Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 5131 - 5160 of 6481

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Peri-Implant Soft Tissue Reactions And Cytokine Expressions Around Different Abutment Materials : Randomized Controlled Clinical Trial, Prapaphan Jaikla Jan 2018

The Peri-Implant Soft Tissue Reactions And Cytokine Expressions Around Different Abutment Materials : Randomized Controlled Clinical Trial, Prapaphan Jaikla

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objectives : Stable peri-implant soft tissue around transmucosal zone are the crucial factor for long-term success and survival of dental implants. The aim of this study was to evaluate the expression of proinflammatory cytokines and chemokine around 3 types of abutment materials : titanium (Ti), zirconium oxide (Zr) and gold alloy (Au). Methodology : 15 dental implants were enrolled in this study. Clinical parameters and peri-implant crevicular fluid (PICF) were collected at weeks 4, 6, 8 and 10. The soft tissue characteristics were demonstrated using plaque assessment score and mucosal condition score. Cytokine levels were determined by enzyme-linked immunosorbent assay …


Coping With Drug Abuse In Shan State, Thiri - Jan 2018

Coping With Drug Abuse In Shan State, Thiri -

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As we look around the study area, especially in the mountain areas and control over the ethnic armed groups areas, it is not hard to see the drug users and the other chemical substances selling and opium cultivation in the mountain areas. According to the drug dependents the opium cultivation can earn more money and easier than the other crops. As Lashio situated on the China- Myanmar Border Highway Road, China is the main producer of the chemical substances and importer to Myanmar. Because of the geographical situation, the study area is abundant in drug substances and chemical tablets. Heroin …


Anticancer Effects Of Mansonone G Derivative On Human Colorectal Cancer Cells, Savinee Chanvijit Jan 2018

Anticancer Effects Of Mansonone G Derivative On Human Colorectal Cancer Cells, Savinee Chanvijit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Mansonone G (MG), 1,2-naphthoquinone, isolated from the heartwood of Mansonia gagei Drumm (Chan-Cha-Mod), exhibited several pharmacological effects including anti-bacterial, anti-estrogenic and anti-adipogenic effects. However, anticancer activity of MG and its derivatives on colorectal cancer (CRC) has never been investigated. Therefore, the objective of this study was to investigate the cytotoxic effect of MG and its derivatives and to determine the mechanism(s) underlying cytotoxicity of the most potent MG derivative on two CRC cell lines, HCT-116 cells carrying p53 wild-type and HT-29 cells carrying p53 mutant. In the present study, MG and its derivatives could inhibit viability of HCT-116 and HT-29 …


Effect Of Different Polishing Systems, Forces, And Durations On Surface Roughness And Phase Transformation Of Monolithic Zirconia, Songsak Munkongsujarit Jan 2018

Effect Of Different Polishing Systems, Forces, And Durations On Surface Roughness And Phase Transformation Of Monolithic Zirconia, Songsak Munkongsujarit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to determine the effect of polishing systems, forces and durations on the surface roughness and phase transformation of zirconia. 72 pieces of fully sintered zirconia size 7 x 5 x 4 mm were fabricated with CAD/CAM, then divided into nine groups depending on the polishing systems and forces. All specimens were ground with fine diamond bur as the control, and initial surface roughness (Ra) was measured. The samples were then polished with one of the zirconia polishing systems (Diazircon or Komet ZR) or porcelain polishing system (Ceramaster), with forces at 1, 2 and 3 newtons. The polishing …


การพัฒนาอุปกรณ์วิเคราะห์ฐานกระดาษสำหรับหาปริมาณสารเพรดนิโซโลนและเดกซาเมทาโซนที่ปลอมปนในผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วยวิธีเคมีไฟฟ้า, วิศรุต พริ้มพราย Jan 2018

การพัฒนาอุปกรณ์วิเคราะห์ฐานกระดาษสำหรับหาปริมาณสารเพรดนิโซโลนและเดกซาเมทาโซนที่ปลอมปนในผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วยวิธีเคมีไฟฟ้า, วิศรุต พริ้มพราย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การปลอมปนของสารสเตียรอยด์ชนิดเดกซาเมทาโซนและเพรดนิโซโลนในผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา งานวิจัยนี้ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับแยกและตรวจวัดปริมาณการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ดังกล่าว โดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ฐานกระดาษและใช้หลักการทางเคมีไฟฟ้า (electrochemical paper-based analytical device หรือ ePAD) ซึ่งประกอบด้วยกระดาษ Whatman SG81 ตลับพลาสติกจากการพิมพ์สามมิติ และขั้วไฟฟ้าชนิด screen printed electrode โดยกระดาษ Whatman SG81 ใช้สำหรับแยกสารสเตียรอยด์ชนิดเดกซาเมทาโซนและเพรดนิโซโลน โดยใช้วัฏภาคเคลื่อนที่เป็นสารละลาย 60% ethyl acetate ใน cyclohexane ซึ่งผลการศึกษาพบว่าสามารถแยกสารสเตียรอยด์ดังกล่าวออกจากสิ่งเจือปนต่าง ๆ ได้ภายใน 7 นาที สารสเตียรอยด์ที่แยกออกจากกันบนกระดาษ นำมาวัดปริมาณด้วยเทคนิคเคมีไฟฟ้าชนิด differential pulse voltammetry โดยใช้ตลับพลาสติกจากการพิมพ์สามมิติที่ถูกออกแบบทำให้สารละลายอิเล็กโทรไลต์ถูกขังอยู่บนกระดาษ ทำให้สามารถตรวจวัดสัญญาณทางเคมีไฟฟ้าได้คงที่ ซึ่งอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นสามารถตรวจวัดปริมาณปลอมปนของสารสเตียรอยด์ทั้งชนิดเดกซาเมทาโซนและ เพรดนิโซโลนได้ในช่วงความเข้มข้นระหว่าง 10 ถึง 500 µg/mL โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.988 และ 0.994 ตามลำดับ มีขีดจำกัดในการตรวจวิเคราะห์เชิงคุณภาพเท่ากับ 3.59 µg/mL และ 6.00 µg/mL ตามลำดับ และขีดจำกัดในการตรวจวิเคราะห์เชิงปริมาณมีค่าเท่ากับ 11.98 µg/mL และ 20.02 µg/mL ตามลำดับ การตรวจวัดปริมาณปลอมปนของสารสเตียรอยด์ทั้งสองชนิดในสิ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพรจริงด้วยวิธีที่พัฒนาขึ้นมีค่าสอดคล้องกับผลที่ตรวจด้วยวิธี HPLC และเป็นวิธีที่ใช้งานง่าย มีต้นทุนต่ำ รวดเร็ว และมีศักยภาพนำไปใช้ตรวจหาสิ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่สงสัยว่ามีการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ ในระดับภาคสนาม


