Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 121 - 150 of 2655

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Effect Of Multimedia Information About Computer-Assisted And Freehand Dental Implant Surgery On Patients’ Knowledge, Anxiety, And Decision-Making, Veerawit Lukkanasomboon Jan 2024

The Effect Of Multimedia Information About Computer-Assisted And Freehand Dental Implant Surgery On Patients’ Knowledge, Anxiety, And Decision-Making, Veerawit Lukkanasomboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to evaluate the impact of multimedia and verbal information on patients' knowledge, anxiety, and decision-making regarding dental implant surgery, focusing on comparing computer-assisted and freehand techniques. This randomized controlled trial involved 100 patients divided into two groups: one receiving multimedia information (n=50) and the other receiving verbal information (n=50). Data were collected through self-administered questionnaires assessing patients' baseline information, knowledge, anxiety, and decision-making before and after receiving information about dental implant surgery techniques. Results showed significant increases in knowledge scores for both groups, with the multimedia group improving from 1.96 to 3.90 (p<0.001) and the verbal group from 2.0 to 3.98 (p<0.001). Anxiety levels decreased significantly in both groups, with reductions from 12.76 to 11.48 (p=0.001) in the multimedia group and from 13.92 to 12.16 (p<0.001) in the verbal group. The proportion of patients who decided to proceed with dental implant surgery increased from 70% to 78% in the multimedia group and from 54% to 66% in the verbal group. After receiving the information, more patients in both groups opted for computer-assisted implant surgery, though treatment costs remained a significant concern for some, leading to declines in surgery acceptance. Despite these findings, no significant differences were observed between the multimedia and verbal groups regarding knowledge improvements, anxiety reduction, or decision-making. In conclusion, multimedia and verbal information effectively enhanced patient knowledge and reduced anxiety about dental implant surgery, and both methods may influence patients' decisions regarding their preferred implant technique, with no significant differences between the two methods.


The Influence Of Hospital Service Quality On National Health Insurance Patients’ Perceived Value, Satisfaction, And Revisit Intention Across Gender And Age Group In Outpatient Setting In Indonesia: A Mixed Method Study, Alvera Noviyani Jan 2024

The Influence Of Hospital Service Quality On National Health Insurance Patients’ Perceived Value, Satisfaction, And Revisit Intention Across Gender And Age Group In Outpatient Setting In Indonesia: A Mixed Method Study, Alvera Noviyani

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Recent literature on healthcare quality shows the important of patient-centred design, hence more contextualized and patient-perspective research is needed to assess service quality. Hence, this study aimed to analyse and explain the relationship between patient satisfaction, perceive value, and revisit intention of Indonesian National Health Insurance patients via service quality in outpatient department in national central public hospital setting. Methods: A mixed-methods approach was employed, combining quantitative analysis through Structural Equation Modelling (SEM) and qualitative data obtained from patient interviews. The SEM results assessed the direct and indirect effects of service quality on perceived value, satisfaction, and revisit intention. …


การพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, วรรณิดา ทองไทย Jan 2024

การพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, วรรณิดา ทองไทย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของภาระงานและเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และ 3) เพื่อวิเคราะห์พัฒนาการด้านสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตัวอย่างวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวังทองพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 60 คน ที่ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) ภาระงานการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง ทักษะการเขียน และทักษะการพูด 2) เกณฑ์การให้คะแนนภาระงานด้านทักษะการอ่าน ด้านทักษะการฟัง ด้านทักษะการเขียน และด้านทักษะการพูด 3) เกณฑ์การประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ การประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนี CVI ดัชนี ICC การวิเคราะห์ repeated measures MANOVA และทฤษฎีการสรุปอ้างอิงความน่าเชื่อถือในการวัด ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาระงานการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีคุณภาพในด้านความตรงเชิงเนื้อหา (CVI=0.80-1.00) และมีความเป็นคู่ขนานกัน (CVI = 0.80) ส่วนเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีคุณภาพในด้านความตรงเชิงเนื้อหา (CVI=0.60-1.00) และความเที่ยงระหว่างผู้ประเมิน (ICC=0.81-0.96) โดยภาระงานและเกณฑ์การประเมินมีลักษณะครอบคลุม 4 ทักษะทางภาษา ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และสามารถสะท้อนสมรรถนะการสื่อสารทั้งในด้านไวยากรณ์ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ภาษาศาสตร์เชิงสังคม และกลวิธีการใช้ได้อย่างชัดเจน2. แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์มีองค์ประกอบ 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อหา ส่วนการประเมินผลงาน และส่วนการนำเสนอผลงาน โดยแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีคุณภาพอยู่ในระดับดี (M = 8.02, SD = 1.40) และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (M = 4.48, SD = 0.51)3. นักเรียนมีพัฒนาการด้านสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านไวยากรณ์หรือโครงสร้าง ด้านการใช้ภาษาเพื่อ การสื่อสาร และด้านภาษาศาสตร์เชิงสังคม ส่วนด้านกลวิธีการใช้ ยังมีพัฒนาการไม่ชัดเจน …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As digital life increasingly shapes how we engage with culture, Check-in Culture has emerged as a powerful lens through which identity, space, and symbolic value are negotiated. Far from mere location tags, Check-ins on platforms like Instagram and Xiaohongshu are performative acts—blending personal branding, viral humor, and algorithmic visibility. This study examines how ordinary places, such as the now-iconic “Chengdu Disney,” are transformed into cultural landmarks through participatory remixing and meme-driven attention.To explore these dynamics, the “CHECK IN Planet Colonization Plan” online exhibition serves as both a case study and a curatorial experiment, merging artistic interpretation, social media interaction, and …


หลับใหลเพื่อหล่อหลอมตัวตน : การนอนหลับกับการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ในนวนิยายเรื่อง My Year Of Rest And Relaxation ของ Ottessa Moshfegh, เปมิกา อนุรักษ์เลขา Jan 2024

