Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 10021 - 10050 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
การตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีการวิเคราะห์คัดกรองสารเสพติดในน้ำวุ้นลูกตาด้วยเทคนิคการสกัด Quechers และตรวจด้วย Lc-Ms/Ms, บัณฑิตา บุญเฉลียว
การตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีการวิเคราะห์คัดกรองสารเสพติดในน้ำวุ้นลูกตาด้วยเทคนิคการสกัด Quechers และตรวจด้วย Lc-Ms/Ms, บัณฑิตา บุญเฉลียว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
น้ำวุ้นลูกตาถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่างทางเลือก เนื่องจากทนต่อการเปลี่ยนแปลงหลังการเสียชีวิต รวมถึงมีส่วนประกอบที่เป็นเซลล์น้อยจึงสามารถนำมาเตรียมตัวอย่างได้ง่าย การเตรียมตัวอย่างทางนิติพิษวิทยาสามารถเตรียมได้หลายวิธี เช่น Solid Phase Extraction (SPE) และLiquid-Liquid Extraction (LLE) แต่มีข้อเสียคือใช้เวลาในการเตรียมนาน มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้สารที่เป็นอันตรายในปริมาณมาก เทคนิค modified QuEChERS ถูกนำมาพัฒนาให้เข้ากับงานทางนิติพิษวิทยา ซึ่งเทคนิคนี้ใช้เวลาในการเตรียมน้อย ทำได้ง่าย ค่าใช้จ่ายถูก มีประสิทธิภาพ มีความทนทานและมีความปลอดภัย เครื่องมือตรวจวเคราะห์ Liquid Chromatography -tandem mass spectrometry (LC-MS/MS) สามารถวิเคราะห์สารประกอบได้หลากหลาย มีความจำเพาะสูงและการเตรียมตัวอย่างเพียงเล็กน้อยก็สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีการวิเคราะห์คัดกรองสารเสพติดในน้ำวุ้นลูกตาด้วยเทคนิค modified QuEChERS และตรวจด้วย LC-MS/MS ทำการทดสอบความใช้ได้ (validation) ทั้งหมด 6 พารามิเตอร์ โดยนำน้ำวุ้นลูกตามา spike สารเสพติดลงไปทั้งหมด 24 ชนิด จากนั้นนำไปสกัดด้วยเทคนิค modified QuEChERS และตรวจวิเคราะห์ด้วย LC-MS/MS หลังจากนั้นนำเทคนิคที่ผ่านการทดสอบแล้วไปทดสอบกับตัวอย่างน้ำวุ้นลูกตาจริงทั้งหมด 10 ตัวอย่าง และเปรียบเทียบผลที่ได้กับการทดสอบในตัวอย่างเลือด ผลการศึกษาความใช้ได้พบว่า การทดสอบความใช้ได้ทั้ง 6พารามิเตอร์มีค่าอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ทั้งหมด และผลการทดสอบ selectivity ไม่พบการรบกวนของสารอื่น ๆ ในการทดสอบและเมื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบตัวอย่างน้ำวุ้นลูกตากับตัวอย่างเลือดก็ให้ผลไม่แตกต่างกัน
เทศกาลละครกรุงเทพ, ธิดามาศ ผลไม้
เทศกาลละครกรุงเทพ, ธิดามาศ ผลไม้
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่อง “เทศกาลละครกรุงเทพ Bangkok Theater Festival นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความเป็นมาและรูปแบบการแสดงของงานเทศกาลละครกรุงเทพ ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลจาก เอกสาร สัมภาษณ์ การสังเกตการณ์และเข้าร่วมเป็นจิตอาสาในงานเทศกาลละครกรุงเทพ ในปีพ.ศ. 2562 ผู้วิจัยได้ศึกษาพบว่า เทศกาลละครกรุงเทพเป็นงานชุมนุมการแสดง โดยคณะละครและกลุ่มการแสดงต่าง ๆ ของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มละครได้ 10 กลุ่ม เพื่อสร้างเครือข่ายทำให้เกิดเป็น เครือข่ายละครกรุงเทพ รวมถึงการเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลต่าง ๆ กลุ่มคณะละคร กลุ่มศิลปินอิสระ กลุ่มอาจารย์ด้านการแสดงหลากหลายแขนง และรวมถึงกลุ่มนิสิต นักศึกษา จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง เริ่มจากปีพ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็น 18 ปี ความโดดเด่นของเทศกาลละครคือ การจัดงานเป็นประจำปีทุกปี ช่วงเดือนพฤศจิกายน มีความต่อเนื่องเป็นประจำ จึงทำให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของการจัดงานเทศกาล การทำงานของงานเทศกาลละครกรุงเทพ ทำให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่ในการสร้างงานผ่านศิลปะการละคร รวมไปถึงศิลปะการแสดงในหลากหลายแขนง เทศกาลละครกรุงเทพเป็นเหมือนพื้นที่ให้กับกลุ่มคนทำละคร ได้มีพื้นที่ในการสร้างงานละคร และการแสดงต่าง ๆ เนื่องจากเทศกาลละครกรุงเทพเปิดรับกลุ่มงานแสดงทุกประเภท ไม่ปิดกั้น จึงทำให้งานแต่ละชิ้นงานของศิลปินมีความหลากหลาย ผลิตงานละครและงานศิลปะให้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อสร้างความโดดเด่นและความแตกต่าง จึงส่งผลให้เทศกาลละครกรุงเทพเป็นที่น่าสนใจในกลุ่มคนทำละคร และกลุ่มละครที่ต้องการอยากจะทดลองทำงานได้เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานผ่านงานเทศกาลละครกรุงเทพ เอกลักษณ์เฉพาะของเทศกาลคือมีรูปแบบที่เป็นของตนเอง เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีตัวเลือกของงานละครและงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ให้ผู้ชมได้เลือกได้ด้วยตนเอง มีการขยายพื้นที่ จัดแสดงตามร้านอาหาร โรงละครในกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดการขยายฐานคนดูให้เพิ่มมากขึ้น โดยต้องการให้เทศกาลละคร สร้างตัวตนและงานละครให้มีการเติบโตกว้างขวาง รวมถึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่ทำให้งานละครเข้ากับกลุ่มละครและผู้ชม พัฒนาศักยภาพของศิลปินการละครร่วมสมัยให้เกิดความยั่งยืนขยายพื้นที่การแสดงด้านศิลปะการละครร่วมสมัย ให้เป็นส่วนหนึ่งทั่วกรุงเทพมหานคร
รูปแบบการดำเนินชีวิต การเปิดรับสื่อ และพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคหญิงวัยทำงาน, นัทชนิดา วัชรินทร์
รูปแบบการดำเนินชีวิต การเปิดรับสื่อ และพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคหญิงวัยทำงาน, นัทชนิดา วัชรินทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) รูปแบบการดำเนินชีวิต การเปิดรับสื่อ และพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคหญิงวัยทำงาน และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง อายุ 22 - 44 ปี จำนวน 1,140 คน ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มสาวยุคใหม่ ใช้ชีวิตมีสาระ 2) กลุ่มสาวเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ 3) กลุ่มสาวมั่น เฉียบ ตรงไปตรงมา 4) กลุ่มสาวติดโซเชียล 5) กลุ่มแม่ศรีเรือน ใช้ชีวิตเรียบง่าย และ 6) กลุ่มนางเอกเจ้าน้ำตา สำหรับพฤติกรรมในการเปิดรับสื่อ พบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงวัยทำงานมีการเปิดรับสื่อดั้งเดิมในระดับที่ต่ำ ซึ่งสื่อดั้งเดิมที่ยังเปิดคงรับอยู่ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ สื่อโฆษณา ณ จุดซื้อ และสื่อโฆษณากลางแจ้ง และมีการเปิดรับสื่อใหม่ในระดับที่สูง โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ โปรแกรมสนทนาไลน์ โปรแกรมสืบค้นข้อมูล และการส่งข้อความทางเฟซบุ๊ก นอกจากนั้น รูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ยังส่งผลให้การเปิดรับสื่อแต่ละประเภท พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลก่อนการซื้อ ประเภทของสินค้าที่ซื้อ และเหตุผลในการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ในช่องทางต่างๆ มีความแตกต่างกันอีกด้วย
นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ, สุภัชชา โพธิ์เงิน
นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ, สุภัชชา โพธิ์เงิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครและกรอบแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ 2) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ 3) พัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ ประชากรคือ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 437 โรงเรียน ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 290 โรงเรียน และทำการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ผู้ให้ข้อมูลคือ บุคลากรภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนละ 11 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,299 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและวิธีการเก็บข้อมูลคือ แบบประเมินกรอบแนวคิด แบบสอบถาม แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างนวัตกรรม และการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยการใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนี PNImodified วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 4 ด้าน (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนการสอน (3) การวัดผลประเมินผลการเรียน และ (4) การแนะแนว ส่วนกรอบแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) ความตระหนักในงานอาชีพ (2) การสำรวจโลกของงานอาชีพ (3) การสัมผัสงานอาชีพ และ (4) การเตรียมตัว เข้าสู่งานอาชีพ 2) สภาพปัจจุบันของการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดการศึกษาเพื่ออาชีพ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทั้ง 4 ด้าน เรียงลำดับค่าเฉลี่ยทั้งสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์เหมือนกันจากมากไปน้อย คือ ด้านการวัดผลประเมินผลการเรียน ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการแนะแนว และด้านการพัฒนาหลักสูตร ตามลำดับ เมื่อพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบด้านการศึกษาเพื่ออาชีพพบว่า ทุกด้านของการบริหารวิชาการมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความตระหนักในงานอาชีพมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ส่วนการมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เตรียมตัวเข้าสู่งานอาชีพมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 3) นวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่พัฒนาขึ้นคือ “สร้างความพร้อมเข้าสู่งานอาชีพ” (Creating Career Readiness : CCR) ประกอบด้วย 4 ด้าน ดังนี้ …
Analyzing The Impact Of Biofuel Industry On Thailand’S Economy Based On Input-Output Model, Thipruedee Limchaikit
Analyzing The Impact Of Biofuel Industry On Thailand’S Economy Based On Input-Output Model, Thipruedee Limchaikit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research tries to examine the impact of the biofuel industry focusing on ethanol and biodiesel on Thailand's economy. It uses input-output analysis. In the past 10 years, Thailand's Alternate Energy Development Plan (AEDP) has played a significant role in launching policies and promoting the biofuel industry. The plan focuses on increasing internal energy security by increasing the use of alternate sources of energy which is a perfect replacement for the importation of fuels. However, the main challenge is price competitiveness which requires subsidization to sustain its market in the industry. Therefore, the main objective of this study is to …
Prevalence Of Enteric Helminths And Protozoa And Identification Of Hookworm, Threadworm And Giardia Spp. In Cats In Bangkok And Vicinity, Thailand, Wanarit Jitsamai
Prevalence Of Enteric Helminths And Protozoa And Identification Of Hookworm, Threadworm And Giardia Spp. In Cats In Bangkok And Vicinity, Thailand, Wanarit Jitsamai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A total of 835 fecal samples collected from client-owned and community cats between 2014 and 2016 were subjected to wet fecal smear and/or PBS-ethyl acetate and/or ZnSO4 centrifugal flotation. Ancylostoma spp. was the most common, 28.5%, followed by 6.7% Toxocara spp., 5.3% Cystoisospora spp., 4.4% Platynosomum fastosum, 2.5% Taenia taeniaeformis, 1.7% Strongyloides spp., 1.4% Spirometra spp., 1.3% Dipylidium caninum, 0.1% Eucoleus aerophilus and 0.1% Opisthorchis-like trematode egg. For retroviruses, FeLV and FIV were positive 7.1% (19/269) and 5.2% (14/269), respectively, without association with endoparasitic infection. Based on Giardia copro-antigen detection test, 3.9% (9/233) of tested cats were positive. From multivariable …
Surface Water-Groundwater Interaction Processes For Groundwater Pumping Management In Saigon River Basin, Long Thanh Tran
Surface Water-Groundwater Interaction Processes For Groundwater Pumping Management In Saigon River Basin, Long Thanh Tran
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Since the 1990s, the excessive extraction of groundwater of Saigon River basin is dramatically increased and groundwater resources of Saigon River basin have been facing dramatically drawdown groundwater level in the downstream area. The study attempted to develop groundwater modeling through employing SW-GW interaction parameters and incorporate the concept of sustainable pumping yield to detect optimal pumping management under growing water demand in Saigon River Basin. According to field observed soil moisture, the study recognized the average monthly percolation rate of sand clay loam, sand clay, and clay varies 2-4.5 mm/day, 1.5-3.5 mm/day, and 0.5-2 mm/day, respectively to rainfall intensity …
