Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 13441 - 13470 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
นาโนคอมพอสิตของพอลิแล็กทิกแอซิด/เอทิลีนไวนิลแอซีเทตโคพอลิเมอร์เติมด้วยนาโนไฮบริด พอลิเมทิลเมทาคริเลต/ซิลิกา, จัสมิน พงค์เกษม
นาโนคอมพอสิตของพอลิแล็กทิกแอซิด/เอทิลีนไวนิลแอซีเทตโคพอลิเมอร์เติมด้วยนาโนไฮบริด พอลิเมทิลเมทาคริเลต/ซิลิกา, จัสมิน พงค์เกษม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นาโนคอมพอสิตของพอลิแล็กทิกแอซิด/เอทิลีนไวนิลแอซีเทตโคพอลิเมอร์ (อีวีเอ) ถูกเตรียมด้วยนาโนซิลิกาและนาโนไฮบริดของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกา (1, 3 และ 5 ส่วนโดยน้ำหนักต่อเรซินร้อยส่วน) ด้วยการผสมแบบหลอมเหลวในเครื่องผสมแบบปิดตามด้วยเครื่องอัดแบบ โดยนาโนเลเท็กซ์ของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกาถูกสังเคราะห์ด้วยกระบวนการเกิดพอลิเมอร์ ‘อิน ซิทู’ ดิฟเฟอเรนเชียลไมโครอิมัลชัน ซึ่งนาโนไฮบริดของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกาที่เตรียมได้มีร้อยละการกราฟต์เท่ากับร้อยละ 90.9 และมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยและพื้นที่ผิวเท่ากับ 43.4 นาโนเมตร และ 71.3 ตารางเมตรต่อกรัม ตามลำดับ จากการศึกษาสัณฐานวิทยา พบว่า อนุภาคนาโนไฮบริดแสดงลักษณะโครงสร้างแบบแก่น-เปลือก ที่มีนาโนซิลิกาเป็นแก่นกลางและพอลิเมทิลเมทาคริเลตเป็นเปลือก ขั้นแรกพอลิเมอร์ผสมพอลิแล็กทิกแอซิด/อีวีเอที่อัตราส่วนต่างๆ (อีวีเอ ร้อยละ 10-30 โดยน้ำหนัก) ได้ถูกเตรียม และพบว่า ความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาดได้รับการปรับปรุง ขณะที่ยังส์มอดุลัสและเสถียรภาพทางความร้อนมีค่าลดลงเมื่อเติมอีวีเอลงในพอลิแล็กทิกแอซิด เนื่องด้วยพอลิเมอร์ผสม 90/10 พอลิแล็กทิกแอซิด/อีวีเอมีสมบัติเชิงกลที่เหมาะสม จึงถูกเลือกเพื่อเตรียมนาโนคอมพอสิตด้วยนาโนซิลิกาและนาโนไฮบริดของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกา จากผลการทดลอง พบว่าการเติมนาโนซิลิกาหรือนาโนไฮบริดของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกาในพอลิเมอร์ผสม 90/10 พอลิแล็กทิกแอซิด/อีวีเอ ได้ปรับปรุงความทนแรงกระแทกและเสถียรภาพทางความร้อน หากแต่การยืดตัว ณ จุดขาดมีค่าลดลง นอกจากนี้ การเติมนาโนซิลิกาส่งผลให้ความทนแรงดึงและยังส์มอดุลัสมีค่าลดลง ขณะที่ความทนแรงดึงและยังส์มอดุลัสของนาโนคอมพอสิตด้วยนาโนไฮบริดของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกา มีค่าเพิ่มขึ้น โดยสรุป พบว่านาโนไฮบริดของพอลิเมทิลเมทาคริเลต/นาโนซิลิกา แสดงประสิทธิภาพในการเสริมแรงได้ดีกว่านาโนซิลิกาที่ปริมาณการเติมสารตัวเติมที่เท่าๆ กัน เนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างพอลิเมอร์-สารตัวเติมที่มากกว่า
User Expectations Of Interpreters : A Qualitative Study Of Three User Groups In Thailand ; Patent Litigation, Public Health, And Cultural Heritage, Patricka Chulamokha
User Expectations Of Interpreters : A Qualitative Study Of Three User Groups In Thailand ; Patent Litigation, Public Health, And Cultural Heritage, Patricka Chulamokha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research is an explorative study into the user expectations of interpreters in the domains of Patent Litigation, Public Health, and Cultural Heritage in Thailand. The study attempts to determine the importance of the accurate interpretation of terms in these highly-specialized fields with specific technical (in the case of court and medical interpreting) and cultural terminology. The researcher also attempts to identify user preferences for extra-linguistic features in interpreters. Results show that participants rated the delivery of the key message as higher priority than the translation of terminology. In some instances, the user preference was for terminology to be retained …
มาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการใช้ผลขาดทุนทางภาษี, ดวงฤทัย ด่านสวัสดิ์วงศ์
มาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการใช้ผลขาดทุนทางภาษี, ดวงฤทัย ด่านสวัสดิ์วงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการหลีกเลี่ยงภาษีขององค์กรต่างๆ ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง หนึ่งในรูปแบบนั้นก็คือการใช้ผลขาดทุนทางภาษีที่สะสมมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชี ปัจจุบันตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากรที่สามารถนำผลขาดทุนทางภาษีมาหักเป็น รายจ่ายทางภาษีได้ โดยกฎหมายยังมีช่องว่างที่เปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ ใช้เป็นเครื่องมือในการใช้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนดังกล่าว ซึ่งวิธีนี้ทำให้องค์กรที่มีผลขาดทุนทางภาษีที่สะสมมา เป็นจำนวนมากมุ่งหาโอกาสในการสร้างรายได้ทางภาษีที่เป็นจริงหรือไม่จริงก็ตามเพื่อนำมาหักกับผล ขาดทุนทางภาษีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการประหยัดภาษีหรือเรียกว่าเป็นการหลีกภาษีที่ยอมรับได้ (Acceptable Tax Avoidance) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีพยายามที่จะหาข้อได้เปรียบทางภาษีจากข้อกำหนด ด้านเวลาสำหรับผลขาดทุนดังกล่าว ซึ่งหากไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผลขาดทุนทางภาษีแล้วจะสูญเสีย ประโยชน์ไป จากกรณีศึกษาที่ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างมาศึกษาในเอกัตศึกษานี้ บริษัทจำกัดแห่งหนึ่งได้มีผล ขาดทุนทางภาษีที่สะสมยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบันอยู่จำนวนมาก และได้มี การสร้างรายได้จากการได้รับการยกหนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกันเพื่อนำมาใช้หักกับผลขาดทุนทาง ภาษีที่มีโดยนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษี ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการประหยัด ภาษีและทำให้บริษัทมีสภาพคล่องที่ดีขึ้นในระดับกลุ่มบริษัท จากการศึกษาผู้เขียนจึงเสนอแนะว่า บทบัญญัติของประมวลรัษฎากรตามมาตรา 65 ตรี (12) จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้มีมาตรการป้องกัน การหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการใช้ผลขาดทุนทางภาษีโดยกำหนดให้มีการกฎเกณฑ์ในการ ใช้ที่รัดกุมมากขึ้น และควรให้มีมาตรการอื่นๆ ที่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานเกี่ยวกับผล ขาดทุนทางภาษี เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้มีหน้าที่เสียภาษีในการหลีกเลี่ยงภาษี ดังกล่าวซึ่งสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีจากการใช้ผลขาดทุนทางภาษีตามแนว ปฏิบัติของ OECD ซึ่งอาจนำกฎเกณฑ์ของประเทศอังกฤษที่คำนึงถึงระยะเวลาทางภาษีซึ่งเป็นหลัก มาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีตามเป้าหมาย (Targeted anti-avoidance rule หรือ TAAR) โดยถูกออกแบบมาเพื่อการดำเนินการป้องกันพฤติกรรมบางประเภทที่พยายามใช้ประโยชน์จากกฎ ต่างๆ มาเป็นต้นแบบในการนำมาปรับใช้ได้ นอกจากนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนิน ธุรกิจในปัจจุบันที่มีการพัฒนามากและเพื่อให้เป็นไปตามหลักการบริหารภาษีที่ดีที่จะต้องมีความ ยืดหยุ่น โดยให้มีการปรับตัวเข้ากับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ปัญหาความไม่เสมอภาคจากค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบกและตามกฎหมายภาษีอากรในการใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล, โยถิกะ ศรีพงษ์พันธุ์กุล
