Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 871 - 900 of 4697

Full-Text Articles in Entire DC Network

Optimal Scheduling And Sizing Of Battery Energy Storage System In An Industrial Microgrid, Jirawat Wongyai Jan 2023

Optimal Scheduling And Sizing Of Battery Energy Storage System In An Industrial Microgrid, Jirawat Wongyai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This project focuses on enhancing operational efficiency by integrating a Battery Energy Storage System (BESS) with a solar power generation system. The primary goal is to design and optimize the scheduling and sizing of the BESS using Rule-Based Algorithm and Particle Swarm Optimization. The analysis includes assessing electricity cost reduction rates, payback periods, and identifying the battery capacity that maximizes cost savings while maintaining an acceptable payback period. Additionally, the project applies the Rule-Based method to the factory's actual electrical system, calculates the optimal timing for BESS investment as costs decrease, and translates the reduced electricity consumption into carbon credits. …


การศึกษาความสบายในการขับขี่ของยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการควบคุมแรงขับจากมอเตอร์ในล้อ, ชนกนันท์ บุญลัภยานันท์ Jan 2023

การศึกษาความสบายในการขับขี่ของยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการควบคุมแรงขับจากมอเตอร์ในล้อ, ชนกนันท์ บุญลัภยานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ได้ทำการศึกษาความสบายในการขับขี่ (Ride Comfort) ของยานยนต์ไฟฟ้าที่มีการติดตั้ง In-Wheel Motor ไว้ที่ล้อทุกล้อบนโปรแกรม MATLAB โดยใช้แบบจำลองแบบครึ่งคัน (Half Car Model) ผ่านการพิจารณาค่า Frequency-Weighted Acceleration ซึ่งถูกนิยามไว้ในมาตรฐานของ ISO 2631 โดยการใช้ Power Spectral Density ของ Road Profile 3 แบบ ซึ่งเป็น Input ของระบบ (ถนนทั้ง 3 แบบถูกจัดอยู่ใน Class A ถึง D ตามมาตรฐาน ISO 8608) จากนั้นจึงคำนวณหาค่า Frequency-Weighted Acceleration ของ 2 กรณี เปรียบเทียบกัน โดยกรณีแรกคือระบบแบบ Open-Loop ที่ไม่ได้มีการติดตั้ง Controller กับอีกกรณีหนึ่งซึ่งเป็นระบบแบบ Closed-Loop ที่มีการติดตั้ง P Controller ไว้ที่ In-Wheel Motor ของล้อทุกล้อ เพื่อให้เกิดการสั่นสะเทือนในแนวดิ่งให้น้อยที่สุด ผ่านการควบคุมแรงขับจาก In-Wheel Motor โดยมีการเปลี่ยนแปลงค่าของ Proportional Gain เพื่อดูผลของ Controller ที่มีต่อค่า Frequency-Weighted Acceleration แล้วจึงพิจารณาประสิทธิภาพของ Controller ว่าสามารถลดการสั่นสะเทือนของยานยนต์ไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด โดยคำนวณเป็นสัดส่วนของค่า Frequency-Weighted Acceleration ที่ลดลงเมื่อเทียบกับกรณีของระบบ Open-Loop​ ผลการศึกษาพบว่า เมื่อค่า Proportional Gain ของ P Controller มีค่าสูงขึ้น จะทำให้ค่า Frequency-Weighted Acceleration มีค่าลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้การขับขี่มีความสบายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ค่า Proportional Gain ของ Controller …


Practical Implementation Of Oscillation Source Detection Using Dissipating Energy Flow Method, Thanapon Jongjarussang Jan 2023

Practical Implementation Of Oscillation Source Detection Using Dissipating Energy Flow Method, Thanapon Jongjarussang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Power grid oscillation with poorly damped performance is a growing problem. The oscillation source needs to be quickly and precisely identified in order to mitigate the oscillation issues to prevent any detrimental conditions that may arise. An incoming of synchrophasor technology enables the use of dissipating energy flow (DEF) method to practically identify the oscillation source. This research thesis aims at validating the DEF-based method and then developing an application tool to identify the oscillation source in a practical power grid. The DEF method was validated through various simulated oscillation cases based on IEEE 39-bus system leading to a promising …


การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับการจับคู่ชื่อสินค้าที่มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลายโดยใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, สหฤษฎ์ เจียมสกุล Jan 2023

การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับการจับคู่ชื่อสินค้าที่มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลายโดยใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, สหฤษฎ์ เจียมสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในขอบเขตของการซื้อขายสินค้าระหว่างองค์กร ความท้าทายที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อต้องจับคู่คำสั่งซื้อของลูกค้ากับชื่อสินค้าในฐานข้อมูล ซึ่งชื่อสินค้าเหล่านี้มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลาย วิทยานิพนธ์นี้จะกล่าวถึงความซับซ้อนของการจับคู่ชื่อสินค้าภายในบริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการขายสินค้าสำหรับธุรกิจบริการ ปัจจุบันวิธีการที่ใช้แก้ปัญหานี้คือการใช้พนักงานเปรียบเทียบคำสั่งซื้อของลูกค้ากับชื่อสินค้าในฐานข้อมูลทีละรายการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สิ้นเปลืองแรงงานและเวลาเป็นอย่างมาก วิทยานิพนธ์นี้จึงนำเสนอการใช้เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเริ่มจากการใช้ Pointwise Mutual Information (PMI) ในการคัดเลือกคำสำคัญในพจนานุกรมแบบกำหนดเอง เพื่อการตัดคำภาษาไทยที่เหมาะสมกับชุดข้อมูล จากนั้นนำระบบตัดคำที่ปรับปรุงแล้วมาใช้ในการออกแบบขั้นตอนวิธีสำหรับการสกัดคำหลัก รวมถึงการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ความหมายแฝง (LSA) เพื่อค้นหาคำที่คล้ายกับคำค้นหา สุดท้ายจึงนำส่วนต่างๆ มารวมเข้ากับการใช้เทคนิคการจับคู่ข้อความโดยประมาณ จนเกิดเป็นขั้นตอนวิธีสำหรับจับคู่รายชื่อสินค้า ขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความแม่นยำในการระบุผลลัพธ์มากถึง 93.80% และมีความครอบคลุมมากถึง 91.67% ในการทดสอบจับคู่กับชุดตัวอย่างคำสั่งซื้อจริงจากลูกค้า


การศึกษาเชิงเปรียบเทียบตัวกรองคาลมานกับการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อประมาณสถานะการประจุและสถานะสุขภาพของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนในยานยนต์ไฟฟ้า, สิรภพ เวสน์ไพบูลย์ Jan 2023

