Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Chemistry (670)
- Computer Sciences (618)
- Engineering (617)
- Education (261)
-
- Computer Engineering (237)
- Polymer Chemistry (203)
- Environmental Sciences (200)
- Mathematics (161)
- Medicine and Health Sciences (99)
- Statistics and Probability (99)
- Chemical Engineering (97)
- Civil and Environmental Engineering (84)
- Science and Mathematics Education (82)
- Earth Sciences (80)
- Electrical and Computer Engineering (78)
- Electrical and Electronics (74)
- Life Sciences (72)
- Physics (72)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (71)
- Social and Behavioral Sciences (70)
- Industrial Engineering (69)
- Business (59)
- Operational Research (55)
- Construction Engineering and Management (53)
- Civil Engineering (52)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (44)
- Biotechnology (41)
- Geology (40)
- Educational Administration and Supervision (27)
Articles 61 - 90 of 2807
Full-Text Articles in Entire DC Network
พหุกรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์และแนวปฏิบัติของครูวิทยาศาสตร์ชาวไทยและชาวต่างชาติ, ณิชา ทีทา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์ไทยและครูชาวต่างชาติและ 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์และแนวปฏิบัติของครูแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่ศึกษาคือ ครูไทย 5คน และครูชาวต่างชาติ 4 คน ในจังหวัดขอนแก่น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตชั้นเรียน แบบวิเคราะห์แผน และแบบสอบถาม ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดมีค่า IOC 0.50 ขึ้นไป เมื่อ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาโดยนำผลจากข้อมูลมาเปรียบเทียบเพื่อหาความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างครูไทยและครูชาวต่างชาติ ผลการวิจัยพบว่า (1) ครูไทยมีความเชื่อทางญาณวิทยาซับซ้อนน้อยกว่าครูชาวต่างชาติที่มีความเชื่อที่ซับซ้อนกว่าเกือบทุกองค์ประกอบ (2) แนวปฏิบัติของครูไทยค่อนข้างเน้นครูเป็นศูนย์กลางและถูกจำกัดด้วยบริบทโรงเรียน ในขณะที่ครูชาวต่างชาติเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและใช้วิธีการสืบสอบมากกว่า (3) ความเชื่อของครูไทยไม่ส่งผลต่อแนวปฏิบัติโดยตรง เนื่องจากข้อจำกัดด้านหลักสูตร เวลา และการประเมินผล แสดงให้เห็นความไม่สอดคล้องระหว่างความเชื่อและการปฏิบัติ ในขณะที่ครูชาวต่างชาติระบุว่าความเชื่อส่งผลต่อแนวปฏิบัติ และมีความสอดคล้องสูงกว่า การวิจัยชี้ให้เห็นว่าบริบทมีอิทธิพลสำคัญต่อการนำความเชื่อไปสู่การปฏิบัติของครูไทย
วิถีวชิราวุธ : รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์, พรธิวา พรมน้ำฉ่า
วิถีวชิราวุธ : รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์, พรธิวา พรมน้ำฉ่า
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าของวิถีวชิราวุธที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามพลวัตการจัดการศึกษาในบริบทไทย และ 2) เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาของวิถีวชิราวุธเพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์เชิงพรรณนา การวิเคราะห์เชิงตีความ และการสังเคราะห์เชิงอุปนัย การรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย การศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผู้บริหาร ครู ผู้กำกับคณะ กลุ่มที่ 2 นักเรียนเก่า ผู้ปกครอง และกลุ่มที่ 3 นักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย การวิจัยภาคสนามโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย และการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัยพบว่า วชิราวุธวิทยาลัยอบรมนักเรียนตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 3 ประการ ได้แก่ ผู้มีศาสนา หมายถึง บุคคลที่มีศีลธรรมเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจและมีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต ผู้ดี หมายถึง บุคคลที่มีความประพฤติดี สะอาดทั้งกาย วาจา ใจ และรู้จักกาลเทศะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ผู้มีความรู้ หมายถึง บุคคลที่มีสติปัญญาความรู้ในการดำรงชีวิตและ คุณค่าของวิถีวชิราวุธประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1) คุณค่าด้านประวัติศาสตร์ สะท้อนพลวัตการจัดการศึกษา แบ่งเป็น 5 ยุคของผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย ได้แก่ ยุคที่ 1 ได้มีการวางรากฐานการศึกษาที่ผสานวิชาการ คุณธรรม และภาวะผู้นำตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคที่ 2 เน้นการพัฒนาคุณธรรม ความรับผิดชอบ และทักษะชีวิต เพื่อรองรับสังคมประชาธิปไตยและการปรับตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุคที่ 3 เสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อเตรียมผู้เรียนสู่สังคมโลกที่เปลี่ยนแปลง ยุคที่ 4 การจัดการศึกษาที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยเน้นความรู้ คุณธรรม และทักษะสังคม เพื่อเตรียมผู้เรียนสู่ยุคโลกาภิวัตน์และยุคดิจิทัล ยุคที่ 5 เสริมสร้างทักษะดิจิทัลควบคู่คุณธรรม การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สอดรับกับสังคมในศตวรรษที่ 21 2) คุณค่าด้านจริยศาสตร์ พบจากการฝึกจรรยาและการปลูกฝังคุณธรรมผ่านกิจวัตรประจำวัน การใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำ หลักสูตรและกิจกรรม ซึ่งหล่อหลอมความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ …
แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, รณจักร ยั่งยืน
แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, รณจักร ยั่งยืน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) นำเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น การวิจัยแบ่งเป็นสองระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เอกสาร หลักสูตรและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเรียนการสอน จำนวน 5 คน ใช้แบบวิเคราะห์เอกสารและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ ระยะที่ 2 การพัฒนาและทดลองใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามกรอบแนวคิด PACE (Practice, Analyze, Create, Empower) โดยเสนอร่างต่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความตรงเชิงเนื้อหา และปรับปรุงก่อนนำไปใช้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์ 6 แห่ง จำนวน 144 คน เป็นเวลา 7 คาบเรียน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยชุดกิจกรรม แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินผลงาน และแบบสะท้อนคิด ผลการวิจัยพบว่า 1) ความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านระบบเศรษฐกิจ (2) ด้านการผลิต (3) ด้านการบริโภค และ (4) ด้านการเงินและการลงทุน 2) แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามกรอบ PACE เป็นแนวทาง 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) P (Practice) พัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ และการทำงานเป็นทีม (2) A (Analyze) พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะการประเมินข้อมูลและตัวชี้วัด (3) C (Create) พัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการแก้ปัญหา และ (4) E (Empower) พัฒนาทักษะการสื่อสารและการเป็นผู้นำ 3) ผลการทดลองใช้แนวทางการจัดการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ตามกรอบ PACE แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านความฉลาดรู้เรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ วางแผน และตัดสินใจทางเศรษฐกิจบนฐานเหตุผลอย่างมีวิจารณญาณ รวมถึงแสดงพฤติกรรมเชิงประจักษ์ เช่น การวางแผนการใช้เงินอย่างมีเหตุผลและการอธิบายเหตุผลทางเศรษฐกิจได้
การประมาณค่าความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนสถานะทางสุขภาพ โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวาง จากข้อมูลการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 และ 2567, ณัฐธชนพงศ์ เธียรวรคุณ
การประมาณค่าความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนสถานะทางสุขภาพ โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวาง จากข้อมูลการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 และ 2567, ณัฐธชนพงศ์ เธียรวรคุณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาพลวัตทางสถานะสุขภาพของประชากรสูงอายุมีความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุขในอนาคต โดยปกติการวิเคราะห์มักใช้แบบจำลองหลายสถานะ (multi-state model) ผ่านข้อมูลการติดตามระยะยาว (longitudinal data) อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพความจำกัดของข้อมูลประเภทดังกล่าวในประเทศไทย งานศึกษาฉบับนี้จึงได้พัฒนาแบบจำลองหลายสถานะรูปแบบมาร์คอฟ (Markov) โดยประยุกต์ใช้ข้อมูลภาคตัดขวาง จากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยสองรอบล่าสุด คือ พ.ศ. 2564 และ 2567 เพื่อประมาณค่าความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนสถานะทางสุขภาพ ระหว่างสถานะอิสระ พึ่งพิง และการตาย ในช่วง 3 ปี รวมทั้ง เพื่อคาดประมาณประชากรจำแนกตามสถานะทางสุขภาพ จนถึง พ.ศ. 2579 และประเมินความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมาย เรื่องอัตราส่วนประชากรสถานะอิสระต่อประชากรสถานะพึ่งพิง ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข ผลการศึกษาพบว่า ความน่าจะเป็นของการคงอยู่ในสถานะอิสระ และการคงอยู่ในสถานะพึ่งพิง จะมีแนวโน้มลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนสถานะจากอิสระเป็นพึ่งพิงกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของการเสื่อมถอยทางสุขภาพ และการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในการเสียชีวิต ซึ่งสะท้อนผ่านแนวโน้มของความน่าจะเป็นในการเสียชีวิต ทั้งจากสถานะอิสระและสถานะพึ่งพิง ที่สูงขึ้นตามอายุ โดยในเชิงทฤษฎี ผลการศึกษายืนยันการดำรงอยู่ของปรากฏการณ์ความย้อนแย้งระหว่างการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต (morbidity–mortality paradox) กล่าวคือ ประชากรเพศชายมีความน่าจะเป็นของการเสียชีวิตจากสถานะอิสระสูง แต่มีความน่าจะเป็นของการเข้าสู่สถานะพึ่งพิงต่ำ ในขณะที่ประชากรเพศหญิงแม้จะมีแนวโน้มอายุยืนยาวมากกว่า แต่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับสถานะพึ่งพิงเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ สำหรับการประเมินความเป็นไปได้ของอัตราส่วนเป้าหมาย ที่คำนวณจากประชากรคาดประมาณ พ.ศ. 2579 การศึกษาพบว่า อัตราส่วนภาพรวมทุกกลุ่มอายุที่คำนวณได้สูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเพศชาย อย่างไรก็ตาม ค่าที่สูงนี้อาจไม่ได้สะท้อนว่าประชากรจะมีสุขภาพดีอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นผลกระทบจากอัตราการเสียชีวิตที่สูง จึงส่งผลให้ตัวหารของอัตราส่วนมีค่าน้อย อีกทั้งเมื่อวิเคราะห์รายกลุ่มอายุกลับพบว่า ประชากรเพศหญิงที่มีอายุ 81 ปีขึ้นไป มีอัตราส่วนต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมาย ผลการศึกษานี้จึงชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณารายละเอียดของประชากรอย่างถี่ถ้วน เพื่อค้นหากลุ่มประชากรที่เปราะบางทางสุขภาพ และนำไปสู่การพัฒนานโยบายสาธารณสุขที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละกลุ่มประชากรอย่างแท้จริง
Recommendations For The Novel Assessment System In The Doctor Of Medicine Program From The Medical Students’ And The Educators’ Perspectives, Tanat Tabtieang