ปัญหาความไม่เสมอภาคจากค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบกและตามกฎหมายภาษีอากรในการใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล, โยถิกะ ศรีพงษ์พันธุ์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยอาศัยฐานภาษีแตกต่างกันไป ได้แก่ ฐานกำไรสุทธิ ฐานรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ฐานเงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทยหรือฐานเงินได้พึงประเมิน ฐานการจำหน่ายกำไรออกไปต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่นั้นจะถูกจัดเก็บจากฐานกำไรสุทธิ เหตุที่ใช้กำไรสุทธิเป็นฐานภาษีในการจัดเก็บภาษีนั้น ก็เนื่องมาจาก ในหลักการทางบัญชีการเงินนั้น ในการวัดผลการดำเนินงานของกิจการนั้น โดยทั่วไปกิจการจะวัดผล ความสำเร็จในรูปของตัวเลขกำไร จากนั้นกิจการจะนำตัวเลขกำไรที่ได้ไปเปรียบเทียบกับตัวเลขอื่น ๆ เพื่อทำการวิเคราะห์ทางการเงินเพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการต่อไป ดังนั้นการประเมินผล การดำเนินงานซึ่งมักใช้กำไรหรือขาดทุนของกิจการเป็นตัววัด ซึ่งองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการคำนวณหรือวัดกำไรขาดทุนสิทธินั้นคือ รายได้และค่าใช้จ่ายแต่ในทางภาษีนั้นกำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณรายได้และรายจ่ายจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์สิทธิคือ ให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใดแม้จะยังมิได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ และให้นำรายจ่ายซึ่งเกี่ยวข้องกับรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายจ่าย แม้ว่าจะยังไม่ได้จ่ายจริงในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นก็ตาม โดยมีเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรโดยต้องพิจารณาว่ามีรายจ่ายใดที่ต้องห้ามนำมาคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี หรือไม่ ในส่วนของเรื่องรายจ่ายนั้นปัจจุบันหากนิติบุคคลมีรายจ่ายจากค่าปรับจราจรทางบกที่ไม่ใช่ค่าปรับทางภาษีอากรทุกประเภทนิติบุคคลนั้นสามารถนำค่าปรับดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ เนื่องจากไม่มีบัญญัติห้ามไว้ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากรได้มีการบัญญัติห้ามไม่ให้ถือเอาเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับอาญา เป็นรายจ่ายในการนำมาคำนวณกำไรสุทธิ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของมาตรการดังกล่าว คือ การลงโทษผู้ที่กระทำฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น ไม่ยื่นแบบแสดงรายการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด หลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งมีเจตนารมณ์เช่นเดียวกับวัตถุประสงค์ของการกำหนดค่าปรับจราจรทางบก เอกัตศึกษาฉบับนี้ได้ศึกษาถึงความเหมาะสมของการกำหนดให้ค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบกเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรทาย โดยศึกษาเปรียบเทียบแนวทางการกำหนดรายจ่ายต้องห้ามของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้รัฐสามารถใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือในการลงโทษผู้กระทำผิดจากกฎหมายจราจรทางบก และเพื่อไม่ให้รัฐสูญเสียรายได้จากที่ควรเก็บได้
มาตรการทางภาษีทรัพย์สินเพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, วทันยา สังขรัตน์
มาตรการทางภาษีทรัพย์สินเพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, วทันยา สังขรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมี อัตราการปิดตัวลงในปี 2560 ที่ผ่านมาสูง อีกทั้งยังมีอัตราการเป็นหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงนำมาสู่ข้อสังเกตที่ว่าการนโยบายการสนับสนุนของรัฐที่มีต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีความสามารถในการทำรายได้ที่ค่อนข้างจำกัดอีกทั้งค่าใช้จ่ายในช่วงตั้งต้นกิจการค่อนข้างสูง นอกจากนี้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังต้องแบกรับภาระภาษีทุกประเภทเทียบเท่าวิสาหกิจโรงงานทั่วไป ในขณะที่มาตรการในการผ่อนผันภาษีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีแค่ภาษีเงินได้เท่านั้น จึงเป็นเหตุให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ไม่สามารถทำกำไรได้มากเพียงพอต่อภาระภาษีที่ต้องแบกรับนั้น จึงต้องปิดตัวไปเมื่อศึกษาหลักการภาษีอากรที่ดี พบว่าควรมีความเป็นธรรม และควรก่อให้เกิดรายได้ อย่างไรก็ตาม การที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถูกเก็บภาษีในจำนวนที่สูงกว่าความสามารถในการทำรายได้นั้น ถือว่าเป็นการไม่เป็นธรรม อีกทั้งรัฐเก็บภาษีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในช่วงต้นมากจนเกินไป ทำให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมขาดโอกาสที่จะเติบโต และรัฐก็เสียโอกาสที่จะเก็บภาษีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภายหลังเมื่อสามารถทำรายได้ได้มากขึ้นนอกจากนี้ ภาษีทรัพย์สินที่ไม่ได้เกิดจากฐานเงินได้ แต่เกิดจากฐานการถือครองทรัพย์สินนั้น หากผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ถึงแม้จะไม่ได้ทำรายได้ ก็ต้องเสียภาษีทรัพย์สินอยู่ดี ดังนั้น จึงมีความไม่เป็นธรรมต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นอกจากนี้ จากการศึกษามาตรการบรรเทาภาระภาษีทรัพย์สินของประเทศอังกฤษ และ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ามีมาตรการบรรเทาภาระภาษีทรัพย์สินที่หลากหลาย เช่น การยกเว้น ภาษี การลดอัตราภาษี หรือการกำหนดจำนวนภาษีทรัพย์สินสูงสุดที่ต้องเสียเพื่อให้สัมพันธ์กับรายได้ เป็นต้น ดังนั้น จึงควรนำมาตรการดังกล่าวมาศึกษาและปรับใช้กับมาตรการของประเทศไทย โดย พิจารณาปรับปรุงในร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... ที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ เพื่อให้มีขอบอำนาจและการนำไปใช้จริงในทางปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและเท่าเทียมกัน และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสมต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อีกทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อวิสาหกิจโรงงานทั่วไปในประเทศ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างประเทศอีกด้วย
ปัญหาภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการเพิ่มทุนเพื่อชำระหนี้บริษัทในเครือ : กรณีเลิกกิจการ, ณฐพร ด่านพิษณุพันธุ์
ปัญหาภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการเพิ่มทุนเพื่อชำระหนี้บริษัทในเครือ : กรณีเลิกกิจการ, ณฐพร ด่านพิษณุพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การดำเนินธุรกิจในรูปแบบของเครือบริษัทหรือกลุ่มบริษัทนั้น มักมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง เพื่อต้องการความมั่นคงของโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท รวมไปถึงประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่จะได้รับด้วยทั้งด้านการจัดการความเสี่ยงทางการเงิน และการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินกับบริษัทในเครือซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจที่มีเป้าหมายเพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่อง อย่างไรก็ดียังคงมีช่องโหว่ของกฎหมายที่ทำให้บริษัทอาศัยเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ทางภาษีของกลุ่มบริษัท โดยพยายามที่จะลดภาระภาษีของกลุ่มบริษัทให้ต่ำลงหรือการหลีกเลี่ยงภาษีเกิดขึ้นเอกัตศึกษาเล่มนี้มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรู้รายจ่ายผลขาดทุนของ เงินลงทุนที่ไม่ได้รับคืนภายหลังการเลิกกิจการของบริษัทลูกหนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนให้แก่ กิจการของลูกหนี้เพื่อนำมาชำระหนี้การค้าและเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทผู้ลงทุนเอง ซึ่งจากผลของ การศึกษาพบว่า วัตถุประสงค์หลักของการปลดหนี้โดยผ่านการเพิ่มเงินลงทุนดังกล่าวนั้นไม่มี ความแตกต่างกันระหว่างหนี้การค้าและเงินให้กู้ยืม ซึ่งมีคำสั่งกรมสรรพากรกำหนดให้บริษัท ไม่สามารถรับรู้ผลขาดทุนของเงินลงทุนที่ไม่ได้รับคืนจากการเพิ่มทุนในกรณีของหนี้การค้า แต่ในกรณีของหนี้เงินให้กู้ยืม บริษัทสามารถเลือกวิธีการเพิ่มทุนให้แก่กิจการของลูกหนี้เพื่อนำเงินมาชำระหนี้เงินให้กู้ยืมแก่ตนเอง เพื่อให้บริษัทสามารถนำผลขาดทุนของเงินลงทุนดังกล่าวมารับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีอากรได้มากขึ้นแทนที่จะทำการปลดหนี้เงินกู้ยืมให้แก่กันโดยตรงซึ่งไม่สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายได้ ซึ่งถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) อย่างหนึ่งของบริษัท โดยการวางแผนที่จะรับรู้รายจ่ายที่สูงเพื่อจะได้เสียภาษีในจำนวนที่น้อยลงได้ ดังนั้นการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่มีความเสมอภาคกันในการรับรู้รายจ่ายผลขาดทุนจาก การเพิ่มทุนที่ไม่ได้รับคืนจากการเพิ่มทุนเพื่อชำระหนี้การค้าและเงินให้กู้ยืมของบริษัทในเครือเดียวกันภายหลังการเลิกกิจการของบริษัทลูกหนี้ โดยการเพิ่มข้อกำหนดและเงื่อนไขให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีความเพียงพอและน่าเชื่อถือของหลักฐานต่างๆ มีการกำหนดแผนการเงิน รวมถึง ระยะเวลาในการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องของบริษัทผู้ได้รับการลงทุนที่เหมาะสม จะช่วยทำให้ กิจการปลอดการหลีกเลี่ยงภาษีอากร และรัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษีเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา ประเทศต่อไปในอนาคตได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรณีนิติบุคคลถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการ, ชไมพร อยู่สุข
สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรณีนิติบุคคลถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการ, ชไมพร อยู่สุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาเรื่อง “สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรณีนิติบุคคลถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการ” มุ่งศึกษาแนวทางในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรแก่นิติบุคคลผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการ เพื่อเป็นการเยียวยาปัญหาเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์ของกิจการต่อไปทั้งนี้ยังเป็นไปตามหลักการบริหารภาษีอากรที่ดี จากการศึกษาพบประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับนิติบุคคลผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการ ดังนี้ 1.นิติบุคคลได้รับความเดือดร้อนจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกันไปในแต่ละกิจการตามความสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนนั้นที่มีต่อกิจการ โดยนิติบุคคลต้องเตรียมตัวดำเนินการต่างๆ เพื่อให้สามารถยังคงดำเนินธุรกิจของตนต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์ และมีกำไรตามเป้าหมาย ทั้งเรื่องที่ตั้งสถานประกอบการ แรงงาน ทุน และการบริหารจัดการภายในองค์กร อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง ได้แก่ แรงงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และบุคคลอื่นๆ โดยรวมส่งผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศ การผลิตหรือการให้บริการของประเทศ การบริโภคของประชาชน การจ้างแรงงาน การกระจายรายได้ และการดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุขของคนในสังคม 2.ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่รัฐนำมาใช้เป็นราคาพื้นฐานในการคำนวณเงินค่าทดแทนสำหรับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จากประชาชน เป็นราคาประเมินทุกๆ 4 ปี และส่วนใหญ่มักจะต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อเป็นการลดค่าธรรมเนียมและภาษีอากรที่ประชาชนต้องจ่ายแก่รัฐ ทำให้ราคาประเมินไม่ได้สะท้อนมูลค่าตลาดของอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาอย่างแท้จริง ส่งผลให้เงินค่าทดแทนที่ผู้ถูกเวนคืนได้รับอาจต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม อีกทั้งโครงการบริการสาธารณะต่างๆ ของรัฐที่ต้องดำเนินการหลังจากการเวนคืนก็จะเกิดความล่าช้าและได้รับความเสียหาย 3.นิติบุคคลผู้ถูกเวนคืนมีภาระภาษีที่เกิดจากเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย จากจำนวนเงินค่าทดแทนการเวนคืนที่รัฐจ่าย โดยถือเป็นเครดิตภาษีและภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรจากการโอนอสังหาริมทรัพย์นั้น จากการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับนิติบุคคลผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการข้างต้น ประกอบกับการศึกษากฎหมายการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควรให้มีการกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรสำหรับกรณีดังกล่าวโดยเฉพาะเพื่อเยียวยาปัญหาเงินค่าทดแทนการเวนคืนที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมให้นิติบุคคลมีการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่องต่อไป
ความเหมาะสมในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพ, สุทธิพร กระแสสินธุวานนท์
ความเหมาะสมในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพ, สุทธิพร กระแสสินธุวานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันคนทุกเพศทุกวัยต่างให้ความสำคัญและหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น เนื่องจากการมีสุขภาพที่ดีนั้นถือเป็นลาภอันประเสริฐที่ไม่สามารถหาซื้อได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราจะมีวิถีในการดำเนินชีวิตอย่างไร การเจ็บป่วยก็ยังเป็นภัยที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินจากการที่ต้องใช้เงินในการรักษาพยาบาล อีกทั้งอาจกระทบต่อครอบครัวด้วยได้ แม้ว่าเราอาจป้องกันการเจ็บป่วยได้ด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพตนเองหรือการมีวิถีที่ถูกสุขลักษณะ ทั้งนี้ การมีประกันสุขภาพก็อาจบรรเทาความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวอันเกิดจากความเจ็บป่วยดังกล่าวได้ ซึ่งคนทั่วไปจึงปรารถนาให้ตนและครอบครัวได้มีการประกันสุขภาพอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อผลักความเสี่ยงนี้ออกไปจากตนเอง ในปัจจุบันภาครัฐได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 34 (พ.ศ. 2560) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรและได้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อการลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 315) เกี่ยวกับเงินได้ที่เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ แต่เนื่องจากค่าลดหย่อนนี้ต้องนำมารวมคำนวณกับค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งการประกันทั้งสองประเภทนี้มีวัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายแตกต่างกัน โดยการประกันสุขภาพนั้นมุ่งถึงการเจ็บป่วยหรือการเสียสุขภาพ ในขณะที่การประกันชีวิตนั้นมุ่งถึงชีวิต ซึ่งขัดต่อหลักความเสมอภาคทางภาษี ในขณะที่ต่างประเทศนั้น เช่น ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น ได้แยกการประกันสุขภาพ และการประกันชีวิตออกจากกัน รวมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งในส่วนของผู้มีเงินได้และรวมถึงครอบครัวของผู้มีเงินได้ ในขณะที่ประเทศไทยได้รับสิทธิประโยชน์ในส่วนของผู้มีเงินได้ และบิดามารดาของผู้มีเงินได้เท่านั้น ดังนั้นเอกัตศึกษาฉบับนี้จึงศึกษาถึงหลักภาษีอากร และหลักเกณฑ์การให้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกัน สุขภาพและเบี้ยประกันชีวิต ประกอบกับการศึกษากฎหมายต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่ได้ทำการศึกษา คือ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ พบว่า มาตรการดังกล่าวไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคและก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายและค่าภาษีแก่ผู้มีเงินได้จึงสมควรให้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมแตกต่างกัน โดยการแยกสิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพแยกออกจากเบี้ยประกันชีวิต รวมถึงการให้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงคู่สมรสของผู้มีเงินได้และบุตร เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางภาษีและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและค่าภาษีของผู้มีเงินได้
ปัญหาการยอมรับวิศวกรต่างด้าวที่ขึ้นบัญชีวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ) กับอาชีพสงวนตามกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานคนต่างด้าว : กรณีศึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา, กนิษฐา ศิริจันทรา
