Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11392)
- Social and Behavioral Sciences (7224)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3617)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3121)
- Veterinary Medicine (2801)
- Life Sciences (2357)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1444)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Law (945)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (860)
- Business (841)
- Sociology (809)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Reading and Language (564)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (164)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Indonesia (27)
- Quality of life (27)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4158)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2587)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1290)
- Thai Environment (1027)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (897)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Urban Culture Research (445)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- Halal Insight (292)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- Journal of Health Research (220)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (47)
- Publication Type
Articles 4081 - 4110 of 37684
Full-Text Articles in Entire DC Network
Flavor Extraction From Dried Lavender Flower Lavandula Angustifolia By Enfleurage Method And Its Application In Pasteurized Milk, Techin Chantarachai
Flavor Extraction From Dried Lavender Flower Lavandula Angustifolia By Enfleurage Method And Its Application In Pasteurized Milk, Techin Chantarachai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Enfleurage is a technique that uses fat or oil as an adsorbent to extract essential oils and aromas from flowers. In this study, butter was used to adsorb the aroma from dried lavender flowers (Lavandula angustifolia). The aim of the study was to determine the optimal conditions for extracting the aroma from lavender flowers using the response surface methodology (RSM). The effects of temperature (40–65°C), extraction time (20–70 min), and the ratio of dried lavender flowers (15–27.6 g) to butter (200 g) on the linalool content and aroma liking scores were investigated. The study found that the optimal conditions were …
Magnetic Particles With Molecularly Imprinted Polymer For Aflatoxin Adsorption In Food, Wanrasa Bilhod
Magnetic Particles With Molecularly Imprinted Polymer For Aflatoxin Adsorption In Food, Wanrasa Bilhod
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Aflatoxins (AF) are harmful carcinogens found in feeds and foods. Aflatoxin B1, the most known natural carcinogen, was classified as a Group I carcinogen by the International Agency for Research on Cancer (IARC). To respond to this problem, molecularly imprinted polymers coated on Fe3O4 nanoparticles (Fe3O4@MIP) were synthesized by polymerization method using 5,7-dimethoxycoumarin (DMC) as the template and methacrylic acid (MAA) as the functional monomer. Fe3O4 magnetic nanoparticles were used as a core structure to enhance recycling performance. After the removal of the template, Fe3O4@MIP composites were characterized using x-ray powder diffraction spectroscopy (XRD), Fourier transform infrared spectroscopy (FTIR), vibrating …
การผลิตไฮโดรเจนจากแกซิฟิเคชันด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ของไบโอชาร์โดยใช้แคลเซียมคาร์บอเนตร่วมกับปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์เชิงเร่งปฏิกิริยา, บรรณรัตน์ เจริญดี
การผลิตไฮโดรเจนจากแกซิฟิเคชันด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ของไบโอชาร์โดยใช้แคลเซียมคาร์บอเนตร่วมกับปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์เชิงเร่งปฏิกิริยา, บรรณรัตน์ เจริญดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการผลิตไฮโดรเจนจากแกซิฟิเคชันด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยใช้ถ่านชีวภาพจากไม้ไผ่และกะลาปาล์ม ร่วมกับปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์เชิงเร่งปฏิกิริยา โดยทำการทดลองในเตาปฏิกรณ์แบบเบดนิ่งแบบสองขั้นตอน ประกอบด้วยส่วนแกซิฟิเคชันที่อุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียสและส่วนของปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์ที่มีการศึกษาที่ 300 500 และ 700 องศาเซลเซียส ตามลำดับ แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ถูกใช้เป็นแหล่งของคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับแกซิฟิเคชัน ในการทดลองจะใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา NiCu/Al2O3 ร่วมกับตัวดูดซับแคลเซียมออกไซด์ (CaO) เพื่อทำปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า การใช้ตัวดูดซับแคลเซียมออกไซด์ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส ให้ผลได้ไฮโดรเจนและความเข้มข้นของไฮโดรเจนสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาหรือตัวดูดซับเพียงอย่างเดียว บ่งชี้ถึงการทำงานร่วมกันระหว่างตัวดูดซับที่ทำหน้าที่ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์และตัวเร่งปฏิกิริยาที่ช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์ นอกจากนี้ พบว่าผลิตภัณฑ์แก๊สจากการใช้ถ่านชีวภาพจากชีวมวลที่แตกต่างกันไม่ได้แสดงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากชีวมวลทั้งสองชนิดมีปริมาณคาร์บอนและองค์ประกอบที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ การเพิ่มปริมาณของแคลเซียมคาร์บอเนตหรือตัวดูดซับแคลเซียมออกไซด์ ยังนำไปสู่การเพิ่มผลได้และความเข้มข้นของไฮโดรเจน
ฤทธิ์ทางชีวภาพแบบเสริมกันของสารสกัดจากข้าวเย็นเหนือและเห็ดกระถินพิมานต่อความเป็นพิษของเซลล์และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่, วรต เสาวโค
