Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 2041 - 2070 of 2807

Full-Text Articles in Entire DC Network

Current State And Guidelines For Development Of Thai Teachers Teaching In English Program In Thailand, Chonnikarn Wongsawat Jan 2019

Current State And Guidelines For Development Of Thai Teachers Teaching In English Program In Thailand, Chonnikarn Wongsawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Although a number of previous studies have explored the current state and guidelines for development of teachers teaching in English Program, little research has been conducted regarding beliefs and practices of Thai teachers in the program. This study aimed to investigate the issues addressed above from 34 Thai teachers teaching in English Program at Saunkularb Wittayalai Thonburi School and Saint Gabriel’s College. The results of a questionnaire and a semi-structured interview showed that the teachers’ educational background was consistent with their responsible subject and the majority of the teachers had 1 – 5 years of teaching experience in English Program. …


A Study Of Online Self-Regulation On English Proficiency Among Chinese Efl Undergraduate Students, Yong Yang Jan 2019

A Study Of Online Self-Regulation On English Proficiency Among Chinese Efl Undergraduate Students, Yong Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to 1) explore the online self-regulation used by Chinese EFL students, and 2) investigate the correlation between students’ online self-regulation and their English proficiency. Participants included 101 Chinese undergraduate students enrolled in an English test prep online course at a university in southwestern China. The research instruments consisted of the Online Self-regulated Learning Questionnaire (OSLQ) and National College English Test Band 4 (CET-4). The data were analyzed through descriptive statistics and Pearson correlation coefficient. The results revealed that 1) the participants had a moderate level of using online self-regulatory skills with the highest level for 'Environment Structuring' …


How Many Mutual Funds Do You Need To Create A Diversified Portfolio?, Rujira Lertsawatwong Jan 2019

How Many Mutual Funds Do You Need To Create A Diversified Portfolio?, Rujira Lertsawatwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The goals of this study are to examines diversification benefit when holding multiple equity funds in the portfolio for Thai market and identify the optimal number of equity funds that enough to eliminate diversifiable risk. Moreover, this study examines whether considering adding index funds in the portfolio better reduce portfolio volatility. By creating random portfolio and measure the risks by using historical return, the empirical results suggest that holding multiple funds in the mutual fund portfolio allow investor achieve diversification benefits, but in the decreasing rate. These findings are consistent with previous study of O’Neal (1997), Potter (2001) and Lhabitant …


Is A Self-Employment Skilled Employment? - A Case Study Of Self-Employed With Bachelor’S Degree In Thailand, Kemmika Labkim Jan 2019

Is A Self-Employment Skilled Employment? - A Case Study Of Self-Employed With Bachelor’S Degree In Thailand, Kemmika Labkim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the paper, the research will be focused on self-employed occupations with a bachelor's degree in Thailand to look at the skills require for the self-employed to be hired. The researcher looks further into the Thai labor force survey conducted in 2016, the latest source. The survey shows in detail of self-employed occupations in Thailand with degrees with the total number of 2,284 people in 196 different occupations which counted only those who graduate from bachelor's and above. Hence, in this paper, the researcher looks upon three different sources of information: 2016 Thai labor force National Survey, the skill required …


คลังข้อมูลธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ของธุรกิจผลิต และจำหน่ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์แปรรูป, เพชรรัตน์ ขันติชวโรจน์ Jan 2019

คลังข้อมูลธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ของธุรกิจผลิต และจำหน่ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์แปรรูป, เพชรรัตน์ ขันติชวโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือ กาหยู ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ของไทยที่ผู้คนมักนิยมซื้อเป็นของฝาก และในปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ นับว่าเป็นสินค้าการเกษตรที่สำคัญของไทย และเป็นสินค้าส่งออกที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีอายุที่สามารถเก็บไว้ได้นานแต่ต้องมีการดูแลรักษาอย่างดี เพราะสามารถเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจึงมักไม่ได้คุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ ก่อให้เกิดต้นทุนที่สูง และการผันผวนของราคาและกลไกตลาด เป็นผลให้ธุรกิจเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นการนําเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของธุรกิจในแง่มุมต่างๆ และสามารถเจาะลึกลงไปในปัญหาที่เกิดขึ้นโดยมีข้อมูลประกอบในการตัดสินใจ ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ในการวางแผนกำหนดกลยุทธ์ และตัดสินใจในการบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจผลิต และจำหน่ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์แปรรูป” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ยอดขาย (2) ระบบวิเคราะห์สินค้าคงคลัง (3) ระบบวิเคราะห์ซัพพลายเออร์ (4) ระบบวิเคราะห์การผลิตและควบคุมคุณภาพ และ (5) ระบบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสินค้าที่ลูกค้าซื้อออนไลน์ ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2017 โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop Version 2019.2 และโปรแกรม RapidMiner Studio Version 9.4 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรโดยรวม และเพิ่มความได้เปรียบหรือขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กรอีกด้วย


คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจขายรถยนต์มือสองออนไลน์, เรวัต อินทรวงศ์ Jan 2019

คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจขายรถยนต์มือสองออนไลน์, เรวัต อินทรวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น ทำให้เกิดช่องทางการซื้อขายที่เรียกว่า พาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ หรือ อีคอมเมอรซ์ ขึ้นมา โดยการซื้อขายรถยนต์มือสองก็ถูกนำมาใช้ในช่องทางนี้ด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจเว็บไซต์สื่อกลางขายรถยนต์มือสองต้องพบกับคู่แข่งจำนวนมาก ทั้งคู่แข่งที่เป็นเว็บไซต์สื่อกลางเหมือนกัน เว็บไซต์ของธุรกิจโดยตรง รวมถึงช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์ อย่าง โซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค แฟนเพจ อินสตาแกรม และ ไลน์ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจเว็บไซต์สื่อกลางขายรถยนต์มือสองต้องพยายามพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองให้มีความน่าเชื่อถือสำหรับผู้ซื้อ และสามารถสร้างยอดขายให้แก่ผู้ขายรถมือสองที่เป็นสมาชิกของเว็บไซต์ให้เป็นที่พอใจ นอกจากนั้นแล้วการวิเคราะห์ข้อมูลนับเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญของธุรกิจ โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงขของธุรกิจขายรถยนต์มือสองออนไลน์” ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ลูกค้าธุรกิจ (2) ระบบวิเคราะห์ลูกค้าบุคคล (3) ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ (4) ระบบวิเคราะห์การร้องเรียน และ (5) ระบบพยากรณ์การยกเลิกสัญญาของลูกค้าธุรกิจ ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Studio 2018 โดยใช้โปรแกรม Power BI และ Rapid Miner Studio ในการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบสารสนเทศที่พัฒนาจะช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สื่อกลางขายรถยนต์มือสองสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่างๆ ได้อย่างถูกต้องรวดเร็วและแม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันขององค์กรได้


คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในประเทศไทย, กัลยรัตน์ ศิริภัทรพิพิธ Jan 2019

คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในประเทศไทย, กัลยรัตน์ ศิริภัทรพิพิธ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในทุกปีทุกประเทศทั่วโลกจะถูกประเมินและจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ รวมทั้งสิ้น 137 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดย World Economic Forum (WEF) ประเมินและจัดอันดับในรายงานที่เรียกว่า The Global Competitiveness Report (GCR) และในปี พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2561 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 32 จากทั้งหมด ซึ่งประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น 2 อันดับ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอยู่ที่อันดับที่ 34 แต่เมื่อดูรายละเอียดในแต่ละปัจจัยกลับพบว่าปัจจัยพื้นฐานด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยถูกจัดอันดับการแข่งขันแย่ลง ซึ่งปัจจัยพื้นฐานเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีผลต่อการพัฒนาประเทศทั่วโลก จึงเป็นที่มาของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโครงการนี้ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานด้านสุขภาพมองเห็นภาพรวมและความเชื่อมโยงด้านต่าง ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ตั้งแต่การจัดการการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ และใช้ในการวางแผนงานที่จะรองรับการใช้บริการด้านสาธารณสุข โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในประเทศไทย” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์การตายและสาเหตุการตาย (2) ระบบวิเคราะห์การใช้บริการของผู้ป่วยใน (3) ระบบวิเคราะห์การใช้บริการของผู้ป่วยนอก (4) ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมสุขภาพ และ (5) ระบบวิเคราะห์ทรัพยากรด้านสาธารณสุข ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Management Studio 17 โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2019.1 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีได้อย่างเหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ต่อประชากรไทยได้มากขึ้นอีกด้วย