หลับใหลเพื่อหล่อหลอมตัวตน : การนอนหลับกับการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ในนวนิยายเรื่อง My Year Of Rest And Relaxation ของ Ottessa Moshfegh, เปมิกา อนุรักษ์เลขา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาบทบาทของ “การนอนหลับ” ในนวนิยายเรื่อง My Year of Rest and Relaxation (2018) ของ Ottessa Moshfegh โดยวิเคราะห์ว่าการนอนหลับในเรื่องดังกล่าวมิได้เป็นเพียงกลไกในการหลีกหนีจากสังคมและเยียวยาบาดแผลทางจิตใจเพื่อนำไปสู่การหล่อหลอมตัวตนแบบใหม่ที่พึงปรารถนาเท่านั้น หากยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการยืนยันสถานะความเป็นอภิสิทธิ์ชน และในการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ซึ่งนำไปสู่การต่อรองทางอัตลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นได้จากการวิเคราะห์ภูมิหลังทางครอบครัว ตลอดจนแนวคิดและการกระทำของตัวละครเอกซึ่งเป็นหญิงผิวขาวชนชั้นสูงในสังคมอเมริกัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกกับตัวละครอื่น ๆ ที่แวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของตัวละครเอก ผลการวิเคราะห์ยังแสดงให้เห็นว่าฉากหลังของเรื่อง—ซึ่งเกิดขึ้นในเขตแมนแฮตตันในมหานครนิวยอร์กและครอบคลุมช่วงเวลาก่อนและระหว่างเหตุการณ์ 9/11—อาจสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความเหลื่อมล้ำที่ปรากฏในระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับความเหลื่อมล้ำในสังคมวงกว้าง


การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบข้อมูลเชิงภาพ (Data Visualization) สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์กราฟิกให้เหมาะสมกับกลุ่มนักออกแบบกราฟิก Generation Z โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้จากอดีตสู่อนาคต ผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและรูปแบบการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาถูกสังเคราะห์จากข้อมูลของ Graphic Movements จำนวน 20 ยุค วิเคราะห์ครอบคลุมทั้งลักษณะเด่น แนวคิดหลัก และตัวอย่างงานออกแบบ เพื่อนำไปพัฒนาการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม เอกสารทางวิชาการ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างนักออกแบบกราฟิก Generation Z จำนวน 9 คน ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มความคิด พฤติกรรมการเรียนรู้ และมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลด้วยภาพ ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบข้อมูลเชิงภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายควรสะท้อนบุคลิกภาพของงานที่มีลักษณะ NEAT (เนี้ยบ เรียบร้อยไร้ที่ติ), PRECISE (พิถีพิถัน เฉียบขาด) และ LIVELY (มีชีวิตชีวา) ควบคู่กับแนวคิด “เรียนรู้จากอดีตเพื่ออนาคต” โดยการผสานความงามทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีและความร่วมสมัย ผ่านกระบวนการออกแบบที่ใช้ Customer Journey เป็นแนวทางในการกำหนดการนำเสนอ เพื่อให้เกิดการรับรู้ มีส่วนร่วม และสามารถจดจำและประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน


ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมในคนไทยวัยผู้ใหญ่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ภวิกา เสริมศักดิ์ Jan 2024

ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมในคนไทยวัยผู้ใหญ่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ภวิกา เสริมศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เมื่อมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยจะส่งผลต่อการไปรับการรักษาทางทันตกรรมหรือไม่เป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจ การศึกษานี้มีวัตถุุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง ทำการเก็บข้อมูลในผู้มารับบริการที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยสถิติ multiple logistic regression ผลการศึกษาพบว่าจากข้อมูลจำนวน 378 คน พบว่าความชุกของการไปรับการรักษาทางทันตกรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ร้อยละ 46.0 (95% CI = 41.0, 51.1) กลุ่มที่ตอบว่าการไปตรวจฟันและขูดหินปูน/ขูดหินน้ำลายมีความสำคัญมีความสัมพันธ์กับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมเป็น 2.38 เท่า (95% CI =1.19, 4.73) กลุ่มที่มีความกังวลหรือความกลัวในการไปรับการรักษาทางทันตกรรมมีความสัมพันธ์กับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมเป็น 0.52 เท่า (95% CI = 0.29, 0.92) กลุ่มต้องการยกเลิกหรือเลื่อนนัดการรักษาทางทันตกรรมมีความสัมพันธ์กับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมเป็น 0.35 เท่า (95% CI = 0.21, 0.60) และกลุ่มมีปัญหาในช่องปากที่คิดว่ามีความจำเป็นต้องไปรับการรักษาทางทันตกรรมมีความสัมพันธ์กับการไปรับการรักษาทางทันตกรรมเป็น 2.70 เท่า (95% CI = 1.66, 4.38) สรุปผลการศึกษาได้ว่า ความชุกของการไปรับการรักษาทางทันตกรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ร้อยละ 46.0 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่ ทัศนคติและความรู้ด้านสุขภาพช่องปากและปัญหาในช่องปากที่คิดว่ามีความจำเป็นต้องไปรับการรักษาทางทันตกรรม


Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup Jan 2024

Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores Bhutanese youth's perceptions, communication preferences, and engagement with waste separation and management, focusing on students at Yangchenphu Higher Secondary School (YHSS) in Thimphu. Using a mixed-methods approach, it combines surveys of 185 students with interviews from teachers and administrators to examine knowledge, attitudes, behaviors, and systemic challenges. Findings reveal high awareness and positive attitudes among students, with social media and video content preferred for communication. However, barriers such as time constraints, inadequate infrastructure, and reliance on extrinsic motivators limit effectiveness. Key themes include Shared Responsibility, Challenges in Sustaining Engagement, System Effectiveness, Civic Education, and Policy Support. The …


ปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองแรงงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพในประเทศไทย, วุฒิภัทร คำพิทักษ์ Jan 2024

ปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองแรงงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพในประเทศไทย, วุฒิภัทร คำพิทักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กีฬาอีสปอร์ต เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่นำเกมหรือเกมคอมพิวเตอร์มาใช้ในการแข่งขัน ซึ่งมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา และถือเป็นจุดกำเนิดของอาชีพรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ที่หลาย ๆ ประเทศให้การรับรองว่าเป็นกีฬาอาชีพ ทำให้นักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพเป็นอาชีพที่ควรได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมเฉกเช่นเดี่ยวกับกีฬาอาชีพประเภทอื่นและอาชีพปกติทั่วไป จากการศึกษาพบว่า กฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการให้ความคุ้มครองนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปในการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพ ซึ่งไม่อาจนำมาปรับใช้กับการจ้างงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นเหตุให้ต้องนำความในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานมาบังคับใช้เท่าที่ไม่ขัด อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวอาจไม่สนองต่อลักษณะเฉพาะของการทำงานของนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะ 4 ประการสำหรับการจ้างงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ประกอบด้วย ระยะเวลาการจ้าง การกำหนดวันเวลาทำงาน ค่าตอบแทนการทำงาน และมาตรการด้านความปลอดภัยและชีวอนามัย ที่สอดคล้องกับลักษณะของงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพต่อไป


ผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียน, พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ Jan 2024

ผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียน, พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแล และเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลเด็กออทิสติกวัยเรียนที่มีอายุ 6-12 ปี ได้แก่ บิดา มารดา จำนวน 40 คน มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และเข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก สถาบันราชานุกูล โดยได้รับการจับคู่ระยะเวลาการดูแลและระดับอาการออทิสติก แล้วสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวน 20 คู่ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมฯ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินอาการออทิสติกของโรคออทิสซึม โปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแล และแบบประเมินความรู้สึกถูกตีตราร่วม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติทดสอบที (t-test) ผลการวิจัยสรุปดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนที่ได้รับโปรแกรมฯ น้อยกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ


The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn Jan 2024

The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to explore the brand image of Pomelo among Generation Y and Generation Z consumers in Thailand and to study the generational differences and similarities in the brand image of Pomelo. The study is based on Keller’s (1993) Brand Image, which is a perception of a brand as reflected by the brand associations, including 3 dimensions, which are attributes composed of product-related attributes, and non-product-related attributes, benefits composed of experiential benefits, symbolic benefits, and functional benefits, and attitudes consisted of cognitive, affective, and conative. The research instrument of this study is an in-depth interview. The …


Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai Jan 2024

Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this study were: 1) to explore the levels and bases of interpersonal trust among employees in the organizational gossip process, and 2) to explore the role of organizational gossip in fostering certain communication climates (i.e., defensive and supportive climates). Adopting an inductive, qualitative approach, 12 semi-structured in-depth interviews were conducted with four participants from small enterprises, four participants from medium-sized enterprises, and four participants from large enterprises in the creative industries in Thailand. Findings revealed that a high level of interpersonal trust among colleagues concerning work-related matters does not necessarily equate to the same level of trust …


Linear Distance, Agreement Attraction, And Working Memory Effects On L1 Thai Learners' Processing Of L2 English Third-Person Singular Subject-Verb Agreement, Montira Berteau Jan 2024

Linear Distance, Agreement Attraction, And Working Memory Effects On L1 Thai Learners' Processing Of L2 English Third-Person Singular Subject-Verb Agreement, Montira Berteau

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the realm of second language (L2) processing, agreement processing has continued to attract a considerable amount of attention in the field (e.g., Jiang, 2004; Keating, 2009; Lim & Christianson, 2015). A wide range of factors have been speculated to modulate L2 agreement processing, including first-language (L1) influence, L2 proficiency, long-distance agreement/dependencies (LDDs), agreement attraction, working memory (WM), among others. The present study was carried out to investigate three of these modulating factors, including long-distance agreement, agreement attraction, and WM capacity, on L2 agreement processing of L1 Thai learners. According to Hypothesis 1, linear distance would increase a level of …


ผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, รดา วงษ์ศรี Jan 2024

ผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, รดา วงษ์ศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ขณะเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์คุณสมบัติ แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 22 คน จับคู่ให้มีความใกล้เคียงกันในเรื่องเพศและอายุ กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลปกติ ในขณะที่กลุ่มทดลองได้รับ โปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหยต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ระยะเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินแบบสอบถามภาวะซึมเศร้า และ เครื่องมือกำกับการทดลอง คือ แบบบันทึกการใช้น้ำมันหอมระเหย มีค่าสัมประสิทธิ์ของครอนบาค 0.82 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยายและสถิติt – test โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยคะแนนภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหยต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 7.35 ,df = 21 ,p = .000 ) 2. ค่าเฉลี่ยคะแนนภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 (t = 1.75 ,df = 42 ,p = .04 )


The Influence Of Consumer Perception Of Csr On True Corporation Brand Image And Loyalty, Takumi Kato Jan 2024

The Influence Of Consumer Perception Of Csr On True Corporation Brand Image And Loyalty, Takumi Kato

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the impact of consumer perceptions of corporate social responsibility (CSR) on brand image and brand loyalty, focusing on True Corporation in Thailand. Data were collected from 204 respondents aged 18 to 54 through an online questionnaire. The findings reveal that True Corporation has established a comprehensive CSR image encompassing customer-oriented, economic-oriented, and community-oriented dimensions. Additionally, consumer perceptions of CSR significantly influence both brand image and brand loyalty.