การเปรียบเทียบการเกิดภาวะเอียงของกระดูกเชิงกรานขณะวิ่งที่ระดับความหนักปานกลางในกลุ่มนักวิ่งมือใหม่และนักวิ่งสันทนาการเพศหญิง, หทัยภัทร ทิพยุทธ
การเปรียบเทียบการเกิดภาวะเอียงของกระดูกเชิงกรานขณะวิ่งที่ระดับความหนักปานกลางในกลุ่มนักวิ่งมือใหม่และนักวิ่งสันทนาการเพศหญิง, หทัยภัทร ทิพยุทธ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการวิ่งที่ระดับความหนักปานกลางต่อระยะเวลาการเกิดภาวะเอียงของกระดูกเชิงกราน (pelvic drop) ในนักวิ่งมือใหม่ และนักวิ่งสันทนาการเพศหญิง และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแนวการเอียงของกระดูกเชิงกราน (pelvic alignment)กับอัตราการเต้นของหัวใจ (heart rate; HR), การใช้ออกซิเจน (VO2 uptake), ค่าความรู้สึกเหนื่อย (Rating of Perceived Exertion; RPE), ค่าความรู้สึกล้าของขา (Rating of Perceived Exertion for legs; RPElegs) และความล้าของกล้ามเนื้อ Gluteus medius และ Gluteus maximus กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยครั้งนี้อายุระหว่าง 18 - 35 ปี เป็นนักวิ่งมือใหม่ (ประสบการณ์น้อยกว่า 1 ปี) 27 คน และนักวิ่งสันทนาการ (ประสบการณ์ 2 - 4 ปี) 27 คน ซึ่งทั้งสองกลุ่มได้รับการทดสอบประสิทธิภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2max) และวิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาที ที่ระดับความหนักปานกลางที่อัตราเร็วที่เลือกเอง (นักวิ่งมือใหม่; 5.87 ± 0.62 กม./ชม. vs. นักวิ่งสันทนาการเพศหญิง; 6.44 ± 0.58 กม./ชม.) โดยอยู่ในช่วงอัตราการเต้นหัวใจที่ 40 - 59% ของอัตราการเต้นหัวใจสำรองสูงสุด (heart rate reserve; HRR) ขณะทดสอบบนลู่วิ่ง 30 นาที นักวิ่งทั้งสองกลุ่มจะถูกบันทึกค่าอัตราการเต้นของหัวใจ, การใช้ออกซิเจน, ค่าความรู้สึกเหนื่อย, ค่าความรู้สึกล้าของขา และวัดการทำงานของกล้ามเนื้อ (muscle activity) จากสัญญาณไฟฟ้า (electromyography; EMG) ที่กล้ามเนื้อ Gluteus medius และ Gluteus maximus ทุก ๆ …
Development Of Riceberry Cracker Supplementation With Unripe Papaya Flour, Napassorn Payantakom
Development Of Riceberry Cracker Supplementation With Unripe Papaya Flour, Napassorn Payantakom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The aim of this study was to investigate the effect of partial replacement of wheat flour with riceberry flour and unripe papaya flour on the physicochemical, functional properties and sensory evaluation of crackers. In the current study found that partial substitution of wheat flour with 5, 10, 15 and 20% riceberry flour (5, 10, 15 and 20%RBF) resulted in significantly increased in hardness and redness together with a decreased fracturability, lightness and yellowness of crackers. Researcher also found that substitution of wheat flour with riceberry flour resulted in an increase phenolic content from 2.03±0.36 (control cracker) to 8.78±0.19 (20%RBF) mg …
Chemical Synthesis Of Galacto-Oligosaccharides And Evaluation Of Their Prebiotic Properties, Pranpariya Ponpakdee
Chemical Synthesis Of Galacto-Oligosaccharides And Evaluation Of Their Prebiotic Properties, Pranpariya Ponpakdee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Galacto-oligosaccharides (GOS) are composed of galactose and glucose between 2–8 units or disaccharide comprising 2 units of galactose linked by glycosidic bonds. GOS exhibits prebiotic activity and widely used in infant formula. Commercial GOS was achieved as mixture by enzymatic synthesis of lactose with β-galactosidase. Due to the nature of the enzymatic derived-GOS, the structure-activity relationship of GOS and prebiotic activity is mainly ambiguous. In this work, we presented the development towards a production of GOS by chemical synthesis starting from lactose. First, lactose was isolated from liquid whey with 3.90% w/v recovery. Lactose was then hydrolyzed to produce galactose …
Malate Dehydrogenase Allele Frequencies In Honeybee Populations And Its Correlation With Temperature, Thitipan Meemongkolkiat
Malate Dehydrogenase Allele Frequencies In Honeybee Populations And Its Correlation With Temperature, Thitipan Meemongkolkiat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Temperature is one of the major factors that affect on the variation in honeybee in term of DNA and protein variants. The aim of this study is to investigate whether the three structural variants of the cytosolic malate dehydrogenase (cMDH) protein of the honeybee can explain clinal variation in allele frequencies. To test the hypothesis that there is a molecular basis to the temperature-dependent fitness of cMDH variation, the enzymic activity was determined across a range of temperatures in vitro. The F and S alleles have higher activity and are less sensitive to high temperatures than the M allele. Next, …
Synthesis And Photocatalytic Activity Of Ag-Tio2 For Organic Compound Removal, Tri Rahmawati
Synthesis And Photocatalytic Activity Of Ag-Tio2 For Organic Compound Removal, Tri Rahmawati
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Organic pollutants such as dyes and volatile organic compounds which are widely used materials in industries and discharged daily to the aqueous environment can be harmful to human health. This present study proposed an environmentally friendly approach for silver-doped titanium dioxide (Ag-TiO2) synthesis as a photocatalyst material used as photocatalytic organic pollutant degradation. The synthesis of Ag-TiO2 was conducted by using dry and wet ball milling sol−gel method with the aqueous extract of turmeric powder under 6000C calcination. The effect of different Ag contents of 0.5%, 1%, 3%, and 6% in Ag-TiO2 on the degradation of the organic pollutants was …
Tio2–Based Mixed Oxide Photocatalysts For Oxidative Desulfurization, Tu Thi Phuong Nguyen