ระบบแช็ตบอตและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุไปต่างประเทศ, ฑัณฑิกา นันยากรสกุล Jan 2019

ระบบแช็ตบอตและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุไปต่างประเทศ, ฑัณฑิกา นันยากรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ทุกวันนี้การก้าวสู่ยุคดิจิทัลส่งผลให้ธุรกิจต้องปรับตัวรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออี-คอมเมิร์ซ ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และเนื่องจากธุรกิจโลจิสติกส์มีรายละเอียดค่อนข้างมากตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทั้งยังมีปัจจัยเพิ่มเติมในเรื่องของเงื่อนเวลา เทคโนโลยีแช็ตบอตจึงนับเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่จะสามารถช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้แทบทุกที่ทุกเวลาและอย่างชาญฉลาด รวมทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลจากลูกค้าเพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์ต่อด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้อีกด้วย โครงการ “ระบบแช็ตบอตและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุไปต่างประเทศ” ที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบแช็ตบอต (2) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้งานแช็ตบอต (3) ระบบทำนายการสมัครใช้บริการเว็บไซต์ (4) ระบบจัดกลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์ และ (5) ระบบทำนายการเลิกใช้บริการของลูกค้า โดยระบบแช็ตบอตได้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยโปรแกรม DialogFlow และ LINE Messaging API และระบบการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงทั้งหมดได้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยโปรแกรม RapidMiner ร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 Express ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารและผู้ใช้สามารถเพิ่มศักยภาพในการให้บริการลูกค้าของธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุไปต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บข้อมูล การนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กรได้ในระยะยาว


คลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ลักษณะและพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์คนไทย, สุภาวรรณ ทัศนานุตริยกุล Jan 2019

คลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ลักษณะและพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์คนไทย, สุภาวรรณ ทัศนานุตริยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเอื้อให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้และส่งต่อข่าวสารได้อย่างรวดเร็วมากกว่าในอดีต จึงกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้เกือบสมบูรณ์ ขณะเดียวกันในส่วนของภาคธุรกิจได้มีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว การจะทำธุรกิจแบบเดิมนั้นเริ่มขับเคลื่อนได้ยากมากยิ่งขึ้น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Commerce (E-Commerce) มีจุดเด่นด้านความประหยัดในต้นทุนการสื่อสาร ลดความสำคัญของทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น อาคาร พนักงาน และคลังสินค้า เป็นต้น ลดปัญหาทางด้านระยะทาง หรือภูมิศาสตร์ลง อีกทั้งการขจัดอุปสรรคทางด้านระยะทาง หรือพ่อค้าคนกลางยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และขยายกรอบผู้บริโภคให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นดังนั้นผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จึงต้องทำความเข้าใจองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือพฤติกรรมจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสม จึงจะสามารถสร้างโอกาส และความได้เปรียบในการแข่งขันได้ โครงการ “คลังข้อมูลและระบบวิเคราะห์ลักษณะและพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์คนไทย” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ภาพรวมของผู้บริโภคออนไลน์ ระบบวิเคราะห์กิจกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต ระบบวิเคราะห์การซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ระบบวิเคราะห์ภาพรวมของผู้บริโภคที่ไม่ใช้บริการออนไลน์ และระบบจัดกลุ่มผู้บริโภคออนไลน์ โดยพิจารณาจากปัจจัยอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ กิจกรรมทางอินเทอร์เน็ต สินค้าและบริการที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ช่วงค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการต่อหนึ่งครั้ง ซึ่งระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Management Studio 18 ระบบจัดการข้อมูล Microsoft SQL Data Tools 17 และใช้เครื่องมือในการออกรายงาน Tableau Desktop Professional Edition Version 2020.1 ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวม และสามารถวิเคราะห์ลักษณะและพฤติกรรมลูกค้าออนไลน์คนไทยในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการวางแผน และกำหนดกลยุทธ์ให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้


คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา, สุรศักดิ์ เจริญฟูประเสริฐ Jan 2019

คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา, สุรศักดิ์ เจริญฟูประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การกวดวิชาเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายสำหรับผู้เรียนทุกระดับชั้นในประเทศไทย ทำให้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเกิดขึ้นจำนวนมากทั้งในกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดในประเทศไทย การเติบโตของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาอย่างรวดเร็ว รวมถึงจำนวนประชากรในช่วงวัยเรียนที่ลดลง ส่งผลให้ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาแต่ละแห่งมีส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลง ทำให้โรงเรียนกวดวิชาหลายสถาบันจำเป็นต้องปรับตัวเองเพื่อให้อยู่ในสถานะที่พร้อมแข่งขัน โดยปรับรูปแบบการเรียนให้เป็นการเรียนผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือรูปแบบออนไลน์ ที่ผู้เรียนสามารถกำหนดเวลาเริ่ม-เลิก และจำนวนชั่วโมงเรียนได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งการให้บริการเสริมกับผู้เรียน เช่น มีเฉลยแบบฝึกหัดอย่างละเอียดและการให้บริการตอบข้อสงสัยของผู้เรียนผ่านระบบสารสนเทศ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารจึงมีความความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การวางมาตรการหรือแผนนโยบายของผู้บริหารตอบสนองกับความท้าทายของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา” นี้ ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์การลงทะเบียนเรียน ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียน ระบบวิเคราะห์คำถาม ระบบวิเคราะห์การลงทะเบียนเรียนรูปแบบออนไลน์ และระบบจำแนกคำถามของผู้เรียน โดยพิจารณาจากปัจจัยทางด้านการสมัครเรียน การเข้าเรียน และการถามคำถามของผู้เรียน ระบบสารสนเทศนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2018 ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของโปรแกรม Tableau Desktop Professional Edition Version 2019.4 และใช้เครื่องมือ Jupyter Notebook (Anaconda 3) ในการสร้างแบบจำลอง โดยระบบที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาในมุมมองต่าง ๆ ได้ทันสถานการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจขององค์กร


คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจโรงแรมขนาดกลาง, สมาน มะโนแก้ว Jan 2019

คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจโรงแรมขนาดกลาง, สมาน มะโนแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย, ปาริฉัตร เจือเพ็ชร์ Jan 2019

คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย, ปาริฉัตร เจือเพ็ชร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันธุรกิจจัดสรรบ้านและที่ดินเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูงมาก เพราะมีผู้ประกอบการในตลาดมากราย แต่ละรายก็เน้นที่จะเพิ่มยอดขายและทำกำไรให้สูงขึ้น ทำให้ปริมาณการก่อสร้างบ้านมีมากกว่ากำลังซื้อบ้านจัดสรรจำเป็นต้องสร้างเป็นการล่วงหน้า และกว่าจะแล้วเสร็จต้องใช้เวลาหลายเดือน ถ้าเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อตกลง จะมีสินค้าคงค้างเหลือขายในตลาดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้ขายบ้านได้ผู้จัดสรรจำเป็นต้องลดราคาลง ทำให้การแข่งขันยิ่งรุนแรงขึ้น ยอดขายโดยรวมจะลดลง ขณะที่ต้นทุนยังสูงอยู่ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ ช่วยในการวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการกำหนดกลยุทธ์ ลดการปลูกสร้างบ้านล่วงหน้าไม่ให้มีจำนวนมากเกินไป ควบคุมต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ต่อไป โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (2) ระบบวิเคราะห์รายได้และกำไรขั้นต้น (3) ระบบวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายทางการตลาด (4) ระบบวิเคราะห์สินค้าคงค้าง และ (5) ระบบวิเคราะห์คู่แข่ง ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 Developer โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2019.4.3 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่บริษัทโดยรวม และเพิ่มความได้เปรียบหรือขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทอีกด้วย


ระบบสนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ด้วยเทคนิครีอินฟอร์สเม้นท์เลิร์นนิ่ง, วัฒน์ วัฒนการุณ Jan 2019

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ด้วยเทคนิครีอินฟอร์สเม้นท์เลิร์นนิ่ง, วัฒน์ วัฒนการุณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันผู้คนเริ่มมีความกังวลกับการมีรายได้ทางเดียว ทำให้มีความพยายามที่จะหาหนทางสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากงานประจำ เช่น การหารายได้เสริม การขายของทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ หรือสิ่งที่คนมักจะพูดถึงคือ การลงทุน การลงทุนคือการที่ใช้จ่ายเงินสดรูปแบบหนึ่งในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังได้รับผลตอบแทนจากการใช้จ่ายนั้นในอนาคต ซึ่งผู้ลงทุนเชื่อว่าเงินสดหรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่จะได้รับนั้น จะสามารถชดเชยระยะเวลา อัตราเงินเฟ้อ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างคุ้มค่า หรืออาจกล่าวได้ในอีกมุมหนึ่งว่าการลงทุนหมายถึง การออมเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น ซึ่งจะต้องยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน การตัดสินใจนำเงินออมมาลงทุน จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การเรียนรู้ของเครื่องได้รับความสนใจจากทางด้านบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน โดยมีการนำเทคนิค การเรียนรู้แบบมีผู้สอน การเรียนรู้แบบไม่มีผู้สอน และ รีอินฟอร์สเม้นท์เลิร์นนิ่ง มาใช้ในการทำนายราคา หรือ สนับสนุนการตัดสินใจลงทุน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ระบบสนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายเงินตราต่างประเทศด้วยเทคนิครีอินฟอร์สเม้นท์เลิร์นนิ่งพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจลงทุนซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ โดยประกอบด้วย 3 ระบบหลัก คือ ระบบผู้ใช้งาน, ระบบสร้างโมเดล, ระบบการประเมินผลตอบแทนและแนะนำการลงทุน ระบบนี้พัฒนาด้วยภาษา Python, HTML, CSS ระบบจัดการฐานข้อมูล SQLite ในส่วนของการพัฒนาตัวแบบด้วยเทคนิครีอินฟอร์สเม้นท์เลิร์นนิ่ง พัฒนาโดยการใช้ Keras ซึ่งเป็นไลบราลี่สำหรับพัฒนาตัวแบบการเรียนรู้เชิงลึก ที่มี TensorFlow เป็นฐาน


การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันและแช็ทบอทของธุรกิจขายเสื้อผ้า, ปาลิตา อนันตนิติเวทย์ Jan 2019

การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันและแช็ทบอทของธุรกิจขายเสื้อผ้า, ปาลิตา อนันตนิติเวทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบัน ภาวะการแข่งขันของธุรกิจขายเสื้อผ้าค้าปลีกต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่งรายอื่น ๆ เนื่องด้วยการขายเสื้อผ้าเป็นที่นิยมอย่างมากประกอบกับปัจจุบันการเข้ามาของอินเตอร์เน็ตทำให้ผู้คนนิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์กันมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวและเพิ่มเติมช่องทางจำหน่ายสินค้าทั้งการมีเว็บไซต์ของร้านค้า การขายสินค้าในโซเชียลมีเดีย และการขายสินค้าในมาร์เก็ตเพลส การเพิ่มเติมช่องทางการจำหน่ายนี้ล้วนเป็นช่องทางที่มีต้นทุนไม่สูงนักจึงทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีช่องทางเหล่านี้เป็นพื้นฐาน ผู้ประกอบการใดที่ขาดพื้นฐานนี้ไปอาจทำให้สูญเสียลูกค้าไปได้เพราะลูกค้าต้องการซื้อสินค้าจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือและให้ความสะดวกแก่ลูกค้าในการซื้อสินค้า และปัจจุบันปัญหาที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่พบคือเมื่อสินค้าได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น การตอบสนองต่อลูกค้าจึงทำได้ช้าลง ทำให้ปัจจุบันการเข้ามาของเทคโนโลยีแช็ทบอทเป็นที่น่าสนใจ การตอบสนองลูกค้าได้ทันท่วงทีทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจนี้ทำให้เป็นจุดแข็งที่สามารถแข่งขันในภาวะปัจจุบันนี้ได้ โครงการ “การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันและแช็ทบอทของธุรกิจขายเสื้อผ้า” ประกอบด้วย 7 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบจัดการสิทธิ์ในการเข้าระบบ (2) ระบบจัดการข้อมูลหลัก (3) ระบบจัดการการขายสินค้า (4) ระบบจัดการการจัดส่งสินค้า (5) ระบบตอบโต้โดยแช็ทบอทผ่านไลน์แอปพลิเคชัน (6) ระบบสารสนเทศสาหรับผู้บริหาร และ (7) ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมสมาชิก ในส่วนของเว็บแอปพลิเคชันได้ถูกพัฒนาด้วยซอฟต์แวร์ Apache, PHP และ phpMyAdmin โดยใช้ฐานข้อมูล MySQL และภาษาที่ใช้ในการพัฒนาคือ HTML, PHP, CSS และ JavaScript ในส่วนของแช็ทบอทถูกพัฒนาด้วย Dialogflow, ngrok และ LINE Messaging API และในส่วนคลังข้อมูลถูกพัฒนาบนฐานข้อมูล Microsoft SQL Server โดยใช้โปรแกรม Tableau Desktop ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการอื่นได้ สามารถเข้าถึงตลาดกลุ่มเป้าหมายและตอบสนองต่อลูกค้าได้ทันท่วงที อีกทั้งคลังข้อมูลยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรโดยรวม


ประสิทธิภาพในการประสานรอยแตกของมอร์ตาร์ซ่อมแซมตัวเองโดยใช้สปอร์ของแบคทีเรียประเภทชักนำให้เกิดการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนต, วนาลี ภานุพรประพงศ์ Jan 2019

ประสิทธิภาพในการประสานรอยแตกของมอร์ตาร์ซ่อมแซมตัวเองโดยใช้สปอร์ของแบคทีเรียประเภทชักนำให้เกิดการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนต, วนาลี ภานุพรประพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการซ่อมแซมตัวเองของมอร์ตาร์ที่ผสมไมโครแคปซูลของสปอร์แบคทีเรียชนิดชักนำให้เกิดการตกตะกอนของแคลเซียมคาร์บอเนต โดยห่อหุ้มสปอร์ของแบคทีเรียด้วยโซเดียมอัลจิเนตเพื่อให้สปอร์สามารถดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมของการขึ้นรูปมอร์ตาร์ได้ ปริมาณไมโครแคปซูลที่เลือกใช้ในการศึกษา คือ ร้อยละ 0, 0.5 และ 1.0 โดยน้ำหนักของซีเมนต์ ชนิดตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ มอร์ตาร์รูปทรงลูกบาศก์ ขนาด 50 มม. สำหรับทดสอบกำลังรับแรงอัดประลัยที่ 28 วัน และมอร์ตาร์รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีรอยบากบริเวณฐาน ขนาด 280 x 177.5 x 50 มม. สำหรับทดสอบประสิทธิภาพในการซ่อมแซมรอยแตก ซึ่งวัดผลจากความกว้างและพื้นที่รอยแตกด้วยกระบวนการประมวลผลภาพจากภาพถ่ายดิจิตอล จากการศึกษาพบว่าไมโครแคปซูลที่บรรจุสปอร์ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการซ่อมแซมรอยแตกเพิ่มขึ้น โดยมอร์ตาร์ที่มีปริมาณไมโครแคปซูลร้อยละ 1.0 สามารถซ่อมแซมรอยแตกได้สมบูรณ์ที่รอยแตกกว้างที่สุดขนาด 0.8 มม. ภายใน 3 วันหลังจากพ่นน้ำ นอกจากนี้ยังศึกษาผลของปริมาณไมโครแคปซูลต่อกำลังรับแรงอัดประลัยที่ 28 วัน ความพรุน และการดูดซึมน้ำของมอร์ตาร์ จากผลการทดสอบพบว่าปริมาณไมโครแคปซูลไม่ส่งผลต่อกำลังรับแรงอัดประลัยที่ 28 วัน ความพรุน และการดูดซึมน้ำของมอร์ตาร์ อย่างไรก็ตามเมื่อเติมสารอาหารสำหรับแบคทีเรียลงในมอร์ตาร์จะส่งผลให้กำลังรับแรงอัดประลัยที่ 28 วันของมอร์ตาร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


การโตแบบหลายชั้นในกระบวนการอะลูมิไนซิงของนิกเกิลบริสุทธิ์ที่ปรับปรุงด้วยซิลิคอน, ปรเมศวร์ เดชธรรมรงค์ Jan 2019

การโตแบบหลายชั้นในกระบวนการอะลูมิไนซิงของนิกเกิลบริสุทธิ์ที่ปรับปรุงด้วยซิลิคอน, ปรเมศวร์ เดชธรรมรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัสดุนิกเกิลและโลหะผสมนิกเกิลมักเกิดปัญหาในการใช้งานที่อุณหภูมิสูงจากออกซิเดชั่นจึงมีการทำอะลูมิไนซิงเพื่อปกป้องผิวของวัสดุ โดยอะลูมิไนซิงคือกระบวนการในการปรับปรุงผิวด้วยการเพิ่มอะลูมิเนียมเข้าไปยังชิ้นงานเพื่อสร้างชั้นสารประกอบขึ้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวถูกควบคุมด้วยวิธีการแพร่ดังนั้นการโตของชั้นสารประกอบจึงแปรผันกับอุณหภูมิและเวลา ในการประมาณค่าความหนาของชั้นสารประกอบที่เกิดขึ้นหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญคือค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ของตัวแพร่ซึ่งขึ้นอยู่กับสัดส่วนทางเคมีของเนื้อพื้นในวัสดุ งานวิจัยจึงพัฒนาแบบจำลองที่ใช้ในการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ด้วยระเบียบวิธีผลต่างสืบเนื่อง เพื่อศึกษาถึงกลไกการโตของชั้นสารประกอบโดยมีสมมุติฐานข้างต้นดังนี้ ก. มีเพียงการแพร่เข้าของอะลูมิเนียมเท่านั้นและไม่มีการแพร่ออก ข. ค่าความเข้มข้นที่ผิวและรอยต่อเฟสมีค่าคงที่และคำนวณจากแผนภูมิเฟส โดยงานวิจัยได้มีการรตรวจสอบความแม่นยำของแบบจำลองด้วยการเปรียบเทียบความหนาของชั้นสารประกอบที่ได้จากแบบจำลองในการทำอะลูมิไนซิงบนชิ้นงานนิกโครมโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์การแพร่เดียวกันซึ่งให้ผลไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นจึงปรับใช้แบบจำลองในการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การแพร่แบบตัวแพร่ 1 ชนิดของอะลูมิเนียมในชิ้นงาน Inconel 738 และในชิ้นงาน Haynes 214 และแบบตัวแพร่ 2 ชนิดโดยมีอะลูมิเนียมและซิลิคอนเป็นตัวแพร่ในชิ้นงานนิกเกิลบริสุทธิ์ ซึ่งในกรณีของตัวแพร่แบบ 1 ชนิดพบว่า frequency factor (D0) และ activation energy (Q) ของอะลูมิเนียมในชิ้นงาน Inconel 738 ในช่วงอุณหภูมิ มีค่าเท่ากับ 4.10×10-5 m2·s-1 และ 144.7 kJ∙mol-1 ตามลำดับและในกรณีของชิ้นงาน Haynes 214 มีค่าของ D0 และ Q เท่ากับ 4.73×10-5 m2·s-1 และ 142.5 kJ∙mol-1 และในส่วนของการแพร่แบบ 2 ชนิดพบว่ามีค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ดังนี้ DAl/NI2Al3 = 3.5 × 10-11 m2∙s-1 DAl/NIAl = 1.2 × 10-13 m2∙s-1 DSi/NI2Al3 = 3.5 × 10-11 m2∙s-1 และ DSi/NIAl = 1.0 × 10-14 m2∙s-1


แบบจำลองการตัดสินใจของรัฐเพื่อการต่อสัญญาสัมปทานโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมภายใต้ความไม่แน่นอนโดยวิธีเรียลออปชัน, อภิชัย รักประสงค์ Jan 2019

แบบจำลองการตัดสินใจของรัฐเพื่อการต่อสัญญาสัมปทานโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมภายใต้ความไม่แน่นอนโดยวิธีเรียลออปชัน, อภิชัย รักประสงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้สัญญาร่วมลงทุน (Public Private Partnership, PPP) ที่ใกล้สิ้นสุดสัญญา กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการต้องว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินการโครงการซึ่งอาจมีได้หลายรูปแบบ โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินและความเสี่ยงใน 3 แนวทาง ได้แก่ (1) รัฐรับผิดชอบในการดำเนินโครงการเอง (2) รัฐต่อสัญญาโดยวิธี PPP Net Cost และ (3) รัฐต่อสัญญาโดยวิธี PPP Gross Cost สำหรับประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบโครงการ แบบจำลองเพื่อวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินและความเสี่ยงที่ใช้ในการศึกษา มีขั้นตอนดังนี้ (1) สร้างแบบจำลองทางการเงินของโครงการในแต่ละทางเลือก โดยใช้โครงการทางด่วนศรีรัชเป็นกรณีศึกษา (2) พยากรณ์ปริมาณจราจรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ โดยวิธี Double Moving Average, Standard Normal Probability และ Geometric Brownian Motion (3) วิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินที่รัฐและเอกชนคาดว่าจะได้รับ โดยใช้อัตราคิดลดที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของกระแสเงินในโครงการ (4) วิเคราะห์ความอ่อนไหว เพื่อระบุตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนทางการเงินของโครงการ ผลที่ได้จากการวิเคราะห์พบว่า รัฐควรเลือกใช้สัญญา PPP Gross Cost ในการต่อสัญญา เพราะเป็นแนวทางที่คาดว่ารัฐจะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และผลจากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวพบว่า ตัวแปรเสี่ยงจราจรที่มีผลกระทบต่อผลตอบแทนทางการเงินมากที่สุด คือ ปริมาณจราจรสาย A-B ส่วนตัวแปรเสี่ยงค่าใช้จ่ายดำเนินการที่มีผลกระทบมากที่สุด คือ งานจัดเก็บค่าผ่านทาง ในการศึกษานี้จึงได้เสนอการจัดการความเสี่ยงโดยการใช้สัญญาสัมปทานระยะสั้นและใช้วิธีเรียลออปชั่นในการประเมินมูลค่าในการต่อสัญญาถัดไป เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของรัฐและภาคเอกชน


การพัฒนาแอปพลิเคชันจำแนกความสุกผลทุเรียนจากเสียงเคาะโดยใช้โครงข่ายประสาทคอนโวลูชัน, เวียงชัย คาระมาตย์ Jan 2019