Recommendations For The Novel Assessment System In The Doctor Of Medicine Program From The Medical Students’ And The Educators’ Perspectives, Tanat Tabtieang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The 2024 Doctor of Medicine curriculum at Chulalongkorn University introduced a new assessment system comprising outcome-based assessment system with milestones, a non-tiered grading model with recognition of excellence, a professional development dashboard (PDD), remediation with re-examination, and a faculty-level student profile (FLSP). This study employed a quantitative cross-sectional survey design, complemented by a sequential exploratory element, to compare student and faculty perspectives using a questionnaire across five themes, analyzed with descriptive statistics, Mann-Whitney U tests, and effect sizes (ES). A total of 490 students and 285 faculty responded. When analyzed by theme, students showed greater confidence than faculty in the …
Evaluation Of User Experience And Usability Of Organization Super App, Ananya Kumhan
Evaluation Of User Experience And Usability Of Organization Super App, Ananya Kumhan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The digital transformation of organizations in Thailand has accelerated the development of internal systems that streamline workflows and improve accessibility to organizational information. Financial institutions, which operate with multiple fragmented systems, have increasingly adopted Enterprise SuperApps as a centralized platform that combines internal services such as corporate news, leave requests, employee directories, resource information, and meeting room reservations into a single application. However, usage statistics in several organizations indicate that continuous adoption remains relatively low. Many employees rely on alternative channels or use only selected features, reflecting challenges in user experience (UX) and usability. This study aims to evaluate the …
Partial Group Divisible 3-Designs, Apiwat Peereeyaphat
Partial Group Divisible 3-Designs, Apiwat Peereeyaphat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
We introduce a generalization of group divisible 3-designs, 3-GDDs, with two groups and two indices. A partial group divisible 3-design, 3-PGDD(gı + g2, k; A, (21, 112), is an ordered pair (GrU G2, B) where G, and G2 are disjoint finite sets called groups) of size g1 and 92, respectively; and B is a collection of k-subsets (called blocks) of G, UG, such that every 3-subset of G; occurs in exactly 1 blocks in B, and every i elements of G and j elements of G2 occur together in exactly Mig blocks in B for i. i € (1,2} and …
Removal Of Antibiotics Under Visible Light By Using C,N-Tio2 Incorporated Into Magnetite Mesoporous Silica Composites, Dwita Widyawati
Removal Of Antibiotics Under Visible Light By Using C,N-Tio2 Incorporated Into Magnetite Mesoporous Silica Composites, Dwita Widyawati
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Water contamination, particularly from antibiotics such as ciprofloxacin, is a significant environmental challenge necessitating the development of new remediation solutions. A promising technique for eliminating CIP from the environment is photocatalysis. The synthesis of C,N-doped TiO2 embedded within magnetite mesoporous silica (MSI) composites is prepared to serve as a promising semiconductor catalyst for photodegradation under visible illumination. Tetrabutyl titanate (TBOT), glucose, and urea are used as precursors in the sol-gel synthesis process, which controls elemental ratios to produce a unique mesoporous composite material intended to improve antibiotic photodegradation in the presence of visible light. Comparisons showed significant differences between capped …
Assessment Of Rainfall Anomaly In Thailand Under Enso By Inception Time For Classification Model, Hazlamee Benjawong
Assessment Of Rainfall Anomaly In Thailand Under Enso By Inception Time For Classification Model, Hazlamee Benjawong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study provides a comprehensive assessment of rainfall over Thailand during the El Niño-Southern Oscillation (ENSO) event using 41 years of monthly data (1982-2022) from meteorological stations, including total rainfall, average temperature, average wind speed, and average wind direction. The data were processed using Python by estimating spatially dependent monthly variables using inverse distance weighting. Total rainfall during ENSO events lasting more than two years was estimated by calculating ZSI12and analyzing the variable's significance using an inception time for classification model. The spatial total rainfall estimation results show that the distribution of total rainfall for normal, El Niño, and La …
Blocfog : Enhanced Transactional Data Encryption Via Fog Computing And Blockchain, Leon Wirz
Blocfog : Enhanced Transactional Data Encryption Via Fog Computing And Blockchain, Leon Wirz
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Protecting Personally Identifiable Information (PII) in financial transactions presents ongoing challenges, particularly in achieving a balance between strong security, fine-grained access control, and system efficiency. Existing approaches often rely on complex cryptographic operations that strain end-user devices or lack the flexibility needed for decentralized environments. Although blockchain provides advantages such as auditability and tamper resistance, its use is often limited by high computational costs and latency. This research proposes an efficient and scalable access control framework that integrates Ciphertext-Policy Attribute-Based Encryption (CP-ABE) with a lightweight fog computing layer. The system is designed to offload heavy cryptographic tasks from end users …