การศึกษาเชิงเปรียบเทียบตัวกรองคาลมานกับการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อประมาณสถานะการประจุและสถานะสุขภาพของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนในยานยนต์ไฟฟ้า, สิรภพ เวสน์ไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนได้รับความนิยมอย่างมากในอุปกรณ์พกพาสมัยใหม่และยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยคุณสมบัติของแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเบาและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน การใช้งานแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจำเป็นต้องมีการประมาณค่าสถานะการประจุเพื่อให้สามารถประมาณระยะเวลาที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ และประมาณค่าสุขภาพเพื่อให้เตือนให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเพื่อให้สามารถใช้อุปกรณ์ได้เต็มสมรรถนะ ในการประมาณค่าทั้งสองสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมคือการประมาณโดยใช้แบบจำลองทางไฟฟ้าของแบตเตอรี่ร่วมกับตัวกรองคาลมาน และการใช้การเรียนรู้ของเครื่อง ในงานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการประมาณค่าโดยใช้วิธีการประมาณทั้งสองวิธีและเปรียบเทียบความแม่นยำในการประมาณ จากผลการทดลองที่ได้แสดงให้เห็นว่าการประมาณค่าสถานะการประจุโดยใช้ตัวกรองคาลมานมีความแม่นยำในการประมาณมากกว่าการใช้การเรียนรู้ของเครื่องเมื่อมีสัญญาณรบกวนปริมาณเท่ากันในข้อมูล โดยมีค่ารากของความคลาดเคลื่อนกำลังสองสูงสุดต่ำกว่าร้อยละ 6 ในขณะที่การประมาณค่าสถานะสุขภาพโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องมีความแม่นยำมากกว่าการประมาณโดยใช้ตัวกรองคาลมานมาก โดยมีค่ารากของความคลาดเคลื่อนกำลังสองสูงสุดต่ำกว่าร้อยละ 1 ผลการทดลองจากงานวิจัยฉบับนี้ช่วยให้สามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพในการประมาณค่าสถานะการประจุและค่าสถานะสุขภาพได้


ผลของความโค้งของคลองรากฟันต่อความทนทานต่อแรงบิดของตะไบทางทันตกรรมแบบหมุน, ปุณยวุฒิ โตมีบุญ Jan 2023

ผลของความโค้งของคลองรากฟันต่อความทนทานต่อแรงบิดของตะไบทางทันตกรรมแบบหมุน, ปุณยวุฒิ โตมีบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาความทนทานต่อแรงบิดของตะไบทางทันตกรรมแบบหมุนที่ทำงานในคลองรากฟันที่มีความโค้งแบบต่าง ๆ ด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์และวิธีการทดลอง การศึกษานี้จำลองการรับแรงบิดของตะไบขนาด 0.25 และ 0.35 มิลลิเมตร ขณะทำงานในคลองรากฟันที่มีรัศมีความโค้ง 2, 5 และ 8 มิลลิเมตร และทำงานในคลองรากฟันที่มีมุมความโค้ง 30, 45 และ 60 องศา โดยมีตะไบตรงเป็นชุดควบคุม การศึกษาด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์พิจารณาแนวโน้มของค่าความเค้นและแรงบิดปฏิกิริยาที่ปลายตะไบภายใต้แรงบิดขนาดคงที่ การทดลองหาแรงบิดจากเครื่องกรอฟันที่ทำให้ตะไบเสียหายในขณะทำงานในคลองรากฟันที่มีความโค้งแบบต่าง ๆ ผลการศึกษาด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์พบว่าความเค้นและแรงบิดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นที่ปลายของตะไบที่ทำงานในคลองรากฟันโค้งมีค่าน้อยกว่าตะไบที่ทำงานในคลองรากฟันตรง ความเค้นและแรงบิดปฏิกิริยามีค่าน้อยลงเมื่อตะไบรับแรงบิดขณะวางตัวอยู่ในคลองรากฟันที่มีรัศมีความโค้งน้อยลง และมีค่าน้อยลงเมื่อรับแรงบิดขณะอยู่ในคลองรากฟันที่มีมุมความโค้งมากขึ้น ในส่วนของการทดลองพบว่าผลการทดลองสอดคล้องกับผลการศึกษาโดยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ ตะไบโค้งสามารถรับแรงบิดจากเครื่องกรอฟันได้มากกว่าตะไบตรง ความสามารถในการรับแรงบิดจากเครื่องกรอฟันของตะไบลดลงขณะตะไบทำงานในคลองรากฟันที่มีรัศมีความโค้งมากขึ้น แต่ตะไบสามารถรับแรงบิดได้มากขึ้นเมื่อทำงานในคลองรากฟันที่มีมุมความโค้งมากขึ้น นั่นคือ ผลการศึกษาจากระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์และวิธีการทดลองมีความสอดคล้องกัน ตะไบทางทันตกรรมแบบหมุนจะสามารถรับแรงบิดได้มากขึ้นเมื่อตะไบทำงานในคลองรากฟันที่มีความโค้ง


Effects Of Music-Activity Intervention On Stress And Social Skills In Children With Autism Spectrum Disorder: A Multiple Baseline Study, Phollawat Rangkhaphuti Jan 2023

Effects Of Music-Activity Intervention On Stress And Social Skills In Children With Autism Spectrum Disorder: A Multiple Baseline Study, Phollawat Rangkhaphuti

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research investigated the effects of music-activity intervention on stress reduction and the enhancement of social skills in autistic children. Utilizing a multiple baseline research design to systematically assess the intervention's impact, the investigation focused on three autistic children aged 7-9 years who exhibited no impairments in vision, hearing, mobility, or endocrine gland disorders. These participants scored in the mild to moderate range on the Autistic Treatment Evaluation Checklist (ATEC-Thai version). Each child participated in 30-minute musical activity sessions, totaling 10 sessions. Salivary cortisol levels served as indicators of stress, while social skills were evaluated using the parent-report Social Skills …


บทบาทและพฤติกรรมการใช้งานจุดจอดแล้วจรเพื่อวัตถุประสงค์รอง กรณีศึกษา : พื้นที่เมืองชั้นใน กรุงเทพมหานคร, กนกพร มาตา Jan 2023