การพัฒนาแอปพลิเคชันจำแนกความสุกผลทุเรียนจากเสียงเคาะโดยใช้โครงข่ายประสาทคอนโวลูชัน, เวียงชัย คาระมาตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ทุเรียนเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ได้รับความนิยมในการบริโภคภายในประเทศไทย การตรวจสอบความสุกของทุเรียนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการซื้อขายในตลาดผลไม้และการส่งออก การตรวจสอบความสุกทุเรียนสามารถตรวจสอบได้หลายวิธี ในวิทยานิพนธ์เล่มนี้ใช้วิธีเคาะและฟังเสียงเพื่อบอกความสุก ปกติการฟังเสียงจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการฟัง ดังนั้นจึงได้ออกแบบแอปพลิเคชันจำแนกความสุกผลทุเรียนจากเสียงเคาะโดยใช้โครงข่ายประสาทคอนโวลูชัน การเก็บข้อมูลเสียงเคาะทุเรียนได้รับคำแนะนำจากพ่อค้าคนกลางในจังหวัดจันทบุรีและบอกว่าทุเรียนที่เคาะมีความสุกในระดับใด การเก็บข้อมูลเสียงใช้ตัวอย่างทุเรียนพันธุ์หมอนทองจำนวน 30 ลูก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามระดับความสุก ได้แก่ ทุเรียนสุก ทุเรียนสุกปานกลาง และทุเรียนไม่สุก กลุ่มละ 10 ลูก จากนั้นนำเสียงเคาะมาเพื่อแยกชุดข้อมูลเสียงสำหรับการเรียนรู้ ความยาวเสียงประมาณ 0.3 วินาที หรือความยาวที่ครอบคลุมเสียงเคาะหนึ่งครั้ง กระบวนการเรียนรู้ใช้การกระบวนการเรียนรู้เชิงลึกแบบคอนโวลูชัน (CNN) และกระบวนการการสกัดคุณลักษณะของเสียงด้วยสัมประสิทธิ์เมลฟรีเคว็นซีเซปสตรอล (MFCC) จากการทดลองพบว่าค่าความถูกต้องของแบบจำลองมีความถูกต้อง 90.78% สำหรับชุดข้อมูลตรวจสอบความถูกต้อง และความถูกต้อง 89.47% สำหรับชุดข้อมูลทดสอบ เมื่อได้แบบจำลองแล้วนำไปใช้ในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อสะดวกต่อการใช้งานของผู้บริโภคและชาวสวนทุเรียน การออกแบบแอปพลิเคชันเป็นการส่งข้อมูลผ่านระบบ HTTP Protocol ที่อยู่ในรูปแบบเอพีไอ


การตรวจจับการหกล้มของผู้สูงอายุโดยใช้โมดูลกล้องพร้อมระบบแจ้งเตือน, จันทิมา ทุมมะลา Jan 2019

การตรวจจับการหกล้มของผู้สูงอายุโดยใช้โมดูลกล้องพร้อมระบบแจ้งเตือน, จันทิมา ทุมมะลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันวิสัยทัศน์คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการดูแลสุขภาพเพื่อช่วยและแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลในสถานพยาบาลหรือภายในบ้าน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เสนอระบบการตรวจจับการหกล้มของผู้สูงอายุโดยใช้โมดูลกล้องพร้อมระบบแจ้งเตือน การประยุกต์ใช้เทคนิคการประมวลผลภาพคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยในการดูแลผู้สูงอายุ ระบบทำงานเสมือนเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจจับกิจกรรมของผู้สูงอายุและสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลทันทีที่ตรวจพบการหกล้ม ระบบแบ่งกลุ่มกิจกรรมออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กิจวัตรประจำวัน (เช่น เดิน นั่ง และวิ่ง) และกิจกรรมที่ไม่ปกติ (การหกล้ม) การตรวจจับการหกล้มแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน: ขั้นตอนที่หนึ่งระบบใช้แบบจำลองภาพประวัติการเคลื่อนไหว เพื่อคำนวณค่าประมาณการเคลื่อนไหวในช่วงระยะเวลาหนึ่งและคำนวณเป็นตัวเลขในค่าเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหว เมื่อระบบตรวจจับได้ว่ามีเคลื่อนไหวมากกว่า 65% จากขั้นตอนที่หนึ่ง ระบบวิเคราะห์การเสียรูปทรงของคนด้วย 3 พารามิเตอร์ คือ อัตราส่วน ค่าความเร็วการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะ ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถตรวจจับการหกล้มได้อย่างถูกต้องที่ความแม่นยำ 93.3% ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีสิ่งของบดบังคนและในพื้นที่ที่มีแสงสว่างคงที่


ระบบแจ้งเตือนการช่วยเหลือผู้ป่วยบนพื้นฐานการติดตามท่ามือและขั้นตอนวิธีเหมือนฮาร์ที่ถูกดัดแปร, ธนภัทร รัชธร Jan 2019

ระบบแจ้งเตือนการช่วยเหลือผู้ป่วยบนพื้นฐานการติดตามท่ามือและขั้นตอนวิธีเหมือนฮาร์ที่ถูกดัดแปร, ธนภัทร รัชธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (Human-Computer Interaction: HCI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา โดยหนึ่งในการประยุกต์ใช้ที่สำคัญคือการใช้งานด้านการแพทย์ งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นไปที่การออกแบบระบบที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้วยการสื่อสารด้วยเสียงสามารถติดต่อกับผู้ดูแลได้โดยง่ายโดยใช้การแสดงท่าทางมือ ซึ่งได้ใช้อุปกรณ์เป็น Raspberry Pi ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กและราคาถูกเพื่อที่จะสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้โดยง่าย สำหรับการทำงานของระบบนั้นได้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ในส่วนแรกระบบจะตรวจหาท่ากำมือเพื่อใช้เป็นสัญญาณในการเริ่มระบบแจ้งเตือน ซึ่งได้ใช้กระบวนวิธีแบบฮาร์สำหรับการตรวจจับ ผลการทดลองพบว่ามีความแม่นยำในการตรวจจับสูงโดยมีค่า F1-Score อยู่ที่ 0.991 ส่วนที่สองระบบจะรับภาพที่ได้จากการตรวจจับในตอนแรกเพื่อกำหนดพื้นที่และทำการแบ่งส่วนพื้นผิวมนุษย์ (Human Skin Segmentation) เพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูลภาพ ก่อนที่จะส่งภาพไปยังโครงข่ายประสาทแบบคอนโวลูชั่นเพื่อจำแนกท่าทางนิ้วมือ 1 - 5 นิ้ว โดยในงานวิจัยนี้ได้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ MobileNetV2 ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสำหรับการจำแนก และได้ใช้ภาพมือขาว/ดำจำนวน 19,000 ภาพสำหรับการฝึกสอนโมเดล โดยผลลัพธ์จากการจำแนกท่ามือมีความถูกต้องมากกว่า 96% ผลลัพธ์ที่ได้จากการจำแนกท่ามือจะถูกแปลเป็นข้อความตามที่ได้กำหนดไว้และส่งไปยังแอพพลิเคชั่น LINE ของผู้ดูแลต่อไป วิธีการนี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถสือสารกับผู้ดูแลได้โดยง่ายและยังช่วยลดความตึงเครียดของผู้ดูเลเนื่องจากไม่จำเป็นต้องอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา


การประยุกต์ใช้โครงข่ายประสาทเพื่อตรวจจับเซลล์หลายชนิดผ่านกล้องจุลทรรศน์เชิงซ้อนด้วยตัวรับรู้ภาพ, ณัทกร เกษมสำราญ Jan 2019

การประยุกต์ใช้โครงข่ายประสาทเพื่อตรวจจับเซลล์หลายชนิดผ่านกล้องจุลทรรศน์เชิงซ้อนด้วยตัวรับรู้ภาพ, ณัทกร เกษมสำราญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สำหรับงานทางด้านการตรวจหาและนับจำนวนเซลล์ภายในห้องปฏิบัติการ จะให้ความสำคัญในการวิเคราะห์จำนวนเซลล์ เช่น การตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจาระ เสมหะ เป็นต้น จากการมองด้วยตาผ่านกล้องจุลทรรศน์นานนับชั่วโมงติดต่อกันและเป็นลักษณะงานทำซ้ำจะส่งผลให้เกิดอาการล้าสายตาจนก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ จึงมีแนวคิดในการสร้างอุปกรณ์ที่ช่วยลดระยะเวลาในการนับคัดแยกเซลล์ขนาดเล็กที่มีความแม่นยำอย่างอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การวินิจฉัยโรคทำได้รวดเร็วมากขึ้นเป็น ชุดกล้องอัจฉริยะ “ไมโครซิสดีซีเอ็น” สำหรับกล้องจุลทรรศน์ (“MicrosisDCN” intelligent camera for microscope : Microbes Diagnosis with Deep Convolutional Neural Network) สำหรับแยกชนิดและนับจำนวนเซลล์ขนาดเล็กด้วยโครงข่ายประสาท เป็นชุดอุปกรณ์สำหรับสวมชุดกล้องเข้ากับท่อเลนส์ใกล้ตา (Eyepiece lens tube) ของกล้องจุลทรรศน์เชิงซ้อน (Compound microscope) สามารถบ่งบอกจำนวนเซลล์ขนาดเล็กด้วยโครงข่ายประสาทที่นับได้ในพื้นที่มาตรฐานการมองเห็นของชุดกล้อง จากพื้นที่ขอบเขตการมองเห็นของตัวรับรู้ภาพภายในชุดกล้องมีหน่วยเป็น 11.89 40X “field images” to equal standard area หรือ 11.9 คูณจำนวนเซลล์ต่อ HPF (High Power Field) ระบบมีความสามารถในการจำแนกเซลล์ขนาดเล็ก 3 คลาส ได้แก่ เม็ดเลือดแดง (Red blood cell : RBC) เม็ดเลือดขาว (White blood cell : WBC) และเกล็ดเลือด (Platelets) ที่มีค่า Mean Average Precision (mAP) สูงถึง 0.8681 หรือร้อยละ 86.81 และค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (Mean Absolute Error : MAE) ของ RBC 1.06 WBC 0.06 และ Platelets 4.23


การซิงโครไนซ์สัญลักษณ์โอเอฟดีเอ็มบนช่องสัญญาณเฟดดิงแบบพหุวิถี, พฤกษ์ สระศรีทอง Jan 2019

การซิงโครไนซ์สัญลักษณ์โอเอฟดีเอ็มบนช่องสัญญาณเฟดดิงแบบพหุวิถี, พฤกษ์ สระศรีทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอวิธีการซิงโครไนซ์สัญลักษณ์โอเอฟดีเอ็มบนช่องสัญญาณเฟดดิงแบบพหุวิถี เพื่อหาตำแหน่งเริ่มต้นของสัญลักษณ์โอเอฟดีเอ็มที่ทำให้ได้รับข้อมูลได้อย่างถูกต้อง โดยได้เสนอวิธีการซิงโครไนซ์สองวิธีที่แตกต่างกัน วิธีแรกคือการซิงโครไนซ์ด้วยไซคลิกพรีฟิกซ์ร่วมกับการประมาณค่าการแผ่เวลาประวิงของช่องสัญญาณที่มีการแผ่ออกทางเวลาเพื่อประมาณค่าตำแหน่งเริ่มต้นที่แท้จริงของสัญลักษณ์โอเอฟดีเอ็ม ส่วนวิธีที่สองเสนอการหาค่าต่ำสุดของผลต่างกำลังงานของคลื่นพาห์ย่อยระหว่างเวลาที่ติดกัน เพื่อหาช่วงเวลาที่ปลอดภัยจากการแทรกแซงระหว่างสัญลักษณ์ จากผลการทดสอบวิธีแรกพบว่า การซิงโครไนซ์ร่วมกับการประมาณการแผ่เวลาประวิงซึ่งไม่ต้องการความรู้ช่องสัญญาณเพิ่มเติมสามารถให้สมรรถนะที่เทียบเคียงได้กับวิธีการซิงโครไนซ์ด้วยไซคลิกพรีฟิกซ์แบบดั้งเดิมที่ใช้ข้อมูลเวลาประวิงกำลังงาน ในส่วนผลการทดสอบวิธีที่สองนั้นพบว่า การหาค่าต่ำสุดของผลต่างกำลังงานของคลื่นพาห์ย่อยระหว่างเวลาที่ติดกันสามารถให้สมรรถนะที่เหนือกว่าวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ผลต่างกำลังงานเช่นเดียวกันเป็นอย่างมาก อีกทั้งสามารถทำงานในช่องสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะแก่การนำไปประยุกต์ใช้กับภาครับในยานพาหนะความเร็วสูง


การประเมินการส่งผ่านข้อมูลส่วนตัวของเเอปพลิเคชันโดยวิเคราะห์จากนโยบายความเป็นส่วนตัว, เมธัส นาคเสนีย์ Jan 2019

การประเมินการส่งผ่านข้อมูลส่วนตัวของเเอปพลิเคชันโดยวิเคราะห์จากนโยบายความเป็นส่วนตัว, เมธัส นาคเสนีย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โมไบล์เเอปพลิเคชันในปัจจุบันได้ขอเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการเพื่อที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาการให้บริการ เช่น ข้อมูลส่วนตัว อีเมล ซึ่งการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้มีทั้งจุดประสงค์ในการใช้ข้อมูลในทางที่ดีเเละไม่ดี จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใช้บริการควรตระหนักถึง ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบรายละเอียดการนำข้อมูลไปใช้จากเเหล่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ได้เเก่ นโยบายความเป็นส่วนตัว เเต่เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวมีข้อความที่ยาวเเละทำความเข้าใจได้ยาก ผู้ใช้บริการอาจพลาดส่วนสำคัญจากการอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ ดังนั้นวิทยานิพนธ์นี้จึงได้ตั้งข้อสมมุติฐานเพื่อทำการพิสูจน์สมมุติฐานว่าการประเมินการส่งผ่านข้อมูลส่วนตัวของเเอปพลิเคชันสามารถวิเคราะห์ได้จากข้อความในนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือไม่ โดยการใช้การเรียนรู้ด้วยเครื่องเข้ามาช่วยเพื่อที่จะประเมินการส่งผ่านของข้อมูลส่วนตัวเเทนการอ่านจากนโยบายความเป็นส่วนตัว


เครื่องมือวิเคราะห์แบบรวมสำหรับการแปรผันของจำนวนชุดดีเอ็นเอบนลำดับเอ็กโซม, เสาวภาค จันทร์วิกูล Jan 2019

เครื่องมือวิเคราะห์แบบรวมสำหรับการแปรผันของจำนวนชุดดีเอ็นเอบนลำดับเอ็กโซม, เสาวภาค จันทร์วิกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาการแปรผันของจำนวนชุดดีเอ็นเอบนลำดับเอ็กโซม หรือที่เรียกว่าการศึกษาซีเอ็นวีบนเอ็กโซม เป็นหนึ่งในการศึกษาการแปรผันเชิงโครงสร้างของสารพันธุกรรมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน การศึกษานี้สามารถช่วยนักวิจัยให้เข้าใจวิวัฒนาการของมนุษย์ การวินิจฉัยโรค และการตอบสนองต่อยาที่ใช้รักษาโรคได้ แต่ในขณะเดียวกันการศึกษานี้ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอ็กโซมมาพร้อมกับค่าผลบวกเท็จสูงมาก และเมื่อนำเอ็กโซมที่มีค่าผลบวกเท็จสูงนี้มาตรวจจับหาการแปรผันของจำนวนชุดดีเอ็นเอบนลำดับเอ็กโซมก็ยิ่งก่อให้เกิดค่าผลบวกเท็จสูงยิ่งขึ้น อีกทั้งการแปรผันนี้ยังมีคุณลักษณะที่หลากหลายทำให้นักวิจัยไม่สามารถสร้างเครื่องมือตรวจจับที่ครอบคลุมคุณลักษณะทั้งหมดได้ นักวิจัยได้พยายามจัดการกับปัญหานี้ด้วยการสร้างเครื่องมือตรวจจับการแปรผันจำนวนมากที่มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามยังไม่มีเครื่องมือตรวจจับการแปรผันเครื่องมือใดสามารถแก้ปัญหานี้ได้ อีกทั้งเครื่องมือตรวจจับการแปรผันส่วนใหญ่ขาดความสะดวก และความยืดหยุ่นในการใช้งาน เช่น ผู้ใช้ต้องติดตั้งเครื่องมือตรวจจับการแปรผันผ่านทางคอมมานไลน์ เครื่องมือตรวจจับไม่ให้คำอธิบายประกอบให้กับการแปรผันที่ตรวจจับได้ และไม่เปิดเผยข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล เป็นต้น จากปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงสร้างเครื่องมือตรวจจับการแปรผันของจำนวนชุดดีเอ็นเอบนลำดับเอ็กโซมแบบบูรณาการในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันซึ่งง่ายต่อการติดตั้งที่ชื่อว่า “อินซีเอ็นวี” เครื่องมือนี้สามารถรวมผลลัพธ์จากเครื่องมือตรวจจับซีเอ็นวีหลายเครื่องมือเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับการแปรผัน หาความสัมพันธ์ของการแปรผันจากหลายตัวอย่างเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค และจำกัดความเป็นไปได้ในการค้นพบการแปรผันตำแหน่งใหม่ที่ยังไม่เคยถูกรายงานในฐานข้อมูลการแปรผันทางพันธุกรรม เป็นต้น