Tio2–Based Mixed Oxide Photocatalysts For Oxidative Desulfurization, Tu Thi Phuong Nguyen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work reports the synthesis of TiO2-WO3 and TiO2-SiO2 composites using sol-gel method. The prepared composites were used as catalysts in photocatalytic oxidative desulfurization of dibenzothiophene (DBT). TiO2-SiO2 composites were also prepared by wet impregnation method to study the effect of synthesis methods on the photocatalytic efficiency. The prepared materials were characterized by XRD, FTIR, N2 adsorption-desorption, SEM, NH3-TPD, DRUV and PL analysis. The catalytic results for WO3-TiO2 composites show that the charge recombination was less occurred which was beneficial for enhancing the photocatalytic efficiency. Interestingly, WO3-TiO2 composites could be activated under visible irradiation and most of them showed higher …
Development Of Loop-Mediated Isothermal Amplification For Rapid Detection Of Fungi In Peritoneal Dialysis, Tamonwan Chamroensakchai
Development Of Loop-Mediated Isothermal Amplification For Rapid Detection Of Fungi In Peritoneal Dialysis, Tamonwan Chamroensakchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Fungal peritonitis (FP) is a fatal complication in peritoneal dialysis (PD). Detection of fungal infection using standard culture is time-consuming and has a low sensitivity. While, Polymerase Chain Reaction (PCR) are often inapplicable in remote hospital and laboratory. In this study, Loop-mediated Isothermal Amplification (LAMP) assay was developed for rapid and specific detection of fungi in peritoneal dialysis. LAMP primers were designed based on the conserved sequence of fungal 18s rRNA gene. The reaction was optimized for 60 min at 64 ◦C. The sensitivity of LAMP assay was 1 pg/reaction which is a hundred times more sensitive than that of …
การประเมินผลการใช้เครื่องมือวัดคุณภาพชีวิตด้านการรักษาด้วยยาร่วมกับการบริบาลทางเภสัชกรรมสำหรับผู้ป่วยนอก, อชิรญา บุตรดาน้อย
การประเมินผลการใช้เครื่องมือวัดคุณภาพชีวิตด้านการรักษาด้วยยาร่วมกับการบริบาลทางเภสัชกรรมสำหรับผู้ป่วยนอก, อชิรญา บุตรดาน้อย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์: ประเมินผลของการใช้แบบสอบถาม PROMPT ในการให้บริบาลทางเภสัชกรรม ในด้านการสื่อสารเรื่องคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาระหว่างเภสัชกรและผู้ป่วย การค้นหาปัญหาจากการใช้ยา การติดตามผลการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยา ความร่วมมือในการใช้ยา การเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาผู้ป่วยของแพทย์ และคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยา วิธีการวิจัย: การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม ในผู้ป่วยนอกจำนวน 315 คน ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการระหว่างเดือนสิงหาคม 2561 ถึง กุมภาพันธ์ 2562 แบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มมาตรฐาน (กลุ่มที่ไม่ใช้แบบสอบถาม PROMPT ในการบริบาลทางเภสัชกรรม) และกลุ่มศึกษา (กลุ่มที่ใช้แบบสอบถาม PROMPT ในการบริบาลทางเภสัชกรรม) โดยมีการเก็บข้อมูลจำนวน 2 ครั้ง คือ ก่อนการแทรกแซกและหลังการแทรกแซงเมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ในครั้งถัดไป ผลการวิจัย: คะแนนการสื่อสารของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) กลุ่มศึกษาพบปัญหาจากการใช้ยามากกว่ากลุ่มมาตรฐาน (p<0.05) และมีคะแนน คุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาดีขึ้นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มมาตรฐาน (p<0.01) สรุปผลการวิจัย: การให้บริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถาม PROMPT ช่วยเพิ่มการ สื่อสารเรื่องคุณภาพชีวิตการใช้ยาระหว่างผู้ป่วยกับเภสัชกร และช่วยให้คุณภาพชิวิตด้านการใช้ยาของ ผู้ป่วยดีขึ้นได้
Factors Associated With Utilization Of Maternal Health Services In Myanmar, Myint Kyaw Swar
Factors Associated With Utilization Of Maternal Health Services In Myanmar, Myint Kyaw Swar
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
One of the significant causes of maternal deaths during pregnancy is low utilization of maternal health services, particularly in limited-resource settings. Proper utilization of these services can help reduce the rate of maternal mortality. Utilization of maternal health services is currently being promoted in Myanmar, however, the factors which influence on the use of these services have not been explored broadly. This present study aimed to explore the levels and patterns of utilization of maternal health services among Myanmar mothers, as well as the factors which could influence their utilization including general characteristics, mass media exposure, and woman decision making …
Pelletization Of Nickel Catalyst For Hydrogen Production From Glycerol Steam Reforming, Jinnawat Saengsawang
Pelletization Of Nickel Catalyst For Hydrogen Production From Glycerol Steam Reforming, Jinnawat Saengsawang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work investigated the pelletization of Ni/Al2O3 catalyst for hydrogen production from glycerol steam reforming (GSR). Effects of preparation methods, binders, and pellet shapes (cylindrical/spherical) on the catalyst's physicochemical properties and catalytic performance in a fixed-bed reactor were considered. Freshly prepared catalyst was characterized with XRD, N2 adsorption-desorption, SEM/EDX, H2-TPR, and H2-chemisorption. The crushing strength of the catalyst pellets was also evaluated by a hydraulic press. GSR was carried out at a water to glycerol molar ratio of 9: 1, a total liquid flow rate of 0.04 ml/min, 600 ºC, and 1 atm. Ni/Al2O3 catalyst pellets showed superior catalytic performance …
Bacterial Cellulose/Alginate/Gelatin Composite Films For Wound Dressing, Nadda Chiaoprakobkij
Bacterial Cellulose/Alginate/Gelatin Composite Films For Wound Dressing, Nadda Chiaoprakobkij
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to develop the blended bacterial cellulose (BC)/ alginate (A)/ gelatin (G) incorporating with curcumin (C) for wound dressing application. Fourier transform infrared (FT-IR) spectroscopy showed that the interaction among bacterial cellulose/alginate/gelatin curcumin molecules were only physical but not chemical intermolecular level. Water vapor and oxygen permeabilities of the fabricated films were close to commercially avaialbe wound dressings. Curcumin incorporation lowered fluid absorption ability, water vapor and oxygen permeabilities. In vitro culture of human keratinocytes, and human gingival fibroblasts evidenced that the fabricated composite films could promote cell proliferation. Curcumin-loaded films showed anticancer activity against human oral cancer …
Reinforcing Natural Rubber Latex Foam With Nano And Micro Cellulose Fibers Via Dunlop Method, Sirilak Phomrak
Reinforcing Natural Rubber Latex Foam With Nano And Micro Cellulose Fibers Via Dunlop Method, Sirilak Phomrak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Natural rubber latex foam (NRLF) was reinforced with micro- and nano-cellulose at a loading content of 5-20 parts per hundred of rubber (phr) via the Dunlop process. Cellulose powder from eucalyptus pulp and bacterial cellulose (BC) was used as a microcellulose (MC) and nanocellulose (NC) reinforcing agent, respectively. NRLF, NRLF-MC, and NRLF-NC exhibited interconnected macroporous structures with a high porosity and a low-density. The forms contained pores with sizes in a range of 10-500 µm. As compared to MC, NC had a better dispersion inside the NRLF matrix and showed a higher adhesion to the NRLF matrix, resulting in a …
Prediction Of Catalyst Bed Density And Simulation Of Glycerol Steam Reformer For Hydrogen Production, Vorathorn Charoensuk
Prediction Of Catalyst Bed Density And Simulation Of Glycerol Steam Reformer For Hydrogen Production, Vorathorn Charoensuk
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A simple method was proposed to generate a rigid model and to predict the packing density of catalyst using Blender software. It is a free and open-source 3D creation suite animating catalyst pellets freely falling into a container. The effects of different catalyst shapes (sphere and cylinder) and sizes (2–5 mm) on the packing density of catalyst bed were investigated. It was found that the void fraction decreased with decreasing catalyst pellet diameter for all reactor diameters (18-50 mm). Moreover, the void fraction decreased with increasing reactor size for all catalyst shapes and sizes. The results also showed that the …
Microemulsion Based Soil Remediation Using Mixed Anionic And Extended Nonionic Surfactant, Virin Kittithammavong
Microemulsion Based Soil Remediation Using Mixed Anionic And Extended Nonionic Surfactant, Virin Kittithammavong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The anionic-nonionic mixed system has a synergistic effect on the microemulsion formation by a reduction of interfacial tension. The challenge of the mixed surfactant based on soil remediation is how to find the appropriate condition. This study aims to investigate the phase behaviors of the anionic-nonionic mixed systems and to formulate their hydrophilic-lipophilic deviation (HLD) equations. Then the mixed surfactant solutions are applied to determine the oil removal efficiency. The conventional anionic surfactants (i.e., sodium dodecyl sulfate (SDS), sodium dihexyl sulfosuccinate (SDHS), and sodium dioctyl sulfosuccinate (AOT)) and the extended nonionic surfactants (i.e., alcohol ethoxylate series (AE(EOn) and alkyl polyglycol …
การวิเคราะห์เชิงคิเนมาติกส์ของไม้ช่วงบอลกระทบหน้าไม้ในนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทย, ชนิดา แซ่ตั้ง
การวิเคราะห์เชิงคิเนมาติกส์ของไม้ช่วงบอลกระทบหน้าไม้ในนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทย, ชนิดา แซ่ตั้ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบตัวแปรทางคิเนมาติกส์ของไม้ช่วงบอลกระทบหน้าไม้ในท่าตีก้าวขาไปข้างหน้าในนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทยและนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และในท่าตีก้าวขาไปข้างหน้าที่สามารตีไปถึงเส้นขอบสนามนอกและไปไปถึงเส้นขอบสนามนอก วิธีการดำเนินงานวิจัย ผู้เข้าร่วมงานวิจัยเป็นนักกีฬาคริกเก็ตหญิง จำนวน 14 คน แบ่งเป็นกลุ่มนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทยจำนวน 9 คน และกลุ่มนักกีฬาคริกเก็ตหญิงเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปีจำนวน 5 คน บันทึกวิดีโอท่าตีก้าวขาไปข้างหน้าในกีฬาคริกเก็ตเพื่อวิเคราะห์ท่าทางที่สามารถตีบอลไปได้ไกลสุด ทำการศึกษาตัวแปรเชิงคิเนมาติกส์ของไม้ช่วงบอลกระทบหน้าไม้ ผลการวิจัย กลุ่มนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทยมีระยะทางบอล มุมสะท้อนของบอล มุมของไม้ ความสูงระหว่างของจุดศูนย์กลางกับพื้น และระยะห่างระหว่างของจุดศูนย์กลางไม้กับสะโพกมากกว่ากลุ่มนักกีฬาคริกเก็ตหญิงเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปผลการวิจัย ค่าคิเนเมติกส์ของไม้ในกลุ่มนักกีฬาคริกเก็ตหญิงทั้งสองทีมมีท่าตีก้าวขาไปข้างหน้าแตกต่างกันและท่าตีก้าวขาไปข้างหน้าที่สามารถตีบอลไปถึงเส้นขอบสนามนอกกับท่าตีที่ไม่สามารถตีไปถึงขอบสนามมีความแตกต่างเช่นกัน
เกราะแข็งกันกระสุนแบบหลายชั้นสมรรถนะสูงจากพอลิเบนซอกซาซีนคอมพอสิท : ผลของการเสริมแรงด้วยกราฟีน, ชุติมา มีสัจจานนท์
