Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11393)
- Social and Behavioral Sciences (7224)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3617)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3121)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (2357)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1444)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Law (945)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (860)
- Business (841)
- Sociology (809)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Reading and Language (564)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (164)
- Dog (124)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Indonesia (27)
- Quality of life (27)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4158)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2588)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1290)
- Thai Environment (1027)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (897)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Urban Culture Research (445)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- Halal Insight (292)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- Journal of Health Research (220)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (47)
- Publication Type
Articles 30901 - 30930 of 37685
Full-Text Articles in Entire DC Network
การเปรียบเทียบปัจจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคไลเคน-พลานัสในช่องปากชนิดอีโรซีฟและไม่อีโรซีฟ, กอบกาญจน์ ทองประสม, ดวงพร ศุภประดิษฐ์, นฤมล ภววรพันธุ์
การเปรียบเทียบปัจจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคไลเคน-พลานัสในช่องปากชนิดอีโรซีฟและไม่อีโรซีฟ, กอบกาญจน์ ทองประสม, ดวงพร ศุภประดิษฐ์, นฤมล ภววรพันธุ์
Chulalongkorn University Dental Journal
ศึกษาผู้ป่วย OLP จํานวน 50 ราย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอีโรซีฟ และกลุ่ม ไม่อีโรซีฟ จากการตรวจทางคลินิก และการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ช่วงอายุที่พบบ่อยประมาณ 40-60 ปี ระยะเวลาของการเกิดโรคมีตั้งแต่ 4-168 เดือน บริเวณที่พบรอยโรคในช่องปากมากที่สุดคือ กระพุ้งแก้ม รองลงมาคือ เหงือก ลิ้น ริมฝีปาก เพดานปาก และพื้นช่องปาก ตามลําดับจากการเปรียบเทียบกลุ่มผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม พบว่ากลุ่มอีโรซีฟ และไม่อีโรซีฟ ไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเพศจํานวนผู้ป่วย ตําแหน่งที่พบ ระยะเวลาของการเกิดโรค นอกจากนี้ยังได้ทําการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของปัจจัย ต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคไลเคนพลานัส เช่น โรคของระบบ การแพ้ การใช้ยา วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน และฟันปลอมชนิดถอดได้ พบว่าทั้งหมดนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไลเคนพลานัส ในช่องปากทั้งสองชนิดอย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติ (P>0.05)
ฟันรูปโชเวลของชนกลุ่มน้อยเผ่าซาไก จังหวัดตรัง, ชัยวัฒน์ ปิ่นน้อย
ฟันรูปโชเวลของชนกลุ่มน้อยเผ่าซาไก จังหวัดตรัง, ชัยวัฒน์ ปิ่นน้อย
Chulalongkorn University Dental Journal