การพัฒนาแบบวัดอภิปัญญาโดยใช้คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียสำหรับนักศึกษาพยาบาล : การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบพหุมิติ, ปาริชาติ ทาโน Jan 2018

การพัฒนาแบบวัดอภิปัญญาโดยใช้คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียสำหรับนักศึกษาพยาบาล : การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบพหุมิติ, ปาริชาติ ทาโน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากรอบแนวคิด และโมเดลการวัดอภิปัญญาสำหรับนักศึกษาพยาบาล 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพแบบวัดอภิปัญญาโดยใช้คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียสำหรับนักศึกษาพยาบาล และ 3) กำหนดคะแนนจุดตัดของแบบวัดอภิปัญญาสำหรับนักศึกษาพยาบาล ตัวอย่างการวิจัยเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 จำนวน 862 คน ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความเบ้ และความโด่ง ใช้สถิติตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่ ค่าอำนาจจำแนก (r) ค่าพารามิเตอร์ , INFIT MNSQ, OUTFIT MNSQ, AIC, G2 และ Chi-Square ผลการวิจัยพบว่า 1) โมเดลการวัดอภิปัญญาสำหรับนักศึกษาพยาบาลมี 2 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความรู้เกี่ยวกับการรู้คิด ประกอบด้วย การรู้ตน การรู้งาน และการรู้กลวิธี 2) การควบคุมการรู้คิด ประกอบด้วย การวางแผนการกำกับติดตาม และการประเมินผล ซึ่งในการวัดอภิปัญญาของนักศึกษาพยาบาลจะครอบคลุมการบริการทางสุขภาพทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ 2) แบบวัดอภิปัญญาที่พัฒนาขึ้นมีค่าความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายใน เท่ากับ 0.54 และความเที่ยง Marginal Reliability for Response Pattern Scores เท่ากับ 0.65 การตรวจสอบคุณภาพรายข้อตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (CTT) พบว่า อำนาจจำแนก (r) มีค่าระหว่าง 0.13-0.33 ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบตรวจให้คะแนนมากกว่า 2 ค่า (polytomous IRT) พบว่า ค่าพารามิเตอร์ความชันร่วมของข้อคำถาม (α) อยู่ระหว่าง 0.15 ถึง 1.49 ค่าพารามิเตอร์ Treshold β1 มีค่าระหว่าง -33.69 …


การกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบในเขตชั้นในของกรุงเทพมหานคร, ปุณยนุช แสงวัฒนะ Jan 2018

การกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบในเขตชั้นในของกรุงเทพมหานคร, ปุณยนุช แสงวัฒนะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กรุงเทพมหานครมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมขนส่ง อีกทั้งมีการกระจุกตัวของแรงงาน วัตถุดิบ และผู้บริโภค ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กในพื้นที่เมืองเพื่อผลิตสินค้า งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งเสริมการกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก และประเมินผลกระทบจากการกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่มีต่อชุมชนโดยรอบพื้นที่ในเขตขั้นในของกรุงเทพมหานคร การเก็บข้อมูลดำเนินการโดยการสัมภาษณ์เพื่อบันทึกข้อมูลลงในแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มใน 6 พื้นที่ คือ กลุ่มผู้ประกอบการเพื่อศึกษาถึงเหตุผลที่เลือกดำเนินกิจการโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กในพื้นที่นั้น และกลุ่มผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เพื่อวัดระดับของการรับรู้ถึงผลกระทบของการกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ผลการศึกษาพบว่า การกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กมีสาเหตุมาจาก ปัจจัยการเลือกที่ตั้งใกล้แหล่งจำหน่ายวัตถุดิบ ความเป็นแหล่งชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม และใกล้โรงงานที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชุมชนในระดับน้อย โดยระยะห่าง 200 เมตรรอบพื้นที่ที่กระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กเป็นระยะที่รับรู้ถึงผลกระทบได้ ข้อเสนอแนะ การกระจุกตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กในพื้นที่เมือง ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในชุมชนอยู่ในระดับน้อย แต่อย่างไรก็ดีควรมีการควบคุมให้เหมาะสมควบคู่กับการส่งเสริม โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบมีความจำเป็นในการตรวจสอบผลกระทบที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชนที่อาศัยโดยรอบ


การศึกษาการรับรู้ความอบอุ่น ความสามารถ และเจตคติต่อกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ, ฉัตรดาว สิทธิผล Jan 2018

การศึกษาการรับรู้ความอบอุ่น ความสามารถ และเจตคติต่อกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ, ฉัตรดาว สิทธิผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการถูกประเมินความเชื่อแบบเหมารวมในมิติความอบอุ่น มิติความสามารถ และเจตคติของคนในสังคมที่มีต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) โดยเจตคติต่อกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในงานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นไปที่บริบทของการทำงาน งานวิจัยชิ้นนี้ออกแบบให้มี 8 เงื่อนไข โดยกลุ่มตัวอย่างอ่านและประเมินใบประวัติของเป้าหมายที่เป็นเพศชาย, เพศหญิง, เลสเบี้ยน, เกย์ (Gays), ไบเซ็กชวลชาย (Bisexual men), ไบเซ็กชวล (Bisexual women), ชายข้ามเพศ (Transgender men) หรือหญิงข้ามเพศ (Transgender women) กลุ่มตัวอย่างเป็นชาย และหญิงที่มีรสนิยมแบบรักต่างเพศ 8 เงื่อนไข โดยให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยอ่านประวัติของเป้าหมาย ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร อายุระหว่าง 20-39 ปี จำนวน 160 คน ผลการวิจัยปรากฏว่าไม่พบว่ารสนิยมทางเพศที่ต่างกัน ส่งผลให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกประเมินในมิติความอบอุ่น มิติความสามารถ และเจตคติในบริบทของการทำงานแตกต่างกัน รวมถึงไม่พบว่าเป้าหมายในการประเมินที่เป็นกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ถูกประเมินการเชื่อแบบเหมารวมในมิติของความอบอุ่น และความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งน้อยกว่ากลุ่มรักต่างเพศ ซึ่งขัดแย้งกับงานวิจัยในอดีต ที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศมักจะได้รับการประเมินทั้งในด้านหนึ่งน้อยกว่าผู้ที่มีรสนิยมแบบรักต่างเพศ


Physicochemical, Biopharmaceutical And Anti-Hepatocellular Carcinoma Properties Of Curcumin Diethyl Disuccinate, Chawanphat Muangnoi Jan 2018

Physicochemical, Biopharmaceutical And Anti-Hepatocellular Carcinoma Properties Of Curcumin Diethyl Disuccinate, Chawanphat Muangnoi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Curcumin ( Cur) has been reported for an anticancer activity by inducing apoptosis. However, the poor oral bioavailability of Cur due to chemical instability limits itself for further development as a chemotherapeutic agent. Previously, a succinate ester prodrug of Cur named as curcumin diethyl disuccinate (CurDD) has been designed and synthesized to enhance chemical stability of Cur. In this study, physicochemical and biopharmaceutical properties as well as in vitro and in vivo anti-hepatocellular carcinoma activities of CurDD were investigated and compared with those of Cur. CurDD could improve the stability of Cur in buffer pH 7.4 and simulated gastrointestinal fluids. …


Development Of In Situ Gel Containing Asiaticoside-Cyclodextrin Complex For Periodontal Tissue Regeneration, Hay Man Saung Hnin Soe Jan 2018

Development Of In Situ Gel Containing Asiaticoside-Cyclodextrin Complex For Periodontal Tissue Regeneration, Hay Man Saung Hnin Soe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Asiaticoside (AS) is active herbal compound isolated from Centella asiatica. It has the potential benefit in promoting type I collagen (COL I) synthesis and osteogenic differentiation in human periodontal ligament cells. However, it has low aqueous solubility which may hamper the bioavailability. Thus, the main objective of this study was to develop the thermoresponsive in situ gels containing AS by using cyclodextrin (CD). To determine the solubility enhancement of AS, phase-solubility profiles were investigated and revealed that CDs enhanced the aqueous solubility of AS. Hydroxypropyl-beta-CD (HPβCD) and sulfobutyl-ether-beta-CD (SBEβCD) were selected due to highly solubilization enhancement of AS. The mucoadhesive …


Topoisomerase I Inhibitory Compounds From The Roots Of Paphiopedilum Callosum, San Yoon Nwe Jan 2018

Topoisomerase I Inhibitory Compounds From The Roots Of Paphiopedilum Callosum, San Yoon Nwe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Paphiopedilum callosum (Rchb.f.) Stein belongs to the Orchidaceae family. The phytochemistry and bioactivity of this plant have not been previously reported. In this study, the chromatographic separation of methanolic extract of P. callosum roots was bioassay-guided by a yeast cell-based assay. One new compound, 3′-hydroxy-2,6,5′-trimethoxystilbene (PC1) and five known compounds including 3′-hydroxy-2,5′-dimethoxystilbene (PC2), 3-methylethergalangin (PC3), galangin (PC4), 2,3′-dihydroxy-5,5′-dimethoxystilbene (PC5) and 2,3′-dihydroxy-5′-methoxystilbene (PC6) were isolated. The chemical structures of these isolated compounds were elucidated and identified on the basis of analysis spectroscopic (ESI-MS, NMR and IR), as well as comparison with those reported in the literature. Their topoisomerase I poison activity …


Gene Expression Of Bcl2a1 และ Cxcl9 In Soft Tissue Covering Bone Grafting Materials, Borwonluk Taveedach Jan 2018

Gene Expression Of Bcl2a1 และ Cxcl9 In Soft Tissue Covering Bone Grafting Materials, Borwonluk Taveedach

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study was to assess the expression of Bcl2a1 and Cxcl9 genes in soft tissues covering bone grafted with demineralized freeze-dried bone allograft (DFDBA) and deproteinized bovine bone mineral (DBBM) in comparison with ones covering without grafting. The animals were randomly separated into three groups of treatment. Calvarial defect models were created on parietal bones. Bare defect models without bone graft as a control group. After one and three months, animals were sacrificed. Soft tissues covering the defected area were collected by punch technique. RNA was isolated and proceeded to Real-time reverse transcription quantitative polymerase chain reaction (RT-qPCR). Statistical analysis …


Fracture Resistance Of Non-Ferruled Endodontically Treated Teeth Restored With Different Fiber Post And Core Methods After Five Years Fatigue Loading, Puriwat Malakorn Jan 2018

Fracture Resistance Of Non-Ferruled Endodontically Treated Teeth Restored With Different Fiber Post And Core Methods After Five Years Fatigue Loading, Puriwat Malakorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The aim of this study was to compare the fracture resistance and failure mode of non-ferruled ETT restored with different fiber post and core methods after five years in vitro fatigue loading. Forty-eight uniradicular lower first premolar teeth were decoronated, endodontically treated and prepared for the post space. The prepared specimens were divided into four groups (n=12): single fiber-reinforced composite (FRC) post and flowable resin composite core (Group I), FRC post with an accessory fiber post and flowable resin composite core (Group II), resin composite relined FRC post and resin composite core (Direct anatomic post)(Group III), and resin composite relined …


Knowledge, Attitude And Practice Of Voluntary Blood Donation Among University And College Students In Yangon, Myanmar, Aye Chan Oo Jan 2018

Knowledge, Attitude And Practice Of Voluntary Blood Donation Among University And College Students In Yangon, Myanmar, Aye Chan Oo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Blood can save millions of lives in different clinical settings. According to WHO, blood transfusion services should target young voluntary blood donors as the potential source of sustainable blood supply. As a developing countries, Myanmar have challenges in providing timely and adequate blood supply to patients in need. For effective voluntary donor recruitment, understanding knowledge, attitude and practice towards blood donation among young university and college students is important. The aim of the study is to determine the practice of voluntary blood donations and its associated factors and to find out the reasons for not donating blood among the …


Factors Affecting Utilization Of Family Planning Services Among Married Women Of Reproductive Age Living In The Rural Area Of Kayin State, Myanmar, Sabai Tun Jan 2018

Factors Affecting Utilization Of Family Planning Services Among Married Women Of Reproductive Age Living In The Rural Area Of Kayin State, Myanmar, Sabai Tun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The rewards of promoting family planning services not only restricted to improving maternal or child health but also significantly advanced the fitting occasion to gain higher educational status, better employment, empowerment and greater socioeconomic status especially for girls and women. The main purpose of this study was to assess the utilization proportion of family planning services for contraception and to determine the factors affecting the utilization of contraception among 388 married women of reproductive age living in the rural area of Hpa-an Township, Kayin state, Myanmar. The data was collected by face to face interview in this quantitative cross-sectional descriptive …


Online Social Media And Applications Use Engaing In Sexual Risk Behaviors Among Hiv Infected Men Who Have Sex With Men In Bangkok, Thailand, Sasithorn Bureechai Jan 2018

Online Social Media And Applications Use Engaing In Sexual Risk Behaviors Among Hiv Infected Men Who Have Sex With Men In Bangkok, Thailand, Sasithorn Bureechai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this study is to identify the pattern of social media use and risky sexual behavior of men who have sex with men in Bangkok, Thailand by using a mixed method.This is a cross-sectional study based upon quantitative and qualitative data collection. The target population is Bangkok MSM aged over 15 who visit a research institute for consultancy. The data collection took 6 months from June to November 2018, and the subjects participating in this study total at 201. All subjects respond to a set of close-end and open-end questions. The data is analyzed with SPSS V.22 with …


Analysis Of Ncd Clinic Plus Program Among Hypertensive Patients In Kongra Hospital Patthalung Province Thailand: A 2014-2017 Secondary Data Analysis, Supaporn Promjeen Jan 2018

Analysis Of Ncd Clinic Plus Program Among Hypertensive Patients In Kongra Hospital Patthalung Province Thailand: A 2014-2017 Secondary Data Analysis, Supaporn Promjeen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Introduction: NCD Clinic Plus Program has been implemented in 2014 hospitals in Thailand since 2014. In 2015, Kongra Hospital, located in Patthalung province, is the best of small hospital or first-level hospital in Thailand and receives NCD Clinic Plus Award, The success of NCD Clinic Plus program was evaluated only the function of medical personnel. However, the patients’ outcomes have not been yet evaluated after program implementation since 2014. Objective and Method: This research aims, to access percentage of control and uncontrol blood pressure of patients during 2015-2017 and to find associated factors of control and uncontrol blood pressure of …


Promoting Physical Activity And Healthy Eating Behaviorby Nurse Coaching Through Line Application Among Overweight Women In Community, Phayathai District, Bangkok Thailand:A Randomized Controlled Trial, Yuphaporn Hongchuvech Jan 2018

Promoting Physical Activity And Healthy Eating Behaviorby Nurse Coaching Through Line Application Among Overweight Women In Community, Phayathai District, Bangkok Thailand:A Randomized Controlled Trial, Yuphaporn Hongchuvech

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The prevalence of overweight and obesity is increased rapidly and becoming a public health problem in many countries of the world including Thailand. Overweight increases the risk of several NCDs. The prevalence of overweight was higher in female than male. The imbalance between energy intake and energy expenditure were the common cause of overweight. The aim of this study was to evaluate the effect of health promotion program by nurse coaching through LINE application to improve knowledge, perception, and practice of physical activity and healthy eating behavior, body composition, blood pressure, and blood glucose among overweight women. A randomized controlled …


Follicular Responsiveness To Equine Chorionic Gonadotropin In Cat Species: Study In In Vitro Culture, Ajjima Chansaenroj Jan 2018

Follicular Responsiveness To Equine Chorionic Gonadotropin In Cat Species: Study In In Vitro Culture, Ajjima Chansaenroj

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Equine chorionic gonadotropin (eCG) has been commonly used to induce estrus in several felid species. However, the mechanisms by which this gonadotropin regulates cat folliculogenesis are still unclear. In this present study, we investigated 1) the in vitro responsiveness of cat ovarian follicles at different follicle developmental stages to various eCG concentration; 2) tiger antral follicle responsiveness to eCG; 3) the influence of eCG combination with insulin-like growth factor I (IGF-I) and/or stem cell factor (SCF) on cat ovarian follicles at different developmental stages. Study 1, the isolated follicles from the ovaries of 22 cats were classified into three developmental …


Application Of Needle-Free Injection Technology For Foot And Mouth Disease Vaccination Via Intradermal Route, Sirirat Wataradee Jan 2018

Application Of Needle-Free Injection Technology For Foot And Mouth Disease Vaccination Via Intradermal Route, Sirirat Wataradee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Foot and mouth disease (FMD) is an endemic disease in Thailand and caused severe economic loses. In order to prevent and control disease, the vaccination program is routinely administered for 2-3 times a year via subcutaneous route (SC). Even though, the vaccination is performed regularly, the outbreaks have often reported. The outbreaks occur due to the failure of number of immunity animal in population or herd immunity. The limitation of vaccine distribution to all animal population and difficulty of cattle restraint are forcible several farmers to failing to vaccinate their animals. Based on previous studies, the intradermal route (ID) can …


ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ, สิริลักษณ์ โรคารักษ์ Jan 2018

ประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ, สิริลักษณ์ โรคารักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติแห่งหนึ่ง ในภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยใช้การศึกษาการประเมินต้นทุนตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐศาสตร์ ผลการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า พบว่า ขั้นตอนการผลิตไฟฟ้า ก่อให้เกิดผลกระทบด้านการใช้พลังงานที่ใช้แล้วหมดไปมากที่สุด รองลงมาคือ ผลกระทบด้านการเกิดภาวะโลกร้อน ในขณะที่การประเมินต้นทุนตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ พบว่า มูลค่าปัจจุบันของต้นทุนโครงการ เท่ากับ 283,536 ล้านบาท และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยของโครงการจะเท่ากับ 1.95 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งนี้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 89 ของต้นทุนทั้งหมด เนื่องจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ผลการศึกษาประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจด้านการใช้พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป และด้านการเกิดภาวะโลกร้อนของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับผลการศึกษาอื่น และแนวทางในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งลดต้นทุนของการผลิตไฟฟ้าของพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของกังหันก๊าซ การลดอากาศขาเข้าเครื่องอัดอากาศ และการทำความสะอาดส่วนอัดอากาศ เป็นต้น


การพัฒนารูปแบบการจัดการค่ายโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่มด้วยเทคนิคการคิดนอกกรอบและ Pmi เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา, ขจรพงษ์ พูลสวัสดิ์ Jan 2018

การพัฒนารูปแบบการจัดการค่ายโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่มด้วยเทคนิคการคิดนอกกรอบและ Pmi เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา, ขจรพงษ์ พูลสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและประเมินความต้องการจำเป็น ในการจัดการกิจกรรมค่ายของนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการค่ายโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่มด้วยเทคนิคการคิดนอกกรอบและ PMI เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา ตัวอย่างในการวิจัยได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน คือ นิสิต นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เข้าร่วมค่าย จำนวน 480 คน นิสิต นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา ผู้ที่เคยมีประสบการณ์จัดค่าย จำนวน 54 คน เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และรูปแบบการจัดการค่ายฯ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ แจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. นิสิต นักศึกษา ระดับอุดมศึกษามีความต้องการจำเป็นในระบบสื่อสารกันในทีมเพื่อการประชุมตัดสินใจเพื่อแก้ไขปัญหาและวางแผนล่วงหน้า ในลำดับความต้องการมากที่สุด รองลงมาคือ ระบบช่วยดำเนินการจัดค่ายเป็นขั้นตอน ระบบเตือนความจำ บันทึกรายงาน แจกจ่ายงาน และตามงาน และ ระบบวางแผนและแสดงผลแบบ Timeline 2. รูปแบบการจัดการค่ายฯ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) กลยุทธ์การจัดการค่าย 2) คุณลักษณะผู้จัดค่าย 3) บทบาทอาจารย์ที่ปรึกษาค่าย 4) ระบบเว็บสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม และ 5) ประเมินผล ขั้นตอนรูปแบบการจัดการค่าย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) เตรียมความพร้อม 2) ศึกษากระบวนการ 3) วางแผนจัดค่าย 4) เตรียมค่าย 5) ดำเนินการจัดค่าย และ 6) สรุปและประเมินผลการจัดค่าย 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่า นิสิตกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผลการประเมินและรับรองรูปแบบการจัดการค่ายฯ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด


ผลของการฝึกโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายฟีฟ่าอีเลเว่นพลัส (Fifa 11+) ที่มีต่ออัตราส่วนความแข็งแรงของกล้ามเนื้องอเข่าต่อกล้ามเนื้อเหยียดเข่าและอุบัติการณ์การบาดเจ็บบริเวณรยางค์ส่วนล่างในนักกีฬาฟุตซอลหญิงไทย, ณัฎฐินี ชีช้าง Jan 2018

ผลของการฝึกโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายฟีฟ่าอีเลเว่นพลัส (Fifa 11+) ที่มีต่ออัตราส่วนความแข็งแรงของกล้ามเนื้องอเข่าต่อกล้ามเนื้อเหยียดเข่าและอุบัติการณ์การบาดเจ็บบริเวณรยางค์ส่วนล่างในนักกีฬาฟุตซอลหญิงไทย, ณัฎฐินี ชีช้าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการอบอุ่นร่างกายฟีฟ่าอีเลเว่นพลัส (FIFA11+) ที่มีผลต่ออัตราส่วนความแข็งแรงของกล้ามเนื้องอเข่าต่อกล้ามเนื้อเหยียดเข่า และศึกษาอุบัติการณ์การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับการฝึกโปรแกรมในนักฟุตซอลหญิงไทย โดยผู้เข้าร่วมงานวิจัยเป็นนักฟุตซอลหญิงไทย อายุ 18-30 ปี แบ่งผู้เข้าร่วมวิจัยออกเป็น 2 กลุ่มแบบเฉพาะเจาะจง กลุ่มละ 14 คน โดยกลุ่มทดลองเป็นนักฟุตซอลหญิงทีมชาติไทยได้รับการฝึกโปรแกรม FIFA 11+ 3 วันต่อสัปดาห์ กลุ่มควบคุมทำการอบอุ่นร่างกายแบบอยู่กับที่ (Static stretching) เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ มีการประเมินส่วนประกอบภายในร่างกาย การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา (Isokinetic test) ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility T-test) และการแกว่งของร่างกายขณะหยุดนิ่ง (The Footwork Pro balance test) พบว่ากลุ่มที่ได้รับการฝึก FIFA11+ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ดังนี้ มีการเพิ่มขึ้นของค่ามวลกล้ามเนื้อและการลดลงของค่าไขมันทั้งหมด อัตราส่วนความแข็งแรงของกล้ามเนื้องอเข่าต่อกล้ามเนื้อเหยียดเข่าขาข้างถนัดเพิ่มขึ้น การแกว่งของร่างกายที่ลดลงจากการทดสอบความสามารถในการทรงตัวของขาแต่ละข้างขณะหยุดนิ่งทั้งเปิดตาและปิดตา มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มของค่าความคล่องแคล่วว่องไว อุบัติการณ์การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทั้งหมด 168.15 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมงของการมีส่วนร่วมในการฝึกซ้อมและแข่งขัน ตำแหน่งของการบาดเจ็บที่พบมากที่สุด คือ ข้อเท้า 18.48% ข้อเข่า 18.48 % และกล้ามเนื้อต้นขา 17.7% เป็นการบาดเจ็บเอ็นข้อต่อที่เชื่อมระหว่างกระดูกอักเสบ การบาดเจ็บขาหนีบ และการฉีกขาดของกล้ามเนื้อต้นขา สรุปผลการฝึกโปรแกรม FIFA11+ สามารถพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักกีฬา ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณรยางค์ส่วนล่างในนักกีฬาฟุตซอลหญิงไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลดอุบัติการณ์การบาดเจ็บของข้อเท้าและข้อเข่าระดับรุนแรงได้


ผลการตอบสนองของเทคนิคการฟื้นฟูสมรรถภาพกายแบบมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวระหว่างเทคนิคหะฐะโยคะกับเทคนิคฟีฟ่า 11+ ภายหลังการออกกำลังกายส่วนขาด้วยระดับความหนักสูงสุดในนักกีฬาฟุตบอลชาย, พรรัตน์ จันทรังษี Jan 2018

ผลการตอบสนองของเทคนิคการฟื้นฟูสมรรถภาพกายแบบมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวระหว่างเทคนิคหะฐะโยคะกับเทคนิคฟีฟ่า 11+ ภายหลังการออกกำลังกายส่วนขาด้วยระดับความหนักสูงสุดในนักกีฬาฟุตบอลชาย, พรรัตน์ จันทรังษี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความแตกต่างของเทคนิคการฟื้นฟูสมรรถภาพกายแบบมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวระหว่างเทคนิคหะฐะโยคะกับเทคนิคฟีฟ่า 11+ และเทคนิคพื้นฐานภายหลังการออกกำลังกายส่วนขาด้วยระดับความหนักสูงสุดในนักกีฬาฟุตบอลชาย โดยทำการศึกษาในอาสาสมัครนักฟุตบอลเพศชาย อายุ 18-29 ปี ที่มีระดับการแข่งขันอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยหรือสโมสรฟุตบอลต่างๆ จำนวน 59 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเทคนิคพื้นฐาน (n=20) กลุ่มหะฐะโยคะ (n=20) และกลุ่มฟีฟ่า 11+ (n=19) กำหนดให้อาสาสมัครทุกคนได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายกระตุ้นการล้าของขาด้วยการปั่นจักรยาน Wingate ที่ความหนัก 7.5% ของน้ำหนักตัว จำนวน 3 รอบ หลังจากนั้นจะแบ่งกลุ่มเข้าร่วมโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นระยะเวลา 20 นาที ซึ่งจะได้รับการทดสอบสมรรถภาพทุกๆ 5 นาที ได้แก่ อัตราการเต้นของชีพจร ระดับความล้าของกล้ามเนื้อ ค่าแลคเตทในเลือด ค่าการกระโดดสูงสุดและค่าความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง พบว่าผลการศึกษา เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนออกกำลังกาย กลุ่มหะฐะโยคะ ค่าการกระโดดสูงสุดมีค่าเพิ่มมากขึ้น (p<0.01) และค่าความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังมีค่าเพิ่มมากขึ้น (p<0.01) อีกทั้งไม่พบความแตกต่างของอัตราการเต้นของชีพจร ระดับความล้าของกล้ามเนื้อและค่าแลคเตทในเลือด จากการวิจัยสรุปได้ว่า การฟื้นฟูสมรรถภาพกายแบบมีกิจจกรรมการเคลื่อนไหวด้วยเทคนิคหะฐะโยคะภายหลังการออกกำลังกายส่วนขาด้วยระดับความหนักสูงสุด สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางกายในด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อในนักกีฬา ในแง่ของการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถใช้ระหว่างพักครึ่งการแข่งขันที่มีเวลาอย่างจำกัดเพื่อให้สมรรถภาพทางกายของนักกีฬาพร้อมต่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


ผลของการออกกำลังกายกล้ามเนื้อกลุ่มสะโพกต่อระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้เกิดความมั่นคง ขณะทำการกระโดดลงน้ำหนักขาเดียว ในข้อเข่าของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดซ่อมสร้างเอ็นไขว้หน้า, อรวรรณ ใจหาญ Jan 2018

ผลของการออกกำลังกายกล้ามเนื้อกลุ่มสะโพกต่อระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้เกิดความมั่นคง ขณะทำการกระโดดลงน้ำหนักขาเดียว ในข้อเข่าของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดซ่อมสร้างเอ็นไขว้หน้า, อรวรรณ ใจหาญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการออกกำลังกายกล้ามเนื้อกลุ่มสะโพกต่อระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้เกิดความมั่นคงขณะทำการกระโดดลงน้ำหนักขาเดียว และประเมินการทำงานของข้อเข่าก่อนและหลังจากการออกกำลังกายกล้ามเนื้อกลุ่มสะโพก โดยทำการศึกษาในอาสาสมัครที่มีประวัติการผ่าตัดซ่อมสร้างเอ็นไขว้หน้าและสามารถกลับไปเล่นกีฬาได้ แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มออกกำลังกาย (n=18) และกลุ่มควบคุม (n=18) กำหนดระยะเวลาของการออกกำลังกายเท่ากับ 6 สัปดาห์ ประกอบด้วยการออกกำลังกายทั้งหมด 5 ท่าทาง การทดสอบระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดความมั่นคงของข้อเข่า คำนวณโดยใช้ค่าแรงกระทำจากพื้น (GRFs) ในขณะที่การทำงานของข้อเข่าจะใช้แบบประเมิน IKDC และประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อขาด้วยเครื่องทดสอบไอโซไคเนติก กำหนดความเร็วเชิงมุมเท่ากับ 60 องศาต่อวินาที ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครกลุ่มที่ได้รับการออกกำลังกาย ใช้ระยะเวลาในการเกิดความมั่นคงหลังจากกระโดดลงน้ำหนักขาเดียวน้อยกว่า (กลุ่มควบคุม 1.67±0.5: กลุ่มออกกำลังกาย 1.22±0.49 วินาที, P=0.01) และมีค่าคะแนนการประเมินการทำงานของข้อเข่าที่เพิ่มขึ้น (กลุ่มควบคุม 77±14.14: กลุ่มออกกำลังกาย 88±8.69 คะแนน, P<0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อขา มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายหลังจากการออกกำลังกาย จากการวิจัยจึงสรุปได้ว่าการออกกำลังกายกล้ามเนื้อกลุ่มสะโพกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนและออกแบบการฟื้นฟูการทำงานของข้อเข่า ในกลุ่มอาสาสมัครที่มีประวัติการผ่าตัดเปลี่ยนซ่อมเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปัจจัยทางจิตวิทยากับผลต่อการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ, ชานนท์ ศิริธร Jan 2018

