Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1284)
- Medicine and Health Sciences (835)
- Education (695)
- Engineering (506)
- Communication (468)
-
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (465)
- Physical Sciences and Mathematics (391)
- Business (241)
- Computer Sciences (231)
- Economics (199)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (196)
- Nursing (186)
- Public Health (183)
- Sociology (162)
- Educational Technology (144)
- Electrical and Computer Engineering (126)
- Medical Sciences (123)
- Educational Administration and Supervision (122)
- Law (117)
- Architecture (110)
- Electrical and Electronics (110)
- Dentistry (100)
- Technology and Innovation (100)
- Computer Engineering (96)
- Political Science (92)
- English Language and Literature (88)
- Fine Arts (85)
- Life Sciences (85)
Articles 1471 - 1500 of 4613
Full-Text Articles in Entire DC Network
Efficacy Of Nanogel From Grafted Hyaluronic Acid Saliva Substitutes In The Treatment Of Dry Mouth, Nongnapat Eakpunyakul
Efficacy Of Nanogel From Grafted Hyaluronic Acid Saliva Substitutes In The Treatment Of Dry Mouth, Nongnapat Eakpunyakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this study was to evaluate the efficacy of HA-pNIPAM spray or Hy-N spray in treating dry mouth and to evaluate patient satisfaction with Hy-N spray. This study was a randomized double-blind crossover study conducted on patients with dry mouth. They were given three saliva substitutes: Hy-N, placebo, and Biotène spray, which were randomly allocated in a different order. Each spray was used for 1 week, followed by a 3-day wash-out period. The instruction was to use the sprays four times a day. A total of twenty-nine patients completed the study. A significant increase in unstimulated whole saliva …
Micro-Computed Tomography And Mechanical Test Of Bone Regeneration Using Mrna Encoding Bone Morphogenetic Protein-2 With Implant Placement In Rat Femur, Kanoksiri Jriyasetapong
Micro-Computed Tomography And Mechanical Test Of Bone Regeneration Using Mrna Encoding Bone Morphogenetic Protein-2 With Implant Placement In Rat Femur, Kanoksiri Jriyasetapong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research evaluates the effectiveness of a modified mRNA encoding bone morphogenetic protein-2 (m1Ψ-BMP-2 mRNA) with N1-methylpseudouridine modifications on bone regeneration and integration after implantation into rat femur defects. In the study, twelve femurs from six Sprague-Dawley rats underwent titanium wire insertation. These femur defects were then filled with either 5 μg of m1Ψ-BMP-2 mRNA, 15 μg of m1Ψ-BMP-2 mRNA, or Dulbecco's phosphate-buffered saline (dPBS) in a randomized manner (N=4 each group) Six weeks post-implantation, the rats were euthanized for evaluation using micro-computed tomography and a mechanical push-out test. The Micro-CT analysis focused on several parameters including total bone volume, …
Comparing Medium To Long-Term Esthetic, Clinical And Patient-Reported Outcomes Between Freehand And Computer-Assisted Dental Implant Placement, Sun Heng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objective: The aim of the study was to compare medium to long-term clinical and patient reported outcomes between implants placed with Computer-assisted Implant Surgery (CAIS) and freehand protocols. Materials and Methods: Thirty dental implants in the anterior maxillary region with an average of 4 years after loading were assessed by means of Pink Esthetic Scores (PES), Marginal Bone Level (MBL), clinical and patient reported outcomes. Results: CAIS significantly outperformed freehand placement with regards to PES scores (p=0.011). Likewise, implants placed with CAIS showed significantly higher marginal bone levels (p<0.001). Bleeding on Probing, Probing depth and prevalence of mucositis did not differ between the groups, while no peri-implantitis was diagnosed. Conclusions: The use of CAIS lead to superior outcomes in terms of esthetics and marginal bone levels for implants placed in the aesthetic zone as observed in medium to long-term follow-up. No difference was however observed with regards to peri-implant mucosa inflammation.
