Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Chemistry (670)
- Computer Sciences (618)
- Engineering (617)
- Education (261)
-
- Computer Engineering (237)
- Polymer Chemistry (203)
- Environmental Sciences (200)
- Mathematics (161)
- Medicine and Health Sciences (99)
- Statistics and Probability (99)
- Chemical Engineering (97)
- Civil and Environmental Engineering (84)
- Science and Mathematics Education (82)
- Earth Sciences (80)
- Electrical and Computer Engineering (78)
- Electrical and Electronics (74)
- Life Sciences (72)
- Physics (72)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (71)
- Social and Behavioral Sciences (70)
- Industrial Engineering (69)
- Business (59)
- Operational Research (55)
- Construction Engineering and Management (53)
- Civil Engineering (52)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (44)
- Biotechnology (41)
- Geology (40)
- Educational Administration and Supervision (27)
Articles 631 - 660 of 2807
Full-Text Articles in Entire DC Network
Improving Player Skills In Action Games Using Dynamic Scripting Ai, Pakanan Aimherungilas
Improving Player Skills In Action Games Using Dynamic Scripting Ai, Pakanan Aimherungilas
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Complexity in video games is one of the obstacles that prevent new players from enjoying the game. In an action game genre, players require a certain level of reaction time and game knowledge to overcome a challenge. Players have difficulty learning and improving their skills in complex games. One example being Final Fantasy VIII and its tutorial about magic junction system, the main mechanic of the game that the game quickly explained with numerous texts. Due to its complexity, most players could not understand the mechanic properly, leaving them confused and having a hard time playing the game. Players who …
การแปลงโครงสร้างคริปกีพร้อมด้วยสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับเป็นบูชีออโตมาตา, ณัฏฐ์ รุ่งเศรษฐพัฒน์
การแปลงโครงสร้างคริปกีพร้อมด้วยสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับเป็นบูชีออโตมาตา, ณัฏฐ์ รุ่งเศรษฐพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โดยทั่วไปโครงสร้างคริปกี หรือที่รู้จักกันในนามของระบบทรานสิชันที่ถูกนำมาใช้เพื่อแสดงสถานะจำกัด และการเปลี่ยนแปลงในระบบที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยที่โครงสร้างคริปกีนั้นจะไม่มีสถานะยอมรับหรือเรียกว่าสถานะสิ้นสุด เมื่อต้องทำการดำเนินการทวนสอบด้วยโมเดลเช็กกิงด้วยสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับ จากคุณสมบัติและการพิจารณาการตรวจสอบความว่างเปล่าจากเทคนิคการจำกัด โครงสร้างคริปกีที่ถูกกำหนดต้องถูกแปลงไปอยู่ในรูปแบบของบูชีออโตมาตาที่สอดคล้องกันเสียก่อน ในการแปลงนั้นเพื่อแน่ใจว่าผลลัพธ์บูชีออโตมาตาที่มีสถานะยอมรับเหมาะสมสำหรับการตรวจสอบความว่างเปล่าโดยการใช้บูชีออโตมาตาที่ได้จากสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับที่แสดงคุณสมบัติที่ต้องการ ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนออีกทางเลือกในการแปลงโครงสร้างคริปกีที่กำหนดโดยพร้อมกับสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับที่จะแสดงถึงคุณสมบัติที่ต้องการให้กลายเป็นบูชีออโตมาตาที่สอดคล้องกันที่มีสถานะยอมรับในจำนวนที่เพียงพอตามสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับ วิธีการนี้จะช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการ เพิ่มความชัดเจนของโครงสร้างทั้งหมด ทำให้การตีความ การวิเคราะห์เงื่อนไขของพฤติกรรมที่ต้องการของระบบได้ง่ายขึ้น โดยการทวนสอบด้วยโมเดลเช็กกิงกับบูชีออโตมาตาที่ได้จากการแปลงที่มีสถานะยอมรับสอดคล้องกับสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบลำดับที่ต้องการ เราก็สามารถประเมินความน่าพอใจของคุณสมบัติเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ
การติดตามคุณสมบัติข้อมูลภายในปฏิบัติการการเรียนรู้ของเครื่องอย่างครบวงจร, ณัฐนรี จับจุ
การติดตามคุณสมบัติข้อมูลภายในปฏิบัติการการเรียนรู้ของเครื่องอย่างครบวงจร, ณัฐนรี จับจุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องใช้ข้อมูลเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก, ทำการตัดสินใจ และสร้างการทำนาย จากข้อมูลที่ถูกอนุมานที่ป้อนเข้าไปในแบบจำลองอาจคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป จึงอาจทำให้ประสิทธิภาพของแบบจำลองลดลง ด้วยเหตุนี้ แบบจำลองจึงต้องได้รับการฝึกอบรมใหม่ อย่างไรก็ตาม การประเมินแบบจำลองและการฝึกอบรมซ้ำบ่อยครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากการติดฉลากผลเฉลยอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การติดตามคุณสมบัติของข้อมูลก่อนและหลังการปรับใช้ (deployment) แบบจำลองสามารถช่วยเลือกเวลาที่เหมาะสมในการฝึกอบรมแบบจำลองใหม่ได้ วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอกรอบการทำงานของการติดตามคุณสมบัติข้อมูลแบบครบวงจร (end-to-end) ภายในปฏิบัติการการเรียนรู้ของเครื่อง (MLOps) เพื่อมอบแนวทางสำหรับการฝึกอบรมแบบจำลองอย่างชาญฉลาดโดยสามารถใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อความสะดวกในการใช้งานและคุ้มค่า
การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์
การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวินิจฉัยอาการแพ้ยา โดยใช้ระบบแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่มีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลภาพ ในการวิจัยและพัฒนาแบบจำลองการจำแนกข้อมูลภาพเพื่อการตรวจหาอาการแพ้ยา นักพัฒนาเลือกใช้แบบจำลอง InceptionV3 และแบบจำลอง MobileNetV2 ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแบบจำลอง MobileNetV2 มีประสิทธิภาพดีกว่าแบบจำลอง InceptionV3 โดยมีความแม่นยำสุดท้ายที่ 99.29% อีกทั้งขนาดของแบบจำลอง MobileNetV2 มีขนาดเล็กทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและยังพบว่าการจำแนกผื่นแพ้ยาสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อนำแบบจำลองไปมาใช้ในแชทบอทที่พัฒนา พบว่าแบบจำลองที่มีค่า Kappa 0.76 มีความเห็นพ้องที่ดีระหว่างการทำนายและค่าจริง ส่วนการทดสอบการพัฒนาและการใช้งานของแชทบอทประสบให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก แชทบอทสามารถตอบสนองสถานการณ์ที่อาสาสมัครทดสอบได้ 100% และมีคะแนน System Usability Scale (SUS) ที่ยอมรับได้ที่ 70.1 ด้วยการพัฒนานี้ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยาชนิดไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ระบบแชทบอทสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นในการวิเคราะห์อาการแพ้ยา ข้อมูลชนิดการแพ้ยา ข้อมูลบริการคลินิก และให้คำแนะนำเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งยังช่วยลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ระบบแชทบอทที่ได้พัฒนาขึ้นมานี้ยังสามารถเป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ในอนาคตและการรองรับเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์
Hydrophobic Deep Eutectic Solvent-Based Ferrofluid For Removal Of Parabens, Aswin Falahudin
Hydrophobic Deep Eutectic Solvent-Based Ferrofluid For Removal Of Parabens, Aswin Falahudin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hydrophobic deep eutectic solvent-based ferrofluids were prepared by combining magnetic nanocomposites and hydrophobic deep eutectic solvent, and studies for paraben removal were conducted. The final products were characterized by Fourier transform infrared spectroscopy, X-ray diffraction, surface area analyzer, scanning electron microscopy, thermogravimetric analysis, vibrating sample magnetometer, and UV-Vis spectrophotometer. SEM images and XRD pattern showed that the magnetic nanocomposite particles are mostly spherical and the magnetite phase of iron oxide and amorphous silica. The surface area of these materials ranged from 97.02 m2/g for the bare magnetite to 132.80 m2/g, 292.74 m2/g, and 421.88 m2/g after modified with silica shell …
Design, Synthesis, And Biological Evaluation Of Darunavir Analogs As Hiv-1 Protease Inhibitors, Muhammad Asad Ur Rehman
Design, Synthesis, And Biological Evaluation Of Darunavir Analogs As Hiv-1 Protease Inhibitors, Muhammad Asad Ur Rehman
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Darunavir, a potent inhibitor for HIV protease (PR) for the treatment of HIV infection, encounters limitations due to the emergence of multi-drug resistance HIV strains, imposing the development of darunavir analogs as new HIV protease inhibitors (PI) with enhanced efficacy. In this study, a combinatorial in silico method was used to at first design a several HIV-1 PI analogs with variations at key sites, P1' and P2', to improve the interactions with HIV-1 PR. Fifteen analogs with encouraging binding score were selected for synthesis and assessed for the inhibition activity of HIV-1 PR. The study demonstrated the effectiveness of P2' …
Simplified Music Playlist Recommendation Using Sequential-Based Gated Recurrent Unit For Policy And Action Determination, Chanapa Channarong
Simplified Music Playlist Recommendation Using Sequential-Based Gated Recurrent Unit For Policy And Action Determination, Chanapa Channarong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recommendation systems are crucial for helping users discover music tailored to their preferences on streaming services. Reinforcement learning is a popular method for music recommendations. However, previous approaches have struggled with overfitting. The agent may become problematic for the new user context if, after a learning phase, it starts to predict actions only based on previous interactions. To overcome this limitation, previous methods require retraining, which require resetting all parameters in the agent. This study introduces the Policy GRU-RL method, which combines sequential-based learning and reinforcement learning to address overfitting without resetting all parameters. It utilizes a recurrent network by …
Qspr Modelling For Intrinsic Viscosity Of Polymer In Solvents, Benjawan Thananchai
Qspr Modelling For Intrinsic Viscosity Of Polymer In Solvents, Benjawan Thananchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Intrinsic viscosity, [η], of polymers is an important and valuable measure in polymer study. It can help in revealing molecular weight, size, and branching of polymer chains. In this work, quantitative structure-property relationship (QSPR) models were developed to predict the intrinsic viscosity of polymers in solvents. The database containing 50 polymer-solvent mixtures associated with 8 different polymers was obtained from literature. The solution mixtures were divided into 2 groups, 27 and 23 mixtures in the first (4 polymers) and the second (another 4 polymers) groups, respectively. A total of 1,232 structural properties were calculated. Preliminary screening of descriptors was applied. …
การนำอะลูมิเนียมกลับคืนจากขยะลามิเนตอะลูมิเนียมพลาสติกโดยไพโรไลซิส, พัสราภรณ์ บุญแจ่ม
