Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1284)
- Medicine and Health Sciences (835)
- Education (695)
- Engineering (506)
- Communication (468)
-
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (465)
- Physical Sciences and Mathematics (391)
- Business (241)
- Computer Sciences (231)
- Economics (199)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (196)
- Nursing (186)
- Public Health (183)
- Sociology (162)
- Educational Technology (144)
- Electrical and Computer Engineering (126)
- Medical Sciences (123)
- Educational Administration and Supervision (122)
- Law (117)
- Architecture (110)
- Electrical and Electronics (110)
- Dentistry (100)
- Technology and Innovation (100)
- Computer Engineering (96)
- Political Science (92)
- English Language and Literature (88)
- Fine Arts (85)
- Life Sciences (85)
Articles 4111 - 4140 of 4613
Full-Text Articles in Entire DC Network
การพัฒนาชุดการสอนกีตาร์ไฟฟ้าออนไลน์ด้วยวิธีการเลียนแบบสำหรับผู้เรียนระดับชั้นต้น, พงศ์วุฒิ มหิธิธรรมธร
การพัฒนาชุดการสอนกีตาร์ไฟฟ้าออนไลน์ด้วยวิธีการเลียนแบบสำหรับผู้เรียนระดับชั้นต้น, พงศ์วุฒิ มหิธิธรรมธร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์คุณลักษณะและผลิตชุดการสอนกีตาร์ไฟฟ้าออนไลน์ด้วยวิธีการเลียนแบบสำหรับผู้เรียนระดับชั้นต้นฉบับนำร่อง 2) พัฒนาชุดการสอนกีตาร์ไฟฟ้าออนไลน์ด้วยวิธีการเลียนแบบสำหรับผู้เรียนระดับชั้นต้นฉบับสมบูรณ์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้สอน ผู้ผลิตสื่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านกีตาร์ไฟฟ้า และผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสื่อ ในประเด็น 1) แนวคิดเกี่ยวกับวิธีการสอนออนไลน์ 2) แนวคิดการผลิตสื่อ 3) แนวทางการพัฒนาชุดการสอนกีตาร์ไฟฟ้าออนไลน์ ใช้แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ใช้การตีความและสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดการสอนออนไลน์ที่เหมาะสมในการให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามควรมีส่วนประกอบที่สำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1) ด้านผู้สอน ใช้การแต่งกายและภาษาที่มีความสุภาพเป็นกันเอง 2) ด้านการสอน ใช้วิธีการสาธิตและการบรรยาย 3) ด้านเนื้อหาสาระ เน้นตามความสนใจของผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็นเทคนิคการเล่นและทฤษฎีดนตรี 4) ด้านองค์ประกอบสื่อมัลติมีเดีย ควรมีองค์ประกอบทางภาพและเสียงที่มีความคมชัด มีการใช้กราฟิกช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และ 5) ด้านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อระหว่างบุคคลที่มีความสนใจกับชุดการสอนที่ตรงความต้องการผู้เรียน สำหรับกระบวนการผลิตชุดการสอนฉบับนำร่องประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการผลิต ขั้นการผลิตรายการ และขั้นหลังการผลิต 2. ในการพัฒนาชุดการสอนฉบับสมบูรณ์ได้ข้อค้นพบที่สำคัญว่า ผู้สอนควรให้ข้อสังเกตไว้ในขั้นนำ มีการยกตัวอย่างประกอบและสาธิตการเล่นไปพร้อมกับเมโทรโนม ควรสอดแทรกเนื้อหาเรื่องพื้นฐานที่มีความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ไว้ในบทเพลงท่อนที่สอน ในการถ่ายทำควรใช้กล้องวิดีโออย่างน้อย 2 ตัว เพื่อให้ผู้เรียนเห็นทั้งมือซ้ายและมือขวาของผู้สอนได้อย่างชัดเจน
การทำนายแนวโน้มของตลาดหุ้นด้วยแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกที่เพิ่มประสิทธิภาพร่วมกับข้อมูลเชิงตัวเลขและข้อมูลเชิงตัวอักษร, พิศุทธ อ่อนเจริญ
การทำนายแนวโน้มของตลาดหุ้นด้วยแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกที่เพิ่มประสิทธิภาพร่วมกับข้อมูลเชิงตัวเลขและข้อมูลเชิงตัวอักษร, พิศุทธ อ่อนเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทำนายแนวโน้มของตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่ยากเนื่องจากตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงและได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ในปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) มาใช้ในการทำนายแนวโน้มของตลาดหุ้น โดยที่ข้อมูลรับเข้าของแบบจำลองสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ 1) ข้อมูลเชิงตัวเลข เช่น ราคาในอดีตและตัวชี้วัดทางเทคนิค และ 2) ข้อมูลเชิงตัวอักษร ซึ่งได้แก่หัวข้อข่าวและเนื้อข่าว เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามงานวิจัยส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นไปที่สร้างแบบจำลองโดยใช้ข้อมูลประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำการวิเคราะห์พฤติกรรมของตลาดโดยพิจารณาจากข้อมูลหลากหลายประเภท งานวิจัยนี้ได้นำเสนอแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกที่สามารถพิจารณาข้อมูลทั้งสองประเภทเพื่อทำนายแนวโน้มของตลาดหุ้น ซึ่งแบบจำลองนี้ประกอบไปด้วยนิวรอลเน็ตเวิร์กแบบคอนโวลูชัน (Convolutional Neural Network) และหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว (Long-Short Term Memory) โดยใช้ข้อมูลรับเข้าเป็นเหตุการณ์ฝังตัวซึ่งสกัดได้จากหัวข้อข่าว ราคาในอดีตและตัวชี้วัดทางเทคนิคซึ่งสร้างจากข้อมูลของราคาในอดีต รวมทั้งได้ทำการนำเสนอฟังก์ชันวัตถุประสงค์ชนิดใหม่ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ได้จากการจำลองการซื้อขาย โดยการนำเอาค่าชาร์ปเรโชซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงมาใช้ร่วมกับค่าครอสเอนโทรปี
แบตเตอรี่อะลูมิเนียม-อากาศแบบอิเล็กโทรไลต์คู่ไหลโดยใช้สารละลายเอทานอล/เอทิลีนไกลคอลเป็นอะโนไลต์, ธนวัฒน์ ภูษิตธนานันท์
แบตเตอรี่อะลูมิเนียม-อากาศแบบอิเล็กโทรไลต์คู่ไหลโดยใช้สารละลายเอทานอล/เอทิลีนไกลคอลเป็นอะโนไลต์, ธนวัฒน์ ภูษิตธนานันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แบตเตอรี่อะลูมิเนียม-อากาศได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความจุจำเพาะตามทฤษฎีสูงถึง 2,980 mAh/g ต้นทุนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีปริมาณมากบนโลก แต่อย่างไรก็ตาม การกัดกร่อนตัวเองของอะลูมิเนียมในสารละลายแอลคาไลน์เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อข้อกำจัดในการนำไปประยุกต์ใช้งาน สารละลายเอทานอลสามารถยับยั้งการเกิดแก๊สไฮโดรเจนได้ เนื่องจากความว่องไวในการทำปฏิกิริยาของโปรตอนในเอทานอลมีค่าน้อยกว่าของน้ำ แต่ความว่องไวในการทำปฏิกิริยาของสารละลายเอทานอลยังต่ำเกินกว่าจะใช้งานในแบตเตอรี่อะลูมิเนียม-อากาศ สำหรับงานวิจัยนิ้ได้ศึกษาสารละลายอิเล็กโทรไลต์ของเอทิลีนไกลคอลต่อเอทานอลที่อัตราส่วนร้อยละ 0, 5, 10, 20 และ 30 โดยปริมาตร โดยมีโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 3 โมลาร์ ตลอดจนศึกษาการประยุกต์ใช้งานสารละลายอิเล็กโทรไลต์ในแบตเตอรี่อะลูมิเนียม-อากาศแบบอิเล็กโทรไลต์คู่ไหล การทดลองดำเนินการโดยใช้ระบบอิเล็กโทรไลต์คู่ที่มีการไหลของสารละลายแอโนไลต์ ซึ่งโครงสร้างของแบตเตอรี่ประกอบไปด้วย อะลูมิเนียมแอโนด | แอโนไลต์ || เยื่อแลกเปลี่ยนไอออน || แคโทไลต์ | ขั้วอากาศแคโทด จากผลการศึกษาพบว่าอัตราส่วนของเอทิลีนไกลคอลเป็นตัวกำหนดการกัดกร่อนตัวเองของอะลูมิเนียม เอทิลีนไกลคอลส่งผลดีต่อระบบแบตเตอรี่โดยลดการเกิดชั้นฟิล์มระหว่างอลูมิเนียมกับสารละลายแอโนไลต์ พร้อมกับลดค่าศักย์ไฟฟ้าส่วนเกินของขั้วแอโนด อย่างไรก็ตาม เอทิลีนไกลคอลเพิ่มการกัดกร่อนตัวเองของอะลูมิเนียม และเพิ่มการเกิดแก๊สไฮโดรเจน นอกจากนี้แบตเตอรี่อะลูมิเนียม-อากาศที่ประกอบด้วยเอทิลีนไกลคอลร้อยละศูยน์โดยปริมาตร มีอัตราการไหลของแอโนไลต์ 160 มิลลิลิตรต่อนาที ที่การคายประจุคงที่ 5 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตร ให้ค่าความจุจำเพาะสูงสุดอยู่ที่ 2,100 มิลลิแอมป์ชั่วโมงต่อกรัม คิดเป็นร้อยละการใช้อะลูมิเนียมที่ 70.5 อย่างไรก็ตาม ค่าศักย์ไฟฟ้าของแบตเตอรี่มีค่าต่ำ เนื่องจาการเกิดชั้นออกไซด์ฟิล์มบนผิวหน้าของอะลูมิเนียม ค่าความจุจำเพาะของแบตเตอรี่ลดลงเมื่อเพิ่มปริมาณของเอทิลีนไกลคอล แต่ค่าศักย์ไฟฟ้าของแบตเตอรี่นั้นเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ค่าศักย์ไฟฟ้าของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น เมื่ออัตราการไหลของแอโนไลต์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
การพัฒนาระบบบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม, ฐาปณีย์ โลพันดุง
การพัฒนาระบบบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม, ฐาปณีย์ โลพันดุง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดระบบบริหารโรงเรียนและกิจการเพื่อสังคม 2) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม และ 3) พัฒนาระบบบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยศึกษาเอกสารสังเคราะห์กรอบแนวคิด เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างวิเคราะห์ข้อมูลแล้วยกร่างระบบบริหารโรงเรียน ประชุมสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 375 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้บริหารโรงเรียนและครู เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินกรอบแนวคิด แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพพึงประสงค์ แบบประเมินความเหมาะสมและเป็นไปได้ของระบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าดัชนี PNIModified ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดระบบบริหารประกอบด้วยนโยบาย และกระบวนการและวิธีการ งานบริหารโรงเรียนเน้นงานวิชาการประกอบด้วยการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรและการวัดและประเมินผล และกรอบแนวคิดกิจการเพื่อสังคมมีลักษณะสำคัญ 6 ประการ 2) สภาพปัจจุบันของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก 3) ระบบบริหารโรงเรียนที่พัฒนาขึ้นคือ ระบบบริหารงานวิชาการที่เน้นการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระบบบริหารโรงเรียนและเพิ่มศักยภาพการบริหารงานวิชาการที่เน้นการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคมให้เกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ มีองค์ประกอบคือ 1) นโยบายที่เสริมสร้างนักเรียนสู่การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม มีทักษะการประกอบอาชีพเชิงสร้างสรรค์และสร้างประโยชน์แก่สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม 2) เป้าประสงค์คือผู้เรียนสามารถผลิตสินค้าและ/หรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถจำหน่ายสร้างรายได้ นำกำไรลงทุนต่อยอดกิจการและนำไปสร้างประโยชน์แก่ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมได้ และสร้าง/พัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้ และ 3) กระบวนการและวิธีการดำเนินงานมี 7 ขั้นตอนคือ การสำรวจและวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน การกำหนดค่าเป้าหมายและตัวชี้วัด การวางแผน การดำเนินการตามแผน การติดตามประเมินผล การจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานและการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การเปรียบเทียบพัฒนาการทักษะการทำงานกลุ่มและคุณภาพผลงานของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากการประเมินหลายแหล่งที่แตกต่างกัน, สุวพิชญ์ เกษมสุข
การเปรียบเทียบพัฒนาการทักษะการทำงานกลุ่มและคุณภาพผลงานของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากการประเมินหลายแหล่งที่แตกต่างกัน, สุวพิชญ์ เกษมสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลป้อนกลับจากการประเมินหลายแหล่ง ที่แตกต่างกันที่มีผลต่อพัฒนาการทักษะการทางานกลุ่มของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 2) เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลป้อนกลับจากการประเมินหลายแหล่งที่แตกต่างกันที่มีผลต่อคุณภาพผลงานของนักเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 75 คน โดยนักเรียนในกลุ่มทดลองจะได้รับข้อมูลป้อนกลับจากการประเมินหลายแหล่งที่แตกต่างกัน 4 วิธีการ ได้แก่ ข้อมูลป้อนกลับจากตนเองและครู, ข้อมูลป้อนกลับจากตนเองและเพื่อนสมาชิกกลุ่ม, ข้อมูลป้อนกลับจากเพื่อนสมาชิกกลุ่มและครู และข้อมูลป้อนกลับจากตนเอง เพื่อนสมาชิกกลุ่มและครู เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) เกณฑ์การให้คะแนนรูบริกแบบแยกองค์ประกอบสำหรับการวัดและประเมินทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียน 2) เกณฑ์การให้คะแนนรูบริกแบบแยกองค์ประกอบสำหรับประเมินคุณภาพผลงาน 3) คำถามปลายเปิดสำหรับผู้ให้ข้อมูลป้อนกลับที่มีแหล่งให้ข้อมูลจากตนเอง เพื่อนในกลุ่มและครูผู้สอน 4) แบบสัมภาษณ์ สำหรับผู้ให้ข้อมูลป้อนกลับที่มีแหล่งให้ข้อมูลจากครู 5) แบบบันทึกหลังได้รับข้อมูลป้อนกลับ 6) แบบบันทึกการพัฒนาตนเองหลังจากได้รับข้อมูลป้อนกลับ และ 7) กิจกรรมการทำงานกลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ การวิเคราะห์แปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสร้างข้อสรุปเชิงอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1.นักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากตนเอง เพื่อนสมาชิกกลุ่มและครู และนักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากเพื่อนสมาชิกกลุ่มและครู มีพัฒนาการทักษะการทำงานกลุ่มมากกว่านักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากตนเองและครู อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และนักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากตนเอง เพื่อนสมาชิกกลุ่มและครู และนักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากตนเองและเพื่อนสมาชิกกลุ่มมีคะแนนพัฒนาการทักษะ การทำงานกลุ่มสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับข้อมูลป้อนกลับอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 2. นักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากตนเอง เพื่อนสมาชิกกลุ่มและครู และนักเรียนที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับจากตนเองและเพื่อนสมาชิกกลุ่ม มีคุณภาพผลงานสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับข้อมูลป้อนกลับ อย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ .05
การสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศ, สุทธิอาภา คุ้มครอง
การสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศ, สุทธิอาภา คุ้มครอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะสำคัญของหนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศ, เพื่อศึกษากระบวนการสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศในบริบทสังคมไทย และเพื่อศึกษาความเข้าใจในประเด็นความหลากหลายทางเพศของผู้รับสารที่ได้รับจากหนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อความหลากหลายทางเพศในบริบทสังคมไทย จากผลการวิจัยพบว่าคุณลักษณะสำคัญของหนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศ คือ การสอดแทรกประเด็นความหลากหลายทางเพศลงไปในรูปแบบการเล่าเรื่องด้วยคุณลักษณะพื้นฐานที่เรียบง่ายและคุ้นเคยดีของหนังสือภาพสำหรับเด็กโดยทั่วไป ด้วยกลวิธีการใช้สัญญะ และ/หรือการลดทอนความสมจริง โดยมีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนการเห็นคุณค่าของบุคคล, เพื่อการให้อิสระในการเลือกและแสดงตัวตน และเพื่อการสร้างการยอมรับ คุณลักษณะสำคัญในข้างต้น ถูกนำมาเป็นฐานคิดเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กเพื่อสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศในบริบทสังคมไทย เรื่อง ชุดใหม่ของลูกหมี ซึ่งมีกระบวนการทั้งสิ้น 5 ขั้นตอน โดยในแต่ละขั้นตอนได้ทำการออกแบบและสอดแทรกแนวคิดความหลากหลายทางเพศในรูปแบบของสัญญะลงไปในองค์ประกอบของหนังสือภาพ อาทิ ตัวละคร เสื้อผ้าของตัวละคร และเนื้อหาคำบรรยาย เพื่อการสื่อสารในประเด็นการให้อิสระในการเลือกและการแสดงตัวตน และการเห็นคุณค่าและยอมรับบุคคลจากภายใน ผลการประเมินพบว่า ผู้รับสารสามารถเข้าใจประเด็นการให้อิสระในการเลือกและการแสดงตัวตนจากหนังสือภาพเรื่อง ชุดใหม่ของลูกหมี ได้ แต่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจร่วมกับคำอธิบายเพิ่มเติมในท้ายเล่มเพื่อให้สามารถเข้าใจสารได้ชัดเจนขึ้น ผู้รับสารสามารถเข้าใจสัญญะของ "กระโปรง" และ "กางเกง" ได้ชัดเจนที่สุด โดยประเด็นการเห็นคุณค่าและยอมรับบุคคลจากภายในเกิดจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดให้การยอมรับความหลากหลายทางเพศโดยภูมิหลังอยู่แล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่ปฏิเสธการเลือกหนังสือภาพเรื่อง ชุดใหม่ของลูกหมี ให้บุตร-หลานอ่าน เนื่องจากมองว่ายังไม่จำเป็นสำหรับครอบครัวตน
การให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐเพื่อการตรวจสอบการทุจริต, วโรดม บุญมั่น
การให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐเพื่อการตรวจสอบการทุจริต, วโรดม บุญมั่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงสภาพปัญหาของการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐเพื่อการตรวจสอบการทุจริต และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐแบบเปิด (Open Government Data) โดยศึกษาถึงบทบัญญัติกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาลและองค์กรวินิจฉัยข้อพิพาท การบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และนโยบายของรัฐ โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับบทบัญญัติกฎหมายในระดับสนธิสัญญาระหว่างประเทศ กฎหมายของประเทศสหราชอาณาจักรและกฎหมายระดับสหรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา จากการศึกษาการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อการตรวจสอบการทุจริตของประเทศไทย พบว่า มีปัญหาดังต่อไปนี้ ประการแรก เนื้อหาของบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ อาทิ ประเด็นผู้มีสิทธิในการขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ, ข้อมูลข่าวสารที่กำหนดให้เปิดเผยยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่สุ่มเสียงต่อการทุจริต, หลักเกณฑ์การเปิดเผยที่ไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร, รูปแบบและวิธีการเปิดเผยข้อมูลยังไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ประการที่สอง ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายยังขาดกลไกในการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์, ขาดกลไกในการตรวจสอบ และมีหลักเกณฑ์การพิจารณาอุทธรณ์ที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ นอกจากนี้ องค์กรหลักในการบังคับใช้กฎหมาย คือ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการยังไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมตรวจสอบ กำกับดูแลให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเต็มที่ และที่สำคัญ ประการสุดท้าย ยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมหลักการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐแบบเปิด (Open Government Data) ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล จากปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ ประการแรก ควรมีการปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ให้ครอบคลุมหลักการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐแบบเปิด (Open Government Data) โดยมีการกำหนดรายละเอียดและประเภทของข้อมูลที่เปิดเผย กล่าวคือ ต้องมีการเปิดเผย ข้อมูล เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การอนุญาต การให้สัมปทาน การให้สิทธิ การถือครองกรรมสิทธิ์ การให้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือประโยชน์อื่น ๆ โดยมี รูปแบบ การเปิดเผยข้อมูลที่จะต้องเน้นการเปิดเผยข้อมูลตามเว็บไซต์ที่ค้นหาได้อย่างอิสระ สะดวก รวดเร็ว ดาวน์โหลดได้ไม่จำกัด มีการประมวลผลข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน มีความเชื่อมโยงกันระหว่างข้อมูลที่มีการเปิดเผย ครอบคลุมการดำเนินกิจกรรมของรัฐ และสอดคล้องกับหลักการทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง สำหรับ การขอข้อมูลเฉพาะราย นั้น ต้องสามารถทำคำขอทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้ง่าย มีหลักเกณฑ์และระยะเวลาพิจารณาคำขอที่ชัดเจน และสามารถเผยแพร่ข้อมูลที่ได้รับต่อไปได้ ประการสุดท้าย การกำกับดูแล จะต้องให้ความเป็นอิสระ อำนาจ วิธีการ หลักเกณฑ์การควบคุมตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพแก่องค์กรหรือเจ้าหน้าที่กำกับดูแล และมีบทลงโทษสำหรับกรณีที่มีการไม่เปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมาย หรือคำวินิจฉัยกำหนด
Factors Influencing Intention To Purchase Local Community Product On E-Commerce Website: Case Of One Tambon One Product (Otop) In Thailand, Krittika Akasarakul
Factors Influencing Intention To Purchase Local Community Product On E-Commerce Website: Case Of One Tambon One Product (Otop) In Thailand, Krittika Akasarakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In Thailand, ICT and e-Commerce are using for supporting rural community people refer to Thailand policy framework which has the policy to expand the market and create opportunities in business. However, these communities mostly do not have their website to sell their products. They still have to rely on a web portal. Therefore, having the rural community official website and e-Commerce would expect to gain more attention and would be advantages to the community. Thus, in this research, we would like to study factors influencing customer's purchasing intention through internet shopping of One Tambon One Product (OTOP), derived from the …
A Tree-Based Collision Resolution Algorithm For Rfid Using Bayesian Tag Estimation, Sanika Krishnamali Wijayasekara
A Tree-Based Collision Resolution Algorithm For Rfid Using Bayesian Tag Estimation, Sanika Krishnamali Wijayasekara