ผลของโปรแกรมการจัดการภาวะฟอสเฟตในเลือดสูงตามแนวคิดทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจผ่านทางเทเลเฮลท์ ในผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, อารมย์ ทองสันติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการภาวะฟอสเฟตในเลือดสูงตามแนวคิดทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจผ่านทางเทเลเฮลท์ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (โปรแกรม TMT) ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม มีผู้เข้าร่วมวิจัยที่ตรงตามเกณฑ์ทั้งหมด 80 คน ได้รับการสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 40 คน ด้วยวิธีสุ่มแบบชั้นภูมิร่วมกับการใช้บล็อก โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรม TMT เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งได้รับการดูแลแบบปกติตามมาตรฐานการรักษาในศูนย์ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Linear regression เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรและสถิติ Fisher’s exact test เพื่อเปรียบเทียบตัวแปรเชิงกลุ่มระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 24 สัปดาห์ ผลการศึกษาจากการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Intention to treat พบว่าระดับฟอสเฟตในเลือดของกลุ่มทดลองลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ผลต่างค่าเฉลี่ย = -1.03, 95% CI = -1.77, -0.29) พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของฟอสฟอรัสในกลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มควบคุม (ผลต่างค่าเฉลี่ย = 37.76, 95% CI = 23.54, 51.98) ระดับความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความเชื่อมั่นในการรับประทานยาจับฟอสเฟตและพฤติกรรมการรับประทานยาจับฟอสเฟตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p-value < 0.001, 0.025 และ 0.001 ตามลำดับ แม้ว่าความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและจัดการภาวะฟอสเฟตในเลือดสูงของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน (ผลต่างค่าเฉลี่ย = 3.86, 95% CI = -0.57, 8.29) จากผลของการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโปรแกรม TMT สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดระดับฟอสเฟตในเลือดให้กับผู้ป่วยได้
Influence Of Ceramic Translucency, Ceramic Thickness, And Shades Of Luting Resin Cement On Final Color Of Cad/Cam Lithium Disilicate Veneers, Ploypailin Radeesujalitkul
Influence Of Ceramic Translucency, Ceramic Thickness, And Shades Of Luting Resin Cement On Final Color Of Cad/Cam Lithium Disilicate Veneers, Ploypailin Radeesujalitkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Purpose. To evaluate the effect of ceramic translucency, ceramic thickness, and cement color on the final optical color of a CAD/CAM lithium disilicate ceramic. Methods. A total of 180 ceramic specimens were prepared into two thicknesses, 0.5 and 1.0 mm, from high translucency (HT), medium translucency (MT), and low translucency (LT) CAD/CAM lithium disilicate ceramics (IPS e.max CAD; Ivoclar Vivadent) in shade A1. Substrates were fabricated from resin composite in shade A3. Two shades of light-cure resin cement, neutral and light plus (Variolink Esthetic LC; Ivoclar Vivadent), were used for cementation, whereas glycerine was used for the control groups. CIE …
อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจกับรายได้ของลูกจ้างในประเทศไทย, กุลชาติ ประทุมชัย
อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจกับรายได้ของลูกจ้างในประเทศไทย, กุลชาติ ประทุมชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ (1) เพื่อศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (2) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยทางประชากรและสังคม ปัจจัยการทำงานและปัจจัยทรัพยากรการใช้อินเทอร์เน็ตที่ส่งผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และ (3) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยทางประชากรและสังคม ปัจจัยการทำงานและทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ส่งผลต่อรายได้ของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยการศึกษาครั้งนี้ศึกษากลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 18 – 59 ปี มีสถานภาพการทำงานเป็นลูกจ้างและมีการใช้อินเทอร์เน็ตในระหว่าง 3 เดือนก่อนวันสัมภาษณ์ ผู้ศึกษาใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารในครัวเรือนและการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ.2558 พ.ศ.2561 และพ.ศ.2563 ผลการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า กลุ่มเพศหญิง อายุน้อย การศึกษาสูง อาศัยอยู่เขตเทศบาล รายได้สูง ทักษะแรงงานสูง มีการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานและมีทรัพยากรการการใช้อินเทอร์เน็ตที่ดีกว่ามีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจมากกว่า ในขณะที่ลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีรายได้ต่ำและทำงานเป็นลูกจ้างรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาเรียนรู้มากกว่า สำหรับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า ลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลต่ำที่สุดและสูงที่สุดนั้นมีช่องว่างทางรายได้ที่แตกต่างกันถึงร้อยละ 36 – 38 ส่วนลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นเพศหญิงและมีสถานภาพโสดเป็นกลุ่มที่มีความได้เปรียบด้านทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับได้รับผลตอบแทนทางรายได้ที่น้อยกว่าแสดงถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่นอกเขตดิจิทัล รวมถึงอาจมีข้อจำกัดในการแปลงทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจในชีวิตจริง การศึกษาในครั้งนี้ทำให้ทราบผลกระทบของกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นดิจิทัล (Digitalization) ที่มีต่อประชากรกลุ่มวัยแรงงาน การเข้าถึงทรัพยากรการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพอาจช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมกันในทางสังคมที่มีอยู่ได้ หากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแปลงทุนในพื้นที่ดิจิทัลให้เป็นทุนในพื้นที่ชีวิตจริง ดังนั้นการลดช่องว่างทางดิจิทัลโดยส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่ดิจิทัลอย่างเท่าเทียมจึงมีความสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์, กุลนันท์ พันธุ์อนุกูล