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในระบบทางเดินอาหาร เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของโลก จากการศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าเห็ดกระถินพิมาน (Phellinus linteus) และข้าวเย็นเหนือ (Smilax corbularia) พบพอลิแซ็กคาไรด์ และสารประกอบฟีนอล ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง และการต้านอนุมูลอิสระ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสมุนไพรที่ใช้ร่วมกันระหว่างเห็ดกระถินพิมาน และข้าวเย็นเหนือต่อความเป็นพิษของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิด HCT116 และ SW620 โดยใช้เทคนิค MTT assay รวมถึงการแสดงออกของยีน MKI67 KRAS MDM2 และ HER2 โดยใช้เทคนิค qRT-PCR ซึ่งพบว่าสารสกัดข้าวเย็นเหนือมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มากที่สุด รองลงมาคือสารสกัดสูตรผสม และสารสกัดเห็ดกระถินพิมาน โดยมีค่า IC50 ของเซลล์ HCT116 เท่ากับ 129.35 162.25 และ 1083.39 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ และ 111.70, 157.96 และ 1101.29 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สำหรับเซลล์ SW620 สารสกัดสูตรผสมสามารถชักนําการลดการแสดงออกของยีน MKI67 MDM2 และ HER2 ภายในเซลล์ SW620 และชักนําการเพิ่มการแสดงออกของยีน KRAS และ MDM2 ภายในเซลล์ HCT116 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของ สารสกัดเห็ดกระถินพิมานและสารสกัดข้าวเย็นเหนือต่อความเป็นพิษของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และการแสดงออกของยีน
System Of Stochastic Grey Differential Equations With Singular Spectrum Analysis For Precious Metal Prices Forecasting, Rammarat Panadsako
System Of Stochastic Grey Differential Equations With Singular Spectrum Analysis For Precious Metal Prices Forecasting, Rammarat Panadsako
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โลหะมีค่าเป็นกลุ่มโลหะที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าโลหะทั่วไป ดังนั้นการพยากรณ์ราคาของโลหะมีค่าจึงเป็นหนึ่งปัญหาที่น่าสนใจ ซึ่งการพยากรณ์ราคาของโลหะมีค่ามีหลากหลายวิธี โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสมการเชิงอนุพันธ์เกรย์สโตแคสติกกับการวิเคราะห์สเปกตรัมเอกฐาน (SGDE+SSA) ในการพยากรณ์ราคาของทองคำ เงิน แพลทินัม และแพลเลเดียม ในขั้นตอนแรกจะทำการสร้างแบบจำลอง SGDE+SSA แบบหนึ่งมิติ เพื่อพยากรณ์ราคาของโลหะมีค่าทั้งสี่ชนิดโดยไม่พิจารณาค่าสหสัมพันธ์ของโลหะเหล่านี้ แต่ในความเป็นจริงราคาของโลหะเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นแบบจำลอง SGDE+SSA แบบหลายมิติจึงถูกสร้างขึ้น โดยมีการพิจารณาค่าสหสัมพันธ์ที่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลราคาในอดีตเพื่อให้แบบจำลองมีความเหมาะสมกับสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น สำหรับการวิเคราะห์ความอ่อนไหวจะศึกษาโดยการพัฒนาวิธีการคัดเลือกค่าพารามิเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลอง นอกจากนี้ค่าคาดหวังและค่าความแปรปรวนของผลเฉลยทางตัวเลขถูกแสดงโดยคำนวณจากแบบจำลอง ความแม่นยำของแบบจำลอง SGDE+SSA แบบหนึ่งมิติ และแบบจำลอง SGDE+SSA แบบหลายมิติ จะถูกแสดงผ่านค่า MAPE ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบระหว่างราคาจากแบบจำลองและราคาของโลหะมีค่าในอดีตตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2548 ถึง เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าแบบจำลอง SGDE+SSA แบบหนึ่งมิติสำหรับราคาการพยากรณ์ในช่วงชุดการเรียนรู้ และสำหรับสำหรับราคาที่พยากรณ์ในช่วงข้อมูลชุดทดสอบ แบบจำลอง SGDE+SSA แบบหนึ่งมิติมีความเชี่ยวชาญในการคาดการณ์ราคาของเงิน ในขณะที่แบบจำลอง SGDE+SSA แบบหลายมิติมีประสิทธิภาพในการทำนายราคาของทองคำและแพลทินัม โดยรวมแล้วแบบจำลองเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการทำนายราคาทองคำ เงินและแพลทินัม
Homotopy Conjugate Of Continuous Map, Thitipon Phuksawad
Homotopy Conjugate Of Continuous Map, Thitipon Phuksawad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this thesis, we introduce the concept of homotopy conjugate, which is weaker than topological conjugate, for continuous maps. We study the properties of a homotopy conjugate related to the fixed space, the orbit space, and the mapping cylinder. Moreover, we prove that affine maps on R™ with at least one fixed point are all homotopy conjugate.
Valorization Of Spent Coffee Grounds As Feedstock For Biodiesel Production Using Supercritical Fluid Technology, Wirasinee Supang
Valorization Of Spent Coffee Grounds As Feedstock For Biodiesel Production Using Supercritical Fluid Technology, Wirasinee Supang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Spent coffee grounds (SCGs) is the solid residue generated during coffee brewing. The amount of SCGs tends to increase annually due to the growth of the coffee industry. The valorization of SCGs can reduce this huge waste by using SCGs as the feedstock for biodiesel production. This study used green technology for biodiesel production. To evaluate the potential of SCGs, the characterization of SCGs and the optimization of biodiesel production from SCGs using supercritical fluid technology were investigated. Moreover, to understand the possibility of biodiesel production from the SCGs process on an industrial scale, techno-economic analysis (TEA) was applied to …
การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ
การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาการพัฒนาวัสดุจีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟ เพื่อประยุกต์ที่ใช้ในการดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยศึกษาผลของอัตราส่วนเถ้าลอยต่อสารกระตุ้นแอลคาไล (ร้อยละ 40:60, 50:50 และ 60:40 โดยน้ำหนัก) และกำลังไมโครเวฟ (200,400,600 และ 800 W) ที่ส่งผลต่อสมบัติทางกายภาพ เคมี และประสิทธิภาพการดูดแก๊สซับคาร์บอนไดออกไซด์ ผลการศึกษาพบว่าการเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้วัสดุแข็งตัวเร็วขึ้น โดยสูตร FA60 แข็งตัวเร็วที่สุดที่ทุกระดับกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์โครงสร้างของรูพรุนด้วยเทคนิค Micro CT-scan พบว่าความพรุนเพิ่มขึ้นตามกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพพบว่า FA40 มีความพรุนสูงสุด (36.88-71.34%) แต่มีกำลังอัดต่ำสุด (2.20-4.06 MPa) ในขณะที่ FA60 มีความพรุนต่ำสุด (24.59-46.64%) แต่มีกำลังอัดสูงสุด (10.75-29.02 MPa) สูตร FA50 มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงสุด (38.34-88.22 m²/g) และสามารถดูดซับ CO2 ได้สูงสุดที่ 50.15 mg CO2/g ของตัวดูดซับ ที่ 45°C การศึกษาพบว่าปริมาณเถ้าลอยที่สูงขึ้นส่งผลให้วัสดุมีความแข็งแรงสูงแต่มีความพรุนต่ำ ในขณะที่การเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้เกิดความพรุนมากขึ้นแต่ความแข็งแรงลดลง โดยการสังเคราะห์ที่กำลังไมโครเวฟ 200-400 W ให้สมบัติเชิงกลที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการวิเคราะห์ขนาดรูพรุนเฉลี่ยพบว่า FA60 มีขนาดรูพรุนใหญ่ที่สุด (4.69-6.90 nm) ซึ่งอยู่ในช่วงวัสดุพรุนขนาดกลาง งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างองค์ประกอบและสภาวะการสังเคราะห์ที่ส่งผลต่อสมบัติของจีโอพอลิเมอร์พรุน และแสดงให้เห็นศักยภาพของการใช้ไมโครเวฟในการสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนสำหรับการประยุกต์ใช้ในการการดูดซับ CO2
การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์
การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
คาร์บอนดอตถูกสังเคราะห์ได้จากการใช้กรดแอสคอร์บิกเป็นสารตั้งต้นด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ (700 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที) โดยคาร์บอนดอตที่สังเคราะห์ได้ถูกเจือด้วยเฮเทอโรอะตอมของไนโตรเจน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโบรอน และผ่านการพิสูจน์ลักษณะเฉพาะโดยใช้เทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโคปี กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ยูวี-วิสิเบิลสเปกโทรโฟโตเมทรี ฟลูออเรสเซนต์สเปกโทรสโคปี รามานสเปกโทรสโคปี และเอ็กซ์เรย์โฟโตอิเล็กตรอนสเปกโทรสโคปี จากผลการวิเคราะห์พบว่าการเจือเฮเทอโรอะตอมมีอิทธิพลต่อสมบัติ และลักษณะเฉพาะเชิงแสงของคาร์บอนดอตผ่านการปรับโครงสร้างแกนกลางคาร์บอน และหมู่ฟังก์ชันที่พื้นผิว ทั้งนี้การเจือเฮเทอโรอะตอมเพิ่มความสามารถในการเรืองแสงสูงขึ้นโดยเฉพาะคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนแสดงประสิทธิภาพการเรืองแสงดีที่สุด อย่างไรก็ตามการเจืออะตอมมากกว่าสองชนิดกลับทำให้การเรืองแสงลดลง และไม่ช่วยเพิ่มโอกาสในการจับกับชนิดไอออนโลหะที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบคาร์บอนดอตที่เตรียมได้ทั้งหมด คาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการใช้งานตรวจวัดสารโดยอาศัยการเรืองแสง ซึ่งแสดงความสามารถในการตรวจจับไอออนโลหะชนิด โครเมียม(VI) และ เหล็ก(III) โดยสามารถระงับการเรืองแสงได้อย่างสมบูรณ์ และมีค่าต่ำสุดสำหรับการตรวจวัดอยู่ที่ 0.135 นาโนโมลาร์ และ 0.195 นาโนโมลาร์ ตามลำดับ โดยขนาดอนุภาคโดยเฉลี่ยของคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนมีเท่ากับ 13.27 นาโนเมตร มีค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงที่ 4.56% ทั้งนี้ ค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงสามารถเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.43% เมื่อเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของยูเรียในการสังเคราะห์
ผลของพลาสมาที่ไม่ใช้ความร้อนต่อสมบัติและการลดไซยาไนด์ใน ฟลาวร์มันสำปะหลัง, ยุทธพงศ์ อิ่มเอิบ
ผลของพลาสมาที่ไม่ใช้ความร้อนต่อสมบัติและการลดไซยาไนด์ใน ฟลาวร์มันสำปะหลัง, ยุทธพงศ์ อิ่มเอิบ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอย่างหลากหลาย อย่างไรก็ตามมันสำปะหลังมีไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ ซึ่งเมื่อนำไปแปรรูปจะเกิดสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ที่เป็นพิษ จึงจำเป็นต้องลดปริมาณไซยาไนด์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการบริโภค ปัจจุบันการลดไซยาไนด์ในมันสำปะหลังใช้กระบวนการที่มีข้อจำกัด เช่น การโม่เปียกที่ใช้น้ำปริมาณมากและก่อให้เกิดน้ำเสีย หรือการโม่แห้งซึ่งยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอในการลดปริมาณไซยาไนด์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของปริมาณความชื้นและชนิดของก๊าซที่ใช้ในการสร้างพลาสมาแบบไม่ใช้ความร้อน (Non-thermal Plasma) ต่อการลดปริมาณไซยาไนด์ในฟลาวร์มันสำปะหลังโม่แห้ง โดยศึกษาที่ความชื้นร้อยละ 5, 10 และ 15 นอกจากนี้ยังมีการแปรความหนา 2, 4 และ 6 มิลลิเมตร โดยใช้แรงดันไฟฟ้า 12 กิโลโวลต์ และใช้ก๊าซฮีเลียมเป็นแหล่งกำเนิดพลาสมา พบว่าที่ความชื้นร้อยละ 15 และความหนา 2 มิลลิเมตร มีการลดลงของปริมาณไซยาไนด์สูงที่สุดถึงร้อยละ 42.37 เมื่อพิจารณาผลของชนิดของก๊าซที่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลาสมา โดยศึกษาผลของก๊าซฮีเลียม และอาร์กอนที่ความชื้นร้อยละ 15 ความหนา 2 มิลลิเมตร ใช้แรงดันไฟฟ้า 12 กิโลโวลต์ พบว่าก๊าซอาร์กอนสามารถลดปริมาณไซยาไนด์ได้สูงที่สุดถึงร้อยละ 53.80 แม้ว่าการใช้พลาสมาจะสามารถลดปริมาณไซยาไนด์ลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ปริมาณไซยาไนด์ที่เหลือยังคงสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด พิจารณาผลกระทบของพลาสมาต่อสมบัติทางเคมีกายภาพของฟลาวร์พบว่าฟลาวร์ที่ผ่านการให้พลาสมามีความหนืดลดลง ทั้งในส่วนของความหนืดสูงสุดและความหนืดสุดท้าย อันเป็นผลมาจากกระบวนการ ดีพอลิเมอไรเซชันของสายแอมิโลส และแอมิโลเพคติน รวมถึงการเชื่อมข้ามโมเลกุลของฟลาวร์ส่งผลให้ความหนืดลดลง
Winner Prediction Model For Basketball Matches Based On Statistical Data Of Teams, Players, And Line-Ups, Chanin Witheesawas
Winner Prediction Model For Basketball Matches Based On Statistical Data Of Teams, Players, And Line-Ups, Chanin Witheesawas
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