ปัญหาการยอมรับวิศวกรต่างด้าวที่ขึ้นบัญชีวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ) กับอาชีพสงวนตามกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานคนต่างด้าว : กรณีศึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา, กนิษฐา ศิริจันทรา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันปัญหาอาคารถล่มเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง นำมาซึ่งความสูญเสียมากมาย รวมทั้งกระทบถึงเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการก่อสร้าง อาคารต่าง ๆ ทำให้อาชีพวิศวกรโดยเฉพาะวิศวกรโยธา ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับโครงสร้างรากฐานจึงมีความสำคัญและมีความจำเป็น เพราะลักษณะงานของอาชีพดังกล่าวมีความสัมพันธ์กัน โดยกระทบกับความมั่นคง แข็งแรงของตัวอาคาร อันเป็นความปลอดภัยสาธารณะนั่นเอง โดยวิชาชีพวิศวกรรมโยธา ซึ่งเป็น 1 ใน 39 อาชีพและวิชาชีพที่ถูกกำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522 เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่กระทบต่อความมั่นคงและประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วยว่าเกี่ยวกับด้านสาธารณูปโภคของประเทศซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องทำการจัดหาให้แก่ประชาชนในประเทศ ในขณะที่แนวทางปฏิบัติของสภาวิศวกรได้ผ่อนปรนให้วิศวกรต่างด้าวเข้ามาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมโยธาได้ ภายใต้การขอรับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรพิเศษ ทำให้วิศวกรต่างด้าวกระทำการต่าง ๆ ได้ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งรวมถึงการลงนามรับรองออกแบบและคำนวณอาคารด้วย จากการศึกษาความเคร่งครัดของกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎระเบียบที่ควบคุมวิชาชีพวิศวกรรมสาขาวิศวกรรมโยธา กับหลักในทางปฏิบัตินั้นยังมีความไม่สอดคล้องกัน ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาและพบว่ามีผลกระทบในหลากหลายบริบท ดังเช่น ปัญหาในการเยียวยาความเสียหายในอนาคต, ปัญหาทางเศรษฐกิจ, ปัญหาทางสังคม และ ปัญหาความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ในวงจำกัด ได้แก่ ผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีจากวิศวกรต่างด้าว ดังนั้นควรจะมีการจำกัดขอบอำนาจลักษณะงานที่อนุญาตให้วิศวกรต่างด้าวทำงานไม่ให้ขัดกับกฎหมายการทำงานคนต่างด้าว โดยมีการระบุไว้ให้ชัดเจนในกฎกระทรวงวิชาชีพวิศวกรรมถึงการพิจารณาคุณสมบัติวิศวกรต่างด้าว ที่มาทำการยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีวิศวกรพิเศษและถึงแม้ว่า มีข้อยกเว้นสำหรับวิศวกรรมโยธาที่ชำนาญงานพิเศษ แต่ไม่สามารถรับรองได้แน่ชัดว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดจากการออกแบบและคำนวณอาคารจากวิศวกรโยธาต่างด้าวผู้ชำนาญงานพิเศษ และเมื่อเกิดความเสียหายเกิดปัญหาฟ้องร้องเยียวยากันในอนาคต อีกทั้งเป็นการยากที่ให้วิศวกรผู้นั้นมารับผิดทำ จึงเห็นสมควรให้แก้ไขขอบเขตอำนาจที่ระบุในกฎกระทรวงวิชาชีพวิศวกรรมไม่ให้วิศวกรต่างด้าวสาขาวิศวกรรมโยธากระทำการได้ หรืออีกแนวทางหนึ่งคือหากกระทำการได้ ต้องอยู่ภายใต้การรับรองจากวิศวกรโยธา
มาตรการทางกฎหมายของสถาบันการเงินเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการหลอกลวงให้โอนเงินทางโทรศัพท์, ณัฐวุฒิ ไวทย์รุ่งโรจน์
มาตรการทางกฎหมายของสถาบันการเงินเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการหลอกลวงให้โอนเงินทางโทรศัพท์, ณัฐวุฒิ ไวทย์รุ่งโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ เพื่อบรรเทาความเสียหายจากการหลอกลวงให้โอนเงินทางโทรศัพท์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ของธนาคารพาณิชย์ในการยับยั้งหรือระงับการเดินธุรกรรมกับบัญชีเงินฝาก ในกรณีที่ มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าลูกค้าใช้บัญชีดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด จะเห็นได้ว่า การหลอกลวงให้โอนเงินทางโทรศัพท์เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม ทำให้รูปแบบอาชญากรรม ทางเศรษฐกิจซับซ้อนมากตามไปด้วย จากการศึกษาพบว่า กระบวนการทางกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก เนื่องจากมีการกำหนดหน้าที่ระเบียบวิธีปฏิบัติ และขั้นตอน ในการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง ค่อนข้างมากและให้เวลานาน ส่งผลให้เมื่อเกิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในลักษณะดังกล่าว ไม่สามารถติดตามผู้กระทำความผิดและเงินที่ผู้กระทำความผิดหลอกลวงจากประชาชนไป ได้อย่างทันท่วงที ในความเป็นจริงธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นตัวกลางในระบบเศรษฐกิจและ มีความใกล้ชิดกับบัญชีเงินฝากมากที่สุดและรู้จักตัวตนของลูกค้าเป็นอย่างดี น่าจะเป็นกลไกล ที่ดีที่จะสามารถระงับหรือยับยั้งความเสียหายจากการใช้บัญชีเงินฝากเป็นเครื่องมือ ในการกระทำความผิด แต่กลับไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการระงับการเดินธุรกรรมกับบัญชี เงินฝากเหล่านั้นได้เอง ถึงแม้ว่าธนาคารจะมีเอกสารหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการนำบัญชีเงินฝาก ไปเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดก็ตาม ดังนั้น จึงสมควรเพิ่มเติมมาตรการทางกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของสถาบันการเงินเพื่อที่จะสามารถลดมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงให้โอนเงินทางโทรศัพท์ได้มากขึ้น โดยการเพิ่มเติมอำนาจตามกฎหมายให้กับธนาคาร ในการระงับหรือยับยั้งการเดินธุรกรรมกับบัญชีเงินฝากที่อาชญากรใช้เป็นเครื่องมือ ในการกระทำ ความผิดชั่วคราว ในกรณีที่ธนาคารตรวจพบหรือมีหลักฐานแน่ชัดได้เอง ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาความเสียหายให้กับประชาชนผู้ได้รับความเสียหายและ ระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการจัดเก็บภาษี กรณีวัดประกอบกิจการแสวงหากำไร, บุญญ์กัญญ์ ทองถาวร
แนวทางการจัดเก็บภาษี กรณีวัดประกอบกิจการแสวงหากำไร, บุญญ์กัญญ์ ทองถาวร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติประจำปี 2556 มีการจัดประเภทองค์การเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร รวมทั้งหมดมีจำนวน 76,685 แห่ง แบ่งเป็นองค์การทางศาสนา 44,398 แห่ง คิดเป็นจำนวนร้อยละ 57.9 ของจำนวนองค์การเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรทั้งหมด และองค์การทางศาสนามีรายรับสูงถึง 27,215 ล้านบาท การที่วัดถูกจัดเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพราะตามกฎหมายการจัดตั้งวัดได้กำหนดวัตถุประสงค์การจัดตั้งวัดไว้เพื่อเป็นที่พำนักอาศัยของพระภิกษุสงฆ์และใช้ประกอบศาสนากิจการที่วัดประกอบกิจการแสวงหากำไร จึงเป็นการที่นิติบุคคลดำเนินงานนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิติบุคคล สะท้อนให้เห็นว่ารัฐยังขาดการกากับดูแลการดำเนินกิจการของวัด ทำให้เกิดการดำเนินกิจการที่ไม่เป็นไปวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ซึ่งทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่องค์กรธุรกิจอื่น เพราะการที่วัดประกอบกิจการแสวงหากำไรเช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจที่แสวงหากำไร ถือได้ว่าวัดมีสถานภาพเหมือนกันกับองค์กรธุรกิจ ก็ควรได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกัน เสมอภาคกัน จึงจะเกิดความเป็นธรรมในทางภาษีอากร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ วัดกับองค์กรธุรกิจมีสถานภาพในการประกอบกิจการแสวงหากำไรเหมือนกัน ก็ควรเสียภาษีเหมือนกัน ในทางกฎหมายภาษีอากรก็ควรกำหนดให้วัดมีภาระหน้าที่เป็นหน่วยภาษีเหมือนกันกับองค์กรธุรกิจ แต่อาจจะเสียภาษีไม่เหมือนกันเพราะมีสาระสำคัญในเรื่องวัตถุประสงค์การจัดตั้งที่แตกต่างกันตามหลักการจัดเก็บภาษีอากรที่ดีในเรื่องความเสมอภาคประเด็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือ การที่รัฐให้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้ในส่วนที่เป็นเงินบริจาคให้แก่องค์กรที่ไม่แสวงหากาไร เพราะองค์กรที่ไม่แสวงหากาไรถือเป็นหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนการให้บริการสาธารณะของรัฐได้ ดังนั้น หากวัดประกอบกิจการแสวงหากำไร การให้สิทธิหักลดหย่อนเงินบริจาคจึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบายการบริหารงานในเชิงมหภาค จะเป็นการลดรายได้ของรัฐจากการให้สิทธิหักลดหย่อน และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของรัฐสาหรับการให้เงินอุดหนุนแก่วัดแต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่วัดสามารถประกอบกิจการแสวงหากำไรได้ รัฐจะมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถนำไปช่วยส่งเสริมสนับสนุนศาสนาให้ทั่วถึงได้ทั้งประเทศ แนวทางการจัดเก็บภาษี กรณีวัดประกอบกิจการแสวงหากาไร คือ การกำหนดให้วัดเป็นหน่วยภาษี เงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากเงินได้ในส่วนที่เกิดจากการประกอบกิจการแสวงหากำไรของวัดได้ เหมือนกับหลักเกณฑ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่นและเสนอแนะให้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแน่นอน โดยกำหนดประเภทของรายได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และจะต้องมีการปรับปรุงข้อมูลประเภทของรายได้ทุกปี อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ ผู้เขียนได้เสนอแนะให้กำหนดประเภทรายได้ตามแนวทางประเภทเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร และฐานภาษีคิดจากกาไรสุทธิ โดยให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาในอัตราเดียวกันกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นวิธีการอย่างง่าย ทาให้เกิดการบังคับใช้ได้จริงกับวัดทั่วประเทศ