เครื่องมือทดสอบแบบจำลองบีพีเอ็มเอ็นด้วยวีคมิวเทชัน, ชาตรี งามเบญจวงศ์ Jan 2019

เครื่องมือทดสอบแบบจำลองบีพีเอ็มเอ็นด้วยวีคมิวเทชัน, ชาตรี งามเบญจวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แบบจำลองบีพีเอ็มเอ็นเป็นแบบจำลองที่ใช้สำหรับอธิบายกระบวนการทางธุรกิจ และถูกพัฒนาให้สามารถประมวลผลได้บนเครื่องประมวลผลแบบจำลอง จึงจำเป็นต้องทดสอบความถูกต้องของแบบจำลองตามเงื่อนไขทางธุรกิจ นักทดสอบจึงได้นำเสนอวิธีการสร้างกรณีทดสอบที่แตกต่างกัน รวมถึงใช้การทดสอบมิวเทชัน เพื่อประเมินคุณภาพของกรณีทดสอบ แต่จุดด้อยของการทดสอบมิวเทชันยังต้องใช้แรงงาน และทรัพยากรที่ค่อนข้างสูง งานวิจัยนี้ได้นำเสนอการนำตัวดำเนินการมิวเทชันของแบบจำลองบีพีเอ็มเอ็นมาประยุกต์กับการทดสอบวีคมิวเทชัน และยังเสนอเครื่องมือวีมูบีพีเอ็มเอ็นที่ใช้ในการสร้างมิวแตนท์ และทดสอบมิวแตนท์ได้อย่างอัตโนมัติกับเครื่องประมวลผลแบบจำลองบีพีเอ็มเอ็น โดยเครื่องมือสามารถรายงานผลลัพธ์ ได้แก่ จำนวนมิวแตนท์ที่กำจัดได้ จำนวนมิวแตนท์ที่ยังคงอยู่ เวลาที่ใช้ในการทดสอบ คะแนนมิวเทชัน และประสิทธิภาพของกรณีทดสอบ หลังจากผู้วิจัยได้ทดสอบเครื่องมือกับแบบจำลองตัวอย่างทั้งหมด 8 แบบจำลอง เครื่องมือสามารถสร้างมิวแตนท์ได้ครบถ้วน 25 ตัวดำเนินการ และทดสอบกับเครื่องประมวลผลแบบจำลองได้ทั้งหมด 13 ตัวดำเนินการ


เครื่องมือประเมินความสามารถในการใช้งานเชิงฮิวริสติกสำหรับแอปพลิเคชันแอนดรอยด์เพื่อเด็กอายุ 6 – 12 ปี, ณัฏฐิกา ศรีเกียรติวงศ์ Jan 2019

เครื่องมือประเมินความสามารถในการใช้งานเชิงฮิวริสติกสำหรับแอปพลิเคชันแอนดรอยด์เพื่อเด็กอายุ 6 – 12 ปี, ณัฏฐิกา ศรีเกียรติวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบโมไบล์แอปพลิเคชันสำหรับเด็กนั้นมีความแตกต่างจากการออกแบบโมไบล์แอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นผู้ใหญ่เนื่องจากเด็กมีพฤติกรรมและพัฒนาการที่ต่างกับผู้ใหญ่ และยังต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้และความสามารถในการใช้งานอีกด้วย การประเมินเชิงฮิวริสติกเป็นวิธีการประเมินความสามารถในการใช้งานส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ที่ได้รับความนิยม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความสามารถในการใช้งานทำการเปรียบเทียบการออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้กับแนวทางการออกแบบหรือฮิวริสติกว่ามีความขัดแย้งกับแนวทางการออกแบบแต่ละข้อหรือไม่ แต่เนื่องจากแนวทางการออกแบบมีเป็นจำนวนมากจึงทำให้เป็นภาระในการประเมิน ทำให้บ่อยครั้งเกิดการตรวจพบข้อผิดพลาดได้ไม่ครบถ้วน จึงทำให้การประเมินเชิงฮิวริสติกมีประสิทธิภาพไม่ดีนัก งานวิจัยนี้ได้ทำการรวบรวมและปรับปรุงแนวทางการออกแบบความสามารถในการใช้งานเชิงฮิวริสติกสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชันเพื่อเด็กอายุ 6–12 ปี มาจากหลายแหล่ง แล้วนำไปประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้สำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน แนวทางการออกแบบที่ได้จะแบ่งออกเป็น 12 หมวด รวมทั้งหมด 94 รายการ จากนั้นได้ทำการพัฒนาเครื่องมือประเมินความสามารถในการใช้งาน ซึ่งสามารถประเมินจากรหัสต้นฉบับของแอปพลิเคชันแอนดรอยด์ตามแนวทางการออกแบบเฉพาะในส่วนที่สามารถตรวจสอบได้อย่างอัตโนมัติจำนวน 25 รายการ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประเมินในการประเมินความสามารถในการใช้งานส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ จากการทดสอบการประเมินความสามารถในการใช้งานของ 5 แอปพลิเคชันสำหรับเด็กบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ตามรายการประเมิน 25 รายการที่สามารถตรวจสอบได้อย่างอัตโนมัติพบว่า เครื่องมือสามารถตรวจหาข้อผิดพลาดในการออกแบบที่ผู้ประเมินทั้งที่เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้และที่เป็นนักพัฒนาแอปพลิเคชันไม่สามารถตรวจพบได้ ในขณะที่เครื่องมือเองยังมีข้อจำกัดที่ทำให้ตรวจไม่พบข้อผิดพลาดที่ผู้ประเมินตรวจพบได้เช่นกัน ถึงอย่างนั้นก็ตามค่าเฉลี่ยของจำนวนจุดที่พบข้อผิดพลาดในการออกแบบเมื่อประเมินด้วยเครื่องมือมีค่ามากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ประเมินทั้งสองกลุ่มที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 และจากการทดสอบประสิทธิภาพด้านเวลายังพบว่า เครื่องมือสามารถช่วยลดเวลาในการประเมินได้อีกด้วย


การสร้างแบบจำลองเชิงรูปนัยของเครือข่ายแถวคอยแบบหลายหน่วยบริการ โดยใช้สโตแคสติกเพทริเน็ตส์, พิมพร บุญอินทร์ Jan 2019

การสร้างแบบจำลองเชิงรูปนัยของเครือข่ายแถวคอยแบบหลายหน่วยบริการ โดยใช้สโตแคสติกเพทริเน็ตส์, พิมพร บุญอินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบเครือข่ายแถวคอยเชิงรูปนัยครอบคลุมแบบจำลองระดับสูง เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของความพร้อมใช้งานของลูกค้าที่เข้ามารับบริการ และทรัพยากรที่ให้บริการ ผู้ออกแบบกระบวนการทางธุรกิจสามารถปรับการสร้างเครือข่ายแถวคอยเพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านเวลาในลักษณะแบบสุ่ม ผู้วิจัยตั้งเป้าหมายที่จะจัดทำสโตแคสติกแถวคอยเชิงรูปนัยแบบหลายหน่วยบริการในวิทยานิพนธ์นี้ เพื่อรองรับระบบเครือข่ายแถวคอยที่ซับซ้อนแบบหลายหน่วยบริการ พฤติกรรมการให้บริการแบบสุ่มจะถูกพิจารณาและแปลงเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตส์ ชุดของกฎการจับคู่ถูกกำหนดเพื่อแปลงเครือข่ายแถวคอยแบบหลายหน่วยบริการเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตส์ อีกทั้งผู้วิจัยได้สาธิตการสร้างกราฟมาร์คอฟพร้อมการแจกแจงความน่าจะเป็นของเครือข่ายแถวคอย


ตัวสร้างสตับและไดร์เวอร์สำหรับการทดสอบรวมของคลาสจากแผนภาพลำดับและแผนภาพคลาส, พีรวุฒิ เหลืองเรืองโรจน์ Jan 2019

ตัวสร้างสตับและไดร์เวอร์สำหรับการทดสอบรวมของคลาสจากแผนภาพลำดับและแผนภาพคลาส, พีรวุฒิ เหลืองเรืองโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ นักเขียนโปรแกรมแต่ละคนอาจจะเขียนโปรแกรมแต่ละส่วนเสร็จไม่พร้อมกัน หากต้องรอนักเขียนโปรแกรมทุกคนเขียนโปรแกรมเสร็จสิ้นจึงเริ่มการทดสอบจะเป็นการเสียเวลา การทดสอบซอฟต์แวร์จึงเริ่มทันทีเมื่อรหัสต้นฉบับบางส่วนพัฒนาเสร็จสิ้น ซึ่งสตับและไดร์เวอร์จะถูกนำมาใช้แทนมอดูลที่ยังพัฒนาไม่เสร็จ อย่างไรก็ตามสตับและไดร์เวอร์เป็นรหัสต้นฉบับเสียเปล่าที่ถูกสร้างเพื่อใช้เพียงครั้งเดียวและไม่สามารถนำมาใช้กับโครงการอื่น ๆ ได้ การสร้างสตับและไดร์เวอร์จึงควรใช้ความพยายามในการพัฒนาให้น้อยที่สุด งานวิจัยก่อนหน้าได้นำเสนอตัวสร้างสตับและไดร์เวอร์โดยใช้ข้อมูลจากแผนภาพลำดับและแผนภาพคลาส ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการสร้างสตับและไดร์เวอร์สำหรับคลาสนามธรรม คลาสภายใน และอินเตอร์เฟส รวมทั้งสามารถเลือกคลาสภายใต้การทดสอบได้เพียงคลาสเดียวและไม่สามารถสร้างกรณีทดสอบได้ โดยงานวิจัยนี้จะพัฒนาตัวสร้าง สตับและไดร์เวอร์ที่แก้ไขข้อจำกัดของงานวิจัยดังกล่าว ผู้ทดสอบสามารถสร้างสตับและไดร์เวอร์สำหรับการทดสอบรวมของคลาสโดยนำเข้าแผนภาพลำดับและแผนภาพคลาสในรูปเอกซ์เอ็มแอล จากนั้นตัวสร้างจะประมวลผลแผนภาพและสร้างกราฟการเรียกใช้งานขึ้นมา ผู้ทดสอบสามารถเลือกกคลาสภายใต้การทดสอบได้ตั้งแต่หนึ่งคลาสขึ้นไป และตัวสร้างจะรวบรวมสตับและไดร์เวอร์ที่ต้องใช้ทดสอบคลาสที่เลือกและสร้างรหัสต้นฉบับของสตับและไดร์เวอร์ขึ้นมาเพื่อทดสอบคลาสเหล่านั้น นอกจากนี้ตัวสร้างจะสุ่มค่าของข้อมูลทดสอบได้แก่ข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ที่คาดหวังลงไปในไดร์เวอร์ จากนั้นตัวสร้างจะส่งออกไฟล์รหัสต้นฉบับเพื่อการทดสอบรวมคลาสดังกล่าว ซึ่งสตับและไดร์เวอร์ที่สร้างขึ้นมาจะนำไปทดสอบรวมกับกรณีศึกษา 3 กรณี ซึ่งพบว่าสตับและไดร์เวอร์ที่ถูกสร้างขึ้นสามารถแทนที่คลาสที่ยังพัฒนาไม่เสร็จได้


การแปลงกระแสงานยอร์ลที่มีเงื่อนไขเวลาไปเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตส์ทั่วไป, สุพัตรา บุญญะวัตร Jan 2019

การแปลงกระแสงานยอร์ลที่มีเงื่อนไขเวลาไปเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตส์ทั่วไป, สุพัตรา บุญญะวัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันโลกทางธุรกิจมีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการทางธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนและการบริหารจัดการเวลา ทรัพยากร รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยในการจำลองกระบวนการทางธุรกิจ เช่น แผนภาพบีพีเอ็มเอ็น บีเพล และกระแสงานยอว์ล เป็นต้น แต่เครื่องมือดังกล่าวยังไม่สามารถระบุเวลาเฉลี่ยของแต่ละงานในการพัฒนาระบบได้ งานวิทยานิพนธ์นี้ได้เสนอการแปลงกระแสงานยอว์ลไปเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตแบบทั่วไป ซึ่งในงานวิทยานิพนธ์นี้เลือกใช้กระแสงานยอว์ลมาใช้ในการสร้างแบบจำลองกระบวนการทางธุรกิจเพราะกระแสงานยอว์ลมีเครื่องมือ YAWL Editor ที่มีฟีเจอร์ในการตรวจสอบคุณสมบัติของแบบจำลองที่สร้างขึ้น เช่น ตรวจสอบสภาวะติดตายของระบบ เป็นต้น ถึงแม้ว่ากระแสงานยอว์ลจะมีฟีเจอร์ที่ดีดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่กระแสงานยอว์ลไม่สามารถวิเคราะห์ข้อจำกัดด้านเวลาได้ ดังนั้นในงานวิทยานิพนธ์นี้จึงได้เสนอการแปลงกระแสงานยอว์ลที่มีเงื่อนไขของเวลาไปเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตส์ทั่วไป โดยผู้วิจัยจะเพิ่มค่าเฉลี่ยของเวลาเข้าไปในสัญลักษณ์ของกระแสงานยอว์ลมาตรฐานหลังจากที่แปลงเป็นสโตแคสติกเพทริเน็ตส์ทั่วไปแล้ว โดยใช้การวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของเวลาในรูปแบบความน่าจะเป็นที่มีการแจกแจงแบบเอ็กโพเนนเชียลในการสาธิตการใช้งานโมเดล


เครื่องมือวิเคราะห์ผลกระทบต่อซอร์สโค้ดไฮเบอร์เนตและกรณีทดสอบสำหรับการเปลี่ยนแปลงสคีมาฐานข้อมูล, อมรรัตน์ ใจมูล Jan 2019

เครื่องมือวิเคราะห์ผลกระทบต่อซอร์สโค้ดไฮเบอร์เนตและกรณีทดสอบสำหรับการเปลี่ยนแปลงสคีมาฐานข้อมูล, อมรรัตน์ ใจมูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบฐานข้อมูลเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะมีการจัดการความสอดคล้องของข้อมูลและทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลไม่ได้อยู่ในสภาพที่ไม่ถูกต้อง โดยในแต่ละรอบของการพัฒนาซอฟต์แวร์จะมีเปอร์เซ็นต์ของความซับซ้อนและขนาดของฐานข้อมูลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสคีมาฐานข้อมูลจะส่งผลกระทบต่อซอร์สโค้ดที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงกรณีทดสอบที่มักจะนำไปสู่ความล้มเหลวของกระบวนการซอฟต์แวร์ได้ นักวิจัยบางคนวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การจัดการตัวกำหนดค่า การตรวจสอบความสัมพันธ์ในรูปแบบย้อนกลับ และการแบ่งส่วนของโปรแกรม เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบเพื่อระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาเหล่านั้นไม่ได้เน้นถึงผลกระทบที่มีต่อซอร์สโค้ดและกรณีทดสอบ ดังนั้นงานวิจัยนี้นำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบต่อซอร์สโค้ดไฮเบอร์เนตและกรณีทดสอบสำหรับการเปลี่ยนแปลงสคีมาฐานข้อมูล นอกจากนี้เครื่องมือยังสามารถแสดงให้ผู้ใช้ได้ทราบถึงตำแหน่งของผลกระทบที่เกิดขึ้นในซอร์สโค้ดและกรณีทดสอบรวมไปถึงตำแหน่งของซอร์สโค้ดและกรณีทดสอบที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขบนซอร์สโค้ดและการณีทดสอบที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย สุดท้ายนี้เครื่องมือที่สร้างขึ้นจะถูกนำไปทดสอบกับกรณีศึกษา 3 กรณี ซึ่งพบว่าซอร์สโค้ดและกรณีทดสอบที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสคีมาฐานข้อมูลสามารถนำกลับไปใช้งานต่อได้อย่างสมบูรณ์เนื่องจากได้รับการปรับปรุงแก้ไขจากเครื่องมือที่สร้างขึ้น