การศึกษาฟันรูปโชเวลของชนกลุ่มน้อยเผ่าซาไก ซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านคลองตุง ตําบลปะเหลียน จังหวัดตรัง จํานวน 13 คน 45 ซีฟัน จากแบบพิมพ์ฟัน พบฟันรูปโชเวล จําแนกตามวิธี Hrdlicka's classification และ Dahlberg's Plaque P.1. ได้ 55.5 เปอร์เซนต์ จากการศึกษาพบว่าใกล้เคียงกับชาวเมลานีเซียน ฟิจิ นิวกินี อเมริกันนิโกร แสดงว่าชนชาติเหล่านี้มีสายพันธุ์เดียวกัน หรือมีบรรพบุรุษเดียวกัน
การกําจัดคราบจุลินทรีย์ แผลจากปลายขนแปรง และการกระแทกของแปรงสีฟัน 4 ชนิด ในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล, ภารณี เดชจิตอนันต์, วริษฐา ลิ้มบุญภิวัฒน์
การกําจัดคราบจุลินทรีย์ แผลจากปลายขนแปรง และการกระแทกของแปรงสีฟัน 4 ชนิด ในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล, ภารณี เดชจิตอนันต์, วริษฐา ลิ้มบุญภิวัฒน์
Chulalongkorn University Dental Journal
นิสิตทันตแพทย์อายุ 17-20 ปี จํานวน 28 คน มีฟันอย่างน้อย 24 ซี่ และสุขภาพช่องปากสมบูรณ์ ได้รับการสอนวิธีแปรงฟันแบบมอดิฟายด์แบส (modified Bass) วันละ 2 ครั้ง แต่ละคนจะใช้แปรงสีฟัน 4 ชนิด (Research-D, Premium, GUM #411, Dental-C) แต่ละชนิดเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผู้วิจัยวัดดัชนีคราบจุลินทรีย์ ปริมาณแผลที่ผิวเหงือกจากปลายขนแปรง และแผลจากการกระแทกก่อนและหลังการแปรงทุกสัปดาห์ และทําการวิเคราะห์โดยวิธี Kruskal-Wallis I way ANOVA ที่ระดับนัยสําคัญ 0.10 หลังเสร็จสิ้นการแปรง 4 เดือน กลุ่มทดลองตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นจากการใช้แปรงทั้ง 4 ชนิด ผลของการศึกษาพบว่าแปรงสีฟัน Premium ซึ่งมีราคาต่ำสุด มีประสิทธิภาพในการกําจัดคราบจุลินทรีย์สูงสุด ในขณะที่ไม่มีความแตกต่างของปริมาณแผลที่เกิดจากปลายขนแปรง 4 ชนิด และแผลจากการกระแทกของหัวแปรงพบมากที่สุดจาก GUM #411 กลุ่มทดลองมีความคิดเห็นว่าแปรงสีฟันที่รู้สึกว่าใช้ถนัดมือดีที่สุด ขนแปรงนุ่มที่สุด และไม่รู้สึกเจ็บเหงือกจากขนแปรงคือ Research-D แปรงที่รู้สึกว่าเข้าได้ทั่วถึงดีที่สุดคือ Premium และแปรงที่รู้สึกว่าไม่กระแทกเหงือกและกระพุ้งแก้มคือ Premium และ GUM #411
การเปรียบเทียบการวัดความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ด้วยเรดิโอวิสิโอกราฟฟี กับออโทเมตต์โพรบ นอกปาก, นวลฉวี หงษ์ประสงค์
การเปรียบเทียบการวัดความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ด้วยเรดิโอวิสิโอกราฟฟี กับออโทเมตต์โพรบ นอกปาก, นวลฉวี หงษ์ประสงค์
Chulalongkorn University Dental Journal
ค่าความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีในการวิเคราะห์และทํานายโรคปริทันต์ เรดิโอวิสิโอกราฟฟี่ (อาร์วีจี) เป็นเครื่องมือถ่ายภาพรังสีในปาก ซึ่งให้ภาพโดยตรงบนจอสามารถขยายภาพให้ได้รายละเอียดมากขึ้น และสามารถต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บข้อมูลทางภาพรังสีไว้ใช้ในงานวิจัยต่อไปได้ด้วย ส่วนออโทเมตช์โพรบ เป็นเครื่องมือวัดร่องลึกปริทันต์ หรือค่าความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ด้วยไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า เป็นเครื่องมือที่วัดได้แม่นยํามากกว่าโพรบที่วัดด้วยมือธรรมดา ดังนั้นการทดลองนี้จึงต้องการตรวจสอบความแม่นยําในการวัดความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ด้วยภาพรังสีซึ่งถ่ายจากเครื่องอาร์วีจี เมื่อเปรียบเทียบกับการวัดด้วยออโทเมตด์โพรบ นอกปาก การทดลอง ทําโดยสร้างบล็อกฟันที่เรียงฟันกรามน้อยและกรามใหญ่เหมือนฟันในปาก 4 ซี่ บล็อกที่ใช้เป็นส่วนผสมของขี้เลื่อยไม้กับปูนปลาสเตอร์ซึ่งให้ความทึบและเงาเหมือนกระดูกเมื่อถ่ายภาพรังสี