เกราะแข็งกันกระสุนแบบหลายชั้นสมรรถนะสูงจากพอลิเบนซอกซาซีนคอมพอสิท : ผลของการเสริมแรงด้วยกราฟีน, ชุติมา มีสัจจานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวัสดุสำหรับใช้เป็นเกราะกันกระสุนคอมพอสิทแบบหลายชั้นจากวัสดุพอลิเบนซอกซาซีน-ยูรีเทนคอมพอสิท ที่เติมแผ่นกราฟีน (Graphene Nanoplatelets: GnPs) ปริมาณต่างๆ เสริมแรงด้วยเส้นใยอะรามิด เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการต้านทานแรงปะทะทางขีปนะสูงขึ้นซึ่งมีตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการดูดซับพลังงาน โดยศึกษาปริมาณการเติมแผ่นกราฟีนที่ 0.0, 0.25, 0.50, และ 0.75 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ต่อสมบัติทางกลของวัสดุ พบว่าการเติมแผ่นกราฟีนส่งผลต่อสมบัติทางกลของวัสดุ โดยการเติมปริมาณแผ่นกราฟีน 0.25 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก เป็นปริมาณที่เหมาะสมที่สุดในการปรับปรุงสมบัติทางกลทั้งค่าความแข็งแรง มอดูลัส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูดซับพลังงาน จึงเหมาะจะนำไปประยุกต์ใช้เป็นแผ่นดูดซับพลังงานของเกราะกันกระสุนคอมพอสิทแบบหลายชั้น และตรวจสอบความหนาของวัสดุคอมพอสิทที่เหมาะสมจะนำมาประยุกต์ใช้เป็นเกราะกันกระสุนคอมพอสิทแบบหลายชั้นโดยการจำลองด้วยโปรแกรม ANSYS AUTODYN รวมทั้งประเมินความสามารถในการต้านทานแรงปะทะทางขีปนะของเกราะกันกระสุนคอมพอสิทแบบหลายชั้นเมื่อทดสอบด้วยกระสุนขนาด 7.62 x 51 มม. ที่ความเร็วเฉลี่ย 847 ± 9.1 เมตรต่อวินาที และกระสุนขนาด 5.56 x 45 มม. ที่ความเร็วเฉลี่ย 950 ± 9.1 เมตรต่อวินาที ตามมาตรฐาน NIJ 0101.06 ในระดับภัยคุกคาม 3 หรือสูงกว่า พบว่าเกราะกันกระสุนคอมพอสิทแบบหลายชั้นที่ประกอบด้วยแผ่นที่ 1 วัสดุพอลิเบนซอกซาซีนคอมพอสิท เสริมแรงด้วยเส้นใยแก้ว แผ่นที่ 2 แผ่นโลหะ และแผ่นที่ 3 วัสดุพอลิเบนซอกซาซีน-ยูรีเทนคอมพอสิท เสริมแรงด้วยแผ่นกราฟีนที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักและเส้นใยอะรามิด สามารถต้านทานการเจาะทะลุจากกระสุนทั้งสองชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางเลือกการใช้ประโยชน์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลือทิ้ง กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, ปิยวรรณ ศรทอง
ทางเลือกการใช้ประโยชน์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลือทิ้ง กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, ปิยวรรณ ศรทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยทาการศึกษากระบวนการผลิตเอทิลีนออกไซด์ (Ethylene Oxide) ในส่วนของผลิตภัณฑ์โมโนเอทาโนลามีน (Monoethanolamine, MEA) และโมโนเอทิลีนไกลคอล (Monoethylene Glycol, MEG) และการจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดชึ้นจากกระบวนการผลิตในปัจจุบัน โดยพบว่าโรงงานมีการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเอทิลีนออกไซด์ไปใช้ประโยชน์แล้ว แต่พบว่ายังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งจัดการโดยการปล่อยออกสู่บรรยากาศ แนวทางการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดักจับได้ไปใช้ประโยชน์ (Carbon Dioxide Utilization) ระดับเชิงพาณิชย์ (Commercial scale) ในงานวิจัยนี้มีหลายวิธีได้แก่กระบวนการผลิตยูเรีย (urea) การสังเคราะห์กรดซาลิไซลิก (salicylic acids) กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) การสังเคราะห์โพลีออล (Polyol) และการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาสังเคราะห์เมทานอล (Renewable methanol) โดยนอกจากจะเป็นวิธีที่ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศแล้วยังเป็นการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาแปรรูป “สร้างมูลค่าเพิ่ม” หารายได้และสร้างเป็นธุรกิจใหม่ได้ จากนั้นทำการประเมินก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้จากการใช้เทคโนโลยีทั้ง 3 ได้แก่ กระบวนการผลิตยูเรีย สังเคราะห์เมทานอลจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นองค์ประกอบเสริมที่เรียกว่า โพลิออล โดยทั้ง 3 เทคโนโลยีสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะปล่อยออกสู่บรรยากาศได้ ซึ่งเป็นแนวทางในการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ประโยชน์ที่มีอยู่ในปัจจุบันและมีความน่าสนใจ แต่อย่างไรก็ตามควรวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตเพิ่มเติมด้วย
การศึกษาฤทธิ์ของ Fluoxetine ในการยับยั้งการเจริญเติบโตและเหนี่ยวนำการตายแบบ Apoptosis ผ่านวิถี Pi3k/Akt และ Sigma-1 Receptor ใน Leukemic Cell Lines, ชนิชนม์ ชมเชย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Fluoxetine เป็นยากลุ่ม SSRI (selective serotonin reuptake inhibitor) ที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า ยาหลายตัวในกลุ่ม SSRI สามารถจับแบบจำเพาะ sigma-1 receptor แต่ในกรณี fluoxetine จะมีกลไกออกฤทธิ์จำเพาะต่อ serotonin transporter (Ki = 0.81 nM) มากกว่า sigma-1 receptor (Ki = 214–240 nM) หลายงานวิจัยรายงานว่า sigma-1 receptor แสดงออกบนเซลล์มะเร็งหลายชนิด และมีรายงานว่า antagonist สามารถลดการเพิ่มจำนวนและเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis แต่การทำงานร่วมกันระหว่าง fluoxetine กับ sigma-1 receptor ต่อเซลล์มะเร็ง ยังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ที่ชัดเจน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ของ fluoxetine ในการยับยั้งการแบ่งตัวและเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis ผ่าน sigma-1 receptor ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ผลการทดสอบพบว่า fluoxetine สามารถลดเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของเซลล์ Jurkat และ U937 ได้ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 28 ± 1.4 และ 36 ± 1.6 uM ตามลำดับ เมื่อเซลล์ Jurkat ถูกทดสอบด้วย fluoxetine ตามระดับความเข้มข้นและระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น พบว่าfluoxetine สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ Jurkat ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีกลไกหยุดยั้งวัฎจักรเซลล์ที่ระยะ G2/M และลดการหลั่งไซโตไคน์ IL-2 รวมทั้งเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis โดยการลดการแสดงออกของโปรตีน pro caspase 9 ผ่านการยับยั้งการเกิด phosphorylation ของ AKT ในวิถี PI3K/Akt และ การถูกกระตุ้นของ sigma-1 receptor …
การย่อยสลายด้วยเอนไซม์ของพอลิเอสเทอร์ไมโครไฟเบอร์ที่ได้จากการซักผ้าสปันพอลิเอสเทอร์, โกมลชนก ผลาหาญ