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์, กุลนันท์ พันธุ์อนุกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ที่หลากหลาย ตั้งแต่การประมวลผลภาพ การสร้างภาพเสมือน การรู้จำอารมณ์ไปจนถึงการประมวลผลภาษาธรรมชาติ สามารถใช้ร่วมกันเพื่อสร้างโมเดลสัตว์เสมือนจริงที่มีลักษณะสมจริงทั้งรูปลักษณ์ภายนอก พฤติกรรม บุคลิก การแสดงออกทางอารมณ์ และการสื่อสารกับมนุษย์ ซึ่งจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและพัฒนาในทุกวันจะทำให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงเสมือนได้ราวกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิต งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการ ในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มคนเลี้ยงสุนัขและแมวในประเทศไทยที่มีความรักและความผูกพันกับสัตว์เลี้ยง ที่ต้องการมีตัวแทนสัตว์เลี้ยงที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้ในทุกที่ทุกเวลา จำนวนทั้งสิ้น 347 คน โดยกลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสนใจใช้แอปพลิเคชันเพื่อจำลองตัวแทนเสมือนสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกผูกพันและความคิดถึงสำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ที่ระดับปานกลางถึงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 72.2
Development Of A Chitosan Nano-Immersion Vaccine Against Aeromonas Veronii Infection In Red Tilapia (Oreochromis Sp.), Pimwarang Sukkarun
Development Of A Chitosan Nano-Immersion Vaccine Against Aeromonas Veronii Infection In Red Tilapia (Oreochromis Sp.), Pimwarang Sukkarun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Red tilapia (Oreochromis sp.) is a prominent freshwater fish in Thai aquaculture. It has long been afflicted by severe bacterial diseases, ulcerative syndrome, and hemorrhagic septicemia, primarily caused by Aeromonas veronii. Vaccination is a key strategy for control and prevention. In this study a chitosan nano-immersion vaccine has been developed using a nanoemulsion technique and surface modification method with chitosan polymers. The physicochemical properties, mucoadhesive properties, immune response assays, and vaccine efficacy were investigated. The results showed that the vaccine is spherical-shaped, nanometer-sized, and having monodispersed positive charge. The mucoadhesive characterization, observed by SEM and fluorescence microscope imaging, demonstrated that …
Upscale Production Of Canine Adipose-Derived Mesenchymal Stem Cell-Derived Exosomes For Wound Healing In Vitro, Yudith Violetta Pamulang
Upscale Production Of Canine Adipose-Derived Mesenchymal Stem Cell-Derived Exosomes For Wound Healing In Vitro, Yudith Violetta Pamulang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Mesenchymal stem cell-derived exosomes (MSC-derived exosomes) have been previously reported to enhance wound healing across different phases. However, its practical application has been hindered due to challenges regarding low productivity and the lack of efficient production protocol. Additionally, the usage of exosome-based regenerative treatments in the veterinary field remains relatively unexplored. Hence, this study aimed to address these gaps by establishing a potential upscaling protocol producing canine adipose-derived mesenchymal stem cell-derived exosomes (cAD-MSC-exosomes) and exploring their wound healing potential in vitro. To facilitate production protocol establishment, an in-house exosome-collecting media, designated as VSCBIC-3, was preliminarily developed. Building upon this foundation, …
โครงการศึกษาการพัฒนาบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังในผู้สูงอายุ, ชินมนัส เลขวัต
โครงการศึกษาการพัฒนาบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังในผู้สูงอายุ, ชินมนัส เลขวัต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ประชากรโลกมีอายุสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังในผู้สูงอายุจึงมีความสำคัญและมีความจำเป็น เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียมกัน การศึกษานี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research; PAR) โดยศึกษาองค์ประกอบ, ระบบงาน, เส้นทางการมารับบริการ, ความจำเป็นทางสุขภาพและความคาดหวังของผู้สูงอายุในการมารับบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนัง โดยทำกิจกรรมสนทนากลุ่ม, การสัมภาษณ์เชิงลึก, การสำรวจด้วยแบบสอบถาม แล้วนำผลไปออกแบบแนวทางการพัฒนาบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนัง ผลการศึกษาพบว่า การพัฒนาบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังควรประกอบด้วย 8 สิ่งสำคัญ คือ 1. การคัดกรองผู้ป่วย 2. การอธิบายการวินิจฉัยรักษาและมียาเพียงพอ 3. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุข 4. การส่งต่อผู้ป่วย 5. การปรึกษาและเครือข่ายแพทย์ผิวหนัง 6. การนัดหมาย 7. การดูแลตนเองและการดูแลจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 8. สถานที่และอุปกรณ์เพียงพอ จากการสำรวจความเห็นของหน่วยบริการปฐมภูมิ 12 เขตสุขภาพและได้รับการตอบกลับจากโรงพยาบาลอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 397 แห่งจาก 576 แห่ง (อัตราการตอบกลับ 68.9%) มีความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ในการทำวิธีการพัฒนาด้วย PAR 71%, มีประโยชน์ 96% และน่าจะทำได้ในระยะเวลา 6-12 เดือน ส่วนรูปแบบการพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนัง มีความเป็นไปได้ 82%, มีประโยชน์ 98% และน่าจะทำได้ในระยะเวลามากกว่า 12 เดือน สรุปผลการศึกษาได้ว่า การพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังมีความจำเป็นและหน่วยบริการปฐมภูมิส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าการพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังมีความเป็นไปได้และมีประโยชน์
Development Of Sensors For Bacteria And Wound Environment Monitoring, Pannawich Thirabowonkitphithan
Development Of Sensors For Bacteria And Wound Environment Monitoring, Pannawich Thirabowonkitphithan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Diabetes mellitus (DM) is a leading cause of death and reduces life expectancy. Complications from diabetes have wreaked havoc not only on patients' quality of life, but also on the global burdens of public health and socioeconomic development. The most frequent complication among patients with diabetes mellitus is diabetic wounds, particularly diabetic foot ulcers because of the damage to sensory nerves and blood vessel issues brought on by elevated blood glucose levels. As a result, chronic wounds eventually develop and are prone to infection. In this study, several novel analytical devices for the detection of wound infections and the wound …