The Dynamics Of The Chana Community Network Movement: Strategic Shifts, Impacts, And Reflections On Thailand's Political Landscape, Abdullah Yuhannan Jan 2024

The Dynamics Of The Chana Community Network Movement: Strategic Shifts, Impacts, And Reflections On Thailand's Political Landscape, Abdullah Yuhannan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation examines the dynamics of the Chana Community Movement, one of Thailand’s most enduring grassroots movements. Originating in the early 1990s with opposition to illegal commercial fishing, the movement has evolved to resist the Chana Industrial Estate Project. The research addresses key questions concerning factors sustaining the movement, tactical adaptations, societal impacts, and its reflection of Thailand’s contemporary political landscape. The study employs a qualitative research methodology, combining document analysis, in-depth interviews, and participant observation, alongside analytical frameworks derived from political struggle studies and social movement theories for comprehensive analysis. The findings reveal that the Chana Community Movement succeeded …


ปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, วันจักร น้อยจันทร์ Jan 2024

ปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, วันจักร น้อยจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและสาเหตุการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เล่นพนันคาสิโนออนไลน์ จำนวน 15 คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก รวมถึงการศึกษาจากเอกสาร และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์สรุปอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำแนกได้เป็น 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่สาเหตุเรื่องของความล้าหลังและไม่ชัดเจนของกฎหมายที่ไม่ทันกับเทคโนโลยี รวมถึงการโฆษณาที่เข้าถึงเยาวชนได้ง่าย ทำให้ปัญหานี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริบทและสภาวะที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความซับซ้อนทางวัฒนธรรม การทุจริตในระบบราชการ การพัฒนาเทคโนโลยี และวิถีชีวิตยุคใหม่ ล้วนส่งเสริมการเล่นพนัน และผลกระทบของปัญหานี้สร้างความเสียหายทั้งด้านการศึกษา จิตใจ สังคม และการเงินของเยาวชน การแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว โรงเรียน และสังคมในระยะยาว 2.สาเหตุการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานครสามารถแบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจเจกบุคคล จิตวิทยา และสังคม พบว่าเยาวชนมักตัดสินใจเล่นพนันโดยประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โดยอาจได้รับอิทธิพลจากการเลียนแบบพฤติกรรมในสื่อออนไลน์หรือกลุ่มเพื่อน การโฆษณาที่ดึงดูด และการเสริมกำลังทั้งทางบวกและลบ นอกจากนี้ ปัจจัยทางสังคม เช่น ความสัมพันธ์ที่ไม่แข็งแรงกับครอบครัว การขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือความรู้สึกว่างเปล่าทางจิตใจ ล้วนมีส่วนผลักดันให้เยาวชนเข้าสู่วงจรการพนันออนไลน์มากขึ้น


กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย, พรทิภา หัสดี Jan 2024

กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย, พรทิภา หัสดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทัศนะ มุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ต่อสถาบันครอบครัว และความรุนแรงในครอบครัว และศึกษาถึงทัศนะ มุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม ของ บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้กระทำความรุนแรง และผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ที่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัว ตลอดจนศึกษาบทบาทการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคของกระบวนการยุติธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัวในการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เพื่อความเข้าใจและพัฒนาแนวทางแก้ไขป้องกันความรุนแรงในครอบครัว โดยวิธีการในการดำเนินการวิจัยเป็นแบบผสมผสาน คือการวิจัยเชิงปริมาณผ่านการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย 400 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวซึ่งเป็นบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และ ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ซึ่งเป็นบุตรหรือผู้อยู่ภายใต้การปกครอง ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัวผลการศึกษาพบว่าทัศนะของกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen-Z ส่วนใหญ่มีพื้นฐานความเชื่อ ค่านิยมต่าง ๆ เกี่ยวกับครอบครัวคล้ายกับคนในยุคก่อน โดยยังเห็นว่าครอบครัวมีความสำคัญ แต่มีการรับรู้ถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในครอบครัวที่ไม่ควรมีการละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจเด่นชัดขึ้น และส่วนหนึ่งมีมุมมองสะท้อนให้เห็นภาพสถาบันครอบครัวที่แตกต่างออกไป เช่น บ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังให้ลูกมาดูแลในวัยชรา เป็นต้น ซึ่งเป็นมุมมองไปทางเดียวกันกับผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัวได้แสดงมุมมองต่อศาลหรือบุคคลในกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้กระทำความรุนแรงนั้น ส่วนใหญ่จะคิดว่าการกระทำของตนเองไม่เป็นความรุนแรง แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการและปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ออกเพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้กระทำความรุนแรง และเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูแล้ว ก็ยอมรับว่าช่วยให้สถานการณ์ในครอบครัวดีขึ้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ สะท้อนว่าบริบทของความรุนแรง ในครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิดใหม่ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้ต้องทบทวนและตระหนักถึงบริบทที่แปรเปลี่ยนไปดังกล่าวเพื่อสร้างสมดุลและสันติภาพภายในบ้าน อีกทั้งในระดับ มหภาคเพื่อช่วยกันรณรงค์ หรือกำหนดนโยบาย หรือกฎหมาย เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่สงบสุขไร้ความรุนแรงอย่างยั่งยืน