NBA league in the United States for professional basketball league is considered the world-famous basketball league with the highest money circulation. Basketball players around the world would rather join the league. Also, many entrepreneurs would like to become a sponsor of a basketball team in the NBA league to increase the business opportunities leading to higher revenue especially a sponsor of a team that wins the NBA championship more than other teams. Therefore, every NBA team must develop a proper strategic plan to win the NBA championship. Hence, it is the beginning of this thesis to use seven popular machine …
Machine Learning For Increasing Productivity In Shrimp Hatchery, Boonyapron Kaowleg
Machine Learning For Increasing Productivity In Shrimp Hatchery, Boonyapron Kaowleg
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The quality of shrimp hatcheries directly impacts the survival and growth of shrimp during the grow-out stage, with poor hatchery conditions increasing the risk of infections and reducing overall productivity. This study explores the potential of machine learning to enhance productivity in shrimp hatcheries in Thailand, focusing on improving the accuracy of hatchery success predictions. Four machine learning models were developed and compared to predict shrimp hatchery outcomes based on historical data. Data were collected from multiple sources, which presented challenges in terms of variability, missing values, and the need for extensive pre-processing. The results showed that the random forest …
Streaming Image Classification Using Class-Wise Incremental Learning And Pre-Trained Convolution Neural Network, Kongkan Kalakan
Streaming Image Classification Using Class-Wise Incremental Learning And Pre-Trained Convolution Neural Network, Kongkan Kalakan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Learning in deep learning architectures for computer vision is a resource-intensive process. Although the accuracy of state-of-the-art models has improved over time, these methods still require significant time and memory to process large datasets, particularly in the context of streaming image data. The necessity to store and reprocess old data each time new data is introduced leads to inefficient resource usage. A more efficient approach is to learn from data in chunks and discard the previously processed data. However, this strategy often results in catastrophic forgetting. In this study, we propose a novel algorithm called CNN-SCIL, which enhances the Streaming …
Identifying Unsafety Gesture Of Drivers Using Deep Learning, Yibei Bai
Identifying Unsafety Gesture Of Drivers Using Deep Learning, Yibei Bai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis presents the use of deep learning to identify two unsafe gestures of drivers: (1) holding the wheel with one hand and performing an action with the other hand, and (2) talking on the phone while driving. These gestures can distract the driver, potentially leading to accidents. Four models were compared and evaluated. Additionally, the study introduces the Driver Action Expression (DAE) dataset, collected through a road driving experiment focusing on driver behavior. The issue of imbalanced data was considered. The Xception model shows the best performance compared to other models, leading to its selection as the primary model …
Logistic Stochastic Differential Equation Driven By Fractional Brownian Motion, Thanayuth Promkong
Logistic Stochastic Differential Equation Driven By Fractional Brownian Motion, Thanayuth Promkong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this work, the logistic stochastic differential equation (SDE) driven by fractional Brownian motion (FBM) is proposed. We derive the exact solution of this SDE using the fractional Itô's formula with respect to FBM and investigate the probabilistic properties of the solution, namely the mean and the $k$-th moment, using Taylor series approximation. The simulation of sample paths using the direct formula of the exact solution of this SDE driven by FBM with various Hurst parameters, along with that of the corresponding SDE driven by standard Brownian motion, is performed to demonstrate the behaviors of these SDEs and affirm our …
3d-Printed Flexible Polyacrylamide/Alginate Gel Polymer Electrolyte For Zinc Ion Baterry, Napassorn Wongduangpa
3d-Printed Flexible Polyacrylamide/Alginate Gel Polymer Electrolyte For Zinc Ion Baterry, Napassorn Wongduangpa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Flexible and wearable electronic devices are gaining widespread popularity due to their portability and user-friendly design. These devices include electrical sensors, flexible displays, smart clothing, and on-body health monitoring devices. The demand for these devices depends on their ability to maintain flexibility, light weight, bending ability, twisting ability, and ease of portability, such as being foldable under intense usage conditions. These flexible and wearable electronics require a suitable power source, typically batteries. Zinc-ion batteries (ZIBs) are widely used due to their safety, cost-effectiveness, and environmental friendliness. However, ZIBs still face limitations in terms of flexible and durable electrolytes, which pose …
การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานจากเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันบนตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ฐานนิกเกิลบนซีโอไลต์ชนิดเบตาที่ผ่านการดัดแปรในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดคงที่, นรธัช ฤทัยสิริโรจน์
การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานจากเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันบนตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ฐานนิกเกิลบนซีโอไลต์ชนิดเบตาที่ผ่านการดัดแปรในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดคงที่, นรธัช ฤทัยสิริโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบัน การบริโภคเชื้อเพลิงฟอสซิลสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายในมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของยานพาหนะไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดอุปทานส่วนเกินของไบโอดีเซลในอนาคต เพื่อรักษาสมดุลของตลาดน้ำมันปาล์ม ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มจึงถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยาน ตามนโยบายขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน ในงานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นไปที่กระบวนการไฮโดรคอนเวอร์ชันของเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มไปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานสำหรับเครื่องบินโดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบเบดคงที่ เนื่องจากข้อจำกัดของตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิล ซึ่งมีแนวโน้มเกิดการเกาะกลุ่ม การเกิดไฮโดรจิโนไลซิสอย่างรุนแรง และการสะสมโค้กระหว่างกระบวนการ งานวิจัยนี้จึงได้ศึกษาการเติมแกลเลียม ในตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ บนตัวรองรับซีโอไลต์ชนิดเบตาที่ผ่านการปรับปรุงด้วยการชะด้วยกรด (beta-HF) โดยใช้สารละลายกรดไฮโดรฟลูออริก/แอมโมเนียมฟลูออไรด์ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาผลของการเติมซีเรียม เพื่อใช้เป็นตัวสนับสนุนลงในตัวเร่งปฏิกิริยา NiGa/beta-HF เพื่อเพิ่มสมรรถนะของตัวเร่งปฏิกิริยา โดยทำการศึกษาที่อุณหภูมิ 360 องศาเซลเซียส ภายใต้ความดันแก๊สไฮโดรเจน 30 บาร์ ค่า WHSV 2.45 ชั่วโมง-1 และใช้อัตราการไหลของไฮโดรเจน 60 มิลลิลิตร/นาที จากการศึกษาพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยา 5Ni5Ga-5Ce/beta-HF ให้สมรรถนะการเร่งปฏิกิริยาดีที่สุด โดยให้การเลือกเกิดเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานสูงถึง 41.6% มีอัตราส่วนไอโซ-/นอมัล-อัลเคนที่ 0.90 และปริมาณสารประกอบออกซิเจนต่ำสุดที่ 14.3% ส่งผลให้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้มีค่าความร้อนสูงสุดที่ 37.4 เมกะจูล/กิโลกรัม ซึ่งสามารถนำไปผสมกับน้ำมันอากาศยานเจ็ท A-1 ในสัดส่วน 10/90% โดยปริมาตรได้ โดยไม่ทำให้คุณภาพของน้ำมันอากาศยานเจ็ท A-1 ลดลง งานวิจัยนี้จึงถือเป็นแนวคิดที่มีศักยภาพสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันอากาศยานเจ็ท A-1
การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิงสำหรับงานด้านทันตกรรม, หัสวรรษ กันแก้ว
การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิงสำหรับงานด้านทันตกรรม, หัสวรรษ กันแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัสดุเรซินได้รับความนิยมในงานทันตกรรม เนื่องจากการขึ้นรูปที่สะดวกและมีสมบัติคล้ายฟันธรรมชาติ การวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของการใช้ผงอะลูมินาที่มีขนาดอนุภาคต่างกันเพื่อปรับปรุงสมบัติของวัสดุเรซินสำหรับโฟโตพอลิเมอร์ โดยพัฒนาวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินด้วยกระบวนการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิง โฟโตพอลิเมอร์เรซินมีสัดส่วน 100, 90, 85 และ 80 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยเติมอนุภาคอะลูมินาขนาด 0.4, 0.7 และ 2 ไมครอน ผลการทดสอบความหนืดพบว่าวัสดุเชิงประกอบที่เหมาะสมคือโฟโตพอลิเมอร์เรซิน 85 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร และอะลูมินา 15 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิง การวิเคราะห์สมบัติต่างๆ แสดงให้เห็นว่าชิ้นงานตัวอย่างที่มีอนุภาคอะลูมินาขนาด 0.7 ไมครอน มีความโปร่งแสงสูงที่สุดและการเปลี่ยนแปลงสีบนผิวชิ้นงาน (วัดจากพื้นหลังสีดำ-ขาวได้ค่าต่ำที่สุด 3.91) ในขณะที่อนุภาคขนาด 0.4 ไมครอนมีความโปร่งแสงต่ำสุด (0.90) สำหรับความต้านแรงดัดวัสดุที่มีอนุภาค 0.7 ไมครอนแสดงค่าความต้านแรงดัดสูงสุดที่ 80.86 MPa ขณะที่อนุภาคขนาด 2 ไมครอนแสดงความต้านแรงดัดต่ำสุดที่ 55.04 MPa ขนาดของอนุภาคอะลูมินามีผลสำคัญต่อสมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินในงานทันตกรรม นอกจากนี้ การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์แสดงให้เห็นว่าวัสดุนี้มีความใกล้เคียงกับวัสดุเรซินทันตกรรมทางการค้า ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการพัฒนาและใช้งานในอนาคต
Pricing Option On Commodity Under Schwartz Model By Using Finite Difference Method, Peerawit Kalaphakdee
Pricing Option On Commodity Under Schwartz Model By Using Finite Difference Method, Peerawit Kalaphakdee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work aims for finding prices of options with underlying assets considered as commodities, where the price of commodity is assumed to follow a mean-reverting Ornstein-Uhlenbeck process, namely, the Schwartz one-factor model. The prices of both European and American options are obtained by employing the finite different methods (FDMs) for solving parabolic partial differential equations (PDEs) generated from Feynman-Kac theorem. In this work, we construct three FDMs to solve PDEs, namely FTCS, BTCS and CN methods. The accuracy of FDMs are validated and confirmed by numerical examples for European options by comparing with analytical results from Black-Scholes type formula and …
Characterization Of Geuda Sapphires From Sri Lanka, Hussain Akiff Mohamed Faleel
Characterization Of Geuda Sapphires From Sri Lanka, Hussain Akiff Mohamed Faleel
