Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11390)
- Social and Behavioral Sciences (7224)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3578)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3117)
- Veterinary Medicine (2799)
- Life Sciences (2353)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1440)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Law (945)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (860)
- Business (841)
- Sociology (809)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Reading and Language (543)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (164)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (34)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Indonesia (27)
- Quality of life (27)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4158)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2585)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1290)
- Thai Environment (1023)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (876)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Journal of Urban Culture Research (426)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- Halal Insight (292)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- Journal of Health Research (220)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (47)
- Publication Type
Articles 3391 - 3420 of 37638
Full-Text Articles in Entire DC Network
ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวและขาสองข้างร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายในนักกีฬาแฮนด์บอลชาย, สถาพร พื้นดอนเค็ง
ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวและขาสองข้างร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายในนักกีฬาแฮนด์บอลชาย, สถาพร พื้นดอนเค็ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายในนักกีฬาแฮนด์บอลชาย วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างนักกีฬาแฮนด์บอลระดับมหาวิทยาลัย เพศชาย อายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 24 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 12 คน กลุ่มที่ 1 ฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวร่วมกับการเปลี่ยนทิศทาง และกลุ่มที่ 2 ฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาสองข้างร่วมกับการเปลี่ยนทิศทาง ทั้งสองกลุ่มฝึกการกระโดดและตามด้วยการวิ่งเร็วเปลี่ยนทิศทาง จำนวน 6-10 ชุด ทำการฝึก 2 วันต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ก่อนและหลังการฝึก ทำการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ได้แก่ ความสามารถในการกระโดดสูง ความคล่องแคล่วว่องไว การความสามารถด้านการทรงตัว และความสามารถด้านการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบซ้ำ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความแตกต่างภายในกลุ่ม โดยการทดสอบค่าทีแบบรายคู่และความแตกต่างระหว่างกลุ่ม โดยการทดสอบค่าทีแบบอิสระ กำหนดความมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ผลการวิจัย หลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 มีความคล่องแคล่วว่องไว การความสามารถในการทรงตัวในขาข้างที่ถนัด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกลุ่มที่ 1 มีความสามารถในการกระโดดสูง ความสามารถในการทรงตัวในขาข้างที่ไม่ถนัด และความสามารถด้านการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบซ้ำ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบหลังการฝึกระหว่างกลุ่ม พบว่า ทั้ง 2 กลุ่มไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกตัวแปร สรุปผลการวิจัย การฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางช่วยพัฒนา พลังกล้ามเนื้อขา ความคล่องแคล่วว่องไว ความสามารถในการทรงตัว และความสามารถด้านการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบซ้ำ จึงเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาสมรรถภาพร่างกายให้แก่นักกีฬาแฮนด์บอลเป็นอย่างได้ดี
โปรแกรมค้นหาข้ามภาษาสำหรับค้นคืนค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ณฐพจน์ หนูวงษ์
โปรแกรมค้นหาข้ามภาษาสำหรับค้นคืนค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ณฐพจน์ หนูวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลกที่สำคัญ ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก การจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญต่อการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ อย่างไรก็ตาม การกำหนดค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้แรงงานไม่น้อย นอกจากนี้ เนื้อหาในฐานข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังเป็นการผสมผสานระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การศึกษานี้จึงได้พัฒนาโปรแกรมค้นหาข้ามภาษาสำหรับการค้นคืนค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากฐานข้อมูลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (ประเทศไทย) เพื่อส่งเสริมความน่าเชื่อถือของการคำนวณการปล่อยคาร์บอน ระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถค้นหาแบบสองภาษาได้อย่างราบรื่น โดยบูรณาการการจับคู่คำพ้องความหมายแบบใช้พจนานุกรมและการจัดทำดัชนีด้วยอิลาสติกเซิร์ช การค้นหาเชิงความหมายพร้อมกับการขยายการค้นหาด้วยคำพ้องความหมายจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่คำนึงถึงภาษาที่ใช้ในการสืบค้น ด้วยการทำงานแบบสายท่ออัตโนมัติสำหรับการค้นคืนข้อมูลและการจัดทำดัชนี ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการค้นหา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการคำนวณค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ถูกต้องเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น
วงจรอ้างอิงแรงดันแบบช่องว่างแถบพลังงานที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตโดยใช้เทคนิคการชดเชยพจน์อันดับสูง สำหรับสัมประสิทธิ์อุณหภูมิต่ำ, มัฆวาน โลหิตศิริ
