Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11393)
- Social and Behavioral Sciences (7224)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3617)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3121)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (2357)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1444)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Law (945)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (860)
- Business (841)
- Sociology (809)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Reading and Language (564)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (164)
- Dog (124)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Indonesia (27)
- Quality of life (27)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4158)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2588)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1290)
- Thai Environment (1027)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (897)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Urban Culture Research (445)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- Halal Insight (292)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- Journal of Health Research (220)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (47)
- Publication Type
Articles 30121 - 30150 of 37685
Full-Text Articles in Entire DC Network
การเพิ่มมิติแนวดิ่งขณะสบฟันโดยการบูรณะชั่วคราว ชนิดติดแน่น : รายงานผู้ป่วย, มรกต ตันติประวรรณ
การเพิ่มมิติแนวดิ่งขณะสบฟันโดยการบูรณะชั่วคราว ชนิดติดแน่น : รายงานผู้ป่วย, มรกต ตันติประวรรณ
Chulalongkorn University Dental Journal
รายงานผู้ป่วยฉบับนี้กล่าวถึง การเพิ่มมิติแนวดิ่งขณะสบฟันโดยใช้การบูรณะชั่วคราวชนิดติดแน่นในผู้ป่วยชายอายุ 21 ปี เป็นโรค amelogenesis imperfecta ซึ่งสูญเสียเคลือบฟัน และเนื้อฟัน ทางด้านบดเคี้ยวไปค่อนข้างมาก รวมทั้งสภาพเคลือบฟันที่เหลืออยู่รอบ ๆ ตัวฟันบาง และไม่แข็งแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ป่วยได้รับการรักษาการสึกกร่อนทางด้านบดเคี้ยว โดยใช้วัสดุอุดฟันทั้ง อะมัลกัม คอมโพสิต และกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ เพื่อคงสภาพมิติแนวดิ่งขณะสบฟันให้คงที่ และเพื่อรอเวลาให้โพรงเนื้อเยื่อฟันมีขนาดเหมาะสมที่จะสามารถครอบฟันถาวรได้ ทั้งนี้การทําครอบฟันในคนไข้รายนี้จําเป็นต้องเพิ่มความสูงในแนวดิ่ง เพื่อให้มีเนื้อที่ทางด้านบดเคี้ยวสําหรับครอบฟัน และความยาวของตัวฟันที่เหมาะสมในการยึดอยู่ (Retention) ของครอบฟัน วิธีการรักษาใช้อุดครอบ ด้วยคอมโพสิต (Composite onlay) รวมกับซีเมนต์ชนิดเรซิน (Resin cement) ยึดติดแน่นบนตัวฟัน เพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อบดเคี้ยว ข้อต่อขากรรไกร และฟันธรรมชาติของผู้ป่วยไม่มีอาการใด ๆ และผู้ป่วยสามารถบดเคี้ยวอาหารได้ตามปรกติภายหลังเพิ่มมิติแนวดิ่งขณะสบฟัน จากนั้นจึงทําการบูรณะครอบฟันถาวรต่อไป
Demineralization Inhibitory Ability Of Tooth-Colored Restorative Materials, Chaiwat Maneenut
Demineralization Inhibitory Ability Of Tooth-Colored Restorative Materials, Chaiwat Maneenut
Chulalongkorn University Dental Journal
Demineralization inhibitory ability of a polyacid-modified composite resin (Dyract®) was evaluated and compared to those of a composite resin (Scotchbond MP/Silux Plus) and a resin-modified glass ionomer restorative cement (Fuji II LC). A synthetic polymer acidified-gel technique was used in producing artificial caries-like lesion around standard Class V restorations of these materials. Demineralized lesions developed around the margin of all restorations and the depth of lesions were significantly different among all materials (P<0.05). Zone of inhibitions were only found at the tooth/restoration interface of all Fuji II LC restorations. In this study, demineralization inhibitory ability of the polyacid-modified composite resin was inferior to that of the resin-modified glass ionomer restorative cement but was superior to that of the composite resin.