การแปลวาทกรรมความถูกต้องเชิงการเมืองในบทคัดสรรจากเรื่อง Politically Correct Bedtime Stories ของ James Finn Garner, กมลสรร ทวีวงษ์
การแปลวาทกรรมความถูกต้องเชิงการเมืองในบทคัดสรรจากเรื่อง Politically Correct Bedtime Stories ของ James Finn Garner, กมลสรร ทวีวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นศึกษาการแปลวาทกรรมความถูกต้องเชิงการเมืองในตัวบทคัดสรรจากเรื่อง Politically Correct Bedtime Stories ของ เจมส์ ฟินน์ การ์เนอร์ สมมติฐานในการวิจัยคือ นอกจากทฤษฎีการแปลที่เกี่ยวข้องแล้ว การแปลวาทกรรมความถูกต้องเชิงการเมืองในตัวบทคัดสรรจากเรื่อง Politically Correct Bedtime Stories ของ เจมส์ ฟินน์ การ์เนอร์ ควรอาศัยทฤษฎีวาทกรรมวิเคราะห์ (Discourse Analysis) ของ ปีเตอร์ นิวมาร์ค ทฤษฎี Interpretive Approach ของ ฌอง เดอลีล แนวทางการแปลทางสตรีนิยมของ มาซาดิเออร์-เคนนี่, ลูอีส ฟอน โฟลโทว์, เชอร์รี ไซมอน, แนวคิดเสียดสีของ พอล ซิมป์สัน, แนวคิดแฝงนัยของ ลินดา ฮัตเชิน เพื่อแปลตัวบทคัดสรรจำนวน 26 หน้า ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาที่พบในการแปลวาทกรรมความถูกต้องเชิงการเมืองในตัวบทมีดังนี้ (1) การแปลคำสร้างใหม่ (2) การแปลคำเป็นกลางทางเพศสภาพ (3) การแปลคำคุณศัพท์ที่ไม่ใส่อคติ (4) การแปลข้อความเสียดสีที่อยู่ในทำเนียบภาษา (register) ที่เป็นทางการ ผิดจากบริบท กลวิธีการแปลที่ผู้วิจัยใช้ คือ (1) แปลการเสียดสี คำแฝงนัย ให้แปลกแยกชัดเจน โดดเด่นออกมาจากตัวบทตามแนวคิดของ พอล ซิมป์สัน และ ลินดา ฮัตเชิน (2) ใส่คำนำผู้แปล ตามกลวิธีของ ลูอีส ฟอน โฟลโทว์
การแปลนวนิยาย เรื่อง Room ของ Emma Donoghue, ชญาดา บินหะซัน
การแปลนวนิยาย เรื่อง Room ของ Emma Donoghue, ชญาดา บินหะซัน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาทฤษฎีการแปลและแนวทางการแปลวรรณกรรม เพื่อถ่ายทอดวัจนลีลาของตัวละครเอกในเรื่อง Room ของเอ็มมา โดโนฮิว ผู้วิจัยมีจุดประสงค์ที่จะถ่ายทอดบทแปลที่มีสมมูลภาพทางความหมายและอรรถรสเทียบเคียงกับต้นฉบับ และหาวิธีการแก้ไขปัญหาการแปลลักษณะภาษาและวัจนลีลาที่ผิดแปร่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครเอกในเรื่อง จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทของคริสติอาเน นอร์ด และแนวทางการวิเคราะห์องค์ประกอบนวนิยายของ คาร์ล เอ็ม ทอมลินสัน และแครอล ลินช์-บราวน์ ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถวิเคราะห์ตัวบทต้นฉบับได้ละเอียดและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้วิจัยเข้าใจสารที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อก่อนทำการถ่ายทอดไปสู่บทแปลในภาษาปลายทาง แนวทางการแปลแบบตีความของฌอง เดอลีล ช่วยให้ผู้วิจัยเข้าใจความหมายที่แท้จริงในวาทกรรมนั้นๆ ซึ่งทำให้ถ่ายทอดความหมายได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีความสำคัญมากในการตรวจสอบบทแปล ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ของ ชอง เพียเจต์ ในขั้นก่อนปฏิบัติการคิด ของเด็กตั้งแต่อายุ 2-7 ปี ช่วยให้ผู้วิจัยเข้าใจสภาพอปกติของตัวละครที่สื่อออกมาผ่านทางภาษาและลักษณะความคิด ซึ่งช่วยในการถ่ายทอดลักษณะนั้นๆ เป็นภาษาปลายทางได้เหมาะสมยิ่งขึ้น และทฤษฎีวัจนลีลาของ อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ ช่วยให้ผู้วิจัยถ่ายทอดอรรถรสและความหมายของบทแปลให้เทียบเคียงและมีสมมูลภาพกับต้นฉบับมากที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความรู้ แนวทาง และทฤษฎีข้างต้น เป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการสร้างงานแปลที่มีคุณภาพมากที่สุดและตรงตามวัตถุประสงค์ที่ผู้วิจัยตั้งไว้
Adding Ferrous Sulphate To Hydrogen Peroxide Tooth Bleaching Gels Reduced The Required Bleaching Time, Thunnithie Thitichoatariyakun
Adding Ferrous Sulphate To Hydrogen Peroxide Tooth Bleaching Gels Reduced The Required Bleaching Time, Thunnithie Thitichoatariyakun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objective To investigate the effect of adding ferrous sulphate (FeSO4) as a chemical activator to hydrogen peroxide tooth bleaching gels on color change and treatment time. Methods One hundred and twenty extracted human upper premolars, hue A or B, were selected. One enamel-dentin specimen was prepared from each tooth. The specimens were divided into twelve groups (n=10), based on bleaching product, FeSO4 and treatment time. Three in-office bleaching products were used in this study: Opalescence® Boost TM, PolaOffice® and ZOOM!® Whitespeed TM. Each product was used per its specific protocol: 1: untreated control (C), 2: FeSO4 added, using the product's …
Stability And Bioactivities Of Mesona Chiensis Benth Extract Microbeads Under Simulated Gastrointestinal Digestion, Chonnipa Wongverawattanakul
Stability And Bioactivities Of Mesona Chiensis Benth Extract Microbeads Under Simulated Gastrointestinal Digestion, Chonnipa Wongverawattanakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Alginate-calcium microencapsulation of Mesona chinensis extract (MCE) was conducted in this study. Firstly, the MCE was encapsulated by using calcium chloride (3 and 5% w/v) and sodium alginate (1.5 and 1.8% w/v) to form MC microbeads (MCB). The MCB with condition of 1.5% w/v sodium alginate, 3% w/v calcium chloride and 75% w/v MCE demonstrated the highest %encapsulation efficiency and suitable spherical shape among other conditions. According to Fourier-transform infrared spectroscopy (FT-IR), there was no strong chemical interaction between alginate and MCE. After simulated digestion, the total phenolic content (TPC) and antioxidant activity measured by ferric reducing antioxidant power (FRAP) …
Translation, Cross-Cultural Adaptation, And Validation Of The Scored Patient-Generated Subjective Global Assessment (Pg-Sga) As A Nutrition Assessment Tool In Thai Cancer Patients, Nicharach Nitichai
Translation, Cross-Cultural Adaptation, And Validation Of The Scored Patient-Generated Subjective Global Assessment (Pg-Sga) As A Nutrition Assessment Tool In Thai Cancer Patients, Nicharach Nitichai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The Scored Patient-Generated Subjective Global Assessment (PG-SGA) is a multidimensional tool to assess malnutrition and risk factors. At present, there is no official Thai translation and cultural adaptation of the PG-SGA available. Health professionals should be able to obtain and utilize valid and reliable tools matched with their own languages and cultures to further produce high quality patient care. The primary objective of this study is to translate and culturally adapt the original PG-SGA for the Thai setting and evaluate perceived comprehensibility, difficulty, content validity and intra-rater reliability of the Thai PG-SGA in cancer patients and healthcare professionals. In addition, …
Performance Evaluation Of Integrated Co2 Huff-N-Puff And Wag In Low-Pressure Heterogeneous Reservoir, Hutthapong Yoosook
Performance Evaluation Of Integrated Co2 Huff-N-Puff And Wag In Low-Pressure Heterogeneous Reservoir, Hutthapong Yoosook