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Radio Frequency IDentification (RFID) is a promising wireless object identifying technology which uses radio frequency waves to transmit data between an RFID reader and tags. The RFID systems have been effectively applied in different areas, like manufacturing, healthcare, supply chain, transportation and agriculture. Despite the vast deployment of the RFID technology in practice, the inherent RFID tag collision problem still persists as a serious concern and remains a challenge. The tag collision problem happens when some tags in reader's vicinity try to transmit data to a reader simultaneously without priori coordination. The existing RFID Electronic Product Code (EPC) Class 1 …
Space Utilisation Strategy For Thailand Underground Transit Station. A Case Study Of Thailand Cultural Centre Underground Station, Wirasinee Tongsoo
Space Utilisation Strategy For Thailand Underground Transit Station. A Case Study Of Thailand Cultural Centre Underground Station, Wirasinee Tongsoo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The ridership of Thailand underground station continuously increases every year. On the other hand, space management of terminal of underground station does not success as expected. The main reason is space does not have strategy to handle. majority of renter rarely stay until the completion of the rental contract, and they prefer to break the contract, pay the fine and move business elsewhere. According to research, there is no research study about this for Thailand underground station. In order to create appreciate plan for Thailand underground station in 2022. The strategy is core to integrate plan. Passengers would be attracted …
The Use Of A Cooperative Corpus Consultation To Promote The Acquisition Of Adjective + Preposition Collocations Among L1 Thai Learners Of English, Supaporn Kulsitthiboon
The Use Of A Cooperative Corpus Consultation To Promote The Acquisition Of Adjective + Preposition Collocations Among L1 Thai Learners Of English, Supaporn Kulsitthiboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study was aimed at promoting the acquisition of adjective + preposition collocations of L1 Thai learners of English through a cooperative corpus consultation. The three objectives were to investigate the effects of a cooperative corpus consultation, explore learners' strategies in dealing with the corpus consultation and study learners' attitudes towards the approach. The study was conducted for one semester with 74 first year university students at Srinakharinwirot University. One group was assigned to be the experimental group working on the paper-based concordance handouts and hands-on concordance based tasks with a group of 3 - 4 members while the other …
Knowledge, Attitude, And Behavior Regarding Medical Social Work Among Health Care Professionals In Oncology Hospital- Ho Chi Minh City- Vietnam, Quynh Xuan Nguyen Truong
Knowledge, Attitude, And Behavior Regarding Medical Social Work Among Health Care Professionals In Oncology Hospital- Ho Chi Minh City- Vietnam, Quynh Xuan Nguyen Truong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Understanding the knowledge, attitude and behavior of healthcare providers about medical social work is very important to understand the challenges that social worker might face in multidiscipline teams or hospital settings; and the feasibility of adopting new policies. This study is designed to investigate knowledge attitude and behavior among healthcare professional towards medical social work in Oncology hospital in Ho Chi Minh city. The data of this cross-sectional study was collected by face - to face interviews with full-time medical staffs who have working in the Oncology hospital for more than one years. Based on the literature review and previous …
Knowledge Attitude And Practice Regarding Nipah Virus Infection In Nakhon Pathom Province In Thailand, Takahiro Agari
Knowledge Attitude And Practice Regarding Nipah Virus Infection In Nakhon Pathom Province In Thailand, Takahiro Agari
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Nipah virus disease is a fatal disease with high mortality rate and can cause a serious impact on public health. Due to lack of a specific agent for vaccination and treatment, prevention is crucial. However, key information for health promotion were poorly understood. The objectives of this study were to figure out knowledge, attitude and practices in the context of Nipah virus disease and identify associated factors among people living close to a roost of flying foxes. Method: A cross sectional study was conducted among people living in the villages close to the flying fox roost in Ban Luang …
Hanban Confucius Classrooms And The Learning Of Chinese Language And Culture In Thai Schools, Jiaqi Song
Hanban Confucius Classrooms And The Learning Of Chinese Language And Culture In Thai Schools, Jiaqi Song
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Confucius Classroom is an educational institute established in primary and secondary schools in various countries including Thailand to spread Chinese culture and language. At present, research on Confucius Classrooms in Thailand is little, so this study attempts to examine the approaches used by Confucius Classrooms in teaching Chinese language and spreading Chinese culture in Thai schools and to what extent they contribute to mutual understanding between Chinese and Thai teachers. Data collection was done at Confucius Classrooms in four sample schools by in-depth interviews, questionnaires and tests. The respondents included the Chinese heads of Confucius Classrooms, Thai teachers and leaders, …
A Case Study Of An English Teacher Learning Community In Thailand, Hasakamon Duangmani
A Case Study Of An English Teacher Learning Community In Thailand, Hasakamon Duangmani
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
One of the current approaches to improving instructional quality is to form a Teacher Learning Community (TLC), in which teachers collaborate and support each other's development. In this study, the learning and instructional practices of five English teachers working in public schools in Sisaket were examined over the period of three months while they were collaborating in one TLC that the group established on their own free will. Data from the observations, journals, and lesson plans were then analyzed using the coding method.
