Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (1690)
- Engineering (1183)
- Physical Sciences and Mathematics (1117)
- Social and Behavioral Sciences (951)
- Chemical Engineering (511)
-
- Arts and Humanities (469)
- Chemistry (431)
- Life Sciences (410)
- Business (353)
- Economics (336)
- Medical Sciences (335)
- Dentistry (299)
- Veterinary Medicine (280)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (274)
- Public Health (272)
- Finance and Financial Management (271)
- Computer Sciences (258)
- Education (241)
- Sociology (177)
- Civil and Environmental Engineering (175)
- Mathematics (158)
- Environmental Sciences (141)
- Law (141)
- Communication (134)
- Communication Technology and New Media (134)
- Mass Communication (134)
- Electrical and Computer Engineering (121)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (116)
- English Language and Literature (113)
- Industrial Engineering (113)
Articles 151 - 180 of 6471
Full-Text Articles in Entire DC Network
Effectiveness Of An Opt-Out Strategy Point-Of-Care Antenatal Testing Of Hiv And Syphilis In Testing Uptake In Hospitals In High Hiv Prevalence Regions In The Philippines, Maria Lelis Espinosa Palmares
Effectiveness Of An Opt-Out Strategy Point-Of-Care Antenatal Testing Of Hiv And Syphilis In Testing Uptake In Hospitals In High Hiv Prevalence Regions In The Philippines, Maria Lelis Espinosa Palmares
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background : Human immunodeficiency virus (HIV) causes acquired immunodeficiency syndrome (AIDS), which affects the immune system of individuals who are living with it. Syphilis, a sexually transmitted infection caused by the bacterium Treponema pallidum, causes a spectrum of clinical manifestations from asymptomatic to long-term sequelae. Both diseases can be vertically transmitted if left undetected and untreated. Routine testing for HIV and syphilis in all pregnant women during antenatal care consultation (ANC) is recommended. Yet, the Philippines’ testing uptake is only 29% for HIV and 30% for syphilis in 2024. The mother-to-child transmission estimates, as reported by UNAIDS, are 45% despite …
Immunophenotype In Major Depressive Disorder Patient, Muanpetch Rachayon
Immunophenotype In Major Depressive Disorder Patient, Muanpetch Rachayon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Major Depressive Disorder (MDD) is associated with immune dysregulation, yet the combined effects of T-cell activation, T regulatory (Treg) cell deficits, and the failure of immune checkpoint mechanisms on illness severity remain unclear. This research investigated these factors in patients with acute MDD compared with healthy participants. Using multi-parameter flow cytometry, we analyzed T-cell markers of activation (CD40L, CD71), regulation (CD152, GARP), apoptosis (CD95), and exhaustion (TIM3) under unstimulated and stimulated conditions; cytokine levels were also measured. Patients showed increased activated T helper and cytotoxic T-cells (CD4+CD40L+, CD8+CD40L+) and reduced Tregs, with this imbalance strongly predicting depression severity. Lower CD95 …
Comparative Analysis Of The Gut Microbiome Of Biting Midges, Putative Vectors Of Leishmaniasis In Endemic Areas Of Thailand, Mawra Nadeem
Comparative Analysis Of The Gut Microbiome Of Biting Midges, Putative Vectors Of Leishmaniasis In Endemic Areas Of Thailand, Mawra Nadeem
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Vector-borne diseases caused by Leishmania and related protozoan parasites are emerging public health concerns in Thailand. While phlebotomine sand flies are the classical vectors of Leishmania, increasing evidence suggests that other biting Diptera, particularly Forcipomyia (Lasiohelea) and Culicoides midges, may also participate in the transmission of Leishmania (Mundinia) species. However, the species diversity, microbiome composition, and parasite infection status of these midges in Thailand remain poorly understood. This thesis presents the first integrative investigation combining molecular species identification, pathogen screening, and microbiome characterization of biting midges collected from multiple regions of Thailand. Female Forcipomyia (Lasiohelea) specimens from southern Thailand were …
การถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, อวัสดากานต์ ภูมี
การถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, อวัสดากานต์ ภูมี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่อง "การถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง" มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาประวัติและพัฒนาการของการถ่ายทอดการขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475 – 2531) 2) สังเคราะห์เนื้อหา วิธีการสอน และเทคนิคการสอนขับร้องแบบตะวันตกจากเอกสารการสอนในสถาบันการศึกษาภาครัฐ จำนวน 20 เล่ม และ 3) ศึกษาบริบทนโยบายการศึกษาของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนดนตรีและขับร้อง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพผสานวิธีการทางประวัติศาสตร์ ตามขั้นตอนการศึกษาทางประวัติศาสตร์ 6 ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบวิเคราะห์เนื้อหาเอกสาร จากเอกสารการในสถาบันการศึกษาภาครัฐ ครอบคลุมตำรา หนังสือ แบบเรียน คู่มือการสอน และเอกสารราชการ และ 2) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์คัดเข้าและเกณฑ์คัดออก จำนวน 2 กลุ่ม รวม 22 คน ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา วิธีการสอน และเทคนิคการขับร้อง เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมและนโยบายรัฐที่มีต่อพัฒนาการการจัดการเรียนการสอนวิชาขับร้อง ผลการวิจัยพบว่า พัฒนาการขององค์ความรู้ด้านการถ่ายทอดวิธีการสอนขับร้องแบบตะวันตกในประเทศไทย มิได้เป็นพัฒนาการเชิงวิชาการที่เกิดขึ้นอย่างอิสระ แต่เป็นผลผลิตที่ถูกกำกับโดยอุดมการณ์และนโยบายของรัฐในแต่ละยุคสมัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ยุคสำคัญ ได้แก่ 1) ยุคก่อร่างแห่งการวางรากฐาน (พ.