Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1284)
- Medicine and Health Sciences (835)
- Education (695)
- Engineering (506)
- Communication (468)
-
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (465)
- Physical Sciences and Mathematics (391)
- Business (241)
- Computer Sciences (231)
- Economics (199)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (196)
- Nursing (186)
- Public Health (183)
- Sociology (162)
- Educational Technology (144)
- Electrical and Computer Engineering (126)
- Medical Sciences (123)
- Educational Administration and Supervision (122)
- Law (117)
- Architecture (110)
- Electrical and Electronics (110)
- Dentistry (100)
- Technology and Innovation (100)
- Computer Engineering (96)
- Political Science (92)
- English Language and Literature (88)
- Fine Arts (85)
- Life Sciences (85)
Articles 1951 - 1980 of 4613
Full-Text Articles in Entire DC Network
การนำนโยบายไปปฏิบัติ: กรณีศึกษานโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (Universal Coverage For Emergency Patients: Ucep), จามีกร แคนนารี่
การนำนโยบายไปปฏิบัติ: กรณีศึกษานโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (Universal Coverage For Emergency Patients: Ucep), จามีกร แคนนารี่
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของการนำนโยบาย UCEP ไปปฏิบัติ โดยใช้วิธีการศึกษาจากการค้นคว้าเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สื่อสังคมออนไลน์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย UCEP จำนวน 7 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้กำหนดนโยบาย 2) กลุ่มผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ 3) กลุ่มผู้รับประโยชน์จากนโยบาย โดยใช้ทฤษฎีการนำนโยบายไปปฏิบัติจากบนลงล่าง (Top-down Theory of Policy Implementation) ตามตัวแบบกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติของแวน มีเตอร์ และแวน ฮอร์น ผลการศึกษาพบว่าปัญหาของการนำนโยบาย UCEP ไปปฏิบัติ แบ่งออกเป็น 6 ประเด็นดังนี้ 1) มาตรฐานและวัตถุประสงค์ของนโยบายยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควรทั้งในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ การวินิจฉัยระดับอาการของความฉุกเฉิน และการนำส่งผู้ป่วย 2) ทรัพยากรของนโยบายมีไม่เพียงพอ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างองค์การยังเกิดปัญหา การสื่อสารให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับนโยบายยังไม่ละเอียดครอบคลุม 4) องค์การที่นำนโยบายไปปฏิบัติ มีความพร้อมที่จะนำนโยบายไปปฏิบัติ แต่ยังมีข้อจำกัดในบางเรื่อง 5) เงื่อนไขและทรัพยากรทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในตัวของนโยบาย UCEP และ 6) ความร่วมมือหรือการตอบสนองของผู้นำนโยบายไปปฏิบัติยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่าที่ควร ผู้วิจัยได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำนโยบาย UCEP ไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพและตอบสนองการต่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีข้อเสนอแนะให้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม การทำนโยบาย CO-PAY การรวมระบบคู่สายต่าง ๆ เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน และการจัดโครงการให้ความรู้กับประชาชาเกี่ยวกับนโยบาย UCEP เป็นต้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติกรณีการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดราชบุรี, ชิติพัทร สุขขี
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติกรณีการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดราชบุรี, ชิติพัทร สุขขี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติกรณีการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดราชบุรี อุบัติเหตุทางถนนก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อความปลอดภัยสาธารณะ และการดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงเหล่านี้ การศึกษานี้ใช้วิธีผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายในจังหวัดราชบุรี ขั้นตอนเชิงปริมาณเกี่ยวข้องกับการสำรวจระดับความคิดเห็นเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบนโยบายความปลอดภัยทางถนน ในขณะที่ขั้นตอนเชิงคุณภาพประกอบด้วยการสัมภาษณ์หน่วยงานที่กำหนดนโยบายและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยหลักสามประการที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายคือ ปัจจัยด้านทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงข้อจำกัดงบประมาณและการขาดแคลนบุคลากร ปัจจัยความร่วมมือหรือการตอบสนองการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและการประสานงานระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบาย และปัจจัยการติดตามผลการปฏิบัติงานเป็นกลไกที่มีความสำคัญต่อประสิทธิผลของนโยบาย การศึกษาครั้งนี้จึงเป็นข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้กับผู้กำหนดนโยบายที่จะสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่กำหนดเป้าหมายเพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางถนนและลดการเกิดอุบัติเหตุในจังหวัดราชบุรี
ภาวะผู้นำของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย: กรณีศึกษา การดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานวุฒิสภา, ณัชฐานันท์ รูปขจร