บทบาทพระธรรมทูตในการทูตวัฒนธรรมของไทยต่ออินเดีย, ณัฐสิชฌ์ พินยะสิน Jan 2024

บทบาทพระธรรมทูตในการทูตวัฒนธรรมของไทยต่ออินเดีย, ณัฐสิชฌ์ พินยะสิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาบทบาทพระธรรมทูตไทยสายอินเดียซึ่งนับเป็นตัวแสดงสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ร่วมกับตัวแสดงในระดับต่าง ๆ ประกอบด้วย หน่วยงานด้านการต่างประเทศไทย รัฐบาลท้องถิ่นอินเดีย และสาธารณชนอินเดีย ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความร่วมมือและปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย งานวิจัยฉบับนี้ใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพและวิเคราะห์ผลการศึกษาตามกรอบแนวคิดว่าด้วยการทูตวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงกลไกการทำงานของพระธรรมทูตและการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มาจากการสื่อสารสองทาง โดยพิจารณาขอบเขตด้านเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ในการก่อตั้งวัดไทยพุทธคยา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ บทบาทพระธรรมทูตไทยสายอินเดียต้องเผชิญกับความท้าทายในด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา และวิถีชีวิต เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสาธารณชนอินเดียและสามารถดำรงบทบาทในฐานะผู้แทนทางพระพุทธศาสนาในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถนำมาซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจของสาธารณชนอินเดียที่มีต่อไทย จากการศึกษาพบว่าพระธรรมทูตไทยไม่ได้มีเพียงบทบาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์รวมจิตใจต่อสาธารณชนในพื้นที่และผู้ที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญในพื้นที่สังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล และมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อสาธารณชนอินเดียจากการส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ ทำให้การขับเคลื่อนการทูตวัฒนธรรมไทยดำเนินไปอย่างยั่งยืนจากความศรัทธาและร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียอย่างแน่นแฟ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาเถรวาทไทยให้กลายเป็นจุดเด่นในสังคมอินเดีย ในขณะเดียวกัน พระธรรมทูตไทยได้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อการเจริญสัมพันธ์ไมตรีในต่างประเทศและได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากสาธารณชนและรัฐบาลท้องถิ่นของอินเดีย โดยวัดไทยในอินเดียได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญ บทบาทพระธรรมทูตไทยได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม คุณภาพชีวิต และการท่องเที่ยว ทำให้การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืนภายใต้พื้นฐานของความเข้าใจอันดี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการทูตวัฒนธรรมไม่สามารถสำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องถูกสั่งสมจนเกิดความไว้เนื้อเชื้อใจที่แสดงออกผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ ความร่วมมือ และนโยบายต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ การศึกษาประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสามารถพิจารณาถึงการทูตวัฒนธรรมที่เป็นอีกหนึ่งหนทางในการแสวงหาซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติ โดยมีพระธรรมทูตไทยเป็นตัวแสดงทางการทูตที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นส่วนหนึ่งในการตอบสนองเจตนารมณ์ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่างประเทศ


การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street Crime) ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา Jan 2024

การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street Crime) ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street Crime) รวมถึงการระบุปัญหาและข้อจำกัดในการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อเสนอแนะแนวทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนนในบริบทของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่ใช้ทั้งการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นกลุ่มเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ นักอาชญาวิทยา นักพัฒนาเทคโนโลยี AI นักวิชาการเทคโนโลยี AI และนักกฎหมายด้านเทคโนโลยี AI รวมจำนวน 13 คน ผลการวิจัยพบว่า AI ไปใช้ในการป้องกันอาชญากรรมบนท้องถนน (Street crimes) ได้ 4 ประการ ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ข้อมูล จากกล้องวงจรปิด (CCTV Analytics) 2. การจดจำใบหน้า (Facial Recognition) 3. การติดตามยานพาหนะ (Vehicle Tracking) 4.การยับยั้งและข่มขู่ผู้กระทำความผิดด้วย การติดตั้งกล้องวงจรปิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มนำ AI มาใช้ในพื้นที่นำร่องบางแห่งในกรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้ขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประเทศไทยยังขาดความพร้อมในหลายด้านสำหรับการนำ AI มาใช้ในการป้องกันอาชญากรรม การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมได้ดีกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงลำพัง อีกทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ทำงานร่วมกับ AI ยังช่วยยับยั้งอาชญากรรมผ่านผลทางจิตวิทยาต่อผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ยังมีปัญหาและข้อจำกัดสำคัญ เช่น ปัญหาอุปสรรคของการป้องกันอาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 1) ความแม่นยำของ AI 2) ด้านกฎหมาย งบประมาณในการติดตั้งระบบ AI และกล้องวงจรปิด การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงต่อการเกิดอคติ (bias) การวิจัยนี้จึงข้อเสนอแนะอาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดนโยบายในการวิเคราะห์สถิติการเกิดอาชญากรรมในแต่ละกองบังคับการตำรวจนครบาลและกำหนดพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงเพื่อทดลองใช้ AI ในการตรวจจับและป้องกันอาชญากรรม รวมทั้งการพัฒนาระบบ AI และการสร้างกรอบการทำงานที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการใช้งานอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในบริบทของการป้องกันอาชญากรรมในประเทศไทย


From Climate Perception To Climate Action: Case Study Of Transforming Sustainable Rice Cultivation In Doembang Subdistrict, Suphan Buri Province, Thailand, Chotika Thamsuwan Jan 2024

From Climate Perception To Climate Action: Case Study Of Transforming Sustainable Rice Cultivation In Doembang Subdistrict, Suphan Buri Province, Thailand, Chotika Thamsuwan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The thesis explores the critical link between climate perception and sustainable rice cultivation practices. The study highlights the vulnerability of the agricultural sector, particularly rice farming, to climate impacts and emphasizes the necessity of transitioning to sustainable practices as part of Thailand’s broader goal of reducing greenhouse gas emissions by 40% by 2030. Employing the Theory of Planned Behavior (TPB) as the analytical framework, this qualitative research explores how smallholder farmers in the Doem Bang subdistrict conceptualize climate change and sustainable rice cultivation. The study investigates the socio-psychological determinants—behavioral attitudes, subjective norms, and perceived behavioral control—that shape farmers’ intentions and …


Risk Perceptions Of Coffee Growers In Northern Thailand: A Case Study Of Chiang Rai Province, Melody Sie Jan 2024

Risk Perceptions Of Coffee Growers In Northern Thailand: A Case Study Of Chiang Rai Province, Melody Sie