ความหนาของซีเมนต์ต่อการยึดติดและความแนบสนิทบริเวณขอบของครอบฟัน, มรกต ตันติประวรรณ, จันทร์ผล ผิวเรือง, พุทธกรอง รักษ์สันติกุล
ความหนาของซีเมนต์ต่อการยึดติดและความแนบสนิทบริเวณขอบของครอบฟัน, มรกต ตันติประวรรณ, จันทร์ผล ผิวเรือง, พุทธกรอง รักษ์สันติกุล
Chulalongkorn University Dental Journal
ควบคุมความขนาน ให้มีลักษณะเหมือนกัน คือความสูง 3 มิลลิเมตร หน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน แบ่งฟันที่กรอแต่งแล้วออกเป็นสี่กลุ่ม โดยกลุ่ม A ใช้ Die-spacer ความหนา 2 ชั้นเพื่อให้เป็นที่อยู่ของซีเมนต์ กลุ่ม B กลุ่ม C และกลุ่ม D ใช้ Die- spacer ความหนา 4 ชั้น 6 ชั้น และ 8 ชั้นตามลําดับ ครอบฟันโลหะซึ่งทําจากโลหะผสมเงินกับเพลลาเดียมทั้ง 52 ชิ้น ถูกนํามายึดติดบนตัวฟันด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ชนิดแคปซูล ในแต่ละกลุ่มนําชิ้นตัวอย่าง 3 ชิ้น ไปหาค่าเฉลี่ยความหนาของซีเมนต์ และนําชิ้นตัวอย่างอีก 10 ชิ้น ไปวัดความแนบบริเวณขอบของครอบฟันก่อนและหลังยึดด้วยซีเมนต์ โดยใช้เครื่อง Digimatic indicator บันทึกค่าเฉลี่ยความแตกต่างของความสูงของครอบฟัน วัดแรงดึงสูงสุดที่ใช้ดึงครอบฟันออกจากตัวฟัน ด้วยเครื่อง Lloyd Universal Testing Machine ค่าเฉลี่ยความแตกต่างของความสูงของครอบฟัน (ไมโครเมตร) ของกลุ่ม A = 24.33±14.87, B = 17.89±8.10, C = 13.40±8.74 และ D = 10.80±7.06 แรงดึงสูงสุด (นิวตัน) ของกลุ่ม A = 404.87±80.03, B = 387.57±126.48, C = 360.79±75.64 และ D=452.11±103.77 แล้ววิเคราะห์ด้วยค่าสถิติ ANOVA และ Duncan Test และได้ผลว่าแรงดึงสูงสุดของแต่ละกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ p<0.05 แต่ความแนบ บริเวณขอบของครอบฟันระหว่างกลุ่มที่ทา Die-spacer หนา 2 ชั้นกับหนา 8 ชั้น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ p<0.05 จึงสรุปได้ว่าความหนาของซีเมนต์ที่ได้จากการใช้ Die-spacer 2-8 ชั้นให้ค่าแรงยึดติดของครอบฟันไม่แตกต่างกัน ในขณะที่การเพิ่มความหนาของ Die-spacer ช่วยครอบฟันที่ยึดด้วยซีเมนต์ให้มี ความแนบสนิทกับตัวฟันมากขึ้น
การจําลองการสบฟันในกลอุปกรณ์ขากรรไกรจําลองชนิดปรับได้บางส่วน, วันทนี มุทิรางกูร, สีชมพู นรภูมิพิภัชน์
การจําลองการสบฟันในกลอุปกรณ์ขากรรไกรจําลองชนิดปรับได้บางส่วน, วันทนี มุทิรางกูร, สีชมพู นรภูมิพิภัชน์
Chulalongkorn University Dental Journal
การวิจัยนี้เป็นการจําลองการสบฟันของอาสาสมัคร 65 คน ในกลอุปกรณ์ขากรรไกรจําลองHanau รุ่น H2-PR เพื่อศึกษาว่า การจําลองการสบฟันในกลอุปกรณ์ขากรรไกรจําลองชนิดปรับได้บางส่วนสามารถทําได้ในทุก ๆ ตําแหน่งของขากรรไกรหรือไม่ พบว่าทันตแพทย์ 2 คนสามารถตรวจและจําลองการสบฟันในตําแหน่งความสัมพันธ์ในศูนย์ได้ตรงกันมากกว่าตําแหน่งสบฟันอื่น ๆ การจําลองการสบฟันของอาสาสมัคร 13 คน (ร้อยละ 20) ทําได้ถูกต้องในทุกตําแหน่งของขากรรไกร ส่วนการจําลองการสบฟันของอาสาสมัครที่เหลือ 52 คน (ร้อยละ 80) พบว่ามีการสบฟันในตําแหน่งต่าง ๆ ของขากรรไกรคลาดเคลื่อนตั้งแต่ 1 ตําแหน่งถึงไม่ถูกเลย โดยตําแหน่งที่จําลอง คลาดเคลื่อนพบกระจายในทุกตําแหน่งของขากรรไกร และความคลาดเคลื่อนในการจําลองการสบฟันในตําแหน่งต่าง ๆ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับความถูกต้องของการจําลองการสบฟันที่ตําแหน่งความสัมพันธ์ในศูนย์ การจําลองการสบฟันในตําแหน่งต่าง ๆ ได้ถูกต้องเรียงลําดับได้ดังนี้ การสบดุลทั้งด้านซ้ายและขวาสามารถจําลองได้เหมือนในช่องปากมากที่สุด (ร้อยละ 87.7 และ 89.2) การสบยื่น (ร้อยละ 75.4) ความสัมพันธ์ในศูนย์ (ร้อยละ 73.8) การสบทํางานด้านซ้ายและขวา (ร้อยละ 66.1 และ 60.0) และการสบในศูนย์ (ร้อยละ 36.9) ทั้งนี้การใช้แผ่น โลหะบางตรวจจุดสบฟันเพื่อประเมินความถูกต้องของการจําลองการสบในศูนย์อาจไม่เหมาะสม
