Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 361 - 390 of 4029

Full-Text Articles in Entire DC Network

Curating Nang Loeng: Visibility And Community Engagement Through Artistic Practices In Bangkok’S Historical Neighborhood, Merlin Nona Susanna Rebmann Jan 2024

Curating Nang Loeng: Visibility And Community Engagement Through Artistic Practices In Bangkok’S Historical Neighborhood, Merlin Nona Susanna Rebmann

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis investigates the role of community-based art practices in promoting cultural empowerment and social visibility in marginalized urban contexts. Focusing on the Bangkok-based collective Community Lab and its origins in the E-Lerng group, the study explores how artistic strategies emerge from within local communities to address institutional absence, sustain cultural heritage and foster long-term engagement. Through three case studies that highlight creative archiving, cross-cultural collaboration, and embedded artistic practice, the research examines how Community Lab navigates different roles as artists, mediators, archivists and activists. The analysis highlights how their hybrid practice contributes to preserving intangible heritage, creating translocal dialogue …


จิตรกรรมร่วมสมัยชุดเมื่อฉันกำลังก้าวให้พ้น, วิภาวี ภมรพล Jan 2024

จิตรกรรมร่วมสมัยชุดเมื่อฉันกำลังก้าวให้พ้น, วิภาวี ภมรพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะความเครียดและปัญหาทางจิตใจที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรคทางจิตเวชกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่หันกลับมาทบทวนและเข้าใจสภาวะทางจิตใจของตนเองอย่างลึกซึ้ง ข้าพเจ้าตระหนักถึงความสำคัญของการรับรู้ตนเอง จึงนำกระบวนการทางศิลปะมาใช้เป็นเครื่องมือสำรวจภายในจิตใจ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของ “ศิลปะบำบัด” วิทยานิพนธ์ชุดนี้มีชื่อว่า “จิตรกรรมร่วมสมัยชุด เมื่อฉันกำลังก้าวให้พ้น” มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากการกลั่นกรองความคิดและอารมณ์จากส่วนลึกของจิตใจผ่านการทำงานศิลปะ โดยกระบวนการสร้างสรรค์นี้เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้เผชิญหน้าและทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก อันมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและบุคลิกภาพของตนเอง อ้างอิงตามทฤษฎีของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ เกี่ยวกับโครงสร้างของจิตใจ ได้แก่ จิตสำนึก จิตก่อนสำนึก และจิตไร้สำนึก และแนวคิดของ คาร์ล จุง ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจิตใต้สำนึกกับบุคลิกภาพแบบเก็บตัว (Introvert) และแสดงออก (Extrovert) ซึ่งถูกหล่อหลอมโดยประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ผลงานที่ได้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกทางศิลปะในเชิงรูปธรรม แต่เป็นกระบวนการเยียวยา สำรวจตนเอง และเชื่อมโยงระหว่างโลกภายในกับโลกภายนอกของศิลปิน ผ่านแนวทางของศิลปะในลัทธิเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้จิตใต้สำนึกได้เผยตัวตนออกมาอย่างอิสระ ด้วยภาษาทางทัศนศิลป์ที่สามารถสื่อสารสิ่งที่คำพูดไม่อาจอธิบายได้


ศิลปะหลังสมัยใหม่ภายหลังสงครามเวียดนามในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (ค.ศ. 1975-2000), สรวิศ โตชัย Jan 2024

ศิลปะหลังสมัยใหม่ภายหลังสงครามเวียดนามในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (ค.ศ. 1975-2000), สรวิศ โตชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มุ่งศึกษาศิลปะหลังสมัยใหม่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหลังปี ค.ศ. 1975 โดยวิเคราะห์กระบวนการสร้างสรรค์และการวิพากษ์ผ่านอัตลักษณ์ร่วมสมัยที่ส่งผลต่อแนวทางการสร้างสรรค์ของศิลปินเวียดนาม งานวิจัยนี้ใช้แนวคิดของมิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault), ฌอง ฟรองซัวส์ ลีโอตาร์ด (Jean-François Lyotard) เป็นกรอบในการวิเคราะห์ โดยมุ่งเน้นไปที่แนวคิดเรื่องอำนาจและวาทกรรม (Discourse and Power), วาทกรรมหลัก (meta-narrative) เพื่อทำความเข้าใจว่าศิลปะหลังสมัยใหม่ของเวียดนามสะท้อนและท้าทายโครงสร้างทางสังคมและอำนาจรัฐอย่างไร ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ศิลปะหลังสมัยใหม่ในเวียดนามมิได้เป็นเพียงกระแสศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการปรับใช้และดัดแปลงเพื่อตอบสนองต่อบริบททางการเมืองและสังคมที่ซับซ้อนของเวียดนามเอง ศิลปินร่วมสมัยเวียดนามได้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการท้าทายอำนาจรัฐ วิพากษ์อุดมการณ์ทางประวัติศาสตร์และสร้างพื้นที่สำหรับการเล่าเรื่องทางเลือก (Alternative Narratives) ที่ไม่ถูกครอบงำโดยวาทกรรมของรัฐ งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยขยายขอบเขตขององค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของศิลปะร่วมสมัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเชื่อมโยงกับกระแสศิลปะโลกในบริบทของยุคหลังสมัยใหม่