Improving Chinese Hate Speech Detection With Bert-Fasttext Fusion And Bert-Bilstm Fusion, Methini Ma
Improving Chinese Hate Speech Detection With Bert-Fasttext Fusion And Bert-Bilstm Fusion, Methini Ma
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hate speech detection is an essential technique in the online environment, especially on social media platforms. This technique helps to create a safer space and reduce the risk of real-world harm. In Chinese, this task is particularly challenging because of unique linguistic structures and the frequent use of indirect expressions, sarcasm, homophones, character variants, and abbreviations. This study investigates how to improve Chinese hate speech detection by combining BERT with FastText and BERT with BiLSTM. There are six model variants that are configured: frozen BERT and fine-tuned BERT, each further extended with either FastText sentence embeddings or a clause-level BiLSTM. …
Gel Based Sensing Platforms For Ammonia Detection, Patita Salee
Gel Based Sensing Platforms For Ammonia Detection, Patita Salee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research focuses on the development of two biopolymer-based colorimetric platforms for ammonia detection in environmental water and gaseous samples. To detect ammonia in water samples, an agarose hydrogel membrane containing salicylate, hypochlorite, and sodium nitroprusside was incorporated into a flow analysis system to perform the Berthelot reaction within the gel. Ammonium in the sample was converted to monochloramine in an alkaline reagent stream, and its subsequent interaction with the sensing membrane yielded an indosalicylate blue chromophore, causing the gel to change from pale yellow to green–blue as the ammonia concentration increased. Under the optimal operating conditions, the method provided …
Evaluation Of Soil Erosion In The Middle Yom River Basin, Passapong Paentong
Evaluation Of Soil Erosion In The Middle Yom River Basin, Passapong Paentong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to assess soil erosion in the Middle Yom River Basin and analyze the spatial relationships between erosion and its influencing factors using the Revised Universal Soil Loss Equation (RUSLE) in combination with Ordinary Least Squares (OLS) regression analysis. The analysis considers five principal RUSLE factors: rainfall erosivity (R), soil erodibility (K), topography (LS), cover management (C), and support practices (P), under both normal and heavy rainfall scenarios for the years 2010, 2015, and 2020. The results indicate that under normal rainfall conditions, most areas experienced low to moderate soil loss (0–5 tons/rai/year). Under heavy rainfall conditions, the …
Simulation Of Optimal Control Of Vaccination For Svihr Covid-19 Epidemic Model, Kantanop Yimfan
Simulation Of Optimal Control Of Vaccination For Svihr Covid-19 Epidemic Model, Kantanop Yimfan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Infectious disease modeling plays a crucial role in understanding and managing epidemic outbreaks. Mathematical models, combined with control strategies, can help guide effective interventions and policy making. In this study, we examined an epidemic model, so-called SV IHR, which is an extended SIR model with additional states to incorporate vaccination and treatment. Our goal is to determine parameters known as controls; specifically, the vaccination proportion, through the framework of the optimal control problems. We defined an objective function and explored the control strategies that optimize it. Numerical simulations were then performed to illustrate the dynamics of the epidemic both with …
การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี
การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันตลาดโมไบล์แอปพลิเคชันมีการแข่งขันสูง นักพัฒนาจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งบ่งบอกถึงความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาฟังก์ชันการทำงานให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันยอดนิยมมักมีบทวิจารณ์จำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดในการที่นักพัฒนาจะสามารถอ่านและวิเคราะห์บทวิจารณ์ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว งานวิจัยฉบับนี้จึงนำเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องเข้ามาช่วยในการจำแนกประเภทของบทวิจารณ์ โดยพิจารณาจากเนื้อหาในบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัญหา ข้อบกพร่อง หรือข้อเสนอในการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปรับปรุงตามผลกระทบที่มีต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ งานวิจัยนี้ได้กำหนดหมวดหมู่ของบทวิจารณ์ไว้ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ ปัญหาด้านความจำเป็นพื้นฐาน, ปัญหาด้านการปฏิบัติ, ปัญหาด้านความเพลิดเพลิน, ปัญหาด้านความแปลกใหม่ และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนลำดับความสำคัญของปัญหาจากมุมมองของผู้ใช้ ในการพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องพบว่าโมเดลเบิร์ตมีประสิทธิภาพสูงกว่าโมเดลเอสวีเอ็ม แรนดอมฟอเรสต์ และโลจิสติกรีเกรสชัน โดยมีค่าความเที่ยงเป็น 0.72 ค่าเรียกกลับเป็น 0.719 ค่าเอฟวันเป็น 0.719 และค่าความแม่นเป็น 0.722 นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบที่ใช้โมเดลเบิร์ตที่สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำไปใช้วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของงานการบำรุงรักษาโมไบล์แอปพลิเคชัน โดยเว็บแอปพลิเคชันจะช่วยลดภาระในการอ่านบทวิจารณ์จำนวนมาก พร้อมทั้งสกัดข้อมูลที่สำคัญออกมาให้เห็นภาพรวมของความต้องการของผู้ใช้