บทบาทและพฤติกรรมการใช้งานจุดจอดแล้วจรเพื่อวัตถุประสงค์รอง กรณีศึกษา : พื้นที่เมืองชั้นใน กรุงเทพมหานคร, กนกพร มาตา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริบทของพื้นที่เมืองชั้นในถือเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเข้ามาประกอบกิจกรรมต่างๆ หนึ่งในปัญหาหลักที่พบคือการขาดแคลนที่จอดรถ ผู้คนจึงหันมาใช้บริการ Park & Ride หรือจุดจอดแล้วจร ซึ่งเดิมจุดจอดแล้วจรมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำรถเข้ามาจอดและเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้า แต่ปัจจุบันจุดจอดแล้วจรในพื้นที่เมืองชั้นในนั้นถูกพบว่ามีการเข้าใช้ตามวัตถุประสงค์รองโดยการนำรถเข้ามาจอด และเน้นทำกิจกรรมบริเวณโดยรอบจุดจอด และจากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า ยังไม่มีผู้ใดศึกษาในแง่ของพฤติกรรมการใช้จุดจอดแล้วจรเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์รอง ในพื้นที่เมืองชั้นใน ดังนั้นผู้วิจัยจึงมุ่งเน้นที่จะศึกษาถึงประเด็นดังกล่าว ด้วยวิธีการลงสำรวจพื้นที่ศึกษา และการทำแบบสอบถาม โดยผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลในช่วงเดือนเมษายน 2565 - เดือนมิถุนายน 2565 จากนั้นจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมในการเข้าใช้งานจุดจอดแล้วจรเพื่อวัตถุประสงค์รอง พื้นที่เมืองชั้นใน กรุงเทพมหานครผลการศึกษาพบว่า การเข้าใช้งานจุดจอดแล้วจรเพื่อวัตถุประสงค์รอง จะมีการนำรถเข้ามาจอดทั้งในช่วงวันธรรมดา และวันหยุด โดยจะมีระยะเวลาในการจอดเพียงสั้นๆ เนื่องจากเป็นการนำรถเข้ามาจอดและเดินไปทำกิจกรรมบริเวณโดยรอบจุดจอดแล้วจรในระยะทางไม่เกิน 500 เมตรจาก ดังนั้นผู้เข้าใช้งานจุดจอดแล้วจรเพื่อวัตถุประสงค์รองจึงมองจุดจอดแล้วจรพื้นที่เมืองชั้นในมีหน้าที่เป็นเพียงที่จอดรถชั่วคราวเพื่อที่จะต้องการเดินทางไปทำกิจกรรมบริเวณโดยรอบจุดจอดแล้วจร และจุดจอดแล้วจรที่พบว่ามีการเข้าใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์รอง ส่วนมากตั้งอยู่ในพื้นที่สีแดง กล่าวคือเป็นพื้นที่ที่ทางผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดให้เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม นั้นหมายถึงสามารถประกอบกิจกรรมที่มีความหนาแน่นสูงได้ ดังนั้นจุดจอดแล้วจรที่ตั้งในพื้นที่สีแดง จึงถูกพบว่าเป็นจุดจอดแล้วจรที่มีแรงดึงดูดต่อการเข้าใช้งานจุดจอดแล้วจรในรูปแบบของการเข้าใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์มากที่สุด


ปัญหาและการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์การค้า: กรณีศึกษาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, โกสินทร์ แจ่มประเสริฐ Jan 2023

ปัญหาและการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์การค้า: กรณีศึกษาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, โกสินทร์ แจ่มประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เหตุการณ์กลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงจากระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หลังเปิดใช้งานอาคารได้ 1 เดือน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินการของร้านค้าและเกิดการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการภายในอาคาร ซึ่งการจัดการปัญหาและการแก้ไขปัญหาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายกายภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายอาคาร ฝ่ายวิศวกรรม ช่างประจำอาคาร และรูปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ถอดบทเรียนจากการศึกษา สรุป และอภิปรายผลจากการศึกษาเหตุการณ์กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้า พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ และการเปลี่ยนประเภทกิจการ ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าของโครงการในการเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ ให้สอดคล้องกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยการเพิ่มที่นั่งโรงละครและกิจการประเภทร้านอาหาร ทำให้ปริมาณน้ำเสียจากกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้การบำบัดน้ำเสียไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำเสียที่เข้าระบบบำบัดเกินความจุของระบบบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ประกอบกับแผนงานการดูแลบำรุงรักษายังไม่ชัดเจน เนื่องจากหลังการก่อสร้างโครงการยังอยู่ในการรับประกัน 2 ปี จากผู้ก่อสร้าง ทำให้เจ้าของโครงการไม่ทราบถึงผลกระทบ และไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมการใช้งาน และดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี รวมถึงการจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญมาปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ทำให้การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยฐานข้อมูล ได้แก่ จำนวนร้านค้า ประเภทกิจการ เปรียบเทียบระหว่างการออกแบบและหลังการเปิดใช้งานอาคาร ปริมาณการใช้น้ำ ผลการวิเคราะห์การตรวจค่าน้ำเสีย และการวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการจัดจ้างแก้ไขปัญหา โดยการจัดซื้อจัดจ้างต้องยึดตามระเบียบปฏิบัติ ซึ่งมีกระบวนการขั้นตอนซับซ้อนและต้องใช้ระยะเวลาในการจัดจ้าง ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรผลจากการศึกษาชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น 4 ลักษณะ คือ 1) ปัญหาการใช้สารเคมีทำความสะอาดในช่วงเปิดศูนย์การค้า 2) ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่ศูนย์การค้า 3) ปัญหาการเกิดคราบสีดำบนเครื่องประดับที่เป็นโลหะของร้านค้า 4) ปัญหาการระบายอากาศจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกบริเวณหน้าประตูข้างอาคารชั้น 1 และผลจากการศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1) การแก้ไขปัญหาโดยการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย 2) การแก้ไขปัญหาโดยการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจก่อนการขายพื้นที่ ทีมขายต้องมีการขอข้อมูลงานระบบต่าง ๆ และทำงานร่วมกับทีมวิศวกรรมในการตรวจเช็คความพร้อมของพื้นที่ให้เหมาะสมกับประเภทกิจการ โดยคำนึงถึงความสามารถ ขนาดพิกัดการทำงานของระบบต่าง ๆ ของอาคารในการรองรับการใช้งานที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าของโครงการในการบริหารทรัพยากรกายภาพ Facility Management (FM) เพื่อลดผลกระทบ ทำให้อาคารมีความสะดวก ปลอดภัย และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเมื่อเข้าใช้อาคาร


บทบาทและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งน้ำต้อน จังหวัดขอนแก่น, นันทนา ถาวรฟัง Jan 2023

บทบาทและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งน้ำต้อน จังหวัดขอนแก่น, นันทนา ถาวรฟัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทหน้าที่และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งน้ำต้อน จังหวัดขอนแก่น โดยมีขอบเขตด้านเวลาในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทของพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดจากโครงการพัฒนาเพื่อการกักเก็บน้ำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ช่วงปี พ.ศ. 2544 - 2565 และใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง 2 ช่วงเวลาคือช่วงปี พ.ศ. 2544 - 2553 และ ช่วงปี พ.ศ. 2553 - 2565 และวิเคราะห์เพื่ออธิบาย การเปลี่ยนแปลงและผลของการเปลี่ยนแปลงต่อบทบาทของพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งน้ำต้อนผลการวิจัยพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงโดยพื้นที่นาและพื้นที่ป่ามีแนวโน้มลดลงในขณะที่พื้นที่เมืองและสิ่งปลูกสร้างปลูกสร้างมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งยังมีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สถานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและพื้นที่เกษตรกรรมอื่น ๆ และพบว่าช่วง ปี พ.ศ. 2544 พื้นที่ชุ่มน้ำแก่งน้ำต้อนมีการเปลี่ยนแปลงขนาดโดยมีพื้นที่ลดลงอันเนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์เพื่อกักเก็บน้ำ โดยการขุดลอกและการจัดสร้างฝายเก็บน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้ในการเกษตร ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลดบทบาททางนิเวศของพื้นที่ลงและอาจส่งผลให้พื้นที่ชุ่มน้ำเกิดการเสื่อมสภาพนำไปสู่การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำได้


ประสิทธิภาพด้านพลังงานและแสงสว่างธรรมชาติของแผ่นหลังคาโปร่งแสงแอโรเจลในอาคารคลังสินค้าตามเกณฑ์ Sda, เบญจพร พงษ์กลาง Jan 2023

ประสิทธิภาพด้านพลังงานและแสงสว่างธรรมชาติของแผ่นหลังคาโปร่งแสงแอโรเจลในอาคารคลังสินค้าตามเกณฑ์ Sda, เบญจพร พงษ์กลาง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการส่องสว่างสำหรับการปฎิบัติงานในคลังสินค้าเป็นปัญหาหนึ่งของการใช้พลังงานในอาคารคลังสินค้าประกอบกับ การออกแบบคลังสินค้าในปัจจุบันยังมีการใช้ประสิทธิภาพจากแสงธรรมชาติได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากการใช้แสงธรรมชาติในตอนกลางวันที่ส่องผ่านจากแผ่นโปร่งแสงด้านบนหลังคาจะทำให้เกิดความร้อนภายในอาคารและส่งผลกระทบกับการใช้พลังงานทำความเย็นที่สูงขึ้นในกรณีที่อาคารคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ การใช้วัสดุโปร่งแสงที่สามารถป้องกันความร้อนได้ดีจึงช่วยให้อาคารประเภทนี้สามารถลดความร้อนได้งานวิจัยนี้ได้ศึกษาอาคารคลังสินค้าขนาด 23,200 ตารางเมตรความสูง 10.00 ม. เป็นกรณีศึกษา และจะเพิ่มความสูงของอาคารคลังสินค้าเพิ่มเติมคือ 15.00 ม. และ 20.00 ม. เพื่อเป็นแนวทางสำหรับอาคารคลังสินค้าในอนาคต โดยนำเสนอแนวทางการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าแสงประดิษฐ์และเปรียบเทียบกับการใช้พลังงานทำความเย็นภายในคลังสินค้าและประเมินผลด้วยการใช้การประเมินค่า Spatial Daylight Autonomy (sDA) ตามเกณฑ์ LEED V4 หัวข้อ Daylight โดยใช้โปรแกรม DesignBuilder ช่วยจำลองผลและนำมาประเมินร่วมกับการใช้พลังงานในอาคารและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยทำการเปรียบเทียบวัสดุแผ่นหลังคาโปร่งแสง 2 ชนิดได้แก่แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสและแผ่นโปร่งแสงแอโรเจลจากการศึกษาพบว่าความสูงของอาคารคลังสินค้าที่ 10.00 ม., 15.00 ม.และ 20.00 ม. ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการรับแสงธรรมชาติเนื่องจากทุกความสูงของอาคารคลังสินค้าตั้งแต่ 10.00 ม.-20.00ม.แผ่นโปร่งแสงแอโรเจลมีประสิทธิภาพในการรับแสงธรรมชาติมากกว่าแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส 35% ในส่วนของการใช้พลังงานรวมแผ่นโปร่งแสงแอโรเจลลดปริมาณการใช้พลังงานรวมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่ากว่าแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส 11-19% อย่างไรก็ตามการใช้แสงธรรมชาติเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงประดิษฐ์นั้นสามารถช่วยลดลงได้เพียง 3-4% ต่อปี ดังนั้นจึงต้องมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการเลือกใช้แผ่นหลังคาโปร่งแสง แต่ละประเภทด้วย ทั้งนี้การใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาตินั้นจะต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละวันรวมถึงรูปแบบประเภทอาคารด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้แสงธรรมชาติให้เหมาะสมกับอาคารแต่ละประเภทได้


อิทธิพลของระบบนิเวศวิทยาพื้นที่ปากแม่น้ำในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำด้วยพืช : กรณีศึกษา ปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา, สุชานาถ บุญยะชัย Jan 2023

