Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 211 - 240 of 662

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาการอ่านวิเคราะห์บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, สรัลชนา กีรตินิจกาล Jan 2023

การพัฒนาการอ่านวิเคราะห์บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, สรัลชนา กีรตินิจกาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกี สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และ2) ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีที่มีต่อการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตสังกัดมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 39 คน ใช้เวลาในการทดลอง 10 คาบ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบวัดการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียน ก่อนและหลังการทดลอง แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกี วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์โครงเรื่องตามองค์ประกอบ (2) วิเคราะห์ภูมิหลังและแรงผลักดันของตัวละคร (3) สร้างจินตนาการเกี่ยวกับฉากและวิเคราะห์อิทธิพลของฉาก (4) วิเคราะห์แก่นเรื่อง และ (5) เชื่อมโยงประสบการณ์เข้ากับเนื้อเรื่อง และ2) ผลการทดลองใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยการอ่านวิเคราะห์หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับการจับคู่ชื่อสินค้าที่มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลายโดยใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, สหฤษฎ์ เจียมสกุล Jan 2023

การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับการจับคู่ชื่อสินค้าที่มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลายโดยใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, สหฤษฎ์ เจียมสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในขอบเขตของการซื้อขายสินค้าระหว่างองค์กร ความท้าทายที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อต้องจับคู่คำสั่งซื้อของลูกค้ากับชื่อสินค้าในฐานข้อมูล ซึ่งชื่อสินค้าเหล่านี้มีรูปแบบการตั้งชื่อที่หลากหลาย วิทยานิพนธ์นี้จะกล่าวถึงความซับซ้อนของการจับคู่ชื่อสินค้าภายในบริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการขายสินค้าสำหรับธุรกิจบริการ ปัจจุบันวิธีการที่ใช้แก้ปัญหานี้คือการใช้พนักงานเปรียบเทียบคำสั่งซื้อของลูกค้ากับชื่อสินค้าในฐานข้อมูลทีละรายการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สิ้นเปลืองแรงงานและเวลาเป็นอย่างมาก วิทยานิพนธ์นี้จึงนำเสนอการใช้เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเริ่มจากการใช้ Pointwise Mutual Information (PMI) ในการคัดเลือกคำสำคัญในพจนานุกรมแบบกำหนดเอง เพื่อการตัดคำภาษาไทยที่เหมาะสมกับชุดข้อมูล จากนั้นนำระบบตัดคำที่ปรับปรุงแล้วมาใช้ในการออกแบบขั้นตอนวิธีสำหรับการสกัดคำหลัก รวมถึงการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ความหมายแฝง (LSA) เพื่อค้นหาคำที่คล้ายกับคำค้นหา สุดท้ายจึงนำส่วนต่างๆ มารวมเข้ากับการใช้เทคนิคการจับคู่ข้อความโดยประมาณ จนเกิดเป็นขั้นตอนวิธีสำหรับจับคู่รายชื่อสินค้า ขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความแม่นยำในการระบุผลลัพธ์มากถึง 93.80% และมีความครอบคลุมมากถึง 91.67% ในการทดสอบจับคู่กับชุดตัวอย่างคำสั่งซื้อจริงจากลูกค้า


ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียนประถมศึกษา, ธมลวรรณ กานต์กิตติธร Jan 2023

ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียนประถมศึกษา, ธมลวรรณ กานต์กิตติธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในสังคมปัจจุบัน เด็กยังต้องได้รับการพัฒนาในเรื่องความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนสามารถพัฒนาการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียนได้ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียนก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน 2) เปรียบเทียบการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานกับนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามปกติ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/9 จำนวน 31 คน และมีกลุ่มควบคุมเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/10 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการสอนวิชาสังคมศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน 2) แผนการสอนวิชาสังคมศึกษาแบบปกติ 3) แบบวัดการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 4) แบบสังเกตการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียน 5) แบบสัมภาษณ์นักเรียน ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลและทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการคำนวณหาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของนักเรียน โดยใช้สถิติวิเคราะห์ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (คะแนนเฉลี่ย=36.55) สูงกว่าก่อนเรียน (คะแนนเฉลี่ย=32.90) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p=.017) 2) นักเรียนกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (คะแนนเฉลี่ย=36.55) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (คะแนนเฉลี่ย=33.47) อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t=1.361, p=.179)


A Study On The Order Of Multiple Attributives In Chinese Noun Phrases, Weiwei Wu Jan 2023

A Study On The Order Of Multiple Attributives In Chinese Noun Phrases, Weiwei Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to analyze the order and factors influencing the sequence of multiple attributives in Chinese noun phrases, to aid Thai learners of Chinese in understanding and accurately using multiple attributives. Five types of words can modify the head noun: nouns, pronouns, number + quantifier combinations, adjectives and classifiers, and verbs. The frequency of multiple attributives is inversely proportional to the number of attributive items, meaning that two-item attributives are used most frequently, while five-item attributives are the least common. The most frequently used words are adjectives and number + quantifier combinations and the most frequently used semantic attributive …


An Investigation Into The Substitutions Of English Articles By L1 Chinese Learners, Yuhan Huang Jan 2023

An Investigation Into The Substitutions Of English Articles By L1 Chinese Learners, Yuhan Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The English article system is a challenge for English second language learners, especially for learners whose language background is an articleless language. The objectives of the present study were to investigate L1 Chinese learners' problems of English article substitutions and find out possible causes of L1 Chinese learners' English article substitutions. It was hypothesized that L1 Chinese learners had problems of English article substitutions and that, based on Error Analysis, both non-existence of articles and complexity of the English article system caused English article substitutions by L1 Chinese learners. The participants in the study consisted of 60 speakers of Mandarin …


The Investigation Of Using Dynamic Assessment To Enhance English Academic Vocabulary Knowledge Of Thai Low Proficiency Undergraduate Students, Duangkamon Klungthong Jan 2023

The Investigation Of Using Dynamic Assessment To Enhance English Academic Vocabulary Knowledge Of Thai Low Proficiency Undergraduate Students, Duangkamon Klungthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Students in university settings require English academic vocabulary to succeed in academic English (Phoocharoensil, 2015). Vocabulary learning strategies (VLS) are tools to help learners acquire and improve vocabulary knowledge (Nation, 2001), and an examination of the dynamic nature of employing VLS should be conducted (Gu, 2020). Dynamic assessment (DA) is an alternative assessment that consistently and systematically combines assessment and instruction to help learners reach their zone of proximal development (ZPD) by using mediation from more competent others (Lantolf & Poehner, 2004). Thus, this study used DA to equip learners with VLS to learn academic vocabulary. The study aimed to …


The Effects Of Speaking Portfolios On Speaking Ability And Interactional Competence Of Thai Efl Undergraduate Students, Pirada Anuwech Jan 2023

The Effects Of Speaking Portfolios On Speaking Ability And Interactional Competence Of Thai Efl Undergraduate Students, Pirada Anuwech