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะการสอนแบบผสมผสานของครูโรงเรียนประถมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร, วชิรา นิลประพันธ์
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะการสอนแบบผสมผสานของครูโรงเรียนประถมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร, วชิรา นิลประพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รูปแบบการสอนเปลี่ยนไป ครูจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติ และจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะและความต้องการจำเป็นของสมรรถนะการสอนแบบผสมผสาน และแนวทางการพัฒนาสมรรถนะการสอนแบบผสมผสาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนประถมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร จำนวน 193 แห่ง ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มสาระ และครูผู้สอนระดับประถมศึกษา รวมทั้งสิ้น 212 คน จากโรงเรียนทั้งหมด 66 แห่ง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินและแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ระดับสมรรถนะการสอนแบบผสมผสานของครูโรงเรียนประถมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานครในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยสมรรถนะการสอนแบบผสมผสานด้านคุณลักษณะมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ส่วนด้านทักษะทางเทคนิค มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ส่วนสมรรถนะการสอนแบบผสมผสานที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ ด้านทักษะทางเทคนิค รองลงมาคือ ด้านคุณลักษณะ ด้านทักษะการปรับตัว และด้านกรอบความคิด ตามลำดับ ซึ่งแนวทางการพัฒนาสมรรถนะการสอนแบบผสมผสานของครูโรงเรียนประถมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก 6 แนวทางย่อย 31 วิธีดำเนินการ ได้แก่ 1) เร่งรัดปรับปรุงทักษะทางเทคนิคของครู ด้านการจัดกระทำข้อมูลและการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน 2) พัฒนาคุณลักษณะของครู ด้านความโปร่งใสและการทำงานร่วมกัน และ 3) พลิกโฉมทักษะการปรับตัวของครู ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์ ผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงแนวทางของนโยบายที่ส่งเสริมความรู้และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในยุคศตวรรษที่ 21
Anti-Neuroinflammatory Effects And Underlying Mechanismsof Cleistocalyx Nervosum Var. Paniala Extracts In Microglia Cells, Sakawrat Janpaijit
Anti-Neuroinflammatory Effects And Underlying Mechanismsof Cleistocalyx Nervosum Var. Paniala Extracts In Microglia Cells, Sakawrat Janpaijit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Sustained inflammatory responses have been implicated in various neurodegenerative disorders. Cleistocalyx nervosum var. paniala (CN), an edible berry, has been reported to exhibit several beneficial properties. However, only limited research is available on this fruit seed, which is classified as agricultural food waste. We therefore focused on the anti-neuroinflammatory effects and underlying mechanism of C. nervosum var. paniala seed extract (CNSE) on BV-2 mouse microglial cells induced by lipopolysaccharide (LPS) or tumor necrosis factor-alpha (TNF-α). CN seeds were extracted in 95% ethanol by Soxhlet extraction. HPLC was carried out to identified resveratrol (RESV) in CNSE. For cell-based studies, the expression …
Approaches For Developing Teachers' Design Thinker Capabilities Of The Schools Affiliated With The Church Of Christ In Thailand, Kampanart Bhavangganand
Approaches For Developing Teachers' Design Thinker Capabilities Of The Schools Affiliated With The Church Of Christ In Thailand, Kampanart Bhavangganand
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
Eu's Views On China's Role In Russia's War Of Aggression Against Ukraine, Siyuan Yang
Eu's Views On China's Role In Russia's War Of Aggression Against Ukraine, Siyuan Yang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The document primarily discusses the European Union's stance on China's involvement in Russia's aggressive actions against Ukraine. The EU has been closely monitoring the ongoing conflict between Russia and Ukraine, with a particular focus on China's position regarding this matter. The European Union has expressed apprehension over China's neutrality in the conflict, as well as its increasing military cooperation with Russia. The document emphasizes the EU's call for China to assume a more proactive role in resolving conflicts and promoting peace within the region. This study aims to evaluate how the EU perceives China's stance in the conflict, identify factors …
A Corpus Stylistic Study Of The Tv Series Script Desperate Housewives, Unjita Siripachanah
A Corpus Stylistic Study Of The Tv Series Script Desperate Housewives, Unjita Siripachanah
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The present study aims to investigate the style of a famous American television series of all-time Desperate Housewives through analysis of keywords found in its scripts via a comparison with a corpus of American television series broadcast during the time period similar to the target corpus. Based on the quantitative methods adopted for keyword extraction, a number of keywords were identified and later categorized into semantic groups. In this study, three major groups of keywords were examined qualitatively, namely the family and relationship group, the crime and mystery, group and the food and beverages group. These groups of keywords were …
อิทธิพลของคุณลักษณะของผู้ส่งสาร การวางสินค้าในงานโฆษณา และเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อมบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ที่มีผลต่อพฤติกรรมตอบสนองของผู้บริโภค, ฉัตริน อินทร์เมือง