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Thailand's coffee sector faces numerous risks, impacting coffee farmers' livelihoods. This study explores risk perception and management strategies through in-depth interviews with coffee farmers based in Chiang Rai province. Drawing from Joy Harwood’s categorization of agricultural risk, the risks assessed in this study fell under the domains of production, market, and institutional risks. Farmers' perceptions of these risks were analyzed by considering the mental strategies and biases (heuristics) that shaped their perceptions, as well as how farmers measured risk according to their risk attributes (frequency, severity, adaptation ability). The values, emotions, and experiences of farmers shape the foreground of farmers' …


แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้จินตภาพ โค้ชชิ่งแบบทีม และการเป็นพี่เลี้ยงเพื่อเสริมสร้างทักษะดนตรีและวินัยของนักเรียนวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา, เพียวพันธ์ เทวงษ์รักษา Jan 2024

แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้จินตภาพ โค้ชชิ่งแบบทีม และการเป็นพี่เลี้ยงเพื่อเสริมสร้างทักษะดนตรีและวินัยของนักเรียนวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา, เพียวพันธ์ เทวงษ์รักษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการสอนโดยใช้จินตภาพ (Visualization) สำหรับการส่งเสริมด้านการแสดงออกดนตรีสำหรับนักเรียนวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา 2) ศึกษาแนวทางดูแลด้วยโค้ชชิ่งแบบทีม (Team Coaching) และการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) สำหรับการเสริมสร้างวินัยของนักเรียนวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์เอกสาร ตำรา งานวิจัย 2) การเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ครูผู้ควบคุมวงโยธวาทิต 5 คน 3) การเก็บข้อมูลด้วยการสังเกตการจัดการเรียนการสอนวงโยธวาทิต 4 โรงเรียน 4) การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามนักเรียนวงโยธวาทิต 80 คน และ 5) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยสรุปว่า 1) ลักษณะการใช้จินตภาพเป็นวิธีที่สำคัญในการสอนปฏิบัติเครื่องดนตรี สามารถจำแนกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.กลุ่มครูผู้ควบคุมวงโยธวาทิตที่ไม่เน้นการแข่งขัน ใช้จินตภาพแบบช่วยเสริมความรู้และประสบการณ์ด้านดนตรี เพื่อความเข้าใจในดนตรี 2.กลุ่มครูผู้ควบคุมวงโยธวาทิตที่เน้นการแข่งขัน ใช้จินตภาพแบบช่วยเสริมการตีความและความสมบูรณ์แบบของดนตรี เพื่อทักษะและการแสดงออกดนตรี 2) ลักษณะการให้ความดูแลนักเรียนวงโยธวาทิตแบบพี่เลี้ยงและครูผู้ฝึกเป็นวิธีที่สำคัญในการสร้างวินัย สามารถจำแนกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.กลุ่มครูผู้ควบคุมวงโยธวาทิตที่ไม่เน้นการแข่งขัน ใช้การเป็นพี่เลี้ยงลักษณะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ ครูดูแลศิษย์ เพื่อส่งเสริมวินัย 2.กลุ่มครูผู้ควบคุมวงโยธวาทิตที่เน้นการแข่งขัน ใช้การเป็นครูผู้ฝึกในลักษณะครอบครัว หรือ ลักษณะองค์กร เพื่อส่งเสริมวินัย


การพัฒนาฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบ, ศรัญญา กสิพร้อง Jan 2024

การพัฒนาฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบ, ศรัญญา กสิพร้อง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสอนวิชาเคมีให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของครูในการอธิบายความเป็นนามธรรมของวิชาเคมีให้นักเรียนสามารถเข้าใจแนวคิดทางเคมีได้ ดังนั้น เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจวิชาเคมีมากขึ้นจึงจำเป็นต้องมีสื่อการเรียนรู้เพื่อช่วยอธิบายความเป็นนามธรรมของวิชาเคมี เมื่อสำรวจสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีของไทยในปัจจุบัน ยังไม่มีแหล่งหรือฐานข้อมูลใดที่รวบรวมสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีทั้งของไทยและของต่างประเทศไว้ด้วยกันและรวบรวมจัดทำเป็นข้อมูลอภิพันธุ์ (metadata) ไว้เพื่อให้สะดวกต่อการสืบค้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาฐานข้อมูลที่รวบรวมสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ผู้วิจัยพัฒนาฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับวิชาเคมีโดยนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากคัดเลือกสื่อที่เป็นไปตามเกณฑ์ แล้ววิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบที่ได้จำแนกประเภท ลักษณะของการใช้รูปแบบที่หลากหลายและประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ของไทยและต่างประเทศ คัดเลือกสื่อมารวบรวมเพื่อนำไปสร้างต้นแบบฐานข้อมูลสื่อการดิจิทัลวิชาเคมี (prototypes) โดยใช้ AppSheet ผลการวิจัยพบว่า 1. เมื่อใช้การวิเคราะห์หลากหลายรูปแบบ พบว่า การใช้รูปแบบที่หลากหลายภายในสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมี โดยแบ่งเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ ข้อความ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และสัญศาสตร์ทางเคมี 2. เมื่อนำสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีมาประเมินคุณภาพสื่อโดยเทียบกับเกณฑ์ของไทยและเกณฑ์ของต่างประเทศ พบว่า สื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีของไทยที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 49 สื่อจากเดิมที่คัดเลือกมา 57 สื่อ และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีของต่างประเทศที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 68 สื่อ จากเดิมที่คัดเลือกมา 75 สื่อ 3. ฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้วิชาเคมีที่พัฒนาขึ้น มีรายการแสดงจุดประสงค์ฐานข้อมูล ข้อมูลเบื้องต้นของสื่อ วิธีการใช้ฐานข้อมูล รายละเอียดของประเภทสื่อและหัวข้อเคมี 4. ผลการประเมินคุณภาพฐานข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิโดยภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมากและเห็นด้วยมากที่สุด และผลการสอบถามประสบการณ์ผู้ใช้งานจากครูและนิสิตครูเคมีพบว่าภาพรวมอยู่ในระดับเห็นมากที่สุดและเห็นด้วยมาก