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The integrated CO2 Huff-n-Puff and WAG is a novel technique to combine CO2 Huff-n-Puff technique that conducted at early state and followed by WAG technique until the end of operating time. This technique is effectiveness in term of increased oil recovery and reduced CO2 utilization. However, the integrated CO2 Huff-n-Puff and WAG process contains numerous adjustable operating parameters. Hence, numerical simulation study and sensitivity analysis become essential to investigate the effects of main operational parameters and evaluate the performance of the integrated CO2 Huff-n-Puff and WAG process in low-pressure heterogeneous reservoir to achieve the maximum benefits. According to simulation results, …
Determinants Of The Utilization Of Maternal Health Services In Myanmar, Myat Thu San
Determinants Of The Utilization Of Maternal Health Services In Myanmar, Myat Thu San
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explored determinants of the utilization of three types of maternal health services in Myanmar: antenatal care (ANC), institutional delivery, and postnatal care (PNC), testing in particular the predisposing factors, enabling factors and perceived need factors. This study used a secondary dataset drawn from the Myanmar Demographic and Health Survey 2015-16 (MDHS). In this nationally representative survey, the number of households that were originally involved was 12,500, among which 12,885 women and 4,737 men were interviewed. The final sample used for analyses in this study consisted of over 3,800 women who had delivered at least one child within 5 …
An Analsis Of "Participation" In Participatory Irrigation Management: A Case Study Of Kraseaw Reservior, Suphan Buri Province, Thailand, Somruedee Karnphakdee
An Analsis Of "Participation" In Participatory Irrigation Management: A Case Study Of Kraseaw Reservior, Suphan Buri Province, Thailand, Somruedee Karnphakdee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Improving irrigation efficiency has been identified as the ultimate goal in irrigation management across the globe. In this, respect, Participatory Irrigation Management (PIM) has been implemented in Thailand to increase irrigation efficiency through reforming institutional structures and the establishment of the Water Users' Organization. The main purpose of this study is to analyze the participation of each stakeholder in the participatory irrigation management of the Kraseaw irrigation project, Suphan Buri province. The concept of participation and the ladders of participation have been adopted in the study of identify the participation of all stakeholders. Data collection methods included i-depth interviews, focus …
Development Of Novel Electrocoagulation Reactor (Ecr) For Turbidity Removal And Decolorization From Textile Industry Wastewater, Penghour Hong
Development Of Novel Electrocoagulation Reactor (Ecr) For Turbidity Removal And Decolorization From Textile Industry Wastewater, Penghour Hong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
High concentration of dyes together with turbidity were frequently found in the effluents of textile industry wastewater, which are the toxic substances. To remove these contaminants, the combination between electrocoagulation process (EC) and separation has been proposed in this study. The objective of this present work is to design and evaluate the new electrocoagulation reactor (ECR) for treating dye and turbidity from synthetic textile wastewater. The optimization of electrode configuration and design parameter were examined with the batch column reactor for containing 4 liters of wastewater. The result showed that monopolar arrangement within the inner gap 1.5 cm and current …
Effect Of Operating Conditions And Ion Contaminations On Electro Coagulation And Oxidation Processes For Water Quality Improvement, Vouchlay Theng
Effect Of Operating Conditions And Ion Contaminations On Electro Coagulation And Oxidation Processes For Water Quality Improvement, Vouchlay Theng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this study is to investigate the effect of ion contaminations and operating conditions on Electro Coagulation (EC) and Oxidation (EO) in turbidity and natural organic matter (NOM) removal. The experiments were conducted in 4 liters column. Ferrous and calcium were chosen as contaminated ions. The operating condition was varied in terms of initial pH and current density. 100 NTU turbidity and 70 mg/L NOM were synthesized from bentonite and humic acid (HA), respectively. The results showed that bipolar arrangement of electrodes with 2 cm gap was the optimal condition in terms of gas flow rate and electrode …
ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตแบบทุติยภูมิในอดีตนักมวยไทย, สุวรรณา พิชญ์ชัยประเสริฐ
ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตแบบทุติยภูมิในอดีตนักมวยไทย, สุวรรณา พิชญ์ชัยประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่มาและความสำคัญ ภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมใต้สมองที่เกิดจากภาวะสมองบาดเจ็บ ถือเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางด้านความจำ พฤติกรรม และทางสังคม โดยกีฬามวยไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาการต่อสู้ที่แพร่หลายมากที่สุด สามารถทำให้เกิดภาวะสมองบาดเจ็บชนิดเรื้อรังที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และอาจส่งผลต่อภาวะดังกล่าว วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตแบบทุติยภูมิ และฮอร์โมนต่อมใต้สมองชนิดอื่นๆ ในอดีตนักมวยไทย รูปแบบการศึกษา การศึกษานี้เป็นแบบชนิด Cross-sectional descriptive study วิธีการศึกษา อดีตนักมวยไทย จำนวน 48 คน อายุเฉลี่ย 58.31 ± 6.58 ปี ได้รับการตรวจวัดระดับฮอร์โมนจากต่อม ใต้สมองส่วนหน้า ได้แก่ prolactin, thyroid hormone, morning cortisol, sex hormones และ IGF-I ร่วมกับระดับ fasting plasma glucose, lipid profile, serum creatitine และทำการทดสอบ Glucagon stimulation test (GST) เพื่อประเมิน GH-IGF-I และ hypothalamic-pituitary-adrenal (HPA) axis และทำการทดสอบ 250 mcg ACTH stimulation test เพื่อยืนยันภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตแบบทุติยภูมิ และใช้แบบสอบถามประเมินคุณภาพชีวิต อาการพร่องฮอร์โมน เพศชาย อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และอาการซึมเศร้า ผลการศึกษา: พบความชุกของภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมใต้สมองในอดีตนักมวย 22 คน (45.83%) ความชุกของ ภาวะพร่องฮอร์โมนต่อมหมวกไตแบบทุติยภูมิ (ชนิดเดียว) เท่ากับ 4% (2 คน) ทั้ง 2 คน มีจำนวนครั้งที่แพ้น็อคสูงกว่าค่ามัธย ฐานของจำนวนครั้งที่แพ้น็อคในกลุ่มอดีตนักมวยที่มีระดับฮอร์โมนปกติ อดีตนักมวยไทย 16 คน มีระดับ GH หลังจากการทดสอบ GST ต่ำกว่าค่าปกติ และพบมีอดีตนักมวยไทย 4 คน มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย …
Formulations Of Primer, Acrylic Paint And Pastel In Traditional Thai Style Colour, Nawarat Kaew-On
Formulations Of Primer, Acrylic Paint And Pastel In Traditional Thai Style Colour, Nawarat Kaew-On
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to improve Thai traditional primer, used for mural painting, with antibacterial property, to formulate novel primers having antibacterial behavior, scrub resistance and washability as well as to formulate paints according to Thai color dictionary. Both primers and paints were aimed to use in mural painting. We divided the research into 3 parts: 1) improved traditional primer and formulated novel primer with antibacterial, washable and scrub resistance properties; 2) formulated acrylic paints and pastels according to Thai color dictionary and 3) investigated the wavelengths used for distinguishing the change of paint caused by light, moist and heat using …