ศ. 2475 – 2500) ภายใต้อิทธิพลของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2475 และพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2478 ที่รัฐมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานพลเมืองแบบ “พุทธิศึกษา” ส่งผลให้เกิด “กระบวนทัศน์เน้นทฤษฎี” โดยมีพระเจนดุริยางค์เป็นตัวแทนหลัก เนื้อหาจึงมุ่งเน้นการอ่านเขียนโน้ตและทฤษฎีดนตรีมากกว่าเทคนิคการขับร้องเพื่อตอบสนองการวัดผลที่ชัดเจน 2) ยุคเข้าสู่ระบบการศึกษา (พ.ศ. 2501 – 2515) เป็นยุคแห่งการขยายตัวตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการผลิตครู ทำให้เกิดช่องว่างทางวิธีสอนที่องค์ความรู้เดิมไม่สามารถตอบสนองได้ นำไปสู่ 3) ยุคพัฒนาการ (พ.ศ. 2516 – 2531) ซึ่งเป็นยุคที่สถาบันอุดมศึกษาเข้มแข็งและมีการตอบสนองต่อแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2520 ที่เน้นทั้งความเป็นเลิศและความเท่าเทียม ก่อให้เกิดการขยายตัวขององค์ความรู้เป็น 2 ทิศทาง คือ …
การพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันตามแนวการสอนประสบการณ์การอ่านแบบเสริมต่อการเรียนรู้ร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, วลัย ตันติวิชญ์โกศล
การพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันตามแนวการสอนประสบการณ์การอ่านแบบเสริมต่อการเรียนรู้ร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, วลัย ตันติวิชญ์โกศล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็นในการใช้โมไบล์แอปพลิเคชันฯ 2) เพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันฯ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้โมไบล์แอปพลิเคชันฯ และ 4) เพื่อนำเสนอโมไบล์แอปพลิเคชันฯ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 646 คน โดยใช้การสุ่มแบบหลายขั้นตอน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล 2) แบบสัมภาษณ์สำหรับครูผู้สอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา กลุ่มทดลองใช้โมไบล์แอปพลิเคชันฯ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 34 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โมไบล์แอปพลิเคชันฯ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามโมไบล์แอปพลิเคชันฯ 3) เกณฑ์การประเมินการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล 4) แบบประเมินความพึงพอใจการใช้โมไบล์แอปพลิเคชัน 5) แบบประเมินรับรองระบบโมไบล์แอปพลิเคชันฯ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความต้องการจำเป็น การจัดลำดับความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-Way ANOVA with Repeated Measure Analysis) ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความต้องการจำเป็นในการไฮไลต์ข้อความระหว่างอ่านเพื่อหาสาระสำคัญ (PNImodified = 0.42) มากที่สุด รองลงมาคือ การได้สะสมเหรียญตรารางวัลจากการร่วมกิจกรรมการอ่านบทความบนโมไบล์แอปพลิเคชัน (PNImodified = 0.39) และการได้ร่วมกิจกรรมการอ่านบทความบนโมไบล์แอปพลิเคชันที่มีการแข่งขันกับสมาชิกในชั้นเรียน (PNImodified = 0.36) ซึ่งรูปแบบโมไบล์แอปพลิเคชันฯ ที่พัฒนาขึ้นมี 5 องค์ประกอบได้แก่ 1) เนื้อหาการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล 2) กลยุทธ์แนวการสอนประสบการณ์การอ่านแบบเสริมต่อการเรียนรู้ 3) การใช้เกมิฟิเคชัน 4) กิจกรรมและสื่อการเรียนการสอน 5) การประเมินผลการรู้เรื่องการอ่านดิจิทัล โดยมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สำรวจก่อนอ่าน 2) …
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ในหลักสูตรอบรมออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษของพนักงานโดยมีอารมณ์เชิงบวกเป็นตัวแปรส่งผ่าน และการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกเป็นตัวแปรกำกับ, วรรณชนก อยู่ถมยา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ โดยมีอารมณ์เชิงบวกเป็นตัวแปรส่งผ่าน และการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกเป็นตัวแปรกำกับ กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษแบบสอนสด จำนวน 120 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณโดยใช้โปรแกรม Process Macro ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนมีความสัมพันธ์ทางบวกกับอารมณ์เชิงบวก และอารมณ์เชิงบวกมีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ไม่พบอิทธิพลทางตรงของการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ อีกทั้งไม่พบอิทธิพลส่งผ่านของอารมณ์เชิงบวกภายใต้เงื่อนไขของการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวก กล่าวคือ การรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแปรกำกับที่ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนด้านการเรียนและอารมณ์เชิงบวก แต่เมื่อวิเคราะห์แบบไม่รวมตัวแปรกำกับ พบว่าอารมณ์เชิงบวกมีบทบาทเป็นตัวแปรส่งผ่านอย่างสมบูรณ์ ผลการศึกษาสะท้อนว่า อารมณ์เชิงบวกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ แม้ว่าการรับรู้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกในบริบทการเรียนออนไลน์อาจยังไม่สามารถเพิ่มอิทธิพลของกลไกการส่งผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ ข้อค้นพบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเสริมสร้างการรับรู้ความสามารถของผู้เรียน กระตุ้นอารมณ์เชิงบวก และพัฒนาการให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ในหลักสูตรอบรมพนักงาน
บทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ผ่านข่าวออนไลน์และการสนทนาออนไลน์, ชนนิกานต์ พันธกานกุล
บทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ผ่านข่าวออนไลน์และการสนทนาออนไลน์, ชนนิกานต์ พันธกานกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านข่าวสารออนไลน์และการสนทนาออนไลน์ของกลุ่มแฟน งานวิจัยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ตามรูปแบบ Convergent Design โดยเก็บข้อมูลข่าวจำนวน 966 บทความจาก 15 แพลตฟอร์มข่าวออนไลน์ ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 และเก็บข้อมูลจาก Pantip, Reddit, X และ Facebook พร้อมใช้วิธีการทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงสังคมศาสตร์ในการวิเคราะห์ผล ผลการวิจัยพบว่าแพลตฟอร์มข่าวออนไลน์มักนำเสนอซีรีส์วายไทยในรูปแบบข่าวทั่วไปและข่าวประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของข่าวที่เชื่อมโยงซีรีส์วายกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซอฟต์พาวเวอร์ และภาพลักษณ์ประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนบทบาทของสื่อกระแสหลักในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แบบบนลงล่าง (Top-down) ในขณะเดียวกัน กลุ่มแฟนคลับมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แบบล่างขึ้นบน (Bottom-up) ผ่านการพูดคุยเกี่ยวกับนักแสดง บทวิจารณ์ โปรเจกต์ของแฟน ๆ การท่องเที่ยวตามรอย รวมถึงการแปลและอธิบายวัฒนธรรมไทยเป็นภาษาต่าง ๆ ทำให้แฟนคลับทำหน้าที่เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้สนับสนุนเศรษฐกิจ และผู้ร่วมผลิตเนื้อหาทางวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงซีรีส์วายกับการท่องเที่ยว การบริโภคสินค้าไทย และภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศ ข้อค้นพบทั้งหมดนำไปสู่ข้อสรุปว่า ซีรีส์วายไทยมีศักยภาพในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม การบูรณาการเชิงนโยบายและโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐยังมีข้อจำกัด และจากการสื่อสารของทั้งสองสื่อดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังขาดการพัฒนากลวิธีการสื่อสารและการพูดถึงยุทธศาสตร์การสื่อสารอย่างเป็นระบบ
ปัญหามาตรการคุ้มครองชั่วคราวในชั้นอนุญาโตตุลาการ, วราลี โยธาวิจิตร
ปัญหามาตรการคุ้มครองชั่วคราวในชั้นอนุญาโตตุลาการ, วราลี โยธาวิจิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มาตรการคุ้มครองชั่วคราว เป็นมาตรการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนพิจารณา ก่อนที่คณะอนุญาโตตุลาการจะออกคำชี้ขาด อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการตีความให้คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจในการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว แต่ด้วยลักษณะสำคัญของมาตรการคุ้มครองชั่วคราว จำเป็นต้องใช้อำนาจรัฐในการบังคับแก่คู่พิพาทฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นผู้ศึกษาจึงมุ่งศึกษาถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจในการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวและการบังคับตามคำสั่งระหว่างคณะอนุญาโตตุลาการและศาล ตลอดจนการการควบคุมการตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่คู่พิพาททั้งสองฝ่าย จากการศึกษาพบว่า มาตรการดังกล่าวไม่ใช่บทบัญญัติที่มีลักษณะเด็ดขาด คู่พิพาทสามารถตกลงให้คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวได้ตามหลักความประสงค์ของคู่ความ (Party Autonomy) แต่การใช้อำนาจนี้มีลักษณะเป็นการกระทำของศาล (un acte juridictionnel) เช่นเดียวกัน ดังนั้นการใช้อำนาจดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมตรวจสอบและกำหนดหลักเกณฑ์การออกคำสั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้คณะอนุญาโตตุลาการออกคำสั่งตามอำเภอใจ อันอาจกระทบต่อสิทธิของคู่พิพาทฝ่ายที่ต้องถูกบังคับตามคำสั่งในระหว่างที่ยังไม่มีการชี้ขาด นอกจากนี้คณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจในการบังคับเช่นเดียวกันกับศาล ทำให้มาตรการคุ้มครองชั่วคราวที่ออกมามีปัญหาในแง่ของการบังคับใช้ ทั้งนี้พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ไม่ปรากฎว่ามีบทบัญญัติใดให้อำนาจแก่คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว รวมถึงการบังคับตามคำสั่งดังกล่าว ดังนั้นผู้ศึกษาเห็นว่า หากประเทศไทยต้องการพัฒนากฎหมายอนุญาโตตุลาการ โดยให้คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อเป็นมาตรการหนึ่งในการดึงดูดนักลงทุน จึงจำเป็นที่อย่างยิ่งที่จะต้องมีการกำหนดการควบคุมขอบเขตการใช้อำนาจ รวมถึงการตรวจสอบคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของคณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการคุ้มครองสิทธิของคู่พิพาทแล้ว ยังช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือของกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
ผลของโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษาต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาในผู้ป่วยจิตเภท, ธีรศักดิ์ ทรายคำ
ผลของโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษาต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาในผู้ป่วยจิตเภท, ธีรศักดิ์ ทรายคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ 1) พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทก่อนและหลังได้รับโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษา และ 2) พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษากับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยจิตเภทมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดและเข้ารับการรักษาแผนกผู้ป่วยในระยะคงสภาพเตรียมจำหน่ายที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จำนวน 40 คน ได้รับการจับคู่ให้ผู้ป่วยจิตเภทมีคุณลักษณะที่ใกล้เคียงกันในเรื่องเพศและระยะเวลาการเจ็บป่วยแล้วถูกสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษาและกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษา 2) แบบประเมินพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษา และ 3) แบบประเมินการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษา โดยเครื่องมือทุกชุดผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน เครื่องมือชุดที่ 2 และ 3 มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ .81 และ .88 ตามลำดับ และมีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .82 และ .81 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1. พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทหลังได้รับโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษาสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมเพิ่มการหยั่งรู้เกี่ยวกับการรักษาสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับการก่อตัวของสถาบันทางศิลปะและวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานคร ช่วงพ.ศ.2504-2517, กฤตธี วงศ์มณีโรจน์