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Interactional competence has been in the lime light of L2 instruction and assessment over the recent decades as well as the use of portfolio assessment in language classrooms to provide students with opportunities to monitor their own progress as well as enhancing their language skills. This present study was thus conducted to examine the effects of using speaking portfolios on speaking ability and interactional competence of Thai EFL undergraduate students in order to serve three major objectives as follows: 1) to examine the effects of using speaking portfolios on students’ speaking ability ; 2) to examine the effects of using …


การแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws For Gryffindor ของ Brian Boone, เพ็ญสิริ บุญแสนแผน Jan 2023

การแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws For Gryffindor ของ Brian Boone, เพ็ญสิริ บุญแสนแผน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws for Gryffindor ของ Brian Boone จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ตัวบทเป็นการนำเสนอมุกตลกหลากหลายรูปแบบในบริบทของหนังสือและภาพยนตร์ชุดเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งการนำเสนอมุกตลกนั้นมีการใช้การเล่นคำที่โดดเด่น การแปลการเล่นคำในคู่ภาษาที่มีลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันนั้นมีความท้าทายและไม่อาจทำได้ง่าย ผู้วิจัยนำแนวทางการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา มาใช้เป็นแนวทางในการแปลการเล่นคำในตัวบท ประกอบกับการศึกษาโครงสร้างและบทบาทการเล่นคำในภาษาอังกฤษและภาษาไทย และแนวทางการนำเสนอความตลกในบริบทภาษาไทย เพื่อให้เข้าใจลักษณะการเล่นคำและสามารถถ่ายทอดบทแปลที่รักษาไว้ซึ่งการเล่นคำและความตลกได้อย่างเหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า การแปลเพื่อรักษาการเล่นคำในตัวบทมุกตลกซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสารนิพนธ์เล่มนี้ สามารถทำได้โดยใช้แนวทางการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา และคำนึงถึงลักษณะการเล่นคำที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในภาษาไทย รวมถึงสร้างสรรค์ความตลกในบทแปลตามแนวทางการนำเสนอความตลกที่รวบรวมโดยนารีรัตน์ บุญช่วย จึงทำให้สามารถถ่ายทอดบทแปลที่คงไว้ซึ่งการเล่นคำที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับและสร้างความตลกสนุกสนานให้กับผู้อ่านบทแปลได้


การแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยในวรรณกรรมเรื่อง ไม้ดัด ของ สุภา สิริสิงห หรือนามปากกา โบตั๋น, กัญญภัทร วันดี Jan 2023

การแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยในวรรณกรรมเรื่อง ไม้ดัด ของ สุภา สิริสิงห หรือนามปากกา โบตั๋น, กัญญภัทร วันดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทฤษฎีและแนวทางการแปลตัวบทวรรณกรรม ประเภทนวนิยาย เพื่อแปลนวนิยายเรื่อง ไม้ดัด มุ่งศึกษาในประเด็นการแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่องนี้ และนำเสนอตัวอย่างการแปลที่มีคุณภาพและมีสมมูลภาพกับต้นฉบับให้มากที่สุด กรอบการวิเคราะห์ที่นำมาใช้ในการศึกษา คือ แนวคิดเกี่ยวกับการแปลวรรณกรรมของวัลยา วิวัฒน์ศรและแนวทางการแปลคำทางวัฒนธรรมของแอนโธนี พิม (Anthony Pym) มาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการแปลวรรณกรรมประเภทนวนิยาย ตลอดจนการใช้แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทนวนิยายของวัลยา วิวัฒน์ศรในการวิเคราะห์และเพื่อถ่ายทอดสารในต้นฉบับ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการนำแนวทางการแบ่งประเภทคําทางวัฒนธรรมที่เสนอโดยยูจีน ไนด้า (Eugene Nida) หลังจากที่ได้นำทฤษฎีและแนวทางการแปลข้างต้นมาประยุกต์ใช้การแปล ผู้วิจัยพบว่าทฤษฎีและข้อมูลดังกล่าวมีส่วนช่วยการแปลได้จริง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการแปลและการแก้ปัญหาที่พบในตัวบทประเภทนี้ได้อย่างเหมาะสม เพราะมีการใช้ปรับใช้แนวทางการแปลคำทางวัฒนธรรมของแอนโธนี พิมอย่างหลากหลายแนวทางนำไปสู่การถ่ายทอดตัวบทในแต่ละบริบทที่แตกต่างกันได้เหมาะสมยิ่งขึ้น


การแปลศัพท์เฉพาะด้านระบาดวิทยาในหนังสือวิชาการเรื่อง Basic Epidemiology ของ Ruth Bonita, อนุตรศักดิ์ รัชตะทัต Jan 2023

การแปลศัพท์เฉพาะด้านระบาดวิทยาในหนังสือวิชาการเรื่อง Basic Epidemiology ของ Ruth Bonita, อนุตรศักดิ์ รัชตะทัต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลคำศัพท์เฉพาะทางด้านระบาดวิทยาในตำรา Basic epidemiology ของ Ruth Bonita จากคำศัพท์เฉพาะทางที่คัดสรรจำนวนทั้งสิ้น 30 คำและบทความต้นฉบับที่คัดสรร โดยมีสมมติฐานการวิจัยว่า แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทของคริสติอาเน นอร์ด (Cristiane Nord) แนวทางการแปลแบบตีความและยึดความหมายของ ฌอง เดอลิลส์ (Jean Delisle) แนวทางการแปลคำสร้างใหม่ของปีเตอร์ นิวมาร์ก (Peter Newmark) และองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบาดวิทยา จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการแปลคำศัพท์เฉพาะทางด้านระบาดวิทยาที่คัดสรร เพื่อถ่ายทอดความหมายของคำศัพท์เฉพาะทางได้อย่างถูกต้อง มีสมมูลภาพและคงความเป็นศัพท์เฉพาะทาง ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าทฤษฎีและแนวทางการแปลดังกล่าว สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการแปลคำศัพท์ทางระบาดวิทยาปละบทความที่คัดสรรได้ตามสมมติฐาน


ประมวลศัพท์เรื่องการตลาดบริการ, ณัชชารีย์ พาณิชธนสิน Jan 2023

ประมวลศัพท์เรื่องการตลาดบริการ, ณัชชารีย์ พาณิชธนสิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์การตลาดบริการซึ่งประกอบด้วยศัพท์เกี่ยวกับกลยุทธ์การวางแผนการตลาดบริการ การวัดคุณภาพและการวิเคราะห์ปัญหาของการให้บริการ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทฤษฏีที่เกี่ยวข้องและกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ เพื่อนำประมวลศัพท์ที่ได้มาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับผู้เชี่ยวชาญในสาขา นักศึกษา นักการตลาด นักแปล ล่าม รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาทางด้านการตลาดบริการ การจัดทำประมวลศัพท์การตลาดบริการนั้นได้มีการอ้างอิงทฤษฏีและแนวทางในการจัดทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาได้นำเสนอไว้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การกำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์การศึกษา ขอบเขตการศึกษา และกลุ่มเป้าหมาย (2) การทบทวนวรรณกรรมทางศัพทวิทยาและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตลาดบริการ (3) การสร้างคลังข้อมูลภาษาและการดึงศัพท์จากคลังข้อมูล (4) การสร้างมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ในสาขาการตลาดบริการ และ (5) การจัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น การจัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์ รวมถึงการเขียนคำนิยามเพื่อนำมาใช้ในการกำหนดศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์การตลาดบริการประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 31 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ และลำดับของมโนทัศน์ในมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอศัพท์แต่ละคำประกอบด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ภาษาไทย ประเภทของคำทางไวยากรณ์ ขอบเขตข้อมูลที่พบศัพท์ มโนทัศน์สัมพันธ์พร้อมคำอธิบายบริบทที่พบศัพท์ นิยามศัพท์ รูปศัพท์อื่น และข้อมูลอ้างอิง