Doxorubicin-Conjugated Dexamethasone Induced Mcf-7 Apoptosis Without Entering The Nucleus And Able To Overcome Mdr-1-Induced Resistance, Kamontip Chaikomon
Doxorubicin-Conjugated Dexamethasone Induced Mcf-7 Apoptosis Without Entering The Nucleus And Able To Overcome Mdr-1-Induced Resistance, Kamontip Chaikomon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Doxorubicin is a common chemotherapeutic drug that generally uses in many solid and hematologic malignancies. The main mechanism of doxorubicin is inhibition of topoisomerase II that occurs in the nucleus. Currently, doxorubicin resistant cancer cells which have decreased accumulation of intracellular doxorubicin resulting from an efflux pump, P-glycoprotein encoded by multidrug resistant gene. Several studies reported many different ways to overcome doxorubicin resistance. In this study, we conjugated 3'amino group of doxorubicin to dexamethasone molecule. Despite of lower cytotoxic activity in MCF-7 cells, the conjugated product, DexDOX, exerted its actions in the different fashion to doxorubicin. DexDOX rapidly induced MCF-7 …
Development Of Innovative High-Energy Neutron And Gamma-Ray Shielding Material Based On High Density Cement And Crumb Rubber, Pawitra Aim-O
Development Of Innovative High-Energy Neutron And Gamma-Ray Shielding Material Based On High Density Cement And Crumb Rubber, Pawitra Aim-O
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The incorporation of carbon and hydrogen-rich material into radiation shielding material can improve its shielding performance. High-density cement mixed with crumb rubber was studied to be a gamma ray and neutron shielding material. Shielding materials were designed using high-density cement mixed with 5 - 25 vol% of crumb rubber. Monte Carlo N-Particle code was employed to simulate radiation shielding performances of the composed materials. The utilized neutron and photon sources were Am-241/Be and Co-60, respectively. These shielding designs were fabricated and experimentally evaluated on the radiation shielding properties. The cracking mechanism of high-density cement mixed with lead (HDCRL) was also …
ประสิทธิผลโปรแกรมลดดัชนีมวลกายตามอายุโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีภาวะน้ำหนักเกิน, วราภรณ์ คำรศ
ประสิทธิผลโปรแกรมลดดัชนีมวลกายตามอายุโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีภาวะน้ำหนักเกิน, วราภรณ์ คำรศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภาวะน้ำหนักเกินเป็นผลจากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพเป็นแบบจำลองหนึ่งที่มีการนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาทางสุขภาพได้ผลเป็นอย่างดี แต่ยังไม่พบนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาภาวะน้ำหนักเกินของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาประสิทธิผลโปรแกรมลดดัชนีมวลกายตามอายุโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีภาวะน้ำหนักเกิน การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มชนิดกลุ่มมีกลุ่มควบคุม ทำการศึกษากับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นปีที่ 1-2 อายุระหว่าง 12-15 ปีที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โดยพิจารณาจากดัชนีมวลกายตามอายุ (body mass index-for-age) มีค่า ≥ median +1 SD จาก 48 ห้องเรียน (479 คน) ทำการสุ่มเลือก 24 ห้องเรียน (248 คน) เข้ากลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมลดดัชนีมวลกายตามอายุโดยประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพเป็นระยะเวลา 6 เดือนและกลุ่มควบคุม 24 ห้องเรียน (231 คน) ได้รับโปรแกรมสุขศึกษาทั่วไปในการเรียนการสอนปกติ จำนวน 6 เดือน แล้วเปรียบเทียบดัชนีมวลกาย ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะอ้วน ระหว่างทดลองและกลุ่มควบคุม ผลการศึกษาพบว่าเมื่อวิเคราะห์แบบ Intention-to-Treat หลังเข้าร่วมโครงการวิจัยเดือนที่ 6 กลุ่มทดลองมีระดับดัชนีมวลกายเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม -2.88 กก./ม.2 (95% CI = -3.01 ถึง -2.75, p-value < 0.001) คะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม 27.79 คะแนน (95% CI = 26.98 ถึง 28.60, p-value < 0.001) และคะแนนพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม 23.61 คะแนน (95% CI = 22.68 ถึง 24.54, p-value < 0.001) แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพนำมาประยุกต์พัฒนาโปรแกรมเพื่อลดดัชนีมวลกายในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้ผลเป็นอย่างดี แม้ว่าจะจัดโปรแกรมต่อเนื่องในระยะสั้น 6 เดือน
ปัญหากฎหมายของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต, ธีราภรณ์ จินดาหลวง
ปัญหากฎหมายของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต, ธีราภรณ์ จินดาหลวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่บัญญัติในเรื่องของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตโดยเฉพาะ ซึ่งสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตนี้เป็นสัญญาที่ไม่มีชื่อ เป็นข้อตกลงที่อาจอยู่โดยลำพังหรือสามารถเอาไปประกอบกับเอกเทศสัญญาได้ โดยสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตที่มีในกฎหมายไทย ได้แก่ สัญญาเช่าทรัพย์สินตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ตามมาตรา 541 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาประกันชีวิต ตามมาตรา 889 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกล่าวถึงลักษณะของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตเอาไว้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้ง ความสมบูรณ์ของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต ผลทางกฎหมายของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต ทำให้คู่สัญญามิอาจรับรู้และเข้าใจถึงลักษณะของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต ส่งผลให้คู่สัญญาได้รับความเสียหายและไม่ได้รับความคุ้มครองเท่าที่ควร วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงปัญหากฎหมายของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตในระบบกฎหมายไทย โดยเน้นทำการศึกษากฎหมายสัญญา ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 นอกจากนั้น ในบทบัญญัติกฎหมายต่างประเทศได้ทำการศึกษาบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายแพ่งของประเทศอิตาลี ค.ศ. 1942 โดยกฎหมายอิตาลีได้กำหนดถึงลักษณะทางกฎหมาย การเกิดของสัญญา ระยะเวลาของสัญญา วิธีการชำระหนี้ การเลิกสัญญา ผลของการเลิกสัญญา รวมทั้งเรื่องของหลักประกันและการชดใช้ค่าเสียหายเอาไว้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับบทบัญญัติเรื่องสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายแพ่งของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ค.ศ. 2002 เช่นกัน เพียงแต่บทบัญญัติของกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการตีความและแบบของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตไว้ชัดเจนว่าให้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถือว่าสัญญาดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้ สำหรับการศึกษาเรื่องสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตในกฎหมายญี่ปุ่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งของประเทศญี่ปุ่น ค.