การนำอะลูมิเนียมกลับคืนจากขยะลามิเนตอะลูมิเนียมพลาสติกโดยไพโรไลซิส, พัสราภรณ์ บุญแจ่ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หนึ่งในบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารคือบรรจุภัณฑ์พลาสติกเคลือบชั้นอะลูมิเนียม ซึ่งปัจจุบันพลาสติกประเภทนี้ยังไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ทำให้ขยะส่วนใหญ่ถูกนำไปฝังกลบและเผา ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาภาวะที่เหมาะสมสำหรับการทำไพโรไลซิสในการกู้คืนอะลูมิเนียมจากขยะบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียมเคลือบ ด้วยเครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซิสแบบแบทช์ โดยศึกษาผลกระทบของอุณหภูมิและเวลาต่อผลผลิตของของแข็งทั้งหมดและความบริสุทธิ์ของอะลูมิเนียม ก่อนการไพโรไลซิส ของเสียที่ผ่านการล้างทำความสะอาดจะถูกทำให้แห้งและตัดเป็นชิ้นขนาดเล็กขนาด 2 ตารางเซนติเมตร การทดลองไพโรไลซิสดำเนินการภายใต้ภาวะที่ปราศจากออกซิเจนโดยมีการใช้แก๊สไนโตรเจนแทน ที่อัตราการไหล 30 มล./นาที ในเครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซิสแบบแบทช์ ระบบถูกให้ร้อนที่อัตรา 15 องศาเซลเซียส/นาที จนถึงอุณหภูมิ 300,350,400, และ 450 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 0.5, 1, 1.5, 2, 2.5 และ 3 ชั่วโมง ผลผลิตของของแข็ง ของเหลว และก๊าซถูกคำนวณปริมาณ จากนั้นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการไพโรไลซิสจะถูกตรวจสอบลักษณะโดยการวิเคราะห์ EDX, GC และ GC-MS ผลการวิจัยพบว่าภาวะที่เหมาะสมสำหรับการไพโรไลซิสขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกผสมชั้นอะลูมิเนียมคือการไพโรไลซิสที่อุณหภูมิ 400 เป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยสามารถนำอะลูมิเนียมกลับคืนมาได้ร้อยละ 22 และมีความบริสุทธิ์ร้อยละ 96 โดยน้ำหนัก
Regulation Of Cell Cycle And Apoptosis By Mirna Via Jak-Stat/Akt Pathway In White Spot Syndrom Virus-Infected Shrimp, Waqar Ahmad
Regulation Of Cell Cycle And Apoptosis By Mirna Via Jak-Stat/Akt Pathway In White Spot Syndrom Virus-Infected Shrimp, Waqar Ahmad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
WSSV infection is one of the most serious threats to the aquaculture industry. To fight against WSSV, shrimp rely on several immune effectors and pathways, i.e. the JAK/STAT pathway, which is considered an essential communication gateway for cell function. It has been reported previously that the JAK/STAT pathway interconnects with other pathways and regulates the cell cycle and apoptosis in vertebrates, but the mechanism of this pathway in the regulation of cell cycle and apoptosis in shrimps is still unclear. Thus, the purpose of this study is to investigate how the JAK/PI3K/AKT pathway controls cell cycle and cell death, as …
การผลิตและการประยุกต์คาร์บอนดอทจากยางก้อนถ้วยด้วยวิธีไฮโดรเทอร์มอล, ศุภิสรา จันสีไหม
การผลิตและการประยุกต์คาร์บอนดอทจากยางก้อนถ้วยด้วยวิธีไฮโดรเทอร์มอล, ศุภิสรา จันสีไหม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้ศึกษาการสังเคราะห์คาร์บอนดอทจากยางก้อนถ้วยผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ศึกษาปัจจัยของเวลาในการเกิดปฏิกิริยา ปริมาณสารตั้งต้น ปริมาตรตัวทำละลาย และชนิดของสารเคมีสำหรับการสังเคราะห์คาร์บอนดอทเพื่อให้มีสมบัติเชิงแสงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ศึกษาหมู่ฟังก์ชันของคาร์บอนดอทจากเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดพลังงานยึดเหนี่ยวของคาร์บอนดอทวิเคราะห์ด้วยเทคนิคเอ็กซ์เรย์โฟโตอิเล็กตรอนสเปกโทรสโกปี ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของคาร์บอนดอทศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน สมบัติเชิงแสงศึกษาด้วยเครื่องยูวีวิสิเบิลสเปกโตสโกปีและฟลูออเรสเซนต์สเปกโตรโฟโตมิเตอร์ ภาวะการเปียกถูกวิเคราะห์ด้วยเทคนิคคอนแทคแองเกิล ผลการทดลองพบว่าการใช้ระยะเวลาในการสังเคราะห์ 18 ชั่วโมง ปริมาณสารตั้งต้น 0.4 กรัม และปริมาตรน้ำปราศจากไอออน 20 มิลลิลิตร เป็นตัวแปรที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์คาร์บอนดอทมากที่สุด โดยพิจารณาจากลักษณะทางกายภาย ความเข้มข้นของสาร และสมบัติเชิงแสง นอกจากนี้การใช้แอมโมเนียมเปอร์ซัลเฟตเป็นสารเจือส่งผลให้มีหมู่ฟังก์ชัน -NH และ S=O บนพื้นผิว ทำให้คาร์บอนดอทมีความเป็นขั้วมากขึ้น ขนาดอนุภาคของคาร์บอนดอทประมาณ 6.31 นาโนเมตร ผลผลิตการเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์เพิ่มขึ้นจาก 4.3 ไปเป็น 12.0 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการไม่ใช้สารเคมี อีกทั้งช่องว่างแถบพลังงานของคาร์บอนดอทลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.24 เป็น 5.18 อิเล็กตรอนโวลต์ (การเติมแอมโมเนียมเพอร์ซัลเฟต) ดังนั้น คาร์บอนดอทที่ได้จากงานวิจัยมีสมบัติที่เหมาะสมสำหรับใช้การใช้งานเป็นหมึกเรืองแสงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในงานป้องกันการปลอมแปลงได้
Structural Geology And Deformation History In Klaeng Area, Rayong Province, Kittichai Chansom
Structural Geology And Deformation History In Klaeng Area, Rayong Province, Kittichai Chansom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The geology of the Klaeng fault zone comprises of Ordovician metagranite, middle-late Paleozoic clastic sedimentary rocks, Triassic quartz-rich granites (west), Mesozoic redbed sandstones, Eocene granite (east), and mylonitic and low-to-medium-grade metamorphic rocks. In this study, four deformation events (D1-D4) are identified based on our new field observation and structural analysis in macroscale, mesoscale, and microscale. D1 (Late Triassic) characterizes tight folds in response to Triassic E-W Indosinian compression. D2 (Mesozoic) features gentle dips and open folds in redbeds due to E-W compression from regional transpression deformation. D3 (middle Eocene) exhibits a sinistral ductile shear in Eocene granite, which is dominated …
ขั้วแอโนดสังกะสีดัดแปรด้วยวัสดุผสมคาร์บอน/แคลเซียมคาร์บอเนตสำหรับแบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน, บชกร เจียรวิบูลย์สุข