Support Guidelines To Promote Growth Mindsets In Public Speaking For Upper Secondary Efl Students, Chawisa Inyai Jan 2024

Support Guidelines To Promote Growth Mindsets In Public Speaking For Upper Secondary Efl Students, Chawisa Inyai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to (1) explore the relationship between support and mindset in public speaking and (2) propose support guidelines to promote growth mindsets in public speaking among upper secondary EFL students. A two-phase sequential explanatory design of mixed methods was employed. In Phase 1, data were collected through the Mindset and Support in Public Speaking Questionnaire and semi-structured interviews. In Phase 2, data were collected through semi-structured interviews and an evaluation form designed to assess the support guidelines developed from the findings. Participants comprised three groups: (1) 250 Grade 12 students from five extra-large public schools in Bangkok, six …


การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของลำต้นยูคาลิปตัสจากข้อมูลไลดาร์ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับด้วยเทคนิคการประมวลผลพอยต์คลาวด์, พีรพงศ์ แดงรุ่งโรจน์ Jan 2024

การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของลำต้นยูคาลิปตัสจากข้อมูลไลดาร์ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับด้วยเทคนิคการประมวลผลพอยต์คลาวด์, พีรพงศ์ แดงรุ่งโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การจัดการป่าไม้สำคัญสำหรับการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เนื่องจากความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของป่าไม้ การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของต้นไม้จำเป็นในการประเมินความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ ซึ่งสำคัญในการพัฒนาการจัดการป่าไม้ให้มีประสิทธิภาพ วิธีการดั้งเดิมใช้แคลิเปอร์หรือเทปในการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก ซึ่งใช้แรงและเวลามาก เพราะฉะนั้นวิทยานิพนธ์นี้นำเสนอวิธีการในการประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของลำต้นยูคาลิปตัสจากข้อมูลไลดาร์ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับป่าไม้ขนาดใหญ่ แต่ปัญหาคือความหนาแน่นของจุดข้อมูลไลดาร์ต่ำเนื่องจากระยะห่างระหว่างอากาศยานไร้คนขับติดกล้องไลดาร์และต้นไม้ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือพัฒนาวิธีการประมาณเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกภายใต้ปัญหาดังกล่าว ขั้นตอนประกอบด้วย การเก็บข้อมูล การทำให้ข้อมูลเป็นมาตรฐาน การแบ่งแยกต้นไม้แต่ละต้น การแบ่งแยกลำต้น การแปลง 2 มิติ และการประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์เพียงอกด้วยเทคนิคต่างๆ ได้แก่ การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกด้วยการปรับค่าด้วยค่าคงที่ การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกด้วยคุณลักษณะของเปลือกหุ้มคอนเวกซ์ และการประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกด้วยคุณลักษณะของต้นไม้ ประสิทธิภาพของแต่ละวิธีถูกประเมินโดยการเปรียบเทียบกับวิธีเส้นฐานที่อ้างอิงในงานวิจัย ในแง่ของความคลาดเคลื่อน และระยะเวลาดำเนินงาน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าวิธีที่นำเสนอช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประมาณเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกในสภาวะที่มีความหนาแน่นของจุดข้อมูลต่ำ โดยค่าความคลาดเคลื่อนเท่ากับ 1.24 เซนติเมตรหรือเท่ากับร้อยละ 9.5


Psychological Experience Of Buddhist Counselors When Encountered With Clients Of Conflicting Value, Kannop Kashemsant Jan 2024

Psychological Experience Of Buddhist Counselors When Encountered With Clients Of Conflicting Value, Kannop Kashemsant

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to explore the psychological experience of Buddhist counselors when encountered with conflicting value, through using Interpretative Phenomenological Analysis (IPA) research style as a tool to capture the details and experience of six experienced Buddhist counselors. The result of this study shows 3 themes: Initial, Process, and Implication. Initial theme is the reaction and response of informants when first encountering with conflicting value and consists of three subthemes (Initial interaction, effects on performance, and consequence) with eight subcategories. Process theme illustrates the awareness and development of informants in accordance with conflicting value, which consist of three subthemes (Initial …


ความเครียดจากเทคโนโลยีและภาวะหมดไฟในการทำงานแบบวิถีใหม่: การขยายมุมมองด้านการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม และความสำคัญของการปรับงาน, รัตนาวลี บุญยฤทธิ์ Jan 2024