สร้างรอยโรคของกระดูกที่ถูกทําลายเป็นร่องลึกทางด้านข้างของฟันจํานวน 20 รอยโรคในฟัน 5 บล็อก ถ่ายภาพรังสีด้วยอาร์วีจี และเก็บภาพรังสีในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านค่าความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ ด้วยโปรแกรมสําเร็จรูป แล้ววัดค่าความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ทั้งยี่สิบรอยโรคด้วยออโทเมตต์โพรบ นํามาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าความยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ที่ได้จากเครื่องมือทั้งสองชนิดด้วย paired-t test. พบว่า ค่าที่วัดได้ด้วยอาร์วีจีจะค่อนข้างสูงกว่าค่าที่วัดด้วยออโทเมตต์โพรบ แต่ค่าที่วัดได้ทั้งสองวิธีไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญ จึงเห็นได้ว่า การใช้อาร์วีจีเก็บภาพรังสี และนํามาวัดค่าความสูญเสียการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์จะทําได้ผลแม่นยํา และสะดวกกว่าการใช้เครื่องมือชนิดอื่น นอกจากนั้นอาร์วีจียังมีประโยชน์เป็นสื่อความเข้าใจ และยอมรับของผู้ป่วยปริทันต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจนํามาใช้ในศัลยกรรมปริทันต์ หรือศัลยกรรมปลูกรากเทียมเพื่อดูรายละเอียดของกระดูกในบริเวณที่ทํางาน
การผิดนัดทําฟันของผู้ใช้บริการที่คลินิกทันตกรรมนอกเวลา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สุนทร ระพิสุวรรณ, ศุลีพร ธีระเจตกูล, สิริวรรณ ตันจันทร์พงศ์
การผิดนัดทําฟันของผู้ใช้บริการที่คลินิกทันตกรรมนอกเวลา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สุนทร ระพิสุวรรณ, ศุลีพร ธีระเจตกูล, สิริวรรณ ตันจันทร์พงศ์
Chulalongkorn University Dental Journal
จากแบบสอบถามซึ่งจัดทําขึ้นเพื่อการศึกษาปัจจัยที่ทําให้ผู้ใช้บริการทันตกรรมที่คลินิกนอกเวลาของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผิดนัด พบว่า 76.1% เป็นคนโสด 39.5% มีอาชีพรับราชการ 78% มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาท ปัจจัยที่ทําให้ต้องผิดนัด ได้แก่ติดธุระอื่นที่จําเป็นกว่า 51.4% ปัญหาจราจรติดขัด 46.50% ช่วงการนัดห่างกันนานเกินไป 25% ลืมการนัดหมาย 22% การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พบว่า อายุกับเหตุผลติดธุระอื่นที่จําเป็น รายได้กับช่วงการนัดหมายที่ห่างนานเกินไป ปัญหาการเงินกับระยะเวลาที่ใช้การรักษามีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P < .01)
การจําแนกชนิดของพรีซิชันแอตแทซเมนต์, สุจิตรา ลีลามะลิ, วิเชฏฐ์ จินดาวณิค
การจําแนกชนิดของพรีซิชันแอตแทซเมนต์, สุจิตรา ลีลามะลิ, วิเชฏฐ์ จินดาวณิค
Chulalongkorn University Dental Journal
พรีซิชันแอตแทชเมนต์เริ่มนํามาใช้ในปี ค.ศ. 1841 โดยมีข้อดีในเรื่องของความสวยงาม เพราะไม่ปรากฏให้เห็นแขนตะขอ รวมทั้งมีการกระจายแรงไปตามแนวแกนฟัน และต้านแรงด้านข้างได้ดี มีการออกแบบพรีซิชันแอตแทชเมนต์ที่ใช้ร่วมกับฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้หลายชนิด เพื่อให้เหมาะกับฟันที่เหลือในสภาวะต่าง ๆ กัน ซึ่งสามารถจําแนกชนิดของตัวยึดได้หลายวิธีด้วยกัน เช่นจําแนกตามการผลิต ตามความสัมพันธ์กับฟันหลัก หรือตามการเคลื่อนที่ขณะใช้งาน บทความนี้จําแนกชนิดของพรีซิชันแอตแทชเมนต์ ตามความสัมพันธ์กับฟันหลัก อนึ่งพรีซิชันแอตแทชเมนต์เป็นตัวยึดที่มีคุณสมบัติน่าสนใจชนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าในขณะนี้การใช้อาจจะยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย
สภาวะโรคฟันผุและการใส่ฟันปลอมของผู้ป่วยทันตกรรม ในภาคใต้ของประเทศไทย, สุนันท์ จันทรัตน์, ยุทธนา ปัญญางาม
สภาวะโรคฟันผุและการใส่ฟันปลอมของผู้ป่วยทันตกรรม ในภาคใต้ของประเทศไทย, สุนันท์ จันทรัตน์, ยุทธนา ปัญญางาม
Chulalongkorn University Dental Journal
จากรายงานการศึกษาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสภาวะโรคฟันผุในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ไทย ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้จึงต้องการทราบสภาวะโรคฟันผุและการใช้ฟันปลอมของผู้ป่วยที่ใช้บริการของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในภาคใต้ของประเทศไทย ประชากรกลุ่มตัวอย่างอายุ 12 ปี 18 ปี 35-54 ปีและ 55 ปีขึ้นไป จํานวน 800 คน ซึ่งสุ่มมาจากผู้ป่วยกลุ่มงานทันตกรรมในโรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลปัตตานี กลุ่มอายุละ 200 คน ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุดของแต่ละกลุ่มเท่ากับ 5.67, 8.61, 12.00 และ 18.68 ต่อคน ตามลําดับ สําหรับค่าเฉลี่ยของฟันที่ถอนของแต่ละกลุ่มแม้จะสูงถึง 0.16, 0.94, 5.85 และ 14.38 ที่ต่อคน แต่ค่าเฉลี่ยของจํานวนฟันปลอมที่ใส่ทดแทนค่อนข้างต่ำมาเพียง 0, 0.11, 0.91 และ 1.18 ต่อคน ตามลําดับเท่านั้น จากการเปรียบเทียบการใส่ฟันปลอมระหว่างบริเวณฟันหน้า และฟันหลังโดยการทดสอบสัดส่วน พบว่าสัดส่วน ของจํานวนฟันปลอมที่ใส่ต่อฟันที่ถอนไปของฟันหน้าสูงกว่าฟันหลังอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) ยกเว้นใน บริเวณขากรรไกรล่างของกลุ่มอายุ 55 ปีขึ้นไปเท่านั้น สรุปได้ว่าประชาชนกลุ่มนี้มีปัญหาด้านสุขภาพในช่องปากสูงมาก และมีความต้องการบริการทันตกรรมทั้งด้านการรักษา และฟื้นฟูสภาพโดยการใส่ฟันปลอมมากด้วย
An Epidemiologic Review Of Postmenopausal Osteoporosis, N. Taechakraichana, K. Limpaphayom, U. Jaisamrarn
An Epidemiologic Review Of Postmenopausal Osteoporosis, N. Taechakraichana, K. Limpaphayom, U. Jaisamrarn
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
จริยธรรมทางการแพทย์กับเทคโนโลยีร่วมสมัย, Kamtorn Pruksananonda
จริยธรรมทางการแพทย์กับเทคโนโลยีร่วมสมัย, Kamtorn Pruksananonda
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Effects Of Pentoxifylline On Sperm Motility Characteristicsof Normozoospermic Semen Using Computer-Assisted Semenanalysis (Casa) : A Preliminary Report, Nares Sukcharoen, Usanee Jetsawangsri, Jirapom Ngeamvijawat, Yenchit Chanprasit, Anek Aribarg
Effects Of Pentoxifylline On Sperm Motility Characteristicsof Normozoospermic Semen Using Computer-Assisted Semenanalysis (Casa) : A Preliminary Report, Nares Sukcharoen, Usanee Jetsawangsri, Jirapom Ngeamvijawat, Yenchit Chanprasit, Anek Aribarg
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Use Of 100 Gm. Oral Glucose Tolerance Test In Postpartumperiod To Diagnose Antecedent Gestational Diabetes Mellitus, Suntit Bounyasong, Wongkulpat Snidvongs
Use Of 100 Gm. Oral Glucose Tolerance Test In Postpartumperiod To Diagnose Antecedent Gestational Diabetes Mellitus, Suntit Bounyasong, Wongkulpat Snidvongs
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Comparison Of International Normalised Ratio Andprothrombin Time Ratio Resulted From Differentinternational Sensitivity Index Reagents, N Avapun Charuruks, Pranee Krailadsiri, Kalaya Janjobjing
