 2021, ปนัสยา พหลเดชา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทำให้ซาอุดิอาระเบียตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ ระหว่าง ค.ศ. 2017 - 2021 โดยใช้แนวคิดมหาอำนาจในระดับภูมิภาค การศึกษาพบว่าซาอุดิอาระเบียใช้ความเป็นมหาอำนาจกำหนดทิศทางการเมืองทั้งหมดในภูมิภาคตะวันออกกลางและไม่ต้องการให้กาตาร์แสดงศักยภาพและบทบาทในทุกมิติเกินหน้าซาอุดิอาระเบีย กล่าวคือ หลังทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา กาตาร์ดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อยกระดับบทบาทของตนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ซาอุดิอาระเบียมองว่าเป็นความพยายามที่จะขยายอิทธิพลแข่งกับตน การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงถึงความเหนือกว่าทางอำนาจ โดยใช้มาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจ อิทธิพล และผลประโยชน์ของซาอุดิอาระเบีย และเป็นการจัดระเบียบภูมิภาคตะวันออกกลางเสียใหม่เพื่อให้กาตาร์กลับมาอยู่ในวงล้อมอำนาจและปฏิบัติตามแนวทางของซาอุดิอาระเบีย
การบรรเทาสาธารณภัยร่วมไทย-ลาว ระหว่าง ปี พ.ศ.2561-2566 : กรณีศึกษาภารกิจกองทัพอากาศ, พัทธพล ณ นคร
การบรรเทาสาธารณภัยร่วมไทย-ลาว ระหว่าง ปี พ.ศ.2561-2566 : กรณีศึกษาภารกิจกองทัพอากาศ, พัทธพล ณ นคร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาภารกิจกองทัพอากาศในการบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศรวมทั้งประเทศลาว และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จากกรอบแนวคิดภารกิจนิยมใหม่มีแนวคิดเรื่องการบูรณาการ มีการดำเนินการข้ามพรมแดนของรัฐ มีการจัดตั้งหน่วยงานเข้ามาดำเนินการในการปฏิบัติงานเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย มีกระบวนการไหลรินมีเริ่มจากความร่วมมือร่วมจนพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นการปฏิบัติการร่วม ผลการศึกษาพบว่ากองทัพอากาศมีบทบาทหน้าที่ในการตอบสนองนโยบายรัฐบาลและปฏิบัติตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (AADMER) โดยกองทัพอากาศพัฒนากำลังทางอากาศในการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลและต่างประเทศ อย่างกรณีศึกษาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2561-2566 จากเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ที่ประเทศลาว และเหตุการณ์ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน การศึกษาได้ข้อสรุปว่า ในปี พ.ศ.2561-2564 ที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ที่ประเทศลาว รัฐบาลไทยได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือโดยกองทัพอากาศได้นำอากาศยานไปลำเลียงสิ่งของอุปโภคและบริโภค ในปี พ.ศ.2562-2564 เหตุการณ์ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ที่หมอกควันส่วนหนึ่งมากจากประเทศลาว รัฐบาลไทยได้ขอความร่วมมือร่วมผ่านทางเลขาธิการอาเซียนเพื่อขอความร่วมมือประเทศลาว และกองทัพอากาศมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ในปี 2565-2566 จากความร่วมมือร่วมพัฒนากลายเป็นการปฏิบัติการร่วม ที่เริ่มจากกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศลาวมีการประชุมเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัยจนนำไปสู่การฝึกร่วมประหว่างสองประเทศ จากกรอบทฤษฎีที่ใช้วิเคราะห์กรณีศึกษาดังกล่าว ทำให้เห็นถึงการพัฒนาจากความร่วมมือร่วมมาเป็นการปฏิบัติการร่วม จนทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล : กรณีศึกษารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย, รฐนนท์ กาญจนภาคย์
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล : กรณีศึกษารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย, รฐนนท์ กาญจนภาคย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล : กรณีศึกษารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย ผู้ศึกษาสนใจในขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการดำเนินโครงการให้เป็นรูปธรรม โดยผู้ปฏิบัติงานต้องพิจารณา จัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ความเหมาะสมในด้านต่างๆ ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กฎหมาย เศรษฐกิจ นโยบาย การเวนคืนที่ดิน สิ่งแวดล้อม และมีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ผู้ศึกษาต้องการที่จะบันทึกปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ขั้นตอนนี้ล่าช้าในปัจจุบัน และส่งผลกระทบต่อการเริ่มต้นดำเนินโครงการ รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค เพื่อใช้เป็นบทเรียนสำหรับการดำเนินการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอื่นๆ ในอนาคต และเสนอข้อเสนอแนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติงานและผลักดันการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทางราง โดยจากการศึกษาพบว่าปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว ประกอบด้วย ความล่าช้าของระบบราชการ ความไม่ชัดเจนของผู้มีอำนาจตัดสินใจ ปัญหาในการประสานงานกันระหว่างผู้ปฏิบัติ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอยู่เป็นจำนวนมากและมีข้อกำหนดที่ซ้ำซ้อนกัน การเวนคืนที่ดินที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาพิจารณาด้านการออกแบบโครงการ ภาวะเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ และการฟ้องร้องของประชาชน งานศึกษานี้จึงเสนอให้ เร่งผลักดันพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางเพื่อกำหนดนโยบายและกำกับดูแล แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาในด้านต่างๆ ร่วมกัน และจัดทำแผนการติดตามการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการในลักษณะใกล้เคียงกันในอนาคต