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Geuda sapphire samples from the Kataragama and Ratnapura deposits in Sri Lanka were classified into milky, silky, and diesel varieties. Each sample was sliced into two pieces and subjected to two different heat treatments. The first slice was heated to 1750°C in a gas furnace using LPG, creating an oxygen-reduced environment, while the second slice was annealed at 1650°C in an electric furnace under oxidizing condition. Both heating methods produced similar results for the milky and diesel geuda varieties. However, in the silky geuda, which contained needle-like ilmenite inclusions, the gas furnace under oxygen-reduced conditions yielded more pronounced effects. In …
ผลของสารสกัดจากสูตรตำรับสมุนไพรร่วมกับซิสพลาตินต่อการมีชีวิตของเซลล์ การเพิ่มจำนวนของเซลล์ และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งเต้านม, ฐิตาภรณ์ โชติชัยชรินทร์
ผลของสารสกัดจากสูตรตำรับสมุนไพรร่วมกับซิสพลาตินต่อการมีชีวิตของเซลล์ การเพิ่มจำนวนของเซลล์ และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งเต้านม, ฐิตาภรณ์ โชติชัยชรินทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มะเร็งเต้านมถือเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 2 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งเพศหญิงทั่วโลก ดังนั้นจึงมีการพัฒนาแนวทางการรักษาที่หลากหลาย การใช้ยาเคมีบำบัดแม้ว่าจะให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพแต่กลับมีผลข้างเคียงในแง่ลบต่อร่างกายของผู้ป่วย ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางการรักษาแบบใหม่เพื่อลดผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษา โดยในปัจจุบันการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือกโดยใช้สมุนไพรกำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมีผลข้างเคียงน้อย สำหรับการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากสูตรตำรับสมุนไพรร่วมกับซิสพลาตินต่อการมีชีวิตรอดของเซลล์ การเพิ่มจำนวนของเซลล์ และการแสดงออกของยีน MDM2 และยีน MKI67 ในเซลล์มะเร็งเต้านม เพื่อช่วยในการลดผลข้างเคียงจากการใช้ซิสพลาติน ทดสอบการรอดชีวิตของเซลล์ในเซลล์มะเร็งเต้านมด้วยวิธี MTT assay ทำให้ได้ค่าความเข้มข้นของสารสกัดสมุนไพรและซิสพลาตินที่ค่า IC50 จากนั้นจึงนำค่าความเข้มข้น IC50 ของสารสกัดสมุนไพรในแต่ละเซลล์ที่ได้มาใช้ร่วมกับซิสพลาติน โดยลดค่าความเข้มข้นของซิสพลาตินต่ำลงจากค่าความเข้มข้น IC50 พบว่า การใช้สารสกัดสูตรตำรับร่วมกับซิสพลาตินในเซลล์ MDA-MB231 และเซลล์ MCF-7 สามารถช่วยลดการใช้ความเข้มข้นของซิสพลาตินลง 3 เท่าและ 4 เท่าจากค่าความเข้มข้น IC50 ของซิสพลาตินตามลำดับ นอกจากนี้จากผลการศึกษาการเจริญเติบโตของเซลล์และผลการแสดงออกของยีน MDM2 และยีน MKI67 พบว่า การใช้สารสกัดสูตรตำรับร่วมกับซิสพลาตินในเซลล์มะเร็งเต้านมทั้ง 2 ชนิดสามารถช่วยลดการมีชีวิตของเซลล์และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมทั้ง 2 ชนิดได้ อย่างไรก็ตามยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาการใช้สารสกัดจากสูตรตำรับสมุนไพรร่วมกับซิสพลาตินต่อไป
การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในกระบวนการอบยาง, สิรวิชญ์ โพธิ์ระหง
การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในกระบวนการอบยาง, สิรวิชญ์ โพธิ์ระหง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (โรงงานพระประแดง) จังหวัดสมุทรปราการ มุ่งมั่นในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ การผลิตยางรถยนต์และยางรถจักรยานยนต์มีการใช้น้ำจำนวนมากในกระบวนการผลิต จึงเป็นเหตุให้เกิดน้ำเสียจำนวนมากตามมาเช่นกัน น้ำเสียเหล่านี้จะถูกส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียแบบเลี้ยงตะกอนเร่งเพื่อบำบัดและมีสมบัติได้ตามมาตรฐานน้ำทิ้ง แนวทางในการลดการปล่อยน้ำเสียหลังการบำบัดแล้วสู่สาธารณะ คือ การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดเหล่านี้กลับมาใช้เพื่อสามารถหมุนเวียนทรัพยากรให้กลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังสอดคล้องกับแผนการบริหารด้านความยั่งยืนในการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทอีกทางหนึ่งด้วย ในงานวิจัยนี้จึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการอบยาง โดยศึกษาและปรับปรุงประสิทธิภาพอัตราการไฟล (%Recovery) ของระบบรีไซเคิลรีเวอร์สออสโมซิสแบบขั้นตอนเดียวด้วยสารกรองแก้ว (AFM®ng) พบว่ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเป็นร้อยละ 64 จากนั้นศึกษาเปรียบเทียบความเป็นไปได้ของโครงการระหว่างระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO) มีร้อยละผลตอบแทนของโครงการ (%ROI) และระยะเวลาคืนทุน (Payback period) เท่ากับ ร้อยละ 242, 1.22 ปีและระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอนร่วมกับระบบการกรองระดับอัลตร้า (UF-RO/RO) เท่ากับร้อยละ 189, 1.97 ปีตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO) มีผลตอบแทนด้านการลงทุน (ROI) ที่ดีที่สุด และระยเวลาการคืนทุนที่เร็วกว่า แม้ว่าระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอนร่วมกับระบบการกรองระดับอัลตร้า (UF-RO/RO) จะมีคุณภาพน้ำดีกว่า แต่เมื่อพิจารณาต้นทุนแล้ว พบว่าไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO)มีร้อยละผลตอบแทนการลงทุนที่ดีที่สุด และระยะเวลาคืนทุนเร็วกว่า บริษัทฯ จึงเลือกใช้ระบบนี้ในการผลิตน้ำป้อนเข้าสู่หม้อต้มไอน้ำ ส่งผลให้สัดส่วนการใช้น้ำประปาในการอบยางลดลงร้อยละ 26 สัดส่วนการใช้น้ำรีไซเคิลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดดอกไซด์ได้ 111.63 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
Molecular Dynamics Simulation Of Phosphonium-Based Ionic Liquids For Natural Gas Sweetening, Umar Muhammad Yahaya
Molecular Dynamics Simulation Of Phosphonium-Based Ionic Liquids For Natural Gas Sweetening, Umar Muhammad Yahaya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Sour natural gas (SNG) contains significant amounts of H2S, CO2, and other sulfur-containing components which need to be reduced to the required level suitable for safe transportation and usage. In this work, we conducted molecular dynamics simulations of five Phosphonium-based Ionic Liquids (PILs) with a formulated gas mixture containing 80% CH4, 10% CO2, 5% H2S, and 5% N2, reflecting a typical composition of SNG. The simulation was performed at 300 K and 50 bar for 100 ns and five PILs studied were tetrabutylphosphonium acetate ([P4444][ACE]), tetrabutylphosphonium formate ([P4444][FOR]), tetrabutylphosphonium methyl carbonate ([P4444][MTC]), tetrabutylphosphonium dimethylphosphate ([P4444][DMP]), and tetrabutylphosphonium diethylphosphate ([P4444][DEP]). Analysis …