ผลของสารฟอกสีฟันต่อการรั่วซึมตามขอบของแควิตี้คลาส V ที่บูรณะด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ชนิดดัดแปรด้วยเรซิน, ชัยวัฒน์ มณีนุษย์, บุญรัตน์ อำไพภิญโญกุล, ปนัดดา นิลดำ
ผลของสารฟอกสีฟันต่อการรั่วซึมตามขอบของแควิตี้คลาส V ที่บูรณะด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ชนิดดัดแปรด้วยเรซิน, ชัยวัฒน์ มณีนุษย์, บุญรัตน์ อำไพภิญโญกุล, ปนัดดา นิลดำ
Chulalongkorn University Dental Journal
การศึกษานี้เปรียบเทียบการรั่วซึมตามขอบของแควิตี้คลาส V ในฟันที่บูรณะด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ ชนิดดัดแปรด้วยเรซิน (Fuji II LC) ตรงบริเวณ cementoenamel junction ด้าน buccal surface แล้วฟอกสีฟันด้วย Britesmile (3.5% ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) หรือ Opalescence (10% คาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์) เป็น เวลา 14 วัน โดยมีฟันที่บูรณะและแช่ในน้ำลายเทียมเป็นกลุ่มควบคุม ภายหลังการฟอกสี นําฟันทั้งสามกลุ่มมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (thermocycling) จํานวน 250 รอบ ที่อุณหภูมิ 55±2°C และ 5±2°C และ ทดสอบการรั่วซึมตามขอบของแควิตี้ด้วยการแช่ในสารละลายซิลเวอร์ไนเตรด เข้มข้น 50% โดยน้ำหนักเป็นเวลา 4 ชั่วโมง และใน x-ray developing solution อีก 4 ชั่วโมง เมื่อวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยการรั่วซึมทางสถิติด้วย one-way ANOVA ที่ความเชื่อมั่น 95% (a= 0.05) ผลปรากฏว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญของค่าเฉลี่ยการรั่วซึมบริเวณผนังแควิตี้ด้านบดเคี้ยว (occlusal wall) หรือบริเวณผนังแควิตี้ด้านใกล้เหงือก (gingival wall) ระหว่างกลุ่มทดลองทั้งหมด (p > 0.05)
ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะฟันผุกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารว่างและการดูแลอนามัยในช่องปากของนักเรียน ชั้นประถมปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร, จารุวรรณ ตันกุรานันท์, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล
ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะฟันผุกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารว่างและการดูแลอนามัยในช่องปากของนักเรียน ชั้นประถมปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร, จารุวรรณ ตันกุรานันท์, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล
Chulalongkorn University Dental Journal
การวิจัยนี้เป็นการศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะโรคฟันผุกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารว่าง การดูแลอนามัยในช่องปาก ของเด็กนักเรียนประถมปีที่ 6 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 592 คน จาก 18 โรงเรียนพบว่ามีอัตราชุกของโรคฟันผุร้อยละ 82.9 ค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุดเป็นซี่ ± ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (mean DMFT + SD) = 2.84 ± 2.21 จํานวนเงินที่ใช้ซื้ออาหารว่างมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ จํานวนเงินที่ได้รับมาโรงเรียนและความถี่ของการบริโภคอาหารว่าง (r = 0.5730, 0.1629 ที่ p< .001 ตามลําดับ) ค่าฟันผุถอนอุดเป็นด้าน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับจํานวนเงินที่ได้รับมาโรงเรียน และจํานวนเงินที่ใช้ซื้ออาหารว่าง (r = ที่ p < 0.05 ตามลําดับ) คะแนนการแปรงฟันมีความสัมพันธ์ในทางตรงข้ามกับความถี่ของการบริโภคอาหารว่างและ จํานวนเงินที่ใช้ซื้ออาหารว่าง (r = 0.1036, -0.0918 ที่ p<0.05 ตามลําดับ) เมื่อจําแนกนักเรียนตามกลุ่มการแปรงฟัน และความถี่ของการบริโภคอาหารว่าง พบว่า นักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนการแปรงฟันต่ำที่สุดและความถี่ ของการบริโภคอาหารว่างสูงที่สุดมีค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุดสูงที่สุด (mean DMFS = 6.18) ในขณะที่นักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนการแปรงฟันสูงที่สุดและความถี่ของการบริโภคอาหารว่างต่ำที่สุด มีค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุดต่ำที่สุด (mean DMFS = 3.50) แสดงว่าเด็กนักเรียนที่มีความถี่ของการบริโภคอาหารว่างสูงและคะแนนการแปรงฟันต่ำ มีแนวโน้มของการเป็นโรคฟันผุสูงกว่าเด็กนักเรียนที่มีความถี่ของการบริโภคอาหารว่างต่ำและคะแนนการแปรงฟันสูง และควรทําการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป เพื่อให้ได้ผลชัดเจนมากขึ้น
การปลูกฟันส่วนหน้าของขากรรไกรบนในเด็กปัญญาอ่อน โดยใช้วัสดุคอมโพสิตเรซิน ร่วมกับเดือยสําเร็จรูป, วิเวียน ศรีสุพรรณดิฐ
การปลูกฟันส่วนหน้าของขากรรไกรบนในเด็กปัญญาอ่อน โดยใช้วัสดุคอมโพสิตเรซิน ร่วมกับเดือยสําเร็จรูป, วิเวียน ศรีสุพรรณดิฐ
Chulalongkorn University Dental Journal
การตรวจรักษาผู้ป่วยเด็กในกลุ่มเป้าหมายพิเศษที่มีความพิการโดยเฉพาะบุคคลปัญญาอ่อนที่ได้รับอุบัติเหตุ จนมีการหลุดของฟันในบริเวณขากรรไกรบนส่วนหน้า ซึ่งเป็นงานที่เร่งด่วนอย่างมาก ในการที่จะประสบความสําเร็จในการรักษา เนื่องจากการให้ความร่วมมือกับเด็กขณะที่รับการรักษามีน้อยมาก ดังนั้นในการตรวจรักษาจะต้องใช้วิธีง่ายสะดวกและรวดเร็วที่สุดรวมทั้งจะต้องให้ผลในการรักษาที่ดี รายงานผู้ป่วย 1 รายเป็นเด็กปัญญาอ่อนที่อยู่ในโรงพยาบาลราชานุกูลได้รับอุบัติเหตุจากเพื่อน ซึ่งถือไม้กวาดโดยเอาปลายไม้กวาดกระแทกโดนฟันหน้าที่ #11 (ฟันตัดกลางบนขวา) หลุดกระเด็นหายไป ส่วนฟันหน้าที่ #21 (ฟันตัดกลางบนซ้าย) หลุดจากเป้าฟันแต่ยังติดอยู่บริเวณแผล โดยเนื้อเยื่อได้ ให้การรักษาด้วยการยึดฟันซี่หนึ่งบนซ้ายติดกับเดือยสําเร็จรูปให้ติดแน่นอยู่กับฟันถัดไป โดยใช้วัสดุประเภท คอมโพสิต เรซิน ชนิดที่ใช้กรดกัดผิวฟันและชนิดแข็งตัว ด้วยการฉายแสง โดยใช้เวลาในการติดตามผลการรักษาเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งการรักษาครั้งนี้ได้ผลเป็นที่พอใจ
เมทริกซ์เมแทลโลโพรทีเนส : ภาพรวมในปัจจุบัน, เอมอร เบญจวงศ์กุลชัย
เมทริกซ์เมแทลโลโพรทีเนส : ภาพรวมในปัจจุบัน, เอมอร เบญจวงศ์กุลชัย
Chulalongkorn University Dental Journal
เมทริกซ์เมแทลโลโพรทีเนส เป็นกลุ่มของเอนโดเพปที่เดสที่มีสังกะสีอยู่ในโมเลกุล ทําหน้าที่ย่อยสลายสารนอกเซลล์ บทความนี้ได้รวบรวมความรู้ทางชีวเคมีเกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ การควบคุม การทํางาน การวิเคราะห์ ตลอดจนงานวิจัยในปัจจุบันและอนาคตของเอนไซม์กลุ่มนี้
การเกิดรอยผุซ้ำรอบวัสดุบูรณะคอฟัน: การศึกษาโดยใช้ระบบฟันผุจําลอง, ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์, ปรารถนา ดำรงเกียรติเวช, รักษ์รัฐ สิทธิโชค