อิทธิพลของระบบนิเวศวิทยาพื้นที่ปากแม่น้ำในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำด้วยพืช : กรณีศึกษา ปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา, สุชานาถ บุญยะชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบนิเวศชายฝั่งของลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยระบบนิเวศเหล่านี้ให้บริการด้านระบบนิเวศที่มีคุณภาพสูง นำมาซึ่ง การพัฒนาพื้นที่ การเกษตร และการอุตสาหกรรม และได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งเหล่านี้ ทำให้เกิดการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและการสูญเสียบริการด้านระบบนิเวศ การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำโดยใช้พืชเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งได้ โดยพืชสามารถช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่ง ปรับปรุงคุณภาพน้ำ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพได้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพของการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำโดยใช้พืชในระบบนิเวศชายฝั่งของลุ่มน้ำบางปะกง โดยการเปรียบเทียบตัวอย่างน้ำเก้าตัวอย่างที่เก็บจากสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของแม่น้ำบางปะกง การวิเคราะห์ในวิจัยนี้มีเครื่องประเมินตัวโดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำ (WQI) ซึ่งพิจารณาจากห้าพารามิเตอร์ ดังนี้ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD) การปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (TCB) การปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มคอลโคลิฟอร์ม (FCB) และแอมโมเนีย (NH3) ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกรมควบคุมมลพิษ (PCD) ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกวิเคราะห์เทียบกับปัจจัยที่มีอิทธิพล นั่นคือ อัตราส่วนความแตกต่างประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้จากกรมพัฒนาที่ดิน (LDD)การศึกษานำมาซึ่งหกผลลัพธ์หลักที่ใช้ในการสรุปผลคือ: 1) ค่า WQI 2) อายุเฉลี่ยในการดำรงอยู่ของระบบนิเวศ 3) ช่วงค่า NDVI 4) อัตราส่วนของพื้นที่นิเวศบริการ 5) พื้นที่พัฒนาโดยมนุษย์ในแง่ เกษตรกรรม และ 6) พื้นที่พัฒนาโดยมนุษย์ในแง่ พื้นที่พัฒนาเมืองและอุสาหกรรม เมื่อนำผลลัพธ์มาเปรียบเทียบตามแหล่งที่มาและคะแนนคุณภาพน้ำ โดยเรียงจากคุณภาพต่ำสุดไปสูงสุด ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. ดัชนีคุณภาพน้ำส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงที่ไม่ดี โดย BOD และ NH3 เป็นพารามิเตอร์ที่เป็นปัญหารุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากการทำฟาร์ม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการพัฒนาเมืองที่ขยายเข้ามาในพื้นที่บริการด้านระบบนิเวศ 2. พื้นอัตราส่วนการที่ดินด้านนิเวศบริการที่มากกว่า ได้แก่ ปากแม่น้ำ ป่าชายเลน ไม้ยืนต้น ป่าผลัดใบ พื้นที่ลุ่ม ทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ ซึ่งมีค่า NDVI สูง มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำโดยพืชมากขึ้น เนื่องจากมีสารปนเปื้อนทางน้ำที่ต่ำกว่า เช่น BOD, TCB และ FCB


การใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบเช่าในระบบปิด กรณีศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กฤติน วันทนาศุภมาต Jan 2023

การใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบเช่าในระบบปิด กรณีศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กฤติน วันทนาศุภมาต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบเช่า โดยมีพื้นที่ศึกษาคือพื้นที่ให้บริการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเป้าหมายในการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางการพัฒนาทางกายภาพและกฎระเบียบเพื่อนําไปสู่การใช้งานยานพาหนะร่วมกันอย่างปลอดภัยในสังคม และตอบสนองอรรถประโยชน์แก่สาธารณะต่อไป ในการศึกษานี้ได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ต่อพฤติกรรมการใช้งานในพื้นที่ศึกษา แล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ และการวิเคราะห์ความแปรปรวน พบว่าผู้ใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเลือกใช้งานบนเส้นทางจักรยานทั้งในพื้นที่ระบบปิดและพื้นที่สาธารณะ และใช้งานบนถนนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ระบบปิด ในขณะที่ทางเท้านั้นถูกเลือกใช้งานน้อยที่สุดในทุกพื้นที่ ด้านการข้ามทางสาธารณะนั้นมีความต้องการข้ามสูงแม้จะไม่สามารถทำได้ตามกฎหมายและเลือกข้ามด้วยวิธีที่สะดวกมากกว่าวิธีที่ปลอดภัย ด้านการจอดจะมีปัญหาบนทางเท้าขนาดเล็กเป็นหลัก และด้านของจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละเขตพื้นที่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นพื้นที่ระบบปิดหรือพื้นที่สาธารณะ แต่จะใช้งานมากในพื้นที่บริเวณอาคารส่วนกลางและที่อยู่อาศัย


ลักษณะการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวของเมืองรองภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 1, ธีรกานต์ พินิจกุล Jan 2023

ลักษณะการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวของเมืองรองภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 1, ธีรกานต์ พินิจกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มุ่งศึกษาลักษณะของเมืองรองที่มีความสัมพันธ์ต่อการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวภายหลังการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกที่ 1 ด้วยข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวจากหน่วยงานภาครัฐ ควบคู่กับข้อมูลการเคลื่อนที่จากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจากดีแทค และข้อมูลองค์ประกอบของเมืองด้านการท่องเที่ยวจาก Google Maps เพื่อเติมเต็มช่องว่างในการศึกษาการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวพร้อมทั้งขยายโอกาสในการพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับการท่องเที่ยวของเมืองรองเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต งานวิจัยฉบับนี้ใช้ลักษณะการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวเป็นดัชนีวัดระดับความสามารถในการฟื้นตัวของแต่ละจังหวัดได้ทั้งหมด 6 ดัชนี จาก 3 ลักษณะการฟื้นตัว ได้แก่ ดัชนีอัตราการฟื้นตัว ดัชนีการฟื้นตัวสะสม และดัชนีการฟื้นตัวสู่จุดสูงสุดต่อเวลาที่ใช้ โดยมองผ่าน 3 มิติ คือ รายได้และจำนวนผู้เยี่ยมเยือน ในการวัดระดับความยืดหยุ่นด้านการท่องเที่ยวของเมืองรอง และค้นหาลักษณะของเมืองรองที่มีความสัมพันธ์ต่อการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยว โดยใช้ลักษณะของเมืองรองด้านการท่องเที่ยว เป็นตัวแปรอิสระในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า การท่องเที่ยวระยะใกล้เป็นหลักประกันของการฟื้นตัว การท่องเที่ยวชุมชนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวหลังภาวะวิกฤต และเมืองรองที่มีกิจกรรมใหม่และการโปรโมทเพื่อสร้างความโดดเด่นแก่การท่องเที่ยวสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ทางออกของเมืองรองคือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบกลุ่มจังหวัดในระยะใกล้ ส่งเสริมการใช้อัตลักษณ์ชุมชนในการสร้างความโดดเด่นให้การท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเป็นรูปธรรม และการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านองค์กรบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว อนึ่ง การสร้างความยืดหยุ่นและเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางนั้นอาศัยรากฐานที่แข็งแรงของระบบการท่องเที่ยวในพื้นที่จึงจะสามารถยืดหยัดได้เป็นอย่างดีทั้งในภาวะปกติและสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤต


แนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคารจากการเลือกใช้วัสดุในองค์ประกอบต่างๆของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารสำนักงานในไทย, มนัญชัย ภัทรพงศ์มณี Jan 2023

แนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคารจากการเลือกใช้วัสดุในองค์ประกอบต่างๆของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารสำนักงานในไทย, มนัญชัย ภัทรพงศ์มณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม้ว่าสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนในภาคอาคารมาจากการใช้พลังงานระหว่างช่วงใช้สอย แต่ยังมีอีกส่วนที่มาจากกระบวนการการผลิตวัสดุก่อสร้าง ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงตั้งแต่ช่วงการออกแบบอาคารงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมขององค์ประกอบอาคารสำนักงานในประเทศไทยด้วยกรณีศึกษา 3 อาคาร ด้วยการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคาร เพื่อให้ผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการทราบถึงแนวทางในการเลือกใช้ประเภทของวัสดุและโครงสร้างอาคารที่ช่วยลดผลกระทบฯ ที่ตรงเป้าหมายที่สุดได้ กระบวนการวิจัยเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลบัญชีรายการวัสดุ โดยอาศัย 2 วิธี ได้แก่ บัญชีแสดงปริมาณวัสดุ (BOQ) และการถอดปริมาณจากแบบสถาปัตยกรรม จากนั้นจึงประเมินผลกระทบฯ ด้วยโปรแกรม One Click LCA student version จากนั้นนำผลประเมินฯที่ได้ไปวิเคราะห์และหาแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบฯ ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบการใช้พลังงานของอาคารตามแนวทางปรับปรุงต่าง ๆ ที่นำมาศึกษา ด้วยโปรแกรม EnergyPlus จากทั้ง 3 กรณีศึกษาพบว่า ระบบพื้นเป็นองค์ประกอบที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ตามด้วยระบบผนังภายนอก และระบบเสาเข็ม การลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจึงควรมุ่งเน้นในการลดผลกระทบจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและผนังภายนอกของอาคารเป็นหลัก โดยไม่เพิ่มผลกระทบช่วงการใช้สอยอาคารอันเกิดจากการใช้พลังงานที่มากขึ้น จึงเสนอแนวทางลดกระทบฯ ได้แก่ 1) การใช้ระบบพื้นไร้คานท้องเรียบแบบกลวงแทนระบบพื้นอัดแรง 2) การใช้ซีเมนต์ที่มีส่วนผสมเถ้าลอยเพิ่มขึ้นเป็น 30% 3) การใช้คานทำความเย็น 4) การใช้ผนังคอนกรีตมวลเบา และ 5) ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์แทนผนังเดิม ซึ่งแนวทางเหล่านี้สามารถลดการใช้พลังงานและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการใช้วัสดุ ได้อย่างตรงเป้าหมาย


การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อกำหนดด้านบุคลากรในงานจ้างบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565, สิริราช สาครจิตร Jan 2023

การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อกำหนดด้านบุคลากรในงานจ้างบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565, สิริราช สาครจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทฤษฎีและวิธีจัดโครงสร้างบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565 2) เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงการจัดบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างภาครัฐและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับอัตราการว่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างโดยศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) โดยนำข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี กฎหมายและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเปรียบเทียบขั้นตอนการจัดโครงสร้างบุคลากร ประเภทโครงการเป็นกรอบในการดำเนินงาน และศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) ให้เข้าใจถึงโครงสร้าง ข้อมูลขององค์กรในการจัดบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างประชากร 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มเจ้าของโครงการ (หน่วยงานภาครัฐ) 2) กลุ่มผู้บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 3) กลุ่มผู้ดำเนินงานก่อสร้าง กลุ่มตัวอย่างเป็นสถาปนิก วิศวกร และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดโครงการ (TOR) ในการจัดบุคลากรจ้างควบคุมงานก่อสร้าง มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารภาครัฐ และเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างและจากโครงการกรณีศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างร่วมกับข้อมูลโครงการกรณีศึกษาที่ได้ศึกษาในเบื้องต้นจากการศึกษาข้อกำหนดโครงการ (TOR) ที่ประกาศจ้างงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ และแบ่งการศึกษาเปรียบเทียบ 3 ช่วง ทั้งหมด 15 โครงการ คือช่วงที่ 1 ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2560 (เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ พ.ศ. 2557-2560) จำนวน 5 โครงการ ช่วงที่ 2 ช่วงปี พ.ศ. 2560-2562 จำนวน 5 โครงการ และช่วงที่ 3 ช่วงปี พ.ศ. 2562-2565 จำนวน 5 โครงการ รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เจ้าของโครงการการ (หน่วยงานภาครัฐ) กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง และกลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ดำเนินการก่อสร้าง พบว่าข้อกำหนดโครงการ (TOR) โดยเฉพาะด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอัตรากำลังพนักงานได้ระบุว่าเป็นพนักงานประจำและไม่ประจำหรือระบุเพียงจำนวนขั้นต่ำเท่านั้น ซึ่งโครงการกรณีศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้ควบคุมงานนำเสนอคุณสมบัติและจำนวนบุคลากรในการคัดเลือกผู้ควบคุมงานอาคารภาครัฐ ทำให้แต่ละโครงการมีความแตกต่างของข้อกำหนดโครงการด้านบุคลากร รูปแบบอาคาร …


รูปแบบที่เหมาะสมของระบบปรับอากาศภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ : กรณีศึกษา, แพรวพธู เพียรชูชัย Jan 2023