The findings revealed benefits of TLC on teacher learning and instructional practices. The English teachers in this …
Microfluidics-Based Single Cell Isolation And Trapping Of Canine Cutaneous Mast Cell Tumor Cells, Dettachai Ketpun
Microfluidics-Based Single Cell Isolation And Trapping Of Canine Cutaneous Mast Cell Tumor Cells, Dettachai Ketpun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this research, the primary objective was to develop a microfluidic platform utilized for the size-based single cell sorting of canine cutaneous mast cell tumor (MCT) cells which were categorized into 4 groups; I, II, III and IV, upon their individual sizes ranged from 5-9, 10-14, 15-19, and equal to or over than 20 mm respectively. And the secondary aim was to establish the microfluidic-based entrapping microdevice which had a capacity to ensnare single MCT cells into its triangular microwell array at the ratio of one cell per one microwell. The study consequence consistently indicated the accomplishment of device developments. …
Contemporary Learning Spaces: North Bangkok Demonstration School, Thanyaporn Janma
Contemporary Learning Spaces: North Bangkok Demonstration School, Thanyaporn Janma
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Schools are places to strengthen learning for youths. At present the content of academic and educational philosophy develops rapidly through technology and society changes but most schools buildings and environments are inconsistent and do not support contemporary learning. As a result, students lack the most effective learning opportunity. However, there are a number of schools that pay attention to their architectural and environmental design to promote students' learning contents and new education philosophy leading to the starting point of this thesis. This thesis studied factors in selecting the learning spaces of Grade 1 - Grade 6 students in order to …
Performance Evaluation Of Integrated Co2 Huff-N-Puff And Wag In Low-Pressure Heterogeneous Reservoir, Hutthapong Yoosook
Performance Evaluation Of Integrated Co2 Huff-N-Puff And Wag In Low-Pressure Heterogeneous Reservoir, Hutthapong Yoosook
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The integrated CO2 Huff-n-Puff and WAG is a novel technique to combine CO2 Huff-n-Puff technique that conducted at early state and followed by WAG technique until the end of operating time. This technique is effectiveness in term of increased oil recovery and reduced CO2 utilization. However, the integrated CO2 Huff-n-Puff and WAG process contains numerous adjustable operating parameters. Hence, numerical simulation study and sensitivity analysis become essential to investigate the effects of main operational parameters and evaluate the performance of the integrated CO2 Huff-n-Puff and WAG process in low-pressure heterogeneous reservoir to achieve the maximum benefits. According to simulation results, …
Determinants Of The Utilization Of Maternal Health Services In Myanmar, Myat Thu San
Determinants Of The Utilization Of Maternal Health Services In Myanmar, Myat Thu San
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explored determinants of the utilization of three types of maternal health services in Myanmar: antenatal care (ANC), institutional delivery, and postnatal care (PNC), testing in particular the predisposing factors, enabling factors and perceived need factors. This study used a secondary dataset drawn from the Myanmar Demographic and Health Survey 2015-16 (MDHS). In this nationally representative survey, the number of households that were originally involved was 12,500, among which 12,885 women and 4,737 men were interviewed. The final sample used for analyses in this study consisted of over 3,800 women who had delivered at least one child within 5 …
ความสัมพันธ์ทางสังคมในระบบการค้าข้าวภายใต้บริบทนโยบายที่เปลี่ยนแปลง : ศึกษากรณีระบบค้าข้าว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร, ปริญญ์ วินิจมงคลสิน
ความสัมพันธ์ทางสังคมในระบบการค้าข้าวภายใต้บริบทนโยบายที่เปลี่ยนแปลง : ศึกษากรณีระบบค้าข้าว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร, ปริญญ์ วินิจมงคลสิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีคำถามวิจัยที่สำคัญคือ ภายใต้นโยบายการอุดหนุนชาวนาที่แตกต่างกัน ระบบค้าข้าวและความสัมพันธ์ภายในระบบค้าข้าวในอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร และในการวิจัยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพื่อศึกษาพัฒนาการของลักษณะความสัมพันธ์ในระบบการค้าข้าวในอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และการปรับตัวของระบบค้าข้าวในบริบทความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ที่เกิดขึ้นในระหว่างปี 2548-2558 (ประกันราคาข้าว-จำนำข้าว-นโยบายปัจจุบัน) รวมถึงศึกษาเครือข่ายทางสังคม และบทบาทของทุนทางสังคมในการอาศัยเป็นทุนสำหรับการปรับตัว ใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแสดงที่สำคัญในระบบการค้าข้าว ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะความสัมพันธ์ทางสังคมในระบบการค้าข้าวในอดีต มีรูปแบบที่พ่อค้าคนกลางมีบทบาทสำคัญอย่างมากทั้งการอุปถัมภ์ในเรื่องของต้นทุนการทำนากับชาวนา รวมถึงชาวนาจะต้องพึ่งการขายข้าวเปลือกผ่านพ่อค้าคนกลางก่อนที่ข้าวเปลือกจะไปถึงโรงสี และความสัมพันธ์ทางสังคมดังกล่าวเปลี่ยนไปจากเดิม โดยมีปัจจัยจากการที่ทั้งรัฐบาลเข้ามาให้ชาวนากู้เงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผลักดันให้ชนบทมีกองทุนหมู่บ้าน รวมถึงปัจจัยแวดล้อมทั่วไป ทั้งการเข้ามาของความเจริญ การคมนาคมและการสื่อสารสะดวกขึ้น นโยบายจำนำข้าวส่งผลให้ข้าวราคาสูงและชาวนาเป็นอิสระจากความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์และมีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางและโรงสีมากขึ้น อย่างไรก็ดี ภาวะที่ราคาข้าวตกต่ำหลังนโยบายจำนำข้าว พบว่า ชาวนา พ่อค้าคนกลาง โรงสี ได้มีการนำทุนทางสังคมในรูปแบบของความไว้วางใจและเครือข่าย เพื่อมาใช้เป็นทุนสำหรับการปรับตัว ทุนทางสังคมดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ชาวนาและพ่อค้าคนกลางบางกลุ่ม สามารถลดผลกระทบ หรือสร้างช่องทางในการปรับตัวตัวที่หลากหลายขึ้นได้มากกว่าชาวนาและพ่อค้าคนกลางที่ใช้แต่ความสัมพันธ์ในกลไกตลาดเท่านั้น คำสำคัญ : ความสัมพันธ์ทางสังคม ทุนทางสังคม ระบบการค้าข้าว
Conceptual Design Process Improvement For Drainage Systemusing Project Management, Wantanee Kongpanya
Conceptual Design Process Improvement For Drainage Systemusing Project Management, Wantanee Kongpanya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The major concern in the architecture, engineering, and construction (AEC) industry is time, cost, and quality. The design for industrial building project usually complex, particularly in a field of mechanical and piping process due to the large involvement of project stakeholders. The case company, which is the specialist supplier of industrial piping solution in Thailand, reported the issue of redesigns regarding to their poor project management of conceptual design process in construction project that effect to their work performance and customer satisfaction. Thus, the purpose of this study was to improve the process of conceptual design using project management concept …
Cultural Integration Of Urban Refugees Into Thai Society: A Case Study Of Pakistani Refugees In Bangkok, Seubboon Chaiyasit
Cultural Integration Of Urban Refugees Into Thai Society: A Case Study Of Pakistani Refugees In Bangkok, Seubboon Chaiyasit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study of Cultural Integration of Urban Refugees into Thai Society: a case study of Pakistani Refugees in Bangkok aims to identify the institutional factors that affects the cultural integration for Pakistani refugees into Thai society while temporarily residing in Thailand and examine the individual and community factors including Thai people attitude towards refugees that hinder or support the cultural integration of Pakistani refugees into Thai society. The research methodology is comprised of 1) The documentary research used as the fundamental information to understand the broad perspectives relevant to the urban refugee issues in Bangkok area including the information, policies …
การพัฒนารูปแบบพิพิธภัณฑ์เสมือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และประสบการณ์ผู้ใช้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, วรพจน์ ส่งเจริญ
การพัฒนารูปแบบพิพิธภัณฑ์เสมือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และประสบการณ์ผู้ใช้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, วรพจน์ ส่งเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ในอดีตเชื่อกันว่ามีเพียงความศรัทธาต่อศาสนาเท่านั้นที่จะสามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน และพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิพิธภัณฑ์ยุคดิจิทัล ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ นักออกแบบไม่สามารถสื่อสารการพัฒนารูปแบบพิพิธภัณฑ์เสมือนที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ชาวดิจิทัลนี้ได้ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบของพิพิธภัณฑ์เสมือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และประสบการณ์ผู้ใช้ และเพื่อศึกษาผลการออกแบบรูปแบบของพิพิธภัณฑ์เสมือนต่อการรับรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และประสบการณ์ผู้ใช้ ด้วยการสร้างชุดเครื่องมือการวิจัย แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมิน โดยเก็บข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์เสมือน ผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มผู้ใช้ชาวดิจิทัล ผลการวิจัยพบว่าสามารถหารูปแบบพิพิธภัณฑ์เสมือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และประสบการณ์ผู้ใช้ โดยระบุได้ทั้งองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง และหลักการออกแบบเรขศิลป์ ซึ่งสามารถนำมา ประยุกต์ใช้สื่อสารกับกลุ่มผู้ใช้ชาวดิจิทัล และพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังพบว่ารูปแบบความเสมือนจริงจากอดีตถึงปัจจุบันมีความแตกต่างกัน เนื่องจากตัวแปรด้านสภาพแวดล้อมและการรับรู้ของผู้ใช้ในแต่ละยุค พิพิธภัณฑ์เสมือนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่สื่อสารกันระหว่างพิพิธภัณฑ์กับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่ผู้ใช้สื่อสารระหว่างกัน โดยการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงเรื่องราวที่น่าสนใจ จากสื่อหนึ่งไปสู่สื่ออื่น ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด พิพิธภัณฑ์เสมือนจึงไม่ได้ถูกจำกัดในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังหลอมรวมเข้ากับสื่ออื่น ที่มีมาตั้งแต่อดีต เป็นการเล่าเรื่องที่เฉพาะเจาะจง สั้นและกระฉับ ด้วยสื่อที่สอดคล้อง น่าสนใจ แฝงด้วยปริศนา ให้ค้นหา เรียนรู้ และจินตนาการ
การออกแบบเรขศิลป์สำหรับวัยเกษียณด้วยแนวความคิดเพลงสุนทราภรณ์, หัฐณัฐ นาคไพจิตร
การออกแบบเรขศิลป์สำหรับวัยเกษียณด้วยแนวความคิดเพลงสุนทราภรณ์, หัฐณัฐ นาคไพจิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของวัยเกษียณ 2) ศึกษาหลักการและข้อแนะนำพื้นฐานเพื่อการออกแบบเรขศิลป์สำหรับวัยเกษียณ 3) เพื่อกำหนดองค์ประกอบและหลักการออกแบบเรขศิลป์สำหรับวัยเกษียณ ด้วยแนวความคิดเพลงสุนทราภรณ์ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบียบวิธีวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษย์และสังคมศาสตร์ การสนทนากลุ่ม ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี กับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเรขศิลป์ การสนทนากลุ่มระหว่างกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 ท่าน และการใช้แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี จำนวน 5 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเรขศิลป์ จำนวน 5 ท่าน และกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 ท่าน ใช้สถิติเชิงพรรณนา ในการบรรยายคุณลักษณะสิ่งที่ต้องการศึกษา ด้วยวิธีการรวมตัวแปร แล้วแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ แล้วทำการสรุปผลออกมาเป็นลำดับ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์งานวิจัยพบว่า1) ปัญหาและความต้องการของวัยเกษียณ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเด็น คือ
1.1 สุขภาพ 1.2 เศรษฐกิจ 1.3 สังคม 1.4 ที่อยู่อาศัย
2) ข้อแนะนำพื้นฐานเพื่อการให้ข้อมูลสำหรับวัยเกษียณ ประกอบด้วย
2.1 ลักษณะของคอลัมน์ ที่เหมาะสมในการให้ข้อมูลสำหรับวัยเกษียณ คือ แบบ 1 คอลัมน์ และ 2 คอลัมน์
2.2 ลักษณะขนาดของตัวอักษรที่เหมาะสมในการให้ข้อมูลสำหรับวัยเกษียณ คือ ขนาด 16 พอยต์ และ 18 พอยต์
3) แนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับวัยเกษียณ
3.1 ประเด็นเรื่องสุขภาพ สามารถระบุองค์ประกอบและหลักการ ได้ดังนี้ รูปทรงอินทรียรูป ภาพกราฟิกเวกเตอร์ และสีน้ำ ภาพแอนิเมชั่น ภาพการ์ตูน ภาพแฟนตาซี ภาพแสดงอารมณ์ขัน ภาพถ่ายสวยงาม ภาพถ่ายเรียบง่าย ภาพมุมมองที่แปลกตา สมดุลสมมาตร ตัวพิมพ์ลักษณะตัวพาดหัว 1 แบบ ตัวพิมพ์ลักษณะตัวเนื้อเรื่อง 1 แบบ เส้นโค้ง Analogous Color Scheme, Rectangle …
แนวทางการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษโรงเรียนประถมศึกษา สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, วิไลพร ชิมชาติ
แนวทางการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษโรงเรียนประถมศึกษา สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, วิไลพร ชิมชาติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความคาดหวังของครูเกี่ยวกับการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษ 2) เพื่อเสนอแนวทางในการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ดำเนินการเป็น 2 ตอน โดยตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและความคาดหวังของครูเกี่ยวกับการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ประชากร คือ โรงเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 431 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 431 คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถาม 1 ฉบับ แบบมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์การจัดลำดับความสำคัญของการต้องการจำเป็นโดยวิธี Modified Priority Needs Index (PNI) ตอนที่ 2 การศึกษาแนวทางการนิเทศการสอนครูภาษาอังกฤษ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ จาก ศึกษานิเทศก์ จำนวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 5 คน ครูผู้นิเทศการสอนภาษาอังกฤษ จำนวน 5 คน รวม 15 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า แนวทางการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ด้านหลักสูตร 1) ควรกำหนดนโยบายการนิเทศการสอนครูผู้สอนภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ 2) ควรจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ เช่น หลักสูตรท้องถิ่นเป็นภาษาอังกฤษ หลักสูตร Jolly phonics เป็นหลักสูตรเพิ่มเติมทุกโรงเรียน 3) ต้องมีนโยบายให้ครูจัดทำและส่งแผนการจัดการเรียนรู้เป็นประจำ ติดตาม ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 4) ควรนิเทศการสอนครูผู้สอนโดยการนิเทศแบบคลินิก Lesson Study, Instructional Rounds หรือ Mini Observation เป็นต้น ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 1) ควรจัดอบรมเพื่อพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นสากล (CEFR) 2) ควรจัดศึกษานิเทศก์ภาษาอังกฤษให้มีจำนวนเพียงพอที่จะสามารถนิเทศครูภาษาอังกฤษได้ทุกโรงเรียน 3) ส่งเสริมให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษและครูชาวต่างชาติ ร่วมกับโรงเรียนในเครือข่ายหรือสำนักงานเขต จัดกิจกรรมร่วมกัน 4) ควรจัดตารางสอนให้ครูไทยเข้าสอนควบคู่กับครูชาวต่างชาติ 5) ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับจัดการเรียนการสอนและต้องส่งรายงานการอบรมทุกครั้ง …
การสื่อสารรณรงค์บนพื้นที่ออนไลน์ Change.Org, แก้วเกล้า บรรจง
การสื่อสารรณรงค์บนพื้นที่ออนไลน์ Change.Org, แก้วเกล้า บรรจง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่องการสื่อสารรณรงค์บนพื้นที่ออนไลน์ Change.org มุ่งศึกษาใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) ลักษณะประเด็นสังคมที่ปรากฏบนพื้นที่ออนไลน์ Change.org 2) กลยุทธ์การสื่อสารในการสร้างการมีส่วนร่วมของสาธารณชนบนพื้นที่ออนไลน์ Change.org 3) ความผูกพันของพลเมืองเน็ตต่อแบรนด์ Change.org โดยการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ด้วยเทคนิคการวิจัย ดังนี้ การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis), การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) และวิธีการสำรวจจากแบบสอบถามออนไลน์ (Online Questionnaire) ผลการวิจัยในประเด็นแรกพบว่าลักษณะประเด็นสังคมที่ปรากฏบนพื้นที่ออนไลน์ Change.org แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเด็นสาธารณะ (Public Issues) และปัญหาระดับบุคคล (Private Troubles) โดยนักรณรงค์ใช้พื้นที่ออนไลน์ Change.org เพื่อสื่อสารใน 5 วัตถุประสงค์ ได้แก่ (1) ให้ข้อมูล (2) อัปเดตข่าวสาร (3) โน้มน้าวให้คล้อยตาม (4) ขอบคุณ และ (5) ประกาศชัยชนะ ซึ่งกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ (1) หน่วยงานในการปกครองของรัฐ (2) องค์กรเอกชน และ (3) องค์กรเพื่อสังคม โดยผลการรณรงค์บนพื้นที่ออนไลน์ Change.org มี 2 รูปแบบ ได้แก่ แคมเปญที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน และแคมเปญที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย ผลการวิจัยในประเด็นที่สองพบว่ากลยุทธ์การสื่อสารในการสร้างการมีส่วนร่วมของสาธารณชนบนพื้นที่ออนไลน์ Change.org มีทั้งหมด 4 กลยุทธ์ ได้แก่ (1) การทำให้เห็นภาพ หรือจินตทัศน์ (Visualization) (2) การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) (3) การจัดการข้อมูล (Information Management) และ (4) ความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน (Current issues …
การเล่าเรื่องขุนโจรจากเหตุการณ์จริง ในนวนิยายชุด "เสือใบ-เสือดำ" ของ ป.อินทรปาลิต, ฐิติพงศ์ อินทรปาลิต
การเล่าเรื่องขุนโจรจากเหตุการณ์จริง ในนวนิยายชุด "เสือใบ-เสือดำ" ของ ป.อินทรปาลิต, ฐิติพงศ์ อินทรปาลิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการเล่าเรื่อง โครงสร้างตัวละครและการสร้างแนวเรื่องแบบขุนโจรที่อิงจากเหตุการณ์จริงและเพื่อวิเคราะห์สภาพการณ์ทางสังคมและแนวทางการเล่าเรื่องแบบบุกเบิกตะวันตกที่มีอิทธิพลต่องานเขียนนวนิยายชุด เสือใบ - เสือดำ ของ ป.อินทรปาลิต โดยใช้การวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากนวนิยายชุดเสือใบ เสือดำและดาวโจร จากสำนักพิมพ์ฉบับผดุงศึกษา (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์) จำนวนทั้งสิ้น 12 เล่ม และจากการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์พบว่า กลวิธีการเล่าเรื่องและโครงสร้างตัวละคร ด้านโครงสร้างการเล่าเรื่อง มีการสร้างแนวเรื่องแบบขุนโจรจากแนวเรื่องแบบบุกเบิกตะวันตก (Western Genre) เป็นหลัก อาทิ การท้าดวลปืนตามลักษณะตัวละครแบบวีรบุรุษนอกกฎหมาย ความขัดแย้งในความอยุติธรรมระหว่างอำนาจรัฐและชุมชน โดยผสมผสานเหตุการณ์จริงในบริบทของสังคมไทย เข้ากับจินตนาการและขนบของการเล่าเรื่อง การปฏิบัติภารกิจที่มาจากแนวเรื่องผจญภัย (Adventure Genre) การต่อสู้จากแนวเรื่องแบบบู๊ล้างผลาญ (Action Genre) การทำการรบการสงครามจากแนวเรื่องแบบสงคราม (War Genre) และความรักในสตรีเพศจากแนวเรื่องรักโศก ด้านการสร้างตัวละคร พบว่า การใช้ชื่อตัวละครในนวนิยายได้เค้าโครงมาจากตัวละครจากเหตุการณ์จริงบางส่วน จากสภาพการณ์ทางสังคมของไทยในช่วงที่ไทยประสบปัญหาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดตัวละครโจรผู้ร้ายมากมาย ทำให้การกำหนดคุณลักษณะของตัวละคร แบบวีรบุรุษขุนโจร คือ ความกล้าหาญ ความเก่งกาจ ความมีคุณธรรม และการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรี ที่สอดคล้องกับองค์ประกอบการสร้างตัวละครชายในวรรณคดีไทย
นวัตกรรมระบบบริหารคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา ตามเกณฑ์คุณภาพระดับนานาชาติ, ศุภศิริ บุญประเวศ
นวัตกรรมระบบบริหารคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา ตามเกณฑ์คุณภาพระดับนานาชาติ, ศุภศิริ บุญประเวศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) กรอบแนวคิดระบบบริหารคุณภาพสถาบันอุดมศึกษา และ เกณฑ์คุณภาพสถาบันอุดมศึกษาระดับนานาชาติ 2) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในระบบบริหารคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา 3) การปฏิบัติที่ดีของระบบบริหารคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา 4) พัฒนานวัตกรรมระบบบริหารคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาตามเกณฑ์คุณภาพระดับนานาชาติ กลุ่มประชากรคือ สถาบันอุดมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 124 แห่ง ใช้กลุ่มตัวอย่าง 92 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ อธิการบดี รองอธิการบดี และหัวหน้าฝ่ายคุณภาพหรือฝ่ายประกันคุณภาพ รวม 276 คน และศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม และ แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า1) กรอบแนวคิดระบบบริหารคุณภาพสถาบันอุดมศึกษา ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ และกรอบแนวคิดเกณฑ์คุณภาพระดับนานาชาติ ประกอบด้วย ตัวชี้วัด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านความมีชื่อเสียง ด้านบุคลากร ด้านนักศึกษา ด้านงานวิจัย และด้านรายได้ 2) สภาพปัจจุบัน ในภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง และสภาพที่พึงประสงค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) แนวปฏิบัติที่ดีด้านการวางแผนเน้นความสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ด้านการควบคุมคุณภาพและการปรับปรุงคุณภาพเน้นความต่อเนื่องและชัดเจน และด้านการประกันคุณภาพเน้นการคิดเกณฑ์การประเมินตนเอง 4) นวัตกรรมระบบบริหารคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาตามเกณฑ์คุณภาพระดับนานาชาติ ชื่อ ระบบบริหารคุณภาพสถาบันอุดมศึกษา แบบมุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง (CIQI)
การศึกษาพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ, ฉวีฉัตร โฉลกคงถาวร
การศึกษาพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ, ฉวีฉัตร โฉลกคงถาวร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ และเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ ตำแหน่งงาน ประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์การอบรมความปลอดภัย และหน่วยงานที่ปฏิบัติ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานอย่างน้อย 1 ปี จำนวน 378 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบสอบถามพฤติกรรมความปลอดภัย ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ และทดสอบความเที่ยงด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้เท่ากับ .98 วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน โดยการแจกแจงความถี่ร้อยละ และเปรียบเทียบระดับพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลโดยใช้สถิติ t-test และ Anova ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ อยู่ในระดับสูง ( X = 4.18, SD = 0.49) พฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ แตกต่างกันตามตำแหน่งงาน ประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์การอบรมความปลอดภัย และหน่วยงานที่ปฏิบัติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การประเมินอิทธิพลของสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ, อุทัยวรรณ ทองสุข
การประเมินอิทธิพลของสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ, อุทัยวรรณ ทองสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอิทธิพลของสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ และเปรียบเทียบอิทธิพลของสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ จำแนกตาม เพศ อายุ สถานภาพการสมรส และสถานภาพผู้มาใช้บริการ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้มาใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติในการทดสอบสมมติฐานใช้ค่าสถิติ สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression) การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน (Independent Sample t-test) วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ค่าร้อยละ=59.50) มีอายุในช่วง 18-29 ปี มากที่สุด (ค่าร้อยละ=69.00) ส่วนใหญ่มีสถานภาพโสด (ค่าร้อยละ=86.30) มีการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรี มากที่สุด (ค่าร้อยละ60.00) สถานภาพของผู้มาใช้บริการเป็นนิสิตจำนวนมากที่สุด (ค่าร้อยละ=60.30) ผลการประเมินอิทธิพลของสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ โดยใช้สถิติสมการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ (Multiple Regression) พบว่า สิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านกายภาพ ด้านผลิตภัณฑ์หลัก และด้านบุคคลที่ให้บริการ มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยด้านผลิตภัณฑ์หลักมีผลต่อความพึงพอใจมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านกายภาพ และด้านบุคคลที่ให้บริการ ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำแนกตามเพศ โดยใช้สถิติการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน(Independent Sample t-test) พบว่า เพศของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่แตกต่างกัน เมื่อจำแนกตาม อายุ สถานภาพสมรส และสถานภาพผู้ใช้บริการ โดยใช้สถิติ ใช้วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) และเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธี SLD พบว่า อายุ สถานภาพสมรส และสถานภาพผู้ใช้บริการที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแตกต่างกัน สรุปผลการวิจัยพบว่า สิ่งอำนวยความสะดวกทางการกีฬาของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านผลิตภัณฑ์หลัก ด้านกายภาพ และด้านบุคคลที่ให้บริการ มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ ตามลำดับ