ศ. 1896 ซึ่งได้บัญญัติถึง ลักษณะทางกฎหมาย การเกิดของสัญญา ระยะเวลาของสัญญา วิธีการชำระหนี้ การเลิกสัญญา ผลของการเลิกสัญญา การชดใช้ค่าเสียหาย ไว้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงทางเลือกของเจ้าหนี้ในกรณีที่ความตายของเจ้าหนี้หรือบุคคลที่สามได้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ เจ้าหนี้หรือทายาทของเจ้าหนี้มีทางเลือก 2 ประการ ประการแรก คือ เจ้าหนี้หรือทายาทของเจ้าหนี้ขอเลิกสัญญา ประการที่สอง คือ เจ้าหนี้หรือทายาทของเจ้าหนี้ ขอให้สัญญายังดำเนินต่อไปโดยมาร้องขอต่อศาล ศาลอาจมีคำสั่งให้ลูกหนี้ยังคงต้องปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร จากการศึกษาพบว่า ในประเทศไทยยังไม่มีการกล่าวถึงลักษณะของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตไว้อย่างชัดแจ้งอีกทั้งบทบัญญัติของกฎหมายไทยในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอในการคุ้มครองคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อเข้ามากำหนดกรอบของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต โดยบัญญัติไว้เป็นเอกเทศสัญญาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดถึงลักษณะทางกฎหมายของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตและผลทางกฎหมายของสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต รวมทั้งกรอบในการพิจารณาค่าเสียหายในกรณีที่มีการเลิกสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต นอกจากนั้น ผู้เขียนยังได้เสนอให้มีการกำหนดเหตุในการเลิกสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต กำหนดถึงเหตุพิเศษในการเลิกสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตขึ้นมา ส่งผลให้การเลิกสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิตจะต้องมีเหตุพิเศษเฉพาะกรณีจึงจะสามารถเลิกสัญญาได้ โดยไม่นำเหตุปกติของการเลิกสัญญามาบังคับใช้ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และลักษณะของข้อสัญญาที่ผูกพันตลอดชีวิต ซึ่งต้องการให้สัญญาที่ทำขึ้นนั้นมีผลผูกพันไปตลอดชีวิตและเพื่อคุ้มครองคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป
สภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เชื้อเพชร
สภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เชื้อเพชร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์และการทำแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัญหาเรื่องการสอนอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สรุปได้ว่า 1) ครูที่สอนวิชาภาษาไทยในระดับชั้นประถมต้น (ป.1-3) ไม่ได้สอนในวิชาภาษาไทยแต่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างอื่นในโรงเรียน 2) ครูที่สอนวิชาภาษาไทยในระดับชั้นประถมต้น (ป.1-3) ไม่ได้จบเอกภาษาไทย จึงไม่รู้หลักในการสอนวิชาภาษาไทย 3) นักเรียนที่โรงเรียนรับเข้ามามีหลากหลายปัญหา ได้แก่ เป็นบุตรของแรงงานต่างด้าว มีสภาวะเรียนรู้ช้า เป็นเด็กพิเศษทั้งที่มีใบรับรองแพทย์และไม่มี 4) เวลาที่ครูจะได้ใช้ในการซ่อมเสริมเด็กที่อ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำไม่ได้ มีจำกัด เพราะมีภาระงานทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานมากมาย 5) ขาดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำในโรงเรียนเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ บุคลากรและเวลา รวมถึงความตระหนักในปัญหาที่เป็นอยู่ 2.แนวทางในการแก้ไขปัญหาการสอนอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สรุปได้ว่า 1) ครูที่สอนวิชาภาษาไทยในระดับชั้นประถมต้น (ป.1-3) ควรเป็นครูที่จบเอกภาษาไทยซึ่งรู้หลักในการสอนวิชาภาษาไทยโดยเฉพาะเรื่องการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำ 2) การสอนอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำต้องอาศัยการฝึกฝนบ่อยๆ วันละ 5-10 นาที และควรทำต่อเนื่อง 3) ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยควรได้รับการอบรมเรื่องเทคนิคการสอนและการสร้างนวัตกรรมที่ส่งเสริมการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำอย่างต่อเนื่อง 4) ผู้เกี่ยวข้องทุกคนไม่ว่าจะเป็นครูท่านอื่น ผู้ปกครอง ชุมชนควรร่วมมือกันในการส่งเสริมความสามารถในการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของเด็กจนกว่าจะสามารถอ่านออกและเขียนได้เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น 5) ฝ่ายบริหารควรมีนโยบายในการลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของครูลงแต่เพิ่มประสิทธิภาพเชิงวิชาการด้วยการให้ครูได้มีเวลาในการพัฒนาและแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ 6) ควรมีการส่งเสริมให้มีการผลิตสื่อการสอนและนวัตกรรมที่ช่วยให้นักเรียนสามารถอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำได้ในรูปแบบที่ทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลินแต่ได้รับความรู้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นการเรียน 7) วิธีการสอนอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำที่ได้ผลมากที่สุดคือการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ
ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร, ลัดดาวัลย์ เพ็ญศรี
ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร, ลัดดาวัลย์ เพ็ญศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร ที่เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 22 คน โดยจับคู่ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกันในเรื่อง เพศ, อายุ และระดับการศึกษา กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร แบบวัดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร และแบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม เครื่องมือทุกชุดผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 0.89, 0.92 และ 0.83 ตามลำดับ และค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.90, 0.74 และ 0.81 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบค่าที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวรกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
การวิเคราะห์วิถีครูไทยในยุคปฏิรูปการศึกษาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : ปรีชาญาณพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร), ชุติมันต์ เหลืองทองคำ
การวิเคราะห์วิถีครูไทยในยุคปฏิรูปการศึกษาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : ปรีชาญาณพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร), ชุติมันต์ เหลืองทองคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปรีชาญาณของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ในบริบทการปฏิรูปการศึกษาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และวิเคราะห์วิถีครูไทยในยุคปฏิรูปการศึกษาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากปรีชาญาณของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (historical research) และระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) เพื่อวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)จากประวัติ ผลงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ (Interview) จากนั้นจึงสรุปปรีชาญาณ การสืบทอดและวิถีครูไทยในยุคปฏิรูปการศึกษาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผลการวิจัยพบว่า พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็นศาลฎีกาเรื่องหนังสือไทยและเป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียนหลวงในพระบรมมหาราชวัง และเป็นครูต้นแบบในยุคการปฏิรูปการศึกษาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรีชาญาณของท่านประกอบด้วย 3 ด้านได้แก่ 1.ด้านองค์ความรู้ภาษาไทย 2.ด้านการบูรณการองค์ความรู้ภาษาไทยกับศาสตร์อื่น และ3.ด้านภาษาต่างประเทศ สำหรับการสืบทอดปรีชาญาณของท่านแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1.การสืบทอดปรีชาญาณของพระ-ยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์ ครูไทย และแบบเรียนมูลบทบรรพกิจ ทั้งนี้วิถีครูไทยในยุคปฏิรูปการศึกษามี 3 ลักษณะคือการแสวงหา การสร้างและการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งนี้คุณลักษณะความเป็นครูไทยในยุคปฏิรูปการศึกษาของพระยาศรีสุนทรโวหารประกอบด้วยคุณลักษณะ 11 ประการ ดังนี้ คือ 1.เป็นผู้ใฝ่รู้อยู่เสมอ 2.เป็นผู้มีความอุสาหะ 3.เป็นผู้ใฝ่ธรรมะ 4.เป็นผู้มีความละเอียดรอบคอบ 5.เป็นผู้มีความกตัญญู 6.เป็นผู้มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ สุจริต 7.เป็นผู้มีความพอเพียง 8.เป็นผู้มีความอดทน อดกลั้น 9.เป็นผู้มีความอ่อนน้อม ถ่อมตน 10.เป็นผู้มีความสุนทรีย์ และ11.เป็นผู้มีวิธีการเรียนรู้เฉพาะตัว คือ สุ จิ ปุ ลิ นอกจากนั้นท่านยังเป็นครูต้นแบบในการปฏิรูปแบบเรียน การเรียนการสอนแบบบูรณาการ การจัดระบบการศึกษา การวัดและประเมินผล ในยุคของการเปลี่ยนผ่านทางการศึกษา ความเป็นครูต้นแบบของท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและพัฒนาครูไทยให้ยั่งยืนสืบไป