ความเครียดจากเทคโนโลยีและภาวะหมดไฟในการทำงานแบบวิถีใหม่: การขยายมุมมองด้านการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม และความสำคัญของการปรับงาน, รัตนาวลี บุญยฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบวิถีใหม่ที่เทคโนโลยีกลายเป็นช่องทางหลักในการทำงานและติดต่อสื่อสาร สังเกตเห็นได้ว่ารูปแบบความเครียดจากเทคโนโลยีของบุคคลเปลี่ยนไปตามบริบทปัจจุบัน จึงนำมาสู่งานวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบและพัฒนามาตรวัดความเครียดจากเทคโนโลยี โดยนำมุมมองด้านการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่มมาพิจารณาร่วมด้วย 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปรภาระงานในการทำงานออนไลน์ การขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม การปรับงาน ความเครียดจากเทคโนโลยี และภาวะหมดไฟ แบ่งเป็น 2 การศึกษา คือ การศึกษาที่ 1 ใช้การสัมภาษณ์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ แล้วจึงเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบ ผลการศึกษาพบว่า ความเครียดจากเทคโนโลยีตามแนวคิดใหม่ มี 4 องค์ประกอบ คือ ด้านความท่วมท้นจากเทคโนโลยี ด้านความไม่มั่นคงทางจิตใจจากเทคโนโลยี ด้านการขาดความเหนียวแน่นจากเทคโนโลยี และด้านความไม่เสถียรของเทคโนโลยี โดยมาตรวัดมีความเชื่อมั่นระดับสูง ทั้งฉบับเต็ม (M = 3.2, SD = 0.8, 95% CI [3.09, 3.26], α = .963, CITC = .448–.707) และฉบับย่อ (M = 3.2, SD = 0.8, 95% CI [3.13, 3.30], α = .915, CITC = .463–.687) การศึกษาที่ 2 ใช้การเก็บข้อมูลในบุคคลเดียวกัน 3 ครั้ง เว้นช่วง 1 สัปดาห์ โดยจากการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลพบว่า ภาระงานในการทำงานออนไลน์มีอิทธิพลทางบวกต่อความเครียดจากเทคโนโลยี ทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = .501, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = .294, p < .001) โดยความเครียดจากเทคโนโลยีมีอิทธิพลทางบวกต่อภาวะหมดไฟ ทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = .458, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = .497, p < .001) อีกทั้งยังพบอิทธิพลทางอ้อมของภาระงานในการทำงานออนไลน์ต่อภาวะหมดไฟ โดยมีความเครียดจากเทคโนโลยีเป็นตัวแปรส่งผ่านแบบสมบูรณ์ ทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = .229, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = .142, p < .001) ในขณะที่การขาดความเหนียวแน่นในกลุ่มมีอิทธิพลต่อภาวะหมดไฟในทางตรง (β = .106, p = .013) และทางอ้อม (β = .087, p < .001) เพียงในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง ในส่วนของปรับงาน พบว่ามีอิทธิพลทางลบต่อภาวะหมดไฟทั้งในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (β = -.315, p < .001) และการวิเคราะห์ระยะยาว (β = -.308, p < .001) แต่มีอิทธิพลกำกับเพียงในการวิเคราะห์ภาคตัดขวาง โดยมีทิศทางอิทธิพลต่างกันตามตัวแปรต้นภาระงานในการทำงานออนไลน์ (β = -.090, p = .035) และการขาดความเหนียวแน่นในกลุ่ม (β = .093, p = .031)


ประสบการณ์ทางจิตใจของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่วัยรุ่นระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน, สุดารัตน์ โมสิกะ Jan 2024

ประสบการณ์ทางจิตใจของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่วัยรุ่นระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน, สุดารัตน์ โมสิกะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจประสบการณ์การทำงานรวมถึงกระบวนการภายในจิตใจที่เกิดขึ้นในการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่วัยรุ่นระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 6 ราย ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเผยให้เห็นแก่นสาระของประสบการณ์ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) บทบาทการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน ครอบคลุมบทบาทเชิงรับ บทบาทเชิงรุก และบทบาทการเป็นครู (2) ความท้าทายของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน ครอบคลุมความท้าทายด้านการทำงานและความท้าทายด้านอารมณ์ของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน (3) กระบวนการภายในจิตใจและสิ่งที่สนับสนุนการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาในบริบทโรงเรียน ครอบคลุมการกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง การยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ภายนอก และการได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง (4) การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อตนเอง ที่กล่าวถึงการเกิดความรู้สึกเชิงบวกต่อตนเองและการเห็นคุณค่าของตนเองในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษามากขึ้น ข้อค้นพบจากการศึกษานี้ช่วยให้เข้าใจประสบการณ์การทำงานรวมถึงกระบวนการภายในจิตใจที่เกิดขึ้นในการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่เด็กวัยรุ่นในบริบทโรงเรียน ซึ่งสามารถนำมาเป็นแนวทางในการสนับสนุนการทำงานของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ให้บริการแก่เด็กวัยรุ่นในบริบทโรงเรียนโดยช่วยให้พวกเขาเข้าใจความเฉพาะของบทบาทการทำงาน มีวิธีการในการรับมือกับความท้าทายและมองเห็นปัจจัยที่ช่วยเอื้อในการทำงานของตนเองได้


ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง Jan 2024

ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 6 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเผยให้เห็นแก่นสาระของประสบการณ์ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การรับรู้ความไม่ปกติในชีวิต แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งรวมถึงการรับรู้ว่าพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ได้เข้าใจลักษณะของโรคอย่างแท้จริง ความกังวลและรู้สึกผิดว่าตนอาจเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย การรับรู้ว่าพ่อแม่ที่ป่วยจิตใจอ่อนไหว และพ่อแม่ที่ป่วยไม่อบอุ่นเหมือนที่เคยเป็น (2) รู้สึกท่วมท้นและไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรในช่วงวิกฤติของพ่อแม่ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของพ่อแม่ที่ป่วย ลำบากใจเมื่อต้องรับมือกับพ่อแม่ที่ป่วยตอนอาการกำเริบ รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่สามารถพึ่งพาพ่อแม่ที่ป่วยได้ และรู้สึกสงสารเห็นใจพ่อแม่ที่เป็นผู้ดูแล (3) การปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อให้อยู่กับพ่อแม่ที่ป่วยได้ ซึ่งรวมถึงความพยายามในการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ที่ป่วย การกำหนดเป้าหมายในชีวิตและรับผิดชอบต่อตนเอง การทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลพ่อแม่ที่ป่วย และการมีบทบาทใหม่เป็นที่พึ่งทางใจให้พ่อแม่ ข้อค้นพบจากการศึกษานี้สามารถช่วยทำความเข้าใจประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการช่วยเหลือทางจิตใจให้กับผู้รับบริการที่มีพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยช่วยให้พวกเขาปรับตัวและลดผลกระทบจากประสบการณ์ดังกล่าวได้