ขั้วแอโนดสังกะสีดัดแปรด้วยวัสดุผสมคาร์บอน/แคลเซียมคาร์บอเนตสำหรับแบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน, บชกร เจียรวิบูลย์สุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แบตเตอรี่สังกะสี-ไอออนแบบประจุกลับได้ฐานน้ำเป็นแบตเตอรี่ที่น่าสนใจ เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง ราคาต้นทุนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามขั้วแอโนดสังกะสี ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เช่น การพอกพูนสังกะสีแบบกิ่งก้าน และการเกิดปฏิกิริยาข้างเคียง ซึ่งส่งผลให้ความเสถียรและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลง งานวิจัยนี้ศึกษาผลของขั้วแอโนดสังกะสีสองรูปแบบ คือ (i) แผ่นสังกะสีที่มีชั้นต่อประสานอะเซทิลีนแบล็ก (acetylene black, AB) และแคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate, CaCO3) และ (ii) ผงสังกะสีที่ผสม AB และ CaCO3 จากการทดสอบขั้วสังกะสีทั้งสองรูปแบบในแบตเตอรี่แบบเซลล์สมมาตรและแบบเต็มเซลล์ พบว่าเมื่อไม่มีชั้นต่อประสานหรือผสมสารเติมแต่งใดๆ ขั้วแอโนดผงสังกะสีพบปัญหามากกว่าขั้วแอโนดแผ่นสังกะสี เมื่อเพิ่ม AB ลงในผงสังกะสีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแบตเตอรี่แบบเซลล์สมมาตรและแบบเต็มเซลล์ได้ แต่เมื่อเพิ่ม CaCO3 ลงในผงสังกะสีไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ในทางตรงกันข้ามเมื่อใช้ CaCO3 เป็นชั้นต่อประสานบนแผ่นสังกะสีสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ CaCO3 ร่วมกับ AB สาเหตุที่แผ่นสังกะสีที่มีชั้นต่อประสาน AB และ CaCO3 สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของแบตเตอรี่ เกิดจากชั้นต่อประสาน AB ผสม CaCO3 สร้างชั้นป้องกันเทียมที่ในการช่วยการถ่ายเทไอออนสังกะสีจากอิเล็กทรอไลต์มายังผิวสังกะสีใต้ชั้นต่อประสานนั้น ทำให้ช่วยลดการพอกพูนสังกะสีแบบกิ่งก้านบนผิวขั้วและลดการเกิดปฏิกิริยาข้างเคียงได้ ซึ่งส่งผลให้ได้ศักย์ไฟฟ้าส่วนเกินของการละลายออกและการพอกพูนสังกะสีที่ต่ำ และเสถียร และมีค่าการคายประจุที่สูง โดยสาเหตุที่ CaCO3 ไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ของขั้วที่ขึ้นรูปจากผงสังกะสีคาดว่าเกิดขึ้นจากการที่ขนาดผลึกของ CaCO3 มีขนาดค่อนข้างใหญ่เทียบกับผงสังกะสีที่เล็กกว่า ทำให้เกิดการเคลือบหรือสร้างชั้นป้องกันเทียมบนผงสังกะสีดังกรณีของแผ่นสังกะสี
Adsorption Behavior Of Air-Pollution Gases On Boron Nitride Nanotubes For Gas Sensing And Storage, Viny Alfiyah
Adsorption Behavior Of Air-Pollution Gases On Boron Nitride Nanotubes For Gas Sensing And Storage, Viny Alfiyah
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Structures of pristine (5,5) and (10,0) BNNTs, their Al-, Ga-, Cr- and Fe-doping derivatives, and their adsorption structures with H2O, H2S, SO2, CO2, CO, NH3, N2O, and NO were explored using periodic DFT/PBEPBE/ method. N2O and SO2 adsorbed either on the Cr-(5,5) or Cr-(10,0) BNNT were found to be the strongest and the second-strongest adsorptions, respectively. N2O adsorption either on the Cr-(5,5) or Cr-(10,0) BNNT found as dissociative chemisorption is suggested as the catalyst for reductive conversion of N2O to N2 and O2 gases, of which overall reaction of -0.253 eV was found. Cr-(5,5) and Cr-(10,0) BNNTs are suggested as …
การผสมผสานแบบใหม่ของขั้ว Lifepo4 และอิเล็กโทรไลต์อินทรีย์สำหรับแบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน, ศศิศิริ สินทอง
การผสมผสานแบบใหม่ของขั้ว Lifepo4 และอิเล็กโทรไลต์อินทรีย์สำหรับแบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน, ศศิศิริ สินทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษากลไกการเกิดปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าของแบตเตอรี่สังกะสี-ไอออนที่ใช้ลิเทียมไอรอนฟอสเฟตเป็นขั้วบวกและต้องการศึกษาผลของสารละลายอิเล็กโทรไลต์อินทรีย์ที่มีต่อสมรรถนะและประสิทธิภาพทางเคมีไฟฟ้าของแบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน โดยใช้อิเล็กโทรไลต์ฐานอินทรีย์ที่มีเกลือซิงค์ไตรเฟลตและเกลือลิเทียมคลอไรด์ละลายปนอยู่ในตัวทำละลายอินทรีย์ ซึ่งตัวทำละลายอินทรีย์ที่เลือกใช้ ได้แก่ ไดเมทิลฟอร์มาไมด์ (DMF) เตตระไฮโดรฟูแรน (THF) และเตตระเอทิลีนไกลคอลไดเมทิลอีเทอร์ (TEGDME) การวิเคราะห์สมรรถนะและประสิทธิภาพทางเคมีไฟฟ้าใช้เทคนิคการอัด-จ่ายประจุแบบวนรอบด้วยกระแสคงที่ ผลการวิเคราะห์พบว่าระบบอิเล็กโทรไลต์ที่ใช้ TEGDME เป็นตัวทำละลายอินทรีย์แสดงสมรรถนะและประสิทธิภาพทางเคมีไฟฟ้าดีที่สุดในด้านความเสถียรซึ่งให้ค่าความจุจำเพาะเริ่มต้น 118.3 มิลลิแอมแปร์-ชั่วโมงต่อกรัม และประสิทธิภาพความจุลดลงเหลือ 91.4% เมื่อทดสอบวนรอบระยะยาว 100 รอบที่ความหนาแน่นกระแสเท่ากับ 10 มิลลิแอมแปร์ต่อกรัม สำหรับกลไกการเกิดปฏิกิริยาของแบตเตอรี่ขณะเกิดการอัด-จ่ายประจุวิเคราะห์ด้วยเทคนิค XAS และ XRD พบว่ามีการหลุดออก/แทรกตัวของไอออนของลิเทียมในโครงสร้างผลึก LiFePO4 ขณะเกิดการอัดและจ่ายประจุ และโครงสร้างผลึกมีการเปลี่ยนแปลงจาก LiFePO4 เป็น FePO4 เมื่ออัดประจุ และกลับมาเป็น LiFePO4 อีกครั้งเมื่อจ่ายประจุ เมื่อพิจารณาขั้วสังกะสีด้วยเทคนิค XRD และ SEM พบว่าในระบบ DMF และTHF ยังคงเกิดซิงค์ออกไซด์ (ZnO) ซึ่งเป็นสารประกอบที่เป็นฉนวน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลง สำหรับขั้วสังกะสีในระบบ TEGDME ไม่มีสารประกอบอื่นเกิดขึ้น ตัวทำละลาย TEGDME จึงเหมาะสมสำหรับใช้เป็นตัวทำละลายในอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ผลที่ดีทั้งในด้านเสถียรภาพของส่วนประกอบในเซลล์แบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน
Synthesis Of Thymol Derivatives And Their Inhibitory Effects On Alpha-Glucosidase And Tyrosinase, Ahmad Ullah Safi
Synthesis Of Thymol Derivatives And Their Inhibitory Effects On Alpha-Glucosidase And Tyrosinase, Ahmad Ullah Safi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Diabetes is a chronic disease all over the world. More than 90% of patients have diabetes of type II and require effective methods to control their blood glucose. A promising treatment for diabetes mellitus is to reduce postprandial hyperglycemia by using α-glucosidase inhibitors to prevent carbohydrate digestion. Thymol is a naturally occurring monoterpene. Thymol motifs have a wide range of biological activities, including anti-cancer, antibacterial, antimalarial, antifungal and antioxidant. In this study, thymol-esters AS01-AS04, piperazine-containing thymols AS15-AS17 and thymol acetohydrazones AS21-AS49 were synthesized and subjected to α-glucosidase inhibitory activities. AS21-AS49 were obtained as a mixture of geometrical isomers (E/Z). All …