จิตรกรรมร่วมสมัยชุดส่วนผสมของชีวิต, วสุพล ณรงค์ศักดิ์ศิริ Jan 2024

จิตรกรรมร่วมสมัยชุดส่วนผสมของชีวิต, วสุพล ณรงค์ศักดิ์ศิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยและสร้างสรรค์ในครั้งนี้เกิดจากการพิจรณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและมนุษย์ มนุษย์เรานั้นต้องการปัจจัยในหลาย ๆ อย่างเพื่อดำรงชีพ จากอดีตกาลจวบจนปัจจุบัน ความต้องการของเราเพิ่มมากขึ้นตามยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถขาดได้และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพตั้งแต่เริ่มต้นเผ่าพันธุ์เลยก็ว่าได้ นั่นคือปัจจัยทางด้านอาหารการกิน อาหารการกินของมนุษย์เรานั้นก็ได้วิวัฒนาการไปตามยุคสมัย เริ่มต้นการกินอาหารอาจมีเพื่อดำรงชีพและความอยู่รอดเพียงเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่าน ความเจริญก้าวหน้าของเราดำเนินไปอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมการบริโภคก็เริ่มขยับสับเปลี่ยน อาหารเป็นมากกว่าเพื่อความอยู่รอด อาหารนั้นแฝงไปด้วยอรรถรสและเรื่องราว แต่ละคนอาจตีความ ไปต่าง ๆ นา ๆ ตามบริบทตนเอง บ้างอาหารก็ให้เรื่องราวหวนรำลึกความคิดถึงในอดีต บ้างก็ให้ความสนุกสนานบันเทิง หรือบ้างก็เป็นเรื่องของการเปิดประสบการณ์และท้าทายขีดจำกัดบางอย่างของมนุษย์เรา ที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าศาสตร์ของอาหารนั้นได้แตกกิ่งก้านและหลุดออกจากกรอบใด ๆ อย่างสิ้นเชิงเสียแล้ว จากข้างต้นนี้ส่งผลให้ผู้วิจัยต้องการที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารกับมนุษย์ในแต่ละมุม ที่ผ่านจากประสบการณ์ของผู้วิจัยทั้งเรื่องราวในชีวิตประจำวันหรือเหตุการณ์ที่ประทับใจของผู้วิจัยและบุคคลที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมาถ่ายทอดเป็นผลงานจิตรกรรมบนผืนผ้าใบ จากการศึกษาพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและมนุษย์ แนวทางการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมที่ผู้วิจัยสนใจที่จะนำเสนอนั้นจึงมีลักษณะรูปแบบเทคนิคการเขียนภาพสมจริงอย่างขีดสุดของศิลปะ Hyperrealism และเทคนิคการแปรสภาพของวัตถุเข้าด้วยกันในภาพของศิลปะ Surrealism โดยผู้วิจัยนำแนวทางของแนวคิดต่าง ๆ แบบศิลปะ Pop Art มานำเสนอ โดยทั้งหมดนี้เพื่อที่จะแสดงสุนทรียภาพของผลงานออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์และสื่อสารสิ่งต่าง ๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน


การแสดงโขนโรงเรียนสาธิต, พนิดา ปวงบุผา Jan 2024

การแสดงโขนโรงเรียนสาธิต, พนิดา ปวงบุผา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง “การแสดงโขนโรงเรียนสาธิต” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดแสดงโขนของโรงเรียนสาธิตระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งศึกษากระบวนการจัดแสดงโขนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วง พ.ศ. 2562–2567 การวิจัยฉบับนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาจากเอกสาร ได้แก่ หนังสือ วิจัย บทความที่เกี่ยวข้องกับนาฏยศิลป์ โขน การจัดการแสดง เก็บข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏยศิลป์และโขน ผู้ฝึกสอน ผู้เรียน และผู้ปกครอง และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนสาธิตระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครที่มีการจัดแสดงโขนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ถึงปัจจุบัน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ใช้ทฤษฎีพหุปัญญา โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้แนวคิด 1 ศ 5 ส และโรงเรียนดรุณสิกขาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ใช้การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้วยปัญญา แต่ละโรงเรียนมีแนวทางการสอนที่แตกต่างกันตามปรัชญาการศึกษา แต่มีพันธกิจร่วมกันในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร อาจารย์ ผู้เรียน และผู้ปกครอง การจัดแสดงโขนในโรงเรียนสาธิตมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เยาวชน ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน เช่น ความมีวินัย ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย ควรมีการศึกษาทฤษฎีหรือแนวคิดอื่นเพิ่มเติมเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสอนโขนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต


การสร้างศิลปนิพนธ์นาฏยกรรมไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019, ธัญวุฒิ พยายาม Jan 2024

การสร้างศิลปนิพนธ์นาฏยกรรมไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019, ธัญวุฒิ พยายาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนและการปรับการดำเนินการสร้างงานนาฏกรรมในรายวิชาศิลปนิพนธ์ของสถาบันอุดมศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยกำหนดขอบเขตการศึกษาเฉพาะช่วงปีการศึกษา 2563–2565 และศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนวิชาศิลปนิพนธ์ด้านนาฏยกรรมไทยจำนวน 7 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จากการศึกษาพบว่า รายวิชาศิลปนิพนธ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ศิลปนิพนธ์เชิงอนุรักษ์ และศิลปนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์ ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด นิยมจัดแสดงผลงานบนเวทีต่อสาธารณชน แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 พบปัญหาในหลายด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านสถานที่ ด้านอุปกรณ์ ด้านความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ต ด้านสมาธิ และสภาพจิตใจของผู้เรียน ปัญหาเฉพาะของศิลปนิพนธ์เชิงอนุรักษ์ ได้แก่ ด้านการต่อท่ารำ ด้านการงบประมาณ ด้านสถานที่ และด้านคุณภาพผลงาน ส่วนศิลปนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์พบปัญหาด้านสถานที่ ด้านการฝึกซ้อม การลงพื้นที่เก็บข้อมูล การจำกัดจำนวนผู้แสดง และด้านงบประมาณ การปรับรูปแบบการนำเสนอศิลปนิพนธ์ในช่วงวิกฤตนี้แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) ด๊านซ์ฟิล์ม (Dance Film) ซึ่งใช้เทคนิคภาพยนตร์มาสนับสนุนการแสดงท่านาฏยศิลป์ 2) การบันทึกวีดิทัศน์ เน้นการถ่ายทอดท่ารำ 3) การแสดงสดบนเวทีซึ่งกลับมาใช้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายผลการศึกษาสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของทั้งผู้เรียนและผู้สอนภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารทางไกลมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนศิลปนิพนธ์ในยุควิกฤต


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี: บทบาทและเทคนิคเปียโนในทัศนมิติคีตวรรณกรรมร่วมสมัย, รวิสรา โสรัตน์ Jan 2024