ภาวะผู้นำของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย: กรณีศึกษา การดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานวุฒิสภา, ณัชฐานันท์ รูปขจร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเรื่องภาวะผู้นำของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย กรณีศึกษา : การดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานวุฒิสภา มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา ได้แก่ (1) เพื่อศึกษาภูมิหลังและชีวประวัติของศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย (2) เพื่อศึกษาความเป็นผู้นำของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ในการดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานวุฒิสภา และ (3) เพื่อศึกษาประเมินความเป็นผู้นำของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ในการดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานวุฒิสภา โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ทำการศึกษาจากเอกสาร (Documentary Study) และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (In – depth Interview) 5 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) กลุ่มอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสมาชิกวุฒิสภา (2) กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายการเมือง (3) กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายข้าราชการประจำ (4) บุคคลผู้เห็นต่างในการทำหน้าที่ของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย และ (5) ทำการสัมภาษณ์ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชรวิชิตชลชัย เป็นหน่วยการศึกษาหลัก ในการทำหน้าที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานวุฒิสภา ผลการศึกษาพบว่า (1) ภูมิหลังและชีวประวัติของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย (socialization) สามารถอธิบายพื้นฐานความเป็นมาของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร ฯ ที่มีผลต่อรูปแบบลักษณะเชิงพฤติกรรมในการทำหน้าที่ทางการเมือง จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากวชิราวุธวิทยาลัย ระดับอุดมศึกษาปริญญาตรีจบจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนติบัณฑิตไทยสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโทกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนรัฐบาล ก.พ. ตำแหน่งในการรับราชการที่สำคัญตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 4 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ฯลฯ เป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายในหลายวิทยาลัย จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เป็น “ศาสตราจารย์พิเศษ” คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2556 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินปี 2557 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2562 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นประธานวุฒิสภา ผ่านการอบรมจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.41) และสถาบันพระปกเกล้า (ปปร.11) ซึ่งภูมิหลังถือหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ช่วยขัดเกลาความเป็นผู้นำของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร ฯ ในกรอบของชนชั้นนำและมุมมองความคิดที่ยึดถือกฎหมายเป็นหลักอย่างเข้มแข็ง ในส่วนของการหล่อหลอมจากครอบครัว ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร ฯ เติบโตในครอบครัวชนชั้นกลาง สมาชิกในครอบครัวรับราชการ …
ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในการตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านเขตปลอดอากร: กรณีศึกษา ข้าราชการส่วนตรวจสอบเขตปลอดอากร กรมศุลกากร, ธาริณี โยธินไทย
ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในการตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านเขตปลอดอากร: กรณีศึกษา ข้าราชการส่วนตรวจสอบเขตปลอดอากร กรมศุลกากร, ธาริณี โยธินไทย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะและสมรรถนะที่มีความจำเป็นต่อการตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านเขตปลอดอากร รวมทั้งศึกษาแนวทางและวิธีการในการพัฒนาและส่งเสริมให้ข้าราชการที่สังกัด ณ ส่วนตรวจสอบเขตปลอดอากร กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์ข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านเขตปลอดอากร ผลการศึกษาพบว่าทักษะที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่มากที่สุด ได้แก่ ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ทักษะด้านบัญชีเบื้องต้น ทักษะการจัดการข้อมูล ทักษะการสังเกต และทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ ในส่วนของสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สมรรถนะด้านการมองภาพองค์รวม ด้านศิลปะการสื่อสารจูงใจ และสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์ สุดท้ายแนวทางในการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็น พบว่าการฝึกอบรม และการพัฒนา เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นข้างต้น
บทบาทสหภาพยุโรปต่อไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (2016 - 2022), ธีราพร ปทุมาสูตร
บทบาทสหภาพยุโรปต่อไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (2016 - 2022), ธีราพร ปทุมาสูตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาบทบาทของสหภาพยุโรปต่อพัฒนาการของประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals, SDGs) โดยศึกษาพลวัตเชิงนโยบายหลังจากที่ประเทศไทยรับรองเป้าหมาย SDGs และพัฒนาการด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของประเทศไทย และศึกษาแนวคิด ผลประโยชน์ และข้อท้าทายของสหภาพยุโรปภายใต้การส่งออกความช่วยเหลือมายังประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าพลวัตด้านการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs เกิดขึ้นทั้งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เกิดการยกระดับบทบาทคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) อีกทั้งองค์ความรู้และงบประมาณที่ได้รับยังส่งผลให้ประเทศไทยสามารถขยับบทบาทไปเป็นผู้ให้สะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนา และการสร้างบทบาทผู้ให้ในเวทีโลก แต่ทั้งนี้ปัญหาด้านศักยภาพการเก็บข้อมูล ตัวชี้วัดที่ไม่สัมพันธ์กับบทริบทสังคมไทย รวมถึงการย่อยเป้าหมาย SDGs ลงไปในระดับท้องถิ่นยังคงเป็นข้อท้าทายของประเทศไทย ในส่วนของการศึกษาบทบาทและผลประโยชน์ของสหภาพยุโรปพบว่าเมื่อวิเคราะห์จากกรอบแนวคิดอำนาจเชิงปทัสถาน (Normative Power Europe) การรักษาบทบาทผู้นำเชิงปทัสถานเป็นจุดมุ่งหมายหลักเพื่อให้ประเทศผู้รับปฏิบัติตาม เชื่อมโยงถึงการเสริมสร้างภาพลักษณ์ และการเป็นผู้ให้ในเวทีโลก ซึ่งประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายที่สำคัญในการส่งออกความช่วยเหลือและสร้างความร่วมมือ ทั้งนี้การหยุดชะงักกิจกรรม และสัดส่วนเงินบริจาค ODA ที่ลดลงเนื่องจากวิกฤติ COVID-19 รวมถึงการทำรัฐประหารภายในประเทศผู้รับทำให้สหภาพยุโรปจำเป็นต้องระงับความร่วมมือส่งผลให้อำนาจเชิงปทัสถานของสหภาพยุโรปมีแนวโน้มแผ่วเบาลงในพื้นที่ดังกล่าว
แนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรของข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นวอร โชคธนไพศาล
แนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรของข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นวอร โชคธนไพศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์เรื่อง "แนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรของข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันกับแนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กร ศึกษาระดับของปัญหาการสื่อสารภายในองค์กรและศึกษาแนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กร กลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 173 คน โดยใช้สูตรของ ทาโร ยามาเน่ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กำหนดระดับความคลาดเคลื่อนที่ 0.05 โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างตามสะดวก มีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent Sample t-test,F-test และ Multiple Linear Regression ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 30-39 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ประสบการณ์รับราชการตำรวจระดับสัญญาบัตร 2-5 ปี มีระดับของปัญหาการสื่อสารภายในองค์กรและระดับความคิดเห็นของแนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรมีค่าเฉลี่ยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลนั้น เพศ อายุ สถานภาพ ประสบการณ์และระดับชั้นยศที่แตกต่างกัน มีแนวทางพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน มีแนวทางพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรด้านการศึกษาแตกต่างกัน ส่วนปัญหาการสื่อสารภายในองค์กรจากองค์ประกอบการสื่อสาร พบว่า ด้านช่องทางการสื่อสารและด้านผู้รับสารส่งผลต่อแนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กร สำหรับด้านผู้ส่งสารและด้านข้อมูลข่าวสารไม่ส่งผลต่อแนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กร
The Outcomes Of Using Thai Biphasic Calcium Phosphate For Bone Augmentation In Implant Dentistry, Sirida Arunjaroensuk
The Outcomes Of Using Thai Biphasic Calcium Phosphate For Bone Augmentation In Implant Dentistry, Sirida Arunjaroensuk
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Aims: The aim of this randomized, double-blind, clinical trial was to compare the stability of the horizontal dimensions (facial bone thickness) of augmented bone using Biphasic Calcium Phosphate (BCP) with hydroxyapatite/ β-tricalcium phosphate ratio of either 60/40 or 70/30. Materials and Methods: Sixty dental implants placed with contour augmentation in the esthetic zone were randomized to 60/40 BCP (n=30) or 70/30 BCP (n=30). Cone-Beam Computed Tomographic was used to assess facial bone thickness post-implantation and 6 months later at implant platform and 2, 4, and 6 mm apical to it. Results: The percentage of horizontal dimension reduction was 23.64%, 12.83%, …
ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพการใช้น้ำกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมของพรรณไม้ในเมืองในพื้นที่สีเขียวเขตเมือง บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิศาชล กุลสิริลักษณ์
ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพการใช้น้ำกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมของพรรณไม้ในเมืองในพื้นที่สีเขียวเขตเมือง บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิศาชล กุลสิริลักษณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและให้บริการเชิงนิเวศอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวที่มีอายุการก่อตั้งแตกต่างกัน อันประกอบด้วยพืชพรรณและไม้ต้นที่มีขนาดและอายุต่างกัน ซึ่งอาจมีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างกัน ได้แก่ สภาพอากาศและความชื้นในดิน การทราบรูปแบบการตอบสนองของต้นไม้ในสวนสาธารณะที่มีอายุนับตั้งแต่ก่อตั้งต่างกันอาจช่วยเป็นข้อมูลในการดูแลต้นไม้รวมถึงการเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมต่อวัตถุประสงค์ของพื้นที่สีเขียวให้พื้นที่นั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาประสิทธิภาพการใช้น้ำ ซึ่งหมายถึงปริมาณคาร์บอนที่สังเคราะห์ได้ต่อหน่วยหนึ่งการใช้น้ำ หรือน้ำที่รดให้แก่ต้นไม้ โดยศึกษาเบื้องต้นในระดับใบ คำนวณจากอัตราส่วนระหว่างการสังเคราะห์ด้วยแสงต่อการคายน้ำของใบของจามจุรี ชมพูพันธุ์ทิพย์ และปีบ ในสองพื้นที่ที่มีอายุในการก่อตั้งแตกต่างกัน ได้แก่ พื้นที่สีเขียวบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU) ซึ่งมีอายุในการก่อตั้งมากกว่า 80 ปี และ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU100) ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างได้ประมาณ 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแลกเปลี่ยนแก๊สและประสิทธิภาพการใช้น้ำ และความสัมพันธ์ของค่าเหล่านี้กับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมของต้นไม้ทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมา ผลการศึกษาพบว่า จามจุรีและชมพูพันธุ์ทิพย์ในพื้นที่ CU100 มีอัตราการแลกเปลี่ยนแก๊สสูงกว่าพื้นที่ CU ในฤดูฝน อาจเป็นเพราะต้นไม้ในพื้นที่ CU มีอายุมากกว่า ประกอบด้วยขนาดต้นไม้ใหญ่กว่า และดินในพื้นที่ CU มีน้ำขัง ทำให้ค่าดังกล่าวต่ำกว่าพื้นที่ CU100 แต่ไม่พบความแตกต่างของค่าดังกล่าวของปีบใน 2 พื้นที่ ซึ่งอาจเป็นเพราะปีบเป็นไม้ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ต่างกันได้ดี รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างการแลกเปลี่ยนแก๊สและประสิทธิภาพการใช้น้ำกับภาวะพร่องความดันไอระหว่างใบกับอากาศเป็นไปตามรูปแบบสมการลอการิทึมในต้นไม้ทั้ง 3 ชนิด และมีรูปแบบการตอบสนองของค่าประสิทธิภาพการใช้น้ำนั้นเหมือนกันในสองพื้นที่ แม้จะมีค่าต่างกันระหว่างพื้นที่ในจามจุรีและชมพูพันธุ์ทิพย์ก็ตาม แสดงให้เห็นว่าต้นไม้ทั้ง 3 ชนิดอาจมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมมาในช่วงเวลาหนึ่งแล้วจึงมีรูปแบบตอบสนองต่อสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกันของสองพื้นที่ ดังนั้น หากจะพิจารณาถึงชนิดไม้ที่จะเลือกมาปลูกในพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ อาจพิจารณาเพียงค่าประสิทธิภาพการใช้น้ำที่สูง กล่าวคือให้ผลผลิตเชิงคาร์บอนได้มากต่อหน่วยปริมาณน้ำที่รดเท่ากัน โดยต้นไม้เหล่านี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้เมื่อให้เวลาเติบโตสักระยะ
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญ และระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว และเสนอแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค IPA แบบสอบถามแบ่งตามกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างประเทศ จำนวน 140 ราย ผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ จำนวน 18 ราย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จำนวน 5 ราย ผลการวิจัยพบว่า (1) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน เป็นผู้มีการศึกษา ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและพนักงาน/ เจ้าหน้าที่บริษัท มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงถึงสูง เป็นชาวยุโรปและอเมริกามากที่สุด (2) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ให้ความสำคัญปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวภาพรวมรายด้านมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านการเงิน ด้านบริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ด้านกายภาพ ด้านสถานที่ท่องเที่ยว และด้านข้อมูลข่าวสาร ตามลำดับ (3) นักท่องเที่ยวฯ มีระดับความพึงพอใจต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว ภาพรวมรายด้านมากที่สุดในด้านการเงิน ด้านบุคลากร และด้านสถานที่ท่องเที่ยว ตามลำดับ (4) ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องดำเนินการให้มีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คือ ภาพรวมในด้านบริการในสถานประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัย สถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีการให้บริการที่หลากหลาย และปัจจัยโลจิสติกส์ที่ทำได้ดี คือ ด้านบุคลากร (บริการด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม เอาใจใส่) และด้านการเงิน (ค่าบริการ) ทั้งนี้ เพื่อเป็นเสริมจุดแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงในปัจจัย มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้บริการที่ดี (ด้านบุคลากร) และ มีบริการ Cashless ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยว (ด้านการเงิน)
อิทธิพลของพฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์ต่อความสุขเชิงอัตวิสัยโดยมีการเห็นคุณค่าในตนเองเป็นตัวแปรส่งผ่านและการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมเป็นตัวแปรกำกับ, กิตติภพ ถนอมรอด
อิทธิพลของพฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์ต่อความสุขเชิงอัตวิสัยโดยมีการเห็นคุณค่าในตนเองเป็นตัวแปรส่งผ่านและการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมเป็นตัวแปรกำกับ, กิตติภพ ถนอมรอด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์แบบแอคทีฟ (active) และความสุขเชิงอัตวิสัย และสำรวจการเห็นคุณค่าในตนเองในฐานะตัวแปรส่งผ่าน โดยมีการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมจากผู้ใช้งานอื่นในเครือข่ายมาเป็นตัวแปรกำกับความสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้เป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อายุ18-22 ปี จำนวน 207 คน แบ่งเป็นเพศชาย 43 คน และเพศหญิง 164 คน โดยที่กลุ่มตัวอย่างต้องมีการใช้งานทวิตเตอร์ในลักษณะที่มีการปฏิสัมพันธ์ มีส่วนร่วมในกิจกรรมกับชุมชนและเครือข่ายของตนเอง และมีการทวีตข้อความลงในทวิตเตอร์ของตนเอง ภายใน 1 เดือนก่อนการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ถดถอย โมเดลการกำกับอิทธิพลการส่งผ่าน (moderated mediation model) ในการทดสอบสมมติฐานการวิจัย ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า พฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์แบบแอคทีฟมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้การสนับสนุนทางสังคม (r = .62, p < .01) และความสุขเชิงอัตวิสัย (r = .20, p < .01) อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่มีความสัมพันธ์กับการเห็นคุณค่าในตนเอง (r = .10, p > .05) ไม่แตกต่างจากศูนย์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากการทดสอบสมมติฐานพบว่า พฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์แบบแอคทีฟไม่มีอิทธิพลต่อการเห็นคุณค่าในตนเองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (b = -.02, p > .05) ซึ่งไม่พบอิทธิพลของการเห็นคุณค่าในตนเองในฐานะตัวแปรส่งผ่านความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์แบบแอคทีฟและความสุขเชิงอัตวิสัย และไม่พบอิทธิพลของการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในฐานะตัวแปรกำกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์แบบแอคทีฟและการเห็นคุณค่าในตนเอง (b= .02, p > .05) ในขณะที่พบอิทธิพลของการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมในฐานะตัวแปรกำกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้งานทวิตเตอร์แบบแอคทีฟและความสุขเชิงอัตวิสัย (b = .07, p < .05) ซึ่งโมเดลการกำกับ สามารถทำนายความแปรปรวนของความสุขเชิงอัตวิสัยได้ร้อยละ 62 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (R2 = .62, F(7, 199) = 64.29, p < .01)
อิทธิพลของการรับรู้ความเหมือนมนุษย์ผ่านภาพประกอบ ความต้องการทางปัญญา และความน่าเชื่อถือของสารโน้มน้าวใจต่อเจตคติต่อการใช้กระบอกน้ำพกพา, รัตนกร แก้ววานิช
อิทธิพลของการรับรู้ความเหมือนมนุษย์ผ่านภาพประกอบ ความต้องการทางปัญญา และความน่าเชื่อถือของสารโน้มน้าวใจต่อเจตคติต่อการใช้กระบอกน้ำพกพา, รัตนกร แก้ววานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความเหมือนมนุษย์ ความต้องการทางปัญญา และความน่าเชื่อถือของสารโน้มน้าวใจที่มีต่อเจตคติต่อการใช้กระบอกน้ำพกพาเมื่อนักศึกษาอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย ผู้ร่วมการทดลองในงานวิจัยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 222 คน ซึ่งตอบมาตรวัดความต้องการทางปัญญา แล้วจึงอ่านข้อความโน้มน้าวใจที่ถูกจัดกระทำให้มีคุณภาพของข้อโต้แย้งสูงหรือต่ำ และมีภาพประกอบที่มีความเหมือนมนุษย์หรือไม่มีความเหมือนมนุษย์ แล้วตอบมาตรวัดเจตคติต่อการใช้กระบอกน้ำพกพาในบริเวณมหาวิทยาลัย และเขียนรายงานความคิดที่เกิดขึ้นขณะที่กำลังอ่านสารโน้มน้าวใจ ผลการวิเคราะห์พบการปฏิสัมพันธ์ 3 ทางระหว่างตัวแปรต่อเจตคติต่อการใช้กระบอกน้ำพกพาอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษานี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจอิทธิพลของการรับรู้ความเหมือนมนุษย์ในการเปลี่ยนเจตคติต่อพฤติกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติ, จินต์จุฑา บำเพ็ญวัฒนา
ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติ, จินต์จุฑา บำเพ็ญวัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยตามมาตรา 118 และมาตรา 135 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 โดยศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไทย จากการศึกษา พบว่าความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยมีข้อบกพร่องทางกฎหมาย 4 ประการ กล่าวคือ บทบัญญัติไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและการเมือง ขัดกับหลักความชัดเจนแน่นอนของกฎหมายอาญา มีความเป็นอาญาและจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนเกินสมควร เพื่อแก้ไขปัญหาทางกฎหมายทั้ง 4 ประการ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยโดยยกเลิกความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 ซึ่งซ้ำซ้อนกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา กำหนดขอบเขตของการกระทำให้ครอบคลุมเฉพาะการปลด การทำลาย การทำให้เสียหาย การทำให้ไร้ประโยชน์และการทำให้เปรอะเปื้อนซึ่งธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐโดยเปิดเผยหรือในที่ประชุม กำหนดขอบเขตของธงอันมีความหมายถึงรัฐตามมาตรา 118 ให้ครอบคลุมเฉพาะผืนธงชาติไม่ว่าจะมีขนาดใดและทำมาจากวัสดุใด กำหนดขอบเขตของวัตถุแห่งการกระทำของมาตรา 135 ให้ครอบคลุมเฉพาะธงชาติและเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐต่างประเทศที่แสดงไว้เพื่อใช้แทนประเทศนั้นอย่างเป็นทางการ และกำหนดให้คำว่า “เหยียดหยาม” เป็นเจตนาพิเศษเช่นเดิม
Associated Factors Of Completed Suicide Among Attempted Suicide Cases In Chaiyaphum Province, Thailand During 2018 – 2021: A Secondary Data Analysis, Pattarachai Simaroj
Associated Factors Of Completed Suicide Among Attempted Suicide Cases In Chaiyaphum Province, Thailand During 2018 – 2021: A Secondary Data Analysis, Pattarachai Simaroj
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Suicide is a cause of death with impact emotional and societal costs, although it is a generally preventable cause of death and a critical global public health issue. In Thailand, the suicide rate is on the uptrend, and Chaiyaphum province is also one of the provinces that face this lethal phenomenon. However, there are very few studies about suicide cases in Chaiyaphum province. Therefore, this current study aimed to evaluate the associated factors with completed suicide cases in Chaiyaphum province. This study used the registry-based data of completed suicide and attempted suicide cases in the self-harm surveillance database of Thailand …
Assessing Impacts Of Government Financial Support Program During Covid-19 (Thai Government’S 50:50 Co-Payment Scheme) On Suicide Ideation: A Secondary Data Analysis Of Pre-Post Study Design In 2022, Boonyawee Yeeluk
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Introduction: Suicide is a leading course of mortality worldwide including Thailand. Economic crisis leads to the mental health disorder including suicide ideation in general population. The COVID-19 pandemic triggered global and country economic crisis which worsen individual income. Thai government launched the government financial support namely Thai government's 50:50 co-payment scheme to not only unburden the expenditure but also reduce the economic stressor of Thai population. However, few studies have assessed the mental health disorder including suicide ideation among the government financial support recipients.Objective: To compare suicide ideation scores between before and after the fourth phase of Thai government’s 50:50 …
Associated Factors Among Confirmed Covid-19 Cases And Telemedicine Treatment Outcome During The Third Wave Of Covid-19 In Myanmar: A Secondary Data Analysis, Hein Thu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background - COVID-19 pandemic effects on the health, economy, and society - worldwide. Millions of people around the world have been infected by the virus, which has killed hundreds of, thousands of people. COVID-19 has a wide range of clinical manifestations and progression. Fever, dry cough, fatigue, myalgia, headache, sore throat, abdominal pain, and diarrhea are common symptoms reported. Hospitalization and severity of COVID-19 were strongly correlated with the presence of certain co-morbidities. Telemedicine has emerged as a vital tool in the COVID-19 era, addressing several pressing challenges faced by healthcare systems. The widespread adoption of telemedicine during the COVID-19 …
แนวทางการพัฒนาศุภนิติกระบวนในการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ: กรณีการนั่งพิจารณาเสมือนจริงในการระงับข้อพิพาททางพาณิชย์ระหว่างประเทศ, เกวลี เมืองแก้ว
แนวทางการพัฒนาศุภนิติกระบวนในการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ: กรณีการนั่งพิจารณาเสมือนจริงในการระงับข้อพิพาททางพาณิชย์ระหว่างประเทศ, เกวลี เมืองแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาศุภนิติกระบวนในการพิจารณาข้อพิพาทในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Hearings) ในการอนุญาโตตุลาการเพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่มีความชัดเจนและเหมาะสมในการนั่งพิจารณาเสมือนจริงโดยคำนึงถึงหลักความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และความสอดคล้องกับศุภนิติกระบวน (Due process) ในการอนุญาโตตุลาการเป็นสำคัญ จากการศึกษาพบว่าแม้ว่าการนั่งพิจารณาคดีเสมือนจริงก่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพ ได้แก่ คู่พิพาท จะได้รับความคุ้มค่า ความสะดวก และความรวดเร็ว เป็นต้น แต่คำชี้ขาดที่ทำขึ้นโดยมีการพิจารณาเสมือนจริงอาจจะมีปัญหาในประเด็นความแตกต่างของเวลาในแต่ละประเทศ ปัญหาข้อจำกัดในการสืบพยานหรือตรวจสอบพยานหลักฐาน ความน่าเชื่อถือของพยานที่อยู่ต่างสถานที่กันและอุปสรรคในการปรึกษาระหว่างทนายความและคู่พิพาทที่อยู่ต่างพื้นที่กัน เป็นต้น และอาจทำให้เกิดความเสียเปรียบในการต่อสู้คดีส่งผลให้กระบวนการอนุญาโตตุลาการไม่สอดคล้องกับ “ศุภนิติกระบวน" ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของการอนุญาโตตุลาการอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเหตุที่ศาลจะนำมาพิจารณาปฏิเสธการยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดตามมาตรา 5 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการบังคับตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ 1958 และพบว่าสถาบันอนุญาโตตุลาการต่าง ๆ ในต่างประเทศได้มีการแก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการอนุญาโตตุลาการและจัดทำแนวปฏิบัติว่าด้วยการพิจารณาเสมือนจริงไว้โดยเฉพาะอีกทั้งพิจารณาได้ว่าแนวทางว่าด้วยการพิจารณาข้อพิพาทดังกล่าวที่ใช้ในประเทศไทยยังขาดความชัดเจนและความเหมาะสมสำหรับการนั่งพิจารณาเสมือนจริงที่จะสามารถทำให้กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นไปตามหลักความมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับศุภนิติกระบวน ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่าประเทศไทยควรที่จะมีการพัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับการพิจารณาข้อพิพาทในรูปแบบดังกล่าว โดยผู้เขียนเสนอให้มีการแก้ไขข้อบังคับอนุญาโตตุลาการและเสนอให้มีการจัดทำแนวทางปฏิบัติการพิจารณาข้อพิพาทในรูปแบบเสมือนจริงในการอนุญาโตตุลาการเพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงหลักความมีประสิทธิภาพและความสอดคล้องกับศุภนิติกระบวนเป็นสำคัญ
Factors Predicting Personal Recovery Among Persons With Schizophrenia Living In Community, Thailand, Jutharat Thongsalab
Factors Predicting Personal Recovery Among Persons With Schizophrenia Living In Community, Thailand, Jutharat Thongsalab
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This cross-sectional study aimed to explore the stages of personal recovery and associated predictive factors among 231 community-dwelling Thai aged 18 years and older with schizophrenia. A multi-stage sampling approach was used to select participants from general and psychiatric hospitals' mental health outpatient departments. Based on the Unity Model of Recovery and a comprehensive literature review, the dependent variable was personal recovery. Several predictive factors were identified, including insight, number of hospitalizations, resilience, family and social support, therapeutic alliance, and the utilization of recovery-oriented nursing services. Data collection took place from March to May 2023, using a combination of screening …
Effectiveness Of Comprehensive Palliative Care In Quality Of Life Among Cancer Patients In Vietnam: A Randomized Control Trial, Quynh Xuan Nguyen Truong
Effectiveness Of Comprehensive Palliative Care In Quality Of Life Among Cancer Patients In Vietnam: A Randomized Control Trial, Quynh Xuan Nguyen Truong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Palliative care and medical social work are emerging fields in Vietnam, but there is a significant gap between the psychosocial care needs of patients with serious illnesses and the availability of social work services, particularly in palliative care. This study aimed to develop and implement a comprehensive palliative care (CPC) program using a multidisciplinary approach to enhance the quality of life for cancer patients, and to assess its effectiveness.Method: A randomized controlled trial was conducted with patients recruited from the palliative care department of a university hospital. Participants were randomly assigned to either receive usual care or CPC. Data …
Mother’S Parenting Behavior On Children’S Dental Care During Covid-19 Pandemic In East Surabaya, Indonesia, Revian Gigih Laksono
Mother’S Parenting Behavior On Children’S Dental Care During Covid-19 Pandemic In East Surabaya, Indonesia, Revian Gigih Laksono
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Introduction: Early Childhood Caries is one of the common dental health problems on children under 5 years old in Indonesia. Children at this range of age spend most of their time with mothers and the oral health behavior of the mothers can form children’s behavior. Particularly because of Covid-19, parenting behavior may change. Mother’s parenting behavior on their children’s dental care during Covid-19 pandemic can determine dental health status of the children in the future. Aim: To assess mother’s parenting behavior on children’s dental care during Covid-19 pandemic in east Surabaya.Methods: A cross sectional study with purposive sampling technique was …
A Path Analysis Of Aggression Among Middle Adolescents With Conduct Problems In The Community, Indonesia, Fauzan Saputra
A Path Analysis Of Aggression Among Middle Adolescents With Conduct Problems In The Community, Indonesia, Fauzan Saputra
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This cross-sectional correlation study aimed to: 1) discover the levels of aggression and its characteristics and 2) to examine direct and indirect paths of relationships between parental monitoring, self-esteem, self-control, academic self-concept, media violence exposure, peer deviance, and aggression among middle adolescents with conduct problems in the community, Indonesia. The hypothesized model was developed based on the Problem Behavior Theory and supported by literature review. A multi-stage sampling technique was applied to recruit 423 students with conduct problems aged 14 – 16 years old assessed by teacher version of Strengths and Difficulties Questionnaire – Conduct Problem subscale (SDQ-CP) of nine …
การพัฒนาโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมในห้องสะอาดสำหรับยาฉีดด้วยแนวทางการประเมินความเสี่ยง, กิ่งกาญจน์ ศิริมัย
การพัฒนาโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมในห้องสะอาดสำหรับยาฉีดด้วยแนวทางการประเมินความเสี่ยง, กิ่งกาญจน์ ศิริมัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจต่อระดับความสะอาดของสภาพแวดล้อมในระหว่างกระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทยาฉีด โดยควรต้องกำหนดให้มีโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมอย่างเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์และอนุภาคสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ในการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมตามแนวทางการประเมินความเสี่ยงในห้องสะอาดสำหรับยาฉีดของแผนกบรรจุผลิตภัณฑ์ ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย จำนวน 13 ห้อง แนวทางการจัดการความเสี่ยงคุณภาพอ้างอิงตาม International Council for Harmonization Q9 โดยใช้เครื่องมือ Risk ranking and filtering ในการประเมินและจัดระดับความเสี่ยงเพื่อกำหนดความถี่และตำแหน่งในการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อม สำหรับขั้นตอนการระบุความเสี่ยง มีการประเมินความเสี่ยงเพื่อค้นหาปัจจัยที่อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ด้วย Fishbone diagram ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง ได้ทำการเลือกปัจจัยที่จะส่งกระทบผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ในแง่ของความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อน ปัจจัยที่นำมาพิจารณา ได้แก่ กิจกรรมการผลิต, ระยะเวลาที่มีการปฏิบัติงาน, ขั้นตอนกระบวนการผลิต, ความยากง่ายต่อการทำความสะอาดอุปกรณ์, ความถี่ในการทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรค, ข้อมูลประวัติแนวโน้มของการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อม, จำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงาน และการมีท่อเดรนหรือท่อน้ำในพื้นที่ ทั้งนี้เกณฑ์และคะแนนของแต่ละปัจจัยจะถูกกำหนดและประเมินโดยคณะทำงานประเมินความเสี่ยง เพื่อคำนวณค่าความเสี่ยงและจัดระดับได้เป็น 5 ระดับ แนวทางการประเมินความเสี่ยงนำไปสู่โปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมใหม่ ซึ่งมีความถี่ในการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ได้เป็นสัปดาห์ละครั้ง จำนวน 5 ห้อง สองสัปดาห์ครั้ง จำนวน 1 ห้อง และสามเดือนครั้ง จำนวน 7 ห้อง สำหรับตำแหน่งและวิธีการทดสอบที่ประเมินได้ คือ Particle count 26 ตำแหน่ง, Volumetric air sampling 26 ตำแหน่ง, Settle plate 29 ตำแหน่ง และ Contact plate 33 ตำแหน่ง ในขั้นตอนการทบทวนความเสี่ยงพบว่าหลังจากเปลี่ยนโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมใหม่ ผลการตรวจยังคงผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อพิจารณาจากการคำนวณ %Contamination recovery rate (CRR) พบว่ายังคงผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ได้มีผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือระดับการปนเปื้อนในห้องสะอาด โดยรวมแล้วความสำเร็จของโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และวิธีในการทดสอบตรวจติดตามสภาวะแวดล้อม อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญหลังจากที่จัดทำหรือปรับปรุงโปรแกรมการตรวจติดตามสภาวะแวดล้อมแล้วจะต้องมีการประเมินและปรับปรุงโปรแกรมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าสภาวะแวดล้อมในพื้นที่สะอาดจะคงอยู่ในสถานะที่ควบคุมได้และไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
Predictors Of Fertility Quality Of Life In Infertile Patients Visiting Infertility Center In Kathmandu, Nepal : A Cross-Sectional Study., Shital Shakya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In Nepal, infertility is a rising reproductive health issue with an estimated prevalence of 15%. There are few studies on quality of life in infertile women, but none on quality of life in infertile men and women although infertility is a shared condition and has effects on couples. The study objective is to describe the various predictors of infertile patients seeking infertility treatment and find association between these predictors and the quality of life. A cross-sectional study using a self-administered disease specific FertiQoL questionnaire was conducted among 409 infertile men and women seeking infertility treatment in an infertility center in …
Street Protests In Thailand During 2019 To 2022, Wending Zhang
Street Protests In Thailand During 2019 To 2022, Wending Zhang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The Covid-19 pandemic was adversely affecting Thailand amidst strong attacks especially by the youth groups on the government. The main force of Thai youth protests has made street protests in Thailand different from those of the past. By problematizing this emerging phenomenon, this paper proposes to tackle two research questions. How are the protests in Thailand during the Covid-19 pandemic different from those the past? How does the massive outbreak of protests generate implications for present and future Thailand? Therefore, this paper combines the theories of Radical Politics, Digital Activism and Contentious Politics, adopts qualitative research and quantitative research, mainly …
East Asia’S Soft Power Competition In Southeast Asia: A Case Study Of Public Diplomacy Efforts In Promoting Japanese, Chinese, And Korean Language Learning In Thailand Since The 2000s, Nala Han
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Japan and China are major superpowers in Asia with historically and economically close relations to Southeast Asia, while Korea remained relatively invisible until the 19th century. The different historical ties of these three countries with Southeast Asia have resulted in different approaches to the region. This study examines how Japan, China, and Korea have expanded their presence in Southeast Asia, focusing on their use of soft power. Soft power, a concept introduced by Joseph Nye Jr. in the 1990s, has become essential in understanding the power dynamics of the international community. The research specifically looks at the efforts of the …