Comparison Of International Normalised Ratio Andprothrombin Time Ratio Resulted From Differentinternational Sensitivity Index Reagents, N Avapun Charuruks, Pranee Krailadsiri, Kalaya Janjobjing
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Emergency Embolization Of Post-Traumatic Hemobilia, Suvit Sriussadapom, Pennhot Kosolbhand, Taveesin Tanprayoon, Sornjai Vvangsuphachart
Emergency Embolization Of Post-Traumatic Hemobilia, Suvit Sriussadapom, Pennhot Kosolbhand, Taveesin Tanprayoon, Sornjai Vvangsuphachart
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Prenatal Sonographic Screening For Down Syndrome, D Tannirandorn
Prenatal Sonographic Screening For Down Syndrome, D Tannirandorn
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
ผลของเมททิลพาราไธออนต่อระดับเอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสในซีรั่มปลาดุก, วรา พานิชเกรียงไกร, อัจฉริยา ไศละสูต, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, อนุเทพ รังสีพิพัฒน์, ศิริวัฒน์ ทรวดทรง, พลกฤษณ์ อุ้ยตา, อุดม จันทร์ประไพภัทร
ผลของเมททิลพาราไธออนต่อระดับเอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสในซีรั่มปลาดุก, วรา พานิชเกรียงไกร, อัจฉริยา ไศละสูต, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, อนุเทพ รังสีพิพัฒน์, ศิริวัฒน์ ทรวดทรง, พลกฤษณ์ อุ้ยตา, อุดม จันทร์ประไพภัทร
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาความเป็นพิษของเมททิลพาราไธออน พบค่า LC50 96 hrs. เท่ากับ 38 ppm โดยมีค่า Sublethal concentration เท่ากับ 10 ppm. ผลของ Sublethal concentration ทำให้ระดับเอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสในซีรั่มปลาดุกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ตั้งแต่สัมผัสยาได้ 12 ชั่วโมง และลดลงตามลำดับจนสิ้นสุดการทดลองที่ 96 ชั่วโมง เปอร์เซนต์ของ เอนไซม์โฆลีนเอสเตอเรสลดลงเหลือ 8.06% ที่ 96 ชั่วโมง คิดเป็นเปอร์เซนต์การยับยั้งเอนไซม์ เท่ากับ 91.94%
การแยกเชื้อไข้สมองอักเสบจากม้าในประเทศไทย, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, อารี ทรัพย์เจริญ, ทวีศักดิ์ ส่งเสริม, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
การแยกเชื้อไข้สมองอักเสบจากม้าในประเทศไทย, รื่นฤดี บุณยะโหตระ, อารี ทรัพย์เจริญ, ทวีศักดิ์ ส่งเสริม, อุราศรี ตันตสวัสดิ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ทำการแยกเชื้อไวรัสจากสมองม้าที่แสดงอาการทางประสาทและตายลง ย้อมตรวจพบ แอนติเจนโรคไข้สมองอักเสบโดยวิธี immunofluorescence จึงพยายามแยกเชื้อไวรัสโดยใช้สมอง ม้าบดฉีดเข้าลูกหนูดูดนมและเซลล์เพาะเลี้ยง พบลูกหนูแสดงอาการซึม บางรายมีอาการทางประสาท เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (CPE) หลังผ่านเชื้อในลูกหนูแล้ว การพิสูจน์เชื้อไวรัสทำโดยวิธี haemagglutination-haemagglutination inhibition (HA-HI test) a cross neutralization test ร่วมกับศึกษาคุณสมบัติของไวรัส จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าเชื้อไวรัสที่แยกได้เป็นเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบ
Production Of Monoclonal Antibodies Against Bovine C-Reactive Protein, M. Sarikaputi, W. Nunomura, M. Morimatsu, M. Naiki
Production Of Monoclonal Antibodies Against Bovine C-Reactive Protein, M. Sarikaputi, W. Nunomura, M. Morimatsu, M. Naiki
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Three monoclonal antibodies (MAbs) against bovine C-reactive protein (CRP) were produced by fusing murine myeloma cell line P3X63Ag8U1 and splenic lympocytes from two BALB/c mice immunized with 100 ug of purified CRP, followed by two booster injections at 10-day intervals. The hybridomas producing antibodies specific for bovine CRP were obtained with effciencies of 1.3 % and 0.2 % respectively. All three MAbs were IgM class with k- light chains. The MAbs obtained from ascitic fluid showed definite antibody activity at 1,000 to 10,000 and the antibody concentrations were 0.9 to 1.7 mg/ml. Two of three MAbs showed significant cross-reactivity with …
การผลิตตัวอ่อนสุกรด้วยวิธีการปฏิสนธินอกร่างกาย, มงคล เตชะกำพุ, วัญเพ็ญ ศรีอนันต์, จินดา สิงห์ลอ, วิชัย ทันตศุภารักษ์
การผลิตตัวอ่อนสุกรด้วยวิธีการปฏิสนธินอกร่างกาย, มงคล เตชะกำพุ, วัญเพ็ญ ศรีอนันต์, จินดา สิงห์ลอ, วิชัย ทันตศุภารักษ์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาจำนวนโอโอไซต์ที่เก็บจากรังไข่แม่สุกรและสุกรสาว และศึกษาความเป็นไป ได้ของการปฏิสนธินอกร่างกายโดยใช้โอโอไซต์ที่เลี้ยงในนำยา TCM 199 + NaHCO3 เพื่อให้เกิด สภาวะพร้อมปฏิสนธินาน 40 ชม. และใช้ตัวอสุจิที่รีดได้จากพ่อพันธุ์ซึ่งผ่านขบวนการเปลี่ยน แปลงส่วนหัวและการเคลื่อนไหวในหลอดทดลองในน้ำยา TAP ที่ความเป็นกรดด่าง 7.2 นาน 4 ชม. เปรียบเทียบกับนำเชื้อชนิดเจือจางและชนิดไม่เจือจาง นำมาปฏิสนธิในน้ำยา TAP ที่มี PHE และ 10 ไมโครกรัม/มล ของ heparin ที่ความเป็นกรดด่าง 7.6 รวมกันนาน 18 ชม. ผลการศึกษาพบว่าจำนวนไอโอไซต์ที่เก็บจากรังไข่แม่สุกรมีค่าน้อยกว่าสุกรสาว (7.0 เทียบกับ 13.2 p<0.05) คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.4 โอโอไซต์ต่อรังไข่ ในส่วนของการปฏิสนธิพบว่า อัตราการแบ่งตัวอ่อนระยะ 2 เซลล์ และระยะ 4-8 เซลล์ มีค่าสูงเป็นนัยสำคัญ (p<0.05) เมื่อใช้ ตัวอสุจิชนิดเจือจางเทียบกับชนิดไม่เจือจาง 39% (81/208) เทียบกับ 15% (69/456) และ 25% (52/208) เทียบกับ 12% (54/456) ตามลำดับ การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าโอโอไซต์ ที่นำมาเลี้ยงในหลอดทดลองสามารถเกิดการปฏิสนธินอกร่างกาย และพัฒนาเป็นตัวอ่อนได้
โรคติดเชื้อ อีเซอร์ริเซีย โคลัย ในระบบหายใจไก่กระทง : ตอนที่ 4 ภูมิคุ้มกันโรคของวัคซีนเชื้อตาย อีเซอร์ริเซีย โคลัย, เกรียงศักดิ์ สายธนู
โรคติดเชื้อ อีเซอร์ริเซีย โคลัย ในระบบหายใจไก่กระทง : ตอนที่ 4 ภูมิคุ้มกันโรคของวัคซีนเชื้อตาย อีเซอร์ริเซีย โคลัย, เกรียงศักดิ์ สายธนู
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ทดลองฉีดวัคซีนซึ่งเตรียมจากเชื้อ E. coli ให้ไก่เนื้ออายุ 27 วัน ครั้งเดียวโดยการ ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เตรียมวัคซีนจากเชื้อ E. coli ซีโรทัยป์ O2, 08 และ 078 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ แยกได้จากไก่ที่เป็นโรคถุงลมอักเสบ โดยวัคซีนเป็นชนิดเชื้อตายฆ่าด้วยฟอร์มาลิน เตรียมเป็นวัคซีน 4 ชนิด คือ วัคซีนเดี่ยว (monovalent bacterin) เป็นวัคซีนที่เตรียมจาก O2, O8 และ O78 และวัคซีนชนิดรวม (trivalent bacterin) ซึ่งประกอบด้วย O2 รวมกับ O8 และ O78 หลังจาก ไก่ได้รับวัคซีนแล้ว 6, 13, 20, 26 และ 39 วัน ทำการตรวจหาระดับแอนติบอดีโดยวิธี microagglutination และความคุ้มโรค พบว่าระดับแอนติบอดีในไก่ที่ได้รับวัคซีนจะไม่เปลี่ยนแปลง และมีค่าไม่แตกต่างจากไก่กลุ่มเปรียบเทียบ วัคซีนทั้ง 4 ชนิดสามารถป้องกันโรคหลังจากฉีดเชื้อพิษ ทับด้วยเชื้อสายพันธุ์เดียวกันกับที่ใช้เตรียมวัคซีน โดยความคุ้มโรคนี้จะพบอยู่นานประมาณ 2 สัปดาห์ในวัคซีนเดี่ยว และ 1-2 สัปดาห์ในวัคซีนรวม ความคุ้มโรคที่เกิดขึ้นไม่มีความสัมพันธ์กับ ระดับแอนติบอดี