Structural Modification Of 4'-Aminochalcones As Α-Glucosidase Inhibitors, Emmanuel Sunday Idoko
Structural Modification Of 4'-Aminochalcones As Α-Glucosidase Inhibitors, Emmanuel Sunday Idoko
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Diabetes mellitus, one of the most predominant health problems worldwide, characterized by hyperglycemia, has attracted the attention of medicinal chemists. Although several therapeutic drugs have been developed and used clinically, diabetes continues to pose a growing threat to public health. One of the promising approaches for treating type 2 diabetes involves reducing the rate of carbohydrate hydrolysis by inhibiting the action of α-glucosidase. Over the years, chalcone analogues have been reported for their vast biological properties and as a promising antidiabetic agent. In this research, two series of 4'-aminochalcone derivatives were designed and synthesized as α-glucosidase inhibitors. Twenty-five alkylated 4'-aminochalcone …
Certain Incident Matrices For Lines Intersecting On Plane, Anawin Chongaumklang
Certain Incident Matrices For Lines Intersecting On Plane, Anawin Chongaumklang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work studies arrangements of lines on the plane, focusing on Fourier’s 17 lines problem, which involves constructing 101 intersection points with 17 lines. We use code notation and incident matrices to classify possible configurations and develop algorithms to determine which codes are drawable. Special attention is given to the role of multiple points and parallel families in these arrangements. Out of 924 possible codes, 658 are confirmed drawable using a combination of theoretical analysis and computer verification. For the remaining cases, new lemmas are proposed to construct additional intersection points. Our findings offer both theoretical insights and practical algorithms …
High Purity Silver Nano- And Micro Particles With Controllable Shapes By Polymeric Stabilizers, Natsuda Muankhajorn
High Purity Silver Nano- And Micro Particles With Controllable Shapes By Polymeric Stabilizers, Natsuda Muankhajorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work presents a rapid, sustainable, and efficient technique for both recovering silver microstructures from spent button batteries and fabricating flexible conductive materials. In the first phase, a green recovery method was developed using H2O2 as a reducing agent to convert silver sources into high-purity silver microstructures. The morphology of the recovered silver was controlled using polymeric stabilizers (PVP and PVA) whose molecular weights significantly influenced particle shape and aggregation. PVP promoted the formation of uniform silver microplates, while PVA yielded isotropic microspheres. The silver microstructures from the spent button batteries were converted into highly pure silver microstructures (>98%), …
Barriers To Smart Irrigation Technologies Adoption In The Thailand Agricultural Sector, Mahroo Aghaabbasi
Barriers To Smart Irrigation Technologies Adoption In The Thailand Agricultural Sector, Mahroo Aghaabbasi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study identifies the barriers hindering the adoption of smart irrigation technologies in the Thai agricultural sector. Utilizing three categories: innovation characteristics derived from the Diffusion of Innovation theory, innovation determinants, and the consequences of agricultural digitalization derived from the literature reviews, this research conducts a mixed method, including qualitative and quantitative approaches through surveys of 210 farmers and interviews with 2 non-adopter farmers, 2 adopter farmers, 3 institutional experts, 2 technology providers, and 2 NGO and farmer organization specialists. The quantitative analysis reveals that financial, informational, institutional, and technological barriers, including high installation and maintenance costs, lack of knowledge, …
แบบจำลองการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีสำหรับการจัดลำดับความสำคัญโดยใช้ตรรกะคลุมเครือ, เปรม สุนทรภาส
แบบจำลองการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีสำหรับการจัดลำดับความสำคัญโดยใช้ตรรกะคลุมเครือ, เปรม สุนทรภาส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอไจล์ ยูสเซอร์สตอรีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนความต้องการของผู้ใช้ แต่หากยูสเซอร์สตอรีมีคุณภาพไม่เพียงพอ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงนำเสนอแบบจำลองการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีโดยใช้ตรรกะคลุมเครือ เพื่อช่วยให้สามารถจัดการกับความไม่แน่นอนในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการนิยามความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีจำนวน 12 ประเภท พร้อมทั้งกำหนดเกณฑ์การประเมินใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความพยายามในการบริหารจัดการ และด้านข้อจำกัดในการบริหารจัดการ จากนั้นจึงประยุกต์ใช้ตรรกะคลุมเครือร่วมกับตัวแปรภาษาและฟังก์ชันความเป็นสมาชิกในการคำนวณค่าคะแนนความเสี่ยง และจัดลำดับความสำคัญผ่านแบบจำลองที่พัฒนาขึ้น ผลการประเมินการใช้งานแบบจำลองกับผู้มีประสบการณ์ในโครงการแอไจล์พบว่า แบบจำลองสามารถช่วยในการจำแนกความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ประเมิน ซึ่งผลการประเมินสะท้อนถึงความสมเหตุสมผลของแบบจำลองและความสามารถในการประยุกต์ใช้จริง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อทีมพัฒนาในการประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอไจล์ได้ดียิ่งขึ้น
Temperature Control In The Steam Methane Reformer Using Model Predictive Control Based On A Neural Network Model, Rasiq Dipta Alkindi
Temperature Control In The Steam Methane Reformer Using Model Predictive Control Based On A Neural Network Model, Rasiq Dipta Alkindi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hydrogen is a critical energy vector, and magnetic heating reactors represent a promising production technology where current-induced magnetization raises system temperature. Due to the nonlinear and complex thermal dynamics, this study applies a hybrid Echo State Network (ESN) and Long Short-Term Memory (LSTM) model to capture system behavior, combining ESN’s nonlinear dynamic identification with LSTM’s ability to learn long-term dependencies. Hyperparameters were optimized for best performance at 30 reservoir nodes, 0.5 spectral radius, 0.9 connectivity, batch size 4, 50 LSTM units, and 60 epochs. The ESN-LSTM models with 3-input and 4-input feature sets were tested on three winding coil geometries …
นวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร, ทัศวรรณ คำทองสุข
นวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร, ทัศวรรณ คำทองสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและกรอบแนวคิดทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาระดับทักษะแบบตัวทีของนักเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียน สำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานครและ 4) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร โดยใช้การวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multiphase Mixed Method Design) แบ่งเป็น 5 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและกรอบแนวคิดทักษะแบบตัวที ประเมินกรอบแนวคิดโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ระยะที่ 2 ศึกษาระดับทักษะแบบตัวทีตามการรับรู้ของครู กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู จำนวน 357 คน ระยะที่ 3 ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและกิจกรรมเสริมหลักสูตร จำนวน 2,124 คนของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ระยะที่ 4 ศึกษาแนวทางการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีโดยศึกษาจากสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดี จำนวน 3 โรงเรียน ระยะที่ 5 การพัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวที ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ประเมินนวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียน โดยการสนทนากลุ่ม จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิในการสนทนากลุ่ม 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่ใช้ในแต่ละระยะประกอบด้วย แบบประเมินระดับทักษะแบบตัวที แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของนวัตกรรมต้นแบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติบรรยาย การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการ ประกอบด้วย (1) ด้านการพัฒนาหลักสูตร (2) ด้านการจัดการเรียนการสอนและ (3) ด้านการวัดและประเมินผล 2) ระดับทักษะแบบตัวทีของนักเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานครตามการรับรู้ของครูผู้สอนที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ทักษะภาวะผู้นำ ( = 4.15, S.D. = 0.58) …
การพัฒนาระบบการทดสอบออนไลน์เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาโดยใช้แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับร่วมกับการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4, ภูรินที กุลธงเกตุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) สำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับในวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุศาสตร์ 3) พัฒนาระบบการทดสอบเพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาโดยใช้แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับร่วมกับการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับด้วยคอมพิวเตอร์ออนไลน์ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 4) ตรวจสอบคุณภาพของระบบ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 สำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน ระยะที่ 2 พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับพร้อมสร้างข้อมูลย้อนกลับ และระยะที่ 3 พัฒนาระบบวินิจฉัยออนไลน์ สำหรับตัวอย่างวิจัยและวิธีการวิจัยในระยะที่ 1 สำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนจากนักเรียน 160 คน ด้วยแบบสอบสองระดับชนิดปลายเปิด ระยะที่ 2 พัฒนาและทดลองใช้เครื่องมือแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับฉบับร่าง 33 ข้อ กับนักเรียน 420 คน วิเคราะห์คุณภาพด้วยสถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเบ้และความโด่ง การวิเคราะห์ความยากและอำนาจจำแนกตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ การวิเคราะห์ความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลการตอบสนองข้อสอบ การวิเคราะห์ความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในด้วยค่าอัลฟ่าของครอนบาค และการวิเคราะห์ความตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์เทคนิคคิดออกเสียงโดยใช้ค่าคัปปาของโคเฮน จากนักเรียน 57 คน จากนั้นคัดเลือกแบบสอบสมบูรณ์ 11 ข้อ และสร้างข้อมูลย้อนกลับแบบทั่วไปและข้อมูลย้อนกลับเพื่อการปรับปรุง ส่วนในระยะที่ 3 พัฒนาระบบวินิจฉัยออนไลน์ด้วย Google Workspace และตรวจสอบคุณภาพระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และประเมินความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญและความพึงพอใจของตัวอย่างนักเรียนที่ใช้ทดสอบระบบจำนวน 140 คน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้: 1) ผลการสำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน พบว่า นักเรียนมีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุศาสตร์จำนวน 24 รายการ โดยในมโนทัศน์ที่ 1 เรื่องลักษณะทางพันธุกรรม พบมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนมากที่สุดคือ "ลักษณะเด่นคือลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจน และเป็นลักษณะที่ต้องการของบุคคล เช่น จมูกโด่งเป็นลักษณะเด่นเพราะสวย ส่วนลักษณะด้อยคือลักษณะที่พบได้มากหรือไม่แตกต่างจากกลุ่ม" ซึ่งพบในนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 29.38 2) ผลการพัฒนาแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับ พบว่า แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับที่พัฒนาขึ้น มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ และได้มีการคัดเลือกข้อสอบที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปพัฒนาแบบสอบที่ใช้ในระบบวินิจฉัย จำนวน 11 ข้อ จากแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับ ฉบับร่างจำนวน 33 …
ผลกระทบของฟังก์ชันกระตุ้นต่อประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์, จินจุ เจริญยิ่งไพศาล
ผลกระทบของฟังก์ชันกระตุ้นต่อประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์, จินจุ เจริญยิ่งไพศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์เป็นหนึ่งในแนวทางที่มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ผลลัพธ์ทางทฤษฎีจากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์ที่มีข้อจำกัด กับ เครือข่ายประสาทเทียมแบบผลลัพธ์เดียว และผลลัพธ์เชิงปฏิบัติจากการเปรียบเทียบเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์ กับเครือข่ายประสาทเทียมแบบผลลัพธ์เดียวยังคงมีความแตกต่างกัน งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลกระทบของฟังก์ชันกระตุ้นในชั้นซ่อนที่มีต่อประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของเครือข่ายประสาทเทียมในการจำแนกประเภทแบบไบนารี โดยทำการศึกษาในฟังก์ชันกระตุ้น 4 ชนิด ได้แก่ ฟังก์ชัน Sigmoid, ReLU, Leaky ReLU (LReLUs) และ Exponential Linear Units (ELUs) ภายใต้โครงสร้างประสาทเทียม 2 ประเภทที่ใช้เกณฑ์ในการกำหนดโหนดซ่อนแตกต่างกัน โดยจากผลการวิจัยพบว่า ฟังก์ชัน sigmoid เป็นฟังก์ชันกระตุ้นที่สามารถทำให้ประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติมีค่าใกล้เคียงกับผลลัพธ์เชิงทฤษฎีมากที่สุดในโครงสร้างทั้ง 2 ประเภท
ประสิทธิภาพของการทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานร่วมกับความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูงด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกประเภทหลายเลเบล, วรรษา สุดใจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในทางการแพทย์ การเรียนรู้เชิงลึกนิยมนำมาใช้ในการสร้างตัวแบบพยากรณ์ซึ่งค่อนข้างให้ผลที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับตัวแบบดั้งเดิมแต่บางครั้งผู้ป่วยสามารถเป็นโรคพร้อมกันได้มากกว่าหนึ่งโรค การเรียนรู้เชิงลึกจึงถูกพัฒนาให้สามารถทำนายพร้อมกันได้หลายโรค เรียกว่าโครงข่ายประสาทเทียมประเภทจำแนกหลายเลเบล ถึงแม้โครงข่ายประสาทเทียมจะมีความสามารถที่ดีสำหรับการพยากรณ์แต่ยังมีความท้าทายในข้อมูลบางกลุ่มที่ข้อมูลมีจำกัด วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีความสนใจที่จะทำการศึกษาโดยต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวแบบโดยรวมด้วยการใช้เลเบลผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกันมาศึกษาผ่านข้อมูลโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นโรคที่มักเกิดร่วมกัน แบ่งการทดลองเป็นสองส่วนคือส่วนข้อมูลจำลองและข้อมูลจริงเพื่อเปรียบเทียบระหว่างโครงข่ายประสาทเทียมแบบป้อนไปข้างหน้าหลายเลเบลกับหนึ่งเลเบล ผลการศึกษาพบว่าในโครงข่ายประสาทเทียมหลายเลเบลให้ผลที่ดีในทางทฤษฎีที่ทดสอบกับข้อมูลจำลอง แต่ในข้อมูลจริงผลลัพธ์ของการใช้เลเบลที่มีความเกี่ยวข้องกันไม่สามารถลดค่าฟังชันการสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่มีข้อดีคือช่วยลดความรุนแรงของปัญหา overfit ได้และสามารถให้ประสิทธิภาพการพยากรณ์ยังคงเทียบเท่าการใช้หนึ่งเลเบล
First-Order Geometric Integer-Valued Autoregressive Model With Covariates, Adisak Seedamad
First-Order Geometric Integer-Valued Autoregressive Model With Covariates, Adisak Seedamad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this thesis, we propose two integer-valued time series consisting of (1) the single parameter first-order geometric integer-valued autoregressive (SGINAR(1)) model with covariates and (2) the first-order geometric integer-valued autoregressive GINAR(1) model with covariates. In our study, we obtain the innovation distribution using stationary properties and obtain moment properties of two models. In addition, we obtain parameter estimation by using the conditional least squares (CLS) method and the penalized conditional least squares (PCLS) method. Finally, we conduct simulation studies and apply to real data.
Geomorphological Evolution Of The Mun River, Surin Province Northeastern Thailand, Chutiwat Sawangkit
Geomorphological Evolution Of The Mun River, Surin Province Northeastern Thailand, Chutiwat Sawangkit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
From 1973 to 2023, the Mun River in Surin Province, Thailand, underwent geomorphological evolution. This study examines changes in channel parameters to determine how human activity and natural processes affect river shape. This study measures changes in four important geomorphological parameters channel sinuosity, radius of curvature, channel width, and channel length by analyzing the data from C (ERT), satellite imagery, and topographic maps. A dynamic meandering process that has created oxbow lakes, neck and chute cut-offs, and other geomorphological features throughout time is visible on satellite photos. Significant morphological changes have been brought about, notably, by the building of dams, …
Improving Question Answering Retrieval System Through Multi-Result Ranking Model, Danupat Khamnuansin
Improving Question Answering Retrieval System Through Multi-Result Ranking Model, Danupat Khamnuansin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recent trends in various industries involve integrating artificial intelligence (AI) systems to enhance operational efficiency. Among these advancements, AI-supported question-answering (QA) systems have gained significant attention. These systems typically employ a two-stage process, integrating QA system capabilities with Information Retrieval (IR) methods. The introduction of the Retrieval Question Answering (ReQA) has further refined this process, offering a more practical solution, aiming to improve real-world applicability. Considering the wide availability of diverse QA retrieval models, employing a combination of multiple systems presents as a viable solution. However, the approach to combining QA retrieval systems remains relatively limited. We propose a method …
วิธีปฏิบัติของครูในการส่งเสริมความคิดเกี่ยวกับตนเองของเด็กวัยอนุบาลในกรุงเทพมหานคร, ปัญชญา แก้วมาลัยรัตน์
วิธีปฏิบัติของครูในการส่งเสริมความคิดเกี่ยวกับตนเองของเด็กวัยอนุบาลในกรุงเทพมหานคร, ปัญชญา แก้วมาลัยรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิธีปฏิบัติของครูในการส่งเสริมความคิดเกี่ยวกับตนเองของเด็กวัยอนุบาลในกรุงเทพมหานครใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเป็นแบบอย่างการมีความคิดที่ดีเกี่ยวกับตนเอง 2) ด้านการชี้แนะมุมมองที่ดีเกี่ยวกับตนเอง และ 3) ด้านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสำเร็จ ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ครูประจำชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 จำนวน 445 คน จากโรงเรียนในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำแนกตามสังกัด ได้แก่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า วิธีปฏิบัติของครูในการส่งเสริมความคิดเกี่ยวกับตนเองของเด็กวัยอนุบาล ในภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (M = 4.14) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติสูงที่สุด คือ ด้านการชี้แนะมุมมองที่ดีเกี่ยวกับตนเอง (M = 4.28) รองลงมาคือ ด้านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสำเร็จ (M = 4.08) และด้านการเป็นแบบอย่างการมีความคิดที่ดีเกี่ยวกับตนเอง (M = 4.05) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า 1) ด้านการเป็นแบบอย่างการมีความคิดที่ดีเกี่ยวกับตนเอง ครูมีการปฏิบัติอยู่ที่ระดับมาก และด้านที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนสูงที่สุด คือ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น (M = 4.30) โดยครูส่วนใหญ่ชื่นชมการกระทำที่ดีของตนเองให้เด็กฟังด้วยการเล่าเกี่ยวกับการกระทำที่ดีของตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือลักษณะนิสัยที่ดีของตนเอง อุปสรรคที่พบคือ เด็กมักจะเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนรอบตัวและนำไปใช้กับคนอื่น แนวทางแก้ไขคือ ครูควรพูดคุยกับผู้ปกครองเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในห้องเรียนเพื่อสอบถามถึงสาเหตุและขอความร่วมมือในการช่วยปรับพฤติกรรมเด็ก รวมถึงระมัดระวังการแสดงพฤติกรรมทั้งของตนเองทั้งในและนอกห้องเรียน 2) ด้านการชี้แนะมุมมองที่ดีเกี่ยวกับตนเอง ครูมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และด้านที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติสูงที่สุด คือ การสอนเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น (M = 4.61) โดยครูส่วนใหญ่ให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับผลงานของเด็ก ด้วยการนำผลงานของเด็กให้ผู้อื่นชื่นชม บอกสิ่งที่ดีในผลงานของเด็กและให้คำแนะนำเพิ่มเติมโดยไม่นำไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อุปสรรคที่พบคือ เด็กในห้องเรียนมีระดับความสามารถแตกต่างกัน แนวทางแก้ไขคือ ครูต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ธรรมชาติของเด็กและใช้วิธีการชี้แนะที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน 3) ด้านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสำเร็จ พบว่า ครูมีการปฏิบัติอยู่ที่ระดับมาก และด้านที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติสูงที่สุดคือ การกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กเห็นความก้าวหน้า (M …
Optimization Of Energy From Building Integrated Photovoltaic Of High-Rise Buildings In Thailand, Min Khant
Optimization Of Energy From Building Integrated Photovoltaic Of High-Rise Buildings In Thailand, Min Khant
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This project is to find the method to optimize the energy from Building Integrated Photovoltaic System in high rise building. Firstly, the solar irradiance potential of vertical surfaces of high-rise building is analyzed in Bangkok, Thailand. With these irradiance values, the optimal size and placement of BIPV module on east, west and south façades of the building is analyzed in order to minimize the building energy usage from the electricity grid. The BIPV system is optimized using the Genetic Algorithm Optimization method in MATLAB. The output results include the optimal surface area used by BIPV module in east, west and …