Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 4651 - 4680 of 37684

Full-Text Articles in Entire DC Network

การกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีการนำข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นไปเผยแพร่เพื่อให้เกิดความเสียหาย, กวินญา ศิษยศาสตร์ Jan 2023

การกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีการนำข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นไปเผยแพร่เพื่อให้เกิดความเสียหาย, กวินญา ศิษยศาสตร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา “การกระทำความผิดฐานเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความเสียหาย หรือ doxing" ผู้วิจัยมุ่งศึกษาปัญหาและความจำเป็นในการกำหนดความผิดอาญาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความเสียหาย โดยได้ทำการศึกษาความหมายของข้อมูลระบุตัวตน ลักษณะและรูปแบบ มูลเหตุจูงใจ และผลกระทบจากการกระทำ doxing จากนั้นจึงศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลกับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และทฤษฎีการกำหนดความรับผิดทางอาญา รวมทั้งสำรวจบทบัญญัติของกฎหมายไทยที่ใกล้เคียง และศึกษาบทบัญญัติของกฎหมายต่างประเทศที่กำนหดให้ความผิด doxing เป็นความผิดเฉพาะ เพื่อวิเคราะห์และแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนากฎหมายไทยให้ตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพบว่ากฎหมายของประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดให้การกระทำในลักษณะ doxing เป็นความผิดอาญาโดยตรง จึงต้องนำกฎหมายที่ใกล้เคียงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอื่นมาปรับใช้แก่การกระทำความผิดนี้เพื่อคุ้มครองและเยียวยาผู้ตกเป็นเหยื่อ ในขณะที่กฎหมายของสาธารณรัฐสิงคโปร์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้กำหนดความผิดฐาน doxing ไว้เป็นฐานความผิดเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมถึงลักษณะของการกระทำความผิดดังกล่าวทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนะแนวทางในการคุ้มครองเหยื่อและผู้เสียหาย โดยการกำหนดให้ความผิดฐานเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความเสียหายเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาโดยตรง และนำประเด็นตามกฎหมายต่างประเทศที่กำหนดถึงความผิดดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย


มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง, ฐิติสา มุ่งพาลชล Jan 2023

มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง, ฐิติสา มุ่งพาลชล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน หรือ Strategic Lawsuit Against Public Participation (SLAPP) เป็นการฟ้องคดีโดยที่โจทก์ไม่ได้มุ่งเอาชนะ แต่การดำเนินคดีเป็นไปเพื่อระงับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเด็นประโยชน์สาธารณะที่เป็นปรปักษ์กับตน เนื่องด้วยกระบวนพิจารณาคดีของศาลที่ยาวนาน โจทก์จึงใช้กระบวนพิจารณาคดีที่ยาวนานเป็นเครื่องมือ เพราะแม้ท้ายที่สุดศาลจะพิจารณาเนื้อหาของกฎหมายสารบัญญัติแล้วยกฟ้องโจทก์ แต่จำเลยต้องเผชิญกับการต่อสู้คดีที่ยาวนานจนถูกกดดันทางอารมณ์ และท้ายที่สุดจำเลยจะยุติการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะไปเอง ปัญหาของการฟ้องปิดปากจึงเป็นการทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะคดีแพ่งที่โจทก์มักจะเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการฟ้องปิดปากจำเลยด้วยเงินไปโดยปริยาย เช่นนี้ การฟ้องปิดปากจึงเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายลำดับสูงสุดได้บัญญัติรับรองไว้ การกระทำดังกล่าวจึงไม่สมควรได้รับการคุ้มครองจากศาลดังนั้น ผู้เขียนจึงได้เสนอมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง โดยการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยกำหนดมาตรการยุติคดีโดยเร็ว มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการล่วงละเมิดเสรีภาพของบุคคลอื่นในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยใช้ศาลเป็นเครื่องมือให้อีกฝ่ายตกเป็นจำเลยในลักษณะเป็นการฟ้องปิดปากที่บริษัทเอกชนหรือนายทุนมักใช้เพื่อสร้างความยุ่งยากต่อผู้ที่มีความเห็นตรงข้ามกับตน การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากจะเป็นการรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก แก้ปัญหาการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ และแก้ปัญหาคดีล้นศาลเนื่องจากมีการกำหนดกระบวนการที่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาลโดยเร็ว


ความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย, มรรยาท บุรมัธนานนท์ Jan 2023

ความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย, มรรยาท บุรมัธนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย ในขอบเขตความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยผู้วิจัยมุ่งศึกษาวิวัฒนาการความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ องค์ประกอบความผิด แนวคิดและการตีความกฎหมายในกรณีของการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหายไป เปรียบเทียบกับแนวคิดและมาตรการการลงโทษของกฎหมายต่างประเทศ ที่กำหนดให้การทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นสูญหายเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์จากการศึกษาพบว่าแนวคิดเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของประเทศไทย ในกรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย แบ่งออกเป็น 2 แนวคิด กล่าวคือ แนวคิดแรกเห็นว่า การทำให้ทรัพย์สูญหายถูกตีความว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำลาย อันเป็นลักษณะของการกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่ในอีกแนวคิดหนึ่งเห็นว่า วัตถุประสงค์ของการลงโทษความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ต้องเป็นการกระทำต่อทรัพย์โดยตรงเท่านั้น จึงไม่ครอบคลุมถึงการทำให้ทรัพย์สูญหายด้วย จากปัญหานี้ทำให้การตีความกฎหมายถูกแบ่งเป็น 2 แนวทาง ไม่มีความชัดเจนแน่นอน ขัดต่อหลักประกันทางอาญา และการไม่กำหนดให้การทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหายให้เป็นความผิดอาญาที่ชัดเจน ย่อมเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ผู้กระทำผิดไม่ได้รับการลงโทษที่ได้สัดส่วนกับการกระทำ และผู้เสียหายไม่ได้รับความยุติธรรมจากการดำเนินคดีดังนั้นผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย โดยการเสนอให้เพิ่มเติม “ทำให้สูญหาย" ให้เป็นลักษณะการกระทำที่เป็นความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 อันเป็นการขยายขอบเขตวัตถุประสงค์ที่กฎหมายมุ่งคุ้มครอง


Correlation Between Air-Trapping And Severity Of Dyspnea In Non-Cystic Fibrosis Bronchiectasis, Saharat Yothinnoratham Jan 2023

Correlation Between Air-Trapping And Severity Of Dyspnea In Non-Cystic Fibrosis Bronchiectasis, Saharat Yothinnoratham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

BACKGROUND: Bronchiectasis is an increasing problem worldwide. Most of bronchiectasis are idiopathic, mainly found in elderly. Patients usually suffer from chronic daily cough and phlegm and breathlessness. FEV1 has been used in many airway diseases such as asthma, COPD, in diagnosis and evaluation of dyspnea severity. However, its correlation with dyspnea in bronchiectasis is controversial. METHODS: Bronchiectasis patients with age more than 18 years old, all diagnosed with CT scan were enrolled. Patients who had history of exacerbation or infection within 4 weeks were excluded. The dyspnea was assessed using 4 symptoms score including mMRC, CAT score, VAS score, and …


พลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กําเนิดที่มารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สุธาวี สมบูรณ์ทรัพย์ Jan 2023

พลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กําเนิดที่มารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สุธาวี สมบูรณ์ทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณาเพื่อศึกษาพลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิดที่มารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อายุ 13-18 ปี จำนวน 73 คน โดยมีครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลแบบประเมินความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อน แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็กและแบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดย สถิติเชิงพรรณนา และ สถิติ Chi-square และ Pearson correlation ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีค่าคะแนนเฉลี่ยพลังสุขภาพจิตระดับปานกลาง ช่วงอายุ 13-15 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 81.6 ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีช่วงอายุ 16-18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 77.1 โดยมีปัจจัยที่สัมพันธ์กับพลังสุขภาพจิต ได้แก่ ด้านสถานภาพสมรสของผู้ปกครอง ความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อน ซึ่งปัจจัยด้านโรคและภาวะซึมเศร้าไม่มีความสัมพันธ์กับพลังสุขภาพจิต ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถเป็นข้อมูลพื้นฐานระดับพลังสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เพื่อนำเป็นแนวทางในการประเมินสุขภาพจิตและพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการดูแลวัยรุ่นของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เพื่อส่งเสริมพลังสุขภาพจิตแก่วัยรุ่นกลุ่มนี้


ความเครียด คุณภาพชีวิต และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ภัทรียา แก่นกระโทก Jan 2023

ความเครียด คุณภาพชีวิต และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ภัทรียา แก่นกระโทก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เหตุผลของการทำวิจัย : มีการศึกษาพบว่าจากลักษณะงาน ความรับผิดชอบ ความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ ส่งผลต่อทั้งความเครียดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพ การศึกษาถึงระดับความเครียด คุณภาพชีวิต และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตอาจใช้เป็นแนวทางในการป้องกัน เพื่อช่วยลดระดับความเครียดที่เกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทำงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ วิธีการทำวิจัย : การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณาในพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งทั้งแผนกผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 119 คน เก็บข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม -17 สิงหาคม 2566 โดยใช้แบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเอง ซึ่งประกอบด้วย 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลด้านการทำงาน 3) แบบสอบถามปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดด้านการทำงาน 4) แบบสอบถามความเครียด 5) แบบสอบถามระดับคุณภาพชีวิต สถิติที่ใช้ได้แก่ สถิติเชิงพรรณาและสถิติเชิงอนุมาน คือ สถิติ Chi-square และ Fisher’s Exact Test ผลการศึกษา : พบว่าร้อยละ 55.5 มีความเครียดในระดับปกติ และพบว่าร้อยละ 59.7 มีคุณภาพชีวิตโดยรวมปานกลาง ร้อยละ 39.5 มีคุณภาพชีวิตโดยรวมสูง คะแนนเฉลี่ย 92.7 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 12.6) โดยปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับความเครียด ได้แก่ อายุ ความเพียงพอในการนอนหลับ โรคประจำตัว แผนกที่ปฏิบัติงานหลัก ประสบการณ์ในการทำงาน ตำแหน่ง ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรักษาแบบประคับประคอง และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน ปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับคุณภาพชีวิตได้แก่ สถานภาพสมรส รายได้ ความเพียงพอของรายได้ จำนวนชั่วโมงการนอนหลับ ความเพียงพอในการนอนหลับ โรคประจำตัว แผนกที่ปฏิบัติงานหลัก ประสบการณ์ในการทำงาน ลักษณะการขึ้นปฏิบัติงาน ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการให้ยาเคมีบำบัด ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการรักษาแบบประคับประคอง และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน และพบว่าปัจจัยที่ทำนายระดับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ คือ โรคประจำตัว และประสบการณ์การทำงาน ปัจจัยทำนายระดับคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ คือ จำนวนชั่วโมงการนอนหลับ และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน สรุป : ส่วนใหญ่พยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งมีความเครียดระดับปกติ มีคุณภาพชีวิตโดยรวมระดับปานกลาง จากการศึกษาครั้งนี้ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตสามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกัน เพื่อช่วยลดระดับความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน ส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ …


Techno-Economic Analysis Of Dimethyl Ether Production Via Direct Hydrogenation Of Co2, Boonyasit Farkham Jan 2023

Techno-Economic Analysis Of Dimethyl Ether Production Via Direct Hydrogenation Of Co2, Boonyasit Farkham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

To achieve carbon neutrality by 2050, alternative and sustainable fuels are receiving significant attention. One of the interesting options is dimethyl ether (DME), which can be synthesized from CO2. This research aimed to simulate DME production from CO2 by comparing indirect synthesis (two-step process) and direct synthesis (one-step process) methods. This study found that the one-step process had negative net CO2 emissions, with values of -1.16 tons CO2 per ton of DME. It also consumed less energy compared to that of the two-step process. This was because the amount of methanol generated in the two-step process was higher than in …


Endoscopic Image Super-Resolution Algorithm Using Edge And Disparity Awareness, Mansoor Hayat Jan 2023

Endoscopic Image Super-Resolution Algorithm Using Edge And Disparity Awareness, Mansoor Hayat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Integrating Stereo Imaging technology into endoscopic procedures marks a significant leap forward in medical imaging. This technology equips surgeons with enhanced depth perception and intricate views of internal structures, improving diagnostic accuracy and surgical precision. However, implementing stereo imaging in endoscopy presents certain challenges, such as low- resolution and blurred images that can compromise the quality of medical diagnoses and interventions. To address these issues, our research has developed a cutting-edge endoscopic image super-resolution model. This model incorporates a feature extraction module and a sophisticated cross-view feature interaction module, specifically designed to tackle the complexities of endoscopic images. It was …


แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว Jan 2023

แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเรียนรู้โดยคำกระตุ้น (Prompt-based learning) ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจำแนกประเภทข้อความในสถานการณ์ที่มีข้อมูลแบบน้อยนัด (Few-shot settings) ซึ่งเหนือกว่าวิธีการการปรับใช้แบบจำลองอย่างเต็มรูปแบบ (Full fine-tune) วิธีการนี้แปลงข้อมูลข้อความด้วยแม่แบบที่กำหนดขึ้น เพื่อให้แบบจำลองพยากรณ์คำที่ถูกปิดบัง (Masked language modeling) จากนั้นใช้ตัวแปลงคำ (Verbalizer) เพื่อจับคู่ผลลัพธ์ของแบบจำลองกับป้ายกำกับที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม วิธีการจำแนกประเภทข้อความด้วยการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นถูกพัฒนาสำหรับชุดข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการใช้งานในภาษาทรัพยากรต่ำ เช่น ภาษาไทย เพื่อแก้ไขปัญหานี้ งานวิจัยนี้ได้แนะนำวิธีการสองแบบ ได้แก่ LAAV สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีป้ายกำกับเดียว และ PLAML สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ โดยทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้โดยคำกระตุ้น สำหรับการจำแนกประเภทข้อความด้วยข้อมูลแบบน้อยนัด LAAV เสริมประสิทธิภาพด้วยการรวมคำ "และ" เข้าไป ทำให้สามารถสร้างคำที่เหมาะสมกว่าสำหรับตัวแปลงคำ และปรับให้ป้ายกำกับเข้ากับผลลัพธ์ของโมเดลภาษาได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน PLAML ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อรับมือกับข้อจำกัดของการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ ซึ่งแต่ละป้ายกำกับมักมีความสัมพันธ์กัน โดยเสนอเทคนิคสามอย่าง ได้แก่ ค่าน้ำหนักของคำตัวแทนที่รับรู้ป้ายกำกับ แม่แบบที่รับรู้ป้ายกำกับ และกลไกการกำหนดเกณฑ์แบบเปลี่ยนแปลงได้ จากการทดลองพบว่า เทคนิค LAAV และ PLAML ได้เพิ่มความแม่นยำในการจำแนกประเภททั้งในชุดข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการจำลองสารสนเทศอาคารเป็นพื้นฐานเพื่อการจัดการระบบปรับอากาศ, จิราธิป ตรีทิพยบุตร Jan 2023

แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการจำลองสารสนเทศอาคารเป็นพื้นฐานเพื่อการจัดการระบบปรับอากาศ, จิราธิป ตรีทิพยบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling, BIM) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายตลอดวงจรชีวิตอาคาร โดยเฉพาะการดำเนินการและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance, O&M) BIM สามารถรวบรวมข้อมูลระบบโครงสร้าง ระบบสถาปัตยกรรม และระบบประกอบอาคารต่าง ๆ รวมถึงระบบปรับอากาศซึ่งมีต้นทุน O&M สูง ข้อมูลที่หลากหลายจำเป็นต่อการวิเคราะห์และการตัดสินใจซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูล อย่างไรก็ตามการประยุกต์ใช้ BIM สำหรับการดำเนินการและบำรุงรักษาอาคารยังค่อนข้างจำกัด รวมถึงการวิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของระบบปรับอากาศ งานวิจัยนี้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มี BIM เป็นพื้นฐานเพื่อจัดการระบบปรับอากาศ แพลตฟอร์มนี้บันทึกข้อมูลที่สำคัญของระบบปรับอากาศในช่วง O&M ของอาคารร่วมกับข้อมูลต้นทุนและการใช้งานระบบปรับอากาศเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิต ผลวิเคราะห์นี้ถูกใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจการลงทุนว่าควรจะเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่หรือใช้เครื่องปรับอากาศเดิมต่อไป ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือส่วนจัดการข้อมูลของระบบปรับอากาศจากแบบจำลอง BIM และต้นทุนการใช้งานระบบปรับอากาศ ส่วนที่สองคือการวิเคราะห์ต้นทุนเหล่านี้โดยอาศัยแนวคิดการวิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิต (LCCA) และส่วนสุดท้ายคือการแสดงข้อมูลและผลการวิเคราะห์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ถูกประยุกต์ใช้วิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของระบบปรับอากาศอาคารจามจุรี 5 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถจัดการข้อมูลของเครื่องปรับอากาศของอาคารดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยตัดสินใจในการลงทุนสำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีอยู่อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของอาคาร


วัสดุผสมขั้นสูงของไบโอชาร์และโครงสร้างโลหะอินทรีย์ (Mofs) สำหรับการเก็บไฮโดรเจน, แซมสัน บามิเดเล อาคินโดเย Jan 2023

วัสดุผสมขั้นสูงของไบโอชาร์และโครงสร้างโลหะอินทรีย์ (Mofs) สำหรับการเก็บไฮโดรเจน, แซมสัน บามิเดเล อาคินโดเย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในยุคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการขนส่ง ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้จำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงแบบเดิมๆ การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงที่ประกอบด้วยถ่านชีวภาพและกรอบโลหะ-อินทรีย์ (MOF) เพื่อการจัดเก็บไฮโดรเจนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราประเมินวัสดุแต่ละชนิด (ถ่านชีวภาพและ MOF) และส่วนประกอบของวัสดุเหล่านี้เกี่ยวกับความสมบูรณ์ของโครงสร้าง สัณฐานวิทยาของพื้นผิว ความพรุน การกระจายขนาดรูพรุน กลุ่มฟังก์ชันของพื้นผิว และความสามารถในการกักเก็บไฮโดรเจน ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถปูทางไปสู่ความก้าวหน้าใหม่ๆ ในด้านวัสดุคอมโพสิตและกระทรวงการคลังเฉพาะทางสำหรับการจัดเก็บไฮโดรเจน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการขนส่งในอนาคต


Techno-Economic Analysis Of Pre-Treatment Methods For Monoethanolamine (Mea)Co2 Capture Process, Nida Isarapreeda Jan 2023

Techno-Economic Analysis Of Pre-Treatment Methods For Monoethanolamine (Mea)Co2 Capture Process, Nida Isarapreeda

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Global warming is the increase in the earth's overall temperature due to human activities, primarily the burning of fossil fuels, leading to the greenhouse effect. Greenhouse gases cause temperatures to rise, lead to climate change, which encompasses alterations in weather patterns. In Thailand, the industries with significant greenhouse gas emissions include electricity generation, cement production, and steel production. To remove CO2 emissions, the carbon capture process is focused on this research. The Monoethanolamide (MEA) process stands out for its lowest capital investment cost due to its simplicity and minimal equipment requirements. SO2 and NOX can react with amine-based solvents used …


การประเมินราคาเครื่องจักรโดยใช้เทคนิคเดลฟายและกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น, นัจนันท์ เลี่ยงทรชน Jan 2023

การประเมินราคาเครื่องจักรโดยใช้เทคนิคเดลฟายและกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น, นัจนันท์ เลี่ยงทรชน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาเกณฑ์การประเมินราคาเครื่องจักรที่เหมาะสม สำหรับการประเมินราคาเครื่องจักรตามแนวทางการเปรียบเทียบราคาตลาด โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นในการกำหนดเกณฑ์และน้ำหนักความสำคัญ และใช้เทคนิคเดลฟายในการหาระดับของแต่ละเกณฑ์ การดำเนินงานวิจัยได้เริ่มจาก 1) ทำการสำรวจเกณฑ์การประเมินราคา 2) การสอบถามเชิงลึกถึงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากนักประเมินอาชีพ 3) สร้างผังโครงสร้างการตัดสินใจเชิงลำดับชั้นสำหรับการหาเกณฑ์ในการประเมินราคา 4) วิเคราะห์น้ำหนักความสำคัญจากกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น 5) วิเคราะห์ระดับคุณสมบัติของเกณฑ์จากเทคนิคเดลฟาย 6) เปรียบเทียบผลการประเมินราคาเครื่องจักรด้วยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด งานวิจัยนี้ได้เลือกเครื่องกลึงโลหะ เครื่องผสมยาง ห้องเย็น เครื่องฉีดพลาสติก และเครื่องสีข้าว มาเป็นตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรมในงานวิจัย โดยสร้างผังโครงสร้างการตัดสินใจเชิงลำดับชั้นการประเมินราคาประกอบด้วยเกณฑ์หลักทั้งหมด 6 เกณฑ์ เกณฑ์รอง 15 เกณฑ์ ผลจากการหาน้ำหนักความสำคัญของเกณฑ์ พบว่าเกณฑ์หลักที่มีน้ำหนักความสำคัญสูงในทุกเครื่องจักร คือ สภาพเครื่องจักร และประสิทธิภาพ ส่วนเกณฑ์รอง คือ สภาพความพร้อมใช้งาน เมื่อนำเกณฑ์หลักและเกณฑ์รองมาพิจารณาร่วมกัน ทำให้ได้เกณฑ์การประเมินราคาเครื่องจักรทั้งหมด 17 เกณฑ์ ที่มีค่าน้ำหนักความสำคัญของแต่ละเกณฑ์ในแต่ละเครื่องจักรแตกต่างกัน โดยน้ำหนักความสำคัญของเกณฑ์จะสัมพันธ์วัตถุประสงค์ของเครื่องจักรนั้นๆ อาจปรับเปลี่ยนมีความแตกต่างกันตามหน้าที่ของเครื่องจักร จากนั้นใช้เทคนิคเดลฟายในการหาระดับของแต่ละเกณฑ์ ซึ่งนักประเมินทั้งกลุ่มมีความเห็นชอบต่อการแบ่งระดับของแต่ละเกณฑ์ดังกล่าว เมื่อนำเกณฑ์ที่ได้นี้ไปใช้ในการประเมินมูลค่าของเครื่องกัดแนวตั้งและเครื่องฉีดพลาสติกเพื่อเป็นตัวอย่างการสร้างเกณฑ์ในงานวิจัยนี้ พบว่าสามารถลดความแตกต่างของมูลค่าเครื่องกัดแนวตั้งและเครื่องฉีดพลาสติก ของนักประเมินแต่ละคนได้ถึง 83.05% และ 97.56% ตามลำดับ


ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม โดยมีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ, จิรพรรณ จุลลางกูร Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม โดยมีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ, จิรพรรณ จุลลางกูร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม โดยมีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ บุคลากรองค์การเอกชนในประเทศไทย ที่มีสมาชิกในทีม ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย มาตรวัดผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสม และมาตรวัดการแบ่งปันความรู้ในทีม มาตรวัดความปลอดภัยทางจิตใจ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ Qualtrics ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสถิติ SPSS เพื่อวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงอนุมาน และการทดสอบตัวแปรส่งผ่านและตัวแปรกำกับ โดยมีผลของสมมติฐาน 5 สมมติฐาน ดังนี้ (1) ผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกต่อการแบ่งปันความรู้ในทีมงาน (β = .07, p = .69) (2) ผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกต่อความปลอดภัยทางจิตใจ (β = .16, p = .67) (3) เพศของผู้นำไม่มีอิทธิพลกำกับ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและความปลอดภัยทางจิตใจ (β = .06, p = .85) (4) ความปลอดภัยทางจิตใจไม่มีอิทธิพลส่งผ่านความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีมงาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ 95% ช่วงชั้นความเชื่อมั่นที่ -.1841 และ .1571 และ (5) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม ไม่มีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และไม่มีเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ (β = .01, p = .97) แต่ผลการวิจัยพบว่า ความปลอดภัยทางจิตใจส่งผลทางบวกต่อการแบ่งปันความรู้ในทีม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น จึงสามารถสรุปผลการวิจัยได้ว่า ผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสม เป็นหนึ่งในคุณลักษณะของผู้นำ โดยไม่สามารถส่งผลและทำให้เกิดความปลอดภัยทางจิตใจและการแบ่งปันความรู้ในทีมงานได้ แต่ความปลอดภัยทางจิตใจจะส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันความรู้ในทีมงาน


บุคลิกภาพ Lone Wolf สามารถเป็นสมาชิกทีมที่ดี ได้หรือไม่? การวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน และอิทธิพลกำกับ, พัชรวุฒิ สุภาคง Jan 2023

บุคลิกภาพ Lone Wolf สามารถเป็นสมาชิกทีมที่ดี ได้หรือไม่? การวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน และอิทธิพลกำกับ, พัชรวุฒิ สุภาคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผู้ที่มีบุคลิกภาพ Lone wolf หมายถึง ผู้ที่มีศักยภาพในการทำงานที่สูงมาก แต่ชอบทำงานคนเดียว และไม่ชอบการทำงานเป็นทีม งานวิจัยในอดีตได้สรุปผลเอาไว้ว่า Lone wolf เป็นผู้ไม่มีพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม และส่งผลกระทบทางลบต่อการทำงานในรูปแบบทีม อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อนว่าในฐานะนักวิจัยเราสามารถทำอย่างไรได้บ้างที่จะช่วยให้ Lone wolf สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และเป็นสมาชิกทีมที่ดีได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะ (1) สำรวจอิทธิพลส่งผ่านของพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม ในความสัมพันธ์ทางอ้อมระหว่าง Lone wolf กับ ประสิทธิภาพของทีม, (2) ทดสอบอิทธิพลกำกับของการรับรู้ความสามารถตนเองที่มีต่องาน และ ความชัดเจนของบทบาท ในการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับ Lone wolf ทำนายพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม, และ (3) ศึกษาผลของการจัดกระทำความชัดเจนของบทบาท เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม และประสิทธิภาพของทีม ของกลุ่มตัวอย่าง Lone wolf สูง/ต่ำ ที่เข้าร่วมวิจัยในเงื่อนไข ทดลอง/ควบคุม โดยแบ่งออกเป็น 2 การศึกษา ดังนี้ การศึกษาที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างพนักงานองค์การชาวไทย ที่ทำงานในอุตสาหกรรมบริการ จำนวน 443 คน เพื่อศึกษาโมเดลความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพ Lone wolf กับการรับรู้ประสิทธิภาพของทีม โดยมีพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมเป็นตัวแปรส่งผ่าน และมีความชัดเจนของบทบาท และการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่องานเป็นตัวแปรกำกับ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า Lone wolf มีอิทธิพลทางลบต่อทั้งพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม และต่อประสิทธิภาพของทีม และพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านความสัมพันธ์ทางลบระหว่าง Lone wolf ไปสู่ประสิทธิภาพของทีม นอกจากนี้ยังพบว่า ความชัดเจนของบทบาทมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางร่วมกับ Lone wolf ในการลดระดับความสัมพันธ์ทางลบของ Lone wolf ที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมได้ ในทางกลับกัน การรับรู้ความสามารถตนเองที่มีต่องาน ถูกพบว่ามีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางร่วมกับ Lone wolf ในการไปเร่งกระตุ้นความสัมพันธ์ทางลบของ Lone wolf ที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม การศึกษาที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงการทดลอง ศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 76 คน ผ่านการจัดกระทำความชัดเจนของบทบาท เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม …


ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงทางจิตใจ การจัดการความเครียด และภาวะซึมเศร้าในนักศึกษา, อาริโย บุญชัยศรี Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงทางจิตใจ การจัดการความเครียด และภาวะซึมเศร้าในนักศึกษา, อาริโย บุญชัยศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงทางจิตใจจากการมีความสัมพันธ์แบบคู่รัก การจัดการความเครียดและภาวะซึมเศร้าในนักศึกษา โดยกลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 173 คน เป็นเพศหญิง 99 คน และเพศชาย 74 คน คิดเป็นร้อยละ 57.23 และ 42.77 ตามลำดับ มีอายุอยู่ระหว่าง 18 - 25 ปี (M = 21.7 ปี, SD = 1.78) ระยะเวลาที่ยุติความสัมพันธ์ต่ำสุด 1 สัปดาห์ สูงสุด 48 เดือน (M = 11.86, SD = 10.97) และระยะเวลาที่เคยมีความสัมพันธ์ต่ำสุด 2 เดือน สูงสุด 96 เดือน (M = 21.82, SD = 18.42) กลุ่มตัวอย่างได้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการได้รับความรุนแรงทางจิตใจ (Profile of Psychological Abuse), การจัดการความเครียดด้านอารมณ์ (Jalowiec Coping Scale) และภาวะซึมเศร้า (Depression Anxiety Stress Scale: DASS-42) จากผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ของเพียร์สันพบว่า 1) ระดับความรุนแรงทางจิตใจมีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะซึมเศร้า (r= .191, p


ปัญหากฎหมายของบทบัญญัติตามมาตรา 31(2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, ณัฐวีร์ แดงไชยศรี Jan 2023

ปัญหากฎหมายของบทบัญญัติตามมาตรา 31(2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, ณัฐวีร์ แดงไชยศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การละเมิดลิขสิทธิ์โดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชนถูกบัญญัติให้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ทั้งกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นตามมาตรา 27(2), 28(2), 30(2) และการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31(2) และ เมื่อการเผยแพร่ต่อสาธารณชนสามารถกระทำต่องานที่มีการบันทึกลงในสื่อกลางที่สามารถจับต้องได้ (Fixed in any Tangible Medium) และ งานที่ไม่มีการบันทึกลงในสื่อกลางใด (Unfixed) ดังนั้นจึงทำให้มีการตีความและการปรับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การเปิดเพลงจากแผ่นซีดีจริงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น ในขณะที่การเปิดเพลงจากแผ่นซีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง การตีความเช่นนี้ทำให้บทบัญญัติของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31(2) มีความซ้ำซ้อนกับบทบัญญัติของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นตามมาตรา 27(2), 28(2) และ 30(2) ผู้เขียนได้ศึกษาแนวคิดของการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ตลอดจนอนุสัญญากรุงเบิร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม และ ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า ทั้งยังได้สัมภาษณ์ผู้พิพากษา ทนายความ ตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการและผู้บริโภค จากการศึกษาพบว่า ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31 มีเจตนารมณ์ในการลงโทษผู้ที่ทำให้สำเนางานละเมิดลิขสิทธิ์แพร่กระจายออกไป เช่นนี้วัตถุแห่งการกระทำตามมาตรา 31 จึงต้องเป็นสำเนางานละเมิดลิขสิทธิ์ (Infringing Copy) ที่มีงานบันทึกลงในสื่อกลางที่สามารถจับต้องได้ (Fixed in any Tangible Medium) เท่านั้น นอกจากนี้ผู้เขียนยังพบว่าความหมายของคำว่า “เพื่อหากำไร” ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31 มีความหมายกว้างกว่าคำว่า “เพื่อการค้า” ดังนั้นผู้ทำละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองเพื่อหากำไรจึงต้องรับโทษตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง และจะต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 70 วรรคสอง หากเป็นการทำละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองเพื่อการค้า ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการแก้ไขบทบัญญัติความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดยต้องเป็นการกระทำแก่ “สำเนางานละเมิดลิขสิทธิ์” (Infringing Copy) และในมาตรา 31(2) แก้ไขคำว่า “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” เป็นคำว่า “จัดแสดงต่อสาธารณชน” (Display/Exhibit to the Public) ส่วนบทกำหนดโทษของความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง และ วรรคสอง ผู้เขียนเห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว


การให้อำนาจสอบสวนแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535: ศึกษาความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์, ณัฐพงษ์ สุทธิศิริวัฒน์ Jan 2023

การให้อำนาจสอบสวนแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535: ศึกษาความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์, ณัฐพงษ์ สุทธิศิริวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นความผิดที่มีองค์ประกอบความผิดและแนวทางการสอบสวนที่แตกต่างจากอาชญากรรมทั่วไปและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่น การกำหนดให้หน่วยงานใดมีอำนาจสอบสวนคดีความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์จำเป็นต้องพิจารณาจากความเชี่ยวชาญในการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาอธิบาย เพื่อเชื่อมโยงให้สามารถจะพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา โดยปราศจากความสงสัยอันสมควรได้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลและแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว หากการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานนั้นสามารถจะทำในฐานะเป็นพนักงานสอบสวนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ด้วยในหน่วยงานเดียวกัน ย่อมจะเป็นการลดขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาชั้นก่อนฟ้องคดีลงได้ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีแนวโน้มที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันการกำหนดอำนาจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน อย่างการจับกุม ควบคุม ขัง ค้น ปล่อยชั่วคราว ให้มีความเหมาะสมกับความเชี่ยวชาญและบทบาทของหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยงาน ก็จะทำให้สามารถดำเนินการสอบสวนให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างรวดเร็ว และยังคงไว้ซึ่งศุภนิติกระบวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐ : ศึกษากรณีบวช, ศิริพร บุสุวะ Jan 2023

ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐ : ศึกษากรณีบวช, ศิริพร บุสุวะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาและวิเคราะห์ถึงแนวคิดทฤษฎีเรื่องเสรีภาพทางศาสนา หมายรวมถึง เสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน เพราะเสรีภาพดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางศาสนพิธี พิธีกรรมในทางศาสนาและจารีตประเพณีของศาสนิกชน ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา รวมถึงแนวทางการปรับใช้เสรีภาพทางศาสนากับหลักกฎหมายมหาชนอื่นที่เกี่ยวข้องในระบบกฎหมายไทย พร้อมทั้งศึกษาและวิเคราะห์ถึงที่มา ประเภทและอำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐตามระบบกฎหมายไทย เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ว่าการที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐตามระบบกฎหมายไทย เรื่องการบวชหรือเป็นนักบวชของศาสนาของผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐตามระบบกฎหมายไทยนั้น จะถือเป็นกรณีที่ขัดต่อเสรีภาพทางศาสนาอันเป็นเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตนหรือไม่ จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีและแนวทางการปรับใช้เสรีภาพทางศาสนาในระบบกฎหมายไทย สามารถสรุปได้ว่าเสรีภาพทางศาสนาและเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตนของศาสนาต่าง ๆ นั้น เป็นหลักการอันมีวัตถุประสงค์เพื่อประกันเสรีภาพทางความเชื่อ อันหมายความรวมถึงศาสนพิธี พิธีกรรมของศาสนาและจารีตประเพณีของศาสนิกชน อันเป็นระเบียบแบบแผนหรือแบบอย่างที่พึงปฏิบัติในศาสนา ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของศาสนาของประชาชนผู้อยู่ภายใต้อำนาจรัฐ ในการรับรองและคุ้มครองเสรีภาพตามกฎหมายบัญญัติไว้ โดยกฎหมายที่ตราโดยรัฐไม่สามารถใช้บังคับให้กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนที่มีอยู่หรือได้มาแล้วอย่างบริบูรณ์ อีกทั้งเสรีภาพทางศาสนา นั้นเป็นหลักประกันว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะไม่ถูกจำกัดโดยไม่จำเป็นและต้องได้รับการรับรองและคุ้มครองจากผู้ใช้อำนาจรัฐอย่างสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามก้มีข้อยกเว้นบางประการ ได้แก่ การใช้เสรีภาพดังกล่าวต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นั้น หากพิจารณาระหว่างการรับรองและคุ้มครองเสรีภาพทางศาสนาให้แก่ปัจเจกชนกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ความปลอดภัยของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้ว เห็นว่าหากกระทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะดังกล่าวแล้วนั้น รัฐสามารถกระทำได้โดยคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วน ดังนั้น บทบัญญัติซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐตามระบบกฎหมายไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กรณีบวช หากนำมาใช้บังคับกับผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐตามระบบกฎหมายไทย ซึ่งบวชหรือเป็นนักบวชของศาสนาในขณะดำรงตำแหน่งและเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งหรือสิ้นสุดความเป็นผู้ดำรงตำแหน่งของรัฐ ฯ บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวจึงถือเป็นกฎหมายที่ขัดต่อเสรีภาพทางศาสนาและเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตนของศาสนาต่าง ๆ แต่รัฐต้องมีหน้าที่ให้การรับรองและคุ้มครองและเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตนของศาสนาต่าง ๆ ให้กับดำรงตำแหน่งของรัฐตามระบบกฎหมายไทยเช่นเดียวกันกับปัจเจกชนทั่วไป


การบังคับใช้คำสั่งของสหภาพยุโรปว่าด้วยว่าด้วยการตรวจสอบสถานะความยั่งยืนขององค์กรนอกอาณาเขต: ศึกษากรณีสิทธิแรงงานเมียนมาร์, เน โม โม อุ้ Jan 2023

การบังคับใช้คำสั่งของสหภาพยุโรปว่าด้วยว่าด้วยการตรวจสอบสถานะความยั่งยืนขององค์กรนอกอาณาเขต: ศึกษากรณีสิทธิแรงงานเมียนมาร์, เน โม โม อุ้

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผลกระทบจากการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิของเมียนมาได้ทำลายความพยายามทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทุกคน วิทยานิพนธ์นี้เน้นย้ำถึงชีวิตของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของเมียนมาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเนื่องจากการขาดการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่มีประสิทธิภาพจากรัฐบาล และสำรวจวิธีการทางเลือกในการปกป้องแรงงาน คำสั่งของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร (Directive of Corporate Sustainability Due Diligence - EU Directive) ได้รับการอนุมัติโดยสภายุโรปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตีความโดยประเทศสมาชิก คำสั่งนี้บังคับใช้และทำให้การดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน (HRDD) สำหรับบรรษัทข้ามชาติเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำสั่งนี้กำหนดให้บรรษัทต้องดูแลแนวปฏิบัติการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า และรับผิดชอบหากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่านั้น วิทยานิพนธ์นี้ประเมินว่าคำสั่งนี้สามารถใช้เป็นทางเลือกในการปกป้องสิทธิของแรงงานเมียนมาได้หรือไม่ การวิเคราะห์ชี้ว่าในทางทฤษฎี ขอบเขตที่กว้างขวางของคำสั่งนี้สามารถครอบคลุมเมียนมาได้ และดังนั้น ข้อกำหนด HRDD ที่บังคับใช้ตามคำสั่งของสหภาพยุโรปอาจมีศักยภาพในการให้การคุ้มครองสิทธิแรงงานที่มีประสิทธิภาพสำหรับแรงงานเมียนมา


Cymensifin A Induces Apoptosis In Human Lung Cancer Cells Through Reactive Oxygen Species Stimulation, Bruno Cesar Costa Soares Jan 2023

Cymensifin A Induces Apoptosis In Human Lung Cancer Cells Through Reactive Oxygen Species Stimulation, Bruno Cesar Costa Soares

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cymensifin A, a compound isolated from the orchid Cymbidium ensifolium, has shown promise as a novel chemotherapeutic agent in treating lung cancer. This study investigated its anticancer activity against human lung cancer cells, focusing on its ability to target p53-related pathways. The dose-dependent induction of apoptosis, as assessed by nuclear staining and Annexin V/PI flow cytometry, was shown in human lung cancer cells cultured with 5–50 μM cymensifin A for 24 h. Within H460 cells, the upregulation of p53 induced by cymensifin A corresponded with a significant alteration of p53-related apoptosis proteins, including the overexpression of BAX and downregulation of …


การจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์กับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (พ.ศ. 2563 - 2564), ปิยะวัฒน์ เด่นดำรงกุล Jan 2023

การจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์กับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (พ.ศ. 2563 - 2564), ปิยะวัฒน์ เด่นดำรงกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเชิงพรรณนานี้มุ่งศึกษาลักษณะ ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อความขัดแย้ง รูปแบบการจัดการที่มิได้เข้ากระบวนการศาลจากโรงพยาบาลตติยภูมิในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ ตลอดจนโอกาสพัฒนาแนวคิดยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ โดยศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากหน่วยงานบริหารความขัดแย้งผ่านแบบสอบถาม และสัมภาษณ์เชิงลึกในผู้ที่เคยได้รับความเสียหายในบริการทางการแพทย์ ผู้บริหารระบบและไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ผลการศึกษาจากการสำรวจจากโรงพยาบาล 19 แห่ง พบว่าการให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และปัญหาการสื่อสาร เป็นเหตุสำคัญสูงสุด (ร้อยละ 71.5) ผู้ไกล่เกลี่ยที่เคยอบรมหลักสูตรการเจรจาไกล่เกลี่ย หรือการบริหารความขัดแย้งมีเพียงส่วนน้อย (ร้อยละ 12.2) และไม่มีผู้รู้จักแนวคิดยุติธรรมสมานฉันท์ ผลสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่าความขัดแย้งนั้นเกี่ยวเนื่องกับผู้ป่วยเชื่อว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการบริการ ความบกพร่องของสื่อสารหรือท่าทีของผู้ให้บริการ ส่วนอุปสรรคต่อความสำเร็จการยุติความขัดแย้งที่สำคัญ คือ ผู้บริหารความขัดแย้งขาดอำนาจตัดสินใจ แสดงออกไม่จริงใจและไม่เป็นกลาง ผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่แสดงความเห็นใจ และรูปแบบการเยียวยาที่ไม่ตรงความต้องการกับผู้เสียหาย สอดคล้องกับกรณียุติความขัดแย้งสำเร็จพบว่าคณะผู้เสียหายได้รับเยียวยาเพียงพอ ได้รับการสื่อสารที่เข้าใจและเข้าหาสม่ำเสมอ ดังนั้นผู้บริหารควรร่วมบริหารความขัดแย้ง ให้ความสำคัญกับภาระงานและส่งเสริมพัฒนาทักษะผู้ปฏิบัติ รวมทั้งนำหลักยุติธรรมสมานฉันท์มาประยุกต์ใช้ ที่มุ่งเน้นเยียวยาให้อภัยและนำไปสู่ยุติความขัดแย้งได้


A Survey Of Cybersecurity Awareness Among Undergraduate Students At Yunnan University Of Finance And Economics In China, Xiaoyu Du Jan 2023

A Survey Of Cybersecurity Awareness Among Undergraduate Students At Yunnan University Of Finance And Economics In China, Xiaoyu Du

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Telecommunications and cyber fraud are prevalent online risks that have caused trouble for college students. Undergraduate students are particularly vulnerable to fraud due to a lack of experience and cybersecurity awareness. It is essential for educators to provide cybersecurity-related training to raise the students’ level of cybersecurity awareness. The aim of this study was to see how Chinese undergraduate students learned about cybersecurity and examine a relationship between training and cybersecurity awareness. A questionnaire was administered to survey cybersecurity learning approaches and a degree of cybersecurity awareness of undergraduates at Yunnan University of Finance and Economics in China. Four aspects …


การเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม: กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม, จินตนา คำอุดม Jan 2023

การเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม: กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม, จินตนา คำอุดม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สงครามและความขัดแย้งในปัจจุบัน นำมาซึ่งการเกิดผลกระทบตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอันเกิดขึ้นกับผู้หญิง ซึ่งได้รับผลกระทบและตกเป็นเหยื่อโดยตรงจากความรุนแรงของสงคราม สารนิพนธ์นี้จึงต้องการศึกษาประเด็นความขัดแย้งร่วมสมัยในมิติเพศสภาพ โดยศึกษาประเด็นการเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือไอซิส เมื่อปี 2014 ซึ่งได้กระทำความรุนแรงกดขี่ทางเพศต่อหญิงสาวชาติพันธุ์ยาซิดี ในสงครามการก่อการร้ายตามความเชื่อทางศาสนาของกลุ่มไอซิสในดินแดนตะวันออกกลาง ซึ่งระบอบชายเป็นใหญ่ที่ไอซิสพยายามสถาปนาขึ้นนี้ ถูกต่อต้านโดยกลุ่มสตรีผู้แปรสภาพจากเหยื่อมาเป็นผู้เรียกร้องสิทธิสตรี และยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น งานชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษากระบวนการต่อสู้เรียกร้องของกลุ่มผู้หญิงยาซิดีมีรูปแบบและวิธีการต่อสู้อย่างไร ผลการศึกษาพบว่าสามารถแบ่งการต่อสู้ออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 1) การต่อสู้ผ่านวิธีการสันติวิธีและการตีแผ่ความจริง 2) การต่อสู้ผ่านการจัดตั้งกองกำลังทหารหญิง และ 3) การต่อสู้ผ่านการสร้างพันธมิตรและแสวงหาความร่วมมือ


เบื้องหลังการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์, สุธิดา สังขพันธุ์ Jan 2023

เบื้องหลังการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์, สุธิดา สังขพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาถึงพลวัตที่ซับซ้อนของการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมโดยองค์กรอาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติในบริบทที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผลกระทบที่มีต่อความมั่นคงของมนุษย์ในหลากหลายมิติ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและแพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์ ยังคงขาดงานศึกษาในทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนเพื่อบังคับก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ สารนิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอให้เห็นถึงกลไลวิธีการหลอกลวงบุคคลให้เข้ามาเป็นผู้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยเผยให้เห็นด้านมืดของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการแสวงหาผลประโยชน์ของมนุษย์และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และประเมินถึงผลกระทบในหลายมิติของอาชญากรรมที่มีต่อความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งความมั่นคงในระดับบุคคล ในด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของชุมชน รายงานฉบับนี้จัดทำโดยการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ วิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์กับการค้ามนุษย์ อุปสรรคต่อการปรามปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่นี้ที่เป็นผลจากความซับซ้อนทางเทคโนโลยี การไม่เปิดเผยตัวตนในโลกออนไลน์ กรอบกฎหมายที่ไม่พอเพียงต่อการแก้ปัญหา ความแตกต่างของเขตอำนาจศาล และอุปสรรคในการคัดแยกหรือช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหาย นอกจากนี้ ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างของความตระหนักรู้และทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้เกิดความเปราะบางในสังคม เสนอแนะการแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มศักยภาพในการเก็บหลักฐานทางดิจิทัล เสริมสร้างการตระหนักรู้ของสังคม ทักษะความเข้าใจต่อเทคโนโลยี การปรับปรุงกรอบกฎหมายให้มีความสอดคล้องการสนับสนุนให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศ และการสร้างกลไกช่วยเหลือคุ้มครองเหยื่อผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ งานศึกษาฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาประเด็นปัญหาของการค้ามนุษย์และอาชญากรรมไซเบอร์ในเชิงกว้างที่เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการตอบสนองต่อปัญหาด้วยวิธีการบูรณาการ และยึดตัวบุคคลเป็นศูนย์กลางเพื่อปกป้องไว้ซึ่งความมั่นคงของมนุษย์ภายในโลกดิจิทัลปัจจุบัน


การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ : การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปี 2018-2019, ณัฐพันธ์ สุขสวัสดิ์ Jan 2023

การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ : การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปี 2018-2019, ณัฐพันธ์ สุขสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ ในช่วงประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปี 2018-2019 โดยใช้ทฤษฎีสัจนิยมคลาสสิกใหม่ (Neoclassical Realism) เป็นกรอบศึกษา การศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ทำให้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลายต่อเกาหลีเหนือ มาจากการปรับเปลี่ยนท่าทีที่อ่อนลงของ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้เกิดการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ในปี 2018 และเอื้อประโยชน์ให้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ใช้เป็นโอกาสในการเข้าหาเกาหลีเหนือผ่านเกาหลีใต้ที่เป็นพันธมิตร นำไปสู่การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ครั้งที่ 1 ในปี 2018 ที่สิงคโปร์ และครั้งที่ 2 ในปี 2019 ที่กรุงฮานอย เวียดนาม อย่างไรก็ดี แม้การประชุมสุดยอดผู้นำทั้ง 2 ครั้ง ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็มีพัฒนาการที่สามารถนำไปสู่การขจัดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงทางการทูตของทรัมป์ในการเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่สามารถทำให้เกิดการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ และเป็นผลประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองของทรัมป์สำหรับใช้แสวงประโยชน์ในโอกาสอื่น ๆ ต่อไป


ทุนจีนสีเทากับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติของไทยในช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565, ปาลิตา รักษ์ชน Jan 2023

ทุนจีนสีเทากับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติของไทยในช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565, ปาลิตา รักษ์ชน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับทุนจีนสีเทาว่าส่งผลกระทบอย่างไรต่อการเพิ่มขึ้นของปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในไทยช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565 เนื่องจากปัจจุบันปัญหาธุรกิจสีเทาของ นักลงทุนชาวจีนได้กำลังแผ่ขยายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก และก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ตามมาอีกมากมายซึ่งประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับปัญหาทุนจีนสีเทานี้ด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากข่าวสารที่สื่อหลายสำนักพยายามตีแผ่เรื่องราวของทุนจีนที่กำลังฝังรากลึกในไทย รวมถึงข่าวการถูกจับกุมของแก๊ง ชาวจีนที่เข้ามาลงทุนธุรกิจผิดกฎหมายในไทย เป็นต้น การดำเนินธุรกิจสีเทาของจีนกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติจึงเป็นประเด็นที่มีความน่าสนใจ โดยสารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเกิดธุรกิจสีเทาของจีนในไทย และผลกระทบของทุนจีนสีเทาต่อปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในไทยช่วงปี พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565 จากการศึกษาพบว่าทุนจีนสีเทาอาศัยนโยบายขยายตัวของรัฐบาลจีน เช่น Going Out Policy และ One Belt One Road ประกอบกับโลกาภิวัฒน์ที่นำพาโลกสู่การเชื่อมโยงและมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น แต่ก็แฝงมาด้วยกระแสลบ (negative flow) อย่างทุนจีนสีเทานี้ที่นำมาซึ่งธุรกิจที่ผิดกฎหมายและแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความอ่อนแอทางด้านเศรษฐกิจและการบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นการช่วยเพิ่มการเติบโตของธุรกิจที่ผิดกฎหมายของ ทุนจีนสีเทาโดยไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับประเทศต้นทางอย่างแท้จริง อีกทั้งยังนำมาซึ่งปัญหาอาชญากรรมอีกมากมาย ในสารนิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งให้เห็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติทางด้านยาเสพติดรวมถึง การฟอกเงิน ผ่านกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง


ทัศนคติและการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, ณิชา ชัยชาติ Jan 2023

ทัศนคติและการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, ณิชา ชัยชาติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาทัศนคติของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (สป.กค.) เกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 2) เพื่อศึกษาระดับการเตรียมความพร้อมในการเป็นหน่วยงานระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิหลังส่วนบุคคลกับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. และ 4) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยเลือกใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งเป็นการใช้แบบสอบถามออนไลน์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นบุคลากรในสังกัด สป.กค. จำนวน 199 คน ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรในสังกัด สป.กค. มีทัศนคติเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 โดยรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด และมีการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 โดยรวมในระดับมากที่สุด สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างภูมิหลังส่วนบุคคลกับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. พบว่า ภูมิหลังส่วนบุคคลจำแนกตามอายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งงาน ที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นระบบราชการ 4.0 กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ของบุคลากรในสังกัด สป.กค. พบว่าในภาพรวมมีความสัมพันธ์ระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


แนวทางการแบ่งปันอาหารส่วนเกินเพื่อลดขยะอาหารตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน: กรณีศึกษา ครัวเรือนมุสลิม ชุมชนสวนหลวง 1, กิตติณัฐฎา พันธ์โพธิ์ Jan 2023

แนวทางการแบ่งปันอาหารส่วนเกินเพื่อลดขยะอาหารตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน: กรณีศึกษา ครัวเรือนมุสลิม ชุมชนสวนหลวง 1, กิตติณัฐฎา พันธ์โพธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการแบ่งปันอาหารส่วนเกินในครัวเรือนมุสลิมเพื่อลดปัญหาขยะอาหาร และเสนอแนะเป็นแนวทางการแบ่งปันอาหารส่วนเกิน กรณีศึกษา ชุมชนสวนหลวง 1 ประกอบด้วยปัจจัยด้านความรู้ ด้านทัศนคติ ด้านการปฏิบัติ ด้านความเชื่อทางศาสนา และด้านแนวทางการแบ่งปันอาหารส่วนเกินของชุมชน โดยใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปริมาณทำการเก็บแบบสอบถามปลายปิดจากครัวเรือนมุสลิมในชุมชนสวนหลวง 1 จำนวน 92 ครัวเรือน ที่คำนวณจากโปรแกรม G*Power ทำการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงในครัวเรือนมุสลิมและอาศัยการเก็บแบบสอบถามตามความสะดวกหรือความบังเอิญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย (1) สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลครัวเรือนและลักษณะทางประชากรศาสตร์ (2) สถิติเชิงอนุมาณ ใช้วิธี Stepwise Multiple Regression Analysis เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการแบ่งปันอาหารส่วนเกินในครัวเรือนมุสลิม ชุมชนสวนหลวง 1 ผลการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการแบ่งปันอาหารส่วนเกินในครัวเรือนมุสลิมทั้ง 5 ด้าน พบว่า ด้านความรู้เกี่ยวกับสาเหตุและแนวทางแก้ไขการเกิดอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร กลุ่มตัวอย่างสามารถตอบถูกเกินร้อยละ 70 ในขณะที่ความหมายของอาหารส่วนเกินและผลกระทบของขยะอาหารต่อสิ่งแวดล้อมกลุ่มตัวอย่างสามารถตอบถูกได้ต่ำกว่าร้อยละ 50 ด้านทัศนคติและด้านการปฏิบัติโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านความเชื่อทางศาสนาและด้านแนวทางการแบ่งปันอาหารส่วนเกินของชุมชนอยู่ในระดับมาที่สุด สำหรับการวิเคราะห์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแบ่งปันอาหารส่วนเกิน พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด 2 ด้าน ได้แก่ (1) การเพิ่มปัจจัยด้านแนวทางการแบ่งปันอาหารส่วนเกินของชุมชน เรื่องการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร (2) การลดปัจจัยด้านทัศนคติ เรื่องการแยกขยะอาหารก่อนทิ้งไม่ช่วยแก้ปัญหาขยะอาหาร โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (β) เท่ากับ 2.125 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01


A Psychometric Study Of Thai Farmer's Risk Perception On Agricultural Risks, Cato Lacroix Jan 2023

A Psychometric Study Of Thai Farmer's Risk Perception On Agricultural Risks, Cato Lacroix

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Agricultural risks, such as pests and disease, crop price, debt, and floods and/or droughts, pose a threat to farmers as their livelihood relies on their crop yields. The purpose of this research is to evaluate cash crop and high-value crop farmers’ risk perception towards agricultural risks, as well as their ability to cope and deal with these risks in Ayutthaya and Chanthaburi Province, Thailand. To determine the perceptions on agricultural risk, the psychometric paradigm was used which is among the first study in Thailand to do so. This study hypothesized that different crop types, farming regions, and socio-economic factors, may …