Prediction The Dose Distributions Of Prostate Cancer Patients Using Deep Learning, Pumipat Chaikamthorn
Prediction The Dose Distributions Of Prostate Cancer Patients Using Deep Learning, Pumipat Chaikamthorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Volumetric Modulated Arc Therapy (VMAT) is one of the advanced modalities in recent radiotherapy. It uses the inverse treatment planning system for optimization and dose calculation. However, this approach is a trial-and-error process, which takes a long time. An accurate deep-learning model that can predict the dose would solve this issue. This approach can save more treatment planning time, by guiding the planners to the optimum dose while maintaining the plan quality. The 40 previously treated prostate cancer plans were collected the volumetric information of PTV and OARs, overlapping volume, and the dosimetric information. The regression deep learning model, which …
Seroprevalence And Epidemiology Of Human Respiratory Syncytial Virus (Rsv) Among Young Children In Thailand, Siripat Pasittungkul
Seroprevalence And Epidemiology Of Human Respiratory Syncytial Virus (Rsv) Among Young Children In Thailand, Siripat Pasittungkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Respiratory Syncytial Virus (RSV) is a significant cause of both upper and lower respiratory tract infections, capable of affecting both children and adults, with the potential for reinfection throughout life. Despite the current availability of an RSV vaccine for pregnant women and the elderly, RSV remains a leading cause of severe lower respiratory tract infections in infants and young children globally. Reinfections by the same or different RSV subgroups in children residing in the tropics are currently under-studied. Therefore, This study investigated the seroprevalence and epidemiology of RSV infections in Thai children. Our seroprevalence study (2015-2020) involved 302 mothers and …
Optimal Dual-Time-Point Dynamic 68ga-Psma-11 Pet/Ct Protocols For Parametric Imaging Generation In Prostate Cancer Patients, Paphawarin Burasothikul
Optimal Dual-Time-Point Dynamic 68ga-Psma-11 Pet/Ct Protocols For Parametric Imaging Generation In Prostate Cancer Patients, Paphawarin Burasothikul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Globally, prostate cancer is the second most common cancer for men. Prostate cancer patients presenting metastasis exhibit a poor prognosis, consequently leading to diminished survival rates. Thus, 68Ga-PSMA-11 PET/CT examination plays a critical role in prostate cancer diagnosis. Parametric imaging techniques offer the potential to improve the accuracy of quantification analysis in PET/CT diagnosis, but their effectiveness is constrained by lengthy acquisition protocols. This study developed optimal dual-time-point (DTP) parametric imaging using shortened dynamic 68Ga-PSMA-11 PET/CT scans in prostate cancer patients and investigated the feasibility of parametric images in terms of image quality by comparing them with a routine standardized …
การแปลงแผนภาพเครื่องสถานะเชิงพร้อมกันให้เป็นนูเอ็สเอ็มวี, นนทวิชญ์ มากจันทร์
การแปลงแผนภาพเครื่องสถานะเชิงพร้อมกันให้เป็นนูเอ็สเอ็มวี, นนทวิชญ์ มากจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบเชิงพร้อมกันเป็นระบบที่มีมากกว่าหนึ่งสายโยงใยซึ่งสามารถสลับกันทำงานระหว่างสายโยงใยโดยที่ไม่ต้องรอให้กระบวนการในสายโยงใยใดกระบวนการหนึ่งให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งระบบเชิงพร้อมกันมักพบในระบบที่มีความซับซ้อน มีหลายงานที่ต้องดำเนินการและสายโยงใยที่ดำเนินงานนั้นอาจมีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น เข้าถึงหน่วยความจำเดียวกัน เป็นต้น หนึ่งในวิธีที่สามารถอธิบายระบบเชิงพร้อมกันคือการใช้แผนภาพเครื่องสถานะซึ่งเป็นแผนภาพตามมาตรฐานยูเอ็มแอลรุ่น 2.5 แต่เนื่องจากแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันไม่สามารถนำมาใช้ในการทวนสอบได้ เนื่องจากพฤติกรรมของระบบเชิงพร้อมกันมีรูปแบบเชิงไม่กำหนด งานวิจัยจึงเล็งเห็นประโยชน์ในการพัฒนาเครื่องมือแปลงแผนภาพเครื่องสถานะเป็นโค้ดนูเอ็สเอ็มวี ซึ่งเป็นการแปลงแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันให้อยู่ในรูปของแบบจำลองเชิงรูปนัยให้สามารถทำการทวนสอบได้ โดยเปรียบเทียบและวิเคราะห์ระหว่างองค์ประกอบของแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันตามมาตรฐานยูเอ็มแอลรุ่น 2.5 กับองค์ประกอบของนูเอ็สเอ็มวี แล้วนิยามกฏการแปลงแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันให้เป็นนูเอ็สเอ็มวีเพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องมือการแปลง จากนั้นจึงพัฒนาเครื่องมือการแปลง สร้างแบบจำลองซึ่งเป็นกรณีศึกษาของระบบเชิงพร้อมกันที่อยู่ในรูปของแผนภาพเครื่องสถานะ สร้างข้อกำหนดเชิงรูปนัยที่ใช้ในการทวนสอบกรณีศึกษา และนำเครื่องมือการแปลงมาใช้ในการแปลงแบบจำลองกรณีศึกษาให้เป็นแบบจำลองเชิงรูปนัยนูเอ็สเอ็มวี แล้วทำการทวนสอบด้วยข้อกำหนดเชิงรูปนัยบนนูเอ็มเอ็มวี กระบวนการวิจัยและพัฒนาทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่าผู้วิจัยสามารถแปลงแบบจำลองในรูปของแผนภาพเครื่องสถานะให้ป็นแบบจำลองเชิงรูปนัยและเห็นพฤติกรรมของการทำงานของระบบเชิงพร้อมกัน รวมถึงทวนสอบพฤติกรรมของระบบและได้ผลลัพธ์จากการทวนสอบที่เป็นไปตามข้อกำหนดเชิงรูปนัย
การสร้างแอนิเมชัน 3 มิติ ของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยสําหรับใช้ในการพัฒนาเกม, ภัทรานิษฐ์ มุสิกะประยูร