Economic Burden Of Snakebite And Cost-Effectiveness Of Improving Access To Snake Antivenom In Asean Countries, Chanthawat Patikorn
Economic Burden Of Snakebite And Cost-Effectiveness Of Improving Access To Snake Antivenom In Asean Countries, Chanthawat Patikorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) countries are among the tropical regions with disproportionately high incidence of snakebite. Understanding the snakebite and antivenom market situation and burden of snakebite is crucial for developing evidence-based strategies to pursue the goal set by the World Health Organization (WHO) to halve morbidity and mortality of snakebite by 2030. Firstly, we systematically review 23 cost of illness studies and 3 economic evaluations. Economic burdens of snakebite were underestimated and not extensively studied. Majority of studies only provided direct costs of snakebite patients presented to the hospitals. Thus, hospital data should be used to …
Prevalence Of Betel Or Areca Nut (An) Use And Its Associated Factors Among Bhutanese Population Aged 15-69 Years Old : An Analysis Of National Health Data Of Non-Communicable Disease (Ncd) Survey In 2019, Tashi Penjor
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Although betel or areca nut use has less global attention and public health concern than smoked tobacco uses, but it is particularly one of a neglected public health problem in Bhutan in which the masticatory use of betel is rampant and epidemic. Its use is also directly infused in Bhutanese tradition and social fabric. There are currently no policies that specifically target the regulation and consumption of areca nut use and trade in Bhutan, while it is classified as carcinogenic to human by the WHO (International Agency for Research on Cancer, IARC) in 2004. Series of national surveys have …
Folk Beliefs, Religions And Cultural Tourism In Modern Vietnamese Society: A Case Study Of Perfume Temple Festival, Xuan Wang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis presents an analysis of the folk beliefs and cultural tourism in modern Vietnam through a case study of the Perfume Temple Festival. It is presumed that folk beliefs and traditional folklore have always constituted the spiritual foundation of Vietnamese people in present day society. It is found that the introduction of religions from outside Vietnam does not affect traditional folk beliefs. These religious beliefs have been integrated into Vietnamese beliefs and traditional culture. This integration contributes to the stability and harmony of modern Vietnamese society. The Perfume Temple Festival, as one of the biggest national temple festivals, embodies …
Brand Communication With Transmedia Storytelling Of Riot Games: Transmedia Engagement, Brand Attitudes, And Brand Experience., Hao-When Tsai
Brand Communication With Transmedia Storytelling Of Riot Games: Transmedia Engagement, Brand Attitudes, And Brand Experience., Hao-When Tsai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study seeks to understand how brands communicate through the application of transmedia storytelling from the message and to the receivers. While existing studies mainly aim at conceptualizing the term ‘transmedia storytelling’, this study explores the term from a game-centric narrative perspective. Using Riot Games as a case study due to its global success and popularity, this research applies a qualitative mixed-method approach of documentary research (qual) and in-depth interview (QUAL). The investigation places special emphasis on undercovering consumer attitude and experience upon engagement with brand transmedia stories. To do so, Jenkins’ (2003) concept of transmedia storytelling was adopted as …
Effects Of Contextual Teaching And Learning (Ctl) Approach On Analytical Exposition Writing Skills Of Senior High School Students In Indonesia, Adzkiya Noor Ifadha Rahman
Effects Of Contextual Teaching And Learning (Ctl) Approach On Analytical Exposition Writing Skills Of Senior High School Students In Indonesia, Adzkiya Noor Ifadha Rahman
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this study were 1) to explore the effects of analytical exposition writing skills of eleventh grade students after learning with contextual teaching and learning (CTL) approach, 2) to identify eleventh grade students’ opinions of learning with contextual teaching and learning (CTL) approach to improve their analytical exposition writing skills, and 3) to investigate the way in which CTL approach help improve eleventh grade students’ analytical exposition writing skill. The sample of the study were 35 eleventh grade students in the second semester from a public school in Ciawi, Bogor, West Java, Indonesia. The study was employed by …
Deep Reinforcement Learning For Electricity Energy Trading, Manassakan Sanayha
Deep Reinforcement Learning For Electricity Energy Trading, Manassakan Sanayha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The deregulation and liberalization of the energy market in the 1990s prompted short-term electricity trading, allowing energy markets to produce net output over a range of time periods as a result of this decentralized system, most commonly minutes to days ahead of time. The energy industry urgently requires a system that has undergone substantial modernization in place to handle a variety of issues, including the current climate, renewable resources, and the energy framework. In this dissertation, we investigate a deep reinforcement learning framework for both wholesale and local energy trading, which probes the challenge of RL to optimize the real-world …