อิทธิพลของคุณลักษณะของผู้ส่งสาร การวางสินค้าในงานโฆษณา และเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อมบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ที่มีผลต่อพฤติกรรมตอบสนองของผู้บริโภค, ฉัตริน อินทร์เมือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อคุณลักษณะของผู้ส่งสาร การวางสินค้าในงานโฆษณา และเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อมบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก และอธิบายอิทธิพลของคุณลักษณะของผู้ส่งสาร การวางสินค้าในงานโฆษณา และเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่มีผลต่อพฤติกรรมตอบสนองของผู้บริโภค ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ด้วยการใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีการเปิดรับเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อมบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ระหว่างอายุ 18 – 44 ปี จำนวนทั้งสิ้น 175 ตัวอย่าง โดยวิเคราะห์ผลการวิจัยด้วยวิธีการสถิติแบบการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ (Multiple Linear Regression Analysis) แบบ Enter ข้อสรุปจากงานวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยว่าคุณลักษณะของผู้ส่งสารต้องมีประสบการณ์ในการสร้างเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยค่าเฉลี่ย 4.05 ส่วนการวางสินค้าในงานโฆษณาด้วยเนื้อหาที่มีความบันเทิง มีการเปิดรับทั้งด้านความถี่และระยะเวลามากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.62 และเนื้อหาที่เน้นย้ำประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม มีการเปิดรับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.51 โดยผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐาน และมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม มีผลต่อพฤติกรรมตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด (Beta=0.307) ดังนั้น จึงได้ข้อสรุปว่าเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อมบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ต้องมีการสื่อสารให้เห็นประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระยะเวลา 1 – 5 นาที ส่วนการวางสินค้าในงานโฆษณา ควรใช้รูปแบบที่มีความบันเทิงเพื่อให้เกิดการเปิดรับที่มากที่สุด และสุดท้าย ควรใช้ผู้ส่งสารที่มีประสบการณ์ด้านการสร้างเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม จึงจะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อิทธิพลของการเปิดรับการสื่อสารของผู้มีอิทธิพลทางความคิด ภาวะกลัวตกกระแสจากสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อความตั้งใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, พัณณ์ชิตา สุประการ
อิทธิพลของการเปิดรับการสื่อสารของผู้มีอิทธิพลทางความคิด ภาวะกลัวตกกระแสจากสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อความตั้งใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, พัณณ์ชิตา สุประการ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อศึกษาการเปิดรับการสื่อสารของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาวะกลัวตกกระแส ภาวะความสุขจากการตกกระแส ความอ่อนล้าจากสื่อสังคมออนไลน์ และความตั้งใจซื้อสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม (2) เพื่อสำรวจอิทธิพลของการเปิดรับการสื่อสารของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาวะกลัวตกกระแส ภาวะความสุขจากการตกกระแส และความอ่อนล้าจากสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีต่อความตั้งใจซื้อสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยศึกษาโดยใช้แบบสอบถามสำรวจแบบออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างที่เป็นช่วงอายุ 18 – 43 ปี โดยวิเคราะห์ด้วยวิธีการสถิติการวิเคราะห์การถดถอยแบบเส้นตรงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ซึ่งผลการวิจัยพบว่าการเปิดรับการสื่อสารของผู้มีอิทธิพลทางความคิด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 ภาวะกลัวตกกระแสจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 ภาวะมีความสุขจากการตกกระแสจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.92 ภาวะอ่อนล้าจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.81 และความตั้งใจซื้อสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยการเปิดรับการสื่อสารจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นตราสินค้าสามารถนำผลการวิจัยนี้มาประยุกต์เป็นกลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีเนื้อหาเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้การสื่อสารการตลาดของตราสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
การพัฒนา Smes ไทย ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, สิทธิโชค พัดเย็น
การพัฒนา Smes ไทย ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, สิทธิโชค พัดเย็น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการรวมถึงปัญหา อุปปสรรค และข้อเสนอแนะในการนำนโยบายส่งเสริม SMEs ไทย ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผ่านโครงการ Thai SME-GP ไปปฏิบัติ โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงประมาณ ผ่านการแจกแบบสอบถาม แก่ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการส่งเสริม SMEs ผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิคส์ Thai SME-GP ทั้งสิ้น 400 ราย และการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวแทนจากผู้ประกอบการที่มีกิจการที่สามารถเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้แต่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งสิ้น จำนวน 9 ราย พบว่า นโยบายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผ่านโครงการ Thai SME-GP ถูกกำหนดในรูปแบบของ กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 และนำมาปฏิบัติควบคู่ไปกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จากข้อมูลเชิงปริมาณพบว่าผู้ประกอบการSMEs ที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าปัจจัยมาตรฐานและจุดประสงค์ของนโยบายชัดเจน และนโยบายสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ในการจำหน่ายสินค้าและบริการเพื่อต่อยอดกิจการของตนต่อไปได้ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามข้อมูจากการสัมภาษณ์พบว่ามาตรฐานนโยบายผ่านการบังคับใช้ กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 มีความทับซ้อนและยุ่งยากทำให้ผู้ประกอบการบางรายตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ ในด้านของปัจจัยการสื่อสารระหว่างหน่วยงานกับหน่วยรับนโยบายนั้นตัวนโยบายยังไม่สามารถประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนพลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ และในส่วนของปัจจัยทรัพยากรนโยบายพบว่าด้วยอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่นำไปปฏิบัตินั้นมีจำกัดทำให้ไม่สามารถดูแลผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึง ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ ควรมีการเพิ่มกรอบอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐเพื่อรองรับภาระงานที่มากขึ้นให้เพียงพอต่อการบริการ อีกทั้งควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์นโยบายให้มากขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายนโยบายได้อย่างทั่วถึง และควรปรับปรุงข้อกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ให้ลดความซ้ำซ้อนลง เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ปฏิบัตินโยบายและประชาชน
ความพึงพอใจของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่งานตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ, สิรภัชภรณ์ นัยเนตร
ความพึงพอใจของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่งานตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ, สิรภัชภรณ์ นัยเนตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่งานตรวจ คนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่ งานตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ คือ ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาผ่านช่องทางตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ท่าอากาศยานกรุงเทพ จำนวน 417 คน โดยการใช้แบบสอบถามออนไลน์ (Online Questionnaire) และทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่ได้จากแบบสอบถามโดยการใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า T-test ค่า F-test โดยวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson Correlation) และ การวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยด้านคุณภาพการให้บริการและปัจจัยส่วนบุคคล มีผลต่อความพึงพอใจของผู้โดยสารชาวต่างชาติต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่งานตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยผู้โดยสารชาวต่างชาติมีความพึงพอใจต่อคุณภาพการให้บริการอยู่ในระดับมาก ในด้านปัจจัยทางเพศ พบว่าผู้โดยสารชาวต่างชาติเพศชาย มีความพึงพอใจต่อการให้บริการมากกว่าเพศหญิง ในขณะที่ปัจจัยด้านอายุ พบว่า ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีอายุมากกว่า 50 ปี กลุ่มที่เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงเทพช่วงระยะเวลา 00.01 - 15.00 น. กลุ่มที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก กลุ่มที่เดินทางโดยเครื่องบินมากกว่าหรือเท่ากับ 5 ครั้งต่อปี มีความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ และพบว่าปัจจัยด้านความเป็นมืออาชีพในการให้บริการ ทักษะการใช้ภาษา ระยะเวลาที่รอการตรวจ ความกระตือรือร้นในการใช้บริการ รวมถึงความชัดเจนของสัญลักษณ์/ป้ายของด่านตรวจคนเข้าเมือง มีอิทธิพลต่อการสร้างความพึงพอใจของผู้โดยสารชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยพบว่าผู้โดยสารชาวต่างชาติมีความพึงพอใจน้อยที่สุดในด้านปัจจัยด้านสัญลักษณ์/ป้ายของด่านตรวจคนเข้าเมือง และเวลาเดินทางถึงระหว่าง 20.01 – 00.00 น. ดังนั้น จึงควรปรับปรุงเรื่องป้ายหรือสัญลักษณ์ และ จัดเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อการให้บริการ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการรับบริการของผู้โดยสารได้
Association Between Cotinine Levels And The Semen Quality Among Male Tobacco Farmers In Sukhothai Province, Thailand, Anu Surach
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Thai traditional tobacco is one of the greatest public health problems. Tobacco leaves contains nicotine that may impacts on the quality of life of tobacco farmers. The study aimed to explore the association of work-related factors on salivary cotinine levels and semen quality among male tobacco farmers in Sukhothai Province, Thailand. This was a longitudinal study of 62 participants aged 20-40 years without reproductive disease, chronic disease, obesity, and psychiatric disease in Sukhothai Province, Thailand. Data were collected three times during processing of cultivation tobacco growing in March to May 2022. A self-administered questionnaire was used to collect on individual …
ทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก, ณัฐมน สีดี
ทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก, ณัฐมน สีดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการค้นคว้าวิจัยอิสระฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาทรายอะราโกไนต์ประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก (Mini Zen Garden) เพื่อเป็นกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อกระตุ้นให้มีส่วนร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคม การศึกษาเทคโนโลยีการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ที่เหลือทิ้งจากอุจสาหกรรมอาหารทะเลให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ด้วยการทำให้ขยะเปลือกหอยแมลงภู่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นการกำจัดขยะด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ โดยเปลือกหอยแมลงภู่เกิดจากแผ่นอะราโกไนต์เรียงตัวกันเป็นระเบียบกลายเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตที่ค่อนข้างบริสุทธ์มากถึงร้อยละ 95-99 และประกายมุก เมื่อทำให้แตกหัก หรือหลุดเป็นแผ่นเดี่ยวซึ่งมีขนาดเล็ก และคุณภาพที่ตรงตามคุณสมบัติ เช่น สีขาวสะอาด ขนาดเล็กละเอียด ที่เหมาะสมสำหรับจัดสวนหินขนาดเล็ก (Mini Zen Garden) โดยกระบวนการผลิตเป็นกรีนโปรดักส์มีการออกแบบกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ไม่เกิดของเสียจากกระบวนการผลิต
ความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, กิตติชัย สายรุ้ง
ความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, กิตติชัย สายรุ้ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลมีการแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้อื่นโดยผ่านการพูดคุยสื่อสารเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือในลักษณะต่าง ๆ การแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยานี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งปัจจัยภายในตนเองเช่นมุมมองและเจตคติที่บุคคลมีต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา และปัจจัยภายนอกเช่นมุมมองจากบุคคลใกล้ชิดหรือสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยไม่มากนักที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างตราบาปเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง ในการร่วมกันทำนายเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา ในกลุ่มนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูลจากนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 221 คน มีอายุเฉลี่ย 20.29 ปี (SD = 1.59) ผลการวิจัยพบว่า 1) ตราบาปจากสังคมมีสหสัมพันธ์ทางลบต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา 2) ตราบาปจากบุคคลใกล้ชิดมีสหสัมพันธ์ทางลบต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา 3) ตราบาปจากตนเองมีสหสัมพันธ์ทางบวกต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา 4) ความเมตตากรุณาต่อตนเองมีสหสัมพันธ์ทางบวกต่อเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยา และ 5) ตราบาปจากสังคม ตราบาปจากบุคคลใกล้ชิด ตราบาปจากตนเอง และความเมตตากรุณาต่อตนเอง สามารถร่วมกันทำนายระดับเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ adjusted R2 = .449 ผลการวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปประกอบการออกแบบ วางแผนกระบวนการเพื่อส่งเสริมเจตคติต่อการแสวงหาความช่วยเหลือทางจิตวิทยาในกลุ่มนิสิตนักศึกษาต่อไป
การศึกษาคุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพในโรงเรียนระดับประถมศึกษากรุงเทพมหานคร, ธัชพร คำชามา
การศึกษาคุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพในโรงเรียนระดับประถมศึกษากรุงเทพมหานคร, ธัชพร คำชามา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อสังเคราะห์คุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในระดับนานาชาติ 2) เพื่อศึกษาสภาพจริงและสภาพที่พึงประสงค์ของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยครูประถมศึกษาในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครทั้ง 4 สังกัด ได้แก่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จำนวนทั้งสิ้น 389 คนซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น และตัวอย่างสำหรับการสัมภาษณ์คือ ครูประถมศึกษาจำนวน 12 คน และครูเจ้าฟ้ามาหจักรีจำนวน 6 คน และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์และแบบสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการสังเคราะห์คุณลักษณะของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในระดับนานาชาติจากทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้องจึงได้เกณฑ์ของคุณลักษณะของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาทั้งหมด 5 ด้านประกอบด้วย ด้านพฤติกรรม ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น ด้านความมีปฏิภาณไหวพริบ ด้านทัศนคติ และด้านความเชี่ยวชาญ 2) ผลการศึกษาสภาพจริงและสภาพที่พึงประสงค์ของความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร เมื่อจำแนกตามสังกัดต่าง ๆ พบว่าภาพรวมครูประถมศึกษาส่วนใหญ่ให้คะแนนด้านพฤติกรรมมากที่สุด (x̄ = 4.84, S.D. = 0.12) ส่วนปัญหาที่พบคือการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของครูประถมศึกษาโดยควรมีการประเมินผลงานจากสถานการณ์จริง หรือบริบทสภาพจริง เพื่อสะท้อนคุณลักษณะความเป็นครูมืออาชีพของครูประถมศึกษาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของตราสินค้าที่มีเนื้อหาความหลากหลายทางเพศการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค, ฆฤณา มหกิจเดชาชัย
การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของตราสินค้าที่มีเนื้อหาความหลากหลายทางเพศการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค, ฆฤณา มหกิจเดชาชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการใช้สื่อและเนื้อหาในการสื่อสารการตลาดที่มีเนื้อหาความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย (2) ศึกษาการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าและบริการที่มีเนื้อหาความหลากลายทางเพศ (3) ศึกษาความแตกต่างกันในการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่มีเพศสภาพแตกต่างกัน ต่อสินค้าและบริการที่มีเนื้อหาความหลากหลายทางเพศ และ (4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค โดยเก็บข้อมูลกับกลุ่มผู้บริโภคตัวอย่างทั้งเพศชาย เพศหญิง และเพศวิถีอื่น ๆ (LGBTQIA+) ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 430 คน ในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2566 ผลการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า ตราสินค้ามีการใช้ลักษณะเนื้อหาการสื่อสารการตลาดบนสื่อออนไลน์ที่ปรากฎมากที่สุด คือ เนื้อหาที่มีคำแสดงถึงความหลากหลายทางเพศโดยอ้อม ส่วนลักษณะเนื้อหาการสื่อสารการตลาดบนสื่อออนไลน์ที่ปรากฎน้อยที่สุด คือ เนื้อหาที่สัญลักษณ์สีรุ้ง และช่องทางที่ตราสินค้าใช้ในการสื่อสารที่ปรากฎมากที่สุด คือ เฟซบุ๊ก ส่วนช่องทางที่ใช้ในการสื่อสารที่ปรากฎน้อยที่สุด คือ เว็บไซต์ต่าง ๆ นอกจากนี้ผลการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณพบว่า กลุ่มผู้บริโภคตัวอย่างโดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 18-26 ปี สถานภาพโสด มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,001-35,000 บาทมากที่สุดนั้น มีการรับเปิดสื่อสารการตลาดเนื้อหาความหลากหลายทางเพศอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีการเปิดรับสูงบนช่องทางสื่อเฟซบุ๊ก และสื่อสารการตลาดในรูปแบบสื่อที่พรีเซนเตอร์ผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นผู้แสดงหรือนำเสนอสินค้าในระดับสูง ส่วนทัศนคติต่อการสื่อสารการตลาดเนื้อหาความหลากหลายทางเพศนั้นอยู่ในระดับสูง โดยเห็นว่าเป็นเนื้อหาที่มีความทันสมัย ส่วนพฤติกรรมการซื้อต่อการสื่อสารการตลาดเนื้อหาความหลากหลายทางเพศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง อีกทั้งผู้บริโภคที่มีเพศสภาพแตกต่างกันจะมีการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อต่อสินค้าและบริการที่มีเนื้อหาความหลากหลายทางเพศแตกต่างกัน และการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อนั้นมีความสัมพันธ์กัน
Digital Nomadism In Southeast Asia: Its Cultural Identities And The New Labor Model, Wenjue Zhong
Digital Nomadism In Southeast Asia: Its Cultural Identities And The New Labor Model, Wenjue Zhong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis examines the cultural identity of digital nomads in Southeast Asia and its impact on their evolving labor model. Employing qualitative interviews and document research, the study investigates the lifestyles of these contemporary nomads. The research reveals a finding: despite roaming abroad, digital nomads maintain a strong connection to their national identity. This intriguing phenomenon demonstrates the persistence of cultural heritage in shaping their self-identity. Unlike traditional global nomads, digital nomads display a more utility-oriented approach, where their nomadic lifestyle is deeply interwoven with their work status. Consequently, digital nomadism emerges as a unique labor model, reflecting the transformative …