การเกิดรอยผุซ้ำรอบวัสดุบูรณะคอฟัน: การศึกษาโดยใช้ระบบฟันผุจําลอง, ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์, ปรารถนา ดำรงเกียรติเวช, รักษ์รัฐ สิทธิโชค
Chulalongkorn University Dental Journal
การบูรณะฟันแควิตีแบบคลาสไฟว์ด้วยวัสดุคอมโพสิตเรซิน และ กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ มักจะประสบปัญหารอยรั่วตามขอบและนําไปสู่การเกิดรอยผุซ้ำรอบวัสดุบูรณะต่อไป การศึกษานี้มีความมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัสดุบูรณะฟัน 2 ชนิด คือ คอมโพสิตเรซินซึ่งใช้ร่วมกับเดนทีนแอดฮีซิฟ และกลาสไอโอโนเมอร์ ซีเมนต์ ถึงความสามารถของวัสดุในการต้านทานการเกิดรอยผุซ้ำโดยใช้ระบบฟันผุจําลอง โดยนําฟันกรามน้อยจํานวน 20 ซี่มาเตรียมแควิตี้แบบคลาสไฟว์ขนาด 2x3x1.5 มม แบ่งฟันเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 10 ซี่ กลุ่มแรก บูรณะด้วยคอมโพสิตเรซินยี่ห้อ Z-100 (3M) ร่วมกับเดนทีนแอดฮีซิฟ AllBond 2 (Bisco) กลุ่มหลังบูรณะด้วย กลาสไอโอโนเมอร์ยี่ห้อ Vitremer (3M) ตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต แล้วนําฟันทั้งหมดมาทายาทาเล็บโดยรอบโดยเว้นห่างจากขอบวัสดุ 1 มม. โดยรอบ หุ้มปลายรากด้วยขี้ผึ้งแล้วนําฟันทั้งหมดแช่ในน้ำยา Ten Cate Demineralizing Solution เป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วนํามาล้างให้สะอาดแล้วตัดฟันตามแกนยาวซีละ 3 ส่วน นํามาตรวจหารอยผุที่เกิดขึ้นโดยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงโพลาไรซ์ วัดความลึกหน่วยเป็นไมครอน จากผลการทดลองพบว่า กลาสไอโอโนเมอร์สามารถต้านทานการผุที่ผิวนอกของฟันได้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับคอมโพสิตเรซิน และไม่พบรอยผุต่อที่ผนังแควิตในทั้งสองกลุ่ม ดังนั้น กลาสไอโอโนเมอร์อาจจะเหมาะสําหรับ สภาวะที่มีอัตราเสี่ยงต่อฟันผุสูง ขณะที่คอมโพสิตเรซินเหมาะสําหรับการบูรณะที่ต้องการความแข็งแรงและสวยงาม
อะมีโลบลาสติกไฟโบรมาในกระดูกขากรรไกรล่าง รายงานผู้ป่วย 1 ราย, เกษมศักดิ์ แก้วอิ่ม
อะมีโลบลาสติกไฟโบรมาในกระดูกขากรรไกรล่าง รายงานผู้ป่วย 1 ราย, เกษมศักดิ์ แก้วอิ่ม
Chulalongkorn University Dental Journal
รายงานผู้ป่วยเด็กอายุ 10 ปี ที่มีเนื้องอกอะมีโลบลาสติกไฟโบรมาในกระดูกขากรรไกรล่างซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก โดยมีอาการบวมของกระดูกขากรรไกรล่างเล็กน้อย จากภาพรังสีพบมีลักษณะเงากระดูกโปร่งรังสี ลักษณะคล้ายถุงน้ำเดียวรอบปลายรากของฟันน้ำนม # 73 และ # 74 เชื่อมต่อกับเยื่อหุ้มฟัน # 33 ข้อแนะนําในการรักษาโดยการทําศัลยกรรมควักออก และต้องติดตามการรักษาเป็นเวลานาน ทั้งนี้เนื่องจากเกิดเป็นซ้ำได้สูง และเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งได้
Evaluation Of Training Program For Medical Students Ona Holistic Approach To Assist Aids Patients, Boonnart Laisnitsarekul, Nobuhiro Maruchi
Evaluation Of Training Program For Medical Students Ona Holistic Approach To Assist Aids Patients, Boonnart Laisnitsarekul, Nobuhiro Maruchi
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
ปูมแพทย์จุฬา ตอนที่ 5, Pichet Sampaatanukul
ปูมแพทย์จุฬา ตอนที่ 5, Pichet Sampaatanukul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
กระแสความต้องการพยาธิแพทย์เฉพาะทางและอุปสรรค, ชูศักดิ์ วิวัชชัย
กระแสความต้องการพยาธิแพทย์เฉพาะทางและอุปสรรค, ชูศักดิ์ วิวัชชัย
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The Campaign For The Screening Of Early Cervical Cancer In Rural Thailand: Its Value, Problems And Resolution, P. Sampatanukul, S. Warakamin, W. Uekul, N. Dusitsin
The Campaign For The Screening Of Early Cervical Cancer In Rural Thailand: Its Value, Problems And Resolution, P. Sampatanukul, S. Warakamin, W. Uekul, N. Dusitsin
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Thyroid Neoplasms: A Study Of 1,039 Casesat Chulalongkom Hospital, Somboon Keelawat, Shanop Shuangshoti, Ampom Chamsuwan, Pilaiwan Kleebkaow, Pichet Sampatanukul
Thyroid Neoplasms: A Study Of 1,039 Casesat Chulalongkom Hospital, Somboon Keelawat, Shanop Shuangshoti, Ampom Chamsuwan, Pilaiwan Kleebkaow, Pichet Sampatanukul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Simple Culture Method For Diagnosis Of Mycobacteriallymphadenitis On Practising Fine Needle Aspirationcytology: An Evaluation For Its Valueand Implementation, Pichet Sampatanukul, Nibonth Udomsantisuk, Rossukon Sripattanawat
Simple Culture Method For Diagnosis Of Mycobacteriallymphadenitis On Practising Fine Needle Aspirationcytology: An Evaluation For Its Valueand Implementation, Pichet Sampatanukul, Nibonth Udomsantisuk, Rossukon Sripattanawat
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Hepatic Angiosarcoma: Three Case Reportsand Review Of The Literature In Thailand, Pongsepeera Suwangool, Prasarn Limakorn, Rosarin Chantharochvong, Preecha Ruangvejvorachai
Hepatic Angiosarcoma: Three Case Reportsand Review Of The Literature In Thailand, Pongsepeera Suwangool, Prasarn Limakorn, Rosarin Chantharochvong, Preecha Ruangvejvorachai
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Malignant Melanoma Of The Nasal Cavity : A Difficult Caseto Diagnosis And Determine Primary Or Metastasis, Voranuch Punyavoravut, Saowanee Yenrudi
Malignant Melanoma Of The Nasal Cavity : A Difficult Caseto Diagnosis And Determine Primary Or Metastasis, Voranuch Punyavoravut, Saowanee Yenrudi
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Multiple Sclerosis In Thailand, Shanop Shuangshoti
Multiple Sclerosis In Thailand, Shanop Shuangshoti
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
อาหารผู้ป่วยเบาหวาน, วิทยา ศรีดามา
อาหารผู้ป่วยเบาหวาน, วิทยา ศรีดามา
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
การจัดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ทวีวงศ์ ศรีบุรี
การจัดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ทวีวงศ์ ศรีบุรี
Thai Environment
No abstract provided.
น้ำเปลี่ยนสี, นรินทร์ ธารัตถพันธุ์
สัมภาษณ์พิเศษ : ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์
พิษภัยจากอาหารในช่วงฤดูร้อน, เบญจภรณ์ รุ่งพิทักษ์ไชย
พิษภัยจากอาหารในช่วงฤดูร้อน, เบญจภรณ์ รุ่งพิทักษ์ไชย
Thai Environment
No abstract provided.
แนะนำโครงการใหม่ : โครงการที่เกี่ยวกับการสำรวจปัญหาและการควบคุมฝุ่นละอองสำหรับกรุงเทพมหานคร
แนะนำโครงการใหม่ : โครงการที่เกี่ยวกับการสำรวจปัญหาและการควบคุมฝุ่นละอองสำหรับกรุงเทพมหานคร
Thai Environment
No abstract provided.