Hydrogen Production By Steam Reforming Of Bioethanol And Fusel Oil Over Ni/Zsm-5 Nanosheet And Ni/Sic, Porapak Suriya
Hydrogen Production By Steam Reforming Of Bioethanol And Fusel Oil Over Ni/Zsm-5 Nanosheet And Ni/Sic, Porapak Suriya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this research, hydrogen production is performed by steam reforming of bio-alcohol over Ni-based catalysts. First section of the study, Ni/SiC catalyst was synthesized and used in steam reforming of fusel oil (FSR). The SiC support was prepared by pyrolysis of rice husk at 1500 °C to obtain β-SiC phase, which benefit to reduce the carbon formation due to its good thermal conductivity and durability. The Ni/SiC1500 indicated 90% of fusel oil gas conversion and 29% of hydrogen yield during a 300 min of steam reforming of fusel oil at 700 °C, hence presenting a good performance, and remaining stable …
Stimuli-Responsive Chitosan-Based Hydrogels For Antibiotic Delivery, Tu Tran Vo Minh
Stimuli-Responsive Chitosan-Based Hydrogels For Antibiotic Delivery, Tu Tran Vo Minh
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to investigate hydrogels fabricated via green approaches for drug delivery application. Biocompatible polymer-based drug delivery systems (DDS) have gained popularity in recent years because of their ability to improve the efficacy and safety of drug delivery by providing targeted and sustained release of drugs to reduce the frequency of dosing, making it more convenient for patients. Chitosan is one of the polymers commonly used for this purpose due to their higher water retention and porosity, which create space for loading medicine into the matrix. However, the potential utilization of endogenous and exogenous stimuli controlling drug release still …
Assessment Of Hydrogen Adoption Readiness In Energy Sector Using Indicator-Based Analysis, Patcharee Penchan
Assessment Of Hydrogen Adoption Readiness In Energy Sector Using Indicator-Based Analysis, Patcharee Penchan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Global environmental concerns have led countries like Japan and Thailand to seek alternative energy sources to meet environmental goals and country agenda. Hydrogen has been added to the energy agenda as a way to address the energy challenges and shape the country's future profile. This study analyzes the readiness of Japan and Thailand to adopt hydrogen energy technology by comparing indicators. Japan experienced in developing hydrogen energy projects, while Thailand is exploring the technology's potential. The research proposes a hydrogen-related indicator framework to evaluate a country's energy system in Japan and Thailand case. The study aims to identify indicators to …
ทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก, ณัฐมน สีดี
ทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก, ณัฐมน สีดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการค้นคว้าวิจัยอิสระฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก (Mini Zen Garden) เพื่อเป็นกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อกระตุ้นให้มีส่วนร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคม การศึกษาเทคโนโลยีการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ที่เหลือทิ้งจากอุจสาหกรรมอาหารทะเลให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ด้วยการทำให้ขยะเปลือกหอยแมลงภู่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นการกำจัดขยะด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ โดยเปลือกหอยแมลงภู่เกิดจากแผ่นอะราโกไนต์เรียงตัวกันเป็นระเบียบกลายเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตที่ค่อนข้างบริสุทธ์มากถึงร้อยละ 95-99 และประกายมุก เมื่อทำให้แตกหัก หรือหลุดเป็นแผ่นเดี่ยวซึ่งมีขนาดเล็ก และคุณภาพที่ตรงตามคุณสมบัติ เช่น สีขาวสะอาด ขนาดเล็กละเอียด ที่เหมาะสมสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก (Mini Zen Garden) โดยกระบวนการผลิตเป็นกรีนโปรดักส์มีการออกแบบกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ไม่เกิดของเสียจากกระบวนการผลิต
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ธนเสฏฐ์ สิงหะสุริยะ
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ธนเสฏฐ์ สิงหะสุริยะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคตระหนักถึงการดูแลสุขภาพมากขึ้นจากหลายปัจจัย ดังนั้นผู้วิจัยจึงเล็งเห็นโอกาสในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคดังกล่าว รวมถึงความสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ด้วยเทคโนโลยี จึงนำงานวิจัยดังกล่าวมาศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อประเมินศักยภาพตลาดและพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่ให้ความสนใจในด้านสุขภาพจำนวน 15 คน และสำรวจการยอมรับในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จากผลการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่ากลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายคาดหวังให้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงคือต้องการผลลัพธ์ที่ได้จากการรับประทาน