การย่อยสลายด้วยเอนไซม์ของพอลิเอสเทอร์ไมโครไฟเบอร์ที่ได้จากการซักผ้าสปันพอลิเอสเทอร์, โกมลชนก ผลาหาญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้แสดงการผลิตเอนไซม์เอสเทอเรสที่มีค่าแอกติวิตีสูงสุด 9,200 ยูนิตต่อมิลลิลิตร จากเชื้อแอกติโนมัยซีส Thermobifida sp. เพื่อนำไปย่อยสลายเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ที่ได้จากการซักผ้าสปันพอลิเอสเทอร์โดยศึกษาผลกระทบของพีเอชและอุณหภูมิต่อค่าแอกติวิตีของเอนไซม์ ศึกษาภาวะที่เหมาะสมสำหรับการย่อยสลายเศษเส้นใย ได้แก่ อุณหภูมิ พีเอช เวลา และความเข้มข้นของเอนไซม์ จากการทดลองพบว่า พีเอชและอุณหภูมิ ที่ทำให้เอนไซม์เอสเทอเรสมีค่าแอกติวิตีสัมพัทธ์สูงสุดคือ พีเอช 9 (ทริสไฮโดรคลอริกบัฟเฟอร์) และ อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส และเป็นภาวะที่เอนไซม์เอสเทอเรสมีความเสถียร เมื่อนำเอนไซม์เอสเทอเรสที่ความเข้มข้น 25–100 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตรต่อปริมาตร) ไปย่อยสลายเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ เป็นเวลา 1-7 วัน แล้วนำสารละลายหลังการย่อยสลายมาวิเคราะห์หาชนิด และปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น (TPA, EG, BHET) รวมทั้งศึกษาสมบัติของเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์หลังการย่อยสลายโดยใช้เทคนิค SEM XRD และ FT-IR พบว่า สารละลายหลังการย่อยสลายเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ 0.05 กรัม ด้วยเอนไซม์ 75 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตรต่อปริมาตร) ที่พีเอช 9 และ อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน ที่ถูกวิเคราะห์ด้วยเทคนิค UV-Vis Spectrophotometry แสดงปริมาณ TPA ที่เกิดขึ้นสูงสุดที่ 49.05 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ในขณะที่การวิเคราะห์สารละลายหลังการย่อยสลายที่ภาวะข้างต้นโดยใช้เทคนิค HPLC-UV detector แสดงปริมาณ TPA ที่ 11.19 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และ BHET ที่ 13.27 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และการวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค HPLC-RI detector พบปริมาณ EG ในสารละลายที่ 446.71 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนการวิเคราะห์เศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ด้วยเทคนิค SEM หลังการย่อยสลายด้วยเอนไซม์เอสเทอเรส 75 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตรต่อปริมาตร) ที่ภาวะข้างต้น พบว่า เศษเส้นใยถูกทำลายและมีพื้นผิวขรุขระเป็นบริเวณกว้างมากกว่าเศษเส้นใยที่ผ่านการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ที่ภาวะอื่นๆ นอกจากนั้นยังพบว่าการวิเคราะห์เศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ก่อนและหลังการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ด้วย FTIR ปรากฎพีกที่คล้ายคลึงกัน …
การพัฒนาแผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่วลดปริมาณโซเดียมโดยการเสริมความเค็มด้วยกลิ่น, กรคณา ธนารุ่งโรจน์
การพัฒนาแผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่วลดปริมาณโซเดียมโดยการเสริมความเค็มด้วยกลิ่น, กรคณา ธนารุ่งโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดเกลือโซเดียมคลอไรด์ (โดยลดปริมาณน้ำปลา) ในผลิตภัณฑ์แผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่วโดยการเสริมความเค็มด้วยกลิ่น การทดลองส่วนแรกเพื่อหากลิ่นที่เหมาะสม โดยศึกษาโพรไฟล์กลิ่นรสและทดสอบการยอมรับของน้ำจิ้มแจ่ว ในการศึกษาโพรไฟล์กลิ่นรสของน้ำจิ้มแจ่ว 11 สูตร ได้แก่ น้ำจิ้มแจ่วสูตรควบคุมที่ไม่ลดเกลือโซเดียมคลอไรด์ (N100) น้ำจิ้มแจ่วสูตรลดเกลือโซเดียมคลอไรด์สูตรที่ใช้น้ำปลาและน้ำเกลือที่ลดเกลือในสูตรลง 40% (N60 และ S60) และน้ำจิ้มแจ่วสูตรลดเกลือโซเดียมคลอไรด์ที่ใช้กลิ่นเสริมความเค็ม 8 สูตร ซึ่งแปรชนิดสารให้รสเค็ม 2 ชนิด (น้ำปลาและน้ำเกลือ) ชนิดกลิ่น 2 กลิ่น (กลิ่นหมูย่างและกลิ่นน้ำปลา) และความเข้มข้นของกลิ่น 2 ระดับ จากการทดลองพบว่าน้ำจิ้มแจ่วสูตร N60 ที่เติมกลิ่นหมูย่างความเข้มข้น 0.1%v/w (N60P0.1) มีโพรไฟล์กลิ่นรสใกล้เคียงกับน้ำจิ้มแจ่วสูตร N100 มากที่สุด และได้รับคะแนนความชอบมากที่สุดจากการทดสอบการยอมรับทางประสาทสัมผัส การทดลองส่วนที่ 2 เพื่อคัดเลือกสูตรที่เหมาะสมในการขึ้นรูปแผ่นปรุงรส จึงศึกษาอิทธิพลของปริมาณเกลือโซเดียมคลอไรด์ (น้ำปลา) ชนิดของกรดในน้ำจิ้มแจ่ว และอิทธิพลของชนิดสารก่อฟิล์มต่อสมบัติทางกายภาพและเคมีของของแผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่ว 12 สูตร ซึ่งเตรียมจากน้ำจิ้มแจ่ว ที่แปรปริมาณน้ำปลาเพื่อให้มีเกลือโซเดียมคลอไรด์ในสูตร 3 ระดับ คือ 60% 80% และ 100% และแปรชนิดของกรด 2 ชนิดในน้ำจิ้มแจ่ว คือ น้ำมะนาวผสมน้ำมะขามเปียก (LT) และน้ำมะขามเปียกล้วน (T) ผสมกับสารก่อฟิล์ม 2 ชนิด ได้แก่ มอลโทเดกซ์ทรินผสมแซนแทนกัม (X) หรือมอลโทเดกซ์ทรินผสม GelproTM (G) จากการทดลองพบว่าแผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่วจากสารก่อฟิล์ม X สูตรน้ำมะนาวผสมน้ำมะขามเปียกที่ลดเกลือโซเดียมคลอไรด์เหลือ 60% (X-LT60) มีสมบัติเชิงกลที่ดี คือ สามารถฉีกขาดได้ง่าย แต่ไม่เปราะจนเกินไป และสามารถละลายน้ำได้มากกว่า 90% ภายในเวลา 3 นาที จึงเลือกแผ่นฟิล์มปรุงรสน้ำจิ้มแจ่วสูตร X-LT60 และกลิ่นหมูย่างเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่ว ในการทดลองส่วนที่ 3 เพื่อหาเวลาในการอบแห้ง และศึกษาสมบัติด้านต่าง ๆ เมื่อโรยข้าวคั่ว และพริกป่นลงบนผลิตภัณฑ์แผ่นปรุงรสน้ำจิ้มแจ่ว พบว่า เมื่ออบที่ …
ผลของตัวแปรการอัดรีดต่อการแตกข้างของแก้มยางที่ผลิตจากเครื่องอัดรีดแบบสองหัว, ณัชพล สวัสดิวุฒิพงศ์
ผลของตัวแปรการอัดรีดต่อการแตกข้างของแก้มยางที่ผลิตจากเครื่องอัดรีดแบบสองหัว, ณัชพล สวัสดิวุฒิพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของตัวแปรการอัดรัดต่อการแตกข้างของแก้มยางรถยนต์ที่ผลิตจากเครื่องอัดรีดแบบสองหัวและสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ภาวะต่างๆ เพื่อลดปริมาณยางที่ไม่ผ่านมาตรฐาน (Work Away: W/A) ของโรงงานกรณีศึกษา จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของโรงงาน พบว่า W/A ที่เกิดจากการผลิตแก้มยางรถยนต์มีปริมาณมากที่สุดเฉลี่ย 8.8% เมื่อพิจารณาข้อมูลเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 พบว่า W/A ที่เกิดมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ช่วงต้นของการผลิต (26.92%) ช่วงท้ายของการผลิต (23.25%) และ การแตกข้าง (19.74%) ตามลำดับ อย่างไรก็ตามปัญหาของการเกิด W/A จากการแตกข้างเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและยังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงสนใจปัญหาการแตกข้างของแก้มยางรถยนต์ พบว่า รุ่นการผลิต A มีปริมาณ W/A ที่เกิดจากการแตกข้างมากที่สุด โดยนำเครื่องมือ 4M1E มาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการแตกข้างของแก้มยางรถยนต์ นอกจากนี้ยังศึกษาสมบัติของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การวัลคาไนซ์ ความหนืดมูนนี่ ความหนาแน่นของพันธะเชื่อมขวาง ความต้านทานแรงดึง และความแข็งของผลิตภัณฑ์ โดยใช้วิธีการออกแบบการทดลองแบบ 3k Factorial Design ผลการศึกษา พบว่า ตัวแปรที่ส่งผลต่อการแตกข้างของแก้มยาง คือ ตัวแปรที่เกิดจากช่องว่างระหว่างสกรูกับกระบอกบาร์เรลที่มีขนาดกว้างเกิน 0.036 นิ้ว ทำให้มีปริมาณ W/A อยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 19.72 หลังแก้ไขโดยการเปลี่ยนสกรู พบว่า W/A ลดลงเหลือเฉลี่ย 2.32% ดังนั้นวิธีการนี้เป็นหนึ่งในแนวทางของการแก้ไขปัญหาการแตกข้างได้
