Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 781 - 810 of 4029

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม, ณิชกานต์ นพวงศ์ เพียรล้ำเลิศ Jan 2023

การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม, ณิชกานต์ นพวงศ์ เพียรล้ำเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) ศึกษาสภาวการณ์ทางจริยธรรมของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม 2) วิเคราะห์ปัจจัยเงื่อนไขกระบวนการเรียนรู้ และ 3) นำเสนอแนวทางพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) ประเภทการวิจัยแบบขั้นตอนเชิงอธิบายตามลำดับ (explanatory sequential design) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ เยาวชนไทย อายุ 15-18 ปี กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบง่าย(Simple random sampling) จำนวน 569 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) ประกอบด้วย 2 กลุ่มได้แก่ (1) กลุ่มเยาวชนไทย และ (2) กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียนรู้ทางจริยธรรมของเยาวชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และ แบบประเมินร่างแนวทาง สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ การหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ผลวิจัยพบว่า 1) ด้านสภาวการณ์ทางจริยธรรม เยาวชนไทยมีการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแตกต่างหลากหลายตามตัวแปรเชิงประชากร ด้าน เพศ อายุ พื้นที การอยู่อาศัยกับพ่อแม่ และอาชีพผู้ปกครอง และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคสมัยใหม่นิยมที่มีสภาวะความเป็นฆราวาสนิยมและสภาวการณ์เร่งนิยม 2) ปัจจัยเงื่อนไขกระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมของกลุ่มเยาวชนไทยตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสหลังยุคสมัยใหม่นิยม มี 4 ปัจจัยเงื่อนไข ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านผู้สอน (2) ปัจจัยด้านวิธีการ (3) ปัจจัยด้านเนื้อหา (4) ปัจจัยด้านสื่อ และเงื่อนไขการเรียนรู้คือความสามารถทางจริยธรรมของปัจเจกบุคคล 3) แนวทางการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมของกลุ่มเยาวชนไทยตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสหลังยุคสมัยใหม่นิยมประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) แนวการพัฒนาเนื้อหาสาระเพื่อการพัฒนาเนื้อหา 2) แนวทางการเตรียมความพร้อมบุคลกรทางการศึกษาและสังคม 3) แนวทางการสร้างและพัฒนาสื่อหลังสมัยใหม่ 4) การกำหนดกรอบนโยบายเพื่อสร้างการสื่อสารเชิงบวก ให้โอกาส และ ทางเลือกแก่เยาวชน


การพัฒนาแผนที่นำทางการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อสังคมผู้สูงอายุ, ธรรมมา เจียรธราวานิช Jan 2023

การพัฒนาแผนที่นำทางการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อสังคมผู้สูงอายุ, ธรรมมา เจียรธราวานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา โดยศึกษาสภาพปัจจุบันและความพร้อมของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีของสถาบันอุดมศึกษาในและต่างประเทศ และนำเสนอแผนที่นำทางการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อสังคมผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเพื่อสังคมสูงอายุของสถาบันอุดมศึกษา จาก 6 ประเทศ ได้แก่ 1) ประเทศญี่ปุ่น 2) ประเทศฝรั่งเศส 3) ประเทศอังกฤษ 4) ประเทศสหรัฐอเมริกา 5) ประเทศสิงคโปร์ และ 6) ประเทศไทย โดยศึกษาตามองค์ประกอบ 5 ด้าน 1) ด้านผู้สอน 2) ด้านผู้เรียน 3) ด้านผู้บริหาร 4) ด้านหลักสูตร และ 5) ด้านบริการสนับสนุน ผู้บริหารระดับสูงสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย กลุ่ม อธิการบดี หรือรองอธิการบดี หรือผู้ช่วยอธิการบดี กลุ่มนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนรวม 39 คน ผู้บริหารระดับนโยบายสถาบันระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย จำนวน 390 คน และผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบร่างแผนที่นำทางฯ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์สาระ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบตรวจสอบร่างแผนที่นำทาง การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์สาระ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นโยบายและสภาพปัจจุบันและความพร้อมของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย พบว่า ด้านนโยบายและแผนมีความพร้อมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.95 ด้านคุณสมบัติผู้เรียน ด้านหลักสูตร ด้านผู้บริหาร ด้านผู้สอน และ ด้านบริการสนับสนุน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.84, 3.75, 3.67, 3.62, 3.57 ตามลำดับ ดังนั้น ด้านการบริการสนับสนุนยังขาดความพร้อมมากที่สุดในภาพรวมของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย 2. การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีของสถาบันอุดมศึกษาในและต่างประเทศ พบว่า ระบบการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุทั้ง 6 ประเทศ พบว่าในประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่องค์กรเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุ …


การพัฒนารูปแบบกิจกรรมบูรณาการภูมิปัญญาศิลปะไทยเพื่อส่งเสริมสันติวัฒนธรรม, มัณนาน มามะ Jan 2023

การพัฒนารูปแบบกิจกรรมบูรณาการภูมิปัญญาศิลปะไทยเพื่อส่งเสริมสันติวัฒนธรรม, มัณนาน มามะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาลักษณะสภาพสังคมวัฒนธรรมและองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดความแตกต่างหลากหลายระหว่างบุคคล 2. ศึกษาองค์ประกอบหรือรากฐานของงานศิลปะไทยที่สามารถนำมาใช้จัดกิจกรรมในรูปแบบศิลปะเชิงสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมสันติวัฒนธรรม 3. ศึกษาผลของการใช้รูปแบบกิจกรรมบูรณาการภูมิปัญญาศิลปะไทยเพื่อส่งเสริมสันติวัฒนธรรม งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยใช้เทคนิควิธีเชิงคุณภาพ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) การเตรียมข้อมูลในการพัฒนารูปแบบกิจกรรม ด้วยการวิจัยเอกสาร ศึกษาสภาพทั่วไปของชุมชนต้นแบบและชุมชนที่ต้องการส่งเสริมสันติวัฒนธรรมและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 7 ด้าน จำนวน 35 ท่าน 2) การพัฒนารูปแบบกิจกรรมบูรณาการภูมิปัญญาศิลปะไทยเพื่อส่งเสริมสันติวัฒนธรรม 3) การศึกษาผลการใช้รูปแบบกิจกรรมฯ โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวมีการทดสอบหลังใช้ร่วมกับแบบประเมินความคิดเห็น แบบสังเกตพฤติกรรมบ่งชี้การเกิดสันติวัฒนธรรม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การจัดหมวดหมู่ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ลักษณะสภาพสังคมวัฒนธรรมและองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดความแตกต่างหลากหลายระหว่างบุคคล คือ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเป็นสังคมเมืองและการอยู่อาศัย ความหลากหลายทางสังคม การแบ่งพรรคพวก การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบมากเกินไป และการขาดความรู้ความเข้าใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรม 2. ได้รูปแบบกิจกรรมบูรณาการภูมิปัญญาศิลปะไทยเพื่อส่งเสริมสันติวัฒนธรรม (ITA CoP Model) ที่เป็นการนำรากฐานของศิลปะไทยทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมมาบูรณาการร่วมกับแนวคิดและกระบวนการของศิลปะเชิงสัมพันธ์ เน้นการเกิดสุนทรียภาพผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้จัดกิจกรรมศิลปะกับผู้มีส่วนร่วม โดยรูปแบบกิจกรรมฯ ประกอบด้วย 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1) อาหารท้องถิ่นของชุมชน 2) ประวัติศาสตร์ของชุมชน และ 3) จิตสำนึกร่วมของชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดสันติวัฒนธรรม 5 ด้าน คือ (1) ความเข้าใจและไว้วางใจ (2) ความรักและเคารพ (3) การไม่ใช้ความรุนแรง (4) การมีส่วนร่วมให้ความร่วมมือ และ(5) ความเท่าเทียมกัน 3. ผลการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าร่วม 3 กิจกรรม มีความเห็นว่ารูปแบบและองค์ประกอบของกิจกรรมมีความเหมาะสมในระดับที่เห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยผู้เข้าร่วมทุกกิจกรรมมีพฤติกรรมการเกิดสันติวัฒนธรรมในระดับมากถึงมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากมีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องก็จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเข้าใจ สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งในระยะยาว ส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาตนเองผ่านความร่วมมือของคนในชุมชนและเกิดสันติวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน


การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาปริญญาตรีตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง, สุภาพร พงษ์มณี Jan 2023

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาปริญญาตรีตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง, สุภาพร พงษ์มณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาปริญญาตรีตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง และ 2) ประเมินคุณภาพของโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษา โดยมีระยะเวลาใช้โปรแกรม 6 สัปดาห์ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการปรับตัว แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสถิติ t-test และข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีหลักการ 4 ประการ คือ 1) การประเมินความสามารถของตนเองจากประสบการณ์เดิม และมีความคาดหวังผลลัพธ์เชิงบวก 2) การประเมินเป้าหมายและการกำกับตนเองเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 3) การจัดสถานการณ์และบรรยากาศการเรียนรู้ภายใต้สิ่งแวดล้อมเชิงบวก 4) การสะท้อนคิดถึงการดำเนินการเพื่อรับรู้ความสามารถ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักศึกษาระดับปริญญาตรีให้มีความสามารถในการปรับตัวด้านการเรียน ด้านสังคม และด้านอารมณ์ เนื้อหาที่ใช้ ประกอบด้วย 1) การรู้จักตนเอง 2) การเข้าใจผู้อื่น 3) การสื่อสารและมารยาทสังคม 4) สื่อและการรู้เท่าทันสื่อ 5) ทักษะการแก้ปัญหา และ 6) การทำงานเป็นทีม ขั้นตอนของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ประเมินความสามารถของตนเองเพื่อกำหนดเป้าหมาย ขั้นที่ 2 วางแผนโดยคำนึงถึงความสามารถของตนเอง และลงมือปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ขั้นที่3 กำกับติดตามและปรับแผนการดำเนินการ และขั้นที่ 4 สะท้อนความสำเร็จสู่การรับรู้ความสามารถของตนเอง การดำเนินการใช้โปรแกรม ประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนการใช้โปรแกรม ระหว่างการใช้โปรแกรมและหลังการใช้โปรแกรม การวัดและประเมินผลโดยวิธีการประเมินเชิงปริมาณโดยใช้แบบวัดความสามารถในการปรับตัว และการประเมินเชิงคุณภาพ โดยการสังเกตและการสัมภาษณ์ 2. ความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อจำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า นักศึกษามีความสามารถในการรับมือและจัดการปัญหาและความสามารถในการแสวงหาและเรียนรู้สิ่งใหม่สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ความสามารถในการกำกับตนเองก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักศึกษาที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถในการปรับตัวมีความสามารถในการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น


การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนมัลติมีเดียเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ลมและลิ้นสำหรับ"ปี่ใน"ขั้นพื้นฐาน, สโรชา อัศวผาติบุญ Jan 2023

การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนมัลติมีเดียเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ลมและลิ้นสำหรับ"ปี่ใน"ขั้นพื้นฐาน, สโรชา อัศวผาติบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาการใช้ลมและลิ้นในการเป่า “ปี่ใน” ขั้นพื้นฐาน จากการมองไม่เห็นวิธีการปฏิบัติภายในร่างกาย 2) พัฒนาสื่อการเรียนการสอนมัลติมีเดียเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ลมและลิ้นสำหรับ “ปี่ใน”ขั้นพื้นฐาน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบวิจัยและพัฒนา เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจปัญหาจากกลุ่มนักปี่จำนวน 30 คน สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก 3 ท่านโดยใช้แบบแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ตรวจสอบคุณภาพสื่อด้วยแบบประเมินตรวจสอบคุณภาพแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านและนำสื่อไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างได้แก่นิสิตและนักเรียนจำนวน 10 คน และทำการประเมินคุณภาพสื่อ วิเคราะห์ข้อมูลค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาด้านการใช้ลมและลิ้นในการเป่า “ปี่ใน” ขั้นพื้นฐานจากการมองไม่เห็นวิธีการปฏิบัติภายในร่างกายพบปัญหาทั้งหมด 5 ประเด็นได้แก่ 1) การใช้ลมในการเป่าเสียงต่างๆได้แก่ การเป่าในกลุ่มเสียงต่ำ (เสียงต้อ) และการเป่าในกลุ่มเสียงสูง (เสียงแหบ) 2) การระบายลม 3) การตอดลม 4) การประคบลิ้น และ 5) การตอดลิ้น 2. สื่อการเรียนการสอนมัลติมีเดียเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ลมและลิ้นสำหรับ “ปี่ใน”ขั้นพื้นฐานที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการใช้ลมและลิ้นในการเป่า “ปี่ใน” ประกอบด้วยข้อความ ภาพนิ่ง ภาพกราฟฟิกเคลื่อนไหว เสียงปี่ และการเชื่อมโยง (Hyperlink) ในสื่อประกอบด้วยหน้าปก คำนำ หน้าหลัก ส่วนเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 บทเรียนได้แก่ บทที่ 1 เรื่องความรู้พื้นฐานของปี่ บทที่ 2 เรื่องการสร้างเสียงปี่ใน และบทที่ 3 เรื่องการใช้ลิ้นและการใช้ลม มีผลการประเมินคุณภาพสื่อจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.79 แสดงว่าสื่อมีคุณภาพในระดับดีมากและมีผลการประเมินคุณภาพจากการนำสื่อไปทดลองใช้กับกลุ่มผู้เรียน 10 คนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.99 แสดงว่าสื่อมีคุณภาพในระดับดีมาก


แนวทางการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อลดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญในกรุงเทพมหานคร, อัสมา นาคนาวา พารึลทึ Jan 2023

แนวทางการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อลดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญในกรุงเทพมหานคร, อัสมา นาคนาวา พารึลทึ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัญหาและหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญในกรุงเทพมหานคร 2. ศึกษากระบวนการพัฒนาความร่วมมือพหุพาคีเพื่อจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อลดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญในกรุงเทพมหานคร 3. นำเสนอแนวทางการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อลดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญในกรุงเทพมหานคร โดยใช้ทฤษฎีระบบนิเวศวิทยาของบรอนเฟนเบนเนอร์ เป็นกรอบแนวคิดของงานวิจัย ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัย พบว่า ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนทุกเพศมีอินเทอร์เน็ตใช้ โดยเพศหญิงจะใช้สื่อออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือเพศ LGBTQ การระบายอารมณ์ผ่านห้องแชทหรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือซึ่งส่งผลให้เพศ LGBTQ เป็นเพศที่ถูกรังแกและรังแกคนอื่นมากที่สุด ผู้ถูกรังแกจะถูกรังแกประเภทการโต้เถียงอย่างรุนแรงด่าทอมากที่สุด การรังแกจะถูกทำผ่านแอปพลิเคชั่น Messenger Facebook และ Instagram ซึ่งผู้รังแกก็คือเพื่อน เวลาที่โดนรังแกนักเรียนจะไม่บอกใคร รองลงมาบอกเพื่อน และบอกพ่อแม่ โดยผู้ถูกรังแกจะแก้ปัญหาโดยการตอบโต้ทันที นักเรียนมักทะเลาะกับเพื่อนจากอารมณ์ชั่ววูบหรือการกลั่นแกล้งแบบขำๆ รูปแบบการเลี้ยงดูในครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่เป็นแบบปล่อยปละละเลยและแบบตามใจเนื่องจากพ่อแม่มีภาระงานนอกบ้านทำให้มีเวลากับลูกน้อยลงส่งผลให้ลูกเล่นมือถือตลอดเวลา โดยพ่อแม่แก้ปัญหาโดยการแบ่งเวลาร่วมทำกิจกรรมกับลูกให้มากขึ้น ครูจะจัดการกับปัญหาโดยการเพิ่มความเอาใจใส่และบูรณาการหลักศาสนาเข้าไปในบทเรียน ได้แก่ หลักอิสลาม หลักอีมานและหลักอิหฺซาน ยึดถือคัมภีร์อัลกุรอานเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและปฏิบัติตนโดยมีท่านศาสดามูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม เป็นแบบอย่าง กระบวนการพัฒนาความร่วมมือพหุพาคีเพื่อจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อลดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ จัดประชุมหาแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือพหุพาคีเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการรังแกบนโลกไซเบอร์ที่เกิดขึ้น จัดกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เรื่องการรังแกบนโลกไซเบอร์ สังเกตการณ์การทำค่ายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม จัดค่ายอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน สัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับกลุ่มโรงเรียนเอกชน แนวทางการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อลดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านกายภาพ ปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและเสริมหลักสูตรฐานสมรรถนะหลัก 6 ด้านโดยบูรณาการเชื่อมโยงกับหลักศาสนาอิสลาม ปรับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียน จัดหาแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน 2) ด้านจิตภาพ จัดกิจกรรมพัฒนาครู นิเทศการสอน ปรับเทคนิคการสอนสอดแทรกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมให้ครูจัดทำโครงการการรังแกบนโลกไซเบอร์ 3) ด้านสังคม จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จัดให้ความรู้กับผู้ปกครองและชุมชนโดยสอดแทรกความรู้ด้านกฎหมาย จัดกิจกรรมระหว่างครู ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายโรงเรียนในการป้องกันและลดปัญหาการรังแกบนโลกไซเบอร์ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการรังแกบนโลกไซเบอร์จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครอง ครูและคนรอบข้างจะเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังจริยธรรมตามหลักศาสนาอิสลามเข้าไปโดยการสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างสถาบันที่มีอิทธิพลกับเด็กโดยตรงซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันตั้งแต่ระบบจุลภาค ระบบกลาง ระบบภายนอก ระบบมหัพภาค จนถึงระบบเวลาตามทฤษฎีนิเวศวิทยาของบรอนเฟนเบรนเนอร์


ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนที่มีต่อทักษะการรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนชั้นประถมศึกษา, โณทัย ทองคำนุช Jan 2023

ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนที่มีต่อทักษะการรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนชั้นประถมศึกษา, โณทัย ทองคำนุช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการรู้เท่าทันสื่อก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) มีจำนวนห้องเรียนเป็นหน่วยการเลือก ห้องนักเรียนกลุ่มทดลองและห้องนักเรียนกลุ่มควบคุม มีจำนวนห้องละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ แบบทดสอบทักษะการรู้เท่าทันสื่อก่อนและหลังการทดลอง และแบบสังเกตทักษะการรู้เท่าทันสื่อก่อนและหลังการทดลอง ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ การทดสอบค่าที (t-test) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ดังนี้ 1) ทักษะการรู้เท่าทันสื่อหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ทักษะการรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนกลุ่มทดลองหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Development Of Sensors For Bacteria And Wound Environment Monitoring, Pannawich Thirabowonkitphithan Jan 2023

Development Of Sensors For Bacteria And Wound Environment Monitoring, Pannawich Thirabowonkitphithan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Diabetes mellitus (DM) is a leading cause of death and reduces life expectancy. Complications from diabetes have wreaked havoc not only on patients' quality of life, but also on the global burdens of public health and socioeconomic development. The most frequent complication among patients with diabetes mellitus is diabetic wounds, particularly diabetic foot ulcers because of the damage to sensory nerves and blood vessel issues brought on by elevated blood glucose levels. As a result, chronic wounds eventually develop and are prone to infection. In this study, several novel analytical devices for the detection of wound infections and the wound …


Mycobacterium Spp. Identification By Nanopore Technology, Samitanan Sunantawanit Jan 2023

Mycobacterium Spp. Identification By Nanopore Technology, Samitanan Sunantawanit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tuberculosis is caused by infection with Mycobacterium tuberculosis (MTB). Although TB and non-tuberculous mycobacteria (NTM) infection exhibit similar symptoms, their treatments differ significantly. NTM strains need a specific drug regimen and some NTM strains are resistant to anti-TB drugs. Hence, mycobacterial identification is crucial. At present, the culture-based technique is the gold standard in mycobacterium detection, but it is time-consuming (3-6 weeks). Here, this study aimed to develop mycobacterial amplicon-based nanopore sequencing (Myco-ANS) assay for the differentiation of eight reference strains of mycobacteria, as well as to assess the diagnostic accuracy of Myco-ANS compared with reference line probe assay for …


Gardenia Jasminoides Fruit Extract Alleviates Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drug–Induced Gastropathy In Rats, Rinrada Worapongpaiboon Jan 2023

Gardenia Jasminoides Fruit Extract Alleviates Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drug–Induced Gastropathy In Rats, Rinrada Worapongpaiboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Non-steroidal anti-inflammatory drug (NSAID)-induced gastropathy is a health burden that requires effective treatment. Gardenia jasminoides fruit extract (GJE) protects the gastrointestinal tract by reducing inflammation with wide safety margins, but the underlying mechanisms are still indeterminate. Therefore, this thesis aimed to explore the effects of GJE pretreatment on NSAID-induced gastric injury in rats based on the hypothesis that GJE could attenuate the injury. Twenty-four male Sprague Dawley rats were assigned to 3 groups (n=8/group). The control group received a vehicle (7.5% NaHCO3). The NSAIDs group received indomethacin 200 mg/kg twice a day (4 hours apart) for 2 consecutive days. The …


Factors Influencing Disposal Methods Of Unused Medicines: A Systematic Review, Guu Nandar Chit Jan 2023

Factors Influencing Disposal Methods Of Unused Medicines: A Systematic Review, Guu Nandar Chit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objective: This systematic review aimed to describe how people store and dispose of unused and expired medicines, explore the extent of proper storage and disposal and examine factors influencing these behaviors. A comprehensive search of five databases, PubMed, Scopus, Springer Link, Science Direct, and EBSCO. The QualSyst assessment tool was applied to evaluate the quality of the included studies. The review encompassed 55 eligible studies from 27 countries, involving 31,246 participants. The refrigerator was the most common storage location (40% average) while discarding in household trash was the universal disposal method. Medicine storage at home ranged from 17.9% to 97%, …


Polycationic Colicin N Inhibits Metastatic Activity In Human Lung Cancer Cells Through Suppression On Epithelial To Mesenchymal Transition, Lwin Lwin Aye Jan 2023

Polycationic Colicin N Inhibits Metastatic Activity In Human Lung Cancer Cells Through Suppression On Epithelial To Mesenchymal Transition, Lwin Lwin Aye

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Colicins are bacterial toxins, produced by E. coli under stressed conditions to kill other related strains of bacteria. Among other bacteriocins, colicin N is pore-forming bacteriocin which has cytotoxic activity on human lung cancer H460 cells. Polycationic (supercharged) colicin N (CoIN+12) is structurally engineered colicin N with more positive charges, on receptor binding domain of which, aspartic and glutamic acids were replaced by six lysine residues. It has been reported that polycationic colicin N has higher cytotoxic activity in human lung cancer cells. However, anti-metastatic effect of polycationic colicin N on human lung cancer cells has not been investigated. In …


Identification Of Active Region Of Colicin N Translocating Domain Involved In Its Antibacterial Activity, Wanassanan Lampromkaew Jan 2023

Identification Of Active Region Of Colicin N Translocating Domain Involved In Its Antibacterial Activity, Wanassanan Lampromkaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Colicins are bacteriocins produced by Escherichia coli (E. coli) and toxified themselves. In general, colicins comprise three domains, including the N-terminal domain or translocation (T) domain, the Receptor binding (R) domain, and the Cytotoxic (C) domain. The combination of these domains produces different types and activities of colicin. Colicin N is the smallest colicin and functioned in pore-formation by the C-domain on the E. coli membrane. The antimicrobial activity is regulated by the specific binding between OmpF and TolA (as receptor and translocator) at region OBS (OmpF binding site) and TABs (TolA binding site), respectively. They are then inserting the …


Identification And Functional Characterization Of Mads-Box Proteins And Ccos Involved In Carotenoid Metabolism In Durian Durio Zibethinus L. Pulps, Kittiya Tantisuwanichkul Jan 2023

Identification And Functional Characterization Of Mads-Box Proteins And Ccos Involved In Carotenoid Metabolism In Durian Durio Zibethinus L. Pulps, Kittiya Tantisuwanichkul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Durian (Durio zibethinus L.), known as the "King of fruits," holds significant economic importance in Thailand. Apart from its unique odor and sweet taste, durian pulp exhibits a yellow color, which is an important aspect of fruit quality. Carotenoids are essential compounds responsible for the yellow, orange, and red coloration in many fruits and vegetables. During durian fruit development and ripening processes, its pulp changes from white to yellow due to increased carotenoid accumulation. The carotenoid biosynthetic pathway, responsible for carotenoid production, is controlled by ethylene. However, the mechanism underlying this process in durian fruit is still unknow. Notably, the …


Bamboo Biochar For Bar Adsorptive Microextraction Of Parabens In Water, Maytinee Jantorn Jan 2023

Bamboo Biochar For Bar Adsorptive Microextraction Of Parabens In Water, Maytinee Jantorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this research, bamboo biochar bar was prepared in the form of small-sized rods using starch as a binder and applied as a sorbent in bar adsorptive microextraction (BAµE) of parabens (methyl paraben, ethyl paraben, propyl paraben and butyl paraben) in water. The mixture of bamboo biochar which has a size of 60-80 mesh, a surface area of 102.6 m²g-1 and a pore size of 0.7 nm and starch in a weight ratio of 1:13 gave the good mechanical stability and high removal efficiency of parabens. When applied the bamboo biochar bar as a sorbent, the optimum conditions for BAµE …


Selective Photodegradation Of Food Contaminants Using Titania-Silica-Iron Oxide Nanocomposites With Molecularly Imprinted Technology, Mehak Un Nisa Jan 2023

Selective Photodegradation Of Food Contaminants Using Titania-Silica-Iron Oxide Nanocomposites With Molecularly Imprinted Technology, Mehak Un Nisa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, magnetic imprinted photocatalysts (Fe3O4@SiO2@TiO2@MIP and Fe3O4@SiO2@MIP@TiO2) have been synthesized successfully by surface molecular imprinting technique. 5,7-dimethoxy-coumarin was used as a dummy template to give specific recognition ability to AFB1. A range of analytical techniques including X-ray diffraction (XRD), scanning electron microscopy (SEM), Fourier transform infrared (FT-IR), vibrating sample magnetometer (VSM), and Branauer-Emmett-Teller (BET) were employed to study the crystal structure, morphology, and chemical composition of the nanocomposites. The HPLC-DAD was used to quantify the photodegradation efficiency of imprinted photocatalysts under different factors such as the source of irradiation light, initial concentration of analyte, amount of photocatalyst, and …


Cellulose Nanofiber/Poly(Acrylic Acid)-Based Hydrogel For Colorimetric Biomarker Sensors, Nichaphat Passornraprasit Jan 2023

Cellulose Nanofiber/Poly(Acrylic Acid)-Based Hydrogel For Colorimetric Biomarker Sensors, Nichaphat Passornraprasit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation develops innovative CNF/PAA hydrogel-based colorimetric sensors for non-invasive biomarker detection, focusing on urea for chronic kidney disease (CKD) and sarcosine for prostate cancer (PCa). Hydrogels serve as a matrix for enzyme and indicator encapsulation due to their high absorption capacity and unique three-dimensional network, with CNF enhancing mechanical properties. The research is divided into two parts. Part I involves preparing a GO/CNF/PAA hydrogel via non-toxic radiation crosslinking, featuring high swelling capacity and enhanced laser absorptivity due to GO. This hydrogel, used as a patch for on-skin detection, shows vivid color changes to distinguish CKD patients from healthy individuals, …


Polyaniline/Cellulose Nanofiber/Polyvinyl Alcohol Hydrogel-Modified Screen-Printed Graphene Electrode For Cd2+ And Ni2+ Detection, Pichapon Boonkrong Jan 2023

Polyaniline/Cellulose Nanofiber/Polyvinyl Alcohol Hydrogel-Modified Screen-Printed Graphene Electrode For Cd2+ And Ni2+ Detection, Pichapon Boonkrong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Heavy metal contamination in wastewater has been an environmental issue, so the determination of heavy metals by an accurate and simple method is important. In this work, polyaniline/cellulose nanofiber/polyvinyl alcohol hydrogel-modified screen-printed graphene electrode (PANI/CNF/PVA hydrogel-modified SPGE) was fabricated by combining the advantages of graphene and conductive hydrogel to increase the conductivity and preconcentrate the metal ions to fabricate the modified electrode for the simultaneous detection of Cd2+ and Ni2+. First, PANI/CNF nanocomposite was synthesized by in situ chemical polymerization, and CNF was shown to prevented PANI aggregation and provided sufficient porous structure on the modified electrode. The PANI/CNF nanocomposite …


The Impacts Of The 2014 Coup On Thailand's Relations With The People's Republic Of China And The United States Of America, Xue Yang Jan 2023

The Impacts Of The 2014 Coup On Thailand's Relations With The People's Republic Of China And The United States Of America, Xue Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Thailand's foreign policy in the international stage has often been compared to bamboo that bends with the wind. The contrasting reactions from China and the United States to Thailand's 2014 military coup have shaped the new orientation of Thailand's international relations. China has traditionally pursued a foreign policy of non-interference in the internal affairs of other countries, gaining favor with the military government led by General Prayuth. The U.S. government, led by President Obama, issued strong outright condemnation and military sanctions against the 2014 coup. In response to the U.S. criticism of the coup and China's non-interference policy, Thailand under …


Netflix กับการส่งเสริมวัฒนธรรมระดับโลก: Netflix กับกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้, เกตน์สิริ กองสินพิพัฒน์ Jan 2023

Netflix กับการส่งเสริมวัฒนธรรมระดับโลก: Netflix กับกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้, เกตน์สิริ กองสินพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการเติบโตของกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้ (Korean Wave) ผ่าน Netflix ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ชมทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของ Netflix ต่อการเติบโตของกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้ ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบวิจัยเชิงเอกสารเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ ผลการศึกษาพบว่า Netflix คือผู้เปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมโทรทัศน์โลกจากการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ผู้สมัครสมาชิกสามารถเข้าถึงและรับชมเนื้อหาจากทั่วโลกได้อย่างไม่จำกัด โดย Netflix ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ให้แก่วงการโทรทัศน์ เช่น การรับชมอย่างต่อเนื่อง (binge-watching) และการรับชมตามความต้องการ (on-demand) รวมถึงคุณสมบัติอื่น ๆ ที่อำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์การรับชมที่น่าพึงพอใจให้แก่ผู้ชม และเพื่อสนับสนุนการใช้งานและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่แนะนำให้แก่ผู้ใช้งาน Netflix จึงก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตเนื้อหาต้นฉบับ (Netflix Originals) โดยเกาหลีใต้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนสำหรับกลยุทธ์ Localization ที่ Netflix เข้ามาลงทุนและสร้างความร่วมมือกับผู้ผลิตสื่อท้องถิ่นในการสร้างเนื้อหาต้นฉบับในรูปแบบของสื่อวัฒนธรรมเกาหลี รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มในการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่สำคัญ Netflix จึงมีบทบาทเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ บริการและความสะดวกสบายของ Netflix ดึงดูดให้มีผู้ใช้งาน Netflix เป็นจำนวนมากทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามชาติเปิดกว้างมากขึ้น เมื่อเนื้อหาทางวัฒนธรรมถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Netflix จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้กระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้เติบโตมากขึ้นในระดับโลก


การศึกษากระบวนการฝึกฝนการใช้จินตนาการเพื่อสร้างตัวละคร เอ็มม่า ในละครเพลงเรื่อง เทล มี ออน อะ ซันเดย์ โดย แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ และดอน แบล็ค ในปีค.ศ. 1979, ชนิสรา ศรแผลง Jan 2023

การศึกษากระบวนการฝึกฝนการใช้จินตนาการเพื่อสร้างตัวละคร เอ็มม่า ในละครเพลงเรื่อง เทล มี ออน อะ ซันเดย์ โดย แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ และดอน แบล็ค ในปีค.ศ. 1979, ชนิสรา ศรแผลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการฝึกฝนการใช้จินตนาการในการแสดงที่จะสามารถนำไปพัฒนาและสร้างตัวละคร เอ็มม่า ในละครเพลงเรื่อง เทล มี ออน อะ ซันเดย์ (Tell Me on a Sunday) อีกทั้งเพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะการร้องเพลงเพื่อนำเสนอตัวละคร เอ็มม่า ผ่านบทละครเพลงดังกล่าว โดยผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎีการแสดง และฝึกซ้อมการแสดงควบคู่กับการฝึกฝนแบบฝึกหัดทางด้านการแสดงเพื่อนำไปพัฒนาและสร้างตัวละคร เอ็มม่า ซึ่งความท้าทายของละครเพลงข้างต้นคือ จะมีเพียง 1 ตัวละคร ที่นำเสนอเรื่องราวบนเวที โดยมีการพูดคุยกับตัวละครอื่นที่ไม่ปรากฏบนเวที ดังนั้นนักแสดงจึงต้องใช้จินตนาการในการแสดงอย่างมากเพื่อทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วม และเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น วิธีการหลักที่ถูกใช้ในการพัฒนาและสร้างตัวละครในงานวิจัยนี้คือมนต์สมมติ (Magic If) โดยคอนสแตนติน สตานิสลาฟสกี (Constantin Stanislavski) ควบคู่ไปกับทฤษฎีการแสดงเกี่ยวกับการใช้จินตนาการ (Imagination) ของ สเตลลา แอดเลอร์ (Stella Adler) ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการจดบันทึก การบันทึกวิดีโอการฝึกซ้อมและการแสดง ซึ่งมีการประเมินผลหลังจากนำเสนอผลงานการแสดงแล้วโดยการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ชมทั้งหมด 50 ชุด การประเมินการแสดงจากอาจารย์ที่ปรึกษาในรอบก่อนการแสดงจริง และมีการวิเคราะห์จากการพูดคุยจากการเสวนากับผู้ทรงคุณวุฒิหลังจบการแสดง กระบวนที่สังเคราะห์ได้คือการฝึกฝนตามลำดับดังนี้ Magic If, Given Circumstances, Super Objective และการใช้แบบฝึกหัดเข้ามาช่วยพัฒนาระหว่างการฝึกซ้อม ซึ่งผลจากการฝึกฝนตามกระบวนการที่ได้มาทำให้ผู้วิจัยสามารถทำให้ผู้ชมเชื่อในสถานการณ์ของตัวละครได้ ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วมไปกับเหตุการณ์ที่ตัวละครกำลังประสบอยู่ และเห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงของตัวละครเอ็มม่า ในส่วนของผลของการฝึกฝนการร้องเพลงคือผู้วิจัยเกิดความมั่นใจในการร้องเพลงเพื่อที่จะสื่อสารเรื่องราวของตัวละครสู่ผู้ชมมากขึ้น และผู้วิจัยไม่เกิดความกังวลขณะที่กำลังแสดงอยู่เนื่องจากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก่อนการแสดงจริง


กล่องคอมเมนต์แห่งความเกลียดชังในบริบทสังคมไทย: กรณีศึกษาแฮชแท็กข่าวอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ก, รมิดา แสงสวัสดิ์ Jan 2023

กล่องคอมเมนต์แห่งความเกลียดชังในบริบทสังคมไทย: กรณีศึกษาแฮชแท็กข่าวอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ก, รมิดา แสงสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและลักษณะของข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังต่ออีกฝักฝ่ายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข่าวอาชญากรรมในประเทศไทยบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ และการรับรู้ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก และเพื่อศึกษามาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์ต่อบุคคลอื่น โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยแบบเอกสาร การรวบรวมข้อมูลเอกสารที่เป็นข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังใต้โพสต์ข่าวอาชญากรรมในคดีฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ คดีอดีตผู้กำกับใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติด และคดีฆาตกรรมเน็ตไอดอล และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างต่อผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบข้อความที่แสดงความเกลียดชังต่ออีกฝักฝ่ายที่พบเหมือนกันทั้งสามคดีคือ การแบ่งแยกแบบไม่ตั้งใจต่อกลุ่มเป้าหมาย ลักษณะของข้อความที่พบมักเป็นการบอกกล่าว การชี้นำ และการแสดงความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ให้ข้อมูลสำคัญต่อข้อความที่แสดงความเกลียดชังใต้โพสต์ข่าวอาชญากรรม ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้นั้นพบว่ามีอยู่ 3 ปัจจัย คือ (1) ปัจจัยด้านจิต ได้แก่ แรงจูงใจส่วนตนและวัฒนธรรม (2) ปัจจัยด้านสังคม ได้แก่ การได้รับการยอมรับ การเลียนแบบหรือการคล้อยตามผู้ที่เคารพนับถือ ความต้องการในการปกป้องกลุ่มตน และการอบรมเลี้ยงดู และ (3) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ การเข้าถึงง่าย ความเป็นนิรนาม กฎหมายและการขาดผู้ตรวจตรา ขณะที่การรับรู้ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังล้วนได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยการรับรู้ทั้งสามและการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวอันจะเป็นการกำหนดทิศทางให้การตอบสนองมีความแตกต่างหลากหลาย มาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์ นอกเหนือไปจากกฎหมายและนโยบายแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ควรมีการจัดตั้งหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาช่วยประสานการแก้ปัญหาและดำเนินคดีระหว่างภาครัฐและเจ้าของแพลตฟอร์ม เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาร่วมติดตามและตรวจสอบ บรรจุวิชาความรู้เท่าทันสื่อเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมแนะแนว สร้างกลุ่มศิลปินดาราตัวอย่างประชาสัมพันธ์เรื่องสิทธิเสรีภาพ สร้างสื่อเรื่องสั้นที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย จัดตั้งพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระดับชุมชน จัดตั้ง Online Community เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่างในระดับสังคมแบบไม่เปิดเผยตัวตน


ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน, เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ Jan 2023

ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน, เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยนำแนวคิดด้านการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทฤษฎีการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมมาอธิบายการจัดการการสื่อสารของชุมชนในการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด แนวคิดเกี่ยวกับการตลาดและแนวคิดการสื่อสารการตลาดมาศึกษากระบวนการทำงานด้านการกำหนดส่วนประสมทางการตลาดและการสื่อสารการตลาด รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่มีผลต่อการจัดการการสื่อสาร ทั้งนี้เพื่อเสนอต้นแบบของการจัดการการสื่อสารของการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยศึกษาในพื้นที่วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลักที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของชุมชน จำนวน 31 คน การสังเกตแบบมีส่วนร่วมในฐานะนักท่องเที่ยวและการวิเคราะห์เอกสาร ผลการวิจัย พบว่า ในกระบวนการทำงานของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวด้านการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด ชุมชนมีการใช้กระบวนการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การตั้งแต่การเตรียมความพร้อมชุมชน การเตรียมความพร้อมเรื่องการตลาด และกระบวนการทำงานเพื่อเชื่อมโยงเรื่องชุมชนกับการตลาด โดยมีรูปแบบการสื่อสารทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายการสื่อสารของกลุ่มคนทุกวัยในชุมชน ด้านกระบวนการทำงานของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวด้านการสื่อสารการตลาด ชุมชนมีการค้นหาจุดเด่นของชุมชนนำมาสร้างสรรค์เป็นแนวคิดหลัก เพื่อใช้ในการสื่อสารการตลาดตามแนวคิดหมู่บ้านเฉพาะเรื่อง (Thematic Villages) โดยมีเครื่องมือหลัก คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ของชุมชน ร่วมกับการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชน การจัดกิจกรรมพิเศษและการร่วมกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ชุมชนยังขาดการบูรณาการเครื่องมือทางการสื่อสารการตลาด


A Study Of The Impact Of Different Demographic Characteristics On Purchasing Factors Of Thai Weaving Products, Shuwen Yu Jan 2023

A Study Of The Impact Of Different Demographic Characteristics On Purchasing Factors Of Thai Weaving Products, Shuwen Yu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the impact of different demographic characteristics on the purchasing factors of Thai weaving products. Through a quantitative survey of consumers, this study identifies the key factors that influence their purchasing decisions, including quality, cultural connotation, service, price, comfort level, maintenance, product variety, design, color, sales location, brand, and recommendations. The analysis reveals significant differences in the importance ratings of these factors based on age, gender, and monthly income level. The findings indicate that female consumers value comfort, design, and color more, while younger consumers emphasize price, design and variety more. In contrast, older consumers value quality, comfort …


Effects Of ⍺-Lactalbumin Hydrolysate On Human Oral Squamous Cell Carcinoma Cell Lines, Agustina Putri Kintan Arini Jan 2023

Effects Of ⍺-Lactalbumin Hydrolysate On Human Oral Squamous Cell Carcinoma Cell Lines, Agustina Putri Kintan Arini

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background : Alpha-lactalbumin, the protein from human and bovine milk has been found to be promising as an alternative of anticancer agent Objective: To investigate the effects of lactalbumin enzymatic hydrolysate (LAH) on cell proliferation, migration, and mRNA expression of MMP on human squamous cell carcinoma (hSCC) cell lines, in vitro. Materials and Methods: Tongue (HSC-4 and 7) and pharyngeal (HN-30 and 31) hSCC cell lines were treated with a two-fold dilution of LAH (0.39-100 mg/ml). Cell viability and cell proliferation were examined by MTT assay. Cell migration was investigated by a scratch wound healing assay. Gene expression of metastasis-associated …


กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน, พงษ์พิณิตย์ อุทธิยา Jan 2023

กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน, พงษ์พิณิตย์ อุทธิยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาและกรอบความคิดแบบเติบโต 2) วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโต 3) พัฒนากลยุทธ์การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน ดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบการวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ ใช้วิธีเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 274 โรงเรียนทั่วประเทศ ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และครูผู้สอนระดับมัธยม รวมจำนวน 1,095 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความเหมาะของกรอบแนวคิด แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน และแบบประเมินความเหมาะและความเป็นไปได้ของร่างกลยุทธ์การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงบรรยาย คือ ร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1. กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีของคุณลักษณะตามกรอบความคิดแบบเติบโต ประกอบด้วย 9 คุณลักษณะ ได้แก่ 1) เชื่อว่าความสามารถและสติปัญญาสามารถพัฒนาได้ 2) มองหาโอกาสที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง 3) กำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้และปฏิบัติด้วยตนเอง 4) มีวินัยในการฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น 5) ชอบความท้าทาย 6) เผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความอดทนและไม่ยอมแพ้ต่อความล้มเหลว 7) มองความพยายามเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ 8) เรียนรู้จากคำวิพากษ์วิจารณ์ 9) ค้นพบบทเรียนและแรงบันดาลใจในความสำเร็จของผู้อื่น กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 2 งานหลัก คือ 1) การบริหารงานวิชาการ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การพัฒนา/สร้างสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล และ 2) การบริหารงานบุคคลในด้านการพัฒนาครู ได้แก่ การฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน และการฝึกอบรมนอกงาน 2. จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน พบว่า การบริหารวิชาการ จุดแข็ง คือ การจัดการเรียนการสอน และการการวัดและประเมินผล จุดอ่อน คือ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา …


Right Of Association For Platform Workers In Thailand (A Case Study Of Food Delivery Platform Workers), Kanut Thamromdee Jan 2023

Right Of Association For Platform Workers In Thailand (A Case Study Of Food Delivery Platform Workers), Kanut Thamromdee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Platform work has become the prominent form of employment in the last decade due to its unique features which are seemingly beneficial to workers, whether it is flexibility, autonomy, diverse job opportunities or ease of entry resulting in many people choosing to be platform workers working with platform providers on platforms. During the last decade, platform work has rapidly grown thanks to the advanced technology and innovative business models; however, it seems that Thai labour law focusing on traditional employment has not been adequately developed to catch up the growth of platform work in Thailand. Platform providers have classified platform …


Factors Associated With Human Papillomavirus (Hpv) Vaccine Uptake Among Female Adults In Mudan District, Heze, Shandong, China: A Cross-Sectional Study, Cong Liu Jan 2023

Factors Associated With Human Papillomavirus (Hpv) Vaccine Uptake Among Female Adults In Mudan District, Heze, Shandong, China: A Cross-Sectional Study, Cong Liu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Introduction: Cervical cancer ranks second globally in cancer-related deaths among women. There is evidence linking the incidence and risk of cervical cancer to the prevalence of human papillomavirus (HPV). HPV vaccination has the potential to prevent more than 90% of HPV-attributable cancers. However, the HPV vaccination rate in China is still low. Therefore, factors associated with HPV vaccination are required among those who never received the vaccine. Objective: China has implemented programs to promote HPV vaccination; however, the HPV infection rate is still very high in Shandong Province, especially Heze City, and there is no study on the vaccination factors …


การประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางของกลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายในบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยของไทย, อรสุธี ชัยทองศรี Jan 2023

การประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางของกลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายในบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยของไทย, อรสุธี ชัยทองศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางของกลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายในบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยของไทย ผลการวิจัยสรุปได้ว่ากลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายซึ่งเกิดระหว่างพ.ศ.2523 – 2543 ได้ใช้บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยในการประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางผ่านองค์ประกอบของหนังสือบันทึกการเดินทาง ได้แก่ ยานพาหนะ ที่พัก และสถานที่ ทั้งนี้ อัตลักษณ์ที่ประกอบสร้างขึ้นเป็นผลมาจากวาทกรรมจำนวนมากที่ไหลเวียนอยู่ในสังคม ทั้งวาทกรรมที่ผูกติดกับงานเขียนประเภทนี้มาแต่เดิม และวาทกรรมที่สัมพันธ์กับบริบทสังคมปัจจุบันที่คนเจเนอเรชั่นวายเติบโตขึ้น การประกอบสร้างอัตลักษณ์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้เห็นถึงรูปแบบวิถีชีวิตและรสนิยมที่เหนือกว่า อันเป็นผลมาจากความสามารถในการระดมทุนประเภทต่าง ๆ ที่คนเจเนอเรชั่นวายได้รับถ่ายทอดและปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้พวกเขามีศักยภาพที่เหนือกว่าในสนามการเดินทาง นอกจากนี้ การเดินทางและการประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของการสั่งสมและนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนทุนที่ช่วยธำรงตำแหน่งแห่งที่ของพวกเขาในโครงสร้างทางสังคมเอาไว้นอกจากนี้ นักเขียนเจเนอเรชั่นวายยังได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อนำเสนอประสบการณ์การเดินทางด้วย โดยสื่อสังคมออนไลน์นี้ได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบและวิธีการนำเสนอประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างจากสื่อดั้งเดิม ได้แก่ ประสบการณ์การเดินทางจากวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมระหว่างนักเขียนและผู้ติดตาม และการนำเสนอประสบการณ์ผ่านภาพซึ่งใช้การดูอันเป็นวิถีของการเสพสื่อใหม่ที่เข้ามาแทนที่การอ่าน อนึ่ง วัฒนธรรมการมีส่วนร่วมดังกล่าวยังทำให้นักเขียนต้องตอบสนองความต้องการของผู้ติดตามด้วยการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ไปตามบริบทแวดล้อมรวมถึงเมื่อได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อรักษาการมีส่วนร่วมบนสื่อสังคมออนไลน์เอาไว้ เนื่องจากปัจจุบันจำนวนผู้ติดตามและปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบนสื่อประเภทนี้นับเป็นทุนอีกลักษณะหนึ่งที่แปลงไปเป็นทุนประเภทอื่นได้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักเขียนบันทึกการเดินทางบนสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องรักษาสถานภาพของตนด้วยการปรับปรุงอัตลักษณ์ตามความคาดหวังของผู้ชมในฐานะผู้บริโภค อย่างไรก็ดี อัตลักษณ์นักเดินทางที่ปรากฏบนสื่อเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นอัตลักษณ์ของปัจเจกบุคคล เนื่องจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์เป็นผลจากกระบวนการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายที่ผลิตและประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางขึ้นเพื่อเป็นสินค้าประเภทหนึ่งในระบบทุนนิยมปัจจุบัน


Characteristics And Metagenomic Profiles Of Antimicrobial Resistance In Bacterial Community From Airborne Dust In Pig Farm, Si Thu Hein Jan 2023

Characteristics And Metagenomic Profiles Of Antimicrobial Resistance In Bacterial Community From Airborne Dust In Pig Farm, Si Thu Hein

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study was to explore bacterial communities and antimicrobial resistance in airborne dust from pig farms. Airborne dust, pig feces, and feed were collected from nine pig farms (n=9) in Thailand, including Nakhon Sawan, Chainat, Supan Buri, Lopburi, and Saraburi, during the rainy season from May to October 2022. The farms were selected based on the owners' willingness to participate in the study and the availability of veterinarians or animal health practitioners. Airborne dust samples were collected at three different locations of the selected pig house, including upwind and downwind (25 m from pig house), and inside (at the center …