Effectiveness Of Tendingpets Application On Working Memory Among Adolescent In Phrae Province, Thailand : A Quasi-Experimental Study, Phitchasuda Detboon Jan 2023

Effectiveness Of Tendingpets Application On Working Memory Among Adolescent In Phrae Province, Thailand : A Quasi-Experimental Study, Phitchasuda Detboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Working memory performance refers to the capacity and ability of the brain to temporarily remember and process incoming information while working or solving problems. This competency is crucial for teenagers and is linked to success in learning mathematics, English language, and health-related behaviors. This quasi-experimental research, conducted with a controlled group, aims to explore the effectiveness of the "TendingPETs" application in enhancing working memory capacity and its impact on educational effectiveness and risky behavior among 99 teenagers in Phrae Province, Thailand. The participants were divided into an experimental group of 50 individuals who used the "TendingPETs" application alongside regular classroom …


A Study Of Auditors' Judgement When Taking Management's Perspective On Management Discussion And Analysis, Wattanachai Sangsuwan Jan 2023

A Study Of Auditors' Judgement When Taking Management's Perspective On Management Discussion And Analysis, Wattanachai Sangsuwan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This experimental research examines the effect of management’s perspective on auditors’ judgment when they review management discussion and analysis (MD&A). This study predicts that prompting management’s perspective would benefit auditors by enabling them to more accurately review MD&A whether or not the MD&A is materially misstated. Contrary to our expectations, prompting auditors with a management’s perspective will backfire. The results find that auditors prompted by management's perspective are significantly more likely to accept MD&A that has an abnormally positive tone. In other words, auditors are less likely to ask management to alter MD&A that has such abnormally positive language. Management’s …


Willingness To Communicate In English Of Thai Undergraduate Students In Online English Classrooms, Koravick Thiangtham Jan 2023

Willingness To Communicate In English Of Thai Undergraduate Students In Online English Classrooms, Koravick Thiangtham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purposes of this mixed-method study were to 1) investigate the level of WTC among undergraduate students in Thailand, and 2) investigate the relationship of English language online classroom environment and WTC among undergraduate students in Thailand. Following the sequential explanatory design, the study was divided into 2 phases 1) the quantitative phase which participants are 406 undergraduate students from universities in Bangkok area. The survey questionnaire which consisted of WTC section and English language online classroom environment section is deployed. 2) the qualitative phase, which the participants consisted of seven undergraduate students who were purposively selected from the WTC …


การเปลี่ยนประเด็นสนทนาในปริจเฉทการสนทนาภาษาไทยแบบไม่เผชิญหน้า, ญาณิศา สระบัว Jan 2023

การเปลี่ยนประเด็นสนทนาในปริจเฉทการสนทนาภาษาไทยแบบไม่เผชิญหน้า, ญาณิศา สระบัว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสนทนาแบบไม่เผชิญหน้าเป็นรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่พบได้มากขึ้นในสังคมปัจจุบัน จึงเป็นกลุ่มข้อมูลที่ น่าสนใจศึกษา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนประเด็นสนทนาในปริจเฉทการสนทนาภาษาไทยแบบไม่ เผชิญหน้าทางโทรศัพท์และทางแอปพลิเคชันสนทนาไลน์ (LINE) และเฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ (Facebook Messenger) ศึกษาทั้งในด้านลักษณะการเปลี่ยนประเด็นสนทนา รูปภาษาแสดงการเปลี่ยนประเด็นสนทนา และความถี่ที่ปรากฏ ศึกษาว่าปัจจัยเพศมีผลต่อการเปลี่ยนประเด็นสนทนาหรือไม่ รวมทั้งวิเคราะห์เปรียบเทียบการเปลี่ยนประเด็นสนทนา ในปริจเฉทการสนทนาทางโทรศัพท์กับทางแอปพลิเคชันสนทนา โดยเก็บข้อมูลจากผู้ร่วมสนทนาเพศชาย 115 บท สนทนา และผู้ร่วมสนทนาเพศหญิง 115 บทสนทนา ผลการศึกษาพบว่า ภาพรวมลักษณะการเปลี่ยนประเด็นสนทนา ด้านตําแหน่งการปรากฏการเปลี่ยนประเด็นสนทนาพบการเปลี่ยนประเด็นในผลัดเดิม การเปลี่ยนประเด็นทันที และ การเปลี่ยนประเด็นฝ่ายเดียวมากที่สุด ด้านเนื้อหาของประเด็นใหม่พบการเปลี่ยนประเด็นเกี่ยวกับคู่สนทนามากที่สุด และด้านความสัมพันธ์ของประเด็นสนทนาพบการเปลี่ยนประเด็นแบบไม่สัมพันธ์กับประเด็นใด ๆ (การเปลี่ยนประเด็น ใหม่) มากที่สุด ด้านรูปภาษาแสดงการเปลี่ยนประเด็นสนทนาพบการเปลี่ยนประเด็นแบบไม่ปรากฏรูปภาษาแสดงการ เปลี่ยนประเด็นสนทนามากกว่าปรากฏรูปภาษา รูปภาษาแสดงการเปลี่ยนประเด็นสนทนาที่พบความถี่มากที่สุดสาม อันดับแรก ได้แก่ ถ้อยคําเชื่อมความ ถ้อยคําแสดงการนึกขึ้นได้ และถ้อยคําเรียกคู่สนทนา หน้าที่หลักของรูปภาษาทุก ประเภท คือ ส่งสัญญาณแสดงการเปลี่ยนประเด็นสนทนา และมีหน้าที่อื่น ๆ แตกต่างไปตามประเภทของรูปภาษา ใน ด้านปัจจัยเพศ ผู้วิจัยศึกษาทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า ในเชิงปริมาณ ผู้ร่วมสนทนาเพศชาย และเพศหญิงเปลี่ยนประเด็นสนทนาส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ดังนั้น ปัจจัยเพศจึงไม่ได้มีผลต่อ การเปลี่ยนประเด็นสนทนาในภาพรวม ส่วนในการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า เพศชายและเพศหญิงเปลี่ยนประเด็น แตกต่างกัน 3 ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนประเด็นตามหลังความเงียบ เนื้อหาของประเด็นสนทนาใหม่ และรูปภาษา แสดงการเปลี่ยนประเด็นสนทนา ลักษณะที่แตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นลีลาภาษาของเพศชายและเพศหญิงที่แตกต่างกัน กล่าวคือ เพศชายจะสนทนาแบบ “ตรงไปตรงมา” ส่วนเพศหญิงจะสนทนาแบบ “คํานึงถึงการมีส่วนร่วม” ส่วนผล การศึกษาเปรียบเทียบปริจเฉทการสนทนาทางโทรศัพท์กับทางแอปพลิเคชันสนทนา พบว่า ลักษณะที่แตกต่างกันของ ปริจเฉทการสนทนาทั้งสองรูปแบบโดยเฉพาะด้านความต่อเนื่องของการสนทนาและช่วงเวลาการสนทนาส่งผลให้การ เปลี่ยนประเด็นสนทนามีความแตกต่างกัน ส่วนความแตกต่างด้านการระบุระยะห่างระหว่างข้อความของไลน์และ เฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนประเด็นสนทนาในภาพรวม