การเตรียมและลักษณะสมบัติของวัสดุเชิงประกอบคอร์เดียไรต์/สปอดูมีน/มุลไลต์ สำหรับภาชนะเซรามิกประเภทสัมผัสเปลวไฟโดยตรง, ปราณี จันทร์ลา
การเตรียมและลักษณะสมบัติของวัสดุเชิงประกอบคอร์เดียไรต์/สปอดูมีน/มุลไลต์ สำหรับภาชนะเซรามิกประเภทสัมผัสเปลวไฟโดยตรง, ปราณี จันทร์ลา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภาชนะเซรามิกหุงต้มที่สามารถใช้เป็นภาชนะสำหรับปรุงอาหารได้โดยตรงด้วยการตั้งบนเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาอบ และเตาไมโครเวฟได้ จะต้องทำจากวัสดุที่มีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อนต่ำ มีค่าความแข็งแรงสูง มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ และมีความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้ดี ซึ่งวัสดุสปอดูมีน คอร์เดียไรต์ และ มุลไลต์ มีสมบัติดังกล่าวข้างต้น เป็นวัสดุที่มีราคาไม่แพง และขึ้นรูปด้วยวิธีเซรามิกดั้งเดิมได้ ในงานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาการเตรียมวัสดุเชิงประกอบคอร์เดียไรต์/สปอดูมีน/มุลไลต์ ที่สามารถนำมาใช้ผลิตเป็นภาชนะเซรามิกหุงต้มได้ จากส่วนผสมของดินดำ ดินขาว สปอดูมีน ทัลค์แคลไซด์ อะลูมินา ซิลิกา และผงมุลไลต์ ผสมกันในอัตราส่วนของการเกิดเฟส คอร์เดียไรต์ ต่อ สปอดูมีน ในอัตราส่วน 1:1 และ เติมมุลไลต์ในอัตราส่วนร้อยละ 10-50 โดยน้ำหนัก บดผสมแบบเปียก ขึ้นรูปด้วยวิธีการหล่อแบบ เผาที่อุณหภูมิ 1250 และ1275 องศาเซลเซียส นำไปทดสอบสมบัติต่างๆ หลังเผา จากการทดลองพบว่าอัตราส่วนผสมของวัสดุเชิงประกอบที่เหมาะสม คือ สูตรการปรับส่วนผสมจากการคำนวณทางทฤษฎี ด้วยการเติมดินขาวนราตันร้อยละ 10 และซิลิการ้อยละ 5 โดยน้ำหนัก แทนที่อะลูมินา ของส่วนผสมการเกิดเฟสคอร์เดียไรต์ ต่อ สปอดูมีน 1:1 และเติมมุลไลต์ในอัตราส่วนร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก (สูตร 50S5) เผาที่อุณหภูมิ 1275 องศาเซลเซียส พบ 4 เฟส คือบีตาสปอดูมีน คอร์เดียไรต์ มุลไลต์ และ คอรันดัม มีค่าการหดตัวรวมหลังเผาร้อยละ 9.72 ค่าการดูดซึมน้ำต่ำร้อยละ 1.10 ความแข็งแรงสูง 74.48 เมกะพาสคัล ค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อนต่ำ 2.76x10-6 ต่อองศาเซลเซียส ค่าการนำความร้อน 2.28 วัตต์ต่อเมตรเคลวิน สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้สูง 350 องศาเซลเซียส ทดลองขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ตัวอย่างหม้อต้มอาหาร เส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เซนติเมตร ความจุ 1 ลิตร เผาที่อุณหภูมิ 1275 องศาเซลเซียส พบว่าไม่เกิดการยุบตัวของผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง สามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ภาชนะเซรามิกหุงต้มที่สามารถตั้งไฟบนเตาแก๊สได้โดยไม่เกิดการแตกร้าว
คอมพอสิตชีวภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดส์/เส้นใยมะพร้าว, วรพร คิ้วเจริญ
คอมพอสิตชีวภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดส์/เส้นใยมะพร้าว, วรพร คิ้วเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การเตรียมคอมพอสิตชีวภาพจากพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติ อิพ็อกซิไดซ์ด้วยเส้นใยมะพร้าว โดยเริ่มจากยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่มีระดับอิพ็อกซิเดชันปานกลาง (ร้อยละ 38 โดยโมลอิพ็อกซิเดชัน) ถูกเตรียมผ่านกระบวนการ ‘อินซิทู’ อิพ็อกซิเดชันของน้ำยางธรรมชาติ โดยใช้กรดฟอร์มิก 0.75 โมลาร์ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.75 โมลาร์ จากนั้นพอลิเมอร์ผสมพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่อัตราส่วนต่าง ๆ (100/0, 90/10, 80/20, 70/30, 60/40, 50/50 โดยน้ำหนัก) ได้ถูกเตรียมโดยการผสมแบบหลอมเหลวด้วยเครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ตามด้วยการฉีดแบบ จากการทดสอบ พบว่าความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาดได้รับการปรับปรุงด้วยการเติมยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่ปริมาณร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก หากแต่ความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส ความทนแรงดัดโค้ง เสถียรภาพทางความร้อนและการเกิดผลึกลดลง อีกทั้งความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาดลดลงเมื่อเติมยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ปริมาณเพิ่มขึ้น จากผลของความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาด พอลิเมอร์ผสม พอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่อัตราส่วน 90/10 ถูกเลือกสำหรับเตรียมเป็นคอมพอสิตชีวภาพกับเส้นใยมะพร้าว 3 อัตราส่วน (5, 10 และ 20 ส่วนต่อเรซินร้อยส่วน) และทำการเปรียบเทียบเทคนิคการผสม ได้แก่ เครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่และเครื่องผสมแบบปิดตามด้วยการฉีดแบบ จากการทดสอบ พบว่า การผสมเส้นใยมะพร้าวที่ปริมาณ 5 ส่วนต่อเรซินร้อยส่วนด้วยเครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ สามารถปรับปรุงความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส การยืดตัว ณ จุดขาด ความทนแรงดัดโค้งและการเกิดผลึกได้เล็กน้อย แต่เสถียรภาพทางความร้อนลดลง ขณะที่การผสมเส้นใยมะพร้าวทุกอัตราส่วนด้วยเครื่องผสมแบบปิดไม่สามารถปรับปรุงสมบัติเชิงกลและเสถียรภาพทางความร้อนอย่างมีนัยยะสำคัญได้เมื่อเปรียบเทียบกับพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่อัตราส่วน 90/10 ที่ผสมด้วยเทคนิคเดียวกัน ถึงแม้ว่าการปรับปรุงนี้ขึ้นกับเทคนิคการผสม คอมพอสิตชีวภาพที่ผสมด้วยเครื่องผสมแบบปิดมีสมบัติเชิงกลและเสถียรภาพทางความร้อนที่ดีกว่าชิ้นงานที่ผสมด้วยเครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ที่มีองค์ประกอบเดียวกัน นอกจากนี้ การเติมทั้งยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์และเส้นใยมะพร้าวสามารถปรับปรุงการย่อยสลายทางชีวภาพของชิ้นทดสอบได้