วงจรอ้างอิงแรงดันแบบช่องว่างแถบพลังงานที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตโดยใช้เทคนิคการชดเชยพจน์อันดับสูง สำหรับสัมประสิทธิ์อุณหภูมิต่ำ, มัฆวาน โลหิตศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วงจรอ้างอิงแรงดันไฟฟ้าที่มีความแม่นยำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม วงจรอ้างอิงแรงดันแบบช่องว่างแถบพลังงานโดยทั่วไปมักประสบปัญหาจากพจน์ดีกรีสูงที่มีความไม่เชิงเส้นต่ออุณหภูมิ (higher-order temperature effects) โดยเฉพาะพจน์ TlnT ซึ่งเป็นข้อจำกัดหลักในการเพิ่มความแม่นยำของสัญญาณแรงดันอ้างอิง งานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการใหม่ในการสร้างและชดเชยพจน์ TlnT โดยตรง พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคนิคกำลังสองน้อยที่สุด (least-squares) เพื่อหาสัดส่วนที่เหมาะสมของการรวมแรงดัน PTAT, CTAT และ TlnT โดยสามารถหักล้างผลกระทบจากพจน์ที่ขึ้นอุณหภูมิทั้งดีกรีหนึ่งและดีกรีสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ได้มีการประยุกต์ใช้วิธีการหักล้างพจน์ดีกรีสูงด้วยวิธีการชดเชยทีละส่วน (piecewise compensation) เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดที่เกิดจากวงจรสร้างสัญญาณ TlnT นั่นคือค่าความแม่นยำของของกระแส ZTAT ที่ระบุได้ด้วยค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิของกระแส (TCI) มีผลกระทบโดยตรงต่อสัมประสิทธิ์อุณหภูมิของแรงดันอ้างอิง (TCV) อีกทั้งได้เลือกจุดทำงานสงบของวงจร (operating point) เพื่อลดผลของการแปรผันที่เกิดจากกระบวนการผลิต (process variation) ผลการจำลองวงจรด้วย Monte Carlo simulation ในช่วงการแปรผันของกระบวนการผลิต แรงดันแหล่งจ่าย 1.8 - 2.5 V และอุณหภูมิระหว่าง -40 ถึง 125 °C พบว่าวงจรที่ออกแบบนั้นมีค่า TCV ต่ำถึง 1.69 ppm/°C แรงดันอ้างอิงเฉลี่ยประมาณ 501.14 mV มีค่าสัมประสิทธิ์การแปรผัน (CV) เท่ากับ 0.22% มีค่า line sensitivity เท่ากับ 0.0054%/V มีค่า PSRR เท่ากับ -91.68 dB และ -9.72 ที่ DC และ 100 kHz ตามลำดับ ในแง่ของสัญญาณรบกวนมีค่าเท่ากับ 1.09e-12 V2/Hz ที่ความถี่ 1 kHz และมีค่ารวมในช่วงความถี่ 10 – 10 kHz เท่ากับ 95.89 μVrms และใช้กระแสเพียง 28.21 μA
The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan
The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the context of China's e-commerce live-streaming industry, this study explores the influence of consumer ethnocentrism (CET) and cosmopolitanism (COS) on perceptions of virtual anchors, using the Technology Acceptance Model (TAM) to examine the effects on perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PEOU), and perceived enjoyment (PE), which ultimately shape consumer behavioral responses (CBR). A quantitative survey was conducted with 204 participants who had prior experience watching live streams on Chinese e-commerce platforms. Using structural equation modeling (SEM), the study found that CET positively impacts PU (β=0.766), PEOU (β=0.899), and PE (β=0.511), while COS positively influences PU (β=0.593), PEOU …
Towards Gender-Equal Education In Thailand: Analyzing Challenges, Opportunities And The Interconnections Between Sustainable Development Goal 4 (Quality Education) And Goal 5 (Gender Equality), Thitirat Uraisin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The 17 Sustainable Development Goals (SDGs) mark a significant paradigm shift in global development. Designed to be comprehensive, inclusive, and bold, the SDGs aim to end poverty, protect the planet, and ensure that all people enjoy peace and prosperity by 2030 (UNDP, 2025). Given that human ingenuity is central to the success of sustainable development and the achievement of global prosperity (Shechtman, n.d.), education emerges as a vital instrument. It is foundational in building human capital and must be accessible to all, regardless of gender, age, or background. Thailand has made notable progress in improving access to education, particularly since …
การต่อรองอัตลักษณ์และสิทธิของกลุ่มชายขอบในอินเดียร่วมสมัย กรณีศึกษา Gangubai Kathiawadi และกลุ่มฮิจรา, นภัสสร ณ นคร
การต่อรองอัตลักษณ์และสิทธิของกลุ่มชายขอบในอินเดียร่วมสมัย กรณีศึกษา Gangubai Kathiawadi และกลุ่มฮิจรา, นภัสสร ณ นคร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบการนำเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่มฮิจราในภาพยนตร์ Gangubai Kathiawadi กับความเป็นจริงทางสังคมของอินเดียร่วมสมัย โดยอธิบายผ่านกรอบแนวคิด Constructivism ที่มองว่าอัตลักษณ์ไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่ถูกสร้างและปรับเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างทางสังคม สารนิพนธ์ฉบับนี้พบว่า แม้ในภาพยนตร์ตัวละครฮิจรามีอำนาจทางสังคมและการเมือง แต่อัตลักษณ์ดังกล่าวเป็นเพียงสัญลักษณ์ “ภาพแทนเชิงอุดมคติ” ที่ตอกย้ำภาพจำที่สังคมคุ้นเคย ตรงข้ามกับความเป็นจริงที่กลุ่มฮิจราถูกกดทับจากโครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน การศึกษา และการเข้าถึงสวัสดิการ แม้รัฐอินเดียจะประกาศรับรองสถานะ “เพศที่สาม” อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 สื่อบันเทิง Bollywood มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมทัศนคติของสังคมและสร้าง soft power ผ่านแพลตฟอร์ม Netflix ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มฮิจราได้รับความสนใจในระดับสากล แต่สื่อกระแสหลักไม่สามารถก้าวข้ามอคติเดิมได้ เนื่องจากฮิจรามักถูกนำเสนอในฐานะ “ตัวละครเสริม” ดังนั้น การต่อสู้ของกลุ่มชายขอบในอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นโสเภณีในอดีตหรือกลุ่มฮิจราในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย แต่เป็นการต่อสู้กับค่านิยมและโครงสร้างสังคมที่หยั่งรากลึกที่ต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมอย่างยั่งยืน
การออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลู, อริยา ตัณฑสุทธิ์
การออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลู, อริยา ตัณฑสุทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลูมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหากลยุทธ์และแนวการออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลูขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัยนั้นประกอบด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเทพเจ้าที่นิยมมูเตลู ในช่วงปี 2566 รวมถึงรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด SWOT Analysis, 4Ps Marketing และ Brand Onions เทียบกับแบรนด์ประเภทมูเตลูตัวอย่างเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม จากบทความ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม งานวิจัย และสื่ออินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านมูเตลู และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสรุปผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อคือ “Light up your way” เนื่องจากหนุ่มออฟฟิศหลายคนต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในการทำงาน แม้จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ตามหลักเหตุผล แต่ยังคงรู้สึกไม่มั่นใจและรู้สึกไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน การมูเตลูเทพเจ้าจึงเปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำทาง ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังใจและพลังแห่งความศรัทธานั้นมอบความสบายใจและเพิ่มความมั่นใจให้กับหนุ่มออฟฟิศสายมูช่วยให้ก้าวผ่านปัญหาและความท้าทายในการทำงานไปได้
Photocatalytic Efficiency Of Graphene Quantum Dots Incorporated With Tio2 Under Visible Light For Degradation Of Organic Dye, Ilada Sanprasert
Photocatalytic Efficiency Of Graphene Quantum Dots Incorporated With Tio2 Under Visible Light For Degradation Of Organic Dye, Ilada Sanprasert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The rapid industrialization and increased use of organic dyes for production in many industries have led to extensive environmental pollution concerns. At present, photocatalytic dye degradation is an outstanding environmentally friendly process for removal and treatment of organic dyes from water pollutants that cause no harm to the environment. In this research, we investigated the performance of different crystallographic structure of TiO2 (anatase, rutile, and mixed anatase/rutile P25 TiO2) under visible light irradiation. Furthermore, the TiO2 was modified using graphene quantum dots to evaluate their effect on photocatalytic efficiency. The characterization results of the GQDs/TiO2 photocatalyst composites demonstrated that GQDs …
การพยากรณ์ยอดขายรถยนต์ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อลดระดับสินค้าคงคลังของชิ้นส่วนนำเข้า, สุวิทย์ นันทร์ทิพย์
การพยากรณ์ยอดขายรถยนต์ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อลดระดับสินค้าคงคลังของชิ้นส่วนนำเข้า, สุวิทย์ นันทร์ทิพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพยากรณ์ยอดขายรถยนต์เพื่อเปรียบเทียบความแม่นยำของค่าพยากรณ์จากตัวแบบวิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลของโฮลท์และวินเทอร์ วิธีต้นไม้ตัดสินใจ วิธีป่าสุ่ม วิธีXGBoost วิธีโครงข่ายประสาทเทียมและวิธีผสม ด้วยค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยของข้อมูลยอดขายรถยนต์รายรุ่นย่อยของบริษัทผลิตรถยนต์กรณีศึกษา โดยใช้ข้อมูลยอดขายตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 ในการฝึกตัวแบบพยากรณ์และหาความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยใช้คำสั่ง GridSearchCV ในการปรับแต่งค่าไฮเปอร์พารามิเตอร์เพื่อหาค่าที่เหมาะสมในการพยากรณ์ของตัวแบบวิธีการเรียนรู้ของเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่าวิธีผสมเป็นวิธีที่สามารถพยากรณ์ยอดขายได้แม่นยำที่สุด เมื่อเทียบกับวิธีการพยากรณ์อื่น ๆ โดยผลลัพธ์ของวิธีผสมให้ค่าความแม่นยำที่ดีในรุ่นย่อย SM976 SM978 และ ST166 โดยมีค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยเท่ากับ 17.93% 10.31% และ 18.34% ตามลำดับ และให้ค่าความแม่นยำที่ยอมรับได้ในรุ่นย่อย SM972 SM974 ST164 และ ST168 ด้วยค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยเท่ากับ 23.19% 26.44% 21.71 และ 22.39% ตามลำดับ นอกจากนี้การนำผลการพยากรณ์ยอดขายของวิธีผสมมาใช้ในการกำหนดความต้องการสั่งซื้อ พร้อมทั้งทดสอบวิธีการสั่งซื้อในรูปแบบ Order-Up-To Level (OUL) ส่งผลให้ระดับคงคลังชิ้นส่วนนำเข้าเฉลี่ยต่อเดือนของทุกรุ่นย่อยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลลัพธ์ในรุ่นย่อย SM972 SM974 SM976 และ SM978 มีระดับชิ้นส่วนคงคลังลดลง 62.65% 79.65% 72.94% และ 69.21% ตามลำดับ และในส่วนของรุ่นย่อย ST162 ST164 และ ST168 มีระดับชิ้นส่วนคงคลังเฉลี่ยต่อเดือนลดลง 55.78% 52.18% และ 61.75% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับระดับสินค้าคงคลังของวิธีการพยากรณ์และวิธีการสั่งซื้อในรูปแบบปัจจุบัน
การพัฒนาเมตริกสำหรับการประเมินการสรุปข้อความแบบแอบสแทร็กต์ทิฟโดยใช้การวิเคราะห์ทางศัพท์และทางความหมาย, ณภัทร สารวนางกูร
การพัฒนาเมตริกสำหรับการประเมินการสรุปข้อความแบบแอบสแทร็กต์ทิฟโดยใช้การวิเคราะห์ทางศัพท์และทางความหมาย, ณภัทร สารวนางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การประเมินผลการสรุปข้อความยังคงเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากตัววัดแบบดั้งเดิม เช่น ROUGE และ BLEU มุ่งเน้นไปที่ความเหมือนกันของคำ ซึ่งมักจะไม่สามารถจับความหมายเชิงลึกและความสอดคล้องของเนื้อหาได้อย่างครบถ้วน งานวิจัยนี้นำเสนอ CorefSemScore ซึ่งเป็นตัววัดเชิงประเมินแบบผสมผสานที่รวมการวิเคราะห์ การแก้ไขการอ้างอิงร่วม เข้ากับการประเมินความคล้ายคลึงกันเชิงความหมาย โดยผสานการใช้ ROUGE, BERTScore, และ Sentence-BERT เพื่อการประเมินที่ครอบคลุมมากขึ้น CorefSemScore ใช้วิธีการเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเพื่อผสานองค์ประกอบการประเมินในหลากหลายมิติ โดยเน้นความสมดุลระหว่างการประเมินความคล้ายคลึงกันเชิงคำศัพท์และความคล้ายคลึงกันเชิงความหมาย ส่งผลให้สามารถประเมินการสรุปข้อความแบบแอบสแทร็กต์ทิฟได้อย่างครอบคลุม ผลการทดลองบนชุดข้อมูล SummEval แสดงให้เห็นว่า CorefSemScore มีประสิทธิผลเหนือกว่าทั้งตัววัดแบบความคล้ายคลึงกันเชิงคำศัพท์ เช่น ROUGE และ BLEU รวมถึงตัววัดความคล้ายคลึงกันเชิงความหมาย เช่น BERTScore โดยเฉพาะในด้านการสะท้อนความเชื่อมโยงของเนื้อหา ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของตัววัดในการยกระดับความน่าเชื่อถือของการประเมินผลการสรุปข้อความแบบแอบสแทร็กต์ทิฟ
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่หมดอายุการใช้งานจากการติดตั้งบนหลังคา: กรณีศึกษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, รสสุคนธ์ สิงห์สม
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่หมดอายุการใช้งานจากการติดตั้งบนหลังคา: กรณีศึกษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, รสสุคนธ์ สิงห์สม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารสำนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมพลังงานสะอาดในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อแผงพลังงานแสงอาทิตย์หมดอายุการใช้งาน อาจก่อให้เกิดของเสียในปริมาณมากซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) คาดการณ์ปริมาณของเสียจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่หมดอายุซึ่งติดตั้งบนหลังคาอาคารของ กฟภ. และ (2) ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากแนวทางการจัดการของเสียด้วยวิธีต่าง ๆ โดยใช้ระเบียบวิธีการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) แบบ Gate to Gate ด้วยโปรแกรม SimaPro และวิธีการ ReCiPe 2016 จากข้อมูลการติดตั้งในปี พ.ศ. 2564 และ 2567 คาดว่าจะเกิดของเสียรวมประมาณ 932.01 ตัน ในช่วงปี พ.ศ. 2589–2592 โดยประกอบด้วยวัสดุหลัก เช่น กระจก อะลูมิเนียม ซิลิกอน และทองแดง ซึ่งมีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ใหม่ในอัตราสูง ผลการประเมินเปรียบเทียบ 3 แนวทาง ได้แก่ การฝังกลบ (S0) การอบแยกด้วยความร้อน (S1) และการบำบัดด้วยเคมี (S2) พบว่าแนวทาง S0 ซึ่งเป็นแนวทางปัจจุบันก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูงที่สุด โดยเฉพาะด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ที่ดิน และความเป็นพิษทางทะเล ขณะที่แนวทาง S1 และ S2 มีแนวโน้มลดผลกระทบโดยรวมได้ดีกว่า โดยเฉพาะ S1 ที่ให้ผลกระทบต่ำที่สุดในหลายหมวดหมู่หลักข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทยและ กฟภ. ได้แก่ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการของเสียแผงพลังงานแสงอาทิตย์ การดำเนินโครงการนำร่องการรีไซเคิล การส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลในประเทศ และการสนับสนุนกลไกความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ทั้งนี้ควรสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และแนวทางเศรษฐกิจ BCG ของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
Effects Of Steel And Polypropylene Fiberson The Fire-Resistant Performanceof High Strength Concrete, Chutimon Sektheera
Effects Of Steel And Polypropylene Fiberson The Fire-Resistant Performanceof High Strength Concrete, Chutimon Sektheera
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In high-temperature conditions, high-strength concrete (HSC) is often vulnerable to explosive spalling and mechanical degradation due to its dense matrix and low permeability. Enhancing the thermal and mechanical performance of HSC is therefore critical for improving its structural integrity under fire exposure. This study investigates the effects of steel (ST) and polypropylene (PP) fibers on the mechanical properties and fire resistance of HSC exposed to elevated temperatures. Experimental variables included different fiber types and dosages, with concrete mixtures incorporating ST fibers (0.5–1.0% by volume) and two types of PP fibers: macro fibers (0.5–1.0% by volume) and micro fibers (0.05–0.10% by …
การกํากับการแสดงละครเวทีประเภทละครโศกนาฏกรรมจำอวด เพื่อนำเสนอปัญหาการหลีกหนีความเป็นจริง : กรณีศึกษา เรื่อง เดอะ เมดส์ ของ ฌอง เฌอเนต์, เมธาวุฒิ นวลฉวี
การกํากับการแสดงละครเวทีประเภทละครโศกนาฏกรรมจำอวด เพื่อนำเสนอปัญหาการหลีกหนีความเป็นจริง : กรณีศึกษา เรื่อง เดอะ เมดส์ ของ ฌอง เฌอเนต์, เมธาวุฒิ นวลฉวี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีตามแนวทางของละครประเภทโศกนาฏกรรมจำอวด (Tragic Farce) ผ่านกรณีศึกษาการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เดอะ เมดส์ (The Maids) ของ ฌอง เฌอเนต์ โดยมุ่งหมายในการถ่ายทอดประเด็น “การหลีกหนีความเป็นจริง” (Escapism) อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวคิดเชิงจิตวิทยาที่อ้างอิงจากทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) ผู้วิจัยในฐานะผู้กำกับการแสดงได้ออกแบบและดำเนินกระบวนการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วยการตีความบทละคร การพัฒนาแนวทางการกำกับการแสดงที่บูรณาการองค์ประกอบของโศกนาฏกรรมกับลักษณะตลกร้ายของละครจำอวด การฝึกซ้อมกับนักแสดง การออกแบบองค์ประกอบศิลป์ และการจัดการแสดงต่อผู้ชมจริง รวมถึงการเก็บข้อมูลปฏิกิริยาของผู้ชมจำนวน 325 คน โดยอาศัยทั้งวิธีการเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ชมส่วนใหญ่สามารถรับรู้และเข้าใจสาระสำคัญของประเด็น “การหลีกหนีความเป็นจริง” ได้อย่างชัดเจน และมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่สะท้อนถึงการเข้าถึงแก่นสารของบทละคร การกำกับการแสดงตามแนวทางโศกนาฏกรรมจำอวดช่วยลดทอนภาวะตึงเครียดของผู้ชมลง ขณะเดียวกันยังสามารถคงไว้ซึ่งความเข้มข้นทางความหมายและพลังของสารที่ต้องการสื่อ ผลการวิจัยยืนยันว่าการกำกับการแสดงละครเวทีโดยผสานแนวคิดทางจิตวิทยาเข้ากับรูปแบบโศกนาฏกรรมจำอวดสามารถเป็นแนวทางที่ทรงประสิทธิภาพในการสื่อสารประเด็นทางจิตใจที่ซับซ้อนในบริบทร่วมสมัย และส่งเสริมให้เกิดการใคร่ครวญตนเองในหมู่ผู้ชมได้อย่างลุ่มลึก
งานเขียนเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในวรรณกรรมชุด ผสมผสาน ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ : เนื้อหาและกลวิธีทางวรรณศิลป์, ศุภิกา สถิตยุทธการ
งานเขียนเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในวรรณกรรมชุด ผสมผสาน ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ : เนื้อหาและกลวิธีทางวรรณศิลป์, ศุภิกา สถิตยุทธการ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเนื้อหาและกลวิธีทางวรรณศิลป์ในงานเขียนเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในวรรณกรรมชุด ผสมผสาน ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ จำนวน 58 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ประมวญมารค หนังสือพิมพ์ประมวญสาร และหนังสือพิมพ์ประมวญวัน ระหว่างพ.ศ. 2476-2482 ส่วนใหญ่นำเสนอในรูปแบบบทความ มีเพียง 1 เรื่องที่นำเสนอในรูปแบบร้อยกรอง ผลการศึกษาพบว่า ศิลปวัฒนธรรมที่ทรงนำเสนอในงานเขียนกลุ่มนี้มี 6 ประเภท ได้แก่ ภาษา วรรณคดี การละเล่นและ การแสดง ศาสนาและความเชื่อ ประเพณีและพิธี และวัฒนธรรมหนังสือและการอ่านหนังสือ เนื้อหาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมที่นำเสนอใน งานเขียนกลุ่มนี้จำแนกได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ เนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ทั้งความรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ความรู้ศิลปวัฒนธรรมต่างประเทศ และความรู้ศิลปวัฒนธรรมที่ทรงเสนอหรือทรงคิดขึ้นใหม่ เนื้อหาแสดงทัศนะเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วยทัศนะเกี่ยวกับ ความเปลี่ยนแปลงทางศิลปวัฒนธรรม และทัศนะเกี่ยวกับปัญหาทางศิลปวัฒนธรรม และเนื้อหาวิจารณ์ผลงานศิลปวัฒนธรรมโดยตรง ได้แก่ บทวิจารณ์วรรณคดีไทย และบทวิจารณ์ศิลปะการแสดง การนำเสนอเนื้อหาทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวนี้สัมพันธ์กับบริบททางสังคมวัฒนธรรมในช่วงรัชกาลที่ 7-8 ทั้งอิทธิพลตะวันตกที่แผ่ขยายเข้ามาเข้มข้นขึ้น การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และความเปลี่ยนแปลงทางศิลปวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยก่อนหน้านี้ เนื้อหาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมดังกล่าว นำเสนอโดยใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์หลายลักษณะ กลวิธีทางวรรณศิลป์ที่พบร่วมกันใน การนำเสนอเนื้อหาทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ การตั้งชื่อเรื่องอย่างตรงไปตรงมา การใช้ภาพพจน์ และการสร้างความขบขัน กลวิธีที่พบร่วมกันในเนื้อหาแสดงทัศนะเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและเนื้อหาวิจารณ์ผลงานศิลปวัฒนธรรมโดยตรง ได้แก่ การสร้างคำศัพท์ใหม่และการใช้คำทับศัพท์ ส่วนกลวิธีทางวรรณศิลป์ที่สัมพันธ์กับเนื้อหาแต่ละกลุ่มพบว่า กลวิธีที่พบในเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ การตั้งชื่อเรื่องเพื่อลวงความคิดผู้อ่านและการอธิบาย กลวิธีที่พบในเนื้อหาแสดงทัศนะเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ การตั้งชื่อเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสงสัย ใคร่รู้ การอ้างถึง การเปรียบเทียบศิลปวัฒนธรรมของไทยกับต่างประเทศ การเปรียบเทียบศิลปวัฒนธรรมในอดีตกับปัจจุบัน การให้รายละเอียดเพื่อแสดงทัศนะทางอ้อม การสรรคำ และการเล่นกับสำนวน ส่วนกลวิธีที่พบในเนื้อหาวิจารณ์ผลงานศิลปวัฒนธรรมโดยตรง ได้แก่ การยกตัวบทหรือยกเหตุการณ์มาวิจารณ์ งานเขียนเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในวรรณกรรมชุด ผสมผสาน แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้ทางศิลปวัฒนธรรมและความเป็น นักหนังสือพิมพ์ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ ที่ทรงสร้างสรรค์งานเขียนที่ทันยุคทันเหตุการณ์และนำเสนออย่างมีชั้นเชิงเพื่อจรรโลงสติปัญญาของผู้อ่านท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงของศิลปวัฒนธรรมในยุคสมัยนั้น
การแปรของวัจนลีลากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย: กรณีศึกษาไพรวัลย์ วรรณบุตร, กันตวัฒน์ ก้องวิญญู
การแปรของวัจนลีลากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย: กรณีศึกษาไพรวัลย์ วรรณบุตร, กันตวัฒน์ ก้องวิญญู
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรของวัจนลีลาที่ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือแพรรี่ อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยใช้ ซึ่งในอดีตเป็นพระภิกษุ ต่อมาได้ลาสิกขา แสดงออกว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และมีชื่อเสียงต่อไปบนสื่อสังคม โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านด้านเพศสภาวะจากการแสดงออกเป็นชายไปสู่การแสดงออกเป็นหญิง คือ ปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรทางศัพท์และเสียงที่ไพรวัลย์ วรรณบุตรใช้ในช่วงเวลาที่มีการแสดงตัวตนที่แตกต่างกัน และเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างลักษณะทางภาษากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของไพรวัลย์ วรรณบุตร ผลการศึกษา ด้านการแปรทางศัพท์ 4 ตัวแปร ได้แก่ คำอ้างถึงตนเอง คำเรียกขาน อนุภาคลงท้าย และวงศัพท์ พบว่าแพรรี่ใช้ตัวแปรศัพท์แตกต่างกัน โดยมีการแปรที่เป็นไปตามเพศสภาวะ คือ คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้าย ในช่วงที่ 1 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองแสดงความเป็นชายสูงสุด ทว่าพบการใช้อนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นชายพอ ๆ กับที่ไม่ระบุเพศ ในช่วงที่ 3 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นหญิงสูงสุด ในช่วงที่ 2 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นชายลดลงจากช่วงที่ 1 ส่วนคำเรียกขานและวงศัพท์ ไม่มีการแปรที่เป็นไปตามเพศสภาวะ มีแต่การแปรที่เป็นไปตามสถานการณ์การสื่อสาร โดยคำเรียกขานที่แพรรี่ใช้มากที่สุดในแต่ละช่วงนั้นเป็นคำที่ต่างกัน คือ “พี่” ในช่วงที่ 1 “คุณ” ในช่วงที่ 2 “มึง” ในช่วงที่ 3 ขณะที่วงศัพท์นั้น ศัพท์ทางพุทธศาสนาถูกใช้เพื่อแสดงทีท่าเชิงความรู้โดยตลอด ไม่เพียงเท่านั้น ยังแสดงทีท่าเชิงอำนาจ ทีท่าเชิงความหนักแน่น และทีท่าเชิงความรู้สึก ด้านการแปรทางเสียง 3 ตัวแปร ได้แก่ ระดับเสียงโดยรวม ความแปรปรวนระดับเสียง และพิสัยระดับเสียง ก็พบว่าแพรรี่ใช้ตัวแปรเสียงแตกต่างกัน แต่ไม่มีทิศทางที่เป็นไปตามเพศสภาวะ คือ ตัวแปรทางเสียงข้างต้นมีค่าสูงที่สุดเมื่อแพรรี่แสดงความเป็นชาย ในจำนวนนี้ มีเพียงระดับเสียงโดยรวมเท่านั้นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภายหลังจากการเปลี่ยนผ่านสภาวะทางเพศกระทั่งแสดงความเป็นหญิง ส่วนความแปรปรวนและพิสัยระดับเสียงนั้น สูงและกว้างขึ้นแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ มิเพียงแต่ทีท่าข้างต้น การแปรทางศัพท์และเสียงยังแสดงให้เห็นทีท่าอื่น ๆ อีก คือ ทีท่าความสนิทสนม และทีท่าความอ่อนน้อม รวมเป็น 6 ทีท่า โดยที่ทีท่ารวมกันบ่งชี้บุคลิกได้ 2 บุคลิก คือ บุคลิกของผู้มีการศึกษา และบุคลิกของผู้ขายสินค้า ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า อัตลักษณ์ของแพรรี่ไม่ได้เป็นสิ่งตายตัว ยากที่จะสรุปได้ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถประกอบสร้างได้อย่างต่อเนื่องผ่านการใช้คำและเสียงพูด โดยขึ้นอยู่กับช่วงเวลา เพศสภาวะ …
ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย, นพดล บุญกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย, นพดล บุญกัน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย เนื่องจากผู้วิจัยเล็งเห็นว่าแรงงานต่างด้าวเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีอยู่จำนวนมากและเป็นกำลังแรงงานสำคัญที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย แต่ทว่าแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยกลับตกอยู่ในสถานะคนอื่น เป็นคนชายขอบที่ไม่ได้รับการยอมรับ แรงงานต่างด้าวไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกปฏิบัติด้วยอย่างไม่เป็นธรรมไร้ความเท่าเทียม และมักถูกเข้าใจผิดหรือเชื่ออย่างเหมารวมว่าพวกเขาเหล่านี้คือกลุ่มคนไม่พึงประสงค์ ผู้วิจัยเชื่อว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการนำเสนอภาพตัวแทนของวาทกรรมข่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย โดยผู้วิจัยเลือกวิเคราะห์ตัวบทรายงานข่าว 3 สื่อ ซึ่งเป็นสื่อหลักที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ได้แก่ ตัวบทสื่อหนังสือพิมพ์ ตัวบทสื่อภาครัฐ และตัวบทสื่อกลุ่มแรงงาน โดยผู้วิจัยเลือกเก็บข้อมูลรายงานข่าวแรงงานต่างด้าวในช่วงปีพ.ศ. 2557 – 2563 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ผู้วิจัยใช้กรอบแนวคิดหลักในการศึกษาคือวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวพบว่า รายงานข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในสื่อทั้งสามตัวบท ประกอบสร้างหรือสื่อภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวหลายแง่มุม มีทั้งใกล้เคียงและแตกต่างหรือตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญภาพตัวแทนที่นำเสนอในสื่อทั้งสามตัวบทมีลักษณะของความเด่นชัดแตกต่างกัน กลวิธีทางภาษาสำคัญที่พบ อาทิ 1. การอ้างถึงแรงงานต่างด้าว 2. การอ้างถึงภาครัฐและเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายไทย 3. การใช้ชนิดกระบวนการเกี่ยวกับการกระทำ 4. การใช้ชนิดกระบวนการเกี่ยวกับการพูด 5.การใช้ชนิดกระบวนการเกี่ยวกับสภาพ 6. การใช้สหบท 7. การใช้ทัศนภาวะ 8. การใช้รูปภาษานำเสนอเนื้อหาแสดงสาเหตุและผลของการกระทำที่เกิดขึ้น 9. การใช้มูลบท 10.การปฏิเสธมูลบท 11.การเลือกใช้ชุดคำศัพท์ร่วมกันจำนวนมาก และ 12. การใช้อุปลักษณ์ ภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวที่ปรากฏ ได้แก่ สื่อหนังสือพิมพ์ นำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวเป็น “กลุ่มคนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มคนโหดเหี้ยมฯ ปัญหา โรคระบาด และคนนอื่น” สื่อภาครัฐนำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวเป็น “ปัญหา คนอื่น กลุ่มคนที่ได้รับการดูแลคุ้มครองสิทธิอย่างดี และเป็นกลุ่มคนผิดกฎหมาย” ในขณะเดียวกัน สื่อกลุ่มแรงงานนำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวด้วยแง่มุมที่แตกต่างและตรงกันข้ามจากสื่อทั้งสองก่อนหน้าอย่างชัดเจน คือ นำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวเป็น “กลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน แรงงานสำคัญ กลุ่มคนหาเลี้ยงชีพ และกลุ่มคนถูกกฎหมาย” ภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวที่ปรากฏจากทั้งสามสื่อชี้ให้เห็นว่าสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อภาครัฐเลือกเน้นนำเสนอแง่มุมเชิงลบเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ในขณะที่สื่อกลุ่มแรงงานให้ความสำคัญต่อการนำแง่มุมเชิงบวกและด้านที่น่าสงสารของแรงงานต่างด้าว ผลการวิเคราะห์วิถีปฏิบัติทางวาทกรรมพบว่าภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวที่นำเสนอนั้นมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตตัวบทที่แตกต่างกัน ได้แก่ สื่อหนังสือพิมพ์ผลิตตัวบทรายงานข่าวเพื่อมุ่งเร้าความสนใจของคนในสังคมเพื่อขายข่าวและเป็นเหตุผลเชิงธุรกิจ สื่อภาครัฐมุ่งนำเสนอข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ภาพการทำงานของตน ต้องการสร้างเสริมภาพลักษณ์เชิงบวก และสร้างความชอบธรรมให้แก่การดำเนินงานของรัฐ ส่วนสื่อกลุ่มแรงงานมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอข่าวเพื่อรณรงค์เรียกร้องให้เกิดการช่วยเหลือ คุ้มครองสิทธิแรงงานต่างด้าว การนำเสนอข่าวด้วยวัตถุประสงค์ประสงค์ที่แตกต่างกัน ประกอบกับการตัดสินคุณค่าเชิงข่าวที่แต่ละสื่อของประเมินค่า ตัดสินคุณค่าของประเด็นข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวด้วยแง่มุมที่ต่างกัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีผลอย่างยิ่งต่อการประกอบสร้างภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในตัวบทรายงานข่าวทั้งสามสื่อ อย่างไรก็ตามตัวบทสื่อกลุ่มแรงงานที่ดูเหมือนจะนำเสนอข่าวเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มแรงงานต่างด้าวมากที่สุด แต่กลับเป็นสื่อมวลชนที่มีอิทธิพลน้อยสุดเพราะไม่สามารถแพร่กระจายสู่ผู้อ่านซึ่งเป็นคนในสังคมไทยได้เป็นวงกว้าง ผลการวิเคราะห์วิถีปฏิบัติทางสังคมวัฒนธรรมพบว่าปัจจัยทางสังคมมีอิทธิพลต่อการผลิตตัวบทและมีผลต่อการประกอบสร้างความหมายหรือภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าว ได้แก่ นโยบายการบริหารจัดการของรัฐบาล การมีอยู่ของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยจำนวนมาก อุดมการณ์ชาตินิยม แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชน และการพยายามขายข่าวของสื่อหนังสือพิมพ์เพื่อเอาตัวรอดในยุคดิจิทัล นอกจากนี้การผลิตนำเสนอวาทกรรมและภาพตัวแทนยังส่งผลกระทบต่อสังคมด้วย ได้แก่ …
Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake
Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The dominance of high-rise architecture in globalized urban landscapes has arguably raised concerns about the homogenization of cities and the decline of local identity. As vertical structures become essential components of contemporary metropolises, they pose unique challenges in negotiating cultural and contextual relevance. While often critiqued for their perceived detachment from place, some high-rises attempt to assert localized identities without reverting to superficial mimicry. This research engages with these tensions by analyzing five high-rise buildings in Bangkok—a vibrant, cosmopolitan, and non-Western urban setting—through the lens of Critical Regionalism, despite its known limitations when applied to large-scale architecture. The study examines …
คุณค่าและการเปลี่ยนแปลงบ้านจีนดั้งเดิม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร, สิตานันท์ เพชรกาฬ
คุณค่าและการเปลี่ยนแปลงบ้านจีนดั้งเดิม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร, สิตานันท์ เพชรกาฬ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บ้านจีนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของชาวจีนในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันบ้านจีนดั้งเดิมเหล่านี้กำลังเผชิญปัญหาความเสื่อมสภาพ การถูกทิ้งร้าง และการรื้อถอนซึ่งส่งผลให้คุณค่าและความแท้ของมรดกทางวัฒนธรรมกำลังสูญหายไป งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันด้านกายภาพ บริบทที่ตั้ง และการใช้งานของบ้านจีนดั้งเดิมเพื่อวิเคราะห์คุณค่า ความแท้ และความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียคุณค่า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการศึกษาแนวคิดและหลักการอนุรักษ์ พร้อมสำรวจภาคสนามและรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา 4 หลัง ได้แก่ โรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ, บ้านโปษ์กี่, บ้านรัชต์บริรักษ์ และบ้านเอ๊งฮอกต๋อง โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกด้านกายภาพ บริบทที่ตั้ง การใช้งาน และการเปลี่ยนแปลงของแต่ละกรณีศึกษา ผลการวิจัยพบว่า คุณค่าของบ้านจีนดั้งเดิม คือ การปรับบ้านให้เข้ากับทุกยุคทุกสมัย แม้จะได้รับอิทธิพลจากบ้านจีนดั้งเดิมที่เป็นต้นแบบในประเทศจีน ทั้งในด้านผังอาคาร การจัดวางพื้นที่ใช้สอย และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่ยังคงมีการปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและบริบทที่ตั้งของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบ้านจีนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การเสื่อมทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการใช้สอย จนส่งผลให้คุณค่าและความแท้ของบ้านจีนดั้งเดิมลดน้อยลงไป โดยสรุป ในการอนุรักษ์บ้านจีนดั้งเดิมเพื่อรักษาคุณค่า ต้องมีการทำความเข้าใจตัวอาคารและที่ตั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อนำมาประเมินสภาพปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ จนนำไปสู่การประเมินคุณค่าในทุกด้าน ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม จิตวิญญาณ เศรษฐกิจ และจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยต่าง ๆ เพื่อนำมากำหนดวัตถุประสงค์และเลือกวิธีการอนุรักษ์จนนำไปสู่การปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับอาคารต่อไปอย่างยั่งยืน
กระบวนการสะสมทุนโดยการพรากสิทธิในนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eec), ธิวัชร์ ดำแก้ว
กระบวนการสะสมทุนโดยการพรากสิทธิในนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eec), ธิวัชร์ ดำแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสะสมทุนโดยการพรากสิทธิในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยอาศัยกรอบแนวคิด “การสะสมทุนโดยการพรากสิทธิ” (Accumulation by Dispossession) ของ David Harvey เพื่อวิเคราะห์นโยบายของรัฐที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิในที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากเอกสารราชการ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการสนทนากลุ่มย่อยกับประชาชนในพื้นที่ผลการศึกษาพบว่า นโยบาย EEC เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่รัฐใช้กลไกพิเศษและกฎหมายเฉพาะกิจในช่วงรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อเร่งรัดการลงทุนขนาดใหญ่ โดยมีการยกเว้นกฎหมายผังเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิม อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างกว้างขวาง พื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยของประชาชนถูกจัดสรรใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกิน การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตดั้งเดิม นโยบายนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอำนาจรัฐกับทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะทุนข้ามชาติที่ได้รับประโยชน์จากการจัดการทรัพยากรของรัฐในนามของการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า “การพรากสิทธิ” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเชิงกายภาพของการเวนคืนหรือยึดครองที่ดินเท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของการเปลี่ยนกฎหมาย โครงสร้างสถาบัน และการสร้างความยินยอมทางอุดมการณ์ผ่านการโฆษณาว่านโยบายดังกล่าวจะนำประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งที่ในทางปฏิบัตินำไปสู่ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ การสูญเสียอัตลักษณ์ชุมชน และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ข้อเสนอจากการศึกษาเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการทบทวนนโยบายพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ภายใต้หลัก สิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรในระยะยาว โดยเสนอให้มีการกำกับตรวจสอบเชิงนโยบายและการปฏิรูปกระบวนการวางแผนการพัฒนา เพื่อป้องกันการใช้กลไกของรัฐเป็นเครื่องมือสนับสนุนการสะสมทุนที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมอย่างถาวร
Thai Efl Undergraduate Engineering Students’ Perspectives On Academic Writing: Challenges And Strategies, Chariya Prapobratanakul
Thai Efl Undergraduate Engineering Students’ Perspectives On Academic Writing: Challenges And Strategies, Chariya Prapobratanakul
PASAA
This study investigated the perceived English-language academic writing challenges encountered by Thai EFL undergraduate engineering students and the strategies they employed to overcome these challenges. The data were collected from third-year Thai EFL undergraduate engineering students through a questionnaire and a semi-structured interview adapted from Hyland (2016) and Lin and Morrison (2021). The results revealed that vocabulary, grammar, and structure were the most challenging aspects at the sentence level for students. At the paragraph level, they considered summarizing and paraphrasing academic sources and producing a coherent argument the most challenging aspects when writing academic texts in English. Feedback from instructors …
Determined Factors And Effective Strategies For Developing English Speaking Fluency Among Vietnamese University Students, Mai Vy Thi Luu, Tran Le Thu Huong,, Tran Ngoc Quy,, Vo Quoc Cuong, Nguyen Truc Anh
Determined Factors And Effective Strategies For Developing English Speaking Fluency Among Vietnamese University Students, Mai Vy Thi Luu, Tran Le Thu Huong,, Tran Ngoc Quy,, Vo Quoc Cuong, Nguyen Truc Anh
PASAA
Fluency development is one of the prominent components of a well-balanced language course. In particular, speaking fluency interests second language (L2) researchers who have continuously tried to look for the finest approach for helping L2 learners attain a certain level of fluency to achieve effective communication. To this end, the primary purpose of this research is to explore what factors affect English-speaking fluency and what strategies can effectively boost its development among a cohort of Vietnamese university students. The participants were 142 English majors who filled out a questionnaire measuring their perceived self-efficacy concerning English-speaking fluency. Four teachers and six …
Trying To Be Funny: A Conversation Analysis Of Humor In Efl University Students’ Role-Plays, Siriprapa Srithep, Patharaorn Patharakorn
Trying To Be Funny: A Conversation Analysis Of Humor In Efl University Students’ Role-Plays, Siriprapa Srithep, Patharaorn Patharakorn
PASAA
Through the lens of conversational analysis (CA), humor or funniness is not an inherent property of a message, nor an internal state of any social action, but as something interactionally achieved (Glenn, 2003). Teachers are often encouraged to utilize humor to reduce anxiety, lower affective filters, and make language more “memorable” (Bell, 2005; Tarone, 2000; Ziyaeemehr et al., 2011). In the current research endeavor, we focused on an activity called “Drama and Creativity,” an extracurricular activity which is offered to firstyear undergraduate students at a public university in Thailand. During the activity, students worked in groups of three to four …
Analyzing Self-Praise Strategies In Political Resignation Speeches Of Female Heads Of The Government From Australia, England, New Zealand, And Scotland: A Multimodal Discourse Analysis, Umparin Boonsinsuk, Pattrawut Charoenroop
Analyzing Self-Praise Strategies In Political Resignation Speeches Of Female Heads Of The Government From Australia, England, New Zealand, And Scotland: A Multimodal Discourse Analysis, Umparin Boonsinsuk, Pattrawut Charoenroop
PASAA
While males have predominantly held leadership positions in national-level parliaments, the rising visibility of females as heads of government, despite their underrepresentation, is a significant trend. This study investigated the political resignation speeches of four female leaders in national parliaments: Australia, England, New Zealand, and Scotland. Examining their speeches revealed a strategic utilization of self-praise to construct their identity as effective leaders. A comparative analysis of these speeches highlighted distinct self-praise strategies employed. These speakers interacted with varied levels of familiarity with their audience influencing their self-praise strategies. Addressing familiar individuals prompted the use of diverse strategies, notably emphasizing direct …
Lexical Level In English Major Efl Students’ Writing: A Learner Corpus Study, Pong-Ampai Kongcharoen, Jiraporn Dhanarattigann, Tirote Thongnuan
Lexical Level In English Major Efl Students’ Writing: A Learner Corpus Study, Pong-Ampai Kongcharoen, Jiraporn Dhanarattigann, Tirote Thongnuan
PASAA
This study aimed to investigate the lexical competence of English-major EFL students. The learner corpus comprised 552 pieces of writing by sophomore English majors during five academic years between 2017 and 2021, containing 190,506 words in total. The results from VocabProfile program showed that these students used words contained in the academic word list (AWL) at lower rates than what has been suggested by experts. This is probably because they were in their second year studying their first writing course. With less exposure to higherlevel English, they might not have developed an advanced vocabulary repertoire. However, when considering the AWL …
Effects Of Data-Driven Learning On Writing Complexity, Accuracy, And Fluency (Caf) Of Thai Efl Learners, Punyapa Boontam, Supakorn Phoocharoensil
Effects Of Data-Driven Learning On Writing Complexity, Accuracy, And Fluency (Caf) Of Thai Efl Learners, Punyapa Boontam, Supakorn Phoocharoensil
PASAA
In recent years, there has been growing interest in the use of data-driven learning (DDL) in L2 writing instruction. This paper examined whether and to what extent DDL activities could enhance the writing complexity, accuracy, and fluency (CAF) of 30 Thai EFL learners. The presentation of DDL in this study was hands-on concordancing with the assistance of the Corpus of Contemporary American English (COCA). The study was held in the context of an English writing workshop focusing on opinion paragraphs, divided into two phases: four weeks for the patternhunting activities and two weeks for the pattern-refining activities. Applying the CAF …
The Role Of Morphological Awareness And Background Knowledge In Turkish Efl Learners’ Writing Ability, Peri Aslan
The Role Of Morphological Awareness And Background Knowledge In Turkish Efl Learners’ Writing Ability, Peri Aslan
PASAA
Morphological awareness is the metalinguistic realization that words consist of meaningful roots and affixes that can be isolated and manipulated. Learners at different proficiency levels use various forms of background knowledge such as cultural knowledge, technical knowledge, religious knowledge, vocabulary knowledge, and contextual visuals. The purpose of this research was to see whether morphological awareness and background knowledge affected the fluency and accuracy of Turkish EFL learners. The participants consisted of 80 Turkish EFL students. At first, participants were homogenized to select samples and eliminate outliers, then a pretest was used to assess participants’ writing fluency and accuracy prior to …
The Development Of A Full Online Flipped Classroom Instructional Model For Enhancement Of Engineering Students’ English Meeting Skills And Learning Engagement, Piyatida Changpueng, Fasawang Pattanapichet
The Development Of A Full Online Flipped Classroom Instructional Model For Enhancement Of Engineering Students’ English Meeting Skills And Learning Engagement, Piyatida Changpueng, Fasawang Pattanapichet
PASAA
The flipped classroom instructional approach gained popularity after the COVID-19 pandemic, which significantly disrupted language instruction. This study aimed to evaluate the effectiveness of a full online flipped classroom instructional model to enhance students’ meeting skills and their engagement. The model consisted of two lessons: group meeting skills and writing the minutes of meetings. The participants comprised 48 third-year undergraduate engineering students from a public university in Thailand. The study utilized the KW#4 principle to compare average scores of passing students in formative and summative assessments, and to analyze pre-test and post-test scores, aiming to evaluate the model's impact on …
The Effects Of Flipped Learning Integrated With Role-Play On Efl Business English Undergraduates’ Oral Communication Performance, Pallapa Lertcharoenwanich, Kittitouch Soontornwipast
The Effects Of Flipped Learning Integrated With Role-Play On Efl Business English Undergraduates’ Oral Communication Performance, Pallapa Lertcharoenwanich, Kittitouch Soontornwipast
PASAA
English oral communication becomes essential, especially for business English students since their future careers require a good command of English. The purposes of this study were to determine if the integration of flipped learning and three types of role-plays (i.e., scripted, semi-scripted, and non-scripted) could enhance English oral communication performance of business English students and to investigate the students’ perceptions towards the approach. This quasi-experimental mixed-methods research with a two-group pre-test-post-test design was conducted with 68 fourth-year business English undergraduates at a public university in Thailand. The participants were divided into a control group (n = 38) and an experimental …
Integrating Reflective Practice Into Undergraduate Teacher Education Programmes In Elt: A No-Lose Deal For Thai University, Andrzej Cirocki, Pariwat Imsa-Ard
Integrating Reflective Practice Into Undergraduate Teacher Education Programmes In Elt: A No-Lose Deal For Thai University, Andrzej Cirocki, Pariwat Imsa-Ard
PASAA
The concept of reflection is probably as old as educational discourse itself. It is an inextricable element of teaching and learning that enables teachers to identify and solve problems related to their teaching practice or learn more about various aspects of their profession. Therefore, to fully prepare reflective language practitioners, it is essential for reflection to be embedded in teacher education programmes in English Language Teaching (ELT). With this in mind, the current contribution begins by operationalising the concept of reflective practice and describing reflective practitioners. It then presents models of reflective teaching, synthesises previous research on reflective practice, and …
Book Review: What Do New Teachers Need To Know?: A Roadmap To Expertise, Sholihatul Sholihatul Daulay, Darayani Sabrina
Book Review: What Do New Teachers Need To Know?: A Roadmap To Expertise, Sholihatul Sholihatul Daulay, Darayani Sabrina
PASAA
No abstract provided.