Article Feed Recommendation For Thai Social Network Application Using Article Context Based On Deep Learning, Pannawit Athipatcharawat Jan 2023

Article Feed Recommendation For Thai Social Network Application Using Article Context Based On Deep Learning, Pannawit Athipatcharawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In recent years, social media applications have exhibited significant growth in the number of users. Enhancing content alignment with user preferences is essential in developing a sophisticated recommendation system. Neural networks have become pivotal in improving the performance of recommendation systems. However, the utilization of auxiliary information and text data remains markedly underexplored, especially in the context of Thai recommendation systems. Therefore, this study aims to bridge this gap by developing a recommendation system tailored to Thai social media applications. We focus on leveraging supplementary information and analyzing text features to gain deeper insights into user preferences while addressing the …


การเรียนรู้เชิงลึกสำหรับเข้ารหัสบัญชีการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ไอซีดี) จากบันทึกเวชระเบียนโดยใช้คลังข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, ณัฐชา ซาซุม Jan 2023

การเรียนรู้เชิงลึกสำหรับเข้ารหัสบัญชีการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ไอซีดี) จากบันทึกเวชระเบียนโดยใช้คลังข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, ณัฐชา ซาซุม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เสนอแบบจำลองสำหรับจำแนกรหัสไอซีดีแบบหลายฉลากเพื่อเป็นตัวช่วยจำแนกรหัสไอซีดี การให้รหัสไอซีดีไม่ครบส่งผลให้โรงพยาบาลไม่ได้รับเงินค่าชดเชยอย่างเหมาะสม เราจึงมุ่งเน้นที่จะช่วยโรงพยาบาลให้รหัสไอซีดีอย่างครบถ้วนในขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการสนับสนุนทางการเงินแก่โรงพยาบาล โดยปกติแล้วปัญหาการให้รหัสไอซีดีแบบหลายฉลากเป็นชุดข้อมูลบันทึกเวชระเบียนที่มีการกระจายตัวแบบหางยาวซึ่งไม่ควรละทิ้งข้อมูลใด ๆ ดังนั้น การจำแนกแบบหลายฉลากของเราจึงเป็นการรวมกันของวิธีการรวมแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกทั้งสาม (Bidirectional Long-short term memory, Convolutional neural network and Transformer encoder) ด้วยการเลือกค่าทำนายสูงสุดและแบบจำลองทางสถิติคือ Multinomial Naïve Bayes ร่วมกับวิธี Binary Relevance ในส่วนของแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกจะรับผิดชอบกลุ่มรหัสไอซีดีทั่วไป (โรคที่พบบ่อย) ในขณะที่แบบจำลองทางสถิติจะจัดการกับกลุ่มรหัสไอซีดีพบยาก (โรคที่ผู้ป่วยไม่ค่อยเป็น) ผลการทำนายรหัสไอซีดี-10 จากบันทึกการรักษาด้วยแบบจำลองนี้ให้ค่า Jaccard index ที่ 0.792 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีทั่วไปและที่ 0.205 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีพบยาก ส่วนของผลการทำนายรหัสไอซีดี-9 จากบันทึกการให้ยา (หัตถการรักษา) ให้ค่า Jaccard index ที่ 0.963 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีทั่วไปและที่ 0.201 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีพบยาก ซึ่งแบบจำลองนี้มีความสามารถในการแนะนำรหัสไอซีดีที่ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล


Information Structure In Moklen, Daniel Peter Loss Jan 2023

Information Structure In Moklen, Daniel Peter Loss

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates aspects of information structure in Moklen, an endangered Austronesian language of Southern Thailand. The two objectives were to study the syntactic and informational properties of intonation units and to study the relationship between information status and changes in word-form. With respect to the first objective, Hypothesis 1 held that clausal intonation units would conform to the one-new-idea constraint, while Hypothesis 2 held that variations in argument structure could be accounted for by the given-before-new principle. Regarding changes in word-form, Hypothesis 3 held that use of monosyllabic alternants would correspond to “given” information statuses. To assess these hypotheses, …


ปัจจัยด้านวรรณยุกต์และโน้ตดนตรีที่มีต่อการใช้เสียงก้องพร่าในการร้องเพลงภาษาไทย, ธนกร อัยกร Jan 2023

ปัจจัยด้านวรรณยุกต์และโน้ตดนตรีที่มีต่อการใช้เสียงก้องพร่าในการร้องเพลงภาษาไทย, ธนกร อัยกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยระดับเสียงของวรรณยุกต์และโน้ตดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงก้องพร่าในการร้องเพลงภาษาไทยโดยใช้เทคนิคโวคอลฟราย และ 2) ศึกษาลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของเสียงก้องพร่าที่ปรากฏในการร้องเพลงภาษาไทยโดยใช้เทคนิคโวคอลฟราย เก็บข้อมูลจากผู้ร่วมวิจัยที่ประกอบอาชีพร้องเพลง ทั้งหมด 10 คน เพศชาย 5 คน เพศหญิง 5 คน อายุตั้งแต่ 20 – 30 ปี บันทึกเสียงผู้ร่วมการทดลอง จากการร้องเพลงภาษาไทยที่ผู้วิจัยแต่งขึ้นใหม่ที่มีการควบคุมวรรณยุกต์อย่างสมดุล ผู้ร่วมวิจัยได้รับอนุญาตให้ออกแบบวิธีการร้องด้วยตนเอง และให้เลือกใช้เสียงก้องพร่า (รู้จักในชื่อเทคนิคโวคอลฟราย) ได้ตามอัธยาศัย จำแนกเสียงก้องพร่าจากการฟังประกอบการพิจารณาแผนภาพคลื่นเสียงเพื่อวิเคราะห์การปรากฏในแต่ละวรรณยุกต์และโน้ตดนตรี ใช้วิธีการทางสถิติด้วย Man – Whitney U Test เพื่อยืนยันข้อแตกต่างที่พบ ศึกษาลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของเสียงก้องพร่าทั้งหมด เพื่อระบุประเภทย่อยซึ่งอ้างอิงจากการศึกษาของ Keating et al (2015) รวมถึงวัดค่าระยะเวลาเสียงก้องพร่าจากเสียงสระทั้งหมด ผลการศึกษาปฏิสัมพันธ์ของวรรณยุกต์และโน้ตดนตรีต่อการเกิดเสียงก้องพร่าในการร้องเพลงไทย พบว่า เสียงก้องพร่านั้นสามารถปรากฏได้ในทุกช่วงระดับเสียง แต่ปรากฏในช่วงโน้ตเสียงต่ำมากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และโดยภาพรวม ผู้ร่วมวิจัยเพศชายมีการเลือกใช้เสียงก้องพร่ามากกว่าในทุกช่วงระดับเสียง นอกจากนี้ ในช่วงโน้ตเสียงต่ำ เสียงก้องพร่าปรากฏมากที่สุดกับกลุ่มวรรณยุกต์ต่ำสำหรับผู้ร่วมวิจัยทั้งสองกลุ่ม แต่ในช่วงโน้ตเสียงกลาง ผู้ร่วมวิจัยเพศหญิงใช้เสียงก้องพร่าในกลุ่มวรรณยุกต์สูงมากที่สุด ผลการศึกษาลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของเสียงก้องพร่าในการร้องเพลงไทย พบว่า โน้ตดนตรีมีอิทธิพลต่อการปรากฏของเสียงก้องพร่าในแต่ละวรณยุกต์ ส่งผลให้ประเภทย่อยของเสียงก้องพร่าค่อนข้างกระจายตัว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับระดับเสียงที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของระดับเสียงโน้ตดนตรีและระดับเสียงของวรรณยุกต์ และถึงแม้มีการกระจายตัวค่อนข้างมาก แต่โดยภาพรวม เสียงก้องพร่าแบบโวคอลฟราย ปรากฏในสัดส่วนที่มากที่สุด ซึ่งผู้ร่วมวิจัยทุกคนใช้เสียงก้องพร่าแบบโวคอลฟรายในช่วงโน้ตเสียงต่ำ อีกทั้งโน้ตดนตรียังส่งผลให้ค่าระยะเวลาเสียงก้องพร่าแตกต่างกัน นอกจากนี้ ในช่วงโน้ตเสียงต่ำและกลาง วรรณยุกต์เอกและโท ส่งผลให้ระยะเวลาเสียงก้องพร่ามากกว่าวรรณยุกต์อื่นๆ แต่ในช่วงโน้ตเสียงสูงกลับพบว่าวรรณยุกต์ตรี ส่งผลให้ระยะเวลาของเสียงก้องพร่านั้นมากกว่าในวรรณยุกต์อื่นๆ


มโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐ, ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์ Jan 2023

มโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐ, ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐ และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบมโนอุปลักษณ์และหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐโดยใช้แนวคิดมโนอุปลักษณ์ตามมุมมองภาษาศาสตร์ปริชานและหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ เก็บข้อมูลจากวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคโควิด-19 รวม 803 ตัวบท ผลการศึกษาพบมโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ 10 มโนอุปลักษณ์ ได้แก่ [การแพร่ระบาดของโรค คือ สงคราม] [การแพร่ระบาดของโรค คือ ภัยพิบัติ] [การแพร่ระบาดของโรค คือ กีฬาชกมวย] [โรคระบาด คือ คนร้าย] [โรคระบาด คือ บุคคล] [โรคระบาด คือ สัตว์ร้าย] [โรคระบาด คือ วิญญาณร้าย] [โรคระบาด คือ พืช] [โรคระบาด คือ มะเร็ง] และ [การแพร่ระบาดของโรค คือ การเรียน] มโนอุปลักษณ์ที่พบสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับโรคระบาดได้ 6 มุมมอง ได้แก่ 1) โรคระบาดเป็นภัยคุกคาม จึงต้องควบคุมป้องกันให้สิ้นสุดลงโดยเร็ว 2) โรคระบาดไม่สามารถควบคุมให้สิ้นสุดลงโดยง่ายและสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ 3) โรคระบาดเป็นสิ่งน่ากลัว สามารถทำอันตรายแก่มนุษย์ 4) โรคระบาดเป็นการคุกคามสุขภาพที่ร้ายแรงถึงชีวิตและรักษาได้ยาก 5) โรคระบาดคือการแข่งขันกีฬา ผู้เข้าแข่งขันต้องทำคะแนนเพื่อป้องกันการถูกโจมตีตลอดเวลาและสามารถเอาชนะได้ในที่สุด และ 6) โรคระบาดเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องทำความรู้จักและปรับตัวเพื่อให้อาศัยอยู่ร่วมด้วยได้ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการสื่อสาร องค์ประกอบที่น่าจะมีผลต่อหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ ได้แก่ ฉาก ผู้ร่วมเหตุการณ์ จุดมุ่งหมาย ลำดับวัจนกรรม เครื่องมือ บรรทัดฐานการปฏิสัมพันธ์และการตีความ และประเภทของข้อความ ทำให้หน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ที่พบมีหน้าที่ทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ หน้าที่ด้านถ่ายทอดความคิด หน้าที่ด้านถ่ายทอดความคิดและบุคคลสัมพันธ์ และหน้าที่ด้านเรียบเรียงความ เมื่อเปรียบเทียบมโนอุปลักษณ์ตามโรคพบว่าด้วยระยะเวลาการแพร่ระบาดที่ยาวนานไม่เท่ากันและความรุนแรงที่ต่างกันทำให้พบมโนอุปลักษณ์ต่างกัน มโนอุปลักษณ์ที่พบต่างกันในการแพร่ระบาดทั้งสองครั้ง ได้แก่ [การแพร่ระบาดของโรค คือ กีฬาชกมวย] และ [โรคระบาด คือ มะเร็ง] เมื่อเปรียบเทียบมโนอุปลักษณ์ตามวาทกรรมพบมโนอุปลักษณ์ในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์มากกว่าวาทกรรมสื่อภาครัฐซึ่งสัมพันธ์กับบทบาทการรายงานข่าวสาร ขณะที่มโนอุปลักษณ์ในวาทกรรมสื่อภาครัฐแม้ว่าจะพบน้อยกว่าแต่ก็มีบทบาทสำคัญในการชี้แนะให้ผู้รับสารปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติบางอย่างรวมไปถึงกำหนดบทบาทหน้าที่และควบคุมสังคมในยามวิกฤต สำหรับหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์เมื่อพิจารณาตามประเภทวาทกรรมมีความต่างกันที่หน้าที่ถ่ายทอดความคิดและบุคคลสัมพันธ์ที่เด่นชัดกว่าในวาทกรรมสื่อภาครัฐจากบทบาทในการผลิต เผยแพร่ ผลิตซ้ำ และตอกย้ำอุดมการณ์บางอย่างเพื่อชักจูงโน้มน้าวผู้รับสาร ผลการศึกษาแสดงให้เห็นบทบาทของภาษาในการถ่ายทอดความคิดด้วยการนำสิ่งที่เป็นรูปธรรมกว่าและประสบการณ์ที่ใกล้ตัวกว่ามาเปรียบเทียบกับโรคระบาดให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นบทบาทของภาษาในภาวะวิกฤตที่นอกจากจะมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นยังมีหน้าที่กำหนดความคิดของคนในสังคมเพื่อทำให้ภาวะโรคระบาดที่เกิดขึ้นกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว


แนวคิดเรื่องความยุติธรรมของ ฌอง-ฟรองซัวส์ เลียวทารด์, พัชชล ดุรงค์กวิน Jan 2023

แนวคิดเรื่องความยุติธรรมของ ฌอง-ฟรองซัวส์ เลียวทารด์, พัชชล ดุรงค์กวิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ฌอง-ฟรองซัวส์ เลียวทารด์ เสนอประเด็นระเบียบที่เป็นธรรมเพื่อตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันในสังคมของผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย โดยเขาเห็นว่าในความแตกต่างหลากหลายนั้น ผู้คนต่างมีความเข้าใจในเรื่องเดียวกันไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ต่างคนต่างอยู่ในระเบียบคนละชุด ซึ่งในระเบียบแต่ละชุดมีกฎหรือเกณฑ์ของตัวเองที่กำหนดให้เข้าใจสิ่งต่าง ๆ แตกต่างกันไป ปัญหาคือ เมื่ออยู่ในระเบียบที่ต่างกันก็จะทำให้ผู้คนมีความเห็นหรือการตัดสินต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่างกันไปด้วย ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือข้อพิพาทที่ไม่ลงรอย ไม่สามารถสรุปได้ ข้อสรุปที่อาจเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งใช้กฎหรือเกณฑ์ของตัวเองเข้าไปตัดสินอีกฝ่ายให้เข้ามาอยู่ในระเบียบชุดเดียวกัน สิ่งนี้นำมาซึ่งระเบียบที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น เลียวทารด์จึงเสนอแนวทางทำความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมไว้ 2 ประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง คำอธิบาย คือ ระเบียบชุดต่าง ๆ มีคำอธิบายของตัวมันเองว่าสิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างไร ความเป็นธรรมที่ถูกอธิบายในระเบียบชุดหนึ่ง ๆ ไม่สามารถเป็นความเป็นธรรมให้กับระเบียบชุดอื่นได้ และประการที่สอง การวางกรอบ คือ การวางกรอบให้ระเบียบชุดต่าง ๆ ได้อยู่โดยที่ไม่การปะทะหรือทับซ้อนกัน เพราะต้องการเพรักษาความแตกต่างหลากหลายเอาไว้ ไม่ให้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของระเบียบชุดเดียว และเพื่อให้ผู้คนได้อยู่ร่วมกันโดยที่ไม่มีใครสูญเสียตัวตนของตัวเองไป วิทยานิพนธ์นี้ต้องการศึกษาและวิเคราะห์แนวคิดเรื่องความยุติธรรมของฌอง-ฟรองซัวส์ เลียวทารด์ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะทำให้ระเบียบที่เป็นธรรมเกิดขึ้น เพื่อการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมโดยยังคงไว้ซึ่งความแตกต่างหลากหลาย


อุปลักษณ์ในวาทกรรมการเมืองไทยในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562: การวิเคราะห์อุปลักษณ์เชิงวิพากษ์, นิภาดา โพธิ์เรือง Jan 2023

อุปลักษณ์ในวาทกรรมการเมืองไทยในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562: การวิเคราะห์อุปลักษณ์เชิงวิพากษ์, นิภาดา โพธิ์เรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562 ในประเทศไทยมีการแข่งขันทางการเมืองสูงและมีความพยายามแบ่งแยกฝ่ายทางการเมือง จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าในการหาเสียงเลือกตั้ง นักการเมืองไทยใช้อุปลักษณ์เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการต่อสู้แข่งขันทางความคิด งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามโนอุปลักษณ์ที่สะท้อนจากถ้อยคำอุปลักษณ์ที่นักการเมืองไทยใช้ในวาทกรรมการเมืองในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562 ตามแนวคิด มโนอุปลักษณ์ (Conceptual Metaphor Theory) อุปลักษณ์วิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Metaphor Analysis) ฉากทัศน์อุปลักษณ์ (Metaphor Scenario) และการผสานมโนทัศน์ (Conceptual Blending Theory) งานวิจัยนี้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ การปราศรัย การประชันวิสัยทัศน์ การให้สัมภาษณ์ และบทเพลงประจำพรรคการเมือง ที่เผยแพร่ระหว่างวันที่ 23 มกราคม - 23 มีนาคม พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กำหนดให้มีการหาเสียงเลือกตั้ง ผลการศึกษาพบถ้อยคําอุปลักษณ์ทั้งหมด 1,623 ถ้อยคํา จําแนกได้เป็น 17 กลุ่มมโนอุปลักษณ์ และ 34 ฉากทัศน์อุปลักษณ์ มโนอุปลักษณ์ที่พบมากที่สุด ได้แก่ มโนอุปลักษณ์ [การเมือง คือ การเดินทาง] ผลการวิเคราะห์ อุปลักษณ์ตามแนวคิดอุปลักษณ์วิเคราะห์เชิงวิพากษ์ พบว่านักการเมืองใช้ อุปลักษณ์นำเสนอแนวความคิดที่นักการเมืองนำเสนอให้ฝ่ายตนเองมีความชอบธรรมและมีความได้เปรียบทางการเมือง จำนวน 5 แนวคิด ได้แก่ 1) นักการเมืองคือผู้นำหรือวีรบุรุษที่มีความสามารถ 2) นักการเมืองคือผู้เป็นที่พึ่ง ผู้มีเมตตา ผู้อุปถัมภ์ค้ำชู 3) นักการเมืองคือผู้มีความรู้น่าเชื่อถือ 4) นักการเมืองคือผู้แก้ไขและบริหารจัดการสังคม 5) นักการเมืองฝ่ายตนคือผู้ที่ปรารถนาดีและพร้อมจะมอบสิ่งดีให้ประชาชน แนวคิดที่ใช้ลดความชอบธรรมของนักการเมืองฝ่ายอื่น จำนวน 4 แนวคิด ได้แก่ 1) นักการเมืองฝ่ายอื่นเป็นคนขี้โกงและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง 2) นักการเมืองฝ่ายอื่นเป็นผู้ด้อยความสามารถ 3) นักการเมืองฝ่ายอื่นคือผู้สร้างความเดือดร้อนแก่ชีวิตประชาชน 4) นักการเมืองฝ่ายอื่นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และนำเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการเมืองไทย จำนวน 6 แนวคิด แบ่งเป็นการใช้เพื่อสร้าง/ลดทอนความชอบธรรมระหว่างกลุ่มการเมือง จำนวน 3 แนวคิด ได้แก่ 1) การเมืองตามแนวทางประชาธิปไตยนำไปสู่ความขัดแย้ง …


การเปรียบเทียบขั้นตอนวิธีการเรียนรู้ของเครื่องและโครงข่ายประสาทเทียมสำหรับการตรวจคะแนนเรียงความภาษาไทยอัตโนมัติ, สุทธิชาย สุริยสัตย์ Jan 2023