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
The "E" Determinant In Chronic Hbv Carriers, Thassanee Nuchprayoon, Munee Sreshthabutra, Siriluk Sinsiri
The "E" Determinant In Chronic Hbv Carriers, Thassanee Nuchprayoon, Munee Sreshthabutra, Siriluk Sinsiri
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Basic Medical Sciences Achievement Ofcommunity-Targeted Problem-Basedmedical Students : First Enrolment Cohort, Malee Phulklongtan, Chaloem Varavithya, Somsak Watanapat
Basic Medical Sciences Achievement Ofcommunity-Targeted Problem-Basedmedical Students : First Enrolment Cohort, Malee Phulklongtan, Chaloem Varavithya, Somsak Watanapat
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Postmenopausal Osteoporosis: Recent Advancement In Bone Biology Study And Diagnosis Of Osteoporosis, N. Taechakraichana, K. Limpaphayom, U. Jaisamrarn
Postmenopausal Osteoporosis: Recent Advancement In Bone Biology Study And Diagnosis Of Osteoporosis, N. Taechakraichana, K. Limpaphayom, U. Jaisamrarn
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
แพทย์กับการเป็นบัณฑิตและพหูสูตร, Umaporn Trangkasombat, Malee Phulklongtan
แพทย์กับการเป็นบัณฑิตและพหูสูตร, Umaporn Trangkasombat, Malee Phulklongtan
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Female Genital Tuberculosis, S. Maleemonkol
Female Genital Tuberculosis, S. Maleemonkol
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Electrocution: A Case Report Of Acute Myocardial Necrosis, Prayong Moolla-Or
Electrocution: A Case Report Of Acute Myocardial Necrosis, Prayong Moolla-Or
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The Effect Of Evaluation Methods On Students' Learning Style, Maniratt J. Aroongdaechakul, Pajaree Yenbutra, Chaloem Varavithya
The Effect Of Evaluation Methods On Students' Learning Style, Maniratt J. Aroongdaechakul, Pajaree Yenbutra, Chaloem Varavithya
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
กลยุทธ์การสร้างความสำเร็จในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล, พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์
กลยุทธ์การสร้างความสำเร็จในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล, พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
No abstract provided.
การประเมินกระบวนการเรียนรู้ในการเรียนการสอน แบบที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก, ยุวดี ฦาชา
การประเมินกระบวนการเรียนรู้ในการเรียนการสอน แบบที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก, ยุวดี ฦาชา
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
No abstract provided.
การเขียนโครงการวิจัย, พวงเพ็ญ ชุณหปราณ
การเขียนโครงการวิจัย, พวงเพ็ญ ชุณหปราณ
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
No abstract provided.