Structural Evolution Of The Phu Kradung Formation By Calcite Veins Characterization, South Of Lam Sonthi District, Lopburi Province., Ausa Nonthason
Structural Evolution Of The Phu Kradung Formation By Calcite Veins Characterization, South Of Lam Sonthi District, Lopburi Province., Ausa Nonthason
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Calcite veins in Mesozoic sedimentary rock localities are found in the southern part of Lam Sonthi district, Lopburi province, in central Thailand, near the Loei-Petchabun fold belt regions. The vein’s host rocks are siliciclastic rocks, primarily mudstone and sandstone. The main aim of this study is to learn more about calcite vein geometry and development, as well as the structural evolution of calcite veins in the Phu Kradung formation in the Lam Sonthi area of Lopburi province. A petrographic and structural analysis of the veins was performed to examine the kinematics and geological structures of the calcite vein in the …
Phytochemical Of Dioscorea Bulbifera For Cosmeceuticals, Shabnam Pari
Phytochemical Of Dioscorea Bulbifera For Cosmeceuticals, Shabnam Pari
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
People across various cultures have utilized plant-based substances to enhance their appearance, and cosmetics with active agents to lighten skin tone has been used. Skin whitening practices typically involve chemical constituents designed to reduce melanin and oxidative stress. People worldwide prefer using natural products to enhance their appearance due to its safety and less side effects. The intake of plant-derived bioactive agents has become increasingly popular due to their health benefits. Different forms of plants contain varying quantity of bioactive compounds. For example, drying, a common method of food preparation, significantly impacts the quantity of these compounds. Fresh and dried …
การจำลองกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจน: ผลของตัวแปรกระบวนการต่อผลได้และสมบัติของผลิตภัณฑ์, กรองเกียรติ ณ ลำพูน
การจำลองกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจน: ผลของตัวแปรกระบวนการต่อผลได้และสมบัติของผลิตภัณฑ์, กรองเกียรติ ณ ลำพูน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนของกากน้ำมัน (Residue hydrocracking: RHC) เป็นกระบวนการสำคัญของการกลั่นน้ำมันที่เป็นการแปรรูปกากน้ำมันหนักให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันเบาที่มีมูลค่า เช่น ดีเซลและเบนซิน กระบวนการนี้เป็นการเพิ่มมูลค่าของน้ำมันดิบหนักได้อย่างมากโดยการปรับปรุงกากที่มีมูลค่าต่ำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในตลาดมากขึ้น โดย RHC เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิและความดันสูง รวมถึงตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อแตกโมเลกุลไฮโดรคาร์บอนขนาดใหญ่ที่พบในกากน้ำมันหนัก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำลองกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตดีเซลให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด โดยพิจารณาพารามิเตอร์ในกระบวนการต่างๆ โดยใช้แอสเพนไฮซิส พารามิเตอร์ในกระบวนการที่ทำการศึกษานั้น ได้แก่ คุณภาพวัตถุดิบ เช่น แก๊สออยล์สุญญากาศเบา (LVGO) แก๊สออยล์สุญญากาศหนัก (HVGO) และชอร์ตเรซิดิว (SR) อัตราการป้อนวัตถุดิบตั้งต้น อัตราส่วนระหว่างแก๊สไฮโดรเจนและน้ำมัน ความบริสุทธิ์ของแก๊สไฮโดรเจนที่เวียนกลับมาใช้ซ้ำ และอัตราส่วนระหว่างวัตถุดิบตั้งต้นและวัตถุดิบตั้งต้นที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เวียนกลับมาเกิดปฏิกิริยาซ้ำ (CFR) ศึกษาโดยพัฒนาแบบจำลองของกระบวนการด้วยวิธีการออกแบบแฟกทอเรียลเพื่อตรวจสอบผลกระทบของพารามิเตอร์เหล่านี้ต่อการผลิตดีเซล ผลการจำลองแสดงให้เห็นว่าคุณภาพวัตถุดิบมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการผลิตดีเซล ตามด้วยอัตราการป้อนวัตถุดิบ อัตราส่วนแก๊สต่อน้ำมัน ความบริสุทธิ์ของแก๊สไฮโดรเจนที่นำมารีไซเคิลในกระบวนการ และอัตราส่วนวัตถุดิบรวม ตามลำดับ ผลการจำลองยังแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงพารามิเตอร์ในกระบวนการสามารถเพิ่มผลผลิตดีเซลได้ ผลการจำลองนี้มีประโยชน์เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่นำไปปฏิบัติได้จริงสำหรับการปรับปรุงกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนเพื่อเพิ่มผลผลิตดีเซลให้ได้สูงสุด นอกจากนี้การศึกษายังได้ดำเนินการวิเคราะห์การประมาณการค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ของกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจน โดยได้พิจารณากรณีต่างๆ รวมถึงหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวโดยไม่มีการรีไซเคิลและหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวที่มีการรีไซเคิล การวิเคราะห์ได้พิจารณาต้นทุนในการลงทุน (Inside Battery Limits: ISBL และ Outside Battery Limits: OSBL) ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยา ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ผลการศึกษาพบว่าหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวที่มีการรีไซเคิลให้กำไรสูงกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่าหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวโดยไม่มีการรีไซเคิล โดยอัตราส่วนของกำไรระหว่างหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวที่มีการรีไซเคิลเมื่อเทียบกับหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวโดยไม่มีการรีไซเคิลคือ 2.76 เท่า สำหรับวัตถุดิบแก๊สออยล์สุญญากาศเบา 2.35 เท่า สำหรับวัตถุดิบแก๊สออยล์สุญญากาศหนัก และ 3.32 เท่า สำหรับวัตถุดิบชอร์ตเรซิดิว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อได้เปรียบทางเศรษฐศาสตร์ของกระบวนการที่มีการรีไซเคิล การวิเคราะห์การประมาณการค่าใช้จ่ายเน้นย้ำถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจในการปรับปรุงการกำหนดค่ากระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนและสภาวะในการดำเนินการเพื่อเพิ่มผลผลิตดีเซลให้สูงสุดโดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงินลงทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และมูลค่าของผลิตภัณฑ์