การเปรียบเทียบขั้นตอนวิธีการเรียนรู้ของเครื่องและโครงข่ายประสาทเทียมสำหรับการตรวจคะแนนเรียงความภาษาไทยอัตโนมัติ, สุทธิชาย สุริยสัตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตัวแทนนักเรียนไทยได้คะแนนการประเมินด้านการอ่านค่อนข้างตํ่า ในการสอบประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment PISA) หลายงานวิจัยพบว่าทักษะด้านการอ่านสามารถถูกพัฒนาผ่านการเขียนเช่น การเขียนเรียงความได้ แต่การตรวจเรียงความนั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน ระบบการตรวจคะแนนเรียงความโดยอัตโนมัติได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ตรวจเรียงความ อีกทั้งยังสามารถแสดงผลการทำนายคะแนนให้กับผู้เขียนเรียงความได้ทันทีด้วย เนื่องจากงานวิจัยด้านการตรวจคะแนนเรียงความภาษาไทยโดยอัตโนมัติมีน้อยมาก งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบแบบจำลองการให้คะแนนภาษาไทยโดยอัตโนมัติ ที่ใช้แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องและการเรียนรู้เชิงลึก ที่ได้ถูกรายงานว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการทำนายคะแนนเรียงในความภาษาอังกฤษ งานวิจัยนี้พบว่าแบบจำลอง XGBoost มีประสิทธิภาพดีที่สุดในหลายสถานการณ์ที่ถูกพิจารณา และ แบบจำลองหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวที่ใช้ฟีเจอร์ที่สกัดจากข้อความโดยอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพดีที่สุดในกลุ่มแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในเรื่องการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย, วรวรรณ ปิ่นรัตนากร Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในเรื่องการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย, วรวรรณ ปิ่นรัตนากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ การทดลอง และวิจัยสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะการแสดง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์ สื่อสารสนเทศ การสังเกตการณ์ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ นำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ผลการวิจัยพบว่าการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยมีรูปแบบในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ทั้งสิ้น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดง ออกแบบบทการแสดงจากประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แบ่งออกเป็น 3 องก์การแสดง ประกอบด้วย องก์ที่ 1 การเกิดปัญหา (Problems Arising) องก์ที่ 2 การแก้ไขปัญหา (Problem Solving) องก์ที่ 3 การหยั่งรู้ (Discernment) 2) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวแบบนาฏยศิลป์สมัยใหม่ (Modern Dance) การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (Everyday Movement) และ บัลเล่ต์ (Ballet) 3) นักแสดง ใช้การคัดเลือกนักแสดงที่มีทักษะการแสดงที่หลากหลายรวมทั้งรูปร่าง สีผิว เพศ 4) เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า ใช้เครื่องแต่งกายที่เรียบง่ายแบบมินิมอลลิสม์ (Minimalism) และการแต่งหน้าแบบในชีวิตประจำวัน 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ออกแบบโดยคำนึงถึงบทการแสดง ความหมาย และความเชื่อของการแสดงในแต่ละองก์ 6) เสียงและดนตรีประกอบการ ใช้รูปแบบการประพันธ์ดนตรีโดยการสังเคราะห์เสียง (Synthesis Music) ร่วมกับเสียงที่บันทึกจากสถานที่ต่าง ๆ 7) ฉากและพื้นที่การแสดง ออกแบบพื้นที่การแสดงเพื่อสร้างสรรค์ผลงานแบบศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific Arts) 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติในพื้นที่แบบศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific Arts) และคัดเลือกช่วงเวลาของแสงให้สัมพันธ์กับบทการแสดง นอกจากนี้พบว่ามีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย 5 ประการ ได้แก่ 1) การปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย 2) แนวคิดทางด้านมานุษยวิทยา 3) แนวคิดและทฤษฎีทางด้านทัศนศิลป์ นาฏยศิลป์ และดุริยางคศิลป์ 4) การใช้สัญลักษณ์ในผลงานนาฏยศิลป์ 5) ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ …


ศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วมโดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562, ปลายฟ้า โตศักดิ์สิทธิ์ Jan 2023

ศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วมโดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562, ปลายฟ้า โตศักดิ์สิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วม โดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 และเพื่อศึกษาความสอดคล้องกันระหว่าง หลักการจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Co-Management) กับพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ.2562 รวมทั้งเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนากฎหมายป่าชุมชนเพื่อให้เกิดความ สอดคล้องกับหลักการจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน ทั้งนี้ การตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เป็นการสอดรับบทบัญญัติมาตรา 43 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในเรื่องสิทธิของชุมชนในอันที่จะจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างสมดุลและยั่งยืน จากการศึกษาการจัดการทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในศึกษา กรณีพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พบว่ามีประเด็นทางข้อกฎหมายดังต่อไปนี้ 1) ประเด็นเรื่องสิทธิในจัดการทรัพยากรป่าไม้ในป่าชุมชน 2) ประเด็นเรื่องความหมายของป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 4 พื้นที่ที่จะนำไปจัดตั้งเป็นป่าชุมชนได้นั้น ต้องเป็นป่าที่อยู่นอกเขตป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่อื่นของรัฐนอกเขตป่าอนุรักษ์ เป็นการให้อำนาจแก่กรมป่าไม้เข้ามาจัดการและควบคุมกำกับการจัดการป่าชุมชน 3) ประเด็นเรื่องการจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ในการขออนุญาตเพื่อจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 นั้น ชุมชนจะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารมากมาย ตามมาตรา 33 รวมไปถึงการตรวจสอบจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่อย่างเข้มงวด และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดในการพิจารณาคำขอจัดตั้งป่าชุมชน แผนจัดการป่าชุมชน และรายงานผลการตรวจสอบซึ่ง แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบจากรัฐและยังคงไว้ซึ่งการรวมอำนาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติไว้ที่รัฐ ซึ่งขัดแย้งต่อการรับรองสิทธิของชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในมาตรา 43 (2) 4) ประเด็นเรื่องการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนในป่าชุมชน ตามมาตรา 16 ผู้ที่มีอำนาจควบคุมกำกับการจัดการป่าชุมชนไม่ใช่ตัวแทนจากภาคประชาชนที่อยู่ภายในพื้นที่เขตป่าชุมชน แต่เป็นตัวแทนของรัฐจากส่วนกลาง ทำให้ขาดความใกล้ชิดกับสภาพปัญหา สภาพภูมิศาสตร์ และเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อ ส่งผลให้ภาคประชาชนไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกันในการจัดการควบคุมการใช้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5) ประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจ (Decentralization) ให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ในมาตรา 16 (24) บัญญัติให้กระจายอำนาจให้ อบต.หรือเทศบาล มีอำนาจ จัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ …


ประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก, กันตพร สวนศิลป์พงศ์ Jan 2023

ประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก, กันตพร สวนศิลป์พงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ด้วยระเบียบวิธีวิจัยการวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกในชุดคำถามกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยคือผู้เคยมีประสบการณ์การเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกตามเกณฑ์ได้แก่ เป็นการเขียนที่มีลักษณะของการสะท้อน สำรวจ ใคร่ครวญ เกี่ยวกับความคิดความรู้สึก เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และเยียวยาตนเอง และเป็นการเขียนระหว่างที่ได้รับการบำบัดจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จำนวน 6 ราย มีอายุระหว่าง 23-36 ปี ผลการวิจัยแบ่งได้เป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) องค์ประกอบที่ชักนำให้สนใจการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย ความคุ้นเคยกับการเขียนการอ่านและการจดบันทึก การขาด ‘พื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก’ หล่อหลอมให้แสวงหาพื้นที่แสดงออก และ การกระตุ้นที่นำไปสู่การมองหาหนทางเยียวยา 2) ช่องทางและเวลาในการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย เลือกใช้ช่องทางการเขียนที่ตนเองถนัดและตอบโจทย์ความต้องการ เขียนในพื้นที่และเวลาที่ให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว ใช้เวลากับการเขียนอย่างยืดหยุ่นตามระดับความต้องการภายใน 3) รูปแบบวิธีการเขียนและกระบวนการที่ดำเนินไประหว่างการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย บอกเล่าเรื่องราวตามวิถีธรรมชาติของตนเอง เกิดกระบวนการสำรวจ กลั่นกรอง ใคร่ครวญ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวและตนเอง และเกิดความตระหนักรู้จากการ ‘ค้นพบ’ และ ‘มองเห็น’ โลกภายในตนเองได้แจ่มชัด) 4) ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วยผลที่สังเกตได้หลังการลงมือเขียนแต่ละครั้ง และผลเมื่อทำซ้ำจนตกผลึกภายในตนเอง ผลที่สังเกตได้หลังการลงมือเขียนแต่ละครั้ง ได้แก่ ความปลอดโปร่งจากความทุกข์และความอึดอัดที่คลี่คลายลงไป เกิดความตระหนักและยอมรับความรู้สึกตนเองโดยไม่ตัดสิน เกิดความเข้าใจในความเป็นตนเองบนพื้นฐานประสบการณ์ส่วนตัว ตั้งสติและมองเห็นหนทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมแก่ตนเองได้ และรู้สึกอิ่มเอมจากการได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผลเมื่อทำซ้ำจนตกผลึกภายในตนเอง ได้แก่ เกิดสัมพันธภาพและการสื่อสารภายในตนที่มีคุณภาพ เรียบเรียงความคิดความรู้สึกเพื่อสื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีขึ้น รับรู้ถึงอำนาจและพลังการยืนยันภายในตนเอง เห็นความเชื่อมโยงภายในตนจากอดีตสู่ปัจจุบันและรับรู้ศักยภาพในการกำกับดูแลตนเอง และ กลับสู่ความเป็นตัวเองที่แท้ รู้สึกเติมเต็มภายในตนและเข้าใจธรรมชาติชีวิต 5) การรับรู้ประโยชน์ของการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกและการนำไปใช้ ประกอบด้วย เป็นพื้นที่ประคับประคองเยียวยาและทำความเข้าใจตนเองที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เป็นเครื่องมือสื่อสารทดแทนในเรื่องที่ยากหรือลำบากใจจะเอ่ย และ ต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ที่ใช้วัตถุดิบภายในตน งานวิจัยนี้ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกในคนไทยว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการสำรวจและตระหนักรู้ภายในตนเองได้ ผู้สนใจสามารถนำมาใช้ดูแลตนเองเบื้องต้น และนักจิตวิทยาการปรึกษาสามารถนำเครื่องมือนี้มาใช้ประกอบการให้คำปรึกษาเพื่อผลลัพธ์การทำงานร่วมกับผู้รับบริการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


An Interlanguage Study Of Metalinguistic Knowledge On English Tenses As Related To Time And Aspect In Thai University Students, Anshakan Eiamtong-In Jan 2023

An Interlanguage Study Of Metalinguistic Knowledge On English Tenses As Related To Time And Aspect In Thai University Students, Anshakan Eiamtong-In

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to analyze the usage of the English Present and Past Tenses among the Thai EFL learners and the native English speakers, focusing primarily on the Present Simple, the Present Progressive, the Present Perfect, the Present Perfect Progressive, the Past Simple, the Past Progressive, the Past Perfect, and the Past Perfect Progressive. Language users perceive situations differently, leading to variations in tense usage (Smith, 1991). The answers on the selection of tenses from the participants that deviated from the theoretical expectations might not always indicate errors. Therefore, the study also explored the participants’ metalinguistic knowledge or the reasons …


A Comparative Study Of Beliefs, Attitudes, And Motivation Toward English Language Learning Among Thai And Chinese Undergraduates In Different Study Programs, Lu Geng Sun Jan 2023

A Comparative Study Of Beliefs, Attitudes, And Motivation Toward English Language Learning Among Thai And Chinese Undergraduates In Different Study Programs, Lu Geng Sun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the beliefs, attitudes, and motivations towards English language learning among Thai and Chinese undergraduate students at Dhurakij Pundit University (DPU). Employing a mixed-method approach, this research utilized both quantitative and qualitative methods to discern and compare these students' experiences. The quantitative phase involved 332 students, selected through stratified random sampling, who completed comprehensive questionnaires based on a five-point Likert scale. The qualitative phase included 31 purposefully selected participants from the initial pool for semi-structured interviews. Findings revealed that Chinese undergraduates exhibited a significantly stronger belief orientation, more positive attitudes, and greater motivational drive towards English language learning …


Unity In Diversity: Exploring Central Thai Speaker’S Attitudes Towards Thai Dialects Through A Linguistic Approach, Tristan Aidan Pennell Jan 2023

Unity In Diversity: Exploring Central Thai Speaker’S Attitudes Towards Thai Dialects Through A Linguistic Approach, Tristan Aidan Pennell

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

At least 60.9% of people in Thailand speak a minority language natively. Despite a history of political nationalism suppressing dialects and minority languages, Thais seem to accept this linguistic diversity. This study explored attitudes of Central Thai speakers towards the main dialects, generally and by comparing two age groups: 18-30 and 45+. A Verbal-Guise technique-based survey gaining 145 respondents was conducted, with 76 of the younger age group and 69 of the older age group. The survey asked Central Thai people to evaluate recordings of three Thai dialects: Northern, North-eastern and Southern. Using Symbolic Domination, a theory analysing power relations …


Analysis Of K-Food Franchises In Thai Market Focusing On The Consumption Behavior Of Thai Generation Y And Generation Z In Bangkok Metropolitan Region, Vajirawit Siripiyaphat Jan 2023

Analysis Of K-Food Franchises In Thai Market Focusing On The Consumption Behavior Of Thai Generation Y And Generation Z In Bangkok Metropolitan Region, Vajirawit Siripiyaphat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

These days, fans everywhere are enamored with the Korean Wave (Hallyu). South Korean administrations have highlighted Korean cuisine (K-food) as one of their exported cultural products. Localizing K-food abroad might cause misunderstandings among foreigners. Accordingly, franchising has the potential to maintain food authenticity. Thus, the purpose of this thesis was to examine the consumption behavior of Thai Generation Y and Z in relation to Korean franchise businesses in the Bangkok Metropolitan Region (BMR). The first analysis used the theory of planned behavior (TPB) together with a new variable regarding the food consumption behaviors of Koreans and Thais. Then, the examination …