รูปแบบที่เหมาะสมของระบบปรับอากาศภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ : กรณีศึกษา, แพรวพธู เพียรชูชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันบริษัทหลายแห่ง หรือ ดาต้าเซนเตอร์นั้นมักจะมีห้องที่เรียกว่าห้องเซิร์ฟเวอร์เพื่อเก็บรักษาเซิร์ฟเวอร์ของโครงการ หรือบริษัทนั้น ดังนั้นในบริษัทหลายแห่งจะมีการออกแบบห้องนี้ให้มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งในงานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมของระบบปรับอากาศภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ ในระดับ TIER4 และ ISO 27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานของห้องเซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบัน ซึ่งห้องเซิร์ฟเวอร์แห่งนี้มีขนาด 320 เมตร และบรรจุ Rack Server จำนวน 63 ตู้ โดยมีการออกแบบ วิเคราะห์ เปรียบเทียบระหว่างระบบปรับอากาศแบบ Split Type ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระหว่างคอยล์ร้อนหนึ่งชุด กับคอยล์เย็นเพียงแค่หนึ่งชุด และ ระบบปรับอากาศประเภท Variable Refrigerant Flow (VRF) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระหว่างคอยล์ร้อนหนึ่งชุด กับคอยล์เย็นมากกว่าหนึ่งชุด โดยออกแบบระบบปรับอากาศให้รองรับกับภาระความร้อนที่เกิดขึ้นภายในห้อง รวมถึงการออกแบบ วางแบบ และเลือกชนิดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้งกับการใช้งาน ภาระความร้อนที่เกิดขึ้นและนำมาเลือกเครื่องปรับอากาศจากการคำนวณผ่านโปรแกรม Heat Load Calculation คือ 751,288 Btu./Hr. และ รูปแบบที่เหมาะสมของระบบปรับอากาศและประเภทเครื่องปรับอากากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานของห้องเซิร์ฟเวอร์แห่งนี้ คือการติดตั้งเครื่องปรับอากาศชนิด Duct Type หรือ ชนิดต่อท่อลมใต้ฝ้า และชนิดท่อส่งลมแบบกระจายลมจากด้านบน และใช้เครื่องปรับอากาศประเภท VRV/VRF โดยเปิดใช้งานทั้งหมดจำนวน 6 ชุดคอยล์ร้อน 12 ชุดคอยล์เย็น (Standby 2 ชุดคอยล์ร้อน 4 ชุดคอยล์เย็น) และเปิด-ปิดสลับการทำงานทุก 8 ชั่วโมง เมื่อพิจารณาค่าติดตั้ง และคำนวณการใช้พลังงานไฟฟ้ารวมถึงค่าไฟฟ้า พบว่าค่าเครื่องปรับอากาศและค่าติดตั้งของระบบ Split Type จะมีราคาที่ถูกกว่าค่าเครื่องปรับอากาศและค่าติดตั้งของระบบ VRV/VRF อยู่ที่ 2,096,403 บาท หรือ 28.01% และอัตราการใช้พลังงานต่อปี ระบบปรับอากาศ VRV/VRF จะใช้พลังงานน้อยกว่า ระบบปรับอากาศ Split Type อยู่ 259,719 หน่วย โดยคิดเป็นเงิน 1,091,817 บาท/ปี หรือ 24.79% ต่อปี ซึ่งในระยะยาว …


Examining Purity And Green Complexity Score On Wind And Solar Stock Return, Kanokphorn Pongklang Jan 2023

Examining Purity And Green Complexity Score On Wind And Solar Stock Return, Kanokphorn Pongklang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


The Impact Of Green House Gas Emission On Firm's Performance In Japan, Chanikan Veerachadsakulchai Jan 2023

The Impact Of Green House Gas Emission On Firm's Performance In Japan, Chanikan Veerachadsakulchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of greenhouse gas (GHG) emissions on corporate financial performance in Japan, with a particular focus on the role of environmental regulations. We hypothesize that while lower GHG emissions generally enhance financial performance, the benefits diminish beyond a certain point. Additionally, we examine how stringent environmental regulations influence this relationship. We use total GHG emissions and total GHG emissions per company’s enterprise value including cash (EVIC) as the proxies. The results indicate that GHG emissions negatively impact corporate financial performance, as measured by ROA and Tobin's Q. However, the regulatory environment, whether stringent or not, does …


การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, อินทุอร ภัทรกิจนิธิกุล Jan 2023

การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, อินทุอร ภัทรกิจนิธิกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเงินในประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจและให้บริการทางการเงิน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการเงินอาจทำให้เกิดความเสี่ยงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ซึ่งสามารถกระทบต่อภาคอุสาหกรรมการเงินและความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการได้ สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในอุตสาหกรรมการเงิน เพื่อเสนอแนวทางในการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับกระบวนการตรวจสอบสำหรับผู้ให้บริการทางการเงิน โดยออกแบบและพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบของธุรกิจตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โครงการพิเศษนี้ใช้หลักการคิดเชิงออกแบบในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ให้ความสำคัญในการเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นในการสร้างระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด ระบบต้นแบบที่ได้จากการพัฒนาโครงการนี้จะเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันในอุตสาหกรรมการเงินในประเทศไทย


คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค, ณัฐสิทธิ์ อนันต์วทัญญู Jan 2023

คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค, ณัฐสิทธิ์ อนันต์วทัญญู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคได้รับอิทธิพลมากขึ้นจากแนวโน้มของโลกในการนำข้อมูลมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อให้การตัดสินใจมีความแม่นยำและรวดเร็ว ส่งผลให้มีความจำเป็นในการพัฒนาระบบช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการวางแผนดำเนินธุรกิจและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กร โครงการ "คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค" ประกอบด้วยระบบ 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิต ระบบวิเคราะห์การหยุดทำงานของเครื่องจักร ระบบวิเคราะห์การใช้งานเครื่องจักร ระบบวิเคราะห์สูตรการผลิต และ ระบบวิเคราะห์ความผิดปกติของน้ำหนักวัตถุดิบและอุณหภูมิในการผลิต ระบบได้ถูกพัฒนาบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server โดยรายงานวิเคราะห์และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้ถูกพัฒนาด้วย Microsoft Power BI Desktop และภาษาไพธอน ตามลำดับ ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยเสริมความสามารถของโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในการวิเคราะห์กระบวนการผลิต และช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหา ปรับปรุง และลดต้นทุนในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์, วารีพร นิลประเสริฐศักดิ์ Jan 2023

คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์, วารีพร นิลประเสริฐศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ของธุรกิจ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการใช้งานของลูกค้าเพื่อนำมาจัดทำรายงานปัญหาโดยตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ส่งออก รวมทั้งการส่งคืนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กิจกรรมนี้จึงสามารถช่วยยกระดับคุณภาพของรถยนต์ให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยการจัดการปัญหาหลังการขายได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว สามารถช่วยระงับปัญหาที่เกิดขึ้นในการผลิต และ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจได้อีกด้วย โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ภาพรวมรายงานปัญหาหลังการขาย, ระบบวิเคราะห์ระยะเวลาการจัดการรายงานปัญหาหลังการขาย, ระบบวิเคราะห์ผลการจัดการรายงานปัญหาหลังการขาย, ระบบวิเคราะห์การนำเข้าชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลังการขายจากต่างประเทศ และ ระบบวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายการนำเข้าชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลังการขายจากต่างประเทศ ระบบทั้งหมดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล SQL Server และ พัฒนารายงานวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ Power BI Desktop ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ผู้บริหารวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองที่หลากหลาย ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


Association Between Knowledge, Attitude, Barriers, And Practice Of Parents Regarding Children’S Malocclusion In Yangon, Myanmar, Ye Htet Aung Jan 2023