การสร้างแอนิเมชัน 3 มิติ ของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยสําหรับใช้ในการพัฒนาเกม, ภัทรานิษฐ์ มุสิกะประยูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงงานมหาบัณฑิตนี้จึงเสนอวิธีการสร้างแอนิเมชัน 3 มิติ ของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยสำหรับใช้ในการพัฒนาเกม ในการสร้างแบบจำลองเพื่อทำนายการเคลื่อนไหวของใบหน้าขณะพูดภาษาไทย ได้ใช้ชุดข้อมูลออดิโอวิชวล TSynC-3miti: Audiovisual Speech Synthesis Database from Found Data ร่วมกับแนวคิดจาก งานวิจัย A Decision Tree Framework for Spatiotemporal Sequence Prediction ที่ได้เสนอวิธีการสำหรับการทำนายลำดับข้อมูลที่มีจำนวนมิติสูงและต่อเนื่อง โดยใช้เทคนิคการแบ่งย่อยด้วยหน้าต่างเลื่อนร่วมกับวิธีการรวมกลุ่มของต้นไม้ตัดสินใจ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างแอนิเมชันสำหรับการพูดได้ ในการทำนายการเคลื่อนไหวของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยในโครงงานมหาบัณฑิตนี้ จะใช้ข้อมูลนำเข้าเป็นลำดับของสัญลักษณ์โฟเนติก จากจึงต้องมีการเตรียมชุดข้อมูลใหม่จากชุดข้อมูลออิดิโอวิชวล TSynC-3miti จากนั้นนำชุดข้อมูลไปฝึกสอนโมเดล และพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างแอนิเมชัน โดยเป็นรูปแบบของส่วนเสริมสำหรับใช้ในเกมเอนจิน Unreal Engine โดยรับอินพุตเป็นข้อความภาษาไทย และจะได้ค่าการเคลื่อนไหวใบหน้ามาอ้างอิงบนใบหน้าของตัวละครในแต่ละช่วงเวลา ผลลัพธ์ของการทำงานของส่วนเสริมนี้จะได้เป็นแอนิเมชัน 3 มิติของโมเดลตัวละคร MetaHuman ที่สามารถพูดภาษาไทยได้อย่างสมจริง โดยผลการทดสอบพบว่าแอนิเมชันมีความสมจริงจากมุมมองทั้งหน้าตรงและหน้าเอียง โดยมุมมองหน้าเอียงดูสมจริงมากกว่า และการออกเสียงแต่ละโฟเนติกมีความสมจริงเช่นกัน
การปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับระบบบริการทางการเงินผ่านการบูรณาการ Olap และ Oltp, ชนม์ชนก วงศ์อภัย
การปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับระบบบริการทางการเงินผ่านการบูรณาการ Olap และ Oltp, ชนม์ชนก วงศ์อภัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบการเงินในปัจจุบันต้องเผชิญกับการจัดการข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวัน เช่น การสั่งซื้อสินค้า การชำระเงิน และการเติมเงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็วและความถูกต้องแม่นยำ ระบบดั้งเดิมที่ใช้ฐานข้อมูลประเภท OLTP ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ แต่เมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ระบบเริ่มประสบกับข้อจำกัดในด้านประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรสูง และความซับซ้อนในการตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรองรับการทำงานพร้อมกันของหลายบริการ ทำให้ระบบต้องรับภาระที่มากขึ้นและส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเรียกดูข้อมูล โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาระบบใหม่ที่ผสานความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเข้ากับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพื่อลดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและปรับปรุงการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบที่ออกแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน ช่วยให้การจัดทำรายงานและการตรวจสอบธุรกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยระบบสามารถดึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ แนวทางการบูรณาการระหว่างการประมวลผลแบบ OLTP และการจัดการข้อมูลแบบ OLAP ที่นำเสนอในโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการทำงานของฐานข้อมูล แต่ยังทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเรียกดูข้อมูลโดยอิงจากแบบจำลองข้อมูล (Data Model) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้เองผ่านส่วนต่อประสานที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล แอปพลิเคชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพรวมของข้อมูล เลือกวิเคราะห์ในเชิงลึก และสร้างรายงานได้อย่างคล่องตัว จากการศึกษาและทดลองพบว่าการใช้งานฐานข้อมูลประเภท OLAP ร่วมกับ OLTP ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียกดูข้อมูลที่มีปริมาณมากและซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฐานข้อมูลดังเดิมที่เป็นประเภท OLTP ดังนั้นโครงการนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาที่พบในระบบเดิม ด้วยระบบที่สามารถดึงข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตนเอง เพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและคล่องตัว
การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์
การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ก่อให้เกิดความท้าทายสำคัญต่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ระบุว่า อาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ใช้พลังงานเฉลี่ย 225 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตรต่อปี ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่งผลให้การจัดการพลังงานในอาคารเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การศึกษานี้ใช้แนวทางเชิงบูรณาการในการรวบรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาคาร และการสำรวจพื้นที่จริงในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีการใช้พลังงานสูง กระบวนการศึกษารวมถึงการวิเคราะห์ระบบจัดการพลังงาน ระบบน้ำ ระบบแสงสว่าง และการจัดการขยะ พร้อมทั้งการเสนอแนะแนวทางปรับปรุงที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน เช่น LEED และ TREES ผลการศึกษาพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น IoT ระบบเซ็นเซอร์ และระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การจัดการน้ำ การใช้วัสดุรีไซเคิล และการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอาคาร ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร รวมถึงสร้างความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว และผลการศึกษานี้สามารถเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ เพื่อความยั่งยืนในมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต