Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (981)
- Medical Sciences (830)
- Engineering (502)
- Physical Sciences and Mathematics (489)
-
- Nursing (445)
- Education (401)
- Dentistry (357)
- Life Sciences (355)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Sports Sciences (286)
- Veterinary Medicine (284)
- Public Health (272)
- Business (246)
- Economics (220)
- Sociology (220)
- Chemistry (191)
- Arts and Humanities (183)
- Architecture (181)
- Psychology (161)
- Law (156)
- Health and Physical Education (145)
- Mental and Social Health (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (136)
- Environmental Sciences (133)
- Civil and Environmental Engineering (126)
- Communication (120)
- Communication Technology and New Media (120)
- Mass Communication (120)
- Keyword
Articles 2371 - 2400 of 6481
Full-Text Articles in Entire DC Network
อาชีพช่างตัดผมภายใต้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560, ศักดา เจริญสันติพงศ์
อาชีพช่างตัดผมภายใต้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560, ศักดา เจริญสันติพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อาชีพช่างตัดผม เป็นอาชีพหนึ่งที่ถูกกำหนดให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนชาติตามกฎหมาย ห้ามมิให้คนต่างด้าวทำในราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาดภายใต้กฎหมายมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความต้องการในการใช้บริการช่างตัดผมชาวต่างชาติที่มีทักษะความสามารถได้เกิดขึ้นในสังคม จากกระแสนิยมวัฒนธรรมต่างชาติที่ได้รับการยอมรับประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายกับคนต่างด้าวนั้นเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีร้านตัดผมที่ดำเนินธุรกิจโดยช่างตัดผมชาวต่างชาติเปิดให้บริการอย่างเปิดเผย และมีผู้ใช้บริการมากมาย ซึ่งเป็นลักษณะของกฎหมายที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของสังคม เอกัตตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการของกฎหมายในการกำหนดให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพสงวน ศึกษาแนวทางที่เหมาะสมและประโยชน์ในการปรับให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้ โดยทำการวิจัยเชิงเอกสาร ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานการประกอบอาชีพช่างตัดผมของประเทศไทย ประเทศออสเตรเลีย และ ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ หาข้อสรุป และเสนอแนวทางการวางมาตรฐานอาชีพสำหรับช่างทำผมที่จะประกอบอาชีพในประเทศไทยหากมีการปรับให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้ จากการศึกษาพบว่า ความเปลี่ยนแปลงของความต้องการในการใช้บริการช่างตัดผมชาวต่างชาตินั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมของกฎหมาย ผู้วิจัยได้ศึกษาเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การเข้าสู่อาชีพช่างตัดผมของประเทศไทยและต่างประเทศแล้ว พบว่าในต่างประเทศมีวิธีการคัดกรองบุคคลากรเข้าสู่อาชีพช่างตัดผมที่หลากหลาย และเหมาะสมต่อสถานการณ์ความต้องการของสังคมมากกว่าการคัดกรองด้วยสัญญาติของประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนวทางกำหนดมาตรฐานการคัดกรองบุคคลากรเข้าสู่อาชีพช่างตัดผมอันมีหลักเกณฑ์ยึดโยงกับมาตรฐานความสามารถ ฝีมือ และทักษะของช่างตัดผมโดยให้ใช้บังคับกับทั้งช่างตัดผมชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจและสังคม หรือด้านการส่งเสริมการแข่งขันและพัฒนาทักษะของช่างตัดผมไทย โดยไม่ต้องกำหนดให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพสงวนเฉพาะชาติไทยอีกต่อไป
การยุติคดีอาญาโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์, เพชรมณี ศรีอ่อน
การยุติคดีอาญาโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์, เพชรมณี ศรีอ่อน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แม้ว่าบทบัญญัติกฎหมายของไทยจะอนุญาตให้มีการไกล่เกลี่ยคดีอาญาได้ แต่ก็จำกัดไว้เฉพาะคดีบางประเภทเท่านั้น และผลทางกฎหมายยังไม่สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาถึงปัญหาการยุติคดีอาญาโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั้งก่อนและหลังฟ้องคดี โดยศึกษาเฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ผ่านหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และการไกล่เกลี่ยคดีอาญาตามกฎหมายไทยโดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และแคนาดา (รัฐโนวาสโกเทีย) จากการศึกษาพบว่า การไกล่เกลี่ยคดีอาญาเป็นมาตรการทางเลือกนอกเหนือจากกระบวนการพิพากษาของศาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คู่กรณีทุกฝ่ายได้แสวงหาแนวทางระงับข้อพิพาทร่วมกัน ชดใช้เยียวยาความเสียหาย และแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยจำกัดให้ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติคดีได้เฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์อันยอมความได้ และความผิดฐานลักทรัพย์ ตามมาตรา 334 เท่านั้น ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงความผิดเกี่ยวกับทรัพย์อื่น ๆ ที่มีลักษณะไม่ร้ายแรง เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายเพื่อขยายขอบเขตของความผิดที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 มาตรา 336 วรรคหนึ่ง มาตรา 357 วรรคหนึ่ง และมาตรา 365 เนื่องจากความผิดเหล่านี้เป็นความผิดที่มีคุณธรรมทางกฎหมายเป็นเรื่องส่วนบุคคล และความเสียหายที่เกิดขึ้นกระทบต่อประโยชน์ของปัจเจกบุคคลเป็นการส่วนตัวมากกว่ากระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมส่วนรวม และเสนอให้กำหนดผลทางกฎหมายเมื่อการไกล่เกลี่ยคดีอาญาเป็นผลสำเร็จด้วย
การกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะ, วรกมล เบ็ญจาธิกุล
การกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะ, วรกมล เบ็ญจาธิกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ ปัญหาและอุปสรรคในการควบคุมการพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะของกฎหมายไทยในปัจจุบัน รวมถึงเปรียบเทียบการกำหนดความผิดอาญาในลักษณะดังกล่าวของกฎหมายต่างประเทศ จากการศึกษาพบว่ากฎหมายประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะเป็นการเฉพาะ นอกจากนั้นแนวคำพิพากษาศาลฎีกาตีความว่าน้ำกรดซึ่งเป็นสารกัดกร่อนประเภทหนึ่งไม่ใช่อาวุธโดยสภาพแม้ว่าสารกัดกร่อนดังกล่าวสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้หากถูกใช้เป็นอาวุธ ทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายเนื่องจากโทษอาญาที่ลงไม่ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของความผิด นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้หากปล่อยให้มีการพกพาสารกัดกร่อนตามอำเภอใจในที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม จากการเปรียบเทียบกฎหมายของประเทศอังกฤษ ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่ามีการบัญญัติกฎหมายควบคุมสารกัดกร่อนไว้เป็นการเฉพาะ มีการกำหนดนิยามของสารกัดกร่อน และมีการกำหนดโทษที่สูงกว่ากฎหมายของประเทศไทย โดยบางประเทศมีทั้งโทษจำคุกและเฆี่ยน และบางประเทศมีแนวทางสำหรับผู้พิพากษาในการตีความให้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธอันตรายอย่างสูง เพื่อลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมโดยการใช้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเสนอแนะให้มีการตราพระราชบัญญัติสารกัดกร่อนขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อกำหนดคำนิยาม กำหนดความผิดและบทลงโทษที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสในการก่อภยันตรายในที่สาธารณะโดยใช้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธในการก่ออาชญากรรม และ กำหนดความผิดฐานพาสารกัดกร่อนติดตัวไปในสาธารณสถาน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุอันควรหรือมีอำนาจตามกฎหมาย หรือมีไว้เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพโดยสุจริต รวมถึงเสนอแนะการวางแนวทางของศาลว่าควรตีความให้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธโดยสภาพ
การกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้เด็กสมรส, อนัญญา จ่าวัง
การกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้เด็กสมรส, อนัญญา จ่าวัง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดในการกำหนดความผิดที่เกี่ยวข้องกับกรณีการบังคับให้เด็กสมรสและความจำเป็นที่ประเทศไทยควรจะกำหนดให้การบังคับให้เด็กสมรสเป็นความผิดทางอาญา และวิเคราะห์ปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยต่อกรณีการบังคับให้เด็กสมรส รวมถึงสำรวจมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศในการกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีการบังคับให้เด็กสมรส และมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองเด็กจากการถูกบังคับให้สมรสของประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ และฟิลิปปินส์ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่เหมาะสมต่อการกำหนดความผิดทางอาญากรณีการบังคับให้เด็กสมรสในประเทศไทย การบังคับให้เด็กสมรสเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กอย่างร้ายแรงซึ่งผู้กระทำมักเป็นบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ในการดูแลเด็ก เด็กถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจยังไม่มีความสามารถเพียงพอในการปกป้องสิทธิของตนเอง จึงทำให้ตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าวได้โดยง่าย ซึ่งส่งผลให้เกิดผลกระทบทางด้านลบทั้งต่อตัวเด็กเองและต่อสังคม จากการศึกษาพบว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายใด ๆ ที่จะนำมาใช้บังคับกับกรณีการบังคับให้เด็กสมรสได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาในการคุ้มครองเด็กจากการกระทำดังกล่าว และเมื่อสำรวจกฎหมายต่างประเทศพบว่าประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ และฟิลิปปินส์ ได้มีการกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้เด็กสมรส รวมถึงมีมาตรการทางกฎหมายอื่นเพื่อคุ้มครองเด็กจากการกระทำนั้น ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์การกระทำกรณีบังคับให้เด็กสมรสประกอบกับหลักเกณฑ์การกำหนดความผิดทางอาญาแล้ว พบว่าการบังคับให้เด็กสมรสเป็นการกระทำที่มีลักษณะร้ายแรงและสมควรที่จะกำหนดให้เป็นความผิดทางอาญา ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอให้มีการกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้สมรสโดยการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ให้เป็นหนึ่งในการกระทำที่ต้องห้ามมิให้กระทำต่อเด็กซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษทางอาญาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบังคับใช้ในการคุ้มครองเด็กจากการถูกบังคับให้สมรสตามสิทธิและเสรีภาพของเด็กอันพึงจะได้รับต่อไป
ขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ, ชลกร ปัญญะสังข์
ขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ, ชลกร ปัญญะสังข์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมีความไม่ชัดเจน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้ตีความว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่เฉพาะในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงการปราบปรามยาเสพติด เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ขอบเขต และการใช้อำนาจในการแก้ไขปัญหายาเสพติดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกฎหมายประเทศไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส จากการศึกษาพบว่าการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด คือ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของประเทศญี่ปุ่นเและประเทศฝรั่งเศสต่างกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะดังกล่าว ซึ่งแตกต่างกับประเทศไทยที่ได้มีการตีความจำกัดอำนาจหน้าที่บางประการไว้ ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้มีการทบทวนการตีความอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมาย และกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่บนพื้นฐานของหลักการกระจายอำนาจ หลักบริการสาธารณะ และหลักความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสม
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในการชุมนุมสาธารณะ, ชนาภา ชาตะรูปะ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในการชุมนุมสาธารณะ, ชนาภา ชาตะรูปะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงปัญหาการรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะในประเทศไทย โดยได้วิเคราะห์และศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายและแนวปฏิบัติของต่างประเทศ ประกอบกับแนวปฏิบัติในการให้ความคุ้มครองเสรีภาพสื่อและการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ตามข้อความเห็นทั่วไป (General Comment) ของคณะกรรการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Committee) ที่รัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ใช้อ้างอิงเป็นมาตรฐานเดียวกันในฐานะตัวอย่างของการตีความและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐในการให้ความคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุม จากการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีปัญหาการแทรกแซงและจำกัดสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในการชุมนุมสาธารณะอย่างไม่สอดคล้องกับหลักการและแนวปฏิบัติของคณะกรรการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอยู่หลายประการด้วยกัน โดยที่สาเหตุหลักของปัญหานั้นมาจาก ความไม่ชัดเจนของขอบเขตของการคุ้มครองเสรีภาพที่ใช้ในการทำการรายงานข่าวในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะ การกำหนดคำนิยามของคำว่า “ผู้ชุมนุม" ในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มีลักษณะที่กว้างขวาง และกลไกในการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงได้เสนอแนวทางในการแก้ไขที่สาเหตุหลักของปัญหา โดยรัฐควรมีการขยายขอบเขตของการคุ้มครองการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการนำเสนอข่าวของประชาชนให้ครอบคลุมสื่อมวลชนทุกแขนงมากยิ่งขึ้น ควรมีการปรับปรุงแก้ไขคำนิยามคำว่า “ผู้ชุมนุม" และเพิ่มเติมคำนิยามคำว่า “สื่อมวลชน" และ “ผู้สังเกตการณ์" ในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 รวมทั้งต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกลไกที่ใช้ในการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐให้สามารถคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่เป็นสื่อพลเมืองสามารถมั่นใจได้ว่า จะสามารถใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการเสนอข่าวเพื่อทำการรายงานข่าวในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะได้ โดยไม่ถูกแทรกแซงและจำกัดอย่างไม่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วน และแนวปฏิบัติในการคุ้มครองเสรีภาพสื่อตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมยุวกาชาดโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต, กิตติภัค วงศ์ไพศาลสิน
แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมยุวกาชาดโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต, กิตติภัค วงศ์ไพศาลสิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการบริหารกิจกรรมยุวกาชาด โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรม ยุวกาชาดโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะชีวิต ใช วิธีการวิจัยเชิงบรรยาย ประชากร ที่ใช้ ในการวิจัย คือ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 437 โรงเรียน เลือกตัวอย่างโดยการ กำหนดคุณสมบัติ จำนวน 50 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ บริหารและครูที่เป็นวิทยากรยุวกาชาด กรุงเทพมหานคร จำนวน 64 คน เครื่องมือที่ใช ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ของ (ร่าง) แนวทางฯ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ ข้อมูล ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ ดัชนีค่าความต้ องการจำเป็น ฐานนิยม และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารกิจกรรมยุวกาชาดที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การวางแผน และการปฏิบัติตามแผนมีความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด โดยการบริหารกิจกรรมยุวกาชาด ทั้งหมดมีองค์ประกอบทักษะชีวิตที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การแสดงพฤติกรรมเชิงบวก 2) แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมยุวกาชาด มีทั้งหมด 4 แนวทาง 12 แนวทางย่อย 25 วิธีดำเนินการ แนวทางเรียงตามลำดับความต้องการจำเป็น ดังนี้ (1) ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วม วางแผนการจัดกิจกรรมยุวกาชาดด้านสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ และการสร้างความเข้าใจอันดี (2) ประเมินผลการจัดกิจกรรมยุวกาชาดด้านมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไปที่ส่งเสริมการแสดง พฤติกรรมเชิงบวก (3) ปรับปรุงการจัดกิจกรรมยุวกาชาดด้านส่งเสริมความสงบสุข และการแสดง พฤติกรรมเชิงบวก และ (4) สนับสนุนการปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรรมยุวกาชาดด้านมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไป และการแสดงพฤติกรรมเชิงบวก
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) ตามแนวคิดสุขภาวะของครู, ชญานี จินดางาม
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) ตามแนวคิดสุขภาวะของครู, ชญานี จินดางาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่ม 1 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตามแนวคิดทักษะการนำกระบวนการ, ปฐมาภรณ์ ตานิ่ว
แนวทางการพัฒนาครูศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่ม 1 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตามแนวคิดทักษะการนำกระบวนการ, ปฐมาภรณ์ ตานิ่ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางการสอนของครูโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, ภานุพงศ์ เพชรรัตน์
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางการสอนของครูโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, ภานุพงศ์ เพชรรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ตามแนวคิดผู้มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ศุภษา อังกาบูรณะ
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ตามแนวคิดผู้มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ศุภษา อังกาบูรณะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี ตามแนวคิดความอยู่ดีมีสุขของผู้เรียน, พรพรหม พานิชเจริญ
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี ตามแนวคิดความอยู่ดีมีสุขของผู้เรียน, พรพรหม พานิชเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
การพัฒนาชุดตรวจออกซิไดซ์ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง ด้วยเทคนิค Paper-Based Immunogold-Silver Enhancement Assay, ปิยวดี ประดิษฐ์นวกุล
การพัฒนาชุดตรวจออกซิไดซ์ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง ด้วยเทคนิค Paper-Based Immunogold-Silver Enhancement Assay, ปิยวดี ประดิษฐ์นวกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง (High-density lipoprotein; HDL) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ต้านการอักเสบของหลอดเลือด และยับยั้งการเกิด LDL-oxidation แต่การทำงานของ HDL จะสูญเสียไปเมื่อ HDL ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ กลายเป็น oxidized HDL (oxHDL) การวัดระดับ HDL-cholesterol เป็นการประเมินด้านปริมาณแต่ไม่สามารถบอกการทำงานของ HDL ได้ หากสามารถวัดระดับ oxHDL ควบคู่ไปกับระดับ HDL-cholesterol ทำให้การพยากรณ์การเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้แม่นยำขึ้น แต่การวิเคราะห์ระดับ oxHDL ต้องใช้เครื่องมือจำเพาะและน้ำยามีราคาสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์ oxHDL ด้วยหลักการ Paper-based Immunogold silver-enhanced assay โดยออกแบบฐานกระดาษมีลักษณะเดียวกับ microtiter plate ตรึงแอนติบอดีต่อ 4-Hydroxynonenal (anti-HNE) ซึ่งเป็นผลผลิตจากกรดไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ oxHDL ในตัวอย่างจับกับ anti-HNE บนกระดาษ ใช้ anti-APO AI ที่มีความจำเพาะต่อ HDL ที่ติดฉลากกับอนุภาคของทองคำและขยายสัญญาณด้วย silver ion อ่านผลด้วยเครื่องสแกนและวิเคราะห์ความเข้มสีด้วยโปรแกรม Photoshop CS64 ผลการวิเคราะห์ความเป็นเส้นตรงระหว่าง oxHDL กับ ความเข้มสี พบว่า มีความสัมพันธ์เป็นเส้นตรงที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0-300 ng/mL ( r2 = 0.946) ผลการทดสอบความถูกต้องของชุดทดสอบ ใช้ซีรัมจำนวน 32 ราย วิเคราะห์ปริมาณ oxHDL ด้วยวิธีที่พัฒนาขึ้นและวิธี Sandwich ELISA หาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ oxHDL ที่วิเคราะห์ได้จากทั้งสองวิธีด้วย Pearson correlation coefficient พบว่า ค่า correlation coefficient (r) = 0.527 และมีค่า p-value =0.002 แสดงให้เห็นว่าทั้งสองวิธีมีความสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กันในระดับกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ออกซิไดซ์ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูงฐานกระดาษเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนา เพื่อประยุกต์ใช้ในการตรวจปริมาณ oxHDL …
Preparation Of Ion-Selective Membrane And Electrode Using Cobalt Porphyrin As Ionophore For Anion Detection, Kawisara Longsakpreecha
Preparation Of Ion-Selective Membrane And Electrode Using Cobalt Porphyrin As Ionophore For Anion Detection, Kawisara Longsakpreecha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this study, the synthesis of the 5,10,15,20-tetrakis(4-dodecyloxyphenyl)porphyrin cobalt(II) complex (CoL) was carried out through a condensation reaction of 4-n-dodecyloxybenzaldehyde and pyrrole, followed by the metalation reaction of cobalt(II) acetate with meso-tetra(4-alkyloxyphenyl) porphyrin (L2) to obtain CoL. Characterization of CoL was conducted using physical methods such as 1H-NMR, 13C-NMR, and MALDI-TOF to confirm CoL structure and purity. CoL was utilized as an ionophore to fabricate the ion selective membrane (ISM) and ion selective electrode (ISE) for the detection of ClO4-. The composition of the ISM, including polymer (PVC), plasticizer (NPOE), cationic additive (TDMACl), and ionophore (CoL), was optimized for ISE …
ผลของโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ต่อความเมตตากรุณาต่อตนเอง ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และความสามารถในการฟื้นพลัง ในวัยรุ่น, ณัชชานิษฐ์ เงินวิวัฒน์กูล
ผลของโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ต่อความเมตตากรุณาต่อตนเอง ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และความสามารถในการฟื้นพลัง ในวัยรุ่น, ณัชชานิษฐ์ เงินวิวัฒน์กูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ (Self-compassion Journey) ต่อความเมตตากรุณาต่อตนเอง ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และความสามารถในการฟื้นพลังในวัยรุ่น โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อายุ 15–18 ปี ซึ่งมีคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเองอยู่ในระดับคะแนนที่ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 จำนวน 40 คน แบ่งกลุ่มด้วยวิธีการสุ่มออกเป็นกลุ่มทดลองที่เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ 14 วัน และกลุ่มควบคุมจำนวนกลุ่มละ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามประกอบโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ซึ่งประกอบไปด้วย มาตรวัดความเมตตากรุณาต่อตนเอง มาตรวัดความรู้สึกขอบคุณ และ มาตรวัดความแข็งแกร่งยืดหยุ่นของชีวิต และโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ มีการทดสอบสามระยะในช่วงก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และช่วงติดตามผล ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ทางสถิติเชิงพรรณนาและสถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบผสมสองทาง (Two-way mixed ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มทดลองมีคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเอง (p < .001) และคะแนนความสามารถในการฟื้นพลัง (p= .004) เพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม แต่ไม่พบความแตกต่างนี้ในคะแนนความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ นอกจากนี้กลุ่มทดลองยังมีคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุมในช่วงหลังเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) แต่ไม่พบความแตกต่างของคะแนนความสามารถในการฟื้นพลังและคะแนนความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงหลังเข้าร่วมโปรแกรมและระยะติดตามผลไม่พบการเพิ่มขึ้นของคะแนนทั้ง 3 ตัวแปร แต่ในช่วงระยะติดตามผลพบว่าคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .011) ในขณะที่ไม่พบความแตกต่างของคะแนนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในคะแนนความสามารถในการฟื้นพลังและคะแนนความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ จะเห็นได้ว่า การเข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ช่วยเพิ่มความเมตตากรุณาต่อตนเองในวัยรุ่นได้ นอกจากนี้ผลของโปรแกรมยังสามารถคงอยู่ได้หลังจากโปรแกรมเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 สัปดาห์
ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติ, จินต์จุฑา บำเพ็ญวัฒนา
ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติ, จินต์จุฑา บำเพ็ญวัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยตามมาตรา 118 และมาตรา 135 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 โดยศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไทย จากการศึกษา พบว่าความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยมีข้อบกพร่องทางกฎหมาย 4 ประการ กล่าวคือ บทบัญญัติไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและการเมือง ขัดกับหลักความชัดเจนแน่นอนของกฎหมายอาญา มีความเป็นอาญาและจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนเกินสมควร เพื่อแก้ไขปัญหาทางกฎหมายทั้ง 4 ประการ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยโดยยกเลิกความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 ซึ่งซ้ำซ้อนกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา กำหนดขอบเขตของการกระทำให้ครอบคลุมเฉพาะการปลด การทำลาย การทำให้เสียหาย การทำให้ไร้ประโยชน์และการทำให้เปรอะเปื้อนซึ่งธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐโดยเปิดเผยหรือในที่ประชุม กำหนดขอบเขตของธงอันมีความหมายถึงรัฐตามมาตรา 118 ให้ครอบคลุมเฉพาะผืนธงชาติไม่ว่าจะมีขนาดใดและทำมาจากวัสดุใด กำหนดขอบเขตของวัตถุแห่งการกระทำของมาตรา 135 ให้ครอบคลุมเฉพาะธงชาติและเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐต่างประเทศที่แสดงไว้เพื่อใช้แทนประเทศนั้นอย่างเป็นทางการ และกำหนดให้คำว่า “เหยียดหยาม” เป็นเจตนาพิเศษเช่นเดิม
Phenotypic And Molecular Characterization Of Streptococcus Agalactiae Causing Bovine Mastitis In Central Region Of Thailand, Sirirat Wataradee
Phenotypic And Molecular Characterization Of Streptococcus Agalactiae Causing Bovine Mastitis In Central Region Of Thailand, Sirirat Wataradee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Streptococcus agalactiae is a highly contagious pathogen with a significant economic impact on bovine mastitis. The research aims to achieve three objectives: 1) identifying and characterizing S. agalactiae strains responsible for bovine mastitis based on their phenotypic and genotypic characteristics, 2) determining susceptibility profiles to antimicrobial agents, and 3) applying molecular epidemiological analysis to explore intramammary infections in Thai dairy herds. We analyzed a collection of one hundred S. agalactiae isolates from clinical and subclinical mastitis cases in thirteen dairy herds in central region of Thailand. We used conventional microbiological procedures, the VITEK® 2 system, and molecular detection of the …
Influence Of Cataract On Electroretinal Responses In Small Dog Breeds, Chayada Noosen
Influence Of Cataract On Electroretinal Responses In Small Dog Breeds, Chayada Noosen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Canine cataract is a condition of lens opacity that if severe, can lead to vision loss. High prevalence of cataract is evident in small dog breeds. To assess retinal function in cataract patients, flash electroretinography is commonly used in practice. This study aimed to compare time- and frequency-domain electroretinal responses between normal and cataract eyes in small dog breeds. Eighty-four eyes from small dog breeds categorized into immature cataract (n=49), mature cataract (n=25) and control (n=10) eyes in this study. Full-field flash intensity series ERG was performed in dogs under scotopic and photopic condition. Data was analyzed and compared among …
Porcine Semen Microbiota Analysis In Relation To Sperm Quality In Semen Extender Coupled With Gentamicin, Cong Bang Ngo
Porcine Semen Microbiota Analysis In Relation To Sperm Quality In Semen Extender Coupled With Gentamicin, Cong Bang Ngo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The present study was carried out to (i) investigate the association between boar semen microbiota and semen qualities and (ii) determine the relationship between boar bacteria contamination and longevity of boar semen preserved for 3 days in BTS with and without gentamicin. A total of 20 Duroc ejaculates were collected from standard quality boars (n=10) and high-quality ones (n= 10). Besides 3 ml of fresh semen of each ejaculate was subjected to 16S rRNA gene sequencing and bioinformatics including alpha diversity, beta diversity, and taxonomic mapping, each ejaculate was diluted in two conditions of Beltsvile Thawing Solution (BTS) extender: CONTROL: …
The Effect Of Platelet-Rich Plasma And Hyaluronic Acid Nanogel On Wound Healing In Rat Skin Models, Pirada Virankabutra
The Effect Of Platelet-Rich Plasma And Hyaluronic Acid Nanogel On Wound Healing In Rat Skin Models, Pirada Virankabutra
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study aimed to validate two-step procedure PRP protocol and assess the effect on skin healing process in rats treated with PRP and/or HA nanogel. A total of 46 Wistar rats were enrolled in the study. PRPwas produced and its hematological parameters were examined. Six skin defects were created and topicals (control, PRP, HA, PRP/HA, PRP/HA cream, and cream) were applied to the wounds. The progression of wound reduction was photographed daily, and calcutated to wound area. Skin samples were collected according to sampling timepoints: day 0, 3, 7,10, and 14, and stained for histological grading. The platelet (2457.15 $ …
Factors Predicting Personal Recovery Among Persons With Schizophrenia Living In Community, Thailand, Jutharat Thongsalab
Factors Predicting Personal Recovery Among Persons With Schizophrenia Living In Community, Thailand, Jutharat Thongsalab
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This cross-sectional study aimed to explore the stages of personal recovery and associated predictive factors among 231 community-dwelling Thai aged 18 years and older with schizophrenia. A multi-stage sampling approach was used to select participants from general and psychiatric hospitals' mental health outpatient departments. Based on the Unity Model of Recovery and a comprehensive literature review, the dependent variable was personal recovery. Several predictive factors were identified, including insight, number of hospitalizations, resilience, family and social support, therapeutic alliance, and the utilization of recovery-oriented nursing services. Data collection took place from March to May 2023, using a combination of screening …
ผลของการรับประทานเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าที่มีต่อสมรรถภาพการวิ่งในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนชาย, ชุตินันท์ สุขสอาด
ผลของการรับประทานเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าที่มีต่อสมรรถภาพการวิ่งในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนชาย, ชุตินันท์ สุขสอาด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กล้วยน้ำว้า เป็นหนึ่งในสายพันธุ์กล้วยที่เก่าแก่และเพาะปลูกมากในประเทศไทย ผลกล้วยนำมาใช้เป็นอาหารและยามาอย่างยาวนาน งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้า ศึกษาผลของเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าต่อสมรรถภาพความทนทานในการวิ่งและผลของเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าต่อสมรรถภาพการวิ่งในระยะฮาล์ฟมาราธอน โดยเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้ามีปริมาณของน้ำตาลกลูโคส ซูโครส ฟรักโทส โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม โปรตีน ไขมัน เถ้า และปริมาณคาร์โบไฮเดรต ตามลำดับ ดังนี้ 1.20 ± 0.02 กรัม, 8.77 ± 0.08 กรัม, 1.31 ± 0.01 กรัม, 25.67 ± 0.13 มิลลิกรัม, 184.83 ± 0.54 มิลลิกรัม, 14.07 ± 0.09 มิลลิกรัม, 0.43 ± 0.08 กรัม, 0.14 ± 0.02 เปอร์เซ็นต์, 1.23± 0.19 กรัม, 0.55 ± 0.01 กรัม 15.95 ± 0.21 เปอร์เซ็นต์ ต่อตัวอย่าง 100 กรัม พลังงานรวม 66.75 ± 0.84 แคลอรี ต่อตัวอย่าง 100 กรัม ในการทดสอบสมรรถภาพความทนทาน นักวิ่งชายไทยจำนวน 11 คน อายุระหว่าง 27.36 ± 8.89 ปี มีค่าความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด 69.43 ± 12.69 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/นาที เข้าร่วมงานวิจัยนี้ ผลการทดสอบพบว่า กลุ่มที่ทานเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้ามีระยะเวลาในการวิ่งยาวนานกว่าเจลให้พลังงานชนิดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (55.23 ± 10.32 นาที และ 46.13 ± 9.87 นาที) และมีปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p
ผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ณรงค์เดช ศรีประสาน
ผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ณรงค์เดช ศรีประสาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงขั้นที่หนึ่ง วิธีดำเนินการวิจัย ในงานวิจัยนี้มีจำนวนผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงขั้นที่หนึ่งที่เข้าร่วมงานวิจัยทั้งหมด 34 คน แบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มควบคุมใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่ได้รับการฝึกใด ๆ 17 คนและ กลุ่มทดลองที่มีการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลอง 60 นาที/ครั้ง 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นจำนวน 36 ครั้งใน 12 สัปดาห์ จำนวน 17 คน ประกอบด้วย กลุ่มทดลอง จำนวน 17 คน (ชาย 2 คน และหญิง 15 คน) และ กลุ่มควบคุม จำนวน 17 คน (ชาย 5 คน และหญิง 12 คน) โดยทำการทดสอบผลก่อนและหลังการทดลอง และทำการเปรียบเทียบผลการทดสอบผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงทั้งสองกลุ่ม เมื่อสิ้นสุดการฝึก ผู้วิจัยทำการทดสอบตัวแปรความดันโลหิต การทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ตัวแปรตามด้านสมรรถภาพทางกาย และ องค์ประกอบของร่างกาย จากนั้นนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้การทดสอบ Independent t-test และเปรียบเทียบข้อมูลแบบรายคู่โดยการใช้ Pair t-testผลการวิจัย หลังการทดลองกลุ่มฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองมีค่าความดันโลหิตลดลงและสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้น สมรรถภาพทางกายและองค์ประกอบของร่างกายพัฒนาขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05สรุปผลการวิจัย การฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองหลังการฝึกเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ สามารถช่วยลดความดันโลหิตและเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มสมรรถภาพทางกายและพัฒนาองค์ประกอบของร่างกายดีขึ้น
ผลของการฝึกพิลาทิสบนเสื่อต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ชุติมา วรมนตรี
ผลของการฝึกพิลาทิสบนเสื่อต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ชุติมา วรมนตรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกพิลาทิสบนเสื่อต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด และสมรรถภาพทางกาย ในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงวิธีดำเนินการวิจัย ในงานวิจัยนี้มีจำนวนผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระดับที่ 1 ที่เข้าร่วมงานวิจัยทั้งหมด 34 คน แบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มควบคุม ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่ได้รับการฝึกใด ๆ จำนวน 17 คน และกลุ่มทดลองที่มีการฝึกออกกำลังกายพิลาทิสบนเสื่อ 60 นาที/ครั้ง 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นจำนวน 36 ครั้งใน 12 สัปดาห์ จำนวน 17 คน โดยทำการทดสอบตัวแปรความดันโลหิต การทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และตัวแปรด้านสมรรถภาพทางกายด้วยการทำแบบทดสอบ the Senior Fitness Test ก่อนและหลังการทดลอง จากนั้นนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้การทดสอบค่าทีแบบเป็นอิสระต่อกัน (Independent t-test) และเปรียบเทียบข้อมูลภายในกลุ่มโดยใช้การทดสอบค่าทีแบบรายคู่ (Paired t-test) ที่ระดับความมีนัยสำคัญที่ 0.05ผลการวิจัย หลังการทดลองกลุ่มฝึกพิลาทิสบนเสื่อมีค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว และคลายตัวลดลงและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้สมรรถภาพทางกายพัฒนาขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05สรุปผลการวิจัย การฝึกพิลาทิสบนเสื่อฝึกเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ สามารถช่วยลดความดันโลหิตและเพิ่มการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มสมรรถภาพทางกาย สามารถนำไปเป็นแนวทางในการออกกำลังกายเพื่อการดูแลรักษาความดันโลหิตสูงได้
Roles Of Regulated Cell Death In Cholangiocarcinoma And Pancreatic Ductal Adenocarcinoma, Thanpisit Lomphithak
Roles Of Regulated Cell Death In Cholangiocarcinoma And Pancreatic Ductal Adenocarcinoma, Thanpisit Lomphithak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cholangiocarcinoma (CCA) and pancreatic ductal adenocarcinoma (PDAC) are complex and heterogeneous cancers. Conventional therapy approaches often fail to elicit significant responses in patients, resulting in low survival rates compared to other cancer types. This could be due to their immunosuppressive and desmoplastic tumor microenvironment, which renders cancer cells resistant to conventional therapies, highlighting the urgent need for more effective therapeutic approaches. Regulated cell death pathways have been extensively studied in recent years as a promising target for developing new strategies in cancer treatment. Specifically, necroptosis and ferroptosis, two forms of regulated necrosis, hold promise as novel targets for treating cancer, …
Effectiveness Of Comprehensive Palliative Care In Quality Of Life Among Cancer Patients In Vietnam: A Randomized Control Trial, Quynh Xuan Nguyen Truong
Effectiveness Of Comprehensive Palliative Care In Quality Of Life Among Cancer Patients In Vietnam: A Randomized Control Trial, Quynh Xuan Nguyen Truong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Palliative care and medical social work are emerging fields in Vietnam, but there is a significant gap between the psychosocial care needs of patients with serious illnesses and the availability of social work services, particularly in palliative care. This study aimed to develop and implement a comprehensive palliative care (CPC) program using a multidisciplinary approach to enhance the quality of life for cancer patients, and to assess its effectiveness.Method: A randomized controlled trial was conducted with patients recruited from the palliative care department of a university hospital. Participants were randomly assigned to either receive usual care or CPC. Data …
Substance Use Pattern Among Undergraduate College Students In Bandung, Indonesia, Nafisah Putri Wyangsari
Substance Use Pattern Among Undergraduate College Students In Bandung, Indonesia, Nafisah Putri Wyangsari
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Substance use is still one of the major concerns of public health challenges, due to ranging consequences such as physical health, mental health, social, and economy affecting both individual and other people. Youth are a major human resource for country’s development. Findings reported substance use among youth kept increasing over the period, putting youth in a greater risk of developing physical disease, disabilities, and even death. To plan better intervention, study about substance use pattern among youth is required. Study aims to explore substance use pattern among undergraduate college students in Bandung. A cross-sectional study was conducted on May - …
Effect Of Indoor Air Quality In Residential Environment On Depression, Anxiey, And Stress Among Chronic Respiratory Disease Patients: A Longitudinal Study In Bangkok, Thailand, Wee Mekwilai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This one-year longitudinal study in Bangkok assessed the impact of indoor air quality on psychological symptoms among respiratory patients from Chulalongkorn Hospital. Data collection involved 12-month follow-ups (January to December 2022), using the ChulaAir mobile application to retrieve background characteristics, respiratory health, and psychological symptoms. Home IAQ sensors measured indoor air quality factors. Off 100 eligible respiratory patients, 98 completed baseline data. However, 29 homes were ultimately counted into the final analysis for indoor air quality.Psychological problems were prevalent, with stress at 22.2%, depression, anxiety at 19.0%. The averages PM2.5, PM10, CO2, VOCs, temperature, and relative humidity were respectively 14.61 …
Mother’S Parenting Behavior On Children’S Dental Care During Covid-19 Pandemic In East Surabaya, Indonesia, Revian Gigih Laksono
Mother’S Parenting Behavior On Children’S Dental Care During Covid-19 Pandemic In East Surabaya, Indonesia, Revian Gigih Laksono
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Introduction: Early Childhood Caries is one of the common dental health problems on children under 5 years old in Indonesia. Children at this range of age spend most of their time with mothers and the oral health behavior of the mothers can form children’s behavior. Particularly because of Covid-19, parenting behavior may change. Mother’s parenting behavior on their children’s dental care during Covid-19 pandemic can determine dental health status of the children in the future. Aim: To assess mother’s parenting behavior on children’s dental care during Covid-19 pandemic in east Surabaya.Methods: A cross sectional study with purposive sampling technique was …
A Path Analysis Of Aggression Among Middle Adolescents With Conduct Problems In The Community, Indonesia, Fauzan Saputra
A Path Analysis Of Aggression Among Middle Adolescents With Conduct Problems In The Community, Indonesia, Fauzan Saputra
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This cross-sectional correlation study aimed to: 1) discover the levels of aggression and its characteristics and 2) to examine direct and indirect paths of relationships between parental monitoring, self-esteem, self-control, academic self-concept, media violence exposure, peer deviance, and aggression among middle adolescents with conduct problems in the community, Indonesia. The hypothesized model was developed based on the Problem Behavior Theory and supported by literature review. A multi-stage sampling technique was applied to recruit 423 students with conduct problems aged 14 – 16 years old assessed by teacher version of Strengths and Difficulties Questionnaire – Conduct Problem subscale (SDQ-CP) of nine …