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับการก่อตัวของสถาบันทางศิลปะและวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานคร ช่วงพ.ศ.2504-2517, กฤตธี วงศ์มณีโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในประเทศไทยเป็นแนวทางที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่มีความเฉพาะตัวของประเทศไทย เป็นผลจากสถานะทางการเมืองการปกครองของไทยในฐานะประเทศที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกแทรกแซงจากสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเวียดนาม (พ.ศ.2497–2518) จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าการศึกษาที่ผ่านมาล้วนใช้วิธีการศึกษาสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในภาพกว้าง และชี้ให้เห็นว่าปัจจัยจากต่างประเทศ ได้แก่ การศึกษาของสถาปนิก และอิทธิพลจากสหรัฐอเมริกานั้นมีบทบาทสำคัญ การศึกษาในครั้งนี้เลือกใช้วิธีการศึกษาเปรียบเทียบ (comparative method) อาคารกรณีศึกษาประเภทสถาบันทางศิลปะและวัฒนธรรม (cultural institution) เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถาปัตยกรรม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดขึ้นของสถาบันทางศิลปะและวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานคร ซึ่งออกแบบด้วยแนวทางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และบทบาทของความเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ส่งผลต่อสถาปัตยกรรม คัดเลือกอาคารกรณีศึกษา จำนวน 3 อาคาร ได้แก่ อาคารบริติชเคาน์ซิล (พ.ศ.2513) ห้องสมุดสถาบันภาษาเอยูเอ (พ.ศ.2513) และหอศิลป พีระศรี (พ.ศ.2517) ใช้การวิเคราะห์ตัวสถาปัตยกรรมเอง ร่วมกับหลักฐานชั้นต้นประเภท สูจิบัตรนิทรรศการศิลปะ แบบสถาปัตยกรรม และภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับหลักฐานชั้นรองประเภท หนังสือ บทความ และวิทยานิพนธ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยมีปัจจัยหลักคือ ผู้อุปถัมภ์ บริบทของที่ตั้ง ภูมิหลังของสถาปนิก และหน้าที่ใช้สอย เป็นกรอบในการศึกษาวิเคราะห์ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกามิได้เป็นประเทศเดียวที่มีบทบาทต่อประเทศไทยในช่วงสงครามเย็น ประเทศในกลุ่มเสรีนิยมอื่นต่างเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเช่นกัน ด้วยการใช้การทูตวัฒนธรรมผ่านการก่อตั้งสถาบันทางศิลปะและวัฒนธรรมในประเทศไทย และความเคลื่อนไหวทางศิลปะในประเทศไทยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่ง ทั้งศิลปะและสถาปัตยกรรมมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือศิลปะและสถาปัตยกรรมต่างปฏิเสธการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของชาติ และมุ่งไปที่แก่นแท้ของศาสตร์ทั้งสองมากกว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยแวดล้อม อันประกอบไปด้วย สภาวะสงครามเย็นในประเทศไทย บริบทของที่ตั้ง สภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีการก่อสร้าง และปัจจัยระดับบุคคล ได้แก่ สถาปนิก และผู้อุปถัมภ์
วชิรญาณ กับบทบาทในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมวรรณศิลป์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 5, ชนะพล สมบูรณ์
วชิรญาณ กับบทบาทในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมวรรณศิลป์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 5, ชนะพล สมบูรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะเด่นและบทบาทของ วชิรญาณ ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ของหอพระสมุดวชิรญาณ ช่วง พ.ศ. 2427-2448 ในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมวรรณศิลป์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยศึกษาจาก วชิรญาณ ที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์รายเดือน วชิรญาณวิเศษ ที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์รายสัปดาห์ และสื่อสิ่งพิมพ์ของหอพระสมุดวชิรญาณในวาระพิเศษต่าง ๆ ผลการวิจัยพบว่า วชิรญาณ มีลักษณะเด่น 3 ประการ ได้แก่ 1) การมีกระบวนการคัดเลือกงานเขียนที่เน้นคุณค่าด้านสาระประโยชน์ ความถูกต้องของอักขระวิธี และความสุภาพเรียบร้อย ครอบคลุมทั้งความเรียงร้อยแก้ว บันเทิงคดี และร้อยกรอง 2) การเปิดโอกาสให้ผู้สร้างงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งพระมหากษัตริย์ เจ้านาย ขุนนาง ข้าราชการสมัยใหม่ พระภิกษุสงฆ์ และสตรี ได้เข้ามาสร้างตัวตนนักเขียนในพื้นที่สาธารณะ และ 3) พลวัตของรูปแบบการนำเสนอที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบท จากการนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายในยุคแรก สู่การจัดระเบียบหมวดหมู่ที่ชัดเจน และพัฒนาไปสู่การเน้นตีพิมพ์วรรณกรรมเรื่องยาวเพื่อการอนุรักษ์ในช่วงท้าย ในด้านบทบาทต่อวัฒนธรรมวรรณศิลป์ไทย วชิรญาณ มีบทบาทสำคัญ 3 ด้าน คือ 1) บทบาทด้านการรวบรวมวรรณกรรมและการสืบทอดขนบวรรณศิลป์ โดยทำหน้าที่ตรวจสอบชำระวรรณคดีโบราณ สืบทอดขนบการเฉลิมพระเกียรติ การเผยแผ่พุทธศาสนา และการรักษาฉันทลักษณ์และธรรมเนียมการประพันธ์ของไทย 2) บทบาทด้านการสร้างสรรค์งานวรรณกรรมประเภทใหม่ โดยเป็นพื้นที่ทดลองงานเขียนที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เช่น บันเทิงคดีร้อยแก้วแนวใหม่ ข้อขำขัน ร้อยกรองขนาดสั้น และข้อเขียนเชิงวิพากษ์ และ 3) บทบาทด้านการสร้างชุมชนวรรณกรรม (literary community) ผ่านการสร้างระบบบรรณาธิการกิจ การเปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ การจัดกิจกรรมปุจฉา-วิสัชนา การส่งเสริมการวิจารณ์ผ่านงานเขียน การสื่อสารภายในชุมชน และการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวรรณกรรมและหนังสือ ซึ่งเปลี่ยนวิถีการสร้างเสพวรรณกรรมจากวงจำกัดมาสู่พื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ การศึกษานี้จึงแสดงให้เห็นว่า วชิรญาณ มิได้เป็นเพียงสื่อสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่ความรู้ แต่มีความสำคัญทางวรรณกรรมที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมจากอดีตเข้ากับโลกสมัยใหม่ และวางรากฐานสำคัญให้กับวัฒนธรรมหนังสือและวงวรรณกรรมไทย และเป็นส่วนหนึ่งของ “จิตวิญญาณแห่งยุคสมัย” ที่ผู้คนในสมัยรัชกาลที่ 5 ตื่นตัวและสนใจใฝ่รู้ในการเขียนและอ่านวรรณกรรมอย่างกว้างขวางในสังคม
แม่กับลูกชายเควียร์ในวรรณกรรมของนักเขียนเควียร์เวียดนามพลัดถิ่น: บาดแผลกับการแสวงหา "บ้าน", อภิสิทธิ์ ตรั่น
แม่กับลูกชายเควียร์ในวรรณกรรมของนักเขียนเควียร์เวียดนามพลัดถิ่น: บาดแผลกับการแสวงหา "บ้าน", อภิสิทธิ์ ตรั่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของแม่ผู้อพยพจากสงครามเวียดนามกับลูกชายเควียร์เวียดนามพลัดถิ่นในประเทศสหรัฐอเมริกาในตัวบทคัดสรร โดยมุ่งสำรวจให้เห็นบทบาทของบาดแผลที่เชื่อมร้อยคนสองรุ่นเข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งการแสวงหาพื้นที่แห่งการเยียวยาสำหรับกลุ่มคนชายขอบ กลุ่มตัวบทคัดสรรได้แก่ On Earth We’re Briefly Gorgeous (2019) ของ โอเชียน วอง (Ocean Vuong) The Magic Fish (2020) ของ จุง เล เหงวียน (Trung Le Nguyen) และ Things We Lost to the Water (2021) ของ เอริค เหงวียน (Eric Nguyen) จากการศึกษาพบว่า ตัวบทคัดสรรมิเพียงถ่ายทอดบาดแผลจากสงครามเวียดนามซึ่งทำให้ตัวละครแม่สูญเสียและถูกตัดขาดจากรากเหง้าในบ้านเกิด พร้อมทั้งต้องเผชิญกับอคติทางชาติพันธุ์ เพศ และชนชั้นเรื่อยมา แต่ในขณะเดียวกันก็นำเสนอกระบวนการเรียนรู้บาดแผลจากสงครามเวียดนามของลูกชายเควียร์ อันนำมาสู่การทำความเข้าใจสภาวะพลัดถิ่นของตนเองในฐานะชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม นอกจากนั้นตัวบทคัดสรรยังนำเสนอบาดแผลจากการมีเพศวิถีแบบเควียร์ของลูกชายอันนำมาซึ่งความรู้สึกผิดแผกในครอบครัวและชุมชนคนเวียดนาม และการถูกกดทับในสังคมอเมริกันที่ยังคงมีอคติต่อกลุ่มรักเพศเดียวกัน อย่างไรก็ดี แม้บาดแผลของแม่กับลูกชายเควียร์จะขับเน้นให้เห็นสภาวะ “ไร้บ้าน” อันเป็นประสบการณ์และอารมณ์ความรู้สึกที่ตัวละครแบ่งปันร่วมกัน แต่การเรียนรู้บาดแผลซึ่งกันและกันของตัวละครยังเป็นพลังสร้างสรรค์อันนำไปสู่การแสวงหา “บ้าน” อันเป็นพื้นที่ของการเยียวยาและเอื้อให้อัตลักษณ์พลัดถิ่นที่มีความแตกต่างหลากหลายสามารถดำรงอยู่ร่วมกันอีกด้วย
การเปรียบเทียบการทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกจากการผสานข้อมูลทางสถิติและแผนที่ความร้อนของผู้เล่น, ภานุพันธุ์ พันธุ์พฤกษ์
การเปรียบเทียบการทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกจากการผสานข้อมูลทางสถิติและแผนที่ความร้อนของผู้เล่น, ภานุพันธุ์ พันธุ์พฤกษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจำลอง Multilayer Perceptron (MLP), Convolutional Neural Networks (CNN) และ Multimodal Neural Network (MMNN) ในการทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยใช้ข้อมูลทางสถิติ ข้อมูลแผนที่ความร้อนของผู้เล่น และการผสานข้อมูลทั้งสองรูปแบบ ผ่านแนวทาง Early Fusion, Late Fusion และการแปลง Heatmap เป็นข้อมูลเชิงตัวเลขแบบแบ่งพื้นที่สนาม ผลการวิจัยพบว่า แบบจำลอง MMNN ที่ใช้แนวทาง Late Fusion ให้ค่าความแม่นยำที่ 55.68% ซึ่งสูงกว่า Early Fusion ที่ได้ความแม่นยำ 53.45% และ CNN ที่ใช้ข้อมูลทางสถิติร่วมกับข้อมูลตำแหน่งเชิงพื้นที่จากแผนที่ความร้อนที่แบ่งสนามออกเป็น 4 ส่วน มีค่าความแม่นยำสูงสุดที่ 63.50% และให้คะแนน Precision, Recall และ F1 Score สูงกว่าแบบจำลองอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังได้วิเคราะห์ความสำคัญของฟีเจอร์ด้วยเทคนิค SHAP ซึ่งชี้ให้เห็นว่าฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับเกมรับของทีมเหย้า เช่น การบล็อก การเคลียร์บอล และการดวลลูกกลางอากาศ มีผลต่อการทำนายมากที่สุด ขณะที่ตำแหน่งของผู้เล่นทีมเยือนมีอิทธิพลน้อยที่สุด
การกำหนดกรอบประเด็นเรื่องไต้หวันให้เป็นวาระด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น, สิทธา ตันรักษา
การกำหนดกรอบประเด็นเรื่องไต้หวันให้เป็นวาระด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น, สิทธา ตันรักษา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ว่าญี่ปุ่นทำให้เรื่องไต้หวันเป็นวาระด้านความมั่นคงอย่างไร เพื่อตอบคำถามดังกล่าวผู้เขียนใช้กรอบแนวคิดเรื่องการกำหนดกรอบประเด็น (issue framing) โดยศึกษาเนื้อหาของเอกสารรัฐบาลญี่ปุ่น คำแถลงในที่สาธารณะหรือสุนทรพจน์ ผลการศึกษาพบว่าการกำหนดกรอบประเด็นเพื่อที่จะสร้างวาระความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไต้หวันมี 3 ด้าน ได้แก่ 1) การกำหนดกรอบประเด็นให้ปัญหาไต้หวันเป็นเรื่องสำคัญต่อความอยู่รอดและความมั่นคงโดยตรงของญี่ปุ่น โดยเน้นย้ำว่าญี่ปุ่นทางตะวันตกเฉียงใต้กับช่องแคบไต้หวันเป็นยุทธบริเวณเดียวกัน ทั้งนี้ยังทำให้ปัญหาไต้หวันเชื่อมโยงกับสิทธิป้องกันตนเองร่วมกัน 2) การกำหนดกรอบประเด็นว่าญี่ปุ่นและไต้หวันมีค่านิยมร่วมกัน อันเชื่อมโยงกับการทำให้ญี่ปุ่นและไต้หวันเป็นกลุ่มก้อน ตัวตน และร่วมอุดมการณ์เดียวกัน รวมถึงใช้ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับการสร้างวาระความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไต้หวัน และ 3) การกำหนดกรอบประเด็นให้เรื่องไต้หวันเป็นปัญหาความมั่นคงที่กระทบเสถียรภาพในภูมิภาคและระเบียบโลก ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการทำให้ประชาคมโลกตระหนักร่วมกันถึงสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณช่องแคบไต้หวัน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับชาติที่มีความคิดอุดมการณ์เดียวกัน (like-minded countries) เข้ามาสอดส่องดูแลสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณช่องแคบไต้หวัน โดยการกำหนดกรอบประเด็นทั้งสามด้านมีนัยสำคัญเพื่อลดข้อจำกัดด้านการป้องกันประเทศและด้านความมั่นคงที่จะทำให้ญี่ปุ่นสามารถสร้างแนวร่วมในการป้องปรามจีนไม่ให้รุกรานไต้หวัน
ผลการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอสที่มีต่อการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์, กุลสตรี มันทิกะ
ผลการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอสที่มีต่อการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์, กุลสตรี มันทิกะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ก่อนและหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอสทั้งในภาพรวมและจำแนกตามระดับการฟัง และ 2) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระหว่างได้รับการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอส ตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 จำนวน 25 คน โดยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการฟัง เพื่อความเข้าใจและแผนการจัดกิจกรรม ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจโดยภาพรวมหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมสูงกว่าก่อนได้รับการสอนซ่อมเสริมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาจำแนกตามระดับการฟังเพื่อความเข้าใจ พบว่า ทั้ง 5 ระดับ มีคะแนนเฉลี่ยหลังได้รับการสอนซ่อมเสริมสูงกว่าก่อนได้รับการสอนซ่อมเสริมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนระหว่างได้รับการสอนซ่อมเสริมภาษาไทยโดยใช้วิธีดิกโทกลอส พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการฟังเพื่อความเข้าใจหลังการสอนสูงกว่าก่อนการสอนในทุกระดับการฟัง
พหุกรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์และแนวปฏิบัติของครูวิทยาศาสตร์ชาวไทยและชาวต่างชาติ, ณิชา ทีทา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์ไทยและครูชาวต่างชาติและ 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางญาณวิทยาวิทยาศาสตร์และแนวปฏิบัติของครูแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่ศึกษาคือ ครูไทย 5คน และครูชาวต่างชาติ 4 คน ในจังหวัดขอนแก่น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตชั้นเรียน แบบวิเคราะห์แผน และแบบสอบถาม ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดมีค่า IOC 0.50 ขึ้นไป เมื่อ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาโดยนำผลจากข้อมูลมาเปรียบเทียบเพื่อหาความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างครูไทยและครูชาวต่างชาติ ผลการวิจัยพบว่า (1) ครูไทยมีความเชื่อทางญาณวิทยาซับซ้อนน้อยกว่าครูชาวต่างชาติที่มีความเชื่อที่ซับซ้อนกว่าเกือบทุกองค์ประกอบ (2) แนวปฏิบัติของครูไทยค่อนข้างเน้นครูเป็นศูนย์กลางและถูกจำกัดด้วยบริบทโรงเรียน ในขณะที่ครูชาวต่างชาติเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและใช้วิธีการสืบสอบมากกว่า (3) ความเชื่อของครูไทยไม่ส่งผลต่อแนวปฏิบัติโดยตรง เนื่องจากข้อจำกัดด้านหลักสูตร เวลา และการประเมินผล แสดงให้เห็นความไม่สอดคล้องระหว่างความเชื่อและการปฏิบัติ ในขณะที่ครูชาวต่างชาติระบุว่าความเชื่อส่งผลต่อแนวปฏิบัติ และมีความสอดคล้องสูงกว่า การวิจัยชี้ให้เห็นว่าบริบทมีอิทธิพลสำคัญต่อการนำความเชื่อไปสู่การปฏิบัติของครูไทย
The Perceived Brand Identity, Value, And Expectations Of Philippine Tourism Among Filipino And International Travelers, Ram Cartney Del Rosario Cortez
The Perceived Brand Identity, Value, And Expectations Of Philippine Tourism Among Filipino And International Travelers, Ram Cartney Del Rosario Cortez
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines the perceived brand identity, perceived value, and overall expectations of Philippines tourism among two key segments—domestic (Filipino) and international (non-Filipino) travelers. The research employed a total of twenty (20) in-depth interviews with 10 participants each for the two segments, and data were analyzed through thematic analysis. Customer-Based Brand Equity Model, Price-Perceived Quality-Value Framework, and Model of Destination Image Formation were the focused theories employed. Findings show a shared core image of the Philippines as a nature-led tropical destination anchored in warm Filipino hospitality for both groups. However, these positive associations are met with conditional expectations—domestic travelers heavily …
The Influence Of Consumption Values On Purchase Intention For Sustainable Fashion Products, Ruochen Liao
The Influence Of Consumption Values On Purchase Intention For Sustainable Fashion Products, Ruochen Liao
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates five consumption values, namely functional, social, emotional, epistemic, and ethical value, along with attitude toward buying sustainable fashion products, subjective norms, perceived behavioral control, and purchase intention. It further examines how consumption values shape attitude toward buying sustainable fashion products, subjective norms, and perceived behavioral control, and how these three constructs subsequently influence purchase intention. Data were collected via online survey from 269 Chinese respondents aged between 18 to 44 years old who had purchased at least one sustainable fashion product within the last six months. Overall, respondents showed positive evaluations of sustainable fashion, reporting high consumption …
Social Media Acceptance Among Myanmar Migrants In Thailand, Thet Myat Noe Thu
Social Media Acceptance Among Myanmar Migrants In Thailand, Thet Myat Noe Thu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this research are to examine the acceptance of social media, Facebook in particular, among Myanmar migrant workers in Thailand by applying the Technology Acceptance Model (TAM). Specifically, the study investigates five key variables, namely perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PE), attitude toward usage (ATU), trustworthiness (TW), and intention to continue using (INT), and their interrelationships. Data were collected through a self-administered online and personal survey from 236 Myanmar migrants aged between 20 to 45 years old, who have been residing in Thailand for at least one year and actively using Facebook for a minimum of …
Chinese Audiences' Perceptions And Responses To Crisis Communication In Thai Romantic Drama Series, Xiaoyun Ying
Chinese Audiences' Perceptions And Responses To Crisis Communication In Thai Romantic Drama Series, Xiaoyun Ying
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study was to explore Chinese audiences’ perceptions, attitudes, and behavioral intentions toward crisis response strategies in Thai Boys’ Love (BL) romantic drama series. A quantitative approach was employed using an online survey with 200 respondents who are Chinese, living outside mainland China, aged 18-45, and have watched Thai BL series at least once in the last three months. The results indicated that the overall level of respondents’ perceptions is moderate (M = 4.23) toward crisis response strategies. Additionally, the level of respondents’ perceptions is moderate to high to trust the organization and view the information as credible and transparent …
Peripheral Rebels: Western-Derived Symbols Of Resistance In Thai And Colombian Films About Male Youth Subculture, Andres David Garcia Suarez
Peripheral Rebels: Western-Derived Symbols Of Resistance In Thai And Colombian Films About Male Youth Subculture, Andres David Garcia Suarez
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper examines how Thai and Colombian films portrays marginalized male youth reworking Western countercultural symbols as forms of empowerment and resistance. Focusing on Nonzee Nimibutr’s Dang Bireley’s and Young Gangsters (1997) and Víctor Gaviria’s Rodrigo D: No Future (1990), it examines how Thai gangsters in 1950s Bangkok and Colombian punks in 1980s Medellín confront structural violence and generational alienation through the rearticulation of American rock and roll and British punk. Drawing on Homi K.Bhabha´s notion of cultural resignification, García Canclini´s theory of cultural hybridization, and Theodor Roszak´s understanding of counterculture, this paper analyzes how both films depict the adoption …
Enhancing Community Value Through Cultural Product : A Case Study Of Sud Siam Beer, Chonthicha Rungjaroensin
Enhancing Community Value Through Cultural Product : A Case Study Of Sud Siam Beer, Chonthicha Rungjaroensin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This independent study investigates how Sud Siam beer functions as a cultural product that enhances community value and communicates the cultural identity of Yala Province to outsiders. The study pursues three objectives: to examine the role of local craft beer in strengthening Yala’s community value and identity, particularly in external perceptions; to analyze the cultural product development strategies applied by Sud Siam beer; and to explore how Sud Siam beer serves as a medium for Yala community promotion and cultural representation. A mixed-methods approach was employed to the research study, combining a single in-depth interview with the brand owner and …
Curating Difficult Heritage : Interpreting The Thai-Burma Railway In The Museum Context, Eriko Kawaguchi
Curating Difficult Heritage : Interpreting The Thai-Burma Railway In The Museum Context, Eriko Kawaguchi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines how the difficult heritage of the Thai–Burma Railway is curated and interpreted in Kanchanaburi, Thailand. As debates in contemporary museology evolve, museums are increasingly expected to function as inclusive platforms with social responsibility. Although the railway was constructed in Thailand, its traumatic memories are shared transnationally among Allied prisoners of war (POWs), Asian laborers, Japanese imperial military, and local Thai communities, making its representation complex.The research aims to understand how difficult heritage is curated through a case study of the Thailand–Burma Railway Centre (TBRC), focusing on its curatorial approach, challenges, and representation of transnational narratives. Qualitative methods …
Religion And Culinary Practices In Thailand : From Buddhist And Islamic Dietary Restrictions To Social Hierarchy And Identity, Gao Yaxuan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study adopts the analytical framework of "food as a moral economy" to explore how the dietary practices of Buddhism and Islam in Thailand constitute two parallel yet complementary religious ethical systems, and further shape social relations and cultural identities. The research holds that in the social environment of Thailand, "eating" and "giving food" are not only the satisfaction of physiological needs, but also important ways for religious values to be practiced, expressed and negotiated in daily life. The Buddhist mechanism of almsgiving and accumulating virtue emphasizes the establishment of emotional networks and social reciprocity through diet. The halal dietary …
Art, Culture, And Economy In Vietnam's Cultural Revival Movement: Case Studies Of Tired City And Comicola, Ha Phuong Nguyen Vu
Art, Culture, And Economy In Vietnam's Cultural Revival Movement: Case Studies Of Tired City And Comicola, Ha Phuong Nguyen Vu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In recent years, Vietnam has witnessed a strong youth-driven wave of cultural rediscovery, reflected through numerous events, creative projects, artworks, and music inspired by Vietnamese heritageÑwidely reported across national media. In response to this growing cultural interest, the Vietnamese government has increasingly recognized the value of cultural and creative industries and introduced new policies to support their development. However, within this broader cultural landscape, the position of the visual arts remains insufficiently addressed. Economic opportunities for young artists participating in the cultural revival movement have not been clearly examined, and the role and influence of creative businesses specializing in visual …
The Key Factors Of Thai Traditional Cultural Festivals That Attract International Tourists : The Case Of Songkran Festival, Jieyi Chen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
AbstractThis study focuses on traditional cultural festivals in Thailand, particularly Songkran, to examine the key factors that attract international tourists and analyze the uniqueness and appeal of Thai culture. Findings indicate that authenticity, participatory experiences, festive atmosphere, and symbolic rituals are essential elements that attract tourists. However, challenges such as the risk of over-commercialization, uneven international promotion, and issues of cultural preservation remain. By adopting literature analysis and case study methods, this research investigates these key factors and the potential for future development, including the international influence of Thai traditional festivals and their contributions to local tourism development and the …
Perceptions And Localization Of The Chinese New Year : A Case Study Of Celebrations In Bangkok, Liqian Peng
Perceptions And Localization Of The Chinese New Year : A Case Study Of Celebrations In Bangkok, Liqian Peng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates how Chinese residents in Bangkok perceive the preservation and localization of Chinese New Year (CNY) celebrations, focusing on how traditional heritage and adaptive practices coexist in a multicultural environment. A total of 226 valid questionnaires were analyzed from participants who celebrated the 2025 CNY in Bangkok. Results across five perception dimensions—traditional practice, cultural pride, community status, localization acceptance, and cultural identity—show that respondents generally hold moderately positive attitudes toward both traditional and localized elements of the festival. Participants express strong attachment to rituals such as family reunions, ancestral offerings, and lion or dragon dances, underscoring the continued …
How To Transform The Concertgoers To The City Explorers:The Case Study Of Jincheng Rock Music Festival, Ruiling Liu
How To Transform The Concertgoers To The City Explorers:The Case Study Of Jincheng Rock Music Festival, Ruiling Liu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Music festivals are recognized as key drivers of local tourism and cultural engagement. They offer immersive cultural experiences and stimulate local economies, but attendees often focus mainly on the event itself. This study examines how to convert festival audiences into “city explorers” at the Jincheng Rock Music Festival, addressing attendee perceptions and post-event tourism. We collected public comments from Douyin and Xiaohongshu (leading Chinese social media platforms) and applied text-mining techniques (sentiment analysis and topic modeling) to analyze thousands of comments. After cleaning the data, we extracted key topics (transportation, lodging, local attractions) and quantified sentiment polarity to identify audience …
Unlocking Hanoi's Lgbtiq+ Tourism Potential : A Supply-Side And Stakeholder Analysis, Thu Ha Phan
Unlocking Hanoi's Lgbtiq+ Tourism Potential : A Supply-Side And Stakeholder Analysis, Thu Ha Phan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The niche LGBTIQ tourism is a high-spending segment in the global tourism market, opening new opportunities for welcoming destinations that possess existing LGBTIQ-related resources, such as Hanoi. However, LGBTIQ tourism in Hanoi is still underrecognized, understudied, and seriously lacks a tool for potential assessment. This research aims to assess Hanoi’s potential for LGBTIQ tourism development, utilizing three main pillars: Resource Availability, Demand Alignment, and Stakeholder Potential. The objective is to gain a comprehensive understanding of the strengths and weaknesses of this tourism landscape and provide recommendations for systematic development. Through interviewing seven key supply-side stakeholders in the field, this research …
From Going Viral To Creating Sustainable Value : Short Videos And Place-Making In Food Tourism, Tiantian Ni
From Going Viral To Creating Sustainable Value : Short Videos And Place-Making In Food Tourism, Tiantian Ni
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the mechanisms underlying the rapid rise and sustained cultural influence of the “Zibo barbecue” phenomenon, which became a nationwide tourism sensation in China during the spring of 2023. Drawing on 100 highly engaged Douyin short videos and 421 user comments collected through keyword-based sampling, the research combines high-frequency word analysis, sentiment analysis, and semantic network analysis using ROST CM6 to identify visitor motivations and narrative structures. The findings show that tourists were initially attracted by sensory satisfaction, affordability, and the lively street-based dining atmosphere. Semantic network results reveal a two-layer city image system: an experiential-food layer centered …