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี: บทบาทและเทคนิคเปียโนในทัศนมิติคีตวรรณกรรมร่วมสมัย, รวิสรา โสรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัย “ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี: บทบาทและเทคนิคเปียโนในทัศนมิติคีตวรรณกรรมร่วมสมัย” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาคีตวรรณกรรมเชิงวัฒนธรรมผ่านการศึกษาบทบาทและเทคนิคเปียโนในทัศนมิติร่วมสมัย 2) เพื่อสร้างสรรค์การแสดงดนตรีด้วยบทเพลงคลาสสิกผ่านการถ่ายทอดบทบาทและเทคนิคเปียโนในทัศนมิติคีตวรรณกรรมร่วมสมัย ผู้วิจัยคัดเลือกบทเพลงเปียโนที่มีชื่อเสียง 7 บทเพลงจาก 4 ยุคซึ่งเป็นบทเพลงเปียโนมาศึกษาเพื่อให้ครอบคลุมงานวิจัยเชิงวิชาการทางด้านดนตรีที่มีงานวิจัยน้อยชิ้นทำการศึกษาไว้ โดยมี บทเพลงยุคบาโรก 3 บทเพลง บทเพลงจากยุคคลาสสิก 2 บทเพลง บทเพลงยุคโรแมนติก 1 บทเพลง และบทเพลงยุคศตวรรษที่ 20 1 บทเพลง วิธีดำเนินการ 1) ขั้นตอนวิเคราะห์บทบาทและเทคนิคเปียโน 2) ขั้นตอนวิเคราะห์แนวทางการตีความเพื่อสร้างสรรค์แนวทางการฝึกซ้อมและ การบรรเลงเปียโน 3) ขั้นตอนสร้างสรรค์ผลงานการแสดงและเผยแพร่งานวิจัยสู่สาธารณชน ผลการวิจัยพบว่า 1) การบรรเลงเปียโนในบริบทร่วมสมัยเพื่อให้การถ่ายทอดมีความลึกซึ้งต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกในมิติทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของบทเพลง 2) เปียโนเป็นสื่อกลางสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตนของเทคนิคการบรรเลงเปียโน 3) ความยืดหยุ่นทางทักษะ การเปิดรับนวัตกรรม และความสามารถในการปรับตัว เป็นคุณสมบัติสำคัญของนักเปียโนในยุคปัจจุบัน


A Study Of Korean Language For Tourism Subjects Focus On Korean Majors In Bangkok Universities, Kananat Pothinimitr Jan 2024

A Study Of Korean Language For Tourism Subjects Focus On Korean Majors In Bangkok Universities, Kananat Pothinimitr

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focuses on the curriculum of Korean language for tourism subjects of the Korean major in Bangkok’s universities. The objectives of this research were 1) to show the current status and investigate the problems that obstruct the development of Korean for tourism, and 2) to investigate the requirements of learners and instructors of Korean for tourism of Korean majors in Bangkok’s universities The samples consisted of 170 students and 4 instructors from Srinakharinwirot University, University of the Thai Chamber of Commerce, Bansomdejchaopraya Rajabhat University and Chulalongkorn University. This research employed a quantitative and qualitative research design. Data were collected …


The Study In Beauty Image As Shown Through Contemporary Korean Webtoons: True Beauty, Manassawan Sermsamran Jan 2024

The Study In Beauty Image As Shown Through Contemporary Korean Webtoons: True Beauty, Manassawan Sermsamran

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this research were 1) To examine the beauty image portrayed in the webtoon ‘True Beauty’. 2) To study how beauty images presented through ’True Beauty’ shaped perceptions of beauty among viewers. This research was qualitative research by analyzing character dialogues and supporting media including viewer comments, YouTube makeup tutorials, and interviews with the author the study investigates how beauty image are constructed, internalized, and reinforced through digital storytelling. The result found that beauty image which presented in serves as a medium that reflects and reinforces societal beauty image. The characteristics in webtoon had created beauty standard in …


นวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล, รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ Jan 2024

นวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล, รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล (Digital Literacy Assessment Innovation) สำหรับผู้ประกอบการ โดยใช้กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีที่เชื่อมโยงระหว่าง ความสามารถเชิงพลวัต (Dynamic Capabilities), ความสามารถในการปรับตัว (Adaptive Capability), เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ การมุ่งเน้นดิจิทัล (Digital Orientation) เพื่อสร้างเครื่องมือที่สามารถช่วยผู้ประกอบการประเมินระดับทักษะดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือ และนำไปใช้ได้จริงทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร รวมถึงสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ การวิจัยดำเนินการในรูปแบบผสมผสาน (Mixed Methodology) โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพในการสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีและสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการ และใช้การวิจัยเชิงปริมาณเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะดิจิทัลและผลการดำเนินงานทางธุรกิจ โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ผลการวิจัยพบว่าระดับทักษะดิจิทัลสามารถวัดได้จาก 4 มิติ 10 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) มิติเศรษฐกิจดิจิทัล (DE: Access, Manage) 2) มิติการมุ่งเน้นดิจิทัล (DO: Learning Agility, Customer Centric Mindset) 3) มิติความสามารถเชิงพลวัต (DC: Strategic Thinking and Planning Strategy, Create) 4) มิติความสามารถในการปรับตัว (AC: Analysis and Synthesis, Problem Solving and Critical Thinking, Communication, Cybersecurity Awareness) โดยทุกมิติส่งผลต่อระดับทักษะดิจิทัล (DL) โดยเฉพาะความสามารถในการปรับตัว (AC) ที่มีอิทธิพลสูงสุด รองลงมาคือ DC และ DE ซึ่งส่งผลโดยอ้อมต่อผลการดำเนินงานทั้งด้านการเงิน (FP) และการตลาด (MP) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูปแบบ Web Application รองรับการใช้งานบน PC และ Smartphone ประกอบด้วยระบบลงทะเบียน การประเมินตามแบบสอบถามโครงสร้างมาตรฐาน การประมวลผลคะแนนตามค่าความสัมพันธ์จากโมเดลวิจัย และการวิเคราะห์ผลด้วย AI (Claude …


Improving Antimicrobial Susceptibility Testing Of Arcobacter Butzleri: Comparative Methods And Epidemiological Cut-Off Value (Ecoff) Determination, Myzatul Hanis Zahiyah Yusof Jan 2024

Improving Antimicrobial Susceptibility Testing Of Arcobacter Butzleri: Comparative Methods And Epidemiological Cut-Off Value (Ecoff) Determination, Myzatul Hanis Zahiyah Yusof

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Arcobacter butzleri is an emerging zoonotic pathogen associated with gastrointestinal illnesses in humans, yet standardized antimicrobial susceptibility testing (AST) methods and interpretive breakpoints for this microorganism remain unavailable. Broth microdilution, despite being endorsed by the CLSI-VAST subcommittee, is often impractical in several laboratories. Therefore, this study aimed to evaluate agar dilution as a more feasible alternative to broth microdilution. A total of 415 A. butzleri isolates from various meat sources in Bangkok, Thailand were confirmed by PCR and tested against ciprofloxacin, erythromycin, gentamicin, and tetracycline. AST was conducted using broth microdilution under aerobic conditions for 24 hours as the reference …


Validation Of A Pseudotype-Based Serum Neutralization Test Forpeste Des Petits Ruminants Virus (Pprv) Specific Antibody In Goat Sera, Suphatcha Mahawattana Jan 2024

Validation Of A Pseudotype-Based Serum Neutralization Test Forpeste Des Petits Ruminants Virus (Pprv) Specific Antibody In Goat Sera, Suphatcha Mahawattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Peste des petits ruminants (PPR) is a transboundary viral disease in small ruminants, caused by a morbillivirus called peste des petits ruminants virus (PPRV). Recently, FAO and WOAH have set the goal to eradicate the disease in 2030. To maintain disease vigilance, the Department of Livestock Development conducts regular screenings for anti-PPRV antibodies using a commercially available competitive ELISA (cELISA). However, limitation from its window of uncertainty could lead to inconclusive result. In this study, a recently developed pseudotype-based neutralization test was validated against a large number of known positive and negative samples. In comparison with the cELISA, from 416 …


Proteomic Analysis Of Canine Reproductive Protein Profiles In Relation To Stage Of Oocyte Development, Larindhorn Udomthanaisit Jan 2024

Proteomic Analysis Of Canine Reproductive Protein Profiles In Relation To Stage Of Oocyte Development, Larindhorn Udomthanaisit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The domestic dog has a unique reproductive physiology in which oocytes are ovulated at an immature stage and complete nuclear maturation within the oviduct approximately 48–72 hours after ovulation. This thesis aimed to investigate proteomic changes in both serum and oviductal secretions associated with oocyte development, using a combination of natural and hormonally induced ovulation models. To evaluate dynamic changes in serum proteins across the estrous cycle, samples from healthy bitches in four stages—anestrus, proestrus, estrus, and diestrus—were analyzed, revealing 38 significantly altered proteins. Among these, eight exhibited stage-specific expression patterns, including HES2, ADGRA3, and SWI5 in anestrus; polycystin receptors …


นวัตกรรมระบบประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะ, กันตภณ ผาณิตรัตน์ Jan 2024

นวัตกรรมระบบประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะ, กันตภณ ผาณิตรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนานวัตกรรมระบบการประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการเข้าสู่ระบบการค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลในปัจจุบัน การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจและองค์ประกอบเชิงยืนยัน รวมถึงการพัฒนาระบบต้นแบบตามวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบลำดับขั้น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยที่คัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ผลการวิจัยพบว่า ความพร้อมของผู้ประกอบการในการปรับเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะสามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (2) ความสามารถและทักษะของบุคลากร (3) ความพร้อมด้านการเงินและการลงทุน (4) วัฒนธรรมองค์กรและบริบทภายในองค์กร และ (5) ความสามารถด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้องค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการปรับตัวของกิจการต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เครื่องมือประเมินที่พัฒนาขึ้นมีความแม่นยำและความเชื่อถือได้สูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการวางแผนพัฒนากิจการ การกำหนดแนวทางการลงทุน และการกำหนดนโยบายภาครัฐเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Selection Of Lactic Acid Bacteria Probiotics From Thai-Chick And Their Efficacy In Restoring Gut Microbiome And Salmonella Reduction In Broiler Challenged With Salmonella Typhimurium, Benjamas Khurajog Jan 2024

Selection Of Lactic Acid Bacteria Probiotics From Thai-Chick And Their Efficacy In Restoring Gut Microbiome And Salmonella Reduction In Broiler Challenged With Salmonella Typhimurium, Benjamas Khurajog

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Antimicrobial resistance (AMR), food safety, and sustainable poultry farming are critical global concerns driving the exploration of probiotics as alternatives to antibiotics. This study focused on the isolation, characterization, and evaluation of lactic acid bacteria (LAB) strains and the performance of two probiotics—ProCU (a blend of locally isolated LAB strains) and TOP GUT (a commercial Clostridium butyricum product)—in mitigating Salmonella infection, improving growth performance, and modulating the gut microbiota and resistome in broiler chickens. From 91 LAB isolates identified in chicken feces across Thailand, five strains (Ligilactobacillus salivarius BF12 and Pediococcus acidilactici BF9, BF14, BYF20, and BYF26) exhibited strong tolerance …


ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคารสำนักงานเป็นอาคารอยู่อาศัยรวมประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ กรณีศึกษาอาคารชุด บ้านสาทร-เจ้าพระยา, ทรงพล สุระเดช Jan 2024

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคารสำนักงานเป็นอาคารอยู่อาศัยรวมประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ กรณีศึกษาอาคารชุด บ้านสาทร-เจ้าพระยา, ทรงพล สุระเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภายหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แนวโน้มการทำงานของประชาชนเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรูปแบบ Hybrid Working และ Work from Home ส่งผลให้ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองยังมีในระดับสูง การปรับเปลี่ยนอาคารสำนักงานให้เป็นอาคารอยู่อาศัยจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเมืองอย่างคุ้มค่า งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคารสำนักงานเป็นอาคารอยู่อาศัยรวม โดยใช้การวิจัยเชิงเอกสารและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้วิจัยได้แบ่งหมวดหมู่ข้อกฎหมายออกเป็น 8 ด้านได้แก่ (1) แนวและระยะอาคาร (2) ลักษณะกายภาพอาคาร (3) ที่จอดรถยนต์ (4) ห้องน้ำและห้องส้วม (5) การรับน้ำหนักและเปลือกอาคาร (6) อัคคีภัย (7) ประปา ไฟฟ้าและแสงสว่าง และ (8) ระบบระบายอากาศและการจัดการขยะมูลฝอย โดยทำการเปรียบเทียบข้อกฎหมายระหว่างอาคารสองประเภท ได้แก่ อาคารสำนักงานและอาคารอยู่อาศัยรวม โดยมีโครงการกรณีศึกษาเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดให้เกิดความชัดเจน พร้อมทั้งจัดกลุ่มข้อกฎหมายตามความแตกต่าง และเสนอแนวทางปฏิบัติในการใช้ข้อกฎหมาย ผลการศึกษาสามารถจำแนกความแตกต่างออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ (1) กลุ่มที่อาคารอยู่อาศัยรวมมีพื้นที่น้อยกว่าอาคารสำนักงาน เช่น จำนวนที่จอดรถยนต์ น้ำหนักบรรทุกจร และการจัดการขยะ ส่งผลให้สามารถใช้องค์ประกอบอาคารเดิมได้ (2) กลุ่มที่พื้นที่มีพื้นที่อาคารมากกว่า เช่น ที่ว่างนอกอาคาร หรือห้องน้ำ ห้องส้วม ส่งผลให้ต้องดัดแปลง พิจารณาพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมจากพื้นที่อาคารเดิม และ (3) กลุ่มที่ข้อกฎหมายเหมือนกัน หรือใช้ร่วมกันทั้ง 2 ประเภทอาคาร เช่น อัคคีภัย, ระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาคารสำนักงานที่นำมาดัดแปลงได้รับอนุญาตก่อสร้างภายใต้ข้อกฎหมายที่ใช้บังคับในช่วงเวลาหนึ่ง อาจแตกต่างจากข้อกฎหมายปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะของอาคารเดิมเพื่อระบุข้อกฎหมายที่ใช้ในขณะก่อสร้าง และดำเนินการดัดแปลงหรือปรับปรุงเฉพาะในส่วนที่ไม่สอดคล้องกับข้อกฎหมายในปัจจุบัน หรือพิจารณาการวินิจฉัยในส่วนที่ไม่สามารถดัดแปลงได้


Detection Of Brafv595e Gene Of Canine Urothelial Carcinoma Using Real-Time Pcr, Monticha Kitnitchee Jan 2024

Detection Of Brafv595e Gene Of Canine Urothelial Carcinoma Using Real-Time Pcr, Monticha Kitnitchee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Canine urothelial carcinoma (CaUC) is the most common malignant tumor of the urinary bladder in dogs. This cancer has aggressive behavior and it is challenge for diagnosis. Most CaUC cases are diagnosed from the obvious clinical signs as the late to advance stage. In addition, therapeutic strategies for this stage are almost non-responsive for the eradication and prevention of recurrent disease. Therefore, non-invasive early diagnosis is required for urothelial carcinomas in both human and animals including dogs, which have similar cancer biology to human. This study aimed to evaluate diagnostic accuracy by BRAFV595E detection using real-time PCR (qPCR) from various …


ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์ที่มีต่อความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, มนัสนันท์ ผาสุขกุลโรจน์ Jan 2024

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์ที่มีต่อความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, มนัสนันท์ ผาสุขกุลโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบ ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนน ความรับผิดชอบหลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 40 คน ดำเนินการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.96 – 1.00 และ 2) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความรับผิดชอบ ทั้งหมด 6 ด้าน จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.60 – 1.00 ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.84 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนน ความรับผิดชอบโดยการทดสอบค่าที (t - test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์สามารถพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้


แนวทางการก้าวผ่านความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีโรงเรียนรัฐบาล, ณัฐณิชา มุสิกสวัสดิ์ Jan 2024

แนวทางการก้าวผ่านความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีโรงเรียนรัฐบาล, ณัฐณิชา มุสิกสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในประเด็นเรื่อง แนวทางการก้าวผ่านความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีโรงเรียนรัฐบาล มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อความท้าทายในการปฏิบัติงานของครูดนตรีในโรงเรียนสังกัด สพม. และเพื่อศึกษาแนวทางก้าวผ่านความท้ายของครูดนตรีในโรงเรียนสังกัด สพม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ศึกษาผ่านผู้ให้ข้อมูลสำคัญในงานวิจัยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 8 ท่าน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บข้อมูลวิจัยโดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview) ในวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า ช่วงเวลาการทำงานที่แตกต่างกันทำให้ได้มาซึ่งความคิดเห็นต่อความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีที่มีความแตกต่างกัน พิจารณาจากการเริ่มต้นใช้หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานของผู้ให้ข้อมูลแต่ละรายสะท้อนให้เห็นถึง บริบทการปฏิบัติงานที่หลากหลาย ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองและประสบการณ์ที่ได้จากการจัดการเรียนการสอน ในแนวทางการก้าวผ่านความท้าทายพบว่าสามารถจำแนกประเด็นปัญหาหลักออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ ภาระงานสอนและการควบคุมชั้นเรียน ภาระนอกเหนือการสอน และค่าตอบแทนและการประเมินเพื่อขอเลื่อนขั้นวิทยฐานะและผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ซับซ้อนในวิชาชีพครูดนตรี และเสนอแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยให้ครูดนตรีสามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านี้ เพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษาดนตรีในโรงเรียนรัฐบาล


ผลการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนมัธยมศึกษา, กิตติพงศ์ มาตสาร Jan 2024

ผลการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนมัธยมศึกษา, กิตติพงศ์ มาตสาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษาและสมรรถนะการสื่อสาร ก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุม และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษาและสมรรถนะการสื่อสารหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 60 คน ที่ได้จากวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) และวิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple random sampling) แบ่งเป็นห้องเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ จำนวนนักเรียน 30 คนและห้องเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้รูปแบบปกติ จำนวนนักเรียน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 8 แผนและแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติและสมรรถนะการสื่อสาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัย การจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่าการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาแบบปกติ


แนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางดนตรีในประเทศไทย, นลธวัช แซ่ตั้ง Jan 2024

แนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางดนตรีในประเทศไทย, นลธวัช แซ่ตั้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในประเด็นเรื่องแนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางดนตรีในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของวงออร์เคสตราในมุมมองทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชน และเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางด้านดนตรีในประเทศไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยแบ่งเป็นการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) ที่ทำการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของวงออร์เคสตราในมุมมองทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชน โดยศึกษาผ่านเว็บไซต์หลักของวงออร์เคสตราที่ทำการศึกษา โปรแกรมการแสดงประจำฤดูกาลของวงออร์เคสตราที่ทำการศึกษา และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่ถูกเผยแพร่โดยวงออร์เคสตราที่ทำการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 33 วง เก็บข้อมูลวิจัยโดยใช้แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Analysis Form) ต่อมาเป็นการศึกษาแนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางด้านดนตรีในประเทศไทย ศึกษาผ่านผู้ให้ข้อมูลสำคัญในงานวิจัยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 ท่าน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บข้อมูลวิจัยโดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview) ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะของกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชนของวงออร์เคสตราประเภทรายบุคคลสามารถแบ่งตามตามช่วงวัยได้ 6 ลักษณะ ได้แก่ 1) ผู้เข้าร่วมในช่วงปฐมวัย 2) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยเรียน 3) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยรุ่น 4) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยทำงาน 5) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยสูงอายุ และ 6) ผู้เข้าร่วมไม่จำกัดช่วงวัย ในบางกิจกรรมจะมีการระบุลักษณะเพิ่มเติมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการระบุลักษณะที่ชัดเจนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้รู้ว่ากิจกรรมเหล่านั้นออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด สามารถแบ่งออกมาได้ 9 กลุ่มลักษณะ ได้แก่ 1) กลุ่มนักเรียน 2) กลุ่มนักดนตรี หรือนักร้อง 3) กลุ่มวาทยากร 4) กลุ่มนักประพันธ์เพลง 5) กลุ่มครูผู้สอน 6) กลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ 7) กลุ่มนักวิชาการ 8) กลุ่มผู้อุปถัมภ์วง และ 9) กลุ่มช่างสร้างเครื่องดนตรี กลุ่มเป้าหมายกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชนของวงออร์เคสตรานอกจากผู้เข้าร่วมที่เป็นบุคคลแล้ว ยังพบกลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมของวงยังมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประเภทกลุ่มองค์กรด้วย ได้แก่ 1) สถาบันครอบครัว 2) สถาบันการศึกษา 3) ชุมชน 4) สถานพยาบาล 5) สถานเลี้ยงเด็ก และ 6) งานเทศกาลต่าง ๆ ลักษณะของรูปแบบกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชนของวงออร์เคสตรา สามารถสรุปออกมาได้ทั้งสิ้น 5 กลุ่มกิจกรรม ได้แก่ 1) กลุ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดง 2) …


การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน และการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ชญาดา สื่อสุวรรณวิสิฏิ์ Jan 2024

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน และการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ชญาดา สื่อสุวรรณวิสิฏิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อศึกษาผลของการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 3) เพื่อนำเสนอการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 31 คน และผู้เชี่ยวชาญในการตรวจประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวิจัย จำนวน 15 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการเรียนรู้ฯประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) การเข้าใจ (2) การกำหนดปัญหา (3) การระดมความคิด (4) การสร้างต้นแบบ และ (5) การทดสอบ 2) ผลการเปรียบเทียบระดับการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t-test = -11.63 3) ผลการเปรียบเทียบระดับการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t-test = -16.85 4) ผลการนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า ผลการประเมินรูปแบบอยู่ในระดับ มากที่สุด โดยมีค่า (x̄ = 4.86, S.D. = 0.23) และมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายระหว่างการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึก ของนักเรียนมีค่า .812 โดยมีความสัมพันธ์ในระดับสูง


Exploration Of Global Englishes Orientation On English Textbooks In China, Lin Chen Jan 2024

Exploration Of Global Englishes Orientation On English Textbooks In China, Lin Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Given China’s growing global perspective in education and the widespread use of English as a Lingua Franca, this study examined the integration of Global Englishes (GE) principles in senior high school English textbooks. Using a qualitative content analysis, the textual, visual, and auditory elements in three textbooks approved by China’s Ministry of Education were examined. The analysis was guided by Rose and Galloway’s 2018 Global Englishes Language Teaching framework, focusing on six aspects: target interlocutors, ownership, norms, cultures, needs, and assessment criteria. Overall, the findings indicate a GE orientation across all three textbooks, evidenced by the representation of diverse English …


Academic Management Innovation To Foster Teacherpreneur Competency Of Normal University Students In Yunnan Province, China, Dihui Liu Jan 2024

Academic Management Innovation To Foster Teacherpreneur Competency Of Normal University Students In Yunnan Province, China, Dihui Liu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to (1) study the conceptual framework of teacherpreneur competency and academic management and, (2) assess the level of teacherpreneur competency among Normal University Students, (3) analyze priority needs for academic management development to foster teacherpreneur competency, and (4) develop academic management innovation to foster teacherpreneur competency in Normal University Students. A multiphase mixed-methods research design was employed. Phase One evaluated the conceptual framework by 5 experts. Phase Two surveyed 400 students (with an additional 400 respondents: 30 for the pilot study and 370 for exploratory factor analysis). Phase Three collected institutional data from 70 programs (1 director …


การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา, ฐาปนวัฒน์ สุขปาละ Jan 2024

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา, ฐาปนวัฒน์ สุขปาละ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษา 2) พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษาที่พัฒนาขึ้น การศึกษาระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 434 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 35 ข้อ ครอบคลุม 6 องค์ประกอบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรวม 0.77 และค่าความเที่ยง 0.86 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ส่วนการศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 80 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจงและสุ่มแบบแบ่งชั้นตามเพศ แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 40 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษามีระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย กิจกรรม 8 กิจกรรม คือ 2.1) รอบรู้บุหรี่ไฟฟ้า 2.2) แยกแยะสื่อและโฆษณา 2.3) รู้ที่มา เข้าใจข้อมูล 2.4) รู้จักคิด รู้จักปฏิเสธ 2.5) คิดก่อนคลิก เลือกก่อนลอง 2.6) ฉลาดรู้…จัดการตน 2.7) สื่อ..สาร ให้โดนใจ และ 2.8) ภารกิจพลังบวก มีค่าดัชนีความสอดคล้องเฉลี่ยเท่ากับ 0.95 3) ประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษากลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) สรุปผลการวิจัย พบว่า โปรแกรมส่งเสริม ความฉลาดรู้ทางสุขภาพที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพของนักศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญ และมี แนวโน้มที่จะนำไปใช้ในการพัฒนากลุ่มเยาวชนในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล


การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอ สำหรับนักเรียนประถมศึกษา, อุษณา พิมพร Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอ สำหรับนักเรียนประถมศึกษา, อุษณา พิมพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยที่ส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอสำหรับนักเรียนประถมศึกษา และช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งการวิจัยเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1. ระยะการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และออกแบบชุดกิจกรรม และ 2. ระยะทดลองใช้ชุดกิจกรรม ใช้เครื่องมือวิจัย จำนวน 7 ชุด ได้แก่ 1. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าทอ 2. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนศิลปะในระดับประถมศึกษา 3. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ระหว่างวัย 4. แบบวัดประเมินการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอสำหรับนักเรียนประถมศึกษา 5. แบบสังเกตพฤติกรรม 6. แบบสัมภาษณ์การเห็นคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ และ 7. แบบสำรวจความพึงพอใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนประถมศึกษา จำนวน 20 คน ผู้สูงอายุ จำนวน 5 คน ศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าเฉลี่ย การหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับการเรียนรู้ หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาชุดกิจกรรมประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1. การสานความสัมพันธ์ 2. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3. การสร้างความภาคภูมิใจร่วมกัน และ 4. การบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ผลการใช้ชุดกิจกรรม พบว่า 1. นักเรียนประถมศึกษามีการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ผ้าทอหลังใช้ชุดกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกคน และมีค่าเฉลี่ยคะแนนจากการสังเกตพฤติกรรมอยู่ในระดับมาก (M=4.08) นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเห็นคุณค่าใน 3 ระดับ คือ 1) ขั้นการรับรู้ โดยพบว่า นักเรียนมีส่วนร่วมถามคำถามในกิจกรรม มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม รู้จักเลือกเลือกสิ่งที่ชอบในกิจกรรมได้ 2) ขั้นการตอบสนอง โดยพบว่า นักเรียนมีความต้องการตอบคำถามใน ชั้นเรียน ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย สามารถนำเสนอผลงานได้ และ 3) ขั้นการรู้คุณค่า โดยพบว่า นักเรียนสามารถบอกคุณค่าของ อัตลักษณ์ผ้าทอได้ และสร้างสรรค์คลิปวิดีโอเพื่อเชิญชวนให้ผู้อื่นรู้จักอัตลักษณ์ผ้าทอได้ นอกจากนี้ผลการสะท้อนคิดยังพบว่า นักเรียนมีความสุขและชื่นชอบในการทำกิจกรรมศิลปะที่ออกแบบ 2. หลังใช้ชุดกิจกรรมผู้สูงอายุเกิดการเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้น …


ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์ Jan 2024

ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยสร้างสรรค์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะเชิงหลังมนุษยนิยมผ่านร่างกายมนุษย์ โดยอิงจากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยในการเปลี่ยนแปลงร่างกายในแบบฉบับของผู้วิจัยเอง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสื่อร่วมสมัย เช่น โฆษณา ภาพยนตร์ และโซเชียลมีเดีย ที่มักนำเสนอภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อชัดเจน และสื่อถึงความสมบูรณ์แบบตามจินตนาการทางวัฒนธรรม ผู้วิจัยนำแนวคิดและทฤษฎีจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ อาทิ การกลายเป็น (Becoming) อภิมนุษย์ (Übermensch) แฟนตามาสโกรเรีย (Phantasmagoria) และแนวคิดไซบอร์ก (Cyborg) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงร่างกายเป็น A Work of Art ไปสู่ร่างหลังมนุษยนิยมที่ถูกควบคุมและจัดการผ่านการกระทำทางกายภาพและเครื่องจักรดิจิทัลโดยการประมวลผลที่ทำให้ร่างกายถูกทำให้กลายเป็นดิจิไทเซชั่น (Digitization) ในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้วิจัยใช้เทคนิคศิลปะดิจิทัล (Digital Art) ร่วมกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ถ่ายทอดกระบวนการ “ก่อร่างสร้างร่างกาย” ที่สะท้อนทั้งมิติทางกายภาพ อารมณ์ และจิตใจจากฝึกฝนร่างกายของผู้วิจัย ภายใต้บริบทของโลกหลังมนุษย์ (Posthuman World) ที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลง ควบคุม จัดการ และกำหนดความเป็นไปทั้งในโลกกายภาพและดิจิทัล ผลงานศิลปะนี้จึงไม่เพียงแสดงภาพของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นข้อมูลทางดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์ ตัวตน ร่างกายและพรมแดนระหว่างความเป็นมนุษย์กับเครื่องจักรในโลกยุคใหม่


นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ, วีรินทร์ สันติวรรักษ์ Jan 2024

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ, วีรินทร์ สันติวรรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคปัจจุบันที่โลกเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด และอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลสาธารณะซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงจากการลอบทำร้ายและภัยคุกคามทางสังคมจากความขัดแย้ง อุดมการณ์ หรือการก่อการร้าย ในขณะที่เครื่องแต่งกายทั่วไปยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยควบคู่กับภาพลักษณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สิ่งทอโลหะเทคแวร์ โดยบูรณาการศาสตร์ด้านการออกแบบสร้างสรรค์และเทคโนโลยีวัสดุสมัยใหม่ อาทิ เส้นใยอะรามีดที่มีคุณสมบัติทนความร้อนและแรงกระแทกร่วมกับเส้นใยโลหะที่สามารถต้านเชื้อโรคและขึ้นรูปได้ เพื่อสร้างโครงสร้างผ้าที่สามารถป้องกันวัตถุทำลายล้างและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ การทดลองใช้เทคนิคการประกอบผ้าแบบสุญญากาศและการทดสอบแรงกระแทกจากกระสุนปืนแสดงให้เห็นว่าสิ่งทอที่ได้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้จึงเป็นการขยายขอบเขตของแฟชั่นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยก้าวสู่ตลาดแฟชั่นไลฟ์สไตล์เชิงสร้างสรรค์ระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายระดับสูงที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัยและบุคลิกภาพ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยการวิจัยเรื่อง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ เป็นกระบวนการวิจัยรูปแบบผสมผสานเชิงคุณภาพและปริมาณ (Mix-Methodology) รวมทั้งมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบการทดลอง(Experimental research) โดยมีกระบวนการวิจัยและการสรุปข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อหาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอโลหะเทคแวร์ให้สามารถป้องกันอันตรายจากความเสี่ยงทางสภาพแวดล้อมของสังคมได้: การวิจัยในส่วนนี้ได้นำกระบวนการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ ทดลอง และทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุมาใช้อย่างเป็นระบบ โดยพบว่าสามารถพัฒนาสิ่งทอจากวัสดุโลหะ อาทิ ทองแดงและสแตนเลส ร่วมกับเส้นใยสมรรถนะสูงประเภทอะรามิด (Aramid fiber) ผ่านกระบวนการบีบอัดและซ้อนทับในระบบสุญญากาศ (Vacuum Process) พร้อมเติมน้ำยาเรซิ่นชนิดนิ่มเข้าไปในชั้นของเนื้อผ้า เพื่อเพิ่มความยึดเกาะระหว่างวัสดุแต่ละชั้นให้แน่นหนายิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งทอที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก และสามารถต้านทานอาวุธมีคมหรืออาวุธที่ก่อให้เกิดความเสียหายในระดับที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ ยังพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันไวรัส โดยเฉพาะไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านความปลอดภัยในบริบทปัจจุบันได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อระบุรูปแบบสไตล์ของกลุ่มเป้าหมายสำหรับกลุ่มบุคคลสาธารณะที่มีความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคม: กลุ่มเป้าหมายในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยบุคคลที่มีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมักตกเป็นเป้าสายตาของประชาชนทั่วไป มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นแบบอย่างในด้านภาพลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว งานวิจัยได้นำเครื่องมือ Paper Doll Data Set มาใช้ในการเก็บข้อมูลจากภาพถ่ายบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการสังเกตการแต่งกายในสถานที่สาธารณะ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบด้านการแต่งกายของบุคคลกลุ่มนี้ในบริบทของ 5 พื้นที่เศรษฐกิจ ได้แก่ ประเทศไทย กลุ่มประเทศในเอเชีย กลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศอาหรับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แม้กลุ่มตัวอย่างจะได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มแฟชั่นร่วมสมัยในช่วงเวลาเดียวกัน แต่รูปแบบการแต่งกายกลับมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดตามบริบททางวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของแต่ละภูมิภาค ส่งผลให้การออกแบบสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างเหมาะสมและรอบด้าน 3) เพื่อหาแนวทางการออกแบบและสร้างสรรค์แบรนด์เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์สินค้าไลฟ์สไตล์จากนวัตกรรมสิ่งทอโลหะเทคแวร์: จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และ 2 จึงได้นำมาวิเคราะห์และต่อยอดในการออกแบบแนวคิดการสร้างแบรนด์เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ โดยแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แฟชั่น ผลิตภัณฑ์สิ่งทอทั่วไป ผลิตภัณฑ์สำหรับการป้องกัน และผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ พร้อมทั้งกำหนดอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละภูมิภาค จากนั้นจึงพัฒนาคอลเลกชันต้นแบบ โดยอาศัยกระบวนการวิเคราะห์คาแรคเตอร์ของผู้บริโภค เพื่อออกแบบและผลิตชิ้นงานจริงทั้งในรูปแบบผ้าดิบและผ้าสำเร็จ พร้อมจัดทำภาพถ่ายโปรโมทเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระดับสากล กลยุทธ์การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยของกลุ่มบุคคลสาธารณะ …


​ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน, อนุรักษ์ โคตรชมภู Jan 2024

​ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน, อนุรักษ์ โคตรชมภู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ในหัวข้อ ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องพญาแถน ในบริบทพิธีกรรมของสังคมชนบทอีสาน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง และเพื่อวิเคราะห์สื่อทางวัฒนธรรมอีสาน ที่ถ่ายทอดปรับแปลง และธำรงรักษาไว้ซึ่งความเชื่อเรื่องพญาแถน ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากการสอบถาม และสังเกตการณ์ในพื้นที่ชุมชนอีสาน ที่ยังคงมีการสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อเรื่องพญาแถน รวมถึงข้อมูลเอกสารทางวิชาการ แนวคิดทฤษฎี และผลงานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วทดลองสร้างสรรค์ผลงานจำนวน 1 ชุด ผลจากการทดลองสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนากรอบความคิดของการสร้างสรรค์ผลงานวิทยานิพนธ์ โดยการนำเสนอด้วยรูปแบบผลงานสื่อผสมจัดวาง จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยผลงาน 5 ชิ้น ผลงานที่เป็นวิดีโอ จำนวน 1 ชิ้น และสื่อผสม จำนวน 4 ชิ้น จากการวิจัยพบว่า การดำรงอยู่ของความเชื่อเรื่องพญาแถน ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อและวัตถุ แต่แม้ว่าความเชื่อนั้นจะข้ามพ้น (Transcend) การรับรู้ในแบบเดิมไปแล้ว แต่กระบวนการของการกลายมาเป็นวัตถุภาวะ (Materialization) ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่หยิบยืมรูปแบบของการเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemy) ในผลงานสื่อผสมจัดวาง ที่มีการผสมผสาน ปรับเปลี่ยน (Transform) วัตถุสิ่งของ ได้ทำให้สภาวะของการดำรงอยู่ ยังคงปรากฏมีผ่านศิลปวัตถุ (Art Objects) ที่ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์ขึ้น ท้ายที่สุดแล้วการมีอยู่ของความเชื่อและวัตถุทั้งหมด จึงสามารถถูกผลักให้ก้าวข้ามธรรมชาติและวัฒนธรรม (Beyond Nature and Culture) ปรากฏมองเห็น และสัมพันธ์กับเราในแนวราบผ่านผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง


แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน Jan 2024

แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างเกณฑ์และประเมินกรณีศึกษาอีสาน คิวบิสม์ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาตราสินค้าจากทุนทางวัฒนธรรม 2) ค้นหาภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ 3) วิเคราะห์กลยุทธ์ตราสินค้าไลฟ์สไตล์ เส้นทางประสบการณ์ของผู้บริโภค และจุดสัมผัสของตราสินค้า 4) วิเคราะห์จิตวิทยาของกลุ่มไลฟ์สไตล์ และ 5) กำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม โดยใช้กรณีศึกษา “อีสาน คิวบิสม์” ซึ่งเป็นตราสินค้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เซรามิกบนพื้นฐานทุนวัฒนธรรมของภาคอีสาน กระบวนการวิจัยอาศัยแนวทางการตรวจสอบสามเส้าทางทฤษฎี เพื่อสังเคราะห์แก่นแนวคิดร่วมจาก 3 มุมมอง ได้แก่ ภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ กลยุทธ์ตราสินค้า ไลฟ์สไตล์ และจิตวิทยาของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้ได้ชุดข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ และทัศนคติของผู้บริโภคเป้าหมาย ผลจากการสังเคราะห์ดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งถูกรวบรวมและนำเสนอผ่านกระดานบันดาลใจจำนวน 3 แนวทาง ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะพื้นถิ่นอีสาน ได้แก่ ลวดลายผ้าขิด จิตรกรรมฮูปแต้ม และพระพุทธรูปไม้โบราณ ผู้วิจัยได้นำแก่นแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในกระบวนการออกแบบต้นแบบตัวอักษร ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน 1) การกำหนดตัวแปรการออกแบบ เช่น สไตล์ ความกว้าง น้ำหนัก คอนทราสต์ และพื้นที่ว่างในอักษร 2) การสร้างภาษาภาพของตัวอักษร เพื่อกำหนดส่วนประกอบพื้นฐาน และ 3) การวางโครงสร้างอักษร อย่างมีระบบในด้านสัดส่วน ความสมมาตร และระบบหน่วยประกอบ จากนั้นจึงประยุกต์แบบอักษรดังกล่าวสู่การออกแบบตราสัญลักษณ์และจุดสัมผัสของตราสินค้า ก่อนให้กลุ่มเป้าหมายประเมินความพึงพอใจ เพื่อทดสอบศักยภาพของแนวทางในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