ราคาที่จับต้องได้ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จากการสำรวจการยอมรับในผลิตภัณฑ์ พบว่าผู้บริโภคมีความสนใจในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ร้อยละ 81.3 ประเด็นสำคัญในการพิจารณาในการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดคือ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ผู้บริโภคที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และความสะดวกสบายด้านสถานที่จัดจำหน่าย สำหรับผู้บริโภคเลือกซื้อเครื่องดื่มโปรตีนเวย์เพื่อต้องการสร้างกล้ามเนื้อเป็นหลัก การพิจารณาในการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดคือ ชนิด และคุณภาพของโปรตีนเวย์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ เนื่องจากผู้บริโภคเน้นผลลัพธ์ที่ได้จากการทานโปรตีนเวย์ จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินจากการจ้างผลิต (OEM) แทนการจัดตั้งโรงงานผลิต โดยมีเงินลงทุนเริ่มต้น 2,100,000 บาท ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินในกรณีปกติ (Base case) ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคา 25 บาท โดยผลการคาดคะเนส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 5 พบว่ามีความคุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากธุรกิจสามารถสร้างกำไรซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวก เท่ากับ 31,527,319 บาท และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) เป็นบวก เท่ากับ 145.5% และมีระยะเวลาคืนทุนของธุรกิจ (Payback Period) เท่ากับ 1.38 ปี จึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์
ข้อจํากัดของกระบวนการคัดค้านภายใต้กฎหมายสิทธิบัตรไทย, ปรีณาภา ศิริพานิช
ข้อจํากัดของกระบวนการคัดค้านภายใต้กฎหมายสิทธิบัตรไทย, ปรีณาภา ศิริพานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการคัดค้านตามมาตรา 31 ถึงมาตรา 32 ในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) และมาตรา 32/2 ตามร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ ... ) พ.ศ. .... ที่อยู่ระหว่าง การพิจารณา มีเจตนารมณ์ให้บุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตร และ ในทางกลับกัน เพื่อสร้างความแน่นอนให้กับคุณภาพของกระบวนการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร แต่ในประเทศไทย จำนวนการยื่นคำคัดค้านมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร ทั้งบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องยังไม่ชัดเจนทำให้การดำเนินการไม่แน่นอน บทบัญญัติเกี่ยวกับกระบวนการคัดค้านในกฎหมายสิทธิบัตรไทยจึงเป็นประเด็นที่ควรศึกษาทบทวนถึงความสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อศึกษากระบวนการคัดค้านตามบทบัญญัติของกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับกระบวนการคัดค้านรูปแบบต่าง ๆ ในต่างประเทศ โดยเลือกกฎหมายสิทธิบัตรออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย และสิงคโปร์ มาเป็นกรณีศึกษา ประกอบกับคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะกรรมการสิทธิบัตร รวมถึงข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับกระบวนการคัดค้านและข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตร พบว่าบทบัญญัติของกฎหมายสิทธิบัตรไทยในปัจจุบันทำให้เกิดอุปสรรคในการดำเนินการแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย ทั้งร่างกฎหมายสิทธิบัตรยังอาจก่อให้เกิดประเด็นปัญหาที่ทำให้การดำเนินการไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกระบวนการ นอกจากนี้ บทบัญญัติของกฎหมายยังขาดแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินการของคู่กรณีและการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่อีกด้วย วิทยานิพนธ์นี้จึงเสนอให้ประเทศไทยแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับกระบวนการคัดค้าน เพื่อลดทอนข้อจำกัดอันสร้างความไม่เป็นธรรมแก่คู่กรณีและเป็นอุปสรรคในการให้กระบวนการคัดค้านบรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อส่งเสริมให้กฎหมายสิทธิบัตรสนับสนุนให้เกิดการคิดค้นพัฒนา และเปิดเผยการประดิษฐ์สู่สาธารณชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
เวย์โปรตีนกับความรุนแรงของสิวในผู้ชาย, กิตติธร สมโภชพฤฒิกุล
เวย์โปรตีนกับความรุนแรงของสิวในผู้ชาย, กิตติธร สมโภชพฤฒิกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของเวย์โปรตีนต่อสิว วิธีการวิจัย: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมแบบปกปิดทั้งสองฝ่ายที่แสดงความไม่ด้อยกว่าในผู้ชายที่มีสิวหรือมีแนวโน้มจะมีสิว ผู้เข้าร่วมวิจัยถูกสุ่มแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ Fresubin® 30 กรัมผสมกับ Ensure® 18 กรัมต่อวัน 25 คน (กลุ่มที่ได้รับเวย์โปรตีน) และกลุ่มที่ได้รับ Ensure® 46 กรัมต่อวัน 24 คน (กลุ่มที่ไม่ได้รับเวย์โปรตีน) เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีการตรวจติดตามเดือนที่ 1 3 และ 6 เพื่อประเมินจำนวนสิวรวมทุกชนิด (total acne lesions [IL]), สิวอุดตัน (comedonal lesions [CL]), สิวอักเสบ (inflammatory lesions [IL]) และความรุนแรงสิวตาม Investigator’s Global Assessment (IGA) scale สำหรับสิวบริเวณใบหน้าหรือ modified Physician’s Global Assessment (mPGA) scale สำหรับสิวบริเวณลำตัว และวัดค่าชีวกายภาพของผิวหนัง ผลการศึกษา: ผลต่างค่าเฉลี่ยจำนวนสิวรวมทุกชนิดบริเวณใบหน้าและลำตัวที่เปลี่ยนไปใน 6 เดือนของกลุ่มที่ได้รับเวย์โปรตีนเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับเวย์โปรตีนเท่ากับ -5.99 (ช่วงความเชื่อมั่น 95% = -13.18 ถึง 1.19, P = 0.09) และ -2.18 (ช่วงความเชื่อมั่น 95% = -11.83 ถึง 7.48, P = 0.65) ผู้เข้าร่วมวิจัย 1 (4.3%) คนในกลุ่มที่ไม่ได้รับเวย์โปรตีนมีสิวที่รุนแรงขึ้น 2 ระดับ และมีผู้เข้าร่วมวิจัย 1 คนในกลุ่มที่ไม่ได้รับเวย์โปรตีนขอออกจากการวิจัยที่เดือนที่ 1 สรุป: ผู้ชายที่มีสิวหรือมีแนวโน้มจะมีสิวหลังจากรับประทานเวย์โปรตีนเป็นระยะเวลา 6 เดือน มีจำนวนสิวรวมทุกชนิดและความรุนแรงของสิวบริเวณใบหน้าและลำตัวที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ด้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานเวย์โปรตีน
ความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, กิตติชัย สายรุ้ง
ความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, กิตติชัย สายรุ้ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลมีการแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้อื่นโดยผ่านการพูดคุยสื่อสารเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือในลักษณะต่าง ๆ การแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยานี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งปัจจัยภายในตนเองเช่นมุมมองและเจตคติที่บุคคลมีต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา และปัจจัยภายนอกเช่นมุมมองจากบุคคลใกล้ชิดหรือสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยไม่มากนักที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง ในการร่วมกันทำนายเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา ในกลุ่มนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูลจากนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 221 คน มีอายุเฉลี่ย 20.29 ปี (SD = 1.59) ผลการวิจัยพบว่า 1) ตราบาปจากสังคมมีสหสัมพันธ์ทางลบต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา 2) ตราบาปจากบุคคลใกล้ชิดมีสหสัมพันธ์ทางลบต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา 3) ตราบาปจากตนเองมีสหสัมพันธ์ทางบวกต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา 4) ความเมตตากรุณาต่อตนเองมีสหสัมพันธ์ทางบวกต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา และ 5) ตราบาปจากสังคม ตราบาปจากบุคคลใกล้ชิด ตราบาปจากตนเอง และความเมตตากรุณาต่อตนเอง สามารถร่วมกันทำนายระดับเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ adjusted R2 = .449 ผลการวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปประกอบการออกแบบ วางแผนกระบวนการเพื่อส่งเสริมเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาในกลุ่มนิสิตนักศึกษาต่อไป
Synthesis Of Functionalized Porphyrins For Application As Soft Materials, Dumrongsak Aryuwananon
Synthesis Of Functionalized Porphyrins For Application As Soft Materials, Dumrongsak Aryuwananon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The series of functionalized porphyrins was designed and synthesized by varying para-substituents on meso-position of porphyrin ring as ether, ester, and urea with three different long alkyl chains (3-5, 7-9, 11). Afterwards, metalation of porphyrin derivatives by some 3d metals to serve as soft materials, liquid crystal, and axial ligands were introduced to provide spin-crossover property. Each series of functionalized porphyrin derivatives with three different chain lengths (3-5, 7-9, 11) and their Co(II) (3-5a,7-9a), Ni(II) (3-5b,7-9b), and Fe (III) (3-5c,7-9c) complexes were characterized by spectroscopic techniques consisting of NMR, IR, UV-visible and MS. The desired compounds were studied their mesomorphic …
Superhydrophobic Polydimethylsiloxane For Fabrication Of Digital Magnetofluidics, Pakakan Ngernpradab
Superhydrophobic Polydimethylsiloxane For Fabrication Of Digital Magnetofluidics, Pakakan Ngernpradab
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this work, polydimethylsiloxane (PDMS), a well-known material for microfluidic devices, was used to fabricate a digital magnetofluidic device. The use of PDMS material allows for easy fabrication and flexibility. The superhydrophobic property of PDMS surface was easily achieved using a one-pot method by reduction between chloroauric acid and sodium formate. The superhydrophobic property of PDMS surface was investigated using water contact angle (WCA) and contact angle hysteresis, which were found to be 163.9° and 0°, respectively, indicating the superhydrophobic surface. The morphology of gold coated PDMS surface was characterized using a scanning electron microscope (SEM), an X-ray diffractometer (XRD), …
The Influence Of Extracellular Matrix On Human Periodontal Ligament Stem Cell Properties, Daneeya Na Nan
The Influence Of Extracellular Matrix On Human Periodontal Ligament Stem Cell Properties, Daneeya Na Nan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The periodontal ligament (PDL) is a crucial tissue connecting teeth to surrounding alveolar bone, withstanding the mechanical forces of mastication, speech, and deglutition. The extracellular matrix (ECM) of the PDL plays a critical role in maintaining PDL cell stability and function in response to external forces. Mechanotransduction, the process by which cells convert mechanical signals into biochemical signals, is essential for PDL cells to sense and respond to mechanical stimuli. The ECM is a critical mediator of mechanotransduction, as it is responsible for transmitting mechanical forces to cells and regulating cellular responses to mechanical stress. Matricellular proteins, such as periostin …
การศึกษาคุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพในโรงเรียนระดับประถมศึกษากรุงเทพมหานคร, ธัชพร คำชามา
การศึกษาคุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพในโรงเรียนระดับประถมศึกษากรุงเทพมหานคร, ธัชพร คำชามา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อสังเคราะห์คุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในระดับนานาชาติ 2) เพื่อศึกษาสภาพจริงและสภาพที่พึงประสงค์ของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยครูประถมศึกษาในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครทั้ง 4 สังกัด ได้แก่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จำนวนทั้งสิ้น 389 คนซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น และตัวอย่างสำหรับการสัมภาษณ์คือ ครูประถมศึกษาจำนวน 12 คน และครูเจ้าฟ้ามาหจักรีจำนวน 6 คน และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์และแบบสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการสังเคราะห์คุณลักษณะของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในระดับนานาชาติจากทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้องจึงได้เกณฑ์ของคุณลักษณะของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาทั้งหมด 5 ด้านประกอบด้วย ด้านพฤติกรรม ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น ด้านความมีปฏิภาณไหวพริบ ด้านทัศนคติ และด้านความเชี่ยวชาญ 2) ผลการศึกษาสภาพจริงและสภาพที่พึงประสงค์ของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร เมื่อจำแนกตามสังกัดต่าง ๆ พบว่าภาพรวมครูประถมศึกษาส่วนใหญ่ให้คะแนนด้านพฤติกรรมมากที่สุด (x̄ = 4.84, S.D. = 0.12) ส่วนปัญหาที่พบคือการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของครูประถมศึกษาโดยควรมีการประเมินผลงานจากสถานการณ์จริง หรือบริบทสภาพจริง เพื่อสะท้อนคุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Strengthening Of Reinforced Concrete Members With Lap Splices Using Steel Collars, Aji Ejaz
Strengthening Of Reinforced Concrete Members With Lap Splices Using Steel Collars, Aji Ejaz
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Bond splitting failure of substandard lap splices have caused extensive damage to many structures during earthquakes. Existing methods to strengthen substandard lap splices primarily involve wrapping the substandard lap spliced regions with jackets possessing mainly in-plane stiffness. Hence, the efficiency of such techniques is compromised due to the lateral bulging of concrete and flexural bending of jackets. This study investigated hollow steel section (HSS) collars which offer axial and flexural stiffness in mitigating splitting failures associated with lap splices not conforming to current design codes. Three lap splice lengths, mainly 20, 28, and 35 times the bar diameter (db) were …
Computational Modeling Of Benzyl Alcohol Oxidation Coupled With Hydrogen Production In A Photoelectrochemical Reactor, Thorfhan Hanamorn
Computational Modeling Of Benzyl Alcohol Oxidation Coupled With Hydrogen Production In A Photoelectrochemical Reactor, Thorfhan Hanamorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In photoelectrochemical (PEC) cells, hydrogen production at the cathode must be coupled with the oxidation reaction at the anode. Selective oxidation of benzyl alcohol into benzaldehyde is an attractive alternative pathway due to its lower overpotential than the traditional oxygen evolution reaction (OER). In this work, simulation of selective oxidation of benzyl alcohol into benzaldehyde paired with hydrogen production in 2 chambers of 2-dimensional PEC reactor was studied using COMSOL Multiphysics (5.6). Charge transport and electrochemical kinetics were simulated using Nernst Planck’s and Butler Volmer's equations, respectively. The results have showed that hydrogen and benzaldehyde concentrations on electrode surfaces increased …
การสร้างภาพสามมิติของกระดูกต้นขาที่แตกหักจากภาพถ่ายรังสีสองมุมมองด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงลึก, ดนุพงษ์ บุตรทองคำ
การสร้างภาพสามมิติของกระดูกต้นขาที่แตกหักจากภาพถ่ายรังสีสองมุมมองด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงลึก, ดนุพงษ์ บุตรทองคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภาวะกระดูกต้นขาส่วนปลายหักนั้นเป็นภาวะบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรง มีสาเหตุจากการบาดเจ็บทั้งภาวะบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและการหักผ่านรอยโรค การวินิจฉัยและการวางแผนการผ่าตัดเป็นขบวนการที่สำคัญในการรักษา ซึ่งต้องพึ่งพาการถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นั้นมีค่าใช้จ่ายมาก ปริมาณรังสีสูง และใช้ระยะเวลาในการถ่ายภาพยาวนานกว่าการถ่ายภาพเอกซเรย์ ดังนั้นการสร้างภาพสามมิติของกระดูกต้นขาที่แตกหักจากถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์จึงเป็นที่ต้องการและเป็นโจทย์ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้งยังขาดแคลนข้อมูลในการวิจัย งานวิจัยนี้จึงนำเสนอโมเดลสร้างภาพสามมิติของกระดูกต้นขาส่วนปลายที่แตกหักจากภาพถ่ายรังสีสองมุมมอง เพื่อเพิ่มมโนภาพการมองเห็นแบบสามมิติใช้สำหรับการวินิจฉัยและการวางแผนการผ่าตัด โมเดลการสร้างภาพสามมิติได้ประยุกต์ใช้การเรียนรู้เชิงลึกซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมคอนโวลูชันแบบพีระมิด คลาสช่วยฝึกสอนเป็นตัวแทนของบริเวณกระดูกที่แตกหักช่วยสนับสนุนการเรียนรู้รายละเอียดการรอยแตกหักของโมเดล เนื่องจากตัวอย่างภาพสำหรับฝึกสอนมีไม่เพียงพอ เทคนิคตัวอย่างฝึกสอนที่แตกหักจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขยายขนาดตัวอย่างสำหรับฝึกสอนและเพื่อเพิ่มความแม่นยำของผลลัพธ์ นอกจากนี้โมดูลสำหรับผสมคุณสมบัติตามแนวแกนจึงถูกพัฒนาขึ้นภายในโมเดลเพื่อเอาชนะปัญหาความคลาดเคลื่อนเชิงมุมระหว่างภาพถ่ายรังสี โมเดลที่นำเสนอสามารถทำงานกับชุดข้อมูลที่มีคลาดเคลื่อนเชิงมุมระหว่างภาพถ่ายรังสีได้ถึง 10 องศา โดยมีค่า mIoU ที่ 0.827±0.083SD. และ mASSD มีค่า 1.043±0.481SD. โมเดลที่นำเสนอให้รูปทรงกระดูกต้นขาและรายละเอียดของรอยแตกหักที่แม่นยำใกล้เคียงกับความเป็นจริง
การศึกษาการเปรียบเทียบความต้านทานต่อการโจมตีของกรดเปอร์ฟอร์มิกของภาชนะบรรจุที่ทำจาก แก้วไพเร็กซ์, พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง และพอลิโพรพิลีน, นลพรรณ หน่อนิล
การศึกษาการเปรียบเทียบความต้านทานต่อการโจมตีของกรดเปอร์ฟอร์มิกของภาชนะบรรจุที่ทำจาก แก้วไพเร็กซ์, พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง และพอลิโพรพิลีน, นลพรรณ หน่อนิล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาเปรียบเทียบความต้านทานต่อการโจมตีของกรดเปอร์ฟอร์มิกของวัสดุ 3 ชนิดได้แก่ แก้วไพเร็กซ์, พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง และพอลิโพรพิลีน การทดลองเริ่มด้วยการเตรียมสารละลายกรดเปอร์ฟอร์มิกโดยมีอัตราส่วนโดยโมลระหว่างกรดฟอร์มิกและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่แตกต่างกัน 3 อัตราส่วนได้แก่ 1:0.8, 1:1.6 และ 1:3.2 จากนั้นทำการแบ่งสารละลายที่เตรียมขึ้นออกเป็น 3 ส่วนแยกบรรจุในภาชนะที่ทำจาก แก้วไพเร็กซ์, พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง และพอลิโพรพิลีน สารตัวอย่างถูกเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและทำการวัดความเข้มข้นของ กรดฟอร์มิกและกรดเปอร์ฟอร์มิกด้วยการไทเทรตกับสารละลายมาตรฐานโซเดียมไฮดรอกไซด์ วัดความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ด้วยการไเทรตกับสารละลายมาตรฐานโพแตสเซียมเปอร์แมงกาเนต ผลการทดลองพบว่าอัตราส่วนโดยโมลที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อความเข้มข้นของกรดเปอร์ฟอร์มิกที่เกิดขึ้นที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นผลของการโจมตีของกรดเปอร์ฟอร์มิกที่แตกต่างกัน โดยลำดับความต้านทานต่อการโจมตีของกรดเปอร์ฟอร์มิกเรียงลำดับดังนี้คือ พอลิโพรพิลีน < พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง < แก้วไพเร็กซ์
การวางแผนขยายกําลังผลิตไฟฟ้าร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานโดยคํานึงถึงรูปแบบการผลิตไฟฟ้าของพลังงานหมุนเวียน การสมดุลกําลังไฟฟ้ารายชั่วโมงตลอดทั้งปี เงื่อนไขบังคับเชิงพื้นที่ และการตอบสนองของโรงไฟฟ้าต่อการเปลี่ยนแปลงโหลด, รฐนนท์ เดี่ยววิไล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้านั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ระบบผลิตไฟฟ้าที่มีความพร้อมจ่าย มีเสถียรภาพและความเชื่อถือได้เพียงพอที่จะรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตได้ เพื่อให้ได้ระบบไฟฟ้าที่สามารถทำได้จริง ผู้วางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจึงต้องมีเครื่องมือช่วยในการวางแผนที่สามารถพิจารณาถึงเงื่อนไขต่างๆ ทั้งทางเศรษฐศาสตร์ ทางเทคนิค ทางสิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขที่สนใจอื่นๆ เช่น เงื่อนไขบังคับเชิงพื้นที่ เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ระบบผลิตไฟฟ้าจะพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เครื่องมือดังกล่าวต้องสามารถวางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความไม่แน่นอนและความผันผวนจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่งการใช้ระบบกักเก็บพลังงานก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอวิธีการวางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานโดยคำนึงถึงรูปแบบการผลิตไฟฟ้าของพลังงานหมุนเวียน การสมดุลกำลังไฟฟ้ารายชั่วโมง เงื่อนไขบังคับเชิงพื้นที่ และการตอบสนองของโรงไฟฟ้าต่อการเปลี่ยนแปลงโหลด โดยจะนำเสนอวิธีสร้างแบบจำลองการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เสมือนจริง มีการนำเสนอวิธีการแบ่งระดับความต้องการใช้ไฟฟ้า และเงื่อนไขสมดุลกำลังไฟฟ้าของกำลังผลิตไฟฟ้าและความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ระดับตามความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโหลดของโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเงื่อนไขจำเพาะเชิงพื้นที่ในการตัดสินใจเพิ่มโรงไฟฟ้าเพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าใหม่จะสามารถสร้างได้จริงตามแผน และท้ายที่สุด วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ยังนำเสนอวิธีวางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งประกอบไปด้วยแบบจำลองการสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน การคำนวณดัชนีความเชื่อถือได้ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน และการตัดสินใจขยายขนาดระบบกักเก็บพลังงาน วิธีการที่นำเสนอนี้ถูกทดสอบกับฐานข้อมูลสำหรับจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2566-2580 เพื่อจัดทำแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย
Kinetic Mechanism Of Indigo-Producing Indole Monooxygenase From Acinetobacter Baumannii, Kanyarat Suksomjaisaman
Kinetic Mechanism Of Indigo-Producing Indole Monooxygenase From Acinetobacter Baumannii, Kanyarat Suksomjaisaman
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Indole, a bicyclic compound comprising a fused benzene and pyrrole ring, serves as a fundamental component in numerous natural compounds. Additionally, indole holds significant importance in industrial applications, particularly in the production of pharmaceutical drugs and agrochemicals. Flavin-dependent indole monooxygenase is an enzyme responsible for hydroxylation of the indole ring. Indole monooxygenase is a two-components: flavoprotein reductase containing FAD as a cofactor, and monooxygenase. The reductase component utilizes NADH to catalyze flavin reduction and transfers the reduced flavin to the monooxygenase component. The hydroxylation of indole by monooxygenase reduced FAD and oxygen as substrates. In this study, we cloned the …
Problems Of The Use Of Registered Trademark In The Case Of Fair Use, Nantarat Munsrijan
Problems Of The Use Of Registered Trademark In The Case Of Fair Use, Nantarat Munsrijan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
According to Section 44 of the Trademark Act B.E. 2534, once the trademark has been registered, the trademark owner will have the exclusive right to authorize or prohibit others from using the mark. For this reason, if a person uses a trademark that is same to or similar to that registered trademark on registered goods of that class without permission from the registered trademark owner under the law and causes damage to the trademark owner who is the registrant, it would be considered an infringement of the right to use the trademark under this Section 44. However, in Thailand determines …
ความสัมพันธ์ระหว่างความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยมีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์เป็นตัวแปรกำกับ, ชีรนุช สมบูรณ์กุลวุฒิ
ความสัมพันธ์ระหว่างความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยมีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์เป็นตัวแปรกำกับ, ชีรนุช สมบูรณ์กุลวุฒิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่ผ่านมายังไม่เคยมีงานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยมีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์เป็นตัวแปรกำกับ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาความสัมพันธ์นี้โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทยจำนวน 226 คน ผลการวิจัยพบว่า ความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์มีความสัมพันธ์ทางลบกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ (r = –.21, p < .01) ความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์มีอิทธิพลกำกับในความสัมพันธ์ของความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ (b = –.78, p < .05) ในบุคคลที่มีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์ระดับต่ำ ยิ่งมีความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์สูงจะยิ่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูง (b = .66, p < .05) แต่ในบุคคลที่มีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์ระดับปานกลาง (b = .22, p = .37) และสูง (b = –.23, p = .43) ความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ไม่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าในบุคคลที่มีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์ในระดับต่ำ การมีความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์สูงแต่ไม่สูงจนเกินไปจะเป็นแรงผลักดันให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูงขึ้น และการมีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์ระดับปานกลางและสูง น่าจะส่งผลให้ความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์
ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้หญิง, ตะวันนา โกเมนธรรมโสภณ
ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้หญิง, ตะวันนา โกเมนธรรมโสภณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สามารถทำนายความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้หญิงแต่งงานแล้ว ผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นผู้หญิง จำนวน 160 คน ที่มีอายุ 40–60 ปี มีสถานะแต่งงานแล้วหรือมีการใช้ชีวิตร่วมกันฉันท์สามีภรรยาเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ซึ่งประเมินการมีลูก รูปแบบความผูกพันแบบวิตกกังวล รูปแบบความผูกพันแบบหลีกหนี บทบาททางเพศ ความใกล้ชิดทางอารมณ์ ระยะเวลาในการใช้ชีวิตสมรส ประเภทของครอบครัว การรับรู้การตอบสนองของคู่สัมพันธ์ และความพึงพอใจในชีวิตสมรส จากผลการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ พบว่า ร้อยละ 39.10 (R2 = 0.391) ของความพึงพอใจในชีวิตสมรสสามารถอธิบายได้ด้วย การรับรู้การตอบสนองของคู่สัมพันธ์ (B = 2.179) และรูปแบบความผูกพันแบบหลีกหนี (B = -1.095) จากการศึกษา สามารถอธิบายได้ว่า ความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้หญิงมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการรับรู้ของผู้หญิงที่มีต่อการตอบสนองของคู่สัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับรูปแบบความผูกพันแบบหลีกหนีของผู้หญิง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001
ความสัมพันธ์ระหว่างการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกกับความไว้วางใจ โดยมีการเล่นพรรคเล่นพวกของหัวหน้างานเป็นตัวแปรกำกับ, ธนานุตม์ จุลกระเศียร
ความสัมพันธ์ระหว่างการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกกับความไว้วางใจ โดยมีการเล่นพรรคเล่นพวกของหัวหน้างานเป็นตัวแปรกำกับ, ธนานุตม์ จุลกระเศียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์ของงานวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกต่อความไว้วางใจ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเล่นพรรคเล่นพวกของหัวหน้างานต่อความไว้วางใจ และ 3) เพื่อศึกษาอิทธิพลกำกับการเล่นพรรคเล่นพวกของหัวหน้างานต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกกับความไว้วางใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นพนักงานที่มีหัวหน้างาน ที่มีอายุงานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ปฏิบัติงานกับหัวหน้างานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในบริษัทเอกชนในประเทศไทย โดยไม่ได้มีการระบุอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง จำนวนทั้งสิ้น 200 คน โดยสามารถสรุปผลการวิจัย พบว่า การรับรู้การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกมีความสัมพันธ์ทางบวกต่อความไว้วางใจด้านความรู้ความเข้าใจที่ขนาด (β = .57, p < .01) และทางด้านอารมณ์ (β = .76, p < .01) การรับรู้การเล่นพรรคเล่นของหัวหน้างานมีความสัมพันธ์ทางบวกต่อความไว้วางใจด้านความรู้ความเข้าใจที่อิทธิพลขนาดเล็ก (β = .27, p < .01) ในขณะที่การรับรู้การเล่นพรรคเล่นของหัวหน้างานไม่มีความสัมพันธ์ต่อความไว้วางใจด้านอารมณ์ อีกทั้งการรับรู้การเล่นพรรคเล่นพวกของหัวหน้างานไม่ได้เป็นตัวแปรกำกับต่อความสัมพันธ์ระหว่างการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกกับความไว้วางใจด้านความรู้ความเข้าใจและทางด้านอารมณ์ ดังนั้น การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและสมาชิกควรตระหนักในเรื่องของคุณภาพการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้อยู่ในลักษณะของการเปิดกว้าง สนับสนุนให้สมาชิกใช้ประโยชน์จากคุณภาพของการแลกเปลี่ยนอย่างเกิดประโยชน์และนำไปสู่ความไว้วางใจที่มีต่อหัวหน้างาน
การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ : บทเพลงของนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศส, ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ
การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ : บทเพลงของนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศส, ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาทักษะการบรรเลงเปียโนในระดับบัณฑิตศึกษา ผู้วิจัยได้คัดเลือกบทเพลงที่ประพันธ์โดยนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศสในยุคบาโรกและกระแสอิมเปรชันในศตวรรษที่ 20 จำนวนทั้งหมด 10 บท ได้แก่ Le Rossignol-en-amour และ Les Papillon ของฟร็องซัว คูเปอแรง Le Rappel des oiseaux และ La Poule ของชอง-ฟิลีป ราโม Le Coucou ของหลุยส์-โคลด ดาแก็ง Images, Book I ของ โคลด เดอบุสซี Le Tombeau de Couperin ของโมริส ราเวล และ Trois Pièces ของฟร็องซีส ปูแลง ผลการวิจัยแสดงการตีความบทเพลง การนำเสนอเทคนิคการบรรเลง การถ่ายทอดบทเพลงที่มีเทคนิคการบรรเลงและการสื่อสารด้านอารมณ์ที่แตกต่างกัน รวมทั้งวิธีการและขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงเดี่ยวเปียโนที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2566 เวลา 14.00 น ณ ห้องแสดงดนตรีธงสรวง (Tongsuang’s Recital Hall) โดยใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย อานุภาพ อาชวกุลพงศ์ : บทเพลงประเภทโซนาตาจากยุคคลาสสิก, อานุภาพ อาชวกุลพงศ์
การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย อานุภาพ อาชวกุลพงศ์ : บทเพลงประเภทโซนาตาจากยุคคลาสสิก, อานุภาพ อาชวกุลพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาความรู้ทักษะการบรรเลงเปียโน และการวิเคราะห์บทเพลง ผู้วิจัยได้คัดเลือกบทเพลงประเภทเปียโนโซนาตาซึ่งถือว่าเป็นบทเพลงมาตรฐานจากดนตรียุคคลาสสิกอันเป็นรากฐานสำคัญยิ่งในดนตรีตะวันตก โซนาตาทุกบทมีความน่าสนใจ มีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีเทคนิคการบรรเลงขั้นสูง และที่สำคัญคือถึงแม้ว่าจะมาจากยุคเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันออกไปตามอัตลักษณ์ของผู้ประพันธ์เพลงแต่ละคน บทเพลงทั้งหมด ได้แก่ 1) Fantasia in C minor, K.475 ประพันธ์โดยโวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมสาร์ท 2) Sonata in C minor, K.457 ประพันธ์โดยโวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมสาร์ท 3) Sonata in E-flat major, Op.27 No.1 ประพันธ์โดยลุดวิก ฟาน เบโทเฟน และ 4) Sonata in A minor, Op. posth.143 ประพันธ์โดยฟรานซ์ ชูเบิร์ต ผลการวิจัยแสดงผลการวิเคราะห์ตีความบทเพลง การวิเคราะห์เทคนิคการบรรเลง การนำเสนอวิธีการฝึกซ้อมให้มีความถูกต้องและแม่นยำเพื่อการบรรเลงบทเพลงตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง รวมทั้งขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงเดี่ยวเปียโนที่สมบูรณ์แบบ