Association Between Knowledge, Attitude, Barriers, And Practice Of Parents Regarding Children’S Malocclusion In Yangon, Myanmar, Ye Htet Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

dren and can lead to psychological impacts. Therefore, this study aimed to investigate the association between knowledge, attitude, barriers, and practices of parents toward malocclusion in children. This cross-sectional study was conducted on parents, aged between 20 and 50 years, having children aged between 6 and 12 years, and living in Yangon, Myanmar. Parental socio-demographic characteristics, knowledge, attitudes, barriers, and practices regarding malocclusion in their children were surveyed and collected through an online validated self-administered questionnaire. A total of 388 participants aged from 21 to 50 years completed the survey questionnaire. The average scores of parental knowledge, attitude, and practice …


Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang Jan 2023

Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์ Jan 2023

การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การนำ BIM มาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนของประเทศไทยเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งการนำ BIM มาใช้มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในช่วงกระบวนการก่อสร้าง ช่วงพัฒนาโครงการโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ช่วงออกแบบ (Design phase) ช่วงก่อสร้าง (Construction phase) และช่วงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility management) ซึ่งแต่ละช่วงก็มีความต้องการในด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงการพัฒนาโครงการถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการดำเนินงานหลักแต่ช่วงของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างช่วงออกแบบไปยังช่วงก่อสร้างยังไม่มีความชัดเจน รอยต่อตรงนี้เรียกว่าช่วง Pre-construction การทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถควบคุมความสำเร็จของโครงการได้ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ รูปแบบกระบวนการ และปัจจัยการนํา BIM มาใช้งานในช่วงก่อนการก่อสร้าง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงก่อนการก่อสร้างของอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนของประเทศไทยและศึกษาข้อมูลมาตรฐาน คู่มือ BIM เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสอดคล้อง สถานการณ์ ปัจจัย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการนำ BIM มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม จากผลงานวิจัยพบว่ารูปแบบการนำ BIM มาใช้ในกรณีศึกษาเป็นรูปแบบ Design-Bid-Build ซึ่งจำเป็นต้องส่งผ่านข้อมูลต่างองค์กรซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการตกหล่นของข้อมูลแต่การนำ BIM มาใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่เชื่อมข้อมูลต่างๆตลอดช่วงการทำงานของโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การส่งผ่านข้อมูล การถอดปริมาณ และประมาณราคา ทำให้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง ส่วนในด้านปัจจัยพบว่าการนำ BIM มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคพบว่า เกิดปัญหาด้านระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้าง และจากผลงานวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ ควรเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะการทำงานด้วย BIM และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ


Identification And Functional Characterization Of Myb Transcription Factors Regulating Flavonoid Biosynthesis In Durian Durio Zibethinus L. Pulps, Kamonwan Weerawanich Jan 2023

Identification And Functional Characterization Of Myb Transcription Factors Regulating Flavonoid Biosynthesis In Durian Durio Zibethinus L. Pulps, Kamonwan Weerawanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Durian fruit possesses high nutritional value due to its enriched bioactive compounds such as phenolics, carotenoids, and vitamins. While various transcription factors (TFs) regulate the phenylpropanoid biosynthetic pathway, MYB TFs play a pivotal role in controlling key genes in this pathway. In this study, we identified candidate v-Myb myeloblastosis viral oncogene homolog, MYB TFs from our transcriptome database of the Monthong cultivar including five developmental/postharvest ripening stages. MYBs that were upregulated during the ripening stage were considered as candidate transcriptional activators, based on the positive correlation observed between flavonoid biosynthetic genes and flavonoid contents in ripe durian pulps. Conversely, MYBs …


Effect Of Retarders On Geopolymerization Process Of Fly Ash-Based Geopolymer, Naritsara Toobpeng Jan 2023

Effect Of Retarders On Geopolymerization Process Of Fly Ash-Based Geopolymer, Naritsara Toobpeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to investigate the effect of additives on the geopolymerization of the fly ash-based geopolymer. The ratios of sodium silicate and sodium hydroxide (S/NX and solid FA to activator (F/L) were observed by varying the S/N at 1.0-2.5 wt.% and the F/L at 0.5-3.3 wt%. Results demonstrated that the highest strength was given by the S/N and F/L at 1.0 and 2.0, respectively. These ratios were used to study the effect of fourteen additives of the setting times of geopolymer pastes. Each additive was incorporated into the pastes by two mixing methods including wet and dry-mixing. The pastes …


3d Printing Of Hydroxyapatite/Polyhydroxyalkanoate-Based Composites, Warrayut Kanabenja Jan 2023

3d Printing Of Hydroxyapatite/Polyhydroxyalkanoate-Based Composites, Warrayut Kanabenja

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis focuses on developing bio-based 3D printing feedstocks for biomedical applications, such as bone scaffolds and soft tissue. However, their utility is limited by a narrow processing window which challenges manipulating filament size. These issues result in discontinuous flow and incomplete deposition of melted PHB. In part one, PHB and PHBV were blended with PLA and PBAT to enhance their processability and printability. The polymer blends exhibited lower crystallization temperature and degree of crystallinity. Assessing their 3D printability, neat PHB and PHBV filaments experienced, poor flow during extrudate deposition, and significant warping, leading to 3D printing failures. The blends …


Correlation Between Meteorological Conditions, Pm2.5, And Covid-19 Mortality In Thailand, Viranphat Singrakphon Jan 2023

Correlation Between Meteorological Conditions, Pm2.5, And Covid-19 Mortality In Thailand, Viranphat Singrakphon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The appearance of a new strain of coronavirus led to a worldwide health crisis, affecting public health and economies globally, including Thailand since 2019. Previous research had suggested possible links between environmental factors and the surge in COVID-19 cases, but these connections remained uncertain. This study examined the ratios of indoor to outdoor (I/O) environments and investigated potential associations between fine particulate matter (PM2.5), meteorological conditions, and the Case Fatality Rate (CFR%) of COVID-19 in Bangkok and its surrounding metropolitan area from January to December 2021. Through Spearman’s Rank correlation analysis, the findings indicated a positive correlation between CFR% and …


Effects Of Tidal Variations On Nutrient Dynamics In The Chao Phraya River Estuarine Ecosystem, Korawee Khongmanont Jan 2023

Effects Of Tidal Variations On Nutrient Dynamics In The Chao Phraya River Estuarine Ecosystem, Korawee Khongmanont

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Chao Phraya River estuary is a coastal ecosystem that is very important for both ecological and economic services. Moreover, it is a very complex and constantly changing ecosystem due to pollution loading from human activities through the river freshwater runoff. On the other hand, the Chao Phraya River estuary is also polluted by the influence of tidal currents of the inner Gulf of Thailand. One of the most important and persistent problems in this ecosystem is eutrophication and its effects. Therefore, the present study is aimed to improve “how freshwater runoff and tidal phenomena are affecting nutrient dynamics in …