Characterization Of Aroma-Active Compounds In Fried Chicken, Nattapon Deesom
Characterization Of Aroma-Active Compounds In Fried Chicken, Nattapon Deesom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Fried chicken is a product with high consumption demand both in Thailand and abroad. Thailand ranks as the world's 4th largest in terms of export volume, accounting for 105 million baths. In addition, there is a growing preference for white meat among consumers today, leading to increased consumption rates of fried chicken. Therefore, quality control is essential, especially regarding aroma, which is the first sensory perception people experience with food. In this work, olfactory profile of fried chicken was first constructed to evaluate extracts obtained from different organic solvents. The dichloromethane extracts obtained from solvent assisted flavor evaporation (SAFE) showed …
สมบัติเชิงกายภาพ การดูดซึม และการคืนสภาพของตัวทำละลายผสม Amp-Pz-Mea สำหรับการดักจับคาร์บอน, วดียา พรสวัสดิ์กลิ่น
สมบัติเชิงกายภาพ การดูดซึม และการคืนสภาพของตัวทำละลายผสม Amp-Pz-Mea สำหรับการดักจับคาร์บอน, วดียา พรสวัสดิ์กลิ่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาตัวทำละลายผสมAMP-PZ-MEA 21 สูตร ความเข้มข้นรวม 20 30 และ 40 wt.% เปรียบเทียกับตัวทำละลายดั้งเดิม 30 wt.% MEA จากผลการศึกษาพบว่าการเพิ่มอัตราส่วนละลายผสม PZ/AMP จะส่งผลตัวทำละลายมีความจุการดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดก่อนตกตะกอนสูงขึ้น ความหนาแน่นของตัวทำละลายผสมมีค่าใกล้เคียงกับตัวทำละลายดั้งเดิม ในส่วนความหนืดของตัวทำละลายผสมที่ ความเข้มข้นรวม 20 และ 30 wt.% มีค่าใกล้เคียงกับตัวทำละลายดั้งเดิม ที่ 40 wt.% มีความหนืดสูงกว่าตัวทำละลายดั้งเดิม สูตร 5/30/5 ความเข้มข้นรวม 40 wt.% คือสูตรที่มีค่าความจุการดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดมากกว่า 30 wt.% MEA ร้อยละ 32.60 จากการศึกษาสมรรถนะการถ่ายโอนมวลของตัวทำละลายผสม พบว่า สูตร 5/30/5 ความเข้มข้นรวม 30 wt.% มี KGaV และประสิทธิภาพการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดซึ่งสูงกว่าตัวทำละลายดั้งเดิม 30 wt.% MEA ร้อยละ 310.59 และ 17.60 ตามลำดับ ตัวทำละลายผสมสูตรที่มีอัตราการคืนสภาพเริ่มต้นสูงที่สุด คือ 30/5/5 ที่ความเข้มข้นรวม 20 wt.% ในส่วนของภาระทางความร้อนในการคืนสภาพตัวทำละลายผสมในทุกสูตรยกเว้น 5/5/30 จะมีภาระทางความร้อนในการคืนสภาพตัวทำละลายต่ำกว่าตัวทำละลายดั้งเดิมร้อยละ 15.21-36.45 จากการประเมินศักยภาพของตัวทำละลายผสม โดยใช้ SP และ Optimizationโดยใช้โปรแกรม Design-Expert จากผลการประเมินทั้ง 2 วิธี พบว่า อัตราส่วน 5/30/5 ที่ความเข้มข้นรวม 40 wt.% เป็นอัตราส่วนความเข้มข้นที่มีศักยภาพสูงสำหรับใช้ทดแทนตัวทำละลายดั้งเดิม 30 wt.% MEA
Volatile Compound Profiles In Human Sweat Before And After Covid-19 Vaccination, Sorachar Phusrisom
Volatile Compound Profiles In Human Sweat Before And After Covid-19 Vaccination, Sorachar Phusrisom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Vaccines have been reported to be effective at preventing people from getting the coronavirus (COVID-19) as well as reducing the harmful levels. This led to incorporation of the vaccinations into the protection protocol worldwide. The vaccinations could influence metabolisms, microbiome and metabolite distribution throughout human bodies including skin. This thesis applied gas chromatography ion mobility spectrometry (GC-IMS) and gas chromatography mass spectrometry (GC-MS) to differentiate the population with COVID-19 vaccination based on their different sweat volatile compound profiles. This involves tentative identification of 160 axillary swab samples obtained from 20 healthy volunteers before or after the COVID-19 vaccination at different …
การหาค่าที่เหมาะสมของสัดส่วนการป้อนเชื้อเพลิงชีวมวล-อากาศในหม้อไอน้ำฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนโดยใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ, สรธัญ ตันประเสริฐ
การหาค่าที่เหมาะสมของสัดส่วนการป้อนเชื้อเพลิงชีวมวล-อากาศในหม้อไอน้ำฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนโดยใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ, สรธัญ ตันประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาการหาค่าที่เหมาะสมในด้านสมรรถนะของหม้อไอน้ำและสิ่งแวดล้อมเมื่อทำการปรับเปลี่ยนภาวะการดำเนินการของหม้อไอน้ำฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนผ่านการสร้างแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณร่วมกันกับแบบจำลองการไหลหลายวัฏภาค โดยได้ตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองผ่านการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแบบจำลองกับภาวะการดำเนินการของโรงงาน สำหรับการปรับเปลี่ยนภาวะดำเนินการที่สนใจจะมีทั้งหมดสามด้าน ได้แก่ สัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวล ปริมาณเชื้อเพลิงผสม และอุณหภูมิอากาศขาเข้า โดยได้ออกแบบการทดลองแบบแฟคทอเรียลสองระดับ โดยที่มีผลลัพธ์ที่สนใจทั้งหมดสี่ด้าน ได้แก่ ผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน ผลกระทบต่อภาวะการเกิดฝนกรด พลังงานที่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และกำไรที่ได้จากการดำเนินการ ซี่งผลลัพธ์จากการสร้างแบบจำลองพบว่า เมื่อสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อมลภาวะที่ปลดปล่อยมีแนวโน้มที่ลดลงแต่ในทางกลับกันทำให้ศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนของแก๊สเผาไหม้ลดลงเนื่องจากคุณสมบัติของเชื้อเพลิง และทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาของเชื้อเพลิง สำหรับปริมาณเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นทำให้มีการปลดปล่อยมลภาวะในภาพรวมมีค่าสูงขึ้นและทำให้ศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนของแก๊สเผาไหม้มีค่าสูงขึ้น แต่มีกำไรที่ลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการดำเนินการ สำหรับปัจจัยของอุณหภูมิของอากาศขาเข้าจะส่งผลโดยตรงต่อปฏิกิริยาเคมีและศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนแต่จะมีกำไรที่ได้ลดลงเนื่องจากมีการให้ความร้อนแก่อากาศ สุดท้ายจะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปหาค่าที่เหมาะสมโดยวิธีการหาค่าที่เหมาะสมแบบหลายฟังก์ชันจุดประสงค์ เพื่อที่บรรลุเป้าหมายของการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุดและมีสมรรถนะของหม้อไอน้ำที่สูงที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดทางสิ่งแวดล้อมและด้านสมรรถนะของหม้อไอน้ำ โดยผลลัพธ์พบว่าต้องมีสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวลอยู่ที่ร้อยละ 42.1 สัดส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงผสมอยู่ที่ 5.89 และมีอุณหภูมิของอากาศขาเข้าที่ 188 องศาเซลเซียส โดยภาวะดังกล่าวจะให้ค่าพลังงานจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเป็น 8.98 เมกะวัตต์ มีกำไรอยู่ที่ 3.87 ล้านบาทต่อวัน ผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนและภาวะการเกิดฝนกรดอยู่ที่ 1.14 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเมกะวัตซ์ชั่วโมง และ 8.63 กรัมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่อกิโลวัตซ์ชั่วโมง ตามลำดับ
Α-Glucosidase Inhibitors From Leaves Of Cannabis Sativa And Cannabinoid Derivatives, Areeba Nayab
Α-Glucosidase Inhibitors From Leaves Of Cannabis Sativa And Cannabinoid Derivatives, Areeba Nayab
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cannabinoids are naturally occurring secondary metabolites with antidiabetic, anti-inflammatory, and anticancer activity because of their enormous interaction efficiency with the human endocannabinoid system. α-glucosidase inhibitory activity guided isolation of Cannabis sativa L. yielded 6 compounds including Δ9-THC, cannabinol (CBN), and cannabichromene (CBC) as major compounds. This study also focused on the study of the structure-activity relationship of Δ9-THC that yielded 4 including 3 new compounds. The structures of isolated and synthesized compounds were elucidated by multiple spectroscopic techniques and with the comparison of previous reports. The isolated and derivatized compounds were evaluated for α-glucosidase inhibition. Among the isolated compounds cannabinol …
Microalgal-Plant Growth Promoting Bacterial Living Biofilters As Soil Amendment For Vegetable Cultivation, Augustine Odibo
Microalgal-Plant Growth Promoting Bacterial Living Biofilters As Soil Amendment For Vegetable Cultivation, Augustine Odibo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explored the use of microalgal-plant growth-promoting bacterial co-cultures as living biofilters (Chlorella vulgaris (CV) and Bacillus subtilis (BS) in different ratios) for soil amendment in vegetable cultivation. It aimed to investigate the soil amendment potential of these biofilters on three selected plants (i.e. morning glory, sunflower, and cucumber) over a 20-days plantation in a controlled environment. The highest biomass yields of morning glory, cucumber, and sunflower were 1.3 ± 0.1 g, 2.0 ± 0.3 g, and 1.5 ± 0.2 g when using CV/BS 1:1, CV/BS 3:1, and CV/BS 3:1 respectively. For sunflower, the biomass yield with CV/BS 1:1, …
Geophysical Characteristics Of Kuan Kreng Peat Swamp Forest At Thale Noi Area, Theethach Phiranram
Geophysical Characteristics Of Kuan Kreng Peat Swamp Forest At Thale Noi Area, Theethach Phiranram
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Peatlands, as an important carbon sink, store a large amount of atmospheric carbon. However, peatlands are vulnerable to environmental alteration due to anthropogenic and natural processes. While peatlands are degraded, carbon dioxide emissions arise. The Kuan Kreng peat swamp forest is the second largest peatland in Thailand and is in coastal wetland serving for carbon stock in the subsurface. To assess carbon stock in peatland, the thickness and distribution of the peat layer are necessary. This study determines physical and chemical characteristics of the peatlands in the coastal wetland, southern Thailand by conventional core study and geophysical surveys, including ground …
Comparison Of Modified Formalism Output And Trs-398 Absorbed Dose To Water In Electron Beams Reference Dosimetry In Multiple Radiotherapy Centers, Yasumon Thinka
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study aimed to investigate the feasibility and efficacy of utilizing modified calibration with cylindrical chambers for reference dosimetry in electron beam radiotherapy, challenging the recommendation of using plane-parallel chambers in low-energy electron beams by IAEA's TRS-398 and AAPM's TG-51 standards. Data collection involved six radiotherapy centers in Bangkok using Varian linear accelerators, with chambers including the IBA FC65-G, PTW 30013 cylindrical chambers, and PPC40, Roos plane-parallel chambers. Results of dose comparison between modified and TRS-398 protocols fell within ±2%. For low-energy electron beams, percent dose discrepancies ranged from -1.57% to 0.91%, and from -0.37% to 0.91% for high-energy. The …
การแปลงแผนภาพลำดับที่มีตัวยืนยงสถานะเป็นไทม์ออโตมาตา, ศุภพิชญ์ แสงมณี ฐิตารีย์เดชากุล
การแปลงแผนภาพลำดับที่มีตัวยืนยงสถานะเป็นไทม์ออโตมาตา, ศุภพิชญ์ แสงมณี ฐิตารีย์เดชากุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในช่วงการออกแบบระบบหลังจากที่ได้รับความต้องการมาแล้ว และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นข้อตกลงตามความต้องการของระบบแล้ว แผนภาพลำดับคือส่วนสำคัญที่อธิบายถึงพฤติกรรมของระบบที่มีปฏิสัมพันธ์กัน เป็นประโยชน์มากเพื่อให้กลุ่มผู้พัฒนาเห็นการทำงานเชิงพฤติกรรมของระบบ และมองพฤติกรรมของระบบไปทิศทางเดียวกันได้ สามารถใช้ในการทวนสอบข้อตกลงของระบบว่าครบถ้วน สมบูรณ์หรือไม่ แต่แผนภาพลำดับมีปัญหาเรื่องไม่สามารถทวนสอบแบบอัตโนมัติได้ ต้องใช้การวิเคราะห์และทวนสอบโดยการตัดสินใจของมนุษย์ และพฤติกรรมในบางระบบมีรูปแบบเชิงไม่กำหนด มีความซับซ้อนและไม่สามารถทวนสอบได้ งานวิจัยนี้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงคิดวิธีการทวนสอบข้อตกลงตามความต้องการของระบบของแผนภาพลำดับ โดยใช้แบบจำลองเชิงรูปนัยชื่อ ไทม์ออโตมาตาโดยการเปรียบเทียบและวิเคราะห์โครงสร้างแผนภาพลำดับที่มีตัวยืนยงสถานะตามหลักยูเอ็มแอลเวอร์ชัน 2.0, 2.5 และเครื่องมือ UPPAAL นิยามกฎการแปลงและพัฒนาเครื่องมือสำหรับใช้ในการแปลงแผนภาพลำดับที่มีตัวยืนยงสถานะเป็นไทม์ออโตมาตา เริ่มแปลงแผนภาพลำดับที่มีตัวยืนยงสถานะด้วยแฟ้มข้อความเป็นแฟ้มเอกซ์เอ็มแอลของเครื่องมือ UPPAAL จำลองและทวนสอบไทม์ออโตมาตาตามคุณสมบัติที่สนใจที่เขียนด้วยสูตร TCTL โดยในการทดสอบเครื่องมือแปลงแผนภาพลำดับที่มีตัวยืนยงสถานะเป็นไทม์ออโตมาตากับกรณีศึกษาพบว่า สามารถช่วยให้ผู้พัฒนาระบบสามารถเห็นพฤติกรรมเชิงระบบและนำมาสู่การปรับปรุงแผนภาพให้สอดคล้องกับข้อตกลงตามความต้องการของระบบ และทวนสอบระบบได้ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจและเป็นไปตามข้อตกลงตามความต้องการของระบบ
การบูรณาการระบบความมั่นคงสารสนเทศตามมาตรฐานไอเอสโอ/ไออีซี 27001 กับการจัดการโครงการซอฟต์แวร์, วชิรวิทย์ เซียวสกุล
การบูรณาการระบบความมั่นคงสารสนเทศตามมาตรฐานไอเอสโอ/ไออีซี 27001 กับการจัดการโครงการซอฟต์แวร์, วชิรวิทย์ เซียวสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การบูรณาการระบบการจัดการความมั่นคงสารสนเทศและการจัดการโครงการซอฟต์แวร์มีความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศน้ันมีความละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลทางการเงิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น ซึ่งหากข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล หรือถูกนําไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล รวมถึงองค์กรที่ให้บริการระบบสารสนเทศดังกล่าว ดังนั้นระบบการจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงสารสนเทศจึงจําเป็นต้องบูรณาการเข้ากับการจัดการโครงการในทุกขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาซอฟต์แวร์ ปัจจุบันโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์มักจะเกิดในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติแบบสกรัมจะช่วยเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในการบูรณาการระบบการจัดการความมั่นคงสารสนเทศกับการจัดการโครงการซอฟต์แวร์แบบสกรัมเฟรมเวิร์กคือ จากการรักษาความสมดุลระหว่างมาตรการความมั่นคงสารสนเทศที่มีความเข้มงวดกับระเบียบวิธีแบบสกรัมที่เน้นความรวดเร็วและคล่องตัว โครงงานนี้ผู้จัดทําโครงงานได้นําเสนอการบูรณาการระบบการจัดการความมั่นคงสารสนเทศกับการจัดโครงการซอฟต์แวร์แบบสกรัม โดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากล ความต้องการของระบบจัดการความมั่นคงสารสนเทศ (ISO/IEC 27001:2022) มาตรการควบคุมความมั่นคงสารสนเทศ (ISO/IEC 27002:2022) และ การจัดการความเสี่ยง (ISO/IEC 31000:2018) นอกจากนี้ผู้จัดทําโครงงานได้อ้างอิงองค์ความรู้ด้านการจัดการโครงการซอฟต์แวร์แบบสกรัม จากการจัดการโครงการของสถาบันการจัดการโครงการ (Project Management Institute) และคู่มือสกรัมจากองค์กรแนวทางปฏิบัติสกรัม (Scrum Guides Organization) โดยกระบวนการที่ผ่านการบูรณาการแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ซึ่งได้ออกแบบรายละเอียดกิจกรรมและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องที่เกิดขึ้นในแต่ละกิจกรรม เพื่อให้การจัดการโครงการซอฟต์แวร์มีความมั่นคงสารสนเทศอย่างทนทาน พร้อมทั้งพัฒนาเครื่องมือต้นแบบสำหรับการจัดการความมั่นคงสารสนเทศของโครงการซอฟต์แวร์แบบสกรัม ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผลของเพลงโมสาร์ทเคสี่สี่แปดต่อคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติที่พบในผู้ป่วยโรคลมชักผู้ใหญ่ที่ดื้อต่อยากันชักในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สมเจตน์ โตสำราญ
ผลของเพลงโมสาร์ทเคสี่สี่แปดต่อคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติที่พบในผู้ป่วยโรคลมชักผู้ใหญ่ที่ดื้อต่อยากันชักในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สมเจตน์ โตสำราญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่มาของปัญหางานวิจัย การฟังเพลงพื่อการรักษากำลังเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักวิจัยเพื่อใช้เป็นตัวเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักดื้อยา งานวิจัยฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเพลงโมสาร์ทเคสี่สี่แปดต่อคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติที่พบในผู้ป่วยโรคลมชักผู้ใหญ่ที่ดื้อต่อยากันชัก ระเบียบวิธีการวิจัย งานวิจัยนี้เป็นการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมโดยศึกษาข้ามกลุ่มและแยกด้วยจุดกำเนิดชักอัตราส่่วน 1:1 การศึกษาดำเนินการ 2 คืนโดยในแต่ละคืนแบ่งเป็นช่วงเวลาพื้นฐานและช่วงเวลาการศึกษา ผลการศึกษาได้แก่จำนวนคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติและสัดส่วนของผู้ป่วยที่มีการลดลงของคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติมากกว่า 25 % ผลการศึกษา โดยรวม ผู้ป่วย 16 คนจาก 26 คนมีการลดลงของคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อได้ฟังเพลงโมสาร์ทเมื่อเทียบกับกลุ่มที่นอนอย่างต่อเนื่องที่ลดลงเพียง 9 คน. การวิเคราะห์ระหว่างกลุ่มแสดงให้เห็นว่าคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติในช่วงการศึกษาน้อยกว่าในกลุ่มโมสาร์ท, 39.5 (ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ 89) vs 56.5 (ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ 114); p = 0.007. การศึกษาภายในกลุ่มและภายในบุคคลให้ผลการศึกษาในลักษณะเดียวกัน สรุป การศึกษานี้แสดงให้เห็นหลักฐานของผลของเพลงโมสาร์ทเคสี่สี่แปดลดคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติที่พบในผู้ป่วยโรคลมชักผู้ใหญ่ที่ดื้อต่อยากันชักได้ โดยผู้ป่วยที่มีจุดกำเนิดชักจากเทมโพรอลตอบสนองต่อเพลงโมสาร์ทได้ดีกว่านอกเทมโพรอล