ปัจจัยทางจิตวิทยากับผลต่อการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ, ชานนท์ ศิริธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.) ศึกษาลักษณะการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ 2.) เพื่อศึกษาปัจจัยทางจิตวิทยาทั้งภายในและภายนอกกับผลต่อการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ 3.) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยทางจิตวิทยาภายใน ปัจจัยทางจิตวิทยาภายนอก และการรับรู้คุณลักษณะของนวัตกรรม และ 4.) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเห็นคุณค่าในตนเองและความพึงพอใจในชีวิต ระหว่างผู้สูงอายุที่มีปริมาณความเข้มข้นในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับมากกับผู้สูงอายุที่มีปริมาณความเข้มข้นในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับน้อย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้สูงอายุ รวมทั้งสิ้น 25 คน จากนั้นทำการวิจัยเชิงสำรวจกับผู้สูงอายุที่มีปริมาณความเข้มข้นในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับมาก และผู้สูงอายุที่มีปริมาณความเข้มข้นในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับน้อย รวมทั้งสิ้น 730 คน ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า ผู้สูงอายุตัดสินใจใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์เนื่องจากแรงกระตุ้นจากเพื่อน ลูกหลาน และบุคคลที่ชื่นชอบ โดยจะใช้งานใน 4 ลักษณะ ได้แก่ ใช้สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น ใช้หาข้อมูลข่าวสาร ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก และใช้สร้างความภูมิใจในตน โดยปัจจัยที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างผู้สูงอายุที่ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์กับผู้ที่ไม่ได้ใช้งานคือ การรับรู้ความสามารถของตน (Self-efficacy) นอกจากนี้ยังพบว่า การใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเกิดการสร้างเสริมพลังในตนเอง (Self-Empowerment) โดยเฉพาะในการหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งส่งผลทำให้ผู้สูงอายุเรียนรู้การดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น นำมาซึ่งการเห็นคุณค่าในตนเองและความพึงพอใจในชีวิต ส่วนในการวิจัยเชิงปริมาณ ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่า ตัวแปรที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุมากที่สุดคือ ปัจจัยทางจิตวิทยาภายในตัวผู้สูงอายุ (Adjust R2 = .325) ซึ่งพยากรณ์ได้ที่ร้อยละ 32.5 ถัดมาคือ ปัจจัยทางจิตวิทยาภายนอกตัวผู้สูงอายุ (Adjust R2 = .313) ซึ่งพยากรณ์ได้ที่ร้อยละ 31.3 และคุณลักษณะของนวัตกรรม (Adjust R2 = .187) ซึ่งพยากรณ์ได้ที่ร้อยละ 18.7 ตามลำดับ


ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือของพนักงานนวดสปาในจังหวัดกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล, สายพิรุณต์ ตั้งยศฐากิจกุล Jan 2018

ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือของพนักงานนวดสปาในจังหวัดกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล, สายพิรุณต์ ตั้งยศฐากิจกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือของพนักงานนวดสปาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดใด จุดหนึ่ง กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานนวดสปาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 348 คน เก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามที่ดัดแปลงมาจาก Nordic occupation skin questionnaire จากนั้นตรวจร่างกายและถ่ายภาพบริเวณมือเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังทำการวินิจฉัย วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือ และหาขนาดของความสัมพันธ์ดังกล่าวด้วยสถิติ Multiple logistic regression ผลการศึกษาพบว่าความชุกของโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือของพนักงานนวดสปาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คือ ร้อยละ 14.4 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือ ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล คือ การมีประวัติผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ (Adj. OR 10.01; 95% CI 4.56 -21.99) ปัจจัยจากการทำงาน คือ การสัมผัสผลิตภัณฑ์อโรมาเทอราปีที่มีกลิ่นยูคาลิปตัส (Adj. OR 2.05; 95% CI 1.04 - 4.04) และกลิ่นลาเวนเดอร์ (Adj. OR 2.18; 95% CI 1.10 - 4.32) ส่วนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและปัจจัยจากการทำกิจกรรมนอกเวลางานไม่พบความสัมพันธ์กับผิวหนังอักเสบ บริเวณมือควรจัดให้มีการติดตามและเฝ้าระวังการเกิดโรคผิวหนังอักเสบบริเวณมือในผู้ที่มีความ เสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ทั้งนี้ยังให้ความรู้ในการดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเกิดผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณมือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเป็นภาวะเรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้ นอกจากนี้ยังควรให้ความรู้และความตระหนักในการใช้ผลิตภัณฑ์อโรมาเทอราปีที่มีส่วนผสมของกลิ่นลาเวนเดอร์หรือกลิ่นยูคาลิปตัส เช่นการดูแลตนเองในด้านสุขอนามัยภายหลังการสัมผัสผลิตภัณฑ์ดังกล่าว


ความเต็มใจของสามีในการจ่ายค่าตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ณ หน่วยฝากครรภ์, อรวรรณ อนันต์สิทธิชัย Jan 2018

ความเต็มใจของสามีในการจ่ายค่าตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ณ หน่วยฝากครรภ์, อรวรรณ อนันต์สิทธิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การส่งเสริมการตรวจคัดกรองตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นการค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่และส่งต่อเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2552 โดยที่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และผลกระทบด้านงบประมาณ การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความเต็มใจจ่ายค่าตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มสามีที่มาฝากครรภ์พร้อมภรรยา ระหว่างเดือนเมษายน ถึง มิถุนายน 2561 สามีที่มาฝากครรภ์พร้อมภรรยา ได้รับการสุ่มเพื่อเข้าร่วมการศึกษาวิจัยเป็นจำนวน 200 คน ซึ่งมีวิธีในการสอบถามค่าความเต็มใจในการจ่ายค่าตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิส 2 วิธี โดยวิธี Bidding เริ่มถามราคาสำหรับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีที่ 450 บาทและ 300 บาทสำหรับการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส โดยสอบถามอาสาสมัครคนละไม่เกิน 4 ถึง 5 ครั้ง ในขณะที่วิธีการสอบถามแบบ Payment scale อาสาสมัครสามารถเลือกราคาที่เต็มใจจ่ายได้ตั้งแต่ 100 ถึง 800 บาท สำหรับการตรวจคัดกรองเอชไอวี และ 20 ถึง 580 บาท สำหรับการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส ซึ่งทั้ง 2 วิธี ราคาจะปรับขึ้นหรือลงครั้งละ 70 บาท การวิเคราะห์แบบถดถอยพหุคูณ ถูกนำมาใช้ในการหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อการจ่ายค่าตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีและโรคซิฟิลิส ผลการศึกษาพบว่า จากอาสาสมัครทั้งหมด 200 คน มีค่ามัธยฐานอายุ 31(27-36) ปี, ไม่เคยมีบุตรมาก่อนร้อยละ 67 (134 คน) และจากทั้งหมด ร้อยละ 88 (176 คน) ยินดีตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีและโรคซิฟิลิส เมื่อสอบถามความเต็มใจในการจ่ายด้วยวิธี Bidding พบว่าค่ามัธยฐานความเต็มใจในการจ่ายค่าตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีเป็นจำนวน 450 (380-450) บาท และค่ามัธยฐานของความเต็มใจจ่ายค่าตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสเป็นจำนวน 300 (300-353) บาท ในขณะที่การสอบถามด้วยวิธี Payment scale ได้ราคาความเต็มใจในการจ่ายที่น้อยกว่า โดยมีค่ามัธยฐานความเต็มใจในการจ่ายค่าตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีเป็นจำนวน 310 (170-450) บาท และค่ามัธยฐานของความเต็มใจจ่ายค่าตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสเป็นจำนวน 230 (160-300) บาท นอกจากนี้ประวัติการมีบุตร มีความสัมพันธ์กับความยินดีจ่ายค่าตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีและโรคซิฟิลิสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่ากลุ่มสามีที่มารับบริการฝากครรภ์พร้อมภรรยา เป็นกลุ่มที่มีความยินดีในการจ่ายค่าตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีและโรคซิฟิลิสอย่างน้อย 2 …


ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวการยอมรับและพันธสัญญาต่อความวิตกกังวลทางสังคม ความกลัวการถูกประเมินทางลบ และความยืดหยุ่นทางจิตใจ ในนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีเพศหญิง, ชญานุช ศรีจันทร์ Jan 2018

ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวการยอมรับและพันธสัญญาต่อความวิตกกังวลทางสังคม ความกลัวการถูกประเมินทางลบ และความยืดหยุ่นทางจิตใจ ในนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีเพศหญิง, ชญานุช ศรีจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยแบบกึ่งทดลองชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวการยอมรับและพันธสัญญา ต่อความกลัวการถูกประเมินทางลบ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ และความวิตกกังวลทางสังคมในนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีเพศหญิง กลุ่มตัวอย่างมีอายุตั้งแต่ 18-23 ปี และมีคะแนนความวิตกกังวลทางสังคมสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 52 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 26 คน และกลุ่มควบคุม 26 คน โดยกลุ่มทดลองจะเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวการยอมรับและพันธสัญญา สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง จำนวน 8 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง โดยกลุ่มตัวอย่างตอบมาตรวัดความกลัวการถูกประเมินทางลบ (ฉบับย่อ) มาตรวัดการยอมรับและการกระทำในบริบทของความวิตกกังวลทางสังคม และมาตรวัดความวิตกกังวลทางสังคม ทั้งก่อนและหลังการเข้ากลุ่ม และในระยะติดตามผล 2 และ 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุนามแบบวัดซ้ำและระหว่างกลุ่ม ผลการทดสอบพบว่า 1. หลังการเข้ากลุ่ม และในระยะติดตามผล 2 และ 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีคะแนนความกลัวการถูกประเมินทางลบลดลงเมื่อเทียบกับก่อนการเข้าร่วมกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนความกลัวการถูกประเมินทางลบต่ำกว่ากลุ่มควบคุม ในช่วงหลังการเข้ากลุ่มและระยะติดตามผล 2 สัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .017 และในระยะติดตามผล 4 สัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2. หลังการเข้ากลุ่ม และในระยะติดตามผล 2 และ 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีคะแนนความยืดหยุ่นทางจิตใจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนการเข้าร่วมกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในช่วงหลังการเข้ากลุ่มและระยะติดตามผล 2 สัปดาห์ หากแต่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มในระยะติดตามผล 4 สัปดาห์ โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนความยืดหยุ่นทางจิตใจสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .017 3. หลังการเข้ากลุ่ม และในระยะติดตามผล 2 และ 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีคะแนนความวิตกกังวลทางสังคมลดลงเมื่อเทียบกับก่อนการเข้าร่วมกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในช่วงหลังการเข้ากลุ่ม หากแต่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มในระยะติดตามผล 2 และ 4 สัปดาห์ โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนความวิตกกังวลทางสังคมต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001


ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมต่อความวิตกกังวลในวัยรุ่นตอนต้น, บุญจิรา ชลธารนที Jan 2018

ผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมต่อความวิตกกังวลในวัยรุ่นตอนต้น, บุญจิรา ชลธารนที

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยกึ่งการทดลองในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมต่อความวิตกกังวลในวัยรุ่นตอนต้น โดยกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมต้นที่มีอายุระหว่าง 11-15 ปี ซึ่งมีคะแนนความวิตกกังวลสูงกว่าค่าเฉลี่ยแต่ไม่เกิน 1SD จำนวน 47 คนแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 23 คน กลุ่มควบคุม 24 คน โดยกลุ่มทดลองจะเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยมสัปดาห์ละ 2 ครั้งๆ ละ 2 ชั่วโมง รวม 8 ครั้ง คิดเป็นเวลาทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง โดยกลุ่มตัวอย่างตอบชุดคำถามแบบสอบถามที่ประกอบด้วยแบบวัดความวิตกกังวล (SCRAED) แบบวัดความสามารถในการตระหนักรู้อารมณ์ตนเอง (EESC) และแบบวัดความสามารถในการกำกับอารมณ์ตนเอง (ERQ) ข้อมูลที่ได้รับถูกนำมาวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุนามแบบวัดซ้ำและระหว่างกลุ่ม โดยมีผลวิจัยดังนี้ 1. หลังการเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองมีความวิตกกังวลน้อยกว่าก่อนเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2. หลังการเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองมีความวิตกกังวลน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3. หลังการเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองมีความสามารถในการตระหนักรู้อารมณ์ตนเองมากกว่าก่อนเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 4. หลังการเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองไม่พบว่ามีความสามารถในการตระหนักรู้อารมณ์ตนเองมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 5. หลังการเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองมีความสามารถในการกำกับอารมณ์ตนเองมากกว่าก่อนเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 6. หลังการเข้าร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแนวปัญญาพฤติกรรมนิยม กลุ่มทดลองมีความสามารถในการกำกับอารมณ์ตนเองมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