Assessing The Physical Conditions Of Motorcycle Taxi Stands And Comfort Conditions Of The Drivers In The Central Business District Of Bangkok, Nissa Phloimontri
Assessing The Physical Conditions Of Motorcycle Taxi Stands And Comfort Conditions Of The Drivers In The Central Business District Of Bangkok, Nissa Phloimontri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research explores the current physical conditions of motorcycle taxi stands located near the BTS stations in the central business district (CBD) and the comfort conditions experienced by motorcycle taxi drivers at those stands. Stand conditions were assessed using design and location standards for transit stops. A total of 25 stands were surveyed and compared with design standards, considering factors such as location, physical form, and features. Stands that share similar characteristics were classified into stand typologies. Based on the environmental comfort model, questionnaires and in-depth interviews were conducted to evaluate the comfort levels of drivers, encompassing physical, functional, and …
Public-Private Partnerships For Implementing Sponge City Development : A Case Study Of Xiamen City, China, Ting Su
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
To mitigate the disasters caused by extreme weather induced by climate change in cities, the Chinese government has proposed the implementation of sponge cities in recent years. However, the construction of sponge cities is characterized by significant investments, long project cycles, and many risks. It is difficult to implement the project only by relying on government investment. Therefore, Public-private Partnership (PPP) model is gradually applied to sponge cities' implementation. As a model of urban infrastructure implementation, PPP can significantly reduce stakeholders' risks in some respects and accelerate infrastructure implementation in sponge cities. However, the PPP model has some disadvantages. Therefore, …
การทำนายค่าฝุ่น Pm2.5 ทั้งในเชิงแผนที่และเชิงเวลาด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก, ณัฏฐ์ ศิริสัมพันธ์
การทำนายค่าฝุ่น Pm2.5 ทั้งในเชิงแผนที่และเชิงเวลาด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก, ณัฏฐ์ ศิริสัมพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย การหายใจนำฝุ่น PM2.5 เข้าไปสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เช่น โรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจเสื่อมสภาพ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร งานวิจัยนี้เสนอแบบจำลองที่ใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อทำนายค่าฝุ่น PM2.5 ในระดับประเทศซึ่งเป็นการทำนายทั้งในเชิงพื้นที่และเวลา โดยแบบจำลองที่นำเสนอมีชื่อว่า SimVP-CFLL-ML มีพื้นฐานมาจากแบบจำลองการทำนายวิดีโอที่เรียกว่า "SimVP" และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำนายค่าฝุ่น PM2.5 ในช่วงที่มีค่าฝุ่นสูง SimVP ได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมสองประการ คือ 1.Cross-Feature Learning Layer (CFLL) ซึ่งใช้ 1x1 convolution layer เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์ของคุณลักษณะและ 2.Masking Layer (ML) ซึ่งใช้สำหรับคำนวณค่าลอสเฉพาะส่วนที่สำคัญที่ต้องการทำนาย โดยในที่นี้คือส่วนที่เป็นประเทศไทย การทดลองดำเนินการโดยใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากกรมควบคุมมลพิษของประเทศไทยและโครงการ Sensor For All (SFA) ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองของเราเหนือกว่าแบบจำลองพื้นฐานทั้งหมด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการจำแนกช่วงที่ค่าฝุ่นมีค่าสูง แบบจำลองของเราได้ผลลัพธ์ค่าคะแนน F1 สูงกว่าแบบจำลองพื้นฐานที่ดีที่สุดถึง 3.51%
ปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย : การประยุกต์ใช้วิธีการดีมาเทล, ธนะรัตน์ บริสุทธิ์
ปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย : การประยุกต์ใช้วิธีการดีมาเทล, ธนะรัตน์ บริสุทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์แบบสันดาปที่มีมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจมีที่มาจากหลากหลายปัจจัย งานวิจัยนี้จึงถูกจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่ส่งอิทธิพล และมีผลกระทบต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และระบุลำดับความสำคัญของปัจจัย รวมถึงระบุกลุ่มความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลกระทบระหว่างปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคใน ประเทศไทย ตลอดจนเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกลุ่มสาเหตุและกลุ่มผลกระทบที่ส่งผลกระทบต่อกัน โดยมุ่งเน้นไปที่สามปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยการตัดสินใจที่มีผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า และปัจจัยเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จำนวน 218 ตัวอย่าง จากนั้นจึงนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ และการวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) เพื่อทำการลดจำนวนตัวแปรที่ไม่เกี่ยวข้องออก รวมถึงทำการจัดกลุ่มของปัจจัยใหม่ ก่อนที่จะนำไปเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 17 ท่าน และนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ตามวิธีการดีมาเทลต่อไป ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ปัจจัยทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน และปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆ มากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยบรรทัดฐานส่วนบุคคล ในขณะที่ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับปัจจัยการตัดสินใจที่มีผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ปัจจัยทางด้านผลิตภัณฑ์ และยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆ มากที่สุด อีกด้วย สำหรับปัจจัยเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุด ได้แก่ ปัจจัยนโยบายแรงจูงใจการซื้อ และนอกจากนี้ปัจจัยนโยบายแรงจูงใจการซื้อยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆ มากที่สุดอีกด้วยเช่นเดียวกัน ผู้วิจัยคาดว่า ผลที่ได้จากการวิจัยจะเป็นประโยชน์ในการกำหนด พัฒนา และปรับปรุงนโยบายของภาครัฐบาล และเอกชนในการส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการผลิต และการลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต